Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 274951 - 274980 of 1739224

Full-Text Articles in Entire DC Network

Women’S Educational Attainment And Sexual Coercion By Intimate Partners In Vietnam: Ethnic Differences In 2020-2021, Hang Thi Thuy Do Jan 2023

Women’S Educational Attainment And Sexual Coercion By Intimate Partners In Vietnam: Ethnic Differences In 2020-2021, Hang Thi Thuy Do

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Vietnam, a lower-middle-income nation in Southeast Asia, has recorded an increase in sexual assault in intimate relationships in recent years. Research about the ethnic differences associated with this issue is rarely explored. This quantitative study aims to investigate the relationship between women’s level of education and intimate partner sexual coercion in Vietnam through the lens of ethnic differences. The nationally representative dataset from the Vietnam Multiple Indicator Cluster Survey (MICS) 2020-2021 and multivariate logistic regression model for the sample of 6,187 women of reproductive age are employed. Findings illustrate that women acquiring education from the upper secondary level and above …


Systematic Review: Working Conditions And Health Outcomes Among Female Migrant Domestic Workers In Asia, Konchawan Chantima Jan 2023

Systematic Review: Working Conditions And Health Outcomes Among Female Migrant Domestic Workers In Asia, Konchawan Chantima

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

About 2.78 million people die as a result of occupational accidents and work-related diseases each year. Female migrant domestic workers (MDWs) in Asia represent substantial proportions of domestic work worldwide. The challenging working conditions faced by female MDWs have raised great concerns, which may subsequentially lead to poor physical and mental health. This study aimed to examine working conditions and health outcomes of female MDWs in Southeast and East Asia via a systematic review of peer-reviewed and English-written journal articles published during 2014 – 2023 in four academic databases (i.e., ScienceDirect, Scopus, Sagepub, and GoogleScholar). This systematic review study relied …


A Systematic Review On Non-Citizen Children Education In Malaysia With Policy Learning From Selected Economies, Lee Xiang Teh Jan 2023

A Systematic Review On Non-Citizen Children Education In Malaysia With Policy Learning From Selected Economies, Lee Xiang Teh

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Official statistics indicated that in 2023, Malaysia was home to approximately 617,900 non-citizen children. Despite this demographic, Malaysia has not signed the 1951 Refugee Convention and its 1967 Protocol, nor the 1954 Statelessness Convention. Consequently, all non-citizens, including refugees, asylum seekers, and stateless individuals, face similar treatment to undocumented migrants, limiting their access to education, healthcare services, and formal employment.This systematic review seeks to comprehensively analyse the current educational landscape for non-citizen children in Malaysia. It aims to compare Malaysia's education policies with those of other selected economies, identifying strengths and areas for improvement. The review also proposes key insights …


The Effect Of Peer Assessment And Non-Scripted Role-Play Activities On Efl High School Students’ Oral Performance And Motivation, Cheng-Chun Tsai Jan 2023

The Effect Of Peer Assessment And Non-Scripted Role-Play Activities On Efl High School Students’ Oral Performance And Motivation, Cheng-Chun Tsai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The present study focused on investigating the effectiveness of integrating peer assessment (PA) and non-scripted role-play (NSRP) activities on the oral performance and motivation of Thai EFL high school students. Recognizing the importance of developing effective English language communication skills, the research was situated within the context of a public secondary school in Bangkok, targeting Grade 12 students. The study employed a mixed methods approach, utilizing both quantitative and qualitative data collection methods, and centered its course development and NSRP activities on “Research Methods and Presentation Skills”. The nine-week implementation involved pre- and post-speaking tests, training sessions, a speaking rubric, …


พลังความมหาศาล, สิริยา จิตพิมลมาศ Jan 2023

พลังความมหาศาล, สิริยา จิตพิมลมาศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พลังความมหาศาล เป็นศิลปะวิดีทัศน์จัดวางที่นำมโนทัศน์ความงามอันหาที่เปรียบมิได้ของอิมมานูเอล ค้านท์ มาสร้างประสบการณ์เชิงสุนทรียศาสตร์ผ่านวัตถุศิลปะ โดยนำเสนอปรากฏการณ์ธรรมชาติผ่านหน้าจอ Cycloramic ขนาด 14 x 5 เมตร ด้วยเทคนิค Video Projection วิดีทัศน์เป็นภาพซูมช้า ๆ เข้าสู่ใจกลางพายุสายฟ้าที่ดำเนินไปเรื่อย ๆ สู่ความอนันตภาพ โดยมีความน่าสะพรึงกลัวของสายฟ้า พลังพสุธากัมปนาท และบรรยากาศเสียงสายลมพายุ ผลงานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเผชิญหน้ากับพายุบนยอดอาคารสูงระฟ้าประสบการณ์เหล่านี้ได้เผยออกให้เห็นความไร้ขอบเขตและความกว้างใหญ่ไพศาล ในขณะที่ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวถูกปกคลุมด้วยพลังของธรรมชาติที่มีอำนาจเหนือกว่า ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากความประหวั่นพรั่นพรึงและความวิตกกังวลต่อพลังการทำลายล้างอันมหาศาล สภาวการณ์ที่ความงามอันหาที่เปรียบมิได้ที่ปรากฏขึ้นนี้ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์เชิงเสมือนจริง และประสบการณ์ทางสุนทรียศาสตร์ขึ้น ในขณะที่ความรู้สึกรื่นรมย์ต่อสภาวการณ์ดังกล่าวก็ปรากฏให้เห็นในงานศิลปะ และจินตนาการที่เป็นอิสระไร้ขอบเขต


ดุษฎีนิพนธ์การวาทยกร : วรรณกรรมสร้างสรรค์บทเพลงร้องประสานเสียงโรแมนติกเยอรมันร่วมสมัย, ยสวันต์ มีทองคำ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การวาทยกร : วรรณกรรมสร้างสรรค์บทเพลงร้องประสานเสียงโรแมนติกเยอรมันร่วมสมัย, ยสวันต์ มีทองคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การวาทยกร : วรรณกรรมบทเพลงร้องประสานเสียงโรแมนติกเยอรมันร่วมสมัย เป็นงานวิจัยสร้างสรรค์ที่จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอแนวทางการอำนวยเพลงที่ผู้วิจัยสังเคราะห์ขึ้นผ่านการศึกษาทฤษฎีการเปล่งเสียงตามหลักสรีรศาสตร์ กลยุทธ์การเปล่งเสียงคำ การตีความบทกวียุคโรแมนติก และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อแนวความคิดของผู้ประพันธ์ โดยในงานวิจัยสร้างสรรค์ชิ้นนี้ ผู้วิจัยคัดเลือกบทเพลงร้องประสานเสียงที่ประพันธ์โดยผู้ประพันธ์เพลงชาวเยอรมันในรูปแบบของบทเพลงศาสนาทั้งที่ประพันธ์ขึ้นเป็นภาษาเยอรมันเช่น Wie lieblich sind deine Wohnungen โดยโยฮันเนส บรามส์ และภาษาอื่น ๆ เช่น Locus iste โดยอันโทน บรุคเนอร์ และ He, Watching Over Israel โดยเฟลิกซ์ เมนเดลโซน นอกจากนั้นยังมีบทเพลงนอกศาสนา เช่น Der Greis โดยฟรานซ์ โยเซฟ ไฮเดิน และ An die Sonne โดยฟรานซ์ ปีเตอร์ ชูเบิร์ต ทั้งนี้ผู้วิจัยยังนำเสนอบทประพันธ์เพลงที่ถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่จากเพลงร้องศิลป์เยอรมัน เช่น บทประพันธ์ Morgen! โดยริคาร์ด ชเตราส์และผู้วิจัยยังได้เรียบเรียงบทเพลงศิลป์เยอรมัน Widmung โดยโรเบิร์ต ชูมันน์สำหรับวงขับร้องประสานเสียงแบบผสมตามแนวทางการประพันธ์เพลงต้นแบบอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้วิจัยนำความรู้ที่สังเคราะห์ มาปรับใช้ในการฝึกซ้อมบทประพันธ์ที่คัดเลือกไว้ และได้เผยแพร่ผลงานผ่านการบันทึกเสียงและการบรรยายประกอบการแสดง พร้อมทั้งสรุปผลการวิจัยเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าในอนาคต


ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีสร้างสรรค์ : คีตวรรณกรรมบทเพลงสำหรับวงกรุงเทพมหานครโลว์สตริงออร์เคสตรา, วัชรพงค์ สุภัทรชัยวงศ์ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีสร้างสรรค์ : คีตวรรณกรรมบทเพลงสำหรับวงกรุงเทพมหานครโลว์สตริงออร์เคสตรา, วัชรพงค์ สุภัทรชัยวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ผู้วิจัยได้ทำการวิจัยและสร้างสรรค์ผลงานดุษฎีนิพนธ์ คีตวรรณกรรมบทเพลงสำหรับวงกรุงเทพมหานครโลว์สตริงออร์เคสตรา ขึ้นเนื่องจากยังไม่มีบทเพลงเฉพาะสำหรับวงโลว์สตริงออร์เคสตราที่จะช่วยพัฒนากลุ่มเครื่องโลว์สตริงและแสดงเอกลักษณ์ของเครื่องดนตรีดังกล่าวที่เด่นชัดได้ ผู้วิจัยจึงประมวลเทคนิคการปฏิบัติเครื่องโลว์สตริงจากบทเพลงเอ็กเซิร์พเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการพัฒนาทักษะเครื่องโลว์สตริง โดยมุ่งเน้นสำหรับบรรเลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยและสร้างสรรค์ประกอบด้วยบทเพลงที่มีเทคนิคการบรรเลงขั้นสูง มีการใช้เทคนิคสำคัญของเครื่องโลว์สตริงในบทเพลงสำหรับออร์เคสตราจำนวน 2 บท ได้แก่ 1) บทเพลง โลว์สตริงทรีโอสำหรับเชลโล ดับเบิลเบสและมาริมบา หรือ โหมโรงสามสหาย (ความยาวประมาณ 7 นาที) และ 2) บทเพลง โลว์สตริงออร์เคสตราอินเมโทรโปลิส (ความยาวประมาณ 40 นาที)


แนวทางการออกแบบข้อมูลเชิงภาพสำหรับเป้าหมายการเล่าเรื่องของเเบรนด์, อรรคพล ล่าม่วง Jan 2023

แนวทางการออกแบบข้อมูลเชิงภาพสำหรับเป้าหมายการเล่าเรื่องของเเบรนด์, อรรคพล ล่าม่วง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แบรนด์ที่มีเป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์ที่ชัดเจน รวมถึงเลือกการใช้วิธีดำเนินการเล่าเรื่องของแบรนด์ที่เหมาะสมสามารถช่วยให้แบรนด์สื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามแบรนด์ส่วนใหญ่ยังขาดวิธีดำเนินการเล่าเรื่องเพื่อการออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม วิจัยเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อระบุเป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์ที่เหมาะสมในการสร้างข้อมูลเชิงภาพ (2) เพื่อหาวิธีดำเนินการเล่าเรื่องที่เหมาะสมกับแต่ละประเภทของเป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์ และ (3) เพื่อสร้างแนวทางการออกแบบข้อมูลเชิงภาพจากเป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์ โดยผู้วิจัยชิ้นนี้ดำเนินการในรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มในรูปแบบกึ่งโครงสร้างกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง ผลสรุปงานวิจัยพบว่า 6 เป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์ ได้แก่ (1) เป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์เพื่อให้องค์ความรู้ (2) เพื่อการอธิบาย (3) เพื่อให้ความบันเทิง (4) เพื่อแสดงความเอาใจใส่ หรือ การเห็นอกเห็นใจ (5) เพื่อให้สำรวจและสืบค้นเอง และ (6) เพื่อรับรองและสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถนำมาเชื่อมโยงกับวิธีดำเนินการเล่าเรื่องเพื่อหาแนวทางการออกแบบข้อมูลเชิงภาพที่หลายหลายและเหมาะสมกับข้อมูลนั้นๆ ของแบรนด์ได้ โดยในขั้นตอนการออกแบบจำเป็นตั้งต้นจากเป้าหมายการเล่าเรื่องของแบรนด์และอัตลักษณ์ของแบรนด์ โดยผลของงานวิจัยครั้งนี้สามารถอำนวยความสะดวกแก่นักออกแบบและผู้รับผิดชอบแบรนด์ในการออกแบบข้อมูลเชิงภาพและสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ของแบรนด์ต่อไป


นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายสตรี สำหรับกลุ่มเป้าหมายรีดักชั่นนิสในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการพัฒนาเส้นใยในนาเกลือหวานจังหวัดปัตตานี ด้วยแนวคิดความยั่งยืน, ฮายานี มะลี Jan 2023

นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายสตรี สำหรับกลุ่มเป้าหมายรีดักชั่นนิสในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการพัฒนาเส้นใยในนาเกลือหวานจังหวัดปัตตานี ด้วยแนวคิดความยั่งยืน, ฮายานี มะลี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) หาแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอจากนาเกลือหวาน จังหวัดปัตตานี 2) เพื่อหาแนวทางการออกแบบสร้างสรรค์รูปแบบเครื่องแต่งกายสตรี สำหรับกลุ่มเป้าหมายรีดักชั่นนิส (Reductionists) ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการพัฒนาเส้นใยในนาเกลือหวาน จังหวัดปัตตานี ใช้ในรูปแบบวิจัยเชิงทดลอง ด้วยแนวคิดความยั่งยืนที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG การวิจัยนี้จัดทำขึ้นโดยมีขั้นตอนการศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ, ศึกษาข้อมูลปฐมภูมิ รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลการทดลอง จากการพัฒนาเส้นใยในนาเกลือหวาน จังหวัดปัตตานี ด้วยแนวคิดความยั่งยืน พบว่า เมื่อสกัดสีจากทรัพยากรในนาเกลือหวาน จังหวัดปัตตานี จะให้สีที่มีความอ่อนละมุน และค่อนไปทางตุ่นมาก เนื่องจากแร่ธาตุในดินมีความเจือจางกว่านาเกลือในจังหวัดอื่นๆ ซึ่งพืชที่พบมากในบริเวณนาเกลือหวานปัตตานี คือ พืชสเป๊ะ (ผักเบี้ย) เมื่อสกัดสีมาแล้ว มีค่า PH อยู่ที่ 4.5 จะให้สีเหลืองอ่อนอมครีม และโคลนในนาเกลือหวานปัตตานี เมื่อนำมาสกัดแล้ว มีค่า PH อยู่ที่ 6.5 จะได้สีเหลืองตุ่นอมส้ม และหมักน้ำเกลืออีกครั้งหลังจากนำไปแช่ในสารช่วยย้อม (Mordant) ส่งผลให้สีมีความอิ่มตัวที่ต่างกัน และระดับของสีทีต่างกัน ซึ่งการพัฒนาเส้นใยในนาเกลือ จังหวัดปัตตานี นอกจากจะเป็นทรัพยากรที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางการเกษตรแล้ว ยังเป็นการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับแบบแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนด้วยโมเดลเศรษฐกิจความยั่งยืน BCG ที่มุ่งเน้นยกระดับการสร้างสิ่งแวดล้อมด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายสตรีสำหรับกลุ่มเป้าหมายโซเชียลอิลิท จากการพัฒนาโลหะรีไซเคิลจากอุตสาหกรรมเครื่องประดับ, จารุตา โฆษิตศักดิ์ Jan 2023

นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายสตรีสำหรับกลุ่มเป้าหมายโซเชียลอิลิท จากการพัฒนาโลหะรีไซเคิลจากอุตสาหกรรมเครื่องประดับ, จารุตา โฆษิตศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

นวัตกรรมตราสินค้าเครื่องแต่งกายสตรี สำหรับกลุ่มเป้าหมายโซเชียลอีลิท (Social elite) จากการพัฒนาโลหะรีไซเคิลจากอุตสาหกรรมเครื่องประดับ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางการออกแบบสร้างสรรค์เครื่องแต่งกาย และเพื่อหาแนวทางในการสร้างตราสินค้า ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพควบคู่กับกระบวนการพัฒนานวัตกรรมวัสดุและออกแบบสร้างสรรค์ทางแฟชั่น จากการศึกษาทฤษฎีการรีไซเคิลและแปรรูปโลหะ การออกแบบเครื่องแต่งกาย ร่วมกับการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคสินค้าของกลุ่มเป้าหมายโซเชียลอีลิท ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth-interview) และแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้น โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคจำนวน 15 คน และเก็บรวบรวมข้อมูลการแต่งกายของผู้บริโภคด้วยกระบวนการเปเปอร์ดอลดาต้าเซ็ท (Paper doll data set) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบการแต่งกายที่จะนำไปใช้ในกระบวนการออกแบบสร้างสรรค์ ทดลองเทคนิค รายละเอียดตกแต่ง ผลจากการวิจัยพบว่า 1.) ด้านการพัฒนานวัตกรรมวัสดุโลหะรีไซเคิล (Recycled metal) สำหรับงานออกแบบแฟชั่นเหมาะสมกับเทคนิคการถักนิต (Knitting) โดยใช้เส้นโลหะถักผสมร่วมกับไหมพรหม 2.) แนวทางการออกแบบสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายสำหรับกลุ่มเป้าหมายโซเชียลอีลิท เหมาะสมกับเครื่องแต่งกายในโอกาสการใช้สอยแบบสังสรรค์ (Party-wear) ในรูปแบบคอนเทมโพรารี่ (Contemporary Style) ภายใต้แนวคิดศิลปะยุคหลังมินิมอลลิสม์ (Post-Minimalism) โดยมีโครงร่างเงาทรงตรง I-Line และทรงเอ A-Line กลุ่มสีเมทัลลิก (Metallic) 3.) แนวทางในการสร้างตราสินค้าอยู่ในตลาดระดับ B+ 4.) รูปแบบการออกแบบเครื่องแต่งกายที่ให้โครงสร้างเฉพาะส่วน โดยมีรายละเอียดการตกแต่งการถักนิต (Knitting) จากการทดลองสร้างสรรค์เทคนิครายละเอียดการตกแต่งพบว่าการถักด้วยลวดลาย Stocking stitch,Stocking stitch & holes,Leaf & button holes ประกอบกับการใช้เส้นโลหะผสมกับไหมพรมเมทัลลิก เหมาะกับการนำไปประยุกต์ใช้พัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกายสตรีโอกาสการใช้สอยแบบสังสรรค์ (Party-wear)


Curatorial Project For Art Exhibition: “Bootleg Show” By Mrkreme, Nattida Thaewpattha Jan 2023

Curatorial Project For Art Exhibition: “Bootleg Show” By Mrkreme, Nattida Thaewpattha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The "BOOTLEG SHOW" by MRKREME is a curatorial project for an art exhibition that delves into the interplay between mass production, aesthetic values, and originality within the realm of contemporary art toys. Curated with a focus on examining the impact of distortion in art, the exhibition explores the nuances of value formation and how societal influences shape our perception of worth. The first part of this study is an exploration into the concept of art toys through the meanings of the words "art" and "toys" to better understand their roots. It examines the differentiation between a toy and an art …


Curatorial Project For Art Exhibition: "Where Emotions Take Form, Outsider Art By Everyday Individuals", Yiwen Zhu Jan 2023

Curatorial Project For Art Exhibition: "Where Emotions Take Form, Outsider Art By Everyday Individuals", Yiwen Zhu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Where Emotions Take Form: Outsider Art by Everyday Individuals, is an exhibition that celebrates the captivating world of outsider art created by individuals who are not traditionally trained artists but, rather, ordinary people from our everyday lives. This exhibition brings to light the raw, unfiltered expressions of ordinary people, transcending conventional artistic boundaries and offering a glimpse into the richness of human creativity. Outsider art is art made by self-taught or supposedly naïve artists with typically little or no contact with the conventions of the art world. Under this concept, in most cases, when people speak of outsider art, they …


การติดตามผลการดำเนินงาน “บ้านเคหะสุขประชา” โครงการที่อยู่อาศัยพร้อมอาชีพ :กรณีศึกษา กลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการในโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้าและฉลองกรุง, แพรวพัชร วิรัชกุล Jan 2023

การติดตามผลการดำเนินงาน “บ้านเคหะสุขประชา” โครงการที่อยู่อาศัยพร้อมอาชีพ :กรณีศึกษา กลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการในโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้าและฉลองกรุง, แพรวพัชร วิรัชกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากแต่การมีที่อยู่อาศัยกลับไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำกันได้ในทุกครัวเรือน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงมีการจัดทำ แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ด้วยวิสัยทัศน์ คือ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายใน พ.ศ. 2579” ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติ ได้มีการพัฒนาโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย “บ้านเคหะสุขประชา” เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้ผู้สูงอายุ คนพิการ ข้าราชการชั้นผู้น้อย หรือข้าราชการเกษียณ และประชาชนที่มีรายได้น้อย รวมถึงผู้บุกรุก ในพื้นที่สาธารณะให้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย วิทยานิพนธ์เล่มนี้จึงมีความต้องการที่จะศึกษาโครงการฯดังกล่าว เพื่อนำมาติดตามผลการดำเนินงานของโครงการฯ รวมถึงการศึกษา วิเคราะห์ และติดตามการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุและคนพิการในโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้าและฉลองกรุง ซึ่งจะช่วยเป็นแนวทางในการปรับปรุงโครงการฯ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงพื้นที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุและคนพิการในรูปแบบที่อยู่อาศัยรายได้น้อยพร้อมอาชีพ และสามารถเป็นประโยชน์ต่อแนวทางการจัดการโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือคนพิการรายได้น้อยสำหรับภาครัฐต่อไปผลการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุและคนพิการในโครงการที่อยู่อาศัยเกิน 6 เดือน ส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ไม่เกิน 5,000-10,000 บาทต่อเดือน เป็นกลุ่มที่พอช่วยเหลือตนเองได้ (Independent Living for Elderly) เลือกเข้าอยู่อาศัยในโครงการเนื่องจากค่าเช่าที่อยู่อาศัยอยู่ในช่วงราคาที่สามารถเข้าถึงได้(Affordable Housing) และมีรูปแบบที่อยู่อาศัยของโครงการมีรูปสอดคล้องต่อสภาพการดำรงชีวิต เมื่อให้ผู้สูงอายุและคนพิการเปรียบเทียบที่อยู่อาศัยของตนเองก่อนและหลังเข้าอยู่อาศัยในโครงการ พบว่าสภาพการอยู่อาศัยในโครงการทำให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยความพึงพอใจในการอยู่อาศัยอยู่ในเกณฑ์มีความพึงพอใจมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย คือ 4.37) ในส่วนของอาชีพเศรษฐกิจสุขประชาที่โครงการจัดเตรียมให้ผลการสัมภาษณ์พบว่าผู้สูงอายุและคนพิการ ไม่ได้ประกอบอาชีพเศรษฐกิจสุขประชาเนื่องจากขาดเงินทุน ขาดความสามารถในการประกอบอาชีพ และมีสภาพร่างกายที่เสื่อมลงทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ บางส่วนที่มีการสนับสนุนค่าเลี้ยงดูให้จึงไม่ประกอบอาชีพ จากผลสรุปข้างต้นพบว่าโครงการสามารถตอบสนองความพึงพอใจในรูปแบบการอยู่อาศัยผู้สูงอายุและคนพิการได้ดี แต่ยังคงต้องมีการปรับปรุงการออกแบบทั้งหน่วยการอยู่อาศัย และภาพรวมของโครงการ ในส่วนของเศรษฐกิจสุขประชาด้านอาชีพด้านอาชีพไม่ประสบผลสำเร็จในกลุ่มของผู้สูงอายุและคนพิการ เนื่องจากหลักสูตรและอาชีพไม่สอดคล้องกับผู้สูงอายุและคนพิการทั้งนี้ข้อเสนอแนะในด้านการออกแบบที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุและคนพิการ ต้องคำนึงถึงความต้องการพิเศษและการใช้งานที่ปลอดภัย ความสะดวกสบาย เพื่อให้ผู้สูงอายุและคนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควรมีการจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการพยุงตัวในห้องน้ำของที่อยู่อาศัยทั้งโครงการ เนื่องจากมีแนวโน้มที่ผู้อยู่อาศัยที่เป็นผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้นในอนาคต ด้านการออกแบบโครงการควรมีการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่สามารถให้ผู้สูงอายุและคนพิการออกมาใช้งานแล้วเกิดศักยภาพแก่ร่างกายและจิตใจ ควรมีการจัดเช่าพื้นที่จัดสรรประโยชน์ เพื่อให้ในโครงการฯมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น การมีตู้กดน้ำดื่ม จุดซักผ้าหยอดเหรียญ และสมควรมีพื้นที่สำหรับสถานพยาบาลหรือหน่วยฉุกเฉินขนาดเล็ก เพื่อดูแลผู้สูงอายุและคนพิการในกรณีฉุกเฉิน ด้านเศรษฐกิจสุขประชาควรมีการสนับสนุนอาชีพที่มีความเฉพาะมากขึ้นสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและคนพิการ โดยควรมีลักษณะที่คำนึงถึงข้อจำกัดทางกายภาพและสุขภาพ ทั้งนี้อาจเสนออาชีพที่ผู้สูงอายุและคนพิการสามารถจัดทำได้เมื่ออาศัยอยู่ในที่พักอาศัย หรือการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของโครงการให้รองรับการสร้างอาชีพ เช่น พื้นที่ลานมีหลังคาสำหรับการประกอบอาชีพสามารถรองรับการปรับเปลี่ยนอาชีพส่วนกลางที่มีความหลากหลาย


แหล่งเงินทุนในการประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการขนาดเล็กในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, สุทธินนท์ มั่นคง Jan 2023

แหล่งเงินทุนในการประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการขนาดเล็กในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, สุทธินนท์ มั่นคง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เศรษฐกิจของประเทศไทยถูกขับเคลื่อนโดย ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยความสามารถของ SMEs ที่มีความยืดหยุ่นและการปรับตัวในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยากลำบาก เช่น ความไม่แน่นอนทางการเงินทั่วโลกหลังจากการระบาดของโรคโควิด -19 ความเป็นอยู่ของธุรกิจเหล่านี้อาจขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการและวางแผนทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการจัดการทุน การศึกษานี้มุ่งศึกษาเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนของกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและผลกระทบกลยุทธ์ทางการเงินเหล่านี้ต่อความสำเร็จในการดำเนินงาน จากกลุ่มตัวอย่างบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กจำนวน 508 บริษัทที่จดทะเบียนในจังหวัดกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยได้รวบรวมข้อมูลจากงบการเงินปี พ.ศ. 2561 - พ.ศ. 2565 และวิเคราะห์ประสิทธิภาพทางการเงินจากการศึกษาพบว่า 1) บริษัทขนาดเล็กในกรุงเทพฯและปริมณฑลส่วนใหญ่ร้อยละ 72 มีรายได้ต่ำกว่า 11 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2565 2) กลุ่มตัวอย่างมีทุนจดทะเบียนเฉลี่ยบริษัทละประมาณ 90 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2565 โดยมีแนวโน้มคงที่ 3) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กประสบปัญหาด้านการดำเนินงานโดยมีมูลค่าขาดทุนสะสมเฉลี่ยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2563 - พ.ศ. 2565 4) ปริมาณหนี้สินของบริษัทอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 94 ล้านบาทต่อบริษัทในปี พ.ศ. 2565 5) ในปี พ.ศ. 2565 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กเลือกใช้แหล่งทุนประเภทหนี้สินมากกว่าแหล่งทุนจากส่วนของผู้ถือหุ้น 6) รายได้รวมมีแนวโน้มที่จะลดลงนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ล้านบาทต่อบริษัทในปี พ.ศ. 2565 7) ผลประกอบการสุทธิของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กมีแนวโน้มที่จะขาดทุนลดลงนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์พยายามรักษาระดับทุนในการดำเนินงานให้อยู่ในระดับคงเดิมหมายความว่า หากการดำเนินงานในปีก่อนหน้าเป็นลบหรือขาดทุนบริษัทขนาดเล็กจะเพิ่มทุนดำเนินงานในปีต่อไปและในทางกลับกันหากผลประกอบการในปีก่อนหน้าเป็นบวกหรือมีกำไร บริษัทเลือกที่จะลดทุนในการดำเนินงานลงในปีต่อไป โดยแหล่งเงินทุนที่เปลี่ยนแปลงเป็นลำดับแรกได้แก่แหล่งเงินทุนประเภทหนี้สิน และมีคำแนะนำแก่ผู้ประกอบการให้เลือกใช้แหล่งเงินจากทั้งสองแหล่งเพื่อใช้ประโยชน์จากเงินทุนทั้ง 2 ประเภท ซึ่งสิ่งสำคัญคือการลำดับการเลือกใช้แหล่งเงินทุนให้เหมาะสมกับรายได้ของบริษัท คือ ในช่วงแรกบริษัทควรเลือกแหล่งเงินทุนประเภทส่วนของผู้ถือหุ้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาระดอกเบี้ย ต่อมาสามารถเลือกใช้หนี้สินเพื่อเพิ่มการเติบโตของบริษัทเมื่อมีรายได้ที่เพียงพอต่อภาระดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้น โดยการศึกษานี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ ในการวางแผนและเลือกใช้แหล่งเงินทุน รวมถึงสถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนและพัฒนาวิสาหกิจขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดียิ่งขึ้น


แนวทางการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายนอกสำหรับผู้สูงอายุ กรณีศึกษาชุมชนคลองพลับพลา ชุมชนทรัพย์สินใหม่ ชุมชนเลิศสุขสม และชุมชนบึงยี่โถ, พัณณิตา ศรีกุมาร Jan 2023

แนวทางการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายนอกสำหรับผู้สูงอายุ กรณีศึกษาชุมชนคลองพลับพลา ชุมชนทรัพย์สินใหม่ ชุมชนเลิศสุขสม และชุมชนบึงยี่โถ, พัณณิตา ศรีกุมาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงสร้างประชากรของประเทศไทยเข้าสู่การเป็น “สังคมสูงวัย” ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 กล่าวคือ มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด โดยใน พ.ศ. 2565 ประชากรไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 18.94 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งในอีกไม่เกิน 20 ปี ประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าผู้สูงอายุจะขึ้นมาเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ประเทศไทยยังขาดการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายนอกอาคารที่ซึ่งเป็นพื้นที่ทางสังคมที่ทำให้คนในชุมชนได้มาปฏิสัมพันธ์กัน การที่หลายชุมชนยังขาดพื้นที่ดังกล่าวหรือจัดการพื้นที่ได้ไม่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ส่งผลให้ผู้สูงอายุไม่ออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน เกิดความเสี่ยงต่อการแยกตัวจากสังคมและนำไปสู่ปัญหาทางจิตใจของผู้สูงอายุในเวลาต่อมา การพัฒนาพื้นที่เหล่านี้จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ พบปะสังสรรค์ มีกิจกรรมที่สร้างเสริมสุขภาพและความสัมพันธ์ในชุมชน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างเสริมสุขภาพทางกายและทางใจของผู้สูงอายุ จึงเป็นที่มาของงานวิจัยฉบับนี้ที่เป็นงานวิจัยแบบผสมผสานประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสำรวจและการสัมภาษณ์ และการวิจัยเชิงปริมาณด้วยการสัมภาษณ์ มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายนอกที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ วิเคราะห์ความต้องการ ปัญหา และข้อจำกัด พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่ โดยมีกรณีศึกษาทั้งหมด 4 พื้นที่ ได้แก่ ชุมชนคลองพลับพลา ชุมชนทรัพย์สินใหม่ ชุมชนเลิศสุขสม และชุมชนบึงยี่โถ (หมู่บ้านปิยวรารมย์) ผลการศึกษาพบว่าทุกชุมชนมีการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายนอกสำหรับผู้สูงอายุ โดยสามารถจำแนกพื้นที่ตามรูปแบบการใช้งานได้ 4 ประเภท ได้แก่ พื้นที่นันทนาการ พื้นที่ออกกำลังกาย พื้นที่พักผ่อน และพื้นที่แปลงผักสวนครัว โดยพื้นที่แต่ละประเภทมักตั้งอยู่รวมกันบริเวณส่วนหน้าถึงส่วนกลางของชุมชนที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ทั้งนี้บางชุมชนอาจจะมีการกระจายพื้นที่แต่ละประเภททั่วชุมชน ผลคือชุมชนต้องใช้งบประมาณมากขึ้นในการดูแลรักษาและไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ปัญหาหลัก ๆ ของแต่ละชุมชนคือพื้นที่บางส่วนมีการความทรุดโทรม ขาดร่มเงา บางส่วนถูกทิ้งร้างเนื่องจากขาดงบประมาณและการดูแลรักษา จึงเสนอให้จัดตำแหน่งของพื้นที่ส่วนกลางรวมอยู่จุดเดียวเพื่อลดภาระในการดูแลรักษา กำหนดเวลาเปิดปิดพื้นที่ที่มีทรัพย์สินของชุมชนและมอบหมายคนดูแล เพิ่มม้านั่งแบบถาวรพร้อมราวพยุงตัวในพื้นที่ส่วนกลางและทางเดิน จัดการพื้นที่ทางเท้าให้ปลอดภัย และเพิ่มร่มเงาจากต้นไม้


แนวทางการพัฒนากายภาพและสภาพแวดล้อมสถานบริบาลสำหรับผู้สูงอายุ ประเภทบ้านเดี่ยว ขนาดน้อยกว่า 20 เตียง ในเขตกรุงเทพมหานคร, พิชญ์สินี ตันไพบูลย์ Jan 2023

แนวทางการพัฒนากายภาพและสภาพแวดล้อมสถานบริบาลสำหรับผู้สูงอายุ ประเภทบ้านเดี่ยว ขนาดน้อยกว่า 20 เตียง ในเขตกรุงเทพมหานคร, พิชญ์สินี ตันไพบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันสังคมสูงวัยเป็นประเด็นที่หลายประเทศให้ความสนใจมากขึ้นจากการที่สัดส่วนจำนวนผู้สูงอายุมีการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี โดยในประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (complete aged society) ใน พ.ศ. 2565 ทำให้ปัจจุบันธุรกิจดูแลผู้สูงอายุมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งสถานบริบาลผู้สูงอายุขนาดเล็กมักจะเป็นลักษณะบ้านเดี่ยวและตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร จากประเด็นดังกล่าวจึงทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อการพัฒนา ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนา รวมทั้งเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาสถานบริบาลให้เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยผู้สูงอายุผู้วิจัยได้ทำการศึกษาจากกรณีศึกษาทั้งหมด 4 แห่ง ด้วยการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานภายในสถานบริบาลสำหรับผู้สูงอายุ รวมทั้งได้มีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ผู้ประกอบการสถานบริบาลมักจะเลือกบ้านเดี่ยวมาพัฒนาเนื่องจากต้องการให้ผู้พักอาศัยได้มีบริเวณสำหรับการเดิน ทำกิจกรรม และพักผ่อน ส่วนทางกายภาพพบว่า ส่วนใหญ่ทำถูกต้องตามกฎกระทรวงและมาตรฐาน แต่มีปัญหาและข้อจำกัดในการใช้งานบางอย่าง โดยเฉพาะบริเวณห้องน้ำ บันได ทางลาด และที่จอดรถ และพบปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาสถานบริบาล 3 ประการ คือ 1) สภาพแวดล้อมที่ตั้ง 2) โครงสร้างอาคาร 3) งบประมาณ จากข้อจำกัดด้านงบประมาณที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการให้ลำดับความสำคัญในการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการให้ลำดับความสำคัญในการปรับปรุง 5 พื้นที่หลัก ดังนี้ 1) ห้องน้ำ 2) ประตู 3) ทางลาด 4) บันได 5) ลิฟต์ นอกจากนี้พบว่าลักษณะการอยู่อาศัยที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุต้องให้ความสำคัญกับบรรยากาศของที่อยู่อาศัยทั้งภายในสถานบริบาลและสภาพแวดล้อมภายนอกจากผลการศึกษาลักษณะที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ ที่พบว่าสถานบริบาลควรมีการคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเป็นหลัก เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตนเองได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุและตรวจสอบความถูกต้องของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานบริบาลสำหรับผู้สูงอายุตามข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกด้วย


แนวทางการพัฒนาที่พักอาศัยของกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่มีหลายสาขา กรณีศึกษา บ้านลลิสา สาขาลำปาง ป่าแดดเชียงใหม่ และ บางนา, สิริณัฐชา จาง Jan 2023

แนวทางการพัฒนาที่พักอาศัยของกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่มีหลายสาขา กรณีศึกษา บ้านลลิสา สาขาลำปาง ป่าแดดเชียงใหม่ และ บางนา, สิริณัฐชา จาง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประเทศไทยกำลังประสบกับการเปลี่ยนผ่านทางโครงสร้างประชากรสู่สังคมที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น โดยมีการพยากรณ์ว่าภายใน พ.ศ. 2573 ประชากรสูงอายุจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 19% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากการลดลงของอัตราการเจริญพันธุ์และการยืดอายุขัย ซึ่งนำไปสู่ความต้องการบริการดูแลสำหรับผู้สูงอายุและการเพิ่มขึ้นของโอกาสทางธุรกิจในด้านนี้ ดังนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดนโยบายและวางแผนการที่เหมาะสมเพื่อรองรับและจัดการกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและประชากรนี้อย่างมีประสิทธิผล บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการของผู้สูงอายุ ลักษณะทางกายภาพทั้งภายในและภายนอก ปัญหาจากการใช้งาน และเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีหลายสาขาต่อไป โดยใช้วิธีการสำรวจกรณีศึกษาทั้ง 3 สาขา มีการลงพื้นที่สำรวจทั้ง 3 สาขา การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง 30 ท่าน คือผู้ประกอบการ ผู้จัดการสาขา รวมถึง ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุ มีระเบียบวิธีวิจัย 3 ขั้นตอนหลัก คือ การเก็บรวบรวมข้อมูล สร้างเครื่องมือวิจัย และวิเคราะห์ผลการศึกษาในวิทยานิพนธ์นี้เผยว่าสุขภาพผู้สูงอายุเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาศูนย์ดูแลในโครงการบ้านลลิสาทั้งสาขาลำปาง, ป่าแดดเชียงใหม่ และบางนาการปรับปรุงอาคารเดิมเพื่อใช้งานเป็นศูนย์ดูแลมีความท้าทายเนื่องจากพื้นที่จำกัดและค่าใช้จ่ายในการต่อเติมหรือปรับปรุงที่สูงผู้ประกอบการจึงต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างเหมาะสม ในการพัฒนาศูนย์ดูแลที่มีหลายสาขา ควรพิจารณามาตรฐานเฉพาะของโครงการและออกแบบพื้นที่ให้ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคความจำเสื่อมหรือมะเร็ง ซึ่งอาจต้องการการออกแบบพิเศษเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยทั้งนี้จึงได้มีการนำเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาศูนย์ดูแลผู้งอายุที่มีหลายสาขา รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการใช้งานพื้นที่ โดยมีมาตรฐานของทั้งภายในและภายนอกองค์กรเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง และแนวคิดอื่นๆ การพัฒนาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีหลายสาขาควรมีมาตรฐานภายในองค์ทั้งด้านการบริการ และด้านกายภาพอาคาร เพื่อจุดเด่น และมาตรฐานของแบรนด์


การแปลภาษาวัยรุ่นในวรรณกรรมเรื่อง Dork Diaries ของ Rachel Renee Russell, ศรัณยา บริสุทธิ์สวัสดิ์ Jan 2023

การแปลภาษาวัยรุ่นในวรรณกรรมเรื่อง Dork Diaries ของ Rachel Renee Russell, ศรัณยา บริสุทธิ์สวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการแปลภาษาวัยรุ่น เพื่อแปลภาษาวัยรุ่นในวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง Dork Diaries ของ Rachel Renee Russell ผู้วิจัยตั้งสมมติฐานว่าการใช้ภาษาวัยรุ่นในวรรณกรรมเป็นเจตนาของผู้ประพันธ์ให้ภาษาสื่อความหมายทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ ผู้วิจัยจึงศึกษาทฤษฎีการแปลของ Ernst-August Gutt ที่ประยุกต์มาจากทฤษฎีความเกี่ยวเนื่องมาแก้ปัญหาในการแปล เนื่องจากเป็นทฤษฎีที่พัฒนามาจากแนวคิดวัจนปฏิบัติศาสตร์ จึงน่าจะเหมาะสมกับการแปลภาษาวัยรุ่น นอกจากนั้นผู้วิจัยได้ศึกษากลวิธีการแปลภาษาวัยรุ่นเพิ่มเติมจากงานวิจัยที่ผ่านมารวมถึงแนวคิดการแปลภาษาวัยรุ่นในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการแปลภาษาสแลงที่เป็นลักษณะโดดเด่นของภาษาวัยรุ่น เพื่อเป็นแนวทางในการแปลให้บทแปลบรรลุสามารถเป้าหมายในการสื่อความหมายและสร้างอรรถรสจากการใช้ภาษาวัยรุ่นให้แก่ผู้อ่านภาษาฉบับแปลได้เทียบเท่ากับผู้อ่านภาษาต้นฉบับ ผลการวิจัยพบว่า ทฤษฎีการแปลของ Gutt ช่วยผู้วิจัยในการตัดสินใจเลือกกลวิธีการแปลที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี โดยกลวิธีที่ใช้ในการแปลตัวบทคัดสรรแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มกลวิธีการแปลภาษาที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ประกอบด้วย 7 กลวิธี ได้แก่ การแปลโดยการใช้คำที่ใช้ในวัฒนธรรมปลายทาง การแปลโดยการใช้คำที่เท่าเทียมกัน การแปลด้วยคำที่มีความหมายเป็นกลาง การแปลโดยถอดความด้วยคำที่มีความเชื่อมโยงกับต้นฉบับ การแปลโดยการถอดความด้วยคำที่ไม่มีความเชื่อมโยงกับต้นฉบับ การแปลเป็นคำที่ไม่มาตรฐาน และ การแปลด้วยการทับศัพท์ 2) กลุ่มกลวิธีการแปลโวหารภาพพจน์ ประกอบด้วย 3 กลวิธี ได้แก่ การแปลตรงตัว การแปลแบบตรงตัวและตีความ และ การแปลด้วยโวหารเทียบเคียง 3) กลุ่มกลวิธีการแปลการเล่นคำ ประกอบด้วย 1 กลวิธี ได้แก่ การแปลการเล่นคำในภาษาต้นทางเป็นการเล่นคำในภาษาปลายทาง


In The Name Of The People: From Thai-Style Democracy To Thailism Democracy, Qiang Zhang Jan 2023

In The Name Of The People: From Thai-Style Democracy To Thailism Democracy, Qiang Zhang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Existing studies have often situated Thailand within the context of the global middle class's retreat from democracy to understand democratization in Thailand. However, this approach fails to account adequately for the oscillating behavior of the Thai middle class between support for and opposition to democracy. This study argues that analyses of democratization benchmarked against Western democracy have long ignored changes in power structures and ideological discourses within Thailand's conservative forces. Therefore, this study undertakes a longitudinal analysis of Thai-style democracy, which has featured an anti-democratic face since 1932. By analyzing the discourses of conservative forces in three different historical periods—1932-1957, …


สงครามโลกครั้งที่ 1 ในวรรณกรรมไทยสมัยรัชกาลที่ 6 :แนวคิด กลวิธีการประพันธ์ และบทบาททางการเมือง, ชนะพล ปานสมบัติ Jan 2023

สงครามโลกครั้งที่ 1 ในวรรณกรรมไทยสมัยรัชกาลที่ 6 :แนวคิด กลวิธีการประพันธ์ และบทบาททางการเมือง, ชนะพล ปานสมบัติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาแนวคิด กลวิธีการประพันธ์ และบทบาททางการเมืองของวรรณกรรมไทยสมัยรัชกาลที่ 6 ที่มีเนื้อหาหรือมีประวัติการประพันธ์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 จำนวน 227 เรื่อง ที่พิมพ์เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ วารสาร และนิตยสารฉบับต่าง ๆ ในสมัยนั้น โดยศึกษาร่วมกับบริบทสงครามโลกครั้งที่ 1 และบริบททางสังคมและการเมืองไทยในสมัยรัชกาลที่ 6ผลการศึกษาพบว่า สงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2457-2461 (ค.ศ. 1914-1918) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการสร้างวรรณกรรมไทยในสมัยรัชกาลที่ 6 ทั้งวรรณกรรมตามขนบและวรรณกรรมสมัยใหม่ ผู้ประพันธ์ได้นำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวกับสงครามให้สอดคล้องกับขนบหรือลักษณะเด่นของวรรณกรรมแต่ละประเภท วรรณกรรมเหล่านี้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งส่วนมากเป็นแนวคิดสนับสนุนฝ่ายสัมพันธมิตรและเสนอให้สยามเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายสัมพันธมิตร นอกจากนี้ ยังนำแนวคิดเรื่องอื่น ๆ ผ่านเนื้อหาเกี่ยวกับสงคราม ได้แก่ แนวคิดเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ แนวคิดเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ แนวคิดเรื่องความ “ซิวิไลซ์” แนวคิดเรื่องความเป็นไทย และแนวคิดเกี่ยวกับการประพฤติธรรม แนวคิดดังกล่าวมุ่งเสนอให้คนไทยเตรียมพร้อมป้องกันชาติจากภัยสงคราม จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และปฏิบัติตามหลักธรรมทางพุทธศาสนา ผู้ประพันธ์นำเสนอแนวคิดต่าง ๆ โดยใช้กลวิธีการประพันธ์ที่เหมาะสมกับวรรณกรรมแต่ละประเภท กล่าวคือในงานเขียนประเภทสารคดีใช้การบรรยายเหตุการณ์ การเปรียบเทียบ การแสดงเหตุผล การใช้คำถามเชิงวาทศิลป์ และการเสียดสีเป็นกลวิธีสำคัญในการนำเสนอแนวคิด ส่วนในงานเขียนประเภทบันเทิงคดีใช้การผูกเรื่องโดยอิงกับเหตุการณ์สงคราม การสร้างตัวละครจากลักษณะของคู่สงครามตามมุมมองของผู้ประพันธ์ และการสร้างฉากโดยอิงกับสมรภูมิสงครามเป็นกลวิธีสำคัญในการนำเสนอแนวคิด นอกจากนี้ ผู้ประพันธ์ยังใช้การยกตัวอย่าง การอ้างถึง และการใช้ภาพพจน์เป็นกลวิธีในการนำเสนอแนวคิดทั้งในสารคดีและบันเทิงคดี เนื้อหาและแนวคิดที่นำเสนอผ่านกลวิธีทางวรรณศิลป์ในวรรณกรรมสมัยรัชสมัยที่ 6 ที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้วรรณกรรมเหล่านี้ไม่เพียงมีบทบาทในการสร้างความรับรู้เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นต่าง ๆ ทางการเมืองและโน้มน้าวให้ประชาชนปฏิบัติตามพระบรมราโชบายด้านการปกครองของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทั้งเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 1 และเรื่องอื่น ๆ บทบาทเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความหลากหลายและความแตกต่างทางความคิดที่เกิดขึ้นในสังคมไทยสมัยรัชกาลที่ 6 อย่างชัดเจน


โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี: การตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวน, กนกวรรณ วิเชียรศรี Jan 2023

โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี: การตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวน, กนกวรรณ วิเชียรศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวนผ่านการนำเสนอตัวละครนักสืบชายในอาชญนิยาย ชุด โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี (Holmes & Moriarity) ของจอช แลนยอน (Josh Lanyon, 2009-2018) ประกอบด้วยอาชญนิยายทั้งหมด 4 เล่ม ได้แก่ ซัมบอดี คิลด์ ฮิส เอดิเตอร์ (Somebody Killed His Editor, 2009), ออล ชี โรต (All She Wrote, 2010), เดอะ บอย วิธ เดอะ เพนฟูล แทตทู (The Boy with the Painful Tattoo, 2014), และ อิน ออเธอร์ เวิร์ดส์...เมอร์เดอร์ (In Other Words...Murder, 2018)จากการศึกษาพบว่าแนวคิดด้านเพศสถานะและบรรทัดฐานรักต่างเพศมีอิทธิพลต่อขนบการนำเสนอของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวนเป็นอย่างมาก ตัวบทคัดสรรตั้งคำถามกับขนบด้านเพศสถานะและอคติทางเพศในบันเทิงคดีแนวสืบสวนยุคแรกด้วยการนำเสนอนักสืบชายที่ไม่จำเป็นต้องเป็นวีรบุรษและมีภาพลักษณ์ความเป็นชายตามอุดมคติของสังคมแต่ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนักสืบได้ ตัวบทคัดสรรนำเสนอตัวละครนักสืบชายผ่านบทบาทการตกเป็นเหยื่อและเป็นผู้ต้องสงสัย ตัวละครนักสืบยังสามารถเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศและคบหาดูใจกับคู่รักเพศเดียวกันไปพร้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนักสืบได้ด้วย บทบาทและภาพลักษณ์ของตัวละครนักสืบชายที่หลากหลายสะท้อนให้เห็นพัฒนาการของบันเทิงคดีแนวสืบสวนสอบสวนร่วมสมัยที่ตัวละครนักสืบชายถูกนำเสนอให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น นักสืบไม่จำเป็นต้องเข้มแข็ง แต่สามารถเปิดเผยอารมณ์ความรู้สึกที่อ่อนไหวและอ่อนแอได้อย่างไรก็ดี แม้ตัวบทคัดสรรจะพยายามนำเสนอตัวละครนักสืบชายที่ปฏิเสธการอยู่ภายใต้ค่านิยมของสังคมกระแสหลัก แต่นักสืบชายที่เลือกสร้างครอบครัวคู่รักเพศเดียวกันด้วยการแต่งงานและการอุปการะบุตรไม่อาจก้าวพ้นจากบรรทัดฐานรักต่างเพศและค่านิยมของสังคมกระแสหลักได้อย่างเด็ดขาด ท้ายที่สุดแล้วอาชญนิยาย ชุด โฮล์มส์ แอนด์ มอริอาริตี จึงสูญเสียโอกาสที่จะตอบโต้ค่านิยมแบบรักต่างเพศไป การนำเสนอดังกล่าวจึงเป็นการหวนคืนสู่บรรทัดฐานรักต่างเพศ เพราะสังคมยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างครอบครัวในอุดมคติดังเดิม


A Comparative Analysis Of Medical Malpractice Law In Telemedicine Between Thailand And Germany, Surusvadee Viravud Jan 2023

A Comparative Analysis Of Medical Malpractice Law In Telemedicine Between Thailand And Germany, Surusvadee Viravud

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในประเทศไทยและเยอรมนี การแพทย์ทางไกลได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนทั่วไป การบริการทางการแพทย์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปทั่วโลก การบริการการแพทย์ทางไกลมีประโยชน์หลายประการทั้งการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมความสามารถในการให้บริการด้านสุขภาพของผู้ให้บริการทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม การแพทย์ทางไกลได้ก่อให้เกิดความท้าทายทางด้านกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการทุรเวชปฏิบัติทางการแพทย์ทางไกลโดยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ให้บริการการแพทย์ทางไกลซึ่งมีรูปแบบและลักษณะแตกต่างจากการให้บริการทางการแพทย์แบบดั้งเดิมปัจจุบัน การให้บริการการแพทย์ทางไกลโดยแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตนั้นจะต้องทำตามหลักเกณฑ์ตามประกาศแพทยสภา ฉบับที่ 54/2563 ซึ่งได้กำหนดความหมายของคำว่า “การแพทย์ทางไกล" ไว้เป็นการเฉพาะ และยังปรากฏว่ามีออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องมาตรฐานสำหรับสถานพยาบาลที่ใช้ระบบบริการการแพทย์ทางไกล พ.ศ. 2564 เพื่อกำกับดูแลการให้บริการการแพทย์ทางไกลของผู้ให้บริการสถานพยาบาล อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเรียกค่าสินไหมทดแทนจากทุรเวชปฏิบัติด้านการแพทย์ทางไกลไว้โดยเฉพาะเจาะจง การบาดเจ็บที่เกิดจากการกระทำทุรเวชปฏิบัติทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นในกรณีการแพทย์ทางไกลจะอยู่ภายใต้มาตรา 420 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย เช่นเดียวกับกรณีการกระทำทุรเวชปฏิบัติทางการแพทย์เช่นเดียวกับการแพทย์แบบดั้งเดิมงานวิจัยนี้พบว่าภาระการพิสูจน์ของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บภายใต้กรอบของกฎหมายการละเมิดทั่วไป ส่งผลให้ผู้ที่รับบริการการแพทย์ทางไกลมีภาระในการพิสูจน์เช่นว่านี้มากเกินสมควร เมื่อเปรียบเทียบกับระบบกฎหมายไทย ระบบกฎหมายของประเทศเยอรมนีได้สร้างกลไกที่เป็นระบบมาใช้เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการการแพทย์ทางไกลมีความรับผิดชอบต่อการบาดเจ็บนั้นมากขึ้นและคุ้มครองฝ่ายผู้รับบริการได้มากขึ้นในกรณีทุรเวชปฏิบัติในกิจการการแพทย์ทางไกล โดยงานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่การเปรียบเทียบแนวปฏิบัติของศาลเกี่ยวกับกรณีทุรเวชปฏิบัติทางการแพทย์ระหว่างประเทศไทยและเยอรมนี และชี้ให้เห็นความแตกต่างและประเด็นที่อาจนำเอามาปรับปรุง แนวทางการปฏิบัติของศาลเยอรมนีเป็นตัวอย่างหนึ่งของแนวทางที่ครอบคลุมและแสดงออกถึงการใช้กลไกทางกฎหมายที่ซับซ้อนเพื่อรับรองความปลอดภัยของผู้ป่วยผู้รับบริการและสร้างความรับผิดชอบให้แก่ผู้ให้บริการเพื่อจัดการกับความท้าทายทางกฎหมายในด้านการแพทย์ทางไกล ประเทศไทยสามารถนำแนวทางปฏิบัติจากกรอบกฎหมายของประเทศเยอรมนีมาปรับใช้เพื่อลดภาระการพิสูจน์สำหรับผู้ป่วยและรับรองความรับผิดของผู้ให้บริการด้านการแพทย์ทางไกล เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยของผู้ป่วยผู้รับบริการและการรักษาสิทธิของผู้ป่วยในกรณีที่อาจมีการเรียกร้องค่าเสียหายจากการรักษาพยาบาลของผู้ให้บริการการแพทย์ทางไกลในประเทศไทย และเพื่อรับประกันความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ป่วยผู้รับบริการการแพทย์ทางไกลในประเทศไทยมากกว่าปัจจุบัน


มาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบโดยการเสริมสร้างศักยภาพในการพิจารณาสินเชื่อและบริหารจัดการของกองทุนหมู่บ้าน, ธาม สมุทรานนท์ Jan 2023

มาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบโดยการเสริมสร้างศักยภาพในการพิจารณาสินเชื่อและบริหารจัดการของกองทุนหมู่บ้าน, ธาม สมุทรานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประเทศไทยนั้นประสบปัญหาหนี้นอกระบบในวงกว้าง ผู้ได้รับผลกระทบปัญหานี้โดยตรงคือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชนบทและชุมชนแออัดในเมืองใหญ่ กลุ่มคนเหล่านี้ต้องทนที่จะกู้หนี้ยืมสินมาในอัตราดอกเบี้ยที่สูงถึงร้อยละยี่สิบต่อเดือน เพื่อนำเอามาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยสูงมาก จึงทำให้ไม่สามารถหาเงินมาใช้คืนง่ายๆ ต้องติดอยู่ในวงจรอุบาว์แห่งการกู้หนี้ยืมสินไม่เรื่อยๆ ในขณะที่หากไม่สามารถชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นได้ทันตามกรอบเวลาที่เจ้าหนี้นอกระบบกำหนด ก็จะถูกข่มขู่หรือทำร้ายร่างกาย ผู้มีรายได้น้อยไม่มีทางเลือกอื่นนัก เนื่องจากหากจะไม่ยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินในระบบ เช่น ธนาคารพาณิชย์ก็มักจะโดนปฏิเสธสินเชื่อ เนื่องจากสถาบันการเงินในระบบต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อย่างเคร่งครัด ทำให้จำเป็นจะต้องมีข้อพิจารณาจำนวนมาก ก่อนที่จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ ผู้มีรายได้น้อยที่ไปยื่นขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ จำเป็นจะต้องยื่นเอกสารแสดงหลักฐานทางการเงินที่เป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงยื่นหลักประกันที่เป็นสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากไม่อาจแสดงหลักฐานดังกล่าวได้สิ่งเหล่านี้ ธนาคารพาณิชย์จึงไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อแก่ผู้มีรายได้น้อยดังกล่าวได้ เพราะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงในการให้สินเชื่อที่พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 กำหนดมาอย่างเคร่งครัด อีกประการหนึ่งที่สำคัญ ธนาคารพาณิชย์ไม่มีสาขาย่อยลงไปถึงระดับหมู่บ้าน ประชาชนที่มีรายได้น้อยจะต้องเสียค่าเดินทางจำนวนมากเพื่อเข้าเมืองไปติดต่อธนาคาร จึงเป็นอีกสาเหตุที่ประชาชนกลุ่มนี้ไม่ประสงค์จะใช้บริการธนาคารพาณิชย์ เพื่อลดปัญหาหนี้นอกระบบและช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น รัฐบาลไทยจึงได้จัดตั้งกองทุนหมู่บ้านขึ้นในปี พ.ศ. 2544 โดยถือเป็นสถาบันการเงินรายย่อย เพื่อให้เป็นแหล่งทุนสำหรับชาวบ้านผู้มีรายได้น้อยโดยมีเงื่อนไขในการพิจารณาสินเชื่อที่แตกต่างไปจากการพิจารณาให้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ คือสถาบันการเงินรายย่อยมีจุดประสงค์ในการในการช่วยเหลือให้ผู้มีรายได้น้อย เข้าถึงสินเชื่อได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าท้องตลาด และลดกระบวนการพิจารณาสินเชื่อให้เอื้อต่อวิถีชีวิตผู้มีรายได้น้อยไม่ว่าจะเป็น การไม่ขอเอกสารทางการเงินที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือการไม่เรียกหลักประกัน เป็นต้น กองทุนหมู่บ้านของประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการพิจารณาสินเชื่อและบริหารจัดการเมื่อเปรียบเทียบกับจากสถาบันการเงินต่างประเทศได้แก่องค์กรการเงินรายย่อยและธนาคารเพื่อการพัฒนาชุมชนที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศบังกลาเทศ (Grameen Bank) และธนาคารรักยัตในประเทศอินโดนีเซีย (PT Bank Rakyat Indonesia Tbk) จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับหลักหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดที่พัฒนาขึ้นจากการศึกษาและวิเคราะห์ในเชิงเปรียบเทียบแล้ว กองทุนหมู่บ้านของประเทศไทยได้คะแนนการประเมินเพียงร้อยละ 45.81 % จากเกณฑ์การวัดคุณลักษณะของสถาบันการเงินรายย่อยที่ดี โดยมีข้อจำกัดประการสำคัญคือข้อจำกัดจากคุณภาพและศักยภาพของบุคลากรของกองทุนหมู่บ้าน ด้วยเหตุนี้ จึงเสนอให้มีการแก้ไขด้วยการแก้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงเพิ่มเติมแนวทางปฏิบัติของกองทุน โดยรัฐควรจัดหาเงินทุนสนับสนุนให้ในระยะแรก เพื่อให้สามารถจ้างพนักงานได้ สถาบันการเงินรายย่อยที่ถูกบริหารโดยพนักงานมืออาชีพที่มีค่าตอบแทนชัดเจนหมู่บ้าน เพิ่มให้คณะกรรมการทำการรายงานผลดำเนินการกองทุนในทุกๆ ไตรมาส ไม่ใช่ปีละ 1 ครั้งเหมือนเก่า แต่เป็นปีละ 4 ครั้ง กองทุนหมู่บ้านควรจะแก้ปัญหาหนี้สูญด้วยการวางระบบการบริหารสินเชื่อให้รัดกุมมากขึ้น โดยสามารถเริ่มจากการนำการปล่อยกู้แบบกลุ่ม โดยอาจนำเอาตามแนวทางโมเดลของธนาคารกรามีนมาประยุกต์ใช้ ประยุกต์การปล่อยกู้แบบกลุ่มและใช้แรงกดดันทางสังคมเป็นหลักประกันทางเลือก แต่จะต้องทำแบบสอบถามในรูปแบบคล้ายคลึงกับที่ธนาคาร BRI ทำ ซึ่งเป็นแบบสอบถามความกลุ่มลูกค้าเป้าหมายธนาคารว่าต้องการให้สินเขื่อมีรูปแบบและเงื่อนไขอย่างไรบ้างถึงจะเหมาะสม และเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการผลักดันให้กองทุนหมู่บ้านอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง รัฐบาลไทยควรจะยกระดับกองทุนหมู่บ้านให้แปรสถานะเป็นธนาคารรัฐวิสาหกิจ


Challenges Of An Implementation And Enforcement Of Child Safety Seat Law In Thailand, Narisara Pan-Ngam Jan 2023

Challenges Of An Implementation And Enforcement Of Child Safety Seat Law In Thailand, Narisara Pan-Ngam

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In Thailand, car accidents are the second leading cause of death among children. According to the Child Safety Promotion and Injury Prevention Research Center (CSIP), in 2019, automobile accidents killed approximately 2500 children aged 1 to 14 years old per year, or 250 children each month on average. Most of the children who died in auto accidents were not wearing seat belts at the time of the crash.Generally, essential safety devices in the car are seatbelts and airbags, which will protect the passengers from fatal injuries when the car crashes. Unfortunately, seatbelt only grants the appropriate protection for adult passengers …


แนวทางในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการอนุญาตจดทะเบียนรถยนต์สามล้อ, จีรัฐติกุล งามจรรยาภรณ์ Jan 2023

แนวทางในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการอนุญาตจดทะเบียนรถยนต์สามล้อ, จีรัฐติกุล งามจรรยาภรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากฎหมาย หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์สามล้อในปัจจุบัน ปัญหา และข้อจำกัดรวมถึงผลกระทบที่ได้รับจากกฎหมายหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์สามล้อในปัจจุบัน ตลอดจนศึกษาและวิเคราะห์ และเปรียบเทียบลักษณะโครงสร้าง ลักษณะการใช้งานตามประโยชน์ใช้สอย และสถิติอุบัติเหตุทางการจราจร เพื่อเสนอแนวทางในการพิจารณานำสู่การปรับปรุงกฎหมาย หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์สามล้อ จากการวิเคราะห์คุณสมบัติ และลักษณะโครงสร้าง ของรถยนต์สามล้อมีความแข็งแรง และสามารถบรรทุกสินค้า หรือผู้โดยสารได้ในจำนวนที่มากกว่ารถจักรยานยนต์ รวมไปถึงก่อให้ความสะดวก ความสบาย และคล่องตัวกับผู้ใช้งาน และผู้โดยสารตามหลักการขนส่ง รวมถึงก่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสินค้า และผู้ใช้งานอีกด้วย รถยนต์สามล้อมีขนาดที่เล็กกะทัดรัดกว่ารถยนต์ และมีเหมาะสมกับสภาพถนนหรือลักษณะซอยในเมืองต่าง ๆ เช่น กรุงเทพมหานครที่มีซอยตันมากถึง 45% โดยใช้พื้นที่ในการจอดรถ และพื้นที่ในช่องทางเดินรถที่น้อยกว่า สามารถเดินรถในซอยแคบและกลับรถในซอยตันได้ แต่สามารถบรรทุกสินค้า หรือผู้โดยสารได้ไม่ต่างกันมาก อีกทั้งมีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยบางส่วนที่คล้ายคลึงกัน เช่น เข็มขัดนิรภัย โดยข้อมูลด้านอุบัติเหตุรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ และรถยนต์พบว่าลักษณะของโครงสร้าง ของรถยนต์สามล้อและความเร็วตามกฎหมายที่ต่ำกว่ายานพาหนะประเภทอื่น ๆ ส่งผลให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้งานมากกว่ารถจักรยานยนต์ทั้งในด้านความรุนแรงต่อการบาดเจ็บ และอัตราการเสียชีวิตของผู้ใช้งานยานพาหนะ พบว่าอัตราผู้เสียชีวิตของรถยนต์สามล้อมีน้อยกว่ารถจักรยานยนต์ และพบว่าในประเทศสิงค์โปร์ มีการใช้เพื่อการขนส่งจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของนิติบุคคล ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ทำให้เกิดความรัดกุมด้านการนำไปใช้งานให้ถูกประเภท รวมถึงประเทศอินเดียที่มีข้อกำหนดให้นำรถยนต์สามล้อที่ใช้ในธุรกิจเหล่านี้ ไปตรวจสภาพประจำปีเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ขับขี่ และผู้ใช้ถนนร่วมกัน อีกทั้งในปัจจุบันมีมาตรการส่งเสริมให้เปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อสอดคล้องต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงมีความเหมาะสมที่จะนำแนวทางการควบคุมดูแลของรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลในประเทศสิงคโปร์และอินเดียมาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นแนวทางในการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมธุรกิจของภาคเอกชนต่าง ๆ ในสามารถมีทางเลือกในการใช้งานยานพาหนะอย่างเหมาะสม และลดต้นทุนของธุรกิจ รวมไปถึงการส่งเสริมการใช้เครื่องยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อลดมลภาวะในประเทศไทยเช่นกัน


แนวทางการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสัตว์บำบัดในประเทศไทย, ฏุฬาณัฏ วันดี Jan 2023

แนวทางการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสัตว์บำบัดในประเทศไทย, ฏุฬาณัฏ วันดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ธุรกิจสัตว์บำบัดมีความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย มีแนวโน้มอัตราการเจริญเติบโตของธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นและถือเป็นธุรกิจใหม่ที่เริ่มได้รับความนิยม เหตุผลสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประเภทนี้เจริญเติบโตคือประชากรของไทยบางส่วนประสบปัญหาทางด้านจิตใจ และอารมณ์ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม มีการนำสัตว์เลี้ยงมาฝึกฝนให้เกิดทักษะในการดูแลผู้ที่มีความ ซึมเศร้า ผู้สูงอายุ หรือเด็ก เพื่อให้จิตใจหรืออารมณ์ดีขึ้น หรือกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากธุรกิจสัตว์บำบัดมีความเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพสัตว์จึงต้องมีแนวทางหรือมาตรการทางกฎหมายที่มีความชัดเจนในการกำกับควบคุมดูแลธุรกิจสัตว์บำบัด และในทางกลับกันควรมีมาตรการในการส่งเสริมให้ธุรกิจสัตว์บำบัดมีมาตรฐาน เพื่อให้ไม่เป็นการทารุณกรรมสัตว์ทางกายและจิตใจ จากการศึกษากฎหมายของประเทศไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสัตว์บำบัดพบว่าประเทศไทยยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายที่เข้ามากำกับควบคุมดูแลธุรกิจสัตว์บำบัดโดยตรงแต่เป็นการใช้กฎหมายทั่วไปควบคุมดูแลกิจการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ในทุกกรณี เช่น พระราชบัญญัติการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 เป็นต้น เมื่อพิจารณาแนวทางในการปฏิบัติพบว่าไม่มีแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับธุรกิจสัตว์บำบัดที่มีความชัดเจน มีประสิทธิภาพในการควบคุมธุรกิจสัตว์บำบัดนี้ ทำให้เกิดช่องโหว่ให้ผู้ประกอบธุรกิจมีการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ทางจิตใจ จะเห็นได้ชัดเจนว่ากฎหมายของประเทศไทยยังไม่สามารถควบคุมธุรกิจสัตว์บำบัดได้ รวมถึงการกำหนดโทษแก่ผู้กระทำความผิดยังไม่มีผลในภาคบังคับทั้งในส่วนของการใช้บังคับกฎหมายและการลงโทษทางกฎหมายยังไม่ชัดเจน เมื่อพิจารณาในส่วนของกฎหมายประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่ากฎหมายของสหรัฐอเมริกามีมาตรฐานในการคุ้มครองสวัสดิการและสวัสดิภาพสัตว์ที่เหมาะสำหรับการนำมาใช้เป็นแนวทางในประเทศไทย โดยได้ทำการศึกษากฎหมายของสหรัฐอเมริกาเนื่องจากความเป็นหลักสากลและประเทศไทยได้นำหลักกฎหมายมาปรับใช้ ดังนั้นผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะว่าให้มีแนวทางในการควบคุมธุรกิจสัตว์บำบัด มีการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์ จากหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดตั้งแต่กระบวนการขอใบอนุญาตเปิดกิจการ ต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบวิธีการ และต้องมีผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาดูแล รัฐควรจัดหน่วยงานโดยเฉพาะเจาะจงในการกำหนดหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลสวัสดิภาพสัตว์และควรกำหนดหน้าที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานหรือองค์กรในท้องถิ่นต้องมีความรู้เฉพาะด้านที่เปิดธุรกิจสัตว์บำบัด เพื่อเป็นการสอดส่องดูแลกิจการสัตว์บำบัด ตรวจสอบใบอนุญาตให้ตรงตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เป็นการควบคุมไม่ให้เกิดการทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งอาจเป็นไปในลักษณะการส่งเสริมให้การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์ให้ตรงตามมาตรฐานอันจะส่งผลดีต่อผู้รับบริการและสัตว์บำบัดอย่างดีที่สุด


แนวทางในการควบคุมพฤติกรรมที่ใช้อำนาจเหนือตลาดของธุรกิจแพลตฟอร์ม : กรณีศึกษาพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 และกฎหมายป้องกันการผูกขาดของสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2565, ถิง เจี่ยง Jan 2023

แนวทางในการควบคุมพฤติกรรมที่ใช้อำนาจเหนือตลาดของธุรกิจแพลตฟอร์ม : กรณีศึกษาพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 และกฎหมายป้องกันการผูกขาดของสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2565, ถิง เจี่ยง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาอย่างละเอียดเกี่ยวกับการควบคุมและกำกับดูแลการใช้อำนาจเหนือตลาดของธุรกิจแพลตฟอร์มอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุ่งเน้นไปที่การเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน และให้ความสำคัญกับการพิจารณาความแตกต่างในกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการค้า โดยเน้นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแพลตฟอร์มซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ในการศึกษานี้ได้มีการเปรียบเทียบการบังคับใช้กฎหมายพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ของประเทศไทย กับกฎหมายป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2565 ของประเทศจีน โดยเน้นไปที่ความแตกต่างในคำจำกัดความทางกฎหมาย ขอบเขตของตลาด และการควบคุมผู้ที่มีอำนาจเหนือตลาดในทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ยังสำรวจว่าประเทศไทยและประเทศจีนจัดการกับความท้าทายที่เกิดจากธุรกิจแพลตฟอร์มที่ทรงพลังได้อย่างไร โดยมีเงื่อนไขและแนวทางของแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกัน แต่งานวิจัยนี้ได้ชี้ชัดให้เห็นว่าประเทศไทยอาจได้รับประโยชน์จากการนำกลยุทธ์บางอย่างของประเทศจีนไปปรับใช้เพื่อจัดการปัญหาที่ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มใช้อำนาจเหนือตลาดได้อย่างมี ประสิทธิภาพและเสริมสร้างสมดุลการแข่งขัน ทั้งนี้ งานวิจัยนี้ได้ให้คำแนะนำหลายประการเพื่อปรับปรุงกรอบกฎหมายและกลไกการบังคับใช้ในประเทศไทย โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ของประเทศจีนในการจัดการกับแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพล เน้นไปที่การกำหนดคำจำกัดความของธุรกิจแพลตฟอร์มที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การปรับปรุงวิธีการกำหนดตลาด และการพัฒนาเกณฑ์ในการพิสูจน์การใช้อำนาจเหนือลาด รวมถึงการปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมพฤติกรรมที่ใช้อำนาจเหนือตลาดของแพลตฟอร์ม ส่วนท้ายของงานวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจแพลตฟอร์มในประเทศไทย รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการควบคุมการผูกขาด และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิทธิของผู้บริโภคและการแข่งขันที่ยุติธรรมในตลาด โดยสรุป งานวิจัยนี้ได้นำเสนอการเปรียบเทียบเชิงลึกระหว่างแนวทางการกำกับดูแลกับธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องปรับปรุงกฎหมายและกลไกการบังคับใช้เพื่อให้มั่นใจว่ามีการแข่งขันที่ยุติธรรม และมีการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเหมาะสมในเศรษฐกิจแพลตฟอร์มที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน


ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ศึกษากรณีกำหนดหลักเกณฑ์การลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายด้วยเหตุอันพ้นวิสัย เทียบเคียงกับกฎหมายของต่างประเทศ, นิติธร ธิราไชย Jan 2023

ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ศึกษากรณีกำหนดหลักเกณฑ์การลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายด้วยเหตุอันพ้นวิสัย เทียบเคียงกับกฎหมายของต่างประเทศ, นิติธร ธิราไชย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาเล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบรรเทาภาระภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายด้วยเหตุอันพ้นวิสัยที่จะป้องกันได้โดยทั่วไป โดยศึกษาหลักเกณฑ์การลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากเหตุสาธารณภัยในประเทศไทย เทียบเคียงกับหลักเกณฑ์การบรรเทาภาระภาษีในกรณีเดียวกันกับของต่างประเทศ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบังคับใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวในประเทศไทย พร้อมทั้งนำหลักเกณฑ์การบรรเทาภาระภาษีของต่างประเทศ มาเป็นแนวทางในการกำหนดหลักเกณฑ์การบรรเทาภาระภาษีดังกล่าวไปในประเทศไทยให้มีความเหมาะสม จากการศึกษาหลักเกณฑ์การลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากเหตุสาธารณภัย มีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างกว้างและยังขาดความเหมาะสม ประกอบกับได้ทำการศึกษากรณีการลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายจากพื้นที่จริง (เหตุอุทกภัย จังหวัดอุบลราชธานี) ทำให้ได้เห็นถึงปัญหาการบังคับใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะความไม่ได้สัดส่วนของการลดหรือยกเว้นภาษีกับทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงมิได้มุ่งที่ตัวทรัพย์สินเป็นสำคัญ ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ไม่สอดคล้องกับความเสมอภาคทางภาษีอากร และหลักการบริหารภาษีที่ดี ผู้เขียนยังได้ทำการศึกษาเทียบเคียงกับหลักเกณฑ์การบรรเทาภาระภาษีของต่างประเทศในกรณีเดียวกัน ในกลุ่มประเทศที่เกิดภัยพิบัติและมีการบรรเทาภาระภาษีเช่นเดียวกับประเทศไทย ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา มลรัฐมินนิโซตา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย มลรัฐมอนแทนา และมลรัฐเทกซัส ส่วนในทวีปเอเชีย ได้แก่สาธารณรัฐเกาหลี พบว่าในกฎหมายต่างประเทศล้วนมีการกำหนดหลักเกณฑ์การบรรเทาภาระภาษีดังกล่าวไว้ชัดเจน และการลดหรือยกเว้นภาษีได้สัดส่วนกับทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย อันเป็นสาระสำคัญของภาษีทรัพย์สิน เมื่อหลักเกณฑ์การบรรเทาภาระภาษีดังกล่าวที่กำหนดไว้นั้นเกิดปัญหาในการนำบังคับใช้ จึงควรนำแนวทางของต่างประเทศที่ได้จากการศึกษา เพื่อใช้ในการกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ที่ความเหมาะสม เกี่ยวกับการลดหรือยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายด้วยเหตุอันพ้นวิสัยของประเทศไทยที่สะท้อนกับหลักภาษีทรัพย์สิน และเพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรม สอดคล้องกับความเสมอภาคทางภาษีอากร และหลักการบริหารภาษีที่ดี


ความเป็นอีสานในเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์ในวารสารชายคาเรื่องสั้น, นีนนิมมาน ยอดเมือง Jan 2023

ความเป็นอีสานในเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์ในวารสารชายคาเรื่องสั้น, นีนนิมมาน ยอดเมือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นอีสานในเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์ในวารสาร ชายคาเรื่องสั้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2553 – 2564 จำนวน 45 เรื่อง และกลวิธีการประพันธ์ในการนำเสนอความเป็นอีสานในเรื่องสั้นดังกล่าว ผลการศึกษาพบว่าเรื่องสั้นในวารสาร ชายคาเรื่องสั้น นำเสนอความเป็นอีสาน 3 ประการ ได้แก่ ความเป็นอีสานในฐานะผู้มีสำนึกในรากเหง้าและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งนำเสนอผ่านเนื้อหาว่าด้วยความผูกพันกับวิถีชีวิตชนบท ความภูมิใจในเผ่าพันธุ์ และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของคนอีสาน ประการต่อมาคือความเป็นอีสานในฐานะผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาและทุนนิยม ซึ่งนำเสนอว่าคนอีสานคือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนา คนอีสานเป็นคนพลัดถิ่นที่แปลกแยกจากสังคมใหม่ และคนอีสานมักถูกรัฐเอาเปรียบข่มเหง ประการสุดท้ายคือความเป็นอีสานในฐานะผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง ซึ่งนำเสนอผ่านเนื้อหาที่แสดงว่าคนอีสานคือ “คนอื่น” จากความเป็นไทย คนอีสานถูกตีตราทางการเมือง และคนอีสานเป็นเหยื่อของความรุนแรงทางการเมืองเนื่องจากเป็นผู้มีส่วนร่วมทางการเมือง ในด้านการกลวิธีการประพันธ์เพื่อนำเสนอความเป็นอีสาน ผู้เขียนเรื่องสั้นในชายคาเรื่องสั้นใช้กลวิธีอันหลากหลาย ได้แก่ การใช้รูปแบบการประพันธ์ ทั้งรูปแบบนิทาน รูปแบบบทละคร รูปแบบบทความวิชาการ และรูปแบบสารคดีชีวประวัติ เพื่อเน้นย้ำความเป็นอีสานในมิติต่าง ๆ นอกจากนี้ กลวิธีการสร้างตัวละครชาวอีสาน การใช้ฉากท้องถิ่นอีสาน รวมทั้งการใช้ภาษาถิ่นอีสาน และการอ้างถึงวรรณคดีลาว-อีสาน ก็เป็นกลวิธีสำคัญในการนำเสนอความเป็นอีสานในวารสาร ชายคาเรื่องสั้น ที่ช่วยเน้นย้ำความเป็นอีสานที่ยังคงยึดมั่นในรากฐานทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดให้เห็นพลวัตและลักษณะเชิงวิพากษ์ ความเป็นอีสานที่ซับซ้อนดังกล่าวเป็นผลมาจากจุดยืนของวารสาร ชายคาเรื่องสั้น ซึ่งเป็นชุมชนและพื้นที่ทางวรรณกรรมที่เกิดขึ้นในบริบทความขัดแย้งทางการเมืองและแนวคิดภูมิภาคนิยมในอีสาน


Enhancing Homestay Tourism In Thailand: Insights From Young Chinese Tourists, Yijing Chen Jan 2023

Enhancing Homestay Tourism In Thailand: Insights From Young Chinese Tourists, Yijing Chen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Tourism plays a vital role in Thailand’s economy, especially in the aftermath of COVID-19, which led the Tourism Authority of Thailand (TAT) to implement strategies to increase foreign visits. This study examines homestay tourism, known for its community engagement and cultural immersion, focusing on its attractiveness to young Chinese tourists seeking serene experiences in the post-pandemic era. Employing both quantitative and qualitative methodologies, the research evaluates the demographic profiles, behaviors, motivations, and satisfaction levels of young Chinese tourists in Thai homestays, primarily through descriptive analysis. Findings show that security and hospitality are the top factors influencing these tourists’ decisions to …