Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Discipline
Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 95281 - 95310 of 934273

Full-Text Articles in Entire DC Network

The Resonance Of Resonance: The State Of Movement, Mari Lee Mifsud Jan 2024

The Resonance Of Resonance: The State Of Movement, Mari Lee Mifsud

Rhetoric and Communication Studies Faculty Publications

This article explores a state of movement in the humanities into nonhuman entanglements. A key term, “resonance,” emerges in this movement. Predominating scholarship orients resonance as a flourishing. In this article, accounts of the destructiveness of mechanical resonance signal a telling lacuna in humanities scholarship, one this article works to remove.


111 Crawling Before We Walk: Transdisciplinary Insights Into Improving The Liveability And Walkability Of Campus Settings, Lorraine D'Arcy, Eoin Mcgillicuddy, Caren Gallagher, Leo Mcconnell Jan 2024

111 Crawling Before We Walk: Transdisciplinary Insights Into Improving The Liveability And Walkability Of Campus Settings, Lorraine D'Arcy, Eoin Mcgillicuddy, Caren Gallagher, Leo Mcconnell

Conference Papers

Since the 1960s, development patterns influenced by upstream land use planning policies have favoured a more suburban car-based approach for street and neighbourhood design (McGrath, 1992), subsequently influencing transport system needs and scheme design. In turn, transport policy and design influence population physical activity levels and emissions. As we moved to this more suburban design, our university campuses followed suit and now we have challenges that deter physical activity to and through our university campuses. Furthermore, air quality issues encouraged by a suburban design can enhance an individual's discomfort in participating in physical activity and may influence their decision to …


An Innovative Covid-19 Patient Recognition Framework, Shereen H. Ali Jan 2024

An Innovative Covid-19 Patient Recognition Framework, Shereen H. Ali

Mansoura Engineering Journal

A virus called COVID-19 has caused devastation throughout the world and is still putting people's lives in jeopardy. It is important to identify COVID-19 patients as soon as possible so that they can be treated and kept from spreading. A new framework for recognizing COVID-19-infected individuals would be provided in this study. The patient’s recognition framework (PRF) is a term used to describe a method for detecting patients. The PRF consists of three stages, which are: the pre-processing stage (P2S), the feature selection stage (FS2), and the classification stage (CS). The P2S extracts a collection of features from CT chest …


ผลของการเปิดบ้านรูปแบบจักรวาลนฤมิตและรูปแบบออนไลน์ ที่มีต่อความพึงพอใจและการรับรู้คุณค่าตราสินค้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6, ชัญญา ม่วงหุ้มทรัพย์ Jan 2024

ผลของการเปิดบ้านรูปแบบจักรวาลนฤมิตและรูปแบบออนไลน์ ที่มีต่อความพึงพอใจและการรับรู้คุณค่าตราสินค้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6, ชัญญา ม่วงหุ้มทรัพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจและการรับรู้คุณค่าตราสินค้าของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต่อกิจกรรมเปิดบ้านคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างรูปแบบวิดีทัศน์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กับรูปแบบจักรวาลนฤมิต (Metaverse) โดยใช้การวิจัยกึ่งทดลองกับนักเรียน 61 คน แบ่งเป็นสองกลุ่มทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบจักรวาลนฤมิตมีความพึงพอใจสูงกว่ารูปแบบวิดีทัศน์ในทุกด้าน ได้แก่ ด้านเนื้อหา ด้านรูปภาพและเทคนิคการนำเสนอ และภาพรวมกิจกรรม โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ในด้านการรับรู้คุณค่าตราสินค้า พบว่าคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในทุกมิติ ได้แก่ การรู้จักชื่อตราสินค้า การรับรู้ตราสินค้า ความสัมพันธ์ และความภักดีต่อตราสินค้า ผลการวิจัยสรุปว่า รูปแบบจักรวาลนฤมิตสามารถเพิ่มความพึงพอใจและการรับรู้คุณค่าตราสินค้าได้ดีกว่ารูปแบบวิดีทัศน์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


การกำหนดวาระ กรอบ และแนวทางในการนำเสนอข่าวความเชื่อ ไสยศาสตร์และหวยของสื่อมวลชนภายใต้กรอบจริยธรรมสื่อ, วิจิตรา วัชนะประพันธ์ Jan 2024

การกำหนดวาระ กรอบ และแนวทางในการนำเสนอข่าวความเชื่อ ไสยศาสตร์และหวยของสื่อมวลชนภายใต้กรอบจริยธรรมสื่อ, วิจิตรา วัชนะประพันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจการกำหนดวาระข่าวสาร กรอบเนื้อหาการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวความเชื่อ ไสยศาสตร์ และหวยภายใต้กรอบจริยธรรมสื่อ และเพื่อหาแนวทางในการนำเสนอข่าวเรื่องความเชื่อ ไสยศาสตร์ และหวยของสื่อมวลชนในบริบทปัจจุบัน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อศึกษาประเด็นข่าวที่เกี่ยวกับความเชื่อ ไสยศาสตร์ และหวย บนเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กสำนักข่าวออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสามอันดับแรกในปี พ.ศ. 2566 ได้แก่ สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ สำนักข่าวข่าวสดออนไลน์ และสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ และการสัมภาษณ์เชิงลึก 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กองบรรณาธิการสำนักข่าวออนไลน์ สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และนักมานุษยวิทยาและวัฒนธรรมศึกษา ผลการวิจัยพบว่า เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ไสยศาสตร์ และหวยมีความหนาแน่นที่สุดในวันประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยแต่ละสำนักข่าวมีแนวโน้มการรายงานที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ เว็บไซต์ข่าวมีแนวโน้มการนำเสนอผ่านข้อความและภาพประกอบ ขณะที่เพจเฟซบุ๊กใช้รูปแบบที่หลากหลาย เช่น การโพสต์ลิงก์ ไลฟ์สด และคลิปวิดีโอ เพื่อดึงดูดผู้ชม การนำเสนอข่าวมักให้ความสำคัญกับกรอบความสนใจของผู้คนในสังคม เช่น เรื่องความเชื่อเกี่ยวกับตัวเลข การเสี่ยงโชค พิธีกรรม และการทำนายดวงชะตา การปฏิสัมพันธ์ของผู้รับสารประเด็นที่มีปฏิสัมพันธ์สูงสุดคือเรื่องความเชื่อ รองลงมาคือเรื่องตัวเลข และพิธีกรรม ความเห็นของผู้ชมสะท้อนถึงความสนใจในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและโชคลาภอย่างชัดเจน ทั้งนี้พบข้อบกพร่องด้านจริยธรรมในข่าวที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ เช่น การขาดคำอธิบายที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ งานวิจัยได้เสนอแนวทางปรับปรุงเพื่อยกระดับการนำเสนอข่าวในมิติที่สอดคล้องกับจริยธรรมสื่อสารมวลชนโดยการสร้างกรอบแนวปฏิบัติที่ใช้งานได้จริงในการนำเสนอข่าวความเชื่อ ไสยศาสตร์ และหวยต้องสร้างภายใต้บริบทปัจจุบันของสังคมเป็นสำคัญ คำนึงถึงหลักจริยธรรมของการนำเสนอข่าว คุณค่าข่าวประโยชน์สาธารณะ และความอยู่รอดของสื่อ โดยต้องคิดแนวปฏิบัติอย่างครอบคลุมภายใต้ข้อจำกัดในมิติต่าง ๆ ดังนี้ มิติด้านวัฒนธรรม มิติด้านเทคโนโลยี มิติด้านเศรษฐกิจ และมิติด้านสังคมการเมือง


‘Les Noirs Ne Sont Pas Des Cuisiniers, C'Est Des Plongeurs!': Exploring The Lived Experience Of Migrant Cooks In Paris, Siobhán Gough, Máirtín Mac Con Iomaire Jan 2024

‘Les Noirs Ne Sont Pas Des Cuisiniers, C'Est Des Plongeurs!': Exploring The Lived Experience Of Migrant Cooks In Paris, Siobhán Gough, Máirtín Mac Con Iomaire

Articles

A global shortage of chefs and cooks currently exists within the hospitality industry, exacerbated by the Covid-19 pandemic. Migrant cooks are essential to the culinary industry, yet remain relatively anonymous within the academic literature, a research gap which this original paper seeks to address. Using a phenomenological epistemology, combined with the theoretical framework of hospitality and practice theory, this qualitative research focused on investigating the lived experience of the professional lives and identities of immigrant cooks working in Paris, France, the birthplace of the restaurant. Extant literature was reviewed, and a focus group with migrant cooks explored themes within and …


Does Fdi Affect The Hotel Room Rates In Yangon?, Khine Thu Thu Jan 2024

Does Fdi Affect The Hotel Room Rates In Yangon?, Khine Thu Thu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Using the hedonic pricing theory, this study investigates the relationship between Foreign Direct Investment (FDI) and hotel room rates in Yangon, Myanmar. Using a dataset of 168 hotels from Yangon, we examined how FDI influences hotel room rates for weekdays and weekends. Our analysis employs the Log-Linear OLS regression model, by using affiliation to a chain, size of hotels, hotel stars rating, service provided by the hotels, location of the hotels, presence of the online, and online customer review ratings on Agoda, Booking.com, Trip.com, and Expedia. We find that FDI has a positive correlation with hotel room rates in Yangon. …


อวัตถุศึกษาของแรงงานมัคคุเทศก์กับการสะสมทุนร่วมสมัย, นัสรอน สะอีดี Jan 2024

อวัตถุศึกษาของแรงงานมัคคุเทศก์กับการสะสมทุนร่วมสมัย, นัสรอน สะอีดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความเป็นอวัตถุของแรงงานมัคคุเทศก์ และแรงงานเสี่ยงของมัคคุเทศก์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยชี้ให้เห็นถึงการสะสมทุนในศตวรรษที่ 21ที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานมัคคุเทศก์กลุ่มนี้ ผ่านการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการศึกษา จากการสำรวจเอกสาร และการลงพื้นที่เก็บข้อมูลการสัมภาษณ์เชิงลึกกึ่งมีโครงสร้างจาก ผู้ให้สัมภาษณ์ที่เป็นแรงงานมัคคุเทศก์ทั้งหมดจำนวน 10 คน ผลการศึกษา พบว่า แรงงานมัคคุเทศก์เป็นแรงงานอวัตถุ เนื่องจากต้องใช้ความคิด อารมณ์ และความรู้สึกในการสร้างมูลค่าให้กับผลงานผ่านการเล่าเรื่องราว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ สร้างการรับรู้สร้างอารมณ์และความรู้สึกที่น่าจดจำให้กับนักท่องเที่ยว ยิ่งไปกว่านั้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้พยายามอธิบายว่ามัคคุเทศก์เป็นแรงงานอวัตถุที่ใช้ทักษะประเภทหนึ่ง ในการทำงานมากกว่าอาชีพอื่นเป็นพิเศษ คือการใช้อารมณ์ในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นกระบวนการในการจัดการอารมณ์และการแสดงออกเพื่อตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของงานนำเที่ยว นอกจากนี้ ค้นพบว่าแรงงานมัคคุเทศก์ต้องเผชิญกับสถานะแรงงานเสี่ยงเช่นเดียวกัน โดยศึกษาจากลักษณะของการทำงานนำเที่ยว ทั้งในด้านของงานที่มีลักษณะชั่วคราว งานที่ไม่มีความแน่นอน งานที่ขาดความมั่นคงและขาดสวัสดิการ จากการศึกษาในครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงวิถีการทำงาน การจ้างงาน และผลกระทบของแรงงานมัคคุเทศก์ท่ามกลางการสะสมทุนร่วมสมัย ทำให้มัคคุเทศก์อยู่ในสภาวะงานเสี่ยงที่ไม่สามารถ มีความมั่นคง และมองเห็นอนาคตตนเอง อันจะเป็นความเสี่ยงในเชิงการยกระดับมาตรฐาน ในคุณภาพชีวิตและการดำรงชีวิตของมัคคุเทศก์


The Kathina Robe Offering Festival In Myanmar: Unveiling Social Dynamics And Cultural Identity, May Zin Nyunt Jan 2024

The Kathina Robe Offering Festival In Myanmar: Unveiling Social Dynamics And Cultural Identity, May Zin Nyunt

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research paper examines the Kathina Robe Offering Festival in Myanmar, a major cultural and religious event that has plays an important role in building social cohesion, preserving cultural identity, and perpetuating Buddhist beliefs. Anchored in the Theravada Buddhist practices of generosity (dana), merit-making, and rejoicing, the Kathina Festival is a significant expression of communal and religious values in Myanmar's diverse society. This study aims to identify the multi-faceted role played by the Kathina festival in urban and regional perspectives, and it explains how it is used to create community cohesiveness in Yangon, or how local cultural nuances differ from …


การประเมินความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาในศตวรรษที่ 21, ขนิษฐา นิ่มดำ Jan 2024

การประเมินความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาในศตวรรษที่ 21, ขนิษฐา นิ่มดำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาในศตวรรษที่ 21 ของครูสุขศึกษา 2) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของครูสุขศึกษา ในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาในศตวรรษที่ 21 และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาของครูสุขศึกษา ในศตวรรษที่ 21 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ครูสุขศึกษาในโรงเรียน สังกัด สพฐ. จำนวน 252 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์จัดลำดับความสำคัญ โดยใช้สูตร Priority Needs Index แบบปรับปรุง (PNImodified) และการศึกษาแนวทางการวิจัย โดยใช้หลักการแนวคิดของความต้องการจำเป็น ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาในศตวรรษที่ 21 ของครูสุขศึกษาด้านสื่อเเละเเหล่งการเรียนรู้เพศศึกษา ในภาพรวมจัดอยู่ในระดับปานกลางถึงน้อยทุกด้าน ขณะที่สภาพที่พึงประสงค์ในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาในศตวรรษที่ 21 ในภาพรวมจัดอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน 2) ความต้องการจำเป็นของครูสุขศึกษา ในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาในศตวรรษที่ 21 ของครูสุขศึกษา มีดัชนีความต้องการจำเป็นในทุกด้าน โดยด้านการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา มีความจำเป็นมากที่สุด (PNImodified= 0.72) ขณะที่ด้านสื่อเเละเเหล่งการเรียนรู้เพศศึกษา มีความจำเป็นน้อยที่สุด (PNImodified= 0.51) และ 3) แนวทางพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาในศตวรรษที่ 21 ของครูสุขศึกษาในภาพรวม ผู้เชี่ยวชาญประเมินคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงตามลำดับ พบว่าความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ลำดับแรกคือ ด้านสาระการเรียนรู้เพศศึกษา รองลงมาคือ ด้านวัตถุประสงค์การจัดการเรียนรู้เพศศึกษาด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา ด้านสื่อเเละเเหล่งการเรียนรู้เพศศึกษา ด้านหลักการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา และด้านการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา ตามลำดับ


รูปแบบเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยใช้การเรียนรู้แบบสืบสอบเชิงชี้แนะเน้นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการรู้ดิจิทัลของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย, นันทนา บุตรดาเคน Jan 2024

รูปแบบเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยใช้การเรียนรู้แบบสืบสอบเชิงชี้แนะเน้นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการรู้ดิจิทัลของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย, นันทนา บุตรดาเคน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพและความต้องการรูปแบบเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยใช้การเรียนรู้แบบสืบสอบเชิงชี้แนะเน้นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการรู้ดิจิทัลของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย 2) เพื่อพัฒนารูปแบบเทคโนโลยี สนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยใช้การเรียนรู้แบบสืบสอบเชิงชี้แนะเน้นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการรู้ดิจิทัลของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย และ 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยใช้การเรียนรู้แบบสืบสอบเชิงชี้แนะเน้นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการรู้ดิจิทัลของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างการวิจัยที่ใช้ในการศึกษาสภาพและความต้องการรูปแบบ เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยใช้การเรียนรู้แบบสืบสอบเชิงชี้แนะเน้นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการรู้ดิจิทัลของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ผู้วิจัยคัดเลือกตัวอย่างจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) ได้แก่ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ที่จัดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 384 คน จากการคำนวณด้วยสูตรของ Cochran (1977) และตัวอย่างการวิจัยที่ใช้ในการศึกษาผลการใช้รูปแบบเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยใช้การเรียนรู้แบบสืบสอบเชิงชี้แนะเน้นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการรู้ดิจิทัลของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ได้มาจากการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposing sampling) ได้แก่ นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนชุมทางตลิ่งชัน สำนักงานเขตตลิ่งชัน จำนวน 26 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามสภาพและความต้องการรูปแบบเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยใช้การเรียนรู้แบบสืบสอบเชิงชี้แนะเน้นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการรู้ดิจิทัลของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย 2) แบบสัมภาษณ์สำหรับผู้เชี่ยวชาญแบบมีโครงสร้าง 3) แบบประเมิน รูปแบบเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยใช้การเรียนรู้แบบสืบสอบเชิงชี้แนะเน้นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการรู้ดิจิทัลของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย 4) แนวทางการใช้รูปแบบเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยใช้การเรียนรู้แบบสืบสอบเชิงชี้แนะเน้นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการรู้ดิจิทัลของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย 5) เกณฑ์การประเมินการรู้ดิจิทัลของนักเรียนแบบรูบริค และ 6) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ตามรูปแบบเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยใช้การเรียนรู้แบบสืบสอบเชิงชี้แนะเน้นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการรู้ดิจิทัลของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย การวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย 1) วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของตัวอย่างที่ใช้การวิจัยโดยใช้สถิติบรรยาย ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2) วิเคราะห์สภาพและความต้องการโดยใช้ดัชนีความสำคัญของลำดับความต้องการจำเป็นหรือ Modified Priority Needs Index: PNImodified และ 3) วิเคราะห์การรู้ดิจิทัลของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย โดยใช้ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ (One-Way Repeated Measure ANOVA) ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1) สภาพและความต้องการรูปแบบเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งฯ แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านกระบวนการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการรู้ดิจิทัล 2) รูปแบบเทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งฯ ประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) Learner and Instructor 2) Learning Environment and Support …


การศึกษาแนวทางในการกำหนดหน้าที่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีให้มีหน้าที่รายงานธุรกรรมต้องสงสัยในร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 : ศึกษาเปรียบเทียบประเทศนิวซีแลนด์และประเทศสิงคโปร์, ถวิกา สุภาษิต Jan 2024

การศึกษาแนวทางในการกำหนดหน้าที่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีให้มีหน้าที่รายงานธุรกรรมต้องสงสัยในร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 : ศึกษาเปรียบเทียบประเทศนิวซีแลนด์และประเทศสิงคโปร์, ถวิกา สุภาษิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางในการกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมีหน้าที่ในการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย ซึ่งเป็นมาตรฐานของ FATF ที่ประเทศไทยยังไม่มีบทบัญญัติในเรื่องดังกล่าวและจากการประเมินตามมาตรฐานของ FATF โดย APG ที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกนั้นแนะนำให้ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดหน้าที่ดังกล่าวให้กับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้มีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเป็นผู้มีหน้าที่รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยขึ้นมาและได้มีการให้ทางสภาวิชาชีพบัญชีให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวว่าการกำหนดหน้าที่ให้เป็นผู้มีหน้าที่รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีนั้นยังคงมีปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มภาระที่เกินขอบเขต การไม่มีแนวทางในการพิจารณาลักษณะธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย การขัดต่อจรรยาบรรณทางวิชาชีพในเรื่องการรักษาความลับของลูกค้า และการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติมาตรา 89/25 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ทำให้การกำหนดหน้าที่ดังกล่าวยังไม่สามารถบังคับใช้ในประเทศไทย จากปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวทำให้มีการศึกษาแนวทางจาก FATF รวมทั้งแนวทางในต่างประเทศ โดยเอกัตศึกษาฉบับนี้ได้ศึกษาแนวทางจากประเทศนิวซีแลนด์และประเทศสิงคโปร์ที่มีการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้แล้ว และทั้งสองประเทศดังกล่าวเป็นสมาชิกทั้ง FATF และ APG จึงมีแนวทางที่เป็นตามมาตรฐานสากลที่สามารถนำมาศึกษาเพื่อปรับใช้กับการกำหนดหน้าที่ให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเป็นผู้มีหน้าที่รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากผลการศึกษาจากแนวทางในต่างประเทศพบว่า หน่วยงานกำกับดูแลได้มีการจัดทำแนวทางในการปฏิบัติตามกฎหมายการฟอกเงินสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี จึงเสนอให้ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินควรมีการจัดทำแนวทางปฏิบัติในการทำหน้าที่เป็นผู้มีหน้าที่รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยและหน้าที่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี โดยมีการกำหนดลักษณะธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยเพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเป็นแนวทางในการพิจารณาลักษณะธุรกรรมที่ต้องมีการรายงานกับทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นอกจากนี้เสนอให้มีมาตรการอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อช่วยลดอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการรวมกลุ่มธุรกิจเพื่อแบ่งปันข้อมูลในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงของลูกค้า การจัดอบรมให้กับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และการนำเทคโนโลยีมาใช้โดยมีการพัฒนาเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย โดยข้อเสนอแนะดังกล่าวสามารถเป็นแนวทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินใช้ในการปรับปรุงการกำหนดหน้าให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเป็นผู้มีหน้าที่ในการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยที่เหมาะสมกับประเทศไทย


มาตรการทางภาษีเพื่อควบคุมการเก็งกำไรจากการเข้าถือครองอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุดของคนต่างชาติ, เพชรนภา ชาตะมีนา Jan 2024

มาตรการทางภาษีเพื่อควบคุมการเก็งกำไรจากการเข้าถือครองอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุดของคนต่างชาติ, เพชรนภา ชาตะมีนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การที่พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ใน ห้องชุดได้ แต่ไม่มีมาตรการทางภาษีที่เหมาะสมเพื่อควบคุมแรงจูงใจในการเก็งกำไรของนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับราคาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยของไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จึงเป็นโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้าเก็งกำไรในห้องชุดจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาห้องชุดในพื้นที่ที่ชาวต่างชาติประสงค์จะเก็งกำไรนั้นปรับตัวสูงขึ้นจนเกินความสามารถที่คนไทยจะซื้อได้ อุปสงค์ภายในประเทศจึงลดลง แต่ราคาของห้องชุดกลับไม่มีการปรับตัวลดลงตามกลไกตลาด เพราะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้เล็งเห็นโอกาสจากกำลังซื้อและจำนวนอุปสงค์ของคนต่างชาติ จึงไม่ได้มีการปรับราคาห้องชุดให้เหมาะสมกับคนไทยและยังมีการพัฒนาโครงการอาคารชุดใหม่ ๆ มาอย่างต่อเนื่องยิ่งไปกว่านั้น มาตรการนี้ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมใกล้เคียงอย่างอุตสาหกรรมโรงแรมจาก การที่นักลงทุนต่างชาติให้เช่าห้องชุดแบบรายวันและรายเดือนในราคาที่ถูกกว่า ทำให้โรงแรมในบริเวณโดยรอบมีลูกค้าน้อยลงและได้รับรายได้น้อยลง ทั้งยังส่งผลกระทบต่อนิติบุคคลอาคารชุด และผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารชุดนั้น ๆ จากการไม่จ่ายชำระค่าส่วนกลาง หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎ ข้อบังคับของการอยู่อาศัยร่วมกันในอาคารชุด รวมถึงกรณีการนำห้องชุดไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ซึ่งสร้างความไม่สงบเรียบร้อยในสังคมอีกด้วยเอกัตศึกษาฉบับนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อศึกษาปัญหาจากการเก็งกำไรในห้องชุดของนักลงทุนต่างชาติ มาตรการทางภาษีที่เกี่ยวข้องของประเทศไทย และมาตรการทางภาษีที่เกี่ยวข้องของต่างประเทศ ได้แก่ รัฐออนแทริโอ ประเทศแคนาดา ประเทศสิงคโปร์ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงกฎหมายและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการเก็งกำไรของต่างชาติในตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทห้องชุดในประเทศไทยจากการศึกษา ผู้เขียนพบว่า การเข้าถือครองอสังหาริมทรัพย์ประเภทห้องชุดของคนต่างชาติโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็งกำไรนี้ ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อคนไทยที่ต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยซึ่งมีการจ่ายภาษีจากการอุปโภคและบริโภคในไทย และธุรกิจโรงแรมของไทยที่มีการจ่ายภาษีจากเงินได้ที่เกิดขึ้น เพราะ นักลงทุนต่างชาติไม่ได้เข้ามาอุปโภคและบริโภคในไทย รวมถึงเงินได้ที่เกิดจากการให้เช่ารายวันและรายเดือนนั้นมักไม่ได้นำมายื่นจ่ายชำระภาษีในไทย นอกจากนี้ มาตรการทางภาษีที่มีอยู่ของไทยในปัจจุบันนั้นสร้างภาระภาษีให้กับนักลงทุนต่างชาติในอัตราที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับประเทศทั้ง 3 ประเทศที่ได้ทำการศึกษา ซึ่งมี การกำหนดภาระภาษีพิเศษให้กับต่างชาติที่เข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยในอัตราระหว่างร้อยละ 7.5 – 60 ของราคาตลาด ตามความรุนแรงของปัญหาการเก็งกำไรของต่างชาติในแต่ละประเทศ ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นควรว่าต้องมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจากคนต่างชาติที่เข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทย โดยกำหนดให้มีการจัดเก็บอากรแสตมป์เพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ ออกเป็นพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลรัษฎากร โดยกำหนดเพิ่มเป็นหมวดที่ 8 ของภาษีตามประมวลรัษฎากร จัดเก็บกับบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทยหรือไม่ใช่ผู้ที่ได้รับสถานะเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย โดยบุคคลเหล่านี้ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเมื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ที่กำหนดในประเทศไทย และจ่ายชำระพร้อมกับที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยที่กรมที่ดิน โดยกำหนดอัตราภาษีให้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 15 – 25 ซึ่งถือเป็นอัตราภาษีที่ไม่สูงเกินไปจนเป็นการกีดกันการเข้าถึงของต่างชาติ และไม่ต่ำเกินไปจนไม่ส่งผลกระทบต่อ การตัดสินใจของนักลงทุน รวมถึงมีข้อยกเว้นทางภาษีให้กับผู้ที่ไม่ได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศในกรณีที่บุคคลนั้นได้รับการคุ้มครองโดยรัฐตามกฎหมายคุ้มครองผู้ลี้ภัย หรือเป็นคู่สมรสของประชาชนไทย และต่างชาติกลุ่มที่มีศักยภาพสูง 4 กลุ่มที่เข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศผ่านวีซ่าประเภท Long-Term Resident Visa หรือ LTR Visa ให้สามารถซื้อที่อยู่อาศัยโดยเสียภาษีเท่ากับอัตราที่ประชาชนไทยเสียได้สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยแห่งแรก และกำหนดสิทธิขอคืนภาษีให้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือในกรณีที่ต่างชาติรายนั้นกลายเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทยภายใน 4 ปี นับแต่วันที่ซื้อหรือได้มาซึ่งที่อยู่อาศัย


Survey On Chinese Tourists' Perception With The Safety Of Consumption Places Environment In Bangkok, Sinan He Jan 2024

Survey On Chinese Tourists' Perception With The Safety Of Consumption Places Environment In Bangkok, Sinan He

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In recent years, Thailand's tourism industry has grown rapidly and has gradually become an important part of the country's economic composition. However, in the post Covid-19 era, as the global economy has been hit by Covid-19, many threats to security have arisen and tourists are worried about their safety. Bangkok, as the capital of Thailand, a country that relies on tourism, has to consider how to change the environment design to make tourists to Thailand feel safer. This is because some dangerous incidents in Bangkok have made Chinese tourists skeptical about the safety of shopping places. Also, from the previous …


การพัฒนาทักษะการใช้จินตนาการ สมาธิ และการใช้ร่างกายเพื่อการแสดง ละครเดี่ยว : กรณีศึกษาการแสดงละครเรื่อง นอนไม่หลับ, บุญธิดา ชุนสิทธิ์ Jan 2024

การพัฒนาทักษะการใช้จินตนาการ สมาธิ และการใช้ร่างกายเพื่อการแสดง ละครเดี่ยว : กรณีศึกษาการแสดงละครเรื่อง นอนไม่หลับ, บุญธิดา ชุนสิทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักแสดงใช้เครื่องมือของนักแสดง ด้านทักษะจินตนาการ การใช้สมาธิ และการใช้ร่างกาย ในการฝึกการแสดงเพื่อให้เกิดความสมจริงและน่าเชื่อถือในแต่ละตัวละคร โดยบทละครเวทีการแสดงเดี่ยวเรื่อง “นอนไม่หลับ” ของนิกร แซ่ตั้ง นักแสดงต้องสามารถแสดงเป็นตัวละครหลายบทบาท หลายสถานการณ์ และต้องสื่อสารกับผู้ชมอีกด้วย การวิจัยนี้ใช้กระบวนการฝึกทักษะการแสดงและสังเคราะห์จากแนวคิดของนักทฤษฎีการละครที่มีความสำคัญ จากทั้ง คอนสแตนติน สตานิสลาฟกี้ (Constantin Stanislavski)สเตลล่า แอดเลอร์ (Stella Adler) ไมเคิล เชคคอฟ (Michael Chekchov) ทั้งนี้การวิจัยได้ศึกษาและวิเคราะห์ผลจากการฝึกซ้อมเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติจากกระบวนการฝีก บันทึกวิดีทัศน์ และการฝึกซ้อมการแสดงร่วมกับผู้กำกับการแสดง ประเมินการแสดงจากอาจารย์ที่ปรึกษา รวบรวมผลการประเมินจากการนำเสนอผลงานของผู้วิจัย เก็บข้อมูลแบบสอบถามจากผู้ชม และเสวนาพูดคุยแลกเปลี่ยนจากผู้ทรงวุฒิหลังจบการแสดงของผู้วิจัย ผลการศึกษาพบว่า การฝึกการปฏิบัติด้วยแนวทางการฝึกจินตนาการ สมาธิ ร่างกาย ที่มีความสม่ำเสมอและต่อเนื่องจะช่วยทำให้นักแสดงเชื่อในสถานการณ์ของตัวละครได้ และมีความกังวลที่ลดลง และมีความอิสระเป็นตัวละครมากยิ่งขึ้นขณะแสดง


การเขียนบทละครเพื่อส่งเสริมการยอมรับตนเองและความมั่นใจของวัยรุ่น, สัจจาวุธ สุริยะดง Jan 2024

การเขียนบทละครเพื่อส่งเสริมการยอมรับตนเองและความมั่นใจของวัยรุ่น, สัจจาวุธ สุริยะดง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการเขียนบทละครเวทีสำหรับเยาวชนช่วงวัยรุ่น อายุ 12-15 ปี โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการยอมรับตนเองและความมั่นใจของวัยรุ่นผ่านบทละครเวที ผ่านการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเขียนบทละครตามแบบฉบับ, แนวทางการเขียนบทละครสำหรับเยาวชน, เกมออนไลน์, พัฒนาการของวัยรุ่นตอนต้น, และการทำงานร่วมกับเยาวชนในโครงการแก่นอีสานวัฒน์ เพื่อค้นหาสาระสำคัญที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นผู้วิจัยได้พัฒนาบทละครร่าง "ไอ้หัวกล่อง" ร่วมกับผู้กำกับและนักแสดงจนได้บทละครที่ใช้สำหรับการทดลองอ่านในกลุ่มเยาวชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ผลการศึกษาพบว่า บทละครสามารถสื่อสารประเด็นการยอมรับตนเองและการเห็นคุณค่าในตนเองได้ แต่ยังจำเป็นต้องพัฒนาบทให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องย่อที่เป็นส่วนสำคัญของการกำหนดทิศทางเรื่อง แม้ว่าบทละครในขั้นตอนนี้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่การทดลองอ่านและรับฟังความคิดเห็นจากเยาวชนช่วยให้ผู้วิจัยสามารถเข้าใจถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและปรับปรุงบทละครได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่า บทละครสามารถพัฒนาเป็นเครื่องมือในการทำงานร่วมกับเยาวชนในฐานะฟาซิลิเตเตอร์ (Facilitator) โดยให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการเขียนบทและกระบวนการฝึกทำละคร ซึ่งช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้การยอมรับตนเองและสร้างความมั่นใจในตนเองจากการฝึกฝนทำละคร


ความต้องการในการจัดการหลังความตายของคนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, อุษา เพียรทวีกิจ Jan 2024

ความต้องการในการจัดการหลังความตายของคนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, อุษา เพียรทวีกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการในการจัดการหลังความตายของคนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสาน (Mixed Method) ด้วยการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิธีการสุ่มแบบโควต้า (Quota Sampling) จำนวน 400 ราย โดยแบ่งเป็นชาวพุทธ 200 ราย ชาวอิสลาม 120 ราย ชาวคริสต์ 60 ราย และผู้ไม่นับถือศาสนา 20 ราย และจากวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) จำนวน 20 ราย โดยแบ่งเป็น ชาวพุทธ 8 ราย ชาวอิสลาม 6 ราย ชาวคริสต์ 3 ราย และผู้ไม่นับถือศาสนา 3 ราย จากประชากรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยข้อมูลเชิงปริมาณได้นำมาวิเคราะห์ด้วยสถิติไคสแควร์ (Chi-Square) และนำข้อมูลเชิงคุณภาพมาวิเคราะห์ร่วมกัน ผลการศึกษาพบว่า ความต้องการในการจัดการหลังความตายส่วนใหญ่ในด้านของการจัดการร่าง (ศพ) คือ ต้องการจัดการในรูปแบบประเพณีนิยมที่เป็นในลักษณะของการฝังหรือการเผา รองลงมาคือ การบริจาคร่างกายเพื่อเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ ต่อมาในส่วนของการจัดการเกี่ยวกับพิธีกรรมศพ พบว่า ความต้องการของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คือ ต้องการจัดการตามแบบศาสนาทุกขั้นตอน รองลงมาคือ ต้องการทำตามแบบทางศาสนาแต่ไม่ต้องการปฏิบัติตามทุกขั้นตอน และในส่วนของการจัดการเกี่ยวกับร่องรอยที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลพบว่า ส่วนใหญ่ต้องการให้ปล่อยบัญชีของตนเองไว้ตามปกติหากจากไปแล้ว ไม่ต้องมีการจัดการใด ๆ รองลงมาคือ ต้องการจัดการด้วยการฝากฝังบุคคลอื่นให้ช่วยดำเนินการปิดบัญชีให้ ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความต้องการในการจัดการหลังความตายของคนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานครคือ ปัจจัยส่วนบุคคลในด้านของ อาชีพและ ระดับการศึกษา ต่อมาคือ ปัจจัยทางศาสนาหรือความเชื่อ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสังคมเมืองในด้านของสิ่งที่ต้องการหรือคาดหวังมากที่สุดเมื่อได้จากโลกนี้ไปแล้ว


Enhancing Multilingual Sentence Representation Learning For The Job Recruitment Domain, Napat Laosaengpha Jan 2024

Enhancing Multilingual Sentence Representation Learning For The Job Recruitment Domain, Napat Laosaengpha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

With the advancement in natural language processing (NLP), there has been significant development in multilingual pretraining sentence encoder. Typically, these pretraining models are trained on large-scale datasets that consist of general text data from various sources such as Wikipedia. However, the general proposed models aren't enough to understand contexts in such a domain-specific, especially in the job recruitment domain. It is due to its niche nature and the lack of readily available related information. To enhance the existing multilingual pretraining sentence encoder and mitigate the aforementioned problems, we first propose multi-task dual-encoder framework to improve the sentence encoder for general-purpose …


The Challenges Of Job-Hopping Motives: A Generation Z Perspective, Anne Marie Tan Jan 2024

The Challenges Of Job-Hopping Motives: A Generation Z Perspective, Anne Marie Tan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Job-hopping is growing at a phenomenal rate amongst the newest cohort to enter the workforce and it comes with great consequences for organisations all over the world. The purpose of this study was to examine the relationships between flexibility and autonomy at work, organizational commitment, psychological safety, and job-hopping motives in a sample population of Generation Z and first jobbers in Bangkok, Thailand. This study uses a cross-sectional correlational design to investigate these relationships and to find significance in their interactions. Data was collected through online surveys and was analysed through regression and sequential mediation analysis. Results reveal that flexibility …


ปัญหาการใช้อำนาจเหนือตลาดที่ไม่เป็นธรรมของธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม, รุ่งโรจน์ ลีลาบูรณะศักดิ์ Jan 2024

ปัญหาการใช้อำนาจเหนือตลาดที่ไม่เป็นธรรมของธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม, รุ่งโรจน์ ลีลาบูรณะศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม แนวคิดเกี่ยวกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม ลักษณะเฉพาะของดิจิทัลแพลตฟอร์ม และมาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยและต่างประเทศในการกำกับดูแลธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดที่ไม่เป็นธรรม โดยการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 และประกาศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับกฎหมายและมาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศ ได้แก่ สหภาพยุโรป ประเทศเยอรมนี และประเทศจีน เพื่อศึกษาแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้าของประเทศไทยหรือการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ ในการป้องกันและกำกับดูแลธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มให้เหมาะสมและเป็นธรรม การศึกษาวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการวิจัยด้วยการวิเคราะห์เอกสาร (Document Research) เพื่อศึกษา ค้นคว้า และรวบรวมข้อมูลจากเอกสารทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ จากการศึกษาวิจัยพบว่าการประกอบธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มมีความแตกต่างจากการประกอบธุรกิจทั่วไป เนื่องจากลักษณะเฉพาะและความซับซ้อนของธุรกิจ ทำให้เกิดปัญหาในการพิจารณาและบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าของประเทศไทยเพื่อกำกับดูแลและป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดของธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม กฎหมายการแข่งขันทางการค้าและมาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยจึงยังไม่ครอบคลุมและชัดเจนเพียงพอที่จะป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดที่ไม่เป็นธรรม ผู้วิจัยจึงเสนอแนะให้มีการประกาศแนวทางแนวทางพิจารณาการใช้อำนาจเหนือตลาดที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อป้องกันและกำกับดูแลธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อก่อให้เกิดการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีและเป็นธรรม รวมถึงเพื่อคุ้มครองผู้ใช้งานและผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรายอื่น


การทบทวนมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทย, ปลายฟ้า เงินมา Jan 2024

การทบทวนมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทย, ปลายฟ้า เงินมา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยภายใต้มาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มีลักษณะควบคุมอย่างสิ้นเชิง และมีขอบเขตคุ้มครองที่กว้างครอบคลุมทั้งเยาวชนและบุคคลทั่วไป และมาตรการภายใต้มาตรา 32 นั้นไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนโดยให้ตระหนักถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนช่วยป้องกันเด็กและเยาวชนมิให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย อย่างไรก็ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ยังไม่สามารถที่จะควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ดีเนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจมีวิธีการโฆษณา การสื่อสารทางการโฆษณา และการส่งเสริมการขายที่หลากหลายไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมสถิติของผู้ดื่มแอลกอฮอล์จึงเพิ่มขึ้นแม้จะมีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่รัดกุมในด้านการจำกัดการโฆษณาแล้วก็ตาม นอกจากนี้มาตรการทางตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 นั้นควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มข้นมากเกินไปและเรื่องขอบเขตของบทบัญญัติที่กว้างเกินไป พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักในการดำเนินมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และมีแผนยุทธศาสตร์แอลกอฮอล์ระดับชาติที่เป็นแผนแม่บทในการวางนโยบายจัดการปัญหาแอลกอฮอล์ที่มีการให้อำนาจออกประกาศเพิ่มเติมได้อย่างไม่มีขอบเขต และไม่มีคำจำกัดความหรือแนวทางการตีความที่ชัดเจน ทำให้ผู้บังคับใช้กฎหมายสามารถตีความ การแสดงชื่อสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายใด ๆ ให้มีจุดประสงค์เพื่อสื่อสารการโฆษณาซึ่งเป็นการตีความที่เป็นโทษต่อประชาชน มาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมายที่ใช้บังคับในปัจจุบันนั้นมีลักษณะการจำกัดเสรีภาพด้านการประกอบธุรกิจและด้านการโฆษณา และการแสดงความคิดเห็นของผู้บริโภค ส่งผลให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการโฆษณาตามมาตรา 32 เนื่องจากมาตราการดังกล่าวไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญเพราะเป็นการจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพ และเสรีภาพในการโฆษณา ทั้งยังไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแผนการปฏิรูปประเทศในด้านเศรษฐกิจ ผุ้วิจัยจึงศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะที่เป็นการกำกับดูแลเพื่อส่งเสริมการโฆษณา เพื่อสร้างค่านิยมใหม่ในการบริโภคแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงการบริโภคในหมู่ผู้เยาว์ ผุ้วิจัยเสนอให้การกำกับดูแลการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีแนวทางข้อจำกัดการโฆษณาด้านต่างๆ เช่น ด้านเนื้อหา ด้านเวลา ด้านสถานที่ และด้านการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทางที่เหมาะสมโดยเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551


ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหางานพัสดุภาครัฐก่อน และหลังสถานการณ์โควิด-19 ศึกษากรณี : ธนาคารออมสิน, ยศภัทร ช่วงมณี Jan 2024

ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหางานพัสดุภาครัฐก่อน และหลังสถานการณ์โควิด-19 ศึกษากรณี : ธนาคารออมสิน, ยศภัทร ช่วงมณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหางานพัสดุภาครัฐก่อนและหลังสถานการณ์โควิด-19 ศึกษากรณีธนาคารออมสิน โดยศึกษาด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพจากเอกสารที่เกี่ยวข้องและการสัมภาษณ์แบบเชิงลึกจากบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับงานพัสดุ ธนาคารออมสิน เพื่อศึกษาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ปัญหาและความท้าทาย ตลอดจนวิธีการแก้ไขปัญหาของการบริหารงานพัสดุของธนาคารออมสินจากการศึกษาพบว่า ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ธนาคารออมสินต้องพิจารณาชะลอหรือยกเลิกโครงการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งโครงการต่างๆ ที่อยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว การดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย ระเบียบ เป็นไปได้ยาก เนื่องจากในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีความจำเป็นจะต้องมีการประชุมหารือร่วมกันในรูปแบบคณะกรรมการต่างๆ และยังไม่สามารถประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ เพราะกฎหมาย และระเบียบ ในขณะนั้น ยังไม่รับรองให้สามารถปฏิบัติได้ ประกอบกับการบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลมีความแตกต่างจากก่อนมีสถานการณ์โควิด-19 เพราะภายหลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 ธนาคารออมสินมีการปรับลดอัตรากำลังโดยไม่ทดแทนพนักงานที่เกษียณอายุ ส่งผลให้การปฏิบัติงานเกิดความล่าช้า รวมทั้งการประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากจะต้องมีการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการตรวจรับพัสดุ เช่น การกำหนดรายละเอียดขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR) การกำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง การจัดทำจัดสัญญาและการตรวจรับงาน ตลอดจนการจัดเก็บเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอุปกรณ์หรือเครื่องมือไม่สอดคล้องกับมาตรการลดงานเอกสารขององค์กรอย่างไรก็ตาม แนวทางการพัฒนาและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความคล่องตัว ในการปฏิบัติงาน หน่วยงานควรกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้สามารถจัดทำและนำเสนองานให้ผู้บริหารอนุมัติในรูปแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลในรูปแบบระบบออนไลน์ ทั้งนี้แม้ว่าภายหลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ยุติลง องค์กรควรที่จะถอดบทเรียนจากสถานการณ์ดังกล่าวมาใช้ในการเรียนรู้ โดยเฉพาะการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือการยอมรับเรื่องการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ระเบียบวิธีปฏิบัติต่างๆ เพื่อลดระยะเวลาหรือขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไปเป็นอย่างรวดเร็วและกระชับเวลาได้มากยิ่งขึ้น


ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลของบุคลากร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สังกัดส่วนกลาง, ณัฐณิชา บรรดาศักดิ์ Jan 2024

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลของบุคลากร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สังกัดส่วนกลาง, ณัฐณิชา บรรดาศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัล และปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลของบุคลากรกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สังกัดส่วนกลาง โดยเป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลในรูปแบบแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างประจำ ที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งต่าง ๆ จากหน่วยงานภายในสังกัดส่วนกลางของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน รวมจำนวน 256 คน และประมวลผลข้อมูลผ่านโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างในภาพรวมยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลระดับมาก เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ในส่วนของปัจจัยทางด้านภูมิหลังของประชากร พบว่าตำแหน่งงานนิติกรมีระดับการยอมรับการเปลี่ยนแปลงสูงกว่าตำแหน่งงานเจ้าพนักงานธุรการ และในส่วนของปัจจัยจูงใจ พบว่าปัจจัยด้านการสื่อสารนโยบายและการปฏิบัติ และปัจจัยด้านระบบการดำเนินงาน ส่งผลต่อระดับการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลของบุคลากรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และปัจจัยด้านการพัฒนาบุคลากร ไม่ส่งผลต่อการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลของบุคลากรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นกรมจึงควรมุ่งพัฒนาการสื่อสารนโยบายและการมีคู่มือการปฏิบัติงาน รวมถึงการพัฒนาระบบการดำเนินงานให้มีความง่ายในการใช้งาน และอาจมีการพัฒนาในด้านอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น การพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะการจัดอบรมให้ความรู้ เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารนโยบาย และเพื่อทำให้บุคลากรมีระดับการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลเพิ่มขึ้น


Enhancing Biodegradation Of Pla/Pbat Mulch In Soil By Biosurfactant And Bioaugmentation, Nontach Nanthawuthipan Jan 2024

Enhancing Biodegradation Of Pla/Pbat Mulch In Soil By Biosurfactant And Bioaugmentation, Nontach Nanthawuthipan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Plastic mulch comprised of a blending of polylactic acid (PLA) and polybutylene adipate-co-terephthalate (PBAT), also known as PLA/PBAT, is an alternative for traditional plastic mulch. Nevertheless, it still takes a substantial time to degrade. This study aimed to promote biodegradation of the PLA/PBAT mulch in soil by using a biosurfactant solution produced from Brevibacterium casei NK8 to pretreat mulch before adding a bacterial consortium (Chitinophaga jiangningensis EA02, Nocardioides zeae EA12, Stenotrophomonas pavanii EA33, and Gordonia desulfuricans EA63). The first phase was to study the effect of UV-C irradiation on the plastic mulch to simulate natural photodegradation. The result showed that …


Comm-Entary 2024 Author And Board Member Brochure Jan 2024

Comm-Entary 2024 Author And Board Member Brochure

Comm-entary

No abstract provided.


Long Covid And Political Party, Renee Franzini Jan 2024

Long Covid And Political Party, Renee Franzini

Comm-entary

The essay discusses how the two major US political parties use presence and framing to represent long covid, as well as if these representations differ over time. Through this, we can more easily see the similarities and differences between representations of the condition.


Burning Issues: An Analysis Of Penguin Random House's ‘The Unburnable Book' Campaign, Jacqueline Law Jan 2024

Burning Issues: An Analysis Of Penguin Random House's ‘The Unburnable Book' Campaign, Jacqueline Law

Comm-entary

This essay delves into the intricacies of a public relations endeavor launched by Penguin Random House LLC in collaboration with renowned author Margaret Atwood. The campaign, known as “The Unburnable Book,” aimed to spotlight the rising prevalence of book banning and censorship in America while supporting PEN America's mission to safeguard free speech. Through the creation and auction of a fireproof edition of Atwood’s iconic novel “The Handmaid’s Tale,” Penguin Random House supported its own corporate social responsibility initiatives as well as its mission and values. This analysis provides a comprehensive examination of the campaign's conception, execution, and impact, shedding …


Savoring Memories: The Impact Of Ryan Vansylvong's Legacy On Sonny's Tavern And Its Publics, Ella Cox Jan 2024

Savoring Memories: The Impact Of Ryan Vansylvong's Legacy On Sonny's Tavern And Its Publics, Ella Cox

Comm-entary

This essay explores the life and passing of Ryan Vansylvong, a dedicated chef at Sonny's Tavern in Dover, New Hampshire, whose untimely passing has dramatically influenced the restaurant's ethos and patrons. The narrative intertwines authentic anecdotes, tributes, and expressions of grief to inspire communal resilience and empathy, nurturing a culture that resonates with staff and customers. This paper analyzes how disseminating memories and stories can lead to the convergence of fact and fiction. Using fictional elements can make conveying factual information more compelling and relatable, enhancing audience engagement. The profound impact of Ryan's legacy is a testament to the power …


Reiq-Mediated Alarmone Signalling Regulates Growth, Stress-Induced Biofilm Formation And Spore Accumulation In Clostridioides Difficile, Areej Malik, Adenrele Oludiran, Asia Poudel, Orlando Berumen Alvarez, Charles Woodward, Erin B. Purcell Jan 2024

Reiq-Mediated Alarmone Signalling Regulates Growth, Stress-Induced Biofilm Formation And Spore Accumulation In Clostridioides Difficile, Areej Malik, Adenrele Oludiran, Asia Poudel, Orlando Berumen Alvarez, Charles Woodward, Erin B. Purcell

Chemistry & Biochemistry Faculty Publications

The bacterial stringent response (SR) is a conserved transcriptional reprogramming pathway mediated by the nucleotide signalling alarmones, (pp)pGpp. The SR has been implicated in antibiotic survival in Clostridioides difficile, a biofilm- and spore-forming pathogen that causes resilient, highly recurrent C. difficile infections. The role of the SR in other processes and the effectors by which it regulates C. difficile physiology are unknown. C. difficile RelQ is a clostridial alarmone synthetase. Deletion of relQ dysregulates C. difficile growth in unstressed conditions, affects susceptibility to antibiotic and oxidative stressors and drastically reduces biofilm formation. While wild-type C. difficile displays increased biofilm …


Investigating Prodigy Math Program To Improve Students' Success In Mathematics, Justin A. Bledsaw Jan 2024

Investigating Prodigy Math Program To Improve Students' Success In Mathematics, Justin A. Bledsaw

Masters Theses

This study investigates whether Prodigy improves student achievement in mathematics; whether Prodigy improves, specifically, math achievement of special education students, students of different ethnicities, and students of different genders. Further, the study wanted to explore student perceptions of Prodigy. The study was conducted in two fifth grade classrooms with a total of 31 participants. Two mathematics units were utilized to compare; one on multiplying whole numbers and the other on dividing whole numbers. In addition, participants completed a survey and a focus group interview to find out participant perceptions of Prodigy. Results reveal that the whole group scored higher in …