Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2023

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 3811 - 3840 of 3850

Full-Text Articles in Entire DC Network

โปรแกรมเสริมสร้างความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างร่วมรู้สึกสำหรับนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ, อรวิภา ดุรงค์ธรรม Jan 2023

โปรแกรมเสริมสร้างความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างร่วมรู้สึกสำหรับนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ, อรวิภา ดุรงค์ธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างร่วมรู้สึกสำหรับนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างร่วมรู้สึกสำหรับนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ และ 2) เพื่อศึกษาผลของการใช้โปรแกรมเสริมสร้างความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างร่วมรู้สึกสำหรับนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ การดำเนินการวิจัย แบ่งออกเป็น 6 ระยะ ได้แก่ 1) การศึกษาปัญหาและความต้องการจำเป็น 2) การพัฒนาโปรแกรม 3) การศึกษานำร่อง 4) การพัฒนาโปรแกรมฉบับใช้ทดลอง 5) การทดลองใช้โปรแกรม และ 6) การสรุปผล การปรับปรุงโปรแกรม และการจัดทำโปรแกรม ฉบับสมบูรณ์ เป้าหมายของการทดลองได้แก่ นักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพผู้สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้แต่ขาดความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างร่วมรู้สึก ชั้นปีที่ 2 จำนวน 25 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ทำการทดลองใช้โปรแกรม เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบทดสอบความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างร่วมรู้สึก และแบบบันทึกการเรียนรู้ ใช้สถิติเชิงบรรยาย สถิติเปรียบเทียบด้วยการทดสอบ Wilcoxon Signed Rank Test การทดสอบ Wilcoxon Rank Sum Test การวิเคราะห์เนื้อหาด้วยวิธีการจัดกลุ่มข้อมูลและการเปรียบเทียบข้อมูล ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. โปรแกรมเสริมสร้างความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างร่วมรู้สึกสำหรับนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ เป็นโปรแกรมที่ออกแบบตามหลักการของแนวคิดการใช้ละครเป็นฐานในการเรียนรู้ผสานกับหลักการของแนวคิดการแก้ปัญหาคู่ตามโมเดลการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นระบบ ประกอบไปด้วย 3 หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ 1) ภาษาอังกฤษเพื่อการสัมภาษณ์ผู้ป่วยในการวินิจฉัย 2) ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารระหว่างการรักษา และ 3) ภาษาอังกฤษเพื่อการแนะนำหลังการรักษา ประกอบไปด้วยการปฐมนิเทศและบทเรียน 8 บทเรียน ได้แก่ 1) การรับผู้ป่วยใหม่ 2) การซักประวัติผู้ป่วย 3) การซักประวัติผู้ป่วยที่ยากต่อการสื่อสาร 4) การแจ้งและการอธิบายผลการตรวจ 5) การอธิบายวิธีการรักษา 6) การอภิปรายวิธีการรักษา 7) การแจ้งข่าวร้าย และ 8) การแนะนำหลังการรักษา ความยาว 60 ชั่วโมง ใช้เวลา 20 สัปดาห์ 2. ผลของการใช้โปรแกรมเสริมสร้างความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างร่วมรู้สึกสำหรับนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ พบว่าคะแนนความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างร่วมรู้สึกในภาพรวมหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาองค์ประกอบย่อย พบว่า …


การสื่อสารประเด็นสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ, ปณิชา เดชโรจนัย Jan 2023

การสื่อสารประเด็นสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ, ปณิชา เดชโรจนัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง การสื่อสารประเด็นสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประเด็นทางสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดที่ปรากฎในเทศกาลละครกรุงเทพ และศึกษาวิธีการเล่าเรื่องและวิธีการสื่อสารถึงคุณลักษณะทางการแสดงของละครไม่มีบทพูดที่มีการสื่อสารประเด็นทางสังคมในเทศกาลละครกรุงเทพ โดยทำการคัดเลือกละครไม่มีบทพูดที่มีการสื่อสารประเด็นทางสังคมในเทศกาลละครกรุงเทพปีพ.ศ. 2566 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) จำนวน 10 เรื่อง ประกอบด้วย ละครใบ้ ฟิสิคัลเธียเตอร์ การเต้นร่วมสมัย และการแสดงแสง เสียง และเงา ผลการวิจัยพบว่า วิธีการสื่อสารประเด็นสังคมของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ สามารถบอกเล่าเรื่องราวผ่านประเด็นสังคมได้เช่นเดียวกันกับละครที่มีบทพูด แต่มีวิธีการสื่อสารการแสดงที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละรูปแบบการแสดง ซึ่งการตีความอาจขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละบุคคล นับว่าเป็นจุดเด่นของละครไม่มีบทพูดที่ต้องการเปิดกว้างทางความคิดให้ผู้ชมสามารถจินตนาการและตีความเรื่องราวได้หลากหลายทิศทางอย่างไม่มีถูกหรือผิด ประเด็นสังคมที่ถูกเล่าผ่านละครไม่มีบทพูด ได้แก่ สิ่งแวดล้อม ครอบครัว ความเชื่อและความศรัทธาทางศาสนา การใช้ชีวิตและความไม่เท่าเทียมในสังคม และเศรษฐกิจ การเมือง ในขณะเดียวกันละครไม่มีบทพูดไม่ใช้วิธีการจัดวางโครงเรื่องเช่นเดียวกันกับละครที่มีบทพูด แต่ใช้วิธีการกำหนดแนวคิดหลักของเรื่องผ่านกระบวนการค้นหา การทดลอง และการสร้างงาน อีกทั้งยังนิยมสร้างสัญลักษณ์ในการแสดงเพื่อเป็นส่วนช่วยขยายเรื่องราว โดยมีคุณลักษณะเด่นในการสื่อสารประเด็นทางสังคมแตกต่างกันออกไปในแต่ละรูปแบบการแสดง ได้แก่ วิธีการสื่อสารผ่านท่วงท่าการเคลื่อนไหว การเลือกใช้อุปกรณ์ประกอบการแสดง การออกแบบเสียงประกอบการแสดง รวมถึงการจัดวางพื้นที่ให้สอดคล้องกับการแสดง


New Approaches For Classical Theatre Performance Through The Application Of The Principles Of No.60 :A Case Study Of August Strinderg’S Miss Julie (1888), Sarinya Inger Olsson Jan 2023

New Approaches For Classical Theatre Performance Through The Application Of The Principles Of No.60 :A Case Study Of August Strinderg’S Miss Julie (1888), Sarinya Inger Olsson

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this study is to examine the practical application of the principle of No.60 in acting techniques to effectively embody and portray the intricate nature of the character Miss Julie. The researcher's identified issue in their acting practice is the lack of freedom in utilizing their body to convey the character's emotions during performances, leading to a sense of internal conflict that hinders their expressive abilities. Consequently, the researcher tends to rely more on their upper body rather than fully utilizing their entire physique while performing. The researcher believes that the principles of No.60 can significantly enhance their …


การใช้เทคนิคของ อูทา ฮาเก็น และ รูดอล์ฟ ฟอน ลาบานในการพัฒนาทักษะการแสดงละครสุขนาฏกรรม : กรณีศึกษาตัวละครผู้หญิงในเรื่อง ลาฟฟิ่ง ไวลด์ ของ คริสโตเฟอร์ ดูแรงต์ (1987), ชญาณี วรพงศ์พินิจ Jan 2023

การใช้เทคนิคของ อูทา ฮาเก็น และ รูดอล์ฟ ฟอน ลาบานในการพัฒนาทักษะการแสดงละครสุขนาฏกรรม : กรณีศึกษาตัวละครผู้หญิงในเรื่อง ลาฟฟิ่ง ไวลด์ ของ คริสโตเฟอร์ ดูแรงต์ (1987), ชญาณี วรพงศ์พินิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและสังเคราะห์เทคนิคของ อูทา ฮาเก็น และ รูดอล์ฟ ฟอน ลาบาน เพื่อนำมาใช้พัฒนาทักษะการแสดงละครสุขนาฏกรรมผ่านตัวละครผู้หญิง ในบทละครเรื่อง ลาฟฟิ่ง ไวลด์ (Laughing Wild) เนื่องจากผู้วิจัยยังมีประสบการณ์ด้านการแสดงละครสุขนาฏกรรมไม่มาก ทำให้ประสบปัญหาในการแสดง 2 ประการ คือ 1) มีความเชื่อในแบบตัวละครที่ไม่มากพอ และ 2) มักใช้ร่างกายในรูปแบบเดิม ทำให้ไม่สามารถสวมบทบาทเป็นตัวละครและถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยมีสมมติฐานว่าเมื่อนำเทคนิคการแสดงของอูทา ฮาเก็น และรูดอล์ฟ ฟอน ลาบาน มาใช้ในการแสดงละครสุขนาฏกรรมเรื่อง ลาฟฟิ่ง ไวลด์ ผ่านตัวละครผู้หญิงจะทำให้นักแสดงมีความเชื่อในแบบตัวละครมากพอจนสามารถถ่ายทอดตัวละครผ่านร่างกายและสามารถหาพฤติกรรมของตัวละครได้ ผู้วิจัยทดลองนำ 2 เทคนิคนี้มาใช้ในงานวิจัยแบ่งเป็น 3 กระบวนการ คือ 1) วิเคราะห์บทละครและตัวละคร 2) กระบวนการซ้อม และ 3) นำเสนอผลวิจัยผ่านการจัดแสดง โดยเลือกวิธีเก็บผลวิจัย ดังนี้ จดบันทึกการทำงานของผู้วิจัย บันทึกวิดีโอฝึกซ้อมบางช่วง บันทึกวิดีโอวันแสดงจริง แบบสอบถามผู้ชม การประเมินจากผู้กำกับและผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดง ผลการวิจัยพบว่าเทคนิคของฮาเก็นและลาบานเป็นเทคนิคที่ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อนักแสดงสามารถผ่อนคลายและปล่อยวางอันเป็นพื้นฐานของนักแสดงได้แล้ว การฝึกฝนเทคนิคของฮาเก็นจะช่วยทำให้นักแสดงมีความเชื่อในแบบตัวละครที่แข็งแรงมากพอจนนำไปสู่ความต้องการของตัวละครได้และการฝึกฝนเทคนิคของลาบานจะช่วยให้นักแสดงสามารถเชื่อมโยงความรู้สึกภายในของตัวละครกับการเคลื่อนไหวร่างกายภายนอกให้เป็นหนึ่งเดียวกันจนสามารถถ่ายทอดพฤติกรรมของตัวละครได้


การพัฒนาทักษะด้านความเชื่อและจินตนาการของนักแสดง: กรณีศึกษา แมรี่ แอนน์ ในบทละครเรื่อง ฤกษ์รัก ของ นิค เพย์น, ธัญวรัตน์ แสงสุวรรณ์ Jan 2023

การพัฒนาทักษะด้านความเชื่อและจินตนาการของนักแสดง: กรณีศึกษา แมรี่ แอนน์ ในบทละครเรื่อง ฤกษ์รัก ของ นิค เพย์น, ธัญวรัตน์ แสงสุวรรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษา “การพัฒนาทักษะด้านความเชื่อและจินตนาการของนักแสดง: กรณีศึกษา แมรี่แอนน์ ในบทละคร เรื่อง ฤกษ์รัก ของ นิค เพย์น” เป็นการศึกษาหลักการแสดงที่ใช้พัฒนาทักษะการแสดงทางด้านความเชื่อ และจินตนาการแก่นักแสดง เพื่อเข้าถึงบทบาทการแสดงมากขึ้น ผู้วิจัยตั้งสมมติฐานว่า การฝึกทักษะด้านความเชื่อและจินตนาการจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการแสดง ทำให้นักแสดงเข้าถึงบทบาทของตัวละคร แมรี่แอนน์ ในบทละครเรื่อง ฤกษ์รัก ได้อย่างลึกซึ้ง ผู้วิจัยวิเคราะห์และตีความบทบาทของตัวละคร โดยฝึกซ้อมผ่านแบบฝึกหัดการแสดง ได้แก่ มนต์สมมติ ของคอนสแตนตินสตานิสลาฟสกี เทคนิคการแสดงของไมเคิล เชคอฟ และการด้นสด ผู้วิจัยใช้วิธีสังเกตพัฒนาการแสดงของตนเองผ่านการบันทึกวีดิทัศน์ทั้งช่วงซ้อม และช่วงแสดง ประกอบกับจดบันทึกในตารางฝึกซ้อม และเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม สำรวจความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญสาขาการแสดงละคร รวมถึงประสบการณ์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวผู้วิจัยเมื่อได้ทดลองแบบฝึกหัดดังกล่าว ผลการวิจัยจากแบบสอบถามของผู้ชมการแสดง จำนวน 65 คน พบว่า ผู้ชมเข้าใจตัวละคร ผู้วิจัยเข้าถึงเงื่อนไขของตัวละคร สามารถส่งความเชื่อและจินตนาการไปถึงผู้ชม ผู้ชมให้ค่าเฉลี่ยที่ 3.98 แสดงให้เห็นว่าแบบฝึกหัดหลักที่นำมาใช้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้นักแสดงเกิดความเชื่อและจินตนาการ ผลจากการฝึกทักษะเชิงปฏิบัติการ พบว่า มนต์สมมติ เป็นกลวิธีที่สามารถช่วยให้นักแสดงเข้าถึงบทบาทของตัวละครมากที่สุด เมื่อใช้ร่วมกับการด้นสด และเทคนิคของการแสดงของเชคอฟ ช่วยให้นักแสดงถ่ายทอดการแสดงออกมาได้อย่างลึกซึ้ง


การพัฒนารูปแบบการแสดงสื่อสาระกับการเสริมสร้างทักษะพลังแห่งการฟื้นตัวของวัยรุ่น, พิชญ์ไกร ไชยเดช Jan 2023

การพัฒนารูปแบบการแสดงสื่อสาระกับการเสริมสร้างทักษะพลังแห่งการฟื้นตัวของวัยรุ่น, พิชญ์ไกร ไชยเดช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ: (1) เพื่อพัฒนารูปแบบการแสดงสื่อสาระโดยผสมผสานศาสตร์ศิลปะการละคร ศิลปะการแสดงเข้ากับศาสตร์การสอนเชิงบรรยาย และ (2) เพื่อเสริมสร้างทักษะพลังแห่งการฟื้นตัวของวัยรุ่น ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 2 จังหวัดราชบุรี ผู้เข้าร่วมจำนวน 46 คน ประเมินผลการเปลี่ยนแปลงทักษะพลังแห่งการฟื้นตัว ตามกระบวนการวิจัยกึ่งทดลอง แบบ Single-Group Pretest-Posttest Design ด้วยแบบประเมินความเข้มแข็งทางจิตใจในเด็ก Resilience Scale (RS - 48, 13 - 18 years) การพัฒนารูปแบบการแสดงสื่อสาระฯ ครั้งนี้ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ (1) วิเคราะห์บริบทของกลุ่มเป้าหมาย (2) พัฒนารูปแบบการแสดงสื่อสาระในฐานะเครื่องมือ (3) ทดสอบรูปแบบการแสดงสื่อสาระ (4) พัฒนาบทแสดงสื่อสาระฉบับสมบูรณ์ และ (5) กำหนดแผนงานและนำสู่การปฏิบัติ บทการแสดงออกแบบด้วยแนวทางบูรณาการโครงสร้างละครแบบ 3 องก์ ดำเนินเรื่องด้วยแนวคิดละครโศกนาฎกรรมร่วมกับการตั้งคำถามและสร้างบทสนทนาเพื่อการสืบค้นตามทฤษฎีพัฒนาการจิตสังคมและวิกฤตแห่งตัวตน ผนวกแนวคิดการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง กำหนดเป็นโปรแกรมการแสดงสื่อสาระ 4 ครั้ง (ครั้งละ 3 ชั่วโมง) รวม 12 ชั่วโมง ผลการวิจัย พบว่า หลังโปรแกรมการแสดงเสร็จสิ้นลงทักษะพลังแห่งการฟื้นตัวของวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (คะแนนมาตรฐาน 7.73) เมื่อประเมินด้วยแบบประเมินความเข้มแข็งทางใจในเด็ก (Resilience Scale – RS-48) และเมื่อวิเคราะห์ตามองค์ประกอบ พบว่า ความสามารถทางสังคม ความสามารถในการแก้ไขปัญหา และความสามารถในการตั้งจุดมุ่งหมายในชีวิต มีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้น ความสามารถในการดูแลและความคุมตัวเอง ที่มีทิศทางเพิ่มขึ้นเพียงเล็นน้อย แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ การแสดงสื่อสาระฯ สามารถลดสัดส่วนกลุ่มตัวอย่างที่มีทักษะแห่งการฟื้นตัวในระดับต่ำจาก ร้อยละ 13.04 เป็นร้อยละ 4.35 และลดสัดส่วนระดับปานกลางจากร้อยละ 86.96 เป็น ร้อยละ 71.74 ขณะเดียวกัน การแสดงสื่อสาระฯสามารถเพิ่มสัดส่วนของกลุ่มตัวอย่างที่มีทักษะแห่งการฟื้นตัวในระดับสูง จากที่ไม่ปรากฏในการประเมินก่อนแสดง เป็นร้อยละ 23.91% …


การใช้มาส์ก เทคนิค ของ ฌาค เลอคอก เพื่อพัฒนาความสามารถของนักแสดงเพื่อเข้าสู่การเป็นตัวละคร : กรณีศึกษา เดนีซ ซาเวจ ในบทละครเรื่อง ซาเวจ อิน ลิมโบ ของ จอห์น แพทริค แชนลีย์, ภรินทร์ลดา อาภาภิรม Jan 2023

การใช้มาส์ก เทคนิค ของ ฌาค เลอคอก เพื่อพัฒนาความสามารถของนักแสดงเพื่อเข้าสู่การเป็นตัวละคร : กรณีศึกษา เดนีซ ซาเวจ ในบทละครเรื่อง ซาเวจ อิน ลิมโบ ของ จอห์น แพทริค แชนลีย์, ภรินทร์ลดา อาภาภิรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ฌาค เลอคอก เป็นหนึ่งในนักการละครที่ริเริ่มนำเอาหน้ากากเข้ามาปรับใช้ในการฝึกฝนนักแสดงเพื่อเสริมสร้างทักษะทางอวัจนภาษาและพัฒนาศักยภาพร่างกายของนักแสดง เลอคอกเชื่อว่าทักษะทางอวัจนภาษาจะช่วยเพิ่มพลังให้กับคำพูดของตัวละคร หรือกล่าวโดยง่ายคือ ช่วยให้สิ่งที่ตัวละครพูดถึงมีความหมายและชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ตัวละครมีมิติและเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย ผู้วิจัยได้ทดลองนำแบบฝึกหัด มาส์ก เทคนิค ของเลอคอกมาใช้ในการเข้าสู่การเป็นตัวละคร เดนีซ ซาเวจ จากบทละครเรื่อง ซาเวจ อิน ลิมโบ ซึ่งเป็นตัวละครที่แตกต่างจากผู้วิจัยอย่างมากไม่ว่าจะเป็น ปูมหลัง บุคลิก อุปนิสัย บริบททางสังคม ยุคสมัย และวัฒนธรรมที่ไกลตัว โดยมีสมมติฐานว่า การใช้ มาส์ก เทคนิค ของเลอคอกจะช่วยให้ผู้วิจัยเข้าสู่การเป็นตัวละครได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น และสื่อสารสภาวะอารมณ์ ความรู้สึกที่ซับซ้อนของตัวละครผ่านอวัจนภาษาได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยผู้วิจัยใช้ มาส์ก เทคนิค ใน 4 ลักษณะคือ 1) การสร้างสรรค์ตัวละคร 2) ค้นหาแก่นของตัวละคร 3)สร้างบุคลิกและอุปนิสัยภายนอก และ 4) พัฒนาศักยภาพของร่างกายและจิตใจ ผู้วิจัยได้วิเคราะห์และประเมินผลจากการปฏิบัติจริง พร้อมทั้งบันทึกกระบวนการทำงาน การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทางการแสดง แบบสอบถามจากผู้ชม และการชมวีดีโอบันทึกการแสดง ผลการวิจัยพบว่าการฝึกฝน มาส์ก เทคนิค อย่างต่อเนื่องจะช่วยขยายศักยภาพร่างกายของนักแสดง ได้ค้นพบอิสรภาพทั้งในการเคลื่อนไหวและเสียง ได้รู้จักร่างกายของตนเองมากขึ้น และเข้าใจหลักการของอวัจนภาษาบนเวทีมากขึ้น ซึ่งช่วยให้นักแสดงเข้าบทบาทเป็นตัวละครได้สมบูรณ์ขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน มาส์ก เทคนิคเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือดังนั้นก่อนที่จะเข้าสู่การใช้แบบฝึกหัด นักแสดงควรต้องวิเคราะห์ตัวละครอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อน


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ในเรื่องการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย, วรวรรณ ปิ่นรัตนากร Jan 2023

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ในเรื่องการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย, วรวรรณ ปิ่นรัตนากร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทยโดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ การทดลอง และวิจัยสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะการแสดง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย การสำรวจข้อมูลเชิงเอกสาร การสัมภาษณ์ สื่อสารสนเทศ การสังเกตการณ์ ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัย และเกณฑ์การสร้างมาตรฐานในการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ นำข้อมูลมาตรวจสอบ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ ผลการวิจัยพบว่าการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทยมีรูปแบบในการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ทั้งสิ้น 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) บทการแสดง ออกแบบบทการแสดงจากประเด็นที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย แบ่งออกเป็น 3 องก์การแสดง ประกอบด้วย องก์ที่ 1 การเกิดปัญหา (Problems Arising) องก์ที่ 2 การแก้ไขปัญหา (Problem Solving) องก์ที่ 3 การหยั่งรู้ (Discernment) 2) ลีลานาฏยศิลป์ ใช้ลีลาการเคลื่อนไหวแบบนาฏยศิลป์สมัยใหม่ (Modern Dance) การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน (Everyday Movement) และ บัลเล่ต์ (Ballet) 3) นักแสดง ใช้การคัดเลือกนักแสดงที่มีทักษะการแสดงที่หลากหลายรวมทั้งรูปร่าง สีผิว เพศ 4) เครื่องแต่งกายและการแต่งหน้า ใช้เครื่องแต่งกายที่เรียบง่ายแบบมินิมอลลิสม์ (Minimalism) และการแต่งหน้าแบบในชีวิตประจำวัน 5) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ออกแบบโดยคำนึงถึงบทการแสดง ความหมาย และความเชื่อของการแสดงในแต่ละองก์ 6) เสียงและดนตรีประกอบการ ใช้รูปแบบการประพันธ์ดนตรีโดยการสังเคราะห์เสียง (Synthesis Music) ร่วมกับเสียงที่บันทึกจากสถานที่ต่าง ๆ 7) ฉากและพื้นที่การแสดง ออกแบบพื้นที่การแสดงเพื่อสร้างสรรค์ผลงานแบบศิลปะเฉพาะที่ (Site-specific Arts) 8) แสง ใช้แสงธรรมชาติในพื้นที่แบบศิลปะเฉพาะที่ (Site-specific Arts) และคัดเลือกช่วงเวลาของแสงให้สัมพันธ์กับบทการแสดง นอกจากนี้พบว่ามีแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย 5 ประการ ได้แก่ 1) การปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย 2) แนวคิดทางด้านมานุษยวิทยา 3) แนวคิดและทฤษฎีทางด้านทัศนศิลป์ นาฏยศิลป์ และดุริยางคศิลป์ 4) การใช้สัญลักษณ์ในผลงานนาฏยศิลป์ 5) ความคิดสร้างสรรค์ทางด้านนาฏยศิลป์ …


การให้ความคุ้มครองทางทรัพย์สินทางปัญญาแก่การจัดแสงสี, ธมลวรรณ สานุรักษ์ Jan 2023

การให้ความคุ้มครองทางทรัพย์สินทางปัญญาแก่การจัดแสงสี, ธมลวรรณ สานุรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานแสงสีถือเป็นงานศิลปะแขนงใหม่ที่ผู้สร้างสรรค์ก่อเกิดผลงานหลากหลายรูปแบบจนทำให้งานแสงสีได้รับการกล่าวถึงและเป็นที่ยอมรับในวงการของงานศิลปะ อีกทั้งงานแสงสียังสร้างอาชีพ และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้สร้างสรรค์งานแสงสีถือเป็นงานศิลปะแขนงใหม่ที่มีคุณค่าในทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก แต่บทบัญญัติของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาประเทศไทยยังอาจไม่เพียงพอต่อการคุ้มครองงานแสงสี เพื่อให้งานแสงสีในประเทศไทยได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม ผู้เขียนจึงได้ศึกษากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ ได้แก่ อนุสัญญากรุงเบิร์น (Berne Convention) อนุสัญญากรุงปารีส (Paris Convention) ความตกลง TRIPS (TRIPS Agreement) และกฎหมายสหภาพยุโรป รวมถึงกฎหมายต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศชั้นนำที่มีการให้ความสำคัญในการคุ้มครองงานทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนได้สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้ความคุ้มครองงานแสงสี โดยแบ่งบุคคลที่สัมภาษณ์ได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ นักวิชาการ ที่ปรึกษากฎหมาย และศิลปินซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์งานแสงสี พร้อมทั้งนำข้อมูลมาวิเคราะห์และแบ่งเป็นปัญหาต่าง ๆ ตามประเภทของงานทรัพย์สินทางปัญญาเป็น 6 ประเด็น ดังนี้ ลักษณะงานแสงสีที่จะเข้าองค์ประกอบเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ การปรับใช้หลักเสรีภาพในการถ่ายภาพงานแสงสี (Freedom of Panorama) การคุ้มครองการประดิษฐ์เกี่ยวกับงานแสงสีภายใต้กฎหมายสิทธิบัตร การให้ความคุ้มครองงานแสงสีตามบทนิยามคำว่า “เครื่องหมาย” การคุ้มครองงานแสงสีในฐานะส่วนประกอบของสินค้าหรือบริการ (Trade Dress) การคุ้มครองความลับทางการค้าในงานแสงสี ตลอดจนพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียของการให้ความคุ้มครองงานแสงสีตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้น จากการศึกษาพบว่าการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาแก่งานแสงสีเพียงพอแล้ว ทั้งนี้ ผู้เขียนเสนอแนะแนวทางเพื่อให้การคุ้มครองงานแสงสีภายใต้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้ครอบคลุมและดียิ่งขึ้น โดยให้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เรื่องข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรม และแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 เรื่องบทบัญญัติในส่วนของคำนิยามคำว่า “เครื่องหมาย” สำหรับเครื่องหมายการค้าสามมิติ (Hologram Marks) ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจดแจ้ง หรือจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเกี่ยวกับงานแสงสี เผยแพร่ความรู้ จัดทำหลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ หรือคู่มือ (Guidelines) จัดอบรมหรือให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้สนใจ ติดตามพัฒนาการในการคุ้มครองงานแสงสีในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง


การสวมบทบาทนางผีเสื้อสมุทรในบทละครเรื่องพระอภัยมณี ของกรมศิลปากร, อดิเทพ เดชพรหม Jan 2023

การสวมบทบาทนางผีเสื้อสมุทรในบทละครเรื่องพระอภัยมณี ของกรมศิลปากร, อดิเทพ เดชพรหม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง การสวมบทบาทนางผีเสื้อสมุทรในบทละครเรื่องพระอภัยมณี ของกรมศิลปากร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการสวมบทบาทนางยักษ์ผีเสื้อสมุทรฉบับกรมศิลปากร โดยมีการศึกษาจากเอกสารวิชาการ การสัมภาษณ์ การทดลองแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม การรับชมการฝึกซ้อมและการรับชมการแสดง โดยมุ่งเน้นศึกษากลวิธีการสวมบทบาทเป็นนางผีเสื้อสมุทรในบทละครเรื่องพระอภัยมณีตอนเพลงปี่พิศวาสถึงเพลงปี่พิฆาต โดยศึกษารูปแบบและวิธีการปฏิบัติของ อาจารย์ธานิต ศาลากิจ ข้าราชการบำนาญ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ผลการวิจัยพบว่ากลวิธีปัจจัยสำคัญสำหรับการสวมบทบาทนางผีเสื้อสมุทรนั้นมี 3 ประเด็นด้วยกันคือ 1. คุณลักษณะของผู้แสดงที่จะต้องมี เสียง ระดับกลาง เสียงไม่ทุ้มหรือแหลมจนเกินไปพูดชัดถ้อยชัดคำ ฉะฉาน ปฏิภาณไหวพริบที่ดีในการแก้ไขสถานการณ์เนื่องจากบทละครระบุให้มีเจรจารับส่งมุกตลกและใช้เพื่อดำเนินเรื่อง ฝีมือการรำที่สวยงาม มีจริตของตัวนางผสมนางยักษ์ วงและเหลี่ยมมีขนาดย่อมกว่ายักษ์ชาย การกระทบจังหวะหนักแน่น มีการก้าวข้างลงเหลี่ยมหลบเข่า กดเกลียวข้าง การชี้นิ้วมือ และรูปร่างใหญ่แต่สันทัด ส่วนสูง 160-165 เซนติเมตร โดยประมาณ 2. ผู้แสดงจะต้องมีขั้นตอนการสวมบทบาท โดยให้ความสำคัญกับการตีความบทละครอย่างละเอียดทุกคำ ทุกบรรทัด วิเคราะห์เพื่อประกอบสร้างนางผีเสื้อสมุทรให้เกิดความสมจริงตามบทละคร ขั้นตอนการสมมติบทบาทของผู้แสดงเป็นนางผีเสื้อสมุทรที่ผู้แสดงสร้างขึ้น การมุ่งเน้นอารมณ์เป็นหลักในการแสดงเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกออกมาให้ได้อย่างเต็มที่ และการฝึกฝนจนก่อให้เกิดความชำนาญ 3. การแสดง ผู้แสดงจะต้องทำความเข้าใจวิธีการถ่ายทอด ตัวละครนางผีเสื้อสมุทรที่ผู้แสดงได้ประกอบสร้างไว้ ในรูปแบบของนาฏกรรมที่ใช้แสดง โดยประกอบไปด้วย ท่ารำในการตีบทแบบมีคำร้อง ท่ารำกาแสดงขยายความรู้สึก (แบบไม่มีคำร้อง) เพลงหน้าพาทย์ การเจรจาตามบท การแสดงขยายความรู้สึก (เจรจาแทรกบท) สามารถแสดงอารมณ์ได้หลากหลาย ฉับไวในการสร้างอารมณ์และพลิกแพลงอารมณ์ แยกแยะระดับของอารมณ์ตามความสัมพันธ์ของแต่ละตัวละครได้และสถานการณ์ การใช้อุปกรณ์ และการใช้พื้นที่เวที ผู้แสดงจึงต้องมีความเข้าใจและหมั่นฝึกฝนกลวิธีดังกล่าวนี้จนเกิดความชำนาญ จึงจะสามารถสวมบทบาทนางผีเสื้อสมุทรออกมาได้อย่างแยบยล


คราส: ปฏิบัติการภัณฑารักษ์ต่อแรงบันดาลใจจากเตือน พาทยกุล และแตรวง, ขจิตธรรม พาทยกุล Jan 2023

คราส: ปฏิบัติการภัณฑารักษ์ต่อแรงบันดาลใจจากเตือน พาทยกุล และแตรวง, ขจิตธรรม พาทยกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

คราส: ปฏิบัติการภัณฑารักษ์ต่อแรงบันดาลใจจากเตือน พาทยกุล และแตรวง เป็นผลงานสร้างสรรค์ด้านปฏิบัติการภัณฑารักษ์ที่ต้องการถ่ายทอดความเป็นมาของแตรวงควบคู่ไปกับเรื่องราวของนายเตือน พาทยกุล ด้วยการผจงถ้อยร้อยเรียงความเกี่ยวเนื่องทั้งสองให้ผนวกรวมกันในแต่ละจังหวะก้าวการพัฒนาของแตรวง รวมทั้งยังนำเสนอการสร้างสรรค์ปฏิบัติการภัณฑารักษ์ ผ่านการจัดแสดงแตรวง โดยจัดวางทุกจังหวะก้าวของพัฒนาการของแตรวงให้ดูเหมือนรอยต่อของแต่ละตอนการแสดงให้ซ้อนทับแต่กลับคลี่คลายออก และเคลื่อนออกทุกทิศทุกทาง คุณลักษณะเชิงอุปลักษณ์นี้ช่วยอธิบายการขยายตัวของแตรวงคือการผนวกรวมทุกความเป็นไปได้ ที่แตรวงเป็นไว้ข้างในพัฒนาการของแตรวง จนดูราวกับว่ากลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างจนไม่มีข้างนอกหรือนอกเหนือความลื่นไหลของแตรวง นอกจากนี้ คุณลักษณะเชิงอุปลักษณ์ในผลงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้ได้นำเสนอการตีความ ‘คราส’ ใหม่ จากเดิมซึ่งหมายถึง ‘การซ้อนทับ’ มาเป็น ‘การผนวกรวม’ นัยยะและความหมายใหม่นี้คือการเปิดความคิดเชิงพื้นที่ที่สิ่งที่ประกอบขึ้นนั้น ๆ จะเชื่อมโยงเข้าหากันในทุก ความเป็นไปได้ที่ปรากฏขึ้น


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากความเพิกเฉยของมนุษย์ต่อปัญหาสภาวะแวดล้อมโลก, ธนาภรณ์ วีรเดช Jan 2023

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากความเพิกเฉยของมนุษย์ต่อปัญหาสภาวะแวดล้อมโลก, ธนาภรณ์ วีรเดช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากความเพิกเฉยของมนุษย์ต่อปัญหาสภาวะแวดล้อมโลโดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย การสำรวจข้อมูลเชิงเอกสารการสืบค้นข้อมูลจากสื่อสารสนเทศ การสัมมนา การสังเกตการณ์ การสัมภาษณ์ ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัยและเกณฑ์การสร้างมาตรฐานในการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ นำข้อมูลมาตรวจสอบ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ ผลการวิจัยพบว่าการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากความเพิกเฉยของมนุษย์ต่อปัญหาสภาวะแวดล้อมโลก มีรูปแบบในการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ทั้งสิ้น 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) บทการแสดงแบ่งออกเป็น 3 องก์ ประกอบด้วย องก์ที่ 1 อดีต องก์ที่ 2 ปัจจุบัน และองก์ที่ 3 อนาคต 2) ผู้วิจัยแสดงเดี่ยว ด้วยการผสมผสานทักษะการเต้นรวมทั้งนาฏยศิลป์ไทยประเพณี และนาฏยศิลป์สมัยใหม่ 3) ลีลานาฏยศิลป์ ใช้ลีลาการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน (Everyday movement) การด้นสด (Improvisation) ตามหลักนาฏยศิลป์สมัยใหม่ และนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่ 4) เครื่องแต่งกายและการแต่งหน้าให้สอดคล้องกับบทการแสดง 5) อุปกรณ์ประกอบการแสดงใช้วัสดุที่เหลือใช้ 6) เสียงและดนตรีประกอบการแสดง ได้แก่ เสียงธรรมชาติ และดนตรีที่ประพันธ์ขึ้นใหม่ 7) ฉากและพื้นที่การแสดง ใช้สถานที่จริงที่มีความสอดคล้องกับบทการแสดง 8) แสงใช้แสงธรรมชาติให้มีความสอดคล้องกับบทการแสดง นอกจากนี้พบว่ามีแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ในครั้งนี้ 6 ประการ ได้แก่ 1) การคำนึงถึงความเพิกเฉยของมนุษย์ต่อปัญหาสภาวะแวดล้อมโลก 2) การคำนึงถึงการสื่อสารกับกลุ่มผู้ชม 3) การคำนึงถึงความหลากหลายของรูปแบบการแสดง 4) การคำนึงถึงการใช้สัญลักษณ์ในผลงานนาฏยศิลป์ 5) การคำนึงถึงแนวคิดและทฤษฎีทางด้านทัศนศิลป์ นาฎยศิลป์และดุริยางคศิลป์ 6) การคำนึงถึงความคิดสร้างสรรค์ในงานนาฏยศิลป์ ทั้งนี้งานวิจัยฉบับนี้เป็นวิทยานิพนธ์เชิงสร้างสรรค์ทางด้านนาฏยศิลป์ที่มีการเชื่อมโยงองค์ความรู้ในศาสตร์แขนงอื่น ๆ เพื่อก่อเกิดความรู้และสามารถเป็นแนวทางให้แก่ผู้ที่จะศึกษางานทางด้านนาฏยศิลป์สร้างสรรค์ต่อไปในอนาคต


พัฒนาการของกระบวนการสร้างสรรค์การแสดงหุ่นกระบอกของคณะบ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทย, ธราดล แก้วทิพย์รักษ์ Jan 2023

พัฒนาการของกระบวนการสร้างสรรค์การแสดงหุ่นกระบอกของคณะบ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทย, ธราดล แก้วทิพย์รักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาเรื่องพัฒนาการของกระบวนการสร้างสรรค์การแสดงหุ่นกระบอกของคณะบ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทย โดยวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการของแนวความคิดและกระบวนการสร้างสรรค์การแสดงหุ่นกระบอกไทยของคณะบ้านตุ๊กตุ่นหุ่นกระบอกไทย ศึกษาจากการแสดงของคณะบ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทยตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2552 - 2564 และยังมีการศึกษาด้วยวิธีการสืบค้นข้อมูลจาก หนังสือ เอกสาร งานวิจัยต่างๆ การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ คณะบ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทย การลงพื้นที่สังเกตการณ์การแสดง ผู้วิจัยมุ่งศึกษาคณะบ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทยซึ่งก่อตั้งโดย อาจารย์ ดร. นิเวศ แววสมณะ ในปี พ.ศ 2540 เป็นคณะหุ่นกระบอกที่มีความหลากหลายในด้านของงานการแสดง และด้านองค์ประกอบของการแสดง ในระยะเวลา 13 ปี ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2552 - 2564 คณะบ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทย มีการแสดงทั้งหมด 19 เรื่อง ผู้วิจัยได้แบ่งแนวคิดการแสดงเป็น 2 ส่วน คือ 1.การแสดงหุ่นกระบอกไทยโดยการนำเรื่องมาจากวรรณคดีและวรรณกรรมท้องถิ่น 2.การแสดงหุ่นกระบอกโดยการนำเรื่องมาจากเนื้อหาที่ถูกแต่งขึ้นใหม่ การแสดงหุ่นกระบอกของคณะบ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทยนั้นมิได้มีเพียงการแสดง หุ่นกระบอกไทยแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการพัฒนารูปแบบของการแสดง เนื้อเรื่อง รวมถึง ตัวหุ่นกระบอกให้มีความหลากหลาย และดึงดูดผู้ชมได้ ทำให้คณะบ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทย โดยอาจารย์ ดร.นิเวศ แววสมณะได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย ได้แก่ 1. รางวัลศิลปินผู้อนุรักษ์วัฒนธรรมดีเด่น กรุงเทพมหานคร สมาคมโรตารี่แห่งประเทศไทย 2550 2. รางวัลศิลปินวัฒนคุณาธร กระทรวงวัฒนธรรม 2555 3. รางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟูมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม 2558 4. รางวัลศิลปินผู้ประกอบวิชาชีพอนุรักษ์วัฒนธรรมดีเด่น กรุงเทพมหานคร สมาคมโรตารี่แห่งประเทศไทย 2559 5. รางวัล Mention Award การแสดงหุ่นกระบอกไทยเรื่องพระเนมิราช งานเทศกาลละครกรุงเทพ 2560 6. รางวัลครูช่างศิลปหัตกรรม โดยกรมส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ 2561 7. รางวัลผู้อนุรักษ์วัฒนธรรมยอดเยี่ยมโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประจำปี 2561 8. รางวัล Silver awards & The Best beautiful costume puppet งานเทศกาลหุ่นนานาชาติฮานอย …


ดุษฎีนิพนธ์การแสดงเพลงร้อง : บทเพลงแห่งตํานานอุปรากรศิลป์จีนร่วมสมัย, พลัง โลกศิลป์ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การแสดงเพลงร้อง : บทเพลงแห่งตํานานอุปรากรศิลป์จีนร่วมสมัย, พลัง โลกศิลป์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การแสดงเพลงร้องบทเพลงแห่งตํานานอุปรากรศิลป์จีนร่วมสมัยมีจุดประสงค์เพื่อแสดงบูรณาการเทคนิคการขับร้องแบบตะวันตกและหลักการขับร้องแบบคลาสสิคจีนหรือที่เราเรียกกันว่าเพลงร้องศิลป์จีน เพื่อเพิ่มศักยภาพเทคนิคการขับร้อง วิธีการขับร้องภาษาจีนที่ได้นำความรู้มาจากประวัติศาสตร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของเพลงร้องศิลป์จีนเป็นองค์ความรู้ที่นักร้องจีนได้ศึกษาและวิจัยมาโดยตลอด เป็นทรัพยากรทรงคุณทางศิลปะวัฒนธรรมจีน ไทยและจีนนั้นเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์และมิตรภาพมายาวนานตั้งแต่อดีต ซึ่งเพลงร้องศิลป์จีนเป็นบทเรียนที่นักเรียนจีนสายขับร้องทุกคน ต้องเรียนรู้กันและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในประเทศจีน บทเพลงศิลป์จีนนั้นเต็มไปด้วยดนตรีที่ไพเราะ และส่วนใหญ่จะใช้กวีจีนโบราณหรือเป็นบทเขียนกลอนเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงประวัติศาสตร์นั้นๆ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์จีนผ่านบทเพลงร้องศิลป์จีนทำให้เรารู้จักประเทศเพื่อนบ้านได้ดีขึ้นและเข้าใจกับประวัติศาสตร์จีนอย่างมีสุนทรียะ บทเพลงร้องศิลป์จีนสามารถนำมาพัฒนาเทคนิคการขับร้องแล้วยังเข้าใจภาษาและวัฒนธรรมทำให้มิตรภาพไทยจีนมั่นคงยั่งยืน


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากกลยุทธ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ด้านศิลปะการแสดง: ศาสตราจารย์ ดร.นราพงษ์ จรัสศรี, ปรียพรรณ ศรีธวัช Jan 2023

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากกลยุทธ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ด้านศิลปะการแสดง: ศาสตราจารย์ ดร.นราพงษ์ จรัสศรี, ปรียพรรณ ศรีธวัช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากกลยุทธ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ด้านศิลปะการแสดง: ศาสตราจารย์ ดร.นราพงษ์ จรัสศรี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากกลยุทธ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ด้านศิลปะการแสดง: ศาสตราจารย์ ดร.นราพงษ์ จรัสศรี ผลการวิจัยพบว่าได้ทั้งรูปแบบ และ แนวคิดดังนี้ 1) รูปแบบการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ ผู้วิจัยสามารถจำแนกตามองค์ประกอบในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ทั้ง 8 ประการ ได้แก่ 1) บทการแสดง สร้างสรรค์ขึ้นจากกลยุทธ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ด้านศิลปะการแสดง: ศาสตราจารย์ ดร.นราพงษ์ จรัสศรี โดยแบ่งบทการแสดง ออกเป็น เก้าองก์ 2) พื้นที่ในการแสดง ใช้พื้นที่แบบเปิดเพื่อความเป็นอิสระและมีความหลากหลายเหมาะสมกับองก์ต่าง ๆ ในการแสดง 3) ลีลานาฏยศิลป์ มีรูปแบบการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวันตามแบบนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่โดยใช้เทคนิคของเมอร์ซ คันนิงแฮม และพอล เทย์เลอร์ 4) นักแสดงเป็นผู้ที่สามารถสื่อสารท่าทางแบบนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่ที่สามารถถ่ายทอดการสื่อสารความรู้สึกผ่านภาษาท่าทางได้อย่างตรงไปตรงมา 5) อุปกรณ์ประกอบการแสดงมีการใช้อุปกรณ์เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญเช่นกล้องจุลทรรศน์ (ชีววิทยา) ถ้วยตวง(เคมี) ตาชั่ง (กลศาสตร์) เพื่อช่วยสื่อสารเปรียบเทียบถึงความเป็นพหุศาสตร์ของงานวิจัย 6) เครื่องแต่งกาย ใช้เครื่องแต่งกายเรียบง่ายที่ไม่ระบุเพศ และใช้สีขาวเพื่อแทนความหมายของกระดาษสีขาวของเล่มงานดุษฎีนิพนธ์ 7) แสง ใช้แสงธรรมชาติ 8) เสียงและดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงใช้เสียงธรรมชาติ และเสียงสังเคราะห์ 2) แนวคิดหลังการสร้างสรรค์ผลงาน มี ห้าประการ ได้แก่ 1) กลยุทธ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ด้านศิลปะการแสดง: ศาสตราจารย์ ดร.นราพงษ์ จรัสศรี ซึ่งจากการเป็นผู้มีประสบการณ์มากกว่า 50 ปี จึงมีกลยุทธ์ที่สำคัญคือ มีความคิดสร้างสรรค์สูงมีความสามารถที่ทั้งรู้ลึกและรู้กว้าง (Versatilist) ซึ่งเป็นการผสานรวม 2 ประเภท ทั้ง รู้ลึก (Specialist) และรู้กว้าง (Generalist) เข้าด้วยกัน คือเชี่ยวชาญในเรื่องหนึ่งแต่ขณะเดียวกันก็สามารถข้ามสายไปทำความเข้าใจเรื่องอื่นได้อย่างง่ายดายเมื่อจำเป็น และยังมีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง ปรับตัวเป็นเลิศ เก่งทั้งเทคนิคและผู้คน จึงสามารถมองเห็นปัญหาได้ล่วงหน้า แก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว ให้คำแนะนำที่ทำให้งานเกิดคุณภาพ ทั้งยังมี กลยุทธ์ที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลายทำให้นักวิจัยพร้อมในการเรียนรู้ และมีเวลาให้นักวิจัยเต็มที่อย่างทั่วถึงและยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์ในการวางแนวทางกำหนดหัวข้อที่เป็นบรรทัดฐานไว้ล่วงหน้าทำให้ง่ายต่อนักวิจัยในการสืบค้น การอธิบายงาน และสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการศึกษางานสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ในอนาคต 2) ความคิดสร้างสรรค์ทางด้านนาฏยศิลป์ มีการสร้างสรรค์งานที่ไม่เคยมีผู้ทำมาก่อนและยังมีมาตรฐานการเป็นต้นแบบศิลปินตามหลักของวิชชุตา …


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง, โอม วรรณะ Jan 2023

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง, โอม วรรณะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง “การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง” มีรูปแบบในลักษณะการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและแนวคิดหลังการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง โดยศึกษากลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง นาฏยศิลป์สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย เกณฑ์การสร้างมาตรฐานในการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ที่มีต่องานวิจัย เพื่อเป็นพื้นฐานประกอบในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ จากนั้นผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงเอกสาร สัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย สื่อสารสนเทศอื่น ๆ ตลอดจนวิเคราะห์ข้อมูล สรุปผล และนำเสนอผลงานวิจัย ผลการวิจัยพบว่า การสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง สามารถจำแนกตามองค์ประกอบในการสร้างสรรค์ผลงงานทางด้านนาฏยศิลป์ทั้งหมด 8 ประการ ได้แก่ 1) บทการแสดง สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ภายใต้ลักษณะของกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง แบ่งออกได้ทั้งหมด 9 องก์ โดยนำเสนอกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดงที่ปรากฏขึ้นจริงในสังคม 2) นักแสดง มีความรู้ ความสามารถทางด้านนาฏยศิลป์และศิลปะการแสดง 3) ลีลานาฏยศิลป์ นำเสนอผ่านรูปแบบนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่ โดยใช้การเคลื่อนไหวแบบด้นสด การใช้ท่าทางในชีวิตประจำวัน ประกอบกับการเล่าเรื่องและการสลับบทของตัวละคร 4) เครื่องแต่งกาย ใช้การออกแบบจากหลักศิลปะมินิมอลลิสม์ (Minimalism) หลักทฤษฎีน้อยดีกว่ามาก (Less is more) และเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวัน 5) เสียงและดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้เสียงที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติทั้งหมด 6) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ใช้แนวคิดสัญลักษณ์ มุ่งเน้นความเรียบง่าย และสื่อสารการแสดงได้ง่าย 7) พื้นที่การแสดง นำเสนอการแสดงบนพื้นที่แบบเปิดและมีความหลากหลายทางด้านสภาพแวดล้อม 8) แสง ใช้แสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลาที่มีความแตกต่างกัน อีกทั้งมีแนวคิดหลังการสร้างสรรค์ผลงาน 6 ประการ ได้แก่ 1) แนวคิดเรื่องกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง 2) แนวคิดเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง 3) แนวคิดความคิดสร้างสรรค์ในงานนาฏยศิลป์ 4) แนวคิดความหลากหลายในงานนาฏยศิลป์ 5) แนวคิดทฤษฎีทางด้านศิลปกรรมศาสตร์ 6) แนวคิดของนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่ ซึ่งผลการวิจัยทั้งหมดนี้มีความสอดคล้องและตรงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยทุกประการ


การสร้างสรรค์ละครแบบร่วมสร้างเพื่อพัฒนาความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตนเอง: กรณีศึกษาเรื่องเงือกในวรรณกรรมและสื่อหลากมิติ, วรเชษฐ์ มูฮัมหมัดสอิ๊ด Jan 2023

การสร้างสรรค์ละครแบบร่วมสร้างเพื่อพัฒนาความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตนเอง: กรณีศึกษาเรื่องเงือกในวรรณกรรมและสื่อหลากมิติ, วรเชษฐ์ มูฮัมหมัดสอิ๊ด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิจัยเชิงสร้างสรรค์เน้นการค้นคว้าปฏิบัติการทางศิลปะ​ ผ่านการทำละครแบบร่วมสร้างที่เกี่ยวข้องกับ “ภาวะเงือก” ​หรือ​ภาวะครึ่ง ๆ ​กลาง ๆ ของร่างกาย​เงือก งานวิจัยจึงได้ศึกษาตัวละครเงือก​ซึ่งเป็นตัวละครครึ่งคนครึ่งปลาในวรรณกรรมหลายเรื่องและสื่อต่างรูปแบบ​ จากนั้นตีความและเทียบเคียง กับสภาวะทางจิตใจของผู้ใหญ่วัยเริ่ม ที่ขาดความมั่นใจและการเห็นคุณค่าในตนเอง เพราะเติบโตในสังคมที่มีค่านิยมที่แตกต่าง จากสิ่งที่เป็นทั้งในชาติพันธุ์​ เพศสภาพ และวิถีชีวิตจากความเข้าใจเบื้องต้นผู้วิจัยได้คัดเลือกผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการละคร​ 3 คน เพื่อพัฒนาละครร่วมสร้าง​เรื่อง “ภาวะเงือก” ขึ้นจากการรวบรวมผู้วิจัยเรียนรู้ว่าตัวละครเงือก​เป็นตัวอย่างของการเปิดโอกาสให้ตนเองได้ทำตามความปรารถนาหรือความฝัน ผู้วิจัยคาดหวังว่าการสร้างสรรค์และนำเสนอละครเวทีเรื่อง“ภาวะเงือก” จะทำให้ผู้วิจัยและผู้มีส่วนร่วมในละครร่วมสร้างที่สนใจในตัวละครเงือก​และสภาวะครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของตัวละคร​ ได้พัฒนาความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตนเองได้ ทั้งในด้านศักยภาพการแสดง และการใช้ชีวิตงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์นี้เป็นการค้นคว้าเชิงปฏิบัติการ ด้วยกระบวนการฝึกซ้อมละครร่วมสร้าง โดยผู้วิจัยร่วมสร้างผลงานในฐานะกระบวนกร และผู้มีส่วนร่วมในฐานะนักแสดง ผลการวิจัยพบว่า​ การได้พัฒนาละครในพื้นที่สร้างสรรค์​ ช่วยให้ผู้วิจัยและผู้มีส่วนร่วม​ รวมถึงทีมงานเบื้องหลัง เกิดความความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตนเอง จากการที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิด​ แบ่งปันประสบการณ์​​ ร่วมแสดงผลงาน​ และร่วมสะท้อนทัศนะ ในระหว่างกระบวนการสร้างสรรค์ละครร่วมสร้างกระบวนการพัฒนาละครร่วมสร้างในครั้งนี้ มุ่งเน้นที่การเคารพความแตกต่าง การแสดงความคิดเห็น ทัศนคติ และประสบการณ์ของผู้มีส่วนร่วม สนับสนุนการร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนาผลงานการแสดงให้เกิดขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ร่วมกันได้ ผู้วิจัยและผู้มีส่วนร่วมจึง สามารถสร้างความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตนเองได้จากการร่วมงานกันในครั้งนี้ กระบวนการละครร่วมสร้างนี้สามารถประยุกต์ใช้กับประเด็นที่น่าสนใจอื่น ๆ รวมถึงประเด็นทางสังคมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีในอนาคตต่อไป


การสร้างสรรค์การแสดงลำหมู่ร่วมสมัยเรื่อง นางไอ่, พชญ อัคพราหมณ์ Jan 2023

การสร้างสรรค์การแสดงลำหมู่ร่วมสมัยเรื่อง นางไอ่, พชญ อัคพราหมณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเน้นปฏิบัติการสร้างการแสดงลำหมู่ในรูปแบบร่วมสมัย ซึ่งลำหมู่เป็นการแสดงหมอลำประเภทหนึ่งในภาคอีสานของประเทศไทย และในประชาชนลาว เป็นมหรสพประชานิยม หรือหมอลำกระแสหลัก ที่มุ่งนำเสนอความยิ่งใหญ่อลังการของเวที ฉาก แสง สี เสียง และโชว์ต่าง ๆ ที่มีความทันสมัย ในขณะที่ การแสดงลำหมู่แบบดั้งเดิมมีแนวโน้มที่ผู้ชมจะให้ความสนใจลดน้อยลง เพราะการฟังเรื่องราว ไม่เป็นที่นิยมเหมือนในอดีต ผู้วิจัยเห็นว่า แก่นสำคัญของการแสดงลำหมู่ คือ เรื่องราว กลอนลำ การลำ และการแสดง เป็นคุณค่าหลักของการแสดงประเภทนี้ จึงสนใจที่จะหากลวิธีสร้างการแสดงลำหมู่ร่วมสมัย ที่สามารถสื่อสารความคิดทั้งด้านคติธรรม และวิถีชีวิตจากวรรณกรรมอีสานเรื่อง ผาแดง-นางไอ่ รวมถึง รูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสมกับผู้ชมอีสานรุ่นใหม่ โดยใช้แนวทางของละครดีไวซ์ เป็นเครื่องมือทำงานแบบร่วมสร้างกับศิลปินมือสมัครเล่นที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับหมอลำ และใช้องค์ประกอบของการแสดงลำหมู่ผสานกับศิลปะการละครตะวันตกสมัยใหม่ ผ่านกระบวนการวิจัยปฏิบัติการ ผลการวิจัยพบว่า วิจัยในลักษณะ ‘ปฏิบัติ-นำ-วิจัย’ และการบูรณาการศาสตร์ภายใต้แนวทางละครดีไวซ์ นำไปสู่กระบวนการทดลองสร้าง และลงมือค้นหาวิธีสร้างการแสดงที่มุ่งตอบโจทย์วิจัยเป็นหลัก จนเกิดเป็นการแสดงลำหมู่ร่วมสมัยแนวทางใหม่ 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. หมอลำอินเธียเตอร์ และ 2. หมอลำลูกผสม โดยทั้งสองรูปแบบให้ความสำคัญกับแก่นของการแสดงลำหมู่ ซึ่งมีวิธีการเล่าเรื่อง และรูปแบบ การนำเสนอที่เน้นการสื่อสารความคิดจากเรื่องเดิมไปยังผู้ชม กลอนลำที่สื่อสารเรื่องราว และการกระทำตัวละคร การลำที่สัมพันธ์ความรู้สึกภายในของผู้แสดง การแสดง (acting) ที่มุ่งเสนอความสมจริง และเป็นธรรมชาติ รวมถึง การใช้ลีลาร่วมสมัยที่เน้นสื่อสารเรื่องราวแทนการเต้น และภาพอลังการของมหรสพประชานิยม ผ่านกระบวนการทำงานที่ใช้หลักการกำกับการแสดงในการตีความเรื่อง โดยเชื่อมโยงกับ แก่นความคิด และสื่อสารผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ บนเวที การแสดงทั้ง 2 รูปแบบ สามารถเข้าถึง กลุ่มผู้ชมกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักศึกษา และคนอีสานรุ่นใหม่ ตลอดจนเป็นการสร้างพื้นที่การแสดงหมอลำแนวใหม่ เพื่อขยายมิติของศิลปะการแสดงหมอลำให้มีความหลากหลาย และเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ชม ที่สนใจศิลปะการแสดงหมอลำ


การสร้างสรรค์ละครร่วมสมัยจากบทคำพรัดโนรา, สายฝน ไฝเส้ง Jan 2023

การสร้างสรรค์ละครร่วมสมัยจากบทคำพรัดโนรา, สายฝน ไฝเส้ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายในการศึกษา เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์บทร้องคำพรัดโนรา ถอดองค์ความรู้และหาแก่นสาระหลักคำสอนอันเป็นหลักปฏิบัติที่โนรายึดถือในการดำเนินชีวิต และออกแบบและสร้างสรรค์ละครร่วมสมัยเพื่อสื่อสารหลักคำสอนที่แฝงฝังอยู่ในวิถีของโนรา อันมีความโดดเด่นในเรื่องการให้คติสอนใจ คุณธรรมจริยธรรม หลักการใช้ชีวิตตามแบบฉบับของโนรา ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสร้างสรรค์ทางศิลปะการแสดงที่เน้นการลงมือปฏิบัติ (Practice as Research) ด้วยกระบวนการละครแบบร่วมสร้างเป็นส่วนสำคัญ โดยเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนร่วมซึ่งเป็นนิสิตสาขาวิชาศิลปะการแสดง มีกระบวนการสร้างงานแบ่งออกเป็น 5 ระยะ คือ การพัฒนาประเด็น พัฒนาเรื่อง/บท พัฒนาการแสดง และนำเสนอผลงาน เพื่อนำเสนอแก่นสาระหลักของเรื่องคือ ความกตัญญู นำเสนอในรูปแบบละครลูกผสม (Hybrid Performance) ขนาดสั้นจำนวน 3 เรื่อง คือ บ้าน ครู และธรรมชาติ ใช้โครงสร้างการเล่นคำพรัดโนราแบบวิถีเดิมผสมผสานกับการเล่าเรื่องในวิถีใหม่ มาถ่ายทอดในมุมมองของความเป็นปัจจุบัน ผ่านประสบการณ์ ภูมิรู้ และทักษะของนักแสดง ด้วยการตีความใหม่ที่มีความลึกซึ้ง สร้างวิถีคิดใหม่ ที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างนักแสดงกับผู้ชม ในลักษณะของละครเล่าเรื่องผสมผสานการรำ การร้อง แบบโนรา ใช้องค์ประกอบของดนตรีเพื่อเชื่อมการเปลี่ยนเรื่อง มีกลุ่มผู้ชมเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในจังหวัดสงขลา ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินด้วยการสนทนากลุ่ม จากการศึกษาพบว่า เนื้อหาและรูปแบบของการแสดงมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กับบริบทในปัจจุบัน ทำให้ผู้ชมเกิดการเรียนรู้เรื่องราวของโนราที่มาจากบทคำพรัดได้ง่ายขึ้น ด้วยวิธีการเล่าที่สั้นและกระชับ ผสมผสานกับการนำองค์ประกอบของการแสดงโนรา ทั้งท่ารำ การร้องบท และดนตรี ทำให้ชวนติดตาม และในขณะเดียวกันละครก็สามารถสื่อสารแก่นเรื่องความกตัญญูได้ถึงแม้จะถูกนำเสนอผ่านการสร้างความหมายใหม่ก็ตาม นอกจากนี้ การนำบทคำพรัดมาวิเคราะห์ สังเคราะห์อีกครั้งเป็นกระบวนการหนึ่งที่จะยังทำให้บทคำพรัดยังมีการใช้-ดำรงอยู่ ทำซ้ำและขยายความเข้าใจในวงกว้าง เกิดการตีความ เรียนรู้ความหมายที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่


The Representation Of Thainess In Thai-As-A-Foreign-Language-Textbooks Of The Republic Of Korea, Uprachit Ruamsup Jan 2023

The Representation Of Thainess In Thai-As-A-Foreign-Language-Textbooks Of The Republic Of Korea, Uprachit Ruamsup

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to analyze the representation of Thainess constructed in Thai-as-a-foreign-language textbooks in the Republic of Korea and to examine the factors that influence the construction of these representations. Employing a qualitative research approach and content analysis, the study examines the sociocultural content of five Thai-as-a-foreign-language textbooks aligned with the Critical Foreign Languages policy of the Republic of Korea. The analysis revealed seven key dimensions of sociocultural content within the textbooks, including: language and language culture, people in Thai society, traditions and cultural heritage, Thai history, environmental geography, economy and tourism industry, and Thai politics and international relations. This …


การสร้างสรรค์บทละครเวทีประเภทกอธิกเพื่อนำเสนอประเด็นอคติทางเพศที่มีต่อความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิง, อภิสรา ชั้วทอง Jan 2023

การสร้างสรรค์บทละครเวทีประเภทกอธิกเพื่อนำเสนอประเด็นอคติทางเพศที่มีต่อความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิง, อภิสรา ชั้วทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการเขียนบทละครหญิงรักหญิงและศึกษาการสร้างสรรค์บทละครประเภทกอธิก (gothic) ที่นำเสนอประเด็นอคติทางเพศที่มีต่อหญิงรักหญิง ผู้วิจัยใช้แนวคิดองค์ประกอบวรรณกรรมกอธิกของ โรเบิร์ต แฮร์ริส (Robert Harris) เป็นแนวคิดหลักในการสร้างสรรค์บทละคร เนื่องจากผู้วิจัยต้องการนำเสนอประเด็นอคติทางเพศผ่านสัญญะความเป็น ‘ผี’ และ ‘การหลอกหลอน’ โดยกระบวนการเขียนบทละครนั้นผู้วิจัยตั้งต้นจากการศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาอคติทางเพศที่หญิงรักหญิงประสบในชีวิตประจำวันทั้งอดีตและปัจจุบันในการกำหนดแก่นเรื่อง (theme) จากนั้นผู้วิจัยจึงสร้างบทละครเรื่อง ใครในบ้าน โดยแบ่งตัวเรื่องออกเป็นสองเส้นเรื่อง เส้นเรื่องหลักนำเสนอความรักของหญิงรักหญิงในปัจจุบัน ส่วนเส้นเรื่องรองนำเสนอเรื่องราวความรักของหญิงรักหญิงในอดีตที่กลายเป็นโศกนาฎกรรม ซึ่งผู้วิจัยใช้วิธีการเชื่อมสองเส้นเรื่องนี้ด้วยสิ่งของสำคัญที่ปรากฎในอดีตและยังคงอยู่มาจนปัจจุบันเพื่อแสดงให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นยังคงมีอยู่ แม้ว่าในปัจจุบันปัญหาที่หญิงรักหญิงประสบจะไม่ร้ายแรงเท่าในอดีตแต่อคติที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นยังไม่หายไปและยังสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่เป็นหญิงรักหญิงอยู่ บทละครเรื่องนี้ได้ถูกนำไปจัดแสดงและเก็บข้อมูลผู้ชมผ่านแบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่า บทละครสามารถสื่อสารประเด็นความรักของหญิงรักหญิงและอคติทางเพศกับผู้ชมได้ แต่สัญญะความเป็น ‘ผี’ ที่ผู้วิจัยต้องการสื่อสารถึงอคติทางเพศนั้นยังไม่สามารถสื่อถึงผู้ชมได้อย่างชัดเจน อันเนื่องมาจากกลวิธีในการสื่อสารบทสนทนาต่าง ๆ ผ่านตัวละครนั้น ผู้วิจัยยังนำเสนอด้วยน้ำเสียงที่ประนีประนอมเกินไป ตัวละครเอกของเรื่องควรเจอสภาวะเจ็บปวดมากกว่านี้เพื่อสื่อเรื่องของอคติทางเพศซึ่งเป็นเรื่องที่จริงจังและเจ็บปวดของหญิงรักหญิง และองค์ประกอบศิลป์เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการช่วยนำเสนอความเป็นกอธิกและช่วยให้ประเด็นที่ต้องการนำเสนอชัดเจนขึ้น


Romanticizing Same-Sex Love In Thai Bl Series: A Case Study Of My School President, Die Yang Jan 2023

Romanticizing Same-Sex Love In Thai Bl Series: A Case Study Of My School President, Die Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper examines the romanticized representation of same-sex love relationships in Thai BL series through a case study of the Thai television series My School President. It is found that the series, despite its theme of same-sex love, still presents traditional gender stereotypes, with character images and gender roles displaying obvious traditional gender traits. Tinn and Gun display traditional masculine and feminine traits, with Tinn portraying strength and decisiveness, and Gun portraying gentleness and dependence, respectively. Through a romanticized narrative approach, the drama emphasizes the characters' deep affection and mutual support, however, this idealized portrayal can lead to viewers' misconceptions …


Building Connections Through Design, Zachary Kenoyer Jan 2023

Building Connections Through Design, Zachary Kenoyer

Architecture Theses

The typology of this thesis will be a modern art / design museum with a civic and education emphasis. The design will feature galleries, classrooms and workshops, hospitality spaces, and include flexible design strategies that will allow the space to accommodate a wide array of events. The museum will also feature and improve the current park located at the site using design strategies to increase usability. I will be using a combination of tactics during my research. A combination of case studies, a site visit, as well as visiting as many museums as I can. Can we create a new …


Concertare: An Architectural Rediscovery Of Spiritual Harmony In A Secular World, Anna Rybacki Jan 2023

Concertare: An Architectural Rediscovery Of Spiritual Harmony In A Secular World, Anna Rybacki

Architecture Theses

Every day, billions of tiny little miracles occur just to give us another breath. From a microscopic level of your heart getting the energy it needs to beat 100,000 times a day to the cosmic level of the rotation of Earth and its perfect distance from the Sun - that keeps us warm enough, but not incinerated - there is a chaos of neurons firing, stars exploding, and atoms colliding, yet in it is a harmony that allows us to go about our everyday lives. We are not independent of this cosmic song. Rather, we are inextricably a part of …


Chernobyl: Beyond Disaster, Alexandra Messner Jan 2023

Chernobyl: Beyond Disaster, Alexandra Messner

Architecture Theses

In 1986, the Chernobyl disaster shook the world, leaving a scar on the land and a wound in the hearts of those who lived through it. In response, an architectural thesis project has been proposed - a memorial development in the heart of Pripyat that seeks to honor the victims, celebrate the resilience of the human spirit, and restore the beauty of this “ghost town”. A unique elevated path system will serve as a bridge between the past and the future, enabling visitors to explore the surrounding landscape without disturbing the natural environment. It is a testament to the power …


The Iconography Of An All-American Icon: Sailors, Homoeroticism, And Mid-Century Queer Cultural Politics, Kel R. Karpinski Jan 2023

The Iconography Of An All-American Icon: Sailors, Homoeroticism, And Mid-Century Queer Cultural Politics, Kel R. Karpinski

Publications and Research

Through a new critical reading of the relevant images found in The Young Physique and Physique Pictorial, I explore how the sailor has become a homoerotic icon and how the sailor has become an object of gay fetishization and fantasy. Through media (in this instance: magazines), I focus on the time period between World War II through Gay Liberation in the 1970s, showing how the culture of the port cities of New York City and Los Angeles helped to create this homoerotic image of the sailor. Through a reading of three images that demonstrate the homoeroticism of sailor imagery from …


Adam Smith And The Creative Role Of Imagination, Keith Hankins, Brennan Mcdavid Jan 2023

Adam Smith And The Creative Role Of Imagination, Keith Hankins, Brennan Mcdavid

Philosophy Faculty Books and Book Chapters

That imagination plays a fundamental role in Smith’s accounts of both sympathy and scientific inquiry is well documented. Smith scholars have also long recognized that the accounts of these roles presented in The Theory of Moral Sentiments and the History of Astronomy are broadly Humean. In particular, the exercise of imagination in both the social and scientific domains is limited by the extent of our experience. Whether we are “changing places in fancy” with our fellows, thereby giving rise to that all-important sentiment of sympathy, or conjecturing relations between observed phenomena in an effort to quell the sentiments of wonder …


เทคโนโลยีต่อขยายความเป็นจริงที่ฝังการกำกับบทบาทสมมติและการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, สยม สังวริบุตร Jan 2023

เทคโนโลยีต่อขยายความเป็นจริงที่ฝังการกำกับบทบาทสมมติและการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, สยม สังวริบุตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เยาวชนถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญ เนื่องจากเยาวชนจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่และกลายเป็นกำลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ การพัฒนาเยาวชนโดยให้ความสำคัญกับกระบวนการขัดเกลาจะสามารถส่งเสริมการเห็นคุณค่าและเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตนเองอันเป็นรากฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสื่อสารการแสดงออกอย่างเหมาะสมภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จะช่วยเสริมสร้างคุณลักษณะดังกล่าวให้เกิดขึ้นควบคู่กันไปได้ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีต่อขยายความเป็นจริงที่ฝังการกำกับบทบาทสมมติและการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 3) เพื่อศึกษาผลการใช้เทคโนโลยีฯ 4) เพื่อนำเสนอการใช้เทคโนโลยีฯ โดยงานวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ระยะดังนี้ ระยะที่ 1 การศึกษาของเทคโนโลยีต่อขยายความเป็นจริงที่ฝังการกำกับบทบาทสมมติและการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา 479 คน ระยะที่ 2 การพัฒนาเทคโนโลยีฯ ผู้ให้ข้อมูลได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการการแสดง ด้านรูปแบบเทคโนโลยีต่อขยายความเป็นจริง ด้านการสื่อสารและด้านมนุษยศาสตร์ ระยะที่ 3 การศึกษาผลของการใช้เทคโนโลยีฯ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนที่กำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 30 คน ระยะที่ 4 การนำเสนอผู้ทรงคุณวุฒิเชิงนโยบายในการนำเทคโนโลยีฯ ไปใช้สถานศึกษา ผลการทดลอง พบว่า การเห็นคุณค่าในตนเองของผู้เรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (p


การพัฒนาการอ่านวิเคราะห์บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกีสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย, สรัลชนา กีรตินิจกาล Jan 2023

การพัฒนาการอ่านวิเคราะห์บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกีสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย, สรัลชนา กีรตินิจกาล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกี สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย และ2) ศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกีที่มีต่อการอ่านวิเคราะห์ของนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างวิจัย ได้แก่ นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตสังกัดมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 39 คน ใช้เวลาในการทดลอง 10 คาบ เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบวัดการอ่านวิเคราะห์ของนักเรียน ก่อนและหลังการทดลอง แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกี วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บันเทิงคดีโดยประยุกต์ใช้ระบบของสตานิสลาฟสกีสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลายมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) วิเคราะห์โครงเรื่องตามองค์ประกอบ (2) วิเคราะห์ภูมิหลังและแรงผลักดันของตัวละคร (3) สร้างจินตนาการเกี่ยวกับฉากและวิเคราะห์อิทธิพลของฉาก (4) วิเคราะห์แก่นเรื่อง และ (5) เชื่อมโยงประสบการณ์เข้ากับเนื้อเรื่อง และ2) ผลการทดลองใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยการอ่านวิเคราะห์หลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้สูงกว่าก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


The Effect Of Different Warm-Up Durations On Subjective And Objective Measures Of Singing In Choral Singers Over The Age Of 55, Jeremy A. Chesman Jan 2023

The Effect Of Different Warm-Up Durations On Subjective And Objective Measures Of Singing In Choral Singers Over The Age Of 55, Jeremy A. Chesman

Graduate Theses/Dissertations

Choral singing is a popular activity in the United States. Choral singers are often encouraged to warm up vocally before they sing. Considering voice conditions, like presbyphonia, that can develop shortly after retirement, more research about vocal warm-ups is needed for those over the age of 55. This study assesses the effects of various durations of vocal warm-ups on subjective and objective measures of the singing voice using a within-groups design with randomized condition order. Nine participants performed vocal warm-ups for 0, 5, 10, and 15 minutes. A song sample was then recorded and sent to two expert raters who …