Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (134616)
- Sociology (87094)
- Arts and Humanities (54682)
- Education (50193)
- Law (39052)
-
- Communication (21193)
- History (19397)
- Higher Education (19120)
- Medicine and Health Sciences (15550)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (13868)
- Business (12831)
- Psychology (12097)
- Race and Ethnicity (11636)
- Journalism Studies (10847)
- Criminology (10621)
- Family, Life Course, and Society (9902)
- Religion (9758)
- Legal Studies (9726)
- Mass Communication (9667)
- Political Science (9550)
- Educational Administration and Supervision (9451)
- Criminology and Criminal Justice (9084)
- Criminal Law (8754)
- Civic and Community Engagement (8509)
- Race, Ethnicity and Post-Colonial Studies (8111)
- Gender and Sexuality (7746)
- Higher Education Administration (7670)
- Anthropology (7373)
- International and Area Studies (7269)
- Social Work (7250)
- Institution
-
- Northwestern Pritzker School of Law (6678)
- Western Michigan University (6676)
- Western Kentucky University (6629)
- University of Nebraska - Lincoln (6572)
- University of Montana (6211)
-
- San Jose State University (5572)
- Brigham Young University (5513)
- University of Mississippi (4850)
- City University of New York (CUNY) (4789)
- Nova Southeastern University (4626)
- University of New Mexico (4528)
- Bowling Green State University (4296)
- Virginia Commonwealth University (4189)
- Eastern Illinois University (3965)
- University of New Hampshire (3927)
- University of Central Florida (3659)
- University of South Florida (3472)
- University of Dayton (3374)
- Portland State University (3270)
- University of Nebraska at Omaha (3220)
- Utah State University (3158)
- University of Nevada, Las Vegas (3018)
- University of Massachusetts Boston (2892)
- Walden University (2885)
- Georgia Southern University (2878)
- University of Northern Iowa (2839)
- California State University, San Bernardino (2814)
- Southern Illinois University Carbondale (2640)
- Marshall University (2565)
- Illinois State University (2488)
- Keyword
-
- Newspaper (7380)
- Western Kentucky University (5066)
- Faculty (4341)
- Education (4038)
- Spartan Daily (3103)
-
- Higher education (3094)
- Student newspaper (3080)
- Staff (2989)
- Bowling Green State University (2874)
- Alumni (2832)
- Gender (2826)
- History (2750)
- Students (2688)
- Athletics (2482)
- English (2363)
- African Americans (2277)
- Events (2236)
- EIU (2224)
- Sociology (2201)
- Eastern Illinois University (2149)
- Women (2098)
- Daily Eastern News (2081)
- BG News (1967)
- Blacks (1893)
- Student life (1892)
- Race (1891)
- Newsletter (1862)
- Periodicals (1766)
- Student Newspaper (1652)
- B.G. News (1530)
- Publication Year
-
- 2026 (7259)
- 2025 (10420)
- 2024 (10952)
- 2023 (10513)
- 2022 (11436)
-
- 2021 (11517)
- 2020 (10898)
- 2019 (11243)
- 2018 (11832)
- 2017 (11950)
- 2016 (11350)
- 2015 (10723)
- 2014 (10266)
- 2013 (9707)
- 2012 (9665)
- 2011 (8165)
- 2010 (7509)
- 2009 (7031)
- 2008 (6092)
- 2007 (5724)
- 2006 (5507)
- 2005 (4905)
- 2004 (4503)
- 2003 (4265)
- 2002 (4067)
- 2001 (3898)
- 2000 (3918)
- 1999 (3602)
- 1998 (3545)
- 1997 (3577)
- Publication
-
- Journal of Criminal Law and Criminology (6465)
- Theses and Dissertations (5991)
- WKU Administration Documents (4999)
- Electronic Theses and Dissertations (3867)
- Dissertations (3380)
-
- The Journal of Sociology & Social Welfare (3031)
- The Qualitative Report (2885)
- Spartan Daily (School of Journalism and Mass Communications) (2830)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (2585)
- Faculty Publications (2411)
- Montana Kaimin, 1898-present (2312)
- Independent Study Project (ISP) Collection (2113)
- Faculty Scholarship (2105)
- BG News (Student Newspaper) (1977)
- Commencement Programs (1952)
- Daily Mississippian (all digitized issues) (1580)
- Articles (1579)
- Masters Theses (1540)
- Doctoral Dissertations and Projects (1533)
- Publications and Research (1461)
- Master's Theses (1454)
- Student Newspapers (1416)
- The Rattler (Previous issues) (1404)
- Dissertations, Theses, and Capstone Projects (1322)
- Honors Theses (1265)
- Dissertations and Theses (1204)
- Course Catalogs (1162)
- Reproductive Health (1120)
- The Bridge (1073)
- Publications (1070)
- Publication Type
Articles 39061 - 39090 of 361917
Full-Text Articles in Entire DC Network
ระบอบชายเป็นใหญ่ในเกาหลีใต้จากยุคต่อต้านคอมมิวนิสต์สู่ยุคเสรีนิยมใหม่, กชกร มานะจิตต์
ระบอบชายเป็นใหญ่ในเกาหลีใต้จากยุคต่อต้านคอมมิวนิสต์สู่ยุคเสรีนิยมใหม่, กชกร มานะจิตต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาและอธิบายถึงปรากฏการณ์กระแสต่อต้านความเท่าเทียมทางเพศในประเทศเกาหลีใต้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพศชายอายุ 20s ถึง 30s ปี ที่สมาทานตนว่าเป็นกลุ่มแอนไทเฟมินิสต์ ผู้เป็นฐานเสียงสำคัญในการคว้าชัยชนะของประธานาธิบดีฝ่ายอนุรักษนิยมที่ใช้นโยบายแสดงทัศนคติแห่งการเหยียดเพศและความเป็นปรปักษ์ต่อความเท่าเทียมทางเพศอย่าง ยุน ซอก ยอล ได้สำเร็จ โดยมีข้อค้นพบว่าการเกิดกลุ่มแอนไทเฟมินิสต์เป็นผลผลิตมาจากการสร้างชาติสมัยรัฐเผด็จการทหารภายใต้การนำของนายพล ปัก จอง ฮี ภายใต้บริบทแห่งสงครามเย็นและการต่อสู้ทางอุดมการณ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ พร้อมกำหนดให้ภัยคอมมิวนิสต์เป็นภัยคุกคาม ดังนั้นการกำจัดคอมมิวนิสต์จึงกลายเป็นผลประโยชน์แห่งชาติ และเพื่อที่จะไขว่คว้าหมุดหมายดังกล่าวได้ เกาหลีใต้ตามทัศนะของนายพลปัก จอง ฮีจะต้องเป็นรัฐที่ทันสมัยให้ได้เสียก่อนคือรัฐที่มั่งคั่งและมีแสนยานุภาพทางการทหารที่ยิ่งใหญ่ โดยดำเนินนโยบายผ่าน 1) การสร้างรัฐชายเหนือชายแบบผสม 2) การก่อกำเนิดกองทัพที่ส่งเสริมให้ชายเป็นใหญ่ 3) การเป็นพลเมืองตามเพศสภาวะ รวมไปถึงอิทธิพลของเศษซากมรดกจากการตกเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นระบบหัวหน้าตระกูลที่เรียกว่า”โฮจู”ที่มาพร้อมกับ “โฮจ๊อก” ที่ส่งผลต่อกฎหมายครอบครัวของเกาหลีใต้ในเวลาต่อมา แม้เกาหลีใต้จะสามารถปลดแอกตนเองจากการเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิญี่ปุ่นแล้วก็ตาม หลายทางประวัติศาสตร์ดังกล่าวที่ทำให้เกาหลีใต้เป็นประเทศอุตสาหกรรมพัฒนาแล้วที่ใช้แนวคิดปิตาธิปไตยให้กลายเป็นสถาบันและเป็นสังคมที่มี ”ลำดับชั้นทางเพศสภาวะ”ที่สูง เป็นรัฐที่มุ่งเน้นแต่ความเป็นชาย รวมถึงการสร้างบรรทัดฐานในสังคมว่าความแตกต่างทางเพศเพียงสองเพศเพียงเท่านั้นจะปกติอีกด้วย แนวคิดหรือความเชื่อเหล่านี้ไม่ได้ถูกชำระล้างด้วยแนวคิดประชาธิปไตย แต่ถูกกระตุ้นด้วยวิกฤติการณ์เศรษฐกิจทั้ง 3 ช่วงเวลาคือ วิกฤติเศรษฐกิจปี 1997, 2008 และวิกฤติการณ์โควิด 19 ล้วน เป็นช่วงเวลากระชากโฉมหน้าแห่งสังคมชายเป็นใหญ่ที่ฝังรากลึกในสังคมเกาหลีถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง และยังเป็นช่วงเวลาที่เปลือกแห่งสังคมปิตาธิปไตยถูกกัดเทาะ ตั้งคำถามต่อสังคมไร้ความเท่าเทียมทางเพศผ่านกลุ่ม “เฟมินิสต์” การมีตัวตนของกลุ่มเฟมินิสต์นี่เอง ที่สร้างความหวาดกลัวหรือภัยคุกคามต่อสังคมชายเป็นใหญ่ และกลัวว่ากลุ่มเรียกร้องสิทธิสตรีจะพรากสิทธิที่ตนพึงจะได้รับ เพื่อรับมือภัยคุกความหรือความหวาดกลัวดังกล่าวจึงเกิดการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม แอนไทเฟมินิสต์ หรือ แอนไทเฟม นั่นเอง
อิทธิพลของทุนทางจิตวิทยา การตีตรา และการตัดสินใจจ้างงานผู้พ้นโทษ, กุลชาติ รังสิมันต์
อิทธิพลของทุนทางจิตวิทยา การตีตรา และการตัดสินใจจ้างงานผู้พ้นโทษ, กุลชาติ รังสิมันต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของทุนทางจิตวิทยาและการตีตราที่มีต่อการตัดสินใจจ้างงานผู้พ้นโทษ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการส่งเสริมการให้โอกาสแก่ผู้พ้นโทษในด้านการจ้างงาน โดยผู้วิจัยได้ทำการวิจัยเชิงปริมาณ ทำการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามในรูปแบบออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีความสามารถในการจ้างงาน จำนวนทั้งสิ้น 380 คน ผลการวิจัยพบว่า ทุนทางจิตวิทยานั้นมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจจ้างงานผู้พ้นโทษอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ ส่วนการตีตรานั้นก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจจ้างงานผู้พ้นโทษเช่นเดียวกัน โดยการตีตรามีขนาดอิทธิพลมากกว่าทุนทางจิตวิทยา นอกจากนี้ยังพบว่าทุนทางจิตวิทยามีความสัมพันธ์ในทางบวกกับการตัดสินใจจ้างงานผู้พ้นโทษอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การตีตรามีความสัมพันธ์ในทางลบกับการตัดสินใจจ้างงานผู้พ้นโทษอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และอายุมีความสัมพันธ์กันในทางบวกกับทุนทางจิตวิทยาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับข้อเสนอแนะ คือ ภาครัฐอาจมีมาตรการนำร่องในการส่งเสริมการจ้างงานผู้พ้นโทษในกลุ่มผู้สูงวัยที่มีความต้องการจ้างแรงงาน โดยมีมาตรการและสิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น มาตรการด้านลดหย่อนภาษี มาตรการด้านการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้จ้างงานและทรัพย์สินต่าง ๆ เพื่อเป็นการจูงใจและสร้างความมั่นใจให้กับผู้จ้างงาน จากนั้นจึงค่อยขยายผลส่งเสริมการจ้างงานผู้พ้นโทษไปสู่กลุ่มช่วงอายุอื่น ๆ ต่อไป
ซีรีส์เรื่อง D.P. (Deserter Pursuit) กับระบบการเกณฑ์ทหารของเกาหลีใต้, ปัญญวัชร์ วัชรกาฬ
ซีรีส์เรื่อง D.P. (Deserter Pursuit) กับระบบการเกณฑ์ทหารของเกาหลีใต้, ปัญญวัชร์ วัชรกาฬ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา วัฒนธรรมในระบบการเกณฑ์ทหารของกองทัพประเทศเกาหลีใต้ ผ่านการวิเคราะห์ภาพยนตร์เรื่อง Deserter Pursuit ศึกษาจุดแข็งจุดอ่อนของค่านิยมและวัฒนธรรมอันทำให้เกิดการกระทำความผิด การหนีทหาร และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกองทัพเกาหลีใต้ ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพเชิงเอกสารและสื่อภาพยนตร์เป็นหลัก โดยเน้นในส่วนของวัฒนธรรม และค่านิยมของคนเกาหลีใต้ มาประกอบการวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า บทของภาพยนตร์เรื่อง Deserter Pursuit อาจเป็นเครื่องมือของผู้กำกับและอุตสาหกรรมภาพยนตร์เชิงสะท้อนสังคม ในการตีแผ่ภาพลักษณ์ด้านลบของกองทัพ แต่ผลลัพธ์ดังกล่าวนั้นก็ทำให้กองทัพในฐานะตัวแสดงของรัฐ มีท่าทีโต้ตอบ ในแบบของการแก้ไขเพิ่มเติมนโยบาย ข้อกฎหมาย ทางความมั่นคงของประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นว่ากองทัพเกาหลีใต้สามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของการเข้ารับราชการทหารให้อยู่ในกรอบของสิทธิมนุษยชน มีมนุษยธรรมภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย จึงนับเป็นความท้าทายทั้งต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์สะท้อนสังคมและกองทัพเกาหลีใต้ ที่ต้องเดินหน้าปรับปรุงนโยบายเพื่อให้สามารถรักษาดุลยภาพระหว่างความมั่นคงแห่งชาติและสิทธิมนุษยชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การพัฒนานวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างสรรค์ทางศิลปะสำหรับนักเรียนประถมศึกษา, ปฏิพล พาด้วง
การพัฒนานวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างสรรค์ทางศิลปะสำหรับนักเรียนประถมศึกษา, ปฏิพล พาด้วง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของการใช้นวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้เพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างสรรค์ทางศิลปะสำหรับนักเรียนประถมศึกษา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยแบ่งการวิจัยออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาข้อมูลออกแบบและพัฒนานวัตกรรม โดยการเก็บข้อมูลจากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เก็บข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ด้าน จำนวน 15 ท่าน ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนากล่องการเรียนรู้ 5 ท่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดกิจกรรมศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ 5 ท่าน และ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนศิลปะระดับชั้นประถมศึกษา 5 ท่าน ระยะที่ 2 ศึกษาผลการใช้นวัตกรรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาตอนต้น จำนวน 26 คน และครูประถมศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และนวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ แบบสำรวจความพึงพอใจต่อกิจกรรมสำหรับนักเรียน และครูผู้สอน แบบบันทึกการสนทนากลุ่มสำหรับนักเรียนแบบประเมินการสร้างสรรค์ผลงานจากผู้เรียน และแบบประเมินนวัตกรรมจากผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยการหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนานวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้เพื่อส่งเสริมทักษะ การสร้างสรรค์ทางศิลปะสำหรับนักเรียนประถมศึกษา มีหลักการคือ กล่องการเรียนรู้ศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ 3 กล่องกิจกรรม ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปะติด ภาพพิมพ์ และงานปั้น ส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้ที่อยู่ใกล้ตัวมาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะ พัฒนาการสร้างสรรค์จากกิจกรรมศิลปะและวัสดุเหลือใช้ สามารถเป็นตัวช่วยในการจัดการเรียนการสอนในบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลนครูศิลปะ แนวทางในการนำนวัตกรรมกล่องการเรียนไปปรับใช้ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ 1) การนำเข้าสู่บทเรียนควรกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ เช่น การใช้เกมส์ หรือเพลง 2) บทบาทของครูผู้สอนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ควรมีการอธิบายขั้นตอนการใช้กล่องการเรียนรู้ให้ชัดเจน 3) ลักษณะการจัดการเรียนรู้เป็นการจัดกิจกรรมอย่างยืดหยุ่นปรับให้เหมาะสมกับผู้เรียน 4) การวัดและการประเมินผลตามสภาพจริง โดยประเมินจากกระบวนการและสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ระหว่างการทำกิจกรรม ผลจากการประเมินความพึงพอใจต่อกิจกรรมกล่องการเรียนรู้สำหรับนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา พบว่า ระดับความพึงพอใจทั้งหมดอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย =2.95) โดยสามารถเรียงลำดับตามด้านที่มีความพึงพอใจจากมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดได้ ดังนี้ ด้านพัฒนาการของนักเรียน (ค่าเฉลี่ย =2.98) ด้านการสอนและกิจกรรมของกล่องการเรียนรู้ (ค่าเฉลี่ย =2.94) และด้านลักษณะของกล่องการเรียนรู้ (ค่าเฉลี่ย =2.94) ผลจากการสนทนากลุ่ม พบว่า ผู้เรียนชื่นชอบกิจกรรมศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ เพราะไม่สิ้นเปลืองเงินและเป็นการนำวัสดุเหลือใช้รอบตัวมาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงานศิลปะ มีความสนุก และรู้สึกสนใจหากมีการนำกล่องการเรียนรู้มาปรับใช้กับการเรียนการสอน
กลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชนที่เสริมสร้างทักษะมนุษย์ในสังคมหลังนวัตกรรม, ศิรเมศร์ ศิริศักดิ์ธนากุล
กลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชนที่เสริมสร้างทักษะมนุษย์ในสังคมหลังนวัตกรรม, ศิรเมศร์ ศิริศักดิ์ธนากุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษากรอบแนวคิดของการบริหารวิชาการและกรอบแนวคิดทักษะมนุษย์ในสังคมหลังนวัตกรรม 2) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชนที่เสริมสร้างทักษะมนุษย์ในสังคมหลังนวัตกรรม 3) เพื่อพัฒนากลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชนที่เสริมสร้างทักษะมนุษย์ในสังคมหลังนวัตกรรม ดำเนินการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ (Multi-Phase Mixed Method) ใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) และข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 262 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการหรือหัวหน้างานวิชาการ และครูผู้สอนชั้นมัธยมศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามและแบบประเมิน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์เนื้อหาจากการสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชน ประกอบด้วย 3 งาน คือ (1) การพัฒนาหลักสูตร (2) การจัดการเรียนรู้ และ (3) การวัดและประเมินผล กรอบแนวคิดทักษะมนุษย์ในสังคมหลังนวัตกรรม ประกอบด้วย 6 ทักษะ คือ (1) ทักษะการค้นหาและสร้างคุณค่า (2) ทักษะดิจิทัล (3) ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล (4) ทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม (5) ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ และ (6) ทักษะระหว่างบุคคล 2) สภาพปัจจุบันของการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชนที่เสริมสร้างทักษะมนุษย์ในสังคมหลังนวัตกรรม โดยภาพรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยด้านการจัดการเรียนรู้ในทักษะดิจิทัลมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด สภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านการพัฒนาหลักสูตรในทักษะดิจิทัล และการจัดการเรียนรู้ในทักษะการค้นหาและสร้างคุณค่ามีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดเท่ากัน ทั้งนี้ค่าดัชนีความต้องการจำเป็นของการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชนที่เสริมสร้างทักษะมนุษย์ในสังคมหลังนวัตกรรมสูงที่สุด คือ ด้านการวัดและประเมินผลในทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ 3) กลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชนที่เสริมสร้างทักษะมนุษย์ในสังคมหลังนวัตกรรม ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้ (1) พลิกโฉมการพัฒนาหลักสูตรที่เสริมสร้างทักษะมนุษย์ในสังคมหลังนวัตกรรม ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์รอง (2) พัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างทักษะมนุษย์ในสังคมหลังนวัตกรรม ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์รอง และ (3) ปรับเปลี่ยนการวัดและประเมินผลที่เสริมสร้างทักษะมนุษย์ในสังคมหลังนวัตกรรม ประกอบด้วย 1 กลยุทธ์รอง
ประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะของคณะกรรมการชุมชนแออัด กรณีศึกษาชุมชนอุทัยรัตน์ ซอยประดิพัทธ์ 15 เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร, ณัฐวิชช์ ดำรงค์ศรีวงศ์
ประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะของคณะกรรมการชุมชนแออัด กรณีศึกษาชุมชนอุทัยรัตน์ ซอยประดิพัทธ์ 15 เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร, ณัฐวิชช์ ดำรงค์ศรีวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบถึงสภาพปัญหาและอุปสรรคการบริหารจัดการขยะของคณะกรรมการชุมชนอุทัยรัตน์ ซอยประดิพัทธ์ 15 เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร และเพื่อศึกษาแนวทางในการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการขยะของคณะกรรมการชุมชนอุทัยรัตน์ ซอยประดิพัทธ์ 15 เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ มีการเก็บข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมายเชิงคุณภาพจาก แบบสัมภาษณ์แบบเจาะลึก จำนวน 8 คน โดยใช้หลักการบริหารแบบ “POSDC” ผลการวิจัยพบว่า คณะกรรมการชุมชนอุทัยรัตน์มีประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะที่ดีในด้านการจัดการองค์กร (Organizing) การจัดสรรและบริหารบุคลากร (Staffing) และการสั่งการและการอำนวยการ (Directing) แต่ยังสามารถพัฒนาประสิทธิภาพเพิ่มเติมในด้าน การวางแผน (Planning) ซึ่งต้องการการวางแผนให้ตรงกับปัญหาและความต้องการชุมชนให้มากขึ้น และในด้านการควบคุม (Controlling) ซึ่งต้องการการสื่อสารและดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การประชาสัมพันธ์ที่ดี และมีกฎระเบียบมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน และมีจิตสำนึกในการแยกขยะมากยิ่งขึ้น
ศึกษาและวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแนวคิดว่าด้วยการจัดการทรัพยากรร่วมโดยมีชุมชนเป็นฐานกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562, ปลายฟ้า โตศักดิ์สิทธิ์
ศึกษาและวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแนวคิดว่าด้วยการจัดการทรัพยากรร่วมโดยมีชุมชนเป็นฐานกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562, ปลายฟ้า โตศักดิ์สิทธิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในการศึกษาและวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแนวคิดว่าด้วยการจัดการทรัพยากรร่วม โดยมีชุมชนเป็นฐานกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ หลักการสำคัญของพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 และเพื่อศึกษาความสอดคล้องกันระหว่าง หลักการจัดการร่วมที่มีชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Co-Management) กับพระราชบัญญัติ ป่าชุมชน พ.ศ.2562 รวมทั้งเพื่อเสนอแนวทางการพัฒนากฎหมายป่าชุมชนเพื่อให้เกิดความ สอดคล้องกับหลักการจัดการร่วมที่มีชุมชนเป็นฐาน ทั้งนี้ การตราพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 เป็นการสอดรับบทบัญญัติมาตรา 43 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในเรื่องสิทธิของชุมชนในอันที่จะจัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างสมดุลและยั่งยืน จากการศึกษาการจัดการทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในศึกษา กรณีพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 พบว่ามีประเด็นทางข้อกฎหมายดังต่อไปนี้ 1) ประเด็นเรื่องสิทธิในจัดการทรัพยากรป่าไม้ในป่าชุมชน 2) ประเด็นเรื่องความหมายของป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ตามมาตรา 4 พื้นที่ที่จะนำไปจัดตั้งเป็นป่าชุมชนได้นั้น ต้องเป็นป่าที่อยู่นอกเขตป่าอนุรักษ์หรือพื้นที่อื่นของรัฐนอกเขตป่าอนุรักษ์ เป็นการให้อำนาจแก่กรมป่าไม้เข้ามาจัดการและควบคุมกำกับการจัดการป่าชุมชน 3) ประเด็นเรื่องการจัดตั้งป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ในการขออนุญาตเพื่อจัดตั้งป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 นั้น ชุมชนจะต้องมีการจัดเตรียมเอกสารมากมาย ตามมาตรา 33 รวมไปถึงการตรวจสอบจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่อย่างเข้มงวด และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดในการพิจารณาคำขอจัดตั้งป่าชุมชน แผนจัดการป่าชุมชน และรายงานผลการตรวจสอบซึ่ง แสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบจากรัฐและยังคงไว้ซึ่งการรวมอำนาจในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติไว้ที่รัฐ ซึ่งขัดแย้งต่อการรับรองสิทธิของชุมชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในมาตรา 43 (2) 4) ประเด็นเรื่องการขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนในป่าชุมชน ตามมาตรา 16 ผู้ที่มีอำนาจควบคุมกำกับการจัดการป่าชุมชนไม่ใช่ตัวแทนจากภาคประชาชนที่อยู่ภายในพื้นที่เขตป่าชุมชน แต่เป็นตัวแทนของรัฐจากส่วนกลาง ทำให้ขาดความใกล้ชิดกับสภาพปัญหา สภาพภูมิศาสตร์ และเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงวัฒนธรรมความเชื่อ ส่งผลให้ภาคประชาชนไม่ได้ร่วมมือร่วมใจกันในการจัดการควบคุมการใช้และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5) ประเด็นเรื่องการกระจายอำนาจ (Decentralization) ให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ในมาตรา 16 (24) บัญญัติให้กระจายอำนาจให้ อบต.หรือเทศบาล มีอำนาจ จัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ …
Sexual Orientation Microaggressions And Mental Health Concerns: A Conditional Process Modeling Of Protective Effects Of Microaffirmations, Rapinpat Yodlorchai
Sexual Orientation Microaggressions And Mental Health Concerns: A Conditional Process Modeling Of Protective Effects Of Microaffirmations, Rapinpat Yodlorchai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: Mental health disparities existed globally for sexual minority populations compared to heterosexuals. Experiences of subtle discrimination called microaggressions contributed to poor mental health outcomes. Conversely, microaffirmations may buffer these negative effects. To further study these processes among lesbian, gay, bisexual, queer/questioning (LGBQ+) Thais, culturally validated tools were needed to quantify microaggression and microaffirmation experiences within Thailand's high-context culture. Objectives: This two-part study aimed to: 1) develop and validate Thai language scales measuring microaggressions and microaffirmations related to sexual orientation; and 2) test a conceptual moderated mediation model elucidating relationships between microaggressions, microaffirmations, sexual orientation concealment, internalized heterosexism, and mental …
ความสัมพันธ์ระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงาน และความผูกพันในงาน โดยมีอายุทางอัตวิสัย และการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการเป็นตัวแปรส่งผ่านในกลุ่มบุคลากรอาวุโส, มนัส อุ่นใจ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลส่งผ่านของการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการและอายุทางอัตวิสัยต่อความสัมพันธ์ระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงานและความผูกพันในงานของบุคลากรอาวุโส โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างบุคลากรอาวุโสที่ปฏิบัติงานกับองค์กรเอกชนในประเทศไทย จำนวน 208 คน มีอายุระหว่าง 40 ถึง 65 ปี ใช้แบบสอบถามออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน รวมทั้งการวิเคราะห์สถิติการทดสอบตัวแปรส่งผ่าน ผลการวิจัยพบว่า ความสนุกในสถานที่ทำงานมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความผูกพันในงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = .54, SE = .09, 95% ของช่วงชั้นความเชื่อมั่น [.464, .815], p < .01) การเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการเป็นตัวแปรส่งผ่านระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงานและความผูกพันในงาน (β = .10, SE = .04, 95% ของช่วงชั้นความเชื่อมั่น [.023, .196]) ในขณะที่ อายุทางอัตวิสัยไม่ใช่ตัวแปรส่งผ่านระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงานและความผูกพันในงาน สรุปได้ว่าการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการเป็นตัวแปรส่งผ่านบางส่วนระหว่างความสนุกในสถานที่ทำงานและความผูกพันในงานในบุคลากรอาวุโส เมื่อความสนุกในสถานที่ทำงานสูงบุคลากรอาวุโสมีแนวโน้มที่จะเกิดการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการและส่งผลไปยังความผูกพันในงานในที่สุด ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับองค์การเพื่อนำไปออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานและพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการให้เหมาะสมกับบุคลากรอาวุโส
Cultural Destination Branding For Doi Mae Salong : Stakeholders’ Perspectives, Shu Ma
Cultural Destination Branding For Doi Mae Salong : Stakeholders’ Perspectives, Shu Ma
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study uses qualitative and quantitative methods to propose and develop Doi Mae Salong's destination branding. Here are the research goals: This research aims to: 1) investigate the community identity, destination resources, and significance of Doi Mae Salong ; 2) collect data on Doi Mae Salong's tourism resources and current tourism situation ; 3) identify the stakeholders' destination branding goals for Doi Mae Salong ; and 4) develop Doi Mae Salong's brand based on its resources and stakeholders' perspectives. During the quantitative phase, on-site visitors completed a questionnaire with an IOC score of 0.896 between August 8 and September 8, …
Employment Situation Of Older Persons In Vietnam: Impact Of Covid-19 And Individual Coping Strategies, Trieu Thi Phuong
Employment Situation Of Older Persons In Vietnam: Impact Of Covid-19 And Individual Coping Strategies, Trieu Thi Phuong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Providing a secured employment system is a sustainable strategy given the context of a rapid population aging in Vietnam when the country is still in the lower-middle income group and a large part of older persons are living in low socioeconomic conditions. This work aims to investigate the situation of older persons’ employment in Vietnam (employing the 2018 and 2020 Vietnam Housing and Living Standard Surveys) and the impact of COVID-19 on their employment and individual coping strategies to overcome employment difficulties (utilizing the 2021 Labour Force Survey). This study finds that older persons with retirement pension, facing health problems, …
การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำแชทบอทมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของคนไทย, ปานวาด สุขธำรงกุล
การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำแชทบอทมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของคนไทย, ปานวาด สุขธำรงกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเอไอแชทบอทมาใช้เป็นที่ปรึกษาด้านความรัก ความสัมพันธ์ของคนไทยในรูปแบบแอปพลิเคชัน โดยใช้เทคโนโลยี NLP และ ChatGPT4 เพื่อให้เอไอมีการใช้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ ใกล้เคียงกับการให้คำปรึกษาโดยมนุษย์ และสามารถโต้ตอบเป็นภาษาไทย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้งานโดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนไทย ได้รับคำปรึกษาด้านความรัก ความสัมพันธ์ที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล เพื่อทำให้ผู้ใช้มีที่ปรึกษาด้านความรักของตนเอง อีกทั้งยังรู้สึกเสมือนได้พูดคุยกับเพื่อนที่พร้อมรับฟัง ช่วยแก้ปัญหา ปลอมประโลมจิตใจตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย และคาดหวังว่าจะสามารถช่วยแก้ปัญหาความรัก ความสัมพันธ์ในสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรมด้านความรัก รวมถึงความต้องการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่าง จากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่มีประสบการณ์ด้านความรัก จำนวน 10 คน และใช้แบบสอบถามสำรวจการยอมรับในนวัตกรรมแอปพลิเคชัน AIU+ แชทบอทที่ปรึกษาด้านความรักจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 156 คน จากการสำรวจการยอมรับในแอปพลิเคชันพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความสนใจในแอปพลิเคชัน AIU+ แชทบอทที่ปรึกษาด้านความรักร้อยละ 94.9 จากนั้นจึงนำผลการศึกษาดังกล่าวมาออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ต่อไป
โครงสร้างทางอำนาจกับระบบรัฐราชการไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปีพ.ศ. 2521 พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2560, รัชฎาพร โรจนพิพัฒน์พงศ์
โครงสร้างทางอำนาจกับระบบรัฐราชการไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปีพ.ศ. 2521 พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2560, รัชฎาพร โรจนพิพัฒน์พงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศึกษาพลวัตและโครงสร้างทางอำนาจของรัฐผ่านรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปี พ.ศ. 2521 พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2560 และ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐราชการไทยและกลุ่มทุนผ่านแนวคิดสถาบันนิยมใหม่แนวประวัติศาสตร์ โดยพิจารณาผ่านกรอบสภาวะเส้นบังคับ (Path Dependence) และจุดเปลี่ยนที่สำคัญ (Critical Juncture) และแนวคิดรัฐราชการ (Bureaucratic Polity) โดยรัฐราชการไทยมีรากฐานมาจากการรวมอำนาจของคณะราษฎรและทหารหลังการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2475 ซึ่งสร้างระบบที่ข้าราชการพลเรือนและทหารมีบทบาทสำคัญในการบริหารประเทศ การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญในแต่ละครั้งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างอำนาจใหม่ และเกิดการปรับตัวของรัฐราชการรวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านอำนาจ ผลการศึกษาพบว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 มีโครงสร้างแบบรวมศูนย์อำนาจไว้ในมือของรัฐบาล ทั้งนี้รัฐธรรมนูญได้มาจากการรัฐประหารส่งผลให้กลุ่มผู้มีอำนาจจากการรัฐประหารสามารถกำหนดโครงสร้างในรัฐธรรมนูญผ่านการจัดตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและกำหนดให้วุฒิสภามาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ทำให้เป็นรูปแบบของรัฐราชการ โดยความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและกลุ่มทุนในช่วงของรัฐบาลเปรม จากวิกฤตน้ำมันทำให้ นโยบายเศรษฐกิจของประเทศมุ่งเน้นการผลิตแบบอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการน้ำเข้า และได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ทั้งยังมีการดำเนินนโยบายแบบส่งเสริมการผลิตและการส่งออก รวมถึงโครงการสนับสนุนทางภาษีให้การลงทุนของต่างประเทศ ภายใต้โครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ทำให้บทบาทของกลุ่มทุนธนาคารและทุนอุตสาหกรรมค่อนข้างเด่นชัด ผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มีการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองมาอยู่ในมือของนักการเมืองที่มีภูมิหลังจากนักธุรกิจ ทำให้ความเป็นรัฐราชการถดถอยไป แต่อย่างไรก็ตามโครงข่ายของข้าราชการก็ได้พยายามเข้ามาแฝงบตัวในบทบาทสำคัญ เช่น คณะร่างรัฐธรรมนูญ และ สมาชิกวุฒิสภา ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มีโครงสร้างแบบเน้นการกระจายอำนาจและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและกลุ่มทุนมีความชัดเจนยิ่งขึ้นจากบทบาทของนักธุรกิจที่มานั่งตำแหน่งการเมือง ภายหลังจากวิกฤตต้มยำกุ้ง ทุนธนาคารเริ่มเสื่อมถอยแต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และการออกนโยบายของรัฐที่ทำเน้นฟื้นฟูพร้อมเติบโต ทำให้นโยบายเน้นไปทางประชานิยมเข้าถึงประชาชน และสนับสนุนอุตสาหกรรมให้เติบโต ทำให้ทุนอุตสาหกรรม และ ทุนสื่อสาร เข้ามามีผลประโยชน์ร่วมผ่านนโยบายของรัฐบาลเช่น การเจรจาทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีโครงสร้างแบบรวมศูนย์อำนาจโดยอำนาจในการบริหารกลับมาอยู่ในเมือของข้าราชการอีกครั้งผ่านการทำรัฐประหาร และคณะรัฐประหารก็ได้เป็นผู้วางแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและจัดตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและกำหนดให้วุฒิสภามาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ทำให้ประเทศไทยได้กลับมาเป็นรูปแบบของรัฐราชการอีกครั้ง ซึ่งได้พยายามดึงกลุ่มทุนเอกชนเข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ อย่างโครงการประชารัฐหรืออีอีซีที่เป็นการสานต่อโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดจากสมัยของรัฐบาลเปรม ทั้งนี้จากวิกฤตโควิดทำให้รัฐบาลได้เน้นออกนโยบายเยียวยาภาคประชาชน ผ่านความช่วยเหลือทางการเงินจากนโยบายต่างๆ โดยสรุป แม้ว่าระบบราชการจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือลดลง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับกลุ่มธุรกิจก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดนแต่ละยุคมีรูปแบบความร่วมมือและการปรับตัวที่แตกต่างกันระหว่างรัฐและกลุ่มทุนในกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและการปกครองของประเทศไทย
การเสริมสร้างอธิปไตยด้านอาหารของผู้ผลิตรายย่อยในประเทศไทย: กรณีศึกษา เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านไทย, อรุณวตรี รัตนธารี
การเสริมสร้างอธิปไตยด้านอาหารของผู้ผลิตรายย่อยในประเทศไทย: กรณีศึกษา เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านไทย, อรุณวตรี รัตนธารี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของเกษตรกร ผ่านการทำงานจากฐานราก โดยเลือกศึกษากระบวนการทำงานของเครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันอย่างหลวม ๆ ของเกษตรกร องค์กรพัฒนาเอกชน และนักวิชาการ ตั้งแต่ พ.ศ.2541 โดยมีเป้าหมายในการทำงาน คือ ส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของเกษตรกรที่เป็นสมาชิก ด้วยการเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเหล่านั้นสามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่สอดคล้องกับระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืน ซึ่ง ณ ที่นี้ คือ เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน งานวิจัยชิ้นนี้ ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากสมาชิกในเครือข่ายฯ ผ่านการสัมภาษณ์ โดยสมาชิกเหล่านั้นประกอบด้วยเกษตรกรรายย่อย ผู้บริโภค นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ในเครือข่ายฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์กระบวนการทำงานของเครือข่ายฯ โดยยึดกรอบการวิเคราะห์ผ่านทฤษฎีอธิปไตยด้านอาหาร ทฤษฎีการจัดการทรัพยากรร่วม และทฤษฎีนิเวศวิทยาทางการเมือง เพื่อตอบคำถามวิจัยว่า เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านมีกระบวนการส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของฝั่งเกษตรกรอย่างไรเพื่อแสวงหาแนวทางในการส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของฝั่งเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ผลการศึกษาพบว่า เมื่อนำกระบวนการทำงานของเครือข่ายฯ ที่ส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ในกลุ่มเกษตรกรที่เป็นสมาชิก มาวิเคราะห์ผ่านหลักการของทฤษฎีอธิปไตยด้านอาหาร พบว่ากระบวนการทำงานของเครือข่ายฯ มีส่วนช่วยส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของเกษตรกรจริง ทว่ายังจำกัดขอบเขตของการทำงานอยู่เพียงในกลุ่มสมาชิกของเครือข่ายฯ เท่านั้น จาก 2 สาเหตุสำคัญ คือ 1) เครือข่ายฯ ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม และ 2) เครือข่ายฯ มีต้นทุนไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จึงประเมินได้ว่าการทำงานของเครือข่ายฯ ส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารจริง ทว่าเป็นการส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของเกษตรกรเฉพาะกลุ่ม
Effects Of Social Activities On Labor Participation Among Middle-Aged And Older Adults In China, Shixun Yuan
Effects Of Social Activities On Labor Participation Among Middle-Aged And Older Adults In China, Shixun Yuan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper empirically explores how social activities affect the labor force participation of middle-aged and older adults using data from the 2018 China Health and Retirement Longitudinal Study (CHARLS). Based on 2SLS and IV-probit regression analyses, where social participation is endogenized, there are three key discoveries. First, social activity is negatively associated with labor force involvement and, when instrumental variables are used to minimize endogeneity bias, the negative effect of social participation is found to be stronger. Second, helping others is the only form of social participation that is positively related to labor participation. Finally, the effect of social engagement …
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อช่วยคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่างๆภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ, ณัฏฐ์ธนนท์ สิทธิจินดา
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อช่วยคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่างๆภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ, ณัฏฐ์ธนนท์ สิทธิจินดา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่าง ๆ ภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ โดยใช้การวิเคราะห์จากข้อมูลผ่านระบบ Recommendation System เพื่อค้นหาของขวัญให้เหมาะกับงบประมาณและความชอบของผู้รับ รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ จากการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในช่วงวัยทำงานและมีพฤติกรรมซื้อของออนไลน์ พบว่ามีปัญหาในการที่ต้องเลือกซื้อของขวัญภายใต้งบประมาณที่จำกัด ซึ่งนำไปสู่การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ให้และผู้รับนอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาของขวัญ ทำให้การเลือกซื้อของขวัญเป็นอะไรที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้นและคาดหวังว่าจะสามารถช่วยให้การเลือกซื้อของขวัญเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น โดยมีการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงความต้องการในการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่างได้แก่ กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ต้องเข้าสังคมและมีการซื้อของขวัญในแต่ละปี จํานวนทั้งสิ้น 406 คน โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนมากจะมอบของขวัญในวันแสดงความยินดีต่างๆ วันเกิด และ วันปีใหม่ โดยประเภทของขวัญที่มอบให้มีหลากหลายขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ให้และความชอบของผู้รับ และมีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 15 คน ได้มีการให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาต่อ โดยผู้ทำแบบสำรวจได้ให้ความสนใจในการใช้แอปพลิเคชันช่วยคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่าง ๆ ภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ เพราะช่วยประหยัดเวลาในการหาของขวัญได้และเป็นของขวัญที่อยู่ภายใต้งบประมาณ
เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ใช้ทดแทนกลิตเตอร์ในผลิตภัณฑ์สีน้ำในงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย, วัชราภรณ์ ภาณุพินทุ
เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ใช้ทดแทนกลิตเตอร์ในผลิตภัณฑ์สีน้ำในงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย, วัชราภรณ์ ภาณุพินทุ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยเรื่องความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ใช้ทดแทนกลิตเตอร์ในผลิตภัณฑ์สีน้ำในงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นวัสดุทางเลือกทดแทนกลิตเตอร์ที่ทำจากไมโครพลาสติก เพื่อให้ตรงกับกระแสรักษ์โลก ที่ปัจจุบันคนในสังคมมีพฤติกรรมใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม จากผลการศึกษาความเป็นไปได้ด้วยการใช้เครื่องมือแบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับจำนวน 60 คน พบว่า ด้านมุมมองและพฤติกรรมการเลือกใช้สีน้ำ คือ เลือกจากราคา ด้านทัศนคติและพฤติกรรมการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สีน้ำที่มีประกาย คือ คุณสมบัติของสีน้ำที่มีประกายและสีน้ำที่มีประกายควรผลิตได้จากธรรมชาติ ด้านความสนใจในผลิตภัณฑ์เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ที่ใช้ในงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย คือ มีความปลอดภัย มีความน่าสนใจ และดีกับสิ่งแวดล้อม เพราะผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าเป็นวัสดุธรรมชาติและสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยได้ ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยเล็งเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติ และมีความปลอดภัยต่อเด็ก สามารถส่งเสริมพัฒนาการสร้างสรรค์ของเด็กต่อไปได้ในอนาคต
Board’S Gender Diversity And Educational Backgrounds As Determinants Of Cost Of Debt: Managerial Hierarchy Perspectives In Thai Financial Landscape, Pitchaya Thuwanaka
Board’S Gender Diversity And Educational Backgrounds As Determinants Of Cost Of Debt: Managerial Hierarchy Perspectives In Thai Financial Landscape, Pitchaya Thuwanaka
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates the impact of board gender diversity, financial background, and educational diversity on the cost of debt for Thai listed companies, focusing on the SET50 firms from 2015-2016 and 2021-2022. Utilizing data from Refinitiv DataStream, SETSMART, and annual reports, this research examines whether the presence of women on boards, financial expertise, and diverse educational backgrounds influence borrowing costs. The findings reveal that female board members do not significantly impact the cost of debt, challenging common assumptions about gender diversity's financial benefits. In contrast, boards with directors possessing financial backgrounds, particularly those in chairman and executive management positions, are …
การสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ, สมรักษ์ เจียมธีรสกุล
การสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ, สมรักษ์ เจียมธีรสกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เรื่อง "การสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายในสังคมไทย การให้ความหมายเรื่องความตายของผู้สูงอายุ และพฤติกรรมการสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสัมภาษณ์ชนิดมีโครงสร้างเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้สูงอายุกรณีศึกษา 18 คน การเตรียมตัวตายเป็นพฤติกรรมสังคม และพฤติกรรมวัฒนธรรม ผู้สูงอายุคิดวางแผนเตรียมตัวตายโดยใช้การสื่อสารเป็นเครื่องมือ การสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายเป็นกระบวนการในการสร้างความหมายร่วมกันระหว่างผู้ร่วมกระทำการสื่อสารซึ่งมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ปฏิสัมพันธ์ในที่นี้มีขอบเขตตั้งแต่ระดับภายในตนเอง ปฏิสัมพันธ์ต่อบุคคลใกล้ชิด ต่อกลุ่ม และต่อสาธารณะ ผู้สูงอายุให้ความหมายความตาย 5 ความหมาย ได้แก่ ความตายคือการไม่มีชีวิตอยู่ ความตายคือการเคลื่อนย้ายของจิต ความตายคือการเปลี่ยนภพตามพระประสงค์ของพระเจ้า ความตายคือการเดินทางครั้งใหม่-การเกิด ความตายคือการพลัดพรากหรือถูกทำให้พลัดพรากจากที่เป็นอยู่ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุมี 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปัจจัยตัวบุคคล ปัจจัยศาสนา ปัจจัยด้านสังคมวัฒนธรรม และปัจจัยสถานภาพทางสังคมเศรษฐกิจ สื่อและช่องทางการสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ ได้แก่ สื่อบุคคล สื่อเฉพาะกิจ สื่อเชิงวัฒนธรรม สื่อวัตถุ และสื่อสังคม
บทบาทไทยพีบีเอสต่อกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้บริบทการแปรเปลี่ยนความขัดแย้ง, ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา
บทบาทไทยพีบีเอสต่อกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้บริบทการแปรเปลี่ยนความขัดแย้ง, ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) นโยบาย การดำเนินงาน และการนำเสนอประเด็นสาธารณะในการเป็นพื้นที่กลางของไทยพีบีเอสในกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 2) การนำเสนอเนื้อหาสันติภาพเชิงลบและสันติภาพเชิงบวกของไทยพีบีเอสในกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเดือนมกราคม 2555-ธันวาคม 2563 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์ตัวบท การศึกษาเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัย พบว่า 1) ไทยพีบีเอสมีนโยบายในด้านการมีส่วนร่วม การใช้ประโยชน์จากสื่อสาธารณะและการเป็นสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่สนับสนุนการเป็นพื้นที่กลางในการแปรเปลี่ยนความขัดแย้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไทยพีบีเอสมีการดำเนินงานเพื่อสร้างพื้นที่กลาง ได้แก่ การเสริมพลังตัวแสดงเพื่อสร้างสมดุลอำนาจในการสื่อสาร การส่งเสริมการเข้าถึงมุมมองที่หลากหลาย การพัฒนาเครื่องมือในการทำงานร่วมกัน และการเชื่อมต่อพื้นที่เชิงกิจกรรม พื้นที่ทางกายภาพ และพื้นที่การสื่อสาร การนำเสนอประเด็นสาธารณะของไทยพีบีเอส ได้แก่ การเมืองนำการทหาร บทบาทของมาเลเซียในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ พื้นที่สาธารณะปลอดภัย รอมฎอนสันติสุข เป็นต้น 2) การนำเสนอเนื้อหาสันติภาพเชิงลบอยู่ภายใต้กรอบความขัดแย้ง กรอบความปลอดภัยและความมั่นคงของสังคม และกรอบทหาร เนื้อหาดังกล่าวได้รับการนำเสนอผ่านมุมมองของนักวิชาชีพไทยพีบีเอสและคนในพื้นที่ความขัดแย้ง ตัวแสดงสำคัญที่ปรากฏในข่าวและรายการที่นำเสนอเนื้อหาสันติภาพเชิงลบ ได้แก่ ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ส่วนการนำเสนอเนื้อหาสันติภาพเชิงบวกอยู่ภายใต้กรอบการยอมรับสิทธิของผู้อื่น กรอบการกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียม กรอบการไหลเวียนอย่างอิสระของข้อมูลข่าวสาร กรอบการพัฒนาทุนมนุษย์ และกรอบการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐที่ดี เนื้อหาดังกล่าวได้รับการนำเสนอผ่านมุมมองของคนในพื้นที่ความขัดแย้ง ตัวแสดงสำคัญที่ปรากฏในข่าวและรายการที่นำเสนอเนื้อหาสันติภาพเชิงบวก ได้แก่ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ ประชาชนทั่วไป ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ
การปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมโฆษณา, ศุภณัฐ จั่นสกุล
การปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมโฆษณา, ศุภณัฐ จั่นสกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติ ความคิดเห็น และแนวทางการปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์ผลงานโฆษณาของบุคลากรในอุตสาหกรรมโฆษณา ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทตัวแทนโฆษณาจำนวน 5 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารการตลาดจำนวน 5 ท่าน รวม 10 ท่าน ผลการวิจัยพบว่า ปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพ และลดขั้นตอนการทำงานของกระบวนการสร้างสรรค์โฆษณา จากคุณสมบัติในการทำงานได้แบบอัตโนมัติ ในด้านทัศนคติและความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งสองกลุ่มที่มีต่อปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์พบว่า ส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงบวก จากความคิดเห็นที่ว่า การทำงานในอุตสาหกรรมโฆษณาทำให้มีทัศนคติที่ดีต่อเทคโนโลยีใหม่เป็นทุนเดิม อีกทั้งปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ยังมีความสามารถที่หลากหลาย เพื่อใช้ในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตผลงานโฆษณาอีกด้วย ด้านแนวทางการปรับใช้งานในอุตสาหกรรมโฆษณาพบว่า ทักษะการใช้งานปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์จะกลายเป็นทักษะที่สำคัญในอนาคต แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างมาก แต่การใช้งานยังคงต้องการการควบคุม และการตัดสินใจโดยมนุษย์ เพื่อให้ผลลัพธ์มีความถูกต้อง และมีคุณภาพสูง ผลการวิจัยจึงได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ ในด้านการบริหารจัดการองค์กรเพื่อส่งเสริมการปรับใช้งานปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ โดยองค์กรควรเน้นการฝึกอบรม และการพัฒนาทักษะการใช้งานปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ของบุคลากร เพื่อให้กระบวนการทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
The Future Of Meat Substitutes For Sustainable Food System: Insights From Chinese Consumer Preference And Role Of Agenda Setting, Wenxuan Guo
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The future of meat substitutes for China's sustainable food system was examined in this dissertation. Influence of media agenda-setting, consumer perception, preferences, and experts' opinions towards sustainable meat systems were investigated by text mining, online questionnaire survey, and stakeholder in-depth interviews. Integration of the agenda-setting concerning meat substitutes with the 2022 Chinese government dietary policy and the influence of articles in mainstream news is recommended. The research findings contribute to bridging the gap between policy formulation, agenda-setting, and public perception and suggest that media provide information consistently with the national food policy and provide education and knowledge correctly and clearly. …
Migration Of Koreans To The Perm Region During The Korean Enlightenment Period, Luiza Veronika Kim-Istomina
Migration Of Koreans To The Perm Region During The Korean Enlightenment Period, Luiza Veronika Kim-Istomina
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The thesis analyzes the migration of Koreans to the Perm region during the Korean enlightenment period. To achieve this goal, the theory of segmental migration was chosen, a hermeneutic approach and discourse analysis were used to analyze archival sources, as well as statistical methods and a database to study the social status of migrants and a comparative method to identify the characteristics of migration. The study was carried out using sources from the Perm State Archive, 1904-1910. The thesis explains the reasons for the migration of Koreans to the Perm region, the social status and assimilation of migrants and the …
Entrainment As A Therapeutic Mechanism In Music Therapy: A Scoping Review, Weiting Yuan
Entrainment As A Therapeutic Mechanism In Music Therapy: A Scoping Review, Weiting Yuan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Entrainment is a fundamental concept in music therapy, illustrating the profound influence of environmental rhythms on internal biological processes. It plays a pivotal role in music therapy as one of the key mechanisms for therapeutic change. Due to the wide variability in existing literature on the implementation of entrainment in music therapy, this scoping review aimed to summarize existing studies and identify key characteristics and outcomes addressed in this literature. Out of the 167 items identified from the initial database search, a total of 10 studies were selected for review, revealing a diverse range of methodologies and participant demographics. Predominantly …
Under The Queen’S Umbrella: The Representation Of Modern Korean Society Through Historical Korean Drama, Prichaya Thanayuwat
Under The Queen’S Umbrella: The Representation Of Modern Korean Society Through Historical Korean Drama, Prichaya Thanayuwat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research examines how the historical Korean drama "Under the Queen's Umbrella" (2022) portrays modern Korean society. By comparing the societal depictions within the drama with contemporary Korean society, it analyzes the benefits and drawbacks of using historical dramas to represent modern social issues. The researcher primarily uses Stuart Hall's theory of representation as a framework. The study found that the scriptwriter of the drama created a representation of modern Korean phenomena through a cross-temporal representation, highlighting the intense competition within the education system, the dynamics of parental and family institutions, and human rights issues. Moreover, Korean society as depicted …
Proposing Urban Agroforestry Designs For Lincoln, Nebraska: A Model From Berlin, Germany, Noah Johnson
Proposing Urban Agroforestry Designs For Lincoln, Nebraska: A Model From Berlin, Germany, Noah Johnson
Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses
Given the threat of a worsening climate crisis, there is a strong need for community and ecosystem resilience. Diverse urban agroforestry systems have the potential to accomplish both and meet many of the objectives outlined in the city of Lincoln, Nebraska’s climate action plan. Additionally, Berlin, Germany could provide an effective model for Lincoln in this regard given the city’s extensive history of established urban agroforestry systems. The objective of this study then is to develop a design for an urban agroforestry site modeled on Berlin’s allotment gardens and tailored to Lincoln’s needs. The methods for creating this design included …
Nitrates In Nebraska, Michelle Zenk
Nitrates In Nebraska, Michelle Zenk
Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses
For my senior thesis project, I decided to study nitrate pollution to better understand and analyze how college students in Nebraska viewed and understood the complex issue of nitrate pollution. From my study only half of college students surveyed viewed nitrate pollution as a problem. Only 15 percent of college students test their water for nitrates, and most college students were knowledgeable on how nitrate pollution occurs. Due to the negative impacts of nitrate pollution within human health, soil health, and ecosystem function further work needs to be completed to raise awareness and knowledge on the impacts of nitrate pollution.
Off The Rails: Cinematic Trains As Technological Controls Of The Natural World, Trinity Thompson
Off The Rails: Cinematic Trains As Technological Controls Of The Natural World, Trinity Thompson
Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses
Short train rail lines across the United States are seeing increased national funding to reduce toxic chemical spills caused by train derailments, the most notable of which happened in February 2023 in East Palestine, Ohio. A year prior, the film White Noise (2022) featured a similar toxic train derailment incident, taking place, too, in Eastern Ohio, and featuring actors from the town of East Palestine. In considering other films featuring trains, I identified a pattern of environmental conflict, leading me to question the relationship between trains and the natural environment as portrayed in popular cinema. To conduct my research, I …
Identities Of Women In Indian Art And History, Nalini Rao
Identities Of Women In Indian Art And History, Nalini Rao
Monsoon: South Asian Studies Association Journal
The stereotypical image of Indian women portrayed in the art of stone sculpture is often interpreted as images of beauty that are sensuous, religious as well depict social life. There are historical reasons for depicting her as such. This paper inquires into the changing depiction and social forces that influenced feminine imagery. This paper examines the portrayal of beauty through idealization of female body which has evolved over the centuries in India. It also aims to understand their changing status and explores issues of feminine identity, status, and empowerment largely in ancient and medieval India. It also provides a brief …
Work Effort: A Conceptual And Meta-Analytic Review, Chad H. Van Iddekinge, John D. Arnold, Herman Aquinis, Jonas W. B. Lang, Filip Lievens
Work Effort: A Conceptual And Meta-Analytic Review, Chad H. Van Iddekinge, John D. Arnold, Herman Aquinis, Jonas W. B. Lang, Filip Lievens
Research Collection Lee Kong Chian School Of Business
Work effort has been a key concept in management theories and research for more than a century. Maintaining and increasing employee effort also is a persistent concern to managers. The goal of the present conceptual and meta-analytic review was to increase clarity and consensus regarding what effort is and how to measure it. First, we reviewed conceptualizations of effort and provided an integrated definition that views effort as a direct outcome of motivation that captures (a) what employees work on, (b) how hard they work, and (c) how long they persist in that work. Second, we identified four main ways …