Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 96181 - 96210 of 933490

Full-Text Articles in Entire DC Network

การพัฒนาบทเรียนโมบายเลิร์นนิงด้วยกลยุทธ์การเสริมต่อการเรียนรู้ทางทัศนภาพเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, สุภลักณ์ สีขาว Jan 2024

การพัฒนาบทเรียนโมบายเลิร์นนิงด้วยกลยุทธ์การเสริมต่อการเรียนรู้ทางทัศนภาพเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, สุภลักณ์ สีขาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนและแนวทางเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) เพื่อพัฒนาบทเรียนโมบายเลิร์นนิงเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ด้วยกลยุทธ์การเสริมต่อการเรียนรู้ทางทัศนภาพของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 3) เพื่อศึกษาผลของ การใช้บทเรียนโมบายเลิร์นนิง ฯ และเปรียบเทียบคะแนนความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ก่อนและหลังเรียน ตัวอย่างวิจัยระยะที่ 1 คือ ครูผู้สอนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะมิติสัมพันธ์ 9 คน นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 15 คน ตัวอย่างวิจัยระยะที่ 2 คือ ผู้เชี่ยวชาญรวมจำนวน 6 คน ตัวอย่างวิจัยระยะที่ 3 คือ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 50 คน เครื่องมือในการวิจัยได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์ครูและผู้เรียน 2) บทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ 3) แบบประเมินคุณภาพบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ 4) แผนการจัดการเรียนรู้ 5) แบบทดสอบวัดความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ 6) แบบประเมินความพึงพอใจในบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ การวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์ด้วยสถิติบรรยาย 2) การวิเคราะห์คะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ (relative growth score) 3) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ การทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ 1. การศึกษาสภาพการเรียนการสอนเกี่ยวกับมิติสัมพันธ์ พบว่าผู้เรียนเคยทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับมิติสัมพันธ์มาบ้าง แต่ไม่ได้รับการฝึกฝนเพิ่มเติม ด้วยเนื้อหาเป็นส่วนย่อยในหลายวิชา อีกทั้งเวลาและแบบฝึกที่มี ผู้เรียนมีความสนใจหากมีบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาตามต้องการ และการออกแบบบทเรียนที่มีเนื้อหา วิธีการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของบทเรียน โดยใช้สีโทนเย็นเช่น สีฟ้า, สีเขียว หรือขาว ฯลฯ เป็นต้น 2. ผลการพัฒนาบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ ประกอบด้วย 1) บทเรียน 4 บทเรียน 2) กลยุทธ์การเสริมต่อการเรียนรู้ทางทัศภาพ (Visual Scaffolding) เน้นการใช้การเรียนรู้ด้วยภาพ ได้แก่ เส้นสี, เส้นชี้นำ, ตัวอักษรชี้นำ LTR บอกทิศทางและภาพ 3D ในส่วนเฉลย เพื่อง่ายต่อการจดจำและเรียนรู้ด้วยการดูดซึมข้อมูลรูปแบบภาพ 3) การจัดการเรียนการสอนด้วยบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ 3. ผลการเรียนด้วยบทเรียนโมบายเลิร์นนิงฯ …


การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาเพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อตนเองของนักเรียนเตรียมทหาร, ศรัญยู คงขาว Jan 2024

การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาเพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อตนเองของนักเรียนเตรียมทหาร, ศรัญยู คงขาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษา และ 2) ศึกษาผลการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษา ตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 1 จำนวน 33 นาย โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบวัดการรู้เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อตนเองและการอ่านเพื่อความเข้าใจ 2) แบบวัดความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อตนเอง 3) แบบประเมินพฤติกรรมความรับผิดชอบต่อตนเอง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ แผนการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาที่พัฒนาขึ้น มี 4 องค์ประกอบ คือ (1) วัตถุประสงค์การจัดการเรียนรู้ (2) เนื้อหาสาระและสื่อ (3) ขั้นการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ ขั้นเตรียม : การเลือกวรรณกรรมที่เสริมสร้างความรับผิดชอบ ขั้นสร้างความตระหนักรู้เรื่องความรับผิดชอบ และขั้นสร้างความเข้าใจในการอ่านวรรณกรรมเพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบ และ (4) การวัดและประเมินผล และ 2) ผลการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาโดยใช้การจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นพบว่า หลังการจัดการเรียนรู้ความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อตนเองของนักเรียนเตรียมทหารสูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษา, รัฐศาสตร์ คำผุย Jan 2024

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษา, รัฐศาสตร์ คำผุย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษา 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยที่มีต่อความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียน โดยเปรียบเทียบความสามารถด้านศัพท์ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และศึกษาความสามารถด้านศัพท์ของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และ 3) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้จากความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จำนวน 1 ห้องเรียน ทั้งหมด 35 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 4 ชนิด คือ 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษา 2) แบบวัดความสามารถด้านศัพท์ 3) แบบบันทึกการเรียนรู้ศัพท์ และ 4) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย (M) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) การทดสอบค่าที (Dependent t-test) การลงรหัสเชิงอนุมาน (Deductive coding) และการวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นเพื่อบูรณาการคำศัพท์ภาษาอังกฤษกับการละเล่นพื้นบ้านไทย ประกอบด้วย 5 ชุดกิจกรรม ซึ่งครอบคลุมคำศัพท์ในชีวิตประจำวัน ดำเนินการสอนตามแผน 6 ขั้นตอน โดยมีเพลงภาษาอังกฤษที่แต่งขึ้นใหม่เพื่อใช้ประกอบการละเล่น พร้อมด้วยคู่มือครู สื่อการเรียนรู้ และแบบประเมินผล 2. คะแนนความสามารถด้านศัพท์หลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. นักเรียนมีความสามารถด้านศัพท์ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยสามารถก้าวข้ามความท้าทายในระยะแรก ทั้งการสะกดคำ ระบุประเภทของศัพท์ที่ผิด และการไม่มั่นใจที่จะพูด ไปสู่ความแม่นยำและความคล่องแคล่วในการใช้ศัพท์ทั้งด้านการฟังและการพูดในระยะหลัง 4. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้เชิงบวก ที่กระตุ้น การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ ซึ่งส่งเสริมความมั่นใจในการสื่อสารและทัศนคติที่ดีของนักเรียน นอกจากนี้ กิจกรรมที่เน้นการเล่นเป็นกลุ่มยังเอื้อต่อการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน และทำให้การจดจำคำศัพท์ยั่งยืน ผ่านการทบทวนซ้ำในรูปแบบที่สนุกสนานและมีประสิทธิภาพ


Border Brides From Southeast Asia To China : Is The Hidden Trafficking Crime Being Rationalized, Xi Chen Jan 2024

Border Brides From Southeast Asia To China : Is The Hidden Trafficking Crime Being Rationalized, Xi Chen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Along the border between China and the Peninsula of Southeast Asia, Myanmar, Laos and Vietnam are the three countries most closely linked to China, not only for geopolitical relations, but also for the similarities between different economies, societies and ethnic cultures. With the wave of globalization comes a huge number of economic opportunities and the mobility of people from other countries and ethnicities to pursue economic benefits first and foremost. There are limited opportunities for legitimate and recognized jobs through official procedures, especially in a country where the demographic dividend is a major advantage, and where human capital is not …


Curatorial Practice Project Of Traditional Chinese Opera Exhibition: Modern Shandong Bangzi Opera In Qufu, Jing Yang Jan 2024

Curatorial Practice Project Of Traditional Chinese Opera Exhibition: Modern Shandong Bangzi Opera In Qufu, Jing Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Shandong Bangzi Opera, a traditional Chinese opera originating from the Shandong region, has received significant attention for its preservation and development in Qufu, the birthplace of Confucian culture. This art form is characterized by its passionate singing, bold performance style, and authentic Southwest Lu dialect. It reflects the character and social life of the Southwest Lu people, and demonstrates the profound influence of Confucian culture on local society and interpersonal relationships. Despite challenges such as an aging audience and limited transmission methods, Shandong Bangzi Opera is being revitalized through innovative practices, including multimedia technology and modern stage techniques. This study …


Semiotic Resources And Ideological Construction In Southeast Asian Femvertising, Qian Zhang Jan 2024

Semiotic Resources And Ideological Construction In Southeast Asian Femvertising, Qian Zhang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Femvertising, the practice of integrating feminist messaging into advertising, has emerged as a powerful strategy for challenging gender stereotypes and promoting women's empowerment. However, its adaptation in Southeast Asia poses unique challenges due to the region's diverse cultural and religious norms. This research investigates how semiotic resources in Femvertising campaigns from Thailand, Malaysia, and Singapore construct empowerment narratives while addressing local cultural contexts. Combining a systematic literature review with social semiotic analysis, this study explores the visual and linguistic elements in Femvertising campaigns, highlighting their dual role in challenging stereotypes and reinforcing consumerist ideologies. Findings reveal that while these campaigns …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Chinese Intangible Cultural Heritage Of Shaanxi Paper-Cut, "Blossom", Xiaonan Zhou Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Chinese Intangible Cultural Heritage Of Shaanxi Paper-Cut, "Blossom", Xiaonan Zhou

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This indepentdent study explores the protection, inheritance, and innovation of traditional skills through curatorial practice, using the "Blossom" exhibition of Shaanxi paper-cutting art, an intangible cultural heritage of Shaanxi Province, China, as its research object. Through literature analysis and case comparison, the study systematically organizes the historical origins, regional characteristics, and inheritance status of Chinese paper-cutting art, with a specific focus on the bold artistic style and cultural connotations of Shaanxi paper-cutting. Drawing on examples like the "Blooming on Paper" European Paper-cutting Exhibition and the Sixth Yunnan Paper-cutting Art Exhibition, the study proposes that curatorial practice should balance historical inheritance …


การศึกษากลวิธีการแปลอติพจน์ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan หรือ เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์, สุตาภัทร อรุณนวล Jan 2024

การศึกษากลวิธีการแปลอติพจน์ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan หรือ เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์, สุตาภัทร อรุณนวล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาศึกษากลวิธีการแปลประโยคอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan (2513) และฉบับแปลภาษาไทย เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์ (2559) รวมถึงปัจจัยทางวัฒนธรรมบางประการที่ส่งผลต่อการแปลอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ผู้วิจัยได้คัดเลือกประโยคที่ปรากฏการใช้อติพจน์จำนวน 60 ประโยค ตามแนวทางการจำแนกประเภทอติพจน์ของ Claudia Claridge (2011) และใช้กรอบการวิเคราะห์แนวทางการแปลความเปรียบและสำนวนภาษา (Trope Change) ของ Andrew Chesterman (2001) จากการจำแนกประเภทอติพจน์ที่ปรากฏในประโยคต้นฉบับภาษาอังกฤษ จำนวน 60 ประโยค พบอติพจน์ในตัวบทต้นฉบับ 6 ประเภท ได้แก่ อติพจน์แบบคำเดียว อติพจน์ระดับวลี อติพจน์ระดับอนุประโยค อติพจน์ที่แสดงจำนวน การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด และการใช้การเปรียบเทียบ โดยแบ่งเป็นอติพจน์ประเภทเดียวประโยคจำนวน 53 ประโยค และใช้อติพจน์มากกว่าหนึ่งประเภทร่วมกัน จำนวน 7 ประโยค จากการวิเคราะห์พบว่ากลวิธีที่ผู้แปลเลือกใช้ในการแปลประโยคอติพจน์ที่คัดสรรจำนวน 67 แห่ง มีทั้งหมด 3 กลวิธี ได้แก่ การรักษาอติพจน์หรือใช้สำนวนภาษาประเภทเดิม (55 แห่ง) เปลี่ยนไปใช้อติพจน์หรือสำนวนภาษาประเภทอื่น (3 ครั้ง) และแปลโดยไม่เก็บอติพจน์หรือสำนวนภาษา (9 แห่ง) โดยกลวิธีที่พบมากที่สุดคือ คงความเปรียบหรือสำนวนภาษาประเภทเดิม นอกจากนี้ยังพบว่าประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ เป็นปัจจัยทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการแปลอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งผู้แปลเลือกใช้กลวิธีการกรองทางวัฒนธรรม (cultural filtering) ควบคู่กับการคงความเปรียบหรือสำนวนภาษาประเภทเดิม โดยใช้คำที่มีความหมายต่างกัน หากแต่ยังมีความเชื่อมโยงกันในแง่ของการสื่อความ จึงทำให้เห็นภาพการเปรียบเทียบไปในทำนองเดียวกันกับต้นฉบับโดยหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่สื่อความทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทวัฒนธรรมไทย


Curatorial Practice Project For Education Program: Analog Expression – Emotional Language Through Camera-Less Photography, Swita Uancharoenkul Jan 2024

Curatorial Practice Project For Education Program: Analog Expression – Emotional Language Through Camera-Less Photography, Swita Uancharoenkul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This independent study examines curatorial practice in developing educational programs that utilize camera-less photography as a medium for emotional expression. Building upon the theoretical framework of light as both physical phenomenon and metaphorical concept, this research investigates how photograms and cyanotypes function as accessible tools for translating emotional states into visual language through hands-on workshops.The study focuses on analog photographic processes that emphasize direct physical engagement with light-sensitive materials. Unlike digital photography's emphasis on precision and control, analog processes embrace materiality, unpredictability, and temporal engagement, creating opportunities for contemplative practice and authentic emotional expression while requiring minimal technical expertise.Through collaborative …


Curatorial Practice Research: Multi-Sensory Art Exhibitions For Children With Special Needs With New Perspectives In Inclusive Curatorial Practices, Zixin Huang Jan 2024

Curatorial Practice Research: Multi-Sensory Art Exhibitions For Children With Special Needs With New Perspectives In Inclusive Curatorial Practices, Zixin Huang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores how multisensory exhibition design can promote inclusion and participation for neurodiverse children, particularly those on the autism spectrum, within art spaces. It focuses on two representative case studies from Australia, namely the Children's Program of the Asia Pacific Triennial and the curatorial practices of Erica Tandori. The research analyzes how sensory elements such as touch, sound, smell, and spatial arrangement can enhance accessibility and interaction in exhibition environments. Building on this analysis, the study proposes a conceptual exhibition layout model that emphasizes participatory interaction, emotional support, and sensory exploration. Informed by literature review and public survey findings, …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Using Curatorial Spatial Narrative In The Fifth Changchun International Snow And Ice Sculpture Exhibition, Ruimiao Yu Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Using Curatorial Spatial Narrative In The Fifth Changchun International Snow And Ice Sculpture Exhibition, Ruimiao Yu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the application of curatorial spatial narrative in the 5th Changchun International Ice Sculpture Exhibition. The exhibition is not merely an artistic presentation but a curatorial practice that deepens audience immersion and environmental awareness through spatial narrative. It uniquely combines ephemeral ice sculptures with permanent sculptures in the Changchun World Sculpture Park, enhancing the dialogue between time and material.Through literature reviews, case comparisons, and spatial analyses, the study contrasts international and Chinese domestic cases such as Harbin Ice and Snow World and the World Ice Sculpture Championship, highlighting the uniqueness of curatorial spatial narratives. This research positions curators …


Curatorial Practice Project For Fashion Design Exhibition: A Comparative Study Of Visual Communication And Audience Experience Of Mo&Co. And Vinn Patararin, Dongliang Liao Jan 2024

Curatorial Practice Project For Fashion Design Exhibition: A Comparative Study Of Visual Communication And Audience Experience Of Mo&Co. And Vinn Patararin, Dongliang Liao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates how visual communication strategies in fashion exhibitions construct brand identity and mediate audience experience across cultural and digital contexts. Drawing on an integrated theoretical framework, including Hall's encoding/decoding model, Bhabha's theory of cultural translation, and Falk and Dierking's contextual model of learning, the research conceptualizes curators as cultural translators who shape meaning through spatial design, visual symbolism, and platform-sensitive narratives.A comparative case study of MO&Co. Guangzhou-based and VINN PATARARIN Bangkok-based was selected to represent divergent curatorial approaches and cultural positions: MO&Co. leverages Guochao aesthetics, feminist symbolism, and theatrical scenography to appeal to urban Chinese youth on platforms …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: “Where Are We Landing”, Phiraya Ardwichai Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: “Where Are We Landing”, Phiraya Ardwichai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Over the past several decades, exhibitions concerning Southeast Asia have tended to operate within a geopolitical framework that emphasizes historical narratives shaped by colonial processes. Within this curatorial paradigm, the human subject is often positioned at the center of meaning-making and perception, reinforcing the dominance of the nation-state as the primary unit of power. At the same time, such frameworks tend to marginalize ecological concerns, particularly the complex interrelations between humans and more-than-human entities. This research critically examines prevailing curatorial practices within this context, investigates the impact of green imperialism in the region, and proposes an alternative curatorial approach through …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition "Check In Planet Colonization Plan”, Jiajing Ji Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition "Check In Planet Colonization Plan”, Jiajing Ji

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

As digital life increasingly shapes how we engage with culture, Check-in Culture has emerged as a powerful lens through which identity, space, and symbolic value are negotiated. Far from mere location tags, Check-ins on platforms like Instagram and Xiaohongshu are performative acts—blending personal branding, viral humor, and algorithmic visibility. This study examines how ordinary places, such as the now-iconic “Chengdu Disney,” are transformed into cultural landmarks through participatory remixing and meme-driven attention.To explore these dynamics, the “CHECK IN Planet Colonization Plan” online exhibition serves as both a case study and a curatorial experiment, merging artistic interpretation, social media interaction, and …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: From Patronage To Empowerment - Konfir Kabo's Non-Utilitarian Collecting And The Empowerment Of Indonesian Women Artists, Qiming Zheng Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: From Patronage To Empowerment - Konfir Kabo's Non-Utilitarian Collecting And The Empowerment Of Indonesian Women Artists, Qiming Zheng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the social impact of non-utilitarian art collecting practices on the empowerment of Indonesian women artists. By examining the collection of Indonesian non-utilitarian collector Konfir Kabo and curating the exhibition Bodies in Balance, it analyzes how non-putilitarian art collecting can serve as a mechanism for feminist empowerment. The research argues that collection practices oriented toward non-commercial values offer effective means to address the structural imbalances faced by Indonesian women artists within both art history and the art market. By foregrounding works by Indonesian women artists—whose voices have long been marginalized in contemporary Southeast Asian art discourse—the curatorial practice …


โครงการออกแบบแบรนด์สินค้าเครื่องสำอาง โดย แนวคิด โมโน โนะ อาวาเระ, ธีรัจฉรา จัดหงษา Jan 2024

โครงการออกแบบแบรนด์สินค้าเครื่องสำอาง โดย แนวคิด โมโน โนะ อาวาเระ, ธีรัจฉรา จัดหงษา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาแนวทางการออกแบบแบรนด์สินค้าเครื่องสำอาง โดยแนวคิด โมโน โนะ อาวาเระ โดยการทำแบบสอบถามและการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดโมโน โนะ อาวาเระ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย แบรนด์เครื่องสำอาง เทรนด์ความงามต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ในการออกแบบต่อไป หลังจากเสร็จสิ้นขบวนการวิจัยทั้งหมด ผลสรุปได้ว่า แนวคิดโมโน โนะ อาวาเระนั้น เป็นแนวคิดที่เน้นการยอมรับและเข้าใจในความสวยงามของธรรมชาติและสิ่งรอบตัวที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา โดยผู้วิจัยได้นำแนวคิดนี้มาส่งเสริมกับเทรนด์ความงามแบบ Aging Gracefully หรือเทรนด์ความงามที่ปฏิเสธการชะลอวัย ของกลุ่มเป้าหมายเจน Y หรือ Millennials ที่ส่งเสริมให้ทุกคนยอมรับการเปลี่ยนแปลงและภูมิใจในความสวยของตนเองไม่ว่าจะในช่วงอายุเท่าไหร่ก็ตาม โดยการเอาแนวคิดทั้งสองแบบนี้มาสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง ที่ส่งเสริมความมั่นใจ และความสบายใจในการออกไปใช้ชีวิตให้กับผู้ใช้สินค้าทุกคน โดยผลวิจัยทั้งหมดสรุปได้ว่า การออกแบบแบรนด์เครื่องสำอางนี้ ได้สารที่ต้องการจะสื่อคือ ความงดงามอันไร้กาลเวลา และบุคลิกภาพที่เหมาะสมของงานคือ DREAMY (งดงามเหมือนฝัน) , CHARMING (มีเสน่ห์ ดูน่าหลงใหล) และ FREE (อิสระ) ชื่อแบรนด์ คือYugure (夕暮れ) หรือยูกุเระ ที่แปลว่าช่วงเวลายามเย็น โดยตัวสินค้าจะแบ่งเป็นเซตเครื่องสำอางแบบกลางวันและกลางคือเพื่อให้สอดคล้องกับสารที่ต้องการจะสื่อและชื่อของแบรนด์ โดยจะใช้การออกแบบภาพประกอบที่เน้นไปที่ลายของปีกผีเสื้อและพืชพรรณต่าง ๆ ใช้โทนสีทั้งโทนสีร้อนและเย็น ที่มีทั้งความหรูหรา โดดเด่น ช่วยส่งเสริมแบรนด์เครื่องสำอางให้มีความสวยงามและสร้างความประทับใจให้กลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น


การออกแบบเรขศิลป์ด้วยข้อมูลเชิงภาพจากการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์กราฟิก, นิศาชล ศรีวรรณญา Jan 2024

การออกแบบเรขศิลป์ด้วยข้อมูลเชิงภาพจากการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์กราฟิก, นิศาชล ศรีวรรณญา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบข้อมูลเชิงภาพ (Data Visualization) สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์กราฟิกให้เหมาะสมกับกลุ่มนักออกแบบกราฟิก Generation Z โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงความรู้จากอดีตสู่อนาคต ผ่านการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและรูปแบบการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย โดยเนื้อหาถูกสังเคราะห์จากข้อมูลของ Graphic Movements จำนวน 20 ยุค วิเคราะห์ครอบคลุมทั้งลักษณะเด่น แนวคิดหลัก และตัวอย่างงานออกแบบ เพื่อนำไปพัฒนาการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบภาพข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ วิธีดำเนินการวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรม เอกสารทางวิชาการ และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างนักออกแบบกราฟิก Generation Z จำนวน 9 คน ร่วมกับการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มความคิด พฤติกรรมการเรียนรู้ และมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารข้อมูลด้วยภาพ ผลการวิจัยพบว่า การออกแบบข้อมูลเชิงภาพที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายควรสะท้อนบุคลิกภาพของงานที่มีลักษณะ NEAT (เนี้ยบ เรียบร้อยไร้ที่ติ), PRECISE (พิถีพิถัน เฉียบขาด) และ LIVELY (มีชีวิตชีวา) ควบคู่กับแนวคิด “เรียนรู้จากอดีตเพื่ออนาคต” โดยการผสานความงามทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยีและความร่วมสมัย ผ่านกระบวนการออกแบบที่ใช้ Customer Journey เป็นแนวทางในการกำหนดการนำเสนอ เพื่อให้เกิดการรับรู้ มีส่วนร่วม และสามารถจดจำและประยุกต์ใช้ความรู้ในเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน


การออกแบบแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับกลุ่มมินิมอล อินทิเกรเตอร์ผ่านการออกเเบบคาเเรคเตอร์โดยใช้แนวคิดอุปนิสัยแห่งความโชคดี, ยอดชีวัน งามสมบัติ Jan 2024

การออกแบบแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับกลุ่มมินิมอล อินทิเกรเตอร์ผ่านการออกเเบบคาเเรคเตอร์โดยใช้แนวคิดอุปนิสัยแห่งความโชคดี, ยอดชีวัน งามสมบัติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเรื่องการออกเเบบเรขศิลป์สำหรับการออกแบบแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับกลุ่มมินิมอล อินทิเกรเตอร์ ผ่านการออกเเบบคาเเรคเตอร์โดยใช้แนวคิดอุปนิสัยแห่งความโชคดี เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยมีดังนี้ 1).ข้อมูลการออกเเบบคาเเรคเตอร์ดีไซน์เเละสอบถามเรื่องความเชื่อมูเตลู 2).ข้อมูลบุคลิกภาพเเละอารมณ์ที่ต้องการจะสื่อ 3).ข้อมูลเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์เเบรนด์ทั่วไปเเละข้อมูลการใช้สื่อ 4). ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเเบบคาเเรคเตอร์ดีไซน์ 5). สัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างเรื่องความสนใจเรื่องมูเตลู 6). สัมภาษณ์ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเเบบคาเเรคเตอร์ดีไซน์ สรุปผลวิจัยพบว่าสารที่ต้องการสื่อ คือ เทศกาลความโชคดีไม่มีที่สิ้นสุด เเละมีบุคลิกภาพเเละอารมณ์ของงานออกเเบบในลักษณะ Vigorous (ดูมีพลัง กระฉับกระเฉง), Cozy (สบายอบอุ่น พลังบวก), และ Colorful (สีสัน น่าตื่นเต้น)


โครงการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิดเอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้งเพื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น, ศุภกร กันยานุชรัตน์ Jan 2024

โครงการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิดเอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้งเพื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น, ศุภกร กันยานุชรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิด เอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้ง เพื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อหากลยุทธ์และแนวทางการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิด เอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้ง เพื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ขั้นตอนและวิธีดำเนินการวิจัย โดยการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับ ต้นไม้มงคล เครื่องรางมงคลและแนวคิด เอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้ง ศึกษาธุรกิจผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ในประเทศไทยและคุณสมบัติของต้นไม้มงคลและเครื่องรางมงคลที่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยนำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาสร้างแบบสอบถาม เพื่อสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านต้นไม้มงคลและหินมงคล ทำให้ได้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการออกแบบต่อไป สรุปผลวิจัยพบว่า 1.) สารที่ต้องการจะสื่อ คือ เพื่อนนำโชคร่วมสุข และบุคลิกภาพของงานที่เหมาะสม คือ มีชีวิตชีวา น่ารักและดูสมเหตุสมผล 2.) แนวทางการออกแบบเรขศิลป์ที่เหมาะสม ใช้การออกแบบคาแรคเตอร์รูปแบบ Modern Style, ลักษณะของคาแรคเตอร์ตามหลักการ Shape Language และใช้โทนสีของงานโดยอิงจากลักษณะสีของต้นไม้มงคลและหินมงคล


โครงการการออกแบบสื่อการรณรงค์และให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินของกลุ่มเกย์ชายสถานะโสด, ชยุตม์ คชโกศัย Jan 2024

โครงการการออกแบบสื่อการรณรงค์และให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินของกลุ่มเกย์ชายสถานะโสด, ชยุตม์ คชโกศัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบสื่อการรณรงค์และให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินแก่กลุ่มเกย์ชายไทยที่มีสถานะโสดวัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรย่อยที่มีพฤติกรรมทางการเงินเฉพาะและยังไม่ได้รับความสนใจอย่างเพียงพอในเชิงนโยบายและการสื่อสารสาธารณะ แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าในด้านการยอมรับความหลากหลายทางเพศ แต่สิทธิทางการเงินโดยเฉพาะในบริบทของการสมรสยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้กลุ่มเกย์ชายโสดต้องวางแผนการเงินด้วยตนเองโดยขาดโครงสร้างสนับสนุน เช่น สิทธิกู้ร่วม หรือสวัสดิการคู่ชีวิตงานวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารวิชาการ แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างเกย์ชายโสดจำนวน 30 คน และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเพศวิถี ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มเกย์ชายโสดวัยทำงาน (25–45 ปี) ใช้จ่ายเพื่อภาพลักษณ์และคุณภาพชีวิต ขาดการออมและแผนเกษียณ จำแนกออกเป็น 4 ไลฟ์สไตล์หลัก ได้แก่ Urban Luxe, Asset Architects, Smart Budgeters และ Experience Explorers ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และนิทรรศการแบบมีส่วนร่วม โดยใช้เครื่องมือ Infographic และ Calculator ด้วยการ ด้ายการออกแบบด้วยสไตล์ Queer Aesthetics ใช้สีรุ้งและภาพประกอบที่ไม่เหมารวม สื่อถึงอารมณ์ "มั่นใจ – อบอุ่น – เข้าถึงง่าย" พร้อมจัดวางข้อมูลตาม Customer Journey เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้และการวางแผนการเงินอย่างยั่งยืน


การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ความเชื่อมั่น และความตั้งใจลงทุนของนักลงทุนไทยในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, พิชญา เมืองแมน Jan 2024

การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ความเชื่อมั่น และความตั้งใจลงทุนของนักลงทุนไทยในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, พิชญา เมืองแมน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ของการเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ความเชื่อมั่น และความตั้งใจลงทุนของนักลงทุนไทย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการเชิงสำรวจ (Survey Research) ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 210 คน ผลการศึกษาพบว่า (1) นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 47.6 รองลงมาเป็นเพศชาย ร้อยละ 46.7 และกลุ่ม LGBTQ+ ร้อยละ 5.7 มีอายุ 26-35 ปี ร้อยละ 59.0 และมีการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ร้อยละ 94.3 (2) นักลงทุนใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ร้อยละ 80.0 รองลงมาคือเว็บไซต์ข่าวการเงิน ร้อยละ 66.7 และ YouTube ร้อยละ 55.2 (3) นักลงทุนสนใจข้อมูลนวัตกรรมด้าน Artificial Intelligence มากที่สุด ร้อยละ 76.2 รองลงมาคือ Data Center ร้อยละ 59.0 และ Cloud Computing ร้อยละ 53.3 (4) ระดับการรับรู้เกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลนวัตกรรมองค์กรอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.03) (5) ระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อองค์กรที่สื่อสารนวัตกรรมอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.13) (6) ระดับความตั้งใจลงทุนในองค์กรที่สื่อสารนวัตกรรมอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.13) (7) ระดับการเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมต่อการความตั้งใจลงทุนอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 3.98) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า (1) การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมขององค์กรมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน (r = 0.729, p<0.01) (2) ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความตั้งใจในการลงทุน (r = 0.785, p < 0.01) (3) การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กรมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความตั้งใจลงทุน (r=0.672, p< 0.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งสนับสนุนสมมติฐานการวิจัยทั้งสามข้อ


The Influences Of Entrepreneur Personal Branding Of Electric Vehicles On Social Media On Gen Z'S Behavioral Responses In China, Jianchao Fu Jan 2024

The Influences Of Entrepreneur Personal Branding Of Electric Vehicles On Social Media On Gen Z'S Behavioral Responses In China, Jianchao Fu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to: 1) examine how electric vehicle (EV) entrepreneurs’ personal branding on social media (PBS) affects Generation Z consumers in China; 2) analyze how this branding influences three components of the Theory of Planned Behavior—Attitude toward the behavior (A), Subjective Norms (SN), and Perceived Behavioral Control (PB); 3) study how these components affect behavioral responses (BR); and 4) test a structural equation model (SEM) based on these relationships. A quantitative method was used, with data collected via an online questionnaire from 200 Gen Z consumers (aged 18–27) in mainland China in May 2025. Data analysis utilized the SEM. …


The Strategic Influence Of Opinion Leaders In Chinese Fandom Culture Of Thai Boys’ Love Series, Cristine Lin Jan 2024

The Strategic Influence Of Opinion Leaders In Chinese Fandom Culture Of Thai Boys’ Love Series, Cristine Lin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study adopts a strategic communication perspective to examine the strategic influence of opinion leaders in Chinese fandom culture of Thai Boys’ Love (BL) series. The research focuses on “Da-fen,” a fandom-specific term referring to influential fan figures who play key leadership roles within online fan communities. By using a qualitative research design, the study combines semi-structured interviews with textual analysis of high-engagement social media posts. Three research questions guide the inquiry: (1) How do fan opinion leaders build and maintain leadership roles within Chinese fandom of Thai BL series? (2) What strategic communication practices do opinion leaders use to …


การประกอบสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัล (Carnivalesque) ในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก, ณภัทร ศิริอาชาวัฒนา Jan 2024

การประกอบสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัล (Carnivalesque) ในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก, ณภัทร ศิริอาชาวัฒนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประกอบสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัลในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก กลยุทธ์ในสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัลในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก และภาพยนตร์หอแต๋วแตกช่วยผลักดันการต่อสู้ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือไม่อย่างไร โดยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยการวิเคราะห์ตัวบท (Textual Analysis) จากกลุ่มตัวอย่างภาพยนตร์หอแต๋วแตกจำนวน 4 ภาค ได้แก่ ภาคที่ 1 หอแต๋วแตก (พ.ศ. 2550) ภาคที่ 3 หอแต๋วแตก แหวกชิมิ (พ.ศ. 2554) ภาคที่ 6 หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ (พ.ศ. 2561) และภาคที่ 9 หอแต๋วแตก แหกสัปะหยด (พ.ศ. 2567) โดยคัดเลือกด้วยเกณฑ์ด้านพื้นที่ของหอที่ต่างกันในแต่ละภาค ผลการวิจัยพบว่าภาพยนตร์ชุดนี้ได้สร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัล (Carnivalesque) ขึ้นตามแนวคิดของมิคาอิล บัคติน (Mikhail Bakhtin) ด้วยกลไกคาร์นิวัล 3 ประการ ได้แก่ การกลับหัวกลับหางสถานะ (Turning Upside Down), การแสดงความรื่นรมย์ผ่านร่างกาย (Bodily Pleasure) และการสร้างความขบขันเกินขอบเขต (Laughter by Excession) ในพื้นที่กึ่งสาธารณะอย่างหอพัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตัวละครผู้มีความหลากหลายทางเพศมีอำนาจควบคุม พลิกสถานะจากผู้ถูกกดทับในชีวิตจริงสู่ผู้มีอำนาจในโลกของภาพยนตร์ ผ่านการแสดงออกอันเกินจริง การแต่งกายหลุดกรอบ และการใช้อารมณ์ขันท่ามกลางบรรยากาศสยองขวัญ ทั้งยังสลับบทบาทกับเพศชายหญิงที่มักเป็นชนชั้นนำในสังคมจริง เพื่อวิพากษ์และลดทอนอำนาจแบบดั้งเดิม ทั้งจากรัฐ สังคม ศาสนา และวาทกรรมชายเป็นใหญ่ โดยทุกภาคจบลงด้วยชัยชนะของตัวละครผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตอกย้ำว่า “ธรรมะชนะอธรรม” ภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตกนี้จึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือในการต่อต้านในการต่อสู้ทางจินตนาการของผู้มีความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว (temporary liberation) เพื่อปลอดปล่อยความเจ็บปวดและหล่อเลี้ยงความหวังของผู้มีความหลากหลายทางเพศอีกด้วย


อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทย, นันท์หทัย บัวเลิศ Jan 2024

อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทย, นันท์หทัย บัวเลิศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ทัศนคติต่อตราสินค้า อิทธิพลของกลุ่มอ้างอิง (ได้แก่ อิทธิพลด้านข้อมูล อิทธิพลเชิงเปรียบเทียบ และอิทธิพลแบบให้ปฏิบัติตาม) การสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยของผู้บริโภค ในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำและความภักดีต่อตราสินค้า และ 2) อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 18-44 ปี ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และต้องเคยซื้อและใช้ยาดมตราหงส์ไทยมาอย่างน้อย 1 เดือน จำนวนทั้งสิ้น 264 คน แบ่งเป็น 1) อายุ 18-28 ปี (Generation Z) จำนวน 132 คน และ 2) อายุ 29-44 ปี (Generation Y) จำนวน 132 คน ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุดคือ ทัศนคติต่อตราสินค้า นอกจากนั้น ทัศนคติต่อตราสินค้าและอิทธิพลเชิงเปรียบเทียบ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำและความภักดีต่อตราสินค้า ในขณะที่อิทธิพลแบบให้ปฏิบัติตาม มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำเท่านั้น และสุดท้าย อิทธิพลด้านข้อมูลและอิทธิพลเชิงเปรียบเทียบของกลุ่มอายุ Generation Z และ Generation Y แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


การพัฒนาส่วนฟรอนต์เอนด์ของเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้เฟรมเวิร์กนักซ์แบบอิงแบบจำลอง, สุรชาติ คงกำเหนิด Jan 2024

การพัฒนาส่วนฟรอนต์เอนด์ของเว็บแอปพลิเคชันโดยใช้เฟรมเวิร์กนักซ์แบบอิงแบบจำลอง, สุรชาติ คงกำเหนิด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้ได้นำเสนอวิธีการพัฒนาแบบอิงแบบจำลองเข้าเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาส่วนฟรอนต์เอนด์ของเว็บแอปพลิเคชันผู้ใช้เฟรมเวิร์กนักซ์ โดยนำเสนอยูเอ็มแอลโพรไฟล์ของนักซ์เฟรมเวิร์กสำหรับการสร้างแบบจำลองของส่วนฟรอนต์เอนด์และนำเสนอกฎการแปลงในรูปแบบของแผ่นแบบสำหรับการแปลงแบบจำลองสู่โค้ดและจากโค้ดสู่แบบจำลอง โดยการแปลงจากแบบจำลองสู่โค้ดนั้นนักพัฒนาจำเป็นต้องเติมโค้ดตรรกะบางส่วนลงไปในโค้ดที่ได้จากการแปลงเพื่อทำให้ส่วนฟรอนต์เอนด์สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้งานวิจัยฉบับนี้ได้นำเสนอเครื่องมือการแปลงทั้งในส่วนของการแปลงแบบจำลองสู่โค้ดและโค้ดสู่แบบจำลอง รวมถึงการสร้างเว็บแอปพลิเคชันกรณีศึกษาเพื่อใช้ในการตรวจสอบการแปลง โดยการแปลงจากแบบจำลองสู่โค้ดได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพโค้ดโดยใช้โซนาร์คิวบ์ การเปรียบเทียบระหว่างการแปลงด้วยเครื่องมือจากแบบจำลองสู่โค้ดกับการเขียนโค้ดโดยดูจากแบบจำลองโดยนักพัฒนา ได้ผลว่าโค้ดสอดคล้องกันเฉลี่ย 89.23% เนื่องจากโค้ดของนักพัฒนาไม่ครบถ้วนตามแบบจำลองหรือไม่เป็นไปตามคู่มือของนักซ์ การวัดอัตราการแปลงเมื่อเทียบกับโค้ดที่เพิ่มตรรกะจนสมบูรณ์แล้วมีค่าเฉลี่ย 83.03% แสดงว่าโค้ดส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นอัตโนมัติ การแปลงจากโค้ดสู่แบบจำลองใช้การเปรียบเทียบแบบจำลองต้นฉบับกับแบบจำลองที่ถูกแปลงกลับจากโค้ด ผลลัพธ์ คือ แบบจำลองที่แปลงกลับจากโค้ดมีความถูกต้องโดยรวมเฉลี่ย 100%


From Ritual To Festival: The Commodification And Transformation Of Nyepi Day In Bali, Yu-Ru Chang Jan 2024

From Ritual To Festival: The Commodification And Transformation Of Nyepi Day In Bali, Yu-Ru Chang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the transformation of Bali’s Nyepi Day practices through the lens of cultural commodification. Nyepi, as the Balinese Day of Silence, is rooted in four core prohibitions—no fire (Amati Geni), no travel (Amati Lelungan), no work (Amati Karya), and no entertainment (Amati Lelanguan)—and is traditionally observed as a day of spiritual purification. However, its increasing commodification through tourism packages and hotel promotions has raised concerns from religious councils and local authorities regarding the erosion of its sacred meaning. Among the related rituals, the Ogoh-Ogoh parade, held on the eve of Nyepi, has undergone significant transformation: demon-like effigies once …


อิทธิพลพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าของไทย ในกลุ่มผู้บริโภค, ฟ้าใส วิศรุตวณิช Jan 2024

อิทธิพลพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าของไทย ในกลุ่มผู้บริโภค, ฟ้าใส วิศรุตวณิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของคุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อความไว้วางใจในสินค้าไทย และศึกษาอิทธิพลของความไว้วางใจในสินค้าไทยที่ใช้พรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการสำรวจความคิดเห็น (Survey Research) เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการซื้อและความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคไทย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริโภคอายุระหว่าง 18-35 ปี ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 272 คน ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า (1) คุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ชาหมัก (r = .852, p < 0.01) (2) ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ชาหมักมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ชาหมัก (r = .874, p < 0.01) (3) คุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (r = .907, p < 0.01) (4) ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้ามีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (r = .903, p < 0.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งรับสมมติฐานทุกข้อ ความไว้วางใจสามารถไกล่เกลี่ยอิทธิพลของพรีเซนเตอร์ได้ 87.7% ในผลิตภัณฑ์ชาหมัก และ 94.0% ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า


การรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี, ณัฐฌา ชำนิยันต์ Jan 2024

การรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี, ณัฐฌา ชำนิยันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี โดยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง การรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี ด้วยการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณผ่านแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 ชุด ด้วยวิธีวิจัยเชิงสำรวจ ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้การสื่อสารการตลาดผ่านดนตรีโดยรวมอยู่ในระดับมากโดยเฉพาะประเด็นที่สามารถจดจำการใช้ดนตรีเพื่อเชื่อมโยงศิลปินกับกลุ่มเป้าหมายของตราสินค้าได้ (M= 3.93), มีทัศนคติเชิงบวกต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่ใช้ศิลปินเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ (M = 4.29) และมีระดับการตอบสนองต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรีในระดับมาก โดยเฉพาะในด้านความตั้งใจ (M = 4.05) ทั้งนี้ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า 1. การรับรู้มีความสัมพันธ์กับทัศนคติในระดับปานกลาง โดยเฉพาะกลยุทธ์การร่วมมือระหว่างศิลปินและตราสินค้าในการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก (r = 0.47) และ 2. ทัศนคติมีความสัมพันธ์กับการตอบสนองในระดับปานกลาง โดยเฉพาะในด้านความตั้งใจ (r = 0.52) สะท้อนให้เห็นว่า การสื่อสารการตลาดผ่านดนตรีมีบทบาทในการกระตุ้นอารมณ์ สร้างประสบการณ์ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในทุกมิติ


Lead-Free Perovskite/Metal Oxide Heterojunction Photocatalyst For Sustainable Toluene Oxidation, Zakarya Hazaea Jan 2024

Lead-Free Perovskite/Metal Oxide Heterojunction Photocatalyst For Sustainable Toluene Oxidation, Zakarya Hazaea

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

An important field of study is the ecologically benign synthesis of useful compounds such as benzaldehyde and benzyl alcohol from the organic contaminant toluene. Lead-free halide perovskites are excellent options for photocatalysis due to their exceptional photoelectric properties. Nonetheless, they have notable challenges, such as fast charge recombination and ineffective charge separation. In this work, we present a simple anti-solvent technique to create a heterojunction between lead-free halide perovskite Cs2AgBiBr6 (CABB) with Cu2O and Cu-Cu2O. This combination facilitates the photocatalytic activation of C(sp3)−H bonds, which in turn increases the oxidation of toluene. The Cu2O and Cu-Cu2O creating a Z-scheme heterojunction …