Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 200971 - 201000 of 1735978

Full-Text Articles in Entire DC Network

อินเดียกับการตอบโต้กลุ่มก่อการร้ายข้ามพรมแดนจากปากีสถาน, กนกนก โพธิ์หอม Jan 2024

อินเดียกับการตอบโต้กลุ่มก่อการร้ายข้ามพรมแดนจากปากีสถาน, กนกนก โพธิ์หอม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

อินเดียเผชิญกับความท้าทายเกี่ยวกับปัญหาการก่อการร้ายข้ามพรมแดนจากปากีสถาน ความท้าทายดังกล่าวสั่นคลอนความมั่นคงแห่งชาติของอินเดีย และเสถียรภาพภายในภูมิภาค เอเชียใต้ ประวัติศาสตร์ของความท้าทายนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947 เมื่ออนุทวีปอินเดีย แบ่งแยกออกเป็นสองประเทศ คือ อินเดียกับปากีสถาน ภาวะตึงเครียดระหว่างทั้งสองทำให้มี กลุ่มก่อการร้ายข้ามพรมแดนเข้ามาโจมตีอินเดีย การกระทำของกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าวรวมถึง การโจมตีรัฐสภาอินเดียในปี ค.ศ. 2001 และการโจมตีนครมุมไบในปี ค.ศ. 2008 การโจมตีจาก กลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ทำให้อินเดียต้องปรับวิถีด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการเสริมสร้าง ขีดความสามารถการจัดการปัญหาการก่อการร้าย การพัฒนาขีดความสามารถด้านข่าวกรอง การพัฒนาความสามารถทางการทหาร การพัฒนาการรักษาความมั่นคงชายแดน และการเปิดปฏิบัติการโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มก่อการร้ายสำคัญ นอกจากนี้ ยังปรากฏอย่างชัดเจนด้วยว่า อินเดียใช้เวทีระหว่างประเทศในการจัดการเครือข่ายกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าว โดยพยายาม สร้างพันธมิตรกับประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา และใช้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี ตัวอย่างที่ชัดเจนอันเป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดการการก่อการร้ายข้ามพรมแดนข้างต้น คือ การแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง การฝึกร่วม ทางการทหาร และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ความพยายามทั้งหมด ที่กล่าวมา สะท้อนให้เห็นว่า นอกจากการก่อการร้ายลักษณะดังกล่าวจะมีความซับซ้อนแล้ว ยังจำเป็นต้องพึ่งพาความร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อให้อินเดียตอบโต้กลุ่มก่อการร้าย ข้ามพรมแดนจากปากีสถานได้อย่างมีประสิทธิผล


ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดจากการปฏิบัติหน้าที่และความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรสังกัดกรมการปกครอง กรณีศึกษา ปลัดอำเภอที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดสระบุรี, รัฐกิต กลปราณีต Jan 2024

ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดจากการปฏิบัติหน้าที่และความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรสังกัดกรมการปกครอง กรณีศึกษา ปลัดอำเภอที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดสระบุรี, รัฐกิต กลปราณีต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


ความพร้อมของเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณเพื่อรองรับการเป็นหน่วยรับงบประมาณตรงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561, วัชรพงศ์ ขจร Jan 2024

ความพร้อมของเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณเพื่อรองรับการเป็นหน่วยรับงบประมาณตรงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561, วัชรพงศ์ ขจร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความพร้อมของเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณในการรองรับการเป็นหน่วยรับงบประมาณตรงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2) เพื่อประเมินความพร้อมของเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณในการรองรับการเป็นหน่วยรับงบประมาณตรงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3) เพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) ในรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยการสำรวจความคิดเห็นและใช้การเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 140 คน ที่มาจากการสุ่มตัวอย่างใช้วิธีการแบบชั้นภูมิตามสัดส่วน (Proportional Stratified Random Sampling) จากเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี ให้ครบตามจำนวนที่กำหนด จากนั้นนำมาประมวลผลผ่านโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS และใช้การวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา ด้วยวิธีแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน อีกทั้งในกรณีวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมาน ได้เลือกใช้เทคนิคการทดสอบด้วยวิธีการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation Coefficient)) เพื่อวิเคราะห์หาปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความพร้อมของเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ ผลการศึกษาพบว่า ระดับความพร้อมของเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณในปฏิบัติงานตามกระบวนการงบประมาณ และความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะในการปฏิบัติงานโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยด้านสมรรถนะในการปฏิบัติงานมีความสัมพันธ์กับระดับความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในปฏิบัติงานตามกระบวนการงบประมาณ โดยมีความสัมพันธ์ภาพรวมอยู่ในระดับสูง ซึ่งหากนำมาพิจารณารายด้านทั้ง 5 ขั้นตอน พบว่า ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเองมากที่สุด โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันอยู่ในระดับสูง ในขณะที่ด้านความรู้น้อยที่สุด โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางใกล้เคียงกัน อยู่ในระดับค่อนข้างสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


แรงจูงใจกับประสิทธิผลการปฏิบัติงานของปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง) สังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรณีศึกษา: จังหวัดนนทบุรี, รุจน์รวี ศรีวิสุทธิลักษณ์ Jan 2024

แรงจูงใจกับประสิทธิผลการปฏิบัติงานของปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง) สังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรณีศึกษา: จังหวัดนนทบุรี, รุจน์รวี ศรีวิสุทธิลักษณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแรงจูงใจของปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงาปกครอง) ในจังหวัดนนทบุรี 2) ศึกษาแรงจูงใจที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง) ในจังหวัดนนทบุรี และ 3) เสนอแนวทางในการพัฒนาแรงจูงใจที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง) ในจังหวัดนนทบุรี การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามจากปลัดอำเภอในจังหวัดนนทบุรี จำนวน 52 คน และสัมภาษณ์เชิงลึกจำนวน 6 คน ผลการศึกษาพบว่า แรงจูงใจทั้งปัจจัยจูงใจและปัจจัยค้ำจุนส่งผลต่อประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของปลัดอำเภอในจังหวัดนนทบุรีในทิศทางเดียวกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยปัจจัยจูงใจที่ส่งผลมากที่สุด ได้แก่ ด้านความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ด้านความสำเร็จของงาน และด้านลักษณะของงานที่ปฏิบัติ ส่วนปัจจัยค้ำจุนที่ส่งผลมากที่สุด ได้แก่ ด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ด้านค่าตอบแทนและผลประโยชน์ และด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน


ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการกรณีศึกษากองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11, ศิริประภา ศิริวัฒนะกุล Jan 2024

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการกรณีศึกษากองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11, ศิริประภา ศิริวัฒนะกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับของปัจจัยที่ส่งผลต่อการสมัครใจเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ และเพื่อเสนอรูปแบบหรือมาตรการต่าง ๆ ในการส่งเสริมให้เกิดการสมัครใจเข้าเป็นทหารกองประจำการ ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยการใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลการวิจัย โดยประชากรในการศึกษาวิจัยครั้งนี้คือทหารกองประจำการ กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ที่เข้ามาด้วยวิธีการสมัครใจหรือร้องขอ และการจับสลากใบแดงจำนวน 350 นาย ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสถิติสำเร็จรูป (SPSS) ประมวลผลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และทดสอบสมมติฐานด้วยการใช้สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่าที (Independent – Sample t-test) และการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก (Logistic Regression Analysis) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างพบว่า ทหารกองประจำการกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ส่วนใหญ่เข้ามาเป็นทหารกองประจำการด้วยวิธีการสมัครใจหรือร้องขอ มีช่วงอายุ 22 – 25 ปี จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาหรือปวช. มีสถานภาพโสด มีการประกอบอาชีพรับจ้างเป็นอาชีพก่อนเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,100.57 บาท โดยปัจจัยจูงใจที่ส่งผลต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการ ทั้ง 4 ด้านคือ ปัจจัยด้านสื่อประชาสัมพันธ์และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ปัจจัยด้านสิทธิประโยชน์ ปัจจัยด้านความเจริญก้าวหน้า และปัจจัยด้านสังคมและการยอมรับ มีค่าเฉลี่ยในภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับสูงที่สุด สามารถจัดลำดับค่าเฉลี่ยปัจจัยจากมากไปน้อยได้ดังนี้ กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้านสังคมและการยอมรับเป็นลำดับแรก รองลองมาคือปัจจัยด้านความเจริญก้าวหน้า ปัจจัยด้านสิทธิประโยชน์ และปัจจัยด้านสื่อประชาสัมพันธ์และบุคคลที่เกี่ยวข้องตามลำดับ การทดสอบสมมติฐานพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีวิธีการเข้ามาเป็นทหารกองประจำการที่แตกต่างกันมีระดับจูงใจจากปัจจัยที่ส่งผลต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการที่แตกต่างกัน และการทดสอบหาปัจจัยที่ส่งผลต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการด้วยการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกพบว่าปัจจัยด้านสื่อประชาสัมพันธ์และบุคคลที่เกี่ยวข้องมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการ ในขณะที่ปัจจัยด้านสังคมและการยอมรับไม่มีผลที่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value > 0.05) จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าปัจจัยด้านสังคมและการยอมรับมีผลต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการของกลุ่มประชากรตัวอย่างที่เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ซึ่งมาจากการที่ตัวแปรด้านสังคมและการยอมรับมีค่าคล้ายคลึงกันระหว่างกลุ่มตัวอย่างทั้งผู้ที่สมัครใจและไม่สมัครใจ ทำให้ตัวแปรเหล่านี้ขาดความแปรปรวนที่เพียงพอสำหรับการแสดงความสัมพันธ์เชิงสถิติที่ชัดเจนในโมเดลโลจิสติกรีเกรสชัน จึงส่งผลให้ผลการวิเคราะห์ไม่แสดงความสำคัญทางสถิติ จากผลการวิจัยในครั้งนี้ สามารถนำข้อมูลที่ได้เสนอให้กับกองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพัฒนา รูปแบบหรือมาตรการในการส่งเสริมให้เกิดการสมัครใจเข้าเป็นทหารกองประจำการ นำมาซึ่งกำลังทหารกองประจำการที่มีประสิทธิภาพ มีความพร้อมที่จะปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถและด้วยความเต็มใจ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติภารกิจของกองทัพอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป


ประสิทธิภาพของการใช้งานระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการบริหารงานบุคคลระดับกรม (Dpis) ต่อกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล กรณีศึกษา: กรมการปกครอง, ศิริบวร สุวบวรกุล Jan 2024

ประสิทธิภาพของการใช้งานระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการบริหารงานบุคคลระดับกรม (Dpis) ต่อกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล กรณีศึกษา: กรมการปกครอง, ศิริบวร สุวบวรกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการใช้งานระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการบริหารงานบุคคลระดับกรม (DPIS) ต่อกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยใช้กรณีศึกษาจากกรมการปกครอง การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นถึงประสิทธิภาพที่เกิดจากการใช้งานระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการบริหารงานบุคคลระดับกรม (DPIS) ต่อกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลของกรมการปกครอง ปัญหาและอุปสรรค รวมถึงแนวทางในการพัฒนาระบบของการใช้งานระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการบริหารงานบุคคลระดับกรม (DPIS) ของกองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) จากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้งานระบบ ทั้งด้านความคิดเห็น ประสบการณ์แนวทางการใช้ระบบ DPIS ในการบริหารทรัพยากรบุคคล การใช้งานระบบ DPIS รวมถึงปัญหา และอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการใช้งานระบบดังกล่าว โดยใช้แนวทางการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) โดยนำเสียงที่ได้บันทึกจากการสัมภาษณ์มาถอดเทป และนำเนื้อหาที่ได้มาทำการวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic Analysis) ที่ปรากฏในการสัมภาษณ์ ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีความคิดเห็นตอการเปิดใช้งานระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการบริหารงานบุคคลระดับกรม (DPIS) ในทางที่ดี โดยมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า การเปิดใช้งานระบบดังกล่าวช่วยให้กระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยผู้บริหารมองว่าการนำระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการบริหารงานบุคคลระดับกรม (DPIS) มาใช้ในกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นการยกระดับการทำงานให้มีความทันสมัย ตอบสนองการทำงานรูปแบบใหม่ และยังช่วยให้การทำงานมีความสะดวก รวดเร็ว ส่งผลให้การวางแผนและการตัดสินใจเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ส่วนผู้ปฏิบัติงานมองว่าการใช้ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการบริหารงานบุคคลระดับกรม (DPIS) สามารถช่วยให้ การทำงานความรวดเร็ว ลดขั้นตอนไม่จำเป็นได้ และสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความถูกต้องแม่นยำได้ในทันที ซึ่งก็จะช่วยให้ลดทั้งระยะเวลาในการดำเนินงาน รวมถึงลดงบประมาณที่สิ้นเปลืองจากการทำงานรูปแบบเดิมได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มองว่าระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ การบริหารงานบุคคลระดับกรม (DPIS) ช่วยให้การบริหารจัดการข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลมีความเป็นระบบมากขึ้น ระบบช่วยให้เข้าถึงข้อมูลที่มีความถูกต้องแม่นยำได้สะดวกยิ่งขึ้น ลดระยะเวลาในการดำเนินการ และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ไม่จำเป็นได้การจัดฝึกอบรมพัฒนาทักษะ การใช้งานระบบให้แก่บุคลากร และการจัดทำคู่มือการใช้งานระบบ รวมถึงการสร้างการรับรู้ให้แก่คนในองค์กร


การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประโยชน์เกื้อกูลกับพฤติกรรมและเป้าหมายการออมเงินของข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่น Y สังกัด สำนักงานสรรพากรภาค 3, อนันตญา มะลิหอม Jan 2024

การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประโยชน์เกื้อกูลกับพฤติกรรมและเป้าหมายการออมเงินของข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่น Y สังกัด สำนักงานสรรพากรภาค 3, อนันตญา มะลิหอม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล และความสามารถในการออมกับพฤติกรรมและเป้าหมายการออมเงินของข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่น Y สังกัด สำนักงานสรรพากรภาค 3 และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประโยชน์เกื้อกูลกับพฤติกรรมและเป้าหมายการออมเงินของข้าราชการกลุ่มดังกล่าว ซึ่งเป็นการวิจัยในรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่น Y สังกัด สำนักงานสรรพากรภาค 3 จำนวน 260 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Chi-square ผลการศึกษา พบว่า มีปัจจัยส่วนบุคคล ด้านเพศ อายุ สถานภาพ ระดับทางวิชาการ และความสามารถในการออม ด้านการควบคุมตนเอง และความยับยั้งชั่งใจ มีความสัมพันธ์กับการออมเงินเป็นประจำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในส่วนของจำนวนเงินออม มีปัจจัยส่วนบุคคล ด้านอายุ สถานภาพ ระดับการศึกษา ระดับทางวิชาการ และความสามารถในการออม ด้านการควบคุมตนเอง และความยับยั้งชั่งใจ มีความสัมพันธ์กับจำนวนเงินออม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล และความสามารถในการออม กับเป้าหมายการออมเงิน มีปัจจัยส่วนบุคคล ด้านเพศ อายุ สถานภาพ ระดับการศึกษา ระดับทางวิชาการ และความสามารถในการออม ด้านความยับยั้งชั่งใจ มีความสัมพันธ์กับเป้าหมายการออมเงิน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และการได้รับประโยชน์เกื้อกูลจากการทำงานมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมและเป้าหมายการออมเงิน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


Development Of 3d Cell Culture Model For Graves’ Ophthalmopathy, Rajit Chompoowong Jan 2024

Development Of 3d Cell Culture Model For Graves’ Ophthalmopathy, Rajit Chompoowong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Orbital tissue fibrosis and remodeling contribute to the development of exophthalmos, a hallmark symptom of Graves’ ophthalmopathy (GO). The central pathogenesis to this process are orbital fibroblasts (GOF), which express autoantigen, thyroid-stimulating hormone receptor (TSHR). However, there are limitations in preclinical models for studying the pathogenesis and drug discovery of GO, which poses challenges for developing effective treatment options. This study aimed to identify markers of GOF, explore epigenetic alteration, and develop a scaffold-free 3D cell culture model for GO. The novel results from immunohistochemical analysis showed that vimentin was uniquely expressed in GO but absent in control samples. Additionally, …


The Motivations Of Chinese Digital Nomads In Moving To Chiang Mai, Thailand, Yifan Zhai Jan 2024

The Motivations Of Chinese Digital Nomads In Moving To Chiang Mai, Thailand, Yifan Zhai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Digital nomadism, fueled by the rise of remote work opportunities and a desire for location independence, has become a prominent lifestyle choice for many individuals globally. Within this landscape, Chiang Mai, Thailand, has emerged as a favored destination for Chinese digital nomads, offering a unique blend of affordability, cultural richness, and conducive work environments. This paper presents an exploration into the motivations driving Chinese digital nomads to select Chiang Mai as their destination. Through a mixed-methods approach combining interviews and observation, this study seeks to uncover the underlying factors influencing their decision-making processes. Grounded in the theory of motivation and …


The Role Of Traditional Skirt (Sinh) In The Formation Of Lao National Identity In Post-1975 Lao Society, Aoi Takayama Jan 2024

The Role Of Traditional Skirt (Sinh) In The Formation Of Lao National Identity In Post-1975 Lao Society, Aoi Takayama

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Lao People’s Democratic Republic was founded in 1975, and since then the government has tried to reinforce Lao national identity among its citizens. This research aims to study what kind of role the Lao female traditional skirt called the “Sinh” has played out in forming Lao national identity among the Lao people since the country’s establishment, and what kind of factors have affected the perspectives towards Sinh-wearing in Lao society. This research relies on both qualitative and quantitative methodology. The findings indicate that the Sinh has played an important role in constructing Lao women’s identity, and has had crucial role …


การจัดการแก้ปัญหาการทำงานล่วงเวลา กรณีศึกษา: องค์การเภสัชกรรม, ทินภัทร คำภีร์ยาน Jan 2024

การจัดการแก้ปัญหาการทำงานล่วงเวลา กรณีศึกษา: องค์การเภสัชกรรม, ทินภัทร คำภีร์ยาน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่อง “การจัดการแก้ปัญหาการทำงานล่วงเวลา กรณีศึกษา: องค์การเภสัชกรรม” มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อทราบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการทำงานล่วงเวลาที่มากกว่าปกติ 2) เพื่อนำผลการศึกษาที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการแก้ปัญหาการทำงานล่วงเวลาขององค์การเภสัชกรรม และ 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการจัดการแก้ปัญหาการทำงานล่วงเวลาแก่ผู้บริหารการวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย การวิเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์ เชิงลึก กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติและประเมินการทำงานล่วงเวลา และผู้ปฏิบัติงาน ในหน่วยงาน ผลการศึกษาพบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดการทำงานล่วงเวลาที่มากกว่าปกติ สามารถสรุปเป็นประเด็นใหญ่ๆ 3 หมวดคือ 1) การเปลี่ยนแปลงระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งมาใช้เกี่ยวกับการทำงานล่วงเวลาที่เกิด จากวิกฤตการระบาดของโรคโควิด (Covid-19) 2) การบังคับใช้นำระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งมาใช้ภายในองค์การเภสัชกรรมที่ไม่เป็นมาตรฐานและมีความเป็นเอกเทศในการบริหารของหน่วยงานต่างๆ 3) วัฒนธรรมองค์กรของผู้ปฏิบัติงานภายในองค์การเภสัชกรรมที่มองว่าการทำงานล่วงเวลาเป็นช่องทางที่ดีในการเพิ่มรายได้ และสามารถช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีชีวิตที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น แนวทางในการจัดการแก้ปัญหาการทำงานล่วงเวลาขององค์การเภสัชกรรม 1) การปรับใช้เทคโนโลยีและการฝึกอบรมพนักงาน 2) การสร้างตัวชี้วัดเพื่อประเมินการทำงานล่วงเวลา 3) การบังคับใช้คำสั่งและนโยบายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน 4) การเปลี่ยนแนวคิดของพนักงานเกี่ยวกับการทำงานล่วงเวลา แนวทางการจัดการแก้ไขปัญหาที่จะนำเสนอแก่ผู้บริหาร คือการจัดทำโครงการต่างๆ ได้แก่ 1) โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานด้วยเทคโนโลยีและการฝึกอบรมพนักงาน เป้าหมาย คือ ลดเวลาที่ใช้ในการทำงาน และเพิ่มความสามารถในการจัดการงานให้เป็นระบบ 2) โครงการสร้างตัวชี้วัดเพื่อประเมินการทำงานล่วงเวลา เป้าหมายคือ ให้ข้อมูลที่ชัดเจนในการตัดสินใจเกี่ยวกับการทำงานล่วงเวลา และ ลดปริมาณการทำงานล่วงเวลา 3) โครงการนำร่องบังคับใช้คำสั่งและนโยบายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เป้าหมายคือ สร้างมาตรฐานในการทำงานล่วงเวลาที่ชัดเจนและเป็นธรรมสำหรับพนักงานทุกคน 4) โครงการเปลี่ยนแนวคิดของพนักงานเกี่ยวกับการทำงานล่วงเวลา เป้าหมายคือ ลดความจำเป็นในการทำงานล่วงเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในเวลางานปกติ


การจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาของกองทัพบกในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1998 ถึง 2019, ปราชญา รังษีบุตร Jan 2024

การจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาของกองทัพบกในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1998 ถึง 2019, ปราชญา รังษีบุตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาของกองทัพบกในห้วงระหว่างปี ค.ศ.1998 ถึง 2019 ในการศึกษาครั้งนี้ มุ่งศึกษาและวิเคราะห์นโยบายของผู้หนีภัยการสู้รบภายใต้ความตึงเครียดระหว่างการให้ความคุ้มครองผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาตามหลักสิทธิมนุษยชนกับการรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ โดยพิจารณาในมุมมองของกองทัพบกไทยซึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแล จัดระเบียบ รักษาความปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน ตลอดจนประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่อผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมา เพื่อทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงในนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการในห้วงระหว่างปี ค.ศ.1998 ถึง 2019 โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อความสามารถในการจัดการผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาของกองทัพบก ตลอดจนวิเคราะห์ผลกระทบ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน


Mcglone, Donald, Carter County Genealogical Society Jan 2024

Mcglone, Donald, Carter County Genealogical Society

Carter County Genealogy Collection

Genealogy of the Donald McGlone family in Carter County, Kentucky.

Donald's daughter, Mary Cesaria, was born circa 1861 and died in 1951.

The first relative that was found who was buried in Carter County was Andrew McGlone, who lived from 1746-1782.


Stamper, George W. - Volume 1 Part 2, Carter County Genealogical Society Jan 2024

Stamper, George W. - Volume 1 Part 2, Carter County Genealogical Society

Carter County Genealogy Collection

Genealogy of the George W. Stamper Sr. family in Carter County, Kentucky.

George W. Stamper Sr. is the first-born child of John R. 'Pewter John' and Sarah 'Sallie' Stamper


Stamper, James M., Carter County Genealogical Society Jan 2024

Stamper, James M., Carter County Genealogical Society

Carter County Genealogy Collection

Genealogy of the James M. Stamper family in Carter County, Kentucky.

James M. (1852-?) is the son of George W. Stamper and grandson of John R. 'Pewter John' Stamper.


Rayburn-Raybourn Misc. Volume 1, Carter County Genealogical Society Jan 2024

Rayburn-Raybourn Misc. Volume 1, Carter County Genealogical Society

Carter County Genealogy Collection

Miscellaneous genealogy of the Rayburn-Raybourn family in Carter County, Kentucky.


ประสบการณ์การรับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาของผู้เคยถูกกระทำความรุนแรงในความสัมพันธ์แบบคู่รัก, สาธิดา เต็มกุลเกียรติ Jan 2024

ประสบการณ์การรับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาของผู้เคยถูกกระทำความรุนแรงในความสัมพันธ์แบบคู่รัก, สาธิดา เต็มกุลเกียรติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจประสบการณ์การรับบริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในผู้ที่เคยประสบกับความรุนแรงในความสัมพันธ์แบบคู่รัก เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้การวิเคราะห์เชิงปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความ (IPA) เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้างกับผู้เข้าร่วมวิจัยจำนวน 4 คน ที่เคยเข้ารับบริการการปรึกษาเชิงจิตวิทยาด้วยประเด็นปัญหาเกี่ยวกับความรุนแรงในความสัมพันธ์แบบคู่รัก โดยการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันแบบเฉพาะเจาะจง (purposive homogeneous sampling) ร่วมกับการคัดเลือกแบบอ้างอิงด้วยบุคคล (snowball sampling) ผลการวิจัยประกอบไปด้วยสามประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การปรึกษาทำให้ตระหนักถึงสภาวะที่เผชิญในความสัมพันธ์ ประกอบไปด้วย 4 ประเด็นย่อยดังนี้ 1.1 การปรึกษาช่วยให้ตระหนักรู้มุมมองที่มีต่อปัญหา 1.2 การลดการกล่าวโทษตนเอง 1.3 การตระหนักรู้ถึงอุปสรรคในการออกจากความสัมพันธ์ และ 1.4 ความขัดแย้งในตนเองทำให้เลี่ยงการปรึกษาต่อ ประเด็นหลักที่ 2. ผู้ให้การปรึกษาควรยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง ประกอบไปด้วย 3 ประเด็นย่อยดังนี้ 2.1 จุดเน้นของการปรึกษาควรอยู่ที่ผู้รับบริการ 2.2 การเคารพในความไม่พร้อมทำให้ไว้วางใจที่จะปรึกษาต่อ และ 2.3 การนัดหมายควรเป็นการตกลงร่วมกัน และประเด็นหลักที่ 3. การปรึกษาช่วยให้มั่นคงในการยืนหยัดเพื่อตนเอง ประกอบไปด้วย 3 ประเด็นย่อยดังนี้ 3.1 การปรึกษาช่วยสร้างขอบเขตในการอยู่ในความสัมพันธ์ 3.2 ความเปลี่ยนแปลงในใจจากการปรึกษาช่วยให้สามารถยุติความสัมพันธ์ได้ และ 3.3 การปรึกษาช่วยให้เกิดความมั่นคงในการยุติความสัมพันธ์ โดยสรุป ผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของการปรึกษาทางจิตวิทยาที่ส่งผลต่อการพัฒนาการตระหนักรู้ในตนเองเกี่ยวกับการเผชิญกับความรุนแรงในความสัมพันธ์แบบคู่รัก การยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลางในการให้การปรึกษา และการพัฒนาความมั่นคงทางจิตใจในการยืนหยัดในการออกจากความสัมพันธ์ที่รุนแรง ซึ่งผู้ให้คำปรึกษาสามารถนำข้อค้นพบนี้ไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานวิชาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของผู้รับบริการกลุ่มนี้ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ที่เผชิญกับความรุนแรงได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพต่อไป


The Effect Of Power And Status On Prosocial Behavior Mediated By Perspective Taking, Nattapat Simarangsarit Jan 2024

The Effect Of Power And Status On Prosocial Behavior Mediated By Perspective Taking, Nattapat Simarangsarit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Prosocial behavior is vital for human interaction and organizational success. While previous research has demonstrated the role of perspective-taking in promoting prosocial behavior, this research integrates social hierarchies, power and status, to explore their combined effect on perspective-taking and prosocial behavior in organizational contexts. Two studies were conducted: an experimental study (Study 1, n = 211) and a survey study (Study 2, n = 296). Results from Study 1 showed that although power and status did not significantly influence perspective-taking, their interaction had a significant effect on prosocial behavior; specifically, participants with high power and low status were least likely …


The Effect Of Systemic Antibiotics On Post-Surgical Complications And Patient-Reported Outcomes In Dental Implant Surgery With Simultaneous Sinus Floor Augmentation, Sutinee Tangamnuay Jan 2024

The Effect Of Systemic Antibiotics On Post-Surgical Complications And Patient-Reported Outcomes In Dental Implant Surgery With Simultaneous Sinus Floor Augmentation, Sutinee Tangamnuay

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Unnecessary antibiotic prescriptions can raise healthcare costs and affect the quality of life due to their related side effects. Objectives: Aim to assess the impact of antibiotic prophylaxis (AP) on the prevalence of postoperative complications in patients undergoing simultaneous implant placement with lateral sinus floor augmentation. Materials and Methods: A randomized, triple-blind, placebo-controlled trial was conducted involving 30 healthy patients. Participants were divided into two groups: one received 2g of amoxicillin before surgery and 500mg three times daily for three days post-surgery (antibiotic group, N=15), while the other received a placebo (N=15). Postoperative complications were evaluated at 2, 4, and …


The Influence Of Implant Thread Designs On The Secondary Stability Of Dental Implant, Rujira Charoenniwassakul Jan 2024

The Influence Of Implant Thread Designs On The Secondary Stability Of Dental Implant, Rujira Charoenniwassakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Objective: This study aimed to evaluate the secondary stability of aggressive thread design implant (BLX) comparing to nonaggressive thread design implant (BL) using Implant Stability Quotient (ISQ) values and Implant stability test (IST) values. Materials and Methods: Forty-five patients with healed edentulous areas were included and randomly allocated into test and control groups. Thirty-two BLX implants and thirty-two BL implants were used in the test and control groups, respectively. Dental implant stability was assessed using IST and ISQ values. IST values were measured immediately (T1), on day 2 (T2), and at 1 (T3), 2 (T4), 3 (T5), 4 (T6), 5 …


การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ระหว่างการสมรส, นัศรา อาวรณ์ Jan 2024

การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ระหว่างการสมรส, นัศรา อาวรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ลิขสิทธิ์ถือเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่มีบทบัญญัติกฎหมายบังคับใช้ไว้โดยเฉพาะ อันได้แก่ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 แต่เมื่อผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์เป็นบุคคลผู้สมรสตามกฎหมาย หากพิจารณาตามเจตนารมณ์ของการให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ที่ได้มาระหว่างการสมรสนั้นควรถือว่าเป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายที่เป็นผู้สร้างสรรค์ เนื่องจากนิยามของคำว่าลิขสิทธิ์ซึ่งได้กำหนดไว้ในมาตรา 4 หมายถึงสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะกระทำการใดตามพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น แต่หากพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เมื่อลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างการสมรสอาจถือเป็นสินสมรสได้ตามมาตรา 1474 ผู้เขียนได้ศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายลิขสิทธิ์ และประมวลกฎหมายแพ่ง มลรัฐ Louisiana ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีแนวคำพิพากษาของศาลกรณีของลิขสิทธิ์ที่ได้มาระหว่างการสมรส ประมวลกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และประมวลกฎหมายแพ่ง ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีบทบัญญัติกฎหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับลิขสิทธิ์กรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้สมรส เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์และเสนอแก้ไขปรับปรุงกฎหมายของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า บทบัญญัติกฎหมายและแนวทางการพิจารณาเรื่องการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ระหว่างการสมรสของประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจนและเหมาะสม การพิจารณานำเรื่องของอำนาจการจัดการสินสมรส และการแบ่งสินสมรสมาปรับใช้กับลิขสิทธิ์ในฐานะของสินสมรสกับกรณีที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์นั้นไม่มีความเหมาะสมและส่งผลให้เกิดปัญหาความยุ่งยากตามมาผู้เขียนจึงเสนอให้ลิขสิทธิ์ที่ได้มาระหว่างการสมรสเป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายที่เป็นผู้สร้างสรรค์ โดยให้แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพิ่มเติม (5) ในมาตรา 1471 เกี่ยวกับสินส่วนตัว ได้แก่ “สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าของโดยการสร้างสรรค์” ซึ่งจะหมายความรวมถึงลิขสิทธิ์ด้วย และเสนอแก้ไขโดยเพิ่มเติมมาตรา 15/1 ในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 กำหนดให้สิทธิแต่ผู้เดียวตามมาตรา 15 เป็นสิทธิของคู่สมรสฝ่ายที่เป็นผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยการสร้างสรรค์ และไม่ถือเป็นสิทธิที่ได้มาระหว่างการสมรสในฐานะสินสมรส เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งการให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์


แนวทางการพัฒนามาตรฐานการจ้างแรงงานภาคเกษตรกรรม : ศึกษากรณีลูกจ้างในงานเพาะปลูก, อิทธิ วงษ์บุญธรรม Jan 2024

แนวทางการพัฒนามาตรฐานการจ้างแรงงานภาคเกษตรกรรม : ศึกษากรณีลูกจ้างในงานเพาะปลูก, อิทธิ วงษ์บุญธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงกรอบแนวคิด และหลักการทั่วไปเกี่ยวกับมาตรฐานการจ้างแรงงานภาคเกษตรที่มีลักษณะการทำงานพิเศษเฉพาะตามฤดูกาล โดยศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศที่มีการรับรองสิทธิแรงงานและให้การคุ้มครองแรงงานภาคเกษตร ได้แก่ ประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า หลักการกำหนดเงื่อนไขการจ้างแรงงาน และการคุ้มครองแรงงานภาคเกษตรของประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทย มีองค์ประกอบของการคุ้มครองสิทธิแรงงาน โดยปัญหาที่พบจากการศึกษาในบริบทการจ้างแรงงานภาคเกษตรของประเทศไทย คือ การกำหนดเงื่อนไขการจ้างแรงงานภาคเกษตร เช่น งานเพาะปลูก ซึ่งมีลักษณะต้องผันแปรตามภูมิอากาศทั่วไป และความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งบริบทเรื่องสิ่งแวดล้อมที่สำคัญจำเป็น ได้แก่ ดิน น้ำ อากาศ เหตุปัจจัยที่กล่าวมาเป็นมาตรที่บ่งชี้เงื่อนไขการจ้างงานในเรื่อง เวลาการทำงาน เวลาพัก วันหยุด ค่าจ้าง สวัสดิการ ความปลอดและอาชีวอนามัย รวมทั้งแรงงานหญิงและเด็ก ดังนั้น ปัญหาของการกำหนดเงื่อนไขการจ้างงาน อาจเกิดจากนายจ้างบางรายมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามสิทธิทางแรงงานที่ลูกจ้างพึงมี ซึ่งตามหลักการและทางปฏิบัติมักมีปัจจัยที่ทำให้ลักษณะการทำงานแตกต่างไปจากงานประเภทอื่น การนี้เองทำให้เงื่อนไขการจ้างงานเคร่งครัดเข้มงวดไปกับลักษณะของงานเกษตรบางประเภท เช่น งานเพาะปลูก ในส่วนของเงื่อนไขการคุ้มครองแรงงานภาคเกษตร มีพื้นฐานมาจากสิทธิแรงงาน ซึ่งสิทธิแรงงานยังไม่มีความเสมอภาคควรมีการแก้ไขในประการนี้ให้สอดคล้องกับหลักดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ กฎหมายแรงงานภาคเกษตรจึงควรได้รับการพัฒนาโดยการกำหนดมาตรฐานการจ้างแรงงานให้แตกต่างไปจากงานประเภทอื่น


สิทธิได้รับค่าชดเชยของเจ้าหน้าที่องค์การมหาชนในกรณีเกษียณอายุ, ภัทรกร การะพิมพ์ Jan 2024

สิทธิได้รับค่าชดเชยของเจ้าหน้าที่องค์การมหาชนในกรณีเกษียณอายุ, ภัทรกร การะพิมพ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาประเด็นสิทธิได้รับค่าชดเชยของเจ้าหน้าที่องค์การมหาชนซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ในกรณีเกษียณอายุมาเป็นประเด็นในการศึกษา อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2452 ได้ยกเว้นมิให้องค์การมหาชนอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน แต่ให้เจ้าหน้าที่องค์การมหาชนต้องได้รับสิทธิประโยชน์ไม่น้อยกว่าสิทธิที่กำหนดไว้ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งยังมีประเด็นการตีความที่แตกต่างกันอยู่ทั้งคำพิพากษาของศาลปกครอง คำพิพากษาของศาลยุติธรรมและการวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยใช้การศึกษาด้วยการวิจัยเอกสาร ผลจากการศึกษาหลักการการคุ้มครองแรงงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศและอนุสัญญาระหว่างประเทศเรื่องหลักการการเลิกจ้างพบว่า การจ่ายเงินค่าชดเชยไม่ว่าจะด้วยเหตุให้ออกจากงาน สิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเกษียณอายุนั้นมีความสำคัญในการคุ้มครองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่องค์การมหาชนในฐานะแรงงานภาครัฐ เจ้าหน้าที่องค์การมหาชนจึงควรมีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยในกรณีสิ้นสุดสัญญาจ้างด้วยเหตุเกษียณอายุในการศึกษาคำพิพากษาของศาลปกครองพบว่า ศาลปกครองได้มุ่งผลประโยชน์ทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่องค์การมหาชนได้รับเมื่อเกษียณอายุเทียบกับอัตราเงินชดเชยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ขณะที่คำพิพากษาของศาลยุติธรรมเน้นเรื่องการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับขององค์การมหาชนที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ในกรณีเกษียณอายุ และส่วนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า คณะกรรมการขององค์การมหาชนมีอำนาจตามกฎหมายที่จะกำหนดสิทธิประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่องค์การมหาชนในอัตราที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานได้โดยไม่ต้องขออนุมัติต่อรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี การศึกษานี้ได้ข้อเสนอแนะให้องค์การมหาชนพิจารณาทบทวนระเบียบ ข้อบังคับที่มีอยู่ โดยให้มีการกำหนดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการจ่ายเงินสิทธิผลประโยชน์ของทั้งผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่องค์การมหาชนในกรณีเกษียณอายุให้ไม่น้อยกว่าอัตราที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์อันแท้จริงของพระราชบัญญัติองค์การมหาชน และในขณะเดียวกันก็เป็นการป้องกันการนำคดีขึ้นสู่ศาล อันจะกระทบต่อการจัดทำบริการสาธารณะขององค์การมหาชนด้วย ประกอบกับหน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ดังนั้นองค์การมหาชนควรมีกองทุนบำเหน็จบำนาญสำหรับพนักงานของรัฐทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นองค์การมหาชนที่จัดขึ้นตามพระราชบัญญัติเฉพาะซึ่งรวมถึงมหาวิทยาลัยในกำกับ และองค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา ให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนบำเหน็จบำนาญของพนักงานของรัฐ อย่างในประเทศฝรั่งเศส หรือประเทศเยอรมัน ที่กฎหมายบังคับให้หน่วยงานของรัฐในฐานะที่เป็นนายจ้างต้องจัดให้มีกองทุนบำเหน็จบำนาญ เพื่อให้พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐมีสิทธิได้รับบำนาญ ช่วยให้พนักงานสามารถมีเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณอย่างมั่นคงและเพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินออมส่วนตัวเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ครอบคลุม เช่น เงินสงเคราะห์และเงินชดเชย ซึ่งช่วยให้ครอบครัวของผู้รับบำเหน็จบำนาญที่ถึงแก่ความตายหรือทุพพลภาพได้รับเงินช่วยเหลืออีกด้วย


The Importance Of Protecting Depositors In The Banking Industry In Myanmar, Hnin Shwe Sin Htet Jan 2024

The Importance Of Protecting Depositors In The Banking Industry In Myanmar, Hnin Shwe Sin Htet

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Economic shocks have been precipitated by financial instability, which has impeded economic advancement and adversely affected numerous emerging nations. The financial sector is considered indispensable to the growth of an economy due to the repercussions of financial instability. As a result, numerous nations have enhanced their regulatory and supervisory frameworks to ensure that banks operate in a stable economic environment and maintain the stability of the financial system. Furthermore, in order to bolster the prudential oversight and supervision that central banks provide, as well as their role as lenders of last resort, numerous countries have implemented deposit insurance schemes. In …


ปัญหากฎหมายในธุรกิจเช่าซื้อตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565, อธิวัฒน์ สินสิริวาณิชย์ Jan 2024

ปัญหากฎหมายในธุรกิจเช่าซื้อตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565, อธิวัฒน์ สินสิริวาณิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางและมาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลสัญญาเช่าซื้อ เนื่องจากปัจจุบันแม้ธุรกรรมการเช่าซื้อรถยนต์จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่กลับคงปัญหาหนี้เสียสะสมเป็นระดับต้น ๆ ของประเภทหนี้เสียทั้งหมด ทั้งการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ยังคงขาดความชัดเจน และเป็นการสร้างภาระแก่ผู้ประกอบธุรกิจจนเกินควร ไม่สอดคล้องกับกลไกตลาด ส่งผลให้ผู้บริโภคยังไม่ได้รับความคุ้มครองที่ควรเป็น และต้องเผชิญภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบธุรกิจที่สะท้อนกลับมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาและเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายที่กำกับดูแลสัญญาเช่าซื้อให้สอดคล้องกับกลไกตลาดและสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภคและการลดภาระแก่ผู้ประกอบธุรกิจ จึงเห็นควรให้มีการพิจารณาทบทวน ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้การประกอบธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ดังนี้ (1) มีมาตรการในการสร้างความตระหนักรู้ทางด้านการเงินแก่ผู้เช่าซื้อถึงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นภายหลังเข้าทำสัญญา (2) ยกเลิกกฎเกณฑ์ที่เป็นการจำกัดสิทธิผู้ประกอบธุรกิจในการเรียกเก็บมูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อภายหลังการขายทอดตลาด (3) ทบทวนอัตราส่วนลดดอกเบี้ยปิดบัญชีเช่าซื้อล่วงหน้าให้เป็นดุลพินิจของผู้ประกอบธุรกิจ และ (4) มีมาตรการในการสร้างความตระหนักถึงความเสี่ยงและผลอันเลวร้ายของสัญญาค้ำประกัน


ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความตั้งใจในการออกกำลังกายเพิ่มของผู้สูงอายุในกลุ่มที่คิดว่าการออกกำลังกายไม่เพียงพอในประเทศไทย, ภารดี ศิริวรรณ์ Jan 2024

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความตั้งใจในการออกกำลังกายเพิ่มของผู้สูงอายุในกลุ่มที่คิดว่าการออกกำลังกายไม่เพียงพอในประเทศไทย, ภารดี ศิริวรรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้วิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความตั้งใจในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นกลุ่มที่ตระหนักว่าตนเองมีการออกกำลังกายไม่เพียงพอ ข้อมูลที่ใช้มาจากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพประชากรปี 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และวิเคราะห์ด้วยวิธีถดถอยโลจิสติกแบบทวิภาค (Binary Logistic Regression) เพื่อระบุปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความตั้งใจในการออกกำลังกายผลการศึกษาพบว่าปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพทางเศรษฐกิจ และพื้นที่อยู่อาศัย ส่งผลต่อความตั้งใจในการออกกำลังกายอย่างมีนัยสำคัญ ผู้สูงอายุที่มีการศึกษาสูง มีสถานภาพทางเศรษฐกิจที่ดี และอาศัยในเขตเมือง มีแนวโน้มที่จะตั้งใจออกกำลังกายมากกว่า นอกจากนี้ การสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวและชุมชน เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มและชมรมสุขภาพ ยังเป็นแรงจูงใจสำคัญที่เพิ่มความตั้งใจในการออกกำลังกาย ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาศูนย์สุขภาพผู้สูงอายุที่มีบริการให้คำแนะนำเฉพาะทาง ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจด้วยโครงการออกกำลังกายชุมชน เพิ่มโอกาสในการออกกำลังกายตามระดับการศึกษา ส่งเสริมกิจกรรมออกกำลังกายแบบกลุ่มในชุมชนเมืองและชนบท และสร้างเครือข่ายชุมชนเพื่อสนับสนุนการออกกำลังกาย ข้อเสนอแนะทางวิชาการควรมุ่งศึกษารูปแบบการออกกำลังกายเฉพาะกลุ่ม วิเคราะห์ปัจจัยทางสังคมและจิตวิทยาที่มีผลต่อการออกกำลังกาย และศึกษาการเปลี่ยนแปลงของความตั้งใจในการออกกำลังกายตามช่วงเวลาเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกสำหรับการพัฒนานโยบายที่มีประสิทธิภาพ


ปัญหาการตีความรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีศึกษารายได้ Youtubers, จิรวรรณ จิณณธนพงษ์ Jan 2024

ปัญหาการตีความรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีศึกษารายได้ Youtubers, จิรวรรณ จิณณธนพงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาการตีความรายได้ของ YouTubers เนื่องจากรายได้บริการที่เข้าเงื่อนไขการเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามคำนิยามของประมวลรัษฎากรมีความหมายที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่ารายได้ของ YouTubers เป็นรายได้บริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามคำนิยามของประมวลรัษฎากรหรือไม่ เพราะรายได้ของ Youtubers มีรูปแบบที่หลากหลายและกรมสรรพากรยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนสำหรับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากรายได้เหล่านี้ จากการศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากรายได้ของ YouTubers ในประเทศอินเดีย แคนาดา และนิวซีแลนด์ พบว่าแต่ละประเทศได้ออกมาตรการทางกฎหมายหรือแนวปฏิบัติที่ชัดเจน กำหนดให้รายได้ของ YouTubers เป็นรายได้ที่เข้าเงื่อนไขและต้องเสียภาษีสินค้าและบริการ (GST) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้ YouTubers ผู้มีรายได้สามารถทำความเข้าใจและปฏิบัติตามได้ นอกจากนี้ หน่วยงานสรรพากรของแต่ละประเทศยังสามารถปฏิบัติตามและจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพผู้เขียนเสนอให้กรมสรรพากร ปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและสร้างความชัดเจนในทางปฏิบัติสำหรับทั้งเจ้าหน้าที่และผู้เสียภาษี โดยแนะนำให้ใช้แนวทางปฏิบัติจากประเทศแคนาดาและนิวซีแลนด์เป็นต้นแบบในการดำเนินการในระยะสั้น โดยกรมสรรพากรควรออกคำสั่งกรมสรรพากร (คำสั่ง ป.) เพื่อกำหนดให้ YouTubers เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งกำหนดรูปแบบรายได้และเกณฑ์ในการเสียภาษีให้ครอบคลุมรูปแบบรายได้ที่หลากหลายของ YouTubers ซึ่งจะช่วยให้ผู้มีรายได้และเจ้าหน้าที่สรรพากรสามารถเข้าใจและปฏิบัติตามได้ และเพื่อสร้างความชัดเจนและความครอบคลุมทางกฎหมายในระยะยาว กรมสรรพากรควรมีการปรับปรุง คำนิยาม ‘บริการทางอิเล็กทรอนิกส์’ ในมาตรา 77/1 (10/1) ประมวลรัษฎากร โดยใช้แนวปฏิบัติจากประเทศอินเดียเป็นกรอบอ้างอิง โดยเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บริการของ YouTubers ถูกระบุเป็นหนึ่งในรูปแบบของบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ การปรับปรุงกฎหมายและแนวทางปฏิบัติเหล่านี้จะช่วยให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มมีความชัดเจน สอดคล้องกับรูปแบบรายได้ที่เปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล และลดข้อขัดแย้งในการตีความที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย, ชนัฏฐา วงศ์สุวรรณ Jan 2024

มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย, ชนัฏฐา วงศ์สุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบุหรี่ในประเทศไทย เนื่องจาก ในประเทศไทยบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่บุหรี่ไฟฟ้ามีการเข้าถึงและเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน และคนทั่วไป โดยมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นและในอนาคตมีการคาดการณ์ว่าอาจจะเข้ามาแทนที่บุหรี่มวนแบบจุดสูบ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากวิวัฒนาการที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปตามนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสมัยของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น “สินค้าต้องห้าม" ในการนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2557 แต่ก็มิได้ทำให้ความนิยมในการสูบบุหรี่ไฟฟ้าลดลงแต่อย่างใด ในทางกลับกัน บุหรี่ไฟฟ้ากลับมามีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ประเทศไทยได้มีการควบคุมการใช้บุหรี่ไฟฟ้ามาหลายปีแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่เป็นที่ประจักษ์ว่าจะควบคุมได้สำเร็จ ดังนั้น การพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการในการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อหาแนวทางในการดำเนินการให้ถูกต้อง ศึกษารายละเอียดในด้านต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ครบถ้วน สมบูรณ์ในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำจะช่วยเป็นกลไกที่จะใช้ควบคุม โดยให้หน่วยงานของรัฐเป็นผู้กำกับดูแลภายใต้การบริหารจัดการอย่างเหมาะสม จากการศึกษาเอกัตศึกษาฉบับนี้ ทำให้ทราบว่า ประเทศไทยมีมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าที่แตกต่างกัน และไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ประเทศไทยจึงควรมีกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งผู้เขียนมีความเห็นว่า ประเทศไทยควรมีมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาความไม่ชัดเจนและข้อกฎหมายที่ปัจจุบันมีการบังคับอยู่หลายฉบับ โดยเห็นควรจัดให้กฎหมายในระดับพระราชบัญญัติขึ้นใหม่ เพื่อกำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จ โดยรวมหลักการและมาตรการควบคุมทุกมิติไว้ในกฎหมายฉบับดังกล่าว อาทิ การห้ามการผลิต การนำเข้า การจำหน่าย การโฆษณา การสื่อสารการตลาด การโฆษณาชวนเชื่อ การครอบครอง การสูบ เป็นต้น เพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนปิดช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย


การใช้มาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Esg Bond), โซเฟีย แดงงาม Jan 2024

การใช้มาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Esg Bond), โซเฟีย แดงงาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สถานการณการปลอยกาซเรือนกระจกของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จึงกอใหความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change ทำให้นานาประเทศได้มีการรับรองอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) เมื่อปี พ.ศ. 2535 และประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในพิธีสารเกียวโตเมื่อปี พ.ศ.2548 (Kyoto Protocol 2005) จึงเกิดความผูกพันในการปฏิบัติตามข้อตกลงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเด็นปัญหาสำคัญที่นำมาสู่การศึกษาครั้งนี้คือ แนวทางรัฐบาลไทยในการสนับสนุนและเพื่อสร้างความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชนในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตเพื่อให้บรรลุตามข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งมีความต้องการระดมทุนจำนวนมาก ดังนั้นภาคการเงินที่เป็นตัวกลางจัดสรรสภาพคล่องหรือ "เงิน" ในระบบเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นเพื่อสนับสนุนการบริโภคและการลงทุนที่ยั่งยืน ผู้เขียนจึงเสนอแนวทางการลงทุนผ่านการใช้มาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน แต่อย่างไรก็ตามผู้วิจัยพบประเด็นในการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนประกอบด้วยปัจจัย 3 ด้าน ได้แก่ การส่งสัญญาณสู่ตลาดทุน (Market signal)การบิดเบือนภาพลักษณ์ว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Washing) และ ต้นทุนของเงินทุน (Cost of Capital) ผู้วิจัยจึงเสนอให้นำมาตรการจูงใจทางภาษีในการส่งเสริมการลงทุนสำหรับประเทศไทยด้วยการให้เครดิตภาษีแทนการจ่ายดอกเบี้ยแก่ผู้ถือตราสารหนี้โดยมีการ เพิ่มข้อลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตาม มาตรา 47 ของประมวลรัษฎากรสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ก) ผลตอบแทนจากการลงทุน (ดอกเบี้ย) สำหรับผู้ถือพันธบัตรและเพิ่มเพิ่มเติมแนวทางในการกำกับดูแลการออกตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน สำหรับการพิจารณาตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนที่เข้าคุณสมบัติ (Eligible Green) โดยกรมสรรพากร โดยใช้หลักการสากลมาตรฐานตราสารหนี้ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Bond Standard) เป็นการยืนยันตราสารเพื่อความยั่งยืน สำหรับ ตราสารหนี้ สินเชื่อ หรือตราสารแห่งหนี้อื่น


การกำกับดูแลการใช้ Program Trading สำหรับซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทย, ชลธิชา นวสถาพร Jan 2024

การกำกับดูแลการใช้ Program Trading สำหรับซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทย, ชลธิชา นวสถาพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลการนำเทคโนโลยีมาใช้ในตลาดหลักทรัพย์ ในรูปแบบการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ Program Trading ให้มีความโปร่งใสและเท่าเทียมกันระหว่างนักลงทุน และทำให้ตลาดหลักทรัพย์มีสถาพคล่องที่ดีและมีประสิทธิภาพ โดยได้ศึกษาเกณฑ์การกำกับดูแลการใช้ Program Trading รวมถึงได้ศึกษากฎหมายและระเบียบการกำกับดูแลการใช้งานที่เกี่ยวข้องและศึกษาผลกระทบต่อนักลงทุน ซึ่งการวิจัยนี้ใช้วิธีวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารของหลักทรัพย์ สถิติและข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ บทความและระเบียบต่าง ๆ บนเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์ของต่างประเทศ เป็นต้น รวมถึงบทสัมภาษณ์จากผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการซื้อขายและดูแลหลักทรัพย์ และศึกษากฎหมาย แนวทางการกำกับดูแลของต่างประเทศ เพื่อนำมาเปรียบเทียบมาตราการการกำกับดูแลการใช้งาน จากการศึกษาพบว่าหลักเกณฑ์การกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์ไทยในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ เช่น การไม่มีกฎหมายดูแลเฉพาะสำหรับการใช้ Program Trading แบบรายงานของลักษณะการซื้อขายด้วยความถี่สูงซึ่งเป็นสาเหตุในการก่อให้เกิดความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ในตลาด บทลงโทษที่ยังไม่เข้มงวดมากเท่ากับต่างประเทศ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานในประเทศที่มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เช่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และสาธารณรัฐประชาชนจีน พบว่าของประเทศไทยยังไม่คลอบคลุมผู้เขียนจึงได้ศึกษาและเทียบเคียงแนวทางการกำกับดูแลจากต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และเสนอว่าควรมีการเพิ่มและแก้ไขกฎเกณฑ์การกำกับดูแลและกฎหมายให้ครอบคลุมในด้านการซื้อขายด้วยความถี่สูง ด้านการกำหนดระยะเวลาการระงับการซื้อขายชั่วคราวเพื่อชะลอความตื่นตระหนกของตลาด ด้านแบบรายงานที่ต้องแจ้งให้กับตลาดหลักทรัพย์รับทราบเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง รวมถึงด้านการกำหนดบทลงโทษที่มีความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในตลาดหลักทรัพย์ และพัฒนากลไกที่ช่วยรองรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในอนาคต และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนตลาดหุ้นไทย