Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2022

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type

Articles 241 - 245 of 245

Full-Text Articles in Entire DC Network

แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบเน้นความสำคัญของวัฒนธรรมสำหรับนักศึกษาสาขาวิชาดนตรีศึกษา, ธีรวิทย์ กลิ่นจุ้ย Jan 2022

แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบเน้นความสำคัญของวัฒนธรรมสำหรับนักศึกษาสาขาวิชาดนตรีศึกษา, ธีรวิทย์ กลิ่นจุ้ย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพของการจัดการเรียนรู้ และ 2) เพื่อนำเสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้รายวิชาที่เกี่ยวข้องกับดนตรีเชิงวัฒนธรรมในหลักสูตรดนตรีศึกษาระดับปริญญาตรีประเทศไทย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยผสมวิธี (Mixed Methods) กลุ่มตัวอย่างวิจัยทั้งหมดคัดเลือกเป้าหมายตามเป้าหมายแนวคิดทฤษฎี (Theory and concept-focused Sampling) มีขั้นตอนการวิจัยดังนี้ คือ a) ประกอบไปด้วยวิจัยเชิงคุณภาพโดยการศึกษาเอกสาร 37 หลักสูตร และศึกษาเชิงปริมาณด้วยการสำรวจความคิดเห็นอาจารย์ผู้สอนและอาจารย์ประจำหลักสูตร (N=20) จากนั้น b) สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน และทำการวิเคราะห์ผลร่วมกันจากทั้งสองขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า หลักสูตรดนตรีศึกษาทั้ง 37 หลักสูตร มีรายวิชาดนตรีเชิงวัฒนธรรมทั้งที่เป็นรายวิชาบังคับและรายวิชาเลือก สามารถแบ่งได้ 3 ประเภทได้แก่ a) แนวเน้นทฤษฎี b) เน้นทักษะปฏิบัติ และ c) แนวเน้นการบูรณาการกับศาสตร์อื่น และผลจากการสำรวจความคิดเห็นอาจารย์ผู้สอนและอาจารย์ประจำหลักสูตร (N=20) และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ (N=5) สามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ 1) ด้านจำนวนรายวิชา: รายวิชาดนตรีเชิงวัฒนธรรมในหลักสูตรมีจำนวนมากเหมาะสม (M=4.25) และเพียงพอต่อความรู้ที่ควรได้รับตลอดหลักสูตร (M=3.95) และรายวิชาดนตรีเชิงวัฒนธรรมเหมาะสมจะเป็นรายวิชาเลือก (M=4.00) มากกว่าเป็นวิชาบังคับ (M=3.70) 2) ด้านสถานภาพของรายวิชา: รายวิชาดนตรีเชิงวัฒนธรรมในหลักสูตรมีความจำเป็นต่อการเตรียมความพร้อมผู้เรียนสู่การเป็นครูดนตรี (M=4.65) และเหมาะสมกับการที่มีสถานภาพเป็นรายวิชาแนวผสมผสานบูรณาการกับศาสตร์อื่น (M=4.45) มากที่สุด ถัดมาเป็นแนวการบรรยายทฤษฎี (M=4.10) และแนวปฏิบัติทักษะดนตรี (M=3.90) ตามลำดับ 3) ด้านขอบเขตการจัดการเรียนรู้: ควรมุ่งเน้นเนื้อหาทางวัฒนธรรมดนตรีที่เชื่อมโยงกับชุมชนหรือท้องถิ่น (M=4.40) และมีการจัดการเรียนรู้ที่คำนึงถึงภูมิหลังทางวัฒนธรรมดนตรีของผู้เรียน (M=4.15) จากนั้นอาจมีการเพิ่มเนื้อหาที่มีความเชื่อมโยงกับนานาชาติ (M=4.25) และในประเทศ (M=4.20) ตามลำดับ การจัดการเรียนรู้ควรเป็นเนื้อหาที่กว้างและมีความหลากหลาย (M=4.35) มากกว่ากำหนดประเด็นที่ลงลึกและจำเพาะเจาะจงเพียงประเด็นเดียว (M=3.70) สำหรับแนวทางการจัดการเรียนรู้รายวิชาที่เกี่ยวข้องกับดนตรีเชิงวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นความสำคัญของวัฒนธรรมมีหลักสำคัญใน 4 ประเด็นได้แก่ 1)กำหนดมโนทัศน์หลัก 2)เนื้อหาการเรียนรู้ 3)ผู้สอนและการจัดการเรียนรู้ 4)บริบทพื้นที่การเรียนรู้


กรรมวิธีการสร้างซอสามสายของครูจักรี มงคล, วรุตม์ ปัทมดิลก Jan 2022

กรรมวิธีการสร้างซอสามสายของครูจักรี มงคล, วรุตม์ ปัทมดิลก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง กรรมวิธีการสร้างซอสามสายของครูจักรี มงคล มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากรรมวิธีการสร้างซอสามสายและปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพเสียงซอสามสายของครูจักรี มงคล โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่าครูจักรี มงคล มีชื่อเสียงในการบรรเลงซอสามสายรวมทั้งมีฝีมือในการสร้างซอสามสายโดยได้รับแรงบันดาลใจการสร้างซอสามสายจากแบบกระสวนซอสามสายของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต และได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านซอสามสายหลายท่าน เช่น ศาสตราจารย์ ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ ช่างจรูญ คชแสง ซอสามสายของครูจักรี มงคล มีคุณภาพเสียงที่มีความไพเราะควบคู่กับคุณภาพของชิ้นงานที่มีความสวยงาม ละเอียด ประณีต คงทน ด้วยกรรมวิธีการสร้างจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตน คือการทำปากช้างบน ปากช้างล่าง ที่มีสัดส่วนเป็นธรรมชาติ คล้ายลักษณะกลีบบัว การทำแกนที่เป็นโลหะสแตนเลส ซึ่งมีน้ำหนักเบาสามารถนำกระแสเสียงและทนทานได้ดีกว่าไม้เนื้อแข็ง การทำคันชักซอสามสายที่หัวคันชักสามารถหมุนปรับได้โดยใช้หางม้าซอฝรั่ง เมื่อใช้งานเสร็จสามารถลดความตึงลง และมีรูปแบบที่สวยงามมีน้ำหนักเบาเท่ากันทั้งคันชัก ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพเสียงซอสามสายของ ครูจักรี มงคลคือการให้ความสำคัญกับความหนาบางของหนังซอขนาดกะโหลกซอสามสายใหญ่และหนา เมื่อขึ้นหนังหน้าซอแล้วจะมีมวลอากาศภายใน องศาของซอสามสายซึ่งรับแรงจากการรั้งสายและแรงกดจากหย่อง การตั้งหย่องและการติดถ่วงหน้าซึ่งมีตำแหน่งของหย่องและน้ำหนักของถ่วงหน้าที่เหมาะสม และได้พัฒนากรรมวิธีการสร้างจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตน คือการทำปากช้างบน ปากช้างล่าง ที่มีสัดส่วนเป็นธรรมชาติ คล้ายลักษณะกลีบบัว การทำแกนซอสามสายด้วย โลหะสแตนเลส การทำคันชักซอสามสายที่หัวคันชักสามารถหมุนปรับได้โดยใช้หางม้าซอฝรั่ง เมื่อใช้งานเสร็จสามารถหย่อนความตึงลง และมีรูปแบบที่สวยงามมีน้ำหนักเบาเท่ากันทั้งคันชัก


การแสดงเดี่ยวเปียโนโดย กรภัทร์ สุขโข : บทเพลงประเภทนอคเทิร์น, กรภัทร์ สุขโข Jan 2022

การแสดงเดี่ยวเปียโนโดย กรภัทร์ สุขโข : บทเพลงประเภทนอคเทิร์น, กรภัทร์ สุขโข

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาหาความรู้ วิเคราะห์ ตีความบทเพลง และเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมในการบรรเลงบทเพลงสำหรับเปียโนประเภทนอคเทิร์นที่ประพันธ์โดยผู้ประพันธ์เพลงในยุคโรแมนติกและยุคศตวรรษที่ยี่สิบ อาทิ เฟรเดริค โชแปง โคลด เดอบุสซี และโลเวลล์ ลิเบอร์แมน จำนวนทั้งสิ้น 15 บท ผลการวิจัยแสดงการตีความบทเพลง การนำเสนอเทคนิคการบรรเลง ตลอดจนการถ่ายทอดและนำเสนอบทเพลงอย่างสมบูรณ์แบบ รวมทั้งวิธีการและขั้นตอนการเตรียมความพร้อมสำหรับการแสดงเดี่ยวเปียโน ที่จัดขึ้น ณ Tongsuang's Concert Salon and Gallery ปทุมธานี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ.2566 เวลา 14.00 น. ใช้เวลาแสดงรวมประมาณ 1 ชั่วโมง


Schoolhouse Rap, Andrea L. Dennis Jan 2022

Schoolhouse Rap, Andrea L. Dennis

Scholarly Works

Rap on Trial, the treatment of rap music as evidence in the American criminal legal process, is well-documented and increasingly scrutinised. Research has shown that – with little restraint – police, prosecutors, probation officers and judges use rap lyrics to investigate, prosecute and punish individuals. Less noticed is that a similar phenomenon is occurring in the American K–12 educational system, which disciplines school-age youth who participate in rap culture and sometimes refers them to the juvenile or criminal legal systems for additional punishment. This article describes and analyses a small set of identified cases of this scenario, demonstrating that rap …


Performing Kayepa Dordok Living Waters In Noongar Boodjar, South-Western Australia, Clint Bracknell, Pierre Horwitz, Trevor Ryan, Jonathan W. Marshall Jan 2022

Performing Kayepa Dordok Living Waters In Noongar Boodjar, South-Western Australia, Clint Bracknell, Pierre Horwitz, Trevor Ryan, Jonathan W. Marshall

Research outputs 2014 to 2021

Performance through language, song and dance provides alternative knowledges and ways of understanding, in this case, developing deeper relationships with living water. Drawing on Indigenous Noongar culture from south-western Australia, this paper addresses the question: How can relationships between living underground, estuarine and riverine water bodies (kayepa dordok) be performed? Two new interlinked Noongar works in response to local riverscapes were developed for, and performed as part of, the 2021 Perth Festival. The first was to embody the return journey of the bullshark, from the salt water to the riverine fresh water; the second was to enact the …