Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Architectural Technology Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 31 - 60 of 226

Full-Text Articles in Architectural Technology

นวัตกรรมแผ่นพลาสติกสำหรับเปลือกอาคารเพื่ออาคารประหยัดพลังงาน, สุวิชาดา เฮงมีชัย Jan 2024

นวัตกรรมแผ่นพลาสติกสำหรับเปลือกอาคารเพื่ออาคารประหยัดพลังงาน, สุวิชาดา เฮงมีชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการลดการใช้พลังงานอาคารโดยการปรับเปลี่ยนวัสดุเปลือกอาคาร ซึ่งช่องเปิดของอาคารที่ทำหน้าที่เป็นช่องระบายอากาศหรือช่องแสงนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความร้อนเข้ามาภายในอาคารในปริมาณมาก โดยมักจะเป็นวัสดุโปร่งแสงในส่วนของผนังอาคาร (Translucent wall) และหลังคาโปร่งแสง (Skylight) การพัฒนาวัสดุเปลือกอาคารที่มีคุณสมบัติโปร่งแสง แต่สามารถช่วยลดความร้อนที่ผ่านเข้ามาภายในอาคารได้ จึงเป็นประเด็นสำคัญในการศึกษาครั้งนี้ โดยนำพลาสติก Polymethyl Methacrylate (PMMA) ที่มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทาน และมีราคาที่เหมาะสม มาเสริมแรงด้วยเส้นใยแบคทีเรียเซลลูโลส (Bacterial cellulose) ซึ่งช่วยทั้งให้วัสดุมีความแข็งแรงและการลดความร้อนที่ผ่านเข้ามาในอาคารได้ โดยผสมแบคทีเรียเซลลูโลสความเข้นข้นที่ปริมาณร้อยละ 1 2 และ 3 โดยน้ำหนัก มีกระบวนการในการศึกษาตั้งแต่การผลิต ขึ้นรูปชิ้นงาน และส่งทดสอบคุณสมบัติของวัสดุโปร่งแสง เพื่อนำมาทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการช่วยลดการใช้พลังงานอาคารของแผ่นวัสดุ ผ่านการปรับเปลี่ยนวัสดุเปลือกอาคารโปร่งแสงในโปรแกรมจำลองการใช้พลังงานรวมอาคาร OpenStudio แบ่งศึกษาเป็น 2 กรณี คือ งานผนังโปร่งแสงในอาคารสำนักงานมาตรฐาน และงานหลังคาโปร่งแสงในอาคารสนามกีฬาในร่มจากผลการศึกษา พบว่า ยิ่งเพิ่มปริมาณความเข้มข้นของสารเสริมแบคทีเรียเซลลูโลส ยิ่งส่งผลให้คุณสมบัติเชิงกลของวัสดุลดลง ในทางกลับกัน ความสามารถในการลดความร้อนเพิ่มมากขึ้น มีการสะสมความร้อนภายในอาคารลดลง ทำให้การใช้พลังงานรวมภายในอาคารลดน้อยลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวัสดุ PMMA ที่ผสมแบคทีเรียเซลลูโลสในปริมาณร้อยละ 2 มีประสิทธิภาพในการช่วยลดพลังงานรวมอาคารได้ดีที่สุดอยู่ที่ 29,012,398.76 kWh/yr และมีระยะเวลาคืนทุนน้อยที่สุดอยู่ที่ 3.85 ปี ประหยัดค่าไฟลงปีละร้อยละ 1.50 เมื่อเทียบกับวัสดุกระจกใส สำหรับงานผนังโปร่งแสง กรณีศึกษาอาคารสำนักงาน และวัสดุ PMMA ที่ผสมแบคทีเรียเซลลูโลสในปริมาณร้อยละ 3 มีประสิทธิภาพในการช่วยลดพลังงานรวมอาคารได้ดีที่สุด อยู่ที่ 1,310,421.59 kWh/yr และมีระยะเวลาคืนทุนน้อยที่สุดอยู่ที่ 0.93 ปี ประหยัดค่าไฟลงปีละร้อยละ 1.67 เมื่อเทียบกับวัสดุกระจกใส สำหรับงานหลังคาโปร่งแสง กรณีศึกษาอาคารสนามกีฬาในร่ม ทั้งนี้ ปริมาณของแบคทีเรียเซลลูโลส ส่งผลให้ราคาต้นทุนวัสดุเพิ่มขึ้นตาม อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติของวัสดุแต่ละประเภทล้วนมีความเหมาะสมในการนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบของเปลือกอาคารที่นำวัสดุไปติดตั้งด้วย


Challenging Homogenization: Identity In The Design Concepts Of Contemporary High-Rise Architecture In Bangkok, Chalaka Wijenayake Jan 2024

Challenging Homogenization: Identity In The Design Concepts Of Contemporary High-Rise Architecture In Bangkok, Chalaka Wijenayake

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The dominance of high-rise architecture in globalized urban landscapes has arguably raised concerns about the homogenization of cities and the decline of local identity. As vertical structures become essential components of contemporary metropolises, they pose unique challenges in negotiating cultural and contextual relevance. While often critiqued for their perceived detachment from place, some high-rises attempt to assert localized identities without reverting to superficial mimicry. This research engages with these tensions by analyzing five high-rise buildings in Bangkok—a vibrant, cosmopolitan, and non-Western urban setting—through the lens of Critical Regionalism, despite its known limitations when applied to large-scale architecture. The study examines …


คุณค่าและการเปลี่ยนแปลงบ้านจีนดั้งเดิม ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร, สิตานันท์ เพชรกาฬ Jan 2024

คุณค่าและการเปลี่ยนแปลงบ้านจีนดั้งเดิม ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร, สิตานันท์ เพชรกาฬ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บ้านจีนดั้งเดิมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานและวิถีชีวิตของชาวจีนในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันบ้านจีนดั้งเดิมเหล่านี้กำลังเผชิญปัญหาความเสื่อมสภาพ การถูกทิ้งร้าง และการรื้อถอนซึ่งส่งผลให้คุณค่าและความแท้ของมรดกทางวัฒนธรรมกำลังสูญหายไป งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันด้านกายภาพ บริบทที่ตั้ง และการใช้งานของบ้านจีนดั้งเดิมเพื่อวิเคราะห์คุณค่า ความแท้ และความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อการสูญเสียคุณค่า โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ จากการศึกษาแนวคิดและหลักการอนุรักษ์ พร้อมสำรวจภาคสนามและรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ กรณีศึกษา 4 หลัง ได้แก่ โรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ, บ้านโปษ์กี่, บ้านรัชต์บริรักษ์ และบ้านเอ๊งฮอกต๋อง โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงลึกด้านกายภาพ บริบทที่ตั้ง การใช้งาน และการเปลี่ยนแปลงของแต่ละกรณีศึกษา ผลการวิจัยพบว่า คุณค่าของบ้านจีนดั้งเดิม คือ การปรับบ้านให้เข้ากับทุกยุคทุกสมัย แม้จะได้รับอิทธิพลจากบ้านจีนดั้งเดิมที่เป็นต้นแบบในประเทศจีน ทั้งในด้านผังอาคาร การจัดวางพื้นที่ใช้สอย และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม แต่ยังคงมีการปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตและบริบทที่ตั้งของพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับบ้านจีนดั้งเดิมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ การเสื่อมทางกายภาพ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการใช้สอย จนส่งผลให้คุณค่าและความแท้ของบ้านจีนดั้งเดิมลดน้อยลงไป โดยสรุป ในการอนุรักษ์บ้านจีนดั้งเดิมเพื่อรักษาคุณค่า ต้องมีการทำความเข้าใจตัวอาคารและที่ตั้งสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อนำมาประเมินสภาพปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ จนนำไปสู่การประเมินคุณค่าในทุกด้าน ทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม จิตวิญญาณ เศรษฐกิจ และจำเป็นต้องศึกษาปัจจัยต่าง ๆ เพื่อนำมากำหนดวัตถุประสงค์และเลือกวิธีการอนุรักษ์จนนำไปสู่การปรับการใช้งานให้เหมาะสมกับอาคารต่อไปอย่างยั่งยืน


การพัฒนาคู่มือรายการตรวจสอบใช้ประกอบแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ประเภทอาคารอยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร, เวธินี พูลเพิ่มพันธ์ Jan 2024

การพัฒนาคู่มือรายการตรวจสอบใช้ประกอบแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ประเภทอาคารอยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร, เวธินี พูลเพิ่มพันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาทบทวนแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารของกรุงเทพมหานคร 2. ศึกษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารของกรุงเทพมหานคร 3. เพื่อเสนอแนะคู่มือรายการตรวจสอบ (Check list) แผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารของกรุงเทพมหานคร เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพที่มีการรวบรวมข้อมูล จัดกลุ่มกฎหมาย จัดทำคู่มือรายการตรวจสอบ (Check list) และสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างแล้วนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลและสรุปผล ผลการศึกษาพบว่า 1. การพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารจำเป็นต้องพิจารณากฎหมายร่วมกันหลายฉบับ โดยในแผนผังแบบแปลนที่ประกอบด้วยข้อกฎหมายหลายหัวข้อมากที่สุดคือ แผนผังบริเวณ 2. จากการสัมภาษณ์ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารจำนวน 9 คน ในเรื่องปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร พบว่าในกลุ่มผู้ปฏิบัติวิชาชีพพบปัญหาการค้นหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ, ปัญหาข้อกฎหมายซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกัน, และปัญหาความเข้าใจของผู้พิจารณาคำขออนุญาตและผู้ยื่นขออนุญาตไม่ตรงกัน ขณะที่กลุ่มผู้พิจารณาอนุญาตพบปัญหาการค้นหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาอนุญาต, ปัญหาความเข้าใจของผู้พิจารณาอนุญาตและผู้ยื่นขออนุญาตไม่ตรงกัน, และปัญหาในการอ่านแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร 3. ในส่วนคู่มือรายการตรวจสอบ (Check list) แผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารพบว่ากลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยเป็นจำนวน 12 ความคิดเห็นและมองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับแผนผังแบบแปลนในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ควรนำไปพัฒนาเพิ่มเติมและทดสอบการใช้งานจริงต่อไป


Daylighting Design For Museum In The Tropics: A Case Study Of The National Museum Of Cambodia, Thaileng Lov Jan 2024

Daylighting Design For Museum In The Tropics: A Case Study Of The National Museum Of Cambodia, Thaileng Lov

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Lighting design in cultural heritage spaces must balance artifact preservation with visitor comfort. The National Museum of Cambodia faces challenges from side lighting, introducing intense and uneven sunlight due to the sun's orientation. This study explores strategies to improve lighting uniformity while preserving the museum's architectural integrity, emphasizing natural light to create a visually appealing environment and reduce reliance on artificial lighting. Lighting performance was simulated in DIALux evo 12 at two-hour intervals on the summer solstice, equinox, and winter solstice to assess effectiveness. Findings indicate that maximizing natural light depends significantly on building orientation and space function. Simulations showed …


ผลงานฝีพระหัตถ์สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์: ภาพจำของอนุสาวรีย์แห่งความตาย, อธิภัทร แสวงผล Jan 2024

ผลงานฝีพระหัตถ์สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์: ภาพจำของอนุสาวรีย์แห่งความตาย, อธิภัทร แสวงผล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงออกแบบและมีความสัมพันธ์กับการสิ้นสุดพระชนม์ชีพของพระบรมวงศานุวงศ์สยามอย่างไม่จำกัดรูปแบบ, ขนาด, วัสดุ หรือความคงทน จึงใช้คำว่า "อนุสาวรีย์แห่งความตาย" แทนสิ่งที่ศึกษา ซึ่งผลงานเหล่านี้กลายเป็นภาพจำ และเป็นแบบแผนให้กับสถาปนิกตลอดจนนายช่างยุคต่อมาดำเนินรอยตามผู้วิจัยตั้งคำถามถึงภาพจำของผลงานฝีพระหัตถ์ และภาพจำที่เกิดขึ้นภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ในพ.ศ. 2490 ทำให้ใช้วิธีการเรียบเรียงหลักฐานในอดีตที่พบด้วยภาษาและมุมมองปัจจุบัน หรือ ประวัติศาสตร์นิพนธ์ ประกอบกับแนวความคิดว่าด้วยภาพจำอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญะ 3 แนวคิด ได้แก่ ภาพจำร่วมกันของสังคม, ภาพจำเชิงภาษาศาสตร์ และ มายาคติ หรือภาพจำภายใต้วัฒนธรรมร่วมสมัย แม้ทั้งสามแนวคิดจะเกิดขึ้นจากนักคิดชาวตะวันตก แต่สามารถใช้วิเคราะห์ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมโดยไร้ข้อจำกัดของชาติพันธุ์และเวลานอกจากนี้ ผู้ที่เคยศึกษาผลงานฝีพระหัตถ์ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์มาก่อนมักกล่าวถึงภาพจำเชิงกายภาพในรูปแบบสัญลักษณ์ ที่แท้จริงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสัญญะ ที่มนุษย์รับรู้ด้วยประสาทสัมผัสและเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ได้หลายระดับ ทำให้ผู้วิจัยใช้หลักฐานชั้นต้นที่หน่วยงานราชการและเอกชนเก็บรักษามาวิเคราะห์เตลอดจนบทสัมภาษณ์สถาปนิกและนายช่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานพระเมรุมาศ เพื่อค้นหาความหมายภายใต้ผลงานฝีพระหัตถ์ต่อไปจากการศึกษาพบว่าสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงได้รับอิทธิพลจากความนิยมของสังคม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาภาพจำของผู้สิ้นสุดพระชนม์ชีพในผลงานฝีพระหัตถ์ ที่พบสัญญะอันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญของชีวิตอันเป็นผลจากค่านิยมของยุคสมัย ขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางใหม่ภายหลังแบบแผนอันเคร่งครัดที่มีอยู่เดิมได้เปลี่ยนรูปแบบไป ทำให้ผลงานฝีพระหัตถ์มีสถานะเป็นแรงบันดาลใจของการสร้างสรรค์อนุสาวรีย์แห่งความตายของนายช่างร่วมสมัยปัจจุบัน


การพัฒนาชุดข้อมูลเทคโนโลยีคู่แฝดดิจิทัลเพื่อประเมินการใช้พื้นที่อาคาร: กรณีศึกษา อาคารในต่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศ, ฐิติชญา ชาตรูปะมัย Jan 2024

การพัฒนาชุดข้อมูลเทคโนโลยีคู่แฝดดิจิทัลเพื่อประเมินการใช้พื้นที่อาคาร: กรณีศึกษา อาคารในต่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศ, ฐิติชญา ชาตรูปะมัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบริหารพื้นที่อาคารเป็นหลักการที่จะช่วยให้พื้นที่ส่วนต่างๆภายในอาคารถูกใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่า กระทรวงการต่างประเทศมีสำนักงานหลายแห่งทั่วโลก จึงมีทรัพยากรทางกายภาพที่ต้องดูแลทางไกลเป็นจำนวนมาก สำหรับในงานวิจัยได้ทำการศึกษาลักษณะการใช้งานพื้นที่กงสุลจาก 7 กรณีศึกษาเเละทำการเเบ่งพื้นที่ส่วนกงสุลออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้เเก่ พื้นที่พักรอ พื้นที่เคาน์เตอร์ เเละพื้นที่อื่นๆวัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือการศึกษาการใช้เทคโนโลยีคู่แฝดดิจิทัลในการบริหารจัดการพื้นที่อาคาร เพื่อหารูปแบบของชุดข้อมูลที่จำเป็นในการเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาระบบการจัดการพื้นที่สำหรับพื้นที่กงสุล โดยทำการศึกษาการทำงานของเทคโนโลยีคู่แฝดดิจิทัลในระดับ Descriptive ซึ่งเป็นระดับการศึกษาหาชุดข้อมูลเพื่อเตรียมสำหรับการนำไปใช้งานในระดับอื่นๆต่อไปจากการศึกษาพบว่าชุดข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการนำเทคโนโลยีคู่แฝดดิจิทัลมาใช้ในการประเมินพื้นที่อาคาร สามารถเเบ่งข้อมูลแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Static (พื้นที่ห้อง ความจุ พื้นที่ต่อคน) และ Dynamic (จำนวนชั่วโมงการใช้จริงและจำนวนพนักงานที่ใช้ห้องต่อสัปดาห์) ข้อมูล Dynamic จำเป็นต้องมีใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ในการเก็บข้อมูลซึ่งในงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาข้อดีเเละข้อจำกัดของเทคโนโลยีเหล่านี้ Wifi technique, Proximity sensor, Infrared IR sensor, และ Camera-based systems (กล้องนับคนด้วยวิดีโอ, กล้องนับคนด้วย AI, และกล้อง 3D นับคน)จากการศึกษาพบว่าเทคโนโลยีเซ็นเซอร์แต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดที่เเตกต่างกัน พื้นที่พักรอเหมาะสมที่จะใช้ กล้องนับคนด้วยวิดีโอเเละ Infrared IR sensor เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก พื้นที่เคาน์เตอร์เหมาะสมที่จะใช้ กล้องนับคนด้วยวิดีโอเเละกล้องนับคนด้วย AI เพื่อยืนยันตัวตนเเละเก็บข้อมูลที่ต้องการในกรณีที่มีผู้เข้ามาใช้งานเป็นจำนวนมาก พื้นที่อื่นๆเช่นพื้นที่ห้องสัมภาษณ์ พื้นที่ห้องทำบัตรประชาชน ควรมีการใช้ กล้องนับคนด้วยวิดีโอ เเละ Infrared IR sensor ซึ่งจะช่วยในการดูเเลรักษาความปลอดภัยเเละเก็บข้อมูล อย่างไรก็ตามเซ็นเซอร์เเต่ละชนิดมีข้อดีเเละข้อจำกัดที่เเตกต่างกัน จำเป็นต้องศึกษาและวิเคราะห์การใช้งานพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดต่อไป


การพัฒนาชุดข้อมูลสำหรับระบบสนทนาอัตโนมัติ เพื่อช่วยในการค้นคว้ากฎหมายควบคุมอาคารในกรุงเทพมหานคร, ไพลิน วิรุฬห์ทรัพย์ Jan 2024

การพัฒนาชุดข้อมูลสำหรับระบบสนทนาอัตโนมัติ เพื่อช่วยในการค้นคว้ากฎหมายควบคุมอาคารในกรุงเทพมหานคร, ไพลิน วิรุฬห์ทรัพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การค้นคว้ากฎหมายควบคุมอาคารเพื่อการออกแบบโครงการทางสถาปัตยกรรม จำเป็นต้องพิจารณากฎหมายหลากหลายฉบับ ซึ่งกฎหมายควบคุมอาคารเหล่านี้ มีความซับซ้อนและปรับปรุงอยู่เสมอ ประกอบกับเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยสนับสนุนการค้นคว้ากฎหมายยังมีจำกัด ส่งผลให้สถาปนิกเกิดความยากลำบากในการค้นคว้าข้อกฎหมาย งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดข้อมูลสำหรับการพัฒนาระบบสนทนาอัตโนมัติ ให้สามารถช่วยในการค้นคว้ากฎหมายควบคุมอาคารได้ โดยครอบคลุมอาคารประเภทอาคารอยู่อาศัย ที่มีพื้นที่อาคารไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร และสูงไม่ถึง 23 เมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานครการดำเนินการวิจัยเริ่มต้นด้วยการรวบรวมข้อมูลกฎหมายควบคุมอาคารทั้งหมด เพื่อนำมาพัฒนาเป็นชุดข้อมูล โดยใช้หลักการแผนผังต้นไม้การตัดสินใจ (Decision Tree) ร่วมกับการศึกษาองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์และระบบสนทนาอัตโนมัติ เพื่อพิจารณาคัดเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาด้วยชุดข้อมูลด้านกฎหมายที่พัฒนาขึ้น หลังจากนั้นจึงนำเข้าชุดข้อมูลในระบบเพื่อพัฒนาระบบสนทนาอัตโนมัติ จากนั้นจึงทดสอบและปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพในการค้นคว้าข้อกฎหมายระบบสนทนาอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นได้ถูกนำไปทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นสถาปนิก เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการใช้งาน ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าระบบสนทนาอัตโนมัติสามารถช่วยลดระยะเวลาในการค้นคว้าข้อมูลกฎหมาย และอำนวยความสะดวกในการค้นคว้ากฎหมายเพื่อใช้ในการออกแบบได้ โดยผลการประเมินด้านความง่ายในการใช้งาน, ประสิทธิภาพในการตอบคำถามด้านกฎหมาย และความพึงพอใจโดยรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก


Lighting Retrofit For Energy Conservation: A Case Study Of Classrooms At The Faculty Of Architecture, Chulalongkorn University, Thae Thiri Lynn Jan 2024

Lighting Retrofit For Energy Conservation: A Case Study Of Classrooms At The Faculty Of Architecture, Chulalongkorn University, Thae Thiri Lynn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Lighting energy consumption has been one of the major elements of overall energy usage in educational buildings, making its reduction significant for promoting sustainability of educational sector. This research aims to minimize lighting energy consumption and improve lighting performance at the Architecture Faculty building at the Chulalongkorn University in Thailand. In this study, three classrooms facing all four different directions were selected as case studies for in-depth assessment. The applied strategies involve replacement of lamps types, repositioning of lamps, reduction of lamp quantities and redesigning electric grouping lines. By using Dialux Evo 12, the lighting scenarios were simulated on an …


Architectural Design Criteria For Achieving Feng Shui Balance For Chinese Immigrant Houses In Chonburi, Thailand, Yu Peng Huang Jan 2024

Architectural Design Criteria For Achieving Feng Shui Balance For Chinese Immigrant Houses In Chonburi, Thailand, Yu Peng Huang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis examines how Form School Feng Shui principles can guide residential design for Chinese migrant workers in Chonburi, Thailand. The study addresses the problem of cultural and environmental incongruence in local townhouse layouts, particularly in the arrangement of Yin and Yang spaces and natural ventilation, which are essential to creating a balanced living environment in Feng Shui. The work is significant as it adapts Feng Shui architecture—a system deeply rooted in Chinese philosophy—to a modern context, fostering cultural familiarity and comfort for migrants. Using a comparative analysis of traditional Chaoshan courtyard houses and townhouses in Chonburi, the research evaluates …


Prosthetic Architecture: Lingering For Nostalgic Futurism, Sahasrungsri Wajchathon Jan 2024

Prosthetic Architecture: Lingering For Nostalgic Futurism, Sahasrungsri Wajchathon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis explores prosthetic architecture, a concept that combines nostalgia and futurism to reimagine the conservation of architecture in everyday life. Inspired by the idea of architecture as a "prosthesis" that extends and adapts to modern needs, the objective is to propose an alternative approach to architectural conservation — one that not only preserves cultural and historical value but also integrates new infrastructure and functions to align with contemporary lifestyles. By reviewing key theories, such as Sigmund Freud's views in Civilization and its Discontents and Mark Wigley's Prosthetic Theory: The Disciplining of Architecture, this research builds a theoretical foundation for …


ความสามารถในการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบด้านกายภาพ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของอาคารปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ กรณีศึกษา: อาคารสูงในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กวิน ธนโกเศศ Jan 2023

ความสามารถในการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบด้านกายภาพ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของอาคารปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ กรณีศึกษา: อาคารสูงในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กวิน ธนโกเศศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ความปลอดภัย คือ หนึ่งในข้อพิจารณาสำคัญที่สุดของการออกแบบองค์ประกอบทางกายภาพของอาคารปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ แต่การวิจัยทดลองทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนั้นมักไม่มีรูปแบบที่ตายตัวและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่งผลให้การออกแบบฯ เพื่อควบคุมความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบนั้นกลายเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งการศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อพิจารณาการออกแบบองค์ประกอบทางกายภาพของอาคารปฏิบัติการฯ ที่จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการรองรับการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางกายภาพและเสริมสร้างความปลอดภัยของอาคารปฏิบัติการฯ งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงประจักษ์ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบกรณีศึกษา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์แบบก่อสร้างเริ่มแรกของอาคาร ร่วมกับข้อมูลจากรายงานตรวจประเมินด้านความปลอดภัย และข้อมูลจากการสำรวจสภาพปัจจุบันของอาคารกรณีศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 4 อาคาร ซึ่งเป็นอาคารปฏิบัติการฯ อาคารสูง ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผลการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนที่ 1 อธิบายสาเหตุและลักษณะปัญหาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทางกายภาพของอาคารปฏิบัติการฯ ส่วนที่ 2 อธิบายลักษณะการปรับเปลี่ยนขององค์ประกอบทางกายภาพฯ ที่เกิดขึ้นรวมถึงผลกระทบต่อด้านความปลอดภัยระหว่างช่วงการใช้อาคาร โดยแสดงให้เห็นบทบาทสำคัญและความเกี่ยวข้องกันระหว่างองค์ประกอบทางกายภาพ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ งานระบบอาคาร ที่ว่าง และเฟอร์นิเจอร์ และส่วนที่ 3 อธิบายคุณลักษณะสำคัญขององค์ประกอบทางกายภาพที่สนับสนุนให้อาคารปฏิบัติการฯ สามารถรองรับการปรับเปลี่ยนขององค์ประกอบทางกายภาพได้ข้อค้นพบของงานวิจัยนี้ นำเสนอกรอบแนวคิดในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางกายภาพ และความปลอดภัยของอาคารปฏิบัติการฯ ต่อยอดจากทฤษฎีการจำแนกลำดับชั้นขององค์ประกอบทางกายภาพของอาคาร นอกจากนี้ ข้อค้นพบของงานวิจัยยังนำเสนอข้อพิจารณาในการออกแบบองค์ประกอบทางกายภาพของอาคารปฏิบัติการฯ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ และบ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างกลไกในการกำกับควบคุมให้เกิดการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางกายภาพ ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และเกิดความปลอดภัยตลอดช่วงการใช้อาคารปฏิบัติการฯ


คุณค่าและความเปลี่ยนแปลงเรือนพื้นถิ่นมลายู : กรณีศึกษาชุมชนริมคลองตำมะลัง จังหวัดสตูล, ชารีดา ปาติง Jan 2023

คุณค่าและความเปลี่ยนแปลงเรือนพื้นถิ่นมลายู : กรณีศึกษาชุมชนริมคลองตำมะลัง จังหวัดสตูล, ชารีดา ปาติง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ชุมชนที่เลือกมาศึกษา คือ ชุมชนริมคลองตำมะลัง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นชุมชนที่ติดกับชายแดนส่วนใต้สุดของประเทศไทยฝั่งทะเลอันดามัน ด้านตะวันตกติดกับพื้นที่ทางตอนเหนือสุดของประเทศมาเลเซีย ได้แก่ ปะลิส เกดะห์ ปีนังและเปรัก นับได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของเรือนมลายูในแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการประกอบด้วย (1) เพื่อทำความเข้าใจเรือนพื้นถิ่นมลายูในชุมชนริมคลองตำมะลัง ในเรื่องสภาพแวดล้อมและที่ตั้ง สถาปัตยกรรม และประโยชน์ใช้สอย (2) เพื่อระบุคุณค่าและความแท้ของเรือนพื้นถิ่นมลายู (3) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเรือนพื้นถิ่นมลายู เพื่อเสนอแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูเรือน วิธีวิจัยประกอบด้วย การเก็บข้อมูลภาคเอกสารเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการอ้างอิงถึงลักษณะของเรือนพื้นถิ่นมลายู และการเก็บข้อมูลภาคสนามด้วยวิธีการสัมภาษณ์ สำรวจ รังวัด บันทึกภาพ งานวิจัยนี้เลือกเรือนพื้นถิ่นมลายูที่มีอายุ 100 ปี ถึงเรือนที่มีอายุ 40 ปี ที่ยังแสดงถึงอัตลักษณ์ของเรือนมาเป็นกรณีศึกษา ต่อมา ข้อมูลที่เก็บมาได้จะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อจัดแบ่งประเภทของเรือน ผลสรุปที่ได้ คือ ความเข้าใจคุณค่าและการเปลี่ยนแปลงของเรือนพื้นถิ่นมลายู รวมถึงปัจจัยที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของพื้นที่ชุมชนริมคลองตำมะลัง จากการประเมินคุณค่าและสัมภาษณ์ผู้อาศัยในพื้นที่ การอนุรักษ์เรือนควรคำนึงถึงการใช้วัสดุที่เหมาะสม รักษาคุณค่าของเรือน ตลอดจนปรับการใช้สอยเรือนให้รองรับการใช้งานในปัจจุบัน


แนวทางการจัดทำโครงการอาคารสวัสดิการที่มีคุณภาพและยั่งยืน สำหรับกองบัญชาการกองทัพไทย, เชิดศักดิ์ สร้อยสุวรรณ Jan 2023

แนวทางการจัดทำโครงการอาคารสวัสดิการที่มีคุณภาพและยั่งยืน สำหรับกองบัญชาการกองทัพไทย, เชิดศักดิ์ สร้อยสุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การดำเนินโครงการสวัสดิการเคหะสงเคราะห์ในลักษณะโครงการอาคารพักอาศัยรวมมีการพัฒนาการเรื่อยมาตามยุคสมัย ที่บริบทมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และมีเงื่อนไขความต้องการต่างๆเพิ่มเติมมากขึ้นทั้งการคำนึงถึง คุณภาพในการจัดสวัสดิการ ปัจจัยด้านงบประมาณและการเงิน ลักษณะทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการคำนึงถึงความยั่งยืนของโครงการในระยะยาว แต่จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าการดำเนินโครงการอาคารสวัสดิการของกองบัญชาการกองทัพไทยไม่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อ (1) ประมวลประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน (2) ประมวลประเด็นในการปรับปรุงเพื่อให้โครงการฯมีคุณภาพและมีความยั่งยืน (3) สร้างแนวทางต้นแบบการดำเนินโครงการและทำการพิสูจน์เปรียบเทียบโดยทำการศึกษาผ่านขั้นตอนดังนี้ (1) การศึกษากฎหมาย,แนวคิด,ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและการศึกษาโครงการอาคารสวัสดิการส่วนกลาง กองบัญชาการกองทัพไทยเชิงลึกโดยการสำรวจและสัมภาษณ์ (2)นำผลการศึกษาในข้อ 1 มาวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุและสรุปแนวทางการดำเนินโครงการฯที่มีคุณภาพและยั่งยืน (3)ทำการทดสอบและเปรียบเทียบแนวทางการดำเนินโครงการฯในโครงการเสมือนจริง แล้วจึงทำการสรุปและนำเสนอผลการวิจัยผลการศึกษาในประเด็นปัญหาของโครงการอาคารสวัสดิการส่วนกลาง ของกองบัญชาการกองทัพไทยพบว่ามีปัญหาสำคัญ 3 ประการ คือ 1)ปัญหาสภาพแวดล้อมและทรัพยากรกายภาพทรุดโทรมไม่ปลอดภัย 2)ปัญหางบประมาณไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการและการบำรุงรักษา 3)ปัญหาจำนวนที่พักอาศัยไม่เพียงพอต่อความต้องการและยังไม่ครอบคลุมสมาชิกทุกประเภท จากการวิเคราะห์ผลการศึกษาโครงการฯพบว่าปัญหาเกิดจากสาเหตุ 4 ประการคือ 1)ระบบการจัดสวัสดิการฯปัจจุบันมีลักษณะเชิงเดี่ยวสำหรับการพักอาศัยเป็นหลัก และเน้นให้สวัสดิการเฉพาะสมาชิกสามัญ (ข้าราชการทหารประจำการ) 2)อาคารสถานที่ซึ่งออกแบบไว้ในอดีตไม่สอดคล้องกับกฎหมายและรูปแบบการพักอาศัยในปัจจุบัน 3)ไม่มีการวางแผนการบริหารจัดการและบำรุงรักษาโครงการระยะยาว 4)การพึ่งพางบประมาณภาครัฐเป็นหลักเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการและบำรุงรักษาโครงการฯในระยะยาวเมื่อวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาแล้วผู้วิจัยขอเสนอระบบการดำเนินโครงการอาคารสวัสดิการแบบผสมผสาน (Hybrid Military Welfare Housing system) ที่ผสมผสานการจัดโครงการสวัสดิการที่พักอาศัยแบบเดิม กับการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจโดยโครงการที่พักอาศัยทางเลือกทั้งระยะยาวและระยะสั้นในราคาสวัสดิการ ผ่านการวางผังและออกแบบอาคารสถานที่ตามกฎหมายและเกณฑ์ Eco Village และ Universal Design และผสมผสานระบบงบประมาณภาครัฐร่วมกับรายได้จากสวัสดิการเชิงธุรกิจ เมื่อทดลองดำเนินโครงการฯตามระบบดังกล่าว ในโครงการเสมือนจริงในโครงการอาคารสวัสดิการกองบัญชาการกองทัพไทย พื้นที่ประชาชื่น ในลักษณะทางกายภาพ 3 ตัวแบบคือ 1)อาคารสถานที่เดิมปรับปรุงบางส่วน 2)อาคารสร้างใหม่บางส่วน ปรับปรุงอาคารสถานที่เดิมบางส่วน 3)อาคารสถานที่สร้างใหม่ทั้งหมด โดยทั้ง 3 ตัวแบบนี้ออกแบบและปรับปรุงอาคารสถานที่ตามกฎหมายและเกณฑ์ที่กำหนด มีจำนวนเพียงพอรองรับสมาชิกได้ทุกประเภท และเมื่อทำการทดสอบฐานะทางการเงิน (Financial Status)ในระยะเวลา 40 ปี พบว่า ทั้ง 3 ตัวแบบ มีงบประมาณเพียงพอสำหรับบริหารจัดการและบำรุงรักษาโครงการฯตามมาตรฐานงานวิจัยนี้จึงสรุปได้ว่าการพัฒนาโครงการอาคารสวัสดิการเคหะสงเคราะห์ โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างระบบการจัดสวัสดิการ ลักษณะทางกายภาพ และการบริหารจัดการ โดยมีการจัดการด้านงบประมาณที่สอดคล้องกัน สามารถสร้างโครงการสวัสดิการเคหะสงเคราะห์สำหรับหน่วยราชการทหารที่มีคุณภาพและมีความยั่งยืนได้ในบริบทปัจจุบัน และยังสามาถลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ


ปัญหาและการแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียของศูนย์การค้า: กรณีศึกษาศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน, โกสินทร์ แจ่มประเสริฐ Jan 2023

ปัญหาและการแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียของศูนย์การค้า: กรณีศึกษาศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน, โกสินทร์ แจ่มประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เหตุการณ์กลิ่นไม่พึงประสงค์รุนแรงจากระบบบำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นภายในศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน หลังเปิดใช้งานอาคารได้ 1 เดือน เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินการของร้านค้าและเกิดการร้องเรียนจากผู้ใช้บริการภายในอาคาร ซึ่งการจัดการปัญหาและการแก้ไขปัญหาเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายกายภาพ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฝ่ายอาคาร ฝ่ายวิศวกรรม ช่างประจำอาคาร และรูปภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูล ถอดบทเรียนจากการศึกษา สรุป และอภิปรายผลจากการศึกษาเหตุการณ์กลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นภายในศูนย์การค้า พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์พื้นที่ และการเปลี่ยนประเภทกิจการ ซึ่งเป็นความต้องการของเจ้าของโครงการในการเปลี่ยนแปลงแผนธุรกิจ ให้สอดคล้องกับการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยการเพิ่มที่นั่งโรงละครและกิจการประเภทร้านอาหาร ทำให้ปริมาณน้ำเสียจากกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้การบำบัดน้ำเสียไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากน้ำเสียที่เข้าระบบบำบัดเกินความจุของระบบบำบัดน้ำเสียที่ออกแบบไว้ตั้งแต่ก่อสร้าง ประกอบกับแผนงานการดูแลบำรุงรักษายังไม่ชัดเจน เนื่องจากหลังการก่อสร้างโครงการยังอยู่ในการรับประกัน 2 ปี จากผู้ก่อสร้าง ทำให้เจ้าของโครงการไม่ทราบถึงผลกระทบ และไม่ได้ให้ความสำคัญในการจัดส่งเจ้าหน้าที่มาควบคุมการใช้งาน และดูแลบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี รวมถึงการจัดหาบุคลากรที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญมาปฏิบัติงาน อีกทั้งเจ้าของโครงการเป็นหน่วยงานอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ ทำให้การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยฐานข้อมูล ได้แก่ จำนวนร้านค้า ประเภทกิจการ เปรียบเทียบระหว่างการออกแบบและหลังการเปิดใช้งานอาคาร ปริมาณการใช้น้ำ ผลการวิเคราะห์การตรวจค่าน้ำเสีย และการวินิจฉัยโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการกำหนดรูปแบบและรายละเอียดในการจัดจ้างแก้ไขปัญหา โดยการจัดซื้อจัดจ้างต้องยึดตามระเบียบปฏิบัติ ซึ่งมีกระบวนการขั้นตอนซับซ้อนและต้องใช้ระยะเวลาในการจัดจ้าง ทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้า ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรผลจากการศึกษาชี้ให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น 4 ลักษณะ คือ 1) ปัญหาการใช้สารเคมีทำความสะอาดในช่วงเปิดศูนย์การค้า 2) ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในพื้นที่ศูนย์การค้า 3) ปัญหาการเกิดคราบสีดำบนเครื่องประดับที่เป็นโลหะของร้านค้า 4) ปัญหาการระบายอากาศจากบ่อบำบัดน้ำเสียที่ถูกปล่อยออกบริเวณหน้าประตูข้างอาคารชั้น 1 และผลจากการศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1) การแก้ไขปัญหาโดยการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย 2) การแก้ไขปัญหาโดยการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่มเติมเพื่อรองรับปริมาณน้ำเสียที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากการปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจก่อนการขายพื้นที่ ทีมขายต้องมีการขอข้อมูลงานระบบต่าง ๆ และทำงานร่วมกับทีมวิศวกรรมในการตรวจเช็คความพร้อมของพื้นที่ให้เหมาะสมกับประเภทกิจการ โดยคำนึงถึงความสามารถ ขนาดพิกัดการทำงานของระบบต่าง ๆ ของอาคารในการรองรับการใช้งานที่จะเกิดขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลให้กับเจ้าของโครงการในการบริหารทรัพยากรกายภาพ Facility Management (FM) เพื่อลดผลกระทบ ทำให้อาคารมีความสะดวก ปลอดภัย และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีเมื่อเข้าใช้อาคาร


ประสิทธิภาพด้านพลังงานและแสงสว่างธรรมชาติของแผ่นหลังคาโปร่งแสงแอโรเจลในอาคารคลังสินค้าตามเกณฑ์ Sda, เบญจพร พงษ์กลาง Jan 2023

ประสิทธิภาพด้านพลังงานและแสงสว่างธรรมชาติของแผ่นหลังคาโปร่งแสงแอโรเจลในอาคารคลังสินค้าตามเกณฑ์ Sda, เบญจพร พงษ์กลาง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการส่องสว่างสำหรับการปฎิบัติงานในคลังสินค้าเป็นปัญหาหนึ่งของการใช้พลังงานในอาคารคลังสินค้าประกอบกับ การออกแบบคลังสินค้าในปัจจุบันยังมีการใช้ประสิทธิภาพจากแสงธรรมชาติได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากการใช้แสงธรรมชาติในตอนกลางวันที่ส่องผ่านจากแผ่นโปร่งแสงด้านบนหลังคาจะทำให้เกิดความร้อนภายในอาคารและส่งผลกระทบกับการใช้พลังงานทำความเย็นที่สูงขึ้นในกรณีที่อาคารคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ การใช้วัสดุโปร่งแสงที่สามารถป้องกันความร้อนได้ดีจึงช่วยให้อาคารประเภทนี้สามารถลดความร้อนได้งานวิจัยนี้ได้ศึกษาอาคารคลังสินค้าขนาด 23,200 ตารางเมตรความสูง 10.00 ม. เป็นกรณีศึกษา และจะเพิ่มความสูงของอาคารคลังสินค้าเพิ่มเติมคือ 15.00 ม. และ 20.00 ม. เพื่อเป็นแนวทางสำหรับอาคารคลังสินค้าในอนาคต โดยนำเสนอแนวทางการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าแสงประดิษฐ์และเปรียบเทียบกับการใช้พลังงานทำความเย็นภายในคลังสินค้าและประเมินผลด้วยการใช้การประเมินค่า Spatial Daylight Autonomy (sDA) ตามเกณฑ์ LEED V4 หัวข้อ Daylight โดยใช้โปรแกรม DesignBuilder ช่วยจำลองผลและนำมาประเมินร่วมกับการใช้พลังงานในอาคารและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยทำการเปรียบเทียบวัสดุแผ่นหลังคาโปร่งแสง 2 ชนิดได้แก่แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสและแผ่นโปร่งแสงแอโรเจลจากการศึกษาพบว่าความสูงของอาคารคลังสินค้าที่ 10.00 ม., 15.00 ม.และ 20.00 ม. ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านการรับแสงธรรมชาติเนื่องจากทุกความสูงของอาคารคลังสินค้าตั้งแต่ 10.00 ม.-20.00ม.แผ่นโปร่งแสงแอโรเจลมีประสิทธิภาพในการรับแสงธรรมชาติมากกว่าแผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส 35% ในส่วนของการใช้พลังงานรวมแผ่นโปร่งแสงแอโรเจลลดปริมาณการใช้พลังงานรวมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่ากว่าแผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส 11-19% อย่างไรก็ตามการใช้แสงธรรมชาติเพื่อช่วยในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าแสงประดิษฐ์นั้นสามารถช่วยลดลงได้เพียง 3-4% ต่อปี ดังนั้นจึงต้องมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมในการเลือกใช้แผ่นหลังคาโปร่งแสง แต่ละประเภทด้วย ทั้งนี้การใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาตินั้นจะต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในแต่ละวันรวมถึงรูปแบบประเภทอาคารด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้แสงธรรมชาติให้เหมาะสมกับอาคารแต่ละประเภทได้


แนวคิดการออกแบบพุทธสถาปัตยกรรมล้านนาจากการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในพระวิหารวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่, ธิติ พึ่งพุทธ Jan 2023

แนวคิดการออกแบบพุทธสถาปัตยกรรมล้านนาจากการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในพระวิหารวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่, ธิติ พึ่งพุทธ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดที่มีความสำคัญคู่กับเมืองเชียงใหม่มายาวนานกว่า 500 ปี ภายในเขตพุทธาวาสประกอบด้วยพระวิหารที่มีความโดดเด่นทางรูปแบบทางสถาปัตยกรรมซึ่งแตกต่างจากวิหารล้านนาที่พบโดยทั่วไป โดยมีการออกมุขด้านข้างวิหารในลักษณะของผังแบบจัตุรมุข และภายในยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุสำคัญของล้านนา ถือเป็นปูชนียวัตถุที่พุทธศาสนิกชนมากราบไหว้บูชาและสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดในการออกแบบพุทธสถาปัตยกรรมล้านนา จากการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในพระวิหารวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร และศึกษาแนวคิดการออกแบบผังบริเวณและอาคารประกอบในพิธีกรรม อันเกี่ยวเนื่องกับการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกจากที่ประดิษฐาน โดยทำการวิเคราะห์จากผังบริเวณวัด รูปแบบสถาปัตยกรรมพระวิหารและอาคารประกอบสำคัญในพิธีกรรมการสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ โดยเก็บข้อมูลจากการสำรวจภาคสนาม ประกอบกับการรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์จากเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงเนื้อหาในวรรณกรรมทางพุทธศาสนาชิ้นสำคัญของล้านนา สำหรับความพิเศษของวัดพระธาตุศรีจอมทอง ฯ คือการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและสามารถนำออกมาจากที่ประดิษฐานได้ ผู้ศึกษาจึงวิเคราะห์การใช้งานพิธีกรรมร่วมกับการวิเคราะห์รูปแบบสถาปัตยกรรม การประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุวัดพระธาตุศรีจอมทอง ฯ ยังคล้ายคลึงกับรูปแบบการประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วในศรีลังกา ในการศึกษาจึงทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบรูปแบบสถาปัตยกรรมทั้ง 2 แห่ง ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกันในแง่ของรูปแบบสถาปัตยกรรมบางประการ นอกจากนี้ยังทำการศึกษาโดยการวิเคราะห์เปรียบเทียบผังบริเวณ และรูปแบบทางสถาปัตยกรรมสำคัญภายในวัดกับเนื้อหาในวรรณกรรมทางพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดนี้เพื่อให้ทราบที่มาแนวคิดจากการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในพระวิหารผลจากการศึกษาพบว่าแนวคิดจากวรรณกรรมทางพุทธศาสนาของล้านนา เป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในพระวิหาร ภายใต้กรอบแนวคิดเรื่องคติจักรวาลและการเป็นภาพสะท้อนคติพระอินทร์ รวมถึงการประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วในศรีลังกาอาจส่งอิทธิพลต่อรูปแบบพิธีกรรมการสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ อันเป็นตัวกำหนดรูปแบบผังบริเวณและสถาปัตยกรรมภายในวัด ทั้งหมดนี้เป็นการยื่นข้อเสนอต่อแนวทางการศึกษาพุทธสถาปัตยกรรมล้านนาที่หลุดออกจากกรอบแนวคิดเรื่องคติจักรวาลเพียงอย่างเดียว จึงอาจกล่าวได้ว่าแนวคิดพุทธสถาปัตยกรรมล้านนาจากการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระธาตุศรีจอมทอง ฯ เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของแนวคิดในการออกแบบวัดในวัฒนธรรมล้านนาในอดีต


แนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์, ชุณห์ศิริ ไชยเอีย Jan 2023

แนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์, ชุณห์ศิริ ไชยเอีย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานศึกษานี้มุ่งวิเคราะห์แนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมและปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวคิด และผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ โดยศึกษาหลักฐานชั้นต้น ได้แก่ พระนิพนธ์ เอกสารราชการ และแบบสถาปัตยกรรม ประกอบกับหลักฐานชั้นรอง อันได้แก่วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง การทบทวนวรรณกรรมอันได้แก่งานศึกษาผลงานสถาปัตยกรรมของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ที่ผ่านมาอย่างถี่ถ้วน สรุปได้เป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่ทรงออกแบบรวม 24 ผลงาน การวิเคราะห์ผลงานเหล่านี้ร่วมกับการศึกษาพระนิพนธ์ ภูมิหลังพระประวัติ และหลักสูตรศิลปะสภาที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงร่างขึ้นเมื่อพ.ศ. 2469 ทำให้สรุปได้ว่า ช่างที่ดีมีคุณสมบัติเบื้องต้น 3 ประการ คือ 1) ฝีมือดี 2) ความคิดดี และ 3) ดูตัวอย่าง วิธีการออกแบบของช่างที่ดีมี 2 ประการ คือ “ยักย้าย” และ “เข้าลาย” อันเป็นวิธีวิเคราะห์สถาปัตยกรรมออกเป็น “เค้าโครง” และ “องค์ประกอบ” การ “ยักย้าย” คือ การสลับองค์ประกอบภายใต้ระเบียบเค้าโครง สร้างความแปลกใหม่เฉพาะตัวของงานนั้นๆ ส่วนการ “เข้าลาย” คือ การทำให้ผลงานที่ออกมามีลักษณะเป็นอันหนึ่งเดียวกัน อันเป็นแนวทางที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงใช้ในการสร้างสถาปัตยกรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์ตลอดพระชนม์ชีพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงพัฒนาวิธีการ และแนวทางการออกแบบดังกล่าว ในบริบทของปัจจัยส่งเสริม 3 ประการ คือ 1) ระบบการช่างในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากการช่างอย่างไทยเป็นการช่างอย่างตะวันตก 2) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงส่งเสริมพระอัจฉริยภาพทางการช่าง ตลอดจนพระราชดำริทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม และ 3) อิทธิพลวัฒนธรรมนานาชาติที่หลั่งไหลเข้ามาสู่สยาม ทั้งด้วยการเดินทางท่องเที่ยวและสื่อสิ่งพิมพ์ เป็น “ตัวอย่าง” ให้นายช่างที่ดีได้สั่งสมองค์ประกอบไว้ใช้ในการ “ยักย้าย” อย่างเสรี ดังปรากฏในผลงานสถาปัตยกรรมฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการสร้างรูปใหม่บนโครงรากเก่า และการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรม “ไทย” จาก ศิลปะอื่นๆ หลากหลายรูปแบบ ต่างยุคต่างสมัยแต่ “เข้าลาย” ให้งดงามกลมกลืนกัน


Daylight Performance For Work-From-Home Workstation:A Case Study Of A Residential Condominium Unit In Bangkok, Napat Ploycharoen Jan 2023

Daylight Performance For Work-From-Home Workstation:A Case Study Of A Residential Condominium Unit In Bangkok, Napat Ploycharoen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The prevalence of work-from-home, especially due to Covid-19, has made home environments mostly in Bangkok double as workplaces for many office workers. They utilize available daylight during typical office hours (8 AM to 5 PM), which enhances visual performance, productivity, and well-being while reducing visual discomfort. This contributes to higher user satisfaction with daylighting conditions.This research seeks to evaluate the daylight performance and visual comfort of a residential condominium unit in Bangkok, conducted using Climate Studio for Rhino v.7. The study includes the following daylight performance indices: 1) Spatial Daylight Autonomy (sDA), 2) Annual Sunlight Exposure (ASE), 3) Useful Daylight …


การบริหารจัดการโครงการบ้านจัดสรร (ก่อนจัดตั้งนิติบุคคล) กรณีศึกษา : โครงการบ้านจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล, ชไมพร เพ็งจันทร์ Jan 2023

การบริหารจัดการโครงการบ้านจัดสรร (ก่อนจัดตั้งนิติบุคคล) กรณีศึกษา : โครงการบ้านจัดสรรในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล, ชไมพร เพ็งจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงการบ้านจัดสรรเป็นผลจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีการจัดสรรที่ดินปลูกสร้างบ้าน หรือทาวน์เฮาส์ และมีการก่อสร้างสาธารณูปโภคเพื่ออำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย มีขอบแนวเขตของโครงการที่ชัดเจนทั้งในทางกฎหมายและทางกายภาพ โครงการบ้านจัดสรรมีความแตกต่างกันทั้งด้านขนาดโครงการ ประเภทบ้าน ส่วนแบ่งการตลาด พื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงอัตราจัดเก็บค่าส่วนกลาง เป็นต้น จึงทำให้การบริหารจัดการโครงการบ้านจัดสรร มีความแตกต่างกัน บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางกายภาพของสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายในโครงการบ้านจัดสรรก่อนการจัดตั้งนิติบุคคล โดยทําการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร การสำรวจ ภาพถ่าย การสังเกต การสัมภาษณ์ และนํามาวิเคราะห์เปรียบเทียบเพื่อนําไปสู่ข้อเสนอแนะและแนวทางในการบริหารจัดการโครงการบ้านจัดสรรก่อนการจัดตั้งนิติบุคคล และหลังการจัดตั้งนิติบุคคล จากการศึกษาพบว่า สาธารณูปโภคส่วนกลางที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งทุกโครงการต้องจัดให้มีขึ้นมี 16 รายการ ได้แก่ ทางเข้า-ออกโครงการ ป้อมยามรักษาความปลอดภัย รั้วโครงการ ไม้ประดับ ป้ายชื่อโครงการ ที่จอดรถ พื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ ถนน ทางเท้า ไฟส่องสว่าง ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบระบายน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบรักษาความปลอดภัย ส่วนอีก 9 รายการ ถือเป็นสาธารณูปโภครอง เนื่องจากไม่ได้จัดให้มีทุกโครงการ ได้แก่ โครงสร้างซุ้มทางเข้า ซุ้มประตูทางเข้า สโมสร ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ สนามกีฬา สนามเด็กเล่น น้ำพุ บ่อน้ำและนอกจากนี้ยังพบว่า ใน 15 โครงการจาก 18 โครงการ มีการกำหนดรายรับไม่สมดุลกับรายจ่าย กล่าวคือ รายรับต่ำกว่ารายจ่าย -0.92-59.04% (คิดเป็น 0.47-186.23 บาท/ตารางวา) และอีก 3 โครงการมีการกำหนดรายรับสมดุลกับรายจ่าย กล่าวคือ รายรับสูงกว่ารายจ่าย +0.08-7.78% (คิดเป็น 0.02-2.31 บาท/ตารางวา)จึงสรุปได้ว่า สาธารณูปโภคที่มีความสำคัญกับโครงการทุกประเภทและทุกการแบ่งส่วนการตลาดมีจำนวน 16 รายการที่มีความจำเป็นต้องจัดให้มีขึ้น ส่วนองค์ประกอบอื่นที่นอกเหนือนั้น จะจัดให้มี หรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับประเภทบ้านและส่วนแบ่งการตลาด ที่มีความแตกต่างกัน และยังสรุปได้ว่า การแบ่งส่วนการตลาด และประเภทบ้านมีความสัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายในโครงการบ้านจัดสรรก่อนการจัดตั้งนิติบุคคล ซึ่งโครงการที่ส่วนแบ่งการตลาดระดับบนจะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่มากกว่าโครงการที่ส่วนแบ่งการตลาดระดับล่างเป็นส่วนใหญ่


Dan One: Budo Martial Arts Architecture In Twenty-First Century, Panyawat Supapitakpong Jan 2023

Dan One: Budo Martial Arts Architecture In Twenty-First Century, Panyawat Supapitakpong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis takes phenomenological approach in order to begin to understand the spirit of budo martial arts architecture and the ways in which the possibilities of architectural atmosphere might be generated in three-dimensional forms of diagrams. The primary sources of this research article are 1). The analytical drawings of budo martial arts architecture, 12 plans in total, which have been collected from academic journals and reports. These plans include Shuri Castle (Built 1322 AD), Nikko Tosho Gu (Built 1617 AD), Eisho-Ji Temple (Built 1636 AD), Dai Nippon Butokai (Built 1895 AD), Old Kyoto Budo Center (Built 1899 AD), Toshugu Budokuden …


แนวทางการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตอาคารจากการเลือกใช้วัสดุในองค์ประกอบต่างๆของอาคาร : กรณีศึกษาอาคารสำนักงานในไทย, มนัญชัย ภัทรพงศ์มณี Jan 2023

แนวทางการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตอาคารจากการเลือกใช้วัสดุในองค์ประกอบต่างๆของอาคาร : กรณีศึกษาอาคารสำนักงานในไทย, มนัญชัย ภัทรพงศ์มณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แม้ว่าสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนในภาคอาคารมาจากการใช้พลังงานระหว่างช่วงใช้สอย แต่ยังมีอีกส่วนที่มาจากกระบวนการการผลิตวัสดุก่อสร้าง ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมาก การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงตั้งแต่ช่วงการออกแบบอาคารงานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมขององค์ประกอบอาคารสำนักงานในประเทศไทยด้วยกรณีศึกษา 3 อาคาร ด้วยการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตอาคาร เพื่อให้ผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการทราบถึงแนวทางในการเลือกใช้ประเภทของวัสดุและโครงสร้างอาคารที่ช่วยลดผลกระทบฯ ที่ตรงเป้าหมายที่สุดได้ กระบวนการวิจัยเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลบัญชีรายการวัสดุ โดยอาศัย 2 วิธี ได้แก่ บัญชีแสดงปริมาณวัสดุ (BOQ) และการถอดปริมาณจากแบบสถาปัตยกรรม จากนั้นจึงประเมินผลกระทบฯ ด้วยโปรแกรม One Click LCA student version จากนั้นนำผลประเมินฯที่ได้ไปวิเคราะห์และหาแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบฯ ทั้งนี้ยังมีการตรวจสอบการใช้พลังงานของอาคารตามแนวทางปรับปรุงต่าง ๆ ที่นำมาศึกษา ด้วยโปรแกรม EnergyPlus จากทั้ง 3 กรณีศึกษาพบว่า ระบบพื้นเป็นองค์ประกอบที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ตามด้วยระบบผนังภายนอก และระบบเสาเข็ม การลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจึงควรมุ่งเน้นในการลดผลกระทบจากโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและผนังภายนอกของอาคารเป็นหลัก โดยไม่เพิ่มผลกระทบช่วงการใช้สอยอาคารอันเกิดจากการใช้พลังงานที่มากขึ้น จึงเสนอแนวทางลดกระทบฯ ได้แก่ 1) การใช้ระบบพื้นไร้คานท้องเรียบแบบกลวงแทนระบบพื้นอัดแรง 2) การใช้ซีเมนต์ที่มีส่วนผสมเถ้าลอยเพิ่มขึ้นเป็น 30% 3) การใช้คานทำความเย็น 4) การใช้ผนังคอนกรีตมวลเบา และ 5) ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์แทนผนังเดิม ซึ่งแนวทางเหล่านี้สามารถลดการใช้พลังงานและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการใช้วัสดุ ได้อย่างตรงเป้าหมาย


ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่หอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือโรงพยาบาลเฉพาะทาง, ภากร นนทนานันท์ Jan 2023

ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่หอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือโรงพยาบาลเฉพาะทาง, ภากร นนทนานันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปี 2562 มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน การจัดหาห้องแยกโรคสำหรับดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างปลอดภัยก็นับเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกัน ทำให้โรงพยาบาลในประเทศไทยเริ่มจัดตั้งห้องผู้ป่วยแยกโรคขึ้นภายในหอผู้ป่วยเพื่อพร้อมรับมือกับโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำเพื่อความปลอดภัยต่อผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ หอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศมีขั้นตอนและแนวทางในการรักษาที่เข้มงวดและแตกต่างจากหอผู้ป่วยทั่วไปเพื่อความปลอดภัยในการพยาบาลและการแพร่กระจายของเชื้อสู่บุคลากรภายในอาคาร การออกแบบพื้นที่หอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศให้เหมาะสมกับการใช้งานและกระบวนการให้บริการจึงมีความสำคัญมาก งานวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะกายภาพของหอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศในปัจจุบัน รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ข้อควรระวัง และข้อจำกัดของพื้นที่เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาแนวทางในการออกแบบหอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ โดยศึกษาแบบทางสถาปัตยกรรมร่วมกับสังเกตการใช้งานพื้นที่ในอาคารกรณีศึกษาและการสัมภาษณ์เพื่อนำมาวิเคราะห์และสรุปผลจากการศึกษาพบว่าในปัจจุบันการออกแบบพื้นที่ ใช้คู่มือการออกแบบของหอผู้ป่วยในและได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบหอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ ในโรงพยาบาลกรณีศึกษาแบ่งพื้นที่ใช้งานได้ออกเป็น 4 ส่วน คือ 1.ส่วนพื้นที่บริการสำหรับผู้ป่วยและญาติ จะมีส่วนห้องเตรียม (Anteroom) ก่อนทุกครั้งเพื่อเข้าสู่ห้องพักผู้ป่วย มีการออกแบบและจัดลำดับการเข้าถึงพื้นที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณทางกายภาพของพื้นที่และใช้ขั้นตอนในการปฏิบัติงานเพื่อปรับใช้กับกายภาพของแต่ละกรณีศึกษา ผลการศึกษาพบว่าพื้นที่บริการสำหรับผู้ป่วยและญาติมักมีปัญหาการใช้งานพื้นที่ 2.พื้นที่ปฏิบัติงานหลักของแผนกโดยผู้ให้บริการและเจ้าหน้าที่ มีขนาดและการวางตำแหน่งแตกต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่และนโยบายของโรงพยาบาล การออกแบบพื้นที่ปฏิบัติงานหลักของแผนกควรมีขนาดสัมพันธ์กับจำนวนบุคลากรภายในหอผู้ป่วย 3.พื้นที่สนับสนุนการให้บริการและการปฏิบัติงาน มีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในหอผู้ป่วย โดยในกรณีศึกษามีพื้นที่สนับสนุนคล้ายกัน 4.พื้นที่อื่นๆ ในแต่ละกรณีศึกษามีพื้นที่เหล่านี้แตกต่างกันขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงพยาบาลและจุดประสงค์ในการใช้งานพื้นที่นั้นๆ ซึ่งต่างถูกใช้งานเพื่อสนับสนุนหอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศทั้งสิ้นจากการศึกษาสรุปผลได้ว่า ลักษณะทางกายภาพของหอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศในปัจจุบันมีการใช้งานพื้นที่และขั้นตอนการปฏิบัติงานต่างกับหอผู้ป่วยในทั่วไป ส่งผลให้พื้นที่บางส่วนภายในหอผู้ป่วยแยกโรคมีปัญหาในการใช้งานพื้นที่ โดยผู้ออกแบบควรคำนึงถึงการจัดเตรียมพื้นที่งานระบบ การแบ่งพื้นที่กับเส้นทางสัญจรภายในหอผู้ป่วย และลักษณะทางกายภาพเดิมของพื้นที่ เป็นส่วนสำคัญเพื่อพัฒนาแนวทางการออกแบบและเพื่อให้การใช้งานพื้นที่หอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศมีประสิทธิภาพสูงสุด


ป้ายในอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐ, สุรัชนา ธนเดชดำรงศิริ Jan 2023

ป้ายในอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐ, สุรัชนา ธนเดชดำรงศิริ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ป้ายภายในโรงพยาบาลเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการสื่อสารและช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการในโรงพยาบาล จึงควรมีการจัดการและการออกแบบที่ดีและมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันในแต่ละโรงพยาบาลมีอาคารที่แตกต่างกันหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละอาคารล้วนมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างกันตามบริบทของพื้นที่ และเนื่องจากโรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่รองรับผู้มาใช้บริการที่หลากหลายรวมถึงฝ่ายบริหาร เจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล ผู้ป่วยและผู้มาเยี่ยม วิธีการนำทางและการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ เพื่อไปยังสถานที่ที่ถูกต้องภายในอาคารจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ป้ายที่เหมาะสมจะช่วยนำทางให้ผู้มาใช้บริการสามารถ สัญจรได้อย่างไม่สับสน และมีความสะดวก รวดเร็ว และยังสามารถสื่อสารข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับสุขภาพ รวมถึงขั้นตอนการรับผู้ป่วย และสามารถลดระยะเวลารอคอยได้อีกด้วย ผู้วิจัยได้เห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้ทำการศึกษาป้ายในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐ จำนวน 4 โรงพยาบาล ในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานครการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจป้ายภายในอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐ และศึกษามาตรฐาน ข้อกำหนดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับป้ายในโรงพยาบาล รวมถึงศึกษาวิเคราะห์รูปแบบและประเภทป้าย กับการใช้งานภายในอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ผู้วิจัยได้ทำการวิจัยโดยศึกษามาตรฐาน ข้อกำหนดและทฤษฎีเกี่ยวกับป้าย แล้วทำการสำรวจป้ายภายในอาคารผู้ป่วยนอก จากนั้นได้ทำการสัมภาษณ์ผู้ออกแบบระบบป้าย ผู้ดูแลและจัดการป้ายของโรงพยาบาล โดยจำแนกป้ายออกเป็น 3 เกณฑ์ ดังนี้ 1. จำแนกประเภทป้ายตามประโยชน์ใช้สอย 2. จำแนกประเภทป้ายตามชนิดของป้าย 3. จำแนกประเภทป้ายตามวัสดุของป้าย และเปรียบเทียบอัตราส่วนจำนวนป้ายต่อพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารส่วนของผู้ป่วยนอก รวมถึงวิเคราะห์เส้นทางสัญจรภายในอาคารกับตำแหน่งการติดตั้งป้ายผลการศึกษา พบว่า ประเภทของป้ายที่มีจำนวนมากที่สุดคือ ป้ายระบุสถานที่หรือสิ่งของ รองลงมาคือ ป้ายให้ข้อมูลข่าวสาร ป้ายบอกทิศทางและป้ายควบคุมหรือบังคับ ตามลำดับ ซึ่งจำนวนของป้ายแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมภายในอาคารของแต่ละโรงพยาบาลกรณีศึกษา โดยจำนวนป้ายระบุสถานที่หรือสิ่งของแปรผันตามจำนวนหน่วยงานที่มีในอาคารและขั้นตอนในการรับการรักษาของหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อสื่อสารให้ผู้มาใช้บริการรับรู้ข้อมูลต่าง ๆ นอกจากป้ายจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการ ยังสามารถเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของโรงพยาบาลได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันป้ายในอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐนั้นยังประสบปัญหาอยู่หลายประการ ได้แก่ ป้ายมีจำนวนมาก และหลากหลายประเภท ป้ายไม่เป็นรูปแบบเดียวกัน รวมถึงปัญหาความซ้ำซ้อนของป้าย ส่งผลให้ผู้มาใช้บริการเกิดความสับสน แต่ในประเด็นของป้ายนำทางที่มีความชัดเจนนั้นมีความสอดคล้องกับมาตรฐาน และข้อกำหนด


การวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อกำหนดด้านบุคลากรในงานจ้างบริหารและควบคุมงานก่อสร้างอาคารภาครัฐ ช่วงปี พ.ศ. 2560-2565, สิริราช สาครจิตร Jan 2023

การวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อกำหนดด้านบุคลากรในงานจ้างบริหารและควบคุมงานก่อสร้างอาคารภาครัฐ ช่วงปี พ.ศ. 2560-2565, สิริราช สาครจิตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาทฤษฎีและวิธีจัดโครงสร้างบุคลากรงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างอาคารภาครัฐ ช่วงปี พ.ศ. 2560-2565 2) เพื่อศึกษาให้เข้าใจถึงการจัดบุคลากรงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างภาครัฐและวิเคราะห์เปรียบเทียบกับอัตราการว่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างโดยศึกษาจากเอกสารข้อกำหนดโครงการ (TOR) โดยนำข้อมูล แนวคิด ทฤษฎี กฎหมายและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเปรียบเทียบขั้นตอนการจัดโครงสร้างบุคลากร ประเภทโครงการเป็นกรอบในการดำเนินงาน และศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารข้อกำหนดโครงการ (TOR) ให้เข้าใจถึงโครงสร้าง ข้อมูลขององค์กรในการจัดบุคลากรงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างประชากร 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มเจ้าของโครงการ (หน่วยงานภาครัฐ) 2) กลุ่มผู้บริหารและควบคุมงานก่อสร้าง 3) กลุ่มผู้ดำเนินงานก่อสร้าง กลุ่มตัวอย่างเป็นสถาปนิก วิศวกร และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดโครงการ (TOR) ในการจัดบุคลากรจ้างควบคุมงานก่อสร้าง มีความเชี่ยวชาญด้านอาคารภาครัฐ และเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างและจากโครงการกรณีศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างร่วมกับข้อมูลโครงการกรณีศึกษาที่ได้ศึกษาในเบื้องต้นจากการศึกษาข้อกำหนดโครงการ (TOR) ที่ประกาศจ้างงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐ และแบ่งการศึกษาเปรียบเทียบ 3 ช่วง ทั้งหมด 15 โครงการ คือช่วงที่ 1 ช่วงก่อนปี พ.ศ. 2560 (เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ พ.ศ. 2557-2560) จำนวน 5 โครงการ ช่วงที่ 2 ช่วงปี พ.ศ. 2560-2562 จำนวน 5 โครงการ และช่วงที่ 3 ช่วงปี พ.ศ. 2562-2565 จำนวน 5 โครงการ รวมทั้งสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เจ้าของโครงการการ (หน่วยงานภาครัฐ) กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้บริหารและควบคุมงานก่อสร้าง และกลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ดำเนินการก่อสร้าง พบว่าข้อกำหนดโครงการ (TOR) โดยเฉพาะด้านบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอัตรากำลังพนักงานได้ระบุว่าเป็นพนักงานประจำและไม่ประจำหรือระบุเพียงจำนวนขั้นต่ำเท่านั้น ซึ่งโครงการกรณีศึกษาเปิดโอกาสให้ผู้ควบคุมงานนำเสนอคุณสมบัติและจำนวนบุคลากรในการคัดเลือกผู้ควบคุมงานอาคารภาครัฐ ทำให้แต่ละโครงการมีความแตกต่างของข้อกำหนดโครงการด้านบุคลากร รูปแบบอาคาร …


บทบาทหน้าที่ที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้างในการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร โครงการก่อสร้างภาครัฐ, กฤตชัย ชวนบุญ Jan 2023

บทบาทหน้าที่ที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้างในการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร โครงการก่อสร้างภาครัฐ, กฤตชัย ชวนบุญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา หน่วยงานภาครัฐเริ่มมีการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling: BIM) เพื่อลดข้อผิดพลาดในการก่อสร้าง ประเด็นสำคัญของโครงการลักษณะการจัดจ้างประเภทออกแบบ-ประกวดราคา-ก่อสร้าง คือการส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานผู้ออกแบบไปยังผู้รับจ้างก่อสร้าง ขณะที่การศึกษาอย่างเป็นระบบเรื่องหน้าที่รับผิดชอบต่อ BIM ของฝ่ายที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้าง (Construction Management Consultant: CMC) ในประเทศไทยยังมีค่อนข้างจำกัด นำมาสู่วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้ BIM ช่วงก่อสร้างอาคารของภาครัฐและขอบเขตหน้าที่ด้าน BIM ของฝ่าย CMC จากกรณีศึกษา 7 โครงการ โดยทำการศึกษาจากเอกสารข้อกำหนดโครงการ (Terms of Reference: TOR) และการสัมภาษณ์ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการทำงานด้วย BIM กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้าน BIM รวม 21 คน จากการศึกษาพบว่าหน่วยงานภาครัฐได้ใช้ BIM เพื่อลดข้อผิดพลาดจากแบบก่อสร้างและบันทึกข้อมูลการก่อสร้างจริง โดยช่วงปีที่เริ่มการก่อสร้างและมูลค่าของโครงการมีผลต่อวัตถุประสงค์การใช้ BIM ที่มากขึ้น สามารถจำแนกรูปแบบของลำดับการพัฒนาแบบจำลอง BIM ในช่วงก่อสร้างได้ 3 รูปแบบได้แก่ (1) การจัดทำขึ้นใหม่โดยอ้างอิงจากแบบ 2 มิติ (2) การจัดทำขึ้นใหม่โดยอ้างอิงจากแบบจำลอง BIM ช่วงออกแบบและ (3) การพัฒนาต่อจากแบบจำลอง BIM ช่วงออกแบบ รูปแบบที่พบโดยส่วนมากคือการสร้างแบบจำลอง BIM ขึ้นใหม่ในช่วงก่อสร้างโดยผู้รับจ้างก่อสร้างซึ่งขัดแย้งกับทฤษฎี เนื่องจากข้อมูลช่วงออกแบบไม่สอดคล้องกับการนำไปใช้งานต่อ โดยขอบเขตหน้าที่ต่อ BIM ของ CMC ที่เพิ่มเติมขึ้นคือ ด้านข้อกำหนดการปฏิบัติงาน บุคลากร และเครื่องมือบริหารโครงการ สำหรับประโยชน์จาก BIM ของ CMC สามารถเรียงลำดับตามวัตถุประสงค์การใช้ BIM ได้แก่ (1) ลดข้อผิดพลาดจากข้อขัดแย้งในแบบก่อสร้าง (2) บันทึกข้อมูลการก่อสร้างอาคาร (3) กำกับระยะเวลาตามแผนงาน (4) จำลองกระบวนการก่อสร้างจริงและ (5) คาดการณ์ค่าใช้จ่ายระหว่างการก่อสร้าง อย่างไรก็ตามปัญหาในการประยุกต์ใช้ BIM ช่วงการก่อสร้าง ของภาครัฐคือ ด้านบุคลากร ด้านกระบวนการ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน …


แนวทางการออกแบบหลังคาโค้งที่ใช้วัสดุมุงเหล็กรีดลอน, ณัฐธยาน์ แสงงาม Jan 2023

แนวทางการออกแบบหลังคาโค้งที่ใช้วัสดุมุงเหล็กรีดลอน, ณัฐธยาน์ แสงงาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หลังคาเป็นส่วนปกคลุมอาคาร มีหน้าที่ป้องกันแดดและฝน รูปแบบหลังคามาจากโครงสร้างและวัสดุมุง สำหรับอาคารโครงสร้างที่มีช่วงกว้าง เช่น อาคารโกดัง โรงงาน และคลังเก็บสินค้า นิยมใช้วัสดุมุงจากแผ่นเหล็กรีดลอน เพราะมีคุณสมบัติ บาง เบา และมีหลายรูปแบบ ทั้งแผ่นตรงธรรมดา แผ่นตรงแบบสอบ แผ่นโค้งธรรมดา แผ่นโค้งแบบสอบ แผ่นโค้งดัด และแผ่นโค้งสองทิศทาง จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า การผลิตแผ่นโค้งมีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จึงมีวัตถุประสงค์ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหา เพื่อเสนอแนวทางการออกแบบหลังคาโค้ง การศึกษาครั้งนี้ได้เลือกโครงการกรณีศึกษา จำนวน 13 อาคาร พบว่าการผลิตแผ่นโค้งมีใช้แผ่นโค้งแบบไม่ดัด จำนวน 5 หลัง และแบบดัด จำนวน 8 หลัง โดยนำส่วนโค้งของหลังคาจากแบบสถาปัตยกรรมมาใช้วิเคราะห์การผลิต โดยแปรผันตามรัศมีรุ่นของผลิตภัณฑ์แผ่นหลังคา ซึ่งระบุความสามารถความโค้งไม่ดัดไว้ในคู่มือผลิตภัณฑ์ การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการทดลองโดยการจำลองแบบ 2 มิติและการคำนวณ เพื่อพิจารณาและหาแนวทางการกำหนดความโค้ง โดยทำทดลอง 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ทดลองปรับค่าความโค้ง เพื่อใช้วิเคราะห์โค้งโดยไม่ดัดและหาความสัมพันธ์กับหลังคาอาคาร ขั้นตอนที่ 2 ทดลองใช้วิธีต่อแผ่น เพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการรับน้ำฝน ระยะพาดแป โดยใช้ข้อคำนึงเรื่องถึงวิธีการขนส่งแผ่น จากการศึกษาทำให้ทราบว่าแผ่นโค้งไม่ดัดทำได้ทุกอาคารที่มีหลังคาโค้ง โดยมีวิธีการกำหนดค่าความโค้งที่มีหน่วยเป็นรัศมีและความลาดเอียงของหลังคาที่มีหน่วยเป็นองศา โดยกำหนดรัศมีและองศาให้เป็นไปตามคำแนะนำของคู่มือตามรุ่นผลิตภัณฑ์ ที่มีค่าแปรผันกับความกว้างของอาคาร และแปรผกผันกับความสูงของหลังคา สำหรับกรณีการใช้หลังคาโค้งยาวต่อเนื่องต้องคำนึงด้านการขนส่งแผ่นหลังคา โดยสามารถยาวได้ตามข้อจำกัดของรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งและการเข้าถึงหน้างานก่อสร้าง ซึ่งหากขนส่งไม่ได้จะส่งผลต่อการนำเครื่องจักรมาผลิตที่หน้างานก่อสร้างสามารถใช้วิธีการต่อแผ่นเพื่อพิจารณาข้อคำนึงดังกล่าว


การนำ Bim มาประยุกต์ใช้ในช่วงก่อนงานก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2564, ธีระพงษ์ อินทรพาณิชย์ Jan 2023

การนำ Bim มาประยุกต์ใช้ในช่วงก่อนงานก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2564, ธีระพงษ์ อินทรพาณิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การนำ BIM มาใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างภาคเอกชนของประเทศไทยเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายซึ่งการนำ BIM มาใช้มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในช่วงกระบวนการก่อสร้าง ช่วงพัฒนาโครงการโดยทั่วไปสามารถจำแนกออกเป็น 3 ช่วงหลักๆ ได้แก่ ช่วงออกแบบ (Design phase) ช่วงก่อสร้าง (Construction phase) และช่วงการบริหารทรัพยากรอาคาร (Facility management) ซึ่งแต่ละช่วงก็มีความต้องการในด้านข้อมูลที่แตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าในช่วงการพัฒนาโครงการถึงแม้จะเป็นช่วงที่มีการดำเนินงานหลักแต่ช่วงของการส่งผ่านข้อมูลระหว่างช่วงออกแบบไปยังช่วงก่อสร้างยังไม่มีความชัดเจน รอยต่อตรงนี้เรียกว่าช่วง Pre-construction การทำงานในช่วงก่อนการก่อสร้างเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญเนื่องจากเป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถควบคุมความสำเร็จของโครงการได้ งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษา สถานการณ์ รูปแบบกระบวนการ และปัจจัยการนํา BIM มาใช้งานในช่วงก่อนการก่อสร้าง โดยงานวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาโดยการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในช่วงก่อนการก่อสร้างของอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนของประเทศไทยและศึกษาข้อมูลมาตรฐาน คู่มือ BIM เพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อหาความสอดคล้อง สถานการณ์ ปัจจัย ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะของการนำ BIM มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม จากผลงานวิจัยพบว่ารูปแบบการนำ BIM มาใช้ในกรณีศึกษาเป็นรูปแบบ Design-Bid-Build ซึ่งจำเป็นต้องส่งผ่านข้อมูลต่างองค์กรซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดการตกหล่นของข้อมูลแต่การนำ BIM มาใช้สามารถช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เนื่องจากเป็นระบบการทำงานที่เชื่อมข้อมูลต่างๆตลอดช่วงการทำงานของโครงการเข้าด้วยกัน ซึ่งมีข้อดีที่ช่วยส่งเสริมในเรื่อง การส่งผ่านข้อมูล การถอดปริมาณ และประมาณราคา ทำให้เห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นก่อนการก่อสร้าง ส่วนในด้านปัจจัยพบว่าการนำ BIM มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดในการทำงาน ด้านปัญหาและอุปสรรคพบว่า เกิดปัญหาด้านระยะเวลาในการทำงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนการก่อสร้าง และจากผลงานวิจัยมีข้อเสนอแนะคือ ควรเพิ่มบุคลากรที่มีทักษะการทำงานด้วย BIM และควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ


การเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ กรณีศึกษา: พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, สุรศักดิ์ บำรุงเรือน Jan 2023

การเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ กรณีศึกษา: พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, สุรศักดิ์ บำรุงเรือน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาในปัจจุบันพบปัญหาการอนุรักษ์ในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการเก็บข้อมูล ทั้งนี้พบว่าการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมยังขาดการประเมินและการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบด้านก่อนการกำหนดวิธีอนุรักษ์ ปัญหานี้อาจเกิดจากการขาดข้อมูลภาคเอกสารและการบันทึกสภาพอาคารอย่างละเอียดเพียงพอ รวมทั้งอาจจะเกิดจากขาดการนำข้อมูลด้านต่าง ๆ มาวิเคราะห์ประกอบกันเพื่อสรุปแนวทางการอนุรักษ์ จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น วิทยานิพนธ์นี้ต้องการที่จะแก้ไขและปรับปรุงกระบวนการจัดทำเอกสารในการดำเนินงานขั้นต้นของการอนุรักษ์ โดยเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ การเลือกสถาปัตยกรรมประเภทนี้มีที่มาจากการประดับด้วยงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่า อย่างไรก็ตา,กระเบื้องที่ประกอบกันขึ้นอย่างสลับซับซ้อน ห่อหุ้มทั้งพื้นผิวและโครงสร้าง ก่อให้เกิดความท้าทายในการเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หากมีการประเมินผลจากข้อมูลเพียงด้านเดียว อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะลดคุณค่าของงานได้ วัตถุประสงค์หลักของวิทยานิพนธ์คือการสร้างชุดเครื่องมือการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์ ในเบื้องต้นผู้วิจัยจะสร้างชุดข้อมูลพื้นฐาน กำหนดวิธีการสร้างแบบสถาปัตยกรรมที่มีความถูกต้อง โดยใช้วิธีโฟโตแกรมเมตรี(Photogrammetry) เพื่อเก็บข้อมูลสภาพปัจจุบันของอาคารโดยละเอียด จากนั้นนําชุดการเก็บข้อมูลที่พัฒนาขึ้นมาทดสอบกับกรณีศึกษา พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ผลจากการใช้เครื่องมือเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์อย่างรอบด้าน เนื่องจากช่วยให้นักอนุรักษ์เลือกวิธีการอนุรักษ์ได้อย่างเหมาะสม ชุดการเก็บข้อมูลที่นำมาใช้มีข้อดีสองประการ ดังนี้ 1) ชุดการเก็บข้อมูลช่วยให้สามารถบันทึกสภาพและประเด็นปัญหา จึงทําให้เกิดความเข้าใจงานได้อย่างลึกซึ้ง 2) ชุดการเก็บข้อมูลมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์อย่างรอบด้านช่วยให้เกิดความเข้าใจสาเหตุของการเสื่อมสภาพ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ตลอดจนชี้ให้เห็นองค์ประกอบที่มีคุณค่า โดยเฉพาะคุณค่าอันเนื่องมาจากความเป็นของแท้ ฝีมือช่าง และการใช้วัสดุดั้งเดิม ซึ่งประเด็นเหล่านี้มักถูกมองข้ามไปโดยผู้ปฏิบัติงานที่มักจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงเพื่อความสวยงามและความทนทานผ่านการซ่อมแซมและการเปลี่ยนวัสดุ


ศักยภาพในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ : กรณีศึกษาโรงแรมขนาดเล็กในจังหวัดน่าน, พิสิฐพงศ์ ตันติมาสน์ Jan 2022

ศักยภาพในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ : กรณีศึกษาโรงแรมขนาดเล็กในจังหวัดน่าน, พิสิฐพงศ์ ตันติมาสน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันปัญหาสภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีการใช้พลังงานตลอด 24 ชม. ในปัจจุบันอาคารประเภทโรงแรมในประเทศไทยมีการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของโรงแรมยังหากแต่งานวิจัยในด้านการชดเชยคาร์บอนในอาคารประเภทโรงแรมยังมีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะในโรงแรมขนาดเล็กซึ่งเป็นโรงแรมทางเลือกหลักของนักท่องเที่ยวชาวไทย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยใช้โรงแรมขนาดเล็ก (2 ชั้น ขนาด 928 และ 820 ตร.ม.) ในจังหวัดน่านเป็นกรณีศึกษา งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงจำลองสถานการณ์ซึ่งพิจารณาในเรื่องของ พื้นที่หลังคาอาคาร รูปทรงหลังคา รูปร่างอาคาร มุมเอียงหลังคา มุมเอียงของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ และ ทิศทางการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ทั้ง 8 ทิศทาง โดยคำนวณพลังงานไฟฟ้าและประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ด้วยโปรแกรม DesignBuilder v7.0.1.006 และ ประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เพื่อหาแนวทางในการติดตั้งที่เหมาะสม ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ารูปแบบที่เหมาะสม คือ รูปแบบการติดตั้งระบบเซลล์แสงอาทิตย์ที่ครอบคลุมการใช้พลังงานไฟฟ้าของอาคารใน 1 ปี และปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อศักยภาพในการลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ คือ รูปร่างอาคาร มุมเอียงแผงเซลล์แสงอาทิตย์ 18 องศา การวางแนวอาคารและการหันแผงเซลล์แสงอาทิตย์ให้สามารถผลิตพลังงานได้ดีที่สุด คือทิศใต้ และ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีผลตอบแทนทางการเงิน (Internal rate of return: IRR) อยู่ที่ 11.00% ใช้ระยะเวลาในการคืนทุน 8.60 ปี ท้ายที่สุด งานวิจัยนี้เสนอแนวทางการติดตั้งระบบเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับโรงแรมขนาดเล็กในจังหวัดน่าน