Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Business Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 31 - 60 of 929

Full-Text Articles in Business

Impact Of Diversity, Inclusion, And People Development (Dip) To Firm’S Value: Moderating Role Of Institutional Ownership And Governance In Emerging Asia, Jaruwan Wankeaw Jan 2024

Impact Of Diversity, Inclusion, And People Development (Dip) To Firm’S Value: Moderating Role Of Institutional Ownership And Governance In Emerging Asia, Jaruwan Wankeaw

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the impact of Diversity, Inclusion, and People development (DIP) on firm value (Tobin’s Q) in Emerging Asia by utilizing DIP index during 2016-2023 and explore the moderating roles of institutional ownership and corporate governance. This study employs OLS regression models with fixed effect controls. The results reveal that the composite DIP score is positively and significantly associated with firm value, indicating that firms investing in people-centered practices benefit from enhanced market valuation. This study suggests that institutional ownership significantly moderates the effect of people development, they enhance the effectiveness of firm-level investments in employees. However, it does …


ความมั่นคงของมนุษย์ท่ามกลางการแพร่ระบาดของวิกฤตโควิด-19: การศึกษารายกรณีสามล้อถีบในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา, เนติ ภูริทัตสิริ Jan 2024

ความมั่นคงของมนุษย์ท่ามกลางการแพร่ระบาดของวิกฤตโควิด-19: การศึกษารายกรณีสามล้อถีบในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา, เนติ ภูริทัตสิริ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาชีวิตความเป็นอยู่และการดำเนินชีวิตของผู้ประกอบอาชีพสามล้อถีบก่อนการเกิดสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 (2) เพื่อศึกษาสถานการณ์ตามกรอบแนวคิดความมั่นคงของมนุษย์และการรับมือของผู้ประกอบอาชีพสามล้อถีบ และ (3) เพื่อเสนอแนะแนวทางการยกระดับความมั่นคงของมนุษย์ของผู้ประกอบอาชีพสามล้อถีบในพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมา โดยใช้วิธีการเชิงคุณภาพ ในรูปแบบการศึกษารายกรณี โดยมีกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพสามล้อถีบ กลุ่มบุคคลแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวนรวม 19 ราย โดยใช้เครื่องมือแบบบันทึกการศึกษาภาคสนาม แนวคำถามการสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบบันทึกการถอดข้อมูลโสตทัศนูปกรณ์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งใช้ในการสัมภาษณ์เชิงลึก และใช้การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมเพื่อศึกษาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ผลการศึกษาพบว่า ผู้ประกอบอาชีพสามล้อถีบเป็นแรงงานสูงอายุและย้ายถิ่นเข้ามาในพื้นที่เพื่อทำงานระยะยาว ปัจจุบันประสบปัญหาเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ อาทิ การมีรายได้น้อย การมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ และเมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้อาชีพสามล้อถีบได้รับผลกระทบ 5 มิติ คือ (1) ผลกระทบมิติการมีงานทำและรายได้ (2) ผลกระทบมิติสุขภาพ (3) ผลกระทบมิติอาหาร (4) ผลกระทบมิติครอบครัว ส่งผลให้มีการปรับตัว และ (5) ผลกระทบมิติที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดการปรับตัวที่คล้ายกัน เช่น การปรับตัวด้านค่าใช้จ่ายและรายได้ การถีบสามล้อเพื่อรับอาหารและสิ่งของ การเรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ และการใช้อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อโควิด


A Study Of Developing Artificial Coral Innovation In Line With The Context Of Promoting Thailand’S Economy And Society, Chawin Poomee Jan 2024

A Study Of Developing Artificial Coral Innovation In Line With The Context Of Promoting Thailand’S Economy And Society, Chawin Poomee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to develop innovative artificial reef technology to align with the context of promoting the Thai economy and society. The objectives were to understand the development direction of artificial reefs to meet the needs of tourists and conservationists, explore the feasibility of introducing new technology into artificial reef production, and study methods to reduce environmental destruction caused by reef deployment. The research employed exploratory and qualitative research methods, including in-depth interviews with a target group of 10 individuals and questionnaire surveys to study consumer behavior and product acceptance among a general consumer group of 100 individuals. Data analysis …


The Impact Of Internationalization On Cash Holdings: Evidence From Southeast Asia, Suparat Patarasupanit Jan 2024

The Impact Of Internationalization On Cash Holdings: Evidence From Southeast Asia, Suparat Patarasupanit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research examines the impact of internationalization on cash holdings among multinational corporations (MNCs) in Southeast Asia (SEA), focusing on the roles of geographic dispersion, intangible assets, and managerial ownership. The study highlights how international operations influence corporate liquidity strategies in the presence of heightened information asymmetry. This study employs 1,431 firm-year observations from 2017 to 2021 and dynamic panel model to test hypotheses. The findings indicate that geographic dispersion and intangible assets increase cash holdings, affirming Pecking Order Theory. Conversely, their interaction unexpectedly reduces cash holdings, suggesting that complexities prompt more conservative liquidity management. Also, increased managerial ownership results …


อิทธิพลของคุณภาพเทคโนโลยีและการยอมรับเทคโนโลยีประกันชีวิตต่อแนวโน้มการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตผ่านแอปพลิเคชัน, ดวงหทัย วุฒิทวีวัฒน์ Jan 2024

อิทธิพลของคุณภาพเทคโนโลยีและการยอมรับเทคโนโลยีประกันชีวิตต่อแนวโน้มการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตผ่านแอปพลิเคชัน, ดวงหทัย วุฒิทวีวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยคุณภาพเทคโนโลยีที่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการประกันชีวิต InsurTech และศึกษาระดับการยอมรับเทคโนโลยีและแนวโน้มการตัดสินใจซื้อการประกันชีวิตผ่านแอปพลิเคชัน โดยวิเคราะห์ความสอดคล้องโมเดลของคุณภาพเทคโนโลยี และการยอมรับเทคโนโลยีการประกันชีวิต InsurTech ต่อแนวโน้มการตัดสินใจซื้อการประกันชีวิตผ่านแอปพลิเคชัน และศึกษาอิทธิพลของคุณภาพเทคโนโลยีและการยอมรับเทคโนโลยีการประกันชีวิต InsurTech ต่อแนวโน้มการตัดสินใจซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตผ่านแอปพลิเคชันของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 300 คนที่ผ่านการเลือกแบบเจาะจง ซึ่งกลุ่มตัวอย่างนี้เป็นผู้บริโภคที่เคยใช้เทคโนโลยี InsurTech ผ่านแอปพลิเคชัน และใช้การวิเคราะห์สมการโครงสร้างและการทดสอบเส้นทางอิทธิพล โดยผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยคุณภาพเทคโนโลยีในภาพรวมมีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีการประกันชีวิต InsurTech ในระดับมาก ( x̄ = 4.16) ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยี InsurTech ในภาพรวมในระดับมาก ( x̄ = 4.25) และแนวโน้มการตัดสินใจซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตผ่านแอปพลิเคชันในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( x̄ = 4.26) โมเดลคุณภาพเทคโนโลยี และการยอมรับเทคโนโลยีการประกันชีวิต InsurTech ต่อแนวโน้มในการตัดสินใจซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตผ่านแอปพลิเคชันของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และคุณภาพเทคโนโลยีและการยอมรับเทคโนโลยีการประกันชีวิต InsurTech มีอิทธิพลทางตรงต่อแนวโน้มในการตัดสินใจซื้อการประกันชีวิตผ่านแอปพลิเคชันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องมือเพื่อเป็นสวัสดิการทางด้านสุขภาพทางการเงินของพนักงานในบริษัทเพื่อช่วยให้ พนักงานมีทางเลือกในการจัดการเงินและบริษัทมีระบบสวัสดิการทางการเงินที่ดีเพื่อพนักงาน, ชัฏธน บุญภัทรทวีสุข Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องมือเพื่อเป็นสวัสดิการทางด้านสุขภาพทางการเงินของพนักงานในบริษัทเพื่อช่วยให้ พนักงานมีทางเลือกในการจัดการเงินและบริษัทมีระบบสวัสดิการทางการเงินที่ดีเพื่อพนักงาน, ชัฏธน บุญภัทรทวีสุข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาเครื่องมือเพื่อเป็นสวัสดิการทางด้านการเงินของพนักงานในบริษัทวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรม และปัญหาการกู้ยืม รวมถึงความต้องการในการใช้เครื่องมือของกลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 ผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ บริษัท ,พนักงานกู้, พนักงานให้กู้ ทั้งหมด 15 คน โดย พบว่า ความน่าเชื่อถือ ,การลดความเสี่ยง และระบบช่วยอัตโนมัติ เป็นคุณค่าที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสนใจ จึงได้พัฒนาต้นแบบเครื่องมือ ที่ช่วยให้บริษัท มีสวัสดิการช่วยเหลือ เมื่อพนักงานมีปัญหา ต้องการเงินกู้ฉุกเฉิน ช่วยลดปัญหา ดอกเบี้ยจากเจ้าหนี้นอกระบบที่ 240%/ปี เหลือเพียง ไม่เกิน 20%/ปี ซึ่งจะช่วยให้ พนักงานยังมีเงินในการแก้ไขปัญหาส่วนบุคคลได้ และพนักงานที่ให้กู้ได้รับเงินยืมคืนและได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าการฝากเงินธนาคาร ซึ่งจะช่วยให้พนักงานลดความกังวลลดการเข้าสู่วงจรหนี้ได้ โดยจากการประเมินโอกาสและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเครื่องมือนี้ จะต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 700,000 บาท ธุรกิจสามารถคืนทุนได้ภายใน 4.13 ปี และมี IRR อยู่ที่ 18.57% โดยเครื่องมือมีความพร้อมในการพัฒนาต่อยอดต่อไป


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพัฒนาจาก Durioextract (สารสกัดจากผลทุเรียนระยะตัดแต่งที่เป็นของเหลือทางการเกษตร), ชัญญา สุขุมเจริญจิต Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพัฒนาจาก Durioextract (สารสกัดจากผลทุเรียนระยะตัดแต่งที่เป็นของเหลือทางการเกษตร), ชัญญา สุขุมเจริญจิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงการพิเศษนี้มุ่งศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมพัฒนาจาก DurioExtract ซึ่งเป็นสารสกัดจากผลทุเรียนระยะตัดแต่งที่เป็นของเหลือทางการเกษตร ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกทุเรียนอันดับ 1 ของโลก มีทุเรียนอ่อนจากการตัดแต่งกลายเป็นขยะถึง 85,000 ตันต่อปี​​​​​​​​​​​​​​​​ การนำผลทุเรียนอ่อนมาสกัดจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดปริมาณขยะ ตอบสนองต่อความต้องการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากธรรมชาติที่กำลังเติบโต ทั้งยังเป็นการใช้ทรัพยากรชีวภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างรายได้แก่เกษตรกรไทย และสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ BCG ของประเทศไทย​​​​​​​​​​​​​​​​ จากผลการศึกษาวิจัยก่อนหน้าพบว่าสารสกัดจากทุเรียนอ่อนมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีถึง 2 เท่า ลดริ้วรอย เสริมการทำงานของจุลินทรีย์บนผิว ช่วยฟื้นบำรุงผิว และยับยั้งกระบวนการไกลเคชั่นโดยลดการสร้าง AGEs ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย โดยในโครงการพิเศษนี้ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยต้นแบบที่มี DurioExtract เป็นส่วนผสม และศึกษาความต้องการและการยอมรับของตลาดด้วยการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 100 คน และการสัมภาษณ์เชิงลึกจากอาสาสมัคร 2 คน ผลปรากฏว่าสูตรที่มีประสิทธิผลสูงสุดมีลักษณะเป็นเจลใสที่เพิ่มความชุ่มชื้นได้ถึง 175.76% ควบคุมความมันของผิวได้ 51.72% และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวได้ 40% การวิเคราะห์ตลาดชี้ให้เห็นว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือ เพศหญิง สัญชาติไทยอายุ 45-59 ปี ที่เป็นพนักงานบริษัทหรือผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว มีรายได้ 25,001-50,000 บาทต่อเดือน อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร แม้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง กับผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากทุเรียนเป็นส่วนประกอบสำคัญ จากการประเมินทางการเงินแล้ว พบว่าโครงการนี้มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) อยู่ที่ 66,165,779.06 บาท และมีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่ 507.44% ในระยะเวลา 5 ปี ที่เงินลงทุนเริ่มต้น 1,500,000 บาท ซึ่งแสดงให้เป็นถึงโอกาศความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์


การศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม Chatgpt ผ่านไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์ในงานสรรหาบุคลากร: กรณีศึกษาของ Kbtg, ฐิติ วันตลา Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม Chatgpt ผ่านไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์ในงานสรรหาบุคลากร: กรณีศึกษาของ Kbtg, ฐิติ วันตลา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาความเป็นไปได้และคุณูปการของการนำเทคโนโลยี ChatGPT มาใช้บนไลน์ออฟฟิศเซียลแอคเคาท์ เพื่อประโยชน์ในการสรรหาทรัพยากรบุคคลโดยใช้บริษัท KASIKORN Business-Technology Group (KBTG) เป็นกรณีศึกษา การศึกษามุ่งค้นหากลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพและการปรับใช้ ChatGPT เพื่อให้บรรลุผลประโยชน์ทางธุรกิจในระยะยาวในการสรรหาบุคลากร รวมถึงการวิเคราะห์จุดแข็งและปัญหาที่อาจเกิดขึ้น การวิจัยนี้รวมถึงการสัมภาษณ์เชิงลึกกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่ทำงานร่วมกับ KBTG จำนวน 10 คน และการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ให้ข้อมูลจำนวน 70 คน โดยรวมทั้งสิ้น 80 คน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และประเมินผล การพัฒนาระบบ ChatGPT ในครั้งนี้ใช้ต้นทุนเริ่มต้น 1,000,000 บาท และคาดหวังผลตอบแทนรวมต่อปีที่สามารถคืนทุนภายใน 1 ปี โดยระบบ ChatGPT สามารถลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ได้ถึง 20% และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในกระบวนการสรรหาบุคลากร การวิเคราะห์ ROI แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในเทคโนโลยี ChatGPT มีความคุ้มค่า โดยการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เช่น การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การตรวจสอบและปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง การฝึกอบรมและกำกับดูแลการใช้งาน รวมถึงการวิเคราะห์ข้อร้องเรียนของลูกค้า การนำ ChatGPT มาใช้ในงานสรรหาบุคลากรของ KBTG จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนในระยะยาว ทั้งยังเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้ใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย หากมีการจัดการความเสี่ยงและปรับปรุงระบบต่อเนื่อง ChatGPT จะเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าในการพัฒนากระบวนการทำงานและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับองค์กร


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน, อมร ขันสาลี Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน, อมร ขันสาลี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันนวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร แต่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ยังต้องอาศัยพนักงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ องค์กรจึงควรส่งเสริมและพัฒนาทักษะนี้ให้กับบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยพบว่าบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ มักจะมีความอยากรู้อยากเห็น กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ เปิดกว้างรับสิ่งใหม่ ๆ และมีความรู้หลากหลาย ดังนั้นองค์กรควรส่งเสริมให้พนักงานเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อขยายมุมมอง นำไปสู่การคิดนอกกรอบและคิดเชิงนวัตกรรมแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเรียนรู้ ช่วยให้พนักงานเข้าถึงความรู้และข้อมูลใหม่ ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ยังมีข้อจำกัดด้านแรงจูงใจในการเรียนรู้ด้วยตนเองและความหลากหลายของรูปแบบเนื้อหาการเรียนรู้ การศึกษาครั้งนี้นำเสนอแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์ที่มีคุณสมบัติดังนี้ 1) เป็นศูนย์กลางรวมความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร และองค์ความรู้ใหม่ ๆ 2) นำกลไกเกมบางส่วนจากแนวคิดเกมมิฟิเคชัน (Gamification) มาใช้เพื่อกระตุ้นความสนใจและความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ 3) รองรับรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การดู การอ่าน และการฟัง โดยการออกแบบระบบทั้งหมดผู้ศึกษาได้อ้างอิงและประยุกต์ใช้แนวคิดและทฤษฎีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ เกมมิฟิเคชัน (Gamification) และความต้องการและแรงจูงใจของมนุษย์ ร่วมด้วยผลการศึกษาพบว่าพนักงานทั่วไปจำนวน 100 คน มีความเห็นว่าองค์ประกอบของเกมมิฟิเคชันมีอิทธิพลต่อแรงจูงใจในการเรียนรู้ความรู้ออนไลน์ของพนักงานในระดับมากทุกกลุ่มปัจจัย ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยด้าน เพศ ช่วงอายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และระดับการปฏิบัติงาน จากนั้นผู้ศึกษาได้นำผลการสำรวจไปออกแบบแพลต์ฟอร์มฯ โดยผู้ศึกษาได้พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมและนำไปสาธิตและกลุ่มเป้าหมายซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พัฒนาบุคลากร จาก 5 ธุรกิจที่แตกต่างกัน โดยผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการทดลองนำไปใช้งาน


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เครื่องดื่มที่ใช้ข้าวกล้องงอกและดอกไม้ของสายพันธุ์ท้องถิ่นเชียงรายเพื่อเสริมสร้างความจำและภาวะอารมณ์ที่มีความสุข”, อัญมณี กาวิชัย Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เครื่องดื่มที่ใช้ข้าวกล้องงอกและดอกไม้ของสายพันธุ์ท้องถิ่นเชียงรายเพื่อเสริมสร้างความจำและภาวะอารมณ์ที่มีความสุข”, อัญมณี กาวิชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้เป็นการศึกษาการพัฒนาเครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอกพันธุ์หอมแม่จันและดอกพุดซ้อนเพื่อลดความเครียดเป็นหลักและเพิ่มความจำในกลุ่มคนอายุน้อย โดยพัฒนาเครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอกที่เพิ่มสารสกัดกลิ่นจากดอกพุดซ้อนที่ปลูกแบบอินทรีย์ ซึ่งนิยมปลูกในเชียงรายในวัฒนธรรมล้านนา นำมาผ่านกระบวนการ High Pressure Processing (HPP) ผลการวิเคราะห์สารพบว่าสามารถคงสารกาบาไว้ได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสารกาบาช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยลดความเครียด และสารในดอกพุดซ้อนมีสารหอมระเหยที่ช่วยให้ผ่อนคลายอารมณ์ ลดความวิตกกังวล สารที่มีประโยชน์และกลิ่นจึงเป็นสองกลไกที่เสริมกันในเครื่องดื่มต้นแบบนี้ ผลการสำรวจการตลาดด้านความต้องการผู้บริโภคและการยอมรับผลิตภัณฑ์ด้วยแบบสอบถามกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 312 ราย พบว่าร้อยละ 69.23 มีแนวโน้มซื้อผลิตภัณฑ์ และยินดีจ่ายในราคาสูงกว่าเครื่องดื่มธัญพืชทั่วไปไม่ต่ำกว่า 20% ส่วนการศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์มีการประมาณเงินลงทุน 1 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนภายใน 239% มูลค่าปัจจุบันสุทธิ 3,637,220 บาท และระยะเวลาคืนทุนภายใน 1 ปี 6 เดือน


การศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจของการวางแผนเส้นทางสําหรับการท่องเที่ยวตามความต้องการด้วยเทคโนโลยี Gpt, ศุภนิดา แย้มกระจ่าง Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจของการวางแผนเส้นทางสําหรับการท่องเที่ยวตามความต้องการด้วยเทคโนโลยี Gpt, ศุภนิดา แย้มกระจ่าง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในโลกปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวและการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการวางแผนการเดินทาง ทำให้เกิดความต้องการใหม่ ๆ ที่ตอบสนองต่อความสะดวกสบายและความเฉพาะเจาะจงของผู้ใช้ ความสามารถในการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวตามความต้องการผ่านแชทบอทที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี GPT ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากสามารถปรับแต่งการเดินทางให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้แชทบอทในการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของธุรกิจการท่องเที่ยว การนำเทคโนโลยี GPT มาใช้ในการพัฒนาแชทบอททำให้สามารถประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และตอบสนองต่อคำถามของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การนิพนธ์นี้มุ่งเน้นการศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจในการใช้แชทบอทสำหรับการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวตามความต้องการ โดยการวิเคราะห์ความต้องการและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว การประเมินความสามารถทางเทคโนโลยี การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ และการเสนอแนะเพื่อการบูรณาการเทคโนโลยีนี้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การศึกษานี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญในการนำเทคโนโลยีแชทบอทมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างโอกาสในการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย


A Panel Partial Break Model For Forecasting Stock Returns With Parameter Instability, Nuttapat Bumrungrat Jan 2024

A Panel Partial Break Model For Forecasting Stock Returns With Parameter Instability, Nuttapat Bumrungrat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Predicting stock returns is one of the most fascinating problems in finance. However, predicting stock returns is also one of the most challenging problems due to the instability and noisy nature of stock returns. One of the promising directions to handle both problems is to use a panel break model. Recently, a panel common break model has been proposed and shown to generate superior predictive performance. However, the model assumes that every parameter breaks simultaneously, which is not aligned with empirical data. In this article, we propose a novel panel break model that addresses the main limitation of the common …


Option Pricing Based On A Stochastic Volatility With Co-Jump Model And Application In Thai Market, Lu Tang Jan 2024

Option Pricing Based On A Stochastic Volatility With Co-Jump Model And Application In Thai Market, Lu Tang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The correlated jumps in returns and volatility serve different, but complementary purposes in studying asset dynamic properties. In this paper, we choose Heston’s square-root stochastic volatility model, simultaneously incorporating jumps in returns and volatility, and propose a closed-form solution for European call option pricing. Applied to SET50 index in Thailand stock market, comparisons between the stochastic volatility with co-jump (SVCJ) model and the classical stochastic volatility (Heston) model are made to emphasize the significance of contemporaneous jumps appeared in asset dynamics. Empirical research demonstrates the superiority of SVCJ model in both out-of-sample pricing and hedging performance.


คุณภาพรายงานทางการเงิน และความโดดเด่นด้าน Esg กับความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะกรรมการ โครงสร้างการถือหุ้น และ ประสิทธิภาพการลงทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ภัฏฏินี ซ้ายขวัญ Jan 2024

คุณภาพรายงานทางการเงิน และความโดดเด่นด้าน Esg กับความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะกรรมการ โครงสร้างการถือหุ้น และ ประสิทธิภาพการลงทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ภัฏฏินี ซ้ายขวัญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลทางตรงของคุณลักษณะกรรมการ โครงสร้างการถือหุ้น คุณภาพรายงานทางการเงิน ความโดดเด่นด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) ที่มีต่อประสิทธิภาพการลงทุน และอิทธิพลทางอ้อมของคุณภาพรายงานทางการเงิน ความโดดเด่นด้าน ESG ที่ส่งผ่านอิทธิพลของคุณลักษณะกรรมการ และโครงสร้างการถือหุ้นไปยังประสิทธิภาพการลงทุน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวน 353 บริษัท 7 อุตสาหกรรมระหว่างปี พ.ศ.2560 ถึง ปี พ.ศ. 2563 รวม 1,412 ตัวอย่าง โดยใช้โมเดลสมการโครงสร้าง (SEM) ในการทดสอบสมมติฐานการวิจัย ผลการศึกษาพบว่า คุณภาพรายงานทางการเงิน คุณลักษณะกรรมการในด้านความหลากหลายของกรรมการ และการเป็นกรรมการในหลายกิจการมีผลเชิงบวกต่อประสิทธิภาพการลงทุน ทั้งนี้ ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างการถือหุ้นกับประสิทธิภาพการลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างความโดดเด่นด้าน ESG กับประสิทธิภาพการลงทุน สำหรับผลของอิทธิพลทางอ้อม พบว่า คุณภาพรายงานทางการเงินเป็นตัวแปรส่งผ่านความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะกรรมการกับประสิทธิภาพการลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างการถือหุ้นกับประสิทธิภาพการลงทุน อย่างไรก็ตาม ความโดดเด่นด้าน ESG ไม่มีอิทธิพลส่งผ่านความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะกรรมการกับประสิทธิภาพการลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างการถือหุ้นกับประสิทธิภาพการลงทุน ดังนั้น ผลการวิจัยแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับบทบาทของกรรมการที่มีความเกี่ยวข้องกับคุณภาพรายงานทางการเงิน และประสิทธิภาพการลงทุน


แนวทางการเสริมพลังให้กับคนเก็บของเก่าที่หลุมฝังกลบเพื่อขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน กรณีศึกษา: ศูนย์กำจัดมูลฝอย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี, จิราภรณ์ จันทร์แย้ม Jan 2024

แนวทางการเสริมพลังให้กับคนเก็บของเก่าที่หลุมฝังกลบเพื่อขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน กรณีศึกษา: ศูนย์กำจัดมูลฝอย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี, จิราภรณ์ จันทร์แย้ม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาค้นคว้าวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาวิถีชีวิตและการเก็บขยะพลาสติกของคนเก็บของเก่าในพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ตำบลคลองขวาง อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี และเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้คนเก็บของเก่าเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยคนเก็บของเก่าในศูนย์กำจัดมูลฝอย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ระเบียบวิธีวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและสังเกตการณ์อย่างไม่มีส่วนร่วม โดยผู้ในข้อมูลสัมภาษณ์แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ กองทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีและกลุ่มคนเก็บของเก่าขายภายในศูนย์กำจัดมูลฝอย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มคนเก็บของเก่าขายมีวิถีชีวิตในการทำงานเริ่มทำงานในบ่อขยะตั้งแต่เช้าและเลิกงานช่วงเย็นๆ การใช้ชีวิตประจำวันจะดำเนินภายในบ่อขยะทั้งพักผ่อน รับประทานอาหาร คัดแยกขยะโดยจะมีเพิงเล็ก ๆ ไว้หลบแดดหลบฝน ด้านคุณภาพชีวิตกลุ่มคนเก็บของเก่าถือเป็นกลุ่มที่ขาดโอกาสทางทั้งคมในด้านการศึกษา สวัสดิการและขาดโอกาสการได้รับคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน การทำงานแบบเดิมในทุก ๆ วัน คัดแยกขยะตามความเข้าใจโดยคัดแยกตามลักษณะของพลาสติกเช่น ขวดใส พลาสติกหนา พลาสติกทึบ การขาดองค์ความรู้ความเข้าใจทำให้เสียโอกาสการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นการส่งเสริมสนับสนุนด้านองค์ความรู้จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำความเข้าใจเป็นอย่างมาก การพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ยังมีจำนวนไม่มาก จำกัดอยู่ในวงแคบเนื่องจากทรัพยากรและองค์ความรู้ที่จำกัดการสร้างแผนงานเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในการนำพลาสติกมาจัดการอย่างถูกต้องโดยใช้นักรีไซเคิลระดับมืออาชีพที่มีอยู่ภายในพื้นที่เป็นแรงงานสำคัญให้เกิดการสร้างแผนงานการดำเนินงานการจัดการขยะพลาสติกภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยเพื่อสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มนักรีไซเคิลและการสร้างรายได้จากการจัดการขยะพลาสติกในกระบวนการแปรรูปขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนยังช่วงลดปริมาณขยะพลาสติกและพื้นที่ฝังกลบขยะมูลฝอยที่มีอย่างจำกัด


Factors Influencing Community Pharmacies' Intention To Become Government Pharmaceutical Supply Chain Subcontractors, Woranun Warinlarb Jan 2024

Factors Influencing Community Pharmacies' Intention To Become Government Pharmaceutical Supply Chain Subcontractors, Woranun Warinlarb

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The Universal Coverage Scheme (UCS) in Thailand, which covers 75% of the population, has led to overcrowding in government hospital pharmacies. In response, the National Health Security Office (NHSO) introduced a policy in 2019 allowing stable non-communicable disease (NCD) patients to collect medications from accredited community pharmacies. Despite this, participation by community pharmacies as drug-dispensing subcontractors in the prescription drug dispensing services under the NHSO pharmaceutical supply chain remains limited. This study aims to identify key factors influencing community pharmacies’ intentions to become subcontractors in this scheme and provide the preliminary guidelines to inform the policymakers. This study conducted a …


บทเรียนความสำเร็จในการขับเคลื่อนชุมชนปลอดขยะภายใต้แนวคิดการจัดการขยะเหลือศูนย์ กรณีศึกษาชุมชนบ้านหนองสองห้อง เทศบาลตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี, รัชนีกร หอมดวงสี Jan 2024

บทเรียนความสำเร็จในการขับเคลื่อนชุมชนปลอดขยะภายใต้แนวคิดการจัดการขยะเหลือศูนย์ กรณีศึกษาชุมชนบ้านหนองสองห้อง เทศบาลตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี, รัชนีกร หอมดวงสี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ถอดบทเรียนการเป็นชุมชนปลอดขยะต้นแบบของชุมชนบ้านหนองสองห้อง ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี 2) จัดทำแนวทางในการขยายผลความสำเร็จจากการขับเคลื่อนชุมชนปลอดขยะภายใต้แนวคิดขยะเหลือศูนย์แบบมีส่วนร่วม วิธีดำเนินการวิจัยดำเนินการศึกษาโดยใช้เทคนิคการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ภาคประชาชน 2) เจ้าหน้าที่ภาครัฐ 3) เจ้าหน้าที่ภาคเอกชน และเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ วิเคราะห์ผลสำเร็จในแต่ละขั้นตอนตามกรอบแนวคิดทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง ToC (Theory of Change) ผลการศึกษาพบว่า การขับเคลื่อนการจัดการขยะของชุมชนบ้านหนองสองห้อง ริเริ่มจากปัจจัยนำเข้า 2 ส่วน ได้แก่ 1) ความต้องการแก้ปัญหาขยะในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการที่ชุมชนต้องเผชิญกับปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าที่ระบบการจัดการขยะของเทศบาลจะดำเนินการจัดการได้อย่างทันท่วงที 2) บทเรียนความสำเร็จจากชุมชนต้นแบบในพื้นที่ อันได้แก่ ชุมชนบ้านรางพลับ ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นชุมชนที่ประสบผลสำเร็จจากการประกวดรางวัลชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) และเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนต้นแบบได้กลายเป็นแรงจูงใจสำคัญในกระบวนการสร้างการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ พบปัจจัยแห่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนการเป็นต้นแบบชุมชนปลอดขยะในระดับประเทศ 6 ประเด็น ประกอบด้วย 1) การมีต้นแบบแห่งความสำเร็จ 2) การสนับสนุนของภาคีเครือข่าย 3) ความไว้เนื้อเชื่อใจ 4) แรงจูงใจ 5) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง และ 6) กระบวนการแบบมีส่วนร่วม


นวัตกรรมต้นแบบระบบประเมินระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ, อุมาภรณ์ สมศิริวัฒนา Jan 2024

นวัตกรรมต้นแบบระบบประเมินระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ, อุมาภรณ์ สมศิริวัฒนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ จึงมีการศึกษาเพื่อค้นหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการประเมินระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ และนำมาพัฒนานวัตกรรมต้นแบบระบบประเมินระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอเพื่อช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอวัฒนธรรมไทยให้สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์และระยะของการศึกษา 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอและพัฒนาตัวชี้วัดที่ส่งผลต่อระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมประเภทสิ่งทอโดยการทบกวนวรรณกรรมและการสัมภาษณ์ หลังจากนั้นได้ทำการทดสอบความเที่ยงตรงของตัวชี้วัดและเก็บข้อมูลจากชุมชนและผู้ประกอบการจำนวน 130 ราย ผลการศึกษาพบว่า มีองค์ประกอบหลักด้านทุนวัฒนธรรม ดังนี้ 1. ความเป็นอัตลักษณ์ 2. การสร้างสรรค์ 3. การสร้างคุณค่า 4. การจัดการความรู้ 5.การสืบทอด องค์ประกอบหลักด้านความสามารถของชุมชน มีดังนี้ 1. ความสามารถด้านการพัฒนา 2. ความสามารถด้านการตลาด 3. ความสามารถด้านการดำเนินงาน 4. ความสามารถด้านทรัพยกรมนุษย์ 5. ความสามารถความเป็นผู้นำ 6.ความสามารถด้านเครือข่าย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ ในระยะที่ 2 สร้างแบบจำลองเครื่องมือการประเมินศักยภาพของผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ และทดสอบการยอมรับนวัตกรรมจากผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์และตัวแทนหน่วยงานภาครัฐจำนวน 20 รายพบว่ามีการยอมรับและเห็นประโยชน์ มีความสนใจในการนำไปใช้งาน ในระยะที่ 3 จากการศึกษาการนำนวัตกรรมนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยวิเคราะห์ศึกษาในมิติของการวิเคราะห์ธุรกิจ ความคุ้มค่าในการลงทุนและลูกค้าเป้าหมาย พบว่า หน่วยงานภาครัฐ การศึกษา และภาคเอกชนที่ดูแลสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม สามารถนำเครื่องมือนี้ไปใช้ประกอบเป็นเครื่องมือในการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมประเภทสิ่งทออย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ โดยมีผลตอบแทนการลงทุนภายใน (IRR) ร้อยละ 56 และมีค่ามูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เป็นบวก และมีความเป็นไปได้ทั้งทางการตลาด การปฏิบัติงานและการลงทุน นวัตกรรมนี้สามารถนำไปใช้งานเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยประเภทสิ่งทอ อันจะเป็นประโยชน์ต่อคนในประเทศและเศรษฐกิจต่อไป


ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการพัฒนาเมือง : กรณีศึกษาชุมชนแออัดบนถนนพระรามสี่, ธนิตา ชาญชิตปรีชา Jan 2024

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการพัฒนาเมือง : กรณีศึกษาชุมชนแออัดบนถนนพระรามสี่, ธนิตา ชาญชิตปรีชา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้ศึกษาพัฒนาการเปลี่ยนแปลงบนถนนพระรามสี่ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน และทัศนคติระดับครัวเรือนต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ในระยะก่อนและหลังปี 2565 โดยศึกษาชุมชนแออัดในระยะ 1 กิโลเมตรจากถนนพระรามสี่ จำนวน 2 แห่ง คือ ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ และชุมชนพระเจน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยใช้การศึกษาแบบย้อนหลัง (Retrospective study) และการวิจัยแบบผสมผสาน เก็บข้อมูลโดยการวิเคราะห์เอกสาร แบบสอบถาม จำนวน 80 ชุด และการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างกับตัวแทนครัวเรือน นักวิชาการ และตัวแทนเจ้าหน้าที่รัฐ การศึกษาพบว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งมวลชน และโครงการพัฒนาเมือง ส่งผลให้เกิดการเข้าถึงพื้นที่ และการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดิน ซึ่งสร้างทั้งประโยชน์และแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อผู้อาศัยในชุมชนแออัด การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบบางประการสามารถสังเกตเห็นได้ชัด เช่น การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพ ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงย้ายเข้าออกของคนดั้งเดิม หรือเศรษฐกิจชุมชนดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้สภาพแวดล้อมชุมชนที่เปลี่ยนแปลงที่เร็วกว่าภายในชุมชน รวมถึงเงื่อนไขการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการขยับฐานะทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ครัวเรือนในชุมชนทั้งสองแห่งได้รับผลกระทบด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามตัวแทนครัวเรือนทั้งสองแห่งยังมีทุนทางสังคมอยู่มาก ข้อเสนอแนะต่อการจัดการผลกระทบ พบว่า การพัฒนาเมืองควรมีกระบวนการทำความเข้าใจและออกแบบร่วมกันระหว่างผู้อาศัยในชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยคำนึงถึงเงื่อนไขของครัวเรือนที่อาศัยในชุมชน ภาครัฐควรส่งเสริมและจัดให้มีการคุ้มครองทางสังคมที่ส่งเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนในชุมชน รวมถึงทบทวนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ส่งผลให้เกิดภาระภาษีที่อยู่อาศัยแก่ผู้เช่าอาศัยในชุมชน


การพยากรณ์ความต้องการสินค้าสำเร็จรูป และนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, พิมพ์ชนก ทินวงค์ Jan 2024

การพยากรณ์ความต้องการสินค้าสำเร็จรูป และนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, พิมพ์ชนก ทินวงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการพยากรณ์ที่สอดคล้องกับปริมาณความต้องการขาย ซึ่งมีความสำคัญที่ส่งผลต่อการกำหนดนโยบายการจัดการสินค้าคงคลังของธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านด้วยวิธีกำหนดปริมาณการสั่งซื้อคงที่ (Order quantity model) เพื่อลดจำนวนเงินลงทุนในสินค้าคงคลัง และต้นทุนรวมของสินค้าคงคลัง โดยในปัจจุบันบริษัทกรณีศึกษาลงทุนในสินค้าคงคลังเฉลี่ยต่อเดือนสูงถึง 545 ล้านบาท แต่มียอดขายเพียง 115 ล้านบาท หรือ 1 ใน 5 ของมูลค่าสินค้าคงคลัง รวมไปถึงข้อจำกัดของการสั่งซื้อสินค้าตามปริมาณการสั่งขั้นต่ำ (MOQ) แบบบรรจุเต็มตู้คอนเทนเนอร์ ที่ทำให้จำเป็นต้องถือครองสินค้าคงคลังในปริมาณสูง การศึกษาเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลยอดขายสินค้าระหว่างปี 2019-2023 มาจำแนกความสำคัญด้วยหลักการวิเคราะห์ ABC Analysis แล้วเลือกสินค้าใน Class A ที่มีมูลค่าการถือครองมากกว่า 35 ล้านบาทต่อปี จำนวน 9 รายการ มาเป็นตัวอย่างในการศึกษา จากนั้นศึกษาจากรูปแบบของข้อมูล แล้วทำการศึกษาเปรียบเทียบเทคนิคการพยากรณ์และใช้ MAPE เป็นตัวชี้วัดในความแม่นยำ จากนั้นนำเสนอนโยบายด้วยวิธีการสั่งซื้อสินค้าด้วยปริมาณการสั่งคงที่หรือ Q โมเดล ผลการศึกษาพบว่าสินค้าที่มี demand แบบ no trend, no seasonal จะใช้วิธี SES สินค้าที่มี demand แบบมี trend, no seasonal จะใช้วิธี DES และสินค้าที่มี demand แบบ seasonal จะใช้เทคนิค TES ในการพยากรณ์ และในส่วนของการกำหนดนโยบายการสั่งซื้อสินค้าด้วยปริมาณการสั่งคงที่ โดยกำหนดค่าจุดสั่งซื้อ (ROP) จากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ และสั่งซื้อตามปริมาณ MOQ ทำให้สามารถลดปริมาณเงินลงทุนในค่าสินค้าคงคลัง ลงได้ 85 ล้านบาท หรือคิดเป็น 17% และสามารถลดต้นทุนในการจัดการสินค้าคงคลังลงได้ 3 ล้านบาท หรือคิดเป็น 31%


ระบบบำรุงรักษาอัจฉริยะสำหรับการจัดการการดำเนินงานโรงแรม, ธนเศรษฐ์ โอชาญสิริ Jan 2024

ระบบบำรุงรักษาอัจฉริยะสำหรับการจัดการการดำเนินงานโรงแรม, ธนเศรษฐ์ โอชาญสิริ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างระบบบำรุงรักษาสำหรับการจัดการการดำเนินงานโรงแรมในประเทศไทย ผ่านการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทดสอบต้นแบบ ประเมินการยอมรับจากผู้ใช้งาน และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการตลาด งานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงพัฒนาผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิจากวรรณกรรมและข้อมูลปฐมภูมิจากการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เริ่มต้นจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 15 คน และเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม 455 ชุด ร่วมกับการวิเคราะห์สายคุณค่าและการหารากสาเหตุของปัญหา ปัจจัยสำคัญที่พบ ได้แก่ การออกแบบระบบ คุณลักษณะของใบสั่งงาน การจัดสรรงาน การวางแผนงาน คุณภาพบุคลากร และความพร้อมของเครื่องมือ ส่วนตัวชี้วัดประสิทธิภาพ ได้แก่ ระยะเวลา ต้นทุน การจัดการข้อมูล และคุณภาพบริการ ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาพัฒนาต้นแบบระบบบำรุงรักษา โดยใช้หลักการหาค่าที่เหมาะสมที่สุดแบบหลายวัตถุประสงค์และการเรียนรู้ด้วยเครื่อง เพื่อช่วยจัดกลุ่มข้อมูลให้สอดคล้องกับบริบทของโรงแรม จากนั้นนำไปทดสอบในโรงแรมต้นแบบ 5 แห่ง และปรับปรุงตามคำแนะนำของผู้ใช้งาน 15 คน เมื่อทดลองใช้งานจริง ผู้ใช้งาน 36 คนให้การยอมรับระบบสูงถึงร้อยละ 94.44 การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่าระบบมีศักยภาพในตลาด โดยมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 2 ปี 1 เดือน


The Influence Of Intellectual Property Mergers And Acquisitions On Long- Term Financial Performance: Insights From Chinese Companies, Mingyue Fang Jan 2024

The Influence Of Intellectual Property Mergers And Acquisitions On Long- Term Financial Performance: Insights From Chinese Companies, Mingyue Fang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines the long-term financial effects of intellectual property-related M&As (IP M&As) in China, using ROIC as the main performance metric. Based on a panel of listed firms from 2000–2020, it first applies a DID model to compare IP M&As with regular deals, then extends to a DDD framework to assess directional heterogeneity (North-to-South, South-to-North, intra-regional). Results show IP M&As improve ROIC, especially in North-to-South transactions. Mechanism analysis confirms enhanced innovation output, though its financial conversion may face institutional or integration frictions. The study highlights the strategic value of IP M&As and the importance of regional context in post-deal …


การปรับปรุงนโยบายคำสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อการจัดจำหน่าย กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า, ปาลินี วิงวอน Jan 2024

การปรับปรุงนโยบายคำสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อการจัดจำหน่าย กรณีศึกษา บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า, ปาลินี วิงวอน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษานโยบายการสั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ที่เหมาะสมสำหรับสินค้ากลุ่มที่มีปัญหาการขาดแคลนและต้องการปรับระดับความพร้อมของสินค้า (Availability) ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทกรณีศึกษากำหนดที่ 90% โดยเลือกศึกษาชิ้นส่วนอะไหล่จำนวน 5 รายการที่มีปริมาณการสะสม Backlog สูง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการให้บริการหลังการขายของบริษัทกรณีศึกษาและส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมในระยะยาวผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2565 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 เพื่อวิเคราะห์ลักษณะความต้องการของแต่ละสินค้า เพื่อหาวิธีการพยากรณ์ที่เหมาะสม โดยคำนวณความแม่นยำของการพยากรณ์ด้วย MAD, MAPE และ RMSE โดยเลือกวิธีการพยากรณ์ที่ให้ค่า MAPE ที่ต่ำที่สุด จากนั้นจึงเริ่มออกแบบนโยบายคำสั่งซื้อโดยใช้แบบจำลองระดับคงคลังเป้าหมาย Order-Up-To Level (OUL) ร่วมกับการกำหนดพัสดุสำรองคลัง (Safety Stock) เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของการพยากรณ์ และมีการกำหนดระดับการให้บริการ (Cycle Service Level: CSL) ตามที่ทางบริษัทกรณีศึกษากำหนด จากนั้นนำผลการทดลองมาทดสอบโดยเปรียบเทียบระหว่างนโยบายเดิมกับนโยบายที่เสนอใหม่ พบว่านโยบายใหม่สามารถลดความถี่ของเหตุการณ์ร้างพัสดุและช่วยปรับปรุงระดับความพร้อมของสินค้าให้ดีขึ้นจากนโยบายการดำเนินงานในปัจจุบันจากการศึกษาครั้งนี้ พบว่าการปรับปรุงนโยบายคำสั่งซื้อของแผนนโยบายใหม่ช่วยลดต้นทุนรวมได้ในทุก SKU โดยเฉพาะต้นทุนจากการขาดสินค้า (Shortage Cost) และช่วยปรับปรุง Fill Rate ให้ดีขึ้น แม้ผลลัพธ์แสดงถึงแนวโน้มที่ดีแต่การนำนโยบายไปใช้จริงยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น ความไม่เพียงพอของข้อมูลที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด (SKU01) ระยะเวลาคอยที่ยาว (SKU04) และการขาดสต็อกในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย (SKU05) ดังนั้น การปรับใช้นโยบายควรอยู่บนพื้นฐานของการประเมินความพร้อมด้านทรัพยากรภายในองค์กรด้วย และปฏิบัติควบคู่ไปกับการวางระบบสนับสนุน เช่น การจัดกลุ่มสินค้าตามความสำคัญ (ABC/XYZ) การเสริมความแม่นยำของการพยากรณ์ และการกำหนดระดับบริการที่เหมาะสมในแต่ละกลุ่ม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลังและการกำหนดระดับบริการที่เหมาะสมในแต่ละกลุ่ม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจของทางบริษัท


การเปรียบเทียบระหว่างการใช้ลังไม้บรรจุแบบใช้ครั้งเดียวกับลังเหล็กบรรจุแบบหมุนเวียนเพื่อการส่งออก, พจนฤทธิ์ สันติวงษ์เกษม Jan 2024

การเปรียบเทียบระหว่างการใช้ลังไม้บรรจุแบบใช้ครั้งเดียวกับลังเหล็กบรรจุแบบหมุนเวียนเพื่อการส่งออก, พจนฤทธิ์ สันติวงษ์เกษม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และต้นทุนรวมขององค์กร โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีปริมาณการจัดส่งระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าในการใช้ลังไม้แบบใช้ครั้งเดียวกับลังเหล็กแบบหมุนเวียน โดยพิจารณาทั้งต้นทุนรวมและต้นทุนสิ่งแวดล้อม ผู้วิจัยใช้ข้อมูลย้อนหลัง 36 เดือน (ตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 2021 ถึงเดือนธันวาคม ค.ศ. 2023) จากระบบ ERP ของบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลปริมาณการใช้งานลังไม้และลังเหล็กในการส่งออกจริงรายเดือน เพื่อนำมาวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการใช้ลังในระยะเวลา 10 ปี (ค.ศ. 2024–2033) ด้วยวิธี Holt-Winters Seasonal Method เพื่อประกอบการวางแผนสต็อกและคำนวณต้นทุนรวมตลอดช่วงอายุการใช้งานของระบบบรรจุภัณฑ์ ต้นทุนที่วิเคราะห์แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ ต้นทุนการผลิต เช่น ค่าวัสดุและค่าแรงในการประกอบลังไม้ ต้นทุนการดำเนินงาน เช่น ค่าขนส่งกลับ ค่าจัดเก็บ และค่าบำรุงรักษาสำหรับลังเหล็ก ต้นทุนทางการเงินจากการลงทุนในระบบหมุนเวียน และต้นทุนสิ่งแวดล้อม ซึ่งคำนวณจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ แล้วแปลงเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผลการวิเคราะห์ในภาพรวมพบว่า ลังไม้มีต้นทุนการผลิตซ้ำสูงในแต่ละปี ขณะที่ลังเหล็ก แม้จะมีต้นทุนเริ่มต้นและต้นทุนในการจัดการระบบหมุนเวียนที่สูงกว่า แต่สามารถนำกลับมาใช้งานซ้ำได้หลายรอบ ส่งผลให้ต้นทุนรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญผลการวิจัยพบว่า ต้นทุนรวมตลอดระยะเวลา 10 ปีของการใช้ลังไม้มีมูลค่า 169,153,244 บาท ในขณะที่ลังเหล็กมีต้นทุนรวม 108,630,858 บาท ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า 60ล้านบาท แม้ว่าลังเหล็กจะมีต้นทุนสิ่งแวดล้อมสูงกว่าลังไม้ประมาณ 500,000บาท อันเนื่องมาจากกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานมากกว่า แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวม ลังเหล็กยังคงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว โดยเฉพาะในระบบที่มีการบริหารจัดการการหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ ผลการศึกษานี้มีประโยชน์ในการสนับสนุนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ด้านระบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สามารถเลือกใช้แนวทางที่เหมาะสมกับเป้าหมายด้านต้นทุนและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว


การปรับปรุงนโยบายการจัดซื้อสินค้าเครื่องมือแพทย์ในบริษัทนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์แห่งหนึ่ง, ปฐมพร ยุทธนาปกรณ์ Jan 2024

การปรับปรุงนโยบายการจัดซื้อสินค้าเครื่องมือแพทย์ในบริษัทนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์แห่งหนึ่ง, ปฐมพร ยุทธนาปกรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและปรับปรุงแนวทางการบริหารการสั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์การแพทย์ โดยมีเป้าหมายให้ระดับบริการ (Service level) ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 95% เนื่องจากนโยบายปัจจุบันมีการสั่งซื้อโดยไม่มีการดูสถานะของสต็อก ไม่มีการคำนึงถึงความต้องการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่มีการตระหนักว่าสินค้าจะเกิดการขาดมือ และสั่งสินค้าในปริมาณคงที่ทุก 3 เดือน โดยไม่ได้พิจารณาความผันผวนของความต้องการที่เกิดขึ้นจริง ส่งผลให้สินค้าเกิดการขาดแคลน ไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ผู้วิจัยได้เก็บข้อมูลสินค้ากลุ่ม KORA จำนวน 20 รายการ และจัดกลุ่มสินค้าเป็นขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ รวมถึงเก็บข้อมูลจำนวนเคสการผ่าตัดและปริมาณการใช้สินค้าของแพทย์แต่ละท่าน เพื่อนำมาวิเคราะห์ความแปรปรวนของข้อมูล พบว่าความต้องการสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงสูงทุกกลุ่ม จึงได้นำเสนอแนวทางปรับปรุงนโยบายการสั่งซื้อใหม่ 3 วิธี คือ 1.ใช้หลักการทางสถิติกำหนดระดับสต็อกเป้าหมาย (OUL) รายขนาดสินค้า 2.พยากรณ์ปริมาณความต้องการรายขนาดสินค้า แล้วใช้ผลพยากรณ์มากำหนด OUL 3.พยากรณ์จำนวนเคสรายแพทย์แล้วนำไปคำนวณหาปริมาณความต้องการสินค้า ผลการทดลองชี้ให้เห็นว่านโยบายทั้งสามแบบสามารถช่วยเพิ่มระดับบริการและอัตราการเติมเต็มสินค้าให้บรรลุเป้าหมาย โดยพบว่านโยบายแบบแรกเหมาะกับสินค้าขนาดกลาง ขณะที่นโยบายแบบที่สองเหมาะกับสินค้าขนาดเล็กและใหญ่ ซึ่งบริษัทควรนำแนวทางที่เหมาะสมแต่ละขนาดสินค้าไปใช้อย่างผสมผสาน เพื่อประสิทธิภาพการจัดซื้อที่สูงที่สุด


การเปรียบเทียบปัญหากระบวนการนำเข้าสินค้าของบริษัทในเครือ, ปรีญาภรณ์ บุราคร Jan 2024

การเปรียบเทียบปัญหากระบวนการนำเข้าสินค้าของบริษัทในเครือ, ปรีญาภรณ์ บุราคร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางการปรับปรุงกระบวนการนำเข้าสินค้าในสี่ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยมุ่งเน้นไปที่ปัญหาด้านการบริหารจัดการเอกสาร การดำเนินพิธีการศุลกากร การขอใบอนุญาตนำเข้า และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระยะเวลาในการนำเข้าสินค้า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน ผลการศึกษา พบว่าทั้งสี่ประเทศมีความเหมือนกันในลักษณะของปัญหา เช่น ความล่าช้าในการขนส่งและกระบวนการศุลกากร การเพิ่มขึ้นของต้นทุนแฝง เช่น ค่าเก็บสินค้า ค่าปรับ และค่าขนส่ง รวมถึงความจำเป็นในการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานราชการ อาทิ กรมศุลกากร กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานกำกับดูแลสินค้าเฉพาะประเภท นอกจากนี้ ยังพบว่า วิธีการแก้ไขปัญหาที่ใช้ได้ผล คือ การเตรียมเอกสารล่วงหน้า การตรวจสอบความถูกต้องก่อนการส่งออก และการบริหารจัดการการประสานงานกับตัวแทนและเจ้าหน้าที่รัฐอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเฉพาะของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน เช่น ประเทศเวียดนามประสบปัญหาการสะสมของสินค้าคงคลัง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากอัตราการจำหน่ายที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ กัมพูชาและมาเลเซียมีปัญหาด้านการขอใบอนุญาตและความไม่ครบถ้วนของเอกสารจดทะเบียนบริษัท ส่วนฟิลิปปินส์มีปัญหาขาดหลักฐานการชำระเงินที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินการศุลกากร จากผลการวิจัยนี้ ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปใช้เพื่อวางแผนการนำเข้าสินค้าอย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิผลในระดับภูมิภาค


การปรับปรุงความแม่นยำในการพยากรณ์ความต้องการสินค้าและประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง: กรณีศึกษาในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์, ณฐมน รัตนวรากูล Jan 2024

การปรับปรุงความแม่นยำในการพยากรณ์ความต้องการสินค้าและประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง: กรณีศึกษาในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์, ณฐมน รัตนวรากูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตัวแบบการพยากรณ์ความต้องการสินค้าและกำหนดนโยบายการจัดการสินค้าคงคลังให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของบริษัทกรณีศึกษา โดยบริษัทมีการจัดทำข้อมูลพยากรณ์โดยทีมขายแต่ไม่ได้มีการนำมาใช้ในการวางแผนสั่งซื้อจริง ส่งผลให้เกิดปัญหาการมีสินค้าคงคลังเกินความจำเป็น อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการขาดแคลนสินค้าในบางช่วงเวลาในงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยได้จำแนกประเภทสินค้าโดยใช้เทคนิค ABC Analysis โดยพิจารณาจากมูลค่าการใช้งานประจำปี และคัดเลือกเฉพาะสินค้ากลุ่ม A และ B จำนวน 4 รายการ ได้แก่ A-001, A-013, B-003 และ B-014 มาทำการศึกษา จากนั้นจึงวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายรายเดือนย้อนหลังปี ค.ศ. 2023 เพื่อตรวจสอบรูปแบบของข้อมูล พบว่าสินค้าทั้งหมดไม่แสดงแนวโน้มหรือฤดูกาลที่ชัดเจน ภายหลังจากการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการคัดเลือกและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของตัวแบบการพยากรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะของข้อมูล โดยใช้ดัชนีความคลาดเคลื่อน MAPE และ sMAPE เป็นเกณฑ์ประเมินผล จากผลการทดสอบพบว่าวิธี ARIMA ให้ค่าความคาดเคลื่อนต่ำที่สุดสำหรับสินค้า A-001, A-013 และ B-003 ในขณะที่วิธีค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ 3 เดือนให้ค่าความคาดเคลื่อนต่ำที่สุดสำหรับสินค้า B-014 โดยทั้ง 4 รายการสินค้าได้ค่า MAPE เฉลี่ยที่ 37.25% และ sMAPE เฉลี่ยที่ 29.21% เมื่อทดสอบกับข้อมูลยอดขายปี ค.ศ. 2024ในด้านการจัดการสินค้าคงคลัง ผู้วิจัยได้นำแนวคิดการสั่งซื้อแบบทบทวนตามช่วงเวลา (Periodic Review Policy) หรือ P-Model เพื่อคำนวณระดับการสั่งซื้อสูงสุด (Order-Up-To Level, OUL) และปริมาณการสั่งซื้อ (Order Quantity) สำหรับสินค้าแต่ละรายการ โดยอิงจากค่าพยากรณ์ความต้องการ ระยะเวลานำเข้า ช่วงเวลาทบทวน และระดับบริการที่ต้องการ ผลการประเมินแผนใหม่ที่นำเสนอพบว่าสามารถลดปริมาณสินค้าคงคลังเฉลี่ยลงได้ในทุกสินค้าทั้ง 4 รายการ โดยปริมาณสินค้าคงคลังเฉลี่ยลดลงทุกสินค้าเฉลี่ยร้อยละ 27.61 ในขณะที่สามารถลดต้นทุนรวมลงได้ 3 ใน 4 รายการ โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูงในกลุ่ม A ซึ่งสามารถลดต้นทุนรวมของระบบสินค้าคงคลังได้มากกว่า 25% สำหรับ A-001 ต้นทุนรวมลดลงจาก 1.80 ล้านบาท เหลือ 1.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลง 25.49% …


การปรับปรุงกระบวนการรับคืนของสินค้าแฟชั่นในธุรกิจระหว่างองค์กร, เตธรรศ ตรีศิลป์ปัญญากุล Jan 2024

การปรับปรุงกระบวนการรับคืนของสินค้าแฟชั่นในธุรกิจระหว่างองค์กร, เตธรรศ ตรีศิลป์ปัญญากุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการรับคืนสินค้าแฟชั่นในธุรกิจระหว่างองค์กร (B2B) โดยมุ่งเน้นการลดระยะเวลาในการดำเนินงานและลดต้นทุนที่เกิดจากการทำงานล่วงเวลา (Overtime) ผ่านการประยุกต์ใช้แนวคิด Lean Six Sigma (DMAIC) ร่วมกับเทคโนโลยีสารสนเทศประเภท Radio Data Terminal (RDT) ภายในคลังสินค้าของบริษัท ABC จำกัด การศึกษานี้เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัญหาและจุดที่ขาดประสิทธิภาพในกระบวนการเดิม แม้บางกิจกรรม เช่น การตรวจสอบคุณภาพ จะถือเป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่า (Value-Added Activities) แต่กลับใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ (Lead Time) สูง เนื่องจากมีการจัดเก็บสินค้าที่ไม่เป็นระบบ การคัดแยกซ้ำซ้อน และการพึ่งพาการทำงานล่วงเวลาจำนวนมาก ดังนั้นจึงได้มีการปรับปรุงกระบวนการโดยนำเทคโนโลยี RDT เข้ามาสนับสนุนในขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การตรวจสอบคุณภาพ การคัดแยกสินค้า และการบรรจุสินค้าลงกล่องใหม่ภายใต้ระบบเดียวกัน ซึ่งช่วยลดข้อผิดพลาดจากแรงงานมนุษย์ และเพิ่มความแม่นยำในการจัดเก็บข้อมูลผลการวิจัยพบว่า ค่าใช้จ่ายจากการทำงานล่วงเวลาลดลงจาก 550,800 บาท เหลือเพียง 80,648.48 บาทต่อเดือน จำนวนขั้นตอนในกระบวนการลดลงจาก 10 ขั้นตอน เหลือเพียง 4 ขั้นตอน ขณะที่ Lead Time และ Production Time ลดลงจาก 55 ชั่วโมง เหลือ 34.21 ชั่วโมง คิดเป็นการลดลงร้อยละ 37.8 โดยที่จำนวนแรงงานคงที่ที่ 35 คน แต่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มทรัพยากรหรือระยะเวลาการทำงาน การปรับปรุงกระบวนการในครั้งนี้จึงส่งผลให้บริษัทสามารถดำเนินงานได้รวดเร็วขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ


การปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อการส่งออกสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ กรณีศึกษาผู้ผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป, กฤษณะพงษ์ เกตุขุนทด Jan 2024

การปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อการส่งออกสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ กรณีศึกษาผู้ผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป, กฤษณะพงษ์ เกตุขุนทด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบแนวทางการขนส่งสินค้าเพื่อการส่งออกที่เหมาะสมสำหรับผู้ผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูปในประเทศไทย โดยพิจารณาแนวทางการขนส่งหลัก 3 แนวทาง ได้แก่ คลังสินค้าเช่า และทำการขนส่งด้วยรถบรรทุกทั้งหมด คลังสินค้าสร้างเองในโรงงาน และทำการขนส่งด้วยรถบรรทุกทั้งหมด คลังสินค้าสร้างเองในโรงงาน และทำการขนส่งด้วยรถบรรทุกควบคู่กับการขนส่งผ่าน สถานีบรรจุและแยกสินค้า กล่องลาดกระบัง (Inland Container Depot: ICD) เพื่อขนส่งด้วยรถไฟไปที่ท่าเรือ การประเมินต้นทุนรวมในช่วงเวลา 10 ปี ดำเนินการภายใต้สมมติฐาน 3 กรณี ได้แก่ กรณีฐาน (Base Case) ที่ปริมาณส่งออกเติบโตปีละ 2%, กรณี High Demand ที่เติบโตปีละ 6% และกรณีที่ต้นทุนปรับตัวตาม Real GDP ที่ 1.8% ต่อปี ผลการศึกษา พบว่า แนวทางที่ 1 มีต้นทุนรวมต่ำที่สุดในกรณี Base Case แต่ไวต่อความผันผวนของต้นทุน ผันแปร แนวทางที่ 2 มีต้นทุนสูงที่สุดที่เกิดจากการลงทุนสร้างคลังสินค้า แต่สามารถรองรับปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นจากความต้องการในอนาคตได้ ส่วนแนวทางที่ 3 แม้มีต้นทุนระดับกลางที่เกิดจากก่อสร้างคลังสินค้า แต่สามารถควบคุมต้นทุนด้านการขนส่งได้ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตามจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม พบว่ายังมีข้อจำกัดของระบบราง เช่น ความไม่แน่นอนของรอบรถ ตารางรถไฟอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดต้นทุนแฝงและกระทบต่อความเชื่อมั่น ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจของผู้ประกอบการในการเลือกแนวทางขนส่งที่เหมาะสม และวางแผนการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของการส่งออกในอนาคต


การปรับปรุงนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลัง กรณีศึกษา บริษัท ขายเครื่องปรับอากาศ, ชัชชน เลิศจินตนากิจ Jan 2024

การปรับปรุงนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลัง กรณีศึกษา บริษัท ขายเครื่องปรับอากาศ, ชัชชน เลิศจินตนากิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลังของบริษัทขายเครื่องปรับอากาศ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มระดับการให้บริการไม่น้อยกว่า 95% และลดต้นทุนในการจัดเก็บสินค้าให้น้อยที่สุด การดำเนินงานเริ่มจากการศึกษาข้อมูลความต้องการสินค้าของลูกค้าย้อนหลัง 3 ปี ข้อมูลตั้งแต่ปี 2563 ถึงปี 2566 และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการจำแนกความสำคัญของสินค้าแบบ ABC เพื่อระบุสินค้าที่มีความสำคัญสูงสุด และ Demand Classification เพื่อแบ่งกลุ่มตามประเภทความต้องการสินค้า จากนั้นใช้เทคนิคการพยากรณ์ วิเคราะห์หาค่าพยากรณ์ความต้องการสินค้าในอนาคต เพื่อกำหนดนโยบายสินค้าคงคลังที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงต้นทุนการสั่งซื้อ ต้นทุนการเก็บรักษา และความเสี่ยงของสินค้าขาดมือ โครงงานได้นำเสนอแนวทางการปรับปรุงนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลังผ่านการจำลองสถานการณ์แบบต่าง ๆ เช่น แบบจำลองจุดสั่งซื้อ และแบบจำลองระดับคงคลังเป้าหมาย พร้อมทั้งประเมินประสิทธิภาพด้วยเกณฑ์การวัดความแม่นยำของการพยากรณ์ด้วยวิธีร้อยละของค่าสัมบูรณ์ของค่าคลาดเคลื่อนเมื่อเทียบกับค่าความต้องการจริงโดยเฉลี่ย ผลการวิเคราะห์พบว่าสามารถปรับปรุงนโยบายการเติมเต็มสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนการจัดเก็บสินค้าได้ และเพิ่มความสามารถในการตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ดีขึ้น ตรงตามเป้าหมายที่กำหนด