Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Other Mental and Social Health Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2023

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 151 - 157 of 157

Full-Text Articles in Other Mental and Social Health

ความเครียดจากการทำงาน ภาวะหมดไฟในการทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ช่วยทันตแพทย์ที่ทำงานในคลินิกทันตกรรมเอกชน เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย, ภวิษยา จิตสมานกุล Jan 2023

ความเครียดจากการทำงาน ภาวะหมดไฟในการทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ช่วยทันตแพทย์ที่ทำงานในคลินิกทันตกรรมเอกชน เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย, ภวิษยา จิตสมานกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดจากการทำงาน ภาวะหมดไฟในการทำงาน และคุณภาพชีวิตของผู้ช่วยทันตแพทย์ที่ทำงานในคลินิกทันตกรรมเอกชนในกรุงเทพมหานคร การวิจัยนี้เป็นการศึกษา ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง (Cross-sectional study) โดยเก็บข้อมูลจากผู้ช่วยทันตแพทย์จำนวน 370 คนที่ทำงานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความเครียดสวนปรุง (SPST-20) แบบประเมินภาวะหมดไฟ (MBI-GS) และแบบประเมินคุณภาพชีวิต (WHOQOL-BREF-THAI) เป็นเครื่องมือวิจัยในการศึกษานี้ โดยทำการเก็บข้อมูลแบบออนไลน์และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Multiple Linear Regression วิธี Stepwise กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างผู้ช่วยทันตแพทย์ส่วนใหญ่มีความเครียดระดับปานกลาง (ร้อยละ 41.3) และคุณภาพชีวิตที่ดี (ร้อยละ 66.2) แต่ไม่พบภาวะหมดไฟ (ร้อยละ 96.8) ในกลุ่มตัวอย่างนี้ โดยปัจจัยที่มีผลต่อความเครียดได้แก่ ชั่วโมงการทำงาน (B=4.531, p=0.009) และประสบการณ์การทำงาน (B=-9.945, p=0.012) ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะหมดไฟในการทำงานได้แก่ ภาระหนี้สิน (B=8.298, p


ความกลัว ความวิตกกังวล และสัมพันธภาพในครอบครัว ของเด็กวัยเรียน ที่ศึกษาในระบบเรียนรวม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต1, ศุภาพิชญ์ แก้ววัชระรังษี Jan 2023

ความกลัว ความวิตกกังวล และสัมพันธภาพในครอบครัว ของเด็กวัยเรียน ที่ศึกษาในระบบเรียนรวม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต1, ศุภาพิชญ์ แก้ววัชระรังษี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความกลัว ความวิตกกังวล และสัมพันธภาพในครอบครัว ของเด็กวัยเรียนที่ศึกษาในระบบเรียนรวม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต1 เก็บข้อมูลจากเด็กวัยเรียนอายุ 9-12 ปี จำนวน 429 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 4 ส่วน ได้แก่ แบบเก็บข้อมูลพื้นฐานและปัจจัยทางจิตสังคม แบบวัดสัมพันธภาพในครอบครัวฉบับภาษาไทย แบบสำรวจความกลัวของเด็กและวัยรุ่นฉบับภาษาไทย และแบบประเมินภาวะวิตกกังวลสำหรับเด็กฉบับภาษาไทย ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนการกลัวความตายและสิ่งที่เป็นอันตราย มากเป็นอันดับหนึ่ง (Mean = 3.75, SD = 0.79) มีภาวะวิตกกังวลเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่อาจจะคุกคามตนเอง ระดับน้อย ร้อยละ 62.6 มีอุปนิสัยวิตกกังวล ระดับมาก ร้อยละ 53.4 มีรูปแบบสัมพันธภาพครอบครัวแบบค่อนไปทางสมดุล ร้อยละ 62.9 ปัจจัยที่สัมพันธ์กับระดับความกลัวที่สูงขึ้น ได้แก่ เพศหญิง อายุที่น้อย การมีความต้องการพิเศษ การเป็นบุตรลำดับรอง รายได้รวมต่อเดือนของครอบครัวน้อยกว่า 10,000 บาท การไม่ได้อยู่อาศัยกับพ่อแม่ ส่วนปัจจัยที่สัมพันธ์กับระดับภาวะวิตกกังวลเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่อาจจะคุกคามตนเองที่สูงขึ้น ได้แก่ อายุที่น้อย การเป็นบุตรลำดับรอง รูปแบบสัมพันธภาพในครอบครัวที่สมดุลน้อย การมีสมาชิกในครอบครัวมีประวัติความต้องการพิเศษ ปัจจัยที่สัมพันธ์กับระดับอุปนิสัยวิตกกังวลที่สูงขึ้น ได้แก่ เพศหญิง ระดับชั้นการศึกษาที่เพิ่มขึ้น รูปแบบสัมพันธภาพในครอบครัวที่สมดุลน้อย สรุป ปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางจิตสังคมมีความสัมพันธ์กับความกลัวและความวิตกกังวล จึงเป็นแนวทางให้เข้าใจและออกแบบโปรแกรมส่งเสริมสุขภาวะบุคคลได้ต่อไป


ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มัลในปัจจุบันกับทักษะทางสังคม คุณภาพชีวิต และภาวะสุขภาพจิตของนิสิตชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กณวรรธน์ ปิ่นประดับ Jan 2023

ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มัลในปัจจุบันกับทักษะทางสังคม คุณภาพชีวิต และภาวะสุขภาพจิตของนิสิตชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กณวรรธน์ ปิ่นประดับ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาทักษะทางสังคม คุณภาพชีวิต และภาวะสุขภาพจิตของนิสิตชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มัลกับทักษะทางสังคม คุณภาพชีวิต และภาวะสุขภาพจิตของนิสิตชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่างคือ นิสิตชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปีการศึกษา 2566 จำนวน 411 คน มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถามทั้งหมด 5 ส่วน ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามการใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มัลของนิสิต แบบสอบถามพฤติกรรมเอื้อต่อสังคม แบบวัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อ ฉบับภาษาไทย และแบบวัดภาวะสุขภาพจิต - Depression Anxiety Stress Scales 21 วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะทางสังคม คุณภาพชีวิต และภาวะสุขภาพจิตโดยวิธีการวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างตัวแปร 2 ตัวที่เป็นอิสระต่อกัน การวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มัลกับทักษะทางสังคม คุณภาพชีวิต และภาวะสุขภาพจิตของนิสิตชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติไว้ที่น้อยกว่า 0.05 ผลการศึกษาพบว่า นิสิตส่วนใหญ่มีทักษะทางสังคมในระดับปานกลาง (49.6%) มีคุณภาพชีวิตในระดับกลางๆ (54.5%) และภาวะสุขภาพจิต พบว่านิสิตส่วนใหญ่ไม่พบภาวะซึมเศร้า (52.3%) พบภาวะวิตกกังวล (73.5%) และไม่พบภาวะตึงเครียด (59.9%) ไม่พบความแตกต่างของปัจจัยด้านเพศ ภูมิลำเนา และจำนวนแหล่งที่มาของรายได้ และปัจจัยด้านรูปแบบการพักอาศัยที่แตกต่างกันไม่มีผลต่อ ทักษะทางสังคม คุณภาพชีวิต และภาวะสุขภาพจิต และปัจจัยด้านรายรับ และรายจ่ายไม่มีความสัมพันธ์กับทักษะทางสังคม คุณภาพชีวิต และภาวะสุขภาพจิต


คุณภาพชีวิต กลุ่มอาการก่อนมีระดู ภาวะอารมณ์แปรปรวนก่อนมีระดู และ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ใช้ถ้วยอนามัย, ชลิตา วัฒนศิริ Jan 2023

คุณภาพชีวิต กลุ่มอาการก่อนมีระดู ภาวะอารมณ์แปรปรวนก่อนมีระดู และ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ใช้ถ้วยอนามัย, ชลิตา วัฒนศิริ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้เป็นการวิจัยภาคตัดขวางเชิงพรรณา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการก่อนมีระดู และภาวะอารมณ์แปรปรวนก่อนมีระดู รวมถึงคุณภาพชีวิตในผู้ใช้ถ้วยอนามัย ซึ่งเก็บข้อมูลด้วยวิธีออนไลน์จากผู้ใช้ถ้วยอนามัย จำนวนทั้งสิ้น 115 คน ระหว่างเดือน กรกฎาคม ถึง สิงหาคม พ.ศ. 2566 เครื่องมือในการเก็บข้อมูลใช้แบบสอบถามที่ผู้เข้าร่วมวิจัยตอบด้วยตนเอง ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลพื้นฐาน แบบสอบถามเพื่อคัดกรองกลุ่มอาการ PMS และ PMDD (Premenstrual Symptoms Screening Tool (PSST) ฉบับภาษาไทย) และแบบวัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อ ฉบับภาษาไทย วิเคราะห์ข้อมูลโดยโดยใช้สติถิเชิงพรรณาเพื่อบรรยายลักษณะของกลุ่มตัวอย่าง จากนั้นวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของกลุ่มอาการก่อนมีระดู และภาวะอารมณ์แปรปรวนก่อนมีระดู โดยใช้สถิติเชิงอนุมาน Chi-square และ Fisher's exact test และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคุณภาพชีวิต ด้วยสถิติ Independent t-test รวมถึงวิเคราะห์ปัจจัยทำนายกลุ่มอาการก่อนมีระดู และภาวะอารมณ์แปรปรวนก่อนมีระดู ด้วยสถิติ Binary logistic regression ผลการศึกษา พบว่า ความชุกของกลุ่มอาการก่อนมีระดู เท่ากับร้อยละ 37.5 และภาวะอารมณ์แปรปรวนก่อนมีระดู เท่ากับร้อยละ 7.8 ในกลุ่มผู้ใช้ถ้วยอนามัย จากการวิเคราะห์ด้วยสถิติ Binary logistic regression พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่มอาการก่อนมีระดู กับ อาการบวมน้ำก่อนมีรอบเดือน (OR = 2.731, 95% CI = 1.042 - 7.156), อาการปวดเกร็งท้องน้อยก่อนมีรอบเดือน (OR = 2.804, 95% CI = 1.104 – 7.120), อาการปวดเมื่อยร่างกายก่อนมีรอบเดือน (OR = 7.562, 95% CI = 1.983 – 28.839), และ คุณภาพชีวิตด้านจิตใจ:ระดับปานกลาง (OR = 0.131, 95% CI …


ภาวะสุขภาพจิตและการเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษาปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, ณัฐชญา กิจรุ่งโรจน์ Jan 2023

ภาวะสุขภาพจิตและการเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษาปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, ณัฐชญา กิจรุ่งโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง เพื่อศึกษาภาวะสุขภาพจิตและการเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษาปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับภาวะสุขภาพจิต และการเห็นคุณค่าในตนเอง ของนักศึกษาปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กลุ่มตัวอย่างของวิจัยคือ นักศึกษาปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จำนวน 189 คน โดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และความเครียด (DASS-21) และแบบวัดการเห็นคุณค่าในตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ยคะแนน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ ค่ามากที่สุดและค่าน้อยที่สุด วิเคราะห์ความแตกต่างของค่าคะแนนเฉลี่ย วิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้น ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีค่าเฉลี่ยคะแนนการเห็นคุณค่าในตนเองอยู่ในระดับปานกลาง โดยค่าเฉลี่ยคะแนนรวมของการเห็นคุณค่าในตนเองมีค่าเฉลี่ยคือ 49.25 มีค่าเฉลี่ยคะแนนของภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และความเครียดอยู่ในระดับปกติ คิดเป็นร้อยละ 57.1, 38.1 และ 63 ตามลำดับ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเห็นคุณค่าในตนเอง ได้แก่ มุมมองความเข้าใจต่อเด็ก ความสัมพันธ์กับครูอาจารย์ และ ความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า ได้แก่ ความสัมพันธ์กับครูอาจารย์ ความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง ชั้นปีที่กำลังศึกษา เมื่อเรียนจบจะประกอบอาชีพครูปฐมวัยหรือครูประถมศึกษา และ ความพึงพอใจระหว่างที่กำลังศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เทียบกับวันแรกเข้า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความวิตกกังวล ได้แก่ ความสัมพันธ์กับครูอาจารย์ ความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง ความสัมพันธ์กับเพื่อน อาชีพที่ใฝ่ฝันตรงกับอาชีพที่อยากจะทำในปัจจุบัน และ โรคประจำตัว และ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียด ได้แก่ ความสัมพันธ์กับครูอาจารย์ ความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง


Biomarkers Of Mild Cognitive Impairment With And Without Depression In The Elderly, Gallayaporn Nantachai Jan 2023

Biomarkers Of Mild Cognitive Impairment With And Without Depression In The Elderly, Gallayaporn Nantachai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Amnestic Mild Cognitive Impairment (aMCI) is the deterioration of cognitive function, where those with the amnestic subtype have memory decline and may conversion to Alzheimer’s disease. This study is both a systematic review and meta-analysis on 3.798 MCI individuals and 6.063 healthy controls and a case-control study. The case-control study included 121 MCI and normal volunteers aged 60-75. Collectively, the dissertation aimed to explore the relationship between biomarkers, psychological symptoms, and neuropsychological assessment in MCI. Descriptive statistics were used to describe the general data set, while meta-statistics were used to review biomarkers. The predictive relationship of various factors in MCI …


An Exploration Of Quality Of Life Perceptions Of Cochlear Implant Recipients And Their Frequent Communication Partners, Jessica L. Bishop, Ashley G. Flagge Jan 2023

An Exploration Of Quality Of Life Perceptions Of Cochlear Implant Recipients And Their Frequent Communication Partners, Jessica L. Bishop, Ashley G. Flagge

Ashley Flagge Publications

Purpose: Quality of life (QoL) after cochlear implantation has been investigated using a variety of QoL questionnaires. However, few studies have examined the perceived QoL of cochlear implant (CI) recipients compared between the recipient and a frequent communication partner (FCP) using both hearing-related (hearing-specific), and health-general (health-general) measures.

Method: For this multiple case study, five participant pairs were recruited, consisting of five adult recipients who were implanted at least six months prior to the time of evaluation, and five adult frequent communication partners who lived with the recipient at the time of evaluation. All ten participants (five pairs) completed a …