Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Landscape Architecture Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 31 - 59 of 59

Full-Text Articles in Landscape Architecture

การวิเคราะห์โครงสร้างภูมินิเวศกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์และการขยายตัวของเมือง กรณีศึกษา เปรียบเทียบเมืองเก่าสุโขทัยและตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบัน, สุพิชญา โอสถศิลป์ Jan 2021

การวิเคราะห์โครงสร้างภูมินิเวศกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์และการขยายตัวของเมือง กรณีศึกษา เปรียบเทียบเมืองเก่าสุโขทัยและตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบัน, สุพิชญา โอสถศิลป์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภูมินิเวศเป็นเงื่อนไขของการตั้งถิ่นฐานและข้อจำกัดของการขยายตัวของเมือง ที่ราบภาคกลางตอนบนเป็นภูมินิเวศเกิดจากการกระทำของน้ำที่ทำให้เกิดโครงสร้างภูมิสัณฐานของตะพักลำน้ำและที่ราบน้ำท่วมถึงซึ่งส่งผลต่อคุณลักษณะของภูมินิเวศ ที่ตั้งของเมืองเก่าสุโขทัยในที่ราบภาคกลางตอนบนช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นการตั้งถิ่นฐานบนตะพักลำน้ำ ส่วนตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบันเป็นการขยายตัวของการตั้งถิ่นฐานของชุมชนบนคันดินธรรมชาติริมแม่น้ำยมในบริเวณที่ราบน้ำท่วมถึง วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจภูมินิเวศที่เป็นเงื่อนไขของการตั้งถิ่นฐานและการขยายตัวของเมืองโดยทำการศึกษาโครงสร้างภูมินิเวศและความสัมพันธ์ของเงื่อนไขภูมินิเวศต่อการตั้งถิ่นฐานโดยทำการศึกษาเปรียบเทียบเมืองเก่าสุโขทัยและตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบันในที่ราบภาคกลางตอนบน เพื่อวิเคราะห์เงื่อนไขภูมินิเวศและลักษณะการตั้งถิ่นฐานที่แตกต่างกันโดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และการรับรู้ระยะไกล เพื่อจำแนกโครงสร้างและพลวัตเพื่อการระบุเงื่อนไขภูมินิเวศของพื้นที่ศึกษาและทำการวิเคราะห์ลักษณะการตั้งถิ่นฐานและการขยายตัวของเมืองในภูมินิเวศ จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างภูมินิเวศของที่ตั้งที่แตกต่างกันส่งผลต่อเงื่อนไขข้อจำกัดของเมือง เมืองเก่าสุโขทัยเป็นการตั้งถิ่นฐานเดิมบนตะพักลำน้ำที่เป็นที่สูงแต่มีข้อจำกัดในด้านความแล้งของพื้นที่ ทางด้านของตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบันบริเวณริมแม่น้ำยมมีข้อจำกัดของพื้นที่คันดินธรรมชาติ ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่เริ่มขึ้นจากการขยายตัวของเมืองออกจากพื้นที่คันดินธรรมชาติไปในที่ลุ่มต่ำ การพัฒนาเมืองและโครงข่ายถนนรวมทั้งการจัดการน้ำที่ไม่เข้าใจลักษณะภูมินิเวศก่อให้เกิดการกีดขวางการระบายน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดปัญหาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่แล้วยังส่งผลกระทบต่อกระบวนการเชิงนิเวศของพื้นที่


สวนสาธารณะสำหรับสุนัข : การศึกษาปัจจัยการใช้พื้นที่ร่วมกันสำหรับสุนัข เจ้าของและผู้ใช้งานสวนสาธารณะอื่นๆ, สุดารัตน์ คงวิโรจน์ Jan 2020

สวนสาธารณะสำหรับสุนัข : การศึกษาปัจจัยการใช้พื้นที่ร่วมกันสำหรับสุนัข เจ้าของและผู้ใช้งานสวนสาธารณะอื่นๆ, สุดารัตน์ คงวิโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

จากข้อมูลการเลี้ยงสัตว์ของประชากรในกรุงเทพมหานครพบว่าสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยมเลี้ยงมากเป็นอันดับหนึ่ง ทำให้ความต้องการพื้นที่สำหรับสุนัขสามารถเข้าใช้บริการเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครเนื่องจากมีพื้นที่จำนวนจำกัด ลักษณะที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียม บ้านแถว หอพัก จึงทำให้พื้นที่สำหรับสุนัขใช้ทำกิจกรรมและออกกำลังกายในชีวิตประจำวันมีไม่เพียงพอต่อความต้องการและอาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว และการเกิดโรคต่างๆกับสุนัข การจัดสรรพื้นที่สำหรับสุนัขหรือสวนสุนัขจึงมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของสุนัข เจ้าของสุนัข และประชนทั่วไปในปัจจุบัน วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อให้ทราบถึงปัจจัยการใช้พื้นที่ร่วมกันระหว่างสุนัข เจ้าของ และผู้ใช้งานภายในสวนสาธารณะ รวมไปถึงประโยชน์ของการจัดแบ่งพื้นที่สวนสุนัขให้เหมาะสมและส่งผลกระทบทางลบแก่ผู้ใช้งานภายในสวนสาธารณะน้อยที่สุด วิธีการวิจัยประกอบด้วยการลงพื้นที่กรณีศึกษาเพื่อเก็บข้อมูลโดยการสังเกตการณ์ สัมภาษณ์ แจกแบบสอบถามการทำกิจกรรมของสุนัข เจ้าของ และผู้ใช้งานภายในสวนสาธารณะทั้งสองแห่งคือ สวนสาธารณะบางแคภิรมย์และศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน รวมไปถึงการตอบแบบสอบถามออนไลน์จากผู้เลี้ยงสุนัขถึงความต้องการให้มีการจัดสรรพื้นที่สำหรับสวนสุนัขในประเทศไทย ซึ่งผลจากการสังเกตการณ์และสัมภาษณ์เจ้าของสุนัข ผู้ใช้งานภายในสวนสาธารณะ รวมถึงเจ้าของสุนัขที่ตอบแบบสอบถามออนไลน์นอกเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครเห็นด้วยกับการจัดสรรพื้นที่และการจัดสร้างสวนสุนัขสำหรับสุนัขและเจ้าของทั้งในปัจจุบันและในอนาคต


การประเมินคุณภาพเชิงทัศน์ของภูมิทัศน์วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี, โยษิตา อุบลวัตร Jan 2020

การประเมินคุณภาพเชิงทัศน์ของภูมิทัศน์วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี, โยษิตา อุบลวัตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เมืองลพบุรีเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 แต่ละยุคสมัยได้สะท้อนถึงวัฒนธรรม เอกลักษณ์ ศิลปะ ซึ่งออกมาในรูปแบบสถาปัตยกรรมและโบราณวัตถุต่างๆที่ทรงคุณค่าและยังคงหลงเหลือในปัจจุบัน ด้วยทรัพยากรเหล่านี้ทำให้ปัจจุบันลพบุรีเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ แต่ด้วยในปัจจุบันเมืองลพบุรีมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับภูมิทัศน์เมืองและความสวยงามด้านทัศนียภาพ ทำให้การคำนึงถึงความงามของเมืองเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดการรับรู้ทัศนียภาพของเมืองแห่งประวัติศาสตร์ได้อย่างสวยงามอีกทั้งยังทำให้ซาบซึ้งในคุณค่าและประวัติความเป็นมาของเมือง การประเมินคุณภาพเชิงทัศน์มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาปัจจุบัน ซึ่งทำให้เข้าใจองค์ประกอบของเมืองที่ส่งผลต่อสุนทรียภาพที่เพิ่มมากขึ้นหรือลดน้อยลงอันก่อให้เกิดความขัดแย้งในทัศนียภาพ การประเมินคุณภาพเชิงทัศน์เริ่มจากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับกับแนวความคิด ทฤษฎีการประเมินสุนทรียภาพร่วมกับการจัดทำแบบสอบถามโดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ประเมิน ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 200 คน แบ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างชาวลพบุรีจำนวน 100 คนและกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยว 100 คน เพื่อหาสุนทรียภาพของเมืองในปัจจุบันและวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดสุนทรียภาพ ผลการศึกษาพบว่า ชาวลพบุรีมีการรับรู้สุนทรียภาพของเมืองในปัจจุบันน้อยกว่านักท่องเที่ยว และต้องการเปลี่ยนแปลงทัศนียภาพเมืองเนื่องจากปัญหามลทัศน์ที่เกิดขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวมีการรับรู้ถึงสุนทรียภาพของเมืองในปัจจุบันมากโดยมีความคิดเห็นว่าเมืองเก่าและเมืองใหม่อยู่ร่วมกันทำให้เกิดความงามที่ผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อความงามของทัศนียภาพขึ้นอยู่กับองค์ประกอบการจัดวางตำแหน่งของสถาปัตยกรรม มุมมอง ระยะ สัดส่วนทรัพยากรทางสายตา สีของบริบทและรูปร่างหน้าตาอาคาร


การศึกษาภูมิทัศน์พลวัตน้ำหลากและนิเวศบริการพื้นที่ราบน้ำท่วมถึง แม่น้ำยม กรณีศึกษา ตำบลกง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย, ภัคเกษม ธงชัย Jan 2020

การศึกษาภูมิทัศน์พลวัตน้ำหลากและนิเวศบริการพื้นที่ราบน้ำท่วมถึง แม่น้ำยม กรณีศึกษา ตำบลกง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย, ภัคเกษม ธงชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พลวัตน้ำหลากเป็นกระบวนการสำคัญในการขับเคลื่อนให้แม่น้ำและพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงมีความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพ อันทำให้มนุษย์ได้พึ่งพาอาศัยทรัพยากร ภายในภูมิทัศน์ดังกล่าว เพื่อหล่อเลี้ยงชุมชนของพวกเขา อย่างไรก็ดีการพัฒนาและการควบคุมระบบทางอุทกวิทยาของแม่น้ำในปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมการปลูกข้าวนอกฤดูและการป้องกันน้ำท่วม เช่น การสร้างคันกั้นน้ำ เขื่อน และประตูระบายน้ำ ไม่ได้คำนึงถึงพลวัตน้ำหลาก ทำให้พลวัตนี้เปลี่ยนแปลงและส่งผลต่อภูมิทัศน์พลวัตน้ำหลาก และการดำรงชีวิตของมนุษย์ วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ในการทำความเข้าใจโครงสร้าง บทบาทหน้าที่ การเปลี่ยนแปลงและพลวัตของภูมิทัศน์พลวัตน้ำหลากในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำยม ตำบลกง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย โดยการวิเคราะห์ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และการรับรู้ระยะไกลเพื่อจำแนกโครงสร้างทางภูมินิเวศ และพลวัตน้ำหลากจากภาพดาวเทียม วิทยานิพนธ์นี้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และภูมิทัศน์พลวัตน้ำหลาก โดยการลงพื้นที่สัมภาษณ์ และได้มีการรวบรวมงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่ออธิบายบทบาทหน้าที่และนิเวศบริการของภูมิทัศน์พลวัตน้ำหลาก อีกทั้งสำรวจและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์โดยมนุษย์ ด้วยการเปรียบเทียบแผนที่ทางประวัติศาสตร์และแผนที่ในปัจจุบัน วิทยานิพนธ์นี้แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์พลวัตน้ำหลากโดยมนุษย์ส่งผลให้น้ำหลากลดลง ได่แก่ การสร้างคันกั้นน้ำที่ขัดขวางความต่อเนื่องระหว่างแม่น้ำและที่ราบน้ำท่วมถึง ทำให้ปลาที่เป็นทรัพยากรที่สำคัญในตำบลกงลดลงไม่สามารถอพยพเข้าสู่พื้นที่ราบน้ำท่วมถึงได้ ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในตำบลกงขาดการเข้าถึงแหล่งอาหารตามธรรมชาติ อีกทั้งเศรษฐกิจชุมชนที่มีฐานผลิตมาจากการทำประมงน้ำจืดถดถอย


คุณค่าขององค์ประกอบทางภูมิทัศน์กลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด จังหวัดบุรีรัมย์, จุลนาถ วรรณโกวิท Jan 2020

คุณค่าขององค์ประกอบทางภูมิทัศน์กลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด จังหวัดบุรีรัมย์, จุลนาถ วรรณโกวิท

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและระบุคุณค่าขององค์ประกอบทางภูมิทัศน์ของกลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งประเทศไทยได้เสนอชื่อเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยมีประเด็นการศึกษา ได้แก่ แบบแผนการตั้งถิ่นฐานและการวางผังเมือง การวางผังบริเวณและการวางผังอาคาร การควบคุมและการจัดการน้ำ และมุมมองและคุณภาพเชิงทัศน์ โดยศึกษาจากภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายจากดาวเทียม เอกสารทางประวัติศาสตร์ การสำรวจและการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีประสบการณ์ด้านงานอนุรักษ์ ต่อจากนั้นแล้วทำการศึกษาเปรียบเทียบคุณค่าขององค์ประกอบทางภูมิทัศน์ระหว่างพื้นที่ศึกษากับแหล่งมรดกโลกต้นแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา ตามรอยอารยธรรมขอม จากแนวคิดหลักในการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเป็นแหล่งมรดกโลก โดยมุ่งเน้นประเด็นเรื่องกระบวนการประเมินคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษา พบว่าคุณค่าทางภูมิทัศน์เกิดจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบความเหมือน ความแตกต่าง หรือความโดดเด่นเป็นพิเศษในแง่มุมต่างๆ ตามเกณฑ์การพิจารณาแหล่งมรดกโลก รวมไปถึงความครบถ้วนสมบูรณ์และความเป็นของแท้ดั้งเดิม กลุ่มโบราณสถานสำคัญของพื้นที่ศึกษา ซึ่งได้แก่ กลุ่มปราสาทพนมรุ้ง กลุ่มปราสาทเมืองต่ำ และกลุ่มปราสาทปลายบัด ถือเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของอารยธรรมขอมในเรื่องการเลือกทำเลที่ตั้ง การออกแบบวางผังภูมิทัศน์ การควบคุมและการจัดการน้ำบนที่สูงและที่ราบ รวมถึงเรื่องมุมมองที่สำคัญ และคุณค่าขององค์ประกอบทางภูมิทัศน์นี้เองจะเป็นข้อมูลสนับสนุนส่วนหนึ่งในการขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมต่อไป


การออกแบบภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ โครงการบ้านเดี่ยวในเขตกรุงเทพฯ: กรณีศึกษา โครงการเพอร์เฟค เพลส, กชมน แก้วพรหม Jan 2020

การออกแบบภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ โครงการบ้านเดี่ยวในเขตกรุงเทพฯ: กรณีศึกษา โครงการเพอร์เฟค เพลส, กชมน แก้วพรหม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการออกแบบภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางมากขึ้นเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการขายและการตัดสินใจซื้อโครงการบ้านเดี่ยวในเขตกรุงเทพฯ เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี น่าสนใจต่อการอยู่อาศัย ตรงความต้องการของผู้ตัดสินใจซื้อบ้าน และเป็นแนวทางสำหรับการวางแผนพัฒนาการออกแบบภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด ขอบเขตการวิจัยคือโครงการเพอร์เฟค เพลส เนื่องจากเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับราคา 5 - 10 ล้านบาท ที่มีหลายโครงการกระจายตัวทั่วไปในกรุงเทพฯ และมีจำนวนผู้ซื้อมากพอที่จะได้ผลสำรวจที่เชื่อถือได้ โดยงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุลักษณะความต้องการส่วนบุคคลที่สัมพันธ์ต่อการออกแบบภูมิทัศน์ พื้นที่ส่วนกลางโครงการบ้านเดี่ยวระดับราคา 5 - 10 ล้านบาท ตลอดจนเพื่อเสนอแนะข้อพิจารณาการออกแบบภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางโครงการบ้านเดี่ยวระดับราคา 5 - 10 ล้านบาท การวิจัยเริ่มต้นด้วยการทบทวนวรรณกรรมและแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง สัมภาษณ์ผู้ประกอบการ ซึ่งมีตำแหน่งภูมิสถาปนิก สถาปนิกหรือผู้ออกแบบ ฝ่ายวางแผนโครงการและการตลาด และสำรวจความต้องการส่วนบุคคลโดยใช้แบบสอบถามกับผู้ที่ซื้อและกำลังจะซื้อโครงการ ผลจากแบบสัมภาษณ์พบว่าองค์ประกอบหลักของพื้นที่ส่วนกลางได้แก่ ทางเข้าโครงการ ถนนและทางเท้าภายในโครงการ สวนส่วนกลาง และสโมสร และปัจจัยการออกแบบภูมิทัศน์ได้แก่ การวางตำแหน่งที่ตั้ง ลักษณะทางกายภาพของงานออกแบบ ขนาด และรูปแบบกิจกรรมและประโยชน์ใช้สอย ผลจากแบบสอบถามพบว่าองค์ประกอบของพื้นที่ส่วนกลางที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ความปลอดภัยของพื้นที่ทางเข้าโครงการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเป็นลำดับแรก โดยที่รูปแบบกิจกรรมและประโยชน์ใช้สอยของสวนส่วนกลางติดกับซุ้มทางเข้าโครงการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเป็นลำดับสุดท้าย ข้อพิจารณาในการออกแบบทางเข้าโครงการ ถนนและทางเท้าภายในโครงการ สวนส่วนกลาง และสโมสร ควรพัฒนาให้เป็นไปตามพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้ซื้อ โดยพบว่าผู้ซื้อให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในโครงการพักอาศัยในด้านความปลอดภัยและความสะดวกในชีวิตประจำวันมากกว่าเรื่องขนาดและตำแหน่งของภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลาง


แนวทางการปรับปรุงกายภาพภายนอกอาคารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว, สุทธิมา มณีโรจน์ Jan 2020

แนวทางการปรับปรุงกายภาพภายนอกอาคารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว, สุทธิมา มณีโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีแนวทางมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นเหตุผลประการหนึ่งในการเข้าร่วมการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของ UI Green Metric ซึ่งคะแนนในปี 2559 ได้คะแนนรวมจากทุกด้านคิดเป็นร้อยละ 33.51 ของคะแนนทั้งหมด จึงต้องทราบถึงศักยภาพและข้อจำกัดของมหาวิทยาลัยในการก้าวเข้าสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวในอันดับต้น ๆ ของประเทศและมีคะแนนการจัดอันดับที่สูงขึ้น การศึกษาครั้งนี้เพื่อหาแนวทางการปรับปรุงกายภาพภายนอกอาคารของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งใช้เกณฑ์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียว 5 ด้าน คือ 1) การวางโครงสร้างพื้นฐาน 2) การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 3) การจัดการของเสีย 4) การจัดการน้ำ และ 5) การสัญจรขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการทบทวนวรรณกรรม ใช้เครื่องมือการสำรวจและสัมภาษณ์ โดยสัมภาษณ์ผู้บริหารด้านกายภาพของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หัวหน้าโครงการมหาวิทยาลัยสีเขียวและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการมหาวิทยาลัยสีเขียว เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพและข้อจำกัดตลอดจนข้อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงกายภาพภายนอกอาคาร ผลการศึกษาสามารถสรุปผลจากการทบทวนวรรณกรรม การสำรวจและการสัมภาษณ์ ได้ว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีการดำเนินงานตามเกณฑ์มหาวิทยาลัยสีเขียวโดยมี 2 ด้านที่มีศักยภาพคะแนนค่อนข้างเป็นไปตามเป้าหมาย คือ 1) ด้านการวางโครงสร้างพื้นฐาน และ 2) ด้านการจัดการน้ำ ส่วนด้านที่ยังไม่เป็นตามเป้าหมายควรปรับปรุงเป็นอันดับแรก ได้แก่ 1) ด้านการจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 2) ด้านการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3) ด้านการจัดการของเสีย


ปัจจัยที่มีผลต่อการดูแลบำรุงรักษาภูมิทัศน์สถานพักตากอากาศระดับ 5 ดาว จังหวัดภูเก็ต, ปฏิปัน โพธิยะราช Jan 2020

ปัจจัยที่มีผลต่อการดูแลบำรุงรักษาภูมิทัศน์สถานพักตากอากาศระดับ 5 ดาว จังหวัดภูเก็ต, ปฏิปัน โพธิยะราช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีศักยภาพในการช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ธุรกิจโรงแรมและสถานพักตากอากาศระดับ 5 ดาว จึงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากเครือโรงแรมไทยและต่างชาติ โดยมีภูมิทัศน์ที่สวยงามเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มมูลค่า และสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์โรงแรม ทั้งงานวัสดุพืชพันธุ์และงานพื้นผิวดาดแข็งและสิ่งปลูกสร้าง หากแต่การจะคงสภาพความสวยงามโดยเฉพาะวัสดุพืชพันธุ์ให้ดีอยู่เสมอ จำเป็นต้องมีการดูแลบำรุงรักษาอย่างดี และสม่ำเสมอต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลายด้านที่เกี่ยวข้อง วิทยานิพนธ์ปัจจัยที่มีผลต่อการดูแลรักษาภูมิทัศน์สถานพักตากอากาศระดับ 5 ดาว จังหวัดภูเก็ต พื้นที่ศึกษาที่ผ่านเกณฑ์ในการคัดเลือก 3 แห่ง ได้แก่ อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่า บันยัน ทรี รีสอร์ท ภูเก็ต และโรสวู้ด ภูเก็ต มีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูล ค้นหาอุปสรรคและปัจจัย โดยนำผลจากการทบทวนวรรณกรรม การลงสำรวจพื้นที่ศึกษา การสัมภาษณ์ผู้ออกแบบภูมิทัศน์ ผู้จัดการงานภูมิทัศน์ และผู้ปฏิบัติงานดูแลบำรุงรักษาภูมิทัศน์ มาวิเคราะห์ วิจารณ์ และสรุปผล เพื่อเป็นแนวทางการศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป ผลจากการวิจัย พบว่า ปัจจัยทางธรรมชาติ โดยมีสภาพภูมิอากาศที่มีความชื้นตลอดปี มีฝนตกชุก ไอเค็มจากทะเล ลมมรสุม สภาพดินร่วนปนทราย ความเค็ม และขาดแคลนแหล่งน้ำจืด ประกอบกับปัจจัยด้านนโยบายและมาตรฐานเครือโรงแรม เป็นตัวกำหนดนโยบาย มาตรฐาน และความต้องการต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มพัฒนาโครงการ โดยทั้งสองเป็นปัจจัยตั้งต้นที่ทำให้เกิดข้อจำกัด อุปสรรค ซึ่งส่งผลกระทบต่อปัจจัยด้านอื่น ๆ ได้แก่ ปัจจัยด้านการวางผังบริเวณและการออกแบบ ปัจจัยด้านการเลือกใช้วัสดุพืชพันธุ์ และปัจจัยด้านการจัดการงานดูแลบำรุงรักษาภูมิทัศน์ และมีผลต่อการดูแลบำรุงรักษาภูมิทัศน์สถานพักตากอากาศระดับ 5 ดาว จังหวัดภูเก็ต ตามมา


แนวทางการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และพัฒนาโครงข่ายเส้นทางสีเขียวในเขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร, พรพิชชา นันตา Jan 2020

แนวทางการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และพัฒนาโครงข่ายเส้นทางสีเขียวในเขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร, พรพิชชา นันตา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กรุงเทพมหานครมีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมหลายประการจากการขยายตัวของเมือง ทำให้พื้นที่สีเขียวในเมืองลดลง ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศของเมือง และสุขภาวะของประชากรที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร จากปัญหาทำให้ทางกรุงเทพมหานครได้มีการจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพมหานครระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2556 – 2575) ขึ้นมา โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวในรูปแบบสวนสาธารณะไม่น้อยกว่า 9 ตารางเมตรต่อคน และพื้นที่สีเขียวมีการกระจายครอบคลุมไปทั่วพื้นที่ จากข้อมูลสถิติ 2559 กรุงเทพมหานคร พบว่ามีพื้นที่สีเขียวในรูปแบบสวนสาธารณะ 6.15 ตารางเมตรต่อคน โดยเขตที่มีอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวในรูปแบบสวนสาธารณะน้อยที่สุดคือเขตวัฒนามี 1.51 ตารางเมตรต่อคน จึงนำมาสู่งานวิจัยเพื่อหาแนวทางในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในรูปแบบสวนสาธารณะและเสนอการเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่สีเขียวที่มีอยู่เดิม พื้นที่สีเขียวที่เพิ่มมาใหม่ และศูนย์รวมกิจกรรมให้เกิดเป็นโครงข่ายเส้นทางสีเขียว และเสนอแนวทางการพัฒนาเส้นทางสีเขียวในเขตวัฒนา กระบวนการศึกษาเริ่มจากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี กฎหมาย และนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและโครงข่ายเส้นทางสีเขียว รวมถึงข้อมูลพื้นที่เขตวัฒนา เพื่อกำหนดกรอบแนวความคิดในการหาพื้นที่สีเขียว การคัดเลือกพื้นที่และเส้นทางที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยง และปัจจัยที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินศักยภาพพื้นที่และเส้นทาง จากการสำรวจของผู้วิจัยด้วยเกณฑ์พิจารณาของผู้วิจัย 3 ข้อ ได้แก่ กรรมสิทธิ์ที่ดิน ระดับการใช้ประโยชน์ และขนาดพื้นที่สีเขียวหรือที่ว่าง พบพื้นที่สีเขียวในรูปแบบสวนสาธารณะทั้งหมด 63 แห่ง เมื่อนำมารวมกับพื้นที่สีเขียวในรูปแบบสวนสาธารณะของเขตวัฒนาปี 2562 จากการสำรวจของกรุงเทพมหานคร ที่มีจำนวน 149 แห่ง คิดเป็นอัตราส่วน 1.69 ตารางเมตรต่อคน เขตวัฒนาจะมีพื้นที่สีเขียวในรูปแบบสวนสาธารณะทั้งหมด 212 แห่ง คิดเป็นอัตราส่วน 3.16 ตารางเมตรต่อคน โดยปัจจัยที่ใช้พิจารณาศักยภาพพื้นที่มีทั้งหมด 6 ปัจจัย และปัจจัยที่ใช้พิจารณาศักยภาพเส้นทางมีทั้งหมด 6 ปัจจัย ผลการวิจัยพบว่ามีพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงในเขตวัฒนาจำนวนทั้งหมด 170 แห่ง และมีเส้นทางสีเขียวในเขตวัฒนาจำนวนทั้งหมด 81 เส้น เป็นเส้นทางหลัก 12 เส้น และเส้นทางรอง 69 เส้น ในงานวิจัยนี้ผู้ศึกษาได้คัดเลือกเส้นทางสีเขียวมาเสนอตัวอย่างการพัฒนาทั้งหมด 5 เส้นทาง ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีรูปแบบแตกต่างกันเพื่อใช้เป็นต้นแบบให้กับเส้นทางสีเขียวอื่น ๆที่มีรูปแบบเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน ดังนี้ แนวทางการพัฒนาเส้นทางสีเขียวมี 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางริมคลองพระโขนง เส้นทางริมถนนสุขุมวิท 39 และเส้นทางริมทางรถไฟเลียบทางพิเศษเฉลิมมหานคร แนวทางการปรับปรุงเส้นทางสีเขียวมี 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางริมถนนและทางเดินลอยฟ้าบริเวณถนนสุขุมวิท …


การจำแนกและวิเคราะห์ทัศนียภาพภูมิทัศน์แม่น้ำยมตอนบน กรณีศึกษาหมู่บ้านดอนชัยสักทอง อำเภอสอง จังหวัดแพร่, เจนจิรา ลิมะวิรัชพงษ์ Jan 2019

การจำแนกและวิเคราะห์ทัศนียภาพภูมิทัศน์แม่น้ำยมตอนบน กรณีศึกษาหมู่บ้านดอนชัยสักทอง อำเภอสอง จังหวัดแพร่, เจนจิรา ลิมะวิรัชพงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภูมิทัศน์แม่น้ำเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ที่มีสายน้ำเป็นศูนย์กลาง โดยแม่น้ำเป็นสายน้ำที่ไหลตามพื้นผิวโลกมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตบกและน้ำ ซึ่งพลวัตของน้ำส่งผลต่อแม่น้ำทำให้เกิดความหลากหลายของผลผลิตที่มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และนิเวศบริการ การวิจัยมุ่งเน้นที่ชุมชนบ้านดอนชัยสักทองซึ่งตั้งอยู่ในลุ่มแม่น้ำยมตอนบนของประเทศไทย เป็นชุมชนดั้งเดิมที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับภูมิทัศน์แม่น้ำ วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ เพื่อจำแนกองค์ประกอบและปัจจัยที่ทำให้เกิดภูมิทัศน์แม่น้ำยมตอนบนและการรับรู้สภาพแวดล้อมที่นำมาสู่การวิเคราะห์ทัศนียภาพ โดยกระบวนการวิจัยประกอบไปด้วย การสอบถามมุขปาฐะ การวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์และการตีความทัศนียภาพจากภาพถ่ายที่เป็นเครื่องมือแสดงองค์ความรู้ทางนิเวศวิทยาของแม่น้ำยมตอนบนจากการตีความภาพ ผลการวิจัยพบว่าการเปรียบเทียบองค์ประกอบทางกายภาพของท้องถิ่นแม่น้ำยมตอนบนเกิดจากการรับรู้สภาพแวดล้อมของมนุษย์ ซึ่งจากลักษณะภูมิทัศน์ที่แตกต่างกันทำให้เกิดนิเวศบริการทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ได้แก่ ความเชื่อ ความรู้ในการใช้งานทรัพยากร การดำรงชีพและบรรทัดฐาน ที่อธิบายความสัมพันธ์ของการวิเคราะห์ทัศนียภาพ ในผลสรุปจากทัศนียภาพแสดงลักษณะภูมิทัศน์ที่โดดเด่น คือ หาดและแก่ง ที่สร้างให้เกิดความเข้าใจและอนุรักษ์ และใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนการใช้ประโยชน์ภูมิทัศน์แม่น้ำยมตอนบน


ทัศนคติต่อภูมิทัศน์ด้านการส่งเสริมความรู้สึกถึงการฟื้นคืนพลังจากความเหนื่อยล้าทางจิตใจ, พีรพรรณ ธีรบุษยเวศย์ Jan 2019

ทัศนคติต่อภูมิทัศน์ด้านการส่งเสริมความรู้สึกถึงการฟื้นคืนพลังจากความเหนื่อยล้าทางจิตใจ, พีรพรรณ ธีรบุษยเวศย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันการศึกษาเกี่ยวกับภูมิทัศน์ธรรมชาติในฐานะที่มีส่วนในการช่วยฟื้นฟูจิตใจและส่งเสริมสุขภาวะนั้นเป็นที่ยอมรับในแวดวงวิชาการทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับวิทยานิพนธ์นี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบภูมิทัศน์ธรรมชาติที่สามารถส่งเสริมความรู้สึกถึงการฟื้นคืนพลังจากความเหนื่อยล้าทางจิตใจ จากการบูรณาการแนวคิดและทฤษฏีทางจิตวิทยาสภาพแวดล้อมในทฤษฎีฟื้นฟูความใส่ใจ (The Attention Restoration Theory: ART) เข้ากับองค์ความรู้ทางภูมิสถาปัตยกรรม ซึ่งคือแนวความคิดเรื่องความพึงพอใจต่อภูมิทัศน์ (Landscape preference) ทั้งนี้กระบวนการวิจัยคือการประยุกต์นำเครื่องมือมาตรวัดทางจิตวิทยาเข้ามาใช้ทดสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการทางสถิติเพื่อศึกษาคุณสมบัติในการส่งเสริมความรู้สึกถึงฟื้นคืนพลังของภูมิทัศน์ธรรมชาติ 3 แบบคือ ภูมิทัศน์ป่า ภูมิทัศน์ทุ่งหญ้า และภูมิทัศน์ริมน้ำ และความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเหนื่อยล้าทางจิตใจกับทัศนคติต่อภูมิทัศน์ธรรมชาติด้านการส่งเสริมความรู้สึกถึงการฟื้นคืนพลังจากความเหนื่อยล้าทางจิตใจ เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบภูมิทัศน์ให้สามารถรองรับการปรับตัวต่อปัญหาสุขภาพจิตได้อย่างมีประสิทธิภาพในสังคมต่อไป ผลการวิจัยสรุปว่า ลักษณะภูมิทัศน์ที่มีคุณสมบัติดีที่สุดในการส่งเสริมความรู้สึกถึงการฟื้นคืนพลัง คือ ภูมิทัศน์ริมน้ำ และองค์ประกอบภูมิทัศน์ที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุดคือ ต้นไม้ใหญ่ทรงร่มที่อยู่ริมน้ำ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างความเหนื่อยล้าทางจิตใจกับความรู้สึกถึงการฟื้นคืนพลังในภูมิทัศน์แต่ละแบบนั้นยังไม่ชัดเจน แต่บางองค์ประกอบภูมิทัศน์ที่คัดเลือกมาใช้เป็นตัวแทนในการทดสอบมีความสัมพันธ์กับระดับความเหนื่อยล้าทางจิตใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้การศึกษายังพบว่า นอกจากองค์ประกอบที่มีคุณภาพที่ดีแล้ว การจัดองค์ประกอบยังมีความสำคัญต่อการส่งเสริมความรู้สึกถึงการฟื้นคืนพลังอีกด้วย


การออกแบบและประโยชน์ตามหลักความยั่งยืนของสวนเกษตรดาดฟ้าในกรุงเทพมหานคร, ภควัฒน์ มีกุล Jan 2019

การออกแบบและประโยชน์ตามหลักความยั่งยืนของสวนเกษตรดาดฟ้าในกรุงเทพมหานคร, ภควัฒน์ มีกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงการสวนเกษตรดาดฟ้า (Rooftop Urban Agriculture : RA) เป็นวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอาหาร บนอาคารในพื้นที่เมืองใหญ่ต่าง ๆ ทั่วโลก มีรูปแบบการปฏิบัติ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จุดมุ่งหมาย แนวทางการออกแบบ และประโยชน์ที่แตกต่างกัน งานวิจัยนี้ศึกษาการออกแบบ และประโยชน์ของโครงการสวนเกษตรดาดฟ้าที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย (1) ศูนย์การเรียนรู้ห้องเรียนธรรมชาติ สวนเกษตรดาดฟ้า เขตหลักสี่ (2) ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ (3) สวนผักดาดฟ้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (4) โครงการพักอาศัย คอนโดมีเนียม ออนิกซ์ พหลโยธิน โดย ศึกษาเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง เก็บข้อมูล คัดเลือก และสำรวจพื้นที่ศึกษา สอบถามข้อมูลบุคคลากรที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ และเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้ในเชิงข้อคำนึงในการออกแบบ และประโยชน์ที่เกิดขึ้น โดยใช้หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย สังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ผลการวิจัยพบว่าโครงการสวนเกษตรดาดฟ้าในกรุงเทพมหานคร แบ่งได้เป็น สวนเกษตรดาดฟ้าที่ออกแบบมาพร้อมกับอาคาร และที่ต่อเติมในภายหลัง โดยประเด็นสำคัญในการพิจารณาพื้นที่โครงการ ประกอบด้วย การเข้าถึงที่สะดวกเพื่อการดูแลในระยะยาว มีการกันลม และพรางแสงที่ดี สอดรับกับการใช้งานของตัวอาคาร ในเรื่องการก่อสร้าง สวนที่มีการออกแบบพร้อมกับตัวอาคารจะมีความสะดวกในการใช้งาน แต่สวนที่ต่อเติมในภายหลัง ก็เป็นตัวอย่างของนวัตกรรมการเพาะปลูกน้ำหนักเบาที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ ในด้านองค์ประกอบ ควรพิจารณาความเหมาะสมของภาพแวดล้อมอาคาร และพืชพรรณชนิดต่าง ๆ ประกอบด้วย พืชผักระยะสั้น ไม้พุ่มขนาดเล็ก ไม้เลื้อย ไม้ต้นขนาดเล็ก ไม้ดอก วิธีการปลูกที่เหมาะสมกับขนาด และโครงสร้างอาคาร ในด้านการบำรุงรักษา ผู้จัดการโครงการจะต้องมีองค์ความรู้ในการบำรุงดิน การรดน้ำ การควบคุมคุณภาพผลผลิต และศัตรูพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ดาดฟ้า ประโยชน์ด้านสังคมที่พบโดยเด่นชัดที่สุด คือ การเป็นพื้นที่การเรียนรู้ในเรื่องการเกษตรให้คนเมือง เข้าใจที่มาของอาหาร และการเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่แสดงอัตลักษณ์ของชุมชน ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม คือ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ทั้งในเรื่องความหลากหลายระบบนิเวศและพืชพรรณ การพัฒนาคุณภาพอากาศ การลดความร้อน การชะลอน้ำฝนในระดับเมืองจนถึงอาคาร ด้านเศรษฐกิจ เป็นประโยชน์ที่ต่อเนื่องจากด้านอื่น ๆ ทั้งการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขนส่งอาหาร ราคาอาหาร ค่าใช้ของจ่ายอาคารและครัวเรือน การเพิ่มตำแหน่งงาน การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับหน่วยงาน และเพิ่มการตระหนักถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของพื้นที่ดาดฟ้าบนอาคารในเมือง


การศึกษาระบบนิเวศน้ำหลากและนิเวศบริการของทุ่งน้ำหลากพื้นที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยากรณีศึกษา ชุมชนลาดชะโด อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, เกียรติกมล นิลาภรณ์กุล Jan 2018

การศึกษาระบบนิเวศน้ำหลากและนิเวศบริการของทุ่งน้ำหลากพื้นที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยากรณีศึกษา ชุมชนลาดชะโด อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, เกียรติกมล นิลาภรณ์กุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิทัศน์สำหรับโบราณสถานเขาศรีวิชัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี, เพชรรัตน์ เมืองสาคร Jan 2018

แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิทัศน์สำหรับโบราณสถานเขาศรีวิชัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี, เพชรรัตน์ เมืองสาคร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โบราณสถานเขาศรีวิชัย อำเภอ พุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสถานที่ที่มีคุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนา เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีอายุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 11 ถึง 13 ซึ่งกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2479 เริ่มทำการสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อปี พ.ศ. 2541 พบว่าโบราณสถานบนยอดเขาศรีวิชัยมีความเกี่ยวข้องกับศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาพุทธ ปัจจุบันกรมศิลปากรขุดค้นไปได้ประมาณร้อยละ 80 เหลือแต่เพียงการบูรณะโบราณสถาน งานวิจัยนี้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีเขาศรีวิชัย สังคม และวัฒนธรรม เพื่อทราบถึงความสำคัญของพื้นที่โบราณสถานเขาศรีวิชัย นำมาเสนอแนวทางในการอนุรักษ์ภูมิทัศน์สำหรับโบราณสถานเขาศรีวิชัย จากนั้นลงพื้นที่ด้วยวิธีการสำรวจลักษณะทางกายภาพบริเวณเขาศรีวิชัย และสัมภาษณ์ประชาชนและหน่วยงานในท้องถิ่น เพื่อทราบถึงศักยภาพและปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาต่อไป วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิทัศน์สำหรับโบราณสถานเขาศรีวิชัย สามารถสรุปเป็นแนวทางได้ดังนี้ 1) กำหนดแนวกันชนพื้นที่บริเวณโบราณสถาน 2) ขุดลอกคลองเดิมเพื่อให้การระบายน้ำในพื้นที่ดีขึ้น 3) พัฒนาเส้นทางการเข้าถึง 4) กำหนดเขตพื้นที่ห้ามก่อสร้างอาคารที่มีผลกระทบต่อมุมมองและควบคุมการก่อสร้างอาคาร 5) เสนอแนวทางการจัดการพื้นที่อำนวยความสะดวกเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต เพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และลักษณะภูมิทัศน์วัฒนธรรมของพื้นที่นี้ให้คงอยู่ต่อไป


การระบุขอบเขตพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงและความสัมพันธ์ระหว่างพลวัตของภูมิทัศน์กับการปรับตัวของมนุษย์ : กรณีศึกษาลุ่มแม่น้ำมูลตอนกลาง, เกษมพันธุ์ แก้วธำรงค์ Jan 2018

การระบุขอบเขตพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงและความสัมพันธ์ระหว่างพลวัตของภูมิทัศน์กับการปรับตัวของมนุษย์ : กรณีศึกษาลุ่มแม่น้ำมูลตอนกลาง, เกษมพันธุ์ แก้วธำรงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับระบบภูมินิเวศของพื้นที่ราบน้ำท่วมถึง โดยเป็นพื้นที่ที่มีพลวัต ความหลากหลายเชิงนิเวศ และความอุดมสมบูรณ์ อันเป็นผลมาจากพลวัตน้ำหลาก ซึ่งให้ประโยชน์แก่มนุษย์ในรูปแบบของการบริการเชิงนิเวศทั้งการเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรพื้นฐาน และการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจชุมชน โดยการประยุกต์ใช้เทคนิคการสำรวจระยะไกลด้วยภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อ (1) ระบุขอบเขตของพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงแม่น้ำมูลตอนกลางเพื่อบ่งชี้ลักษณะพลวัตน้ำหลากของพื้นที่ จากลักษณะทางธรณีสัณฐาน และลักษณะเชิงอุทกวิทยา (2) ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของลักษณะสิ่งปกคลุมผิวดินจากอดีตถึงปัจจุบันจากการจำแนกสิ่งปกคลุมผิวดิน ร่วมกับการลงพื้นที่สำรวจชุมชนดั้งเดิม เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพลวัตน้ำหลากกับการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์โดยมนุษย์ที่ส่งผลกระทบทางลบต่อการบริการเชิงนิเวศ ผลการศึกษาพบว่ามนุษย์ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำมูลตอนกลางมีความสามารถในการปรับตัวอย่างยืดหยุ่นเพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงภายใต้เงื่อนไขของพลวัตน้ำหลาก จากการเลือกที่ตั้งชุมชนที่อยู่นอกเขตพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก และใช้ประโยชน์อย่างสอดคล้องกับพลวัตน้ำหลากจากพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงในฐานะแหล่งทรัพยากรของชุมชนที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดปี ซึ่งมีรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกันทั้งพื้นที่ และช่วงเวลา นอกจากนั้นการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เกษตรในพื้นที่ราบน้ำท่วม และการดัดแปลงโครงสร้างของแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำ และป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้แหล่งทรัพยากรของชุมชนมีพื้นที่ลดลง และระบบนิเวศเสียหายจนไม่สามารถให้บริการเชิงนิเวศได้เหมือนเช่นเคย ส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ และระบบเศรษฐกิจชุมชนในชนบทที่พึ่งพิงการบริการเชิงนิเวศจากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ


การวิเคราะห์การวางผังนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกของประเทศไทย ภายใต้ข้อพิจารณาทางภูมิสถาปัตยกรรม, ชนกนันท์ ปิ่นตบแต่ง Jan 2018

การวิเคราะห์การวางผังนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกของประเทศไทย ภายใต้ข้อพิจารณาทางภูมิสถาปัตยกรรม, ชนกนันท์ ปิ่นตบแต่ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

นิคมอุตสาหกรรม คือเขตที่ดินซึ่งจัดไว้สำหรับให้โรงงานอยู่รวมกันอย่างเป็นสัดส่วน แม้ จะมีกฎหมายด้วยการขออนุญาตจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม แต่ประเด็นส่วนใหญ่มักกล่าวถึงมาตรฐาน ด้านวิศวกรรมเป็นหลัก และขาดการคำนึงถึงประเด็นทางภูมิสถาปัตยกรรม งานวิจัยนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยในการวางผังนิคมอุตสาหกรรมภายใต้ข้อพิจารณาทางภูมิ สถาปัตยกรรม ในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก เพราะเป็นแหล่งที่ตั้งของนิคม อุตสาหกรรมจำนวนมาก งานวิจัยนี้ดำเนินการวิเคราะห์ลักษณะธรณีสัณฐานในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างและภาค ตะวันออกของประเทศไทย และข้อมูลเกี่ยวกับนิคมอุตสาหกรรม เพื่อหาความต้องการและ ข้อจำกัดของพื้นที่ นำมาสรุปเป็นปัจจัยในการวางผังนิคมอุตสาหกรรม จากนั้นลงพื้นที่เก็บข้อมูล นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร และนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งเป็นตัวอย่างนิคมอุตสาหกรรมใน พื้นที่ภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก ด้วยวิธีการสำรวจพื้นที่และสัมภาษณ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำปัจจัยมาวิเคราะห์หาศักยภาพและปัญหา และเสนอแนวทางแก้ไขต่อไป ผลการวิจัยพบว่า มีปัจจัยที่ใช้ในการวางผัง 2 ด้าน ได้แก่ 1.การเลือกที่ตั้ง พิจารณาจาก ปัจจัยทางนิเวศวิทยา ทรัพยากร เศรษฐกิจ และชุมชน 2.การวางผังบริเวณ พิจารณาจากปัจจัยทาง ธรรมชาติ ปัจจัยที่มนุษย์สร้างขึ้น และปัจจัยทางสุนทรียภาพ ซึ่งจากการวิเคราะห์กรณีศึกษาทั้ง สองแห่ง สรุปได้ว่า มีการเลือกที่ตั้งที่เน้นด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรเป็นหลัก ส่วนการวางผัง บริเวณ นิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งสามารถวางพื้นที่ใช้สอยให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ แต่ ละเลยการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และการออกแบบเพื่อส่งเสริมมุมมองในส่วน ต้อนรับ เป็นต้น


การปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี (หลังเก่า), ชาลิสา บุญมณี Jan 2018

การปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี (หลังเก่า), ชาลิสา บุญมณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี (หลังเก่า) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร ในปี พ.ศ. 2524 จากการขยายตัวของเมืองส่งผลให้ทัศนียภาพโดยรอบโบราณสถานแห่งนี้สูญเสียคุณค่าด้านความงามทางภูมิทัศน์ไปอย่างรวดเร็ว วิทยานิพนธ์นี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอแนวทางการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์ของศาลากลางแห่งนี้ โดยจากการวิเคราะห์และประเมินคุณภาพเชิงทัศน์พบว่าจุดมองสำคัญของโบราณสถานแห่งนี้มีจำนวน 5 จุด และได้นำเสนอแนวทางการออกแบบปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์ของจุดมองดังกล่าวออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบการจัดระเบียบ รูปแบบเรขาคณิต และรูปแบบสวนสาธารณะ จากนั้นจึงได้สร้างภาพจำลองแสดงการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์ของแต่ละจุดมองตามแนวทางดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อนำไปใช้เป็นภาพตัวแทนภูมิทัศน์สำหรับการประเมินคุณภาพเชิงทัศน์ของจุดมองภายหลังการปรับปรุงในแบบสอบถาม โดยผู้ตอบแบบสอบถามแบ่งออกเป็นกลุ่มคนทั่วไป คนในพื้นที่ และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบภูมิทัศน์ จำนวนกลุ่มละ 40 คน รวมทั้งสิ้น 120 คน ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบสวนสาธารณะเป็นแนวทางที่ได้รับการประเมินว่ามีความสวยงามสูงที่สุด รองลงมาคือรูปแบบเรขาคณิตและรูปแบบการจัดระเบียบตามลำดับ โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบภูมิทัศน์มักประเมินความสวยงามของภาพตัวแทนภูมิทัศน์ต่ำกว่ากลุ่มคนทั่วไปและคนในพื้นที่ ดังนั้นจึงนำเสนอว่าการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี (หลังเก่า) ด้วยการออกแบบภูมิทัศน์ในรูปแบบสวนสาธารณะ ประกอบกับการลดพื้นที่ดาดแข็งและเพิ่มพื้นที่ปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มความร่มรื่น การจัดแบ่งพื้นที่เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการพักผ่อนหย่อนใจหรือการออกกำลังกายสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย จะสามารถช่วยส่งเสริมความงามของภูมิทัศน์เมืองและเพิ่มคุณค่าของโบราณสถานแห่งนี้อีกด้วย


แนวทางการมีส่วนร่วมเพื่อบรรเทาผลกระทบทางลบของโครงการก่อสร้างเขื่อนริมตลิ่ง ต่อชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี, พชร ภู่กำชัย Jan 2018

แนวทางการมีส่วนร่วมเพื่อบรรเทาผลกระทบทางลบของโครงการก่อสร้างเขื่อนริมตลิ่ง ต่อชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี, พชร ภู่กำชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาแนวทางการมีส่วนร่วมเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโครงการก่อสร้างเขื่อนริมตลิ่งในพื้นที่ริมน้ำบริเวณอำเภอปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา จากการที่รัฐบาลปัจจุบันมีโครงการแผนพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ โดยโครงการแผนพัฒนาแม่บทกินพื้นที่ริมน้ำเป็นวงกว้างครอบคลุม 4 จังหวัด (Thaipublica , 2015) หน่วยงานราชการท้องถิ่นได้นำแผนพัฒนานี้ไปดำเนินการ โดยแบ่งโครงการเป็นส่วน ๆ ซึ่งพื้นที่กรณีศึกษาดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ แต่ส่วนหนึ่งเกิดการทรุดตัวลงสร้างความเสียหายให้ผู้อยู่อาศัยบริเวณนั้น จากการลงสำรวจพื้นที่โครงการรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงที่อยู่ในแผนพัฒนาพื้นที่ริมน้ำนั้นพบว่าเกิดผลกระทบทางลบหลายด้าน โดยแบ่งออกเป็นทางกายภาพและผลกระทบทางทัศนคติ เช่น แนวเขื่อนทำให้วิถีชิวิตริมน้ำต้องเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการมีส่วนร่วมภาคประชาชนไม่ได้เกิดขึ้นเท่าที่ควร จึงได้เกิดการตั้งคำถามถึงผลกระทบจากกระบวนการมีส่วนร่วมซึ่งกำหนดไว้เป็นกรอบให้หน่วยงานราชการต้องดำเนินการ โดยวิธีวิจัยเน้นการสัมภาษณ์เชิงลึกกับชุมชนริมน้ำในพื้นที่โครงการ โดยแบ่งผู้มีส่วนได้เสียเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการทรุดตัว 2) ผู้อาศัยบริเวณโดยรอบเขื่อนแต่ไม่ได้รับความเสียหายและ 3) ผู้อาศัยในชุมชนใกล้เคียงกับชุมชนที่เขื่อนเกิดการทรุดตัว จากการศึกษาพบว่ากระบวนการมีส่วนร่วมเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชุมชนต้องได้รับผลกระทบเหล่านั้นโดยไม่ทันตั้งตัว ผลวิจัยนี้ชี้ถึงผลกระทบจากโครงการที่ชุนชนไม่ได้มีส่วนร่วมกับภาครัฐผู้ดำเนินโครงการเท่าที่ควร จึงได้นำเสนอแนวทางการมีส่วนร่วม และตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากภาครัฐในโครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ เพื่อการบรรเทาผลกระทบทางลบจากโครงการก่อสร้างเขื่อนริมตลิ่งและโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อื่น ๆ ต่อไป


พัฒนาการงานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมของโรงแรม 5 ดาว ในกรุงเทพมหานคร, อัมพวรรณ สุแดงน้อย Jan 2018

พัฒนาการงานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมของโรงแรม 5 ดาว ในกรุงเทพมหานคร, อัมพวรรณ สุแดงน้อย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการของงานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมในโรงแรม 5 ดาว ในกรุงเทพมหานคร โดยมีเกณฑ์ในการคัดเลือกพื้นที่ศึกษา ได้แก่ 1) เป็นโรงแรม 5 ดาวในกรุงเทพมหานครที่ได้รับการรับรองจากสมาคมโรงแรมไทย 2) มีการออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรม 3) ได้รับอนุญาตในการเข้าสำรวจงานภูมิสถาปัตยกรรมและสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานภูมิสถาปัตยกรรมได้ ซึ่งพบว่า โรงแรม 5 ดาวที่มีการออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรมมีทั้งหมด 20 แห่ง และได้รับการอนุญาตในการเข้าสำรวจและสัมภาษณ์ คงเหลือเพียง 12 แห่ง ระเบียบวิธีวิจัย เริ่มจากการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่ศึกษา และสำรวจ สัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานภูมิสถาปัตยกรรม ประกอบด้วย ผู้จัดการฝ่ายแม่บ้าน ผู้จัดการฝ่ายคนสวน ผู้จัดการฝ่ายช่าง และผู้ออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรมโรงแรมแต่ละแห่ง โดยมีประเด็นคำถาม ดังนี้ 1) การเปลี่ยนแปลงงานภูมิสถาปัตยกรรม 2) จุดเด่นหรือเอกลักษณ์ของงานภูมิสถาปัตยกรรมโรงแรม 3) การดูแลรักษาและปัญหาที่เกิดขึ้น และ 4) แนวคิดในการออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรม และนำมาวิเคราะห์พัฒนาการงานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมของโรงแรม 5 ดาว ในกรุงเทพมหานคร ในหัวข้อ 1) การวางผังบริเวณ 2) รูปแบบงานภูมิสถาปัตยกรรม และ 3) การใช้วัสดุและพืชพรรณ จากการศึกษา พบว่า งานภูมิสถาปัตยกรรมของโรงแรม 5 ดาว ในกรุงเทพมหานครแบ่งออกเป็น 3 ช่วง โดยใช้เกณฑ์ช่วงเวลาในการก่อตั้งโรงแรมแต่ละแห่ง เปรียบเทียบในเรื่องของรูปแบบงานภูมิสถาปัตยกรรม และการใช้วัสดุและพืชพรรณ จากการศึกษา พบว่า งานภูมิสถาปัตยกรรมของโรงแรม 5 ดาว ในกรุงเทพมหานคร แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 1) ช่วง พ.ศ. 2510 - 2530 มีรูปแบบสวนเมืองร้อน (Tropical Garden) 2) ช่วง พ.ศ. 2530 - 2550 มีรูปแบบสวนเมืองร้อนร่วมสมัย (Modern Tropical Garden) และ 3) ช่วง พ.ศ. …


การวิเคราะห์โครงสร้างและพลวัตที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยา, วรเมธ ศรีวนาลักษณ์ Jan 2018

การวิเคราะห์โครงสร้างและพลวัตที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยา, วรเมธ ศรีวนาลักษณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นภูมิทัศน์ที่เกิดจากกระบวนการธารน้ำ (Fluvial Process) การสะสมของตะกอนแม่น้ำจนเกิดเป็นที่ราบกว้าง ตะกอนเหล่านี้มากับน้ำหลากและท่วมขังเต็มที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงฤดูฝน เมื่อสิ้นฤดูฝนและน้ำที่ไหลหลากมาจากพื้นที่ตอนบนลดลง น้ำในที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยาจะลดลงและแห้งไป มีลักษณะเป็นที่ราบน้ำท่วมตามฤดูกาล น้ำที่หลากสู่ที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยานั้นทำให้เกิดการทับถมของตะกอนแม่น้ำนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ แต่ในปัจจุบันการพัฒนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น การขยายตัวของเมือง การสร้างโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมจากแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงการทำระบบชลประทานทำให้ระบบน้ำ (Water Regime) ของพื้นที่เปลี่ยนไป วิทยานิพนธ์มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างเชิงภูมิทัศน์และการเปลี่ยนแปลงของที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และการแปลตีความข้อมูลจากดาวเทียวด้วยสายตา เพื่อบ่งชี้ถึงผลของการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อหน้าที่เชิงภูมิทัศน์ของที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยา จากการวิจัยพบว่าสิ่งปลูกสร้างมีการขยายตัวออกไปยังพื้นที่นาซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำที่ทำหน้าที่รับน้ำหลากในช่วงฤดูน้ำหลาก อีกทั้งการพัฒนาต่างๆ เช่น การพัฒนาระบบชลประทานทำให้พื้นที่แยกออกเป็นส่วน พื้นที่ที่เคยเป็นที่อยู่ของน้ำในฤดูน้ำหลากลดน้อยลง ส่งผลทำให้น้ำหลากกลายเป็นปัญหาน้ำท่วมในปัจจุบัน ดังนั้นการพัฒนาเมืองในที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยานั้นสิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ พื้นที่รับน้ำหลาก และเมืองควรให้น้ำไหลผ่านได้


บทบาทและแนวทางการฟื้นฟูคลองสมถวิล จังหวัดมหาสารคาม, ทรงภพ เมฆพรรณโอภาส Jan 2017

บทบาทและแนวทางการฟื้นฟูคลองสมถวิล จังหวัดมหาสารคาม, ทรงภพ เมฆพรรณโอภาส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

คลองสมถวิลถือว่าเป็นสายน้ำแห่งชีวิตที่อยู่กับชาวเมืองมหาสารคามมาตั้งแต่อดีต คลองสมถวิลเดิมเป็นคลองระบบคันคูดินที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเกษตรกรรมและเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำของเมือง และสร้างความสวยงามด้านภูมิทัศน์เมือง ปัจจุบันคลองสมถวิลเป็นพื้นที่ขยายตัวทางเศรษฐกิจ กล่าวได้ว่าการเจริญเติบโตของเมืองมหาสารคามส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของพื้นที่และบทบาทของคลองสมถวิลจากเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรมสู่คลองระบายน้ำทิ้งของเมือง บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทและความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูบทบาทคลองสมถวิลสู่แนวทางที่เหมาะสม
ขั้นตอนการศึกษามีทั้งหมด 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การเก็บรวมรวมข้อมูลเอกสารของพื้นที่ศึกษา เพื่อทราบถึงบริบทของพื้นที่โดยรวมและเก็บข้อมูลภาคสนาม 2) การเก็บข้อมูลคุณภาพน้ำในคลอง เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างคลองกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน 3) การสัมภาษณ์เชิงลึก ให้เห็นถึงทัศนคติและข้อคิดเห็นส่วนหนึ่งของผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ต่อภาพเชิงซ้อนทับภาพถ่าย (photomontage) เพื่อใช้จำลองภาพแนวทางการฟื้นฟูบทบาทของพื้นที่ศึกษาให้ผู้ถูกสัมภาษณ์เห็นภาพร่วมกัน 4) สรุปข้อมูลและอภิปรายผลพร้อมข้อเสนอแนะ
ผลการศึกษาพบว่าจากสภาพที่เสื่อมโทรมของคลองสมถวิลในปัจจุบัน อันเป็นผลมาจากการพัฒนาและการปรับตัวของเมือง ทำให้ชาวเมืองเล็งเห็นประโยชน์ในการพัฒนาคลองสมถวิลสู่คลองที่มีบทบาทในเชิงนันทนาการ สามารถตอบรับกับการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยรอบที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยได้รับอิทธิพลมาจากกระแสการพัฒนาจากเทศบาลที่ได้นำแนวคิดจากกรณีศึกษาในต่างประเทศเข้ามาฟื้นฟูบทบาทนี้ แต่การเปลี่ยนแปลงคลองสมถวิลสู่บทบาทสู่บทบาทในเชิงนันทนาการที่มีความทันสมัยเพียงอย่างเดียวดูเหมือนจะละเลยคุณค่าของคลองสมถวิลที่แท้จริง บทสรุปของวิทยานิพนธ์นี้จึงได้มีการกำหนดบทบาทให้แก่คลองสมถวิลสู่บทบาทที่บูรณาการการเป็นคลองรับน้ำเชิงประวัติศาสตร์ของเมืองเพื่อการอนุรักษ์ควบคู่ไปกับบทบาทเชิงนันทนาการสมัยใหม่ ซึ่งการตระหนักถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์เหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญต่อความเป็นตัวตนของเมืองมหาสารคาม ท้ายที่สุดแนวทางการฟื้นฟูนี้จะดำเนินการร่วมไปกับบทบาทในแต่ละย่านของคลองสมถวิลผ่านการแสดงออกถึงความเป็นท้องถิ่นสู่ความยั่งยืนของเมืองมหาสารคามต่อไป


การบ่งชี้การบริการระบบนิเวศทางวัฒนธรรมในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำห้วยปูด อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน, อรกมล นิละนนท์ Jan 2017

การบ่งชี้การบริการระบบนิเวศทางวัฒนธรรมในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำห้วยปูด อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน, อรกมล นิละนนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พื้นที่ชนบทเป็นแหล่งอาศัยและทำเกษตรกรรมเลี้ยงชีพ ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพทำให้แหล่งทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ถูกทำลาย ทำให้ลดทอนคุณค่าและความสามารถในการรองรับชีวิตมนุษย์ ดังนั้นการศึกษาหน้าที่ขององค์ประกอบต่าง ๆ ในภูมินิเวศที่ได้ให้ประโยชน์แก่มนุษย์ ซึ่งเรียกว่า นิเวศบริการ ได้เป็นหนทางหนึ่งที่เข้ามาอธิบายคุณค่าของภูมินิเวศชนบท นิเวศบริการเชิงวัฒนธรรมถูกลดทอนความสำคัญในการวางแผนจัดการทรัพยากร เพราะวัฒนธรรมอยู่ในรูปแบบของวิถีชีวิต ประเพณี ทำให้ยากที่จะบ่งชี้ แตกต่างจากนิเวศบริการด้านอื่น ทว่าวัฒนธรรมมีความสำคัญต่อมนุษย์เนื่องจากเป็นกรอบความคิดในการใช้ทรัพยากร ดังนั้นจึงควรทำการบ่งชี้นิเวศบริการเชิงวัฒนธรรมให้มีความชัดเจน โดยกระบวนการศึกษามีสองขั้นตอน เริ่มจากการบ่งชี้องค์ประกอบของภูมินิเวศ จากนั้นจึงวิเคราะห์นิเวศบริการในพื้นที่ที่มนุษย์ได้เข้าไปใช้งานและวิเคราะห์พัฒนาการของวัฒนธรรมอย่างเป็นลำดับขั้นตอน โดยการใช้ข้อมูลจากการสอบถามและสัมภาษณ์ ซึ่งจะทำให้ได้ผลการการวิเคราะห์นิเวศบริการเชิงวัฒนธรรมที่สามารถอธิบายการให้นิเวศบริการเชิงวัฒนธรรมอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้ การศึกษาครั้งนี้ทำให้พบว่า นิเวศบริการเชิงวัฒนธรรมที่เกิดในพื้นที่วิจัย ได้ให้การบริการที่ปรากฎในรูปของวัฒนธรรมทางภูมินิเวศและนามธรรม ความเชื่อ ความรู้สึก ข้อมูลของการบ่งชี้นี้สามารถนำมาใช้วางแผนการจัดการทรัพยากรและระบุพื้นที่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหรือโครงสร้างทางภูมินิเวศ เพื่อรักษาประโยชน์ที่เกิดจากภูมินิเวศและยังคงรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเองไว้ได้


บทบาทของสวนบ้านต่อระบบอาหารครัวเรือน กรณีศึกษา บ้านโนนสะอาด อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น, เอกชัย ใยพิมล Jan 2017

บทบาทของสวนบ้านต่อระบบอาหารครัวเรือน กรณีศึกษา บ้านโนนสะอาด อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น, เอกชัย ใยพิมล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สวนบ้าน ถือเป็นพื้นที่ใกล้ตัวของมนุษย์ ที่มีศักยภาพในการผลิตอาหารเพื่อการดำรงชีพ เช่นเดียวกับพื้นที่ศึกษา บ้านโนนสะอาด จังหวัดขอนแก่น ที่ชาวบ้านยังคงพึ่งพาประโยชน์จากแหล่งผลิตอาหารดังกล่าวเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน จากการเก็บข้อมูลการใช้ประโยชน์สวนบ้านในแต่ละครัวเรือนพบว่า แหล่งอาหารเหล่านี้มีความสำคัญในฐานะผู้ผลิตอาหาร และพื้นที่รองรับกระบวนการหมุนเวียนสารอาหารตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ระบบอาหารสามารถดำเนินไปได้อย่างสมบูรณ์ ผลผลิตที่ได้จากสวนบ้านนอกจากใช้เพื่อการบริโภคภายในครัวเรือนแล้ว ยังพบว่ามีการนำมาแบ่งปันในกลุ่มเครือญาติ การแลกเปลี่ยนกันภายในชุมชน และการนำไปขายเพื่อสร้างรายได้ และแบ่งเบารายจ่ายภายในครัวเรือน ซึ่งเป็นวิถีการดำรงชีพด้วยการพึ่งพาตนเอง และการพึ่งพากันภายในชุมชน สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจหมู่บ้านไทยในอดีต ดังที่ได้กล่าวมานี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสวนบ้าน ในการเป็นฐานทรัพยากรทางอาหารและเศรษฐกิจครัวเรือน ต่อการดำรงชีพของมนุษย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท การเข้าไปพัฒนาพื้นที่ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมใด ๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงฐานในการดำรงชีพของแต่ละชุมชน เพื่อส่งเสริมให้การพัฒนานั้นเป็นไปอย่างยั่งยืน


แนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศเหมืองหินปูนที่หมดอายุสัมปทานในภาคกลางของประเทศไทยโดยการวิเคราะห์ภูมิทัศน์เฉพาะ, ชวาล ชีวรุโณทัย Jan 2017

แนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศเหมืองหินปูนที่หมดอายุสัมปทานในภาคกลางของประเทศไทยโดยการวิเคราะห์ภูมิทัศน์เฉพาะ, ชวาล ชีวรุโณทัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การทำเหมืองทำให้พื้นที่ภูเขาหินปูนสูญเสียความสามารถในการให้บริการเชิงนิเวศ ซึ่งจำเป็นต้องทำการฟื้นฟูระบบนิเวศเมื่อสิ้นสุดอายุสัมปทาน แต่ในปัจจุบันยังขาดแนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศเหมืองหินปูนที่ชัดเจน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเสนอแนะขั้นตอนและวิธีการฟื้นฟูระบบนิเวศเหมืองหินปูนที่หมดอายุสัมปทาน จากการศึกษาวิธีการทำเหมืองหินปูน แนวคิดการฟื้นฟู ปัจจัยด้านภูมิทัศน์เฉพาะและสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการฟื้นฟู รวมทั้งสัมภาษณ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำเหมืองและการฟื้นฟูเหมืองหินปูน 5 ท่าน และวิเคราะห์พื้นที่ศึกษาซึ่งเป็นเหมืองหินปูนที่ประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย 5 โครงการ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยด้านภูมิทัศน์เฉพาะ ซึ่งหมายถึงลักษณะภูมิประเทศและลักษณะพืชพรรณที่ปกคลุมร่วมกับปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ส่งผลโดยตรงกับประสิทธิภาพในการฟื้นฟู ซึ่งใช้วิธีการฟื้นฟูด้วยการปลูกพืชพรรณไม้เบิกนำพื้นถิ่นเป็นหลัก รวมทั้งกระตุ้นการฟื้นฟูให้เข้าสู่ระดับที่เป็นการเปลี่ยนแปลงแทนที่ทุติยภูมิ จะสามารถช่วยร่นระยะเวลาในการฟื้นคืนการให้บริการเชิงนิเวศ ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของการใช้งานหลังการฟื้นฟูจะเป็นอีกปัจจัยในการกำหนดวิธีการฟื้นฟู สรุปได้ว่าแนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศเหมืองหินปูนที่หมดอายุสัมปทานในภาคกลางของประเทศ ประกอบด้วย การกำหนดวัตถุประสงค์การใช้งาน การปรับเสถียรภาพเชิงลาดเพื่อป้องกันการพังทลาย การปลูกไม้เบิกนำที่มีคุณสมบัติทนแล้งซึ่งเหมาะกับปัจจัยด้านภูมิทัศน์ หลังจากนั้นจึงปลูกพืชพรรณไม้เสถียร (Climax Species) เพื่อร่นระยะเวลาในการเกิดการเปลี่ยนแปลงแทนที่ทุติยภูมิ และเกิดภูมิทัศน์เฉพาะที่เหมาะสมต่อไป


การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์และความเป็นเมืองในพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา: พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ตวงพร ปิตินานนท์ Jan 2017

การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์และความเป็นเมืองในพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา: พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ตวงพร ปิตินานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์และความเป็นเมืองในพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มต่ำที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงและลมมรสุม ระหว่างสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงปัจจุบัน การศึกษาแบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ 1) ระดับเมือง บริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 2) ระดับพื้นที่เฉพาะ บริเวณรังสิต บางลำพู และคลองอ้อมนนท์ ศึกษาโดยการเปรียบเทียบแผนที่สมัยรัชกาลที่ 5 และปัจจุบัน ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษาภูมิทัศน์เชิงประวัติศาสตร์จากพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมถึงสู่การตั้งถิ่นฐานของสังคมลุ่มแม่น้ำ สังคมชาวสวน และพัฒนาสู่ชุมชนเมือง การสำรวจภาคสนาม การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงด้วยการแยกชั้นข้อมูลองค์ประกอบทางภูมิทัศน์ที่สำคัญ และเสนอแนะแนวทางการพัฒนาเมืองที่สอดคล้องกับเงื่อนไขและข้อจำกัดของภูมิทัศน์ในพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ผลการศึกษาพบว่าการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในช่วงรัชกาลที่ 5 อยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดทางภูมิทัศน์ ด้วยการออกแบบลักษณะบ้านเรือนแบบยกเสาสูงและการจัดการพื้นที่เกษตรที่สอดคล้องกับพลวัตทางธรรมชาติ เช่น ทุ่งนา ขนัดสวน และเครือข่ายคลอง ต่อมา การพัฒนาเมืองสมัยใหม่มีทิศทางการเปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรรมสู่สังคมอุตสาหกรรมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การขยายตัวของพื้นที่อยู่อาศัยและอุตสาหกรรมในเขตชานเมืองด้วยการถมที่ทับทุ่งและทางน้ำเพื่อปลูกสิ่งก่อสร้างทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสัณฐานของภูมิทัศน์ที่ส่งผลต่อระดับชั้นความสูงและความพรุนของเมือง ซึ่งลดทอนความสามารถของภูมิทัศน์เดิม ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านนิเวศเมือง


การประเมินหลังการใช้งานเพื่อพัฒนาพื้นที่ลานหน้าวัดพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม, วงศ์วรารัตน์ วัตตะโส Jan 2017

การประเมินหลังการใช้งานเพื่อพัฒนาพื้นที่ลานหน้าวัดพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม, วงศ์วรารัตน์ วัตตะโส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การประเมินหลังการใช้งานเป็นเครื่องมือที่นิยมใช้ศึกษาพื้นที่ที่มีการออกแบบและเกิดการใช้งานแล้วว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการออกแบบและมีปัญหาเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด พื้นที่ศึกษา คือ ลานหน้าวัดพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนม ทำให้ได้รับการปรับปรุงภูมิทัศน์เรื่อยมาและในครั้งล่าสุดเมื่อปี 2554 เปิดให้มีการใช้งานในปี 2559 ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อทำการประเมินหลังการใช้งาน พื้นที่ลานหน้าวัดพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม และเสนอเป็นแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ลานหน้าวัดพระธาตุพนมในครั้งต่อไป การเก็บข้อมูลได้จากการศึกษาเอกสาร การสังเกตการณ์ การสอบถามคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว และการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีประเด็นการวิเคราะห์ 4 ด้าน คือ ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ด้านนันทนาการและการพักผ่อน ด้านการท่องเที่ยว ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ผลการศึกษาพบว่า สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก คือ การสร้างการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ของพระธาตุพนม และการพัฒนาปรับปรุงในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการใช้งานและการเข้าถึง ด้านที่พบว่าได้รับความพึงพอใจเป็นส่วนใหญ่ คือ ด้านนันทนาการและการพักผ่อน ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อพื้นที่และกิจกรรมที่ได้จัดเตรียมไว้ เพียงต้องเพิ่มร่มเงาในบางบริเวณ ในด้านการท่องเที่ยว ได้รับความนิยมและความพึงพอใจจากทั้งนักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่น การใช้พื้นที่และกิจกรรมสามารถสอดคล้องกันไปในแนวทางที่ดี เพียงต้องเพิ่มการแนะนำให้เป็นที่รู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับสถานที่ให้ดียิ่งขึ้น


การกำหนดเขตจัดการเชิงทัศน์เพื่ออนุรักษ์มุมมองของพระธาตุดอยสุเทพจากพื้นที่ถนนราชดำเนิน จังหวัดเชียงใหม่, นลิน บุตรคำ Jan 2017

การกำหนดเขตจัดการเชิงทัศน์เพื่ออนุรักษ์มุมมองของพระธาตุดอยสุเทพจากพื้นที่ถนนราชดำเนิน จังหวัดเชียงใหม่, นลิน บุตรคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดอยสุเทพและพระธาตุดอยสุเทพเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่อยู่คู่กับเชียงใหม่มาช้านาน ประวัติศาสตร์ การสร้างเมือง และการดำเนินชีวิตล้วนเกี่ยวข้องกับดอยสุเทพ ดอยสุเทพและพระธาตุดอยสุเทพจึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเชียงใหม่ที่ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในอดีตจะสามารถเห็นพระธาตุดอยสุเทพได้เกือบทั่วทุกที่ แต่ปัจจุบันเมืองมีการขยายตัวมากขึ้น ส่งผลให้มุมมองที่เคยเห็นพระธาตุและดอยสุเทพได้ชัดเจนมีน้อยลง การวิจัยนี้จึงมุ่งที่จะวิเคราะห์หาแนวทางในการพัฒนาเมืองเพื่ออนุรักษ์มุมมองของพระธาตุดอยสุเทพจากพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจของเมือง คือ ถนนราชดำเนินที่เป็นแนวแกนของเมือง โดยการประเมินคุณค่าเชิงทัศน์ของพื้นที่ ด้วยการแบ่งพื้นที่ตามแนวถนนออกเป็นหน่วยเชิงทัศน์ เพื่อหาจุดถ่ายภาพตัวแทนของพื้นที่ศึกษา แล้วจึงเอาภาพที่คัดเลือกได้มาทำการปรับปรุงคุณภาพเชิงทัศน์เพื่อให้สามารถมองเห็นดอยสุเทพได้ชัดเจนขึ้น 3 แนวทางเลือก คือ การจัดระเบียบภูมิทัศน์ปัจจุบัน การจำลองสภาพเมื่อมีอาคารตามกฏหมายเทศบัญญัติ และการปรับปรุงควบคุมอาคารตามอุดมคติ หลังจากนั้นจึงนำภาพที่ได้ไปสร้างแบบสอบถามเพื่อสำรวจทัศนคติของคนเชียงใหม่ นักท่องเที่ยว และนักออกแบบสิ่งแวดล้อม ต่อแนวทางเลือกดังกล่าว ซึ่งพบว่ากลุ่มผู้ตอบมีความชื่นชอบต่อสภาพแวดล้อมที่มีการจัดระเบียบภูมิทัศน์สูงกว่าสภาพในปัจจุบัน แต่ความชื่นชอบลดลงเมื่อมีอาคารตามกฎหมายเทศบัญญัติเกิดขึ้น และมีความชื่นชอบสูงสุดเมื่อปรับปรุงเมืองตามลักษณะในอุดมคติ คือสามารถมองเห็นคือสามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวและดอยสุเทพได้มากขึ้น แล้วจึงนำผลที่ได้มาประมวลผลทางสถิติ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณากำหนดเขตจัดการเชิงทัศน์ สำหรับการอนุรักษ์มุมมองพระธาตุดอยสุเทพจากพื้นที่ถนนราชดำเนินต่อไป


การประเมินสวนสาธารณะเพื่อลดค่าใช้จ่ายงานบำรุงรักษาภูมิทัศน์ กรณีศึกษา สวนสันติภาพ, นีลปัทม์ โพธิ์สุวัฒนากุล Jan 2017

การประเมินสวนสาธารณะเพื่อลดค่าใช้จ่ายงานบำรุงรักษาภูมิทัศน์ กรณีศึกษา สวนสันติภาพ, นีลปัทม์ โพธิ์สุวัฒนากุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สวนสาธารณะมักมีองค์ประกอบภูมิทัศน์อ่อนและภูมิทัศน์แข็งที่เน้นเรื่องความสวยงาม มีรูปแบบที่ซับซ้อน โดยไม่ได้คำนึงถึงการบำรุงรักษาเมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้น ก่อให้เกิดการใช้งบประมาณในงานบำรุงรักษาสูง การประเมินสวนสาธารณะเพื่อลดค่าใช้จ่ายงานบำรุงรักษาภูมิทัศน์ จึงมีจุดประสงค์เพื่อทำการประเมินองค์ประกอบภูมิทัศน์ของพื้นที่กรณีศึกษาสวนสันติภาพตามหลักเกณฑ์การออกแบบสวนเพื่อการบำรุงรักษาต่ำ โดยต้องได้ค่าคะแนนมาตรฐานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จากการใช้เครื่องมือการประเมินสวนสาธารณะที่ถูกสร้างจากการทบทวนวรรณกรรม ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การลงสำรวจพื้นที่กรณีศึกษา และการสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงานบำรุงรักษาสวนสาธารณะ ทั้งนี้ การประเมินสวนสันติภาพเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับปรุงสวนสาธารณะเพื่อลดปริมาณการใช้ทรัพยากรในการปฏิบัติงานบำรุงรักษาอันมีผลต่อการลดงบประมาณค่าใช้จ่าย ตามยุทธศาสตร์แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี พ.ศ. 2560 - 2579 ว่าด้วยเป้าหมายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความคุ้มค่า และยั่งยืน ผลการวิจัยพบว่า สวนสันติภาพควรมีการปรับปรุงทั้งองค์ประกอบภูมิทัศน์อ่อน และองค์ประกอบภูมิทัศน์แข็ง โดยองค์ประกอบภูมิทัศน์อ่อนควรปรับปรุงที่ตั้งและการวางตำแหน่งเป็นอันดับแรก เนื่องจากได้คะแนนการประเมินสวนสาธารณะเพียงร้อยละ 31.25 จากปัญหาการวางตำแหน่งพืชพรรณ เช่น การปลูกหญ้าบริเวณซอกหลืบอาคารและบริเวณที่ลาดชันเกิน 10% หรือการปลูกไม้ยืนต้นบนพื้นสนามหญ้าทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่องานตัดแต่งสนามหญ้า ส่วนพื้นที่ภูมิทัศน์แข็งควรปรับปรุงการออกแบบรูปร่างรูปทรงเป็นอันดับแรก เนื่องจากได้คะแนนการประเมินเพียงร้อยละ 37.50 จากปัญหาการออกแบบงานระบบรดน้ำให้สัมพันธ์กับรูปแบบพื้นที่แปลงปลูก หรือการออกแบบรูปทรงภูมิทัศน์แข็งระดับเหนือพื้นผิวที่มีรอยต่อจำนวนมาก พื้นผิวขรุขระ มีส่วนโค้งเว้าที่ซับซ้อน ซึ่งยากต่อการทำความสะอาดและบำรุงรักษา


นิเวศบริการของนาข้าวในอีสาน กรณีศึกษา: บ้านโพนงาม ต.โพนงาม อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม, สุภารักษ์ พงศ์เรืองฤทธิ์ Jan 2017

นิเวศบริการของนาข้าวในอีสาน กรณีศึกษา: บ้านโพนงาม ต.โพนงาม อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม, สุภารักษ์ พงศ์เรืองฤทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาภูมินิเวศ พลวัตและนิเวศบริการของนาข้าว เพื่อทำความเข้าใจประโยชน์ของนาข้าวต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ รวมถึงเสนอแนวทางพัฒนาบนฐานทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืนในชนบทต่อไป โดยดำเนินการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่บ้านโพนงาม ตำบลโพนงาม อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับวิธีการเก็บข้อมูลภาคสนาม โดยการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม เพื่อทราบถึงข้อมูลกิจกรรมที่เกิดขึ้น และการสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อให้เห็นข้อแตกต่างในด้านนิเวศบริการของการทำนาปีและนาปรัง ผลการวิจัยพบว่าการทำนาทั้งสองรูปแบบมีกระบวนการและให้ผลด้านนิเวศบริการแตกต่างกัน โดยการทำนาปียังคงมีกระบวนการทำนาที่สอดคล้องกับพลวัตของภูมินิเวศแบบแห้งสลับเปียก ซึ่งรักษาความหลากหลายของนิเวศบริการต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้าน แต่การทำนาปรังมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำนาที่ไม่สอดคล้องกับพลวัตของภูมินิเวศ ทำให้ความหลากหลายของนิเวศบริการลดลง จึงสรุปได้ว่าการทำนาปีสอดคล้องกับพลวัตของภูมินิเวศ ให้ประโยชน์และนิเวศบริการที่หลากหลายต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านเมื่อเปรียบเทียบกับนาปรัง