Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 29461 - 29490 of 37695

Full-Text Articles in Entire DC Network

แฟ้มสะสมงานครู, สุวิทย์ มูลคำ Mar 1998

แฟ้มสะสมงานครู, สุวิทย์ มูลคำ

Journal of Education Studies

No abstract provided.


บทความพิเศษ : ขอบฟ้าแห่งความรู้, พระราชวรมุนี (ประยูร ธมมจิตโต) Mar 1998

บทความพิเศษ : ขอบฟ้าแห่งความรู้, พระราชวรมุนี (ประยูร ธมมจิตโต)

Journal of Education Studies

No abstract provided.


พอร์ทโฟลิโอกับนวัตกรรมการพัฒนาครู, บุษบง ตันติวงศ์ Mar 1998

พอร์ทโฟลิโอกับนวัตกรรมการพัฒนาครู, บุษบง ตันติวงศ์

Journal of Education Studies

No abstract provided.


แฟ้มสะสมผลงานนักเรียน, อาภรณ์ บางเจริญพรพงค์ Mar 1998

แฟ้มสะสมผลงานนักเรียน, อาภรณ์ บางเจริญพรพงค์

Journal of Education Studies

No abstract provided.


การพัฒนากระบวนการสอนโดยใช้พอร์ทโฟลิโอการสอนอ่าน เพื่อพัฒนาวุฒิภาวะทางการอ่านของนักเรียนประถมศึกษา และเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางวิชาชีพครู, สําลี ทองธิว Mar 1998

การพัฒนากระบวนการสอนโดยใช้พอร์ทโฟลิโอการสอนอ่าน เพื่อพัฒนาวุฒิภาวะทางการอ่านของนักเรียนประถมศึกษา และเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางวิชาชีพครู, สําลี ทองธิว

Journal of Education Studies

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ (๑) เพื่อพัฒนากระบวนการสอนโดยใช้ พอร์ทโฟลิโอการสอนอ่านสำหรับให้นิสิตปริญญาโทสาขาประถมศึกษาใช้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา (๒) เพื่อศึกษาผลของการใช้กระบวนการสอนโดยใช้พอร์ทโฟลิโอการสอนอ่าน หนังสือสำหรับเด็กประเภทต่าง ๆ ที่มีต่อการพัฒนาทางวิชาครูของนิสิตปริญญาโท สาขา ประถมศึกษา ภาคต้น ปีการศึกษา ๒๕๔๐ (๓) เพื่อศึกษาวุฒิภาวะทางการอ่านของนักเรียน ระดับประถมศึกษาที่ได้รับการสอนอ่านโดยใช้พอร์ทโฟลิโอการสอนอ่านหนังสือประเภทต่างๆ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ๑. นิสิตสามารถระบุวิธีการสอนอ่านหนังสือสำหรับเด็ก และสามาร สร้างวิธีการ สอนอ่านแบบใหม่ๆได้เป็นจำนวนมากขึ้นหลังการใช้กระบวนการสอนโดยใช้พอร์ทโฟลิโอ ครบทุกขั้นตอน ๒. นักเรียนอ่านหนังสือสำหรับเด็กประเภทนอกเหนือจากหนังสือประกอบภาพในหมวดจินตนาการเป็นจำนวนมากขึ้น หลังจากที่ได้ใช้กระบวนการสอนโดยใช้พอร์ทโฟลิโอ ขั้นที่ ๑-๖


คลีนิคสำหรับสัตว์น้ำ, รศ.น.สพ.ดร.จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์, นันทริกา ชันซื่อ รศ.สพ.ญ.ดร. Mar 1998

คลีนิคสำหรับสัตว์น้ำ, รศ.น.สพ.ดร.จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์, นันทริกา ชันซื่อ รศ.สพ.ญ.ดร.

The Thai Journal of Veterinary Medicine

No abstract provided.


Ekg Quiz, Chollada Buranakarl, Kris Ankanaporn, Phiwipha Kamonrat Mar 1998

Ekg Quiz, Chollada Buranakarl, Kris Ankanaporn, Phiwipha Kamonrat

The Thai Journal of Veterinary Medicine

No abstract provided.


การกระตุ้นรังไข่ในลูกโคด้วยฮอร์โมน เอฟ เอส เอช ซ้ำหลายครั้ง, รังสี อดุลยานุภาพ, มงคล เตชะกำพุ, ชัยณรงค์ โลหชิต Mar 1998

การกระตุ้นรังไข่ในลูกโคด้วยฮอร์โมน เอฟ เอส เอช ซ้ำหลายครั้ง, รังสี อดุลยานุภาพ, มงคล เตชะกำพุ, ชัยณรงค์ โลหชิต

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ทำการกระตุ้นรังไข่ลูกโคพื้นเมืองไทยอายุ 4-6 เดือน จำนวน 10 ตัว ด้วยฮอร์โมน เอฟ เอส เอช ขนาด 192 มก. (NIH-FSH-P1) โดยฉีดเข้ากล้ามทุก 12 ชม. ติดต่อกัน 4 วัน (32/32,24/24,24/24,16/16) ในวัน สุดท้ายของการฉีดกระตุ้น ฉีดฮอร์โมนฮิวแมนคอริโอนิก โกนาโดโทรปิน (เอช ซี จี) ขนาด 500 ไอยู 24 ชม. ต่อมาดูดเก็บโอโอไซต์ด้วยการเปิดผ่าช่องท้องหลังทําให้ลูกโคสลบด้วยไทโอเพนโตน โซเดียม จากนั้นทำการทดลองฉีดฮอร์โมนกระตุ้นซ้ำ ครั้งที่ 2, 3 และ 4 ห่างกันครั้งละ 6-8 สัปดาห์ แบ่งโอโอไซต์ออกเป็น 2 ชนิดคือ โอโอไซต์ที่เจริญพร้อมปฏิสนธิและโอโอไซต์ที่เจริญไม่พร้อมปฏิสนธิ จากการศึกษาพบว่าค่าเฉลี่ยของการ ตอบสนองของรังไข่จากการฉีดกระตุ้นซ้ำ 4 ครั้งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 32.2±3.0 ใบ/ครั้ง/ตัว และมีแนวโน้มลดลง จากการกระตุ้นครั้งแรกจนถึงครั้งที่ 4 (P<0.05) เท่ากับ 46.1±8.8, 28.6±3.6, 26.4±3.5 และ 27.7±5.1ใบ/ครั้ง/ตัว ตามลำดับ จำนวนโอโอไซต์ที่เก็บได้ทั้งหมด เท่ากับ 704 ใบจาก 1,274 ฟอลลิเคิล เฉลี่ย 17.6+1.8 ใบ/ครั้ง/ตัว คิดเป็นอัตราการเก็บโอโอไซต์ เท่ากับ 55.2% โดยมีแนวโน้มลดลงจากการเก็บครั้งแรกจนถึงครั้งที่ 4 (P<0.05) 23±5.0, 16.8±3.0, 15.2±1.5 15.4±3.6 ใบ/ครั้ง/ตัว ตามลำดับ ผลการศึกษาแสดงว่าสามารถฉีดกระตุ้นรังไข่ ลูกโคพื้นเมืองไทยก่อนวัยเจริญพันธุ์ได้ด้วยฮอร์โมนโกนาโดโทรปินได้หลายครั้ง ทั้งสามารถเก็บโอโอไซต์ได้ผลดีโดยวิธีการเปิดผ่าช่องท้อง


Transitional Cell Carcinoma Of The Urinary Bladder In A Dog : A Case Report, Chollada Buranakarl, Phiwipha Kamonrat, Rachod Tantilertcharoen Mar 1998

Transitional Cell Carcinoma Of The Urinary Bladder In A Dog : A Case Report, Chollada Buranakarl, Phiwipha Kamonrat, Rachod Tantilertcharoen

The Thai Journal of Veterinary Medicine

A urinary bladder mass was diagnosed in a 14-year-old uncastrated male mixed breed dog presented to the Small Animal Teaching Hospital, Faculty of Veterinary Science, Chulalongkorn University. The dog had periodic hematuria which had been present for eight months without any abnormalities on complete blood count and all other blood chemistry. Radiographic examination revealed a prostate gland enlargement with evidence of irregular thickening of the urinary bladder mucosa without any cystic calculi. Antibiotics and hemostatic drugs were given and hematuria ceased periodically. With a history of concurrent hematuria and an elevation of both blood urea nitrogen (109 mg%) and creatinine …


ความชุกของการติดเชื้อไข้สมองอักเสบในฟาร์มสุกรจากเขตภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย, คณิศักดิ์ อรวีระกุล, สุมิตรา วัฒโนดร, สุพล เลื่องยศลือชากุล, สุมาลี บุญมา Mar 1998

ความชุกของการติดเชื้อไข้สมองอักเสบในฟาร์มสุกรจากเขตภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย, คณิศักดิ์ อรวีระกุล, สุมิตรา วัฒโนดร, สุพล เลื่องยศลือชากุล, สุมาลี บุญมา

The Thai Journal of Veterinary Medicine

ทำการสำรวจความชุกของการติดเชื้อไวรัสไข้สมองอักเสบโดยการตรวจแอนติบอดี้ต่อเชื้อไวรัสไข้ สมองอักเสบในซีรั่มสุกรพ่อแม่พันธุ์ ลูกสุกร และสุกรขุน ซึ่งสุ่มตรวจจากฟาร์มสุกรในเขตภาคกลางและภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยรวมทั้งจังหวัดชลบุรีและประจวบคีรีขันธ์จำนวน 32 ฟาร์ม รวม 967 ตัวอย่างตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538 พบสุกรกลุ่มพ่อแม่พันธุ์ที่มีแอนติบอดี้บ่งบอก อัตราการสัมผัสเชื้อไวรัส หรือความชุกของการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวเฉลี่ยในช่วง 4 เดือนของฤดูกาล คือ พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว) มีนาคม-มิถุนายน ฤดูร้อน) และกรกฎาคม-ตุลาคม ฤดูฝน) เป็น 91.67%, 97.57% และ 99.25% ตามลำดับ ซึ่งระดับฮีแมกลูติเนชั่น-อินฮิบิชั่น แอนติบอดี้มีฐานนิยมอยู่ที่ 640 ใน แต่ละฟาร์มพบอัตราความชุกได้ตั้งแต่ 73.34%-100% โดยมีการกระจายของสุกรที่ตรวจพบแอนติบอดี้ส่วน ใหญ่อยู่ในแม่สุกรหลายท้อง ในกลุ่มลูกสุกรดูดนมและสุกรหลังหย่านม พบสุกรที่ตรวจพบแอนติบอดี้ จำนวน 95.49% และ 63.08% โดยมีฐานนิยมที่ 320 และ 10 ตามลำดับ ข้อมูลดังกล่าวแสดงถึงความชุก ของการติดเชื้อไวรัสไข้สมองอักเสบที่ปรากฎในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่นดังกล่าวในปี พ.ศ. 2538


ความเป็นมาและสถานภาพปัจจุบันของโรคสมองฟ่ามในโค (โคบ้า), พีระศักดิ์ จันทร์ประทีป, สุมลยา กาญจนะพังคะ, ประโยชน์ ตันติเจริญยศ, กัลยาณี ตันศฤงฆาร, เบญจภรณ์ รุ่งพิทักษ์ไชย Mar 1998

ความเป็นมาและสถานภาพปัจจุบันของโรคสมองฟ่ามในโค (โคบ้า), พีระศักดิ์ จันทร์ประทีป, สุมลยา กาญจนะพังคะ, ประโยชน์ ตันติเจริญยศ, กัลยาณี ตันศฤงฆาร, เบญจภรณ์ รุ่งพิทักษ์ไชย

The Thai Journal of Veterinary Medicine

โรคสมองฟ้ามหรือโคบ้า (Bovine Spongiform Encephalopathy, BSE) เป็นโรคระบาดร้ายแรงที่เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรเป็น ส่วนใหญ่ ทำความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล จำเป็นต้องทําลายโคถึง 1 ล้านตัวเพื่อกำจัด BSE ให้หมดไป ยิ่งไปกว่านั้น BSE อาจ เป็นอันตรายแก่สุขภาพและชีวิตมนุษย์ด้วย BSE เป็นโรคหนึ่งในกลุ่ม transmissible spongiform encephalopathies (TSEs) โดยมี prion protein เป็นสารก่อโรคที่ทําความเสียหายแก่ระบบประสาท และทำให้คนหรือสัตว์ตายในที่สุด พบเนื้อสมองทั้งส่วน cerebrum และ cerebellum เป็นรูพรุน และอาจพบ plaques และ scrapie-associated fibrils (SAF) ในเนื้อสมองด้วย การศึกษาทางระบาดวิทยาชี้แนะว่าการแพร่ของ BSE เกิดจากโคกินอาหารที่มีสารก่อโรคปนเปื้อนอยู่ และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เหมาะสมในกระบวนการแปรรูปโปรตีนจากซากสัตว์ เพื่อใช้เป็น อาหารเลี้ยงโคก็ช่วยเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการกระจายโรค BSE ด้วย prion protein อาจสะสมอยู่ในเลือด เส้นประสาทหรือระบบน้ำเหลืองของโคที่ เป็น BSE ก่อนที่จะกระจายไปสู่ระบบประสาทส่วนกลาง แต่เดิมพบเฉพาะสมอง ไขสันหลังและจอตาเท่านั้นที่ก่อให้เกิดโรค BSE ได้ ขณะนี้ กำลังรอผลที่ Spongiform Encephalopathy Advisory Committee (SEAC) ดำเนินการให้ตรวจเนื้อ น้ำนม อวัยวะระบบน้ำเหลืองจาก โคที่เป็น BSE โดยใช้ลูกโคเป็นสัตว์ทดลอง ซึ่งมีความไวกว่าการฉีดสารก่อโรคเข้าหนู mice ถึง 1,000 เท่า รายงานนี้ได้รวบรวมเหตุการณ์สำคัญ ระบาดวิทยา มาตรการควบคุมกำจัดและป้องกันโรค BSE และวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยวิธีต่าง ๆ รวมทั้งแนวความคิดในการรักษา TSES ในอนาคตไว้ด้วย Creutzfeldt-Jakob's Disease (CJD) เป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทในคนและเป็นโรคหนึ่งในกลุ่ม TSEs พบว่า new variant CJD (nvCJD) มีรอยโรคและอาการเฉพาะต่างไปจาก CJD เมื่อใช้เทคนิค Western …


Strategic Differences Among Private Hospitalsin Bangkok And Vicinity : Implicationsfor Policy Planning, J. Sriratanaban Mar 1998

Strategic Differences Among Private Hospitalsin Bangkok And Vicinity : Implicationsfor Policy Planning, J. Sriratanaban

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Intratympanic Gentamicin Treatmentfor Disabling Meniere's Disease:A Preliminary Report, S Asawavichianginda, K. Teerasut Mar 1998

Intratympanic Gentamicin Treatmentfor Disabling Meniere's Disease:A Preliminary Report, S Asawavichianginda, K. Teerasut

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Imaging Of Cirrhosis And Portal Hypertension, L. Pantongrag-Brown, K. Vajarapongse Mar 1998

Imaging Of Cirrhosis And Portal Hypertension, L. Pantongrag-Brown, K. Vajarapongse

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Abnormal Host Defense Mechanisms In Chronic Renal Failure, S. Chansritrakul, K. Ruxrungthum, S. Eiam-Ong Feb 1998

Abnormal Host Defense Mechanisms In Chronic Renal Failure, S. Chansritrakul, K. Ruxrungthum, S. Eiam-Ong

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Adolescent Obesity In Adolescent Clinic, Chulalongkorn University, C. Pruksananonda Feb 1998

Adolescent Obesity In Adolescent Clinic, Chulalongkorn University, C. Pruksananonda

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Intradermal Skin Testing In A Aeroallergicthai Children, J. Ngamphaiboon, B. Boonpirak, P. Chatchatee Feb 1998

Intradermal Skin Testing In A Aeroallergicthai Children, J. Ngamphaiboon, B. Boonpirak, P. Chatchatee

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Maternal Warfarin And Fatal Neonatalhemorrhage, S. Sanpavat Feb 1998

Maternal Warfarin And Fatal Neonatalhemorrhage, S. Sanpavat

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Pediatric Urinary Tract Infection, P. Kingwatanakul Feb 1998

Pediatric Urinary Tract Infection, P. Kingwatanakul

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Intravenous Immunoglobulin In Pediatric Practice, P. Seksun Feb 1998

Intravenous Immunoglobulin In Pediatric Practice, P. Seksun

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Bronchoalveolar Lavage In Children, J. Deerojanawong Feb 1998

Bronchoalveolar Lavage In Children, J. Deerojanawong

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


เหงือกบวมในผู้ป่วยโรคลมชัก, อรนุช บุญรังสิมันตุ์ Jan 1998

เหงือกบวมในผู้ป่วยโรคลมชัก, อรนุช บุญรังสิมันตุ์

Chulalongkorn University Dental Journal

รายงานผู้ป่วยหญิงหนึ่งราย ซึ่งมีเหงือกบริเวณหน้าบนและล่างบวมมาก เนื่องจากได้รับยาไดแลนทีนในการรักษาโรคลมชักที่โรงพยาบาลระยอง ผลข้างเคียงของยาไดแลนทีนทางทันตกรรม คือ การทําให้เหงือกบวมโตได้โดยเฉพาะผู้ที่มีอนามัยช่องปากไม่ดี ดังนั้นในการรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ ทันตแพทย์ควรตระหนักถึง การเน้นให้ผู้ป่วยดูแลอนามัยช่องปากเป็นสําคัญ


การเปรียบเทียบการรั่วซึมของวัสดุบูรณะฟันชั่วคราว 3 แบบ, ปิยาณี พาณิชย์วิสัย, ชุติมา ระติสุนทร, ลิขนา มักอุส่าห์, พจมาลย์ โตเทียม Jan 1998

การเปรียบเทียบการรั่วซึมของวัสดุบูรณะฟันชั่วคราว 3 แบบ, ปิยาณี พาณิชย์วิสัย, ชุติมา ระติสุนทร, ลิขนา มักอุส่าห์, พจมาลย์ โตเทียม

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบการรั่วซึมของวัสดุบูรณะฟันชั่วคราว 3 แบบ คือ Caviton, IRM และ Caviton ร่วมกับ IRM วัสดุและวิธีการ โดยใช้ฟันกรามใหญ่ล่างแท้ซึ่งปลายรากปิดทั้งหมด จํานวน 36 ซี่ โดยฟัน 33 ซี่ ทําการกรอ ช่องเปิดเข้าสู่โพรงเนื้อเยื่อในพื้นที่ด้านบดเคี้ยว-ใกล้กลาง (Occluso mesial) และอุดด้วยวัสดุที่ต้องการทดสอบกลุ่มละ 10 ซี่ ส่วนอีก 3 ซี่ อุดด้วยกัตตาเปอร์ซาเป็นกลุ่มควบคุมที่ให้ผลบวก และ 3 ที่เหลือซึ่งไม่ได้กรอช่องเปิดเข้าสู่ โพรงเนื้อเยื่อในฟันเป็นกลุ่มควบคุมที่ให้ผลลบ จากนั้นทายาทาเล็บ 3 ชั้นที่ผิวฟันนํามาแช่น้ําลายเทียมที่อุณหภูมิ 37 °C เป็นเวลา 1 วัน นํามาทํา thermocycling ที่อุณหภูมิ 5 ± 2 °C เป็นเวลา 30 วินาที และที่อุณหภูมิ 55 #2 °C เป็นเวลา 30 วินาที ทําซ้ํา 90 รอบ แล้วนําฟันมาแช่ในน้ําลายเทียมที่อุณหภูมิ 37 °C ต่ออีก 6 วัน เมื่อ ครบกําหนดนําฟันไปแช่ในสารละลาย methylene blue ความเข้มข้นร้อยละ 2 เป็นเวลา 7 วัน นําฟันไปตัดโดย เครื่องตัดฟัน ในแนวใกล้กลาง-ไกลกลาง (mesio-distal) แล้วนํามาส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์สเตอริโอ (stereo microscope) เพื่อวัดระดับการรั่วซึมของสี ผลการทดลอง การรั่วซึมของสีบนด้านบดเคี้ยว ของกลุ่มที่อุดด้วย Caviton และกลุ่มที่อุดด้วย Caviton ร่วมกับ IRM มีการรั่วซึมน้อยกว่ากลุ่มที่อุดด้วย IRM อย่างมีนัยสําคัญ (p<0.01) การรั่วซึมของสีในกลุ่มที่อุดด้วย Caviton ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญจากกลุ่มที่อุดด้วย Caviton ร่วมกับ IRM ส่วนการรั่วซึมของสีทางด้านข้าง มีการรั่วซึมเข้าถึงระดับโพรงฟันไม่แตกต่างกันทั้ง 3 กลุ่ม สรุป การอุดด้วย Caviton หรือ Caviton ร่วมกับ IRM ใน Cavity Class II จะสามารถป้องกันการรั่วซึมได้ ดีกว่าการบูรณะชั่วคราวด้วย IRM เพียงอย่างเดียว


Clinical Evaluation Of Attachment In Mandibular Furcation, Varunee Kerdvongbundit, Piyawat Phankosol Jan 1998

Clinical Evaluation Of Attachment In Mandibular Furcation, Varunee Kerdvongbundit, Piyawat Phankosol

Chulalongkorn University Dental Journal

Objective The healing response of non- molar sites, molar flat surface sites and molar furcation sites was investigated in 21 adult periodontitis patients following a periodontal therapy of plaque control, scaling and root planing Material and methods A total of 270 sites were monitored by recordings of plaque index, gingival index, gingival recession, probing depth, and probing attachment loss at 3 months and every 6 th month for 2 years.Results and conclusion The results demonstrated that in sites with initial probing depth of 4.0 mm or greater, molar furcation sites responded less favorably to the therapy as compared to molar …


การตรวจวิเคราะห์ชนิดของเชื้อแบคทีเรียที่พบในร่องลึกปริทันต์ของผู้ป่วยด้วยโรคปริทันต์อักเสบในคนไทย, จินตกร คูวัฒนสุชาติ, ณรงค์ศักดิ์ เหล่าศรีสิน Jan 1998

การตรวจวิเคราะห์ชนิดของเชื้อแบคทีเรียที่พบในร่องลึกปริทันต์ของผู้ป่วยด้วยโรคปริทันต์อักเสบในคนไทย, จินตกร คูวัฒนสุชาติ, ณรงค์ศักดิ์ เหล่าศรีสิน

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ : การวิจัยครั้งนี้ต้องการตรวจวิเคราะห์หาชนิดของเชื้อแบคทีเรียที่พบในร่องลึกปริทันต์ของผู้ป่วยด้วย โรคปริทันต์อักเสบในคนไทย วัสดุและวิธีการ : ทําการเก็บตัวอย่างคราบจุลินทรีย์จากร่องลึกปริทันต์ของผู้ป่วยด้วยโรคปริทันต์อักเสบที่ได้มาจาก ภาควิชาปริทันตวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จํานวนทั้งสิ้น 16 ราย รวมตัวอย่างที่เก็บ มาทั้งหมด 32 ตัวอย่าง โดยใช้อาหารเลี้ยงเชื้อทั้งพวก Non selective media กับพวก Selective media ทําการ เพาะเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ สรุป : ผลการวิจัย ได้แสดงให้เห็นว่าเชื้อที่ตรวจพบในร่องลึกปริทันต์ของฟันผู้ป่วยด้วย โรคปริทันต์อักเสบในคนไทย ส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อพวกกรมลบชนิดแท่งที่ไม่ต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโต


การศึกษาซิลิโคนที่ใช้ทําแบบพิมพ์หูสําหรับผู้ป่วยหูพิการ, ปิยวัฒน์ พันธุ์โกศล, รศนา เกตุทัต, ลัดดาวัลย์ สัมพันธ์ศิริกุล, นพวรรณ เจือณรงค์ฤทธิ์ Jan 1998

การศึกษาซิลิโคนที่ใช้ทําแบบพิมพ์หูสําหรับผู้ป่วยหูพิการ, ปิยวัฒน์ พันธุ์โกศล, รศนา เกตุทัต, ลัดดาวัลย์ สัมพันธ์ศิริกุล, นพวรรณ เจือณรงค์ฤทธิ์

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ แบบพิมพ์หูที่ใช้ร่วมกับเครื่องช่วยฟัง สําหรับผู้ป่วยหูพิการ มีความสําคัญ โดยนําเสียงจากลําโพง เข้าสู่ช่องหู ยึดลําโพงให้ติดกับรูหูของผู้ป่วยแต่ละคน ไม่มีการรั่วของเสียงจากลําโพงสู่ภายนอก ควรมีคุณสมบัติยืดหยุ่น ดี ไม่ทําให้เจ็บ มีความทนทานต่อการฉีกขาดไม่มีรูพรุน นําคลื่นเสียงได้ดีวิธีการผลิตไม่ยุ่งยาก น้ําหนักเบา ใส และ สวยงามวัสดุที่ใช้ทําแบบพิมพ์หูในปัจจุบันยังขาดคุณสมบัติบางประการ งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา คุณสมบัติทางกลของวัสดุ 6 ชนิด ที่จะนํามาใช้ทําแบบพิมพ์หู วัสดุและวิธีการ ศึกษาและเปรียบเทียบคุณสมบัติทางกลอันได้แก่ ความต้านทานต่อการฉีกขาด ความแข็งผิว การ แข็งตัว ความใส และความพรุน ของซิลิโคน 6 ชนิด คือ SILICON-MICROFLEX BIOPOR PSE30 PSE70 A999 และ A595 ผลการวิจัยและสรุป จากการเปรียบเทียบปรากฏว่า PSE30 มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับคุณสมบัติในอุดมคติของวัสดุ ที่ใช้ทําแบบพิมพ์หู มากกว่าซิลิโคนอื่น ๆ ซึ่งควรจะนํามาศึกษาคุณสมบัติอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก ก่อนจะนํามาใช้งานในทางคลินิก


รอยโรคฮิสโตพลาสโมซิสในผู้ป่วย โรคเอสแอลอี - รายงานผู้ป่วย, ลาวัณย์ บุณยมานนท์, สมศรี โรจนวัฒน์ศิริเวช Jan 1998

รอยโรคฮิสโตพลาสโมซิสในผู้ป่วย โรคเอสแอลอี - รายงานผู้ป่วย, ลาวัณย์ บุณยมานนท์, สมศรี โรจนวัฒน์ศิริเวช

Chulalongkorn University Dental Journal

ฮิสโตพลาสโมซิสเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อราฮิสโตพลาสมา แค็ปสุลาตุ้ม รอยโรคฮิสโตพลาสโมซิสในช่องปากพบได้ในผู้ป่วยที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกกดหรือได้รับยาสเตอรอยด์ ในรายงานนี้ผู้ป่วยหญิงอายุ 37 ปีมีประวัติเป็นโรคเอสแอลอี ได้รับการรักษาด้วยการรับประทานยาเพร็ดนิโซโลนมาเป็นเวลา 6 ปี ร่วมกับรักษาวัณโรคปอดมาแล้วกว่า 6 เดือน ในช่องปากพบรอยโรคลักษณะเป็นแผลที่บริเวณเพดานปาก และเหงือกบริเวณด้านหลังของฟันกรามข้างซ้าย จากการวินิจฉัยทางจุลพยาธิวิทยาพบว่าเป็นรอยโรคฮิสโตพลาสโมซิส ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการรักษารอยโรคในช่องปากด้วยยาอิตร้าโคนาโซลหรือสปอร์รอล หลังจากการใช้ยาชนิดนี้รับประทานในขนาด 400 มิลลิกรัมต่อวันเป็นเวลา 1 เดือนพบว่า รอยโรคในบริเวณดังกล่าวดีขึ้นโดยแผลส่วนใหญ่หายไป และแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อที่ยังมีสีแดงของการอักเสบ ผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาด้วยยานี้ต่อไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน


อุบัติการการเกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบ-การศึกษาทางคลินิก, ชัยวัฒน์ ปิ่นน้อย, ไมตรี แสงนาค Jan 1998

อุบัติการการเกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบ-การศึกษาทางคลินิก, ชัยวัฒน์ ปิ่นน้อย, ไมตรี แสงนาค

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาทางคลินิกถึงอุบัติการการเกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบและสาเหตุที่ทําให้เกิดภายหลังการถอนฟัน ในผู้ป่วยคนไทยกลุ่มหนึ่งที่มารับการถอนฟันที่ภาควิชาศัลยศาสตร์คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในช่วงเวลา 2 ปี วัสดุและวิธีการ ศึกษาจากผู้ป่วย 912 คน ที่มารับการถอนฟันทั้งฟันธรรมดาและฟันคุด บันทึกข้อมูลผู้ป่วยที่มี อาการปวดร้าวรุนแรงอย่างต่อเนื่องภายหลังการถอนฟัน ตรวจ และให้การวินิจฉัยว่าเกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบหรือไม่ นําข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าทางสถิติต่อไป ผลการศึกษา พบอุบัติการการเกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบ 2.8% ในการถอนฟัน 1181 ซี่ จากผู้ป่วย 912 คน พบว่า อุบัติการการเกิดสูงสุด ในช่วงอายุ 20-29 ปีของทั้งสองเพศ คิดเป็น 43% พบอุบัติการการเกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบ ในเพศหญิงมากกว่าในเพศชาย แต่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p>0.05) ความชุกในการเกิดกระดูก และแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติเบ้าฟันอักเสบพบภายหลังการถอนฟันยากมากกว่าการถอนฟันธรรมดา (p<0.05) พบอุบัติการการเกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบในขากรรไกรล่างมากกว่าในขากรรไกรบนคิดเป็น 90% และ 10% ตามลําดับพบว่าส่วนใหญ่เกิดภายหลังการถอนฟันคุด 60.6% และเป็นฟันคุดชนิดที่ไม่มีฝาเหงือกอักเสบมาก ที่สุดคิดเป็น 48.5% และพบว่าจะเกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบในวันที่สองภายหลังการถอนฟันมากที่สุดคิดเป็น 85% อาการปวดจะหายไปหลังจากได้รับการรักษา 2-4 ครั้ง สรุป พบว่าการถอนฟันยากซึ่งทําให้เกิดการบอบช้ํา (Trama) เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทําให้เกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบและ พบด้วยว่าการติดเชื้อ (Infection) ก็เป็นสาเหตุอีกประการหนึ่งด้วย ซึ่งผลที่ได้นี้สนับสนุนงานวิจัยของผู้อื่นที่เสนอ ไว้ในคำนำ


บรรณาธิการแถลง, คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Jan 1998

บรรณาธิการแถลง, คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal)

No abstract provided.


วิชาชีพสารนิเทศ ปี ค.ศ. 2006, สมศักดิ์ ศรีบริสุทธิ์สกุล Jan 1998

วิชาชีพสารนิเทศ ปี ค.ศ. 2006, สมศักดิ์ ศรีบริสุทธิ์สกุล

วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal)

No abstract provided.