Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Engineering (9819)
- Physical Sciences and Mathematics (6675)
- Social and Behavioral Sciences (4202)
- Medicine and Health Sciences (3896)
- Education (3347)
-
- Life Sciences (3303)
- Computer Sciences (2650)
- Arts and Humanities (2314)
- Law (1801)
- Civil and Environmental Engineering (1756)
- Electrical and Computer Engineering (1519)
- Business (1449)
- Mechanical Engineering (1309)
- Medical Specialties (1251)
- Computer Engineering (1216)
- Medical Sciences (1177)
- Environmental Sciences (1170)
- Higher Education (1071)
- Materials Science and Engineering (985)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (933)
- Artificial Intelligence and Robotics (808)
- Chemistry (744)
- Earth Sciences (739)
- Chemical Engineering (718)
- Aerospace Engineering (672)
- Architecture (670)
- Agriculture (645)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (642)
- Physics (618)
- Biomedical Engineering and Bioengineering (612)
- Institution
-
- The Texas Medical Center Library (1126)
- Association of Arab Universities (979)
- University of Nebraska - Lincoln (910)
- Missouri University of Science and Technology (779)
- Technological University Dublin (771)
-
- Changsha University of Science and Technology (733)
- Chulalongkorn University (707)
- Utah State University (668)
- Walden University (665)
- Singapore Management University (619)
- San Jose State University (596)
- Louisiana State University (516)
- University of South Florida (509)
- University of New Hampshire (482)
- University of New Mexico (481)
- California Polytechnic State University, San Luis Obispo (476)
- New Jersey Institute of Technology (460)
- University of Arkansas, Fayetteville (456)
- TÜBİTAK (448)
- University of Plymouth (437)
- Purdue University (416)
- Brigham Young University (403)
- Old Dominion University (393)
- University of Kentucky (384)
- Edith Cowan University (379)
- Clemson University (373)
- Washington University in St. Louis (361)
- Design Research Society (358)
- University of Texas Rio Grande Valley (355)
- Georgia Southern University (332)
- Keyword
-
- Humans (819)
- Machine learning (446)
- Animals (370)
- Machine Learning (302)
- Mice (288)
-
- Artificial intelligence (284)
- COVID-19 (275)
- Sustainability (270)
- Undergraduate (270)
- Education (267)
- Deep learning (260)
- ICTS (Institute of Clinical and Translational Sciences) (207)
- Artificial Intelligence (171)
- Higher education (169)
- Climate change (166)
- Engineering (162)
- Technology (157)
- Deep Learning (137)
- 2023 (128)
- Optimization (125)
- Social media (125)
- Diversity (122)
- Female (120)
- Leadership (118)
- Mathematics (117)
- AI (115)
- Cybersecurity (115)
- STEM (115)
- Computer Science (111)
- Simulation (108)
- Publication
-
- Theses and Dissertations (1394)
- Faculty, Staff and Student Publications (724)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (639)
- Faculty Publications (586)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (548)
-
- Journal of Engineering Research (486)
- Research Collection School Of Computing and Information Systems (464)
- Electronic Theses and Dissertations (371)
- Dissertations (354)
- Theses (345)
- Food and Machinery (344)
- Research outputs 2022 to 2026 (344)
- Faculty, Staff and Students Publications (318)
- Articles (294)
- Journal of China & Foreign Highway (273)
- 2020-Current year OA Pubs (257)
- Library Philosophy and Practice (e-journal) (256)
- Coal Geology & Exploration (254)
- Defensive Publications Series (230)
- Journal of System Simulation (223)
- Neutrosophic Sets and Systems (214)
- Doctoral Dissertations and Projects (208)
- IASDR Conference Series (207)
- Space and Defense (197)
- Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD) (196)
- Faculty Scholarship (189)
- Information Sciences Letters (185)
- Honors Theses (181)
- Master's Theses (181)
- Electrical and Computer Engineering Faculty Research & Creative Works (174)
- Publication Type
Articles 37861 - 37890 of 38736
Full-Text Articles in Entire DC Network
การเปรียบเทียบวิธีการกรองแบบอิงเนื้อหาและการกรองแบบร่วมกันสำหรับการแนะนำสินค้าในธุรกิจออนไลน์ประเภทเสื้อผ้าแฟชั่น, จิรายุส ไพรสมพงษ์
การเปรียบเทียบวิธีการกรองแบบอิงเนื้อหาและการกรองแบบร่วมกันสำหรับการแนะนำสินค้าในธุรกิจออนไลน์ประเภทเสื้อผ้าแฟชั่น, จิรายุส ไพรสมพงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันธุรกิจการค้าขายบนโลกออนไลน์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีสารสารสนเทศที่เข้ามามีบทบาทต่อสังคมมากขึ้น และธุรกิจหนึ่งที่จัดว่าเป็นที่นิยมในโลกออนไลน์นั้นก็คือธุรกิจขายเสื้อผ้า เนื่องจากเป็นสิ่งของจำเป็นที่ขายง่าย ใช้เงินลงทุนไม่มาก และเริ่มต้นได้เร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้าแฟชั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงความนิยมตามช่วงเวลา ทำให้ปัญหาของธุรกิจนี้ คือเจ้าของร้านค้าไม่สามารถทราบความต้องการของลูกค้าทำให้เกิดสินค้าค้างในคลังจำนวนมาก เกิดเป็นค่าเสื่อมและค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ ท้ายที่สุดก็ขาดทุนและปิดกิจการ การเข้ามาของเทคโนโลยีนำมาซึ่งประโยชน์มากมาย ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายจำเป็นจะต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้มาช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจเพื่อเป้าหมายของธุรกิจนั้นก็คือการสร้างกำไรสูงสุด และลดจำนวนสินค้าที่ค้างอยู่ในคลัง โดยหนึ่งในวิธีที่ช่วยแก้ปัญหานั้นก็การใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ถูกจัดเก็บโดยธุรกิจ ซึ่งก่อนจะนำมาใช้ประโยชน์จะต้องผ่านกระบวนการประกอบไปด้วยการเก็บข้อมูล การเตรียมข้อมูล การสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูล และการแสดงผลข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจ สำหรับโครงงานนี้ได้มุงเน้นไปยังการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบแนะนำให้กับธุรกิจ ซึ่งทำเป็นในลักษณะงานวิจัยที่เป็นการเปรียบเทียบเทคนิคการพัฒนาระบบแนะนำ โดยบทบาทของระบบนี้จะจับพฤติกรรมลูกค้าที่เข้ามาใช้งานในระบบก่อนจะแนะนำสินค้าที่คาดว่าจะเหมาะสมให้กับลูกค้าคนนั้น ๆ
Bitcoin Algorithmic Trading Using Rsi And Stoch Technical Indicators, Pattrapon Chucheepchuenkamon
Bitcoin Algorithmic Trading Using Rsi And Stoch Technical Indicators, Pattrapon Chucheepchuenkamon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Algorithmic trading helps traders automate their trading decisions using computer programs. One widely used approach is to employ technical indicators such as the Relative Strength Index (RSI) and the Stochastic Oscillator (Stoch) to identify overbought and oversold conditions in the market. This paper studies various strategies using RSI and Stoch indicators, i.e., buying in an oversold market and selling in an overbought market, and analyzes their impact on changing market conditions, such as bullish, bearish, and sideways markets. Specifically, the paper proposes comparing five trading strategies: RSI-only strategy, Stoch-only strategy, RSI-and-Stoch strategy, RSI-or-Stoch strategy and buy-and-hold strategy and finding their …
การออกแบบฮิวริสติกเพื่อการจัดตารางการทำงานของนักประดิษฐ์ตาเทียมในการผลิตตาเทียมเฉพาะบุคคล, รชา เลิศศักดิ์วานิช
การออกแบบฮิวริสติกเพื่อการจัดตารางการทำงานของนักประดิษฐ์ตาเทียมในการผลิตตาเทียมเฉพาะบุคคล, รชา เลิศศักดิ์วานิช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ตาเทียมเฉพาะบุคคลเป็นอุปกรณ์ทดแทนดวงตาที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจของผู้ป่วยที่สูญเสียดวงตา โดยประดิษฐ์ขึ้นให้เหมาะสมกับตาข้างที่เหลืออยู่ของผู้ป่วย ทำให้ต้องออกแบบเฉพาะบุคคล และใช้ผู้เชี่ยวชาญในการประดิษฐ์ ทำให้การวางแผนการทำงานและการจัดตารางการทำงานเป็นไปได้ยาก ต้องเผื่อเวลาการนัดหมายผู้ป่วย ซึ่งอาจเกิดผลเสียกับผู้ป่วย ดังนั้นจึงต้องการให้เวลาเสร็จงานของการประดิษฐ์ตาเทียมและความล่าช้าน้อยที่สุด นอกจากนี้กระบวนการประดิษฐ์ยังมีความซับซ้อนและหลายขั้นตอน ทำให้ต้องพิจารณาทักษะการทำงานในการมอบหมายงานและจัดลำดับของงานประดิษฐ์ เพื่อลดเวลาสูญเปล่าจากการรอคอยในกระบวนการต้ม ผู้วิจัยได้นำเสนอแบบจำลองทางคณิตศาสตร์และออกแบบขั้นตอนวิธีฮิวริสติกสำหรับการมอบหมายงานและจัดตารางการประดิษฐ์ตาเทียมเฉพาะบุคคล เพื่อให้มีเวลาเสร็จงานและเวลาล่าช้าน้อยที่สุด โดยได้นำเสนอวิธีเชิงพันธุกรรม ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถประยุกต์ใช้กับปัญหาได้หลากหลาย รวมถึงสามารถพัฒนาเพื่อให้คำตอบที่ได้เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ซึ่งในงานวิจัยนี้ได้เปรียบเทียบผลลัพธ์จากการใช้วิธีคัดเลือก วิธีสลับสมาชิก และวิธีกลายพันธุ์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ขั้นตอนวิธีที่เหมาะสมมากที่สุด และใช้ขั้นตอนวิธีดังกล่าวในการทดสอบปัจจัยต่าง ๆ ผลจากการทดลองพบว่าวิธีเชิงพันธุกรรมใช้เวลาประมวลผลเพียง 34 วินาที ซึ่งน้อยกว่าแบบจำลองคณิตศาสตร์ถึง 98% รวมถึงให้ผลลัพธ์ของตารางการประดิษฐ์ตาเทียมที่ดี โดยมีการทำกระบวนการอื่นในระหว่างการรอต้มทุกครั้งเพื่อลดเวลารอคอยของนักประดิษฐ์ตาเทียม และผลจากการทดสอบปัจจัยพบว่าผลลัพธ์ที่ได้จากกรณีที่พิจารณาเวลานัดหมายสามารถครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ได้มากกว่าการไม่พิจารณาเวลานัดหมาย และในการศึกษาความสำคัญของวัตถุประสงค์พบว่าควรจะให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์ที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมมากที่สุด ทั้งมุมมองด้านเวลาและความสมดุลของการมอบหมายงาน
Computational Fluid Dynamics Simulation Of Glycerol Steam Reformer Packed With Nonuniform Foam Catalyst, Thanawee Siripreedapat
Computational Fluid Dynamics Simulation Of Glycerol Steam Reformer Packed With Nonuniform Foam Catalyst, Thanawee Siripreedapat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates the performance of a fixed bed reactor packed with a foam catalyst with non-uniform porosity for hydrogen production from glycerol steam reforming. COMSOL Multiphysics software was employed to model the reactor. The first scenario compared the pellet catalyst with industrial foams with different porosities (i.e., 10, 20, and 30 PPI). The second scenario adjusted the porosity of the industrial foam by rearranging porosity in the reactor's axial, then comparing performance, cost-effectiveness, and economic feasibility. The foam catalyst's open-cell structure allowed a maximum H2 yield of 65.95% using a reactor length five times shorter than pellet and a …
การศึกษาเชิงเปรียบเทียบของเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมจีเอ็นเอสเอสต่างยี่ห้อ เพื่อหามุมองศาที่เหมาะสมสำหรับการใช้วิธีการเอียงเครื่องมือเพื่อรับสัญญาณบริเวณที่มีสิ่งกีดขวาง, กลย์ธัช อนันตกาลต์
การศึกษาเชิงเปรียบเทียบของเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมจีเอ็นเอสเอสต่างยี่ห้อ เพื่อหามุมองศาที่เหมาะสมสำหรับการใช้วิธีการเอียงเครื่องมือเพื่อรับสัญญาณบริเวณที่มีสิ่งกีดขวาง, กลย์ธัช อนันตกาลต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในงานสำรวจและรังวัดบริเวณที่มีสิ่งกีดขวาง จำเป็นต้องเอียงเครื่องรับสัญญาณ แต่ไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับมุมเอียงที่เหมาะสม งานวิจัยนี้จึงเปรียบเทียบเครื่องรับสัญญาณ GNSS ที่มีเซนเซอร์ชดเชยการเอียง ในการรังวัดบริเวณที่มีสิ่งกีดขวาง โดยใช้วิธีการรังวัดโครงข่ายดาวเทียมแบบจลน์ในทันทีเทคนิคสถานีอ้างอิงเสมือน เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายสถานีรับสัญญาณแบบต่อเนื่องของกรมที่ดิน, กรมแผนที่ทหาร และสถานี CUSV ทดสอบด้วยมุมเอียง 5° - 60° ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่โล่ง, พื้นที่มีสิ่งบดบังครึ่งหนึ่ง และพื้นที่มีสิ่งบดบังเกือบส่วนหนึ่ง ผลการวิจัยพบว่ามุมเอียงที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 30° - 50° มีค่าความคลาดเคลื่อนทางราบ 0.015 – 0.090 เมตร และทางดิ่ง 0.002 – 0.006 เมตร เนื่องจากระยะห่างจากกำแพงและพื้นดินที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้รังวัดในบริเวณที่มีสิ่งกีดขวางเพราะอาจเกิดการรบกวนของคลื่นหลายวิถีและคลื่นหลุดได้
Systematic Analysis Of Covid-19 Consequences: Health, Economic, And Tourism Aspects, Kumpol Saengtabtim
Systematic Analysis Of Covid-19 Consequences: Health, Economic, And Tourism Aspects, Kumpol Saengtabtim
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In 2020, our world faced the impact of the COVID-19 situation, which caused a lot of harm and consequences in multiple aspects. Many organizations and sectors were affected a lot by the pandemic. This research performed a holistic analysis to extract the lessons learned based on health, economic, and tourism consequences. Both qualitative and quantitative methodologies were used to extract the best approach to prepare for the next pandemic. For the health aspect, the stepwise regression was used to extract the potential IHR States Parties Self-Assessment Annual Report (SPAR) health capacity provided by the World Health Organization (WHO) to deal …
การตรวจสอบความหนาของท่อไอน้ำด้วยวิธีถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์โดยใช้แผ่นรับภาพดิจิทัล, ณัฐธิดา สุขใส
การตรวจสอบความหนาของท่อไอน้ำด้วยวิธีถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์โดยใช้แผ่นรับภาพดิจิทัล, ณัฐธิดา สุขใส
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคนิคการตรวจสอบความหนาของท่อไอน้ำที่อยู่ภายใต้ฉนวนด้วยเครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์แบบเคลื่อนที่และแผ่นรับภาพดิจิทัล เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วท่อไอน้ำของโรงไฟฟ้าถ่านหินจะมีลักษณะเป็นท่อเรียงติดกันเหมือนกำแพงสูง การกำหนดให้แหล่งกำเนิดรังสีอยู่กึ่งกลางของแผ่นรับภาพได้พอดีนั้นทำได้ยาก งานวิจัยชิ้นนี้จึงใช้เทคนิคการส่งผ่านของรังสีแกมมา คือ Cs-137 ความแรง 200 µCi ร่วมกับอุปกรณ์นับวัดแบบช่องเดี่ยว (Single Channel Analyzers;SCA) สแกนหาตำแหน่งที่มีค่านับวัดรังสีสูงสุด จากนั้นถ่ายภาพท่อไอน้ำด้วยเครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์แบบเครื่อนที่รุ่น XRS3 ความต่างศักย์ 270 kV ร่วมกับแผ่นรับภาพดิจิทัลรุ่น VXTD-3643FCWV ถ่ายภาพท่อไอน้ำที่ทราบความหนาเทียบกับท่อไอน้ำที่ต้องการตรวจสอบ โดยการนำภาพถ่ายรังสีมาอ่านเป็นค่าความสว่างด้วยโปรแกรม ImageJ และเปรียบเทียบด้วยวิธีคลื่นเสียงความถี่สูง ผลการวิจัยพบว่าสามารถหาตำแหน่งกึ่งกลางของแหล่งกำเนิดรังสีได้อย่างแม่นยำ ขอบเขตของภาพที่เอกซ์โพเซอร์ 90 และ 99 พัลส์ ให้พื้นที่ 18.38 × 18.38 ตารางเซนติเมตร ผู้วิจัยจึงเลือกใช้เอกซ์โพเซอร์ที่ 90 พัลส์ ในการถ่ายภาพด้วยรังสี เนื่องจากสามารถถนอมอายุการใช้งานของเครื่องเอกซเรย์ได้มากกว่า และในการหาความหนาของท่อไอน้ำมีความคลาดเคลื่อนเฉลี่ย 0.92 mm จากการเปรียบเทียบกับความหนาจริงของท่อไอน้ำ
การประยุกต์ใช้กล้องมัลติสเปกตรัมเพื่อประเมินค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจร, จินตสิทธิ์ ภู่พิชิต
การประยุกต์ใช้กล้องมัลติสเปกตรัมเพื่อประเมินค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจร, จินตสิทธิ์ ภู่พิชิต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาการประยุกต์ใช้กล้องมัลติสเปกตรัมเพื่อประเมินค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจรโดยมีวัตุประสงค์ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจรที่ตรวจวัดจากเครื่องมือวัดค่าการสะท้อนแสงของสีตีเส้นกับข้อมูลภาพถ่ายสายทางด้วยกล้องมัลติสเปกตรัมที่ประกอบไปด้วย 5 ช่วงความยาวคลื่น ซึ่งพื้นที่ศึกษาคัดเลือกจากโครงการที่มีการประเมินผลการปฏิบัติงานการบำรุงและงานอำนวยความปลอดภัย (พ.ศ. 2564 – 2565) ของกรมทางหลวง โดยได้มีการออกแบบการเก็บข้อมูลสำรวจด้วยอากาศยานไร้คนขับร่วมกับกล้องมัลติสเปกตรัม ที่ปัจจัยต่างกัน ได้แก่ ด้านเวลา ด้านความสูง และมุมกล้องในการถ่ายภาพ เพื่อหาเทคนิคและวิธีการที่ทำให้ภาพถ่ายมีคุณภาพสูงที่สุด และนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวิเคราะห์ผลต่อไป ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉดสีที่ได้จากการเก็บข้อมูลภาพถ่ายสายทางด้วยกล้องมัลติสเปกตรัม มีความสัมพันธ์กับค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจร ที่เก็บด้วยเครื่องมือวัดค่าการสะท้อนแสงของสีตีเส้น ทั้งค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงแบบย้อนกลับ (RL) และค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงจากแหล่งกำเนิดทุกทิศทาง (Qd) ทั้งเส้นจราจรสีขาวและสีเหลือง โดยค่าเฉดสีที่มีความสัมพันธ์กับค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจรมากที่สุด คือ ค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงจากแหล่งกำเนิดทุกทิศทาง (Qd) บนเส้นจราจรสีเหลือง ซึ่งผลที่ได้จากการวิจัย สามารถเสนอการประยุกต์ใช้กล้องมัลติสเปกตรัมในการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจร เพื่อประเมินค่าการสะท้อนแสงเบื้องต้น และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการซ่อมบำรุงเส้นจราจรในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป
Ethylene Polymerization With Zirconocene/Methylalumoxane Catalyst On Mesocellular Foam Silica Support, Thanapoom Osathalert
Ethylene Polymerization With Zirconocene/Methylalumoxane Catalyst On Mesocellular Foam Silica Support, Thanapoom Osathalert
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Silica is commonly used as a support material in metallocene catalytic systems (MTC). The silica-mesocellular foam (MCF-Si) is a three-dimensional spherical pore structure of silica. At present, MCF-Si is utilized as a catalyst support in a variety of chemical reactions, but for metallocene catalytic support, it has been less common. This research has two parts. Firstly, the feasibility of employing MCF-Si as a support material in metallocene catalytic systems was demonstrated through the investigation of methylaluminoxane (MAO) cocatalysts supported on two distinct types of structured mesoporous silica supports, namely Cab-Si and MCF-Si, in ethylene polymerization and ethylene/1-hexene copolymerization. In the …
Classification Of Android Malware From Binary Code Using Ensemble Method With Recursive Feature Elimination, Nawa Tippayasem
Classification Of Android Malware From Binary Code Using Ensemble Method With Recursive Feature Elimination, Nawa Tippayasem
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In response to the burgeoning Android market and the concurrent proliferation of both applications and malware, we propose a direct analysis approach to classify Android malware by examining bytecode extracted from DEX files. The prevalent use of obfuscation techniques by malicious actors underscores the need for robust methods to detect and analyze malware. Leveraging the frequency of bi-gram and tri-gram patterns within the bytecode, we employ recursive feature elimination with TF-IDF, alongside XGB, RF, and voting classifiers, to enhance detection capabilities. Our study, conducted using the CICAndMal2017 dataset, highlights the effectiveness of this approach, with XGB classifier utilizing the top …
การศึกษาพฤติกรรมการรับแรงของท่อคอนกรีตเสริมแรงด้วยวัสดุพอลิเมอร์เสริมเส้นใยแก้วแบบเส้นภายใต้การทดสอบแบบสามแกน, นุฮ์ เหร่าหมัด
การศึกษาพฤติกรรมการรับแรงของท่อคอนกรีตเสริมแรงด้วยวัสดุพอลิเมอร์เสริมเส้นใยแก้วแบบเส้นภายใต้การทดสอบแบบสามแกน, นุฮ์ เหร่าหมัด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของท่อคอนกรีตขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 600 มิลลิเมตร โดยเสริมแรงด้วยวัสดุพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้น (GFRP bar) 3 ท่อ โดยใช้วิธีการออกแบบทางตรง (Direct Design Method ) ซึ่งจะมีปริมาณเสริมวัสดุพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้น เท่ากับ 168.00 ตารางมิลลิเมตร (GFRP1P) 576.00 ตารางมิลลิเมตร (GFRP2P) และ 276 ตารางมิลลิเมตร (GFRP3P) โดยใช้วิธีการทดสอบแบบสามแกน (Three-Edge Bearing ) เพื่อหากำลังความต้านแรงอัดแตก และกำลังรับแรงกดสูงสุด อีกทั้งยังสังเกตรอยร้าว และลักษณะการวิบัติของท่อคอนกรีตเสริมวัสดุพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้น โดยจากผลการทดสอบพบว่า ท่อ GFRP1P GFRP2P และ GFRP3P มีค่าความต้านแรงอัดแตกเท่ากับ 42.70 66.72 และ 47.07 กิโลนิวตัน/เมตร และมีกำลังรับแรงกดสูงสุดเท่ากับ 47.26 79.43 และ 52.00 กิโลนิวตัน/เมตร ตามลำดับ โดยค่ากำลังรับแรงกดสูงสุดของท่อ GFRP1P และ GFRP3P น้อยกว่าท่อ RCP เท่ากับ 32.69 % และ 25.9 % ตามลำดับ ในส่วนของท่อ GFRP2P มากกว่าท่อ RCP 13.13 % ซึ่งลักษณะการวิบัติของท่อคอนกรีตเสริมจะเป็นลักษณะการวิบัติแบบเปราะ โดยท่อ GFRP1P และ GFRP3P จะวิบัติจากการแตกหักของวัสดุเสริมพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้น (FRP rupture) ที่ผิวด้านนอกบริเวณด้านข้างของท่อ (Spring line) และท่อGFRP2P จะวิบัติจากสูญเสียแรงยึดเหนี่ยวของคอนกรีตบริเวณด้านบนของท่อ (Concrete Cushing) โดยจากการเจาะสำรวจพบว่าเกิดการเคลื่อนตัวของวัสดุเสริมพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้นจากกระบวนการหล่อท่อ โดยท่อ GFRP1P และ GFRP3P จะเคลื่อนไปอยู่ในพื้นที่รับแรงอัด (Compression zone) แต่สำหรับท่อ GFRP2P เนื่องด้วยมีการเคลื่อนตัวเล็กน้อยทำให้วัสดุเสริมยังอยู่ในพื้นที่รับแรงดึง (Tension zone) โดยเมื่อนำผลที่ได้ไปเปรียบกับ …
การออกแบบแผ่นเมตาเซอร์เฟซชนิดแพสซิฟโดยใช้การเรียนรู้ของเครื่องเพื่อประยุกต์ใช้ในระบบสื่อสาร 5g และยุคถัดไป, ปณิธาน ละเอียดดี
การออกแบบแผ่นเมตาเซอร์เฟซชนิดแพสซิฟโดยใช้การเรียนรู้ของเครื่องเพื่อประยุกต์ใช้ในระบบสื่อสาร 5g และยุคถัดไป, ปณิธาน ละเอียดดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้ใช้การเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) ออกแบบเมตาเซอร์เฟซชนิดแพสซิฟสำหรับระบบสื่อสาร 5G และยุคถัดไป แบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องที่เลือกใช้คือ conditional generative adversarial network (cGAN) โดยแบบจำลองดังกล่าวจะถูกฝึกฝนให้สามารถออกแบบยูนิตเซลล์สำหรับใช้สร้างเป็นแผ่นสะท้อนคลื่นที่ทำงานในช่วงความถี่คลื่นมิลลิเมตรของเทคโนโลยี 5G แบบจำลอง cGAN จะถูกฝึกฝนโดยใช้โครงแบบชุดไฮเพอร์พารามิเตอร์ 48 โครงแบบ โดยค่าไฮเพอร์พารามิเตอร์ของแต่ละโครงแบบเป็นค่าไฮเพอร์พารามิเตอร์ที่บทความที่เกี่ยวข้องนิยมเลือกใช้ แบบจำลอง cGAN จะถูกประเมินผลโดยใช้ความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ย (MAE: mean absolute error) ระหว่างเฟสเป้าหมายกับเฟสของยูนิตเซลล์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยแบบจำลอง cGAN จากผลการทดสอบแบบจำลอง cGAN ทั้ง 48 โครงแบบ พบว่าแบบจำลองที่ใช้จำนวนชุดเป็น 64 อัตราการเรียนรู้เป็น 0.0003 ขนาดเวกเตอร์แฝงเป็น 40 และใช้การอัปเดตตัวคัดครั้งเดียวต่อการอัปเดตตัวก่อกำเนิดหนึ่งครั้ง เป็นแบบจำลองที่ให้ค่าเฉลี่ยความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยต่ำที่สุด โดยแบบจำลองดังกล่าวนี้สามารถทำการออกแบบแผ่นสะท้อนเมตาเซอร์เฟซที่ใช้งาน ณ ความถี่ 26 GHz และ 28 GHz ของช่วงความถี่คลื่นมิลลิเมตร 5G ได้อย่างสำเร็จ
การประยุกต์ใช้คอนกรีตมวลเบาเป็นผนังรับแรงในโครงสร้างที่พักอาศัย, ธนายุต กฤษฎากมล
การประยุกต์ใช้คอนกรีตมวลเบาเป็นผนังรับแรงในโครงสร้างที่พักอาศัย, ธนายุต กฤษฎากมล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันการก่อสร้างที่พักอาศัยมีความพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารให้มากขึ้น ปัจจัยหลักที่ทำให้บ้านสูญเสียพลังงานเกิดจากคุณสมบัติของผนังที่มีความเป็นฉนวนความร้อนที่ต่ำ ทำให้ตัวบ้านเกิดความร้อนสะสมจากแสงอาทิตย์ จึงต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการทำความเย็น เพื่อลดการใช้พลังงานดังกล่าว วัสดุคอนกรีตมวลเบาจึงถูกนำมาผลิตเป็นอิฐก้อนเพื่อใช้ก่อผนังทดแทนอิฐประเภทเดิม อย่างไรก็ตามคอนกรีตมวลเบานั้นนอกจากคุณสมบัติการเป็นฉนวนความร้อนที่ดีแล้ว ยังมีคุณสมบัติเชิงกลที่สามารถแบกทานแรงอัดได้ในระดับหนึ่งด้วย งานวิจัยนี้จึงศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ผนังคอนกรีตมวลเบาเป็นผนังรับแรง (Bearing wall) เพื่อใช้วัสดุผนังให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะนำไปสู่การลดต้นทุนการก่อสร้างได้อย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาพิจารณารูปแบบโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น ก่อสร้างด้วยผนังคอนกรีตมวลเบาชนิดหล่อในที่ (Cast-in-place lightweight concrete) เพื่อให้ได้คุณสมบัติเชิงกลที่สม่ำเสมอ แล้วทำการวิเคราะห์ออกแบบโครงสร้างผนังตามมาตรฐาน ACI 530/530.1-13 ด้วยโปรแกรม ETABs โดยกำหนดให้ผนังบ้านมีความหนา 20 เซนติเมตร ผลการศึกษาพบว่าผนังคอนกรีตมวลเบาสามารถใช้เป็นผนังรับแรงได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐาน ACI และจากการศึกษาพบว่าข้อจำกัดของผนังชนิดนี้คือต้องเสริมเหล็กในส่วนผนังที่อยู่เหนือช่องเปิด เนื่องจากผนังไม่สามารถต้านทานแรงดัดที่เกิดขึ้นได้
การปรับปรุงซีโอไลท์เอที่ได้จากเถ้าลอยเพื่อใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับเอสเทอริฟิเคชันของเอทานอลและกรดแลกติกไปเป็นเอทิลแลกเตท, เบญญาภา แสนสุขทวี
การปรับปรุงซีโอไลท์เอที่ได้จากเถ้าลอยเพื่อใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับเอสเทอริฟิเคชันของเอทานอลและกรดแลกติกไปเป็นเอทิลแลกเตท, เบญญาภา แสนสุขทวี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ได้ศึกษาถึงการปรับปรุงตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลท์เอที่ได้จากเถ้าลอย (ZA-SYN) โดยการเติมโลหะออกไซด์สองชนิดได้แก่ V2O5 และ CuO ที่ความเข้มข้นร้อยละ 3, 6, และ 9 โดยน้ำหนักด้วยวิธีเคลือบฝังแบบเปียก จากนั้นนำไปวิเคราะห์โดยใช้เทคนิค เช่น SEM-EDX, N2-physisorption, XRD, และอื่นๆ และนำมาทดสอบในปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชันระหว่างเอทานอลและกรดแลกติกไปเป็นเอทิลแลกเตท พบว่า ตัวเร่ง 3V/ZA-SYN ให้ค่าร้อยละการเปลี่ยนของกรดแลกติกสูงที่สุดคิดเป็น 58.89% และ 9Cu/ZA-SYN คิดเป็น 48.38% การทดสอบความสถียรภาพของตัวเร่งโดยการใช้ซ้ำ 3 ครั้ง พบว่า ZA-SYN (Re 3) ให้ค่าร้อยละการเปลี่ยนของกรดแลกติก 42.34%, 9Cu/ZA-SYN (Re 3) 8.87% และ 3V/ZA-SYN (Re 3) 18.24% ซึ่งให้เห็นถึงความความคงทนและประสิทธิภาพของตัวเร่งปฏิกิริยา นอกจากนี้ได้มีการเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง ZA-SYN และ Zeolite A เชิงพาณิชย์ (ZA-COM) พบว่า ZA-COM ให้ค่าการเปลี่ยนแปลงของกรดแลกติกมากกว่า 18.3% เมื่อเทียบกับ ZA-SYN อย่างไรก็ตาม 3V/ZA-COM ให้ค่าการเปลี่ยนแปลงของกรดแลกติกต่ำกว่า 3V/ZA-SYN เนื่องจาก V2O5 ลดความเป็นกรดของตัวเร่งปฏิกิริยา ดังนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพของ ZA-SYN ด้วย V2O5 ที่มีความเข้มข้น 3% สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชันระหว่างเอทานอลและกรดแลกติกไปเป็นเอทิลแลกเตทได้เช่นเดียวกับ ZA-COM
Development Of Environmentally Friendly Dental Waste Transportation Method In Myanmar, Phyo Thiri Kyaw
Development Of Environmentally Friendly Dental Waste Transportation Method In Myanmar, Phyo Thiri Kyaw
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study delves into dental waste management practices in Yangon City, Myanmar, with a primary focus on optimizing waste transportation routes for environmental sustainability. Through a comprehensive survey of 13 dental clinics in each of the 13 townships in the Western Yangon District, the research employs a blend of quantitative and qualitative methods, including survey, GIS analysis and observational studies. The optimization cases explore diverse strategies for waste transportation routes, revealing that Cases 2 and 3 surpass the baseline scenario in terms of travel distance. These tailored optimization strategies showcase the effectiveness of creating environmentally friendly waste collection routes for …
ระบบการนับยานพาหนะแยกตามประเภทสำหรับวิดีทัศน์จราจรเวลากลางคืน, พสธร พลอยแก้ว
ระบบการนับยานพาหนะแยกตามประเภทสำหรับวิดีทัศน์จราจรเวลากลางคืน, พสธร พลอยแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ระบบขนส่งอัจฉริยะช่วยควบคุมและจัดการการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ การคัดแยกประเภทและนับจำนวนยานพาหนะสามารถใช้เป็นข้อมูลในการช่วยวิเคราะห์และประมวลผลในระบบจัดการการจราจร เช่น การควบคุมสัญญาณไฟ การวิเคราะห์ปริมาณรถในช่วงเวลาต่าง ๆ และในปัจจุบันมีการพัฒนาระบบนับจำนวนยานพาหนะช่วงเวลากลางวัน แต่ช่วงเวลากลางคืนยังมีเป็นจำนวนไม่มากนัก งานวิจัยนี้จึงพัฒนาระบบนับจำนวนและแยกประเภทยานพาหนะจากวิดีทัศน์จราจรในเวลากลางคืน โดยใช้ผลเฉลย (Label) จากข้อมูลช่วงเวลากลางคืนและนำข้อมูลช่วงเวลากลางวันมาปรับใช้กับช่วงเวลากลางคืนได้ ทำให้ระบบสามารถนับจำนวนและแยกประเภทยานพาหนะในช่วงเวลากลางคืนได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยนำเสนอการใช้ AU-GAN ร่วมกับการเพิ่ม Identity loss สำหรับสังเคราะห์ภาพจราจรเวลากลางวันให้เป็นเวลากลางคืน และการใช้โมเดลตรวจจับและจำแนกประเภทวัตถุ YOLOX ที่เรียนรู้ด้วยภาพจราจรมุมบนและมุมข้างเวลากลางคืนที่ถูกเพิ่มข้อมูลสังเคราะห์ร่วมกับการเพิ่มข้อมูลด้วยการปรับสภาพแสงและโมเดลติดตามวัตถุ ByteTrack โดยผลลัพธ์จากการทดลองพบว่าการโมเดล YOLOX มีความแม่นยำเมื่อวัดผลด้วย mAP สูงถึง 80.81% มากกว่าแบบที่ไม่มีการเพิ่มชุดข้อมูลที่สังเคราะห์ด้วย AU-GAN ถึง 2.41% ในการนับจำนวนยานพาหนะพบว่ามีความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ 27.80% สำหรับชุดข้อมูลมุมบนและ 10.72% สำหรับชุดข้อมูลมุมข้าง เนื่องการจากเมื่อเพิ่มปริมาณข้อมูลทำให้มีจำนวนยานพาหนะให้เรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งการปรับปรุงการสังเคราะห์รูปภาพของโมเดล AU-GAN ด้วยการเพิ่มฟังก์ชันค่าความผิดพลาด Identity loss ทำให้รูปภาพที่ถูกสังเคราะห์มีคุณภาพสูงขึ้นส่งผลให้การตรวจจับและจำแนกประเภทมีความแม่นยำมากขึ้นถึง 0.81% เมื่อเปรียบเทียบกับโมเดล AU-GAN ที่ไม่มีการเพิ่ม Identity loss
Generating Synthetic Population Using Transformer-Based Networks, Phattranit Phattharajiranan
Generating Synthetic Population Using Transformer-Based Networks, Phattranit Phattharajiranan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Population synthesis is a critical component of policy analysis and planning, yet it faces challenges in data availability and synthesis quality. This study addresses these issues by introducing a novel population synthesis framework named “PopSyner”, capable of utilizing both aggregated and disaggregated data. Leveraging advancements in deep generative models, particularly Transformer-based architectures, PopSyner demonstrates superior performance in generating synthetic populations compared to existing methods like synthetic reconstruction (SR) and conditional tabular generative adversarial network (CTGAN). Our experiments show that PopSyner-TFM, the Transformer-based variant of PopSyner, produces synthetic populations with enhanced diversity and distributional similarities, closely resembling real data. This research …
Solving Multi-Depot Open Pickup And Delivery Problem With Capacity And Distance Restrictions By Ant Colony Optimization Algorithm, Teerawat Indravattana
Solving Multi-Depot Open Pickup And Delivery Problem With Capacity And Distance Restrictions By Ant Colony Optimization Algorithm, Teerawat Indravattana
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The recently occurring global pandemic caused the mobile delivery service business to grow rapidly. One of the important aspects of this issue is the problem of finding the route of the company’s couriers to reduce the cost of the operation and increase the total gain. This study aims to find a route that has the least cost while the couriers do not carry the packages over their capacity limits or exceed the maximum distance they can travel, and all requests are satisfied. The problem was defined as a Distance-constrained Multi Depot Open Pickup and Delivery Problem (DMDOPDP). A program simulating …
Ph Modulation Of Arsenic Phytoextraction And Nutrient Uptake In Water Hyacinth (Eichhornia Crassipes (Mart.)), Hein Htet Aung
Ph Modulation Of Arsenic Phytoextraction And Nutrient Uptake In Water Hyacinth (Eichhornia Crassipes (Mart.)), Hein Htet Aung
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Arsenic contamination in water area poses significant threats to ecosystems as well as human health around the world. For reducing the rate of arsenic pollution, phytoremediation, which applies plant-based systems, could provide a long-term solution. A hyper-accumulating plant, water hyacinth (Eichhornia crassipes), which is known for its rapid growth and efficient nutrient uptake, has emerged as an attractive candidate for arsenic phytoextraction. However, the efficiency of arsenic removal by water hyacinth could be affected by a variety of environmental factors, including various ranges of pH in aquatic environments. This study investigates the effect of pH modulation on arsenic phytoextraction efficiency …
ขั้นตอนวิธีป้องกันภาวะโหลดเกินของหม้อแปลงจำหน่ายไฟฟ้าสำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน, ชนทัต โอฐธนู
ขั้นตอนวิธีป้องกันภาวะโหลดเกินของหม้อแปลงจำหน่ายไฟฟ้าสำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน, ชนทัต โอฐธนู
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเทคโนโลยีจะนำพาความสะดวกสบายให้กับมนุษย์ แต่ก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มนุษย์จึงหันมาสนใจพลังงานสะอาดมากขึ้น รถยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ โดยความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและกลายเป็นกระแส อย่างไรก็ตาม ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มส่งผลกระทบต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง อาจทำให้เกิดปัญหาหม้อแปลงไฟฟ้ามีโหลดเกิน จนหม้อแปลงเสียหายหรือจำเป็นต้องซ่อมบำรุงบ่อยกว่าปกติ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงได้นำเสนอขั้นตอนวิธีการจัดการเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน โดยการควบคุมกำลังไฟฟ้าขาออกของเครื่องชาร์จเมื่อเกิดโหลดเกินที่หม้อแปลง และเสนอทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบเร่งด่วน โดยต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมเพื่อรับบริการนี้ สำหรับผู้บริโภคที่ไม่จ่ายค่าบริการเพิ่มเติม กำลังไฟฟ้าของเครื่องชาร์จจะถูกปรับลดลง เพื่อป้องกันการโหลดเกินของหม้อแปลงไฟฟ้า ในการทดสอบประสิทธิภาพของขั้นตอนวิธีที่นำเสนอ วิทยานิพนธ์ได้ทำการทดสอบในโปรแกรม MATLAB และ OpenDSS ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า ขั้นตอนวิธีที่นำเสนอสามารถแก้ปัญหาการโหลดเกินที่หม้อแปลงได้ และเงื่อนไขการเสนอทางเลือกให้ผู้บริโภคไม่เป็นอุปสรรคในการป้องกันการโหลดเกินของหม้อแปลงไฟฟ้า
Integrated Data Analysis, Neural Network Modeling, And Model-Based Control System For Biomass Gasification Processes, Kritsana Suwanamad
Integrated Data Analysis, Neural Network Modeling, And Model-Based Control System For Biomass Gasification Processes, Kritsana Suwanamad
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In the face of a global crisis including the problem of global warming and air pollution (PM 2.5). Renewable energy sources are gaining much attention, especially the biomass gasification process because in agricultural countries there is a lot of biomass waste incorrect management of waste biomass results in increased environmental problems. In addition, the gasification process from biomass has a low cost, the operation is simple and it can also synthesize syngas which can be used for many applications such as being a precursor to producing chemicals, fuels, electricity, and many more. Therefore, this research focuses on developing the gasification …
การประเมินประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนแบบสองความถี่ โดยวิธีการรังวัดสัญญาณดาวเทียมแบบสถิตและจลน์ สำหรับประยุกต์ใช้ในงานที่ความแม่นยำสูง ในพื้นที่ประเทศไทย, กัญญเรศ เสนีย์ศรีสกุล
การประเมินประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนแบบสองความถี่ โดยวิธีการรังวัดสัญญาณดาวเทียมแบบสถิตและจลน์ สำหรับประยุกต์ใช้ในงานที่ความแม่นยำสูง ในพื้นที่ประเทศไทย, กัญญเรศ เสนีย์ศรีสกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การรังวัดสัญญาณดาวเทียมด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อรังวัดค่าพิกัดตำแหน่งเป็นที่แพร่หลายในวงการศึกษาวิจัยสำหรับในต่างประเทศทั้งเอเชียและยุโรป แต่สำหรับในประเทศไทยนั้นมีเพียงไม่กี่งานวิจัยเท่านั้นที่ได้ทำการทดสอบรังวัดสัญญาณดาวเทียมด้วยสมาร์ทโฟนในพื้นที่ประเทศไทย ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงนำเสนอการศึกษาการทดสอบประเมินประสิทธิภาพของการรังวัดสัญญาณดาวเทียมด้วยสมาร์ทโฟนแบบสองความถี่ (L1 และ L5) รุ่น Samsung S20 Ultra และ Huawei P30 จากข้อมูลแบบซูโดเรนจ์และเฟส โดยวิธีการรังวัดสัญญาณดาวเทียมแบบสถิตและแบบจลน์ โดยนำมาประมวลผลร่วมกับข้อมูลสถานีฐาน คือ การตั้งเครื่องรับสัญญาณแบบยีออเดติกบนหมุดอ้างอิง และสถานีฐานถาวรของกรมที่ดิน (DOL) และสถานีฐานถาวรของศูนย์ข้อมูลค่าอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่องแห่งชาติ (NCDC) รวมถึงการประมวลผลข้อมูลออนไลน์ในระบบโครงข่ายสถานีรังวัดสัญญาณดาวเทียม GNSS แบบอัตโนมัติของกรมแผนที่ทหาร (SBC) จากนั้นทำการวิเคราะห์ผลลัพธ์ข้อมูลและความแม่นยำค่าพิกัดที่ได้จากสมาร์ทโฟน เทียบกับค่าอ้างอิงจากเครื่องรับสัญญาณแบบยีออเดติก พบว่าการประมวลผลข้อมูลรายชั่วโมงจากสมาร์ทโฟนร่วมกับข้อมูลทั้ง 3 รูปแบบ มีผลลัพธ์เป็นไปในทางเดียวกัน คือ จากการประมวลผลแบบจลน์ได้ค่าความแม่นยำอยู่ในหลักเมตร และจากการประมวลผลแบบสถิตได้ค่าความแม่นยำอยู่ในหลักเดซิเมตร
The Effects Of Lanthanide Metals Dopants (M = La, Ce และ Y) On The Stability Of M-V2o5/Tio2 Catalyst During Selective Oxidation Of H2s In Biogas To Elemental Sulfur, Galayanee Prathumthom
The Effects Of Lanthanide Metals Dopants (M = La, Ce และ Y) On The Stability Of M-V2o5/Tio2 Catalyst During Selective Oxidation Of H2s In Biogas To Elemental Sulfur, Galayanee Prathumthom
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In the biogas industry, the selective oxidation of hydrogen sulfide is an important process to transform hydrogen sulfide into elemental sulfur. In this study, the vanadium (V) oxide on titania catalyst is used to add lanthanide metal dopants, specifically lanthanum , cerium , and yttrium, to make the catalyst more active and stable. The catalysts, both undoped and doped, are prepared via wet impregnation methods with a 3% loading of vanadium oxide. Oxygen vacancy and metal-support interactions significantly enhance activity and stability. The characterization, such as Hydrogen-temperature programmed reduction and X-ray photoelectron spectroscopy, is used to elucidate these characteristics. The …
โครงเนื้อเยื่อกินได้ไร้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์สำหรับเพาะเลี้ยงเนื้อเทียม : อัลจิเนต/อะกาโรส/คาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส, เกรียงไกร เจษฎางกูร
โครงเนื้อเยื่อกินได้ไร้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์สำหรับเพาะเลี้ยงเนื้อเทียม : อัลจิเนต/อะกาโรส/คาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส, เกรียงไกร เจษฎางกูร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเพาะเลี้ยงเนื้อสัตว์เป็นแนวทางในการลดทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตเนื้อสัตว์แบบดั้งเดิม ซึ่งไม่ต้องฆ่าสัตว์และลดผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องการ วิธีกระบวนการนี้ต้องการโครงเนื้อเยื่อ 3 มิติ เพื่อให้เซลล์สามารถยึดติดบนโครงสร้างและขึ้นรูปเป็นก้อนเนื้อได้ นอกจากนั้น วัสดุของโครงเนื้อเยื่อต้องไม่ทำจากสัตว์อีกด้วย วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อตรวจสอบสมบัติเชิงกล รีโอโลยี ความเข้ากันได้ทางชีวภาพ และการปรับปรุงพื้นผิวสำหรับการยึดเกาะของเซลล์ของไฮโดรเจล 2% w/v อัลจิเนต, 0.8% w/v อะกาโรส และ 1.5% w/v คาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส โครงสร้าง 3 มิติถูกพิมพ์ด้วยเงื่อนไขการพิมพ์ที่เหมาะสม การทดสอบทางรีโอโลยีและความสามารถการพิมพ์แสดงถึงไฮโดรเจลมีพฤติกรรมของของไหลที่ไม่ใช่แบบนิวโทเนียน ซึ่งเหมาะสำหรับวิธีการพิมพ์แบบอัดรีดสำหรับขึ้นรูปสามมิติ ผลการทดลองแสดงว่าไฮโดรเจลมีค่าความสามารถการพิมพ์สูงสำหรับระยะห่างระหว่างเส้นภายในโครงสร้างที่แตกต่างกัน การทดสอบรับแรงกดของชิ้นงานแสดงถึงเนื้อสัมผัสของไฮโดรเจลว่ามีความคล้ายคลึงกับความนุ่มของเนื้อหมูและเนื้อวัว ไฮโดรเจลมีอัตราการละลายต่ำในสภาวะการเพาะเลี้ยงเซลล์ การทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์บ่งชี้ว่าไฮโดรเจลไม่แสดงความเป็นพิษต่อเซลล์และไม่ส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนเซลล์ ไฮโดรเจลต้องการการปรับเปลี่ยนพื้นผิวสำหรับการยึดเกาะของเซลล์เนื่องจากวัสดุไม่สนับสนุนการเจริญเติบโตและการยึดเกาะของเซลล์ ผลการทดลองแสดงว่าอัลจิเนตปรับปรุงเปปไทด์ RGD มีการยึดเกาะของเซลล์ต่ำกับทั้ง L929 และเซลล์ต้นกำเนิดกล้ามเนื้อหมู ในส่วนของการเคลือบสารละลาย Poly-L-ornithine แสดงผลลัพธ์การยึดเกาะของเซลล์ที่ดีกับ L929 แต่มีผลที่ไม่ดีสำหรับเซลล์ต้นกำเนิดกล้ามเนื้อหมู
Numerical Modeling Of Reinforced Concrete Columns With Expanded Metal Mesh Ferrocement Under Constant Axial Load And Cyclic Lateral Loading, Khin Khin Moe
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research develops the numerical models of the unstrengthened and strengthened columns with an expanded metal mesh ferrocement jacket under constant axial load and cyclic lateral loading. The experimental data from two control and six strengthened columns validate the numerical model using nonlinear finite element analysis in OpenSees. The primary objective of this research is to model the seismic behavior of unstrengthened and ferrocement-strengthened reinforced concrete columns in OpenSees, considering two longitudinal steel ratios, two ferrocement jacket thicknesses, and the presence of two sizes of externally anchored longitudinal steel. The fiber-based displacement beam-column element was used. Each fiber section discretizes …
Technical Feasibility Studies Of The Microgrid Pilot Project At Rubesa In Bhutan., Karma Chheki
Technical Feasibility Studies Of The Microgrid Pilot Project At Rubesa In Bhutan., Karma Chheki
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Over the years, Microgrid integration of hybrid renewable resources has emerged as a game-changing solution, significantly enhancing resilience and sustainability in the global energy landscape. This thesis introduces both isolated and grid-connected microgrid designs tailored to the context of Rubesa, a local community in the western part of Bhutan called Wangduephodrang district. Drawing upon hybrid solar and hydro resources to serve the local demand, the study emphasizes a Technical Feasibility Study of a Resilience-Oriented Utility Microgrid Pilot Project using the Hybrid Optimization Multiple Energy Resources (HOMER Pro) software. Test results demonstrate that a diversified mix of renewable energy sources of …
Fast Panoptic Segmentation On Urban Street Scenes, Chananvich Plabplathong
Fast Panoptic Segmentation On Urban Street Scenes, Chananvich Plabplathong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Panoptic segmentation, which unifies semantic and instance segmentation, offers a comprehensive understanding of images for a variety of applications. Real-time performance with high accuracy is challenging. Recent panoptic segmentation models operate in real-time, but they often suffer from low accuracy in comparison to existing benchmarks. The objective of this thesis is to improve the performance of the "You Only Segment Once" (YOSO) model, which is the fastest panoptic segmentation model. Our model, C-YOSO, combines YOSO and a contrastive loss concept. In order to enhance the inference speed, the query decoder is simplified by incorporating a lightweight image-based query decoder that …
การตัดสินใจหลายเกณฑ์แบบไฮบริดเพื่อหาคู่ค้าพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำ, จิรยุ พุดพวง
การตัดสินใจหลายเกณฑ์แบบไฮบริดเพื่อหาคู่ค้าพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำ, จิรยุ พุดพวง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอแนวทางในการคัดเลือกคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำ โดยใช้วิธีการผสมผสานระหว่างตรรกศาสตร์คลุมเครือ กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (F-AHP) และวิธีการจัดลำดับความสำคัญโดยพิจารณาจากความคล้ายคลึงกันในอุดมคติ (F-TOPSIS) เพื่อจัดการกับความกำกวมและความไม่แน่นอนในการตัดสินใจของมนุษย์ กระบวนการไฮบริดนี้ประกอบด้วยหลายขั้นตอนหลัก ได้แก่ การศึกษาขั้นตอนการตัดสินใจและการคัดเลือกเกณฑ์จากวรรณกรรมและผู้เชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อ การประเมินความสำคัญของเกณฑ์โดยใช้ F-AHP และการจัดอันดับทางเลือกโดยใช้ F-TOPSIS พร้อมทั้งการวิเคราะห์ความไว (Sensitivity Analysis) ของเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อประเมินความเสถียรของผลลัพธ์ ผลการศึกษาจากกรณีศึกษาพบว่าวิธีการนี้สามารถลดการสูญเสียรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ประมาณ 3.2 ล้านดอลลาร์ และช่วยลดความเสี่ยงในการเลือกคู่ค้าที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขันในตลาด นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีการประหยัดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า และปรับปรุงประสิทธิภาพในการส่งมอบสินค้าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่สามารถปรับเปลี่ยนและนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีลักษณะการตัดสินใจที่ซับซ้อนเช่นเดียวกัน
ระบบการภาพและอัลกอรึทึมสำหรับกระบวนการตัดเนื้อ, เจตนิพัทธ์ ทองประสิทธิ์
ระบบการภาพและอัลกอรึทึมสำหรับกระบวนการตัดเนื้อ, เจตนิพัทธ์ ทองประสิทธิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
อุตสาหกรรมแปรรูปด้านการแยกส่วนหรือการตัดวัตถุดิบมีความสำคัญสูง การแยกส่วนวัตถุดิบเป็นวิธีการที่ต้องใช้ทักษะและแรงงานในการดำเนินงานสูง เพื่อที่จะสามารถแยกส่วนวัตถุดิบได้ตามความต้องการ งานวิจัยนี้จะมุ่งเน้นไปที่การออกแบบระบบการภาพ (Machine Vision) และพัฒนาอัลกอรึทึม (Algorithm) ในการแบ่งส่วน เพื่อสร้างแนวเส้นตัดวัตถุดิบที่เป็นเนื้อสัตว์เพื่อแบ่งวัตถุดิบออกเป็นชิ้น โดยแต่ละชิ้นมีน้ำหนักที่เท่ากัน สามารถออกแบบระบบการภาพที่ประกอบไปด้วยกล้อง Gocator line profile sensor เพื่อเก็บข้อมูลพอยต์คลาวด์ (Point cloud) ไปวิเคราะห์โดยใช้อัลกอรึทึมที่ถูกเขียนผ่านโปรแกรม Halcon เพื่อใช้ปริมาตรของวัตถุในหาตำแหน่งของแนวตัดแบ่งให้วัตถุทุกชิ้นมีน้ำหนักเท่ากัน การทดสอบและประเมินการทำงานของระบบจะใช้ดินน้ำมันและเนื้อสัตว์เป็นวัตถุที่ใช้ทดสอบ การทดสอบหลักจะมีด้วยกันสามการทดสอบ 1) ทดสอบแนวตัดแบบต่างๆและวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) ตัวอัลกอรึทึมสามารถแสดงได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนตามที่กำหนด แต่การกำหนดแนวตัดที่แตกต่างกันมีผลต่อความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยสัมบูรณ์ (Mean Absolute Error) ของน้ำหนักดินน้ำมันที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 2) ประยุกต์ใช้ Gage R&R โดยใช้ข้อมูลของน้ำหนักดินน้ำมันชิ้นที่ 1-3 หลังจากการตัด หลังจากทำการวิเคราะห์พบว่าค่า %Study Var ของ Total Gage R&R ของทั้งสามชิ้นมีค่า 7.04%, 8.53%, 9.00% 3) ทดสอบการแบ่งเนื้ออกไก่, หมูแช่แข็ง และปลา ค่าเปอร์เซ็นต์ของค่าความคลาดเคลื่อนสูงสุดของเนื้อสัตว์ชิ้นนั้นๆอยู่ที่ 2.28% - 15.96% โดยเรียงจากน้อยสุดคือเนื้ออกไก่กับปลาและมากสุดที่เนื้อหมูตามลำดับ
การแยกส่วนประกอบและพยากรณ์ความต้องการกำลังไฟฟ้าสุทธิโดยคำนึงถึงการแทรกแซงของไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลังเครื่องวัด, ชัยชาญ เทพพรหม
การแยกส่วนประกอบและพยากรณ์ความต้องการกำลังไฟฟ้าสุทธิโดยคำนึงถึงการแทรกแซงของไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลังเครื่องวัด, ชัยชาญ เทพพรหม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การหันมาผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการริเริ่มการบริหารจัดการพลังงานที่ยั่งยืนและความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้กำลังไฟฟ้าที่อยู่ในระบบสายส่งหรือค่าที่อ่านได้จากมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะถูกแทรกแซงจากกำลังไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่อยู่หลังมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ซึ่งผู้ให้บริการไฟฟ้าไม่สามารถวัดค่าที่อยู่หลังมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะจากผู้ใช้ไฟฟ้าได้โดยตรง ในงานวิจัยนี้ เรามุ่งพัฒนาวิธีการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าสุทธิ โดยเสนอวิธีการแยกส่วนความต้องการไฟฟ้าสุทธิเพื่อประมาณค่าความต้องการไฟฟ้าจริงและกำลังไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่อยู่หลังมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เราเสนอวิธีการเลือกคู่ประทับเวลาที่มีสมมติฐานว่าความต้องการไฟฟ้าสุทธิที่อ่านได้จากมิเตอร์อัจฉริยะและความต้องการไฟฟ้าจริงที่อยู่หลังมิเตอร์จะมีความคล้ายคลึงกัน ควบคู่กับการใช้ความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมากระหว่างความเข้มแสงอาทิตย์และการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้แบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียมเชิงลึกเป็นตัวประมาณค่าด้วยข้อมูลเชิงอุตุนิยมวิทยาทั่วไป ตัวอย่างเช่น อุณหภูมิและความเข้มแสงอาทิตย์เป็นข้อมูลนำเข้า ส่งผลให้วิธีการที่เสนอไม่ต้องการข้อมูลตัวอย่างที่อยู่หลังมิเตอร์และไม่ใช้สมมติฐานของแบบจำลองเชิงกายภาพที่ต้องการข้อมูลเชิงอุตุนิยมวิทยาที่ซับซ้อน ในงานวิจัยนี้ เราได้เปรียบเทียบแบบจำลองสำหรับพยากรณ์อนุกรมเวลา เช่น DeepAR, Temporal Fusion Transformer (TFT) และ Time-series Dense Encoder (TiDE) โดยใช้ชุดข้อมูลการใช้ไฟฟ้าจริงที่เก็บบันทึกจาก Ithaca, NY และ Austin, TX ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าสุทธิโดยใช้อินพุตที่แยกส่วนมีประสิทธิภาพดีกว่าการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าสุทธิโดยตรง ความแม่นยำที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการแยกส่วนแบบไม่มีผู้สอนสำหรับข้อมูลที่อยู่หลังมิเตอร์ ซึ่งพิสูจน์ว่าดีกว่าวิธีการกึ่งมีผู้สอนที่ใช้ในงานวิจัยก่อนหน้า