Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Nursing

Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 4411 - 4440 of 34241

Full-Text Articles in Entire DC Network

The Impact Of Nutrition On Depressive And Anxiety Symptoms In Adults, Joseph P. Galabit Jan 2025

The Impact Of Nutrition On Depressive And Anxiety Symptoms In Adults, Joseph P. Galabit

Graduate Research Projects

No abstract provided.


The Potential Of Vitamin D As An Adjunct Therapy For Eczema, Kimberly Hill Jan 2025

The Potential Of Vitamin D As An Adjunct Therapy For Eczema, Kimberly Hill

Graduate Research Projects

No abstract provided.


ผลของโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการบริหารกาย-จิตแบบชี่กงต่ออาการเหนื่อยล้า อาการนอนไม่หลับและอาการ วิตกกังวล ในผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัดแบบเสริม, อรุณศรี สารธิมา, นพมาศ พัดทอง Jan 2025

ผลของโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการบริหารกาย-จิตแบบชี่กงต่ออาการเหนื่อยล้า อาการนอนไม่หลับและอาการ วิตกกังวล ในผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัดแบบเสริม, อรุณศรี สารธิมา, นพมาศ พัดทอง

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบศึกษาผลของโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการบริหารกาย-จิตแบบชี่กงต่ออาการเหนื่อยล้า นอนไม่หลับและอาการวิตกกังวล ในผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัดแบบเสริม

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Research)

วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมในระยะที่ 1-3 อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ได้รับยาเคมีบำบัดเสริม จำนวน 42 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 21 คน กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ ในขณะที่กลุ่มทดลองได้รับการพยาบาลตามปกติร่วมกับโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการบริหารกาย-จิตแบบชี่กง ตามแนวคิดการจัดการอาการของ Dodd และคณะ (2001) และแนวคิดการบริหารกาย-จิตแบบชี่กง ของ เทอดศักดิ์ เดชคง (2545) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ 1.แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล 2. แบบบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็ง 3. แบบประเมินอาการ ได้แก่ แบบประเมินอาการเหนื่อยล้า แบบประเมินอาการนอนไม่หลับ แบบประเมินอาการวิตกกังวล วิเคราะห์หาค่าความเที่ยงของเครื่องมือโดยหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาครอนบาค ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ .96, .81, และ .80 ตามลำดับ และ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที


ผลของโปรแกรมสุขภาพจิตศึกษาครอบครัวโดยบูรณาการกับแอปพลิเคชันไลน์ต่อพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน, ศิริพร พึ่งตน, สุดาพร สถิตยุทธการ Jan 2025

ผลของโปรแกรมสุขภาพจิตศึกษาครอบครัวโดยบูรณาการกับแอปพลิเคชันไลน์ต่อพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน, ศิริพร พึ่งตน, สุดาพร สถิตยุทธการ

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาการเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนก่อนและหลังได้รับโปรแกรมฯ และเพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนที่เข้าได้รับโปรแกรมฯกับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง

วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยจิตเภทและผู้ดูแลในชุมชนที่มารับบริการแผนกจิตเวชและยาเสพติดของโรงพยาบาลองครักษ์ จำนวน 40 คน จับคู่ให้มีลักษณะคล้ายคลึงกันด้วยอายุและเพศ เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย  1) โปรแกรมสุขภาพจิตศึกษาครอบครัวโดยบูรณาการกับแอปพลิเคชันไลน์  2) แบบวัดพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษา  3) แบบวัดความรู้ความเข้าใจผู้ป่วยจิตเภทและผู้ดูแล เครื่องมือทุกชุดผ่านการตรวจสอบความตรงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ  5 ท่าน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงแบบมาตรฐานและสถิติทดสอบที

ผลการศึกษา: 1) พฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนที่ได้รับโปรแกรมสุขภาพจิตศึกษาครอบครัวโดยบูรณาการกับแอปพลิเคชันไลน์สูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ  .05

2) พฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนที่ได้รับโปรแกรมสุขภาพจิตศึกษาครอบครัวโดยบูรณาการกับแอปพลิเคชันไลน์สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05

สรุป: โปรแกรมสุขภาพจิตศึกษาครอบครัวโดยบูรณาการกับแอปพลิเคชันไลน์ช่วยให้ผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนมีพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาสูงขึ้น


ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่เข้าสู่การดูแลระยะกลางในโรงพยาบาล, นวภัทร คงดี, ศิริพันธุ์ สาสัตย์ Jan 2025

ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่เข้าสู่การดูแลระยะกลางในโรงพยาบาล, นวภัทร คงดี, ศิริพันธุ์ สาสัตย์

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

รูปแบบการวิจัยเชิงบรรยายวิเคราะห์ความสัมพันธ์ วัตถุประสงค์: 1) เพื่อศึกษาความต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่เข้าสู่การดูแลระยะกลางในโรงพยาบาล 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง เพศ ภาวะเปราะบาง ภาวะโภชนาการ ภาวะซึมเศร้า และจำนวนชนิดของยาที่ใช้ประจำ กับความต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่เข้าสู่การดูแลระยะกลางในโรงพยาบาล กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปที่พ้นระยะเฉียบพลัน มีสภาวะทางการแพทย์คงที่และมีสัญญาณชีพปกติ ทั้งเพศชายและเพศหญิงที่มารับบริการในแผนกผู้ป่วยในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ 3 แห่ง โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวน 93 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความสามารถในกิจวัตรขั้นพื้นฐานของผู้สูงอายุ แบบประเมินภาวะรู้คิด แบบประเมินภาวะเปราะบางอย่างง่าย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา สถิติสหสัมพันธ์อีต้า และสถิติสหสัมพันธ์ของ สเปียร์แมน

ผลการศึกษา: พบว่า 1) ผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่เข้าสู่การดูแลระยะกลางในโรงพยาบาลมีความต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพในระดับปานกลาง (mean = 55.04, SD = 10.55) 2) ภาวะเปราะบาง มีความสัมพันธ์กับความต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่เข้าสู่การดูแลระยะกลางในโรงพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (=.259, p< .05) 3) ภาวะโภชนาการ มีความสัมพันธ์กับความต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่เข้าสู่การดูแลระยะกลางในโรงพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (rs = 313, p< .05) 4) ภาวะซึมเศร้า มีความสัมพันธ์กับความต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่เข้าสู่การดูแลระยะกลางในโรงพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (rs = -247, p< .05) 5) จำนวนชนิดของยาที่ใช้ประจำ มีความสัมพันธ์กับความต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่เข้าสู่การดูแลระยะกลางในโรงพยาบาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (rs = -264, p< .05) และ 6) เพศ ไม่มีความสัมพันธ์กับความต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงที่เข้าสู่การดูแลระยะกลางในโรงพยาบาล

สรุป: ควรจัดทำกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นรายบุคคลตามความต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งด้านร่างกายด้านจิตใจ และจัดให้มีกิจกรรมนันทนาการเพิ่มจากการบริการขั้นพื้นฐานการดูแลระยะกลาง เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้ป่วยได้เข้าใจคุณค่าที่สำคัญของชีวิตและรับรู้ถึงประโยชน์ของการฟื้นฟูสมรรถภาพ


ผลของโปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหย ต่อภาวะซึมเศร้า ในผู้ป่วยภายหลังการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน, รดา วงษ์ศรี, ระพิณ ผลสุข Jan 2025

ผลของโปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหย ต่อภาวะซึมเศร้า ในผู้ป่วยภายหลังการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน, รดา วงษ์ศรี, ระพิณ ผลสุข

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์การวิจัย: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหย ต่อภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยภายหลังการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

รูปแบบการวิจัย: วิจัยกึ่งทดลอง

วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันทั้งเพศชายและเพศหญิง อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ขณะเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จำนวน 44 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามคุณสมบัติที่มีภาวะซึมเศร้าที่ได้รับการประเมินด้วยแบบคัดกรองภาวะซึมเศร้า แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองกลุ่มละ 22 คนคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงจับคู่ให้มีความใกล้เคียงกัน ในเรื่องเพศ และอายุ กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลปกติ ในขณะที่กลุ่มทดลองได้รับการพยาบาลปกติร่วมกับโปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหย ระยะเวลา 4 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินแบบสอบถามภาวะซึมเศร้า และ เครื่องมือกำกับการทดลอง คือ แบบบันทึกการใช้น้ำมันหอมระเหย มีค่าสัมประสิทธิ์ของครอนบาค 0.82 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยายและสถิติ t-test

ผลการวิจัย: 1. คะแนนภาวะซึมเศร้าในกลุ่มทดลองหลังได้รับโปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหยต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. คะแนนภาวะซึมเศร้าในกลุ่มทดลองต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

สรุปผลของ: ผลของโปรแกรมการใช้น้ำมันหอมระเหย สามารถลดภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยภายหลังการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ และดีกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ


บทบาทพยาบาลผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะเปราะบางของผู้สูงอายุในคลินิกผู้สูงอายุ, แพรศิริ อยู่สุข, วราภรณ์ ทิพย์สุมานันท์ Jan 2025

บทบาทพยาบาลผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะเปราะบางของผู้สูงอายุในคลินิกผู้สูงอายุ, แพรศิริ อยู่สุข, วราภรณ์ ทิพย์สุมานันท์

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

บทความฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอบทบาทพยาบาลผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะเปราะบางของผู้สูงอายุในคลินิกผู้สูงอายุ ภาวะเปราะบางเป็นกลุ่มอาการสูงอายุชนิดหนึ่งซึ่งเป็นผลของร่างกายเปลี่ยนจากสภาพที่แข็งแรงสู่ภาวะอ่อนแอ เป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันลดลง ต้องพึ่งพาผู้อื่น รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อการหกล้ม กระดูกหัก และอาจนำไปสู่ภาวะทุพพลภาพและเพิ่มอัตราการเสียชีวิต อย่างไรก็ตามภาวะเปราะบางมีสาเหตุการเกิดที่เกี่ยวข้องหลายปัจจัยร่วมกัน ซึ่งการป้องกันที่มีประสิทธิภาพจะต้องอาศัยการป้องกันที่หลากหลายทั้งด้านร่างกาย จิต และสังคม พยาบาลผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในทีมสหวิชาชีพที่ช่วยดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ดังนั้นพยาบาลจึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและครอบครัวป้องกันภาวะเปราะบาง โดยบทบาทหลัก ประกอบด้วย 1) บทบาทผู้ประเมินภาวะสุขภาพ 2) บทบาทผู้จัดการการดูแล 3) บทบาทผู้สอนและให้คำแนะนำ 4) บทบาทผู้ให้คำปรึกษา และ 5) บทบาทผู้ประสานงาน ทั้งนี้การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะเปราะบางจะช่วยชะลอภาวะพึ่งพิง นำมาซึ่งสุขภาวะที่ดี


ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, ชมพูนุช ไชยยะ, ศิริพันธุ์ สาสัตย์ Jan 2025

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, ชมพูนุช ไชยยะ, ศิริพันธุ์ สาสัตย์

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: การวิจัยครั้งนี้เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

แบบแผนงานวิจัย: เชิงพรรณนาและหาความสัมพันธ์

วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้สูงอายุจำนวน 94 คน ซึ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐระดับตติยภูมิในกรุงเทพมหานคร โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินภาวะโรคร่วม แบบสอบถามอาการวิตกกังวลและซึมเศร้า แบบสอบถามกิจกรรมทางกาย แบบประเมินกิจวัตรประจำวัน แบบประเมินการสนับสนุนทางสังคม และแบบประเมินคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและความเที่ยงตามมาตรฐาน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและสเปียร์แมน

ผลการวิจัย: พบว่า คุณภาพชีวิตอยู่ในระดับปานกลาง ( = 2.26, SD = 1.24) ภาวะโรคร่วมมีความสัมพันธ์เชิงลบกับคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = –.134) ระยะของโรค กิจกรรมทางกาย การสนับสนุนทางสังคม และความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 (r = .757, .323, .608 และ .222 ตามลำดับ) ส่วนภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้าไม่พบความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิต

สรุป: ภาวะโรคร่วม ระยะของโรค กิจกรรมทางกาย ความสามารถในการทำกิจวัตร และการสนับสนุน
ทางสังคมเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุที่เป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักอย่างมีนัยสำคัญ


ผลของโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการยืดเหยียด กล้ามเนื้อต่ออาการปวดในผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง, วชิราภรณ์ ชาติครบุรี, ปชาณัฏฐ์ นันไทยทวีกุล Jan 2025

ผลของโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการยืดเหยียด กล้ามเนื้อต่ออาการปวดในผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง, วชิราภรณ์ ชาติครบุรี, ปชาณัฏฐ์ นันไทยทวีกุล

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบอาการปวดในผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และเปรียบเทียบคะแนนอาการปวดในผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างหลังได้รับโปรแกรมฯ กับผู้ที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง

วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง ทั้งเพศชายและเพศหญิง คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามเกณฑ์ที่กำหนดแบบเฉพาะเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลปกติจำนวน 21 คนและกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อต่ออาการปวด จำนวน 21 คน ผู้วิจัยพัฒนาโปรแกรมโดยได้นำกรอบแนวคิดการจัดการอาการของ Dodd et al. (2001) ร่วมกับเทคนิคการยืดเหยียดกล้ามเนื้อสำหรับผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่าง การประเมินอาการปวด ใช้แบบประเมินมาตรวัดความปวดด้วยสายตา (Visual analog scale: VAS) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยอาการปวดของผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างก่อนและหลังการทดลอง ในกลุ่มทดลอง และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยอาการปวดหลังการทดลองระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง

ผลการวิจัย:    1. ผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง หลังได้รับโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ มีอาการปวดต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

  1. 2. ผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง หลังได้รับโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ มีอาการปวดต่ำกว่าก่อนได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

สรุป: โปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อสามารถลดอาการปวดในผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้


ผลของโปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่ม โดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแลต่ออาการออทิสติก ของเด็กออทิสติกวัยเรียน, พีรวิทย์ พันธ์ฤทธิ์ดำ, สุนิศา สุขตระกูล Jan 2025

ผลของโปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่ม โดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแลต่ออาการออทิสติก ของเด็กออทิสติกวัยเรียน, พีรวิทย์ พันธ์ฤทธิ์ดำ, สุนิศา สุขตระกูล

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแลต่ออาการออทิสติก

แบบแผนงานวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง

วิธีการศึกษา: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ดูแลเด็กออทิสติกวัยเรียนที่มีอายุ 6-12 ปี ได้แก่ บิดา มารดา จำนวน40 คน มีคุณสมบัติตามเกณฑ์และเข้ารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก สถาบันราชานุกูล ได้รับการจับคู่ระยะเวลาการดูแลและระดับอาการออทิสติก แล้วสุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จำนวน 20 คู่ กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมฯ เป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินอาการออทิสติกของโรคออทิสซึม โปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแล และแบบประเมินความรู้สึกถูกตีตราร่วม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติทดสอบที

ผลการศึกษา: 1) ค่าเฉลี่ยคะแนนอาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียนที่ได้รับโปรแกรมฯ น้อยกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ <.001 2) ผลต่างค่าเฉลี่ยคะแนนอาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียนระหว่างกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมฯ และกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

สรุป: โปรแกรมการจัดการความรู้สึกถูกตีตราร่วมแบบกลุ่มโดยการสนับสนุนทางอินเทอร์เน็ตของผู้ดูแลช่วยให้อาการออทิสติกของเด็กออทิสติกวัยเรียนลดลงได้


ผลของโปรแกรมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนแบบบูรณาการ ต่อการทำหน้าที่ทางสังคมของผู้ป่วยจิตเภท, ศจิกา ขุนบำรุง, เพ็ญนภา แดงด้อมยุทธ์, สุดาพร สถิตยุทธการ Jan 2025

ผลของโปรแกรมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนแบบบูรณาการ ต่อการทำหน้าที่ทางสังคมของผู้ป่วยจิตเภท, ศจิกา ขุนบำรุง, เพ็ญนภา แดงด้อมยุทธ์, สุดาพร สถิตยุทธการ

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนแบบบูรณาการต่อการทำหน้าที่ทางสังคมของผู้ป่วยจิตเภท

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง

วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยจิตเภทเรื้อรังที่เข้ารับบริการที่แผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จำนวน 40 คน ซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดและเข้ารับการรักษาแผนกผู้ป่วยในโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 20 คน  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) โปรแกรมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนแบบบูรณาการ 2) แบบบันทึกข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วยจิตเภท 3) แบบประเมินทักษะการทำหน้าที่ทางสังคม 4) แบบวัดการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการจัดการอาการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบที

ผลการศึกษา: การทำหน้าที่ทางสังคมของกลุ่มทดลองหลังรับโปรแกรมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนแบบบูรณาการสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และการทำหน้าที่ทางสังคมของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

สรุป: บุคลากรทางสุขภาพควรนำรูปแบบของโปรแกรมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนแบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมการทำหน้าที่ทางสังคมเตรียมความพร้อมผู้ป่วยกลับสู่ชุมชน


ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความต้องการของผู้ที่ได้รับการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ, พรรณทิวา สุขรอด, นรลักขณ์ เอื้อกิจ Jan 2025

ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความต้องการของผู้ที่ได้รับการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ, พรรณทิวา สุขรอด, นรลักขณ์ เอื้อกิจ

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความต้องการของผู้ที่ได้รับการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจภายหลังออกจากโรงพยาบาล และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัย ได้แก่ อายุ ภาวะโรคร่วม ความทุกข์ทรมานจากอาการ ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน การสนับสนุนทางสังคม ความปวด กับความต้องการของผู้ที่ได้รับการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจภายหลังออกจากโรงพยาบาล

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์

วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจภายหลังออกจากโรงพยาบาล ทั้งเพศชายและเพศหญิง อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มาตรวจตามนัดในสัปดาห์ที่ 2 จนถึง 1 ปี ณ ผู้ป่วยนอกห้องตรวจศัลยกรรมหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ 3 แห่ง ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 94 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ 1) แบบทดสอบสมองเบื้องต้นฉบับภาษาไทย ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 2) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 3) แบบสอบถามความต้องการของผู้ป่วย 4) แบบประเมินภาวะโรคร่วม 5) แบบสอบถามความทุกข์ทรมานจากอาการ  6) แบบประเมินความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน 7) แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม และ 8) มาตรวัดความปวดแบบตัวเลข เครื่องมือได้ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน แบบสอบถามที่ 3, 5, และ 7 เท่ากับ 0.80, 1.00 และ 0.88 ตามลำดับ ซึ่งแบบสอบถามที่ 4, 6 และ 8 เป็นเครื่องมือมาตรฐาน ตรวจสอบความเที่ยงค่าแบบสอบถามที่ 3 - 7 เท่ากับ 0.89, 0.81, 0.92, 0.80, 0.85, และ 0.97 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติสหสัมพันธ์สเปียร์แมน

ผลการศึกษา:1) ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจมีความต้องการภายหลังออกจากโรงพยาบาล โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 104.32 (S.D. = 13.56) …


การศึกษาสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล โดยใช้เทคนิคเดลฟาย, กัลย์ญาณ์มาส ศรีสุวรรณ, ยุพิน อังสุโรจน์ Jan 2025

การศึกษาสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล โดยใช้เทคนิคเดลฟาย, กัลย์ญาณ์มาส ศรีสุวรรณ, ยุพิน อังสุโรจน์

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์:เพื่อศึกษาสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล
รูปแบบการวิจัย:การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงบรรยายโดยใช้เทคนิคแบบเดลฟาย
วิธีดำเนินการวิจัย:กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้เชี่ยวชาญจำนวน 19 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล 5 คน คณาจารย์ทางการศึกษา 5 คน และพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม 3 รอบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่ามัธยฐาน (Md) และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ (IR)
ผลการศึกษา:กลุ่มผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นสอดคล้องกันเกี่ยวกับสมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล ประกอบด้วย สมรรถนะพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาล มีทั้งหมด 9 ด้าน รวม 55 รายการ ประกอบด้วย ด้านธุรกิจการจัดการศึกษา จำนวน 4 ข้อ ด้านกลยุทธ์เชิงธุรกิจการจัดการศึกษา จำนวน 7 ข้อ ด้านการบริหารองค์กรสถานศึกษา จำนวน 8 ข้อ ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรสถานศึกษา จำนวน 7 ข้อ ด้านการจัดการส่วนผสมการตลาดทางการศึกษา จำนวน 5 ข้อ ด้านสัมพันธภาพระหว่างบุคคล จำนวน 5 ข้อ ด้านภาวะผู้นำและคุณลักษณะส่วนบุคคล จำนวน 8 ข้อ ด้านจริยธรรม กฎหมายธุรกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา จำนวน 6 ข้อ และด้านการบูรณาการวิชาชีพทางการพยาบาล จำนวน 5 ข้อ โดยสมรรถนะทุกด้านมีระดับความสำคัญตั้งแต่มากถึงมากที่สุด (Mdn = 4.60 , IQR = 0.26-1.10)
สรุป:ผลการวิจัยสามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาสมรรถนะการจัดทำหลักสูตรและการกำหนดมาตรฐานพยาบาลผู้ประกอบการโรงเรียนบริบาลอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน


ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านแอปพลิเคชัน, ปทุมวดี พัฒนเรืองกุล, รัชนีกร อุปเสน, สุดาพร สถิตยุทธการ Jan 2025

ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านแอปพลิเคชัน, ปทุมวดี พัฒนเรืองกุล, รัชนีกร อุปเสน, สุดาพร สถิตยุทธการ

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์:เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่าน แอพพลิเคชั่นต่อพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน


รูปแบบการวิจัย:การวิจัยแบบกึ่งทดลองแบบศึกษาสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง

วิธีดำเนินการวิจัย:กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนและครอบครัวที่มารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลสามชุกจังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์แล้วสุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ23ครอบครัวกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการจัดการตนเองร่วมการครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านแอพลิเคชั่นเป็นระยะเวลา5สัปดาห์ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองคือ โปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านแอพลิเคชั่นเก็บข้อมูลโดยใช้แบบวัดพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษามีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ1มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ .85 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบที

ผลการวิจัย:พฤติกรรมการใช้ยาตามแผนตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน หลังจากได้รับโปรแกรมโปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านแอปพลิเคชันสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 และพฤติกรรมการใช้ยาตามแผนตามเกณฑ์การรักษาของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนที่ได้รับโปรแกรมฯสูงกว่าผู้ที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


สรุป:การใช้โปรแกรมการจัดการตนเองแบบครอบครัวมีส่วนร่วมผ่านแอปพลิเคชันทำให้ผู้ป่วยจิตเภทในชุมชนมีพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาตามสมมติฐานที่ตั้งไว้


Nursing Students' Clinical Placement Experience In A Residential Aged Care Facility: A Comparative Study, Nitasha Aarni Narayan Jan 2025

Nursing Students' Clinical Placement Experience In A Residential Aged Care Facility: A Comparative Study, Nitasha Aarni Narayan

Theses

Nursing education programs play a significant role in preparing future nurses to care for the growing number of older people who will require health care. A key component of this preparation is the learning that nursing students acquire through clinical placement experience in a residential aged care facility. This clinical placement provides them with opportunities to experience caring for older adults. However, many students are reportedly reluctant to accept clinical placement in aged care and are ill-prepared for the challenges of the residential aged care facility environment. Hence, it is important for the development of future nursing programs and the …


A Nurse-Driven Protocol To Increase Music Therapy Referrals To Manage Patient Pain And Anxiety In The Medicine Intensive Care Unit, Ashley Fox Jan 2025

A Nurse-Driven Protocol To Increase Music Therapy Referrals To Manage Patient Pain And Anxiety In The Medicine Intensive Care Unit, Ashley Fox

DNP Projects

Background: Critically ill patients often suffer from pain and anxiety. Music therapy is a safe and effective treatment option. However, most nurses never receive education or training on it, resulting in a lack of awareness of its value and its actual usage in care.

Purpose: The purpose of this project was to increase the number of music therapy referrals to manage pain and anxiety in eligible medicine intensive care unit (MICU) patients via a music therapy protocol that increased nurses’ knowledge, attitudes, and skills related to the use of music as an alternative treatment option for pain and anxiety in …


Evaluating The Efficacy Of A Progressive Mobility Protocol Among Adult Icu Patients, Clayton Chroust Jan 2025

Evaluating The Efficacy Of A Progressive Mobility Protocol Among Adult Icu Patients, Clayton Chroust

DNP Projects

Background: Many intensive care unit (ICU) patients are critically ill and require ventilator support, and they often do not receive any progressive mobility interventions until after they are liberated from the ventilator or receive transfer orders out of the ICU. Current literature suggests that patients in the ICU face deconditioning, increased ventilator days, development of deep vein thrombosis, pressure ulcers, pulmonary embolism, muscular atrophy, and increased days in the ICU which can be attributed to a lack of mobility. Current evidence-based research identifies that utilization of a progressive mobility protocol is one way to improve patient outcomes and reduce …


Implementation Of A Process To Improve Compliance With A Nurse Driven Foley Catheter Removal Protocol In Nursing Staff Of A Medicine Intensive Care Unit, Kendall L. Pfister Jan 2025

Implementation Of A Process To Improve Compliance With A Nurse Driven Foley Catheter Removal Protocol In Nursing Staff Of A Medicine Intensive Care Unit, Kendall L. Pfister

DNP Projects

Background: Catheter associated urinary tract infections (CAUTI) are the most prevalent healthcare acquired infection (HAI) in the acute care setting. Unfortunately, CAUTIs can lead to high morbidity and mortality rates, longer length of stay (LOS) and increased healthcare costs. Unfortunately, in critically ill patients which often suffer multi-organ failure/injury, there remains an increased risk for infection and poor outcomes.

Purpose: The purpose of this project is to increase medical intensive care unit (MICU) nursing staffs’ knowledge of existing nurse driven indwelling urinary catheter removal protocol and to implement an electronic medical record (EMR) prompt for removal of unnecessary urinary catheters …


Utilizing Integrative Medicine Services For Yoga To Reduce Cancer Related Fatigue, Leah R. Yeager Jan 2025

Utilizing Integrative Medicine Services For Yoga To Reduce Cancer Related Fatigue, Leah R. Yeager

DNP Projects

Background: Cancer related fatigue (CRF) is one of the most prevalent and distressing side effects experienced by individuals undergoing cancer treatment. In fact, many patients report CRF as more debilitating than pain itself. CRF is characterized by persistent, severe exhaustion that is not alleviated by sleep and is not linked to prior exertion. Despite its widespread impact, the options available to manage CRF are limited, typically including practices like good sleep hygiene, balanced nutrition, mindfulness, and supplements. Integrative medicine, particularly yoga, has emerged as a promising intervention for reducing CRF. However, yoga is underutilized as a therapeutic approach to combat …


Implementation And Evaluation Of A Competency-Based Phased Orientation Program For Nurse Practitioners In The Intensive Care Unit Setting, Meredith Sherer Jan 2025

Implementation And Evaluation Of A Competency-Based Phased Orientation Program For Nurse Practitioners In The Intensive Care Unit Setting, Meredith Sherer

DNP Projects

Background: Research has demonstrated that structured orientation helps to integrate new nurse practitioners (NPs) into practice, ease role transition, decrease NP turnover, and lead to better patient care. However, at University of Kentucky HealthCare (UKHC) clinical orientation programs for NPs are not standardized.

Purpose: The purpose of this project was to implement and evaluate a competency-based phased orientation program for NPs in the intensive care unit (ICU) setting at UKHC.

Methods: This project utilized a prospective, single group, presurvey-postsurvey design to examine the effect of a three-phased competency-based orientation program on the outcome variables of NP confidence, autonomy, proficiency of …


Evaluating Knowledge, Skills, Attitudes, And Suicide Hotline Referrals In Aprns Screening Children For Depression And Suicide In Primary Care, Brooklyn D. Higginbotham Jan 2025

Evaluating Knowledge, Skills, Attitudes, And Suicide Hotline Referrals In Aprns Screening Children For Depression And Suicide In Primary Care, Brooklyn D. Higginbotham

DNP Projects

Background: Suicide is the 2nd leading cause of death in adolescents across the United States (US). Primary care providers (PCPs) are often the first people an adolescent sees for depression or suicide symptoms; however, evidence shows PCPs may not be comprehensively screening for suicide in the primary care setting by using the Patient Health Questionnaire (PHQ) alone. Screening tool usage for depression and suicide among PCPs is currently at rates as low as 26% due to lack of knowledge and insufficient resources. Evidence-based education on American Academy of Pediatrics (AAP) recommendations can improve PCPs’ knowledge, skills, and attitudes when assessing …


The Effect Of A Hospital Community Garden On Healthcare Workers’ Professional Quality Of Life, Madelyn Renee Cline Jan 2025

The Effect Of A Hospital Community Garden On Healthcare Workers’ Professional Quality Of Life, Madelyn Renee Cline

DNP Projects

Background: Healthcare professionals experience a variety of stressors which negatively impact their professional quality of life (ProQOL) potentially leading to increased turnover and nurse shortages in hospitals. There are growing studies addressing ways to improve healthcare ProQOL, yet few have examined the impact of alterations to the workplace on these outcomes.

Purpose: The purpose of this project was to evaluate the effect of a dedicated outdoor green space for nurses during shift breaks on their ProQOL.

Methods: This project used a one-group pretest-posttest design. Data analysis was completed using descriptive and inferential statistics using SPSS software. The Professional Quality of …


Implementation Of A Pilot Post-Code Debrief Tool Initiated By The Chaplains And Unit Lead Nurses Within The Medicine Intensive Care Unit, Sarah Stigall Jan 2025

Implementation Of A Pilot Post-Code Debrief Tool Initiated By The Chaplains And Unit Lead Nurses Within The Medicine Intensive Care Unit, Sarah Stigall

DNP Projects

Background: Post-code debriefs are shown to improve teamwork and communication, increase performance, and reduce burnout. According to the University of Kentucky HealthCare (UKHC) policy, teams are to perform a post-code debrief immediately after an in-hospital cardiac arrest (IHCA). However, the current policy does not provide guidance on what to include during a debrief session. At UK post-code debrief sessions are documented as occurring 60-72% of the time; however, personal observation and discussions with other bedside and rapid response nurses suggest that post-code debriefs are underperformed when compared to the documentation. Purpose: This study aimed to explore barriers to post-code debriefs …


Nurse-Led Cbt For Depression In Heart Transplant Patients: A Feasibility Study, Matthew R. Wallace Jan 2025

Nurse-Led Cbt For Depression In Heart Transplant Patients: A Feasibility Study, Matthew R. Wallace

DNP Projects

Background: Heart transplant recipients are at an elevated risk of experiencing depressive symptoms compared to the general population. Those with depression post-transplant face increased complications, e.g., infection, organ rejection, prolonged hospitalization, and higher mortality rates. However, specific psychotherapeutic interventions tailored for heart transplant recipients remain limited. Nevertheless, there is substantial evidence supporting the effectiveness of various interventions for adults with heart failure, a condition frequently diagnosed in these patients. This suggests that successful strategies for managing depressive symptoms in heart failure patients could be adapted for heart transplant recipients.

Purpose: The purpose of this project was to evaluate …


Effectiveness Of A Multi-Departmental Nursing Tiered Orientation Model On Service Line Culture, Self-Efficacy Of Nurses, Positive Patient Outcomes And Nurse Satisfaction, Kimberly Thompson Jan 2025

Effectiveness Of A Multi-Departmental Nursing Tiered Orientation Model On Service Line Culture, Self-Efficacy Of Nurses, Positive Patient Outcomes And Nurse Satisfaction, Kimberly Thompson

DNP Projects

Abstract
Background: Nurses who transition into specialty practice areas in healthcare settings may demonstrate a lack of confidence and a high level of stress. Decreased levels of nursing engagement, self-efficacy, and interdepartmental team collaboration may also be seen. Multi-departmental tiered orientation models can help facilitate the development of increased confidence and competence and ultimately lead to improved patient outcomes.

Purpose: The purpose of this doctoral project was to evaluate the effectiveness of a multi-departmental tiered orientation model for nurses hired into a specialty area. The specific objectives included were to a) determine the effectiveness of the model on service line …


Evaluation On The Effectiveness Of A Virtual Reality (Vr) Guided Meditation Intervention On Pre-Procedural Anxiety In An Outpatient Dental Clinic, Anansa Thompson Jan 2025

Evaluation On The Effectiveness Of A Virtual Reality (Vr) Guided Meditation Intervention On Pre-Procedural Anxiety In An Outpatient Dental Clinic, Anansa Thompson

DNP Projects

Background: Mental health issues, particularly anxiety, represent a significant public health concern in the United States, with dental anxiety affecting anywhere between 50% and 80% of adults (White et al., 2017). Pre-procedural anxiety in outpatient dental clinics complicates patient care and can lead to avoidance of necessary dental treatments, impacting both oral and overall health. Non-pharmacological interventions, such as immersive virtual reality (VR) guided meditation, offer promising solutions to address anxiety in healthcare settings.

Purpose: This study aims to evaluate the effectiveness of VR guided meditation on pre-procedural anxiety among adults undergoing painful dental procedures at an outpatient …


A Triage Process To Decrease Door To Ekg Times For Adult Patients With Suspected Cardiac Abnormalities In The Emergency Department, Khay Douangdara Jan 2025

A Triage Process To Decrease Door To Ekg Times For Adult Patients With Suspected Cardiac Abnormalities In The Emergency Department, Khay Douangdara

DNP Projects

Objective: The emergency department (ED) triage process for adult patients presenting with suspected cardiac abnormalities should be reliable; however, delays in identifying significant cardiac rhythms can negatively impact patient outcomes. The American Heart Association (AHA) and the American College of Cardiology (ACC) recommend that patients presenting to the ED with cardiac-related concerns undergo an electrocardiogram (EKG) within 10 minutes of arrival. This project aimed to educate ED nurses and implement changes in the triage process to reduce door-to-EKG times for adult patients with suspected cardiac abnormalities.

Methods: This quasi-experimental study utilized a pre- and post-intervention design to evaluate the effectiveness …


Implementation And Evaluation Of Diet And Physical Activity Screening Tools For Adults With Type 2 Diabetes Mellitus In Primary Care, Ashley O. Dalton Jan 2025

Implementation And Evaluation Of Diet And Physical Activity Screening Tools For Adults With Type 2 Diabetes Mellitus In Primary Care, Ashley O. Dalton

DNP Projects

Background: Only half of individuals with type 2 diabetes mellitus (T2DM) have a hemoglobin A1C (HbA1c) of less than 7%, indicating poor glycemic control and contributing to a global diabetes epidemic. Diabetes is considered a diet-sensitive disease and an individual’s diabetes-related nutrition knowledge is one of the most challenging aspects of the treatment plan. Empirical evidence supports that a combination of dietary and physical activity interventions is more effective than nutrition education alone. Performing a dietary evaluation is fundamental to establishing nutrition goals. The use of the Starting the Conversation (STC) tool, which assesses an individual’s dietary practices, and Physical …


Screening For The Unseen: Depression Detection Through Phq-9 And Provider Education In Pain Management, Veronica Shaw Jan 2025

Screening For The Unseen: Depression Detection Through Phq-9 And Provider Education In Pain Management, Veronica Shaw

DNP Projects

Background: Depression leads to significant economic and health burdens, causing 200 million lost workdays and costing employers $17 to $44 billion annually (CDC, 2022). It accounts for 4.3% of the global disease burden and is a leading cause of disability worldwide (WHO, 2021). Chronic pain, affecting 20.9% of United States adults, often exacerbates depression, creating a vicious cycle of physical and emotional suffering (Rikard et al., 2023). Despite the availability of effective treatments, depression is frequently missed in primary care settings, with 50% of cases undiagnosed (Hawkes, 2019). Addressing both depression and chronic pain through improved screening and holistic care …


Evaluating The Implementation Of Social Determinants Of Health Screening In An Interdisciplinary Clinic, Taylor M. Adams Jan 2025

Evaluating The Implementation Of Social Determinants Of Health Screening In An Interdisciplinary Clinic, Taylor M. Adams

DNP Projects

Background: Social Determinants of Health (SDOH), including food, housing, interpersonal violence, and transportation are non-medical problems that can influence health outcomes (World Health Organization, 2020). Low-income minorities and public-payer groups are at considerable higher risk for social needs. Collaboration within the community can improve health outcomes (Sulley et al., 2021). A literature review revealed limited evidence of screening in dental clinic settings. Failure to identify and address SDOH needs in this population can lead to poorer health outcomes.

Purpose: The purpose of this quality improvement project was to implement and evaluate social determinants of health screening and evaluate the …