Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Constitutional Law (1120)
- International Law (1031)
- Social and Behavioral Sciences (973)
- Criminal Law (842)
- Law and Society (678)
-
- Environmental Law (625)
- Intellectual Property Law (608)
- Administrative Law (584)
- Civil Rights and Discrimination (581)
- Health Law and Policy (555)
- Legal Profession (523)
- Human Rights Law (497)
- Law and Race (497)
- Legislation (476)
- Legal Education (453)
- Courts (433)
- Law and Gender (393)
- Criminal Procedure (390)
- Arts and Humanities (387)
- Comparative and Foreign Law (374)
- Science and Technology Law (366)
- Law and Politics (358)
- State and Local Government Law (358)
- Supreme Court of the United States (343)
- Business Organizations Law (311)
- Jurisprudence (306)
- Law and Economics (303)
- Civil Law (292)
- Labor and Employment Law (286)
- Institution
-
- Universitas Indonesia (512)
- Yeshiva University, Cardozo School of Law (488)
- United Arab Emirates University (428)
- University of Michigan Law School (325)
- University of Kentucky (323)
-
- University of Florida Levin College of Law (316)
- Notre Dame Law School (272)
- William & Mary Law School (257)
- Duke Law (249)
- Columbia Law School (221)
- American University Washington College of Law (220)
- Fordham Law School (214)
- Southern Methodist University (205)
- Vanderbilt University Law School (205)
- Osgoode Hall Law School of York University (204)
- Seton Hall University (194)
- Maurer School of Law: Indiana University (185)
- University of North Carolina School of Law (175)
- Brigham Young University Law School (170)
- Louisiana State University (168)
- UC Law SF (154)
- University of Chicago Law School (149)
- Singapore Management University (148)
- University of Georgia School of Law (148)
- University of Maryland Francis King Carey School of Law (146)
- Brooklyn Law School (142)
- University of Miami Law School (138)
- Loyola University Chicago, School of Law (137)
- Saint Louis University School of Law (136)
- Case Western Reserve University School of Law (134)
- Keyword
-
- Law (274)
- COVID-19 (269)
- Pandemic (147)
- Women (113)
- Constitutional law (103)
-
- Privacy (102)
- First Amendment (100)
- Supreme Court (99)
- Constitution (98)
- Human rights (94)
- Constitutional Law (93)
- Discrimination (91)
- Philosophy (90)
- Race (90)
- Copyright (89)
- United States (87)
- Justice (86)
- International law (84)
- Politics (80)
- Technology (80)
- Racism (79)
- Climate change (78)
- Theology (78)
- Immigration (72)
- Civil rights (68)
- Jurisprudence (67)
- Menstruation (67)
- Criminal justice (66)
- Education (66)
- History (66)
- Publication
-
- Faculty Scholarship (643)
- UAEU Law Journal (419)
- Journal of Natural Resources & Environmental Law (270)
- Articles (245)
- Faculty Publications (239)
-
- Florida Law Review (227)
- Indonesian Notary (165)
- Student Senate Enrolled Legislation (164)
- Scholarly Works (128)
- Research Collection Yong Pung How School Of Law (123)
- "Dharmasisya” Jurnal Program Magister Hukum FHUI (120)
- Student Works (114)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (98)
- Touro Law Review (85)
- Faculty Articles (83)
- Journal Articles (80)
- Cardozo Law Review (78)
- Georgetown Law Faculty Publications and Other Works (76)
- Fordham Law Review (73)
- Indonesian Journal of International Law (71)
- Vanderbilt Law School Faculty Publications (70)
- Utah Court of Appeals Briefs (2020 –) (68)
- BYU Law Review (66)
- Publications (66)
- Articles & Book Chapters (65)
- Utah Law Faculty Scholarship (65)
- FIU Law Review (61)
- Osgoode Hall Law Journal (61)
- Jurnal Hukum & Pembangunan (60)
- Articles, Book Chapters, & Popular Press (59)
- Publication Type
Articles 10411 - 10440 of 13106
Full-Text Articles in Law
Principles For Policymakers, James R. Hines Jr.
Principles For Policymakers, James R. Hines Jr.
Book Chapters
Multinational corporations are global goliaths, but they have not conquered the world, nor are they responsible for every economic ill, as is sometimes alleged. These firms contribute to global prosperity by improving productivity and efficiency, innovating, and creating jobs-mostly good jobs-in both home and host countries. Governments lavish attention on multinational corporations, seeking the good that accompanies their investments even as policymakers worry about the influence multinational firms have on the local environment, social conditions, and politics. In this regard, governments face the tradeoffs that commonly afflict economic policymaking. Efforts to control the actions of multinational firms typically come at …
การกู้ยืมเงินของพรรคการเมือง, เกศกานดา เรืองดำ
การกู้ยืมเงินของพรรคการเมือง, เกศกานดา เรืองดำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาแนวคิด หลักเกณฑ์ และสภาพปัญหาของการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองในประเทศไทย และวิเคราะห์ปัญหาในทางกฎหมายของการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 เพื่อเสนอแนวทางในการแก้ไข ที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย โดยวิธีการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมจากหนังสือ บทความทางวิชาการ วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัย เอกสารของต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแนวคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการกู้ยืมเงินของพรรคการเมือง จากการศึกษาพบว่าบทบัญญัติเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองในประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ไม่มีการบัญญัติให้พรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินได้ แต่ก็มิได้มีกฎหมายห้ามไม่ให้พรรคการเมืองกู้ยืมเงิน โดยมีกรณีศึกษาจากพรรค อนาคตใหม่ ซึ่งได้ทำการกู้ยืมเงินเพื่อมาดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจากหัวหน้าพรรคเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในกรณีดังกล่าวว่า การกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองเป็นลักษณะของ การบริจาคหรือให้ประโยชน์อื่นใดกับพรรคการเมืองโดยมีมูลค่ามากกว่าที่กฎหมายกำหนด และได้มีการตีความบทบัญญัติทางกฎหมายไปจนถึงขั้นยุบพรรคการเมือง ทำให้พรรคการเมืองขาดความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรคการเมือง ตลอดจนไม่เอื้อให้เกิดดุลยภาพระหว่างเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง อันเป็นการพัฒนาความเข้มแข็งของพรรคการเมืองของประเทศไทยใน ระยะยาวกับการควบคุมเรื่องการเงินของพรรคการเมือง ผู้เขียนจึงเสนอให้การกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองในประเทศไทยสามารถกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายและควรมีการปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติในการตรากฎหมายเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 โดยควรบัญญัติให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองในประเทศไทยให้พรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินได้จากสถาบันทางการเงิน และจากสมาชิกพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง โดยจะต้องมีการกำหนดเพดานของการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองไม่ให้มีการกู้ยืมเงินเกินกว่าที่กฎหมายกาหนด และควรมีการกำหนดรายละเอียดของคำว่า “บริจาค”และ “ประโยชน์อื่นใด” ตลอดจนควรเพิ่มความหมายของคำว่า “เงินกู้ยืม” ด้วย ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้หลักการที่จะไม่ให้เกิดการครอบงำทางการเมือง เกิดความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ อันนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรคการเมืองในระยะยาวต่อไป
การกำกับดูแลการก่อหนี้สาธารณะของประเทศไทยภายใต้กรอบวินัยทางการคลัง : ศึกษากรณีรายงานการก่อหนี้สาธารณะต่อรัฐสภา, ดวงกมล สังสกุลณีย์
การกำกับดูแลการก่อหนี้สาธารณะของประเทศไทยภายใต้กรอบวินัยทางการคลัง : ศึกษากรณีรายงานการก่อหนี้สาธารณะต่อรัฐสภา, ดวงกมล สังสกุลณีย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาถึงการจัดทำรายงานการก่อหนี้สาธารณะต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นกรอบวินัยทางการคลังประการหนึ่งในการกำกับดูแลการก่อหนี้สาธารณะของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า หลักเกณฑ์ทางกฎหมายของประเทศไทยในเรื่องดังกล่าวยังคงมีข้อจำกัดที่สำคัญ คือ ความไม่ครบถ้วนของข้อมูลการก่อหนี้สาธารณะที่ปรากฏอยู่ในเอกสารงบประมาณและรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยในส่วนของเอกสารงบประมาณ ยังขาดการประมาณการหนี้สาธารณะและการแสดงถึงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการหนี้สาธารณะในระยะกลาง (Medium -Term Debt Management Strategy) ทำให้รัฐสภาไม่ทราบถึงทิศทางการดำเนินงานและตัวชี้วัด ที่รัฐบาลใช้ในการประเมินความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากหนี้สาธารณะ สำหรับรายงานการดำเนินการตามมาตรา 17 ยังไม่ปรากฏข้อมูลการคาดการณ์ปริมาณหนี้สาธารณะและการประเมินความเสี่ยงของหนี้สาธารณะ รวมถึงยังมีข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจากการไม่มีกฎหมายกำหนดให้รัฐสภาทำหน้าที่ในการกำกับดูแลหรือรับทราบมาตรการแก้ไข ในกรณีที่สัดส่วนหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นจริงไม่เป็นไปตามกรอบในการบริหารหนี้สาธารณะที่รัฐบาลกำหนดไว้ ซึ่งข้อจำกัดเหล่านี้จะกระทบต่อความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือในการดำเนินงาน และประสิทธิภาพในการรักษาเป้าหมายสัดส่วนที่ใช้เป็นกรอบในการบริหารหนี้สาธารณะของรัฐบาลได้ จากข้อจำกัดดังกล่าว ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1) เสนอแผนการคลังและกลยุทธ์การบริหาร หนี้สาธารณะระยะปานกลางพร้อมไปกับเอกสารงบประมาณที่เสนอต่อรัฐสภา 2) นำเสนอข้อมูลการคาดการณ์ปริมาณหนี้สาธารณะและการประเมินความเสี่ยงของหนี้สาธารณะไว้ในรายงานผลการดำเนินการฯ และ 3) กรณีที่สัดส่วนหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นจริงไม่เป็นไปตามกรอบสัดส่วนที่กำหนด ให้รัฐบาลรายงานเหตุผล วิธีการ และระยะเวลาในการทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะกลับมาอยู่ภายในสัดส่วนที่กำหนดเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ซึ่งจะช่วยให้รัฐสภามีข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอต่อการกำกับดูแลการก่อหนี้สาธารณะและจะช่วยให้เกิด ความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาวต่อไป
ความรับผิดทางอาญาของผู้จัดการชุมนุมจากการกระทำของผู้ชุมนุมตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558, บูรณิมา อรุณนิมิตกุล
ความรับผิดทางอาญาของผู้จัดการชุมนุมจากการกระทำของผู้ชุมนุมตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558, บูรณิมา อรุณนิมิตกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเหมาะสมของการกำหนดความรับผิดทางอาญาของผู้จัดการชุมนุมจากการกระทำของผู้ชุมนุมตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 31 วรรคสอง โดยผู้วิจัยได้ทำการศึกษาตั้งแต่ทฤษฎีเกี่ยวกับการกำหนดความรับผิดอาญา โครงสร้างความรับผิดทางอาญา รวมถึงหลักความรับผิดที่เกิดจากการกระทำของบุคคลอื่น (Vicarious Liability) และนำไปวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศอังกฤษ ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางที่เหมาะสมเกี่ยวกับการกำหนดความรับผิดทางอาญาของผู้จัดการชุมนุมจากการกระทำของผู้ชุมนุมต่อไป จากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่าการที่พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 31 วรรคสองกำหนดให้ผู้จัดการชุมนุมต้องรับผิดในทางอาญาจากการกระทำของผู้ชุมนุมนั้นมีปัญหาที่สำคัญ 2 ประการ1. การกำหนดความรับผิดทางอาญาของผู้จัดการชุมนุมไม่เป็นไปตามหลักการกำหนดความรับผิดในทางอาญาทั่วไปที่กำหนดให้บุคคลต้องรับผิดเฉพาะแต่การกระทำของตนเองเท่านั้น โดยที่เมื่อศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะในต่างประเทศที่ผู้วิจัยได้ทำการเลือกมาศึกษาวิจัยเปรียบเทียบแล้วพบว่าในต่างประเทศไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่เกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะที่กำหนดให้ผู้จัดการชุมนุมต้องรับผิดจากการกระทำของผู้ชุมนุมเช่นเดียวกับรูปแบบของกฎหมายไทย 2. การกำหนดความรับผิดทางอาญาแก่ผู้จัดการชุมนุมจากการกระทำของผู้ชุมนุมจำเป็นต้องพิจารณาถึงนิยามคำว่า “ผู้จัดการชุมนุม” ประกอบด้วย ซึ่งการกำหนดคำนิยามคำว่าผู้จัดการชุมนุมตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 4 ประกอบกับมาตรา 10 วรรคสองนั้น บัญญัติไว้อย่างกว้างจนส่งผลให้บุคคลจำนวนมากอยู่ในฐานะผู้จัดการชุมนุมทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้จัดการชุมนุมตามความเป็นจริง โดยที่เมื่อเปรียบเทียบกับกฎหมายของต่างประเทศแล้วพบว่ามีการกำหนดคำนิยามคำว่าผู้จัดการชุมนุมไว้ชัดเจนกว่าซึ่งเหมาะแก่การนำมาปรับใช้กับกฎหมายไทย ดังนั้น ผู้วิจัยจึงขอเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมคำนิยามคำว่าผู้จัดการชุมนุมตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 4 เพื่อให้การกำหนดว่าบุคคลใดอยู่ในฐานะผู้จัดการชุมนุมมีความชัดเจนมากขึ้น และ ควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดความรับผิดทางอาญาแก่ผู้จัดการชุมนุมจากการกระทำของผู้ชุมนุม โดยเปลี่ยนเป็น ให้ผู้จัดการชุมและผู้ชุมนุมต่างต้องรับผิดทางอาญาจากการกระทำของตนเอง เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากลมากยิ่งขึ้น
สภาพปัญหาการประกอบธุรกิจของบริษัทข้ามชาติที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนกับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี, พีรดา บูรณะบัญญัติ
สภาพปัญหาการประกอบธุรกิจของบริษัทข้ามชาติที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนกับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี, พีรดา บูรณะบัญญัติ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยจึงได้มีนโยบายต่างๆเพื่อดึงดูดและส่งเสริมการลงทุนในประเทศ ทั้งนี้ได้มีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในการออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนทางภาษีให้กับกิจการที่เข้ามาลงทุน วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัญหาของการกำหนดรูปแบบมาตรการทางภาษีที่ให้กับกิจการประเภทที่ต้องการเข้ามาลงทุนในระยะยาว ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงโดยเฉพาะเทคโนโลยีในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่มีมูลค่าสูงอย่างแท้จริง อีกทั้งแนวทางการแก้ไข รวมถึงศึกษารูปแบบของมาตรการทางภาษีของต่างประเทศได้แก่ ประเทศเบลเยี่ยม ประเทศไอร์แลนด์และประเทศฟิลิปปินส์เพื่อนำมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์หาแนวทางแก้ปัญหาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยสูงสุด ทั้งนี้ ผู้วิจัยพบปัญหาจากการให้สิทธิและประโยชน์ทางภาษีในประเทศไทยที่มุ่งเน้นการออกแบบมาตรการทางภาษีคือการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือ Tax holiday ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีความไม่เหมาะสม และไม่เกิดประโยชน์และตอบโจทย์ต่อกิจการที่เข้ามาลงทุนในระยะยาว ใช้เงินลงทุนสูงและเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้เป็นการออกแบบมาตรการทางภาษีที่ดึงดูดนักลงทุนระยะสั้น กิจการประเภทการผลิตเพื่อส่งออกและไม่ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆในประเทศไทย รวมถึงเทคโนโลยีในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยลดลง ซึ่งในปัจจุบันประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้และเริ่มยกเลิกมาตรการดังกล่าวแล้ว จากปัญหาที่พบผู้วิจัยจึงได้วิเคราะห์เปรียบเทียบกับมาตรการทางภาษีของต่างประเทศที่ใช้มาตรการทางภาษีซึ่งมีความแตกต่างกันว่าสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้อย่างไร จึงมีข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขโดยปรับปรุงมาตรการทางภาษีของประมวลรัษฎากรและเพิ่มเติมมาตรการที่เป็นประโยชน์มาปรับใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการส่งเสริมและดึงดูดกิจการที่ต้องการเข้ามาลงทุนอย่างแท้จริง
แนวทางการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในธุรกิจแอนิเมชั่นของผู้ประกอบการจดทะเบียน ในประเทศไทย: กรณีที่มีการส่งแอนิเมชั่นนั้นย้อนกลับมาใช้บริการในประเทศไทย, เจนนิจ วิทยาศัย
แนวทางการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในธุรกิจแอนิเมชั่นของผู้ประกอบการจดทะเบียน ในประเทศไทย: กรณีที่มีการส่งแอนิเมชั่นนั้นย้อนกลับมาใช้บริการในประเทศไทย, เจนนิจ วิทยาศัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับแอนิเมชั่นของ ผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศไทยที่มีการส่งออกไปให้บริการในต่างประเทศ แล้วมีการส่งแอนิเมชั่นนั้น ย้อนกลับมาใช้บริการในประเทศไทย วิเคราะห์ปัญหาของการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ส่งผลต่อผู้ประกอบการจด ทะเบียนในประเทศไทย และศึกษาหลักกฎหมายการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าบริการของประเทศ สาธารณรัฐสิงคโปร์ประกอบกับแนวทางการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากธุรกรรมระหว่างประเทศกรณีการให้บริการ ทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อให้ทราบ ถึงแนวคิดที่สำคัญและข้อดีของแนวทางดังกล่าว นำไปสู่การเสนอแนวทางปรับปรุงการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อ ประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร จากการศึกษาพบว่า การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับแอนิเมชั่นของผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศ ไทยที่มีการส่งออกไปให้บริการในต่างประเทศ แล้วมีการส่งแอนิเมชั่นนั้นย้อนกลับมาใช้บริการในประเทศไทย ไม่ สอดคล้องกับหลักปลายทาง เจ้าหน้าที่สรรพากรใช้อำนาจในการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการที่ได้ แสดงรายการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มจากอัตราร้อยละ 0 เป็นอัตราร้อยละ 7 ทำให้ผู้ประกอบการต้องเป็นผู้แบก รับภาระภาษีการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มในลักษณะดังกล่าวจะนำไปสู่ปรากฏการณ์ต่อต้านการเพิ่มผลผลิต กล่าวคือ ผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่จะเลือกทำธุรกิจที่ไม่ถูกจัดเก็บภาษีแทนกิจกรรมทางเศรษฐกิจเดิมที่ตนมี ความสามารถหรือความถนัด สำหรับการจัดเก็บภาษีสินค้าและบริการของประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์มีบทบัญญัติที่ชัดเจนในหลัก กฎหมายการจัดเก็บภาษีสินค้าและบริการจากการให้บริการระหว่างประเทศและหลักกฎหมายการจัดเก็บภาษี สินค้าและบริการจากการนำเข้าสินค้าเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพิจารณากำหนดผู้รับบริการที่ได้รับ ผลประโยชน์โดยตรงจากสินค้าหรือการให้บริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงจุดสิ้นสุดของการบริโภคสินค้าและให้บริการ นั้นๆ ด้วยตนเองได้ ผู้เขียนจึงเสนอแนะว่า ให้บัญญัติหลักกฎหมายให้ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงการตีความและการใช้ดุลยพินิจส่วน บุคคลของเจ้าหน้าที่สรรพากรในการประเมิน นอกจากนี้ควรมีการกำหนดความหมายของการให้บริการระหว่าง ประเทศอย่างละเอียด เพื่อที่จะสามารถกำหนดสถานที่ของผู้รับบริการในต่างประเทศ ซึ่งเป็นหลักในการพิจารณา การได้รับสิทธิในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 เนื่องจากปัจจุบันมีโอกาสอย่างยิ่งที่บริการที่เคยให้บริการ ไปแล้วในอดีต จะกลับมามีผลใช้บริการในประเทศไทยอีก
การศึกษาผลกระทบของความตกลงเขตการค้าเสรีจีน – อาเซียนต่อมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ในประเทศไทย, อรฤดา คำเลิศลักษณ์
การศึกษาผลกระทบของความตกลงเขตการค้าเสรีจีน – อาเซียนต่อมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ในประเทศไทย, อรฤดา คำเลิศลักษณ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จากกระแสความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและแรงผลักดันของปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์โลกให้เกิดการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่ใช้ในการ ขับเคลื่อนยานยนต์จากเครื่องยนต์สันดาปภายในซึ่งมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผา ไหม้ สู่การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยจากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทาง เทคโนโลยีมาสู่ยานยนต์ไฟฟ้านี้ จึงส่งกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในฐานะผู้เป็นฐาน การผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในรายใหญ่ของโลก ให้ต้องมีการปรับตัว และก้าวให้ทันต่อสถานการณ์และแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างสิ้นเชิงในครั้งนี้ ด้วยเหตุนี้ นโยบายภาครัฐจึงมีส่วนสําคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรม ยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม สําหรับประเทศไทย จากการศึกษาโดยใช้เครื่องมือ SWOT Analysis พบว่า มาตรการภาษีนําเข้าภายใต้กรอบความตกลง เขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน (ACFTA) เป็นอุปสรรคต่อนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยาน ยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ BEV ภายในประเทศ โดยจะมีผลเป็นการลดทอนประสิทธิภาพนโยบายของ ภาครัฐอย่างเป็นสาระสําคัญ กระทบต่อเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ที่สําคัญในระดับภูมิภาคให้ล่าช้าออกไปหรือมิอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อศึกษาเปรียบเทียบกับนโยบายผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ ภายในประเทศของประเทศเวียดนามและประเทศอินโดนีเซียพบว่า มีการดําเนินนโยบายที่แตกต่าง ออกไปกล่าวคือ ทั้งประเทศเวียดนามและประเทศอินโดนีเซีย ได้มีมาตรการตั้งกําแพงภาษี (Tariff Barrier) สําหรับการนําเข้ารถยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน (CBU) จากประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ภายใต้กรอบ ความตกลง ACFTA และในขณะเดียวกัน ทางภาครัฐก็ได้มีการปรับใช้นโยบายในการส่งเสริม ความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมภายในประเทศควบคู่กันไปอย่างชัดเจน เพื่อมุ่งพัฒนา ข้อได้เปรียบของแต่ละประเทศที่มีอยู่ และผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ ซึ่งนับว่า นโยบายดังกล่าวของภาครัฐนั้นมีความสอดคล้องกับแนวคิดในการปกป้องและส่งเสริม อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ภายในประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จากประเด็นปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้มีการศึกษาเปรียบเทียบนโยบายและมาตรการของ ต่างประเทศ เพื่อหาแนวทางปรับใช้ที่เหมาะสมสําหรับประเทศไทย เพื่อเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านให้ ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ที่สําคัญในระดับภูมิภาคได้
ประเด็นการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่มีต่อผู้สอบบัญชี, พิจิตรี เลิศลักษณาพร
ประเด็นการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่มีต่อผู้สอบบัญชี, พิจิตรี เลิศลักษณาพร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงปัญหาและผลกระทบของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล พ.ศ. 2562 ที่มีต่อวิชาชีพผู้สอบบัญชีในประเทศไทย เนื่องจากการตรวจสอบบัญชีเป็นหนึ่งใน งานที่ให้ความเชื่อมั่นซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่อาจประกอบไปด้วยข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจาก ผู้สอบบัญชีจะใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นหลักฐานซึ่งช่วยให้ผู้สอบบัญชีสามารถแสดงความเชื่อมั่น หรือ แสดงข้อเท็จจริงที่มีต่องานที่ได้ปฏิบัติ โดยในการได้มาซึ่งหลักฐานการสอบบัญชีนี้ ผู้สอบบัญชีได้รับ ข้อมูลในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสําหรับการตรวจสอบงบการเงิน นอกจากนี้ ผู้สอบบัญชี ยังเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากได้มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามคําสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จากการเข้าไปทําสัญญากับผู้ควบคุมข้อมูลส่วน บุคคลสําหรับงานที่ให้ความเชื่อมั่นอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ประเด็นการได้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวยังไม่ได้มีการระบุขอบเขตของ ข้อมูลส่วนบุคคล รวมไปถึงวิธีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ผู้สอบบัญชีได้รับ ข้อมูลจากนอกเหนือจากความจําเป็นเพื่อที่จะใช้เป็นหลักฐานสอบบัญชี รวมถึงมีการจัดเก็บที่อาจไม่ เหมาะสม ทั้งนี้การให้ความจํากัดความและขอบเขตที่อนุญาตให้ผู้สอบบัญชีเข้าถึงข้อมูล และแนวการ จัดเก็บข้อมูลถือเป็นสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจและทําให้เกิดการปฏิบัติตามหลักของ กฎหมายได้ดียิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ ควรมีการกําหนดนิยามของข้อมูลที่ผู้สอบบัญชีจะตรวจสอบให้ชัดเจน เพื่อกําหนด ขอบเขตและควรกําหนดแนวปฏิบัติในการจัดเก็บข้อมูลโดยคํานึงถึงความเหมาะสมในวัตถุประสงค์ ของการจัดเก็บข้อมูลอีกด้วย
แนวทางในการนำมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เรื่องเครื่องมือทางการเงิน ฉบับปรับปรุง 2563 มาใช้กับการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยของ การจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล, นุสรา มานะกิจลาภ
แนวทางในการนำมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เรื่องเครื่องมือทางการเงิน ฉบับปรับปรุง 2563 มาใช้กับการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยของ การจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล, นุสรา มานะกิจลาภ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ มีประกาศปรับปรุงมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 เรื่องเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งได้มีการกําหนดเงื่อนไข วิธีการและปัจจัยที่เกี่ยวข้องแตกต่างไปจากมาตรฐานฉบับ เดิมที่เคยถือปฏิบัติ มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการในการจัดกลุ่มประเภทของเครื่องมือทางการเงิน กําหนดแนวทางใน การพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการประเมินมูลค่าและการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของเครื่องมือทางการเงิน โดยมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 ได้กําหนดให้มีการจัดกลุ่มประเภทของเครื่องมือทางการเงิน อาศัย การพิจารณาจากรูปแบบธุรกิจ (Business Model) แทนการจัดกลุ่มที่พิจารณาตามวัตถุประสงค์ในการถือครอง และให้ใช้ข้อมูลจากเหตุการณ์ในอดีตร่วมกับสภาพการณ์ปัจจุบันและการพยากรณ์สภาพเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่ง แตกต่างจากเดิมที่พิจารณาแค่เพียงปัจจัยจากในอดีตจนถึงปัจจุบันเท่านั้น การนําสภาพเศรษฐกิจในอนาคตมาร่วม พิจารณานั้น ส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ที่แม่นยําและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การรับรู้รายการจะสะท้อนถึงข้อมูลที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ลดความผันผวน และความไม่แน่นอนจากการใช้ข้อมูลได้มากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงวิธีการพิจารณาดังกล่าว ได้ส่งผลต่อการ คํานวณการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของเครื่องมือทางการเงินและทําให้การรับรู้รายได้ดอกเบี้ยซึ่งอยู่บนฐานการ คํานวณจากมูลค่าคงเหลือของเครื่องมือทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น (รายได้ดอกเบี้ย เกิดจากการคํานวณมูลค่าของ เครื่องมือทางการเงินหักค่าเผื่อการด้อยค่าคูณอัตราดอกเบี้ย) เนื่องจากมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 ได้กําหนดให้ผู้ประกอบการทบทวนความเป็นไปได้ที่จะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากเครื่องมือทางการเงินนั้นอยู่ เสมอ แม้ว่าเครื่องมือทางการเงินนั้นอาจรับรู้การด้อยค่าไปแล้วในอดีต แตกต่างจากมาตรฐานฉบับเดิมที่ไม่ได้ให้นํา เครื่องมือทางการเงินที่เคยรับรู้การด้อยค่าไปแล้วกลับมาพิจารณาใหม่ ส่งผลให้การรับรู้รายได้ดอกเบี้ยตามมูลค่าที่ เหลืออยู่ของเครื่องมือทางการเงินหลังหักค่าเผื่อการด้อยค่า ไม่สามารถรับรู้รายการได้ในทางบัญชีอีกต่อไป และ จากการศึกษาพบว่าการรับรู้รายการรายได้ดอกเบี้ยในทางบัญชีและในทางภาษีไม่ได้มีความแตกต่างกัน ดังนั้นจึง ถือได้ว่า เมื่อรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น ย่อมส่งผลให้กิจการมีการรับรู้กําไรสุทธิเพิ่มมากขึ้น (กรณีไม่นําการ เปลี่ยนแปลงจากปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการคํานวณกําไรสุทธิทางภาษีเช่น ค่าใช้จ่าย มารวมในการพิจารณา) และ ทําให้การคํานวณภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องนําส่งแก่กรมสรรพากรนั้นเพิ่มขึ้น การปรับปรุงมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการบัญชี ย่อมส่งผลต่อการรับรู้รายการของกิจการต่างๆ การนํา มาตรฐานการบัญชีไปถือปฏิบัติจึงควรเป็นไปด้วยความเข้าใจและทราบถึงผลกระทบทั้งภายในกิจการของตนและ บุคคลภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ดุลยพินิจของผู้บริหารประกอบกับข้อมูลที่เพียงพอและเชื่อถือได้ ควร กระทําด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดหรือเกิดความคลาดเคลื่อนในการจัดทํารายการและการ นําเสนอข้อมูล
ปัญหาเกี่ยวกับมาตรการของรัฐในการช่วยเหลือผู้รับจ้าง ในสัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐ : ศึกษากรณีเหตสุดวิสัยอันเนื่องมาจากโรคโควิด 19 ระบาด, ภาวิตา ลี้สกุล
ปัญหาเกี่ยวกับมาตรการของรัฐในการช่วยเหลือผู้รับจ้าง ในสัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐ : ศึกษากรณีเหตสุดวิสัยอันเนื่องมาจากโรคโควิด 19 ระบาด, ภาวิตา ลี้สกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อศึกษามาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับมาตรการของรัฐในการช่วยเหลือผู้รับจ้างในสัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐกรณีเหตสุดวิสัยอันเนื่องมาจากโรคโควิด 19 ระบาด วิเคราะห์ปัญหาปัญหาเกี่ยวกับมาตรการของรัฐในการช่วยเหลือดังกล่าว และเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา เช่น ข้อเสนอเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เพียงพอของมาตรการที่ใช้ในการเยียวยาผู้รับจ้างในสัญญาจ้างก่อสร้าง รวมถึง การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อเสนอเกี่ยวกับการแก้กฎหมายให้รองรับหลักการปฏิบัติการชำระหนี้ก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่คู่สัญญา (hardship) ในชั้นนี้จึงสมควรที่จะศึกษาในปัญหาดังกล่าว รวมถึงการนำเสนอการแก้ไขหรือเพิ่มเติมกฎหมาย การกำหนดนโยบายที่สำคัญที่ช่วยเหลือผู้รับจ้างในสัญญาจ้างก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบ โดยการกำหนดนโยบายดังกล่าวควรบัญญัติเป็นกฎหมายพิเศษขึ้นมานอกเหนือจากการใช้บังคับตามที่กำหนดไว้ในระบบกฎหมายปกติ อันจะก่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับแนวนโยบายในการช่วยเหลือผู้รับจ้างในสัญญาจ้างก่อสร้าง
การศึกษากฎหมาย หลักเกณฑ์ และเสนอแนวทางในการจัดเก็บภาษีป้ายให้สอดคล้องกับรูปแบบป้ายอิเล็กทรอนิกส์, วริศรา การบูรณ์
การศึกษากฎหมาย หลักเกณฑ์ และเสนอแนวทางในการจัดเก็บภาษีป้ายให้สอดคล้องกับรูปแบบป้ายอิเล็กทรอนิกส์, วริศรา การบูรณ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาเล่มนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัญหาในการจัดเก็บภาษีป้ายอิเล็กทรอนิกส์ เนื่อง ด้วยสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันมีการพัฒนาในด้านเทคโนยีไปไกล และ ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ป้ายที่แสดงสื่อความต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่นําเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ พบเห็น จึงทําให้พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 ที่มีการบัญญัติใช้มาเป็นเวลานาน ไม่สอดคล้อง กับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยได้ศึกษาปัญหาในการจัดเก็บภาษีป้าย และแนวทางการแก้ไขที่ สามารถนํามาประยุกต์ใช้ได้จริง และรองรับการพัฒนารูปแบบของป้ายอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต จากการศึกษาพบว่า ปัญหาในการจัดเก็บภาษีป้ายที่ไม่ครอบคลุมป้ายที่ใช้งานจริงในปัจจุบัน มาจากหลักเกณฑ์การคํานวณภาษี โดยภาษีป้ายจะใช้การคํานวณจากขนาดป้าย (ความกว้างคูณด้วย ความยาวจะได้พื้นที่ป้าย) คูณด้วยอัตราภาษีโดยมีการกําหนดการเลือกอัตราไว้ว่า หากเป็นข้อความที่ เป็นอักษรไทย จะสามารถเลือกใช้อัตราที่ต่ําซึ่งมีผลทําให้เสียภาษีน้อยลง แต่หากข้อความบนป้ายมี อักษรต้างประเทศ รูปภาพ สัญลักษณ์อื่นๆ แสดงอยู่ ก็จะทําให้อัตราภาษีที่ใช้คูณสูงขึ้น ผู้เขียนเห็นว่า การใช้หลักเกณฑ์การวัดขนาด ควรปรับเปลี่ยน เนื่องจากหากเป็นป้ายอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบของ การยิงแสงเลเซอร์ไปยังจุดต่าง ๆ ซึ่งสามารถย่อ และขยายได้ รวมถึงการตั้งเวลาเปิดปิดได้นั้น จะทํา ให้หลักเกณฑ์ไม่สามารถคํานวณยอดภาษีที่สมควรเป็นได้และการใช้หลักเกณฑ์ดูข้อความที่แสดงบน ป้ายเพื่อเลือกอัตราภาษี อาจเกิดปัญหาได้เนื่องจากป้ายอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ สามารถปรับเปลี่ยน ข้อความที่แสดงได้อย่างรวดเร็ว ทําให้เป็นช่องทางการหลีกเลี่ยงภาษีได้อีกหนึ่งช่องทาง ผู้เขียนจึงเห็น ควรเปลี่ยนหลักเกณฑ์การคํานวณดังกล่าวมาเป็นคูณจากยอดมูลค่าที่ชําระค่าจัดทําป้ายตาม แบบอย่างของเมืองฟิลาเดลเฟีย (PHILADELPHIA) แห่งรัฐเพนซิลเวเนีย สหรฐัอเมริกา จะทําให้ภาษี ที่ต้องชําระผันแปรตามมูลค้าป้ายและผลตอบรับ เช่น การใช้ป้ายอิเล็กทรอนิกส์ในการแสดงโฆษณา เพื่อการค้า ก็จะมีมูลค่า ค่าโฆษณาที่สูง ผลตอบรับสูง และเสียภาษีสูงกว่าป้ายที่เป็นสองมิติแบบเดิม ที่ผลตอบรับน้อยกว่าเนื่องจากไม่ค่อยดึงดูดสายตาและมีมูลค่าโฆษณาที่น้อยกว่าเช่นกัน
มาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลธุรกิจการให้บริการด้านสุขภาพ โดยระบบโทรเวชกรรม (Telemedicine) ในประเทศไทย, ศิรวีย์ ครองศิล
มาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลธุรกิจการให้บริการด้านสุขภาพ โดยระบบโทรเวชกรรม (Telemedicine) ในประเทศไทย, ศิรวีย์ ครองศิล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามาตรการในการกํากับดูแลธุรกิจการให้บริการด้านสุขภาพ ผ่านระบบโทรเวชกรรม (Telemedicine) ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันความก้าวหน้าในการให้บริการด้าน สุขภาพมีการพัฒนาตามเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และเทรนด์การดูแลสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นของ โลก จึงควรให้ความสําคัญกับการบริการด้านสุขภาพเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชากร เพื่อ ตอบสนองความต้องการและสร้างมาตรฐานในเทคโนโลยีโทรเวชกรรม จากการศึกษาพบว่าประเทศไทย ยังมุ่งเน้นการให้บริการโทรเวชกรรมไปที่กลุ่มของผู้ให้บริการที่เป็นสถานพยาบาลแต่เพียงเท่านั้น ทั้งที่ใน ปัจจุบันการบริการด้านสุขภาพที่มีใบประกอบอนุญาตไม่ควรจะจํากัดอยู่แค่ในโรงพยาบาล เพื่อเป็นการ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพของประชาชนและเป็นการพัฒนาธุรกิจดังกล่าว โดยใช้จุด แข็งที่ประเทศไทยมีผู้เชี่ยวชาญในระบบสุขภาพเป็นจํานวนมาก ได้รับรองมาตรฐานสากลเป็นที่น่าเชื่อถือ ของประชาชนไม่ว่าจะใยนประเทศหรือชาวต่างชาติ จึงควรใช้จุดแข็งนี้เป็นเครื่องมือในการต่อยอดให้ กลายเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์อย่างครบวงจร (Medical Hub) มีการให้บริการทางการแพทย์ที่ ทันสมัย ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนโดยใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อข้อมูลด้านสุขภาพแม้ว่าจะอยู่ นอกสถานพยาบาล ซึ่งไม่เพียงแต่ในประเทศแต่การบริการนี้ยังครอบคลุมไปถึงผู้ป่วยที่อยู่ในต่างประเทศ อีกด้วย ผู้ศึกษาเห็นว่าแนวปฏิบัติดังกล่าวควรมีการเพิ่มเติมในส่วนการกําหนดมาตรฐานของผู้ให้บริการ การขออนุญาตเป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพแบบองค์รวม จึงต้องการศึกษาหลักการแนวปฏิบัติของโทรเวช กรรมทั้งในประเทศไทย ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศสิงค์โปร์ เพื่อนํามาวิเคราะห์เปรียบเทียบ มาตรฐานสําหรับผู้ให้บริการ ลักษณะของการขอใบอนุญาตดําเนินการให้บริการด้านสุขภาพในแต่ละสาขา วิชาชีพ มาตรฐานของสถานประกอบการที่ให้บริการโทรเวชกรรม รวมไปถึงมาตรการส่งเสริมการ ให้บริการด้านสุขภาพผ่านโทรเวชกรรม จากการศึกษาพบว่าในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศสิงค์โปร์ มีแนวปฏิบัติที่ออกมากําหนดมาตรฐานการให้บริการ Telemedicine เป็นการเฉพาะ ผู้ศึกษาจึงได้มีการเสนอแนะว่าประเทศไทยควรจะนําแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้ในประเทศไทย โดยควรมีกฎหมายเฉพาะที่กํากับดูแลและควบคุมผู้ให้บริการด้านสุขภาพผ่านระบบโทรเวชกรรม มีการ จํากัดความรับผิด เพื่อให้ผู้รับการบริการด้านสุขภาพผ่านระบบโทรเวชกรรม ได้รับมาตรฐานการให้บริการ ที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงควรมีมาตรการในส่งเสริมเทคโนโลยีโทรเวชกรรมในประเทศไทย เพื่อดู แนวโน้มความเป็นไปได้ทางธุรกิจและไม่เป็นการปิดกั้นในการพัฒนาทางการแพทย์และธุรกิจ ภาครัฐควร ออกมาตรการสนับสนุนการใช้และการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับโทรเวชกรรมในประเทศไทย เพื่อที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์จากเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึงแม้อยู่ ในพื้นที่ห่างไกล อีกทั้งยังเป็นการลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดระยะเวลาในการเข้ารับการรักษา ทํา ให้เกิดการบริหารจัดการการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงในแง่มุมของความเข้มแข็งของ ประเทศในด้าน Health Informatics ของเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ ในประเทศและเปิดทางสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ สร้างโอกาสในการเข้าแข่งขันในระดับสากลได้อย่างไร้ ขีดจํากัด และสร้างรายได้ให้แก่ประเทศต่อไป
แนวทางการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (การแลกเปลี่ยนข้อมูลตามคำขอระหว่างประเทศและการแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติระหว่างประเทศ) : ศึกษากฎทั่วไปว่าด้วยการต่อต้านการเลี่ยงภาษีอากร (General Anti-Tax Avoidance Rules), สุภาวี ไกรทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเนื้อหาสาระสำคัญในร่างพระราชบัญญัติการ แลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามการภาษีอากรระหว่างประเทศ พ.ศ. ... ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติ ภายใต้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 54) พ.ศ. 2564 ที่มีสาระสำคัญในการ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรในการนำข้อมูลผู้มีถิ่นฐานทางภาษีของประเทศคู่สัญญา ที่ถือครอง บัญชี หรือมีบัญชีที่เข้าข่ายต้องถูกนำส่งข้อมูลโดยอัตโนมัติ เป็นรายปี ด้วยวิธีบันทึกลงในฐานข้อมูล ตามมาตรฐานและการรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลที่กำหนดโดยองค์การเพื่อความร่วมมือและการ พัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) และกรมสรรพากรไทยจะได้รับข้อมูลทางบัญชีของผู้มีถิ่นที่อยู่เพื่อการ จัดเก็บภาษีในไทยส่งกลับมาเช่นกัน จากการวิเคราะห์มาตรการตามร่างพระราชบัญญัติฯ พบว่า เมื่อได้รับข้อมูลทางบัญชีจากการ แลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติระหว่างประเทศจากประเทศภาคีที่ทำตามความตกลง หากพบความ ผิดปกติ เช่น มีแนวโน้มกระทำธุรกรรมเพื่อเลี่ยงภาษี กฎหมายไทยยังไม่มีการบัญญัติที่เป็นลายลักษณ์ อักษรในเรื่องดังกล่าวในการตรวจสอบผู้ที่กระทำการจงใจเลี่ยงภาษีด้วยการย้ายเงินได้ เงินทุน ประกอบธุรกรรมในต่างประเทศ เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำธุรกรรมทางการเงินใน ยุคดิจิทัล การลงทุนในรูปแบบต่างๆ นั้นมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วและในบางครั้งอาจเกินกว่าที่ข้อ กฎหมายจะสามารถระบุออกมาได้อย่างครอบคลุม ดังนั้นกฎหมายดังกล่าวจะต้องดำเนินการให้เท่า ทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน เพื่อให้การใช้บังคับกฎหมายเป็นไปอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด จึงศึกษาแนวทางการบัญญัติกฎ ทั่วไปว่าด้วยการต่อต้านการเลี่ยงภาษีอากร (General Anti-tax Avoidance Rules) และเสนอให้ เพิ่มมาตรการต่อต้านการเลี่ยงภาษีอากร เพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่ และกำหนดกลไกทางกฎหมายอย่าง ครบถ้วนในการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลฯ เพื่อพิจารณาในประเด็นการ กระทำที่มีเหตุจูงใจ หรือเชื่อได้ว่าจงใจเลี่ยงภาษีรวมถึงหลักการรายงานข้อมูลเงินได้นอกประเทศไม่ ว่าจะนำเงินได้กลับเข้าประเทศหรือไม่ โดยการระบุขั้นต่ำของยอดเงินในบัญชีและประเภทของเงินได้ ที่ต้องรายงาน รวมไปถึงการเปิดเผยข้อมูลโดยสมัครใจเพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเข้า รายงานโดยตรงต่อหน่วยงานทางภาษีที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจเกี่ยวกับการทำธุรกรรมในต่างประเทศ ในอดีตที่มีผลสืบเนื่องทางภาษี และมีการลดหย่อนโทษที่อาจเกิดขึ้นหากผู้มีหน้าที่เสียภาษีถูก ตรวจสอบ ผู้ศึกษาเชื่อว่าจะสามารถสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติในการจัดเก็บภาษีบนเงินได้ ดังกล่าวได้ในอนาคต
Faith In Strasbourg And Luxembourg? The Fresh Rise Of Religious Freedom Litigation In The Pan-European Courts, John Witte Jr., Andrea Pin
Faith In Strasbourg And Luxembourg? The Fresh Rise Of Religious Freedom Litigation In The Pan-European Courts, John Witte Jr., Andrea Pin
Emory Law Journal
The religious landscape of Europe has changed dramatically in the past two generations. Traditional Christian establishments have been challenged by the growth of religious pluralism and strong new movements of laïcité and secularism. Once powerful religious cultures have been shattered by exposures of clerical abuses and financial self-dealing, leading to emptier pews and waning political influence. Once quiet, homogenous European communities are now home to large groups of new Muslim emigrants, making new demands and sparking strong anti-immigrant movements. Once strictly controlled national borders have opened across Eastern and Western Europe, leading to massive migration and tense local intermixtures of …
Blind Spot In Plain Sight: The Need For Federal Intervention In The Sober Living Home Industry And The Path To Making It Happen, Bess Greenberg
Blind Spot In Plain Sight: The Need For Federal Intervention In The Sober Living Home Industry And The Path To Making It Happen, Bess Greenberg
Emory Law Journal
The United States federal government is fighting the nation’s addiction epidemic harder than ever before. Billions of federal dollars are invested each year in substance use disorder treatment and prevention in amounts that have more than doubled over the last decade—yet addiction is still winning, and winning big. Substance use disorder claimed the lives of a record-breaking nearly 160,000 Americans in 2019. One of the epidemic’s biggest obstacles has turned out to be within the nation’s substance use disorder treatment industry itself: fraudulent treatment providers are getting rich quick off a broken, unregulated system. This Comment discusses the sober living …
Regulating Data Breaches: A Data Superfund Statute, Kyle Mckibbin
Regulating Data Breaches: A Data Superfund Statute, Kyle Mckibbin
Vanderbilt Journal of Entertainment & Technology Law
Collecting and processing large amounts of personal data has become a fundamental feature of the modern economy. Personal data, combined with good data analytics, are valuable to businesses as they can provide highly detailed information about individual preferences and behaviors. This data collection can also be valuable to the consumer as it generates innovative products and digital platforms. The era of big data promises great rewards, but it is not without its costs. Data breaches, or the release of personal data into unwanted hands, are pervasive and increasingly massive in scale. Despite the personal privacy harm caused by data breaches, …
Qualified Immunity Creates Nearly Insurmountable Protection For Defendants Against First Amendment Retaliatory Claim, Abigail Greene
Qualified Immunity Creates Nearly Insurmountable Protection For Defendants Against First Amendment Retaliatory Claim, Abigail Greene
Missouri Law Review
There are more than 3,000 sheriffs’ departments in the United States with varying authority based on the state and county in which they are located. Their authority may be as wide reaching as a “full-service countywide law enforcement agenc[y]” or may be as limited as having “no law enforcement jurisdiction in county areas served by local or municipal police departments.” Dissimilar to other law enforcement officials, who are hired after an interview and application process, most sheriffs gain their positions through partisan elections. Offices in forty-one states – more than 2,700 counties – conduct partisan elections for the sheriff position.
Citizen Activist Or Professional Lobbyist? Eighth Circuit Decides That Political Activity Is “Lobbying” Only When Money Is Involved, Maddie Mcmillian Green
Citizen Activist Or Professional Lobbyist? Eighth Circuit Decides That Political Activity Is “Lobbying” Only When Money Is Involved, Maddie Mcmillian Green
Missouri Law Review
In determining the constitutionality of lobbyist registration laws, where do courts draw the line between lobbyists and politically active citizens? What is the difference between a citizen simply sharing their ideas with their elected officials and influencing them? In 2019, the United States Court of Appeals for the Eighth Circuit attempted to draw the line in Calzone v. Summers by holding that Missouri lobbyist registration laws violated the First Amendment as applied to an uncompensated lobbyist who incurred no expenditures relating to his lobbying efforts. This decision protects individuals who neither spend nor receive any money in connection with their …
The Time Has Come For Disaggregated Sovereign Bankruptcy, Odette Lienau
The Time Has Come For Disaggregated Sovereign Bankruptcy, Odette Lienau
Cornell Law Faculty Publications
The ongoing economic crisis caused by the COVID-19 pandemic has generated important proposals for addressing countries’ financial distress in the short to medium term. However, it has also made even more apparent the existing gaps in the global financial architecture writ large and highlighted the extent to which key actors pay closest attention to this infrastructure in situations of crisis. By then, of course, it is already too late.
This essay argues that the international community should use the energy generated in the current context to move toward ‘disaggregated sovereign bankruptcy’—which can be understood as a framework by which multiple …
Scorched Border Litigation, Briana Beltran, Beth Lyon, Nan Schivone
Scorched Border Litigation, Briana Beltran, Beth Lyon, Nan Schivone
Cornell Law Faculty Publications
Each year, employers bring hundreds of thousands of temporary foreign workers into the United States only to return them to their communities of origin when their visas end. During their short months working in the United States—whether in agricultural fields, hotels, traveling carnivals, or private homes—many of these workers experience violations of their rights: wages are stolen, injuries are ignored, and those who complain are punished on the spot or sent home.
Temporary foreign workers who choose to file a lawsuit to vindicate their rights typically do so once they are no longer in the United States, often litigating from …
Law’S Disaster: Heritage At Risk, Sara C. Bronin
Law’S Disaster: Heritage At Risk, Sara C. Bronin
Cornell Law Faculty Publications
Large-scale meteorological and geological events—including hurricanes, tropical storms, tornadoes, floods, blizzards, wildfires, earthquakes, extreme heat, and drought—have many consequences: loss of life, economic catastrophe, and destruction of homes among them. Perhaps less well-known are the threats to the historic and cultural sites that speak to human identity and create a sense of connection across generations. These sites are designated spaces of value, given their historical or cultural significance, and they are preserved to commemorate important moments in the story of the lived human experience. Yet hurricanes can destroy old buildings, especially ones that have not been structurally reinforced. Extreme heat …
Officer-Created Jeopardy: Broadening The Time Frame For Assessing A Police Officer’S Use Of Deadly Force, Cynthia Lee
Officer-Created Jeopardy: Broadening The Time Frame For Assessing A Police Officer’S Use Of Deadly Force, Cynthia Lee
GW Law Faculty Publications & Other Works
When a police officer’s use of deadly force kills or seriously injures a civilian, that officer may face civil liability or criminal prosecution. In both civil and criminal cases, a critical question that the jury must decide is whether the officer’s use of force was reasonable or excessive. As a general matter, the jury will be advised that it should consider all the relevant facts and circumstances—the totality of the circumstances—to answer this question.
An officer’s decisions and conduct prior to that officer’s use of deadly force can create jeopardy for the civilian and the officer, increasing the risk of …
The Radical Uncertainty Of Free Exercise Principles: A Comment On Fulton V. City Of Philadelphia, Ira C. Lupu, Robert W. Tuttle
The Radical Uncertainty Of Free Exercise Principles: A Comment On Fulton V. City Of Philadelphia, Ira C. Lupu, Robert W. Tuttle
GW Law Faculty Publications & Other Works
This paper addresses the decision in Fulton v. City of Philadelphia (June 17, 2021), in which a unanimous Supreme Court upheld a claim under the First Amendment’s Free Exercise Clause by Catholic Social Services (CSS) against the City. CSS had objected on religious grounds to screening same-sex married couples as prospective foster parents, despite a provision in its contract with the City that prohibited such discrimination. Every Justice voted to uphold the Free Exercise Claim. Only three Justices, however, supported the overruling of the Court’s highly controversial decision in Employment Division v. Smith (1990), which insulated religion-neutral, generally applicable policies …
Patent Law: An Open-Source Casebook (Chapter 8: Defenses), Dmitry Karshtedt, Mark D. Janis, Ted M. Sichelman
Patent Law: An Open-Source Casebook (Chapter 8: Defenses), Dmitry Karshtedt, Mark D. Janis, Ted M. Sichelman
GW Law Faculty Publications & Other Works
Less than a handful of casebooks are truly open source, in the sense of being fully modifiable. Patent Law: An Open-Source Casebook is the first patent law casebook that provides adopting professors, students, and others the ability to fully modify its contents. This chapter of the casebook covers defenses to infringement, including inequitable conduct, patent exhaustion, patent misuse, laches, equitable estoppel, experimental use, and spoliation of evidence.
In Search Of The Presumption Of Regularity, Aram A. Gavoor, Steven Platt
In Search Of The Presumption Of Regularity, Aram A. Gavoor, Steven Platt
GW Law Faculty Publications & Other Works
The presumption of regularity is an imprecise quasi-deference principle that federal courts apply in varying ways to presume federal officers and employees lawfully and consistently discharge their official duties. The presumption gained national significance during the Trump Administration in several key cases in which it was implicated, but never described by the Supreme Court. While the literature and judicial opinions have invoked the presumption, there has been sparse scholarly accounting for its contours, value, and legitimacy. This Article is the first to trace the contemporary domain of the presumption and its applications from its pre-Founding Era source and normatively-recognized 1926 …
Lessons From Quality Shareholders On Corporate Governance Practice, Research And Scholarship, Lawrence A. Cunningham
Lessons From Quality Shareholders On Corporate Governance Practice, Research And Scholarship, Lawrence A. Cunningham
GW Law Faculty Publications & Other Works
Special Note: This Publication is part of The Quality Shareholder Initiative at the Center for Law, Economics and Finance (C-LEAF), at The George Washington University Law School, Prof. Lawrence A. Cunningham, Faculty Director. This Article presents original data and analysis addressing an understudied force in corporate America: the most patient and focused shareholders. Great attention has been devoted to short-term trading on the one hand and diversified index funds on the other, but scant attention has been focused on long-term concentrated investors. The George Washington University has been redressing this problem through a research initiative focused on such buy-and-hold stock …
Foundational And Contemporary Court Confidentiality, Dustin B. Benham
Foundational And Contemporary Court Confidentiality, Dustin B. Benham
Missouri Law Review
An integrated confidentiality system now pervades American dispute resolution. This system was created over the course of decades by legislatures, rule makers, and courts. Proponents of confidentiality have long justified expansive secrecy by claiming that the benefits of withholding litigation information outweigh any potential public harm. Recent evidence undermines this premise. In some of the most important public-harms cases of the past two decades, critical health-and-safety information was kept secret in court files. People died or were injured in the meantime. It has also become apparent that consolidating cases in multi-district litigation has the potential to accelerate and homogenize confidentiality …
Hate Speech On Social Media: Content Moderation In Context, Richard A. Wilson, Molly Land
Hate Speech On Social Media: Content Moderation In Context, Richard A. Wilson, Molly Land
Faculty Articles and Papers
For all practical purposes, the policy of social media companies to suppress hate speech on their platforms means that the longstanding debate in the United States about whether to limit hate speech in the public square has been resolved in favor of vigorous regulation. Nonetheless, revisiting these debates provides insights essential for developing more empirically-based and narrowly tailored policies regarding online hate.
First, a central issue in the hate speech debate is the extent to which hate speech contributes to violence. Those in favor of more robust regulation claim a connection to violence, while others dismiss these arguments as tenuous. …
To Err Is Human, To Apologize Is Hard: The Role Of Apologies In Lawyer Discipline, Leslie Levin, Jennifer K. Robbennolt
To Err Is Human, To Apologize Is Hard: The Role Of Apologies In Lawyer Discipline, Leslie Levin, Jennifer K. Robbennolt
Faculty Articles and Papers
The lawyer discipline system is often the only recourse for complainants when lawyers misbehave. Yet it is also deeply unsatisfying. Most grievances are dismissed and even when a sanction is imposed, the complainant receives no monetary compensation. Lawyers rarely even apologize for the harm they caused. Yet apologies can repair relationships and trust, decrease distress, restore the victim’s standing, and affirm important values. In this article, we explore whether and how apologies might be more systematically incorporated into the lawyer discipline system to address lawyer mistakes and misconduct. We detail how apologies are currently sporadically used and evaluated by disciplinary …