Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 96121 - 96150 of 933494

Full-Text Articles in Entire DC Network

นวัตกรรมระบบประเมินความพร้อมของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการเข้าสู่การค้าปลีกอัจฉริยะ, กันตภณ ผาณิตรัตน์ Jan 2024

นวัตกรรมระบบประเมินความพร้อมของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการเข้าสู่การค้าปลีกอัจฉริยะ, กันตภณ ผาณิตรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนานวัตกรรมระบบการประเมินความพร้อมของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการเข้าสู่ระบบการค้าปลีกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจยุคดิจิทัลในปัจจุบัน การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน โดยครอบคลุมการวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร การเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจและองค์ประกอบเชิงยืนยัน รวมถึงการพัฒนาระบบต้นแบบตามวงจรการพัฒนาระบบสารสนเทศแบบลำดับขั้น กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยคือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยที่คัดเลือกโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น ผลการวิจัยพบว่า ความพร้อมของผู้ประกอบการในการปรับเข้าสู่การค้าปลีกอัจฉริยะสามารถแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล (2) ความสามารถและทักษะของบุคลากร (3) ความพร้อมด้านการเงินและการลงทุน (4) วัฒนธรรมองค์กรและบริบทภายในองค์กร และ (5) ความสามารถด้านการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ ทั้งนี้องค์ประกอบต่าง ๆ ดังกล่าวมีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการปรับตัวของกิจการต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ เครื่องมือประเมินที่พัฒนาขึ้นมีความแม่นยำและความเชื่อถือได้สูง สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อการวางแผนพัฒนากิจการ การกำหนดแนวทางการลงทุน และการกำหนดนโยบายภาครัฐเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Selection Of Lactic Acid Bacteria Probiotics From Thai-Chick And Their Efficacy In Restoring Gut Microbiome And Salmonella Reduction In Broiler Challenged With Salmonella Typhimurium, Benjamas Khurajog Jan 2024

Selection Of Lactic Acid Bacteria Probiotics From Thai-Chick And Their Efficacy In Restoring Gut Microbiome And Salmonella Reduction In Broiler Challenged With Salmonella Typhimurium, Benjamas Khurajog

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Antimicrobial resistance (AMR), food safety, and sustainable poultry farming are critical global concerns driving the exploration of probiotics as alternatives to antibiotics. This study focused on the isolation, characterization, and evaluation of lactic acid bacteria (LAB) strains and the performance of two probiotics—ProCU (a blend of locally isolated LAB strains) and TOP GUT (a commercial Clostridium butyricum product)—in mitigating Salmonella infection, improving growth performance, and modulating the gut microbiota and resistome in broiler chickens. From 91 LAB isolates identified in chicken feces across Thailand, five strains (Ligilactobacillus salivarius BF12 and Pediococcus acidilactici BF9, BF14, BYF20, and BYF26) exhibited strong tolerance …


ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงอาคารสำนักงานเป็นอาคารอยู่อาศัยรวมประเภทอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ กรณีศึกษาอาคารชุด บ้านสาทร-เจ้าพระยา, ทรงพล สุระเดช Jan 2024

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงอาคารสำนักงานเป็นอาคารอยู่อาศัยรวมประเภทอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ กรณีศึกษาอาคารชุด บ้านสาทร-เจ้าพระยา, ทรงพล สุระเดช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภายหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 แนวโน้มการทำงานของประชาชนเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะรูปแบบ Hybrid Working และ Work from Home ส่งผลให้ความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความต้องการที่อยู่อาศัยในเมืองยังมีในระดับสูง การปรับเปลี่ยนอาคารสำนักงานให้เป็นอาคารอยู่อาศัยจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในเมืองอย่างคุ้มค่า งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงอาคารสำนักงานเป็นอาคารอยู่อาศัยรวม โดยใช้การวิจัยเชิงเอกสารและสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้วิจัยได้แบ่งหมวดหมู่ข้อกฎหมายออกเป็น 8 ด้านได้แก่ (1) แนวและระยะอาคาร (2) ลักษณะกายภาพอาคาร (3) ที่จอดรถยนต์ (4) ห้องน้ำและห้องส้วม (5) การรับน้ำหนักและเปลือกอาคาร (6) อัคคีภัย (7) ประปา ไฟฟ้าและแสงสว่าง และ (8) ระบบระบายอากาศและการจัดการขยะมูลฝอย โดยทำการเปรียบเทียบข้อกฎหมายระหว่างอาคารสองประเภท ได้แก่ อาคารสำนักงานและอาคารอยู่อาศัยรวม โดยมีโครงการกรณีศึกษาเพื่อวิเคราะห์รายละเอียดให้เกิดความชัดเจน พร้อมทั้งจัดกลุ่มข้อกฎหมายตามความแตกต่าง และเสนอแนวทางปฏิบัติในการใช้ข้อกฎหมาย ผลการศึกษาสามารถจำแนกความแตกต่างออกเป็น 3 กลุ่มหลักคือ (1) กลุ่มที่อาคารอยู่อาศัยรวมมีพื้นที่น้อยกว่าอาคารสำนักงาน เช่น จำนวนที่จอดรถยนต์ น้ำหนักบรรทุกจร และการจัดการขยะ ส่งผลให้สามารถใช้องค์ประกอบอาคารเดิมได้ (2) กลุ่มที่พื้นที่มีพื้นที่อาคารมากกว่า เช่น ที่ว่างนอกอาคาร หรือห้องน้ำ ห้องส้วม ส่งผลให้ต้องดัดแปลง พิจารณาพื้นที่ใช้สอยเพิ่มเติมจากพื้นที่อาคารเดิม และ (3) กลุ่มที่ข้อกฎหมายเหมือนกัน หรือใช้ร่วมกันทั้ง 2 ประเภทอาคาร เช่น อัคคีภัย, ระบบสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอาคารสำนักงานที่นำมาดัดแปลงได้รับอนุญาตก่อสร้างภายใต้ข้อกฎหมายที่ใช้บังคับในช่วงเวลาหนึ่ง อาจแตกต่างจากข้อกฎหมายปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบลักษณะของอาคารเดิมเพื่อระบุข้อกฎหมายที่ใช้ในขณะก่อสร้าง และดำเนินการดัดแปลงหรือปรับปรุงเฉพาะในส่วนที่ไม่สอดคล้องกับข้อกฎหมายในปัจจุบัน หรือพิจารณาการวินิจฉัยในส่วนที่ไม่สามารถดัดแปลงได้


Detection Of Brafv595e Gene Of Canine Urothelial Carcinoma Using Real-Time Pcr, Monticha Kitnitchee Jan 2024

Detection Of Brafv595e Gene Of Canine Urothelial Carcinoma Using Real-Time Pcr, Monticha Kitnitchee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Canine urothelial carcinoma (CaUC) is the most common malignant tumor of the urinary bladder in dogs. This cancer has aggressive behavior and it is challenge for diagnosis. Most CaUC cases are diagnosed from the obvious clinical signs as the late to advance stage. In addition, therapeutic strategies for this stage are almost non-responsive for the eradication and prevention of recurrent disease. Therefore, non-invasive early diagnosis is required for urothelial carcinomas in both human and animals including dogs, which have similar cancer biology to human. This study aimed to evaluate diagnostic accuracy by BRAFV595E detection using real-time PCR (qPCR) from various …


ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอว์ที่มีต่อความรับผิดชอบของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, มนัสนันท์ ผาสุขกุลโรจน์ Jan 2024

ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอว์ที่มีต่อความรับผิดชอบของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, มนัสนันท์ ผาสุขกุลโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรับผิดชอบ ก่อนและหลังการทดลองของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 2) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนน ความรับผิดชอบหลังการทดลองระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 80 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองจำนวน 40 คน และกลุ่มควบคุมจำนวน 40 คน ดำเนินการทดลองเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอว์จำนวน 8 แผน มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.96 – 1.00 และ 2) เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดความรับผิดชอบ ทั้งหมด 6 ด้าน จำนวน 20 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.60 – 1.00 ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.84 วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนน ความรับผิดชอบโดยการทดสอบค่าที (t - test) ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าเฉลี่ยคะแนนความรับผิดชอบหลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ค่าเฉลี่ยคะแนนความรับผิดชอบหลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอว์สามารถพัฒนาความรับผิดชอบของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายได้


แนวทางการก้าวผ่านความท้าทายบนเส้นทางอาชีพครูดนตรีโรงเรียนรัฐบาล, ณัฐณิชา มุสิกสวัสดิ์ Jan 2024

แนวทางการก้าวผ่านความท้าทายบนเส้นทางอาชีพครูดนตรีโรงเรียนรัฐบาล, ณัฐณิชา มุสิกสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยในประเด็นเรื่อง แนวทางการก้าวผ่านความท้าทายบนเส้นทางอาชีพครูดนตรีโรงเรียนรัฐบาล มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความคิดเห็นต่อความท้าทายในการปฏิบัติงานของครูดนตรีในโรงเรียนสังกัด สพม. และเพื่อศึกษาแนวทางก้าวผ่านความท้ายของครูดนตรีในโรงเรียนสังกัด สพม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ศึกษาผ่านผู้ให้ข้อมูลสำคัญในงานวิจัยที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 8 ท่าน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เก็บข้อมูลวิจัยโดยใช้แนวทางการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured interview) ในวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ผลการวิจัยพบว่า ช่วงเวลาการทำงานที่แตกต่างกันทำให้ได้มาซึ่งความคิดเห็นต่อความท้าทายบนเส้นทางอาชีพครูดนตรีที่มีความแตกต่างกัน พิจารณาจากการเริ่มต้นใช้หลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานของผู้ให้ข้อมูลแต่ละรายสะท้อนให้เห็นถึง บริบทการปฏิบัติงานที่หลากหลาย ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองและประสบการณ์ที่ได้จากการจัดการเรียนการสอน ในแนวทางการก้าวผ่านความท้าทายพบว่าสามารถจำแนกประเด็นปัญหาหลักออกเป็น 3 ประเด็น ได้แก่ ภาระงานสอนและการควบคุมชั้นเรียน ภาระนอกเหนือการสอน และค่าตอบแทนและการประเมินเพื่อขอเลื่อนขั้นวิทยฐานะและผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่ซับซ้อนในวิชาชีพครูดนตรี และเสนอแนะแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยให้ครูดนตรีสามารถก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านี้ เพื่อคงไว้ซึ่งคุณภาพการศึกษาดนตรีในโรงเรียนรัฐบาล


ผลการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้การเรียนรู้ตามสภาพจริงร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะการสื่อสารของนักเรียนมัธยมศึกษา, กิตติพงศ์ มาตสาร Jan 2024

ผลการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้การเรียนรู้ตามสภาพจริงร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะการสื่อสารของนักเรียนมัธยมศึกษา, กิตติพงศ์ มาตสาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษาและสมรรถนะการสื่อสาร ก่อนและหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองและนักเรียนกลุ่มควบคุม และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษาและสมรรถนะการสื่อสารหลังการทดลองระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองและนักเรียนกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 60 คน ที่ได้จากวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) และวิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย (Simple random sampling) แบ่งเป็นห้องเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้การเรียนรู้ตามสภาพจริงร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ จำนวนนักเรียน 30 คนและห้องเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้รูปแบบปกติ จำนวนนักเรียน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 8 แผนและแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้ เจตคติ การปฏิบัติและสมรรถนะการสื่อสาร วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนด้วยค่าที ผลการวิจัยพบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะการสื่อสารของนักเรียนกลุ่มทดลอง หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะการสื่อสารหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปผลการวิจัย การจัดการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้การเรียนรู้ตามสภาพจริงร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะการสื่อสารของนักเรียนมัธยมศึกษาสูงกว่าการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาแบบปกติ


แนวทางการส่งเสริมวงออร์เคสตราสู่การเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทางดนตรีในประเทศไทย, นลธวัช แซ่ตั้ง Jan 2024

แนวทางการส่งเสริมวงออร์เคสตราสู่การเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทางดนตรีในประเทศไทย, นลธวัช แซ่ตั้ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยในประเด็นเรื่องแนวทางการส่งเสริมวงออร์เคสตราสู่การเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทางดนตรีในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันของวงออร์เคสตราในมุมมองทางด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมในชุมชน และเพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมวงออร์เคสตราสู่การเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทางด้านดนตรีในประเทศไทย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยแบ่งเป็นการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) ที่ทำการศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันของวงออร์เคสตราในมุมมองทางด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมในชุมชน โดยศึกษาผ่านเว็บไซต์หลักของวงออร์เคสตราที่ทำการศึกษา โปรแกรมการแสดงประจำฤดูกาลของวงออร์เคสตราที่ทำการศึกษา และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาที่ถูกเผยแพร่โดยวงออร์เคสตราที่ทำการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 33 วง เก็บข้อมูลวิจัยโดยใช้แบบบันทึกการวิเคราะห์เอกสาร (Documentary Analysis Form) ต่อมาเป็นการศึกษาแนวทางการส่งเสริมวงออร์เคสตราสู่การเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทางด้านดนตรีในประเทศไทย ศึกษาผ่านผู้ให้ข้อมูลสำคัญในงานวิจัยที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 15 ท่าน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เก็บข้อมูลวิจัยโดยใช้แนวทางการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured interview) ผลการวิจัยพบว่า ลักษณะของกลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมในชุมชนของวงออร์เคสตราประเภทรายบุคคลสามารถแบ่งตามตามช่วงวัยได้ 6 ลักษณะ ได้แก่ 1) ผู้เข้าร่วมในช่วงปฐมวัย 2) ผู้เข้าร่วมในช่วงวัยเรียน 3) ผู้เข้าร่วมในช่วงวัยรุ่น 4) ผู้เข้าร่วมในช่วงวัยทำงาน 5) ผู้เข้าร่วมในช่วงวัยสูงอายุ และ 6) ผู้เข้าร่วมไม่จำกัดช่วงวัย ในบางกิจกรรมจะมีการระบุลักษณะเพิ่มเติมของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการระบุลักษณะที่ชัดเจนของผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้รู้ว่ากิจกรรมเหล่านั้นออกแบบมาเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด สามารถแบ่งออกมาได้ 9 กลุ่มลักษณะ ได้แก่ 1) กลุ่มนักเรียน 2) กลุ่มนักดนตรี หรือนักร้อง 3) กลุ่มวาทยากร 4) กลุ่มนักประพันธ์เพลง 5) กลุ่มครูผู้สอน 6) กลุ่มผู้มีความต้องการพิเศษ 7) กลุ่มนักวิชาการ 8) กลุ่มผู้อุปถัมภ์วง และ 9) กลุ่มช่างสร้างเครื่องดนตรี กลุ่มเป้าหมายกิจกรรมทางด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมในชุมชนของวงออร์เคสตรานอกจากผู้เข้าร่วมที่เป็นบุคคลแล้ว ยังพบกลุ่มเป้าหมายของกิจกรรมของวงยังมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประเภทกลุ่มองค์กรด้วย ได้แก่ 1) สถาบันครอบครัว 2) สถาบันการศึกษา 3) ชุมชน 4) สถานพยาบาล 5) สถานเลี้ยงเด็ก และ 6) งานเทศกาลต่าง ๆ ลักษณะของรูปแบบกิจกรรมทางด้านการศึกษาและการมีส่วนร่วมในชุมชนของวงออร์เคสตรา สามารถสรุปออกมาได้ทั้งสิ้น 5 กลุ่มกิจกรรม ได้แก่ 1) กลุ่มกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดง 2) …


การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน และการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ชญาดา สื่อสุวรรณวิสิฏิ์ Jan 2024

การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน และการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ชญาดา สื่อสุวรรณวิสิฏิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อออกแบบการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น 2) เพื่อศึกษาผลของการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น 3) เพื่อนำเสนอการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 31 คน และผู้เชี่ยวชาญในการตรวจประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้และเครื่องมือวิจัย จำนวน 15 ท่าน ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการเรียนรู้ฯประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ (1) การเข้าใจ (2) การกำหนดปัญหา (3) การระดมความคิด (4) การสร้างต้นแบบ และ (5) การทดสอบ 2) ผลการเปรียบเทียบระดับการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่า t-test = -11.63 3) ผลการเปรียบเทียบระดับการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่า t-test = -16.85 4) ผลการนำเสนอรูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า ผลการประเมินรูปแบบอยู่ในระดับ มากที่สุด โดยมีค่า (x̄ = 4.86, S.D. = 0.23) และมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายระหว่างการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึก ของนักเรียนมีค่า .812 โดยมีความสัมพันธ์ในระดับสูง


Exploration Of Global Englishes Orientation On English Textbooks In China, Lin Chen Jan 2024

Exploration Of Global Englishes Orientation On English Textbooks In China, Lin Chen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Given China’s growing global perspective in education and the widespread use of English as a Lingua Franca, this study examined the integration of Global Englishes (GE) principles in senior high school English textbooks. Using a qualitative content analysis, the textual, visual, and auditory elements in three textbooks approved by China’s Ministry of Education were examined. The analysis was guided by Rose and Galloway’s 2018 Global Englishes Language Teaching framework, focusing on six aspects: target interlocutors, ownership, norms, cultures, needs, and assessment criteria. Overall, the findings indicate a GE orientation across all three textbooks, evidenced by the representation of diverse English …


Academic Management Innovation To Foster Teacherpreneur Competency Of Normal University Students In Yunnan Province, China, Dihui Liu Jan 2024

Academic Management Innovation To Foster Teacherpreneur Competency Of Normal University Students In Yunnan Province, China, Dihui Liu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to (1) study the conceptual framework of teacherpreneur competency and academic management and, (2) assess the level of teacherpreneur competency among Normal University Students, (3) analyze priority needs for academic management development to foster teacherpreneur competency, and (4) develop academic management innovation to foster teacherpreneur competency in Normal University Students. A multiphase mixed-methods research design was employed. Phase One evaluated the conceptual framework by 5 experts. Phase Two surveyed 400 students (with an additional 400 respondents: 30 for the pilot study and 370 for exploratory factor analysis). Phase Three collected institutional data from 70 programs (1 director …


การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและแนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักศึกษา, ฐาปนวัฒน์ สุขปาละ Jan 2024

การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและแนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักศึกษา, ฐาปนวัฒน์ สุขปาละ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าของนักศึกษา 2) พัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและแนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักศึกษา และ 3) ศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนและแนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักศึกษาที่พัฒนาขึ้น การศึกษาระดับความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าของนักศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำนวน 434 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นสองขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบประเมินความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 35 ข้อ ครอบคลุม 6 องค์ประกอบ มีค่าดัชนีความสอดคล้องรวม 0.77 และค่าความเที่ยง 0.86 การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ ส่วนการศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต จำนวน 80 คน ได้จากการเลือกแบบเจาะจงและสุ่มแบบแบ่งชั้นตามเพศ แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 40 คน โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมเป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 1 ชั่วโมง วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (t-test) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05ผลการวิจัย พบว่า 1) นักศึกษามีระดับความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง 2) โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย กิจกรรม 8 กิจกรรม คือ 2.1) รอบรู้บุหรี่ไฟฟ้า 2.2) แยกแยะสื่อและโฆษณา 2.3) รู้ที่มา เข้าใจข้อมูล 2.4) รู้จักคิด รู้จักปฏิเสธ 2.5) คิดก่อนคลิก เลือกก่อนลอง 2.6) ฉลาดรู้…จัดการตน 2.7) สื่อ..สาร ให้โดนใจ และ 2.8) ภารกิจพลังบวก มีค่าดัชนีความสอดคล้องเฉลี่ยเท่ากับ 0.95 3) ประสิทธิผลของโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นส่งผลให้ค่าเฉลี่ยของคะแนนความฉลาดรู้ทางสุขภาพเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าของนักศึกษากลุ่มทดลองหลังการทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) สรุปผลการวิจัย พบว่า โปรแกรมส่งเสริม ความฉลาดรู้ทางสุขภาพที่พัฒนาขึ้นสามารถเพิ่มระดับความฉลาดรู้ทางสุขภาพของนักศึกษาได้อย่างมีนัยสำคัญ และมี แนวโน้มที่จะนำไปใช้ในการพัฒนากลุ่มเยาวชนในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิผล


การพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะระหว่างวัยเพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ผ้าทอ สำหรับนักเรียนประถมศึกษา, อุษณา พิมพร Jan 2024

การพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะระหว่างวัยเพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ผ้าทอ สำหรับนักเรียนประถมศึกษา, อุษณา พิมพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะระหว่างวัยที่ส่งเสริมการเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ผ้าทอสำหรับนักเรียนประถมศึกษา และช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าในตนเอง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา แบ่งการวิจัยเป็น 2 ระยะ ได้แก่ 1. ระยะการศึกษาข้อมูลจากเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และออกแบบชุดกิจกรรม และ 2. ระยะทดลองใช้ชุดกิจกรรม ใช้เครื่องมือวิจัย จำนวน 7 ชุด ได้แก่ 1. แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าทอ 2. แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนศิลปะในระดับประถมศึกษา 3. แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ระหว่างวัย 4. แบบวัดประเมินการเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ผ้าทอสำหรับนักเรียนประถมศึกษา 5. แบบสังเกตพฤติกรรม 6. แบบสัมภาษณ์การเห็นคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุ และ 7. แบบสำรวจความพึงพอใจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนประถมศึกษา จำนวน 20 คน ผู้สูงอายุ จำนวน 5 คน ศึกษาโดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการหาค่าเฉลี่ย การหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับการเรียนรู้ หาค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าร้อยละ สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)ผลการวิจัย พบว่า การพัฒนาชุดกิจกรรมประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ 1. การสานความสัมพันธ์ 2. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3. การสร้างความภาคภูมิใจร่วมกัน และ 4. การบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ผลการใช้ชุดกิจกรรม พบว่า 1. นักเรียนประถมศึกษามีการเห็นคุณค่าอัตลักษณ์ผ้าทอหลังใช้ชุดกิจกรรมเพิ่มขึ้นทุกคน และมีค่าเฉลี่ยคะแนนจากการสังเกตพฤติกรรมอยู่ในระดับมาก (M=4.08) นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการเห็นคุณค่าใน 3 ระดับ คือ 1) ขั้นการรับรู้ โดยพบว่า นักเรียนมีส่วนร่วมถามคำถามในกิจกรรม มีความตั้งใจในการทำกิจกรรม รู้จักเลือกเลือกสิ่งที่ชอบในกิจกรรมได้ 2) ขั้นการตอบสนอง โดยพบว่า นักเรียนมีความต้องการตอบคำถามใน ชั้นเรียน ตั้งใจปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย สามารถนำเสนอผลงานได้ และ 3) ขั้นการรู้คุณค่า โดยพบว่า นักเรียนสามารถบอกคุณค่าของ อัตลักษณ์ผ้าทอได้ และสร้างสรรค์คลิปวิดีโอเพื่อเชิญชวนให้ผู้อื่นรู้จักอัตลักษณ์ผ้าทอได้ นอกจากนี้ผลการสะท้อนคิดยังพบว่า นักเรียนมีความสุขและชื่นชอบในการทำกิจกรรมศิลปะที่ออกแบบ 2. หลังใช้ชุดกิจกรรมผู้สูงอายุเกิดการเห็นคุณค่าในตนเองเพิ่มขึ้น …


ศิลปะดิจิทัล: ก่อร่างสร้างร่างกายของฉัน, สกลพัฒน์ โชติปัทมนนท์ Jan 2024

ศิลปะดิจิทัล: ก่อร่างสร้างร่างกายของฉัน, สกลพัฒน์ โชติปัทมนนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยสร้างสรรค์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะเชิงหลังมนุษยนิยมผ่านร่างกายมนุษย์ โดยอิงจากประสบการณ์ตรงของผู้วิจัยในการเปลี่ยนแปลงร่างกายในแบบฉบับของผู้วิจัยเอง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสื่อร่วมสมัย เช่น โฆษณา ภาพยนตร์ และโซเชียลมีเดีย ที่มักนำเสนอภาพร่างกายที่แข็งแรง มีกล้ามเนื้อชัดเจน และสื่อถึงความสมบูรณ์แบบตามจินตนาการทางวัฒนธรรม ผู้วิจัยนำแนวคิดและทฤษฎีจากหลากหลายสาขา ทั้งด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ อาทิ การกลายเป็น (Becoming) อภิมนุษย์ (Übermensch) แฟนตามาสโกรเรีย (Phantasmagoria) และแนวคิดไซบอร์ก (Cyborg) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงร่างกายเป็น A Work of Art ไปสู่ร่างหลังมนุษยนิยมที่ถูกควบคุมและจัดการผ่านการกระทำทางกายภาพและเครื่องจักรดิจิทัลโดยการประมวลผลที่ทำให้ร่างกายถูกทำให้กลายเป็นดิจิไทเซชั่น (Digitization) ในการสร้างสรรค์ผลงาน ผู้วิจัยใช้เทคนิคศิลปะดิจิทัล (Digital Art) ร่วมกับเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ถ่ายทอดกระบวนการ “ก่อร่างสร้างร่างกาย” ที่สะท้อนทั้งมิติทางกายภาพ อารมณ์ และจิตใจจากฝึกฝนร่างกายของผู้วิจัย ภายใต้บริบทของโลกหลังมนุษย์ (Posthuman World) ที่เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนในการเปลี่ยนแปลง ควบคุม จัดการ และกำหนดความเป็นไปทั้งในโลกกายภาพและดิจิทัล ผลงานศิลปะนี้จึงไม่เพียงแสดงภาพของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นข้อมูลทางดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังตั้งคำถามถึงอัตลักษณ์ ตัวตน ร่างกายและพรมแดนระหว่างความเป็นมนุษย์กับเครื่องจักรในโลกยุคใหม่


นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์เทคแวร์จากสิ่งทอโลหะสำหรับบุคคลสาธารณะที่มีไลฟ์สไตล์ความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมสังคมเพื่อส่งเสริมตลาดการค้าระหว่างประเทศ, วีรินทร์ สันติวรรักษ์ Jan 2024

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์เทคแวร์จากสิ่งทอโลหะสำหรับบุคคลสาธารณะที่มีไลฟ์สไตล์ความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมสังคมเพื่อส่งเสริมตลาดการค้าระหว่างประเทศ, วีรินทร์ สันติวรรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในยุคปัจจุบันที่โลกเผชิญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาด และอาชญากรรมอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลสาธารณะซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงจากการลอบทำร้ายและภัยคุกคามทางสังคมจากความขัดแย้ง อุดมการณ์ หรือการก่อการร้าย ในขณะที่เครื่องแต่งกายทั่วไปยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยควบคู่กับภาพลักษณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์สิ่งทอโลหะเทคแวร์ โดยบูรณาการศาสตร์ด้านการออกแบบสร้างสรรค์และเทคโนโลยีวัสดุสมัยใหม่ อาทิ เส้นใยอะรามีดที่มีคุณสมบัติทนความร้อนและแรงกระแทกร่วมกับเส้นใยโลหะที่สามารถต้านเชื้อโรคและขึ้นรูปได้ เพื่อสร้างโครงสร้างผ้าที่สามารถป้องกันวัตถุทำลายล้างและเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับผู้สวมใส่ การทดลองใช้เทคนิคการประกอบผ้าแบบสุญญากาศและการทดสอบแรงกระแทกจากกระสุนปืนแสดงให้เห็นว่าสิ่งทอที่ได้สามารถดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้จึงเป็นการขยายขอบเขตของแฟชั่นเพื่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยก้าวสู่ตลาดแฟชั่นไลฟ์สไตล์เชิงสร้างสรรค์ระดับสากล โดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายระดับสูงที่ให้ความสำคัญทั้งด้านความปลอดภัยและบุคลิกภาพ อันจะนำไปสู่การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน โดยการวิจัยเรื่อง นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์เทคแวร์จากสิ่งทอโลหะสำหรับบุคคลสาธารณะที่มีไลฟ์สไตล์ความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมสังคมเพื่อส่งเสริมตลาดการค้าระหว่างประเทศ เป็นกระบวนการวิจัยรูปแบบผสมผสานเชิงคุณภาพและปริมาณ (Mix-Methodology) รวมทั้งมีการเก็บข้อมูลในรูปแบบการทดลอง(Experimental research) โดยมีกระบวนการวิจัยและการสรุปข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อหาแนวทางการพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอโลหะเทคแวร์ให้สามารถป้องกันอันตรายจากความเสี่ยงทางสภาพแวดล้อมของสังคมได้: การวิจัยในส่วนนี้ได้นำกระบวนการศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ ทดลอง และทดสอบประสิทธิภาพของวัสดุมาใช้อย่างเป็นระบบ โดยพบว่าสามารถพัฒนาสิ่งทอจากวัสดุโลหะ อาทิ ทองแดงและสแตนเลส ร่วมกับเส้นใยสมรรถนะสูงประเภทอะรามิด (Aramid fiber) ผ่านกระบวนการบีบอัดและซ้อนทับในระบบสุญญากาศ (Vacuum Process) พร้อมเติมน้ำยาเรซิ่นชนิดนิ่มเข้าไปในชั้นของเนื้อผ้า เพื่อเพิ่มความยึดเกาะระหว่างวัสดุแต่ละชั้นให้แน่นหนายิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือสิ่งทอที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทก และสามารถต้านทานอาวุธมีคมหรืออาวุธที่ก่อให้เกิดความเสียหายในระดับที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ ยังพบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันไวรัส โดยเฉพาะไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านความปลอดภัยในบริบทปัจจุบันได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ 2) เพื่อระบุรูปแบบสไตล์ของกลุ่มเป้าหมายสำหรับกลุ่มบุคคลสาธารณะที่มีความเสี่ยงต่อสภาวะแวดล้อมสังคม: กลุ่มเป้าหมายในงานวิจัยนี้ประกอบด้วยบุคคลที่มีบทบาทในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมักตกเป็นเป้าสายตาของประชาชนทั่วไป มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลด้านความปลอดภัยเป็นพิเศษ อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นแบบอย่างในด้านภาพลักษณ์และอัตลักษณ์เฉพาะตัว งานวิจัยได้นำเครื่องมือ Paper Doll Data Set มาใช้ในการเก็บข้อมูลจากภาพถ่ายบนสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการสังเกตการแต่งกายในสถานที่สาธารณะ เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบด้านการแต่งกายของบุคคลกลุ่มนี้ในบริบทของ 5 พื้นที่เศรษฐกิจ ได้แก่ ประเทศไทย กลุ่มประเทศในเอเชีย กลุ่มประเทศยุโรป สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศอาหรับ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า แม้กลุ่มตัวอย่างจะได้รับอิทธิพลจากแนวโน้มแฟชั่นร่วมสมัยในช่วงเวลาเดียวกัน แต่รูปแบบการแต่งกายกลับมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัดตามบริบททางวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อของแต่ละภูมิภาค ส่งผลให้การออกแบบสิ่งทอและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องคำนึงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างเหมาะสมและรอบด้าน 3) เพื่อหาแนวทางการออกแบบและสร้างสรรค์แบรนด์เครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์สินค้าไลฟ์สไตล์จากนวัตกรรมสิ่งทอโลหะเทคแวร์: จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 และ 2 จึงได้นำมาวิเคราะห์และต่อยอดในการออกแบบแนวคิดการสร้างแบรนด์เครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ โดยแบ่งประเภทผลิตภัณฑ์ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แฟชั่น ผลิตภัณฑ์สิ่งทอทั่วไป ผลิตภัณฑ์สำหรับการป้องกัน และผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ พร้อมทั้งกำหนดอัตลักษณ์ของแบรนด์ให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละภูมิภาค จากนั้นจึงพัฒนาคอลเลกชันต้นแบบ โดยอาศัยกระบวนการวิเคราะห์คาแรคเตอร์ของผู้บริโภค เพื่อออกแบบและผลิตชิ้นงานจริงทั้งในรูปแบบผ้าดิบและผ้าสำเร็จ พร้อมจัดทำภาพถ่ายโปรโมทเพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระดับสากล กลยุทธ์การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยของกลุ่มบุคคลสาธารณะ …


​ศิลปะสื่อผสมจัดวาง : สภาวะการดำรงอยู่ของพญาแถน, อนุรักษ์ โคตรชมภู Jan 2024

​ศิลปะสื่อผสมจัดวาง : สภาวะการดำรงอยู่ของพญาแถน, อนุรักษ์ โคตรชมภู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ในหัวข้อ ศิลปะสื่อผสมจัดวาง : สภาวะการดำรงอยู่ของพญาแถน มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเชื่อเรื่องพญาแถน ในบริบทพิธีกรรมของสังคมชนบทอีสาน ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสื่อผสมจัดวาง และเพื่อวิเคราะห์สื่อทางวัฒนธรรมอีสาน ที่ถ่ายทอดปรับแปลง และธำรงรักษาไว้ซึ่งความเชื่อเรื่องพญาแถน ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บข้อมูลจากการสอบถาม และสังเกตการณ์ในพื้นที่ชุมชนอีสาน ที่ยังคงมีการสืบทอดพิธีกรรมความเชื่อเรื่องพญาแถน รวมถึงข้อมูลเอกสารทางวิชาการ แนวคิดทฤษฎี และผลงานศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง ทำการวิเคราะห์ข้อมูลแล้วทดลองสร้างสรรค์ผลงานจำนวน 1 ชุด ผลจากการทดลองสร้างสรรค์ นำไปสู่การพัฒนากรอบความคิดของการสร้างสรรค์ผลงานวิทยานิพนธ์ โดยการนำเสนอด้วยรูปแบบผลงานสื่อผสมจัดวาง จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วยผลงาน 5 ชิ้น ผลงานที่เป็นวิดีโอ จำนวน 1 ชิ้น และสื่อผสม จำนวน 4 ชิ้น จากการวิจัยพบว่า การดำรงอยู่ของความเชื่อเรื่องพญาแถน ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเชื่อและวัตถุ แต่แม้ว่าความเชื่อนั้นจะข้ามพ้น (Transcend) การรับรู้ในแบบเดิมไปแล้ว แต่กระบวนการของการกลายมาเป็นวัตถุภาวะ (Materialization) ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานที่หยิบยืมรูปแบบของการเล่นแร่แปรธาตุ (Alchemy) ในผลงานสื่อผสมจัดวาง ที่มีการผสมผสาน ปรับเปลี่ยน (Transform) วัตถุสิ่งของ ได้ทำให้สภาวะของการดำรงอยู่ ยังคงปรากฏมีผ่านศิลปวัตถุ (Art Objects) ที่ผู้วิจัยได้สร้างสรรค์ขึ้น ท้ายที่สุดแล้วการมีอยู่ของความเชื่อและวัตถุทั้งหมด จึงสามารถถูกผลักให้ก้าวข้ามธรรมชาติและวัฒนธรรม (Beyond Nature and Culture) ปรากฏมองเห็น และสัมพันธ์กับเราในแนวราบผ่านผลงานศิลปะสื่อผสมจัดวาง


แนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์จากทุนทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษา อีสาน คิวบิสม์, ภาณุพงศ์ จันทน์ผลิน Jan 2024

แนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์จากทุนทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษา อีสาน คิวบิสม์, ภาณุพงศ์ จันทน์ผลิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างเกณฑ์และประเมินกรณีศึกษาอีสาน คิวบิสม์ โดยอ้างอิงแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการพัฒนาตราสินค้าจากทุนทางวัฒนธรรม 2) ค้นหาภาพลักษณ์ของจุดหมายปลายทางตามแนวคิดคิวบิสม์ 3) วิเคราะห์กลยุทธ์ตราสินค้าไลฟ์สไตล์ เส้นทางประสบการณ์ของผู้บริโภค และจุดสัมผัสของตราสินค้า 4) วิเคราะห์จิตวิทยาของกลุ่มไลฟ์สไตล์ และ 5) กำหนดแนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีรากฐานจากทุนทางวัฒนธรรม โดยใช้กรณีศึกษา “อีสาน คิวบิสม์” ซึ่งเป็นตราสินค้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เซรามิกบนพื้นฐานทุนวัฒนธรรมของภาคอีสาน กระบวนการวิจัยอาศัยแนวทางการตรวจสอบสามเส้าทางทฤษฎี เพื่อสังเคราะห์แก่นแนวคิดร่วมจาก 3 มุมมอง ได้แก่ ภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางตามแนวคิดคิวบิสม์ กลยุทธ์ตราสินค้า ไลฟ์สไตล์ และจิตวิทยาของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่งผลให้ได้ชุดข้อมูลที่สอดคล้องกันในเชิงภาพลักษณ์ ไลฟ์สไตล์ และทัศนคติของผู้บริโภคเป้าหมาย ผลจากการสังเคราะห์ดังกล่าวนำไปสู่การกำหนดแนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีรากฐานจากทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งถูกรวบรวมและนำเสนอผ่านกระดานบันดาลใจจำนวน 3 แนวทาง ที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะพื้นถิ่นอีสาน ได้แก่ ลวดลายผ้าขิด จิตรกรรมฮูปแต้ม และพระพุทธรูปไม้โบราณ ผู้วิจัยได้นำแก่นแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในกระบวนการออกแบบต้นแบบตัวอักษร ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน 1) การกำหนดตัวแปรการออกแบบ เช่น สไตล์ ความกว้าง น้ำหนัก คอนทราสต์ และพื้นที่ว่างในอักษร 2) การสร้างภาษาภาพของตัวอักษร เพื่อกำหนดส่วนประกอบพื้นฐาน และ 3) การวางโครงสร้างอักษร อย่างมีระบบในด้านสัดส่วน ความสมมาตร และระบบหน่วยประกอบ จากนั้นจึงประยุกต์แบบอักษรดังกล่าวสู่การออกแบบตราสัญลักษณ์และจุดสัมผัสของตราสินค้า ก่อนให้กลุ่มเป้าหมายประเมินความพึงพอใจ เพื่อทดสอบศักยภาพของแนวทางในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ


The Association Between Mental Health, Fear Of Missing Out, And Sleep Quality Among University Students In The Sichuan Chongqing Region, China: A Cross Sectional Study, Yuncheng Jia Jan 2024

The Association Between Mental Health, Fear Of Missing Out, And Sleep Quality Among University Students In The Sichuan Chongqing Region, China: A Cross Sectional Study, Yuncheng Jia

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Sleep quality is a critical determinant of health, with poor sleep linked to adverse physical and mental outcomes. Among university students, excessive screen time, social media engagement, and psychological factors like Fear of Missing Out (FoMO) exacerbate sleep disturbances. Despite growing recognition of FoMO’s role in mental health challenges, its direct relationship with sleep quality remains understudied. This study aim to investigates the associations between mental health, FoMO, and sleep quality among university students in China’s Sichuan-Chongqing region, a population highly immersed in digital culture. And provide insight on how sleep quality is shifting in digital era.Methods: A cross-sectional …


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่เกี่ยวกับการหลงลืมตัวตนของคนในสังคม, สกุลยา กรโกวิท Jan 2024

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่เกี่ยวกับการหลงลืมตัวตนของคนในสังคม, สกุลยา กรโกวิท

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่เกี่ยวกับการหลงลืมตัวตนของคนในสังคมเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบ แนวคิด และกระบวนการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนภาวะการหลงลืมตัวตนของมนุษย์ในบริบทของสังคมร่วมสมัย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากบทละครเรื่อง ด็อกเตอร์ ฟาวสตัส (Doctor Faustus) ของคริสโตเฟอร์ มาร์โลว์ (Christopher Marlowe) ซึ่งผู้วิจัยได้ทำการที่มีการศึกษาข้อมูลจากเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ เอกสาร ตำรา หนังสือ บทละคร การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ สื่อสารสนเทศ ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัย และเกณฑ์การสร้างมาตรฐานการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ มาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์สังเคราะห์ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ ผลการวิจัยพบว่าได้ทั้งรูปแบบ และแนวคิดดังนี้ (1) รูปแบบการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ ผู้วิจัยสามารถจำแนกตามองค์ประกอบในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ทั้ง 8 ประการ ได้แก่ 1) การออกบทการแสดง สร้างสรรค์ขึ้นจากกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการหลงลืมตัวตันทั้ง 6 ประการ ได้แก่ 1) การขาดการสนับสนุนวัยเด็ก (Lack of Childhood Support) 2) ความกดดันจากสังคมและวัฒนธรรม (Social and Cultural Pressure) 3) การไม่สามารถธำรงภาพลักษณ์ในสังคม (Inability to Maintain Social Image) 4) การขาดความมั่นคงในตัวตน (Lack of Identity Stability) 5) การสูญเสียบทบาท หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิต (Loss of Role / Life Transition) 6) การเปรียบเทียบตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media Comparison) และบทละครทั้ง 6 เรื่อง ได้แก่ ได้แก่ บทละครเรื่อง บ้านตุ๊กตา (A Doll's House) โดย เฮนริก อิบเซน (Henrik Ibsen) บทละครเรื่อง เดอะ พิลโล แมน (The …


Geopolitical Dynamics And Bilateral Relations: A Comparative Study Of China-Vietnam And China-Philippines Amid The South China Sea Tensions, Liuru Wei Jan 2024

Geopolitical Dynamics And Bilateral Relations: A Comparative Study Of China-Vietnam And China-Philippines Amid The South China Sea Tensions, Liuru Wei

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The South China Sea dispute is a geopolitical issue with complicated characteristics such as territorial dispute, resources contention, and involvement of regional powers and great powers. As disputing states, both Vietnam and the Philippines face maritime disputes with China, but they have different policies and bilateral relations with China. To explore the causes of these differences, this study develops a dual-factor analytical framework based on geopolitical theory and realist theory. Geopolitical theory emphasizes how geographical location, national interests, domestic politics, and historical factors shape state policy choices, while realist theory explains state behavior through the dynamics of power struggles, strategic …


Abortion Knowledge And Attitudes Among Undergraduate Students In Bangkok, Thailand Post-Legislative Reform, Thanapond Sukonthachart Jan 2024

Abortion Knowledge And Attitudes Among Undergraduate Students In Bangkok, Thailand Post-Legislative Reform, Thanapond Sukonthachart

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Following Thailand's 2021 legislative reforms to expand legal abortion access, informational barriers remain a challenge. Teachers, a key source of reproductive health information, influence youth abortion decisions. However, safe abortion is not formally included in the training of future educators. Method(s): A quantitative, cross-sectional study was conducted in Bangkok among undergraduate students enrolled in degree programs leading to a teaching qualification at 19 tertiary institutions. Data were collected using a self-administered online questionnaire and analyzed using descriptive statistics, Chi-square tests of association, and multiple linear regression. Result(s): Among 401 respondents, the distribution of knowledge among participants varied: 36.7% exhibited …


Experience Of Gender-Based Violence (Gbv) And Gbv Prevention During Disaster Among Women And Gender Diverse People In Japan: A Mixed Methods Study, Iino Sae Jan 2024

Experience Of Gender-Based Violence (Gbv) And Gbv Prevention During Disaster Among Women And Gender Diverse People In Japan: A Mixed Methods Study, Iino Sae

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Gender-based violence (GBV) remains a critical concern during disasters, yet preventive engagement is limited. This mixed-methods study examined GBV prevention among disaster-affected women and gender-diverse individuals in Ishikawa Prefecture, Japan, using a survey (n=424) and in-depth interviews (n=5). Despite high GBV knowledge (63.9%) and positive attitudes (51.7%), only 23.6% engaged in preventive practices. Key quantitative findings show that evacuation experience (OR=1.793, p=0.016) increased engagement, while prior IPV/GBV experience (OR=0.145, p=0.003) and suburban residence (OR=0.631, p=0.044) were associated with lower engagement. Knowledge (OR=1.383, p=0.184) and attitude (OR=1.336, p=0.213) did not significantly predict preventive actions. Qualitative findings revealed that participants had limited …


Strategy Analysis Of A Hybrid Japanese-Korean Idol Group, “Jo1” And Its Attempt To Succeed In Korean Music Industry, Pitchaya Taecholarn Jan 2024

Strategy Analysis Of A Hybrid Japanese-Korean Idol Group, “Jo1” And Its Attempt To Succeed In Korean Music Industry, Pitchaya Taecholarn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to explore the reason behind the formation of the new hybrid, localized version of K-POP and J-POP, JK-POP groups, the term referring to the group with most Japanese members, locally based in Japan, but releasing K-POP-like genre of music produced by Korean production team and occasionally doing promotional activities in South Korea. This article proposes two main research questions: 1) What are the advantages that can be gained from debuting JK-POP groups and are these considered as strong benefits compared to those J-POP or K-POP group without localization strategy? 2) What are the consequences of being stuck …


Reproductive Health Problems And Factors Associated With Services Used Among Japanese Female Expatriates In Bangkok, Ayaka Nakashima Jan 2024

Reproductive Health Problems And Factors Associated With Services Used Among Japanese Female Expatriates In Bangkok, Ayaka Nakashima

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Reproductive health (RH) refers to a state of complete physical, mental, and social well-being in all aspects of reproductive system. Strengthening health system’s capacity, particularly through improving health service utilization (HSU), is key to enhancing RH outcomes. Despite services availability, access RH care remains limited. Evidence on RH service utilization (RHSU) among Japanese female expatriates is scarce, especially through the lens of Andersen’s Behavioral Model of Health Service Use (BMSU). This study is aimed to find factors associated with RHSU for dysmenorrhea, premenstrual syndrome (PMS), menopausal symptoms, and contraceptive use among Japanese female expatriates in Bangkok, using BMSU framework. A …


Title: Factors Associated With Attitude Towards Safer-Sex Negotiation And Women Empowerment Among Married Women: An Analysis Of 2017-2018 Bangladesh Demographic And Health Survey, Maliha Nawrin Jan 2024

Title: Factors Associated With Attitude Towards Safer-Sex Negotiation And Women Empowerment Among Married Women: An Analysis Of 2017-2018 Bangladesh Demographic And Health Survey, Maliha Nawrin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background:Women's capacity to negotiate safer sexual practices within marriage significantly influences their sexual autonomy and reproductive health outcomes. Despite progressive public health interventions, structural gender inequalities and entrenched cultural norms continue to constrain Bangladeshi women’s empowerment and their negotiation of safer-sex practices. Identifying factors associated with positive attitudes toward safer-sex negotiation is crucial for informing interventions aimed at enhancing women’s reproductive autonomy and promoting gender equity in Bangladesh.Objectives:This study aimed to evaluate the proportion of married women in Bangladesh who exhibit positive attitudes towards safer-sex negotiation, assess socio-demographic characteristics and women's empowerment levels, and examine the associations between these factors …


Webtoon-Based Transmedia Storytelling And Fan Engagement In The K-Pop Industry: A Case Study Of Enhypen And The Webtoon ‘Dark Moon’, Kay Khine Khin Latt Jan 2024

Webtoon-Based Transmedia Storytelling And Fan Engagement In The K-Pop Industry: A Case Study Of Enhypen And The Webtoon ‘Dark Moon’, Kay Khine Khin Latt

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines the role of webtoons as a transmedia storytelling tool in enhancing fan engagement within the K-pop industry, with a focus on the collaboration between the K-pop boy band ENHYPEN and the webtoon 'Dark Moon'. By applying Henry Jenkins’ transmedia storytelling principles, the Uses and Gratifications (U&G) theory, and Parasocial Interaction (PSI) theory, this study examines how narrative integration across platforms influences emotional attachment, consumption behavior, and motivational factors in fan engagement. Using the webtoon Dark Moon as a case study, the research employs in-depth interviews with 15 key informants from ENHYPEN’s global fan base, alongside contextualization of …


How K-Pop Influences C-Pop's Market Positioning: A Case On Snh48, Meng Wenhao Jan 2024

How K-Pop Influences C-Pop's Market Positioning: A Case On Snh48, Meng Wenhao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates how K-POP influences the market positioning of C-POP through a detailed case study of the Chinese idol group, SNH48. SNH48 initially adopted the J-POP model from its Japanese counterpart, AKB48, but later transitioned to a K-POP-influenced approach. By analyzing SNH48’s shift from J-POP to K-POP, this research explores the externalization business model employed by Chinese entertainment companies. It delves into how SNH48's market positioning evolved, emphasizing commercial best practices and external collaborations, particularly with South Korean firms. Additionally, the research assesses how political events, such as the 2016 THAAD dispute, influenced these strategic changes. The findings highlight …


A Comparative Study On The Development Paths And Impacts Of Confucian Familism In South Korean And Chinese Society: From The Late 19th Century To The Present, Shuyu Zhang Jan 2024

A Comparative Study On The Development Paths And Impacts Of Confucian Familism In South Korean And Chinese Society: From The Late 19th Century To The Present, Shuyu Zhang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research conducts a cross-national comparative study on the development trajectories and contemporary manifestations of Confucian familism in China and South Korea. Grounded in the historical roots of filial piety, family collectivism, gender hierarchy, and patriarchy, the research traces how these normative elements have evolved from the late 19th century to the present. Through a multi-dimensional framework integrating institutional, cultural, and practical analysis, this study explores how Confucian ethics continue to shape modern family governance, particularly in areas such as marriage regulation, intergenerational caregiving, and gender roles. Drawing on policy documents, cultural narratives, and secondary data, the study demonstrates that …


An Analysis Of Thailand’S Military Equipment Procurement From South Korea: Opportunities And Challenges, Waranphat Kiranawat Jan 2024

An Analysis Of Thailand’S Military Equipment Procurement From South Korea: Opportunities And Challenges, Waranphat Kiranawat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines Thailand's strategic military equipment procurement from South Korea, focusing on two pivotal events: the T-50TH Golden Eagle training aircraft and the HTMS Bhumibol Adulyadej frigate. The study investigates the key areas of cooperation and challenges of military equipment procurement between Thailand and South Korea. The study collects data from white papers, defensive analysis, and qualitative data from authoritative sources. Then, the study evaluates the application of defense diplomacy and balance of power theory to explore key areas of collaboration, namely defense technology transfer, joint training, and industrial partnerships, while considering the related challenges, including financial constraints, interoperability, …


Sacred Celebrations: A Study Of Nats Rituals At Taungbyone Festival In Mandalay, La Wunn Phyu Phyu Jan 2024

Sacred Celebrations: A Study Of Nats Rituals At Taungbyone Festival In Mandalay, La Wunn Phyu Phyu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

AbstractThis thesis studies the spiritual rituals and Nat worship associated with the Taungbyone Nat festival, examining the long-standing coexistence of Theravada Buddhism with ancestor worship in Myanmar. More specifically, it examines the Taungbyone Nat festival, a communal ritual that highlights these beliefs. This study features the strengthened relationship between the Nat spirits and the indigenous people who participate in the belief of Nats. Furthermore, it also demonstrates the importance of community participation in ritual activities and explores the festival atmosphere encourages a shared sense of identity and social connection.The research identifies the historical evolution of Nat worship, particularly its longstanding …