Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 2161 - 2190 of 37618

Full-Text Articles in Entire DC Network

การบริหารระบบขนส่งมวลชนแบบบูรณาการกรณีของประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศสและประเทศญี่ปุ่น, นคร จันทศร, อรรถพล เก่าประเสริฐ Jan 2024

การบริหารระบบขนส่งมวลชนแบบบูรณาการกรณีของประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศสและประเทศญี่ปุ่น, นคร จันทศร, อรรถพล เก่าประเสริฐ

Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG)

In order to succeed in resolving troublesome urban transport problems, one should understand how transport demand occurs. The transport demand, which is derived demand, like the demand for a sewing machine derives from the demand for handmade clothes and the demand for marmalade derives from the demand for toast, is a result from people's need of participation in various social activities rather than the need of experiencing transportation system itself. Furthermore, travel pattern is intimately related to land use pattern, therefore instead of considering transportation and land use separately, both should be managed in parallel with each other to achieve …


การขนส่งทางถนนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน, เกษม ชูจารุกุล Jan 2024

การขนส่งทางถนนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน, เกษม ชูจารุกุล

Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG)

ปัจจุบันการขนส่งทางถนนได้พัฒนารุดหน้าไปมาก ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงจำเป็นทีจะ ต้องพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งให้เท่าเทียมกับมาตรฐานสากล เพื่อให้สามารถ เชื่อมโยงเส้นทางการค้าและขนส่งในภูมิภาคเข้าด้วยกัน บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอถึง สถานะปัจจุบันของการขนส่งทางถนนของประเทศไทย ให้ทราบถึงเส้นทางโครงข่ายต่างๆ ทั้งที่เป็น เส้นทางภายในประเทศ เส้นทางที่มีการตกลงทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี รวมไปถึงสถานการณ์ การขนส่ง ณ ด่านชายแดนที่สำคัญของประเทศ ที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งทางถนนกับประเทศ เพื่อนบ้าน การตระหนักถึงโครงสร้างพื้นฐานทางถนนเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อการตัดสินใจวางแผน งานในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลที่จำเป็นประกอบกับการพิจารณากฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ประเทศ ไทยจะนำมาใช้จัดทำแผนการดำเนินการตามความตกลงด้านการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศไทย กับประเทศเพื่อนบ้าน


การตัดสินใจเลือกใช้บริการในอู่ซ่อมเรือ : กรณีศึกษาโครงการนิคมอุตสาหกรรมอู่เรือแหลมฉบัง, กิตติพงษ์ วิสมิตะนันทน์, อนุกัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา Jan 2024

การตัดสินใจเลือกใช้บริการในอู่ซ่อมเรือ : กรณีศึกษาโครงการนิคมอุตสาหกรรมอู่เรือแหลมฉบัง, กิตติพงษ์ วิสมิตะนันทน์, อนุกัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา

Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ศึกษาปัจจัยและค่าระดับของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ บริการอู่เรือของผู้ประกอบการเดินเรือ และพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับใช้ทำนาย ความคิดการเลือกใช้อู่เรือในนิคมอุตสาหกรรมอู่เรือแหลมฉบัง การวิเคราะห์และคัดเลือกปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการอู่เรือของผู้ ประกอบการเดินเรืออาศัยเทคนิคการวิเคราะห์ 2 วิธีคือ วิธีการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยความสำคัญของ ปัจจัย และวิธีวิเคราะห์ค่าคู่อันดับ ในส่วนของการพัฒนาแบบจำลองการเลือกใช้อู่เรือในนิคมฯ จะ สำรวจข้อมูลโดยอาศัยเทคนิค Stated Preference (SP) ซึ่งเป็นเทคนิคการศึกษาการตัดสินใจเลือก ใช้บริการอู่เรือภายใต้สถานการณ์สมมติ ข้อมูลที่ได้จะนำมาพัฒนาเป็นแบบจำลองประเภทโลจิต สำหรับวิเคราะห์สถานการณ์ทางเลือกที่มีเพียง 2 ทางเลือก (Binary Logit Model) คือทางเลือกอู่เรือ ในนิคมฯ กับอู่เรือที่ผู้ประกอบการเดินเรือใช้บริการอยู่ในปัจจุบัน ผลที่ได้จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าปัจจัยที่ผู้ประกอบการอู่เรือควรให้ความสนใจเพื่อนำไป ปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ ได้แก่ ความถูกต้องของการคิดราคาค่าซ่อม การใช้วัสดุถูกต้อง ตามมาตรฐานกำหนด การซ่อมเสร็จตามเวลาที่กำหนด ความเหมาะสมของอัตราค่าซ่อม ระยะเวลา ที่ใช้ในการซ่อม ความสะดวกของสถานที่ตั้ง ความชำนาญของช่าง และ ระยะเวลาที่ใช้แก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นหน้างาน และจากการตรวจสอบแบบจำลองพบว่าผู้ประกอบการเดินเรือไม่ได้ให้ความสำคัญ กับตัวแปรระยะทางระหว่างท่าเทียบเรือสุดท้ายก่อนการนำเรือเข้าซ่อมกับอู่เรือเนื่องจากมีค่าไม่แตก ต่างจากอู่เรือที่ใช้บริการอยู่ในปัจจุบันมากนัก และจากการวิเคราะห์ค่าความยืดหยุ่นพบว่าผู้ ประกอบการเดินเรือในประเทศไทยมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงตัวแปรราคาค่าซ่อมมากกว่า การเปลี่ยนแปลงของตัวแปรระยะเวลาในการซ่อมเรือที่ลดลง


การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการวางแผนและบริหารจัดการความต้องการหลุมจอดอากาศยาน, ณัฐภรณ์ เจริญธรรม, อนุกัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา Jan 2024

การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการวางแผนและบริหารจัดการความต้องการหลุมจอดอากาศยาน, ณัฐภรณ์ เจริญธรรม, อนุกัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา

Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG)

การวิจัยนี้เป็นการศึกษาการวางแผนและบริหารจัดการหลุมจอดอากาศยาน โดยใช้ ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ (ดอนเมือง) เป็นสถานที่ตัวอย่างในการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูล ลักษณะทางกายภาพ การให้บริการลานจอดอากาศยานและพฤติกรรมการเข้ามาใช้บริการหลุม จอดของอากาศยาน เพื่อหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับเป็นเครื่อง มือช่วยในการวิเคราะห์หาความต้องการหลุมจอดและช่วยในการวางแผนและบริหารจัดการใช้หลุม จอดที่มีอยู่ตามข้อจำกัดให้เพียงพอกับความต้องการ โดยโปรแกรมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ โปรแกรมการหาความต้องการหลุมจอดซึ่งขึ้นกับตารางการบินและกลยุทธ์การใช้หลุมจอดของท่า อากาศยาน และโปรแกรมการกำหนดอากาศยานเข้าใช้หลุมจอดตามข้อจำกัดที่มีอยู่โดยจำกัดเวลา ในการใช้หลุมจอดที่มีสะพานเทียบในช่วงเวลาที่มีความต้องการหลุมจอดสูง ผลลัพธ์ของโปรแกรม ประกอบไปด้วย Gantt Chart ซึ่งแสดงการครอบครองหลุมจอดของอากาศยานในแต่ละวัน สัดส่วน เป็นร้อยละของเวลาที่หลุมจอดถูกครอบครองและจำนวนครั้งที่หลุมจอดถูกใช้ใน 1 วัน ซึ่งการหา ความต้องการหลุมจอดโดยใช้โปรแกรมแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการจำนวนหลุมจอดประเภทที่มี สะพานเทียบมากกว่าที่มีอยู่จริงภายใต้สมมติฐานที่กำหนด และผลการตรวจสอบความสมเหตุสม ผลของโปรแกรมการกำหนดอากาศยานเข้าใช้หลุมจอดเมื่อเทียบกับการปฏิบัติงานจริงของเจ้าหน้า ผู้ปฏิบัติงาน พบว่าโปรแกรมให้ผลที่สอดคล้องกับการดำเนินงานจริงได้ในระตับหนึ่ง แต่ไม่สามารถ กำหนดอากาศยานเข้าใช้หลุมจอดให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานจริงได้ทุกกรณี


การทบทวนฐานข้อมูลเพื่อการวางแผนการขนส่งในประเทศไทย, วรรณภา วัดบุญเลี้ยง Jan 2024

การทบทวนฐานข้อมูลเพื่อการวางแผนการขนส่งในประเทศไทย, วรรณภา วัดบุญเลี้ยง

Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG)

ข้อมูลด้านการขนส่งที่ถูกต้องและครบถ้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะเป็นเครื่องมือ ช่วยในการวิเคราะห์และตัดสินใจ เพื่อการวางแผนการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้ได้ทำ การศึกษาการเก็บและรวบรวมข้อมูลด้านการขนส่งจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและได้ทำการแบ่ง ประเภทของข้อมูลออกเป็น 10 ประเภท ตามลักษณะเนื้อหาของข้อมูลดังนี้ 1. อุปสงค์การขนส่งสินค้าและการเดินทาง 2. ข้อมูลผู้ประกอบการขนส่งสินค้าและบริการเกี่ยวกับการเดินทาง 3. เส้นทาง (ทางบก ทางรถไฟ ทางอากาศ ทางน้ำ ทางท่อ) 4. ยานพาหนะ (ยานพาหนะที่ใช้ขนส่งทางถนน รถไฟ อากาศยาน เรือ ท่อ) 5. ท่าขนส่งหรือสถานีขนส่ง (ท่ารถโดยสาร สถานีขนส่งรถบรรทุก ท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีรถไฟ) 6. พลังงาน (เบนซิน ดีเซล น้ำมันเครื่องบิน แก๊สธรรมชาติ ไฟฟ้า เชื้อเพลิงคุณภาพตํ่า) 7. ข้อมูลด้านราคา 8. ผลกระทบและอุบัติเหตุจากการขนส่ง 9. ข้อมูลประชากร สังคม และเศรษฐกิจ ภูมิภาค และโลก 10. การจัดระเบียบการขนส่งและข้อมูลแผนคมนาคมขนส่ง จากการศึกษาทำให้พบว่าหน่วยงานต่างๆ ที่มีการรวบรวมข้อมูลและจัดเก็บข้อมูลด้านการ ขนส่ง มีปัญหาในการเก็บและรวบรวมข้อมูล ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็จะมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ตามประเภทและลักษณะของข้อมูล


ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย : กรณีศึกษา ท่าเรือแหลมฉบัง, วาสนา แพทยานนท์ Jan 2024

ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย : กรณีศึกษา ท่าเรือแหลมฉบัง, วาสนา แพทยานนท์

Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อให้ทราบถึงระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการในด้าน ความถูกต้องรวดเร็วในการให้บริการ ความสะดวกในการติดต่อ ความสะอาด และความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของสถานที่ การรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ความเอาใจใส่ในการให้บริการของ พนักงาน และสภาพความพร้อมของพนักงาน สถานที่และเครื่องมือการให้บริการ 2) เพื่อเปรียบ เทียบระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการตามประเภทของผู้ใช้บริการและลักษณะส่วนบุคคลทั้ง 6 ด้าน 3) เพื่อให้ทราบถึงปัญหาในการให้บริการในทั้ง6ด้านพร้อมทั้งข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมผู้ใช้บริการส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจต่อการให้ บริการทั้ง 6 ด้าน ในระดับปานกลางเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านความสะอาดและความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของสถานที่ที่ผู้ใช้บริการมีระดับความพึงพอใจมาก ส่วนประเภทธุรกิจของผู้ใช้บริการที่แตกต่างกันจะมีระดับความพึงพอใจทีแตกต่างกันในด้านการรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเพียงด้านเดียว กล่าวคือผู้ใช้บริการด้านเรือจะคำนึงถึงความปลอดภัยใน การเดินเรือ, การเทียบท่าและออกจากท่า ส่วนผู้ใช้บริการด้านสินค้าจะคำนึงถึงความปลอดภัยใน การเก็บรักษาสินค้าทั่วไป สินค้าอันตราย การป้องกันการสูญหายและเสียหายของสินค้า/ตู้สินค้า เป็นต้น


Simulation Of Optimal Control Of Vaccination For Svihr Covid-19 Epidemic Model, Kantanop Yimfan Jan 2024

Simulation Of Optimal Control Of Vaccination For Svihr Covid-19 Epidemic Model, Kantanop Yimfan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Infectious disease modeling plays a crucial role in understanding and managing epidemic outbreaks. Mathematical models, combined with control strategies, can help guide effective interventions and policy making. In this study, we examined an epidemic model, so-called SV IHR, which is an extended SIR model with additional states to incorporate vaccination and treatment. Our goal is to determine parameters known as controls; specifically, the vaccination proportion, through the framework of the optimal control problems. We defined an objective function and explored the control strategies that optimize it. Numerical simulations were then performed to illustrate the dynamics of the epidemic both with …


การแสดงเดี่ยวขับร้องระดับมหาบัณฑิตโดยโซปราโนชาย ภาณุ ภัสสร์ บุนนาค, ภาณุ ภัสสร์ บุนนาค Jan 2024

การแสดงเดี่ยวขับร้องระดับมหาบัณฑิตโดยโซปราโนชาย ภาณุ ภัสสร์ บุนนาค, ภาณุ ภัสสร์ บุนนาค

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการขับร้องของนักร้องโซปราโนชาย โดยเน้นการวิเคราะห์เปรียบเทียบเทคนิคการขับร้องของนักร้องชายและหญิงในช่วงเสียงเดียวกัน และประยุกต์ใช้เทคนิคของนักร้องโซปราโนเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักร้องชายเสียงโซปราโน การวิจัยประกอบด้วยการศึกษาข้อมูลจากแหล่งวรรณกรรม คัดเลือกบทเพลงที่เหมาะสม วิเคราะห์เทคนิคการขับร้อง ตลอดจนฝึกซ้อมและแสดงเดี่ยวขับร้องในระดับมหาบัณฑิต รายการบทเพลงครอบคลุมผลงานทางวรรณกรรมจากยุคบาโรกจนถึงยุคโรแมนติก อาทิ งานของ เฮนเดล บาค โมสาร์ท ปุชชินี และ ชูเบิร์ต ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่านักร้องชายสามารถนำเทคนิคบางประการของนักร้องหญิงมาปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบคุมลมหายใจ การวางเสียง และการใช้เสียงศีรษะ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของเสียงและการถ่ายทอดอารมณ์อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเสนอแนะแบบฝึกหัดเฉพาะทางที่เหมาะสมกับนักร้องชายเสียงโซปราโนเพื่อใช้ในการพัฒนาทักษะการขับร้องในระดับสูง


ประวัติและนโยบายด้านศิลปะของกลุ่มอีเลิ้งในบริบทของศิลปะชุมชน, ธารินี รัตนเสถียร Jan 2024

ประวัติและนโยบายด้านศิลปะของกลุ่มอีเลิ้งในบริบทของศิลปะชุมชน, ธารินี รัตนเสถียร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจประวัติและนโยบายด้านศิลปะในบริบทของศิลปะชุมชนของกลุ่ม "อีเลิ้ง" (E-Lerng Artists Collective) ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปินที่ทำงานอยู่ในย่านนางเลิ้ง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 - 2567 ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายทางสังคมและวัฒนธรรมที่ชุมชนต้องเผชิญ และได้พัฒนาแนวทางจากการทำโครงการศิลปะชุมชนแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็นตัวอย่างสำคัญของศิลปะชุมชนในประเทศไทยที่ริเริ่มโดยคนในชุมชนเพื่อตอบสนองต่อปัญหาของชุมชน โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบพรรณนา การทบทวนเอกสาร งานภาคสนาม และการวิเคราะห์บริบททางสังคมและการเมืองที่กลุ่มศิลปินดำเนินงานอยู่ และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และสรุปผลการศึกษา รวมถึงสำรวจวิธีการที่เป็นเอกลักษณ์และยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในชุมชน กระบวนการคิดและการดำเนินงานของกลุ่มอีเลิ้งได้สร้างองค์ความรู้ที่มีคุณค่าในสาขาศิลปะชุมชน (Community Art) ที่มีประเด็นร่วมกับศาสตร์สาขาอื่น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านสังคม การเมือง คุณภาพชีวิต ไปจนถึงประเด็นทางประวัติศาสตร์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนานโยบายศิลปะในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบของศิลปะชุมชน (Community Art) ศิลปะที่มีส่วนร่วมทางสังคม (Socially Engaged Art) ศิลปะแห่งการมีส่วนร่วม (Participatory Art) และศิลปะแบบกิจกรรม (Activity-based art)


อนาคตภาพและข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารวิชาการโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ ตามแนวคิดจิตสำนึกความเป็นสากล, รัตนพงศ์ ตุมพสุวรรณ Jan 2024

อนาคตภาพและข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารวิชาการโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ ตามแนวคิดจิตสำนึกความเป็นสากล, รัตนพงศ์ ตุมพสุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและวิเคราะห์กรอบแนวคิดคุณลักษณะจิตสำนึกความเป็นสากล และกรอบแนวคิดการบริหารวิชาการของโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program) 2) สร้างภาพอนาคตของการบริหารวิชาการโครงการ English Program ภายใต้แนวคิดจิตสำนึกความเป็นสากล และ 3) เสนอข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารวิชาการโครงการ English Program เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างมีทิศทางและยั่งยืน การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพภายใต้กรอบการวิจัยเชิงคาดการณ์อนาคต (Foresight Research) ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ (1) การศึกษาทบทวนวรรณกรรมและกรอบแนวคิดที่เกี่ยวข้อง (2) การวิเคราะห์แนวโน้มและปัจจัยขับเคลื่อนอนาคต ด้วยวิธีการกวาดสัญญาณ และ (3) การสร้างฉากทัศน์อนาคต (Scenario Building) ผ่านกระบวนการประชุมเชิงปฏิบัติการคาดการณ์อนาคต (Future Workshop) ร่วมกับกับผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เกี่ยวข้อง 16 คน พร้อมการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน ผลการวิจัยนำเสนอภาพอนาคตของการบริหารวิชาการโครงการ EP ในช่วงเวลา 10 ปีข้างหน้าในรูปแบบฉากทัศน์จำนวน 4 รูปแบบ ได้แก่ 1) EP Opportunity Nation: ห้องเรียนแห่งโอกาสที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม 2) The Human Advantage EP: ห้องเรียนที่เน้นการพัฒนาทุนมนุษย์สามภาษา ข้ามวัฒนธรรม เพื่อความเป็นเลิศเหนือเทคโนโลยี 3) National EP Blueprint: การปฏิรูประบบ EP อย่างเป็นระบบตามแนวนโยบายระดับชาติ และ 4) Bridge the Gap EP: ห้องเรียนที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบทในบริบทสากล โดยฉากทัศน์ที่ได้รับการประเมินว่ามีความเหมาะสมในการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติได้จริงสูงสุด คือ “The Human Advantage EP” ซึ่งเน้นการบูรณาการภาษา เทคโนโลยี และทักษะมนุษย์ เพื่อผลิตพลเมืองโลกที่มีความสามารถในการอยู่ร่วมกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างมีคุณภาพ จากฉากทัศน์อนาคตที่ได้รับการเลือกเป็นอนาคตพึงประสงค์ (Preferable Future) ผู้วิจัยจึงได้จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการวัดประเมินผล จำแนกตามระยะสั้น กลาง และยาว โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบที่ยืดหยุ่น ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง …


การศึกษาสมรรถนะตามบันไดวิชาชีพของพยาบาลหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลตติยภูมิขั้นสูง, อาภาภรณ์ ธนากรพรสวัสดิ์ Jan 2024

การศึกษาสมรรถนะตามบันไดวิชาชีพของพยาบาลหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลตติยภูมิขั้นสูง, อาภาภรณ์ ธนากรพรสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงพรรณนานี้ ศึกษาสมรรถนะตามบันไดวิชาชีพของพยาบาลหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลตติยภูมิขั้นสูง ด้วยเทคนิคการวิจัยแบบเดลฟาย ผู้ให้ข้อมูลคือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญจำนวน 18 คน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1) พยาบาลผู้เชี่ยวชาญการดูแลผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 6 คน 2) หัวหน้าหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 4 คน 3) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 3 คน 4) พยาบาลผู้ปฏิบัติการขั้นสูงด้านอายุรศาสตร์และศัลยศาสตร์จำนวน 3 คน และ 5) อาจารย์พยาบาลผู้เชี่ยวชาญการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 2 คน ดำเนินการวิจัย 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) สัมภาษณ์เกี่ยวกับสมรรถนะพยาบาลตามบันไดวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย พยาบาลระดับปฏิบัติการ ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญ 2) วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างแบบสอบถามเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินระดับความสำคัญ และ 3) คำนวณค่ามัธยฐานและค่าพิสัยระหว่างควอไทล์เพื่อสรุปผล ผลการศึกษาพบว่า สมรรถนะตามบันไดวิชาชีพของพยาบาลหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลตติยภูมิขั้นสูง ประกอบด้วย 8 ด้าน ดังนี้ 1) การปฏิบัติการพยาบาลในระยะวิกฤต 2) การบริหารยาความเสี่ยงสูงที่ใช้ในผู้ป่วยวิกฤต 3) การป้องกันภาวะแทรกซ้อน 4) การฟื้นฟูสภาพหลังพ้นวิกฤต 5) การสื่อสารและประสานงานเพื่อการรักษาพยาบาล 6) การพยาบาลระยะท้าย 7) การใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลทางการแพทย์ และ 8) การจัดการและพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วย ซึ่งพยาบาลที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยประกอบด้วยพยาบาลระดับปฏิบัติการ ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญที่มีสมรรถนะทั้ง 8 ด้าน แต่สมรรถนะย่อยมีความแตกต่างกัน ดังนี้ 1) ระดับปฏิบัติการ เน้นงานพื้นฐานภายใต้การดูแล 2) ระดับชำนาญการ สามารถดูแลผู้ป่วยซับซ้อนและทำงานเป็นทีมได้ 3) ระดับชำนาญการพิเศษ สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ และ 4) ระดับเชี่ยวชาญ สามารถพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ทำให้คุณภาพการดูแลผู้ป่วยดีขึ้น การศึกษานี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการประเมินสมรรถนะและมอบหมายงานตามความสามารถของพยาบาลแต่ละระดับ


ประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็ง, อัจฉรียา คุ้มญาติ Jan 2024

ประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็ง, อัจฉรียา คุ้มญาติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็ง ซึ่งประกอบด้วยศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับลำดับการรักษาโรคมะเร็ง วิธีการรักษาโรคมะเร็ง ยารักษาโรคมะเร็ง ตัวชี้วัดผลการรักษา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการจัดทำประมวลศัพท์ และนำประมวลศัพท์ที่ได้มาใช้อ้างอิงสำหรับผู้ที่ต้องทำความเข้าใจข้อมูลยารักษาโรคมะเร็งในระดับที่เกี่ยวข้อง เช่น อาสาสมัครโครงการวิจัยยามะเร็ง นักศึกษา นักแปล และผู้สนใจ การจัดทำประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็งนี้ได้อ้างอิงจากทฤษฎีและแนวทางการทำประมวลศัพท์ที่นักศัพทวิทยาเสนอไว้ โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การกำหนดหัวข้อ วัตถุประสงค์และขอบเขตการศึกษาในการจัดทำประมวลศัพท์ 2) การทบทวนวรรณกรรมทางศัพทวิทยาและการศึกษาข้อมูลยารักษาโรคมะเร็ง 3) การสร้างคลังข้อมูลภาษา และการดึงศัพท์จากคลังข้อมูลภาษา 4) การกำหนดมโนทัศน์สัมพันธ์ของศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็งและ 5) การบันทึกข้อมูลศัพท์เบื้องต้น การบันทึกข้อมูลศัพท์ และการเขียนคำนิยามเพื่อกำหนดศัพท์เทียบเคียงในภาษาไทย ประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็งประกอบด้วยศัพท์ทั้งหมด 30 คำ โดยจัดเรียงตามกลุ่มมโนทัศน์สัมพันธ์ และลำดับของมโนทัศน์ในมโนทัศน์สัมพันธ์ การนำเสนอศัพท์แต่ละคำประกอบด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษ ศัพท์ภาษาไทย ขอบเขตข้อมูลที่พบศัพท์ มโนทัศน์สัมพันธ์พร้อมคำอธิบาย บริบทที่พบศัพท์ นิยามศัพท์ รูปศัพท์อื่น ประเภทของคำทางไวยากรณ์ และข้อมูลอ้างอิง


Metaphors Of Nature In Zen Buddhism By Thich Nhat Hanh, Usana Larbprasertporn Jan 2024

Metaphors Of Nature In Zen Buddhism By Thich Nhat Hanh, Usana Larbprasertporn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the nature metaphors employed by Thich Nhat Hanh, a renowned Vietnamese monk and Zen Buddhist master, in his teachings of various abstract Zen Buddhist concepts. It further examines the conceptual metaphors underlying those expressions by applying the theoretical framework of Lakoff and Johnson’s Conceptual Metaphor Theory. Data were collected from 14 of Thich Nhat Hanh’s best-selling English books. The findings reveal two main groups of nature metaphors—living and non-living entities—comprising ten subgroups: plant, human, and animal metaphors (living); and water/bodies of water, place, fire, light, celestial objects, earth, and wind metaphors (non-living). These metaphors reflect eleven core …


การออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์บริการบนบานยุคใหม่จากแนวคิด คราวด์ ทรัสติ้ง และการกระจายศูนย์, อิงกวี ธนสัมปัตติ Jan 2024

การออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์บริการบนบานยุคใหม่จากแนวคิด คราวด์ ทรัสติ้ง และการกระจายศูนย์, อิงกวี ธนสัมปัตติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในยุคที่สังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนเริ่มแสวงหาวิธีใหม่ในการสร้างความสำเร็จและความมั่นคงในชีวิต แนวคิดเรื่องการบนบานหรือการขอพรซึ่งเคยผูกโยงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว ได้เปลี่ยนไปสู่การสร้างพลังศรัทธาร่วมในสังคม โดยเชื่อว่าทุกสิ่งและทุกคนรอบตัวสามารถเป็นที่พึ่งได้ (Crowd Trusting) ผ่านการมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงพลังจากหลายบุคคล (Decentralization) งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับแบรนด์บริการบนบานยุคใหม่ที่สะท้อนแนวคิด Crowd Trusting และ Decentralization โดยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อ การบนบาน แนวคิด Crowd Trusting และ Decentralization รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันและการสร้างแบรนด์ ร่วมกับการศึกษาเชิงคุณภาพผ่านสัมภาษณ์และแบบสอบถามกลุ่มเป้าหมาย Generation Z โดยเฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์การบนบานแบบไม่ยึดโยงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยตรง ผลการวิจัยพบว่า แบรนด์ควรสื่อสารผ่านแนวคิด “Together We Shine” เพื่อสะท้อนพลังของการรวมและการสร้างสรรค์ร่วมกัน โดยมีบุคลิกภาพแบรนด์ที่เข้มแข็ง สนุกสนาน และทันสมัย (Forceful, Enjoyable, Cheerful และ Modern) อัตลักษณ์ของแบรนด์สอดคล้องกับ Brand Archetype ประเภท The Creator ที่เน้นการริเริ่มสิ่งใหม่และสร้างนวัตกรรมแตกต่าง แนวทางการออกแบบเรขศิลป์ที่เหมาะสม ได้แก่ การสร้างภาพลักษณ์ที่ให้ประสบการณ์สนุกสนาน แปลกใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดภาพลักษณ์ทางศรัทธาแบบดั้งเดิม แต่เน้นการสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากผู้ใช้ ผ่านการออกแบบแนว Illustration ที่สะท้อนแนวคิดร่วมสมัยอย่างมีประสิทธิภาพ


การจัดลำดับความสำคัญของบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์โดยคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, ลักษณ์สิปาง สาครวิจิตรี Jan 2024

การจัดลำดับความสำคัญของบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์โดยคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้โดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, ลักษณ์สิปาง สาครวิจิตรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันตลาดโมไบล์แอปพลิเคชันมีการแข่งขันสูง นักพัฒนาจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซึ่งบ่งบอกถึงความคิดเห็นและประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาฟังก์ชันการทำงานให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม แอปพลิเคชันยอดนิยมมักมีบทวิจารณ์จำนวนมาก ทำให้เกิดข้อจำกัดในการที่นักพัฒนาจะสามารถอ่านและวิเคราะห์บทวิจารณ์ทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว งานวิจัยฉบับนี้จึงนำเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องเข้ามาช่วยในการจำแนกประเภทของบทวิจารณ์ โดยพิจารณาจากเนื้อหาในบทวิจารณ์ของผู้ใช้ซึ่งอาจสะท้อนถึงปัญหา ข้อบกพร่อง หรือข้อเสนอในการพัฒนาฟังก์ชันใหม่ ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้จัดลำดับความสำคัญของการแก้ไขปรับปรุงตามผลกระทบที่มีต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ งานวิจัยนี้ได้กำหนดหมวดหมู่ของบทวิจารณ์ไว้ทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ ปัญหาด้านความจำเป็นพื้นฐาน, ปัญหาด้านการปฏิบัติ, ปัญหาด้านความเพลิดเพลิน, ปัญหาด้านความแปลกใหม่ และปัญหาอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนลำดับความสำคัญของปัญหาจากมุมมองของผู้ใช้ ในการพัฒนาโมเดลการเรียนรู้ของเครื่องพบว่าโมเดลเบิร์ตมีประสิทธิภาพสูงกว่าโมเดลเอสวีเอ็ม แรนดอมฟอเรสต์ และโลจิสติกรีเกรสชัน โดยมีค่าความเที่ยงเป็น 0.72 ค่าเรียกกลับเป็น 0.719 ค่าเอฟวันเป็น 0.719 และค่าความแม่นเป็น 0.722 นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันต้นแบบที่ใช้โมเดลเบิร์ตที่สร้างขึ้น เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำไปใช้วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของงานการบำรุงรักษาโมไบล์แอปพลิเคชัน โดยเว็บแอปพลิเคชันจะช่วยลดภาระในการอ่านบทวิจารณ์จำนวนมาก พร้อมทั้งสกัดข้อมูลที่สำคัญออกมาให้เห็นภาพรวมของความต้องการของผู้ใช้


พฤติกรรมการสื่อสารและบทบาทของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของมาสคอตบัตเตอร์แบร์, อิงฟ้า งามวงษ์วาน Jan 2024

พฤติกรรมการสื่อสารและบทบาทของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของมาสคอตบัตเตอร์แบร์, อิงฟ้า งามวงษ์วาน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการสื่อสารของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของ Butterbear เป็นอย่างไร และบทบาทของแฟนคลับกลุ่มมัมหมีของ Butterbear เป็นอย่างไร โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-dept Interview) แฟนคลับของ Butterbear สัญชาติไทย ที่มีลักษณะเป็นมัมหมี จำนวน 12 คน ในช่วงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มแฟนคลับมัมหมีของมาสคอต Butterbear ใช้วิธีโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร โดยแพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ TikTok, Openchat และการแสดงออกบนพื้นที่ทางกายภาพ เพื่อการแสดงอัตลักษณ์ เพื่อการสื่อสารระหว่างแฟนคลับมัมหมีและ Butterbear และเพื่อสร้างและธำรงวัฒนธรรมแฟนคลับ นอกจากนี้ยังพบว่าความลึกซึ้งในการตีความ Butterbear ของแฟนคลับในแต่ละกลุ่มจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการเปิดรับ Butterbear ในรูปแบบต่างๆ ตามความต้องการส่วนบุคคลที่ยังขาดหายในชีวิตของแต่ละคน แฟนคลับกลุ่มมัมหมีไม่ได้มองคาแรกเตอร์ของ Butterbear เป็นเพียงแค่คาแรกเตอร์ทั่วไป แต่ยังมองลึกไปถึงความเป็นมนุษย์ของบุคคลผู้สวมบทบาท Butterbear


Are Healthcare Stocks A Safe Haven During Covid-19? : An Analysis Of Stock Return And Sector Segmentation Across Developed And Emerging Markets, Attani Tuwatchai Jan 2024

Are Healthcare Stocks A Safe Haven During Covid-19? : An Analysis Of Stock Return And Sector Segmentation Across Developed And Emerging Markets, Attani Tuwatchai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines whether the healthcare sector functioned as a safe haven during the COVID-19 pandemic by analyzing its time-varying correlation with major market indices across developed and emerging economies. Utilizing a multi-method approach—centered on the DCC-GARCH model and supported by OLS regression—the research investigates how health crises and public policy responses influenced sector-level market dynamics. The analysis focuses on three main areas: the evolution of correlation structures before and during the pandemic, the influence of pandemic-related factors on correlation strength, and differences between developed and emerging markets. Although a Probit model was initially applied to estimate the likelihood of …


Tuning Selectivity Of Ni/Al2o3 Catalysts In Co2 Hydrogenation By Addition Of N, S-Doped Carbon, Nipitpon Jarumalai Jan 2024

Tuning Selectivity Of Ni/Al2o3 Catalysts In Co2 Hydrogenation By Addition Of N, S-Doped Carbon, Nipitpon Jarumalai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the enhancement of Ni/Al₂O₃ catalysts for CO₂ hydrogenation by incorporating nitrogen and sulfur co-doped carbon (NSC). A series of catalysts Ni/Al2O3 and its NSC-modified counterparts (Ni1NSC/Al2O3, Ni3NSC/Al2O3, Ni7NSC/Al2O3, and Ni15NSC/Al2O3) were synthesized via thermal treatment under a nitrogen atmosphere and systematically characterized. Techniques including TGA, Raman spectroscopy, and XPS confirmed successful NSC incorporation. Further structural and surface analysis using TEM, XRD, CO-IR, CO2-TPD, H2-TPD, and H2-TPR revealed that NSC modification influenced Ni dispersion, surface basicity, hydrogen activation, and the electronic state of Ni species. Catalytic performance was evaluated in a fixed-bed reactor under a CO2:H2 ratio of …


The Roles Of Inward Fdi On Environmental Quality In Asian Countries, Onpreeya Kunthong Jan 2024

The Roles Of Inward Fdi On Environmental Quality In Asian Countries, Onpreeya Kunthong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the impact of inward foreign direct investment (FDI) on environmental quality across 31 Asian countries from 1990 to 2020. These countries are categorized into three income groups: 14 lower-middle income, 10 upper-middle income, and 7 high-income countries. Environmental quality is assessed using two key indicators—carbon dioxide (CO₂) and fine particulate matter (PM2.5) emissions. To capture both the short- and long-run dynamics, the research uses the panel Autoregressive Distributed Lag (ARDL) technique within the STIRPAT (Stochastic Impacts by Regression on Population, Affluence, and Technology) model framework. The study is based on two competing hypotheses: the pollution halo hypothesis, …


The Role Of Ferroptosis In Cholangiocarcinoma, Apiwit Sae-Fung Jan 2024

The Role Of Ferroptosis In Cholangiocarcinoma, Apiwit Sae-Fung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cholangiocarcinoma (CCA) is a highly heterogeneous and aggressive malignancy of the bile ducts, characterized by a poor prognosis and high mortality rate. Despite advancements in treatment, effective targeted therapies and reliable prognostic biomarkers remain limited. Ferroptosis, a regulated form of cell death, has emerged as a potential therapeutic target in various cancers. However, its role in CCA remains poorly understood. In this study, we conducted a comprehensive analysis of ferroptosis-related genes (FRGs) to predict the prognosis of CCA and identify potential therapeutic targets. Using the least absolute shrinkage and selection operator (LASSO) Cox regression analysis on a training dataset, followed …


Effects Of Circuit Training Program On Discipline And Futsal Shooting Ability Of Lower Secondary Students, Rapeepong Poolsawat Jan 2024

Effects Of Circuit Training Program On Discipline And Futsal Shooting Ability Of Lower Secondary Students, Rapeepong Poolsawat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


มโนทัศน์เรื่องสภาวะจิตเกาะเกี่ยวร่วมในทัศนะของจอร์จ เฮอเบิร์ต มี้ด, ทัตดนัย คมคันสร Jan 2024

มโนทัศน์เรื่องสภาวะจิตเกาะเกี่ยวร่วมในทัศนะของจอร์จ เฮอเบิร์ต มี้ด, ทัตดนัย คมคันสร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สภาวะจิตเกาะเกี่ยวร่วม เป็นมโนทัศน์สำคัญอันหนึ่งในการทำความเข้าใจความเป็นจริงทางสังคมและปรากฏการณ์ของความเป็นกลุ่ม โดยบ่งถึงความสามารถทางจิตของปัจเจกบุคคลที่จะมุ่งหมายหรือสัมพันธ์กับวัตถุ สภาวการณ์ ประพจน์ หรือการกระทำในฐานะ “กลุ่ม” (หรือในฐานะพวกเรา) วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษามโนทัศน์เรื่องความตั้งใจกระทำการร่วม ซึ่งเป็นประเด็นย่อยอันหนึ่งในข้อถกเถียงเรื่องสภาวะจิตเกาะเกี่ยวร่วม และเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่มีการถกเถียงกันในภววิทยาสังคม ปรัชญาจิต และปรัชญาการกระทำ แนวทางและคำอธิบายแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับความเข้าใจที่มีต่อมโนทัศน์ดังกล่าว สามารถแบ่งออกได้เป็นสามแนวทางของนักคิดสามคน ได้แก่ แนวทางแบบมุ่งเน้นเนื้อหา ของไมเคิล แบรทแมน แนวทางแบบมุ่งเน้นองค์ประธาน ของมากาเร็ต กิลเบอร์ต และแนวทางแบบมุ่งเน้นรูปแบบทางจิต ของจอห์น เซิร์ล วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งเสนอข้อถกเถียงว่าทั้งสามแนวทางต่างเผชิญข้อท้าทายเชิงทฤษฎีบางประการ กล่าวคือ สองแนวทางแรกเผชิญปัญหาเรื่องการให้คำอธิบายเป็นวงกลม ส่วนแนวทางที่สามเผชิญปัญหาเรื่องการเข้าใจธรรมชาติของสภาวะจิตเกาะเกี่ยวแบบภายในนิยม ที่ขาดมิติเชิงความสัมพันธ์ จากนั้นจะเสนอทางเลือกคำอธิบายใหม่โดยอาศัยแนวคิดของจอร์จ เฮอเบิร์ต มี้ดเรื่องตัวตนทางสังคม ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาและให้คำอธิบายปรากฏการณ์ความตั้งใจกระทำการร่วมได้ดีกว่าแนวทางที่ผ่านมา


แนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ของผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว, ศจี คันธยศ Jan 2024

แนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ของผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว, ศจี คันธยศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเชิงคุณภาพนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงสถานการณ์และคุณลักษณะของผู้ประกาศข่าวที่มีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ และแนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะดังกล่าวสำหรับผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว โดยใช้วิธีการเชิงปฏิบัติการ ด้วยการวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยเพื่อสร้างเครื่องมือสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว จำนวน 6 ท่าน จากนั้นนำข้อมูลจากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์ร่วมกับเอกสารและงานวิจัยเพื่อสังเคราะห์เป็นแนวทางกระบวนการฝึกอบรม ผ่านการตรวจสอบความตรงและความเที่ยงโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ก่อนนำไปฝึกอบรมจริงกับกลุ่มผู้ประกาศข่าว จำนวน 7 คน ผลการวิจัยสรุปได้ 3 ประเด็นดังนี้ ประเด็นที่ 1 ลักษณะสถานการณ์ที่จำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ ดังนี้ 1) อ่านข่าวที่มีเนื้อหาสะเทือนใจเกี่ยวกับเด็ก 2) ทราบข่าวร้ายกะทันหัน 3) หยุดหัวเราะไม่ได้ และ 4) อ่านข่าวที่มีเนื้อหาความรุนแรง ประเด็นที่ 2 คุณลักษณะของผู้ประกาศข่าวที่มีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ ดังนี้ 1) มีสติ 2) สลัดทิ้งสิ่งที่วิตกกังวลได้ทันที 3) มีทีมเวิร์ค 4) เปลี่ยนความสนใจที่รบกวนให้มาอยู่กับตัวเองแทน ประเด็นที่ 3 แนวทางการสร้างกระบวนการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ของผู้ประกาศข่าวประเภทรายการเล่าข่าว ในส่วนนี้ผู้วิจัยนำผลของคำถามนำวิจัยข้อที่ 1 และคำถามนำวิจัยข้อที่ 2 มาสังเคราะห์ด้วย “รูปแบบกระบวนการฝึกอบรม” โดยนำ “แนวคิดจิตตปัญญาศึกษา” มาเป็นรากฐานของหลักสูตร ออกแบบการจัดฝึกอบรมด้วย “แนวคิดการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน” และ “แนวคิดสื่อสารการแสดง” จนนำมาสู่ 9 หัวข้อกิจกรรม โดยผลประเมินการอบรมจากแนวทางดังกล่าวพบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมมีทักษะการสื่อสารเชิงอารมณ์ที่ดีขึ้น มีสมาธิ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างไหลลื่น สามารถรับรู้บุคลิกภาพการสื่อสารของตนเอง รวมถึงสามารถจัดการอารมณ์ความเครียดที่เกิดจากการเล่าข่าวประจำวัน


ผลของโปรแกรมการให้ข้อมูล การเสริมสร้างแรงจูงใจ และการพัฒนาทักษะต่อพฤติกรรมการใช้ยาฉีดอินซูลินของวัยรุ่นเบาหวานชนิดที่ 1, ศุจิกา คมจักรพันธุ์ Jan 2024

ผลของโปรแกรมการให้ข้อมูล การเสริมสร้างแรงจูงใจ และการพัฒนาทักษะต่อพฤติกรรมการใช้ยาฉีดอินซูลินของวัยรุ่นเบาหวานชนิดที่ 1, ศุจิกา คมจักรพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการให้ข้อมูล การเสริมสร้างแรงจูงใจ และการพัฒนาทักษะ ต่อพฤติกรรมการใช้ยาฉีดอินซูลินของวัยรุ่นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โดยอิงตามกรอบแนวคิดของ Fisher และคณะ (2003) กลุ่มตัวอย่างเป็นวัยรุ่นอายุ 12–18 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และได้รับการรักษาที่คลินิกโรคเบาหวาน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี มาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน และใช้ปากกาอินซูลิน จำนวน 24 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 12 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือวิจัยคือแบบประเมินพฤติกรรมการใช้ยาฉีดอินซูลิน ซึ่งมีค่าความตรงเชิงเนื้อหา 0.96 และค่าความเที่ยงรวม 0.76 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Wilcoxon Signed-Rank Test และ Mann-Whitney U Test ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนพฤติกรรมการใช้ยาฉีดอินซูลินสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหลังเข้าร่วมโปรแกรม (W = 4.5, p = .01) อย่างไรก็ตาม คะแนนระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังการทดลองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (U = 83.0, p = .54)


การใช้แสงไฟในเวลากลางคืนจากดาวเทียม คาดการณ์การใช้น้ำประปาของประเทศไทย, เจษฎายุทธ ไกรนรา Jan 2024

การใช้แสงไฟในเวลากลางคืนจากดาวเทียม คาดการณ์การใช้น้ำประปาของประเทศไทย, เจษฎายุทธ ไกรนรา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้นำเสนอการใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายแสงไฟในเวลากลางคืนจากดาวเทียม (Night time light) และข้อมูลอื่น ๆ จากดาวเทียม มาเปรียบเทียบความสัมพันธ์กับการใช้น้ำประปา (ปริมาณน้ำจำหน่าย) ของจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยวิธีการหาความสัมพันธ์ของปริมาณน้ำจำหน่ายกับข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม เปรียบเทียบกับ ความสัมพันธ์ของปริมาณน้ำจำหน่าย กับข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัด (GPP) จำนวนประชากรรายจังหวัด (POP) โดยการประยุกต์ใช้โปรแกรม QGIS แปลงข้อมูลจากดาวเทียม ได้แก่ ค่าแสงไฟในเวลากลางคืน (NTL) ค่าพื้นที่เมือง (URBAN) และค่าอุณหภูมิพื้นผิวในเวลากลางวัน (TEMP_DAY) ออกมาเป็นตัวเลขค่าเฉลี่ยรายจังหวัด เมื่อนำผลลัพธ์ที่ได้มาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำจำหน่ายกับข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม พบว่าข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมสามารถใช้เป็นตัวแทนของข้อมูลจากภาครัฐได้ค่อนข้างดี คือสามารถใช้เป็นตัวได้จำนวน 3 กลุ่มจังหวัด คิดเป็นร้อยละ 28 ของทั้งประเทศ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าแสงไฟในเวลากลางคืน และข้อมูลอื่น ๆ จากดาวเทียมสามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดและนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนการขยายระบบประปาในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำสำคัญ: แสงไฟในเวลากลางคืน (Nighttime Light), การใช้น้ำประปาของประเทศไทย


การพัฒนาโมเดลรู้จำภาษามือไทยโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกเพื่อการสื่อสารระหว่างนิสิตครูกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ : การประยุกต์โมเดลซีเอ็นเอ็นร่วมกับอาร์เอ็นเอ็น, ธีรวิชญ์ คะรานรัมย์ Jan 2024

การพัฒนาโมเดลรู้จำภาษามือไทยโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกเพื่อการสื่อสารระหว่างนิสิตครูกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ : การประยุกต์โมเดลซีเอ็นเอ็นร่วมกับอาร์เอ็นเอ็น, ธีรวิชญ์ คะรานรัมย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์ภาษามือไทยที่ครูใช้สื่อสารกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในชั้นเรียน 2) เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพโมเดลรู้จำภาษามือไทยโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึก และ 3) เพื่อวิเคราะห์ผลการใช้โมเดลรู้จำภาษามือไทยเพื่อสนับสนุนการสื่อสารระหว่างนิสิตครูกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ การวิจัยแบ่งเป็น 3 ตอน ตอนที่ 1 การวิเคราะห์ภาษามือไทยที่ครูใช้สื่อสารกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในชั้นเรียน ตัวอย่างวิจัยคือครูการศึกษาพิเศษในโรงเรียนสอนคนหนูหนวก เครื่องมือวิจัยคือแบบสอบถามความถี่การใช้งานประโยคภาษามือ และวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามโดยใช้ค่าเฉลี่ยและร้อยละ ตอนที่ 2 การพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพโมเดลรู้จำภาษามือไทยโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึก ตัวอย่างวิจัยคืออาสาสมัครที่มีความสามารถในการใช้ภาษามือ การวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยเลือกใช้โมเดลการเรียนรู้เชิงลึก convolutional neural network (CNN) ร่วมกับ recurrent neural network (RNN) จำนวน 4 โมเดล ในการพัฒนาโมเดลรู้จำภาษามือไทยจำนวน 20 ประโยค โดยใช้ข้อมูลจากวิดีโอที่ถ่ายทำกับอาสาสมัคร จากนั้นเปรียบเทียบประสิทธิภาพของโมเดลโดยพิจารณาจากความถูกต้อง ขนาดของโมเดล เวลาที่ใช้ในการฝึกสอนโมเดล และเวลาที่ใช้ในการทำนาย เพื่อนำโมเดลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดไปใช้ประเมินประสิทธิภาพของโมเดลในการจำแนกประโยคภาษามือในภาพรวมและในแต่ละประโยคโดยใช้ค่า accuracy precision recall และ F1-score ตอนที่ 3 การวิเคราะห์ผลการใช้โมเดลรู้จำภาษามือไทยเพื่อสนับสนุนการสื่อสารระหว่างนิสิตครูกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ตัวอย่างวิจัยคือนิสิตครู เครื่องมือวิจัยคือแบบสอบถามการใช้โมเดลรู้จำภาษามือไทย และวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามโดยใช้ค่าเฉลี่ย ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาษามือที่ใช้ในชั้นเรียนมักเป็นประโยคที่สั้นและกะทัดรัดมากกว่าภาษาพูด และภาษามือที่ใช้มากที่สุดจัดอยู่ในหมวดการเสริมแรง 2) การพัฒนาโมเดลรู้จำภาษามือไทยโดยใช้โมเดล EfficientNetB0 ร่วมกับ GRU สามารถจำแนกประโยคภาษามือได้มีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในด้านความถูกต้อง ขนาดของโมเดล เวลาที่ใช้ในการฝึกสอนโมเดล และเวลาที่ใช้ในการทำนาย และ 3) การประเมินประสิทธิภาพของโมเดลรู้จำภาษามือไทยโดยใช้ข้อมูลชุดทดสอบ โมเดลมีค่า accuracy เท่ากับ 0.78 ค่าเฉลี่ย precision เท่ากับ 0.79 ค่าเฉลี่ย recall เท่ากับ 0.78 และค่าเฉลี่ย F1-score เท่ากับ 0.78 โดยประโยคที่โมเดลสามารถจำแนกได้ดี ได้แก่ พร้อมยัง เข้าใจ และรู้ไหม และประโยคที่โมเดลจำแนกได้ไม่ดี ได้แก่ งานสวย ทำได้ไหม และถูกหรือผิด 4) การใช้โมเดลรู้จำภาษามือไทยสามารถช่วยสนับสนุนการสื่อสารระหว่างนิสิตครูกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษได้ในระดับปานกลาง


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง ‘พัทธ์ธีรา เอฟเฟค’ บทเพลงเปียโนแห่งจิตตานุภาพเพื่อจิตและปัญญา, พัทธ์ธีรา สุตัณฑวิบูลย์ Jan 2024

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง ‘พัทธ์ธีรา เอฟเฟค’ บทเพลงเปียโนแห่งจิตตานุภาพเพื่อจิตและปัญญา, พัทธ์ธีรา สุตัณฑวิบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและประพันธ์บทเพลงที่ส่งเสริมการนอนหลับ โดยอ้างอิงจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ ได้แก่ แพทย์ นักบำบัด และนักจิตวิทยา ผ่านการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามแบบมีโครงสร้าง ผู้วิจัยนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลและข้อเสนอแนะไปสร้างสรรค์บทเพลง ‘พัทธ์ธีรา เอฟเฟค’ บทเพลงเปียโนแห่งจิตตานุภาพ เพื่อจิตและปัญญา สำหรับบรรเลงโดยเปียโนและเชมเบอร์ออเคสตราซึ่งประกอบด้วยเครื่องลมไม้ (ฟลูต โอโบ คลาริเน็ต บาสซูน) เครื่องลมทองเหลือง (ฮอร์น) เครื่องสาย (ไวโอลิน วิโอลา เชลโล ดับเบิลเบส) และอิเล็กโทน ความยาวประมาณ 30-40 นาที มี 3 ท่อน ได้แก่ 1) นิทราใต้แสงจันทร์ 2) ภาพฝัน และ 3) รุ่งสางเลือนราง


Analysis Of Sediment-Discharge Hysteresis With The Interaction Of Hydrologic And Landscape Factors In The Upper Ping And Nan River Basin, Thailand, Soklin It Jan 2024

Analysis Of Sediment-Discharge Hysteresis With The Interaction Of Hydrologic And Landscape Factors In The Upper Ping And Nan River Basin, Thailand, Soklin It

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Understanding landscape and climate influences on sediment transport is critical for managing river basins sustainably. This study investigates hydrological-sediment dynamics in the upper Ping and Nan River Basins in northern Thailand. The research focuses on three objectives: (1) identifying types and temporal trends of hysteresis between discharge and sediment concentration (Q–SSC); (2) quantifying interactions among hydrological and vegetation variables using Principal Component Analysis (PCA); and (3) analyzing structural relationships among climate, vegetation, and sediment transport through Partial Least Squares Structural Equation Modeling (PLS-SEM). Hysteresis analysis revealed significant spatial and temporal variability in sediment dynamics. The Ping River Basin (stations P.75, …


ผลของการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือดที่มีต่อพลังกล้ามเนื้อและความสามารถทางกีฬาฟันดาบสากลในนักกีฬาฟันดาบมือสมัครเล่น, นวินทร์ สุนทรเกตุ Jan 2024

ผลของการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือดที่มีต่อพลังกล้ามเนื้อและความสามารถทางกีฬาฟันดาบสากลในนักกีฬาฟันดาบมือสมัครเล่น, นวินทร์ สุนทรเกตุ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการฝึกพลัยโอเมตริก และการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือด ที่มีต่อสมรรถภาพทางกีฬาฟันดาบสากล พลังกล้ามเนื้อ ความสามารถในการใช้พลังงานแบบแอโรบิกและแอนแอโรบิก รวมถึงการทรงตัวในนักกีฬาฟันดาบสากลสมัครเล่น กลุ่มตัวอย่างเป็นนักกีฬาฟันดาบสากลอายุเฉลี่ย 21.3 ± 3 ปี จำนวน 46 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มควบคุม (CON) จำนวน 14 คน 2) กลุ่มฝึกพลัยโอเมตริก (PLY) จำนวน 16 คน และ 3) กลุ่มฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือด (PLY+BFR) จำนวน 16 คน ทั้งสามกลุ่มได้รับการฝึกฟันดาบ 3 วันต่อสัปดาห์ โดยมีการควบคุมปริมาณการฝึกฟันดาบแบ่งเป็นการฝึกการเคลื่อนไหว การฝึกทักษะ และการฝึกแข่งขัน รวมระยะเวลาการฝึกฟันดาบ 1.5 - 2 ชั่วโมงต่อวัน กลุ่ม PLY และ PLY+BFR มีการฝึกเสริมด้วยการฝึกพลัยโอเมตริก 2 วันต่อสัปดาห์ ฝึก 4 ท่าในแต่ละวัน ซึ่งเป็นท่าฝึกที่เน้นการเคลื่อนไหวในแนวนอน (horizontal motion) เพื่อจำลองการเคลื่อนไหวในกีฬาฟันดาบ ในขณะฝึกพลัยโอเมตริกกลุ่ม PLY+BFR จะใส่อุปกรณ์เพื่อจำกัดการไหลเวียนเลือดแดงบริเวณส่วนต้นของรยางค์ล่างทั้ง 2 ข้าง และใช้แรงดันในการจำกัดการไหลเวียนเลือดที่ 60 เปอร์เซ็นต์ของแรงดันที่หลอดเลือดแดงถูกปิดกั้น (arterial occlusion pressure) ก่อนและหลังการฝึก ทุกกลุ่มได้รับการประเมินตัวแปรด้านสรีรวิทยาการออกกำลังกาย ประกอบด้วย ข้อมูลสรีรวิทยาทั่วไปและองค์ประกอบร่างกาย สมรรถภาพทางแอโรบิก สมรรถภาพทางกีฬาฟันดาบ พลังกล้ามเนื้อเชิงทักษะ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระบบประสาทกล้ามเนื้อ และการทรงตัว การวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบใช้การทดสอบความแปรปรวนแบบผสม 2x3 (กลุ่ม x เวลา) และเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่มโดยใช้วิธีการทดสอบของแอลเอสดี (LSD) ภายหลังการฝึก 8 สัปดาห์ พบว่า ทั้งกลุ่ม PLY และ PLY+BFR มีการพัฒนาพลังกล้ามเนื้อเชิงทักษะ ความแข็งแรง …


Structural Modification Of 4'-Aminochalcones As Α-Glucosidase Inhibitors, Emmanuel Sunday Idoko Jan 2024

Structural Modification Of 4'-Aminochalcones As Α-Glucosidase Inhibitors, Emmanuel Sunday Idoko

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Diabetes mellitus, one of the most predominant health problems worldwide, characterized by hyperglycemia, has attracted the attention of medicinal chemists. Although several therapeutic drugs have been developed and used clinically, diabetes continues to pose a growing threat to public health. One of the promising approaches for treating type 2 diabetes involves reducing the rate of carbohydrate hydrolysis by inhibiting the action of α-glucosidase. Over the years, chalcone analogues have been reported for their vast biological properties and as a promising antidiabetic agent. In this research, two series of 4'-aminochalcone derivatives were designed and synthesized as α-glucosidase inhibitors. Twenty-five alkylated 4'-aminochalcone …