Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (189400)
- Education (118994)
- Arts and Humanities (85115)
- Medicine and Health Sciences (76259)
- Psychology (74088)
-
- Law (73959)
- Higher Education (35542)
- Sociology (33074)
- Business (29359)
- Communication (27423)
- History (18394)
- Life Sciences (17331)
- Physical Sciences and Mathematics (15492)
- Religion (15168)
- Public Health (14587)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (14034)
- Nursing (13891)
- Educational Administration and Supervision (13021)
- Teacher Education and Professional Development (12215)
- Curriculum and Instruction (11803)
- Mass Communication (11700)
- Library and Information Science (11244)
- Medical Specialties (11079)
- Journalism Studies (10455)
- Mental and Social Health (10303)
- Social Work (9800)
- Educational Assessment, Evaluation, and Research (9740)
- Psychiatry and Psychology (9480)
- English Language and Literature (9408)
- Philosophy (8786)
- Institution
-
- Walden University (13149)
- University of Montana (13050)
- University of Nebraska - Lincoln (12543)
- San Jose State University (10846)
- University of South Florida (10840)
-
- Nova Southeastern University (10781)
- Western Michigan University (10454)
- University of Mississippi (10388)
- Brigham Young University (9814)
- University of North Dakota (9040)
- Liberty University (8837)
- University of Central Florida (8806)
- City University of New York (CUNY) (8699)
- University of New Mexico (8540)
- Eastern Illinois University (8539)
- University of Northern Iowa (8140)
- Bowling Green State University (7294)
- Georgia Southern University (7290)
- Utah State University (7180)
- Virginia Commonwealth University (6812)
- University of Dayton (6754)
- California State University, San Bernardino (6699)
- Louisiana State University (6232)
- University of South Carolina (6184)
- Edith Cowan University (6077)
- Southern Illinois University Carbondale (5951)
- Portland State University (5767)
- University of New Hampshire (5593)
- Old Dominion University (5544)
- Loyola University Chicago (5467)
- Keyword
-
- Newspaper (12787)
- Education (10179)
- Psychology (7666)
- Student newspaper (6303)
- Higher education (5669)
-
- Spartan Daily (5330)
- Mental health (4876)
- Bowling Green State University (4866)
- Faculty (4472)
- Depression (4427)
- Students (4347)
- Humans (4191)
- Gender (4119)
- History (4046)
- EIU (4032)
- Newsletter (3954)
- Leadership (3930)
- Eastern Illinois University (3667)
- Daily Eastern News (3582)
- BG News (3565)
- Student Newspaper (3518)
- COVID-19 (3516)
- Children (3402)
- Women (3313)
- College student newspapers and periodicals (3232)
- Anxiety (3224)
- Stress (3210)
- Communication (3069)
- Student newspapers (3005)
- Newspapers (2934)
- Publication Year
-
- 2026 (23952)
- 2025 (33155)
- 2024 (33005)
- 2023 (32189)
- 2022 (32494)
-
- 2021 (32729)
- 2020 (30717)
- 2019 (30908)
- 2018 (29015)
- 2017 (28630)
- 2016 (27337)
- 2015 (25411)
- 2014 (23549)
- 2013 (22363)
- 2012 (21324)
- 2011 (18459)
- 2010 (16598)
- 2009 (15366)
- 2008 (13198)
- 2007 (12274)
- 2006 (11353)
- 2005 (10333)
- 2004 (9484)
- 2003 (9196)
- 2002 (8413)
- 2001 (8085)
- 2000 (8134)
- 1999 (7548)
- 1998 (7444)
- 1997 (7171)
- Publication
-
- Theses and Dissertations (22319)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (12042)
- Dissertations (11438)
- Electronic Theses and Dissertations (11146)
- Faculty Publications (6805)
-
- Doctoral Dissertations and Projects (5891)
- Masters Theses (5786)
- Spartan Daily (School of Journalism and Mass Communications) (4939)
- Master's Theses (4885)
- Faculty Scholarship (4629)
- Theses (4409)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (3976)
- Montana Kaimin, 1898-present (3866)
- Honors Theses (3717)
- Graduate Theses and Dissertations (3626)
- BG News (Student Newspaper) (3600)
- Daily Mississippian (all digitized issues) (3559)
- Articles (3179)
- Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD) (3023)
- Graduate Student Theses, Dissertations, & Professional Papers (2797)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (2655)
- Publications and Research (2643)
- Student Newspapers (2599)
- Dissertations, Theses, and Capstone Projects (2560)
- Dissertations and Theses (2544)
- Journal of Criminal Law and Criminology (2498)
- Theses Digitization Project (2425)
- Commencement Programs (2398)
- All Graduate Theses and Dissertations, Spring 1920 to Summer 2023 (2258)
- Open Access Dissertations (2202)
- Publication Type
Articles 121231 - 121260 of 799993
Full-Text Articles in Entire DC Network
ทัศนคติด้านสุขภาวะในการอยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยในอาคารชุดระดับราคา 1-3 ล้านบาท ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, เนาวรัตน์ วิวัฒน์บวรวงษ์
ทัศนคติด้านสุขภาวะในการอยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยในอาคารชุดระดับราคา 1-3 ล้านบาท ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, เนาวรัตน์ วิวัฒน์บวรวงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แนวคิดเรื่องสุขภาวะที่ดี หรือ Well-being Living ได้รับความสนใจอย่างมากโดยเฉพาะในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยในแนวสูง ในขณะเดียวกันอาคารชุดหลายแห่งในปัจจุบันมีขนาดพื้นที่ห้องชุดที่เล็กลงกว่าในอดีต ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาวะในการอยู่อาศัยได้ งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาทัศนคติด้านสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย และวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพขององค์ประกอบของอาคารชุดที่ส่งผลต่อสุขภาวะในการอยู่อาศัยในอาคารชุดระดับราคา 1-3 ล้านบาทในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างผู้อยู่อาศัยจำนวน 470 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (descriptive statics) และสถิติเชิงอนุมานผลการศึกษาพบว่า 1) ผู้อยู่อาศัยในอาคารชุดระดับราคา 1-3 ล้านบาทมีระดับสุขภาวะในการอยู่อาศัยระดับปานกลางถึงมาก 2) ลักษณะผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 70) มีอายุอยู่ในช่วง 25-39 ปี (ร้อยละ 62.98) สถานภาพโสด (ร้อยละ 84.89) รายได้ต่อเดือนเฉลี่ย 10,001-20,000 บาท (ร้อยละ 25.74) สถานภาพการเป็นเจ้าของห้องชุดผู้ซื้อมีสัดส่วนมากที่สุด (ร้อยละ 49.15) อาศัยอยู่คนเดียว (ร้อยละ 40.85) และใช้เวลาในอาคารชุด 6-12 ชั่วโมงต่อวัน (ร้อยละ 38.30) 3) องค์ประกอบของอาคารชุดที่สำคัญและส่งผลต่อสุขภาวะมากที่สุด ได้แก่ ห้องชุด ซึ่งคุณสมบัติภายในห้องชุดที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพอากาศ อุณหภูมิที่ไม่ร้อนไม่เย็นจนเกินไป และการป้องกันเสียงรบกวน เป็นคุณสมบัติที่ผู้อยู่อาศัยให้ความสำคัญและยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หากได้รับการปรับปรุงจะสามารถเพิ่มระดับสุขภาวะในการอยู่อาศัยได้มากยิ่งขึ้น 4) ลักษณะอาคารชุดที่ส่งผลต่อสุขภาวะในการอยู่อาศัย ประกอบด้วย ระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS MRT อายุอาคารชุด ประเภทของห้องชุด 5) ผู้ที่มีสุขภาวะในการอยู่อาศัยระดับมาก มักอาศัยอยู่ในโครงการที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ อาคารชุดประเภท Low Rise ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าในระยะไม่เกิน 500 เมตร ที่มีอายุอาคารน้อยกว่า 5 ปี และห้องชุดมีขนาดพื้นที่ 30-34 ตร.ม. 6) ปัจจัยหลักที่ทำให้คนเกิดสุขภาวะในการอยู่อาศัยสามารถสรุปได้สองมิติ คือ (1) คุณลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้อยู่อาศัย (2) ลักษณะที่อยู่อาศัยที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี การพัฒนาโครงการอาคารชุดโดยให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการอยู่อาศัย อาทิ คุณภาพอากาศ แสงสว่าง น้ำใช้ที่สะอาด และความเป็นส่วนตัว มีร้านค้าที่ขายอาหารสะอาดถูกสุขลักษณะในโครงการ อยู่ในทำเลที่สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบที่ครบครันจากผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าอาคารชุดไม่ได้เข้าร่วมการประเมินมาตรฐานอาคารเพื่อสุขภาวะระดับสากล และไม่ได้นำแนวคิดมาตรฐานออกแบบอาคารเพื่อสุขภาวะระดับสากลมาใช้ในการพัฒนาโครงการ …
A Comparative Study Of Beliefs, Attitudes, And Motivation Toward English Language Learning Among Thai And Chinese Undergraduates In Different Study Programs, Lu Geng Sun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigated the beliefs, attitudes, and motivations towards English language learning among Thai and Chinese undergraduate students at Dhurakij Pundit University (DPU). Employing a mixed-method approach, this research utilized both quantitative and qualitative methods to discern and compare these students' experiences. The quantitative phase involved 332 students, selected through stratified random sampling, who completed comprehensive questionnaires based on a five-point Likert scale. The qualitative phase included 31 purposefully selected participants from the initial pool for semi-structured interviews. Findings revealed that Chinese undergraduates exhibited a significantly stronger belief orientation, more positive attitudes, and greater motivational drive towards English language learning …
พฤติกรรมการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพของประชาชนในกรุงเทพมหานคร, สรรชุดา แย้มเกษร
พฤติกรรมการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพของประชาชนในกรุงเทพมหานคร, สรรชุดา แย้มเกษร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
พลาสติกชีวภาพถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดปัญหาการสะสมของขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าจัดการไม่ถูกวิธีจะตกค้างในสิ่งแวดล้อมจนเกิดปัญหาไมโครพลาสติก การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดต้องเริ่มจากสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับพลาสติกทุกประเภทตั้งแต่การเลือกใช้จนถึงการจัดการขยะ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดปริมาณความต้องการใช้พลาสติก บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพของประชาชนในกรุงเทพมหานครผ่านปัจจัยการรับรู้ตามทฤษฎีของ Gibson ประกอบด้วยปัจจัยด้านความรู้ ประสบการณ์ สติปัญญา และสภาพแวดล้อม โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณอย่างแบบสอบถามปลายปิด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลมี 2 ส่วน ประกอบด้วย (1) สถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปและลักษณะทางประชากรศาสตร์ (2) สถิติเชิงอนุมาน ด้วยวิธี Stepwise Multiple Regression Analysis วิเคราะห์ข้อมูลความสัมพันธ์ของปัจจัยการรับรู้ต่อพฤติกรรมการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพของกลุ่มตัวอย่างประชาชนในกรุงเทพมหานครจำนวน 85 คน ที่คำนวณจากโปรแกรม G*Power อาศัยการสุ่มตัวอย่างแบบโควตา (Quota Sampling) โดยแบ่งกลุ่มตามที่ตั้งของเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (strata) ทั้งหมด 3 เขต (เขตชั้นใน เขตชั้นกลาง และเขตชั้นนอก) ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการรับรู้ตามทฤษฎีของ Gibson (ตัวแปรต้น) ต่อพฤติกรรมการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพของประชาชนในกรุงเทพมหานคร (ตัวแปรตาม) พบว่าปัจจัยด้านสติปัญญามีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพมากที่สุด แบ่งเป็น 2 เรื่อง คือ (1) หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฉลากและคำอธิบายบนผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับพลาสติกชีวภาพ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอย (β) เท่ากับ 2.077 ที่ระดับนัยสำคัญ .01 และ (2) ลดปริมาณการใช้พลาสติกชีวภาพ เพราะบางชนิดก่อให้เกิดไมโครพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อมและสะสมในร่างกายส่งผลต่อสุขภาพ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอย (β) เท่ากับ 3.574 ที่ระดับนัยสำคัญ .05 ดังนั้นข้อเสนอแนะสำหรับการใช้และทิ้งพลาสติกชีวภาพเพื่อให้พฤติกรรมของประชาชนในกรุงเทพมหานครเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงควรเน้นการรับรู้ด้านสถิติปัญญาเรื่องฉลากและคำอธิบายบนผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ รวมถึงลดปริมาณการใช้พลาสติกชีวภาพบางชนิดที่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติก
The Effects Of Speaking Portfolios On Speaking Ability And Interactional Competence Of Thai Efl Undergraduate Students, Pirada Anuwech
The Effects Of Speaking Portfolios On Speaking Ability And Interactional Competence Of Thai Efl Undergraduate Students, Pirada Anuwech
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Interactional competence has been in the lime light of L2 instruction and assessment over the recent decades as well as the use of portfolio assessment in language classrooms to provide students with opportunities to monitor their own progress as well as enhancing their language skills. This present study was thus conducted to examine the effects of using speaking portfolios on speaking ability and interactional competence of Thai EFL undergraduate students in order to serve three major objectives as follows: 1) to examine the effects of using speaking portfolios on students’ speaking ability ; 2) to examine the effects of using …
The Role Of Return Dispersion In Momentum Profita Study In The Thai Stock Market, Chanunchita Watcharavasunthara
The Role Of Return Dispersion In Momentum Profita Study In The Thai Stock Market, Chanunchita Watcharavasunthara
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates the influence of market return dispersion on the profitability of momentum investment strategies within the Stock Exchange of Thailand (SET). Employing an analytical approach, the research identifies a significant and persistent pattern of return dispersion in the Thai stock market. This pattern is characterized by a strong positive correlation between the dispersion of returns in a given period and the subsequent period, as confirmed by a significant autoregressive coefficient and the Dickey-Fuller test. Additionally, the study explores the performance consistency of top-performing stocks during periods of high and low dispersion, using transition matrices and the Chi-squared test. …
Perception And Experiences Of Sexual Harassment Among Lgbtq Students In Universities, Bangkok Thailand, Jiratchaya Rungrote
Perception And Experiences Of Sexual Harassment Among Lgbtq Students In Universities, Bangkok Thailand, Jiratchaya Rungrote
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The purpose of this research was to study perceptions and experiences of sexual harassment among 355 LGBTQ students in the University. Data was collected by self-administer questionnaire to find perceptions and experiences of sexual harassment. Descriptive, Pearson’s Chi-square and Fisher exact were performed to describe and determine the associations. The research findings indicate that the majority of research participants were perceived to sexual harassment at a moderate level. There was a moderate tolerant attitude towards sexual harassment, and there were experiences of verbal, non-verbal, and physical sexual harassment at a moderate level. Gender, University, part-time job type, the use of …
Effectiveness Of Tendingpets Application On Working Memory Among Adolescent In Phrae Province, Thailand : A Quasi-Experimental Study, Phitchasuda Detboon
Effectiveness Of Tendingpets Application On Working Memory Among Adolescent In Phrae Province, Thailand : A Quasi-Experimental Study, Phitchasuda Detboon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Working memory performance refers to the capacity and ability of the brain to temporarily remember and process incoming information while working or solving problems. This competency is crucial for teenagers and is linked to success in learning mathematics, English language, and health-related behaviors. This quasi-experimental research, conducted with a controlled group, aims to explore the effectiveness of the "TendingPETs" application in enhancing working memory capacity and its impact on educational effectiveness and risky behavior among 99 teenagers in Phrae Province, Thailand. The participants were divided into an experimental group of 50 individuals who used the "TendingPETs" application alongside regular classroom …
Factors Associated With Glycemic Control Level Among Type 2 Diabetes Mellitus Patients At Public Health Centers In Bangkok, Thailand, Uraiwan Thamkhuru
Factors Associated With Glycemic Control Level Among Type 2 Diabetes Mellitus Patients At Public Health Centers In Bangkok, Thailand, Uraiwan Thamkhuru
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: Type 2 Diabetes Mellitus becomes a major health problem in many countries. Consequently, Type 2 DM is one of important public health problems in Thailand. In 2019, there are 14,025 registered cases of Type 2 DM that received health care services at 68 Public Health Centers, Bangkok Metropolitans Administration while 7,283(52%) of them were uncontrolled blood sugar; HbA1C ≥ 7% , and 6,742 (48%) were control blood sugar level; HbA1C <7% (BMA, 2019). Objective: This study aims to determine the proportion of uncontrolled and controlled level of glycemic control, to explore levels of self-efficacy, self-care behaviors, and social support, and to identify the influencing factors on Glycemic Control among Type 2 DM patients at Public Health Centers in Bangkok, Thailand. Last, this study aims to describe which social support channels that Type 2 DM patients at Public Health Centers in Bangkok, Thailand acquires. Method: A Cross-sectional Study was used in this study. 411 participants from 5 Public Health Centers, Bangkok Metropolitan Administration (BMA) was conducted in this study by face-to-face interview based on the questionnaire. Sampling technique, this study used purposive sampling and simple random sampling technique. Descriptive statistics were used to describe the characteristics of participants. The bivariate analysis was used to identify factors associated (a crude odds ratio) with glycemic control level (p-value < 0.2). A multivariable model (binary logistic regression analysis) was used to identify factors associated (an adjusted odds ratio) with the dependent variable (glycemic control level). The association was declared significant at p-value < 0.05. Result: 214 (52.1%) of participants were controlled glycemic level (HbA1C<7%), while 197(47.9%) of participants were uncontrolled glycemic level (HbA1C ³ 7%). Most of the Participants had medium self-efficacy 248(60.3), medium self-care behavior 248(60.3), and moderate social support 129(31.4). Adjusted Odds Ratio of uncontrol glycemic control increased with higher level of self-efficacy, self-care behavior, and social support. 110(55.8) of participants who acquired social support from the doctor (secondary social support group) with control glycemic level (HbA1C <7%). 52(44.4) of participants who acquired social support from their family (primary social support group) with control glycemic level (HbA1C <7%). Conclusion: The findings of this study could be used to develop an intervention program for Type 2 DM patients, patient group, family, friends, and public health volunteers at Public Health Centers in Bangkok (BMA)in order to improve the glycemic control level.
Association Between Knowledge, Attitude, Barriers, And Practice Of Parents Regarding Children’S Malocclusion In Yangon, Myanmar, Ye Htet Aung
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
dren and can lead to psychological impacts. Therefore, this study aimed to investigate the association between knowledge, attitude, barriers, and practices of parents toward malocclusion in children. This cross-sectional study was conducted on parents, aged between 20 and 50 years, having children aged between 6 and 12 years, and living in Yangon, Myanmar. Parental socio-demographic characteristics, knowledge, attitudes, barriers, and practices regarding malocclusion in their children were surveyed and collected through an online validated self-administered questionnaire. A total of 388 participants aged from 21 to 50 years completed the survey questionnaire. The average scores of parental knowledge, attitude, and practice …
Livelihoods In Motion : A Case Study Of Housekeepers As Informal Workers In Bangkok, Kittipon Phummisuttikul
Livelihoods In Motion : A Case Study Of Housekeepers As Informal Workers In Bangkok, Kittipon Phummisuttikul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Transportation planning research often overlooks the distinct needs of informal domestic workers. This study focuses on live-out housekeepers in Bangkok and examines how their mobility, work characteristics, and socioeconomic status affect their livelihoods. The study used non-probability sampling methods, including convenience, snowball, and purposive sampling. Data from 61 respondents were collected through surveys and semi-structured in-depth interviews and were analyzed using descriptive statistics, crosstabulation, inferential statistics (ANOVA), and word cloud analysis. The study found that live-out housekeepers in Bangkok face high mobility, adaptability, and uncertainty levels. The research highlights the challenges that housekeepers face as informal workers, emphasizing the impact …
Common Ticketing Systems : Case Studies Of Bangkok, Fukuoka, Singapore, And Sydney, Tam Viet Hoang
Common Ticketing Systems : Case Studies Of Bangkok, Fukuoka, Singapore, And Sydney, Tam Viet Hoang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
Improving Oral Health Of Older Adults For Healthy Ageing, Eddie Hsiang-Hua Lai, Alice Kit Ying Chan, Chun Hung Chu, Hiroshi Ogawa
Improving Oral Health Of Older Adults For Healthy Ageing, Eddie Hsiang-Hua Lai, Alice Kit Ying Chan, Chun Hung Chu, Hiroshi Ogawa
Journal of Dental Sciences
Abstract The objective of this article is to discuss the importance of oral health in achieving healthy ageing and the role of all stakeholders in improving oral health for older adults. The World Health Organization defined healthy ageing as the process of developing and maintaining the functional ability that enables well-being in older age. It recognized healthy ageing as an important goal and the key to turn population ageing from a challenge to an opportunity. Healthy ageing has positive impacts on individual older adults, their families and societies. It enhances quality of life of older adults, strengthen family bonding of …
Legitimate State Interest Or Educational Censorship: The Chilling Effect Of Oklahoma House Bill 1775, Jennie A. Hill
Legitimate State Interest Or Educational Censorship: The Chilling Effect Of Oklahoma House Bill 1775, Jennie A. Hill
Oklahoma Law Review
No abstract provided.
Rights, Power, And Inequality, Bryan H. Druzin
Rights, Power, And Inequality, Bryan H. Druzin
Oklahoma Law Review
No abstract provided.
Critical Erase Theory: The Assault On Public School Curriculum, Brooks R. Cain
Critical Erase Theory: The Assault On Public School Curriculum, Brooks R. Cain
Oklahoma Law Review
No abstract provided.
The Work-Life Virus: Working From Home And Its Implications For The Gender Gap And Questions Of Intersectionality, Tammy Katsabian
The Work-Life Virus: Working From Home And Its Implications For The Gender Gap And Questions Of Intersectionality, Tammy Katsabian
Oklahoma Law Review
No abstract provided.
A Week To Prep, Two Minutes To Talk, And Two Days To Move: Why Oklahoma’S Eviction Courts Are Out Of Step With The Constitution, Adam H. Hines
A Week To Prep, Two Minutes To Talk, And Two Days To Move: Why Oklahoma’S Eviction Courts Are Out Of Step With The Constitution, Adam H. Hines
Oklahoma Law Review
No abstract provided.
การแยกส่วนประกอบและพยากรณ์ความต้องการกำลังไฟฟ้าสุทธิโดยคำนึงถึงการแทรกแซงของไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลังเครื่องวัด, ชัยชาญ เทพพรหม
การแยกส่วนประกอบและพยากรณ์ความต้องการกำลังไฟฟ้าสุทธิโดยคำนึงถึงการแทรกแซงของไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลังเครื่องวัด, ชัยชาญ เทพพรหม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การหันมาผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการริเริ่มการบริหารจัดการพลังงานที่ยั่งยืนและความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้กำลังไฟฟ้าที่อยู่ในระบบสายส่งหรือค่าที่อ่านได้จากมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะถูกแทรกแซงจากกำลังไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่อยู่หลังมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ซึ่งผู้ให้บริการไฟฟ้าไม่สามารถวัดค่าที่อยู่หลังมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะจากผู้ใช้ไฟฟ้าได้โดยตรง ในงานวิจัยนี้ เรามุ่งพัฒนาวิธีการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าสุทธิ โดยเสนอวิธีการแยกส่วนความต้องการไฟฟ้าสุทธิเพื่อประมาณค่าความต้องการไฟฟ้าจริงและกำลังไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่อยู่หลังมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เราเสนอวิธีการเลือกคู่ประทับเวลาที่มีสมมติฐานว่าความต้องการไฟฟ้าสุทธิที่อ่านได้จากมิเตอร์อัจฉริยะและความต้องการไฟฟ้าจริงที่อยู่หลังมิเตอร์จะมีความคล้ายคลึงกัน ควบคู่กับการใช้ความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมากระหว่างความเข้มแสงอาทิตย์และการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้แบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียมเชิงลึกเป็นตัวประมาณค่าด้วยข้อมูลเชิงอุตุนิยมวิทยาทั่วไป ตัวอย่างเช่น อุณหภูมิและความเข้มแสงอาทิตย์เป็นข้อมูลนำเข้า ส่งผลให้วิธีการที่เสนอไม่ต้องการข้อมูลตัวอย่างที่อยู่หลังมิเตอร์และไม่ใช้สมมติฐานของแบบจำลองเชิงกายภาพที่ต้องการข้อมูลเชิงอุตุนิยมวิทยาที่ซับซ้อน ในงานวิจัยนี้ เราได้เปรียบเทียบแบบจำลองสำหรับพยากรณ์อนุกรมเวลา เช่น DeepAR, Temporal Fusion Transformer (TFT) และ Time-series Dense Encoder (TiDE) โดยใช้ชุดข้อมูลการใช้ไฟฟ้าจริงที่เก็บบันทึกจาก Ithaca, NY และ Austin, TX ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าสุทธิโดยใช้อินพุตที่แยกส่วนมีประสิทธิภาพดีกว่าการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าสุทธิโดยตรง ความแม่นยำที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการแยกส่วนแบบไม่มีผู้สอนสำหรับข้อมูลที่อยู่หลังมิเตอร์ ซึ่งพิสูจน์ว่าดีกว่าวิธีการกึ่งมีผู้สอนที่ใช้ในงานวิจัยก่อนหน้า
Exploring Job Burnout And Engagement Amongst Construction Managers In Thailand: A Cross-Sectional Study Using Structural Equation Modelling, Thinley Lhendup
Exploring Job Burnout And Engagement Amongst Construction Managers In Thailand: A Cross-Sectional Study Using Structural Equation Modelling, Thinley Lhendup
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Studies of job burnout have gained appreciable momentum within the construction industry in the past few decades, however literature incorporating the Maslach Burnout Inventory (MBI) is still sparse. Furthermore, a single piece of literature can be traced that utilized the six Areas of Worklife Survey (AWS) as an independent variable influencing burnout among construction professionals. This study proposed a hypothetical model in which Areas of Worklife potentially contribute to Job Burnout/Engagement among construction professionals in Thailand and explored the consequential relationships between perceived Job Performance and Turnover Intentions. Cross-Sectional data was explored using an online questionnaire survey, and Structural Equation …
The Comparison Of Learning Outcome Of Dental Implant Placement Training In Esthetic Zone Using Dynamic Navigation System Between Novice Dentists And Experience Dentists, Hatsapon Teparrukkul
The Comparison Of Learning Outcome Of Dental Implant Placement Training In Esthetic Zone Using Dynamic Navigation System Between Novice Dentists And Experience Dentists, Hatsapon Teparrukkul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: The increasing importance of CAIS in the practice of implant dentistry calls for adequate education and training of clinicians, however little evidence is available to support educational strategies and best practice. Purpose: The aim of this study was to investigate the effectiveness of distributed training with d-CAIS in the accuracy of freehand implant placement by inexperienced operators. Materials and Methods: Six senior dental students without experience in implant placement and dynamic CAIS systems received simulation in free-hand implant surgery (5 implants), followed by distributed training in dynamic CAIS (6 implants). An assessment followed in freehand implant placement (5 implants). …
Oral And Dental Prostheses Status In Mild And Moderate Dementia Patients, Tunyatorn Ratanawatanasin
Oral And Dental Prostheses Status In Mild And Moderate Dementia Patients, Tunyatorn Ratanawatanasin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study focused on understanding the oral health and dental prostheses status of patients with mild to moderate dementia at King Chulalongkorn Memorial Hospital. A total of 88 patients participated in this cross-sectional study, which utilized the Oral Health Assessment Tool (OHAT) and modified CDA score to evaluate the oral health of patients with a dementia diagnosis. The study revealed significant oral health issues among participants, particularly in terms of gum and oral tissue problems, and oral cleanliness. Although 45.5% of participants had at least 20 functional teeth, a high prevalence of dental decay was observed. Many of the fixed …
การเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากและในมิติสุขภาพในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาทางทันตกรรมประดิษฐ์, ปิยอนงค์ วรรณขาว
การเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากและในมิติสุขภาพในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาทางทันตกรรมประดิษฐ์, ปิยอนงค์ วรรณขาว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้เป็นการศึกษาไปข้างหน้าจากเหตุไปหาผลในผู้ป่วยเข้ารับการรักษารับการรักษาทางทันตกรรรมประดิษฐ์จำนวน 87 คน ผลลัพธ์ของการศึกษาคือคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากและคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพ โดยใช้ดัชนีประเมินผลกระทบของสุขภาพช่องปากต่อสมรรถภาพในชีวิตประจำวันและเครื่องมือวัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกฉบับย่อ ตามลำดับ ตัวแปรร่วม ได้แก่ ลักษณะทั่วไป สภาวะสุขภาพและสภาวะสุขภาพช่องปาก เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ การตรวจในช่องปากและการศึกษาจากแฟ้มประวัติ หลังการแก้ไขฟันเทียมครั้งสุดท้าย 1 เดือน เก็บข้อมูลคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากและคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพโดยการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ใช้การทดสอบของการทดสอบวิลคอกซันวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของคะเเนน OIDP และ WHOQOL-BREF เวลาก่อนและหลังการรักษา ข้อมูลทั้งหมดวิเคราะห์ที่ระดับนัยสำคัญร้อยละ 5 ผลการศึกษาแสดงว่าหลังการรักษาผู้เข้าร่วมการศึกษามีคะแนน OIDP รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และคะแนน WHOQOL-BREF รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยที่เวลาก่อนการรักษาปัจจัยที่ส่งผลต่อคะแนน OIDP รวมคือจำนวนฟันธรรมชาติและจำนวนคู่สบฟันหลัง ในขณะที่ปัจจัยที่ส่งผลต่อคะแนน WHOQOL-BREF รวมคือสถานภาพสมรสและความเพียงพอของรายได้ จึงสรุปได้ว่าภายหลังการรักษาทางทันตกรรมประดิษฐ์ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากและคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพดีขึ้น
การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางจริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสของกลุ่มเยาวชนไทยในโลกยุคหลังสมัยใหม่นิยม, ณิชกานต์ นพวงศ์ เพียรล้ำเลิศ
การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางจริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสของกลุ่มเยาวชนไทยในโลกยุคหลังสมัยใหม่นิยม, ณิชกานต์ นพวงศ์ เพียรล้ำเลิศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ 1) ศึกษาสภาวการณ์ทางจริยธรรมของกลุ่มเยาวชนไทยในโลกยุคหลังสมัยใหม่นิยม 2) วิเคราะห์ปัจจัยเงื่อนไขกระบวนการเรียนรู้ และ 3) นำเสนอแนวทางพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางจริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสของกลุ่มเยาวชนไทยในโลกยุคหลังสมัยใหม่นิยม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Method Research) ประเภทการวิจัยแบบขั้นตอนเชิงอธิบายตามลำดับ (explanatory sequential design) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ เยาวชนไทย อายุ 15-18 ปี กลุ่มตัวอย่างได้จากการสุ่มแบบง่าย(Simple random sampling) จำนวน 569 คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key informants) ประกอบด้วย 2 กลุ่มได้แก่ (1) กลุ่มเยาวชนไทย และ (2) กลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียนรู้ทางจริยธรรมของเยาวชน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มีแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และ แบบประเมินร่างแนวทาง สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ การหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) ผลวิจัยพบว่า 1) ด้านสภาวการณ์ทางจริยธรรม เยาวชนไทยมีการเรียนรู้ทางจริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแตกต่างหลากหลายตามตัวแปรเชิงประชากร ด้าน เพศ อายุ พื้นที การอยู่อาศัยกับพ่อแม่ และอาชีพผู้ปกครอง และกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกยุคสมัยใหม่นิยมที่มีสภาวะความเป็นฆราวาสนิยมและสภาวการณ์เร่งนิยม 2) ปัจจัยเงื่อนไขกระบวนการเรียนรู้ทางจริยธรรมของกลุ่มเยาวชนไทยตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสหลังยุคสมัยใหม่นิยม มี 4 ปัจจัยเงื่อนไข ได้แก่ (1) ปัจจัยด้านผู้สอน (2) ปัจจัยด้านวิธีการ (3) ปัจจัยด้านเนื้อหา (4) ปัจจัยด้านสื่อ และเงื่อนไขการเรียนรู้คือความสามารถทางจริยธรรมของปัจเจกบุคคล 3) แนวทางการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางจริยธรรมของกลุ่มเยาวชนไทยตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสหลังยุคสมัยใหม่นิยมประกอบด้วย 4 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) แนวการพัฒนาเนื้อหาสาระเพื่อการพัฒนาเนื้อหา 2) แนวทางการเตรียมความพร้อมบุคลกรทางการศึกษาและสังคม 3) แนวทางการสร้างและพัฒนาสื่อหลังสมัยใหม่ 4) การกำหนดกรอบนโยบายเพื่อสร้างการสื่อสารเชิงบวก ให้โอกาส และ ทางเลือกแก่เยาวชน
การประเมินอภิมานการใช้แบบจำลองซิปในการประเมินโครงการศึกษา : การประยุกต์ใช้ขั้นตอนของการประเมินอภิมานเชิงตอบสนอง, มินตรา สมจิตต์
การประเมินอภิมานการใช้แบบจำลองซิปในการประเมินโครงการศึกษา : การประยุกต์ใช้ขั้นตอนของการประเมินอภิมานเชิงตอบสนอง, มินตรา สมจิตต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 4 ข้อ ได้แก่ (1) เพื่อประเมินระดับคุณภาพรายงานการประเมินโครงการทางการศึกษาในประเทศไทยที่ใช้แบบจำลอง CIPP ในการประเมินตามหลักการประเมินอภิมาน (2) เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการใช้แบบจำลอง CIPP และแนวคิดที่คลาดเคลื่อนในการนำแบบจำลอง CIPP มาใช้ในการประเมินโครงการทางการศึกษา (3) เพื่อประเมินระดับคุณภาพรายงานการประเมินโครงการคัดสรรทางการศึกษาในประเทศไทยที่ใช้แบบจำลอง CIPP โดยการประยุกต์ใช้ขั้นตอนการประเมินอภิมานเชิงตอบสนอง และ (4) เพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนาคุณภาพรายงานการประเมินโครงการทางการศึกษาในประเทศไทยที่ใช้แบบจำลอง CIPP ในการประเมิน การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การประเมินอภิมานรายงานการประเมินโครงการและวิเคราะห์รูปแบบการใช้แบบจำลอง CIPP ในการประเมินโครงการทางการศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือ รายงานการประเมินที่ใช้แบบจำลอง CIPP ในการประเมินโครงการทางการศึกษา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545-2560 จำนวน 150 เล่ม เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ (1) แบบประเมินคุณภาพรายงาน และ (2) แบบตรวจสอบการใช้แบบจำลอง CIPP ในการประเมินโครงการทางการศึกษา ระยะที่ 2 การประเมินระดับคุณภาพรายงานโดยการประยุกต์ใช้ขั้นตอนของการประเมินอภิมานเชิงตอบสนองเป็นเกณฑ์ในการรายงานการประเมินโครงการคัดสรรทางการศึกษาที่ใช้แบบจำลอง CIPP ตัวอย่างคือ รายงานการประเมินโครงการคัดสรรที่ใช้แบบจำลอง CIPP ในการประเมิน ระหว่างปี พ.ศ. 2560-2561 จำนวน 5 เล่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย (1) แบบประเมินคุณภาพรายงานและ (2) แบบตรวจสอบรูปแบบการใช้แบบจำลอง CIPP ในการประเมินโครงการทางการศึกษา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ความถี่ และร้อยละ และระยะที่ 3 การพัฒนาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการใช้แบบจำลอง CIPP ในการประเมินโครงการทางการศึกษา ตัวอย่าง คือ ผู้เชี่ยวชาญ และนักประเมินที่เคยใช้แบบจำลอง CIPP เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบเสนอแนวทางการยกระดับคุณภาพการประเมินโครงการประเมินทางการศึกษาที่ใช้แบบจำลอง CIPP ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับคุณภาพรายงานการประเมินโครงการทางการศึกษาในประเทศไทยที่ใช้แบบจำลอง CIPP ในการประเมินตามหลักการประเมินอภิมานของรายงานการประเมินโครงการทางการศึกษาที่ใช้แบบจำลอง CIPP ในการประเมินทั้ง 150 เล่ม …
การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมการเปิดรับประสบการณ์ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตตามแนวคิดความเข้มแข็งทางจิตใจและทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน, นิลุบล เกตุแก้ว
การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมการเปิดรับประสบการณ์ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตตามแนวคิดความเข้มแข็งทางจิตใจและทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน, นิลุบล เกตุแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาและศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมการเปิดรับประสบการณ์ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตตามแนวคิดความเข้มแข็งทางจิตใจและทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน โดยนำโปรแกรมไปใช้กับนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต วิธีการดำเนินงานวิจัยมี 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การวิจัยเพื่อศึกษาสภาพปัญหาพื้นฐาน โดยการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และศึกษาเชิงลึกด้วยการสัมภาษณ์และสังเกตจากบริบท ระยะที่ 2 การพัฒนาโปรแกรม โดยการสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยเพื่อนำมาพัฒนาโปรแกรม การหาคุณภาพของโปรแกรมและปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ การทดลองนำร่องและวิเคราะห์ผลการทดลองนำร่อง ระยะที่ 3 การหาคุณภาพของโปรแกรมโดยการทดลอง ใช้โปรแกรมโดยรูปแบบการทดลองแบบหนึ่งกลุ่มทดลอง ทดสอบก่อนและหลังเรียน โดยใช้โปรแกรมจำนวน 2 หน่วยการเรียนรู้ กับตัวอย่างโดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1. แบบวัดการเปิดรับประสบการณ์ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น 2. แบบสะท้อนคิดการเปิดรับประสบการณ์ 3. แบบสัมภาษณ์การเปิดรับประสบการณ์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบวัดการเปิดรับประสบการณ์โดยใช้สถิติแบบบรรยาย และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากแบบสะท้อนคิดและการสัมภาษณ์ โดยการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 4 การปรับปรุงและพัฒนาโปรแกรม ผลการวิจัย พบว่า 1. โปรแกรมมีหลักการ 3 ข้อ คือ 1) การรู้ผลลัพธ์ของพฤติกรรม 2) การตั้งเป้าหมาย และ 3) การปฏิบัติตามเป้าหมาย มีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาที่เข้าร่วมโปรแกรมมีพฤติกรรมการเปิดรับประสบการณ์ที่เหมาะสมในบริบทของการทำงานร่วมกับผู้อื่นและการเรียน โปรแกรมมี 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ประเมินความเชื่อเดิม ปรับเสริมความเชื่อใหม่ ขั้นที่ 2 มุ่งตรงเตรียมพร้อมตามเป้าหมาย ขั้นที่ 3 ขยายประสบการณ์ที่หลากหลายของชีวิต ขั้นที่ 4 พิชิตผลความสำเร็จ โครงสร้างของโปรแกรมประกอบด้วย 2 หน่วยการเรียนรู้ 20 ชุดกิจกรรม จัดกิจกรรมสัปดาห์ละ 1 หน่วยการเรียนรู้ สัปดาห์ละ 4 วัน ใช้เวลาจัดกิจกรรมชุดละประมาณ 150-360 นาทีต่อวัน รวมระยะเวลาของโปรแกรมทั้งหมด 2 สัปดาห์ 2. ประสิทธิผลของโปรแกรม พบว่า 1) นักศึกษาที่เข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมการเปิดรับประสบการณ์ที่มีการเปิดรับประสบการณ์ในภาพรวมสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาจำแนกตามองค์ประกอบ …
การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวของนักศึกษาปริญญาตรีตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเอง, สุภาพร พงษ์มณี
การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวของนักศึกษาปริญญาตรีตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเอง, สุภาพร พงษ์มณี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวของนักศึกษาปริญญาตรีตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเอง และ 2) ประเมินคุณภาพของโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวของนักศึกษา โดยมีระยะเวลาใช้โปรแกรม 6 สัปดาห์ กลุ่มเป้าหมาย คือ นักศึกษาปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเอกชนในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดความสามารถในการปรับตัว แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และสถิติ t-test และข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมีหลักการ 4 ประการ คือ 1) การประเมินความสามารถของตนเองจากประสบการณ์เดิม และมีความคาดหวังผลลัพธ์เชิงบวก 2) การประเมินเป้าหมายและการกำกับตนเองเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย 3) การจัดสถานการณ์และบรรยากาศการเรียนรู้ภายใต้สิ่งแวดล้อมเชิงบวก 4) การสะท้อนคิดถึงการดำเนินการเพื่อรับรู้ความสามารถ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักศึกษาระดับปริญญาตรีให้มีความสามารถในการปรับตัวด้านการเรียน ด้านสังคม และด้านอารมณ์ เนื้อหาที่ใช้ ประกอบด้วย 1) การรู้จักตนเอง 2) การเข้าใจผู้อื่น 3) การสื่อสารและมารยาทสังคม 4) สื่อและการรู้เท่าทันสื่อ 5) ทักษะการแก้ปัญหา และ 6) การทำงานเป็นทีม ขั้นตอนของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ประเมินความสามารถของตนเองเพื่อกำหนดเป้าหมาย ขั้นที่ 2 วางแผนโดยคำนึงถึงความสามารถของตนเอง และลงมือปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ขั้นที่3 กำกับติดตามและปรับแผนการดำเนินการ และขั้นที่ 4 สะท้อนความสำเร็จสู่การรับรู้ความสามารถของตนเอง การดำเนินการใช้โปรแกรม ประกอบด้วย 3 ระยะ ได้แก่ ก่อนการใช้โปรแกรม ระหว่างการใช้โปรแกรมและหลังการใช้โปรแกรม การวัดและประเมินผลโดยวิธีการประเมินเชิงปริมาณโดยใช้แบบวัดความสามารถในการปรับตัว และการประเมินเชิงคุณภาพ โดยการสังเกตและการสัมภาษณ์ 2. ความสามารถในการปรับตัวของนักศึกษาหลังเข้าร่วมโปรแกรมสูงขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อจำแนกตามองค์ประกอบ พบว่า นักศึกษามีความสามารถในการรับมือและจัดการปัญหาและความสามารถในการแสวงหาและเรียนรู้สิ่งใหม่สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ความสามารถในการกำกับตนเองก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นักศึกษาที่เข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถในการปรับตัวมีความสามารถในการปรับตัวเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านการออมเงินบนแอปพลิเคชันเพื่อให้ความรู้ด้านการออมเงินสำหรับเด็กมัธยมปลาย, กมลวรรณ ดิลกฑรรศนนท์
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านการออมเงินบนแอปพลิเคชันเพื่อให้ความรู้ด้านการออมเงินสำหรับเด็กมัธยมปลาย, กมลวรรณ ดิลกฑรรศนนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้พัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านการออมเงินบนแอปพลิเคชัน เพื่อให้ความรู้ด้านการออมเงินสำหรับเด็กมัธยมปลาย เพื่อศึกษาปัจจัยที่สำคัญและความเป็นไปได้ในการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้านการออมเงิน ตัวแอปพลิเคชันคาดหวังว่าจะช่วยให้เด็กไทย เกิดความตระหนักถึงการออมเงิน และมีพฤติกรรมการออมเงินและการจัดสรรเงินได้ก่อนเข้าสู่วัยทำงาน วิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงความต้องการ ในการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่างได้แก่ กลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน ทั้งสิ้น 603 คน โดยกลุ่มตัวอย่าง ได้ให้ความสนใจในการใช้สื่อการเรียนรู้ด้านการออมเงินบนแอปพลิเคชัน คิดเป็นร้อยละ 46.9 และ 42.8 ตามลําดับ
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับประเมินคุณลักษณะเพื่อแนะนำสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจ, จักริน บูรณะนิตย์
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับประเมินคุณลักษณะเพื่อแนะนำสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจ, จักริน บูรณะนิตย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ออกแบบ พัฒนา และทดสอบแอปพลิเคชันสำหรับประเมินคุณลักษณะเพื่อแนะนำสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจ โดยการประยุกต์หลักการด้านคุณลักษณะของคนจากหลักจิตวิทยา รวมทั้งศึกษาการยอมรับนวัตกรรมและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ จากการสัมภาษณ์ครูแนะแนวที่มีประสบการณ์แนะแนวอาชีพนักเรียนทั้งหมด 12 คน พบกระบวนการในการใช้คุณลักษณะของความชอบและความถนัดในการเริ่มต้นสำรวจตัวตนและทำความเข้าใจอาชีพ ซึ่งนำไปสู่การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม หลังจากทดสอบและปรับปรุงนวัตกรรมจากผลตอบรับของผู้ใช้งาน นำไปสู่การศึกษาการยอมรับนวัตกรรมแอปพลิเคชันสำหรับประเมินคุณลักษณะเพื่อแนะนำสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจ ผ่านการปล่อยต้นแบบในโลกออนไลน์มีผู้เข้ามาทดลองใช้และตอบแบบสอบถามทั้งหมด 131 คน พบว่านวัตกรรมมีผลทำให้กลุ่มผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มไม่ชัดเจนเลย ไม่มีเป้าหมายหรือทิศทางอาชีพที่สนใจ เปลี่ยนไปเป็นกลุ่มที่มีเป้าหมายชัดขึ้น แนวทางการใช้ข้อมูลความชอบและความถนัด โดยการใช้ Cosine similarity ให้ผลตลอดรับในด้านความสอดคล้องกับเป้าหมายอาชีพของคุณตอนนี้อยู่ในระดับกลาง แต่ผลการแนะนำอาชีพช่วยในการตัดสินใจในการเลือกเรียนต่อหรือสมัครงานอยู่ในระดับสูง แอปพลิเคชันสำหรับประเมินคุณลักษณะเพื่อแนะนำสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจ ช่วยให้เกิดการทบทวนในสายอาชีพมากยิ่งขึ้น
การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำแชทบอทมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของคนไทย, ปานวาด สุขธำรงกุล
การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำแชทบอทมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของคนไทย, ปานวาด สุขธำรงกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเอไอแชทบอทมาใช้เป็นที่ปรึกษาด้านความรัก ความสัมพันธ์ของคนไทยในรูปแบบแอปพลิเคชัน โดยใช้เทคโนโลยี NLP และ ChatGPT4 เพื่อให้เอไอมีการใช้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ ใกล้เคียงกับการให้คำปรึกษาโดยมนุษย์ และสามารถโต้ตอบเป็นภาษาไทย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้งานโดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนไทย ได้รับคำปรึกษาด้านความรัก ความสัมพันธ์ที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล เพื่อทำให้ผู้ใช้มีที่ปรึกษาด้านความรักของตนเอง อีกทั้งยังรู้สึกเสมือนได้พูดคุยกับเพื่อนที่พร้อมรับฟัง ช่วยแก้ปัญหา ปลอมประโลมจิตใจตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย และคาดหวังว่าจะสามารถช่วยแก้ปัญหาความรัก ความสัมพันธ์ในสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรมด้านความรัก รวมถึงความต้องการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่าง จากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่มีประสบการณ์ด้านความรัก จำนวน 10 คน และใช้แบบสอบถามสำรวจการยอมรับในนวัตกรรมแอปพลิเคชัน AIU+ แชทบอทที่ปรึกษาด้านความรักจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 156 คน จากการสำรวจการยอมรับในแอปพลิเคชันพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความสนใจในแอปพลิเคชัน AIU+ แชทบอทที่ปรึกษาด้านความรักร้อยละ 94.9 จากนั้นจึงนำผลการศึกษาดังกล่าวมาออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ต่อไป
การศึกษาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองว่าด้วยการวางกรอบในเรื่อง 'กลุ่มในและกลุ่มนอก' ในประชากรรุ่นแซดของประเทศไทย, ฐิติพงศ์ อรัญเวศ
การศึกษาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองว่าด้วยการวางกรอบในเรื่อง 'กลุ่มในและกลุ่มนอก' ในประชากรรุ่นแซดของประเทศไทย, ฐิติพงศ์ อรัญเวศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
พฤติกรรมเอนเอียงกลุ่มใน คือ แนวโน้มของปัจเจกบุคคลในการเลือกปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่มีตัวตนหรือสถานะบางอย่างเหมือนกันกับตนเอง หรือ “กลุ่มใน” มากกว่าผู้ที่มีตัวตนหรือสถานะบางอย่างต่างกับตนเอง หรือ “กลุ่มนอก” ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในสาเหตุให้เกิดการเลือกปฏิบัติและพฤติการณ์ทุจริตเชิงระบบอุปถัมภ์ขึ้น และในประเทศไทยปัจจุบันยังพบว่ามีการใช้เส้นสายและระบบอุปถัมภ์เกิดขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากการใช้ช่องทางความสัมพันธ์ที่มีลักษณะเป็น “กลุ่มในและกลุ่มนอก” เช่น การใช้ความสัมพันธ์เชิงเครือญาติ สถานะทางสังคมต่างๆ เช่น สถาบันการศึกษา รวมทั้งทัศนคติหรืออุดมคติต่อบางอย่างที่มีร่วมกัน งานศึกษานี้จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อสำรวจคุณลักษณะ และรูปแบบความสัมพันธ์ที่เด่นที่สุด โดยการใช้วิธีการเศรษฐศาสตร์ทดลองในรูปแบบเกมเผด็จการ ผลการศึกษาสรุปออกมาได้ว่าอาสาสมัครมอบเงินจำลองให้ตัวเลือกที่เป็นเครือญาติมากที่สุด ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่ามีอิทธิพลทางสังคมเกี่ยวกับการตอบแทนบุญคุณ นอกเหนือจากนี้ ผลทางสถิติให้ผลว่าผู้ที่มีความถี่ในการมีพฤติกรรมเอนเอียงกลุ่มในที่สุดคือเพศหญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกกรุงเทพมหานครฯ และปริมณฑล