Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Architecture Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Theses/Dissertations

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
File Type

Articles 1441 - 1470 of 6271

Full-Text Articles in Architecture

ความสัมพันธ์ระหว่างที่อยู่อาศัยและแหล่งงานของผู้อยู่อาศัยในเมืองใหม่บางพลีจังหวัดสมุทรปราการ, นนท์ธวัช หงษาฤกษ์ Jan 2023

ความสัมพันธ์ระหว่างที่อยู่อาศัยและแหล่งงานของผู้อยู่อาศัยในเมืองใหม่บางพลีจังหวัดสมุทรปราการ, นนท์ธวัช หงษาฤกษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เมืองใหม่บางพลีโดยการเคหะแห่งชาติเริ่มแผนก่อสร้าง เมื่อ พ.ศ.2523 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2537โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการขยายตัวของกรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิดเมืองใหม่ที่สมบูรณ์ในตัวเอง (Self – contained New Town) เพื่อลดการเดินทางเข้าสู่แหล่งงานในกรุงเทพมหานคร โดยตั้งเป้าหมายให้ผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองใหม่อย่างน้อยร้อยละ 50 มีงานทำในเมืองใหม่ ปัจจุบันเมืองใหม่บางพลีได้ผ่านการพัฒนากว่า 43 ปี การเคหะแห่งชาติมีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่ว่างที่เหลือภายในเมือง ดังนั้นการศึกษาด้านที่อยู่อาศัยและแหล่งงานจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาเมืองหใหม่เป็นอย่างมาก วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างที่อยู่อาศัยและแหล่งงานของผู้อยู่อาศัยที่อาศัยอยู่ในเมืองใหม่บางพลี ลักษณะที่อยู่อาศัยและที่ตั้งของแหล่งงาน พฤติกรรมการเดินทางไปทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนที่อยู่อาศัย 40,386 หน่วย โดยใช้แบบสอบถาม จำนวน 411 ชุด เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลผลจากการศึกษาพบว่าผู้อยู่อาศัยในเมืองใหม่บางพลีย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองใหม่ช่วงระยะ 6-10 ปี มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 32 ของกลุ่มตัวอย่าง เป็นครัวเรือนผู้รายได้น้อยร้อยละ 35.3 มีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่ 16,425 บาทต่อเดือน เป็นครัวเรือนผู้มีรายได้ปานกลางร้อยละ 39.4 มีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่ 31,515 บาทต่อเดือน และเป็นครัวเรือนผู้มีรายได้สูงร้อยละ 25.3 มีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่ 55,312 บาทต่อเดือน ลักษณะที่อยู่อาศัยเป็นประเภทอพาร์ตเม้นท์มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 33.3 โดยมีลักษณะการถือครองแบบเช่ารายเดือนมากถึงร้อยละ 58.4 ด้านความสัมพันธ์ระหว่างที่อยู่อาศัยและแหล่งงานพบว่าผู้อยู่อาศัยในเมืองใหม่บางพลีทั้งในพื้นที่การพัฒนาของภาครัฐและเอกชนร้อยละ 85.2 ทำงานอยู่ภายในเมืองใหม่ โดยมีอาชีพค้าขายสูงสุดร้อยละ 29.4 รองลงมาคือพนักงานโรงงานร้อยละ 25.8 และรับจ้างบริษัทเอกชนร้อยละ 22.6 ตามลำดับ มีระยะทางในการเดินทางไปทำงานเฉลี่ย 4.2 กิโลเมตร ส่วนใหญ่ใช้เวลาเดินทางเฉลี่ย 26 นาที โดยคนทำงานเลือกเดินทางโดยรถจักรยานยนต์เป็นหลักร้อยละ 37.0 รองลงมาคือรถยนต์ส่วนตัวร้อยละ 26.0 และรถรับ-ส่งพนักงานร้อยละ 15.6 ตามลำดับ มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเฉลี่ยอยู่ที่ 744 บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 2.3 ของรายได้ครัวเรือนต่อเดือน ระยะทางของที่อยู่อาศัยที่อยู่ใกล้กับแหล่งงานทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเดินทาง เป็นไปตามแนวคิดตั้งต้นในการพัฒนาเมืองใหม่ในการมีแหล่งงานควบคู่ไปกับการพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่ลักษณะของผู้อยู่อาศัยที่สิทธิ์การถือครองที่อยู่อาศัยเป็นแบบเช่ารายเดือนเป็นส่วนใหญ่ไม่คอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มบ้านที่ต้องการให้มีสิทธิ์การถือครองแบบเป็นเจ้าของตามที่การเคหะแห่งชาติคาดการณ์ไว้ผลการศึกษามีข้อเสนอแนะดังนี้ การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่และการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีแหล่งงานเป็นนิคมอุตสาหกรรมในอนาคต ของทั้งภาครัฐและเอกชนควรพิจารณาเรื่องรูปแบบและสิทธิ์การถือครองที่อยู่อาศัยที่มีความหลากหลายเพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย หากภาคเอกชนต้องการจะพัฒนาที่ดินหรือที่อยู่อาศัยสามารถใช้โครงการนี้เป็นกรณีศึกษาในการวางแผนพัฒนาได้ โดยควรเน้นการพัฒนาโครงการที่ผนวกรวมที่อยู่อาศัย แหล่งงานและพาณิชยกรรมเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดเป็นพื้นที่ชุมชน เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายของกิจกรรมและการอยู่อาศัย


ทัศนคติด้านสุขภาวะในการอยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยในอาคารชุดระดับราคา 1-3 ล้านบาท ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, เนาวรัตน์ วิวัฒน์บวรวงษ์ Jan 2023

ทัศนคติด้านสุขภาวะในการอยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยในอาคารชุดระดับราคา 1-3 ล้านบาท ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, เนาวรัตน์ วิวัฒน์บวรวงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แนวคิดเรื่องสุขภาวะที่ดี หรือ Well-being Living ได้รับความสนใจอย่างมากโดยเฉพาะในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยในแนวสูง ในขณะเดียวกันอาคารชุดหลายแห่งในปัจจุบันมีขนาดพื้นที่ห้องชุดที่เล็กลงกว่าในอดีต ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาวะในการอยู่อาศัยได้ งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาทัศนคติด้านสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย และวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพขององค์ประกอบของอาคารชุดที่ส่งผลต่อสุขภาวะในการอยู่อาศัยในอาคารชุดระดับราคา 1-3 ล้านบาทในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างผู้อยู่อาศัยจำนวน 470 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (descriptive statics) และสถิติเชิงอนุมานผลการศึกษาพบว่า 1) ผู้อยู่อาศัยในอาคารชุดระดับราคา 1-3 ล้านบาทมีระดับสุขภาวะในการอยู่อาศัยระดับปานกลางถึงมาก 2) ลักษณะผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 70) มีอายุอยู่ในช่วง 25-39 ปี (ร้อยละ 62.98) สถานภาพโสด (ร้อยละ 84.89) รายได้ต่อเดือนเฉลี่ย 10,001-20,000 บาท (ร้อยละ 25.74) สถานภาพการเป็นเจ้าของห้องชุดผู้ซื้อมีสัดส่วนมากที่สุด (ร้อยละ 49.15) อาศัยอยู่คนเดียว (ร้อยละ 40.85) และใช้เวลาในอาคารชุด 6-12 ชั่วโมงต่อวัน (ร้อยละ 38.30) 3) องค์ประกอบของอาคารชุดที่สำคัญและส่งผลต่อสุขภาวะมากที่สุด ได้แก่ ห้องชุด ซึ่งคุณสมบัติภายในห้องชุดที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพอากาศ อุณหภูมิที่ไม่ร้อนไม่เย็นจนเกินไป และการป้องกันเสียงรบกวน เป็นคุณสมบัติที่ผู้อยู่อาศัยให้ความสำคัญและยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หากได้รับการปรับปรุงจะสามารถเพิ่มระดับสุขภาวะในการอยู่อาศัยได้มากยิ่งขึ้น 4) ลักษณะอาคารชุดที่ส่งผลต่อสุขภาวะในการอยู่อาศัย ประกอบด้วย ระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS MRT อายุอาคารชุด ประเภทของห้องชุด 5) ผู้ที่มีสุขภาวะในการอยู่อาศัยระดับมาก มักอาศัยอยู่ในโครงการที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ อาคารชุดประเภท Low Rise ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าในระยะไม่เกิน 500 เมตร ที่มีอายุอาคารน้อยกว่า 5 ปี และห้องชุดมีขนาดพื้นที่ 30-34 ตร.ม. 6) ปัจจัยหลักที่ทำให้คนเกิดสุขภาวะในการอยู่อาศัยสามารถสรุปได้สองมิติ คือ (1) คุณลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้อยู่อาศัย (2) ลักษณะที่อยู่อาศัยที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี การพัฒนาโครงการอาคารชุดโดยให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการอยู่อาศัย อาทิ คุณภาพอากาศ แสงสว่าง น้ำใช้ที่สะอาด และความเป็นส่วนตัว มีร้านค้าที่ขายอาหารสะอาดถูกสุขลักษณะในโครงการ อยู่ในทำเลที่สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบที่ครบครันจากผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าอาคารชุดไม่ได้เข้าร่วมการประเมินมาตรฐานอาคารเพื่อสุขภาวะระดับสากล และไม่ได้นำแนวคิดมาตรฐานออกแบบอาคารเพื่อสุขภาวะระดับสากลมาใช้ในการพัฒนาโครงการ …


Livelihoods In Motion : A Case Study Of Housekeepers As Informal Workers In Bangkok, Kittipon Phummisuttikul Jan 2023

Livelihoods In Motion : A Case Study Of Housekeepers As Informal Workers In Bangkok, Kittipon Phummisuttikul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Transportation planning research often overlooks the distinct needs of informal domestic workers. This study focuses on live-out housekeepers in Bangkok and examines how their mobility, work characteristics, and socioeconomic status affect their livelihoods. The study used non-probability sampling methods, including convenience, snowball, and purposive sampling. Data from 61 respondents were collected through surveys and semi-structured in-depth interviews and were analyzed using descriptive statistics, crosstabulation, inferential statistics (ANOVA), and word cloud analysis. The study found that live-out housekeepers in Bangkok face high mobility, adaptability, and uncertainty levels. The research highlights the challenges that housekeepers face as informal workers, emphasizing the impact …


Common Ticketing Systems : Case Studies Of Bangkok, Fukuoka, Singapore, And Sydney, Tam Viet Hoang Jan 2023

Common Ticketing Systems : Case Studies Of Bangkok, Fukuoka, Singapore, And Sydney, Tam Viet Hoang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


การใช้ประติมากรรมในการสร้างสถานที่อย่างสร้างสรรค์และการส่งเสริมกิจกรรมสาธารณะของผู้คนในพื้นที่สาธารณะ : กรณีศึกษางานบางกอกอาร์ตเบียนนาเล่ 2022, กรวรรณ ประเสริฐศรี Jan 2023

การใช้ประติมากรรมในการสร้างสถานที่อย่างสร้างสรรค์และการส่งเสริมกิจกรรมสาธารณะของผู้คนในพื้นที่สาธารณะ : กรณีศึกษางานบางกอกอาร์ตเบียนนาเล่ 2022, กรวรรณ ประเสริฐศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แนวคิดการสร้างสถานที่อย่างสร้างสรรค์ คือ การเชื่อมโยงระหว่างผู้คนและพื้นที่ ด้วยการนำงานศิลปะเข้ามาผสมผสานกับพื้นที่สาธารณะ โดยงานบางกอกอาร์ตเบียนนาเล่ 2022 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม 2565 - 23 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นการจัดงานแสดงศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ซึ่งจัดแสดงในพื้นที่สาธารณะที่สำคัญของกรุงเทพฯ อย่างเช่น วัด ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในบริบทไทยดั้งเดิม วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบคุณภาพพื้นที่ตั้ง โดยเน้นไปที่ด้านกายภาพ และทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้คนในช่วงมีงาน และ ไม่มีงานศิลปะ วิธีวิจัย คือ กรณีศีกษาแบบแบบพหุกรณี ของพื้นที่ติดตั้งงานศิลปะประติมากรรมแบบชั่วคราว โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูล การสังเกตการณ์อย่างเป็นระบบ และการสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ แล้วประเมินตามคุณลักษณะของแนวคิดการสร้างสถานที่ จากผลการศึกษา พบว่า การมีงานศิลปะไม่ได้ส่งผลต่อจำนวนผู้คน แต่ส่งผลต่อความหลากหลายและลักษณะของกิจกรรม ปัจจัยทางกายภาพที่ทำให้พฤติกรรมระหว่างผู้คนและงานศิลปะแตกต่างกัน เช่น การมองเห็น และการปิดล้อมเชิงพื้นที่ ดังนั้น การเลือกพื้นที่เพื่อติดตั้งงานศิลปะมีสิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ ตำแหน่งติดตั้งงาน ขนาดพื้นที่ใช้งานเป็นขนาดสัดส่วนมนุษย์ การใช้งานอื่นโดยรอบ และขนาดที่พอเหมาะของพื้นที่ปิดล้อมต่อจำนวนผู้ใช้งาน ซึ่งจะเป็นสิ่งกำหนดความเข้มข้นของกิจกรรม


บทบาทหน้าที่ที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้างในการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร โครงการก่อสร้างภาครัฐ, กฤตชัย ชวนบุญ Jan 2023

บทบาทหน้าที่ที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้างในการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร โครงการก่อสร้างภาครัฐ, กฤตชัย ชวนบุญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา หน่วยงานภาครัฐเริ่มมีการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling: BIM) เพื่อลดข้อผิดพลาดในการก่อสร้าง ประเด็นสำคัญของโครงการลักษณะการจัดจ้างประเภทออกแบบ-ประกวดราคา-ก่อสร้าง คือการส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานผู้ออกแบบไปยังผู้รับจ้างก่อสร้าง ขณะที่การศึกษาอย่างเป็นระบบเรื่องหน้าที่รับผิดชอบต่อ BIM ของฝ่ายที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้าง (Construction Management Consultant: CMC) ในประเทศไทยยังมีค่อนข้างจำกัด นำมาสู่วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้ BIM ช่วงก่อสร้างอาคารของภาครัฐและขอบเขตหน้าที่ด้าน BIM ของฝ่าย CMC จากกรณีศึกษา 7 โครงการ โดยทำการศึกษาจากเอกสารข้อกำหนดโครงการ (Terms of Reference: TOR) และการสัมภาษณ์ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการทำงานด้วย BIM กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้าน BIM รวม 21 คน จากการศึกษาพบว่าหน่วยงานภาครัฐได้ใช้ BIM เพื่อลดข้อผิดพลาดจากแบบก่อสร้างและบันทึกข้อมูลการก่อสร้างจริง โดยช่วงปีที่เริ่มการก่อสร้างและมูลค่าของโครงการมีผลต่อวัตถุประสงค์การใช้ BIM ที่มากขึ้น สามารถจำแนกรูปแบบของลำดับการพัฒนาแบบจำลอง BIM ในช่วงก่อสร้างได้ 3 รูปแบบได้แก่ (1) การจัดทำขึ้นใหม่โดยอ้างอิงจากแบบ 2 มิติ (2) การจัดทำขึ้นใหม่โดยอ้างอิงจากแบบจำลอง BIM ช่วงออกแบบและ (3) การพัฒนาต่อจากแบบจำลอง BIM ช่วงออกแบบ รูปแบบที่พบโดยส่วนมากคือการสร้างแบบจำลอง BIM ขึ้นใหม่ในช่วงก่อสร้างโดยผู้รับจ้างก่อสร้างซึ่งขัดแย้งกับทฤษฎี เนื่องจากข้อมูลช่วงออกแบบไม่สอดคล้องกับการนำไปใช้งานต่อ โดยขอบเขตหน้าที่ต่อ BIM ของ CMC ที่เพิ่มเติมขึ้นคือ ด้านข้อกำหนดการปฏิบัติงาน บุคลากร และเครื่องมือบริหารโครงการ สำหรับประโยชน์จาก BIM ของ CMC สามารถเรียงลำดับตามวัตถุประสงค์การใช้ BIM ได้แก่ (1) ลดข้อผิดพลาดจากข้อขัดแย้งในแบบก่อสร้าง (2) บันทึกข้อมูลการก่อสร้างอาคาร (3) กำกับระยะเวลาตามแผนงาน (4) จำลองกระบวนการก่อสร้างจริงและ (5) คาดการณ์ค่าใช้จ่ายระหว่างการก่อสร้าง อย่างไรก็ตามปัญหาในการประยุกต์ใช้ BIM ช่วงการก่อสร้าง ของภาครัฐคือ ด้านบุคลากร ด้านกระบวนการ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน …


แนวทางการออกแบบหลังคาโค้งที่ใช้วัสดุมุงเหล็กรีดลอน, ณัฐธยาน์ แสงงาม Jan 2023

แนวทางการออกแบบหลังคาโค้งที่ใช้วัสดุมุงเหล็กรีดลอน, ณัฐธยาน์ แสงงาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หลังคาเป็นส่วนปกคลุมอาคาร มีหน้าที่ป้องกันแดดและฝน รูปแบบหลังคามาจากโครงสร้างและวัสดุมุง สำหรับอาคารโครงสร้างที่มีช่วงกว้าง เช่น อาคารโกดัง โรงงาน และคลังเก็บสินค้า นิยมใช้วัสดุมุงจากแผ่นเหล็กรีดลอน เพราะมีคุณสมบัติ บาง เบา และมีหลายรูปแบบ ทั้งแผ่นตรงธรรมดา แผ่นตรงแบบสอบ แผ่นโค้งธรรมดา แผ่นโค้งแบบสอบ แผ่นโค้งดัด และแผ่นโค้งสองทิศทาง จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า การผลิตแผ่นโค้งมีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จึงมีวัตถุประสงค์ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหา เพื่อเสนอแนวทางการออกแบบหลังคาโค้ง การศึกษาครั้งนี้ได้เลือกโครงการกรณีศึกษา จำนวน 13 อาคาร พบว่าการผลิตแผ่นโค้งมีใช้แผ่นโค้งแบบไม่ดัด จำนวน 5 หลัง และแบบดัด จำนวน 8 หลัง โดยนำส่วนโค้งของหลังคาจากแบบสถาปัตยกรรมมาใช้วิเคราะห์การผลิต โดยแปรผันตามรัศมีรุ่นของผลิตภัณฑ์แผ่นหลังคา ซึ่งระบุความสามารถความโค้งไม่ดัดไว้ในคู่มือผลิตภัณฑ์ การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการทดลองโดยการจำลองแบบ 2 มิติและการคำนวณ เพื่อพิจารณาและหาแนวทางการกำหนดความโค้ง โดยทำทดลอง 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ทดลองปรับค่าความโค้ง เพื่อใช้วิเคราะห์โค้งโดยไม่ดัดและหาความสัมพันธ์กับหลังคาอาคาร ขั้นตอนที่ 2 ทดลองใช้วิธีต่อแผ่น เพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการรับน้ำฝน ระยะพาดแป โดยใช้ข้อคำนึงเรื่องถึงวิธีการขนส่งแผ่น จากการศึกษาทำให้ทราบว่าแผ่นโค้งไม่ดัดทำได้ทุกอาคารที่มีหลังคาโค้ง โดยมีวิธีการกำหนดค่าความโค้งที่มีหน่วยเป็นรัศมีและความลาดเอียงของหลังคาที่มีหน่วยเป็นองศา โดยกำหนดรัศมีและองศาให้เป็นไปตามคำแนะนำของคู่มือตามรุ่นผลิตภัณฑ์ ที่มีค่าแปรผันกับความกว้างของอาคาร และแปรผกผันกับความสูงของหลังคา สำหรับกรณีการใช้หลังคาโค้งยาวต่อเนื่องต้องคำนึงด้านการขนส่งแผ่นหลังคา โดยสามารถยาวได้ตามข้อจำกัดของรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งและการเข้าถึงหน้างานก่อสร้าง ซึ่งหากขนส่งไม่ได้จะส่งผลต่อการนำเครื่องจักรมาผลิตที่หน้างานก่อสร้างสามารถใช้วิธีการต่อแผ่นเพื่อพิจารณาข้อคำนึงดังกล่าว


การนำที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ในอาคารชุดพักอาศัยกรณีศึกษา โครงการอาคารชุดในเขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร, ณัฐพงศ์ เครือนพคุณ Jan 2023

การนำที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ในอาคารชุดพักอาศัยกรณีศึกษา โครงการอาคารชุดในเขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร, ณัฐพงศ์ เครือนพคุณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ที่จอดรถเป็นองค์ประกอบสำคัญของอาคารชุดพักอาศัยที่ต้องจัดให้มีจำนวนเพียงพอตามเกณฑ์ข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบัน (พ.ศ. 2565) พบว่า มีการนำที่จอดรถอัตโนมัติเข้ามาใช้ในโครงการอาคารชุดแพร่หลายมากขึ้น งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด วิธีการเลือกรูปแบบ ลักษณะทางกายภาพ การใช้งาน การบริหารจัดการ และข้อดี ข้อจำกัด ของการนำระบบที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ในโครงการอาคารชุด โดยมีกรณีศึกษาเป็นอาคารชุดในเขตวัฒนา 4 โครงการ ด้วยวิธีการสำรวจ การสังเกต และการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำระบบที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ จากการศึกษาพบว่า ผู้ประกอบการโครงการทั้ง 4 โครงการมีแนวคิดในการนำระบบที่จอดรถอัตโนมัติเข้ามาใช้เพื่อประหยัดพื้นที่จอดรถ จัดการพื้นที่ขายให้มีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดเวลาและพลังงานในการวนหาที่จอดรถ โดยให้ผู้ออกแบบและผู้จัดหาและติดตั้งเป็นผู้นำเสนอข้อมูลและให้คำแนะนำในการเลือกใช้ระบบที่จอดรถอัตโนมัติ ให้เหมาะสมกับลักษณะของพื้นที่และรูปแบบอาคารในโครงการนั้น ๆ ผู้ประกอบการแต่ละโครงการเป็นผู้ตัดสินใจเลือกใช้รูปแบบของระบบที่จอดรถอัตโนมัติ โดยคำนึงถึงต้นทุนของระบบเป็นหลัก แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ (1) แบบมีถาดรองรับ ซึ่งเป็นระบบที่ต้องจอดรถเทียบบนถาดรองรับรถที่อยู่ในลิฟต์รถ ได้แก่ โครงการเซอเลส อโศก ที่ใช้ระบบถาดรถเลื่อน และโครงการเซอร์เคิล สุขุมวิท 31 ที่ใช้ระบบหอสูง และ(2) แบบไม่มีถาดรองรับ เป็นระบบที่ต้องจอดรถเทียบภายในหรือภายนอกช่องลิฟต์ โดยมีหุ่นยนต์รับส่งรถนำรถไปจอดยังตำแหน่งที่ว่างและใกล้ที่สุด ได้แก่ โครงการไนท์บริดจ์ ไพร์ม อ่อนนุชและมิวนีค สุขุมวิท 23 ใช้ระบบหุ่นยนต์ โดยระบบแบบไม่มีถาดรองรับมีระยะเวลาเฉลี่ยในการนำรถเข้าจอดอยู่ที่ 1.55 นาที ใช้เวลาน้อยว่าระบบแบบมีถาดรับรถซึ่งมีระยะเวลาเฉลี่ย 2.21 นาที ในการบริหารจัดการทุกโครงการมีการบำรุงรักษาเชิงป้องกันประจำทุกเดือนเหมือนกันตามระยะการประกัน แต่โครงการไนท์บริดจ์ไพร์ม อ่อนนุชมีการจัดจ้างช่างดูแลระบบประจำโครงการเพิ่มเติม จากการสำรวจ ทุกโครงการพบปัญหาและอุปสรรคที่คล้ายกัน คือ ความลำบากในการเข้าจอดเทียบทั้งภายในและภายนอกช่องลิฟต์รถ เนื่องจากระยะการเลี้ยวรถและพื้นที่รอด้านหน้าลิฟต์ไม่เพียงพอ ข้อดีของระบบที่เหมือนกันคือ ช่วยประหยัดการใช้พื้นที่ ที่แตกต่างกันคือ ระบบที่ใช้ถาดรับรถมีการใช้งานและการซ่อมแซมง่ายไม่ซับซ้อน และมีราคาที่จอดรถต่อช่องจอดและค่าซ่อมบำรุงที่ค่อนข้างถูก ส่วนระบบแบบไม่มีถาดรองรับเป็นระบบที่ทันสมัย การทำงานที่ต่อเนื่องและรวดเร็วกว่า ส่วนข้อจำกัดที่แตกต่าง คือ ระบบที่มีถาดรองรับการทำงานของระบบมีเสียงดังรบกวน ส่วนระบบแบบไม่มีถาดรองรับมีราคาที่จอดรถต่อช่องจอดและค่าซ่อมบำรุงที่ค่อนข้างแพงกว่า และมีวิธีการซ่อมแซมแก้ไขระบบที่ซับซ้อนกว่า ผลจากการวิเคราะห์พบว่า เนื่องจากที่จอดรถอัตโนมัติไม่ต้องมีทางลาดและมีทางวิ่งรถน้อย ที่จอดรถอัตโนมัติจึงมีการใช้พื้นที่น้อยกว่าที่จอดรถแบบปกติประมาณ 2 เท่า ทำให้ประหยัดพื้นที่จอดรถได้มากถึง 50% และสามารถเพิ่มจำนวนที่จอดรถได้มากเป็น 2 เท่าของที่จอดรถแบบปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้ประกอบการในการนำที่จอดรถอัตโนมัติมาใช้ จากผลการศึกษาจึงมีข้อเสนอแนะว่า ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งานให้มากขึ้น โดยควรจัดวางตำแหน่งลิฟต์รถแต่ละตัวให้มีระยะห่างที่เหมาะสมและมีพื้นที่วงเลี้ยวที่สัมพันธ์กับระยะวงเลี้ยวรถ และควรจัดพื้นที่รอเข้าจอดรถหน้าลิฟต์ให้เพียงพอ มีระบบป้องกันประตูลิฟต์ปิดเองและมีระบบตรวจสอบการเข้าเกียร์จอดรถหรือมีระบบยึดล้อรถเพื่อป้องกันรถไหลเลื่อนตกจากลิฟต์ยกรถและถาดรับรถ รวมทั้งมีการบริหารจัดการและดูแลบำรุงรักษาระบบที่จอดรถอัตโนมัติอย่างสม่ำเสมอให้เป็นไปตามสัญญาของประกันที่ทำไว้กับบริษัทผู้จัดหาและติดตั้งระบบอย่างเคร่งครัด


การนำ Bim มาประยุกต์ใช้ในช่วงก่อนงานก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2564, ธีระพงษ์ อินทรพาณิชย์ Jan 2023

การนำ Bim มาประยุกต์ใช้ในช่วงก่อนงานก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2564, ธีระพงษ์ อินทรพาณิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การนำ BIM มาใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างภาคเอกชนของประเทศไทยเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายซึ่งการนำ BIM มาใช้มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในช่วงกระบวนการก่อสร้าง ช่วงพัฒนาโครงการโดยทั่วไปสามารถจำแนกออกเป็น 3 ช่วงหลักๆ ได้แก่ ช่วงออกแบบ (Design phase) ช่วงก่อสร้าง (Construction phase) และช่วงการบริหารทรัพยากรอาคาร (Facility management) ซึ่งแต่ละช่วงก็มีความต้องการในด้านข้อมูลที่แตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าในช่วงการพัฒนาโครงการถึงแม้จะเป็นช่วงที่มีการดำเนินงานหลักแต่ช่วงของการส่งผ่านข้อมูลระหว่างช่วงออกแบบไปยังช่วงก่อสร้างยังไม่มีความชัดเจน รอยต่อตรงนี้เรียกว่าช่วง Pre-construction การทำงานในช่วงก่อนการก่อสร้างเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญเนื่องจากเป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถควบคุมความสำเร็จของโครงการได้ งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษา สถานการณ์ รูปแบบกระบวนการ และปัจจัยการนํา BIM มาใช้งานในช่วงก่อนการก่อสร้าง โดยงานวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาโดยการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในช่วงก่อนการก่อสร้างของอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนของประเทศไทยและศึกษาข้อมูลมาตรฐาน คู่มือ BIM เพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อหาความสอดคล้อง สถานการณ์ ปัจจัย ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะของการนำ BIM มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม จากผลงานวิจัยพบว่ารูปแบบการนำ BIM มาใช้ในกรณีศึกษาเป็นรูปแบบ Design-Bid-Build ซึ่งจำเป็นต้องส่งผ่านข้อมูลต่างองค์กรซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดการตกหล่นของข้อมูลแต่การนำ BIM มาใช้สามารถช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เนื่องจากเป็นระบบการทำงานที่เชื่อมข้อมูลต่างๆตลอดช่วงการทำงานของโครงการเข้าด้วยกัน ซึ่งมีข้อดีที่ช่วยส่งเสริมในเรื่อง การส่งผ่านข้อมูล การถอดปริมาณ และประมาณราคา ทำให้เห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นก่อนการก่อสร้าง ส่วนในด้านปัจจัยพบว่าการนำ BIM มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดในการทำงาน ด้านปัญหาและอุปสรรคพบว่า เกิดปัญหาด้านระยะเวลาในการทำงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนการก่อสร้าง และจากผลงานวิจัยมีข้อเสนอแนะคือ ควรเพิ่มบุคลากรที่มีทักษะการทำงานด้วย BIM และควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ


การติดตามผลการดำเนินงาน “บ้านเคหะสุขประชา” โครงการที่อยู่อาศัยพร้อมอาชีพ :กรณีศึกษา กลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการในโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้าและฉลองกรุง, แพรวพัชร วิรัชกุล Jan 2023

การติดตามผลการดำเนินงาน “บ้านเคหะสุขประชา” โครงการที่อยู่อาศัยพร้อมอาชีพ :กรณีศึกษา กลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการในโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้าและฉลองกรุง, แพรวพัชร วิรัชกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากแต่การมีที่อยู่อาศัยกลับไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำกันได้ในทุกครัวเรือน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงมีการจัดทำ แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ด้วยวิสัยทัศน์ คือ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายใน พ.ศ. 2579” ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติ ได้มีการพัฒนาโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย “บ้านเคหะสุขประชา” เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้ผู้สูงอายุ คนพิการ ข้าราชการชั้นผู้น้อย หรือข้าราชการเกษียณ และประชาชนที่มีรายได้น้อย รวมถึงผู้บุกรุก ในพื้นที่สาธารณะให้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย วิทยานิพนธ์เล่มนี้จึงมีความต้องการที่จะศึกษาโครงการฯดังกล่าว เพื่อนำมาติดตามผลการดำเนินงานของโครงการฯ รวมถึงการศึกษา วิเคราะห์ และติดตามการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุและคนพิการในโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้าและฉลองกรุง ซึ่งจะช่วยเป็นแนวทางในการปรับปรุงโครงการฯ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงพื้นที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุและคนพิการในรูปแบบที่อยู่อาศัยรายได้น้อยพร้อมอาชีพ และสามารถเป็นประโยชน์ต่อแนวทางการจัดการโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือคนพิการรายได้น้อยสำหรับภาครัฐต่อไปผลการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุและคนพิการในโครงการที่อยู่อาศัยเกิน 6 เดือน ส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ไม่เกิน 5,000-10,000 บาทต่อเดือน เป็นกลุ่มที่พอช่วยเหลือตนเองได้ (Independent Living for Elderly) เลือกเข้าอยู่อาศัยในโครงการเนื่องจากค่าเช่าที่อยู่อาศัยอยู่ในช่วงราคาที่สามารถเข้าถึงได้(Affordable Housing) และมีรูปแบบที่อยู่อาศัยของโครงการมีรูปสอดคล้องต่อสภาพการดำรงชีวิต เมื่อให้ผู้สูงอายุและคนพิการเปรียบเทียบที่อยู่อาศัยของตนเองก่อนและหลังเข้าอยู่อาศัยในโครงการ พบว่าสภาพการอยู่อาศัยในโครงการทำให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยความพึงพอใจในการอยู่อาศัยอยู่ในเกณฑ์มีความพึงพอใจมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย คือ 4.37) ในส่วนของอาชีพเศรษฐกิจสุขประชาที่โครงการจัดเตรียมให้ผลการสัมภาษณ์พบว่าผู้สูงอายุและคนพิการ ไม่ได้ประกอบอาชีพเศรษฐกิจสุขประชาเนื่องจากขาดเงินทุน ขาดความสามารถในการประกอบอาชีพ และมีสภาพร่างกายที่เสื่อมลงทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ บางส่วนที่มีการสนับสนุนค่าเลี้ยงดูให้จึงไม่ประกอบอาชีพ จากผลสรุปข้างต้นพบว่าโครงการสามารถตอบสนองความพึงพอใจในรูปแบบการอยู่อาศัยผู้สูงอายุและคนพิการได้ดี แต่ยังคงต้องมีการปรับปรุงการออกแบบทั้งหน่วยการอยู่อาศัย และภาพรวมของโครงการ ในส่วนของเศรษฐกิจสุขประชาด้านอาชีพด้านอาชีพไม่ประสบผลสำเร็จในกลุ่มของผู้สูงอายุและคนพิการ เนื่องจากหลักสูตรและอาชีพไม่สอดคล้องกับผู้สูงอายุและคนพิการทั้งนี้ข้อเสนอแนะในด้านการออกแบบที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุและคนพิการ ต้องคำนึงถึงความต้องการพิเศษและการใช้งานที่ปลอดภัย ความสะดวกสบาย เพื่อให้ผู้สูงอายุและคนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควรมีการจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการพยุงตัวในห้องน้ำของที่อยู่อาศัยทั้งโครงการ เนื่องจากมีแนวโน้มที่ผู้อยู่อาศัยที่เป็นผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้นในอนาคต ด้านการออกแบบโครงการควรมีการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่สามารถให้ผู้สูงอายุและคนพิการออกมาใช้งานแล้วเกิดศักยภาพแก่ร่างกายและจิตใจ ควรมีการจัดเช่าพื้นที่จัดสรรประโยชน์ เพื่อให้ในโครงการฯมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น การมีตู้กดน้ำดื่ม จุดซักผ้าหยอดเหรียญ และสมควรมีพื้นที่สำหรับสถานพยาบาลหรือหน่วยฉุกเฉินขนาดเล็ก เพื่อดูแลผู้สูงอายุและคนพิการในกรณีฉุกเฉิน ด้านเศรษฐกิจสุขประชาควรมีการสนับสนุนอาชีพที่มีความเฉพาะมากขึ้นสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและคนพิการ โดยควรมีลักษณะที่คำนึงถึงข้อจำกัดทางกายภาพและสุขภาพ ทั้งนี้อาจเสนออาชีพที่ผู้สูงอายุและคนพิการสามารถจัดทำได้เมื่ออาศัยอยู่ในที่พักอาศัย หรือการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของโครงการให้รองรับการสร้างอาชีพ เช่น พื้นที่ลานมีหลังคาสำหรับการประกอบอาชีพสามารถรองรับการปรับเปลี่ยนอาชีพส่วนกลางที่มีความหลากหลาย


แหล่งเงินทุนในการประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการขนาดเล็กในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, สุทธินนท์ มั่นคง Jan 2023

แหล่งเงินทุนในการประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการขนาดเล็กในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, สุทธินนท์ มั่นคง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เศรษฐกิจของประเทศไทยถูกขับเคลื่อนโดย ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยความสามารถของ SMEs ที่มีความยืดหยุ่นและการปรับตัวในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยากลำบาก เช่น ความไม่แน่นอนทางการเงินทั่วโลกหลังจากการระบาดของโรคโควิด -19 ความเป็นอยู่ของธุรกิจเหล่านี้อาจขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการและวางแผนทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการจัดการทุน การศึกษานี้มุ่งศึกษาเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนของกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและผลกระทบกลยุทธ์ทางการเงินเหล่านี้ต่อความสำเร็จในการดำเนินงาน จากกลุ่มตัวอย่างบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กจำนวน 508 บริษัทที่จดทะเบียนในจังหวัดกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยได้รวบรวมข้อมูลจากงบการเงินปี พ.ศ. 2561 - พ.ศ. 2565 และวิเคราะห์ประสิทธิภาพทางการเงินจากการศึกษาพบว่า 1) บริษัทขนาดเล็กในกรุงเทพฯและปริมณฑลส่วนใหญ่ร้อยละ 72 มีรายได้ต่ำกว่า 11 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2565 2) กลุ่มตัวอย่างมีทุนจดทะเบียนเฉลี่ยบริษัทละประมาณ 90 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2565 โดยมีแนวโน้มคงที่ 3) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กประสบปัญหาด้านการดำเนินงานโดยมีมูลค่าขาดทุนสะสมเฉลี่ยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2563 - พ.ศ. 2565 4) ปริมาณหนี้สินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 94 ล้านบาทต่อบริษัทในปี พ.ศ. 2565 5) ในปี พ.ศ. 2565 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กเลือกใช้แหล่งทุนประเภทหนี้สินมากกว่าแหล่งทุนจากส่วนของผู้ถือหุ้น 6) รายได้รวมมีแนวโน้มที่จะลดลงนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ล้านบาทต่อบริษัทในปี พ.ศ. 2565 7) ผลประกอบการสุทธิของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กมีแนวโน้มที่จะขาดทุนลดลงนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์พยายามรักษาระดับทุนในการดำเนินงานให้อยู่ในระดับคงเดิมหมายความว่า หากการดำเนินงานในปีก่อนหน้าเป็นลบหรือขาดทุนบริษัทขนาดเล็กจะเพิ่มทุนดำเนินงานในปีต่อไปและในทางกลับกันหากผลประกอบการในปีก่อนหน้าเป็นบวกหรือมีกำไร บริษัทเลือกที่จะลดทุนในการดำเนินงานลงในปีต่อไป โดยแหล่งเงินทุนที่เปลี่ยนแปลงเป็นลำดับแรกได้แก่แหล่งเงินทุนประเภทหนี้สิน และมีคำแนะนำแก่ผู้ประกอบการให้เลือกใช้แหล่งเงินจากทั้งสองแหล่งเพื่อใช้ประโยชน์จากเงินทุนทั้ง 2 ประเภท ซึ่งสิ่งสำคัญคือการลำดับการเลือกใช้แหล่งเงินทุนให้เหมาะสมกับรายได้ของบริษัท คือ ในช่วงแรกบริษัทควรเลือกแหล่งเงินทุนประเภทส่วนของผู้ถือหุ้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาระดอกเบี้ย ต่อมาสามารถเลือกใช้หนี้สินเพื่อเพิ่มการเติบโตของบริษัทเมื่อมีรายได้ที่เพียงพอต่อภาระดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้น โดยการศึกษานี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ ในการวางแผนและเลือกใช้แหล่งเงินทุน รวมถึงสถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนและพัฒนาวิสาหกิจขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดียิ่งขึ้น


Modal Shift From The Metro Rail Transit (Mrt) To The Bus Rapid Transit (Brt) Along Epifanio Delos Santos Avenue, Metro Manila, Rommar Jaie Reyes Jan 2023

Modal Shift From The Metro Rail Transit (Mrt) To The Bus Rapid Transit (Brt) Along Epifanio Delos Santos Avenue, Metro Manila, Rommar Jaie Reyes

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Traffic congestion in Metro Manila, particularly along Epifanio de los Santos Avenue (EDSA), is a long-standing issue. Hundreds of thousands of commuters travel along EDSA daily, utilizing major transit systems such as the Metro Rail Transit (MRT) Line 3 and the Bus Rapid Transit (BRT) Route 1, which run parallel to each other. Despite the BRT operating for more than four years since the Covid-19 pandemic, few studies have examined its effects on the MRT, particularly concerning commuter demographics. This research fills this gap by examining the shift from MRT to BRT along EDSA, comparing user demographics, and identifying factors …


ทัศนคติต่อการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของกลุ่มวัยเริ่มทำงานที่เป็นผู้เช่าอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ญาณิน พิชยกุล Jan 2023

ทัศนคติต่อการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของกลุ่มวัยเริ่มทำงานที่เป็นผู้เช่าอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ญาณิน พิชยกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กลุ่มวัยเริ่มทำงานคือกลุ่มบุคคลที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน มีอายุอยู่ในช่วง 21 – 30 ปี มักเพิ่งจบการศึกษา ปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ในเจเนอเรชั่นแซดซึ่งมีทัศนคติต่างไปจากเจเนอเรชั่นก่อน ๆ ทั้งนี้คนส่วนใหญ่ล้วนมีความต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง แต่ความสามารถในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของกลุ่มนี้ลดลง และมีแนวโน้มความนิยมเช่าเกิดขึ้น ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาลักษณะเศรษฐกิจ สังคม และลักษณะที่เช่าอยู่อาศัยในปัจจุบัน เหตุผลของการเช่าอยู่ในปัจจุบัน ทัศนคติต่อการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในอนาคต โดยสอบถามกลุ่มวัยเริ่มทำงานผู้เช่าอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำนวน 399 คนผลการศึกษาพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างวัยเริ่มทำงานส่วนใหญ่มักเป็นโสด การศึกษาระดับปริญญาตรี มีอาชีพเป็นพนักงานประจำบริษัทเอกชน ไม่มีอาชีพที่สอง มีรายได้ส่วนบุคคล 10,000-25,000 บาทต่อเดือน รายได้ครัวเรือนมากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน และชื่นชอบการเล่นโซเชียลมีเดีย 2) ลักษณะที่เช่าในปัจจุบัน มักตั้งอยู่ในปริมณฑล รูปแบบอะพาร์ตเมนต์ ส่วนพื้นที่เช่าคือ 21-25 ตารางเมตร และมักเช่า 5,001-7,000 บาทต่อเดือน โดยเลือกเช่าเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้ที่ทำงานหรือเดินทางไปทำงานได้สะดวกเป็นสำคัญ 3) กลุ่มตัวอย่างอยู่อาศัยในที่เช่าทุกวันและอาศัยอยู่คนเดียว เดินทางไปทำงานด้วยรถจักรยานยนต์ โดยใช้เวลาเดินทาง 15-30 นาที ใช้พื้นที่ที่พักในการประกอบอาหารและออกกำลังกาย และบางส่วนมีการเลี้ยงสัตว์ 4) ความพึงพอใจในการอยู่อาศัยอยู่ในระดับปานกลางถึงปานกลางค่อนมาก โดยพอใจด้านทำเลที่สุด และไม่ค่อยพบปัญหาจากการเช่าอยู่อาศัย 5) ความต้องการที่อยู่อาศัยในอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า ต้องการซื้อร้อยละ 67.9 ต้องการเช่าร้อยละ 30.8 และอื่น ๆ โดยต้องการซื้อบ้านเดี่ยวหรือบ้านแฝด ส่วนราคาที่อยู่อาศัยที่ต้องการคือ 1-2 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความมั่นคงในชีวิต ส่วนกลุ่มที่ต้องการเช่าเลือกจะเช่าคอนโดมิเนียม โดยค่าเช่าที่ต้องการคือ 4,001-7,000 บาทต่อเดือน เพราะสามารถโยกย้ายได้ง่าย กลุ่มวัยเริ่มทำงานส่วนมากกำลังวางแผนทางการเงินและยังไม่มีแผนกลับภูมิลำเนาผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่ากลุ่มวัยเริ่มทำงานที่เป็นผู้เช่าในปัจจุบันส่วนมากต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในอีก 5 ปีข้างหน้า และมีความสามารถในการจ่ายในไม่เกิน 1.3 ล้านบาท โดยคำนึงถึงทำเลที่ตั้งที่ใกล้ที่ทำงานหรือเดินทางไปทำงานสะดวก ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะต่อการเคหะแห่งชาติ รัฐบาลและบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พิจารณาเร่งเพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัยในรูปแบบเช่าและเช่าซื้อ รวมถึงพัฒนาคุณภาพบ้านเช่าเพื่อบุคคลกลุ่มนี้ในช่วงแรกของการทำงาน จากนั้นจึงเพิ่มอุปทานบ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท เน้นการออกแบบบรรยากาศที่ดีภายในที่พัก มีส่วนกลางตามสำคัญ โดยมุ่งเน้นทำเลที่ใกล้แหล่งงานหรือสามารถเดินทางได้สะดวก และร่วมกับสถาบันการเงินส่งเสริมการให้ความรู้ด้านการวางแผนทางการเงินเพื่อที่อยู่อาศัยต่อกลุ่มวัยเริ่มทำงาน


การขยายตัวของที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนเหนือ ก่อนและหลังการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีชมพู, นพกฤษฏิ์ ฐานพิริยากรณ์ Jan 2023

การขยายตัวของที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนเหนือ ก่อนและหลังการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีชมพู, นพกฤษฏิ์ ฐานพิริยากรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการขยายตัวของที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนบนก่อนและหลังการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีชมพู โดยผู้วิจัยได้ศึกษา 1) รูปแบบที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ถนนติวานนท์ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทราตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มมีมติก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู 2) ความสอดคล้องของแนวคิดและทฤษฎีในต่างประเทศเกี่ยวกับการขยายตัวของเมืองต่อรูปแบบการขยายตัวของที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค สาธารณูปการโดยเลือกช่วงเวลาศึกษาของการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีชมพูระหว่างปี พ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ. 2567 และช่วงเวลาดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 1) ก่อนมีมติก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู 2) เริ่มก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู 3) เมื่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูแล้วเสร็จ โดยวิธีวิจัย คือ การศึกษาจากเอกสาร (documentary research) การลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลการรวบรวมจัดทำชุดข้อมูลผ่านการแสดงผลเป็นลักษณะแผนที่ และการวิเคราะห์ผ่านการรวบรวมชุดข้อมูล แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวกับการขยายตัวของเมืองผลการศึกษาพบว่า การขยายตัวของที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนบนมีการพัฒนาโครงข่ายถนนเชื่อมต่อพื้นที่ชานเมืองกับกรุงเทพมหานคร จนเกิดประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบตามถนนสายหลัก อาทิ ถนนติวานนท์ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทรา และเกิดพาณิชยกรรมในรูปแบบร้านค้าตึกแถวริมทางตามแนวถนน เมื่อรถไฟฟ้าสายสีชมพูเริ่มก่อสร้าง จึงเริ่มมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงจากที่อยู่อาศัยแนวราบเป็นที่อยู่อาศัยแนวสูงในบางพื้นที่ ตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู โดยเฉพาะในบริเวณจุดตัดของโครงข่ายถนนและราง รวมถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงของพาณิชยกรรมและเมื่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูแล้วเสร็จ พบที่อยู่อาศัยแนวสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ในบริเวณจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีชมพูกับรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ และมีการพัฒนาศูนย์การค้าชุมชนที่เพิ่มมากขึ้นอยู่ในบริเวณที่อยู่อาศัยแนวสูงและแนวราบใกล้สถานีรถไฟฟ้า ในบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู พบว่า มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวสูง ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าชุมชน และนอกรัศมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู พบว่า มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าชุมชน ตามลำดับการพัฒนาการขยายตัวของที่อยู่อาศัยและโครงข่ายราง


แนวทางการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายนอกสำหรับผู้สูงอายุ กรณีศึกษาชุมชนคลองพลับพลา ชุมชนทรัพย์สินใหม่ ชุมชนเลิศสุขสม และชุมชนบึงยี่โถ, พัณณิตา ศรีกุมาร Jan 2023

แนวทางการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายนอกสำหรับผู้สูงอายุ กรณีศึกษาชุมชนคลองพลับพลา ชุมชนทรัพย์สินใหม่ ชุมชนเลิศสุขสม และชุมชนบึงยี่โถ, พัณณิตา ศรีกุมาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงสร้างประชากรของประเทศไทยเข้าสู่การเป็น “สังคมสูงวัย” ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 กล่าวคือ มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด โดยใน พ.ศ. 2565 ประชากรไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 18.94 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งในอีกไม่เกิน 20 ปี ประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าผู้สูงอายุจะขึ้นมาเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ประเทศไทยยังขาดการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายนอกอาคารที่ซึ่งเป็นพื้นที่ทางสังคมที่ทำให้คนในชุมชนได้มาปฏิสัมพันธ์กัน การที่หลายชุมชนยังขาดพื้นที่ดังกล่าวหรือจัดการพื้นที่ได้ไม่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ส่งผลให้ผู้สูงอายุไม่ออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน เกิดความเสี่ยงต่อการแยกตัวจากสังคมและนำไปสู่ปัญหาทางจิตใจของผู้สูงอายุในเวลาต่อมา การพัฒนาพื้นที่เหล่านี้จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ พบปะสังสรรค์ มีกิจกรรมที่สร้างเสริมสุขภาพและความสัมพันธ์ในชุมชน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างเสริมสุขภาพทางกายและทางใจของผู้สูงอายุ จึงเป็นที่มาของงานวิจัยฉบับนี้ที่เป็นงานวิจัยแบบผสมผสานประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสำรวจและการสัมภาษณ์ และการวิจัยเชิงปริมาณด้วยการสัมภาษณ์ มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายนอกที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ วิเคราะห์ความต้องการ ปัญหา และข้อจำกัด พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่ โดยมีกรณีศึกษาทั้งหมด 4 พื้นที่ ได้แก่ ชุมชนคลองพลับพลา ชุมชนทรัพย์สินใหม่ ชุมชนเลิศสุขสม และชุมชนบึงยี่โถ (หมู่บ้านปิยวรารมย์) ผลการศึกษาพบว่าทุกชุมชนมีการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายนอกสำหรับผู้สูงอายุ โดยสามารถจำแนกพื้นที่ตามรูปแบบการใช้งานได้ 4 ประเภท ได้แก่ พื้นที่นันทนาการ พื้นที่ออกกำลังกาย พื้นที่พักผ่อน และพื้นที่แปลงผักสวนครัว โดยพื้นที่แต่ละประเภทมักตั้งอยู่รวมกันบริเวณส่วนหน้าถึงส่วนกลางของชุมชนที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ทั้งนี้บางชุมชนอาจจะมีการกระจายพื้นที่แต่ละประเภททั่วชุมชน ผลคือชุมชนต้องใช้งบประมาณมากขึ้นในการดูแลรักษาและไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ปัญหาหลัก ๆ ของแต่ละชุมชนคือพื้นที่บางส่วนมีการความทรุดโทรม ขาดร่มเงา บางส่วนถูกทิ้งร้างเนื่องจากขาดงบประมาณและการดูแลรักษา จึงเสนอให้จัดตำแหน่งของพื้นที่ส่วนกลางรวมอยู่จุดเดียวเพื่อลดภาระในการดูแลรักษา กำหนดเวลาเปิดปิดพื้นที่ที่มีทรัพย์สินของชุมชนและมอบหมายคนดูแล เพิ่มม้านั่งแบบถาวรพร้อมราวพยุงตัวในพื้นที่ส่วนกลางและทางเดิน จัดการพื้นที่ทางเท้าให้ปลอดภัย และเพิ่มร่มเงาจากต้นไม้


แนวทางการพัฒนากายภาพและสภาพแวดล้อมสถานบริบาลสำหรับผู้สูงอายุ ประเภทบ้านเดี่ยว ขนาดน้อยกว่า 20 เตียง ในเขตกรุงเทพมหานคร, พิชญ์สินี ตันไพบูลย์ Jan 2023

แนวทางการพัฒนากายภาพและสภาพแวดล้อมสถานบริบาลสำหรับผู้สูงอายุ ประเภทบ้านเดี่ยว ขนาดน้อยกว่า 20 เตียง ในเขตกรุงเทพมหานคร, พิชญ์สินี ตันไพบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันสังคมสูงวัยเป็นประเด็นที่หลายประเทศให้ความสนใจมากขึ้นจากการที่สัดส่วนจำนวนผู้สูงอายุมีการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี โดยในประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (complete aged society) ใน พ.ศ. 2565 ทำให้ปัจจุบันธุรกิจดูแลผู้สูงอายุมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งสถานบริบาลผู้สูงอายุขนาดเล็กมักจะเป็นลักษณะบ้านเดี่ยวและตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร จากประเด็นดังกล่าวจึงทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อการพัฒนา ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนา รวมทั้งเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาสถานบริบาลให้เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยผู้สูงอายุผู้วิจัยได้ทำการศึกษาจากกรณีศึกษาทั้งหมด 4 แห่ง ด้วยการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานภายในสถานบริบาลสำหรับผู้สูงอายุ รวมทั้งได้มีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ผู้ประกอบการสถานบริบาลมักจะเลือกบ้านเดี่ยวมาพัฒนาเนื่องจากต้องการให้ผู้พักอาศัยได้มีบริเวณสำหรับการเดิน ทำกิจกรรม และพักผ่อน ส่วนทางกายภาพพบว่า ส่วนใหญ่ทำถูกต้องตามกฎกระทรวงและมาตรฐาน แต่มีปัญหาและข้อจำกัดในการใช้งานบางอย่าง โดยเฉพาะบริเวณห้องน้ำ บันได ทางลาด และที่จอดรถ และพบปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาสถานบริบาล 3 ประการ คือ 1) สภาพแวดล้อมที่ตั้ง 2) โครงสร้างอาคาร 3) งบประมาณ จากข้อจำกัดด้านงบประมาณที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการให้ลำดับความสำคัญในการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการให้ลำดับความสำคัญในการปรับปรุง 5 พื้นที่หลัก ดังนี้ 1) ห้องน้ำ 2) ประตู 3) ทางลาด 4) บันได 5) ลิฟต์ นอกจากนี้พบว่าลักษณะการอยู่อาศัยที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุต้องให้ความสำคัญกับบรรยากาศของที่อยู่อาศัยทั้งภายในสถานบริบาลและสภาพแวดล้อมภายนอกจากผลการศึกษาลักษณะที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ ที่พบว่าสถานบริบาลควรมีการคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเป็นหลัก เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตนเองได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุและตรวจสอบความถูกต้องของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานบริบาลสำหรับผู้สูงอายุตามข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกด้วย


รูปแบบที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่มีระบบดูแลอย่างต่อเนื่อง: กรณีศึกษา โครงการสถาบันผู้สูงอายุแมคเคน และโครงการสวางคนิเวศ, วริศรา ศุภาลัยวัฒน์ Jan 2023

รูปแบบที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่มีระบบดูแลอย่างต่อเนื่อง: กรณีศึกษา โครงการสถาบันผู้สูงอายุแมคเคน และโครงการสวางคนิเวศ, วริศรา ศุภาลัยวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันทั่วโลกพบปรากฏการณ์การสูงวัยของประชากร ซึ่งในประเทศไทย หนึ่งในสามของผู้สูงอายุอาศัยอยู่ตามลำพังและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลถึงการเตรียมตัวโดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ โดยผู้สูงอายุมักต้องการอยู่อาศัยในที่เดิมของตน แต่ความต้องการในการใช้พื้นที่เปลี่ยนแปลงตามระดับภาวะพึ่งพิง ส่งผลให้เกิดโครงการที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่มีระบบดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับผู้สูงอายุต่อเนื่องตั้งแต่แข็งแรงจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยวิทยานิพนธ์เล่มนี้มุ่งศึกษาที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่มีระบบดูแลอย่างต่อเนื่อง ผ่านการวิเคราะห์พื้นที่ ปัญหาและข้อจำกัดของโครงการ เพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนา โดยการสำรวจและสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ และผู้ใช้บริการในกรณีศึกษา 2 โครงการ ได้แก่ สถาบันผู้สูงอายุแมคเคน และสวางคนิเวศจากการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุต้องการอยู่ที่เดิมจนถึงวาระสุดท้ายจากความเคยชินในพื้นที่และสังคม ดังนั้นการมีระบบดูแลอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้อยู่ในพื้นที่และสังคมเดิมตั้งแต่แข็งแรงเป็นต้นไป โดยที่มีการออกแบบมารองรับทุกการเปลี่ยนแปลง มีความต่อเนื่องในระบบประวัติสุขภาพ การดูแลสุขภาพ การจัดกิจกรรม และการดูแลเรื่องอาหาร ซึ่งช่วยชะลอความเสื่อมถอยของผู้สูงอายุ แต่หากจัดให้ผู้สูงอายุหลากหลายกลุ่มอยู่ร่วมกัน ผู้สูงอายุที่แข็งแรงจะดูแลกลุ่มที่มีภาวะพึ่งพิงจนทำให้ผู้สูงอายุละเลยการดูแลตนเองและทำให้เกิดความเสื่อมถอย จะเห็นถึงความซับซ้อนของโครงการ จึงเป็นข้อจำกัดที่ทำให้โครงการในลักษณะนี้มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับโครงการของผู้สูงอายุประเภทอื่น ส่วนทางกายภาพ การคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นปัจจัยแรกที่เจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการนึกถึง และเมื่อเทียบสภาพแวดล้อมโครงการกับมาตรฐาน พบว่าด้านกายภาพถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังต้องเพิ่มเติมบางเรื่อง เช่น พื้นผิวต่างสัมผัส เพื่อให้สามารถรองรับได้ทุกคนอย่างเท่าเทียมตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคนข้อเสนอแนะจากการศึกษา เสนอให้ในโครงการที่มีการรองรับผู้สูงอายุหลากหลายกลุ่มต้องมีการจัดการความสมดุลระหว่างกลุ่มตามภาวะพึ่งพิง โดยแยกพื้นที่อยู่อาศัยตามกลุ่ม เพื่อให้เหมาะตามความต้องการเฉพาะ แต่รวมพื้นที่ทำกิจกรรมเพื่อให้แต่ละกลุ่มได้พบกันจะช่วยกระตุ้นทางร่างกาย จิตใจ นอกจากนี้โครงการที่มีระบบดูแลอย่างต่อเนื่องมีขนาดใหญ่และซับซ้อนจึงแนะนำให้เพิ่มองค์กรช่วยให้คำปรึกษา หรือกำหนดมาตรฐานเพิ่มเติม และมีการกระตุ้นในเชิงการจัดอันดับเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น สุดท้าย โครงการที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่มีระบบดูแลอย่างต่อเนื่องเริ่มมีแผนพัฒนามากขึ้นในประเทศไทยจากค่านิยมที่เปลี่ยนแปลง จึงเสนอให้มีการวิจัยโครงการในอนาคตหลังการพัฒนาแล้วเสร็จต่อไป


แนวทางการพัฒนาที่พักอาศัยของกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่มีหลายสาขา กรณีศึกษา บ้านลลิสา สาขาลำปาง ป่าแดดเชียงใหม่ และ บางนา, สิริณัฐชา จาง Jan 2023

แนวทางการพัฒนาที่พักอาศัยของกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่มีหลายสาขา กรณีศึกษา บ้านลลิสา สาขาลำปาง ป่าแดดเชียงใหม่ และ บางนา, สิริณัฐชา จาง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประเทศไทยกำลังประสบกับการเปลี่ยนผ่านทางโครงสร้างประชากรสู่สังคมที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น โดยมีการพยากรณ์ว่าภายใน พ.ศ. 2573 ประชากรสูงอายุจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 19% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากการลดลงของอัตราการเจริญพันธุ์และการยืดอายุขัย ซึ่งนำไปสู่ความต้องการบริการดูแลสำหรับผู้สูงอายุและการเพิ่มขึ้นของโอกาสทางธุรกิจในด้านนี้ ดังนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดนโยบายและวางแผนการที่เหมาะสมเพื่อรองรับและจัดการกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและประชากรนี้อย่างมีประสิทธิผล บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการของผู้สูงอายุ ลักษณะทางกายภาพทั้งภายในและภายนอก ปัญหาจากการใช้งาน และเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีหลายสาขาต่อไป โดยใช้วิธีการสำรวจกรณีศึกษาทั้ง 3 สาขา มีการลงพื้นที่สำรวจทั้ง 3 สาขา การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง 30 ท่าน คือผู้ประกอบการ ผู้จัดการสาขา รวมถึง ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุ มีระเบียบวิธีวิจัย 3 ขั้นตอนหลัก คือ การเก็บรวบรวมข้อมูล สร้างเครื่องมือวิจัย และวิเคราะห์ผลการศึกษาในวิทยานิพนธ์นี้เผยว่าสุขภาพผู้สูงอายุเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาศูนย์ดูแลในโครงการบ้านลลิสาทั้งสาขาลำปาง, ป่าแดดเชียงใหม่ และบางนาการปรับปรุงอาคารเดิมเพื่อใช้งานเป็นศูนย์ดูแลมีความท้าทายเนื่องจากพื้นที่จำกัดและค่าใช้จ่ายในการต่อเติมหรือปรับปรุงที่สูงผู้ประกอบการจึงต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างเหมาะสม ในการพัฒนาศูนย์ดูแลที่มีหลายสาขา ควรพิจารณามาตรฐานเฉพาะของโครงการและออกแบบพื้นที่ให้ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคความจำเสื่อมหรือมะเร็ง ซึ่งอาจต้องการการออกแบบพิเศษเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยทั้งนี้จึงได้มีการนำเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาศูนย์ดูแลผู้งอายุที่มีหลายสาขา รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการใช้งานพื้นที่ โดยมีมาตรฐานของทั้งภายในและภายนอกองค์กรเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง และแนวคิดอื่นๆ การพัฒนาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีหลายสาขาควรมีมาตรฐานภายในองค์ทั้งด้านการบริการ และด้านกายภาพอาคาร เพื่อจุดเด่น และมาตรฐานของแบรนด์


พฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งของคอนโดมิเนียมในพื้นที่โดยรอบสถานีระบบขนส่งมวลชนทางราง กรณีศึกษา สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช, ปิยะนันท์ มณีเลิศ Jan 2023

พฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งของคอนโดมิเนียมในพื้นที่โดยรอบสถานีระบบขนส่งมวลชนทางราง กรณีศึกษา สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช, ปิยะนันท์ มณีเลิศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งของคอนโดมิเนียมรอบสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสำรวจพฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียม วิเคราะห์การบริหารจัดการรถรับส่งและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียม มีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การเสนอแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งรองสนับสนุนระบบขนส่งมวลชนทางราง การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียมรอบสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช จำนวน 100 คน โดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ วิธีการทดสอบไคสแควร์และการถดถอยโลจิสติก ผลการศึกษา พบว่า บทบาทของรถรับส่งคอนโดมิเนียมเป็นการให้บริการเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนทางรางทำหน้าที่เป็น Feeder mode และ Community mode โดยคุณภาพการให้บริการเป็นสิ่งที่ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญและมีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการ นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียมทั้ง 3 กลุ่มราคา พบว่า ส่วนใหญ่ใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียมในการเดินทางต่อด้วยรถไฟฟ้าที่สถานีบีทีเอสอ่อนนุชเพื่อเดินทางไปทำงาน ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ซึ่งผู้ใช้บริการในกลุ่มคอนโดมิเนียมราคาแพงมีการใช้บริการรถรับส่งฯ เป็นประจำมากที่สุด ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้บริการรถรับส่งคอนโดมิเนียม ได้แก่ ตัวแปรวัตถุประสงค์การเดินทาง ระดับราคาคอนโดมิเนียม ช่วงเวลาที่ใช้บริการเที่ยวไป-เที่ยวกลับและวัตถุประสงค์การเดินทางเพื่อกลับที่พัก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05


ผลที่ผู้อยู่อาศัยได้รับจากการพัฒนาลานตลาดในโครงการบ้านเอื้ออาทร : กรณีศึกษา โครงการบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 2 และ โครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า, วิศวรุต เกกินะ Jan 2023

ผลที่ผู้อยู่อาศัยได้รับจากการพัฒนาลานตลาดในโครงการบ้านเอื้ออาทร : กรณีศึกษา โครงการบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 2 และ โครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า, วิศวรุต เกกินะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงการบ้านเอื้ออาทรโดยการเคหะแห่งชาติ ประกอบด้วยที่อยู่อาศัย และองค์ประกอบชุมชนที่ครบครัน โดยมี ลานตลาด เพื่อทั้งให้บริการและเป็นแหล่งงานให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัย เสริมสร้างเศรษฐกิจที่ดีและเสริมสร้างสายสัมพันธ์อันดีภายในชุมชน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและเป้าหมายในการพัฒนาลานตลาดในโครงการบ้านเอื้ออาทร กับผลที่ผู้อยู่อาศัยได้รับจากการพัฒนาลานตลาด โดยคัดเลือกโครงการบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 2 และโครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า เป็นกรณีศึกษา โดยใช้วิธีการการสังเกตุ การสัมภาษณ์ และแบบสอบถามผู้อยู่อาศัยทั้งผู้อยู่อาศัยทั่วไปและผู้อยู่อาศัยที่เป็นผู้ประกอบการค้าในลานตลาด การศึกษาพบว่า โครงการบ้านเอื้ออาทรลาดกระบัง 2 ตั้งอยู่ที่ถนนประชาพัฒนา เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโครงการมีตลาดนัด 1 ตลาด และมินิมาร์ท 1 ร้าน มีผู้อยู่อาศัย 6,390 หน่วย มีลานตลาดภายในโครงการ 3 ลานตลาด ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ 2 ลานตลาด และอยู่ภายในโครงการ อีก 1 ลานตลาด มีร้านค้ารวมกันทั้งสิ้น 44 ร้าน มีผู้อยู่อาศัยในโครงการเป็นผู้ประกอบการค้า 38 ร้าน(ร้อยละ 86 ของจำนวนร้านทั้งหมด) ผู้อยู่อาศัยทั่วไปร้อยละ 64 มาซื้อสินค้าในลานตลาดเป็นประจำ ลานตลาดบริหารงานโดย ผู้อยู่อาศัยในโครงการ 1 ลานตลาด และอดีตผู้อย่าศัยในโครงการ 2 ลานตลาด ผู้อยู่อาศัยมีทัศนคติและความพึงพอใจต่อลานตลาดด้านกายภาพ ในระดับปานกลาง (3.23 เต็ม 5 คะแนน) และ ด้านการบริหารลานตลาด ในระดับปานกลาง (3.31 เต็ม 5 คะแนน) โครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า ตั้งอยู่ที่ถนนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง โดยมีตลาด ศูนย์อาหาร และศูนย์การค้า บริเวณด้านหน้าโครงการ มีที่อยู่อาศัย 6,022 หน่วย มีลานตลาดภายในโครงการ 1 ลานตลาด ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าออกด้านหลังโครงการ มีร้านค้าจำนวน 42 โดยทุกร้านค้ามีผู้ประกอบการเป็นผู้อยู่อาศัยในโครงการทั้งหมด ผู้อยู่อาศัยทั่วไปร้อยละ 73.7 มาซื้อสินค้าในลานตลาดเป็นประจำ ลานตลาดบริหารงานโดยบุคคลภายนอกที่สามารถประมูลสิทธิ์ในการบริหารลานตลาดได้ ผู้อยู่มีทัศนคติและความพึงพอใจต่อลานตลาดด้านกายภาพในระดับมาก (3.55 เต็ม 5 คะแนน) และ ด้านการบริหารลานตลาดในระดับมาก …


การเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ กรณีศึกษา: พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, สุรศักดิ์ บำรุงเรือน Jan 2023

การเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ กรณีศึกษา: พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, สุรศักดิ์ บำรุงเรือน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาในปัจจุบันพบปัญหาการอนุรักษ์ในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการเก็บข้อมูล ทั้งนี้พบว่าการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมยังขาดการประเมินและการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบด้านก่อนการกำหนดวิธีอนุรักษ์ ปัญหานี้อาจเกิดจากการขาดข้อมูลภาคเอกสารและการบันทึกสภาพอาคารอย่างละเอียดเพียงพอ รวมทั้งอาจจะเกิดจากขาดการนำข้อมูลด้านต่าง ๆ มาวิเคราะห์ประกอบกันเพื่อสรุปแนวทางการอนุรักษ์ จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น วิทยานิพนธ์นี้ต้องการที่จะแก้ไขและปรับปรุงกระบวนการจัดทำเอกสารในการดำเนินงานขั้นต้นของการอนุรักษ์ โดยเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ การเลือกสถาปัตยกรรมประเภทนี้มีที่มาจากการประดับด้วยงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่า อย่างไรก็ตา,กระเบื้องที่ประกอบกันขึ้นอย่างสลับซับซ้อน ห่อหุ้มทั้งพื้นผิวและโครงสร้าง ก่อให้เกิดความท้าทายในการเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หากมีการประเมินผลจากข้อมูลเพียงด้านเดียว อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะลดคุณค่าของงานได้ วัตถุประสงค์หลักของวิทยานิพนธ์คือการสร้างชุดเครื่องมือการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์ ในเบื้องต้นผู้วิจัยจะสร้างชุดข้อมูลพื้นฐาน กำหนดวิธีการสร้างแบบสถาปัตยกรรมที่มีความถูกต้อง โดยใช้วิธีโฟโตแกรมเมตรี(Photogrammetry) เพื่อเก็บข้อมูลสภาพปัจจุบันของอาคารโดยละเอียด จากนั้นนําชุดการเก็บข้อมูลที่พัฒนาขึ้นมาทดสอบกับกรณีศึกษา พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ผลจากการใช้เครื่องมือเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์อย่างรอบด้าน เนื่องจากช่วยให้นักอนุรักษ์เลือกวิธีการอนุรักษ์ได้อย่างเหมาะสม ชุดการเก็บข้อมูลที่นำมาใช้มีข้อดีสองประการ ดังนี้ 1) ชุดการเก็บข้อมูลช่วยให้สามารถบันทึกสภาพและประเด็นปัญหา จึงทําให้เกิดความเข้าใจงานได้อย่างลึกซึ้ง 2) ชุดการเก็บข้อมูลมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์อย่างรอบด้านช่วยให้เกิดความเข้าใจสาเหตุของการเสื่อมสภาพ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ตลอดจนชี้ให้เห็นองค์ประกอบที่มีคุณค่า โดยเฉพาะคุณค่าอันเนื่องมาจากความเป็นของแท้ ฝีมือช่าง และการใช้วัสดุดั้งเดิม ซึ่งประเด็นเหล่านี้มักถูกมองข้ามไปโดยผู้ปฏิบัติงานที่มักจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงเพื่อความสวยงามและความทนทานผ่านการซ่อมแซมและการเปลี่ยนวัสดุ


The Future Of The Urban Street In The United States: Visions Of Alternative Mobilities In The Twenty-First Century, Esther Zipori Dec 2022

The Future Of The Urban Street In The United States: Visions Of Alternative Mobilities In The Twenty-First Century, Esther Zipori

Dissertations

This dissertation is concerned with the present and future of urban streets in the United States. The goal is to document and analyze current visions, policies, and strategies related to the form and use of American urban streets. The dissertation examines current mobility trends and offers a framework for organizing visions of the future of urban streets, evaluating them through three lenses: safety, comfort, and delight: assessing physical conditions in accordance with livability standards toward sustainable development. At the same time, it demonstrates the way 12 scenarios (NACTO Blueprint for Autonomous Urbanism, Sidewalk Labs: Quayside Project, Public Square by FXCollaborative, …


Reduction Of Embodied Carbon In Buildings Through Use Of Low Carbon Strategies And Standardization And Enforcement Of Life Cycle Assessment, Bhargavi Sai Sudhakar Dec 2022

Reduction Of Embodied Carbon In Buildings Through Use Of Low Carbon Strategies And Standardization And Enforcement Of Life Cycle Assessment, Bhargavi Sai Sudhakar

Master's Projects and Capstones

The building and construction industry is energy intensive and as of 2021, this industry is responsible for 37% of the total global greenhouse gas emissions. In previous studies of conventional buildings, the operational energy of a building contributed to 80% and the embodied energy contributed to 20% of the total life cycle energy. With increase in policies and standards that focus on reducing the operational energy, low energy and certified green buildings have emerged where the operational energy has considerably reduced. The relative and absolute share of embodied energy in these energy efficient buildings have increased due to excessive use …


Limpieza De Asbestos En La Ciudad De Nueva York, Ariana G. Perez-Castells Dec 2022

Limpieza De Asbestos En La Ciudad De Nueva York, Ariana G. Perez-Castells

Capstones

This is the story of how asbestos is removed in New York City, and who carries out the work. It's unclear how much more asbestos abatement is left in the county, and the U.S. has not completely banned the dangerous material, unlike over 50 other countries across the world. Both of these things could change soon. A new study that the U.S. Environmental Protection Agency will carry out by December 2024 would give us a better picture of how much asbestos there is still in buildings and how much more removal work is to be done. At the same time, …


Preservando La Playa Del Pueblo, Tasha A. Sandoval Dec 2022

Preservando La Playa Del Pueblo, Tasha A. Sandoval

Capstones

After more than 80 years, the only queer beach in New York City, the People’s Beach at Jacob Riis, is in danger. In 2022, the city announced the demolition of the Neponsit Hospital, a long-abandoned structure that shelters the beach from the street, creating a sense of privacy and safety. Can Riis Beach live on as a safe and joyous utopia for queer communities without the presence of the hospital buildings? Some beach-goers are campaigning to ensure that whatever replaces the hospital space centers the queer community and preserves the beach’s queer history, including the legacy of Ms. Colombia, a …


Human Composting Is Changing The Landscape Of Death Care (Literally) — And It Could Be Legal In New York State As Soon As Next Year, Rachael Robertson Dec 2022

Human Composting Is Changing The Landscape Of Death Care (Literally) — And It Could Be Legal In New York State As Soon As Next Year, Rachael Robertson

Capstones

Soon New Yorkers might have a new option for end of life care: Natural Organic Reduction, or human composting. Rather than being buried or cremated, New Yorkres might have the option of having their body composted and turned into soil as an environmentally friendly burial alternative. A bill legalizing Natural Organic Reduction in NYS and setting regulations similar to cremation is sitting on Governor Hochul's desk. Death, remembrance, and disposition are especially difficult in New York City, where there is not enough cemetery space for the number of people who die annually. Through audio, data, and print, I explore how …


Estimating Vehicle Infrastructure: Downtown Albuquerque, New Mexico, Zachery Phillip Baiamonte Dec 2022

Estimating Vehicle Infrastructure: Downtown Albuquerque, New Mexico, Zachery Phillip Baiamonte

Architecture and Planning ETDs

Cities have little knowledge about their parking infrastructure despite clear evidence that abundant parking has environmental, economic, and transportation consequences. The objective of this thesis is to illustrate the need to accurately estimate the area dedicated to vehicle infrastructure (parking lots and streets) within urban areas. I focused on a method that estimated the vehicle infrastructure area within the Downtown Core of Albuquerque, New Mexico, by cross-referencing geospatial cadastral data with minimum parking requirements. Three parking space types were identified: 1) parking in structures; 2) surface parking (parking lots and residential driveways); and 3) on-street parking. To illustrate the need …


Energy Efficiency Retrofit And Decarbonization Of Old And Historic Buildings In California, Daria Nikolaeva Dec 2022

Energy Efficiency Retrofit And Decarbonization Of Old And Historic Buildings In California, Daria Nikolaeva

Master's Projects and Capstones

Buildings are responsible for almost 40% of total global greenhouse gas emissions and the retrofitting of existing buildings is an essential part of solving the problem. About 75% of buildings in Californian were constructed before the first energy-efficiency building code was adopted in 1978. Old buildings are inefficient, responsible for large carbon footprints and must be retrofitted to stay on track with the state's climate targets. However, current policies do not require substantial changes and tend to favor historic preservation over energy efficiency, missing improvement opportunities. Recognizing the significance of carbon intensity, the 2019 California Energy Efficiency Action Plan shifted …


Designing For Best Use Of The Downtown I-345 Corridor In Dallas, Tx: Stakeholder Perspectives, Matthew Thornton Dec 2022

Designing For Best Use Of The Downtown I-345 Corridor In Dallas, Tx: Stakeholder Perspectives, Matthew Thornton

Landscape Architecture Masters & Design Theses - Archive

What is a city? It’s more than a location where many people live and work. It is a conglomeration of shared experience over generations. One generation informs the next, which informs how each subsequent generation adds to the development of their shared home. This is what gives each city its own unique form, character, and identity. But what happens if a city repeatedly outgrows itself, disconnects its communities, and demolishes the physical memory of its own cultural history? Dallas, Texas is one such city confronting these issues and is perceived as one without significant place memory or culture (if not …


Gentrification And Displacement: Connections Between Changing Housing Typologies And Long-Time Residents’ Quality Of Life In East Austin, Texas, Grant Wilson Dec 2022

Gentrification And Displacement: Connections Between Changing Housing Typologies And Long-Time Residents’ Quality Of Life In East Austin, Texas, Grant Wilson

Architecture Undergraduate Honors Theses

This thesis investigates the impacts of gentrification on quality of life, displacement, and housing typology in East Austin, Texas. The neighborhood is examined as a case study and example of the concepts discussed. Evaluated through both a qualitative and quantitative lens, this study serves as a report and update on the continued disruption of the living patterns of minority residents in the city. Recommendations are given to mitigate displacement for East Austin residents and improve the quality of life for those remaining. By identifying the connection between changing housing typology and displacement impacts, this report aspires to give designers a …