Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 99931 - 99960 of 933493

Full-Text Articles in Entire DC Network

การพัฒนาเกมเพื่อการสอนตีความบทเพลงขับร้องสำหรับผู้เรียนวัย 9-11 ปี, จิรภิญญา ศิริกุล Jan 2024

การพัฒนาเกมเพื่อการสอนตีความบทเพลงขับร้องสำหรับผู้เรียนวัย 9-11 ปี, จิรภิญญา ศิริกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิจัยเชิงวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเกมเพื่อการสอนตีความบทเพลงขับร้องสำหรับผู้เรียนวัย 9-11 ปี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบสัมภาษณ์นำร่อง 2) แบบประเมินคุณภาพเกม 3) แบบบันทึกหลังสอน 4) แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนระหว่างทำกิจกรรม และ 5) แบบสัมภาษณ์ความพึงพอใจผู้เรียนที่มีต่อสื่อการสอน กลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 ท่าน 2) กลุ่มผู้ประเมินคุณภาพเกม จำนวน 3 ท่าน และ 3) นักเรียนขับร้องที่ผู้วิจัยสอน จำนวน 1 คน ทำการเก็บข้อมูล โดยการศึกษาเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้องและการสัมภาษณ์ และนำมาพัฒนาเป็นต้นแบบเกม จากนั้นนำเกมไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน และนำไปทดลองใช้ วิเคราะห์ผลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และการวิเคราะห์เชิงสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย คือ ต้นแบบเกมเพื่อการสอนตีความบทเพลงขับร้องที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ 1) อุปกรณ์เกม ได้แก่ 1.1) ชุดการ์ดจำนวน 6 ชุด ได้แก่ ชุดการ์ดระยะช่วงเสียงจำนวน 4 ใบ, ชุดการ์ดระดับความดังเบาเสียง จำนวน 8 ใบ ชุดการ์ดอารมณ์เพลงจำนวน 9 ใบ, ชุดการ์ดคาแรคเตอร์ จำนวน 12 ใบ, ชุดการ์ดภารกิจจำนวน 13 ใบ, ชุดการ์ดรางวัล จำนวน 12 ใบ 1.2) แบบวิเคราะห์ท่อนเพลง 1.3) บอร์ดเกม 1.4) หมากเดินเกม 1.5) ลูกเต๋า 1.6) คู่มือประกอบการสอนและเล่น และ 2) กิจกรรม แบ่งออกเป็น 4 ขั้น คือ …


แนวทางการส่งเสริมความฉลาดรู้ทางการเมืองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ปราศรัย เจตสันติ์ Jan 2024

แนวทางการส่งเสริมความฉลาดรู้ทางการเมืองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ปราศรัย เจตสันติ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบหลักและพฤติกรรมบ่งชี้ของความฉลาดรู้ทางการเมืองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) เสนอแนวทางการส่งเสริมความฉลาดรู้ทางการเมืองของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย คือ ผู้เชี่ยวชาญ 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์และการเมืองการปกครอง ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน และครูผู้สอนวิชาสังคมศึกษา รวม 65 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบยืนยันองค์ประกอบ บันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบประเมินประสิทธิภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติบรรยายและการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบหลักของความฉลาดรู้ทางการเมืองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับการเมือง การรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารทางการเมือง การเข้าอกเข้าใจมุมมองทางการเมืองของตนเอง การอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่เห็นต่างทางการเมือง และการแสดงออกและมีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งทั้ง 5 องค์ประกอบหลักนี้มีองค์ประกอบย่อย 23 องค์ประกอบ และพฤติกรรมบ่งชี้ 107 รายการ 2) แนวทางการพัฒนาความฉลาดรู้ทางการเมืองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบด้วย (1) เป้าหมายการพัฒนาเน้นการพัฒนาองค์รวม (2) หลักการสำคัญในการพัฒนา (SECMAR) ได้แก่ การสร้างการมีส่วนร่วมโดยคํานึงถึงบริบทของนักเรียน การเรียนรู้จากประสบการณ์ การพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การใช้สื่อสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเท่าทัน การตระหนักถึงความหลากหลายทางการเมือง และการส่งเสริมกระบวนการคิดไตร่ตรอง (3) แนวทางการพัฒนา (6D Model) ได้แก่ การส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน การสนับสนุนให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยน อภิปราย ซักค้านต่อความคิดเห็น การสํารวจสื่อสารสนเทศและข้อมูลดิจิทัลอย่างรอบด้าน การฝึกวิเคราะห์ คาดการณ์ และตัดสินใจต่อสถานการณ์ทางการเมือง การส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดจิตสำนึกทางสังคม และการสนับสนุนให้นักเรียนแสดงออกและมีส่วนร่วมทางการเมืองในลักษณะต่าง ๆ (4) กลยุทธ์และวิธีการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ การเรียนรู้จากประสบการณ์ และการฝึกทักษะการตัดสินใจผ่านสถานการณ์ (5) ระดับการพัฒนาความฉลาดรู้ทางการเมืองมี 3 ระดับ ได้แก่ ระดับเริ่มต้น ระดับปานกลาง และระดับท้าทาย (6) รูปแบบการนำแนวทางไปใช้ในสถานศึกษา แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การส่งเสริมผ่านรายวิชาและการส่งเสริมผ่านกิจกรรมเสริมหลักสูตร (7) แนวทางการวัดและประเมินผลความฉลาดรู้ทางการเมือง ใช้หลักการสำคัญ ได้แก่ การประเมินผลแบบองค์รวม การประเมินผลจากการปฏิบัติจริง …


แนวทางการพัฒนาหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย, ภาวิชชุกานต์ ใช้ลิ้ม Jan 2024

แนวทางการพัฒนาหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย, ภาวิชชุกานต์ ใช้ลิ้ม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) นำเสนอแนวทางการพัฒนาหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย 2) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ตัวอย่างหนังสือเรียนที่ออกแบบตามแนวทางการพัฒนาหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย โดยใช้วิธีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มผู้ใช้หนังสือเรียน รวม 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินแนวทางการพัฒนาหนังสือเรียน แบบประเมินตัวอย่างหนังสือเรียน แบบประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอน และแบบสัมภาษณ์ความพึงพอใจของนักเรียน ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนาหนังสือเรียนประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นการเตรียม ขั้นการออกแบบ ขั้นการผลิต และขั้นรวบรวมข้อมูลหลังการใช้งาน โดยมีแนวทางการพัฒนาหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลายในขั้นการเตรียมและขั้นการออกแบบ เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหนังสือเรียนตามแต่ละส่วนประกอบของหนังสือเรียน ได้แก่ กิจกรรมก่อนการเรียนรู้ ส่วนนำเสนอเนื้อหา กิจกรรมท้ายบทเรียน และกิจกรรมประเมินตนเอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำหนดคำถามเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ คำถามเพื่อฝึกการสังเกต คำถามเพื่อส่งเสริมให้เกิดการคิดตามองค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์ และคำถามเพื่อฝึกการอุปมา 2) ผู้ใช้งานมีระดับค่าเฉลี่ยความพึงพอใจต่อตัวอย่างหนังสือเรียนที่ออกแบบตามแนวทางการพัฒนาหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (X̄ = 4.7) อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด และสามารถนำแนวทางการพัฒนาหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลายไปใช้ได้ โดยได้รับคำแนะนำจากผู้ใช้ให้ปรับแนวทางการใช้ภาษาให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น


Annotated Legal Bibliography Jan 2024

Annotated Legal Bibliography

Cardozo Journal of Equal Rights & Social Justice

No abstract provided.


Undocumented Immigrant Intervention Training For Counselors: A Quasi-Experimental Study On The Msjcc And Ethnic Tolerance, Pamela Fullerton Jan 2024

Undocumented Immigrant Intervention Training For Counselors: A Quasi-Experimental Study On The Msjcc And Ethnic Tolerance, Pamela Fullerton

All Student Theses and Dissertations

The number of immigrants coming to the United States has tripled since the 1970s (Budiman, 2020). Due to various global and international factors, the numbers of immigrants arriving to the United States continues to increase yearly (Ward and Batalova, 2023). Of the 45+ million immigrants currently in the United States, more than 11 million are undocumented (Budiman, 2020; Chhabra et al., 2023). Research has found that being an undocumented immigrant in the United States comes with many additional challenges and limitations including financial, health, educational, and legal barriers (Allweiss & Hilado, 2018; Capps et al., 2013; Chhabra et al., 2023; …


Inheriting Shame: A Critical Analysis Of “The Eugenics Review”, Brygette R. Kunde Jan 2024

Inheriting Shame: A Critical Analysis Of “The Eugenics Review”, Brygette R. Kunde

All Student Theses and Dissertations

The Eugenic Society was a group of self-proclaimed "Race-Improvers" who came together intending to better humanity by founding The Eugenics Society and producing, "The Eugenics Review,” a publication that circulated throughout the United States from 1909 until 1968. Eugenicists wrote on diverse topics surrounding race betterment by introducing scientific methods that were both inhumane and injustice based on their parochial, perceived notions that inequalities are ubiquitous. Categories like religion, race, class, nationality, gender, and many others have been the sources of stigmatization, discrimination, and conflict throughout the centuries in the United States. Assessing the development of the eugenics movement is …


Finding Harmony: The Lived Experiences Of African Americans Who Have Participated In Emotionally Focused Therapy, Jennifer R. Young Jan 2024

Finding Harmony: The Lived Experiences Of African Americans Who Have Participated In Emotionally Focused Therapy, Jennifer R. Young

All Student Theses and Dissertations

This qualitative phenomenological study explored the lived experiences of African Americans who have participated in emotionally focused therapy (EFT) within the past 2 years. Despite EFT's recognized effectiveness in fostering secure attachments and emotional expressiveness among distressed couples, there is a significant gap in research concerning its application within the African American community. This study addressed this gap by examining the personal narratives of six African American individuals, focusing on how EFT influenced their emotional expression and interpersonal relationships. The research identified four prominent themes: Transformation and Growth, Initial Apprehension and Fear, Cultural Sensitivity and Therapeutic Alliance, and Normalization and …


Optimization Of An Immune Assay To Detect Binding Of Nod2 To Staphylococcus Aureus, Precious Mckenzie Jan 2024

Optimization Of An Immune Assay To Detect Binding Of Nod2 To Staphylococcus Aureus, Precious Mckenzie

All Student Theses and Dissertations

Staphylococcus aureus, a gram-positive, commensal bacterium, is the cause of a multitude of opportunistic diseases and infections. While S. aureus has evolved ways to escape innate immune responses in the host, the mechanisms are not fully understood. One area of active research involves mechanisms by which S. aureus avoids detection by Pattern Recognition Receptors (PRRs), such as Nuclear Oligomerization Domain 2 (NOD2), present on the surface of and inside innate immune cells. This study aimed to design and optimize an assay that can be utilized to investigate S. aureus components that contribute to the activation of NOD2 receptors. The …


รูปแบบระบบนิเวศการตลาดเพื่อรองรับนิสิตนักศึกษาต่างชาติของสถาบันอุดมศึกษาไทย ในช่วงเปลี่ยนผ่าน, ภาณุวัฒน์ พูลภัทรชีวิน Jan 2024

รูปแบบระบบนิเวศการตลาดเพื่อรองรับนิสิตนักศึกษาต่างชาติของสถาบันอุดมศึกษาไทย ในช่วงเปลี่ยนผ่าน, ภาณุวัฒน์ พูลภัทรชีวิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาด้านการตลาดเพื่อรองรับนิสิตนักศึกษาต่างชาติของสถาบันอุดมศึกษาไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน 2) เพื่อศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีของระบบนิเวศการตลาดเพื่อรองรับนิสิตนักศึกษาต่างชาติของสถาบันอุดมศึกษาไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านและ 3) เพื่อนำเสนอรูปแบบระบบนิเวศการตลาดเพื่อรองรับนิสิตนักศึกษาต่างชาติของอุดมศึกษาไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงนำเทคโนโลยีมาสร้างสิ่งใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงสิ่งเก่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระบวนการธุรกิจขององค์กร งานวิจัยนี้ใช้กรอบองค์ประกอบ 8 ด้านของทฤษฎีส่วนประสมการตลาดที่ได้มาจากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบไปด้วยด้านต่าง ๆ ได้แก่ หลักสูตร ราคา สถานที่ การส่งเสริมทางการตลาด ชื่อเสียง บุคลากร บริการเสริม และการปรับปรุงการปฏิบัติงาน ใช้การวิจัยแบบการวิจัยแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามสอบถามเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันและปัญหาเก็บจากนิสิตนักศึกษาต่างชาติระดับปริญญาตรีจำนวน 222 คน จาก 6 สถาบันอุดมศึกษา การวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เกี่ยวกับสภาพปัจจุบันและปัญหา และแนวปฏิบัติที่ดี กับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 6 คน และสัมภาษณ์กลุ่มเกี่ยวกับข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 10 คน โดยใช้เกณฑ์การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) คือเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยหรือผู้ที่รับผิดชอบทางการตลาดของมหาวิทยาลัย ผลการวิจัย พบว่า 1)สภาพปัจจุบันและปัญหาด้านการตลาดทั้ง 8 ด้านส่วนใหญ่มีปัญหาในระดับน้อย มีเพียง 3 ประเด็นในด้านการส่งเสริมทางการตลาดที่มีปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ความน่าสนใจของเว็บไซต์มหาวิทยาลัย ความสะดวกในการใช้งานของเว็บไซต์มหาวิทยาลัย สื่ออออนไลน์มีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ อีก 2 ประเด็นในด้านบริการเสริม ได้แก่ ความน่าสนใจของชมรมในมหาวิทยาลัย และคุณภาพในการช่วยเหลือในเรื่องที่พักจากมหาวิทยาลัย 2) แนวปฏิบัติที่ดีของระบบนิเวศการตลาดที่ได้จากการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก เสนอแนวปฏิบัติที่ดีครบทุกด้าน แต่จำนวนแนวปฏิบัติที่ดีแตกต่างกันไป โดยด้านหลักสูตรมี 11 ประเด็น ด้านราคามี 6 ประเด็น ด้านสถานที่มี 7 ประเด็น ด้านการส่งเสริมการตลาดมี 26 ประเด็น ด้านชื่อเสียงมี 4 ประเด็น ด้านบุคลากรมี 15 ประเด็น ด้านบริการเสริมมี 39 ประเด็น และด้านการปรับปรุงการปฏิบัติงานมี 12 ประเด็น แนวปฏิบัติที่ดีในแต่ละด้าน จะเรียบเรียงเป็นภาพรวมของแต่ละด้าน แล้วนำเสนอภาพรวมทั้งหมดของทุกด้าน ผนวกเข้ากับปัจจัยภายใน (STP Marketing) …


ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก คุณภาพความสัมพันธ์กับเพื่อนและการนำเสนอตนเองทางอินสตาแกรมนนิสิตระดับปริญญาตรีที่มีสถานะทางอัตลักษณ์แตกต่างกัน, ปุญญาพร จันทร์อำพร Jan 2024

ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก คุณภาพความสัมพันธ์กับเพื่อนและการนำเสนอตนเองทางอินสตาแกรมนนิสิตระดับปริญญาตรีที่มีสถานะทางอัตลักษณ์แตกต่างกัน, ปุญญาพร จันทร์อำพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน การนำเสนอตนเองทางอินสตาแกรม และสถานะทางอัตลักษณ์ของนิสิตระดับปริญญาตรี โดยมีสมมติฐานการวิจัยที่ว่า ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน และการนำเสนอตนเองทางอินสตาแกรม มีความแตกต่างกันเมื่อเปรียบเทียบในสถานะทางอัตลักษณ์รูปแบบต่าง ๆ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใหญ่วัยเริ่ม จำนวน 315 คน ที่เป็นนิสิต นักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในจากมหาวิทยาลัยรัฐ มหาวิทยาลัยเอกชน หรือและมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ วิเคราะห์ข้อมูลโดยนำตัวแปรอัตลักษณ์มาวิเคราะห์จัดกลุ่มด้วยเทคนิคการวิเคราะห์กลุ่ม สามารถจัดกลุ่มสถานะทางอัตลักษณ์ทั้งสิ้น 5 รูปแบบกลุ่ม ได้แก่ สถานะทางอัตลักษณ์การค้นหาตัวเองอีกครั้ง, สถานะทางอัตลักษณ์การค้นพบตัวตน, สถานะทางอัตลักษณ์การค้นหาตัวตน, สถานะทางอัตลักษณ์แบบสับสนและกังวลเล็กน้อย และ สถานะทางอัตลักษณ์แบบสับสนและเป็นกังวล จากนั้นทำการวิเคราะห์ความแปรปรวนพหุคูณ (MANOVA) ประกอบด้วย ตัวแปรต้น สถานะทางอัตลักษณ์ 1 ตัวแปร 5 ระดับ และตัวแปรตาม 6 ตัวแปร ได้แก่ ตัวแปรคุณภาพความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก ตัวแปรคุณภาพความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน และตัวแปรการนำเสนอตนเองในอินสตาแกรมที่แบ่งเป็น 4 ตัวแปรย่อย ได้แก่ เชิงกว้าง, เชิงลึก, เชิงบวก และความจริงแท้ ผลการวิจัยสนับสนุนสมมติฐานบางส่วน โดยพบความแตกต่างระหว่างสถานะทางอัตลักษณ์ทั้ง 5 แบบ ในตัวแปรคุณภาพความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก และการนำเสนอตนเองทางอินสตาแกรมในมิติเชิงกว้าง มิติเชิงลึก มิติเชิงบวก และมิติความจริงแท้ ขณะที่ไม่พบความแตกต่างในตัวแปรคุณภาพความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า สถานะทางอัตลักษณ์ของบุคคลที่แตกต่างกันมีความเกี่ยวข้องกับคุณภาพความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก และการนำเสนอตนเองในอินสตาแกรมในด้านต่าง ๆ ซึ่งมีนัยสำคัญต่อการเข้าใจอัตลักษณ์ของผู้ใหญ่วัยเริ่ม


Judges And The Regulatory State: Trends Of Resistance And Restraint, Luke Norris Jan 2024

Judges And The Regulatory State: Trends Of Resistance And Restraint, Luke Norris

Law Faculty Publications

The last great confrontation between courts and the regulatory state occurred at the turn of the previous century. As courts in the first decades of the twentieth century resisted regulatory laws designed to protect workers and curb market excesses, they sustained broad legal and public critique, including claims that they were guardians of corporate power and monied and propertied interests. The showdown, as is familiar fare, was seemingly resolved in the New Deal, with the Supreme Court and judiciary largely accepting the constitutionality of federal and state regulatory laws. The compromise that emerged, dubbed the “New Deal settlement,” ostensibly called …


Orthodoxy In Ukraine: Strategies Of Reconciliation, Tetiana Havryliuk, Yuriy Chornomorets, Vasyl Lozovytskyi Jan 2024

Orthodoxy In Ukraine: Strategies Of Reconciliation, Tetiana Havryliuk, Yuriy Chornomorets, Vasyl Lozovytskyi

Occasional Papers on Religion in Eastern Europe

The article analyzes the inter-Orthodox conflict in Ukraine in the context of the search for ways of reconciliation. The path to reconciliation is shown to be a fundamental Christian principle capable of overcoming serious reasons for enmity and hatred, as has been repeatedly demonstrated in history. The potential of the concept of "open Orthodoxy" in the formation of a new culture of inter-Christian dialogue and coexistence is revealed, the implementation of which can ensure Ukraine not only the unity of Ukrainian Orthodoxy, but also the unity of the Ukrainian people. The role of the All-Ukrainian Council of Churches and Religious …


(Non)Ordination Of Women In The Evangelical Lutheran Church Of Latvia: Response Of Partner Churches, Dace Balode, Valdis Tēraudkalns Jan 2024

(Non)Ordination Of Women In The Evangelical Lutheran Church Of Latvia: Response Of Partner Churches, Dace Balode, Valdis Tēraudkalns

Occasional Papers on Religion in Eastern Europe

This article uses archival sources and other materials to analyze opinions in order to reconstruct events and responses, and to reveal theological arguments used by various sides in the debates on the ordination of women within the Evangelical Lutheran Church of Latvia (ELCL). The primary interest of authors has been to provide a comprehensive historical exposition. In studying historical documents, authors employ classical methods like identifying the origin and context of documents, as well as using generic, comparative, and content analysis. Secondly, authors are exploring how the issue of women's ordination has impacted the ELCL's relationships with its partners, and …


The Scales Project: Making Federal Court Records Free, Christopher A. Cotropia Jan 2024

The Scales Project: Making Federal Court Records Free, Christopher A. Cotropia

Law Faculty Publications

Federal court records have been available online for nearly a quarter century, yet they remain frustratingly inaccessible to the public. This is due to two primary barriers: (1) the federal government’s prohibitively high fees to access the records at scale and (2) the unwieldy state of the records themselves, which are mostly text documents scattered across numerous systems. Official datasets produced by the judiciary, as well as third-party data collection efforts, are incomplete, inaccurate, and similarly inaccessible to the public. The result is a de facto data blackout that leaves an entire branch of the federal government shielded from empirical …


Effect Of Pgi And Edd Gene Deletion In Escherichia Coli K12 On Production Of Poly(3-Hydroxybutyrate) And Copolymer Poly(3-Hydroxybutyrate-Co-3-Hydroxyvalerate), Jittakan Pachimsawat Jan 2024

Effect Of Pgi And Edd Gene Deletion In Escherichia Coli K12 On Production Of Poly(3-Hydroxybutyrate) And Copolymer Poly(3-Hydroxybutyrate-Co-3-Hydroxyvalerate), Jittakan Pachimsawat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The biomaterial poly(3-hydroxybutyrate) (PHB) is a promising alternative renewable and green polymer. In this research, we incorporated deletion of phosphogluconate dehydratase (edd) and phosphoglucose isomerase (pgi) in E. coli for PHB production for the first time. As a result, the edd mutant harboring pBSKCABA-04 reached the highest PHB production of 93.0%wt with 7.55 g/L PHB concentration at 30 hours of cultivation. A specific production rate of 0.21 h-1 and maximum productivity of 0.25 g/L.h were obtained using glucose as a sole carbon source. On the other hand, deletion of pgi gene only recovered the cell growth but did not promote …


มาตรการของไต้หวันในการรับมือความแข็งกร้าวของจีนในช่วง ปี ค.ศ.2016 - 2024, ณัฐวุฒิ สัจจะมโน Jan 2024

มาตรการของไต้หวันในการรับมือความแข็งกร้าวของจีนในช่วง ปี ค.ศ.2016 - 2024, ณัฐวุฒิ สัจจะมโน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หลังนางไช่อิงเหวินชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันในปี ค.ศ.2016 จีนกลับมาเพ่งเล็งการดำเนินนโยบายของไต้หวัน และใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวต่าง ๆ ต่อไต้หวันส่งผลให้ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบระหว่างไต้หวันและจีนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ไต้หวันต้องดำเนินนโยบายต่าง ๆ เพื่อรับมือกับท่าทีอันแข็งกร้าวของจีนมาตลอดห้วงเวลา 8 ปีในตำแหน่งของเธอ แต่ยังสามารถรักษาสถานะเดิม (status quo) เอาไว้ได้ สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับมาตรการของไต้หวันในการรับมือความแข็งกร้าวของจีน ในช่วงระหว่าง ปี ค.ศ.2016 – 2024 มีแนวทางการดำเนินนโยบายอย่างไรในการ “รับมือ” ท่าทีแข็งกร้าวของจีน จนสามารถสามารถรักษาสถานะเดิมเอาไว้ได้ตามความมุ่งหมายซึ่งผลการศึกษาพบว่าไต้หวันรับมือความแข็งกร้าวของจีนโดยการการถ่วงดุลอำนาจจากภายนอกด้วยการแสวงหาขีดความสามารถเพิ่มจาก“ชาติที่มีอุดมการณ์เดียวกัน” (like-minded nations) เพื่อให้จีนเกิดความยับยั้งชั่งใจหรือต้องคิดคำนวนความคุ้มค่าในการใช้กำลังต่อไต้หวันเพิ่มขึ้นอันเป็นไปตามแนวคิดการป้องปรามโดยการปฏิเสธ


ทุนนิยมกับปัญหาสังคมในเกาหลีใต้: กรณีศึกษานรกโชซอนกับวัฒนธรรมหาชน, ต่อกมล วิเศษสุมน Jan 2024

ทุนนิยมกับปัญหาสังคมในเกาหลีใต้: กรณีศึกษานรกโชซอนกับวัฒนธรรมหาชน, ต่อกมล วิเศษสุมน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของทุนนิยมต่อปัญหาทางสังคมในเกาหลีใต้ โดยมุ่งเน้นที่แนวคิด "นรกโชซอน" และการแสดงออกในวัฒนธรรมมหาชน "นรกโชซอน" สะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนชาวเกาหลีใต้ต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมภายใต้ระบบทุนนิยม งานวิจัยนี้สำรวจว่านโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการปฏิรูปเสรีนิยมใหม่ ได้เพิ่มความไม่เท่าเทียมกันในสังคมและก่อให้เกิดความไม่พอใจในวงกว้างอย่างไร ปรากฏการณ์นี้ถูกวิเคราะห์อย่างวิพากษ์ผ่านเลนส์ของสื่อบันเทิง ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่อง "ชนชั้นปรสิต" (Parasite) (2019) และซีรีส์ "สควิดเกม เล่นลุ้นตาย" (Squid Game) (2021) และ "มัธยมซอมบี้" (All of Us Are Dead) (2022) สื่อเหล่านี้เน้นย้ำถึงความลำบากและการวิพากษ์สังคมทุนนิยมที่มีความไม่เท่าเทียมทางการเงินและสังคม งานวิจัยนี้มุ่งหวังที่จะให้ความเข้าใจอย่างครอบคลุมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างทุนนิยมและความท้าทายทางสังคมในเกาหลีใต้ร่วมสมัย


การศึกษาประสิทธิภาพการสรรหาบุคลากรในยุคดิจิทัล (Digital Hr)ในองค์กรธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม, คชาภรณ์ ยอดล้ำ Jan 2024

การศึกษาประสิทธิภาพการสรรหาบุคลากรในยุคดิจิทัล (Digital Hr)ในองค์กรธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม, คชาภรณ์ ยอดล้ำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการนำเทคโนโลยีดิจิทัล (DigitalHR) มาใช้ในการสรรหาบุคลากรตำแหน่งวิศวกรโยธาซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นการดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)เก็บข้อมูลเป็นการสัมภาษณ์ (interview) และนำเสนอผ่านวิธีวิเคราะห์เชิงเนื้อหา จากการศึกษาพบว่าเมื่อมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital HR) มาประยุกต์ใช้โดยตำแหน่งสายงานวิศวกรที่องค์กรธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมต้องทำการสรรหาคัดเลือกบ่อยที่สุดตำแหน่งวิศวกรโยธาเป็นผู้ถูกสรรหาและคัดเลือกบ่อยที่สุดและเป็นจำนวนมากที่สุดในองค์กรและกระบวนการสรรหาที่นิยมใช้มากที่สุด คือ การสรรหาบุคลากรภายนอกองค์กร (External Recruitment) การพัฒนาและการนําเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในองค์กรเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่มีแนวโน้มในการปรับเปลี่ยนกระบวนการให้เป็นดิจิทัลมากยิ่งขึ้น (Digital HR) ซึ่งเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับความสามารถที่มีประสิทธิภาพความน่าเชื่อถือและความน่าสนใจเข้ามามีบทบาทในการทํางานร่วมกันหรือแทนที่ในบางตําแหน่งงานของมนุษย์ ตลอดจนการนําเทคโนโลยีโซเชียลมีเดีย (Social) เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile) การวิเคราะห์ข้อมูล (Analytic) และคลาวด์ (Cloud) หรือ SMAC มาบูรณาการให้เกิดเป็นแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ในช่องทางการสรรหาบุคลากรในยุคดิจิทัลป็นเครื่องมือที่ใช้เป็นช่องทางในการประกาศรับสมัครงานในปัจจุบัน อีกทั้งการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาผู้สมัครงาน การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ค้นหาผู้สมัครที่เหมาะสมได้แก่ เว็บไซต์สมัครงานของทางองค์กร แพลตฟอร์มออนไลน์ เว็บไซต์สมัครงาน ซึ่งช่องทางนี้ผู้สมัครสามารถเห็นการประกาศได้ทันทีแบบเรียลไทม์ การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานอย่างเต็มที่ในการสรรหาบุคลากร ออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งรูปแบบของสื่อความสะดวกและความง่ายในการใช้งานสื่อสังคมและเครือข่ายสังคมเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในการนำเสนอภาพลักษณ์ขององค์กร การประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆรวมไปถึงเป็นช่องทางในการเปิดรับสมัครงานกันอย่างแพร่หลายในงานสรรหา เพื่อเสริมประสิทธิภาพของระบบการสรรหาออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อความสะดวกรวดเร็วและตอบสนองให้ทันกับความต้องการขององค์กรสมัยใหม่ อันจะช่วยให้องค์กรสามารถสรรหาบุคลากรได้อย่างรวดเร็วและหลากหลายมากขึ้น จากการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปเป็นข้อเสนอแนะในการบริหารองค์กร ให้สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและเป็นแนวทางในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital HR) มาปรับใช้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสรรหาบุคลากรในองค์กรต่อไป


การสื่อสารและสร้างการตระหนักรู้เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในกลยุทธด้านความยั่งยืน ของ บริษัท บางจาก คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ทัญณัฐฐ์ ปรีมณีสิทธ์ Jan 2024

การสื่อสารและสร้างการตระหนักรู้เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในกลยุทธด้านความยั่งยืน ของ บริษัท บางจาก คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ทัญณัฐฐ์ ปรีมณีสิทธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแนวทางหรือการดำเนินงานเพื่อการสื่อสารและการสร้างความตระหนักรู้ถึงกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนให้แก่พนักงานของบริษัท บางจาก คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และศึกษาถึงประสิทธิผลของการสื่อสารและสร้างการตระหนักรู้ถึงกลยุทธด้านความยั่งยืนขององค์กร และศึกษาถึงแนวทางในการปรับปรุงการสื่อสารและการตระหนักรู้ถึงกลยุทธของพนักงานภายในองค์กร ให้เกิดการมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น


การจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาของกองทัพบกในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1998 ถึง 2019, ปราชญา รังษีบุตร Jan 2024

การจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาของกองทัพบกในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1998 ถึง 2019, ปราชญา รังษีบุตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาของกองทัพบกในห้วงระหว่างปี ค.ศ.1998 ถึง 2019 ในการศึกษาครั้งนี้ มุ่งศึกษาและวิเคราะห์นโยบายของผู้หนีภัยการสู้รบภายใต้ความตึงเครียดระหว่างการให้ความคุ้มครองผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาตามหลักสิทธิมนุษยชนกับการรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ โดยพิจารณาในมุมมองของกองทัพบกไทยซึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแล จัดระเบียบ รักษาความปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน ตลอดจนประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่อผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมา เพื่อทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงในนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการในห้วงระหว่างปี ค.ศ.1998 ถึง 2019 โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อความสามารถในการจัดการผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาของกองทัพบก ตลอดจนวิเคราะห์ผลกระทบ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน


แรงจูงใจและความคาดหวังที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ชัญญกร ถนอมพันธุ์ Jan 2024

แรงจูงใจและความคาดหวังที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ชัญญกร ถนอมพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่อง แรงจูงใจและความคาดหวังที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแรงจูงใจที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาความคาดหวังที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาความสัมพันธ์ของแรงจูงใจและความคาดหวังที่มีผลต่อการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นการศึกษาเชิงปริมาณ โดยใช้วิธีเชิงสำรวจ โดยการเก็บข้อมูลทางแบบสอบถาม ทั้งหมดจำนวน 400 คน ด้วยสถิติเชิงพรรณนา จากการศึกษาพบว่าแรงจูงใจมีผลต่อการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะใกล้ที่พักมากที่สุด พบว่าความคาดหวังมีผลต่อการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะใกล้ที่พักมากที่สุด และพบว่าผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์ของแรงจูงใจ ความคาดหวัง และการตัดสินใจสมัครงานเข้าทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีศึกษา พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์มีค่ามากกว่า 0.50


การศึกษาเปรียบเทียบกลยุทธ์การสร้าง Soft Power ระหว่างประเทศเกาหลีใต้กับประเทศไทยผ่านอุตสาหกรรมภาพยนตร์, ปภาวินท์ นนทวงค์ Jan 2024

การศึกษาเปรียบเทียบกลยุทธ์การสร้าง Soft Power ระหว่างประเทศเกาหลีใต้กับประเทศไทยผ่านอุตสาหกรรมภาพยนตร์, ปภาวินท์ นนทวงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง การศึกษาเปรียบเทียบกลยุทธ์การสร้าง Soft Power ระหว่างประเทศเกาหลีใต้กับประเทศไทยผ่านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่ออธิบายแนวคิดการสร้าง Soft Power แนวคิดในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และแนวคิดกลยุทธ์ และเพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบกลยุทธ์การสร้าง Soft Power ระหว่างประเทศเกาหลีใต้กับประเทศไทยผ่านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยทำการวิจัยเชิงเอกสาร ผลการศึกษาพบว่า รัฐบาลเกาหลีมีนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยการยกเลิกระบบการควบคุมเนื้อหา กลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่สำคัญคือ Korean Film Council (KOFIC) โดย KOFIC ได้มีกลยุทธ์ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในหลายด้าน ได้แก่ การสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์ การสนับสนุนเงินลงทุนในการสร้างภาพยนตร์ และการสร้างระบบนิเวศเพื่อการเติบโตของภาพยนตร์ สำหรับประเทศไทย เริ่มให้ความสำคัญและสนับสนุน Soft Power เมื่อไม่นานมานี้ โดยมีการกลยุทธ์การส่งเสริมภาพยนตร์ในหลายด้าน ซึ่งกลยุทธ์ไม่ต่างจากเกาหลีมากนัก แต่ภาครัฐไทยยังคงจำกัดเสรีภาพในการเผยแพร่ภาพยนตร์ ทำให้ผู้สร้างภาพยนตร์ถูกปิดกั้นไม่มีพื้นที่ให้ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ ผู้สร้างภาพยนตร์ไม่กล้าที่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ แตกต่างจากเกาหลีที่สามารถสร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่สามารถดึงดูดใจผู้ชมได้อยู่เสมอ


ความรู้ความเข้าใจของบุคลากรสำนักงบประมาณเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลในการทำงานภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562, วีระพนธ์ ชื่นเช้า Jan 2024

ความรู้ความเข้าใจของบุคลากรสำนักงบประมาณเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลในการทำงานภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562, วีระพนธ์ ชื่นเช้า

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง “ความรู้ความเข้าใจของบุคลากรสำนักงบประมาณเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลในการทำงานภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562” มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสถานการณ์และความท้าทายของบุคลากรสำนักงบประมาณในการทำงาน ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (2) ศึกษาระดับความรู้ความเข้าใจของบุคลากรสำนักงบประมาณเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (3) หาความสัมพันธ์ของช่องทางการรับรู้ข้อมูลที่มีผลต่อความรู้ความเข้าใจของบุคลากรสำนักงบประมาณเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยเป็นงานวิจัยแบบผสม ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณ โดยวิธี การเก็บแบบสอบถาม และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก มีกลุ่มประชากรเป็นบุคลากร สำนักงบประมาณ จำนวน 31 คน ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรสำนักงบประมาณมีระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในระดับปานกลาง โดยปัจจัยส่วนบุคคลไม่มีผลต่อความรู้ความเข้าใจของบุคลากรสำนักงบประมาณ สำหรับปัจจัยสภาพแวดล้อม พบว่าสื่อสังคมออนไลน์และโทรทัศน์ มีอิทธิพลต่อความรู้ความเข้าใจของบุคลากร สำนักงบประมาณ ในส่วนข้อเสนอแนะ (1) หน่วยงานควรมีนโยบายในการเสริมสร้างความตระหนักรู้ของบุคลากรเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (2) หน่วยงานควรมีแนวทางการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างชัดเจนและเป็นระบบ (3) หน่วยงานควรมีการปรับเปลี่ยนวิธีการกำหนดเป็นชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านในการเข้าถึงระบบงานต่าง ๆ


ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการกรณีศึกษากองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11, ศิริประภา ศิริวัฒนะกุล Jan 2024

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการกรณีศึกษากองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11, ศิริประภา ศิริวัฒนะกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับของปัจจัยที่ส่งผลต่อการสมัครใจเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ และเพื่อเสนอรูปแบบหรือมาตรการต่าง ๆ ในการส่งเสริมให้เกิดการสมัครใจเข้าเป็นทหารกองประจำการ ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยการใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลการวิจัย โดยประชากรในการศึกษาวิจัยครั้งนี้คือทหารกองประจำการ กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ที่เข้ามาด้วยวิธีการสมัครใจหรือร้องขอ และการจับสลากใบแดงจำนวน 350 นาย ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสถิติสำเร็จรูป (SPSS) ประมวลผลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และทดสอบสมมติฐานด้วยการใช้สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่าที (Independent – Sample t-test) และการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก (Logistic Regression Analysis) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างพบว่า ทหารกองประจำการกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ส่วนใหญ่เข้ามาเป็นทหารกองประจำการด้วยวิธีการสมัครใจหรือร้องขอ มีช่วงอายุ 22 – 25 ปี จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาหรือปวช. มีสถานภาพโสด มีการประกอบอาชีพรับจ้างเป็นอาชีพก่อนเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,100.57 บาท โดยปัจจัยจูงใจที่ส่งผลต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการ ทั้ง 4 ด้านคือ ปัจจัยด้านสื่อประชาสัมพันธ์และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ปัจจัยด้านสิทธิประโยชน์ ปัจจัยด้านความเจริญก้าวหน้า และปัจจัยด้านสังคมและการยอมรับ มีค่าเฉลี่ยในภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับสูงที่สุด สามารถจัดลำดับค่าเฉลี่ยปัจจัยจากมากไปน้อยได้ดังนี้ กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้านสังคมและการยอมรับเป็นลำดับแรก รองลองมาคือปัจจัยด้านความเจริญก้าวหน้า ปัจจัยด้านสิทธิประโยชน์ และปัจจัยด้านสื่อประชาสัมพันธ์และบุคคลที่เกี่ยวข้องตามลำดับ การทดสอบสมมติฐานพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีวิธีการเข้ามาเป็นทหารกองประจำการที่แตกต่างกันมีระดับจูงใจจากปัจจัยที่ส่งผลต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการที่แตกต่างกัน และการทดสอบหาปัจจัยที่ส่งผลต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการด้วยการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกพบว่าปัจจัยด้านสื่อประชาสัมพันธ์และบุคคลที่เกี่ยวข้องมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการ ในขณะที่ปัจจัยด้านสังคมและการยอมรับไม่มีผลที่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value > 0.05) จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าปัจจัยด้านสังคมและการยอมรับมีผลต่อการสมัครใจเป็นทหารกองประจำการของกลุ่มประชากรตัวอย่างที่เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ซึ่งมาจากการที่ตัวแปรด้านสังคมและการยอมรับมีค่าคล้ายคลึงกันระหว่างกลุ่มตัวอย่างทั้งผู้ที่สมัครใจและไม่สมัครใจ ทำให้ตัวแปรเหล่านี้ขาดความแปรปรวนที่เพียงพอสำหรับการแสดงความสัมพันธ์เชิงสถิติที่ชัดเจนในโมเดลโลจิสติกรีเกรสชัน จึงส่งผลให้ผลการวิเคราะห์ไม่แสดงความสำคัญทางสถิติ จากผลการวิจัยในครั้งนี้ สามารถนำข้อมูลที่ได้เสนอให้กับกองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพัฒนา รูปแบบหรือมาตรการในการส่งเสริมให้เกิดการสมัครใจเข้าเป็นทหารกองประจำการ นำมาซึ่งกำลังทหารกองประจำการที่มีประสิทธิภาพ มีความพร้อมที่จะปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถและด้วยความเต็มใจ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติภารกิจของกองทัพอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป


แนวทางการแก้ไขปัญหาภาครัฐในประเด็นความยากจน กรณีศึกษา ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและการพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.), อัญชราภรณ์ ไทยทอง Jan 2024

แนวทางการแก้ไขปัญหาภาครัฐในประเด็นความยากจน กรณีศึกษา ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและการพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.), อัญชราภรณ์ ไทยทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาภาครัฐในประเด็นความยากจน กรณีศึกษา ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและการพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) เป็นการศึกษาผ่านงานวิจัยเชิงคุณภาพ ที่ผู้ศึกษาได้ศึกษาหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของภาครัฐไทย และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความยากจน ผลการศึกษาพบว่า การคงอยู่ของการคณะกรรมการฯ ระดับนโยบายมีผลต่อการดำเนินการ ประกอบกับระบบราชการไทย ที่มีโครงสร้างการบริหารและการดำเนินการที่ชัดเจนเป็นแบบแผน การบริหารบุคลากรมีหน้าที่ชัดเจน และเน้นการดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ระบบราชการไทยยังมีวัฒนธรรมที่เน้นระบบอาวุโสและความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงในอาชีพมากกว่าผลสัมฤทธิ์ บุคลากรยึดมั่นในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด แต่ละหน่วยงานมีระบบบังคับบัญชาเป็นเอกเทศ รวมไปถึงการแบ่งอำนาจหน้าที่ที่มีความชัดเจนภายใต้กฎหมาย ถึงแม้ว่าภารกิจของหน่วยงานมีการแต่งตั้งผ่านกฎหมาย แต่ยังพบความซ้ำซ้อนกันระหว่างหน่วยงาน ส่งผลให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการดำเนินงาน ขาดการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และความคิดริเริ่มจากความยึดถือในระเบียบปฏิบัตินอกจากนี้ ในส่วนของการแก้ไขปัญหาความยากจนพบว่า ปัญหาความยากจนเป็นปัญหาเป็นปัญหาระดับชาติมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องมีกลไกหรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการเป็นตัวกลางในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาความอยากจน โดยในปัจจุบัน ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) เป็นกลไกกลางที่มุ่งเน้นให้มีการบูรณาการในการแก้ไขปัญหาความยากจน อย่างไรก็ดี ศจพ. เป็นกลไกแบบคณะกรรมการซึ่งอาศัยอำนาจของนายกรัฐมนตรีในการคงอยู่ ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทำให้การดำเนินการไม่เป็นอย่างต่อเนื่องและเป็นส่วนสำคัญหลักที่ทำให้เกิดการการบูรณาการที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน


Rising From The Dust: (In)Visible Women In Australian Mining, Angela Webb Jan 2024

Rising From The Dust: (In)Visible Women In Australian Mining, Angela Webb

Postgraduate

Artivism (Art + Activism) has effectively raised awareness, challenged societal norms, and catalysed change through creative expression. Deepwell (2020) noted that “art engages with feminist politics” and “feminist politics reinvents art”. Deepwell's statement emphasises the mutual influence and transformative power between art and feminist politics. Art serves as a vehicle for expressing and advancing feminist ideologies, while feminist politics, in turn, reshapes artistic practices, content, and perspectives, ultimately contributing to a more inclusive and diverse art discourse. (EXTRACT taken from page 2 of exergesis)


Zine And Collage-Making As An Engine For Queer Self-Making: Cutting, Pasting, And Seeing What Sticks, Robin Lao Jan 2024

Zine And Collage-Making As An Engine For Queer Self-Making: Cutting, Pasting, And Seeing What Sticks, Robin Lao

Postgraduate

The purpose of this project aims to explore the potential of graphic design as a means of discovering and expressing queer identity on both a personal level and as a form of public engagement- to connect the individual to community and discover new knowledge of the self.

This project aims to add to the conversation and representation of queer identity so that both current and future generations can exist comfortably in their bodies and the spaces they occupy in the world. The necessity of more queer, more diverse and nuanced perspectives within studies of queer identity is more important than …


Machine Learning Model For Skill Level Prediction Inmultiplayer Online Battle Arena, Vachirawit Pepatang Jan 2024

Machine Learning Model For Skill Level Prediction Inmultiplayer Online Battle Arena, Vachirawit Pepatang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The ranked matchmaking system in MOBA games like DotA 2 matches players with similar skill levels, enhancing enjoyment, fairness, and competitiveness. However, current MOBA ranking systems calculate a player's ranking based on match outcomes rather than the player's individual performance, resulting in unfairness for players who perform better or worse than the rest of the team. Therefore, it is necessary to use multiple match data to correctly rate players' skills. Additionally, boosting leads to players using accounts that do not match their actual skill level. This causes negative experiences for other players and ultimately makes the game less enjoyable. This …


Ultrafine Fully Vulcanized Natural Rubber Modified By Grafting With Methyl Methacrylate Monomer As Toughening Modifiers For Polylactic Acid, Panyawutthi Rimdusit Jan 2024

Ultrafine Fully Vulcanized Natural Rubber Modified By Grafting With Methyl Methacrylate Monomer As Toughening Modifiers For Polylactic Acid, Panyawutthi Rimdusit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This work focused on toughening polylactic acid (PLA) with an abundant and sustainable bio-based filler from natural rubber. Deproteinized natural rubber (DPNR) was modified by grafting with methyl methacrylate monomer (MMA) and further crosslinked via e-beam irradiation and spray drying to achieve ultrafine fully vulcanized powdered natural rubber grafted with polymethylmethacrylate (UFPNR-g-PMMA) to solves in the challenges of incompatibility between the DPNR and PLA. Interestingly, UFPNR-g-PMMA showed no agglomeration between rubber particles compared to that of neat UFPNR which showed partial agglomeration after irradiation crosslinking. The flexural toughness shows a significant improvement (351%) to 11280 ± 1522 kJ/m3 compared to …


ระบบการเรียนปฏิบัติการร่วมกันจากระยะไกลร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่บนเว็บแอปพลิเคชันสำหรับการทดลองสอบเทียบเทอร์โมคัปเปิล, ภูมิรพี เมเยอร์ Jan 2024

ระบบการเรียนปฏิบัติการร่วมกันจากระยะไกลร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่บนเว็บแอปพลิเคชันสำหรับการทดลองสอบเทียบเทอร์โมคัปเปิล, ภูมิรพี เมเยอร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แม้การระบาดของโควิด-19 จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่การพัฒนาและเพิ่มความสามารถของห้องปฏิบัติการระยะไกลให้ทันสมัยและพร้อมใช้งานยังคงมีความสำคัญ งานวิจัยนี้นำเสนอระบบ Telepresence Laboratory ที่รวมการควบคุมการทดลองจากระยะไกลผ่าน Web Application กับการใช้งาน Large Language Model (LLM) เพื่อสร้างผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับการทดลองสอบเทียบเทอร์โมคัปเปิล ระบบนี้สนับสนุนการเรียนรู้ผ่านการคำนวณค่าพารามิเตอร์ ตอบคำถาม และแนะนำขั้นตอนการทดลองในแบบเรียลไทม์ การประเมินระบบครอบคลุมสามด้าน ได้แก่ คุณสมบัติและประโยชน์เปรียบเทียบกับการทดลองแบบดั้งเดิม, ประสิทธิภาพของ LLM ในการสนับสนุนการทดลอง และความพึงพอใจจากผู้ทดลอง ผลการประเมินพบว่าระบบช่วยเพิ่มการเข้าถึง ลดภาระผู้สอน และลดเวลาในการคำนวณ แม้ว่าจะยังมีข้อจำกัดในด้านการมอบประสบการณ์สัมผัสจริงและความล่าช้าในการตอบสนองของ LLM สรุปได้ว่าระบบเหมาะสำหรับการเรียนที่มุ่งเน้นความเข้าใจทฤษฎีและกระบวนการทดลอง แต่ไม่เหมาะสำหรับการเรียนรู้การใช้งานเครื่องมือที่ซับซ้อน