Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Technology and Innovation Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Articles 61 - 90 of 207

Full-Text Articles in Technology and Innovation

กรณีศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับน้ำยาล้างรถแบบเจลบอล, พรเทพ หงส์วัฒนกุล Jan 2022

กรณีศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับน้ำยาล้างรถแบบเจลบอล, พรเทพ หงส์วัฒนกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่องกรณีศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับน้ำยาล้างรถแบบเจลบอล เพื่อหาความเป็นไปได้ที่น้ำยาล้างรถแบบเจลบอลสามารถออกสู่ตลาด และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งาน โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์การแข่งขันธุรกิจ การวิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอก และการวิเคราะห์ลูกค้า จากแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 111 คน ผลการวิเคราะห์แบบสอบถามพบว่า ปัจจัยที่จะทำให้ผู้ใช้งานสนใจได้ต้องมีคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ที่มีความสามารถในการทำความสะอาดได้ดี เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการผลิตน้ำยาล้างรถยนต์ นอกจากนี้คุณสมบัติเพิ่มเติมของน้ำยาล้างรถที่พึงควรมี คือ ความมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือป้องกันรังสียูวีได้ โดยราคาอยู่ในช่วงที่สมเหตุสมผลหรืออยู่ในช่วง 101-300 บาทต่อเดือน รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ สุดท้ายการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้งานของน้ำยาล้างรถแบบเจลบอล หรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญให้กับผู้ที่ต้องการใช้งานรับรู้ได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เกิดกระแสของทางสังคม ให้เกิดการอยากทดลองใช้งาน


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เนยออร์แกนิคคอเลสเตอรอลต่ำ เสริมประโยชน์จากโพรไบโอติก”, ธวัชชัย ทิพย์อุด Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เนยออร์แกนิคคอเลสเตอรอลต่ำ เสริมประโยชน์จากโพรไบโอติก”, ธวัชชัย ทิพย์อุด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่องการศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เนยออร์แกนิคคอเลสเตอรอลต่ำ เสริมประโยชน์จากโพรไบโอติก” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ในตลาดภายในประเทศไทย รวมถึงศึกษาความต้องการทางการตลาดและการยอมรับผลิตภัณฑ์ และเพื่อศึกษาโอกาสทางธุรกิจเพื่อจัดทำแผนธุรกิจใหม่ของผลิตภัณฑ์ โดยการวิจัยนี้มีการใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจ และการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยเครื่องมือการสัมภาษณ์เชิงลึก ในกลุ่มเป้าหมาย 10 ราย และเครื่องมือการใช้แบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและการยอมรับผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคทั่วไป จำนวน 100 ราย นำมาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ทำให้เห็นภาพรวมของข้อมูลและความสัมพันธ์ของข้อมูล สรุปผลการวิจัยพบว่า มีความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ ทั้งในเรื่องของความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต ความเป็นไปได้และโอกาสทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง โดยกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์คือกลุ่มผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์เนยมาเพื่อทานสดร่วมกับอาหาร และจากการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงิน พบว่าโครงการมีความสามารถในการทำกำไร อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) เป็นบวก และระยะเวลาคืนทุนภายใน 2 ปี ด้านการศึกษาความต้องการทางการตลาดและการยอมรับผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์เนยที่มีการลดปริมาณคอเลสเตอรอล เนื่องจากความกังวลที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ และต้องการผลิตภัณฑ์เนยที่เสริมจุลินทรีย์โพรไบโอติกท้องถิ่น ซึ่งมีส่วนช่วยให้สามารถรักษาสมดุลในระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งงานวิจัยมีโอกาสทางด้านการตลาดและพัฒนาสู่แผนธุรกิจได้


การศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากเปลือกหอยแมลงภู่สำหรับการปรับสภาพดินก่อนเพาะปลูก, ชาญชัย ชวานนท์ Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากเปลือกหอยแมลงภู่สำหรับการปรับสภาพดินก่อนเพาะปลูก, ชาญชัย ชวานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ขยะเปลือกหอยแมลงภู่สามารถเป็นประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูกที่ประสบปัญหาดินเปรี้ยว ด้วยกระบวนการ waste-to-value โดยนวัตกรรมแปรรูปเปลือกหอยแมลงภู่แคลเซียมคาร์บอเนตแบบอะราโกไนต์ให้มีขนาดไมโครเมตรและนาโนเมตรที่สามารถแก้ดินเปรี้ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ใช้ปริมาณน้อยกว่าปูนแบบเดิม และยังสามารถนำแร่ธาตุสำคัญคือ ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส เข้าไปอยู่แทนที่สารอินทรีย์ในโครงสร้างอะราโกไนต์ได้ สร้างให้เกิดผลิตภัณฑ์หมวดหมู่ใหม่เป็นสินค้า “ทูอินวัน” ที่สามารถแก้ดินเปรี้ยวได้เหมือนปูนแล้วจึงปล่อยแร่ธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัสลงสู่ดินได้เหมือนปุ๋ยธาตุหลัก ช่วยลดต้นทุนวัสดุเพาะปลูกและแรงงานการหว่านจากเดิม 2 ครั้งให้เหลือเพียงครั้งเดียว งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ด้วยการศึกษาความต้องการของตลาด การยอมรับในผลิตภัณฑ์ และโอกาสในการทําธุรกิจ โดยมีขอบเขตการศึกษาพืชเศรษฐกิจ คือ ข้าว ด้วยวิธีดำเนินการวิจัยที่เหมาะสมกับลักษณะอุปนิสัยของกลุ่มเป้าหมายหลักคือเกษตรกร ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์พบว่าราคาและประสิทธิภาพคุ้มค่าเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อวัสดุเพื่อการเพาะปลูก โดยที่ปัญหาดินเปรี้ยวยังเป็นหนึ่งในปัญหาเกี่ยวกับดินที่กระทบเกษตรกรมากเป็นอันดับต้นๆ และข้อมูลจากแบบสอบถามพบความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลความสนใจในผลิตภัณฑ์เปรียบเทียบกับข้อมูลระดับผลกระทบปัญหาดินเปรี้ยว และเปรียบเทียบกับข้อมูลความคิดเห็นเรื่องการประหยัดกว่าการใช้วัสดุแบบเดิม และเปรียบเทียบกับข้อมูลจังหวัดที่ทำการเพาะปลูกอยู่ ส่วนกลยุทธ์การตลาดควรมุ่งไปที่การเปลี่ยนจากการใช้ผลิตภัณฑ์เดิม (Brand Switching) ซึ่งเป็นหมวดหมู่แบบเดิมมาเป็นผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่ใหม่ โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องการจัดทำแผนธุรกิจ คือต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับการสร้างแบรนด์ของผลิตภัณฑ์


การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับทรายแมวที่ สามารถตรวจสุขภาพแมวจากการเปลี่ยนสีได้, ปุญญิศา ดาวฉาย Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับทรายแมวที่ สามารถตรวจสุขภาพแมวจากการเปลี่ยนสีได้, ปุญญิศา ดาวฉาย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและประเมินศักยภาพตลาดและความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับทรายแมวที่สามารถตรวจสอบสุขภาพแมวจากการเปลี่ยนสีได้ และ เพื่อพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ทรายแมวที่สามารถตรวจสอบสุขภาพแมวจากการเปลี่ยนสีได้ ให้ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด โดยได้ศึกษาความเป็นไปได้ด้วย แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จํานวนทั้งสิ้น 100 คน โดยวัดทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ผลการวิเคราะห์จากแบบสอบถามพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้ให้ข้อมูล ด้านผลิตภัณฑ์ คือ เลือกใช้เพราะมีความเป็นมิตรต่อสัตว์ ด้านราคา คือ เลือกใช้เพราะราคาสมเหตุสมผล ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย คือ เลือกใช้เพราะมีช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลายและเข้าถึงง่าย ด้านการส่งเสริมการขาย คือ เลือกใช้เพราะมีการจัดโปรโมชั่น ส่วนลด ด้านการใช้บริการส่วนบุคคล คือ เลือกใช้เพราะมีการให้ข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่น แก่ลูกค้า อย่างสม่ำเสมอ และ ด้านการใช้บริการส่วนบุคคล คือ เลือกใช้เพราะมีระบบความปลอดภัยในการชำระเงินให้กับลูกค้า กระบวนการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้ให้ข้อมูล ด้านการรับรู้ความต้องการ คือ การมีโปรโมชั่นดึงดูดใจ ด้านการค้นหาข้อมูล คือ การอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง ด้านการประเมินทางเลือก คือ การพิจารณาจากราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ ด้านการตัดสินใจซื้อ คือ การตัดสินใจซื้อจากประสบการณ์ และ ด้านพฤติกรรมหลังการซื้อ คือ มีการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับข้อสงสัยต่างๆ และจากที่ คณะผู้วิจัยได้นําเสนอการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องตรวจสุขภาพของแมวจากการเปลี่ยนสีของทรายแมว พบว่า มีความพึงผู้ให้ข้อมูลมีความพอใจต่อนวัตกรรม และรับรู้ถึงประโยชน์ของนวัตกรรม ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยนํา ชุดเครื่องตรวจสุขภาพของแมวจากการเปลี่ยนสีของทรายแมว ไปทําการศึกษาต่อยอดถึงความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจต่อไป


การศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิคในการบูรณาการระบบประมวลคุณภาพอากาศภายในอาคารอัจฉริยะจากเซนเซอร์, ชนินาถ รักษ์บางแหลม Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิคในการบูรณาการระบบประมวลคุณภาพอากาศภายในอาคารอัจฉริยะจากเซนเซอร์, ชนินาถ รักษ์บางแหลม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิคในการบูรณาการระบบเซนเซอร์ของอาคารอัจฉริยะ เพื่อศึกษาองค์ประกอบและการประมวลผลระบบเซนเซอร์ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพอากาศภายในอาคารอัจฉริยะ (Smart Building) จากการศึกษาหาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพอากาศภายในอาคารอัจฉริยะ (Smart building) เพื่อประเมินศักยภาพตลาดและความเป็นไปได้ของธุรกิจการประยุกต์ใช้ระบบเซนเซอร์ในอาคารอัจฉริยะ (Smart building) โดยมีขอบเขตทางการศึกษา คือ ใช้กรณีศึกษาแหล่งข้อมูลเซนเซอร์จากอาคารอัจฉริยะของ ระบบบริหารจัดการพลังงาน (CU BEMS) อาคารจามจุรี 5 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Research) จากกลุ่มประชากรตัวอย่าง จำนวน 92 ราย เพื่อศึกษาปัจจัยการยอมรับนวัตกรรมและพฤติกรรมของผู้ใช้งานอาคารอัจฉริยะ ผ่านการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูลวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์การทำงานประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากเทคโนโลยีเซนเซอร์ของอาคารอัจฉริยะ ด้วยการกำหนดตัวแปรต้น (Independent Variable) เป็นมลพิษทางอากาศกับพฤติกรรมผู้ใช้งานอาคาร และ ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คือ เซนเซอร์ภายในอาคารอัจฉริยะที่บ่งชี้ถึงคุณภาพอากาศภายในอาคาร


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์สำหรับไอศกรีมโปรตีนจากพืชผสมโพรไบโอติก, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์สำหรับไอศกรีมโปรตีนจากพืชผสมโพรไบโอติก, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้เป็นเรื่อง “การศึกษาความเป็น ไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในการผลิตไอศกรีมโปรตีนจากพืชที่ผสมโพรไบโอติก” ที่มีสมบัติเชิงหน้าที่ ซึ่งปัจจุบัน Plant-based Foods เป็นอาหารในกลุ่มโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) เป็นนวัตกรรมอาหารที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเทรนด์รักสุขภาพ และกระแสรักษ์โลกที่ให้ความสนใจในสวัสดิภาพสัตว์ด้วยความตระหนักถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและโพรไบโอติก (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยโพรไบโอติกส่วนใหญ่จะผลิตมาจากแบคทีเรียที่มาจากลำไส้มนุษย์และสัตว์ จุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติเป็นโพรไบโอติกและอนุญาติให้ใช้ในอาหารสำหรับมนุษย์ที่ให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษารูปแบบผลิตภัณฑ์ไอศกรีมเจลาโต้ที่ผลิตจากโปรตีนผสมโพรไบโอติกทางเลือกที่ผู้บริโภคเป้าหมายต้องการ ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่มีความสนใจในเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจำนวน 10 ราย และนำผลการศึกษาดังกล่าวมาออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์ไอศกรีมเจลาโต้ที่ทำจากโปรตีนทางเลือกผสมโพรไบโอติกเพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบร่วม (Conjoint analysis) ในการวิเคราะห์ส่วนประสมทางการตลาด(Marketing mix) ได้แก่ แนวคิดผลิตภัณฑ์ (Product) ราคา (Price) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place) และกิจกรรมส่งเสริมการขาย (Promotion) จากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 ราย ผลการสัมภาษณ์เชิงลึกพบว่ากลุ่มผู้ปริโภคเป้าหมายคาดหวังให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อไอศกรีมเนียนนุ่มละมุ่นลิ้นเสมือนจริง รับประทานได้ง่าย มีช่องทางการจำหน่ายหลากหลาย ราคาแพงกว่าไม่เกิน 10-15% รวม และผู้บริโภคเริ่มให้ความสนใจในการรับประทานของมีประโยชน์มากขึ้นคนสนใจไอศกรีมแบบถ้วยพร้อมทาน มีแหล่งโปรตีนจากพืชผสมโพรไบโอติกเหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพ (Healthy Food) และคนที่ต้องใส่ใจในเรื่องของสุขภาพหรือมีภูมิแพ้แฝงและโรคประจำตัวจึงต้องเลือกบริโภคอาหารและของหวาน ผลศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินจากการผลิตไอศกรีมเจลาโต้ผ่านช่องทางออฟไลน์และช่องทางออนไลน์ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินในกรณีปกติ (Base case) โดยการคาดคะเนประเมินค่าความต้องการได้ที่ 79.40% พบว่า คุ้มค่าในการเลือกลงทุน เนื่องจากธุรกิจสามารถสร้างกำไร มีค่าอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) เป็นบวก และมีระยะเวลาในการคืนทุน(Payback Period) ในปีที่สอง


การพัฒนานวัตกรรมการฝึกอบรมตามบุคลิกภาพสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม - กรณีศึกษาจากผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัล Thailand Top Sme Awards และ ผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.), ภูริญ รังษีภโนดร Jan 2022

การพัฒนานวัตกรรมการฝึกอบรมตามบุคลิกภาพสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม - กรณีศึกษาจากผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัล Thailand Top Sme Awards และ ผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.), ภูริญ รังษีภโนดร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษารูปแบบการพัฒนาการอบรมให้ความรู้ที่เหมาะสมกับอุปนิสัยและคุณลักษณะของผู้ประกอบการที่จะส่งผลให้มีความตั้งใจและกำลังใจในระดับสูงในการขยายธุรกิจและมีความสามารถในการใช้คืนเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับกรณีของผู้ประกอบการกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) การวิเคราะห์บทสัมภาษณ์ผู้ประกอบการต้นแบบลูกค้าธนาคารฯที่ได้รับรางวัล Thailand TOP SME Awards จำนวน 9 ท่าน ในประเด็นที่เกี่ยวกับอุปนิสัยและทัศนคติในการพัฒนาธุรกิจ เพื่อนำมาเป็นต้นแบบในการอบรม หลังจากนั้นจึงมีการคัดเลือก 3 ท่าน จากในกลุ่มผู้ประกอบการต้นแบบที่ได้รับรางวัล Thailand TOP SME Awards เพื่อทำการสัมภาษณ์เชิงลึกจากอุปนิสัยและทัศนคติทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.ความโน้มเอียงในการเป็นผู้ประกอบการ 2. การมุ่งเน้นการตลาด 3. การดูดซับความรู้ และ 4. ความมีใจรักและความเพียร และทำการวิเคราะห์ความสอดคล้องของอุปนิสัยและทัศนคติกับหัวข้อในการอบรมที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญ โดยใช้เครื่องมือ QFD (Quality Function Deployment) เมื่อได้หัวข้อการอบรมที่เหมาะสม ผู้วิจัยจึงประสานไปยังวิทยากรที่มีอุปนิสัยและคุณลักษณะที่โดดเด่นสอดคล้องเป็นต้นแบบในการถ่ายทอดเนื้อหา และเปิดรับสมัครให้ผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของธนาคารฯ และผู้ประกอบการทั่วไปที่สนใจ โดยมุ่งเน้นไปที่การอบรมที่เกี่ยวกับ การหาโอกาสใหม่ในธุรกิจ การนำนวัตกรรมมาใช้ในการผลิตสินค้าและบริการ การจัดการกับปัญหาและอุปสรรค พร้อมด้วยเสริมบริการเข้าถึงแหล่งทุนของธนาคารฯ ผู้วิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามกับผู้ประกอบการ 42 ราย ที่เข้าอบรมแบ่งออกเป็น 2 แบบ 1) ข้อมูลทั่วไปของธุรกิจและประเมินอุปนิสัยและคุณลักษณะก่อนเริ่มอบรม 2) ประเมินความพึงพอใจและการนำความรู้ไปใช้หลังการอบรม ผลวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่า ปัจจัยอุปนิสัยของผู้ประกอบการ ทั้ง 4 ด้าน ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แต่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญด้านการให้ความสำคัญกับเนื้อหาในการอบรมกับผู้ประกอบการในกลุ่มประเภทธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีการให้ความสำคัญกับ การอยากทำงานให้หนักมากยิ่งขึ้น และ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับน้อยกว่า 0.05 และพบข้อมูลผู้ที่ประเมินว่าตัวองมีความโน้มเอียงในการเป็นผู้ประกอบการสูง จะมีการนำความรู้ไปใช้ในช่วงเวลา 3-6 เดือน คิดเป็น 80.92% มากกว่า กลุ่มอุปนิสัยอื่นคิดเป็น 20.67% โดยผลวิเคราะห์สามารถนำมาพัฒนาการอบรมและต่อยอดการเข้าถึงแหล่งทุนของธนาคารได้มากยิ่งขึ้น


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการเตรียมตัวสู่กระบวนการการ เปลี่ยนอัตลักษณ์ทางเพศ, ศุภณัฐ กระจ่างแจ้ง Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการเตรียมตัวสู่กระบวนการการ เปลี่ยนอัตลักษณ์ทางเพศ, ศุภณัฐ กระจ่างแจ้ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เริ่มต้นขึ้นจากการรับรู้ถึงความจำเป็นในการเข้าถึงข้อมูลทางสุขภาพที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ทางเพศที่ยังขาดหาย และมีอยู่อย่างไม่เพียงพอในสังคมไทย อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงความรู้และบริการที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ทางเพศ ผู้วิจัยจึงได้เสนอความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันที่จะช่วยให้กลุ่มคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ทางเพศสามารถเข้าถึงข้อมูล และรับการปรึกษาที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีและแนวคิดที่ทันสมัยโดย งานศึกษาฉบับนี้นี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ และมีกลุ่มตัวอย่างกว่า 130 คน และได้รับความอนุเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญในการทดสอบ IOC และ การทดสอบต้นแบบแอปพลิเคชั่น จากคณาจารย์ แพทย์ เภสัชกร บุคลากรทางสาธารณสุข และผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องมือวิจัยที่ใช้นั้นถูกต้องและเหมาะสม และทำให้สามารถสรุปผลวิจัยได้ถูกต้องและเที่ยงธรรม ซึงพบว่าการเปลี่ยนแปลงตนเองเข้าไปสู่อัตลักษณ์ทางเพศที่ต้องการนั้นสามารถลดความกังวล ความเครียด และสร้างเสริมสุขภาพ และสุขภาวะที่ดีต่อตนเองได้ และได้นำข้อค้นพบดังกล่าวไปพัฒนาต่อ และทำการศึกษาในประเด็นต่างๆเพิ่มเติม เพื่อนำแอปพลิเคชั่นดังกล่าวเข้าสู่เชิงพาณิชย์ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานศึกษาฉบับนี้อาจมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การยอมรับความหลากหลายทางเพศ และการทำให้เกิดการสร้างสังคมที่เท่าเทียม และมีการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนต่อไป


การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำระบบรู้จำเสียงเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียนกลุ่มเด็กพิเศษ, สุวัสสา มารัตน์ Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำระบบรู้จำเสียงเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียนกลุ่มเด็กพิเศษ, สุวัสสา มารัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำระบบรู้จำเสียงเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียนกลุ่มเด็กพิเศษ โดยวิจัยหาความเป็นไปได้ทั้งทางนวัตกรรมและเชิงพาณิชย์ ประชากรที่ศึกษาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้สอนเด็กพิเศษและกลุ่มนักเรียนเด็กพิเศษ โดยได้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผ่านแบบสอบถาม เป็นจำนวน 200 คน ผลการวิจัยพบว่าร้อยละ 73 สนใจที่จะใช้งานนวัตกรรม จึงได้นำผลจากแบบสอบถามมาจัดทำนวัตกรรมต้นแบบระบบการศึกษาผสมผสานเข้ากับระบบรู้จำเสียงพูด จากนั้นจึงได้นำต้นแบบไปให้กลุ่มเป้าหมายทดลองใช้งาน เพื่อดูการยอมรับนวัตกรรมและความพึงพอใจในระบบ ผลจากการทดลองใช้งานและการทำแบบสอบถามพบว่า ผู้ใช้งานมีความพึงพอใจและการยอมรับนวัตกรรมอยู่ในระดับมาก ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการนำนวัตกรรมนี้ต่อยอดไปในเชิงพาณิชย์ โดยการนำไปวิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอกปัจจุบัน กลุ่มเป้าหมาย คู่แข่ง วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลงทุนและรายได้ พบว่ากลุ่มนักเรียนเด็กพิเศษยังเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ไม่มีคู่แข่งในประเทศไทย ในขณะที่การศึกษาออนไลน์ก็มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่ายังมีอุปสรรค์ในด้านความเหลื่อมล้ำ และความไม่มั่นคงของเศรษฐกิจในปัจจุบัน


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อาหาร, อิทธิชัย ทิพย์ธาราจันทร์ Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อาหาร, อิทธิชัย ทิพย์ธาราจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อาหารเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานและเข้าถึงข้อมูลสำหรับผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้อาหาร เป็นผลมาจากการศึกษาปฐมภูมิโดยใช้แบบสอบถามและสัมภาษณ์แบบลึกซึ้ง (In-Depth Interview) และการค้นหาโดยใช้เครื่องมือค้นหา พบว่าผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อาหารมีความรู้สึกไม่สบายหรือกังวลใจในการรับประทานอาหาร จึงพัฒนาแอปพลิเคชันที่ตรวจจับอาหารที่แพ้และสร้างรายงานการแพ้อาหาร และมีฟังก์ชันขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ในการพัฒนาแอปพลิเคชันมีการสอบถามผู้มีอาการภูมิแพ้อาหารเพื่อระบุความต้องการและสร้างฐานข้อมูลที่จำเป็น โดยแบ่งฐานข้อมูลเป็นตารางแยกย่อยตามหลักการ Design Thinking เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีการสร้างต้นแบบแอปพลิเคชันที่ผู้ใช้ทดลองใช้และประเมินผลโดยใช้หลักการ Net Promoter Score (NPS) พบว่าผู้ทดสอบมีการสนับสนุนแอปพลิเคชันมากกว่าผู้ทดสอบที่ไม่สนับสนุนคิดเป็น 66.67% ในการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์และการเงิน การนำแอปพลิเคชันไปใช้มีความเป็นไปได้สูง และการวิเคราะห์เทคโนโลยีและตลาดพบว่าเทคโนโลยีการรู้จำรูปภาพ (Food Image Recognition) ในการตรวจจับอาหารมีแนวโน้มสูง และทางการเงินมีการประเมินโดยใช้ Net Present Value (NPV) Internal Rate of Return (IRR) Modified Internal Rate of Return (MIRR) และ Payback Period ซึ่งจะเห็นได้ว่า NPV IRR และ MIRR มีค่าเท่ากับ 3,971,536.03 บาท 76.87% 40.77% และใช้เวลา 1 ปี 4 เดือน 9 วัน เพื่อใช้เพื่อคืนต้นทุนตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแอปพลิเคชันนี้มีความน่าสนใจในการลงทุนโดยมีรูปแบบการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์เป็น Spin-Offs/Spin-Outs


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาระบบแปลงใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีเป็นข้อความดิจิทัลสำหรับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไทย, เพธรินทร์ ศุภชนานนท์ Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาระบบแปลงใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีเป็นข้อความดิจิทัลสำหรับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไทย, เพธรินทร์ ศุภชนานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันกระบวนการทำงานของบริษัทรัฐวิสาหกิจไทยมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติและระเบียบต่างๆ ของทางภาครัฐซึ่งมีขั้นตอนการทำงานหลายขั้นตอน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนและเกิดความโปร่งใสในการดำเนินงาน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการทำงาน รวมถึงในกรณีของขั้นตอนการตรวจรับงาน ตรวจสอบเอกสาร วางใบแจ้งหนี้ และชำระหนี้ ซึ่งพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องทำงานกับเอกสารจำนวนมาก ทำให้เสียเวลาในการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลของเอกสารต่างๆ ลงในระบบ อันได้แก่ ใบส่งมอบงาน ใบแจ้งหนี้หรือใบกำกับภาษี ประกอบกับจำนวนของธุรกรรมที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปีตามอัตราการขยายตัวของธุรกิจ ส่งผลให้เกิดอุปสรรคและความล่าช้าในการดำเนินงานและทำให้กระบวนการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ล่าช้าและส่งผลเสียต่อธุรกิจ ซึ่งผู้วิจัยได้เล็งเห็นปัญหาเหล่านี้จึงได้จัดทำงานวิจัยโดยการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบแปลงใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีเป็นข้อความดิจิทัลสำหรับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไทย และการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยผู้วิจัยสำรวจความต้องการและความสนใจต่อการใช้นวัตกรรมดิจิทัลแพลตฟอร์มร่วมกับเทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) ซึ่งเป็นกระบวนการในการเปลี่ยนข้อความที่อยู่ในรูปภาพ ให้อยู่ในรูปแบบของข้อความดิจิทัล เพื่อช่วยเหลือในกระบวนการชำระหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งด้านเวลาในการทำงานและความถูกต้อง โดยศึกษาหาความต้องการและจุดเจ็บปวดของกลุ่มเป้าหมายด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 10 คน โดยกำหนดเป็นกลุ่มบุคคลในองค์กรรัฐวิสาหกิจไทยที่ทำงานเกี่ยวกับกระบวนการบันทึกรายการปรับปรุงบัญชีรับสินค้า/ใบสำคัญจ่ายในระบบเพื่อชำระหนี้ และพัฒนาต้นแบบไปให้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 12 คน ลองทดสอบการใช้งานและพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจในนวัตกรรมสูงโดยให้คะแแนน Net Promoter Score ที่ 100 คะแนน และผู้วิจัยได้นำนวัตกรรมนี้ไปทำการศึกษาต่อยอดถึงความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจต่อไป


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเกมมิฟิเคชันเพื่อการเลี้ยงสุนัขอย่างเหมาะสม, กนกพรรณ จิตต์ชื่น Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเกมมิฟิเคชันเพื่อการเลี้ยงสุนัขอย่างเหมาะสม, กนกพรรณ จิตต์ชื่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในอดีตพฤติกรรมการเลี้ยงสุนัขนั้นเลี้ยงเพื่อเฝ้าบ้านและเป็นสัตว์เลี้ยงคลายเหงา นิยมนำสุนัขมาเลี้ยงก่อนแล้วจึงค่อยศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลในการเลี้ยง หรือใช้วิธีสังเกตุพฤติกรรมของสุนัขด้วยตนเอง แต่ในปัจจุบันเทรนด์การเลี้ยงสุนัขเสมือนคนในครอบครัว ทำให้คนเลี้ยงดู และใส่ใจในการเลี้ยงสุนัขมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีปัญหาที่พบในบางกลุ่มคนเลี้ยงสุนัข คือ ยังขาดความรู้ในการเริ่มต้นเลี้ยงสุนัขอย่างถูกวิธี ซึ่งสุนัขแต่ละสายพันธุ์มีวิธีดูแลที่แตกต่างกันออกไป งานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเกมมิฟิเคชันเพื่อการเลี้ยงสุนัขอย่างเหมาะสม โดยให้บริการข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้ในการเลี้ยงสุนัข สอดแทรกวิธีการดูแลสุนัขอย่างถูกต้องตามแต่ละสายพันธุ์ และช่วงอายุของสุนัขให้แก่ผู้สนใจการเลี้ยงสุนัขผ่านเกมมิฟิเคชัน อีกทั้งช่วยสร้างระเบียบวินัยให้กับผู้สนใจเลี้ยงสุนัข โดยผู้วิจัยได้สำรวจข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 คน ทั้งผู้ที่เคยมีประสบการณ์เลี้ยงสุนัข และยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการเลี้ยงสุนัขมาก่อน โดยการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าอัตราส่วนร้อยละสำหรับอธิบายข้อมูลของกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม โดยผู้วิจัยยังได้นำตัวต้นแบบแอปพลิเคชันไปทดลองต่อกลุ่มเป้าหมาย ผลการศึกษาวิจัยพบว่า กลุ่มเป้าหมายมีความสนใจในการใช้งานแอปพลิเคชันร้อยละ 84 และเล็งเห็นถึงประโยชน์ในการใช้งานแอปพลิเคชันถึงร้อยละ 96 การวิเคราะห์ผลจากผู้ทดลองใช้งานส่วนใหญ่เห็นว่า เกมมิฟิเคชันเพื่อการเลี้ยงสุนัขอย่างเหมาะสมนี้สามารถช่วยพัฒนาทักษะในการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาข้อมูล


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันตรวจสอบความถูกต้องในการบริหารยาผู้ป่วยสำหรับสถานพยาบาลในประเทศไทย, กันต์กวี โชติมา Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันตรวจสอบความถูกต้องในการบริหารยาผู้ป่วยสำหรับสถานพยาบาลในประเทศไทย, กันต์กวี โชติมา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ความเจ็บป่วยเป็นสภาวะที่รู้สึกไม่สบาย สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งทางกายและใจ สำหรับความเจ็บป่วยที่ต้องพักรักษาในสถานพยาบาลจำเป็นจะต้องมีการควบคุมคุณภาพในการให้บริการเพื่อให้กระบวนการรักษาพยาบาลเป็นไปตามมาตรฐานของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล อุบัติการณ์ความคลาดเคลื่อนทางยาเป็นความผิดพลาดที่พบได้บ่อยเป็นอันดับต้นๆ ในการรักษาพยาบาล แม้ว่าอุบัติการณ์ความคลาดเคลื่อนทางยาจะมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างมากในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ควรให้มีการเกิดขึ้นเลย เนื่องจากส่งผลกระทบต่อทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ ผู้รับบริการหรือผู้ป่วยอาจเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งในระยะสั้นแลระยะยาว ในขณะที่ผู้ให้บริการเองก็อาจเผชิญกับการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย รวมไปถึงสูญเสียความเชื่อมั่นในการเข้ารับบริการจากผู้รับบริการด้วย อุบัติการณ์ความคลาดเลื่อนทางยา สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ ความคลาดเคลื่อนในการสั่งใช้ยา คลาดเคลื่อนในการคัดลอกคำสั่งใช้ยา คลาดเคลื่อนในการจ่ายยา และคาดเคลื่อนในการบริหารยา ในปัจจุบันมีการนำเครื่องมือช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์เข้ามาใช้งาน อาทิ ตู้จัดยาอัตโนมัติ ระบบบาร์โค้ด ระบบ RFID และ บลูทูธ ระบบหุ่นยนต์ช่วยจัดยา เป็นต้น แต่แนวทางการปฏิบัติขั้นพื้นฐาน การตรวจสอบความถูกต้องโดยบุคลากรมีส่วนช่วยในการลดอุบัติการณ์ความคลาดเคลื่อนทางยา ซึ่งจะส่งผลไปสู่การเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และชื่อเสียงของสถานพยาบาล การยกระดับคุณภาพการให้บริการทางสาธารณสุข ไม่เพียงแต่เป็นผลดีต่อสถานพยาบาลเอง แต่ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ในด้านการให้บริการด้านสาธารณสุขของประเทศได้ ในปัจจุบันมีปัจจัยต่างๆ ที่เอื้อต่อการผลักดันให้เกิดการยกระดับการให้บริการทางด้านสาธารณสุข อาทิ ความเข้มงวดของกฎหมาย ความพร้อมทางเทคโนโลยี ผู้วิจัยได้เล็งเห็นโอกาสในการนำเอาเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) มาผสานการทำงานร่วมกันเทคโนโลยี Pill Identifier ในรูปแบบของโมบายแอปพลิเคชัน ผู้วิจัยได้ดำเนินการออกแบบแอปพลิเคชันต้นแบบ นำไปดำเนินการทดสอบกับเจ้าหน้าที่พยาบาลวิชาชีพประจำหอผู้ป่วยอันเป็นกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นจึงทำการประเมินความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ โดยหลังจากมีการประเมินความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของ การพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันตรวจความถูกต้องในการบริหารยาผู้ป่วยในสำหรับสถานพยาบาลในประเทศไทยแล้ว พบว่าในด้านความพร้อมของเทคโนโลยีมีการยอมรับและประยุกต์ใช้งานอย่างแพร่หลายอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน และในด้านการเงิน มีระยะเวลาคืนทุนที่สั้นเพียง 1 ปี 2 เดือน ในภาพรวมจึงสามารถสรุปได้ว่า "การพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันตรวจสอบความถูกต้องในการบริการยาผู้ป่วยในสำหรับสถานพยาบาลในประเทศไทย" มีความเป็นไปได้ในการดำเนินการเชิงพาณิชย์


An Internet Of Things Adoption Assessment Model In Manufacturing Supply Chain, Chatchai Antarasena Jan 2022

An Internet Of Things Adoption Assessment Model In Manufacturing Supply Chain, Chatchai Antarasena

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Internet of Things (IoT) in Thailand is in early stage. Many institutions and firms have invested to establish their support on the IoT technology adoption as part of Thailand 4.0 program. Manufacturing is the primary sector that contributes to Thailand's GDP, and leading segment in the IoT adoption. A deeper understanding is essential for academics and management in order to improve their success in adopting the IoT technology and to accelerate Thailand 4.0. A systematic review of technology adoption practices has been conducted to extract the factors affecting the adoption of the Internet of Things in Manufacturing. An interviews with …


แบบจำลองการแพร่กระจายนวัตกรรมสู่เกษตรกรไทย, อัครินทร์ วิจิตรวราณนนท์ Jan 2022

แบบจำลองการแพร่กระจายนวัตกรรมสู่เกษตรกรไทย, อัครินทร์ วิจิตรวราณนนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจยอมรับนวัตกรรมของเกษตรกรไทย โดยบูรณาการแนวคิดทฤษฎีการแพร่กระจายนวัตกรรมและทฤษฎี Health Belief Model (HBM) เข้าไว้ด้วยกันมาต่อยอดสร้างเป็นกรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีการแพร่กระจายนวัตกรรมสู่เกษตรกรไทย ผู้วิจัยได้คัดเลือกนวัตกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นกรณีศึกษาในงานวิจัยนี้ โดยศึกษาทั้งเกษตรกรที่ทำเกษตรทฤษฎีใหม่และเกษตรกรที่ไม่ได้ทำเกษตรทฤษฎีใหม่เก็บข้อมูลจากเกษตรกรกลุ่มตัวอย่างที่จัดอยู่ในกลุ่มล้าหลังด้านเทคโนโลยีและเป็นคนกลุ่มท้ายๆ ที่จะยอมเปิดรับนวัตกรรมรวมทั้งสิ้นจำนวน 400 รายประกอบด้วยเกษตรกรจากทั้ง 6 ภูมิภาค จากกรอบแนวคิดการวิจัยคาดว่ามีปัจจัยอิทธิพล 8 ด้านที่จะส่งผลให้เกษตรกรตัดสินใจยอมรับนวัตกรรม ได้แก่ การรับรู้ภัยคุกคามเกษตรกร (Perceived threats), การรับรู้ประโยชน์ของการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ (Perceived benefits), การรับรู้อุปสรรคในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ (Perceived barriers), แรงจูงใจในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ (Motivation), ความพร้อมของเกษตรกร (Self-efficacy), ปัจจัยทางสังคม (Social factors), ปัจจัยแวดล้อมอื่น (Exogenous factors) คุณลักษณะของนวัตกรรม (Attributes of innovation) ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณพบว่าปัจจัยอิทธิพลที่มีผลต่อการยอมรับเกษตรทฤษฎีใหม่มีทั้งสิ้น 3 ปัจจัย ได้แก่ Social factors, Perceived benefits, Perceived threats ตามลำดับ จากนั้นนำผลการศึกษามาพัฒนาแนวทางการส่งเสริมนวัตกรรมแบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรโดยใช้ผลการศึกษาปัจจัยอิทธิพลต่อการยอมรับนวัตกรรมของเกษตรกรไทยกลุ่ม Laggards และ Late majority โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรและชุมชนร่วมกันขับเคลื่อนการแพร่กระจายนวัตกรรมที่เหมาะสมไปสู่เกษตรกรภายในชุมชน ส่วนสุดท้ายของงานวิจัยเป็นการศึกษาความเป็นได้เพื่อภาครัฐสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกษตรกรยอมรับมากขึ้น


Communicating Innovation And Sustainability In Family Businesses Through Successions, Chanun Somboonvechakarn Jan 2022

Communicating Innovation And Sustainability In Family Businesses Through Successions, Chanun Somboonvechakarn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Small and Medium-sized Enterprises (SMEs) contribute significantly to the economy, despite the fact that their survival rate is declining over generations. The purpose of this research is to create a communication model suitable for SMEs during succession for innovation and business sustainability. Fourteen innovative family SMEs in Thailand are selected using the assembled multiple-case study method, and in-depth individual interviews are conducted using the data triangulation method with the incumbents, successors, and long-serving non-family employees as participants from each business. There are two main findings. Issues regarding organizational innovation, social capital in the form of internal and external network relationships, …


Innovation Process Of Amorphous Cellulose - Graphene Oxide Hybrid Structure For Water Treatment In A Shrimp Farm, Kongkiat Phuphantrakun Jan 2022

Innovation Process Of Amorphous Cellulose - Graphene Oxide Hybrid Structure For Water Treatment In A Shrimp Farm, Kongkiat Phuphantrakun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Amorphous cellulose-graphene oxide bead composites are popularly employed in water purification. However, the existing fabrication methods of amorphous cellulose (AC) and amorphous cellulose-graphene oxide (ACGO) beads are complicated with many chemical use, multi-step, time and energy-consuming. In this research, we proposed an efficient method for fabricating amorphous cellulose-graphene oxide (ACGO) beads using less chemical under a simple 2-step approach. The production process of AC and ACGO beads was successfully fabricated via sulfuric acid (H2SO4) gelatinization and regeneration using eucalyptus paper as a raw material. The cellulose gel was droplet-extruded into deionized (DI) water and transformed into a solid bead via …


ระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์, ณัฐินีพร รัตนวิชัย Jan 2022

ระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์, ณัฐินีพร รัตนวิชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง “ระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์” มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาองค์ประกอบพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (2) สร้างแบบจำลองพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (3) พัฒนาระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (4) ประเมินผลการยอมรับและการศึกษาเชิงพาณิชย์ของระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (5) เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้เชิงธุรกิจ (Business feasibility) ของนวัตกรรมระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) การวิจัยเชิงคุณภาพประกอบด้วยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์เชิงลึก การวิจัยเชิงปริมาณประกอบด้วยการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติพื้นฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน การพัฒนาระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม และการทดสอบการยอมรับ เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย (1) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 6 คน เรื่องแบบจำลองพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม (2) แบบสอบถามสำหรับงานวิจัย สำหรับเก็บข้อมูล 500 คน (3) แบบรับรองแบบจำลองพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน (4) แบบประเมินระบบคอมพิวเตอร์สาหรับประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม สำหรับผู้เชี่ยวชาญ 3 คน (5) แบบประเมินผลการยอมรับระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม สำหรับพนักงาน จำนวน 30 คน กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาประกอบด้วย วิศวกรจากทีมพัฒนา ผลิตภัณฑ์ใหม่ของกลุ่มบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ พนักงานฝ่ายบุคคล ผลการวิจัยพบว่า แบบจำลองพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ประกอบด้วย 8 องค์ประกอบของพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม ได้แก่ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การรับรู้ความสามารถของตนเอง ความสามารถในการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน บรรยากาศสภาพแวดล้อมของงาน การสนับสนุนนวัตกรรมขององค์กร วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ และภาวะผู้นาของผู้บริหาร การพัฒนาระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมจากแบบจำลอง ได้รับการยอมรับว่าระบบมีประสิทธิภาพและเหมาะสมในการใช้งานในระดับสูง การศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาด การบริการ และการเงิน พบว่า ระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ มีโอกาสในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ด้วยวิธีการการกำหนดราคาแบบอัตราเดียว (Flat-rate pricing) และ การกำหนดราคาตามปริมาณการใช้งาน (Usage-based pricing) ด้านการวิเคราะห์การเงิน พบว่า ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 3 …


นวัตกรรมฮาร์ดแวร์สอนเขียนโปรแกรมแบบตัวต่อในรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง, ณัฐธภา พงษ์พานิช Jan 2021

นวัตกรรมฮาร์ดแวร์สอนเขียนโปรแกรมแบบตัวต่อในรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง, ณัฐธภา พงษ์พานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาฯ 2) เพื่อศึกษาวิธีการนำไปใช้ฯ และ 3) ศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาก่อนและหลังจากการนำฮาร์ดแวร์สอนเขียนโปรแกรมแบบตัวต่อรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงมาใช้ในการจัดการเรียนรู้หลักการคิดเชิงคำนวณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาฮาร์ดแวร์และการนำไปใช้ คือ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการประเมินการใช้งานของฮาร์ดแวร์ต้นแบบ และ ด้านการนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยมี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาจํานวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านฮาร์ดแวร์ฯ และ ในด้านการนำไปจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมิน Scoring Rubric ทั้งก่อนและหลังเรียน ทั้งนี้ได้ทําการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเพื่อศึกษาผลการพัฒนาหลักการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเปรียบเทียบ คะแนนแบบ Paired-samples T-Test ร่วมกับการอธิบายผล ผลการวิจัยพบว่า ฮาร์ดแวร์ฯ ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนประถมศึกษา ผลการทดลองนำฮาร์ดแวร์ฯไปใช้ พบว่า นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษามีพัฒนาการด้านหลักการคิดเชิงคำนวณหลังการทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การพัฒนาระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติ เพื่อบ่งชี้การกลั่นแกล้งบนโซเชียลมีเดียในภาษาไทย, วรพงศ์ บำรุงศรี Jan 2021

การพัฒนาระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติ เพื่อบ่งชี้การกลั่นแกล้งบนโซเชียลมีเดียในภาษาไทย, วรพงศ์ บำรุงศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์เป็นเรื่องง่าย และกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ด้านดีของสื่อสังคมออนไลน์ คือ สามารถใช้ติดต่อสื่อสารถึงกัน ส่วนผลในด้านลบคือ การที่สื่อสังคมออนไลน์ถูกใช้เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการคุกคาม กลั่นแกล้งกัน การกลั่นแกล้งบนโซเชียลมีเดียมีหลากหลายรูปแบบ สามารถสรุปใจความได้ว่า คือการคุกคามหรือทำร้ายผู้อื่น โดยใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น อีเมล์ ข้อความโต้ตอบแบบทันที ข้อความสั้น ห้องสนทนาออนไลน์ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย เกิดความหวาดกลัว และรู้สึกสิ้นหวังในชีวิต โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อยากที่จะป้องกันตนเองและถูกกระทำซ้ำไปซ้ำมา งานวิจัยนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อนำระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นสาขาย่อยของภาษาศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคอมพิวเตอร์และภาษาของมนุษย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ ในการนำมาใช้ในการเลือกเนื้อหา ข้อความ การตอบโต้กันบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประมวลผลจากและได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสนอวิธีการใหม่ในการตรวจจับข้อมูลการกลั่นแกล่งบนโซเชียลมีเดียในข้อความภาษาไทยโดยการนำข้อมูลที่เกิดขึ้นในสังคมออนไลน์บน Twitter มาทำการประมวลผลผ่านกระบวนการและขั้นตอนในการวิเคราะห์ภาษาธรรมชาติ และสร้างตัวชี้วัดประสิทธิภาพและความแม่นยำของแบบจำลอง ด้วย Precision, Recall และ F-Measure พบว่า แบบจำลองมีค่าความแม่นยำในการทำนายผลลัพธ์อยู่ที่ร้อยละ 84.23


นวัตกรรมแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ, พิมพ์ใจ ทวิติยามัณฑ์ Jan 2021

นวัตกรรมแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ, พิมพ์ใจ ทวิติยามัณฑ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้เพื่อศึกษาศึกษาพฤติกรรมและความต้องการการใช้แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยว บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ด้วยวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ด้วยวิธีการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม (Questionnaire) จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน 258 ตัวอย่าง ในเรื่องของพฤติกรรมและความต้องการใช้แพลตฟอร์ม พบว่า นักท่องเที่ยวเคยมาท่องเที่ยวเมื่องไทย 1 ครั้งมากที่สุดร้อยละ 42.2 รองลงมา 2-3 ครั้งร้อยละ 41.5 วัตถุประสงค์เพื่อมาท่องเที่ยวพักผ่อนร้อยละ 33.9 และใช้งบประมาณในการท่องเที่ยวรวมถึงค่าเครื่องบิน จำนวน 2,001 – 3,000 เหรียญสหรัฐ นักท่องเที่ยวร้อยละ 41.1 เข้าพักโรงแรมมากที่สุดร้อยละ 81.7 ใช้ระยะเวลาในการท่องเที่ยว 4-6 วันร้อยละ 34.1 วางแผนท่องเที่ยวด้วยตนเองร้อยละ 80.6 และค้นคว้าข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตก่อนการเดินทางโดยผ่านเว็บไซต์ www.google.com มากที่สุดโดยมีค่าเฉลี่ย 4.42 สถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องที่ยวสนใจมากที่สุด คือ ย่านเยาวราช ค่าเฉลี่ย 4.48 รองลงมาคือพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.38 และทำการทดสอบ t-test เปรียบเทียบเพศและสถานที่ท่องเที่ยว พบว่า เพศไม่มีความแตกต่างในด้านความสนใจของสถานที่ท่องเที่ยว และได้ทำการทดสอบ f-test ทดสอบนักท่องเที่ยวที่มีสัญชาติต่างกันจะมีความสนใจต่อสถานที่ท่องเที่ยวแตกต่างกัน พบว่า นักท่องเที่ยวสัญชาติยุโรปมีความสนใจในวัดต่างๆ มากกว่านักท่องเที่ยวชาวเอเชียอย่างมีนัยสำคัญที่0.05 และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสอบถามความคิดเห็นเชิงลึกและแนวคิดในการสร้างนวัตกรรมแพลตฟอร์มนี้จากผู้ประกอบการ เช่น ร้านค้า โรงแรมที่พัก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว พบว่า ผู้ประกอบการเห็นด้วยกับการพัฒนาแพลตฟอร์มการท่องเที่ยว ที่จะช่วยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ และช่วยเป็นช่องทางทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการที่ขาดความรู้ทางด้านเทคโนโลยี แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่พัฒนาขึ้น เน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) ที่มีแนวคิดการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) เพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน (Sustainable Tourism) โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์ม ที่ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ ประวัติความเป็นมา วัฒนธรรม ประเพณี ที่พัก ร้านอาหาร บริการต่างๆ และสามารถจองมัคคุเทศก์ รถรับส่ง นอกจากนี้ยังได้แนะนำเส้นทางการเดินเท้าเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 4 …


ทรายอะราโกไนต์แปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่, ครรชิต ประทุมราช Jan 2021

ทรายอะราโกไนต์แปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่, ครรชิต ประทุมราช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงการค้นคว้าอิสระครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษากระบวนการแปรรูปเปลือกหอยแมลงภู่ในอุตสาหกรรมผลิตอาหารทะเล โดยใช้นวัตกรรมการสร้างมูลค่า ให้ได้ผลผลิตเป็นทรายอะราโกไนต์ต้นแบบ เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของการนำทรายอะราโกไนต์แปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่ สำหรับใช้เป็นวัสดุรองพื้นตู้ปลาทะเลสวยงาม เพื่อศึกษาแผนธุรกิจ และความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ ของการนำเปลือกหอยแมลงภู่ในอุตสาหกรรมผลิตอาหารทะเลมาแปรรูปให้เป็นวัสดุที่มีมูลค่า ตามแนวคิด TURN WASTE TO WEALTH และ การบริหารจัดการขยะเป็นศูนย์ รวมทั้งพัฒนาทรายอะราโกไนต์ต้นแบบเพื่อทดแทนการใช้วัสดุจากธรรมชาติ ส่งเสริมแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยใช้รูปแบบการปฎิบัติจริงทุกขั้นตอน ตั้งแต่การนำวัสดุเปลือกหอยมาจากชุมชนชาวบ้านที่มีอาชีพแกะเนื้อหอย นำมาผ่านกระบวนการทดสอบในห้องปฎิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ ทำแบบสอบถามเพื่อพิสูจน์ถึงปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับนวัตกรรมทรายอะราโกไนต์แปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่ สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่สนับสนุนแนวทางการศึกษาในโครงการค้นคว้าอิสระ พร้อมที่จะนำข้อมูลอันเป็นประโยชน์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนต่อไป


ระบบประเมินความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยี Software-As-A-Service สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Smes), ดลินี ศาสตระรุจิ Jan 2021

ระบบประเมินความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยี Software-As-A-Service สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Smes), ดลินี ศาสตระรุจิ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยแบบผสมผสานนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ ประกอบด้วย ศึกษาวิธีการประเมินความพร้อม และปัจจัยที่ส่งผลต่อความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยี SaaS ของ SMEs สร้างกรอบ (Framework) ในการประเมินความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยี SaaS สำหรับ SMEs พัฒนาและทดสอบประสิทธิภาพนวัตกรรมต้นแบบระบบประเมินความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยี SaaS สำหรับ SMEs และศึกษาการยอมรับและความเป็นไปได้เชิงพาณิชยกรรมของต้นแบบระบบประเมินความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยี SaaS สำหรับ SMEs การวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกแหล่งข้อมูลจาก 3 แหล่ง (Triangulation of Source) ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ให้บริการ SaaS Accounting และเจ้าของกิจการ SMEs จำนวนรวม 17 คน โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแนะนำต่อกันเป็นลูกโซ่ (Snowball Sampling) ร่วมกับการกำหนดโควตาของแหล่งข้อมูล และวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) อย่างเป็นระบบ การวิจัยเชิงปริมาณใช้การเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามจากเจ้าของกิจการ SMEs จำนวน 317 คน โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแนะนำต่อกันเป็นลูกโซ่ (Snowball Sampling) และวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis : CFA) การพัฒนาและทดสอบระบบประเมินความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยีสำหรับ SaaS อิงกับแนวคิดทางทฤษฎีในด้าน New Service Development และหลักการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) โดยใช้อัลกอริธึมการเรียนรู้แบบมีผู้สอน (Supervised Learning) ประเภทต้นไม้ตัดสินใจ ประกอบเป็นนวัตกรรมต้นแบบ SaaSAdvice แผนงานความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ประกอบด้วยการทดสอบและสำรวจความคิดเห็นเจ้าของกิจการ SMEs ต่อต้นแบบนวัตกรรม SaaSAdvice ตามแบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี Technology Acceptance Model (TAM) จำนวน 63 ราย อยู่ในระดับเห็นด้วยอย่างยิ่ง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.34 และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการนำต้นแบบนวัตกรรม SaaSAdvice ไปใช้ประโยชน์ตามแนวคิด Business Model Canvas โดยประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัยในเชิงวิชาการ ได้แก่ กรอบแนวคิดเทคโนโลยี …


การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับวิตามินซีห่อหุ้มด้วยอนุภาคนาโนเพื่อใช้กับสัตว์น้ำสวยงาม, นรภัทร โตวณะบุตร Jan 2021

การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับวิตามินซีห่อหุ้มด้วยอนุภาคนาโนเพื่อใช้กับสัตว์น้ำสวยงาม, นรภัทร โตวณะบุตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิตามินซี เป็นวิตามินที่สำคัญต่อการทำงานอันเป็นปกติของร่างกายของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด รวมถึงปลาสวยงาม หากปลาไม่ได้รับการเสริมวิตามินซีจะส่งผลต่อสุขภาพของปลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การเสริมวิตามินซีให้กับปลาสวยงามมีข้อจำกัดคือการเสื่อมสลายของวิตามินในน้ำก่อนที่สัตว์น้ำจะบริโภคเข้าไป ผู้ทำสารนิพนธ์จึงนำหลักการเทคโนโลยีห่อหุ้มอนุภาคนาโนมาประยุกต์ใช้ในการเสริมวิตามินซีสำหรับปลาสวยงาม เพื่อให้ปลาสวยงามได้รับวิตามินซีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดการสูญสลายระหว่างการให้ ทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเน้นการศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ในการยอมรับของกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่การทบทวนวรรณที่เกี่ยวข้อง การศึกษาทางการตลาด การศึกษาวิจัยเชิงปริมาณต่อกลุ่มเป้าหมาย แผนธุรกิจ แผนการเงิน ตลอดจนการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการดำเนินงานของกิจการบริษัท วีมาร์ค เว็นเจอร์ จำกัด ผลการศึกษาเชิงปริมาณพบว่า ราคาของผลิตภัณฑ์ที่ยอมรับได้จากกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ 269 บาท ค่าเฉลี่ยในการซื้อผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 55.39 วัน การลงทุนในธุรกิจดังกล่าวมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 8,887,602.20 มีค่าผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ที่ 154% และมีระยะเวลาคืนทุน (Payback period) ที่ 3.73 เดือน โดยปัจจัยที่มีความอ่อนไหวในการดำเนินธุรกิจคือ ราคาขาย และจำนวนสินค้าขาย


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และความเป็นไปได้ในการพัฒนาลูกอมเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน, ธารา ธาดาเดช Jan 2021

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และความเป็นไปได้ในการพัฒนาลูกอมเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน, ธารา ธาดาเดช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กีฬาที่จำเป็นต้องออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เช่น การแข่งขันวิ่งมาราธอน กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แม้ว่าอัตราผู้เสียชีวิตจะไม่สูงมากนัก หากแต่อาการบาดเจ็บอื่นๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แม้ว่าสามารถบรรเทาได้ด้วยการเตรียมตัวอย่างดี และการฝึกซ้อมที่ถูกต้อง แต่อาการบาดเจ็บก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อทั้งระหว่างซ้อมวิ่งมาราธอน ระหว่างแข่งขันวิ่งมาราธอน และหลังจบการแข่งขันไปแล้ว โดยเกิดจากหลายปัจจัย เช่นการเตรียมตัวฝึกซ้อมก่อนแข่งขัน การพักผ่อน การได้รับน้ำและเกลือแร่ที่เพียงพอตลอดระยะเวลาที่แข่งขัน การวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษา คุณสมบัติ และข้อจำกัดของการพัฒนา ผลิต Business model ปัจจัยทางธุรกิจ และการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และสำรวจทัศนคติในการยอมรับลูกอมเกลือแร่ เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำการศึกษาด้วยการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยทำทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไป ส่วนของการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ ทำโดยการศึกษาข้อมูล งานวิจัย วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และสัมภาษณ์เชิงลึก ส่วนของการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ ทำโดยการจัดทำแบบสอบถาม ให้กลุ่มเป้าหมายเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และความคิดเห็นของผู้ได้รับแบบสอบถาม จากอาสาสมัคร โดยเป็นกลุ่มคนที่ออกกำลังกาย อยู่ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จำนวน 100 คน ผลการศึกษาพบว่า การที่จะยอมรับเทคโนโลยีได้ จำเป็นต้องมีผลงานการวิจัยรองรับ และต้องมีความปลอดภัยการแนะนำบอกต่อจากผู้ชำนาญการ แนวทางการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เห็นคนให้นำลูกอมเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานานไปใช้ประโยชน์ในลักษณะของการจัดตั้งบริษัทใหม่ เนื่องจากลูกอมเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานานเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ต้นทุนในการผลิตที่ต่ำ เนื่องจากว่าใช้เครื่องจักร และวัตถุดิบที่ หาได้ง่ายในท้องตลาด และมีต้นทุนต่ำ และการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน และการลงทุนผลิต มีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 10 เดือน มูลค่าปัจจุบันสิทธิ (NPV) จากการลุงทุนประมาณ 5,5579,747 บาท และมีอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (IRR) เท่ากับ 15.09 %


กระบวนการนวัตกรรมการระบุเทคโนโลยีอุบัติใหม่จากการหลอมรวมกันของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการตลาด : กรณีศึกษาของไคโตซาน, วรศักดิ์ กล่องทอง Jan 2021

กระบวนการนวัตกรรมการระบุเทคโนโลยีอุบัติใหม่จากการหลอมรวมกันของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการตลาด : กรณีศึกษาของไคโตซาน, วรศักดิ์ กล่องทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนากระบวนการนวัตกรรมการระบุเทคโนโลยีอุบัติใหม่จากการหลอมรวมกันของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการตลาด เพื่อใช้ในการช่วยขับเคลื่อนองค์กร/มหาวิทยาลัย ในการตัดสินใจในการลงทุน และ พัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ รวมถึงหัวข้อวิจัยต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม โดยใช้ประโยชร์จากข้อมูล วารสารวิทยาศาสตร์ ข้อมูลสิทธิบัตร และ ข้อมูลทางการตลาด โดยงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาและพัฒนา ต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการ การระบุเทคโนโลยีอุบัติใหม่จากการหลอมรวมกันของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการตลาด ผ่านกรณีศึกษา ไคโตซาน พร้อมทั้งศึกษาความเป็นไปได้การนำต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ จากการศึกษา ได้พัฒนากระบวนการระบุเทคโนโลยีอุบัติใหม่จากการหลอมรวมของ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ การตลาด เรียกว่า กระบวนการ Scientific Technological and Market Convergence (STMC) โดยใช้ความสัมพันธ์ของหัวข้ออุบัติใหม่ของแต่ละกระบวนการมาสร้างแผนภาพความสัมพันธ์ระหว่างกัน จากผลการทดสอบกระบวนการระบุเทคโนโลยีอุบัติใหม่ พบว่า “Shelf life” เป็นคำที่เกิดขึ้นจากการหลอมรวมกันของวิทยาศาสตร์ และ พบความสัมพันธ์กันกับการหลอมรวมกันของเทคโนโลยีว่ามีการนำไปใช้ประดิษฐ์เป็นเทคโนโลยีแล้วและมีตลาดที่เป็น Food & Beverage รองรับเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบกลุ่ม New Frontiers โดยหัวข้ออุบัติใหม่เกิดขึ้นที่ขั้นตอนวิทยาศาสตร์เพียงแค่ขั้นตอนเดียวคือ Agricultural Product และ เกิดเฉพาะขั้นตอนของเทคโนโลยี คือ “Electrochemical sensor” , “Biomass raw materials” และ Thermal stability ซึ่งนับว่าอาจจะเป็นเทคโนโลยีที่น่าติดตาม/พัฒนาต่อในอนาคตอันใกล้นี้ ผู้วิจัยยังได้ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจการนำเทคโนโลยีอุบัติใหม่ไปใช้ในองค์กร พบว่า “การรับรู้ประโยชน์”, “ผู้บริหารระดับสูงสนับสนุน” และ “แรงผลักดันจากลูกค้า” มีผลเชิงบวกต่อการนำหรือพัฒนาเทคโนโลยีอุบัติใหม่มาใช้ในองค์กร รวมถึงความเป็นไปได้ในการนำกระบวนการนวัตกรรมที่ได้พัฒนาขึ้น มาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยพบว่ามีความคุ้มค่าและเป็นไปได้ในการนำต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการดังกล่าวไปใช้ได้จริงเชิงพาณิชย์


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาเครื่องมือการวิเคราะห์พัฒนาทักษะรายบุคคลผ่าน E-Learning ด้วยเทคโนโลยี Ai Learning Detection, ชณุตพร ศรีชัย Jan 2021

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาเครื่องมือการวิเคราะห์พัฒนาทักษะรายบุคคลผ่าน E-Learning ด้วยเทคโนโลยี Ai Learning Detection, ชณุตพร ศรีชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องมือการวิเคราะห์ทักษะรายบุคคลด้วยเทคโนโลยี AI Learning Detection ในการตรวจจับความเข้าใจ ความสนใจ และวิเคราะห์ความถนัดของผู้เรียนผ่านระบบ E-Learning และการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยผู้วิจัยสำรวจความต้องการและความสนใจต่อการใช้เทคโนโลยี AI Learning Detection ด้วยแบบสอบถามไปยังกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานทางด้านการพัฒนาบุคลากรหรือบริหารทรัพยากรมุนษย์ในองค์กร ผู้วิจัยสำรวจข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 117 คนที่ทำงานอยู่ในองค์กรที่มีการใช้ระบบ E-Learning ในการพัฒนาทักษะบุคลากรและมีหน้าที่รับผิดชอบทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ค่าอัตราส่วนร้อยละ และค่าเฉลี่ยสำหรับอธิบายข้อมูลทั่วไป จากนั้นวิเคราะห์ความสัมพันธ์ข้อมูลระหว่างตัวแปรโดยใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ตารางไขว้ (Crosstab) และทดสอบ Chi-square ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 62 รู้จักเทคโนโลยี AI Learning Detection โดยความเห็นส่วนใหญ่เห็นว่า เทคโนโลยีนี้มีความน่าสนใจเมื่อนำมาประยุกต์ในการเรียนรู้ผ่านระบบ E-Learning ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าเทคโนโลยีนี้จะทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเห็นด้วยว่าจะทำให้กระบวนการพัฒนาทักษะบุคลากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลจากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรพบว่า เพศและประสบการณ์ทำงานมีผลต่อระดับความสนใจในการใช้เทคโนโลยีนี้


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เนื้อเลียนแบบจากโปรตีนทางเลือกจากพืชที่มีสมบัติเชิงหน้าที่, พรชนก ฉายฉันท์ Jan 2021

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เนื้อเลียนแบบจากโปรตีนทางเลือกจากพืชที่มีสมบัติเชิงหน้าที่, พรชนก ฉายฉันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เนื้อเลียนแบบจากโปรตีนทางเลือกจากพืชที่มีสมบัติเชิงหน้าที่ ซึ่งปัจจุบัน Plant-based Foods เป็นอาหารในกลุ่มโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) เป็นนวัตกรรมอาหารที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเทรนด์รักสุขภาพ และกระแสรักษ์โลกที่ให้ความสนใจในสวัสดิภาพสัตว์ด้วยความตระหนักถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษารูปแบบผลิตภัณฑ์เนื้อเลียนแบบจากโปรตีนทางเลือกที่ผู้บริโภคเป้าหมายต้องการ ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่มีความสนใจในเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จำนวน 12 ราย และนำผลการศึกษาดังกล่าวมาออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อเลียนแบบจากโปรตีนทางเลือกเพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบร่วม (Conjoint analysis) ในการวิเคราะห์ส่วนประสมทางการตลาด (Marketing mix) ได้แก่ แนวคิดผลิตภัณฑ์ (Product) ราคา (Price) ช่องทางกาารจัดจำหน่าย (Place) และกิจกรรมส่งเสริมการขาย (Promotion) จากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 ราย ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่า กลุ่มผู้ปริโภคเป้าหมายคาดหวังให้ผลิตภัณฑ์เนื้อเลียนแบบจากโปรตีนทางเลือกมีรสชาติ กลิ่นรสและเนื้อสัมผัสใกล้เคียงเนื้อสัตว์เสมือนจริง รับประทานหรือจัดเตรียมง่าย มีช่องทางการจำหน่ายหลากหลาย ราคาเทียบเท่าเนื้อสัตว์ปกติหรือแพงกว่าไม่เกิน 10-15% เมื่อพิจารณาการให้คะแนนอรรถประโยชน์รวม (Total utility) พบว่า กลยุทธ์การตลาดที่ได้รับค่าอรรถประโยชน์รวมมากที่สุด คือ ผลิตภัณฑ์ไส้กรอกไก่จากพืชพร้อมทาน มีแหล่งโปรตีนจากพืชตระกูลถั่วและมีแหล่งใยอาหารจากขนุนอ่อนเหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพ (Healthy Food) และผู้ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ จำหน่ายในราคาเท่ากับไส้กรอกไก่ปกติ ทางช่องทางออนไลน์ ผลศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินจากการจ้างผลิต (OEM) แทนการจัดตั้งโรงงานผลิต ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินในกรณีปกติ (Base case) โดยการคาดคะเนส่วนแบ่งตลาดที่ร้อยละ 7 พบว่า คุ้มค่าในการเลือกลงทุน เนื่องจากธุรกิจสามารถสร้างกำไร มีค่าอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) เป็นบวก และมีระยะเวลาในการคืนทุน (Payback Period) ในปีที่สอง


ครีมขัดผิวเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่, เมธีรัตน์ ธานีรัตน์ Jan 2021

ครีมขัดผิวเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่, เมธีรัตน์ ธานีรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงการพิเศษนี้จัดทำขึ้นเพื่อการพัฒนากระบวนการผลิตครีมขัดผิวเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ ทำให้สามารถใช้เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่เป็นวัตถุดิบเพื่อนำมาทดแทนการใช้พลาสติกไมโครบีดส์ในผลิตภัณฑ์ขัดผิวได้เป็นอย่างดี ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCGs) การพัฒนาเทคโนโลยีในการแปรรูปเปลือกหอยเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้เป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ทำให้ขยะเปลือกหอยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นการกำจัดขยะด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ได้ผลผลิตเป็นเกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะในการทำงานเป็นแบบ 2-in-1 เนื่องจากเกล็ดประกายมุกที่ได้หลังจากการแปรรูปจะมีช่องว่างแทรกอยู่ระหว่างชั้นของแผ่นอะราโกไนต์ซึ่งเคยเป็นชั้นออร์แกนิก ทำให้สามารถบรรจุสารออกฤทธิ์เข้าไปแทนที่ ส่งผลทำให้เกิดเป็นกระบวนการทำงานแบบไบโอเอนแคปซูเลชั่นในเกล็ดประกายมุกที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยที่สารออกฤทธิ์จะถูกปลดปล่อยสู่ผิวในระหว่างการใช้งานผลิตภัณครีมฑ์ขัดผิว พร้อมกับแผ่นอะราโกไนต์ที่เคยเรียงกันอยู่เป็นชั้นอย่างเป็นระเบียบจะมีการแตกหัก หรือหลุดเป็นแผ่นเดี่ยว ซึ่งมีขนาดเล็กเหมาะกับการใช้งานและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการขัดผิวได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญเป็นผลิตภัณฑ์ในการดูแลความงามที่มีความอ่อนโยนต่อผิวเนื่องจากเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง อีกทั้งกระบวนการผลิตเป็นกรีนโปรดักส์ มีการออกแบบกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน มีการใช้ทุกส่วนของวัตถุดิบในกระบวนการผลิตโดยไม่เกิดของเสียหลังจากสิ้นสุดกระบวนการผลิตและหลังจากใช้งานผลิตภัณฑ์


แผนการพัฒนาธุรกิจใหม่ทางพาณิชยกรรมเทคโนโลยี: นวัตกรรมแพลตฟอร์มจับคู่บริการให้คำปรึกษาสุขภาพจิตโดยใช้เทคโนโลยีตรวจวัดระดับความเครียดและลักษณะบุคลิกภาพ, ภาวัต รัตนอมรเดช Jan 2021

แผนการพัฒนาธุรกิจใหม่ทางพาณิชยกรรมเทคโนโลยี: นวัตกรรมแพลตฟอร์มจับคู่บริการให้คำปรึกษาสุขภาพจิตโดยใช้เทคโนโลยีตรวจวัดระดับความเครียดและลักษณะบุคลิกภาพ, ภาวัต รัตนอมรเดช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัญหาความเครียดในปัจจุบันนั้นเป็นปัญหาใหญ่ที่จะกลายมาเป็นปัญหาอันดับ 1 ของโลกภายในปี 2565 ซึ่งมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบทวีคูณหาก แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หรือคิดฆ่าตัวตายต้องการนั้นแท้จริงแล้วก็คือ ใครซักคนที่รับฟังพวกเขาอย่างเข้าใจจริงจากปัญหาในปัจจุบัน พบว่า ในปัจจุบันภาระการทำงานของจิตแพทย์มีไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยในแต่ละวัน ซึ่งปัญหานี้ทำให้คุณภาพการให้บริการผู้ป่วยแต่ละคนลดน้อยลงหรือไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมหรือตรงจุด อีกทั้งยังมีปัญหาโครงสร้างตลาดที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ซึ่งเพิ่มอำนาจต่อรองให้แก่ผู้ให้คำปรึกษา และส่งผลต่อโครงสร้างตลาดและราคาที่ไม่สร้างอรรถประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการเท่าที่ควรโมเดลธุรกิจนี้จะเป็นโมเดลธุรกิจแบบหลายด้าน (Multi-sided Business Model) หรือโมเดลธุรกิจแบบแพลตฟอร์ม นำเสนอคุณค่าโดยการจับคู่ระหว่างผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต และผู้เชี่ยวชาญการรับปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งจะเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจ และสร้างอาชีพใหม่ให้เกิดขึ้นได้ในสังคมนี้ และทุกครั้งที่ใช้บริการเสร็จสิ้น ผู้รับบริการก็สามารถให้คะแนนผู้ให้คำปรึกษาได้ ซึ่งลูกค้าที่รับคำปรึกษารายต่อไปก็สามารถเลือกใช้บริการได้โดยดูจากรีวิวคะแนนความพึงพอใจและคุณภาพการบริการที่ลูกค้าคนก่อนๆ ประเมินไว้ โดยจะส่งผลต่อราคาให้บริการอีกต่อหนึ่ง โดยกิจการจะเก็บส่วนแบ่งจากรายได้จากการให้บริการในแต่ละครั้ง รวมถึงการโฆษณา และการเก็บค่าบริการตรวจสุขภาพจิตเพื่อนำมาบริหารแบบระบบกองทุนเพื่อขยายการเติบโตธุรกิจ