Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2022

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 163531 - 163560 of 167964

Full-Text Articles in Entire DC Network

News Framing Of Thairath Newspapers On Migrant Workers From Cambodia, Laos, And Myanmar During The Covid-19 Pandemic, Nichakorn Phathanathavorn Jan 2022

News Framing Of Thairath Newspapers On Migrant Workers From Cambodia, Laos, And Myanmar During The Covid-19 Pandemic, Nichakorn Phathanathavorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research examines the framing and representation of migrant workers from Cambodia, Laos, and Myanmar in Thai news coverage during the COVID-19 outbreak. Migrant workers from these countries constitute over 70% of the total migrant worker population in Thailand, playing a significant role in the country's economic growth. However, they reportedly face numerous challenges related to labor rights, access to health services, and social exclusion during the outbreak. This qualitative study examines 225 pieces of news reports, scoops/features, and editorial opinions in the Thairath newspaper—both print and online editions—during a specific timeframe in 2020 and 2021 that depict the coverage …


The Catholic Church Abuse Scandal In Ireland: Two Steps Forward, One Step Back By Pope Francis?, Augustine Pang, Eada Hogan, Igor Andrasevic Jan 2022

The Catholic Church Abuse Scandal In Ireland: Two Steps Forward, One Step Back By Pope Francis?, Augustine Pang, Eada Hogan, Igor Andrasevic

Research Collection Lee Kong Chian School Of Business

Purpose: Ireland is viewed as the shining base for Catholicism. That image is shattered as survivors revealed the abuse in the Magdalene Laundries and Mother and Baby Homes, and sexual abuse by priests. This study aims to examine image repair efforts by the Pope during his August 2018 visit. Design/methodology/approach: Examined against the Letter of His Holiness released days earlier, this study evaluates all the Pope's speeches during his visit to Ireland using the image repair theory (Benoit and Pang, 2008) as its theoretical lens. Findings: Pope Francis used the evasion of responsibility strategy to address the Magdalene Laundries and …


Future-Proofing Students In Higher Education With Unmanned Aerial Vehicles Technology: A Knowledge Management Case Study, Thomas Menkhoff, Siew Ning Kan, Eugene K. B. Tan, Shaohui Foong Jan 2022

Future-Proofing Students In Higher Education With Unmanned Aerial Vehicles Technology: A Knowledge Management Case Study, Thomas Menkhoff, Siew Ning Kan, Eugene K. B. Tan, Shaohui Foong

Research Collection Lee Kong Chian School Of Business

In this paper we report experiences in implementing a new course ‘Understanding Drone & Robotics Technology – History, Usage, Ethics & Legal Issues’ at the Singapore Management University framed as a strategic knowledge management (KM) initiative in an institution of higher learning aimed at capturing, sharing and creating new knowledge about disruptive technologies such as unmanned aerial vehicles. We posit the new course as a knowledge innovation initiative (similar to a KM-enabled business case in a corporate setting) in support of the university’s mission and vision so as to deliver new value to students and to stay ahead of the …


Approaches For Academic Management Development Of Bromsgrove International School Based On The Concept Of Academic Risk-Taking, Kittaya Pawakranond Jan 2022

Approaches For Academic Management Development Of Bromsgrove International School Based On The Concept Of Academic Risk-Taking, Kittaya Pawakranond

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


ปัญหากฎหมายการลงทุนในตราสารหนี้และหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสมาคมการค้าและหอการค้าในประเทศไทย, มิณ นิติพน Jan 2022

ปัญหากฎหมายการลงทุนในตราสารหนี้และหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสมาคมการค้าและหอการค้าในประเทศไทย, มิณ นิติพน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะมุ่งศึกษาเรื่องข้อจำกัดและการกำกับดูแลการลงทุนแห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 โดยวิเคราะห์เกี่ยวกับข้อจำกัดของสมาคมการค้าที่ปัจจุบันอนุญาตให้ถือได้เฉพาะตราสารหนี้และหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้ พร้อมทั้งวิเคราะห์ถึงการกำกับดูแลการลงทุนของสมาคมการค้า และ ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาหากมีการปรับปรุงบทบัญญัติในข้อจำกัดการลงทุนของสมาคมการค้าตามมาตรา 22(1) วิธีการวิจัยในเอกัตศึกษาฉบับนี้ดำเนินการวิจัยจากเอกสาร ศึกษาค้นคว้า และวิเคราะห์เกี่ยวหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสมาคมการค้า ตลอดจน รวบรวมข้อเท็จจริง ศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศเกี่ยวกับการลงทุนของสมาคมการค้ารวมทั้งการขอคำปรึกษาและนำจากอาจารย์ เพื่อการวิเคราะห์และศึกษาทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นและหาข้อสรุปของการศึกษาต่อไป การศึกษานี้พบว่าบทบัญญัติในเรื่องการลงทุนของพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 แสดงให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันในเรื่องการพัฒนาการค้า และไม่ทันต่อกันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงเสนอให้แก้ไขบทบัญญัติของพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 ตามมาตรา 22(1) เพื่อให้สมาคมการค้ามีทางเลือกในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของตนเองมากขึ้น โดยพิจารณาเลือกลงทุนในความเสี่ยงที่ต่ำ และยังเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคมการค้าที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำการส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจอันมิใช่เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้แบ่งปันกัน โดยดำเนินกิจการสนับสนุนสมาชิกในสมาคมการค้าให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เท่านั้น พร้อมกับวิเคราะห์แนวทางการกำกับดูแลการลงทุนของสมาคมการค้า


การกำหนดมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย, ศุภณัฐ จิตต์มาตร Jan 2022

การกำหนดมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย, ศุภณัฐ จิตต์มาตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาศึกษาฉบับนี้มุ่งศึกษาการกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลในมิติการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยทั้งในรูปแบบภาคบังคับ (mandatory disclosure) ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และภาคความสมัครใจ (voluntary disclosure) ตามคำแนะนำของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาการดำเนินธุรกิจไปสู่ความยั่งยืนของธนาคารพาณิชย์และภาคธุรกิจพร้อมทั้งเสนอแนะมาตรฐานและแนวทางในการกำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ วิธีวิจัยเอกัตศึกษาฉบันนี้ใช้วิธีวิจัยจากเอกสารโดยการศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์เกี่ยวกับทฤษฎีและหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลักการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนในมิติการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนศึกษาบทความ หนังสือ วารสาร รายงาน กฎหมายต่างประเทศ สื่ออินเตอร์เน็ต และคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาในประเด็นที่เหมาะสมเพื่อเสนอความเห็นและหาข้อสรุปของการศึกษา จากการศึกษาทำให้พบว่าสถาบันการเงินโดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ยังไม่ได้นำผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมไปเป็นต้นทุนดำเนินธุรกิจ และความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของแต่ละภาคส่วนยังมีความเข้าใจแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังปัญหาความไม่เท่าเทียมกันของข้อมูล ประกอบกับธนาคารพาณิชย์ยังไม่มีการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังมีปัญหาองค์ความรู้และทักษะของบุคลากรในภาคการเงินและภาคธุรกิจ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจแก้ไขได้ด้วยการกำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงเสนอแนวทางในการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและเปรียบเทียบกันได้ในระดับสากล


การกําหนดให้ความผิดเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, ณัฐชยา เดชมา Jan 2022

การกําหนดให้ความผิดเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, ณัฐชยา เดชมา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561นั้น จัดว่าเป็นปัญหาที่สำคัญมากปัญหาหนึ่งของประเทศ เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่นักลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว ยังกระทบกระเทือนต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอีกด้วย และด้วยเหตุที่การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง จึงทำให้ในปัจจุบันมีกลุ่มอาชญากรที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากการกระทำดังกล่าวในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นจำนวนมาก และปัญหาที่ตามมาคือผู้กระทำความผิดจะนํารายได้ที่ได้จากการกระทำความผิดนั้นไปทำการฟอกเงินเพื่อนําเงินดังกล่าวกลับเข้าสู่ระบบการเงินปกติ อีกทั้งยังนํามาใช้เป็นทุนในการประกอบความผิดต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายฉบับใดสามารถบังคับใช้เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้เองจึงจําเป็นต้องหามาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพเพื่อมาบังคับใช้ ได้แก่ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงและข้อสำคัญคือมีมาตรการริบทรัพย์สินที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้สามารถลดจำนวนผู้กระทำความผิด รวมถึงสกัดกั้นการฟอกเงินจากการกระทำความผิดที่กล่าวมาได้ จึงควรกําหนดให้การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เพื่อที่จะนํามาตรการทางกฎหมายจากพระราชบัญญัติดังกล่าวมาใช้ในการแก้ไขปัญหาได้


ปัญหาทางกฎหมายว่าด้วยการลงทุนของธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ในวิสาหกิจเริ่มต้น : ศึกษากรณีการลงทุนในบริษัทจำกัด, ปาณิสรา อารยะถาวร Jan 2022

ปัญหาทางกฎหมายว่าด้วยการลงทุนของธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ในวิสาหกิจเริ่มต้น : ศึกษากรณีการลงทุนในบริษัทจำกัด, ปาณิสรา อารยะถาวร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาในประเด็นการเสนอขายหุ้นเพิ่มเงินทุนของบริษัทจำกัดแก่ธุรกิจเงินร่วมลงทุนซึ่งถือเป็นบุคคลภายนอกและประเด็นการออกหุ้นในราคาต่ำกว่าราคาจดทะเบียนเพื่อให้สอดคล้องกับ Anti dilution provision อันจำเป็นต่อการเลือกลงทุนของ Venture Capital ในวิสาหกิจขนาดเริ่มต้นประเภทบริษัทจำกัด ในการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาดังกล่าว ได้อาศัยการค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากกฎหมาย ข้อบังคับ และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนบทความและข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต เป็นการวิจัยทางเอกสาร (Documentary Research) แล้วนำมาวิเคราะห์ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและเปรียบเทียบกฎหมายไทยกับกฎหมายในต่างประเทศเพื่อหาแนวทางในการพัฒนากฎหมายไทยต่อไป จากการศึกษาพบว่าปัญหาหลักของวิสาหกิจขนาดเริ่มต้นที่ยังไม่ประสบความสำเร็จคือปัญหาการขาดแคลนเงินทุน ธุรกิจเงินร่วมลงทุนจึงเป็นเครื่องมือการระดมทุนที่สำคัญของวิสาหกิจขนาดเริ่มต้น แต่เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1222 วางหลักไว้ว่าการออกหุ้นใหม่ของบริษัทจำกัดต่อเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม กรณีไม่สอดคล้องกับกฎหมายและประกาศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งไม่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติจริง และตามมาตรา 1105 วรรคหนึ่ง วางหลักไว้ว่า ห้ามมิให้ออกโดยราคาต่ำไปกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้ ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติทางการค้าของธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่มักตั้งเงื่อนไข Anti-Dilution Provision กฎหมายไทยจึงยังไม่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ และเป็นอุปสรรคต่อการระดมทุนของวิสาหกิจขนาดเริ่มต้น ทำให้ระบบนิเวศน์ทางธุรกิจ (Startup ecosystem) ของประเทศไทยยังไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ดังนั้น จึงควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1222 โดยให้สามารถขายหุ้นแก่บุคคลภายนอกได้ และควรแก้ไขมาตรา 1105 ให้บริษัทจำกัดสามารถออกหุ้นในราคาต่ำกว่าที่ตราไว้ ในกรณีที่บริษัทดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี บริษัทประสบปัญหาขาดทุน และผ่านการอนุมัติในมติที่ประชุมของผู้ถือหุ้นมาใช้ในประเทศไทย


การเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมและขนาดย่อยในประเทศไทยผ่านการใช้คาร์บอนเครดิตเป็นหลักประกัน, ธันวรัตน์ ปทุมาสูตร Jan 2022

การเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมและขนาดย่อยในประเทศไทยผ่านการใช้คาร์บอนเครดิตเป็นหลักประกัน, ธันวรัตน์ ปทุมาสูตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาถึงมาตรการทางกฎหมายในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับให้คาร์บอนเครดิตสามารถเป็นหลักประกันในการให้สินเชื่อแก่ ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (Micro-entrepreneurs, Small and Medium-sized Entrepreneurs : MSMEs) ของสถาบันการเงิน เพื่อแก้ปัญหาการไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนจากสถาบันการเงินเนื่องจากขาดหลักประกันในการได้รับสินเชื่อ ตลอดจนลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแก่ MSMEs จากการใช้บังคับของนโยบายการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและต่างประเทศ การวิจัยนี้พบว่า มีปัญหาในการกำหนดคำจำกัดความของทรัพย์สินที่สามารถนำมาเป็นหลักประกันได้ ภายใต้พระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 ที่ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจอื่นที่อยู่นอกเหนือมาตรา 8 และในกฎกระทรวงมาเป็นหลักประกันตามพระราชบัญญัติได้ อันทำให้เกิดความไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติที่ต้องการแก้ปัญหาข้อจำกัดในการนำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกัน นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดในด้านกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน ที่วางข้อจำกัดเรื่องหลักประกันในการให้สินเชื่อ ทำให้สถาบันการเงินไม่สามารถยอมรับหลักประกันที่ไม่ได้ถูกกำหนดไว้หรือไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ผู้วิจัยจึงได้เสนอแนวทางปรับปรุงพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 ตลอดจนกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถให้สินเชื่อแก่ MSMEs โดยมีทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันที่หลากหลายและคลอบคลุมทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น


ปัญหากฎหมายการถือหุ้นของตนเองและการซื้อหุ้นคืนของวิสาหกิจเริ่มต้นในประเทศไทย, ปภาวี ยิ่งกิจภิญโญ Jan 2022

ปัญหากฎหมายการถือหุ้นของตนเองและการซื้อหุ้นคืนของวิสาหกิจเริ่มต้นในประเทศไทย, ปภาวี ยิ่งกิจภิญโญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หลักการรักษาเงินทุนของบริษัทถือเป็นหลักการที่สำคัญของกฎหมายบริษัทที่มีขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันแก่เจ้าหนี้ในการได้รับชำระหนี้ และเพื่อคุ้มครองผู้ถือหุ้นมิให้ได้รับความเสียหายจากการที่ทุนของบริษัทลดลง อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ได้มีการยกเลิกหรือผ่อนคลายหลักการดังกล่าวลง เนื่องจากการกำหนดหลักการรักษาเงินทุนนั้นก่อให้เกิดความขัดข้องทางธุรกิจในทางปฏิบัติและก่อให้บริษัทเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น หากแต่เมื่อพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทจำกัดในประเทศไทยยังปรากฏว่าบทบัญญัติต่าง ๆ ยังคงรองรับหลักการรักษาเงินทุนอยู่โดยให้บริษัทปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด โดยมีบทบัญญัติซึ่งห้ามมิให้บริษัทถือหุ้นและซื้อหุ้นของตนเองคืนซึ่งไม่เหมาะสมต่อลักษณะการประกอบธุรกิจวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ในปัจจุบันซึ่งเป็นธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาถึงปัญหากฎหมายการถือหุ้นของตนเองและการซื้อหุ้นคืนของวิสาหกิจเริ่มต้นในประเทศไทย โดยวิเคราะห์ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่วิสาหกิจเริ่มต้นซึ่งมักจะจัดตั้งในรูปแบบของบริษัทจำกัดไม่สามารถซื้อหุ้นของตนเองคืนกลับมาและนำมาถือเองเพื่อนำไปใช้บริหารทางการเงินและใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารต่าง ๆ ของบริษัทได้ เช่น นำไปจัดสรรให้แก่พนักงานตามโครงการจัดสรรหุ้นให้พนักงานของบริษัท (ESOP) หรือการทยอยให้หุ้น (Vesting) ได้ และศึกษาเปรียบเทียบการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยบริษัทในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศสิงค์โปร์ รวมถึงหลักเกณฑ์ว่าด้วยวิธีการซื้อหุ้นคืนในบริษัทมหาชนจำกัดในประเทศไทยเพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายของประเทศไทยให้เหมาะสมและคุ้มครองผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ของบริษัท


การจัดตั้งกองทุนเฉพาะเพื่อประกันสิทธิเจ้าหนี้แรงงานระหว่างที่ลูกหนี้ล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการ, ณิชมน ฤทธิ์ผดุงศิลป์ Jan 2022

การจัดตั้งกองทุนเฉพาะเพื่อประกันสิทธิเจ้าหนี้แรงงานระหว่างที่ลูกหนี้ล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการ, ณิชมน ฤทธิ์ผดุงศิลป์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันความคุ้มครองลูกจ้างในฐานะเจ้าหนี้แรงงานในกระบวนการล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการใช้ระบบผสมโดยใช้บุริมสิทธิควบคู่กับระบบรับประกันค่าจ้างเพื่อลูกจ้างได้รับประกันค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ตามสัญญาจ้างในช่วงที่ลูกจ้างมีความเสี่ยงมากที่สุด และสามารถช่วงสิทธิจากลูกจ้างมาเรียกร้องจากกองทรัพย์สินของนายจ้าง เพื่อระบบบังคับหลักประกันในกระบวนการล้มละลายมีความแน่นอนและการให้กู้ยืมจากระบบสินเชื่อสะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริงเป็นผลให้ระบบเศรษฐกิจมีความมั่นคงยิ่งขึ้น ประเทศไทยคุ้มครองลูกจ้างโดยให้บุริมสิทธิและให้การสงเคราะห์ลูกจ้างผ่านกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สิทธิที่ลูกจ้างได้รับจึงไม่ใช่การประกันสิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานของลูกจ้าง ดังนั้นกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจึงไม่สามารถสวมบทบาทกองทุนประกันสิทธิเรียกร้องได้ จึงจำเป็นต้องศึกษาหลักการ แนวคิดและรูปแบบการจัดตั้งการประกันสิทธิเรียกร้องของลูกจ้างในกรณีนายจ้างล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการในรูปแบบกองทุน โดยนำแนวทางมาตรฐานระหว่างประเทศ รวมถึงศึกษาประเทศเกาหลีใต้และประเทศออสเตรเลียเพื่อเป็นมาตรฐานในการก่อตั้งกองทุนประกันสิทธิเรียกร้องโดยเสนอให้มีการประกับสิทธิเรียกร้องลูกจ้างโดยจัดตั้งในรูปแบบกองทุนเฉพาะเพื่อประกันสิทธิเจ้าหนี้แรงงานระหว่างที่ลูกหนี้ล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการเพื่อคุ้มครองลูกจ้างหรือเจ้าหนี้แรงงานต่อไป


ปัญหาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าป่วยการของอนุญาโตตุลาการในประเทศไทย, นิติพัฒน์ แสงเพชร Jan 2022

ปัญหาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าป่วยการของอนุญาโตตุลาการในประเทศไทย, นิติพัฒน์ แสงเพชร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีสำคัญที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศไทยโดยมุ่งจัดเก็บจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าและการให้บริการของผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจ ด้วยเหตุที่การจัดเก็บภาษีมีลักษณะเป็นการกระทบสิทธิในทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง การปรับใช้หรือตีความกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเป็นไปอย่างเคร่งครัดตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ อย่างไรก็ดี ในหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ 0702/8757 ลงวันที่ 29 กันยายน 2558 ซึ่งเป็นการตอบข้อหารือในประเด็นปัญหาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าป่วยการที่อนุญาโตตุลาการได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่นั้น ปรากฏว่ากรมสรรพากรกลับไม่ได้พิจารณาว่าอนุญาโตตุลาการเป็นผู้ประกอบการในทางธุรกิจหรือในทางวิชาชีพหรือไม่แต่อย่างใด ทั้งที่หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่บัญญัติเอาไว้ในประมวลรัษฎากร จากการศึกษาหลักเกณฑ์ตามประมวลรัษฎากรตลอดจนหลักการของกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มโดยเปรียบเทียบกับกรณีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าป่วยการของอนุญาโตตุลาการในราชอาณาจักรเดนมาร์กและสมาพันธรัฐสวิสพบว่าประเทศไทยยังมีการตีความและปรับใช้หลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าป่วยการที่อนุญาโตตุลาการได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติของประมวลรัษฎากรตลอดจนลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของอนุญาโตตุลาการ ผู้เขียนจึงได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการตีความการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าป่วยการดังกล่าวเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสอดคล้องกับลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของอนุญาโตตุลาการ ทั้งยังเพื่อเป็นการสร้างความแน่นอนในการจัดเก็บภาษีของประเทศไทยให้เป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับจากนักลงทุนทั้งภายในและภายนอกประเทศต่อไปด้วย


แนวคิดการหักค่าลดหย่อนและการเครดิตภาษีในระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, หฤษฎ ศิริวรรณพร Jan 2022

แนวคิดการหักค่าลดหย่อนและการเครดิตภาษีในระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, หฤษฎ ศิริวรรณพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ระบบการหักลดหย่อนตามประมวลรัษฎากรในปัจจุบันยังไม่สามารถสร้างการกระจายรายได้ตามจุดมุ่งหมายของภาษีเงินได้อัตราก้าวหน้าได้อย่างเต็มที่ส่งผลให้คนยากจนไม่สามารถยกระดับชีวิตของตนเองได้ ด้วยเหตุผลหลายประการคือ การขาดการตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายทางภาษี การใช้บทบัญญัติว่าด้วยการยกเว้นภาษีเพื่อจุดประสงค์ในการหักลดหย่อน การบรรเทาและการให้สิทธิประโยชน์แก่บุคคลผู้มีรายได้มาก การบรรเทาและการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มีผลกลับหัวกลับหาง กระทั่งความซับซ้อนในการปฏิบัติตามกฎหมาย เอกัตศึกษาชิ้นนี้ดำเนินการศึกษาโดยการทบทวนหลักการทางภาษีทั้งในส่วนเศรษฐศาสตร์ กฎหมาย ตลอดจน แนวคิดทางการเมืองในการกำหนดวิธีการบรรเทาภาระภาษีพบว่า การเครดิตภาษีจะสามารถช่วยให้เกิดการจัดเก็บภาษีตามหลักภาษีอากรที่ดีได้ดีกว่า สามารถจัดการปัญหาการสนับสนุนแบบกลับหัวได้อย่างเด็ดขาด สามารถกำหนดงบประมาณรายจ่ายทางภาษีได้ดี และสามารถตอบสนองนโยบายทางสังคมได้รวดเร็ว ดังที่ปรากฏตามแนวทางของสหรัฐอเมริกา กระนั้น ยังพบว่าการเครดิตภาษีสร้างภาระทางงบประมาณในการควบคุมดูแลมาด้วย ในทางกลับกัน การหักค่าลดหย่อนซึ่งเป็นวิธีดังเดิมในระบบกฎหมายภาษีและได้รับความนิยมในหลายประเทศก็สามารถจัดการกับปัญหาการกระจายรายได้โดยการกำหนดเพดานจำนวนที่สามารถหักค่าลดหย่อน และเป็นวิธีการที่คุ้นเคยกันอยู่เดิม โดยรัฐต้องกำหนดจำนวนการหักค่าลดหย่อนที่รอบคอบและเพียงเท่าที่จำเป็นได้ดังที่ปรากฏตามแนวทางของประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐจะเลือกใช้วิธีการใดเพื่อการบรรเทาหรือให้สิทธิประโยชนทางภาษีก็ตาม รัฐพึงต้องคำนึงถึงการตรวจสอบทางงบประมาณโดยรัฐสภาผ่านการกำหนดให้รัฐบาลต้องจัดทำงบประมาณรายจ่ายทางภาษี การกำหนดอำนาจผู้ที่สามารถเพิ่มหรือลดการบรรเทาภาระภาษีให้มีความสอดคล้อง ความจำเป็นในการตรากฎหมาย และความชอบด้วยกฎหมายของบทบัญญัติทางภาษี


แนวทางการปรับปรุงการคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางภาษี : ศึกษากรณีรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสาร, ปวริศา วานิช Jan 2022

แนวทางการปรับปรุงการคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางภาษี : ศึกษากรณีรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสาร, ปวริศา วานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มุ่งศึกษาหลักเกณฑ์ของการคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางภาษีของทรัพย์สินประเภทรถยนต์ประเภทรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมาย โดยมีสมมติฐานของการศึกษาวิจัยว่าปัจจุบันข้อจำกัดในการคำนวณค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินประเภทรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่อนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถคำนวณเป็นมูลค่าต้นทุนทรัพย์สินของกิจการได้ไม่เกินคันละ 1 ล้านบาทนั้น ไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับหลักการภาษีอากรที่ดีในเรื่องความเป็นธรรมและและความยืดหยุ่น และบริบททางด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงเห็นควรให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานรถยนต์ดังกล่าวของกิจการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ในการศึกษาและพิสูจน์สมมติฐานข้างต้นพบว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการแบ่งประเภทรถยนต์เอาไว้ตามกฎหมายพิกัดสรรพสามิตนั้นได้กำหนดไว้อย่างเหมาะสมแล้ว แต่หลักเกณฑ์ที่จำกัดมูลค่าต้นทุนของรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนไว้เพียง 1 ล้านบาทนั้นไม่เหมาะสมหลายประการ เนื่องจากมีการจำกัดมูลค่าที่ไม่สอดคล้องกับบริบททางด้านเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลมากกว่าที่ควรและเกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ประสงค์จะใช้รถยนต์ดังกล่าวในกิจการอย่างแท้จริง และอาจนำไปสู่การวางแผนเพื่อหลบหลีกภาษีอากรอันเป็นการขัดต่อหลักการจัดเก็บภาษีอากรตามหลักการภาษีอากร และหลักรายจ่ายทางภาษี ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงเสนอแนะให้มีการแก้ไขกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การจำกัดมูลค่าต้นทุน และเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ให้มีการแบ่งการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์มากขึ้น


ปัญหาการจัดเก็บภาษีลาภลอยกับธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย, สุประภา วิศิษฎ์สมบัติ Jan 2022

ปัญหาการจัดเก็บภาษีลาภลอยกับธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย, สุประภา วิศิษฎ์สมบัติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในหลายประเทศ รัฐจึงต้องมีการออกมาตรการในการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เป็นเหตุให้ภาครัฐสูญเสียงบประมาณจำนวนมาก และทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสภาพคล่องทางการเงินติดลบในช่วงหนึ่งกว่าแสนล้านบาท ด้วยเหตุที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้นก่อกำไรให้กับธุรกิจโรงกลั่นจึงมีผู้ออกมาเสนอให้ภาครัฐจัดเก็บภาษีจากโรงกลั่นน้ำมัน เอกัตศึกษาเล่มนี้จึงมุ่งศึกษาบทบาทของภาครัฐในทางเศรษฐกิจเพื่อเป็นหลักการรองรับความชอบธรรมในการแทรกแซงกลไกตลาด นอกจากนี้ยังได้หยิบยกกลไกการจัดเก็บภาษีลาภลอยในประเทศต่าง ๆ มาใช้ในการวิเคราะห์ถึงความเหมาะสม และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากมีการนำมาใช้ในประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า มาตรการที่ภาครัฐมานำมาใช้แก้ปัญหาราคาน้ำมันนั้นต่างตอบโจทย์ปัญหาคนละด้าน มาตรการภาษีลาภลอยเป็นมาตรการที่จะช่วยจำลองสภาพตลาดที่ดำเนินไปโดยการแข่งขันที่สมบูรณ์ และชดเชยเงินงบประมาณที่เสียไปให้แก่ภาครัฐและชดเชยค่าใช้จ่ายของประชาชน อย่างไรก็ตาม มาตรการภาษีลาภลอยมีผลเป็นการลดแรงจูงใจในการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการลงทุนของธุรกิจ รัฐจึงควรจัดเก็บภาษีลาภลอยเฉพาะเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วพบว่าธุรกิจโรงกลั่นได้รับลาภลอยจากกลไกตลาดที่ทำงานไม่สมบูรณ์ และเงินที่ได้รับจากการจัดเก็บภาษีจะคุ้มค่าต่อความสูญเปล่าทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น และการจัดเก็บภาษีลาภลอยควรจัดเก็บภาษีจากกำไรสุทธิเฉพาะส่วนเกินกว่ากำไรตามปกติการค้าเพื่อให้เกิดการจัดเก็บภาษีเฉพาะส่วนที่เป็นลาภลอยอย่างแท้จริง และลดโอกาสในการผลักภาระภาษี


ปัญหาการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: ศึกษากรณีการจดทะเบียนคู่ชีวิตตามร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. ...., สุธัชชา ขุนทองแก้ว Jan 2022

ปัญหาการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: ศึกษากรณีการจดทะเบียนคู่ชีวิตตามร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. ...., สุธัชชา ขุนทองแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประเทศไทยได้มีการร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. .... เพื่อเป็นกฎหมายที่รองรับความสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวระหว่างบุคคลเพศเดียวกันที่มีการอุปการะเลี้ยงดูและมีความสัมพันธ์ในด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างไปจากคู่สมรส แต่อย่างไรก็ดี ร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิตฯยังไม่ได้กล่าวถึงสิทธิและหน้าที่ของคู่ชีวิตตามกฎหมายอื่น ๆ อีกหลายประการรวมไปถึงสิทธิและหน้าที่ตามประมวลรัษฎากร เพราะหากร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิตฯมีผลบังคับใช้แล้วแต่กลับไม่มีการอำนวยความเป็นธรรมให้แก่คู่ชีวิตย่อมก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของความไม่เท่าเทียมตามมา ประกอบกับการตีความกฎหมายภาษีอากรต้องตีความอย่างเคร่งครัดเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เมื่อประมวลรัษฎากรกำหนดไว้แต่เพียงคู่สมรสที่ต้องเป็นชายและหญิงที่จดเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นจึงจะมีสิทธิและหน้าที่ทางภาษีในเรื่องของการยื่นแบบรายการและเสียภาษีรวมไปถึงการบรรเทาภาระภาษี ทำให้แม้จะมีการยอมรับสถานะคู่ชีวิตแล้วก็ไม่สามารถนำบทบัญญัติตามประมวลรัษฎากรมาใช้บังคับแก่คู่ชีวิตได้ทันที ย่อมแสดงถึงความไม่พร้อมในการรองรับสถานะคู่ชีวิตและก่อให้เกิดไม่เป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีและไม่เป็นไปตามหลักความเสมอภาคทางภาษีอากรที่ไม่ควรเลือกปฏิบัติต่อเพศสภาพหรือเพศวิถีของผู้เสียภาษี รายงานเอกัตศึกษาฉบับนี้จึงได้ทำการศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีเงินได้ของคู่ชีวิตในประเทศไอร์แลนด์ที่มีการบังคับใช้และกำหนดสิทธิและหน้าที่ทางภาษีของคู่ชีวิตเช่นเดียวกับคู่สมรส เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคู่ชีวิตในประเทศไทยให้เกิดความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ


ปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างศึกษากรณีบ้านที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามสภาพ, เรี่ยมพลอย กุศลชู Jan 2022

ปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างศึกษากรณีบ้านที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามสภาพ, เรี่ยมพลอย กุศลชู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ “บ้านที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามสภาพ" อยู่ในบทบังคับที่จะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นเช่นเดียวกับการใช้ประโยชน์อื่น ๆ แต่กฎกระทรวงกำหนดที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ พ.ศ. 2562 วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ “บ้านที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามสภาพ" ไม่ชัดเจน รวมถึงกรณีบ้านอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ส่งผลต่อการใช้ดุลพินิจในการตีความหลักเกณฑ์ดังกล่าวอันนำไปสู่ความไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียภาษีและขัดกับหลักภาษีอากรที่ดี เอกัตศึกษาฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีจากสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามสภาพโดยเปรียบเทียบกับแนวทางการจัดเก็บภาษีจากบ้านที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีลักษณะถูกทิ้งร้างหรือไม่ทำประโยชน์ ในประเทศอังกฤษและประเทศไอร์แลนด์ตามหลักการทางภาษีทรัพย์สิน เพื่อปรับปรุงกฎหมายโดยการกำหนดนิยามและลักษณะของบ้านที่ทิ้งร้างหรือบ้านไม่ทำประโยชน์หรือบ้านว่างตามกฎกระทรวงฯ ให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีถนนและลาน, ภัสนันท์ สิทธิจรรยาวัลย์ Jan 2022

การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีถนนและลาน, ภัสนันท์ สิทธิจรรยาวัลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เนื่องจากทรัพย์สินเป็นเครื่องมือวัดความสามารถในการเสียภาษีของผู้เสียภาษีตามหลักการจัดเก็บภาษีจากฐานทรัพย์สิน จึงมุ่งประเด็นวิเคราะห์ในบทบรรเทาภาระภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งให้อำนาจในการยกเว้นภาษีในสิ่งปลูกสร้างที่เป็น ถนน ลาน ตามกฎกระทรวง และให้อำนาจการลดภาษีในสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ตั้งของถนนหรือทางยกระดับ ที่เป็นทางพิเศษหรือเป็นทางหลวงสัมปทาน ในอัตราร้อยละ 90 ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสียสำหรับสิ่งปลูกสร้างนั้นตามพระราชกฤษฎีกา โดยไม่พิจารณาถึงลักษณะแห่งการใช้ประโยชน์เป็นเหตุผลที่สมควรและมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ นอกจากนี้ในแนวทางตีความนิยามสิ่งปลูกสร้าง ถนนและลาน ยังมีประเด็นความไม่ชัดเจนว่าเข้าข่ายเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ ผลการศึกษาพบว่า หลักการตีความกฎหมายภาษีอากร ต้องอาศัยการศึกษาวิเคราะห์จากกฎหมายเดิมอันเป็นรากฐานที่เคยมีการบังคับใช้ ซึ่ง ถนนและลาน ล้วนมีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้าง อีกทั้ง การบรรเทาภาระภาษีด้วยการยกเว้นและลดภาษีในสิ่งปลูกสร้างที่เป็น ถนน ลาน โดยไม่มีข้อจำกัดแห่งการบรรเทาให้แตกต่างตามลักษณะการใช้ประโยชน์ นอกจากไม่เป็นไปตามหลักการยกเว้นภาษีและไม่สะท้อนหลักอำนวยรายได้แล้ว ยังไม่เคารพหลักความสามารถในการเสียภาษีอีกเช่นกัน ในขณะที่กฎหมายทรัพย์สินของกรณีศึกษาต่างประเทศ นอกจากจะกำหนดหลักเกณฑ์แห่งการยกเว้นภาษีทรัพย์สินตามหลักทฤษฎีแล้ว ยังมีกำหนดถึงข้อจำกัดแห่งการยกเว้นภาษี อีกทั้งยังมีความละเอียดถี่ถ้วนในการจัดแบ่งประเภทลักษณะการใช้ประโยชน์ จึงขอเสนอให้จัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จากสิ่งปลูกสร้างกรณี ถนนและลาน ให้มีความเหมาะสมตามสัดส่วนของความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น และจำกัดกรณีแห่งการยกเว้นภาษีไว้เฉพาะลักษณะแห่งการใช้ประโยชน์บางประเภทเท่านั้น โดยควรจัดเก็บภาษีจากถนนและลานที่มีลักษณะการใช้ประโยชน์อื่นในทางพาณิชยกรรม


ปัญหาการคัดค้านและการแก้ไขบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, วศวดี มีนพัฒนสันติ Jan 2022

ปัญหาการคัดค้านและการแก้ไขบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, วศวดี มีนพัฒนสันติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มุ่งศึกษาปัญหาเกี่ยวกับการคัดค้านและการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของประเทศไทยในปัจจุบัน ผลที่ได้จากการศีกษาค้นคว้าคือ การจัดเก็บภาษีทรัพย์สินประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของประเทศไทยอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. 2562 โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดทำบัญชีราคากำหนดประเมินทรัพย์สินนั้น คือ คณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐประจำจังหวัด โดยมีกรมธนารักษ์เข้ามาควบคุมมาตรฐานในการจัดทำบัญชีกำหนดราคาประเมินทรัพย์สิน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่ประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับจากคณะกรรมการประจำจังหวัด และจัดเก็บภาษีภายในท้องถิ่นของตนเท่านั้น จะเห็นได้ว่ามีการทำงานของสองหน่วยงานควบคู่กันในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคือคณะกรรมการประจำจังหวัด และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผู้เขียนพบว่ายังคงมีปัญหาหลายประการเกี่ยวกับการคัดค้านและแก้ไขเปลี่ยนแปลงบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ดังนั้นผู้เขียนจึงได้ศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของกฎหมายภาษีทรัพย์สินของประเทศไทยในอดีต และกฎหมายมลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศสิงคโปร์ เพื่อนำหลักการและแนวคิดมาปรับใช้กับโครงสร้างระบบภาษีของประเทศไทยในอนาคตต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยมีกรอบแนวทางที่ชัดเจนในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


ปัญหาการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะในการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ประกอบกิจการของนิติบุคคล:กรณีถูกบังคับให้มีการจำหน่ายที่ดินที่มีไว้เพื่อประกอบกิจการของนิติบุคคลต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดิน, ธีธัช รัตนปนัดดา Jan 2022

ปัญหาการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะในการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ประกอบกิจการของนิติบุคคล:กรณีถูกบังคับให้มีการจำหน่ายที่ดินที่มีไว้เพื่อประกอบกิจการของนิติบุคคลต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดิน, ธีธัช รัตนปนัดดา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 มาตรา 4 กำหนดให้ การขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ประกอบกิจการของนิติบุคคลถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ในทางค้าหากำไรตามประมวลรัษฎากรมาตรา 91/2 (6) จึงอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งหากพิจารณาจากแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ดังที่ปรากฎในหนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากรจะเห็นว่าทุกกรณีที่นิติบุคคลกระทำการอันเป็นการ “ขาย" อสังหาริมทรัพย์ในทุกกรณี โดยไม่คำนึงว่านิติบุคคลผู้ขายมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งขึ้นเพื่ออะไรหรือจะได้กระทำการอันเป็นการขายโดยสมัครใจหรือไม่หรือได้กระทำมีค่าตอบแทนหรือไม่ ล้วนอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในทุกกรณีเนื่องมาจากเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ประกอบกิจการของนิติบุคคล อันเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ในทางค้าหรือหากำไรในทุกกรณี แต่อย่างไรก็ดีหากพิจารณาจากแนวทางตามที่ปรากฏในคำพิพากษาศาลฎีกาจะพบว่า กรณีที่นิติบุคคลกระทำการอันมีลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์โดยบังคับของกฎหมาย ถ้านิติบุคคลดังกล่าวไม่ได้ประกอบธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ในทางการค้า การขายดังกล่าวไม่ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ในทางค้าหรือหากำไร อันอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด นำมาสู่ประเด็นที่ต้องพิจารณาว่ากรณีบังคับขายที่ดินของนิติบุคคลต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดินโดยวิธีการบังคับจำหน่ายโดยอธิบดีกรมที่ดินหรือผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งมีการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะในกรณีดังกล่าวเนื่องจากเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่นิติบุคคลมีไว้ประกอบกิจการอันเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ในทางค้าหรือหากำไร เมื่อกรณีดังกล่าวไม่เป็นการขายด้วยความสมัครใจเนื่องจากเป็นการบังคับขายที่ดินโดยผลของประมวลกฎหมายที่ดินจึงไม่ควรเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ในทางค้าหรือหากำไรอันอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเช่นเดียวกันกับกรณีตามที่ปรากฎในแนวทางตามคำพิพากษาของศาลฎีกา


การระงับข้อพิพาททางภาษีระหว่างประเทศด้วยวิธีการจัดทำความตกลงตามวิธีการดำเนินการเพื่อความตกลงร่วมกันในประเทศไทย, นัชชา นิมมานเศรษฐกุล Jan 2022

การระงับข้อพิพาททางภาษีระหว่างประเทศด้วยวิธีการจัดทำความตกลงตามวิธีการดำเนินการเพื่อความตกลงร่วมกันในประเทศไทย, นัชชา นิมมานเศรษฐกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิธีการดำเนินการเพื่อความตกลงร่วมกัน (Mutual Agreement Procedure: MAP) เป็นหนึ่งในปฏิบัติการต่อต้านและป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีและการโยกย้ายกำไร (Anti Based-Erosion and Profit Shifting: BEPS) ซึ่ง Model Tax Convention ได้วางหลักให้ผู้เสียภาษีสามารถติดต่อไปยังหน่วยงานผู้มีอำนาจของรัฐคู่สัญญาได้ในกรณีที่เห็นว่าตนถูกจัดเก็บภาษีไม่เป็นไปตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ทั้งนี้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงมาตรการภายในของรัฐคู่สัญญา ภายใน 3 ปี นับแต่ได้รับการแจ้งเตือนครั้งแรกที่มีผลทำให้เกิดการจัดเก็บภาษีที่ไม่เป็นไปตามอนุสัญญาภาษีซ้อน โดยที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ (Competent Authority) ของรัฐคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ในการเจรจาและหารือกันเพื่อระงับข้อพิพาทที่ไม่เป็นไปตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ภายหลังจากลงนามเป็นภาคี ประเทศไทยได้อนุวัติการกฎระเบียบภายในเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของ OECD แต่อย่างไรก็ดี จากรายงานทบทวนของ OECD พบว่า มาตรการ MAP ของไทยยังคงยังมีข้อจำกัดสำหรับผู้เสียภาษี ทั้งขั้นตอนการพิจารณาคำขอจัดทำ MAP ขั้นตอนจัดทำข้อตกลง MAP หรือจนถึงภายหลังการจัดทำ MAP ไม่ว่าจะเป็นประเด็นสิทธิของผู้เสียภาษีในการเข้าถึง MAP โดยไม่ต้องคำนึงมาตรการภายใน มาตรการในการจัดทำ MAP บนหลักสุจริตและภายในเวลาเหมาะสม มาตรการในการบังคับใช้ข้อตกลง MAP รวมถึงแนวทางการพิจารณาข้อพิพาทกรณีที่มีการจัดทำ MAP ควบคู่ไปกับดำเนินการตามมาตรการภายใน เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงศึกษาแนวคิดของการนำ MAP มาใช้ในการระงับข้อพิพาททางภาษีระหว่างประเทศของประเทศไทยเปรียบเทียบกับแนวทางของต่างประเทศและหลักการที่ OECD กำหนดเอาไว้ ซึ่งพบประเด็นที่ผู้เขียนเห็นว่าเพื่อให้มาตรการของไทยมีความสอดคล้องกับหลักการที่ OECD และ Multilateral Instrument (MLI) ที่ไทยได้ลงนามข้อตกลง ประเทศไทยควรพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินการตาม MAP เพื่อให้สามารถจัดทำ MAP บนหลักสุจริตและภายในระยะเวลาเหมาะสม รับรองสิทธิในการเข้าถึงการจัดทำ MAP แนวทางในการบังคับข้อตกลง MAP และมาตรการในการติดตามการบังคับใช้ข้อตกลง MAP ในประเทศ


ปัญหาการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร, ศิรประภา พิมพการ Jan 2022

ปัญหาการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร, ศิรประภา พิมพการ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันศาลภาษีอากรเป็นศาลที่มีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีภาษีอากรเฉพาะคดีแพ่งเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันกลับไม่มีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร เนื่องจากไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจศาลภาษีอากรในเรื่องดังกล่าวเอาไว้ ทำให้คดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรต้องไปดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลยุติธรรมอื่นไม่ว่าจะเป็นศาลจังหวัด ศาลแขวง หรือศาลอาญา อันเป็นการสร้างภาระให้แก่คู่ความในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีภาษีอากรในหลายศาล จากการศึกษาพบว่า ควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 ให้ศาลภาษีอากรมีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรด้วย และควรแก้ไขบทบัญญัติกฎหมายให้สอดคล้องกับการให้คดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรอยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากร การแก้ไขดังกล่าวจะทำให้คดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรโดยตรงได้รับการพิจารณาพิพากษาโดยผู้พิพากษาที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ส่งผลให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปด้วยความถูกต้อง สะดวกรวดเร็ว เป็นธรรม นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระให้กับประชาชนทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย และทำให้การจัดเก็บภาษีอากรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


แนวทางการพัฒนาศุภนิติกระบวนในการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ: กรณีการนั่งพิจารณาเสมือนจริงในการระงับข้อพิพาททางพาณิชย์ระหว่างประเทศ, เกวลี เมืองแก้ว Jan 2022

แนวทางการพัฒนาศุภนิติกระบวนในการดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ: กรณีการนั่งพิจารณาเสมือนจริงในการระงับข้อพิพาททางพาณิชย์ระหว่างประเทศ, เกวลี เมืองแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาศุภนิติกระบวนในการพิจารณาข้อพิพาทในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual Hearings) ในการอนุญาโตตุลาการเพื่อสร้างแนวปฏิบัติที่มีความชัดเจนและเหมาะสมในการนั่งพิจารณาเสมือนจริงโดยคำนึงถึงหลักความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) และความสอดคล้องกับศุภนิติกระบวน (Due process) ในการอนุญาโตตุลาการเป็นสำคัญ จากการศึกษาพบว่าแม้ว่าการนั่งพิจารณาคดีเสมือนจริงก่อให้เกิดความมีประสิทธิภาพ ได้แก่ คู่พิพาท จะได้รับความคุ้มค่า ความสะดวก และความรวดเร็ว เป็นต้น แต่คำชี้ขาดที่ทำขึ้นโดยมีการพิจารณาเสมือนจริงอาจจะมีปัญหาในประเด็นความแตกต่างของเวลาในแต่ละประเทศ ปัญหาข้อจำกัดในการสืบพยานหรือตรวจสอบพยานหลักฐาน ความน่าเชื่อถือของพยานที่อยู่ต่างสถานที่กันและอุปสรรคในการปรึกษาระหว่างทนายความและคู่พิพาทที่อยู่ต่างพื้นที่กัน เป็นต้น และอาจทำให้เกิดความเสียเปรียบในการต่อสู้คดีส่งผลให้กระบวนการอนุญาโตตุลาการไม่สอดคล้องกับ “ศุภนิติกระบวน" ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญของการอนุญาโตตุลาการอีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเหตุที่ศาลจะนำมาพิจารณาปฏิเสธการยอมรับและบังคับตามคำชี้ขาดตามมาตรา 5 แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือและการบังคับตามคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ 1958 และพบว่าสถาบันอนุญาโตตุลาการต่าง ๆ ในต่างประเทศได้มีการแก้ไขข้อบังคับว่าด้วยการอนุญาโตตุลาการและจัดทำแนวปฏิบัติว่าด้วยการพิจารณาเสมือนจริงไว้โดยเฉพาะอีกทั้งพิจารณาได้ว่าแนวทางว่าด้วยการพิจารณาข้อพิพาทดังกล่าวที่ใช้ในประเทศไทยยังขาดความชัดเจนและความเหมาะสมสำหรับการนั่งพิจารณาเสมือนจริงที่จะสามารถทำให้กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นไปตามหลักความมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับศุภนิติกระบวน ด้วยเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงเห็นว่าประเทศไทยควรที่จะมีการพัฒนาแนวปฏิบัติสำหรับการพิจารณาข้อพิพาทในรูปแบบดังกล่าว โดยผู้เขียนเสนอให้มีการแก้ไขข้อบังคับอนุญาโตตุลาการและเสนอให้มีการจัดทำแนวทางปฏิบัติการพิจารณาข้อพิพาทในรูปแบบเสมือนจริงในการอนุญาโตตุลาการเพื่อให้มีความชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงหลักความมีประสิทธิภาพและความสอดคล้องกับศุภนิติกระบวนเป็นสำคัญ


ปัญหาทางกฎหมายของค่าบริการในร้านอาหาร : ศึกษากรณีข้อสัญญาไม่เป็นธรรมของการเรียกเก็บค่าบริการในร้านอาหาร, ทัชชกร ลิ้มกีรติ Jan 2022

ปัญหาทางกฎหมายของค่าบริการในร้านอาหาร : ศึกษากรณีข้อสัญญาไม่เป็นธรรมของการเรียกเก็บค่าบริการในร้านอาหาร, ทัชชกร ลิ้มกีรติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันการรับประทานอาหารนอกบ้านเริ่มมีความนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะการรับประทานอาหารตามร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า เนื่องจากมีความรวดเร็ว และสะดวกต่อการเดินทาง และในบางครั้งยังเป็นกิจกรรมประจำวันหยุดของครอบครัวด้วยเช่นกัน โดยการรับประทานอาหารในร้านอาหารดังกล่าว จะมีการเรียกเก็บค่าบริการที่เป็นพิเศษเพิ่มเติมขึ้นมาจากค่าอาหาร ซึ่งการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวยังไม่มีกฎหมายกำหนดสถานะ และสภาพบังคับ รวมถึงยังไม่มีการออกกฎหมาย หรือหลักเกณฑ์ที่เข้ามาควบคุม กำกับ ดูแลในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ ทำให้ยังไม่มีมาตรฐานในการเรียกเก็บค่าบริการอันเป็นพิเศษนี้ ส่งผลให้ยังมีความไม่แน่นอนในการเรียกเก็บค่าบริการในร้านอาหาร เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาแนวคิด หลักเกณฑ์เกี่ยวกับค่าบริการ รวมถึงกฎหมายที่บังคับใช้และเกี่ยวข้องกับค่าบริการของประเทศไทย เปรียบเทียบกับสาธารณรัฐสิงคโปร์ และมลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อวิเคราะห์ถึงหลักการ และแนวคิด รวมถึงเปรียบเทียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับค่าบริการในประเทศต่าง ๆ เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมและสามารถปรับใช้กับการออกกฎหมายเกี่ยวกับค่าบริการในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม


สิทธิในการรับมรดกของบิดามารดาและบุตร ศึกษากรณีบิดามารดาทอดทิ้งและไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุตร, นันทินี บูรณานุสรพงษ์ Jan 2022

สิทธิในการรับมรดกของบิดามารดาและบุตร ศึกษากรณีบิดามารดาทอดทิ้งและไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุตร, นันทินี บูรณานุสรพงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มุ่งศึกษากฎหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดาและบุตรในเรื่องหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูกับสิทธิในการรับมรดกของบิดามารดาที่ไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุตร กรณีที่บุตรอยู่ในสถานะเจ้ามรดก เพื่อศึกษาว่าในปัจจุบันประเทศไทยมีการคุ้มครองบุตรที่ไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากบิดามารดาเพียงพอแล้วหรือไม่ เนื่องด้วยกฎหมายมิได้บัญญัติผลทางกฎหมายไว้โดยชัดแจ้งในประเด็นเรื่องสิทธิในการรับมรดกของบิดามารดาที่ไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุตร ทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ว่าด้วยมรดก เรื่องการเสียสิทธิในการรับมรดกเพราะเหตุถูกกำจัดมิให้รับมรดกก็มิได้บัญญัติคุ้มครองบุตรผู้เป็นเจ้ามรดกในกรณีที่ถูกบิดามารดาทอดทิ้งและไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูไว้โดยเฉพาะซึ่งก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อตัวบุตรผู้เป็นเจ้ามรดกเมื่อตนถึงแก่ความตาย แต่บิดามารดานั้นกลับมีสิทธิในการรับมรดกของบุตรได้ตามกฎหมายในฐานะทายาทโดยธรรม ในกรณีที่บุตรมิได้ทำพินัยกรรมไว้ จากการศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายครอบครัวและมรดกของสาธารณรัฐเกาหลีและสาธารณรัฐประชาชนจีน พบว่าต่างมีบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่ง เรื่องสิทธิในการรับมรดกของบิดามารดาที่ไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุตร รวมถึงทายาทที่ละเลยหรือทอดทิ้งเจ้ามรดกไว้เป็นการเฉพาะในการคุ้มครองสิทธิของเจ้ามรดกที่ไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดู ซึ่งแตกต่างจากกฎหมายไทยที่ไม่มีบทบัญญัติในการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่บุตรผู้เป็นเจ้ามรดกที่ถูกบิดามารดาทอดทิ้งแต่อย่างใด ผลของการศึกษานำไปสู่ข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยควรมีบทบัญญัติเรื่องการเสียสิทธิในการรับมรดกของทายาทผู้ที่ไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูเจ้ามรดกไว้โดยเฉพาะในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 โดยการกำจัดสิทธิในการรับมรดกของบิดามารดาที่ไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูบุตร ผู้เขียนจึงขอเสนอให้มีการบัญญัติเพิ่มเติมให้การที่ไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูเจ้ามรดกเป็นหนึ่งในเหตุที่ถูกกำจัดมิให้รับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1606 โดยนำหลักกฎหมายในเรื่องการเสียสิทธิในการรับมรดกของสาธารณรัฐเกาหลีและสาธารณรัฐประชาชนจีนมาเป็นแนวทางปรับใช้ เพื่อคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่บุตรผู้ที่ถูกทอดทิ้งและไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดู


ปัญหาการนำหลักการสร้างสรรค์ทางปัญญาของผู้สร้างสรรค์ตามการตีความของประเทศอังกฤษมาใช้ใน ระบบลิขสิทธิ์ไทย : ศึกษาเปรียบเทียบกรณีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์, ปาริชา โฉมยงค์ Jan 2022

ปัญหาการนำหลักการสร้างสรรค์ทางปัญญาของผู้สร้างสรรค์ตามการตีความของประเทศอังกฤษมาใช้ใน ระบบลิขสิทธิ์ไทย : ศึกษาเปรียบเทียบกรณีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์, ปาริชา โฉมยงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์นี้ศึกษาถึงปัญหาการตีความหลักการสร้างสรรค์ด้วยตนเอง (Originality) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งได้การได้มาซึ่งการคุ้มครองทางลิขสิทธิ์ของกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย ซึ่งได้กำหนดให้งานที่ถูกสร้างสรรค์อันจะได้รับความคุ้มครองทางลิขสิทธิ์จะต้องเป็นงานที่มีการสร้างสรรค์ด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็ตาม ในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 นั้นไม่ได้มีการกำหนดนิยามหรืออธิบายถึงหลักดังกล่าวไว้ แต่ในทางปฏิบัติคำพิพากษาศาลไทยได้มีการตีความหลักการสร้างสรรค์ด้วยตนเองโดยการนำหลักวิริยะ ทักษะ วิจารณญาณ (Skill Labour Judgement) มาบังคับใช้ ซึ่งหลักดังกล่าวปัจจุบันประเทศอังกฤษ สหภาพยุโรป รวมถึงอีกหลายประเทศไม่ได้มีการบังคับใช้หลักนี้ในการตีความหลักการสร้างสรรค์ด้วยตนเอง หากแต่บังคับใช้หลักสร้างสรรค์ทางปัญญาของผู้สร้างสรรค์ (Author’s Own Intellectual Creation) มาใช้ในการตีความการสร้างสรรค์ด้วยตนเองแทน ผู้เขียนจึงได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและผลกระทบของการนำหลักการสร้างสรรค์ทางปัญญาของผู้สร้างสรรค์ตามการตีความของประเทศอังกฤษมาใช้ในระบบลิขสิทธิ์ไทยโดยจะศึกษาเปรียบเทียบกรณีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาซึ่งรวมถึงการพิจารณาออกบทบัญญัติกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนในการบังคับใช้ และเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด


ข้อพิจารณาทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้อัตลักษณ์ดิจิทัลในการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์, ปาลิตา รุ่งระวี Jan 2022

ข้อพิจารณาทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้อัตลักษณ์ดิจิทัลในการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์, ปาลิตา รุ่งระวี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันมีการใช้อัตลักษณ์ดิจิทัลและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นผ่านกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตน แต่ยังคงมีปัญหาในการนำไปใช้ซึ่งเกิดจากการไม่แยกพิจารณาหน้าที่ของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์กับอัตลักษณ์ดิจิทัล โดยผู้ใช้จำเป็นต้องรู้และเข้าใจถึงหน้าที่ของลายมือชื่อและอัตลักษณ์ดิจิทัลก่อน อันจะทำให้การใช้งานมีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ดี กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์รองรับให้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์และอัตลักษณ์ดิจิทัลมีผลทางกฎหมาย น่าเชื่อถือและใช้งานได้ แต่ความน่าเชื่อถือนั้นอาจถูกโต้แย้งได้จากประเด็นทางด้านเทคนิค บุคคลและเจตนา จึงจำเป็นต้องมีหลักฐานในการตรวจสอบการใช้อัตลักษณ์ดิจิทัลและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ การใช้อัตลักษณ์ดิจิทัลและการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นเรื่องของการพิสูจน์และยืนยันตัวตนเช่นกัน แม้จะเป็นการดำเนินการทางดิจิทัลแต่กฎหมายก็รองรับในสิทธิในอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคล การนำไปใช้งานจะไม่มีปัญหาความชัดเจนหากเข้าใจถึงแนวคิดทางกฎหมาย นอกจากนี้ การนำไปใช้งานควรต้องใช้ให้ถูกต้องตามหน้าที่ของสิ่งนั้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความไม่ชัดเจนในเรื่องความน่าเชื่อถือและการใช้งานได้ ดังนั้น จากประเด็นปัญหาที่เกิดจึงต้องทำให้ข้อพิจารณาในด้านต่าง ๆ ของอัตลักษณ์ดิจิทัลและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีความชัดเจน


ปัญหาทางกฎหมายในการเข้าจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย : ศึกษากรณีบริษัทที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะสำหรับการควบรวมกิจการ, พัชราพรรณ รัตนไมตรีเกียรติ Jan 2022

ปัญหาทางกฎหมายในการเข้าจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย : ศึกษากรณีบริษัทที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะสำหรับการควบรวมกิจการ, พัชราพรรณ รัตนไมตรีเกียรติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บริษัทที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะสำหรับการควบรวมกิจการ (Special Purpose Acquisition Company) เป็นการระดมทุนรูปแบบหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในต่างประเทศตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1992 โดยการจัดตั้งบริษัทที่ไม่มีการประกอบกิจการ และนำหุ้นของบริษัทดังกล่าวออกจำหน่ายแก่สาธารณะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ระดมทุนได้ไปควบรวมกิจการกับบริษัทอื่น ทั้งนี้ ในประเทศไทยยังไม่สามารถระดมทุนในรูปแบบดังกล่าวได้ เนื่องจากอุปสรรคทางกฎหมายจากการขาดหลักเกณฑ์การอนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และเกณฑ์การรับหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่สอดคล้องกับโครงสร้างของบริษัทประเภทดังกล่าว และอุปสรรคจากข้อจำกัดของข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการรับหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน พ.ศ. 2558 (“หลักเกณฑ์การรับจดทะเบียน") เป็นเหตุให้บุคคลที่มีส่วนได้เสียไม่ได้รับประโยชน์จากการระดมทุนโดยใช้บริษัทที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ ฯ อย่างที่ควร เอกัตศึกษาฉบับนี้จึงเป็นการศึกษาเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์ในเรื่องเดียวกันของสหรัฐเมริกา สิงคโปร์ และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เพื่อวิเคราะห์แนวทางในการปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับจดทะเบียนของไทยและขจัดอุปสรรคในการระดมทุนด้วยการเสนอขายหลักทรัพย์ออกใหม่ของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะฯ


อาชีพช่างตัดผมภายใต้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560, ศักดา เจริญสันติพงศ์ Jan 2022

อาชีพช่างตัดผมภายใต้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560, ศักดา เจริญสันติพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

อาชีพช่างตัดผม เป็นอาชีพหนึ่งที่ถูกกำหนดให้เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนชาติตามกฎหมาย ห้ามมิให้คนต่างด้าวทำในราชอาณาจักรไทยโดยเด็ดขาดภายใต้กฎหมายมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันความต้องการในการใช้บริการช่างตัดผมชาวต่างชาติที่มีทักษะความสามารถได้เกิดขึ้นในสังคม จากกระแสนิยมวัฒนธรรมต่างชาติที่ได้รับการยอมรับประกอบกับการบังคับใช้กฎหมายกับคนต่างด้าวนั้นเป็นไปอย่างไม่สม่ำเสมอ ทำให้มีร้านตัดผมที่ดำเนินธุรกิจโดยช่างตัดผมชาวต่างชาติเปิดให้บริการอย่างเปิดเผย และมีผู้ใช้บริการมากมาย ซึ่งเป็นลักษณะของกฎหมายที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของสังคม เอกัตตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักการของกฎหมายในการกำหนดให้อาชีพช่างตัดผมเป็นอาชีพสงวน ศึกษาแนวทางที่เหมาะสมและประโยชน์ในการปรับให้อาชีพช่างตัดผมเป็นอาชีพที่อนุญาตให้คนต่างด้าวทำได้ โดยทำการวิจัยเชิงเอกสาร ค้นคว้ารวบรวมข้อมูลกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานการประกอบอาชีพช่างตัดผมของประเทศไทย ประเทศออสเตรเลีย และ ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ หาข้อสรุป และเสนอแนวทางการวางมาตรฐานอาชีพสำหรับช่างทำผมที่จะประกอบอาชีพในประเทศไทยหากมีการปรับให้อาชีพช่างตัดผมเป็นอาชีพที่อนุญาตให้คนต่างด้าวทำได้ จากการศึกษาพบว่า ความเปลี่ยนแปลงของความต้องการในการใช้บริการช่างตัดผมชาวต่างชาตินั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมของกฎหมาย ผู้วิจัยได้ศึกษาเปรียบเทียบหลักเกณฑ์การเข้าสู่อาชีพช่างตัดผมของประเทศไทยและต่างประเทศแล้ว พบว่าในต่างประเทศมีวิธีการคัดกรองบุคคลากรเข้าสู่อาชีพช่างตัดผมที่หลากหลาย และเหมาะสมต่อสถานการณ์ความต้องการของสังคมมากกว่าการคัดกรองด้วยสัญญาติของประเทศไทยในปัจจุบัน ผู้วิจัยจึงได้เสนอแนวทางกำหนดมาตรฐานการคัดกรองบุคคลากรเข้าสู่อาชีพช่างตัดผมอันมีหลักเกณฑ์ยึดโยงกับมาตรฐานความสามารถ ฝีมือ และทักษะของช่างตัดผมโดยให้ใช้บังคับกับทั้งช่างตัดผมชาวไทยและชาวต่างชาติ อันจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะในด้านเศรษฐกิจและสังคม หรือด้านการส่งเสริมการแข่งขันและพัฒนาทักษะของช่างตัดผมไทย โดยไม่ต้องกำหนดให้อาชีพช่างตัดผมเป็นอาชีพสงวนเฉพาะชาติไทยอีกต่อไป


การคุ้มครองสิทธิบัตรเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ : ศึกษาเฉพาะกรณีการตรวจสอบสิทธิบัตรการประดิษฐ์เปรียบเทียบระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และ ไทย, อวิรุทธ์ อภิศิกาญจนพงศ์ Jan 2022

การคุ้มครองสิทธิบัตรเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ : ศึกษาเฉพาะกรณีการตรวจสอบสิทธิบัตรการประดิษฐ์เปรียบเทียบระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และ ไทย, อวิรุทธ์ อภิศิกาญจนพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้ มุ่งศึกษาประเด็นการตรวจสอบสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ซึ่งเป็นวิทยาการคอมพิวเตอร์แขนงหนึ่งและมีสาระสำคัญการประดิษฐ์เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันระหว่างระบบข้อมูล โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ตลอดจนศึกษาการกำหนดขอบเขตของซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ อีกทั้งได้เสนอให้มีการปรับปรุงแนวปฏิบัติการตรวจสอบสิทธิบัตรการประดิษฐ์เกี่ยวข้องกับระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้สอดคล้องกับวิธีปฏิบัติที่สากล เนื่องจากการประดิษฐ์ที่มีลักษณะเป็น ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของคอมพิวเตอร์ ไม่อาจขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ได้ภายใต้ พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 ประกอบกับแนวปฏิบัติการตรวจสอบสิทธิบัตรของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาว่าด้วยการประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ไม่มีความชัดเจน ทั้งยังใช้หลักเกณฑ์การการตรวจสอบที่กว้างจนเกินไปจนไม่สามารถกำหนดขอบเขตของถ้อยคำว่า ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของคอมพิวเตอร์ อันเป็นข้อมูลการทำงานพื้นฐานของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อาจส่งผลให้ผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรปฏิเสธคำขอรับสิทธิบัตรในสาขาการะดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ผู้เขียนจึงได้ศึกษาวิธีปฏิบัติการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์เปรียบเทียบระหว่างแนวปฏิบัติของประเทศไทยกับแนวปฏิบัติของสาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ในฐานะกลุ่มประเทศที่มีการจดทะเบียนสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับสาขาปัญญาประดิษฐ์มากที่สุดในโลก ถึงวิธีการตรวจสอบสาระสำคัญของการประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมการทำงานของคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ อันเป็นระบบการทำงานของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ซึ่งอาจได้รับความคุ้มครองในระบบสิทธิบัตรได้