Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Business Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 601 - 630 of 955

Full-Text Articles in Business

การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นรสอาหารสำหรับอาหารแห้งเพื่อการรักษาโรคในสุนัข, กมล ภาคย์ประเสริฐ Jan 2021

การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นรสอาหารสำหรับอาหารแห้งเพื่อการรักษาโรคในสุนัข, กมล ภาคย์ประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ ศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อแต่งกลิ่นรสอาหารแห้งสำหรับรักษาสุนัข มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย ดังนี้ (1) ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความตั้งใจในการซื้อผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นรสอาหารในกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัข (2) พัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบกระบวนการแต่งกลิ่นรสอาหารชนิดแห้งสำหรับสุนัขที่ต้องควบคุมอาหาร (3) ทดสอบการยอมรับผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และ (4) ศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ การวิจัยอาศัยกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นแนวทางหลักในการทำวิจัย เริ่มจากศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นรสอาหารผ่านแบบสอบถาม พบว่าความตั้งใจใช้งานผลิตภัณฑ์สูงในสถานการณ์ที่สุนัขกินอาหารได้น้อย และพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์เชิงบวก ได้แก่ ความไม่แน่ใจในความรู้ การยึดสุนัขเป็นศูนย์กลาง การปฏิบัติตามคำแนะนำสัตวแพทย์ และ ปัจจัยมี่มีความสัมพันธ์เชิงลบ ได้แก่ พฤติกรรมผสมอาหารคนให้สุนัข ความสามารถในการควบคุมผลของการปรุงแต่งกลิ่น ขณะที่สมบัติผลิตภัณฑ์สัมพันธ์กับความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ สำหรับปัจจัยที่มีนัยสำคัญ ได้แก่ การไม่เปลี่ยนโภชนาการในอาหาร การมีงานวิจัยรับรองความปลอดภัย การช่วยให้สุนัขกินอาหารดีขึ้น การผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ และขั้นตอนการใช้งานผลิตภัณฑ์ง่ายไม่ซับซ้อน จากความต้องการดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ใช้หลักการระเหยกลิ่นรอบอาหาร ทดลองแต่งกลิ่นอาหารสุนัขโรคเบาหวานด้วยกลิ่นสังเคราะห์กลิ่นเนื้อหมูพบสัดส่วนการกินอาหารที่แต่งกลิ่นด้วยวิธีการระเหยสูงกว่าอาหารที่ไม่แต่งกลิ่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลต่างค่าเฉลี่ยของสัดส่วนการกินอาหารอยู่ที่ 0.34 ปรับปรุงผลิตภัณฑ์จนได้รูปแบบเป็นจานเซรามิกชนิดรูพรุนเป็นวัสดุดูดซับกลิ่นใต้ชามอาหาร และนำไปทดสอบการยอมรับทางเทคโนโลยีกับสัตวแพทย์ผ่านการสัมภาษณ์และทดสอบกับกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขป่วยที่ให้สุนัขกินอาหารเพื่อการรักษาผ่านแบบสอบถาม พบว่าผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้รับการยอมรับทั้งจากสัตวแพทย์และผู้เลี้ยงสุนัขป่วย สำหรับการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเชิงพาณิชย์จากการวิเคราะห์การตลาด การดำเนินงาน และการเงิน พบว่าระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 5 เดือน อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ร้อยละ 351.84 และมูลค่าปัจจุบันของโครงการ (NPV) อยู่ที่ 20,783,852 บาท


การประยุกต์เทคนิคบัญชีต้นทุนการไหลวัสดุในกระบวนการจัดการคลังสินค้า สำหรับบริษัท Xyz, มนต์ทิพย์ จันทราทิพย์ Jan 2021

การประยุกต์เทคนิคบัญชีต้นทุนการไหลวัสดุในกระบวนการจัดการคลังสินค้า สำหรับบริษัท Xyz, มนต์ทิพย์ จันทราทิพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เทคนิคบัญชีต้นทุนการไหลวัสดุ (Material Flow Cost Accounting: MFCA) เป็นเทคนิคในการวิเคราะห์ต้นทุนความสูญเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการ มุ่งเน้นให้เกิดการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพรวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์หลักการบัญชีต้นทุนการไหลวัสดุกับกระบวนการจัดการคลังสินค้า ส่งเสริมการใช้วัสดุให้มีประสิทธิภาพ และลดความสูญเสียในกระบวนการจัดการคลังสินค้าของบริษัท XYZ โดยเลือกกลุ่มสินค้าที่มีความคล่องตัวสูงมาทำการศึกษา จากนั้นทำการเก็บรวบรวมข้อมูลต้นทุนที่เกี่ยวข้องในแต่ละกระบวนการ และทำการวิเคราะห์ต้นทุนความสูญเสียตามหลักการบัญชีต้นทุนการไหลวัสดุ จากการศึกษาพบว่า ต้นทุนผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าลบไม่ก่อให้เกิดรายได้แก่บริษัท พบในส่วนของต้นทุนวัสดุสูงที่สุด รองลงมาเป็นต้นทุนระบบและต้นทุนพลังงาน และพบว่าต้นทุนความสูญเสียของสินค้า Super Premium สินค้า Premium สินค้า Standard และสินค้า Economy คิดเป็นร้อยละ 0.044 ร้อยละ 0.062 ร้อยละ 0.089 และ ร้อยละ 0.158 ตามลำดับ เมื่อคิดคำนวณเป็นจำนวนเงินที่สูญเสียโดยรวมต่อวันของสินค้าทั้ง 4 ประเภทรวมเป็น 1,676.88 บาทต่อวัน ซึ่งความสูญเสียนี้เกิดขึ้นในกระบวนการจัดเตรียมสินค้า นอกจากนี้ยังพบว่า มูลค่าความสูญเสียนี้ ไม่ได้ถูกบันทึกอยู่ในระบบบัญชีปัจจุบันเนื่องจากการบันทึกบัญชีในปัจจุบัน เป็นการบันทึกบัญชีแบบดั้งเดิมที่รวมต้นทุนทุกอย่างไว้ด้วยกัน ไม่มีการจำแนกค่าใช้จ่ายในแต่ละประเภทสินค้าซึ่งยากต่อการแบ่งสัดส่วนต้นทุนต่าง ๆ ต่อประเภทสินค้า กิจกรรมหรือกระบวนการ ซึ่งแตกต่างจากการบันทึกบัญชีต้นทุนการไหลวัสดุที่สามารถแสดงให้เห็นถึงมูลค่าความสูญเสียนี้ได้


The Cross-Sectional Return Dispersion With Momentum Strategyand The Spill Over Across Fx And Equity Markets, During Covid-19, Pisit Grittiyarangsan Jan 2021

The Cross-Sectional Return Dispersion With Momentum Strategyand The Spill Over Across Fx And Equity Markets, During Covid-19, Pisit Grittiyarangsan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper investigates the relation of momentum strategy and the return dispersion across currency and global equity markets by using 30 currency pairs and 30 global equity indices during last 2 decades. This paper also examines the lead-lag relationship of return dispersions through spillover from one market to another. In addition, we are successfully detected the relation between return dispersion of those market and the significant return by momentum strategy on currency market. However, we cannot detect significant positive return by using momentum strategy on global equity indices, so we cannot use the return dispersion from the lead market as …


การวิเคราะห์เพื่อกำหนดจำนวนรถของบริษัท ภายใต้ความต้องการขนส่งที่ไม่แน่นอน : กรณีศึกษา บริษัทขนส่งAbc, แก้วกานต์ กล่อมหาดยาย Jan 2021

การวิเคราะห์เพื่อกำหนดจำนวนรถของบริษัท ภายใต้ความต้องการขนส่งที่ไม่แน่นอน : กรณีศึกษา บริษัทขนส่งAbc, แก้วกานต์ กล่อมหาดยาย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดจำนวนรถขนส่งของบริษัทที่เหมาะสม ภายใต้ความต้องการขนส่งที่ไม่แน่นอน ซึ่งใช้ข้อมูลของบริษัทกรณีศึกษา ABC ในแผนกการขนส่งแบบกระจายสินค้าทั่วประเทศ (Nationwide Distribution Transport) โดยมุ่งเน้นศึกษาเฉพาะการขนส่งสินค้าที่ครอบคลุมพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้าจังหวัดขอนแก่นที่มีการขนส่งด้วยรถที่เป็นของบริษัท (Own fleet) และบริษัทขนส่งภายนอก(Outsource) โดยในงานวิจัยนี้ได้ใช้การจำลองสถานการณ์ที่สามารถแบ่งการจำลองสถานการณ์ออกเป็น 4 ส่วน คือ 1) การสร้างแบบจำลองความต้องการขนส่งสินค้ารายวันโดยใช้เทคนิคมอนติคาร์โล 2) การพัฒนาสมการประมาณการจำนวนรถขนส่งสินค้าต่อวันด้วยวิธีการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression) ที่มีตัวแปรสำคัญทั้งหมด 3 ตัวแปรได้แก่ จำนวนสินค้าที่ต้องการขนส่งต่อวัน จำนวนลูกค้าที่ขนส่งต่อวัน ระยะทางระหว่างลูกค้าทั้งหมดในหนึ่งวัน 3) การประมาณการต้นทุนรวมด้านการขนส่ง และ 4) การกำหนดจำนวนรถขนส่งของบริษัทที่เหมาะสม ซึ่งผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่าจำนวนรถขนส่งของบริษัทที่เหมาะสมสำหรับแผนกการขนส่งแบบกระจายสินค้าทั่วประเทศ เท่ากับ 7 คันที่ทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าเฉลี่ยต่อปีต่ำที่สุด


เปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถยนต์ปิกอัพไฟฟ้า และรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปภายในธุรกิจขนส่งอะไหล่รถยนต์, ศศิธร พิรุฬ Jan 2021

เปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถยนต์ปิกอัพไฟฟ้า และรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปภายในธุรกิจขนส่งอะไหล่รถยนต์, ศศิธร พิรุฬ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถยนต์ปิกอัพไฟฟ้ากับรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปภายใน ของบริษัทกรณีศึกษาขนส่งอะไหล่รถยนต์ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลโดยทำการเปรียบเทียบราคาค่าเช่ารถแบบรวมสัญญาบริการในเวลา 5 ปีของรถทั้ง 2 ประเภทโดยใช้แนวคิดบัญชีต้นทุนการวิเคราะห์ต้นทุนแล้วนำข้อมูลมาเปรียบเทียบหากมีความผันผวนของราคาน้ำมันดีเซล บี7 จะส่งผลต่อต้นทุนอย่างไร รวมถึงค่าความผันผวนของค่า FT ของการไฟฟ้า และการซื้อขายคาร์บอนเครดิต แล้วสรุปต้นทุนการใช้รถทั้ง 2 ประเภท นำข้อมูลที่สรุปได้นำเสนอผู้บริหาร 5 ท่านเพื่อการตัดสินใจ โดยใช้ทฤษฎีกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) เพื่อประเมินผลการพิจารณาเลือกของผู้บริหาร จากผลผู้บริการมีการเลือกใช้รถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์สันดาปในโดยมีค่าน้ำหนักความสำคัญ 69 % และรถยนต์ปิกอัพไฟฟ้ามีค่าน้ำหนักความสำคัญ 31%


นวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยเดินที่มีระบบรองรับน้ำหนักแขน สำหรับผู้ป่วยพาร์กินสันที่มีปัญหาการเดินและการทรงตัว, ชนวัฒน์ อนันต์ Jan 2021

นวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยเดินที่มีระบบรองรับน้ำหนักแขน สำหรับผู้ป่วยพาร์กินสันที่มีปัญหาการเดินและการทรงตัว, ชนวัฒน์ อนันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาแนวคิด ทัศนคติ ความต้องการใช้นวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยเดินพร้อมทั้งมีการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยเดินต้นแบบ ทำการทดสอบใช้งานกับผู้ป่วยที่มีปัญหา การเดิน การทรงตัวและหลังโค้งงอ รวมถึงศึกษาการยอมรับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและโอกาสทางการตลาดมีการศึกษาวิจัยทั้งหมด 4 ระยะ ตามทฤษฎีของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Development) ผลการวิจัย ระยะที่ 1 โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ผู้ดูแล แพทย์และนักกายภาพบำบัด จำนวน 20 คน พบว่า ผู้ใช้งานให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการหกล้ม ปัญหาการเดิน การทรงตัวและหลังโค้งงอ นวัตกรรมต้องมีการใช้งานง่าย มีความแข็งแรง ปลอดภัย ขนาดของผลิตภัณฑ์และสามารถใช้อุปกรณ์ได้ภายในบ้าน ระยะที่ 2 มีการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยเดิน จำนวน 2 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบที่ 1 แบบค้ำรักแร้ หรือ วงแขน และรูปแบบที่ 2 แบบรองรับน้ำหนักแขน เมื่อได้นวัตกรรมที่สมบูรณ์แล้วจึงมีการสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อคัดเลือกนวัตกรรม จำนวน 8 คน พบว่า ผู้เชี่ยวชาญเลือกนวัตกรรมรูปแบบที่ 2 จำนวน 6 คน ทางผู้วิจัยจึงนำนวัตกรรมรูปแบบที่ 2 นำไปพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ (Prototype Development) ระยะที่ 3 ทดสอบเปรียบเทียบผู้ป่วยพาร์กินสันที่มีอาการหลังโค้งงอ จำนวน 7 คน อายุเฉลี่ย 68.14 ปี พบว่า ก่อนใช้อุปกรณ์ มีอาการหลังโค้งงอเฉลี่ย 42.43 องศา ขณะใช้อุปกรณ์มีอาการหลังโค้งงอเฉลี่ย 13.63 องศา แสดงให้เห็นว่าใช้อุปกรณ์แล้วอาการหลังโค้งงอดีขึ้น มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ระยะที่ 4 ผลของการศึกษายอมรับผลิตภัณฑ์นวัตกรรม จำนวน 171 คน พบว่า มีระดับการยอมรับนวัตกรรมที่สูงทุกข้อ สนใจนวัตกรรมถึง 133 คน คิดเป็นร้อยละ 77.8 และสนใจซื้อนวัตกรรม จำนวน 87 คน …


การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนค่าขนส่งแบบเต็มคันระหว่างใช้ผู้ให้บริการขนส่งกับลงทุนรถขนส่งเอง : กรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตรถบรรทุก, อธิการ ชาติศรีสัมพันธ์ Jan 2021

การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนค่าขนส่งแบบเต็มคันระหว่างใช้ผู้ให้บริการขนส่งกับลงทุนรถขนส่งเอง : กรณีศึกษาบริษัทผู้ผลิตรถบรรทุก, อธิการ ชาติศรีสัมพันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางด้านต้นทุนในการลงทุนซื้อรถบรรทุกขนส่งสินค้าและบริหารงานขนส่งเอง เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้บริการจากผู้ให้บริการขนส่งอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบัน โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางการเงิน มาใช้ในการประเมินการใช้ประโยชน์และความคุ้มค่าที่จะลงทุน การวิจัยได้วิเคราะห์ถึงความต้องการในการใช้รถบรรทุกขนส่ง 6 ล้อของปีพ.ศ. 2563 พบว่ามีการใช้งานในเขตพื้นที่ 4 จังหวัด คือ จังหวัด ชลบุรี สระบุรี ระยอง และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีปริมาณการใช้งานมากน้อยแตกต่างกันไป ซึ่งผู้วิจัยได้ทำการแบ่งเป็น 4 โครงการ คือ โครงการที่ 1 ขอบเขตเฉพาะจังหวัดชลบุรี, โครงการที่ 2 ขอบเขตในจังหวัดชลบุรี และ สระบุรี, โครงการที่ 3 ขอบเขตในจังหวัดชลบุรี สระบุรี และ ระยอง และโครงการที่ 4 ขอบเขตในจังหวัดชลบุรี สระบุรี ระยอง และ พระนครศรีอยุธยาเพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจเริ่มต้นโครงการซึ่งแต่ละโครงการมีจำนวนเที่ยวและลงทุนจำนวนรถไม่เท่ากัน ผลการศึกษาพบว่าปริมาณการใช้งานที่มากน้อยมีผลต่อความคุ้มค่าที่จะลงทุนรวมถึงผลตอบแทน และระยะเวลาคืนทุน ซึ่งทั้ง 4 โครงการอยู่ในเกณฑ์ที่คุ้มค่าต่อการลงทุน แต่จะมีความแตกต่างกันออกไปในเรื่องของระยะเวลาคืนทุน ซึ่งโครงการที่ 1 ถึง 4 มีระยะเวลาคืนทุน 3 ปี 3 เดือน , 3 ปี 10 เดือน , 3 ปี 8 เดือน และ 3 ปี 2 เดือน ตามลำดับ นอกจากนั้น ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อความคุ้มค่าของโครงการในสถานะการณ์ปัจจุบันคือ ราคาน้ำมันดีเซลซึ่งมีความผันผวนและปรับราคาสูงขึ้น ผู้วิจัยจึงได้ทำการศึกษาในกรณีที่ราคาน้ำมันปรับราคาขึ้นถึง 35 บาทต่อลิตร ซึ่งทุกโครงการยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่มีความเป็นไปได้ และ มีความคุ้มค่าที่จะลงทุนซื้อรถบรรทุกขนส่งเอง


ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคออนไลน์ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพและปริมณฑล, ธมนวรรณ จงเจริญชัยวงศ์ Jan 2021

ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคออนไลน์ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพและปริมณฑล, ธมนวรรณ จงเจริญชัยวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคออนไลน์ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และศึกษาลักษณะพฤติกรรมการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริโภคในเขตกรุงเทพและปริมณฑลที่เคยซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานคือ การวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการศึกษาพบว่าช่องทางการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคออนไลน์ที่นิยม คือ Shopee และ Lazada ความถี่ในการสั่งซื้อส่วนใหญ่ซื้อเดือนละ 1 ครั้ง มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการสั่งซื้อครั้งละ 501-1,000 บาท สินค้าที่นิยมซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ คือ ของใช้ส่วนตัว เช่น สบู่ ยาสระผม และ ของใช้ในบ้าน เช่น น้ำยาทำความสะอาด กระดาษชำระ สาเหตุที่เลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ คือ ความสะดวกสบาย ราคา และโปรโมชั่นสินค้า นิยมชำระเงินผ่านบัตรเครดิต/บัตรเดบิต และชอบนโยบายการจัดส่งสินค้าแบบฟรีค่าจัดส่ง ไม่มียอดการสั่งซื้อขั้นต่ำ (ราคาสินค้ารวมค่าจัดส่ง) และยังคงจะซื้อสินค้ายี่ห้อเดิม แต่จะซื้อจากช่องทางออนไลน์อื่นที่มีราคาสินค้าและค่าจัดส่งที่ถูกกว่า ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคออนไลน์ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพและปริมณฑลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีจำนวน 5 ปัจจัย ดังนี้ ปัจจัยด้านกายภาพและการนำเสนอ (Physical Evidence/Environment and Presentation) ปัจจัยการส่งเสริมการตลาด (Promotion) ปัจจัยด้านการขนส่ง (Transportation) ปัจจัยด้านบุคคล (People) และปัจจัยผลิตภัณฑ์ (Product)


ระบบประเมินความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยี Software-As-A-Service สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Smes), ดลินี ศาสตระรุจิ Jan 2021

ระบบประเมินความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยี Software-As-A-Service สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Smes), ดลินี ศาสตระรุจิ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยแบบผสมผสานนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ ประกอบด้วย ศึกษาวิธีการประเมินความพร้อม และปัจจัยที่ส่งผลต่อความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยี SaaS ของ SMEs สร้างกรอบ (Framework) ในการประเมินความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยี SaaS สำหรับ SMEs พัฒนาและทดสอบประสิทธิภาพนวัตกรรมต้นแบบระบบประเมินความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยี SaaS สำหรับ SMEs และศึกษาการยอมรับและความเป็นไปได้เชิงพาณิชยกรรมของต้นแบบระบบประเมินความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยี SaaS สำหรับ SMEs การวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกแหล่งข้อมูลจาก 3 แหล่ง (Triangulation of Source) ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ให้บริการ SaaS Accounting และเจ้าของกิจการ SMEs จำนวนรวม 17 คน โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแนะนำต่อกันเป็นลูกโซ่ (Snowball Sampling) ร่วมกับการกำหนดโควตาของแหล่งข้อมูล และวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) อย่างเป็นระบบ การวิจัยเชิงปริมาณใช้การเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามจากเจ้าของกิจการ SMEs จำนวน 317 คน โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแนะนำต่อกันเป็นลูกโซ่ (Snowball Sampling) และวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis : CFA) การพัฒนาและทดสอบระบบประเมินความพร้อมในการยอมรับเทคโนโลยีสำหรับ SaaS อิงกับแนวคิดทางทฤษฎีในด้าน New Service Development และหลักการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) โดยใช้อัลกอริธึมการเรียนรู้แบบมีผู้สอน (Supervised Learning) ประเภทต้นไม้ตัดสินใจ ประกอบเป็นนวัตกรรมต้นแบบ SaaSAdvice แผนงานความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ประกอบด้วยการทดสอบและสำรวจความคิดเห็นเจ้าของกิจการ SMEs ต่อต้นแบบนวัตกรรม SaaSAdvice ตามแบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี Technology Acceptance Model (TAM) จำนวน 63 ราย อยู่ในระดับเห็นด้วยอย่างยิ่ง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.34 และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการนำต้นแบบนวัตกรรม SaaSAdvice ไปใช้ประโยชน์ตามแนวคิด Business Model Canvas โดยประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัยในเชิงวิชาการ ได้แก่ กรอบแนวคิดเทคโนโลยี …


การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับวิตามินซีห่อหุ้มด้วยอนุภาคนาโนเพื่อใช้กับสัตว์น้ำสวยงาม, นรภัทร โตวณะบุตร Jan 2021

การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับวิตามินซีห่อหุ้มด้วยอนุภาคนาโนเพื่อใช้กับสัตว์น้ำสวยงาม, นรภัทร โตวณะบุตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิตามินซี เป็นวิตามินที่สำคัญต่อการทำงานอันเป็นปกติของร่างกายของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด รวมถึงปลาสวยงาม หากปลาไม่ได้รับการเสริมวิตามินซีจะส่งผลต่อสุขภาพของปลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การเสริมวิตามินซีให้กับปลาสวยงามมีข้อจำกัดคือการเสื่อมสลายของวิตามินในน้ำก่อนที่สัตว์น้ำจะบริโภคเข้าไป ผู้ทำสารนิพนธ์จึงนำหลักการเทคโนโลยีห่อหุ้มอนุภาคนาโนมาประยุกต์ใช้ในการเสริมวิตามินซีสำหรับปลาสวยงาม เพื่อให้ปลาสวยงามได้รับวิตามินซีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดการสูญสลายระหว่างการให้ ทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเน้นการศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ในการยอมรับของกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่การทบทวนวรรณที่เกี่ยวข้อง การศึกษาทางการตลาด การศึกษาวิจัยเชิงปริมาณต่อกลุ่มเป้าหมาย แผนธุรกิจ แผนการเงิน ตลอดจนการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการดำเนินงานของกิจการบริษัท วีมาร์ค เว็นเจอร์ จำกัด ผลการศึกษาเชิงปริมาณพบว่า ราคาของผลิตภัณฑ์ที่ยอมรับได้จากกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ 269 บาท ค่าเฉลี่ยในการซื้อผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 55.39 วัน การลงทุนในธุรกิจดังกล่าวมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 8,887,602.20 มีค่าผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ที่ 154% และมีระยะเวลาคืนทุน (Payback period) ที่ 3.73 เดือน โดยปัจจัยที่มีความอ่อนไหวในการดำเนินธุรกิจคือ ราคาขาย และจำนวนสินค้าขาย


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และความเป็นไปได้ในการพัฒนาลูกอมเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน, ธารา ธาดาเดช Jan 2021

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และความเป็นไปได้ในการพัฒนาลูกอมเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน, ธารา ธาดาเดช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กีฬาที่จำเป็นต้องออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เช่น การแข่งขันวิ่งมาราธอน กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แม้ว่าอัตราผู้เสียชีวิตจะไม่สูงมากนัก หากแต่อาการบาดเจ็บอื่นๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แม้ว่าสามารถบรรเทาได้ด้วยการเตรียมตัวอย่างดี และการฝึกซ้อมที่ถูกต้อง แต่อาการบาดเจ็บก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อทั้งระหว่างซ้อมวิ่งมาราธอน ระหว่างแข่งขันวิ่งมาราธอน และหลังจบการแข่งขันไปแล้ว โดยเกิดจากหลายปัจจัย เช่นการเตรียมตัวฝึกซ้อมก่อนแข่งขัน การพักผ่อน การได้รับน้ำและเกลือแร่ที่เพียงพอตลอดระยะเวลาที่แข่งขัน การวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษา คุณสมบัติ และข้อจำกัดของการพัฒนา ผลิต Business model ปัจจัยทางธุรกิจ และการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และสำรวจทัศนคติในการยอมรับลูกอมเกลือแร่ เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำการศึกษาด้วยการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยทำทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไป ส่วนของการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ ทำโดยการศึกษาข้อมูล งานวิจัย วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และสัมภาษณ์เชิงลึก ส่วนของการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ ทำโดยการจัดทำแบบสอบถาม ให้กลุ่มเป้าหมายเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และความคิดเห็นของผู้ได้รับแบบสอบถาม จากอาสาสมัคร โดยเป็นกลุ่มคนที่ออกกำลังกาย อยู่ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จำนวน 100 คน ผลการศึกษาพบว่า การที่จะยอมรับเทคโนโลยีได้ จำเป็นต้องมีผลงานการวิจัยรองรับ และต้องมีความปลอดภัยการแนะนำบอกต่อจากผู้ชำนาญการ แนวทางการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เห็นคนให้นำลูกอมเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานานไปใช้ประโยชน์ในลักษณะของการจัดตั้งบริษัทใหม่ เนื่องจากลูกอมเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานานเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ต้นทุนในการผลิตที่ต่ำ เนื่องจากว่าใช้เครื่องจักร และวัตถุดิบที่ หาได้ง่ายในท้องตลาด และมีต้นทุนต่ำ และการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน และการลงทุนผลิต มีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 10 เดือน มูลค่าปัจจุบันสิทธิ (NPV) จากการลุงทุนประมาณ 5,5579,747 บาท และมีอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (IRR) เท่ากับ 15.09 %


Business Continuity Planning For A Medium-Sized Hotel Under Covid-19 Outbreak, Arunlak Tangtanapaiboon Jan 2020

Business Continuity Planning For A Medium-Sized Hotel Under Covid-19 Outbreak, Arunlak Tangtanapaiboon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Business Continuity Planning is a subjective conceptual framework prominently used in operations related to supply chain, information technology, or governmental organizations. In this research, we have applied the concept of business continuity planning to a service business during the COVID–19 outbreaks, whose aim is to determine the business continuity objective with the maximum operational tolerable period. The proposed framework has been evaluated based on the ANOVA Test of a guest's service questionnaire of a hotel in Rayong, Thailand. We find that, by reducing business operating cost via staff working hours reduction and limiting service functions of the hotel to the …


Factors Influencing The Acceptance For Adoption Of Innovative Medical Self-Test, Sumontida Sayachak Jan 2020

Factors Influencing The Acceptance For Adoption Of Innovative Medical Self-Test, Sumontida Sayachak

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

There are multiple barriers of health self-care. Self-testing and information technology would empower self-care and medical industry. In addition, it may reduce the country’s public health burden cost. However, there is very limited research on IT related to health care and customer belief in Thailand. This study, alternate innovative mixed models in software was developed to understand individual’s characteristics and influencing factors for the adoption of medical self-testing. A cross-sectional survey was conducted using self-administrated questionnaires that constructed based on Health belief model (HBM), Extending the unified theory of acceptance and use of technology (UTAUT2) including related significant psychological determinants. …


การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนซื้อรถบรรทุกหัวลาก, รวิสรา ขจรวีระธรรม Jan 2020

การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนซื้อรถบรรทุกหัวลาก, รวิสรา ขจรวีระธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงงานพิเศษฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนซื้อรถบรรทุกหัวลาก เพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจรับขนส่งสินค้าของบริษัทกรณีศึกษาแห่งหนึ่ง โดยใช้เครื่องมือทางการเงินซึ่งประกอบไปด้วยระยะเวลาคืนทุนคิดลด (Discounted Payback Period) มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดสุทธิ (NPV) อัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุน (BC Ratio) อัตราส่วนผลตอบแทนภายในโครงการ (IRR) และการวิเคราะห์ความไว มาเป็นเกณฑ์ในการวัดความคุ้มค่าของโครงการว่าควรลงทุนซื้อรถบรรทุกหัวลากหรือไม่ ผลการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการลงทุนซื้อรถบรรทุกหัวลากในธุรกิจรับขนส่งสินค้าของบริษัทกรณีศึกษา มีความเป็นไปได้ในการลงทุนซื้อรถเพียง 1 คัน โดยมีระยะเวลาคืนทุนคิดลดของโครงการเท่ากับ 4.81 ปี มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดสุทธิ มีค่าเท่ากับ 3,294,788.24 บาท อัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุน มีค่าเท่ากับ 6.27 เท่า และอัตราส่วนผลตอบแทนภายในโครงการ มีค่าเท่ากับร้อยละ 29.67 และเมื่อนำมาวิเคราะห์ความไว โดยมีการกำหนดให้ผลตอบแทนลดลงร้อยละ 5 และ 10 ต่อปี และต้นทุนในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 และ 10 ต่อปี พบว่า โครงการดังกล่าวยังมีความเป็นไปได้และน่าสนใจลงทุน โดยระยะเวลาคืนทุนยังอยู่ภายใต้ช่วงเวลาที่กำหนด มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดมีค่ามากกว่า 0 และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุนมีค่ามากกว่า 1 และอัตราส่วนผลตอบแทนภายในโครงการมีค่ามากกว่าเกณฑ์ที่บริษัทคาดหวังทุกกรณี ยกเว้นกรณีที่ผลตอบแทนของโครงการลดลงร้อยละ 10 ต่อปีที่อัตราส่วนผลตอบแทนภายในโครงการมีค่าน้อยกว่าเกณฑ์ที่คาดหวังที่ทำให้โครงการนี้ไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน


การเปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งระหว่างการจัดเรียงพาเลทสินค้าชั้นเดียวบนรถบรรทุกกับการจัดเรียงพาเลทสินค้าซ้อนกัน 2 ชั้น, ชุติกาญจน์ กองทอง Jan 2020

การเปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งระหว่างการจัดเรียงพาเลทสินค้าชั้นเดียวบนรถบรรทุกกับการจัดเรียงพาเลทสินค้าซ้อนกัน 2 ชั้น, ชุติกาญจน์ กองทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดเรียงและขนส่งสินค้าระหว่างการจัดเรียงพาเลทสินค้าชั้นเดียวบนรถบรรทุกโดยการบรรจุกล่องสินค้าลงบนพาเลทไม้ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกับการจัดเรียงพาเลทสินค้าซ้อนกัน 2 ชั้นวิธีใหม่โดยการนำกล่องสินค้าบรรจุลงในตะกร้าเหล็กแล้ววางตะกร้าเหล็กซ้อนกัน 2 ชั้นบนรถบรรทุก งานวิจัยนี้ประกอบไปด้วยการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับบุคคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานจัดเรียง จัดส่งและทำรับสินค้า แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้นั้นมาคำนวณประมาณการความต้องการการขนส่งและต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งเปรียบเทียบระหว่างวิธีการจัดเรียงสินค้าทั้ง 2 วิธี ผลการวิจัยพบว่า การปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเรียงสินค้าจากการวางพาเลทสินค้าชั้นเดียวมาเป็นการจัดเรียงกล่องสินค้าลงตะกร้าเหล็กและจัดเรียงตะกร้าเหล็กซ้อนกัน 2 ชั้นบนรถบรรทุกนั้น ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขนส่งได้ถึง 5,024,923 บาทต่อปีหรือประมาณ 52 เปอร์เซ็น ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางให้บริษัทกรณีศึกษานำไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการดำเงินงาน รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งสินค้า


Single Currency And The Liquidity In Corporate Assets Market, Kamolwan Pavavimol Jan 2020

Single Currency And The Liquidity In Corporate Assets Market, Kamolwan Pavavimol

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The single currency was adopted in 1999. It gave a huge impact on financial system. In this study, we focus on the single currency impacted to the liquidity in the corporate assets market, market whereby the mergers and acquisitions occurred. The studies found that the single currency had positive effect to the liquidity index in the corporate asset market measured by the intensity of the market transactions in each industry. This increasing in the liquidity mainly from the cross-border deals from the countries that stayed outside the eurozone. Moreover, we found that single currency had positive effect to acquirers to …


การบริหารจัดการการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพัสดุคงคลัง กรณีศึกษาโรงงานผลิตอุปกรณ์อลูมิเนียม, ปวริศา ต่อศรีเจริญ Jan 2020

การบริหารจัดการการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพัสดุคงคลัง กรณีศึกษาโรงงานผลิตอุปกรณ์อลูมิเนียม, ปวริศา ต่อศรีเจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอวิธีการวางแผนการผลิตโดยใช้แนวคิดระบบผลักและดึงร่วมกัน พร้อมทั้งเสนอนโยบายพัสดุคงคลังทั้งในระดับสินค้าสำเร็จรูปและชิ้นส่วนการผลิต สำหรับธุรกิจ SMEs ประเภทการผลิตแบบประกอบโดยมีประเด็นที่น่าสนใจ คือ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทกรณีศึกษามีลักษณะเป็น Make to Stock และ Assemble to Order ที่ใช้ทรัพยากรการผลิตร่วมกัน ทั้งสายการผลิต ชิ้นส่วนการผลิต และวัตถุดิบ ปัจจุบันพบความล่าช้าในการส่งมอบเกินจากที่บริษัทยอมรับได้ 11% งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานของบริษัทและนำมาวิเคราะห์หาปริมาณความต้องการ กำลังการผลิต และค่าใช้จ่ายพัสดุคงคลัง เพื่อใช้ในการกำหนดเงื่อนไขว่ากระบวนการผลิตควรใช้ระบบผลักหรือดึง จากนั้นจึงทำการกำหนดนโยบายพัสดุคงคลังจากการศึกษาลักษณะรูปแบบความต้องการของลูกค้า ระยะเวลานำ ความแปรปรวนที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารพัสดุคงคลัง จึงได้นำเสนอ นโยบายระดับคงคลังเป้าหมาย (OUL) สำหรับสินค้าสำเร็จรูป เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต และเสนอนโยบายปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัด (EOQ) สำหรับชิ้นส่วนการผลิต จากการเปรียบเทียบต้นทุนการสั่งผลิตและต้นทุนการถือครอง จากรูปแบบกระบวนการผลิตผลักและดึงรวมทั้งนโยบายพัสดุคงคลังที่นำเสนอ ได้ถูกนำไปทดสอบการจำลองการวางแผนการผลิตด้วยโปรแกรม Microsoft Excel พบว่า วิธีที่นำเสนอสามารถใช้ระบบดึงกับชิ้นส่วนแผ่นเหล็กได้ 5 รายการและสินค้าสำเร็จรูปได้ 7 รายการ นอกจากนี้นโยบายพัสดุงคลังใหม่ที่นำเสนอสามารถเพิ่มอัตราการเติมเต็มพัสดุได้ 7 ผลิตภัณฑ์ ส่วนอีก 5 ผลิตภัณฑ์ยังสามารถรักษาอัตราการเติมเต็มได้ที่ 100% ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพัสดุคงคลังทั้งหมดลดลง 29.9% หรือคิดเป็นมูลค่า 92,000 บาทโดยประมาณ


นวัตกรรมกระบวนการมอบอำนาจทางดิจิทัลในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลไทย, เพ็ญศรี อรุณวัฒนามงคล Jan 2020

นวัตกรรมกระบวนการมอบอำนาจทางดิจิทัลในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลไทย, เพ็ญศรี อรุณวัฒนามงคล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การมอบอำนาจทางดิจิทัลที่ทำงานร่วมกับระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล สามารถลดเวลาและขั้นตอนในการดำเนินการมอบอำนาจ ทำให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย เชื่อถือได้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและสร้างกระบวนการมอบอำนาจทางดิจิทัล ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและทำงานร่วมกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลไทย การพัฒนาต้นแบบระบบการมอบอำนาจทางดิจิทัลในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลไทย และทดสอบการยอมรับนวัตกรรมกระบวนการมอบอำนาจทางดิจิทัลในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลไทย งานวิจัยนี้มี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรก การสำรวจโอกาสในการสร้างนวัตกรรม ด้วยการวิเคราะห์ความต้องการจากข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ 3 คน การสนทนาอภิปรายกลุ่มย่อยผู้ให้บริการ 6 ท่าน และการสนทนาอภิปรายกลุ่มย่อยผู้ใช้บริการคนสุดท้าย 6 ท่าน พบคุณสมบัติที่เหมาะสม 6 ด้าน ได้แก่ 1) ความสะดวก ระบบทำงานในรูปแบบดิจิทัล โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องดำเนินการด้านเอกสารเอง สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา 2) ความน่าไว้วางใจ โดยใช้การพิสูจน์และยืนยันผู้มอบอำนาจ ผู้มีอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจ ผ่านแพลตฟอร์ม NDID 3) ความถูกต้องของข้อมูล โดยการเชื่อมต่อหน่วยงานทะเบียนนิติบุคคล เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นปัจจุบันที่สุดของผู้มีอำนาจของนิติบุคคลและสิทธิ์ 4) ความเชื่อมั่น ในด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 5) ความเที่ยงตรง โดยสามารถพิสูจน์และตรวจสอบได้ว่ารายการมอบอำนาจ ถูกต้องเที่ยงตรง ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข 6) ความสมบูรณ์ ครบถ้วนทุกขั้นตอน โดยให้ผู้ใช้ควบคุมและดำเนินการได้เองทุกขั้นตอน ขั้นตอนที่สอง การพัฒนาต้นแบบระบบการมอบอำนาจทางดิจิทัลในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลไทย โดยใช้คุณสมบัติที่เหมาะสมทั้ง 6 ด้าน ต้นแบบระบบการมอบอำนาจทางดิจิทัลได้รับการทดสอบโดยผู้ใช้ 2 ราย ขั้นตอนสุดท้าย เป็นศึกษาการยอมรับด้วยแบบสอบถาม โดยการสํารวจตัวอย่างผู้ใช้งาน 32 คน และผู้ให้บริการ 10 ราย พบว่าผู้ใช้งานยอมรับเทคโนโลยีในระดับสูง มีความพึงพอใจ สนใจ และเห็นคุณค่าของระบบการมอบอำนาจทางดิจิทัล แผนการนําไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จะเป็นการจัดตั้งธุรกิจแบบสตาร์ทอัพ ให้บริการติดตั้งระบบการมอบอำนาจทางดิจิทัลกับผู้ให้บริการบนแพลตฟอร์มการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลไทย และคิดค่าตอบแทนการใช้สิทธิ์ โดยใช้เงินทุนเริ่มต้น 1,000,000 บาท จุดคุ้มทุนและระยะเวลาการคืนทุนในปีที่ 3 อัตราผลตอบแทนการลงทุน คือ ร้อยละ 44.31 ณ สิ้นปีที่ 5


ระบบการแบ่งปันความรู้สำหรับพื้นที่ทำงานร่วมกัน, สุทธิลักษณ์ ลาภสมบุญกมล Jan 2020

ระบบการแบ่งปันความรู้สำหรับพื้นที่ทำงานร่วมกัน, สุทธิลักษณ์ ลาภสมบุญกมล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษางานวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยแรงจูงใจต่อการแบ่งปันความรู้ในพื้นที่ทำงานร่วมกัน 2) พัฒนาต้นแบบระบบการแบ่งปันความรู้สำหรับพื้นที่ทำงานร่วมกัน และ 3) ประเมินผลการยอมรับและความเป็นไปได้ของระบบการแบ่งปันความรู้สำหรับพื้นที่ทำงานร่วมกันในการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยงานวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน คือ การวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยกลุ่มผู้ให้สัมภาษณ์ ได้แก่ ผู้บริหารของพื้นที่ทำงานร่วมกันกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์ใช้บริการพื้นที่ทำงานร่วมกัน และการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการทดสอบความสอดคล้องโมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยแรงจูงใจที่ส่งผลกับการแบ่งปันความรู้ โดยกลุ่มตัวอย่าง คือ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์ใช้บริการพื้นที่ทำงานร่วมกัน ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยแรงจูงใจภายนอกโดยรวม ประกอบด้วย รางวัล ชื่อเสียง การสร้างเครือข่าย บรรยากาศ และการแลกเปลี่ยนประโยชน์ซึ่งกันและกัน มีอิทธิพลต่อการแบ่งปันความรู้ในพื้นที่ทำงานร่วมกัน และการแบ่งปันความรู้ส่งผลต่อผลลัพธ์ของการแบ่งปันความรู้ในพื้นที่ทำงานร่วมกัน ต้นแบบระบบการแบ่งปันความรู้สำหรับพื้นที่ทำงานร่วมกันถูกพัฒนาโดยกระบวนการพัฒนาบริการใหม่ (New Service Development) จากนั้นนำต้นแบบของระบบมาทดสอบการยอมรับทางเทคโนโลยีและทัศนคติด้านสุนทรียภาพกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์ใช้บริการพื้นที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งสรุปได้ว่ากลุ่มตัวอย่างยอมรับต้นแบบระบบการแบ่งปันความรู้สำหรับพื้นที่ทำงานร่วมกัน การศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาด การบริการ ทรัพย์สินทางปัญญา และการเงิน พบว่าระบบการแบ่งปันความรู้สำหรับพื้นที่ทำงานร่วมกันมีโอกาสในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ด้วยวิธีการใช้สิทธิ์โดยไม่จำกัดแต่เพียงผู้เดียว (Non-Exclusive Licensing) ซึ่งถูกคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการวิเคราะห์การเงิน พบว่า ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 3.59 ปี ค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ที่ได้จากการลงทุนเท่่ากับ 932,461 บาท และอัตราผลตอบที่แท้จริง (IRR) จากการลงทุนเท่ากับ ร้อยละ 40.78


การจัดซื้อภายใต้ต้นทุนเป้าหมาย กรณีตัวอย่างบริษัทวิศวกรรมตามคำสั่งซื้อ, บุญนภางค์ เจริญพรรุ่งเรือง Jan 2020

การจัดซื้อภายใต้ต้นทุนเป้าหมาย กรณีตัวอย่างบริษัทวิศวกรรมตามคำสั่งซื้อ, บุญนภางค์ เจริญพรรุ่งเรือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการจัดซื้อภายใต้ต้นทุนเป้าหมายในบริษัทที่มีธุรกิจแบบวิศวกรรมตามคำสั่งซื้อ (ETO-Engineer to order) ที่มีสินค้าหลากหลายสูงและปริมาณในการสั่งซื้อต่ำ จุดประสงค์ในการศึกษาเพื่อหาแนวทางในการกำหนดการจัดซื้อที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาต้นทุนสูงราคาที่เสนอต่อลูกค้าไม่สามารถแข่งขันได้ จากการศึกษาบริษัทตัวอย่างพบว่า มีการใช้ซัพพลายเออร์เพียงรายเดียวจากประเทศในกลุ่มประเทศยุโรป และไม่มีระบบการจัดหามาก่อน สารนิพนธ์ฉบับนี้อาศัยหลักการของการจัดซื้อภายใต้ต้นทุนเป้าหมาย โดยแบ่งกระบวนการทำงานออกเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่1 เริ่มจากการจัดตั้งทีมทำงานในระดับผู้บริหารเพื่อกำหนดกลยุทธ์และนโยบายในการดำเนินงาน ขั้นตอนที่2 คัดเลือกชิ้นส่วนนำร่องเพื่อกำหนดต้นทุนเป้าหมายในแต่ละชิ้นส่วนโดยคำนึงถึงราคาตลาดและอัตรากำไรที่ต้องการ ขั้นตอนที่3 จำแนกซัพพลายเออร์โดยใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและ ประเมินและคัดเลือกซัพพลายเออร์จากเงื่อนไขทีกำหนด ขั้นตอนที่4 ทำการทวนสอบตามขั้นตอนที่ออกแบบภายใต้ต้นทุนเป้าหมายและทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการพัฒนากระบวนการจัดซื้อ ผลการประเมินขั้นต้นพบว่า บริษัทกรณีศึกษาสามารถลดต้นทุนลงได้ถึง 34% เมื่อเทียบกับต้นทุนเดิม ปัญหางานวิจัยที่พบในช่วงแรกของการศึกษาคือความท้าทายด้านการปรับแนวคิด ทัศนคติ และการสร้างความเข้าใจในปัญหาของทีมทำงาน


การพยากรณ์ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยอดขายต่ำ, ลลิตภัทร จรัสเกิดสกุล Jan 2020

การพยากรณ์ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยอดขายต่ำ, ลลิตภัทร จรัสเกิดสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดวิธีการที่เหมาะสมในการคาดการณ์ผลิตภัณฑ์ที่เคลื่อนไหวช้าของ บริษัทกรณีศึกษา ที่ซื้อขายผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์แบบซื้อมาขายไป การศึกษามุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ 5 ชนิดซึ่งมียอดขายอย่างน้อย 80% ของยอดขายทั้งหมด งานวิจัยเล่มนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลการขายรายเดือนซึ่งครอบคลุมปี พ.ศ. 2558 - พ.ศ. 2562 ข้อมูลที่มีจะแบ่งออกเป็น 2 ชุด ข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 - พ.ศ. 2561 สำหรับการตั้งค่าโมเดลและข้อมูลปี พ.ศ. 2562 สำหรับการทดสอบโมเดลที่สร้างขึ้น ในการศึกษานี้ได้ใช้เทคนิคการพยากรณ์สามแบบในการพิจารณา ได้แก่ Simple Exponential Smoothing, Croston method และ Teunter, Syntetos และ Babai method การศึกษาเริ่มต้นด้วยการกำหนดพารามิเตอร์แบบจำลองของวิธีการพยากรณ์ทั้งสามวิธีโดยพิจารณาจากข้อมูลปี พ.ศ. 2558 - พ.ศ. 2561 จากพารามิเตอร์ที่ได้รับจากนั้นจะใช้ทั้งหมดในการคาดการณ์ความต้องการสำหรับปี พ.ศ. 2562 วิธีการพยากรณ์ที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์จะถูกเลือกโดยการพิจารณา ค่าเฉลี่ยค่าเบี่ยงเบนสัมบูรณ์ (MAD) ชนิดอุปสงค์ของแต่ละผลิตภัณฑ์แบ่งออกเป็น Erratic หรือ Lumpy ตามค่าเฉลี่ยของช่วงเวลาระหว่างอุปสงค์ และ ค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปรวนของอุปสงค์ จากการศึกษาพบว่าวิธีการพยากรณ์ที่เลือกนั้นตรงกับประเภทของอุปสงค์ตามที่แนะนำในทางทฤษฎี ผลการศึกษาพบว่าจากการพยากรณ์ทั้ง 3 วิธีดังกล่าวข้างต้นวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ SC40 คือ Simple Exponential Smoothing, RCA6 และ SC44 คือ Croston (Croston's Method), 2RCA และ HDMI คือวิธี Teunter, Syntetos และ Babai (TSB) ซึ่งสอดคล้องกับประเภทความต้องการในโมเดลข้อมูลการทดสอบ


การวางแผนการขนส่งน้ำมันทางเรือภายใต้ความไม่แน่นอนของอุปสงค์และความพร้อมของทรัพยากร, ชลธิศ บำรุงวัด Jan 2020

การวางแผนการขนส่งน้ำมันทางเรือภายใต้ความไม่แน่นอนของอุปสงค์และความพร้อมของทรัพยากร, ชลธิศ บำรุงวัด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ของการวางแผนขนส่งน้ำมันทางเรือจำนวน 3 ประเภทจากโรงกลั่นกรุงเทพมหานครไปเติมที่คลังน้ำมันปลายทางสุราษฎร์ธานีภายใต้ความไม่แน่นอนของอุปสงค์และความพร้อมของทรัพยากร อุปสงค์น้ำมันถูกจำลองขึ้นมาเทคนิคมอนติคาร์โล ขณะที่ตัวแปรในการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อแบบจำลองประกอบด้วย ระดับน้ำมันในถัง จำนวนและขนาดบรรทุกของเรือ ความพร้อมของเรือขนส่งในสัญญา และความพร้อมของท่าเรือ และแบบจำลองถูกสร้างเพื่อวิเคราะห์ผลลัพธ์ตามเงื่อนไขเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงปริมาณบรรทุกของเรือขนส่งและนโยบายการเติมสินค้า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่กำหนดนโยบายการเติมสินค้าแบบ 70/70/70 ซึ่งเป็นการกำหนดจุดเติมสินค้าเมื่อถังมีพื้นที่ว่าง 70 เปอร์เซ็นต์ ผลลัพธ์จากแบบจำลองแสดงให้เห็นว่าการวางแผนขนส่งด้วยเรือ 2 ลำ ที่ปริมาณบรรทุกรวม 3.2 ล้านลิตร ทำให้เกิดต้นทุนรวมค่าขนส่งต่ำที่สุด สำหรับนโยบายทางเลือกที่ปรับปรุงจุดเติมสินค้าของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเมื่อถังมีพื้นที่ว่าง 60 เปอร์เซ็นต์ ได้ส่งผลต่ออรรถประโยชน์ในการใช้เรือเพิ่มขึ้น การลดลงของน้ำมันขาดมือที่คลังปลายทาง และต้นทุนรวมค่าขนส่งที่ลดลง จากผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและต้นทุนมีผลกระทบมาจากนโยบายการเติมสินค้าและจำนวนเรือขนส่ง


การวิเคราะห์เพื่อกำหนดจำนวนรถของบริษัท ภายใต้ความต้องการขนส่งที่ไม่แน่นอน : กรณีศึกษาบริษัทขนส่ง Abc, แก้วกานต์ กล่อมหาดยาย Jan 2020

การวิเคราะห์เพื่อกำหนดจำนวนรถของบริษัท ภายใต้ความต้องการขนส่งที่ไม่แน่นอน : กรณีศึกษาบริษัทขนส่ง Abc, แก้วกานต์ กล่อมหาดยาย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดจำนวนรถขนส่งของบริษัทที่เหมาะสม ภายใต้ความต้องการขนส่งที่ไม่แน่นอน ซึ่งใช้ข้อมูลของบริษัทกรณีศึกษา ABC ในแผนกการขนส่งแบบกระจายสินค้าทั่วประเทศ (Nationwide Distribution Transport) โดยมุ่งเน้นศึกษาเฉพาะการขนส่งสินค้าที่ครอบคลุมพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้าจังหวัดขอนแก่นที่มีการขนส่งด้วยรถที่เป็นของบริษัท (Own fleet) และบริษัทขนส่งภายนอก(Outsource) โดยในงานวิจัยนี้ได้ใช้การจำลองสถานการณ์ที่สามารถแบ่งการจำลองสถานการณ์ออกเป็น 4 ส่วน คือ 1) การสร้างแบบจำลองความต้องการขนส่งสินค้ารายวันโดยใช้เทคนิคมอนติคาร์โล 2) การพัฒนาสมการประมาณการจำนวนรถขนส่งสินค้าต่อวันด้วยวิธีการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression) ที่มีตัวแปรสำคัญทั้งหมด 3 ตัวแปรได้แก่ จำนวนสินค้าที่ต้องการขนส่งต่อวัน จำนวนลูกค้าที่ขนส่งต่อวัน ระยะทางระหว่างลูกค้าทั้งหมดในหนึ่งวัน 3) การประมาณการต้นทุนรวมด้านการขนส่ง และ 4) การกำหนดจำนวนรถขนส่งของบริษัทที่เหมาะสม ซึ่งผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่าจำนวนรถขนส่งของบริษัทที่เหมาะสมสำหรับแผนกการขนส่งแบบกระจายสินค้าทั่วประเทศ เท่ากับ 7 คันที่ทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าเฉลี่ยต่อปีต่ำที่สุด


การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการให้บริการด้านเอกสารระหว่างระบบดั้งเดิมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์, ฉัฐสรัช หอวรางกูร Jan 2020

การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการให้บริการด้านเอกสารระหว่างระบบดั้งเดิมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์, ฉัฐสรัช หอวรางกูร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการให้บริการด้านเอกสารระหว่างระบบดั้งเดิมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานครโดยทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุน ระยะเวลา และความผิดพลาดในการให้บริการด้านเอกสารของระบบดั้งเดิมเปรียบเทียบกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า การให้บริการด้านเอกสารของระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถลดต้นทุนในการให้บริการด้านเอกสารได้ คิดเป็นร้อยละ 4.02 และสามารถลดระยะเวลาในการให้บริการด้านเอกสารได้ คิดเป็นร้อยละ 42.55 ส่วนในการวิเคราะห์ความผิดพลาด พบว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์สามารถลดจำนวนความผิดพลาดในการให้บริการด้านเอกสารได้ คิดเป็นร้อยละ 54.19 ลดระยะเวลาในการแก้ไขความผิดพลาดได้ คิดเป็นร้อยละ 79.37 ลดต้นทุนความสูญเปล่าได้ คิดเป็นร้อยละ 83.95 และลดระยะเวลาความสูญเปล่าได้ คิดเป็นร้อยละ 84.52 ซึ่งจากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาประยุกต์ใช้ในการจัดการด้านเอกสารของบริษัทโลจิสติกส์ สามารถช่วยลดต้นทุน ระยะเวลา และความผิดพลาดในการให้บริการด้านเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามในการวัดประสิทธิภาพในการจัดการ ควรมีการจัดตั้งการชี้วัดประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างถ่องแท้ รวมถึงกระบวนการประเมิน และวิเคราะห์ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร เพื่อเป็นประโยชน์ในการประเมินประสิทธิภาพในการดำเนินการทั้งการดำเนินการด้านเอกสารและด้านอื่นๆต่อไป


การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการจัดส่งครุภัณฑ์สายพลาธิการให้กับคลังสาขาระหว่างวิธีขนส่งด้วยยานพาหนะของตัวเองกับการว่าจ้างจากภายนอก, ภานุวัฒน์ แสนอุ่น Jan 2020

การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการจัดส่งครุภัณฑ์สายพลาธิการให้กับคลังสาขาระหว่างวิธีขนส่งด้วยยานพาหนะของตัวเองกับการว่าจ้างจากภายนอก, ภานุวัฒน์ แสนอุ่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อศึกษารูปแบบการจัดส่งครุภัณฑ์ของกองทัพเรือที่มีประสิทธิภาพสำหรับการแจกจ่ายครุภัณฑ์สายพลาธิการของกองทัพเรือ รวมไปถึงเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และต้นทุนที่เกิดขึ้นของการจัดส่งครุภัณฑ์สายพลาธิการให้กับคลังสาขา ด้วยวิธีขนส่งด้วยยานพาหนะของกองทัพเรือเอง กับการว่าจ้างบริษัทเอกชนในการขนส่ง โดยทำการเก็บรวมรวมข้อมูลการดำเนินกิจกรรมขนส่งพัสดุสายพลาธิการให้กับคลังสาขาของกองทัพเรือในช่วงปี 2562 ประกอบกับการสัมภาษณ์เชิงลึกในรายละเอียดของข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับต้นทุนในวงจรชีวิตของยานพาหนะที่กองทัพเรือใช้ จากการศึกษาพบว่า ต้นทุนรวมของการขนส่งด้วยยานพาหนะของตัวเอง มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการขนส่งโดยว่าจ้างจากภายนอก 348,736.50 บาท ในปี 2562 (802,736.50 - 454,000 บาท) อย่างไรก็ตาม การขนส่งด้วยยานพาหนะของตัวเองมีข้อดีในด้านความรวดเร็ว คล่องตัวและมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน จากการศึกษาพบว่าต้นทุนในส่วนของยานพาหนะรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูง ประกอบกับบทสัมภาษณ์ความต้องการใช้ยานพาหนะของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องเห็นว่ารถยนต์บรรทุกขนาดเล็กยังมีความจำเป็นในการใช้ปฏิบัติราชการอยู่ ดังนั้น รูปแบบการขนส่งที่เหมาะสม คือ การขนส่งโดยว่าจ้างจากภายนอก ควบคู่การการขนส่งด้วยยานพาหนะของตัวเองด้วยยานหนะรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก สำหรับการขนส่งระยะใกล้ (พื้นที่สัตหีบ)


ปฏิกิริยาตอบสนองของผู้บริโภคต่อสินค้าขาดสต๊อคเปรียบเทียบระหว่าง Gen Y และ Gen Z : กรณีศึกษาครีมบำรุงผิวและแชมพูสระผมในร้านค้าปลีกทั่วไป, ณัฐธิดา อังควานิช Jan 2020

ปฏิกิริยาตอบสนองของผู้บริโภคต่อสินค้าขาดสต๊อคเปรียบเทียบระหว่าง Gen Y และ Gen Z : กรณีศึกษาครีมบำรุงผิวและแชมพูสระผมในร้านค้าปลีกทั่วไป, ณัฐธิดา อังควานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาผลกระทบที่เกิดจากปัญหาสินค้าขาดแคลน โดยศึกษาถึงปฏิกิริยาของ Gen Y และ Gen Z รวมไปถึงศึกษาถึงผลกระทบและความสูญเสียที่เกิดกับผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายและผู้ค้าปลีก โดยใช้กรณีศึกษาแชมพูสระผมและครีมบำรุงผิวกายในช่องทางค้าปลีกทันสมัยในกรุงเทพมหานคร งานวิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลผ่านการทำแบบสอบถามออนไลน์จากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 400 คนในกรุงเทพมหานคร โดยการนำ T-test, F-test และ Chi Square มาวิเคราะห์ ซึ่งกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามแบ่งออกเป็น Gen Y 60% Gen Z 40.% และปฏิกิริยาเมื่อสินค้าขาดแคลนแบ่งออกเป็น 4 ทางเลือกคือเปลี่ยนตราสินค้า เปลี่ยนขนาด เปลี่ยนร้าน กลับมาซื้อวันหลัง และไม่ซื้อสินค้า เมื่อแชมพูขาดแคลน Gen Y และ Gen Z เลือกที่จะเปลี่ยนไปซื้อตราสินค้าอื่นคิดเป็นร้อยละ 29 และร้อยละ 37 ตามลำดับ เมื่อครีมบำรุงผิวกายเมื่อขาดแคลน Gen Y และ Gen Z เลือกที่จะเปลี่ยนไปซื้อร้านอื่นคิดเป็นร้อยละ 30 และร้อยละ 30 ตามลำดับ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าแชมพูมากที่สุดคือปัจจัยทางด้านผลิตภัณฑ์ และปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าครีมบำรุงผิวกายมากที่สุดคือปัจจัยทางด้านราคา ทั้งนี้หากสินค้าขาดแคลน ผู้ผลิตจะสูญเสียยอดขาย 1.07 บาทต่อครั้งในครีมบำรุงผิวกายและ 1.00 บาทต่อครั้งในแชมพูสระผม และผู้ค้าปลีกจะเกิดการสูญเสียยอดขาย 1.22 บาทต่อครั้งในครีมบำรุงผิวกายและ 0.96 บาทต่อครั้งในแชมพูสระผม


ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัทสายเรือ Abc, ภัทรา อำไพพรรณ Jan 2020

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัทสายเรือ Abc, ภัทรา อำไพพรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันการส่งออกของไทยมีแนวโนมปรับตัวลดลง รวมทั้งเศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มชะลอตัว และปัญหาปัจจุบันที่ทำให้เกิดผลกระทบอย่างหนักคือ COVID-19 ซึ่งไม่ใช่เพียงการส่งออกของไทยเท่านั้นที่ชะลอตัว แต่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก และทำให้มีผลกระทบต่อหลายธุรกิจ รวมไปถึงการควบรวมธุรกิจของแต่ละสายเรือ ซึ่งมีการแข่งขันทางด้านบริการเพิ่มมากขึ้น ในแง่ของการบริการทางสายเรือ จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบให้การทำงานอย่างเป็นระบบ มีความรวดเร็วในการให้บริการ ถูกต้องแม่นยำ ข้อมูลเข้าถึงได้ง่าย และตรวจสอบได้ โดยบริษัทกรณีศึกษาเป็นบริษัทสายเรือเป็นสายการเดินเรือรายใหญ่ ใช้แบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้นำเข้าและส่งออกสินค้าและตัวแทนผู้นำเข้าและส่งออก จำนวน 149 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression Analysis) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัทสายเรือ ABC จำนวน 4 ด้าน และความตั้งใจที่จะใช้งาน Online Platform ผลการศึกษาพบว่า ด้านความคาดหวังในประสิทธิภาพของการใช้งาน Online Platform ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้งาน Online Platform ด้านความง่ายในการใช้งาน และความตั้งใจที่จะใช้งาน Online Platform (Intention to Use) อยู่ในระดับมากที่สุด และด้านอิทธิพลทางสังคมที่มีส่วนให้ใช้ Online Platform (Social Influence) อยู่ในระดับมาก ข้อมูลขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลพบว่า ขนาดขององค์กร อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่งงานส่งผลต่อความตั้งใจที่จะใช้งาน Online Platform (Intention to Use) ในขณะที่อายุขององค์กร เงินลงทุนขององค์กร จำนวนสมาชิกในองค์กร เพศ หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ส่งผลต่อความตั้งใจที่จะใช้งาน Online Platform (Intention to Use) ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้ Online Platform ของลูกค้าที่ใช้บริการสายเรือ พบว่า ปัจจัยที่อิทธิพลต่อการเลือกใช้ Online Platform ของลูกค้าที่ใช้บริการสายเรือ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีจำนวน 3 ปัจจัย คือ สิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้งาน …


ปัจจัยในการเลือกเข้าเป็นผู้ใช้บริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศของสายการบินพาณิชย์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา, พิชญ์ ต.ตระกูล Jan 2020

ปัจจัยในการเลือกเข้าเป็นผู้ใช้บริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศของสายการบินพาณิชย์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา, พิชญ์ ต.ตระกูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาและค้นคว้าอิสระนี้จะเป็นการศึกษาปัจจัยในการเลือกเข้าใช้บริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ของสายการบินพาณิชย์ ณ ท่าอาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและลำดับปัจจัยในการเลือกเข้าเป็นผู้ใช้บริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ของสายการบินพาณิชย์ และเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่เหมาะสมของคลังสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของสายการบินพาณิชย์ ผู้วิจัยได้กำหนดสมมติฐาน (Hypothesis) ว่าปัจจัยจากที่ได้ทำการศึกษาและจากการทบทวนวรรณกรรม คือปัจจัยในการเลือกเข้าใช้บริการจะประกอบด้วย 4 ปัจจัยได้แก่ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัจจัยทางดำเนินการโลจิสติกส์ ปัจจัยด้านเทคโนโลยี และปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ในการศึกษาเรื่องนี้จะใช้ทฤษฎีกระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น (Analytical Hierarchy Process: AHP) ในการวิเคราะห์ปัจจัยทางเลือกของสายการบินพาณิชย์ และผู้ศึกษาจะใช้แบบสอบถามเป็นเครืองมือในการเก็บข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหรือพนักงานจากสายการบินพาณิชย์ และได้ทำการกำหนดทางเลือกท่าอากาศยานเพื่อทำการเปรียบเทียบในรายปัจจัยย่อยของทั้งท่าอากาศนานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานอู่ตะเภา


การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการในการรับตู้คอนเทนเนอร์ขาเข้า : กรณีศึกษาท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ A, นันทิชา ทรัพย์ศิลป์ Jan 2020

การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการในการรับตู้คอนเทนเนอร์ขาเข้า : กรณีศึกษาท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ A, นันทิชา ทรัพย์ศิลป์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การจัดการตู้คอนเทนเนอร์ขาเข้าของท่าเรือกรณีศึกษาในปัจจุบันรวมถึงปัญหา พร้อมหาสาเหตุของปัญหา หลังจากนั้นจึงทำการหาแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพ เพื่อลดระยะเวลาในการรับตู้คอนเทนเนอร์ของรถหัวลากจากท่าเรือคอนเทนเนอร์กรณีศึกษาให้สั้นลง และเพื่อเสนอแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการหยิบตู้คอนเทนเนอร์ ณ ท่าเรือกรณีศึกษา การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงปริมาณที่นำตัวเลขสถิติการรับตู้คอนเทนเนอร์นำเข้าของลูกค้าในท่าเรือกรณีศึกษาในปี พ.ศ.2562 ซึ่งนำข้อมูลที่ได้มาจัดเรียงและทำการจำแนกข้อมูลออกเป็นกลุ่ม เพื่อจัดเรียงข้อมูลด้วยวิธีการ Zoned Storage หลังจากนั้นจะทำการวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลก่อนการปรับปรุงประสิทธิภาพ และหลังการปรับปรุงประสิทธิภาพ ผลการศึกษาพบว่าหลังการปรับปรุงประสิทธิภาพนั้น ลูกค้าใช้เวลาในการรับตู้คอนเทนเนอร์ลดลง ซึ่งปัจจัยหลักของเวลาที่ลดลงนั้นคือการรอคอยการยกตู้คอนเทนเนอร์ที่กองเก็บในลานตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเมื่อเพิ่มการจัดกลุ่มลูกค้าปรับเข้าไปใช้แล้วนั้นทำให้เกิดความรวดเร็วในการยกตู้สินค้ามากขึ้น นอกจากระดับการให้บริการลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากการที่ลูกค้าได้รับตู้คอนเทนเนอร์เร็วขึ้นแล้วนั้น ยังทำให้ท่าเรือกรณีศึกษาลดค่าใช้จ่ายลงในการรื้อตู้เพื่อยกตู้ให้กับลูกค้า และการยกตู้คอนเทนเนอร์ใบที่ไม่ต้องการเข้ากองเก็บได้ แต่ในขณะเดียวกันการปรับปรุงประสิทธิภาพนั้นก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนที่ลดลงไปนั้น ยังถือว่าท่าเรือกรณีศึกษายังสามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้อีกด้วย ซึ่งการตัดสินใจปรับปรุงประสิทธิภาพในครั้งนี้ถือว่าก่อให้เกิดประโยชน์กับท่าเรือกรณีศึกษาในแง่ค่าใช้จ่ายและการให้บริการลูกค้าที่รวดเร็ว ในส่วนของลูกค้าก็ได้รับความรวดเร็วด้วยเช่นกัน


การพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับแฟนคลับศิลปินเกาหลี, ณิชกานต์ ซำศิริพงษ์ Jan 2020

การพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับแฟนคลับศิลปินเกาหลี, ณิชกานต์ ซำศิริพงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

จากสถานการณ์ตลาด K-pop ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในแพลตฟอร์มที่กลุ่มแฟนคลับนิยมใช้ในการทำกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปินมากที่สุด ได้แก่ สื่อสังคมออนไลน์อย่าง ทวิตเตอร์ จากสถิติตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ทั่วโลกมีการทวีตเกี่ยวกับ K-pop มากกว่า 6,700 ล้านทวีต อย่างไรก็ตามทวิตเตอร์ก็ยังคงพบปัญหาในการใช้งานหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือของผู้ใช้งาน ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต้นแบบแพลตฟอร์มสำหรับแฟนคลับศิลปินเกาหลี โดยได้ทำการศึกษาแนวคิด พฤติกรรม และปัญหาการใช้แพลตฟอร์มของแฟนคลับศิลปินเกาหลี ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลี จำนวน 10 ราย ใน 4 หัวข้อ ได้แก่ ข้อมูลทั่วไปของผู้ให้สัมภาษณ์, คำถามเกี่ยวกับการเป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลี, คำถามเกี่ยวกับการทำกิจกรรมของกลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลี และคำถามเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์มของกลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลี และได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ พร้อมทั้งนำมาใช้เพื่อออกแบบคุณลักษณะของแพลตฟอร์มสำหรับแฟนคลับศิลปินเกาหลี ซึ่งสามารถออกแบบคุณลักษณะได้ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ Community, Marketplace และ Project โดยจากการทดสอบการยอมรับกับกลุ่มเป้าหมายจำนวน 17 ราย พบว่ากลุ่มเป้าหมายร้อยละ 94.12 ให้การยอมรับต้นแบบแพลตฟอร์มสำหรับแฟนคลับศิลปินเกาหลี