Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2020

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 4741 - 4770 of 4987

Full-Text Articles in Entire DC Network

แนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กและเยาวชนต่อการป้องกันจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมและเป็นผู้กระทำผิดในสังคม: กรณีศึกษาโครงการโรงเรียนยุติธรรมอุปถัมภ์, กรวรรณ คำกรเกตุ Jan 2020

แนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กและเยาวชนต่อการป้องกันจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมและเป็นผู้กระทำผิดในสังคม: กรณีศึกษาโครงการโรงเรียนยุติธรรมอุปถัมภ์, กรวรรณ คำกรเกตุ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่อง แนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กและเยาวนต่อการป้องกันจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมและเป็นผู้กระทำผิดในสังคม: กรณีศึกษาโครงการโรงเรียนยุติธรรมอุปถัมภ์ เพื่อศึกษาถึงปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดในการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กและเยาวชน ผ่านโครงการโรงเรียนยุติธรรมอุปถัมภ์ เพื่อนำไปสู่ตัวอย่างรูปแบบและนโยบายที่เหมาะสมต่อการสร้างภูมิคุ้มกันของเด็กและเยาวชนต่อโอกาสในการตกเป็นเหยื่อและเป็นผู้กระทำผิดในสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทยและแต่ละบริบทสังคมต่อไป การศึกษาในครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 25 คน และการจัดสนทนากลุ่มย่อย ผู้เข้าร่วมสนทนากลุ่ม จำนวน 5 คน ผลการศึกษาพบว่า การกำหนดแนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กและเยาวชนนั้น ต้องมีการสำรวจสภาพปัญหาของเด็กและเยาวชนก่อน ทั้ง 5 ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 1) ปัจจัยส่วนบุคคล 2) ปัจจัยทางด้านครอบครัว 3) ปัจจัยทางด้านกลุ่มเพื่อน /สถาบันการศึกษา 4) ปัจจัยทางด้านสังคม และ 5) ปัจจัยอื่น ๆ เพื่อกำหนดรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมในการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนให้มีวัคซีนทางสังคมต่อการป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อ และการกระทำความผิดในสังคม โดยปัญหาและอุปสรรคจากกรณีศึกษาการดำเนินโครงการโรงเรียนยุติธรรมอุปถัมภ์ ในปี พ.ศ. 2562 สามารถแบ่งปัญหาออกเป็น 6 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านนโยบาย และการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 2) ด้านวิธีการแก้ไข/เนื้อหา หรือกิจกรรม 3) ด้านเจ้าหน้าที่ผู้แก้ไข 4) ด้านเด็กและเยาวชนผู้รับการแก้ไข 5) ด้านระยะเวลา และ 6) ปัญหาด้านอื่น ๆ ทั้งงบประมาณ การติดตามประเมินผล และสถานการณ์ Covid-19 ดังนั้น การนำเสนอนโยบาย และรูปแบบที่เหมาะสม โดยผู้ศึกษาวิเคราะห์และนำเสนอผ่านกระบวนการตามหลักของทฤษฎีระบบ (System Theory) การวิเคราะห์ปัจจัยนำเข้า (Input) คือ การวิเคราะห์และสำรวจสภาพปัญหา จากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนโดยใช้เครื่องมือในการประเมินเพื่อนำมาวิเคราะห์และกำหนดกระบวนการ (Process) คือ แนวทาง/วิธีการ/โปรแกรม ที่จะนำไปสู่กระบวนการในการเปลี่ยนแปลง และนำแนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กและเยาวชนต่อการป้องกันจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมและเป็นผู้กระทำผิดในสังคม ตามบริบทของสังคมไทยไปปฏิบัติที่เหมาะสม แบ่งเป็นหลักสูตรแกนกลาง และหลักสูตรเฉพาะด้าน ในแต่ละโรงเรียน จึงนำไปสู่ผลลัพธ์ (Output) คือ เด็กและเยาวชนมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตนเอง ไม่หันไปกระทำผิดในสังคมหรือตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมในสังคม โดยกระบวนการต่าง ๆ นั้น ดำเนินการผ่านการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่จะทำให้อัตราการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนลดลง และเป็นการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง จึงนำไปสู่แนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กและเยาวชนต่อการป้องกันจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมและเป็นผู้กระทำผิดในสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ


แบบจำลองการคาดคะเนปัจจัยที่เป็นข้อบ่งชี้ลักษณะอาชญากรรมลูกผสมในสังคมไทย, ดิเรกฤทธิ์ บุษยธนากรณ์ Jan 2020

แบบจำลองการคาดคะเนปัจจัยที่เป็นข้อบ่งชี้ลักษณะอาชญากรรมลูกผสมในสังคมไทย, ดิเรกฤทธิ์ บุษยธนากรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง แบบจำลองการคาดคะเนปัจจัยที่เป็นข้อบ่งชี้ลักษณะอาชญากรรมลูกผสมในสังคมไทย มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อ (1) ศึกษาปัญหาอาชญากรรมลูกผสมที่เป็นปัญหาสำคัญในสังคมไทย (2) สร้างแบบจำลองการคาดคะเนปัจจัยที่เป็นข้อบ่งชี้ลักษณะอาชญากรรมลูกผสมที่ใช้ในการจำแนก และอธิบายความสัมพันธ์และ/หรือหลักฐานในการยอมรับว่าเป็นอาชญากรรมลูกผสมในสังคมไทย และ (3) ศึกษาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมลูกผสมในสังคมไทย ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานของการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยเน้นการวิจัยเชิงปริมาณเป็นหลักสำคัญจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 400 คน ซึ่งใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น (IOC = 0.868, Reliability = 0.981) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่า ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ปัจจัยบ่งชี้ลักษณะอาชญากรรมลูกผสมในสังคมไทยโดยใช้ตัวแบบสมการเชิงโครงสร้าง ในส่วนของการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้เทคนิคการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ปฏิบัติงานระดับผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับปัญหาอาชญากรรมลูกผสมในสังคมไทย จำนวน 15 คน ซึ่งใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา เพื่ออธิบายและยืนยันความถูกต้องของข้อมูลที่ได้จากการวิจัยเชิงปริมาณ รวมทั้งเป็นส่วนเสริมหรือส่วนเติมเต็มความสมบูรณ์ถูกต้องของงานวิจัย ผลการวิจัย พบว่า ปัญหาอาชญากรรมในสังคมไทยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบด้านปัญหาอาชญากรรมลูกผสมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.18) ซึ่งเป็นอาชญากรรมมากกว่ารูปแบบเดียว ที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างอาชญากรรมรูปแบบเดิมและอาชญากรรมรูปแบบใหม่ เป็นอาชญากรรมลูกผสมพื้นฐาน อาชญากรรมลูกผสมขั้นสูง อาชญากรรมลูกผสมอื่น ๆ และในอนาคต โดยปรากฏลักษณะสำคัญของปัญหาอาชญากรรมลูกผสมในมิติด้านต่าง ๆ ได้แก่ ผู้กระทำผิดหรืออาชญากรมีการรวมตัวกันเป็นเครือข่าย/องค์กรมากขึ้น ข้ามรัฐ/ไร้พรมแดน พึ่งพาเทคโนโลยี วิธีการที่หลากหลาย/ซับซ้อน ส่งผลกระทบในวงกว้าง ไม่จำกัดช่วงเวลาและสถานที่ สร้างการเลียนแบบ เข้าถึงเป้าหมายได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับเป้าหมาย คุ้มค่ามากที่สุดในการก่อเหตุต่อครั้ง เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ยาก ทำให้สูญเสียบุคลากรและงบประมาณจำนวนมากในการปราบปราม ป้องกันและแก้ไข ซึ่งการสร้างแบบจำลองการคาดคะเนปัจจัยบ่งชี้ลักษณะอาชญากรรมลูกผสมในสังคมไทยตามสมมติฐาน มีความสัมพันธ์กับข้อมูลเชิงประจักษ์ (p-value = 0.881, Chi-square / df = 0.920, CFI = 0.95, GFI = 0.96, AGFI = 0.95, RMSEA = 0.000, SRMR = 0.040) สรุปได้ว่า ปัญหาอาชญากรรมลูกผสมในสังคมไทยได้รับอิทธิพลรวม …


การซ้อนทับจับวางของวาทกรรมทัณฑวิทยา: วงศาวิทยาของการใช้โทษประหาร และความรุนแรงเพื่อการลงทัณฑ์ในประวัติศาสตร์ไทย, ภูวดล ไชยอินทร์ Jan 2020

การซ้อนทับจับวางของวาทกรรมทัณฑวิทยา: วงศาวิทยาของการใช้โทษประหาร และความรุนแรงเพื่อการลงทัณฑ์ในประวัติศาสตร์ไทย, ภูวดล ไชยอินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการลงทัณฑ์ในประวัติศาสตร์ไทยเป็นการใช้ความรุนแรงของรัฐกระทำต่อมนุษย์ผู้อยู่ในสังคม โดยสังคมย่อมยินยอมให้รัฐลงโทษมนุษย์ที่กระทำความผิด อย่างไรก็ตามการลงโทษทัณฑ์ของรัฐต้องอาศัยความสมเหตุสมผลซึ่งเป็นอำนาจของความรู้อย่างหนึ่งในการสร้างความชอบธรรมในการปกครอง วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของโทษทัณฑ์ในฐานะวาทกรรมอย่างหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงตามรูปแบบของรัฐไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงการให้เหตุผลในการลงโทษในแต่ละสมัย โดยพิจารณาจากการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการให้ความสมเหตุสมผลของภาครัฐ และความเห็นจากภาคสังคม ผ่านกรณีศึกษาการลงโทษประหารชีวิต และรูปแบบของเรือนจำ ด้วยวิธีวงศาวิทยาเชิงประวัติศาสตร์ จากปัจจุบันร่วมสมัยจนถึงรัฐสมัยโบราณ ซึ่งทำให้เห็นว่าในมิติทางประวัติศาสตร์การลงโทษเป็นเพียงวาทกรรมที่ปรากฏเด่นชัดในแต่ละยุคสมัย โดยเป็นอิทธิพลของการรับเอาวิธีคิดจากภายนอกเข้ามาปะทะกับความคิดภายในสังคมแบบเดิม และทำให้ความคิดที่เป็นวาทกรรมเกิดการซ้อนทับกันเป็นชั้น โดยต่างเป็นการจับวางในวาทกรรมทัณฑวิทยาทั้งรูปแบบดังต่อไปนี้ (1) การแก้แค้นทดแทนให้สาสม (2) การลงโทษเพื่อการยับยั้งป้องกัน และ (3) การลงโทษเพื่อการบำบัดฟื้นฟู ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งของรัฐไทยในการผดุงความชอบธรรมของความสมเหตุสมผลของการลงโทษในสังคมไว้แบบเดิม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นับเป็นคุณูปการในการพยามนำเสนอการใช้วิธีวงศาวิทยาในการศึกษาการลงทัณฑ์ในประวัติศาสตร์ไทย ตลอดจนเปิดมุมมองที่หลากหลายต่อความสมเหตุสมผลของกรอบคิดของการลงโทษแบบอื่นๆต่อไป


การป้องกันการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์, พรรษาวดี คล้อยระยับ Jan 2020

การป้องกันการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์, พรรษาวดี คล้อยระยับ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาการป้องกันการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ 2) ปัญหาและอุปสรรคในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ และ 3) เสนอแนะแนวทางการป้องกันการตกเป็นเหยื่อทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) กับกลุ่มตัวอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลเชิงลึกในการศึกษาวิจัยครั้งนี้คือองค์กรภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน อัยการ จำนวน 10 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัญหาการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศในสื่อสังคมออนไลน์ปัจจุบันมีจำนวนมากขึ้น สาเหตุการคุกคามทางเพศในโลกออนไลน์ เกิดจากหลายสาเหตุทั้งจากตัวของเด็กที่เข้าถึงโซเชียลมีเดียได้ง่าย ครอบครัวของเด็กมีปัญหาในครอบครัวทำให้ต้องพึ่งพาสังคมออนไลน์ สภาพแวดล้อมที่เด็กอยู่ รวมไปถึงเพื่อนของเด็ก และตัวผู้กระทำความผิดมักจะเป็นผู้มีความชำนาญ รูปแบบการคุกคามทางเพศในโลกออนไลน์ มีดังนี้คือ การกลั่นแกล้งทางเพศ การข่มขู่ทางเพศ การลวนลามทางเทศ และ การอนาจารทางเพศ 2) ผลการศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ พบว่า กฎหมาย บทลงโทษตลอดจนนโยบายของรัฐ เกี่ยวกับการป้องกันการถูกคุกคามทางเพศในโลกออนไลน์ มีความสอดคล้องเหมาะสม แต่การนำผู้ต้องหามาลงโทษมีความยากลำบาก เนื่องจากในโลกออนไลน์ไม่สามารถเก็บพยานหลักฐานได้ครบ ขาดการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาครัฐกับภาคเอกชน และการได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนยังไม่เพียงพอทั้งด้านงบประมาณ ด้านข้อมูล และบุคลากรยังไม่เพียงพอ 3) แนวทางการป้องกันการตกเป็นเหยื่อทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ ดังนี้ คือรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรมีการดำเนินการเชิงรุก โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่เด็กและเยาวชน ประชาชน ในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศในโลกออนไลน์ องค์กรเอกชน หรือภาคเอกชน ร่วมเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ เพื่อลดความเสี่ยง ควรให้การสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ทั้งทางด้านงบประมาณ บุคลากร และข้อมูล เนื่องจากภาครัฐมีทรัพยากรดังกล่าวไม่เพียงพอและ ผู้ปกครองสร้างความรู้ความเข้าใจ เอาใจใส่ดูแลบุตรหลาน ทุกหน่วยงานต้องมีส่วนร่วมป้องกัน แก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่รัฐไม่เผยแพร่ข้อมูลเหยื่อสู่สาธารณะ


เนื้อหาละครโทรทัศน์เกาหลีกับการเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับความรุนแรงในทางย้อนแย้งของคู่รักวัยรุ่นไทย: กรณีศึกษาละครโทรทัศน์เรื่อง Princess Hour, You Who Came From The Stars And Crash Landing On You, วริศรา กรีธาพล Jan 2020

เนื้อหาละครโทรทัศน์เกาหลีกับการเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับความรุนแรงในทางย้อนแย้งของคู่รักวัยรุ่นไทย: กรณีศึกษาละครโทรทัศน์เรื่อง Princess Hour, You Who Came From The Stars And Crash Landing On You, วริศรา กรีธาพล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ตีความเนื้อหาละครโทรทัศน์เกาหลีที่สามารถเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับความรุนแรงในทางย้อนแย้งของคู่รักวัยรุ่นไทย โดยศึกษาจากละครโทรทัศน์เกาหลี 3 เรื่อง ได้แก่ Princess Hours, You Who Came from the Stars และ Crash Landing on You และ (2) ศึกษาทัศนคติเกี่ยวกับความรุนแรงของคู่รักวัยรุ่นไทยหลังจากการดูละครโทรทัศน์เกาหลี โดยศึกษาจากการสัมภาษณ์เชิงลึกคู่รักวัยรุ่นชาวไทยเพศชายและเพศหญิงอายุ 18-25 ปีที่รับชมและชื่นชอบละครโทรทัศน์เกาหลี ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ละครโทรทัศน์เกาหลีสามารถเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับความรุนแรงในทางย้อนแย้งของคู่รักวัยรุ่นไทยในด้านความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรม ด้วยการนำเสนอภาพตัวละครนำชายที่มีลักษณะของความเป็นชายแบบใหม่และความเป็นสุภาพบุรุษ รวมถึงการไม่ใช้ความรุนแรงกับคนรัก ซึ่งย้อนแย้งกับความเป็นจริงของสังคมเกาหลีที่เป็นสังคมปิตาธิปไตยและเพศชายมีการใช้ความรุนแรงต่อคู่รักของตน ซึ่งงานวิจัยนี้อาจเป็นแนวทางและความรู้สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างเนื้อหาละครโทรทัศน์ให้สามารถเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับความรุนแรงของคู่รักวัยรุ่นไทย เพื่อลดการเรียนรู้และลอกเลียนแบบความรุนแรงจากสื่อ


แนวทางการลงโทษประหารชีวิตในสังคมไทย: กรณีศึกษาอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ที่สุดตามแนวทางสหประชาชาติ, ตุลาการ ขยันขันเกตุ Jan 2020

แนวทางการลงโทษประหารชีวิตในสังคมไทย: กรณีศึกษาอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ที่สุดตามแนวทางสหประชาชาติ, ตุลาการ ขยันขันเกตุ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัย เรื่อง "แนวทางการลงโทษประหารชีวิตในสังคมไทย: ศึกษากรณีอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ที่สุดตามแนวทางสหประชาชาติ" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อกำหนดและแนวทางของสหประชาชาติ รวมถึงความสอดคล้องของสภาพสังคมไทยกับการลงโทษประหารชีวิตในคดีอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ที่สุด และแนวทางที่เหมาะสมสำหรับสังคมไทยในการลงโทษประหารชีวิตในคดีอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ที่สุดตามมาตรฐานสหประชาชาติ เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากกลุ่มผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำนโยบายมาปฏิบัติ กลุ่มประชาสังคม และกลุ่มนักวิชาการ จำนวน 14 คน ผลการศึกษาพบว่า ข้อกำหนดและแนวทางการลงโทษประหารชีวิตในคดีอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ที่สุดของสหประชาชาติเป็นมาตรฐานสากลที่พึงปฏิบัติ แม้ว่าในแต่ละประเทศจะมีบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน หากประเทศไทยกำหนดนโยบายการลงโทษประหารชีวิตในคดีอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ที่สุดสอดคล้องต่อแนวทางของสหประชาชาติจะส่งผลให้สามารถลดความผิดพลาดในการดำเนินคดีอาญาด้วยการลงโทษผู้บริสุทธิ์ และลดผลกระทบต่อเหยื่อได้ แนวทางที่เหมาะสมในการใช้โทษประหารชีวิตในกรณีคดีอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ที่สุดตามแนวทางของสหประชาชาติ คือ การใช้โทษประหารชีวิตเฉพาะในคดีเจตนาฆ่าทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต และอาจพักการใช้โทษประหารชีวิตในทางปฏิบัติ อีกทั้งการนำมาตรการแทนการลงโทษประหารชีวิตในฐานความผิดที่มีอัตราโทษสูงถึงขั้นประหารชีวิตที่ไม่สอดคล้องต่อแนวทางของสหประชาชาติ คือ กำหนดโทษจำคุกเพิ่มเข้าไปในบางฐานความผิดที่มีบทลงโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียว, การใช้โทษจำคุกระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนในการพ้นโทษ, การจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่ได้รับการลดโทษ และการนำนักโทษประหารไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อการเปลี่ยนแปลงแนวทางการลงโทษประหารชีวิตในคดีอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ที่สุด (Most Serious Crime) ที่สอดคล้องกับแนวทางของสหประชาชาติและเหมาะสมกับสังคมไทยในปัจจุบันและอนาคตสืบไป


การกำหนดความรับผิดทางอาญาเกี่ยวกับภาพส่วนบุคคล, ชินวัตร บุญส่งสุวรรณ์ Jan 2020

การกำหนดความรับผิดทางอาญาเกี่ยวกับภาพส่วนบุคคล, ชินวัตร บุญส่งสุวรรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการกำหนดความรับผิดทางอาญาเกี่ยวกับการกระทำต่อภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น ได้แก่ การแอบบันทึกภาพ การติดตั้งอุปกรณ์บันทึกภาพ การครอบครองภาพ การเผยแพร่ภาพ และการข่มขู่ว่าจะเผยแพร่ภาพ โดยได้ทำการศึกษาความหมายของภาพส่วนบุคคล จากนั้นจึงศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล และทฤษฎีในการกำหนดความรับผิดและโทษทางอาญา รวมทั้งสำรวจบทบัญญัติแห่งกฎหมายไทยและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์แสวงหาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนากฎหมายไทยให้ตอบสนองต่อปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาพบว่า ราชอาณาจักรไทยยังไม่มีบทบัญญัติใดที่กำหนดความรับผิดทางอาญาเกี่ยวกับภาพส่วนบุคคลไว้ในลักษณะที่กล่าวแล้วโดยตรง จึงต้องนำฐานความผิดที่มีอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติอื่นมาปรับใช้เพื่อคุ้มครองเหยื่อ ซึ่งไม่ครอบคลุมในทุกลักษณะของการกระทำ ทั้งอัตราโทษไม่ได้สัดส่วนกับการกระทำความผิด ในขณะที่กฎหมายของสหรัฐอเมริกา มลรัฐนิวยอร์ก มลรัฐอิลลินอยส์ อังกฤษ แคนาดา และสาธารณรัฐสิงคโปร์ ได้มีฐานความผิดที่ได้กระทำต่อภาพส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมในทุกลักษณะของการกระทำที่เกี่ยวข้อง ด้วยเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ผู้เขียนจึงเสนอให้คุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของเหยื่อด้วยการกำหนดให้การกระทำต่อภาพส่วนบุคคลเป็นความผิดอาญา โดยนำประเด็นที่กฎหมายต่างประเทศได้กำหนดไว้มาเป็นแนวทางในการปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย อันจะเกิดประโยชน์ในการพัฒนากฎหมายและเป็นการป้องปรามการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม


การกำหนดเหตุฉกรรจ์ในความผิดฐานยักยอก, วนัชพร บดิการ Jan 2020

การกำหนดเหตุฉกรรจ์ในความผิดฐานยักยอก, วนัชพร บดิการ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นมาและความเหมาะสมของเหตุฉกรรจ์ในความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญาของประเทศไทย ซึ่งจะได้ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการกำหนดโทษและการกำหนดเหตุฉกรรจ์ และนำไปวิเคราะห์เปรียบเทียบกับเหตุฉกรรจ์ในความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญาของต่างประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขเพิ่มเติมเหตุฉกรรจ์ในความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญาของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่นำมาใช้ในการกำหนดเหตุฉกรรจ์ในความผิดอาญานั้นมีอยู่ด้วยกัน 5 ประการ ได้แก่ ปัจจัยที่เกี่ยวกับผู้กระทำ ลักษณะการกระทำ พฤติการณ์แวดล้อม มูลเหตุจูงใจ และผู้เสียหาย ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ถูกนำมากำหนดให้เป็นเหตุฉกรรจ์ในความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญาของต่างประเทศ อันได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญาของมลรัฐมิชิแกน(สหรัฐอเมริกา) สาธารณรัฐสิงคโปร์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐฝรั่งเศส ในขณะที่เหตุฉกรรจ์ตามประมวลกฎหมายอาญาของประเทศไทยตามมาตรา 354 กำหนดจากปัจจัยด้านผู้กระทำเท่านั้น ส่งผลทำให้การลงโทษผู้กระทำความผิดไม่เป็นไปตามหลักความได้สัดส่วน ตลอดจนไม่สอดคล้องกับความร้ายแรงของการกระทำที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจ ดังนั้น ผู้ศึกษาจึงขอเสนอให้มีการแก้ไขเหตุฉกรรจ์ในความผิดฐานยักยอกตามมาตรา 354 แห่งประมวลกฎหมายอาญาของประเทศไทยให้เป็นความผิดอาญาแผ่นดินและเพิ่มเติมเหตุฉกรรจ์ในกรณีดังต่อไปนี้ การยักยอกที่กระทำโดยลูกจ้าง โดยผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ โดยร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป การยักยอกสวัสดิการของลูกจ้าง การยักยอกเพื่อค้ากำไร การยักยอกเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความยากลำบากทางการเงิน การยักยอกที่กระทำต่อผู้เปราะบาง และการยักยอกที่กระทำต่อองค์กรการกุศล


มาตรการพัฒนาระบบการพิสูจน์ความจริงในคดีอาญา: ศึกษาเรื่องการสนับสนุนให้พยานบุคคลเบิกความตรงความจริง, รชตะ ธรรมนิยม Jan 2020

มาตรการพัฒนาระบบการพิสูจน์ความจริงในคดีอาญา: ศึกษาเรื่องการสนับสนุนให้พยานบุคคลเบิกความตรงความจริง, รชตะ ธรรมนิยม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พยานบุคคลนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการพิสูจน์ความจริงในคดีอาญา เพราะคำเบิกความของพยานบุคคลถือว่าเป็นพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักและน่าเชื่อถือที่สุดในคดีอาญา และในคดีอาญานั้น โจทก์จะต้องนำสืบพยานเพื่อให้ศาลเห็นว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดจริงในระดับที่ปราศจากข้อสงสัยตามสมควร ดังนั้น รัฐจึงต้องป้องกันและปราบปรามไม่ให้เกิดการแทรกแซงการเบิกความของพยานบุคคล อย่างไรก็ดี สำหรับประเทศไทยนั้น ยังปรากฏปัญหาที่พยานบุคคลนั้นถูกแทรกแซงการเบิกความด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระบวนยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่ คุกคาม การให้ประโยชน์ รวมถึงการนำความผิดฐานหมิ่นประมาทมาใช้กดดันพยานบุคคลในระหว่างการพิจารณาคดี ทำให้พยานบุคคลนั้นเกิดความเกรงกลัวและไม่กล้ามาเบิกความหรือมาเบิกความเท็จในกระบวนการดำเนินคดีอาญา ซึ่งส่งผลให้ผู้กระทำความผิดไม่ได้รับการลงโทษและลอยนวลเป็นภัยสังคมต่อไปในที่สุด ด้วยเหตุดังกล่าว วิทยาพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งศึกษามาตรการทางกฎหมายและมาตรการสนับสนุนอื่นๆ ที่สามารถช่วยให้พยานบุคคลมาเบิกความตรงความจริง โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบกับมาตรการในต่างประเทศ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักการและสภาพปัญหาของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า วิธีการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพคือประเทศไทยควรบัญญัติความผิดฐานแทรกแซงพยานบุคคลเป็นฐานความผิดเฉพาะตามประมวลกฎหมายอาญา และกำหนดให้ความผิดฐานฆ่าและความผิดฐานทำร้ายพยานบุคคลตามประมวลกฎหมายอาญาเป็นเหตุฉกรรจ์ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดและสามารถลงโทษผู้กระทำความผิดได้อย่างเหมาะสม ประกอบกับการกำหนดบทยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาให้แก่พยานบุคคลที่ได้เบิกความโดยสุจริต เพื่อให้พยานบุคคลกล้าเบิกความมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเสนอให้นำมาตรการสนับสนุนอื่นๆ มาปรับใช้ ได้แก่ การกำหนดค่าป่วยการของพยานบุคคลในลักษณะของค่าขาดรายได้หรือค่าเสียโอกาส และการจัดทำคู่มือประชาชนให้แก่พยานบุคคล เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่พยานบุคคลและทำให้พยานบุคคลคุ้นเคยกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญามากยิ่งขึ้น


สิทธิของบุคคลข้ามเพศในกระบวนการค้นตัวและการคุมขัง, ปิยธิดา จันทร์หอม Jan 2020

สิทธิของบุคคลข้ามเพศในกระบวนการค้นตัวและการคุมขัง, ปิยธิดา จันทร์หอม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักการและทฤษฎีสิทธิของบุคคลข้ามเพศในกระบวนการค้นตัวและการคุมขังในคดีอาญา รวมถึงแนวคิดในการกำหนดแนวทางการค้นตัวและการคุมขังบุคคลข้ามเพศของต่างประเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบหาแนวทางแก้ไขปรุงกฎหมายการค้นตัวและการคุมขังบุคคลข้ามเพศในประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า กฎหมายไทยไม่มีแนวทางการปฏิบัติต่อบุคคลข้ามเพศในกระบวนการค้นตัวและการคุมขัง ในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้เกณฑ์เพศกำเนิดในการจำแนกบุคคลข้ามเพศและปฏิบัติต่อบุคคลข้ามเพศตามดุลพินิจ ซึ่งเมื่อผู้ศึกษาได้ศึกษากระบวนการค้นตัวและการคุมขังตามกฎหมายต่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย พบว่าประเทศดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและรายละเอียดการค้นตัวและคุมขังบุคคลข้ามเพศไว้โดยเฉพาะ ส่วนประเทศเยอรมนีไม่ปรากฏหลักเกณฑ์การปฏิบัติสำหรับบุคคลข้ามเพศเช่นเดียวกับประเทศไทย ดังนั้น ผู้ศึกษาเสนอแนะให้นำแนวคิดการปฏิบัติต่อบุคคลข้ามเพศในกระบวนการค้นตัวและการคุมขังของต่างประเทศมาปรับใช้กับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของไทย โดยกำหนดให้การค้นตัวต้องดำเนินการโดยบุคคลที่มีเพศเหมาะสม และจัดสรรห้องขังแยกเฉพาะสำหรับผู้ต้องหาข้ามเพศ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ต้องหาข้ามเพศมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับห้องคุมขังที่เหมาะสมกับเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ


Picture The Magic: Exploring Black Girl Identity Using Photovoice, Leha Anaya Hawkins Jan 2020

Picture The Magic: Exploring Black Girl Identity Using Photovoice, Leha Anaya Hawkins

University of the Pacific Theses and Dissertations

Using a youth-led participatory action inquiry and photovoice methodology, this study investigated the self-perceptions of Black girls in a suburban area of Northern California. The objective of the project was to explore the perspectives and lives of Black girls. It is through gained insight from their lived experiences that we can come to understand their needs and develop approaches to advance their own holistic empowerment. By gathering self-perceptions of Black girls using photovoice, the project aimed to inform youth workers, educators, and youth-serving organizations such as Magic Black Girls Leadership Institute (MBG) on how to meet the needs and cultivate …


Dna Analysis And The Postmortem Submersion Interval From The Microbiome Of Waterlogged Sus Scrofa Skeletal Remains, Claire Cartozzo Jan 2020

Dna Analysis And The Postmortem Submersion Interval From The Microbiome Of Waterlogged Sus Scrofa Skeletal Remains, Claire Cartozzo

Theses and Dissertations

Following water-related deaths, soft tissue on victims’ remains may be entirely absent after a temperature dependent period of time. Due to their physical and chemical components, which protect them from environmental deterioration and biological attack, bones preserve DNA for longer periods of time. Therefore, the ability to both identify an individual and estimate the postmortem submersion interval (PMSI) may depend on DNA obtained from skeletal remains. The goals of the dissertation were to examine differences in both the degradation of skeletal DNA and the microbiome inhabiting bone in freshwater aquatic environments (e.g., Henley Lake and the James River). At each …


Design, Synthesis, And Biological Evaluation Of Mu Opioid Receptor Selective Antagonists Bearing Pyrazole And Imidazole Side Chains, Pornprom Klongkumnuankarn Jan 2020

Design, Synthesis, And Biological Evaluation Of Mu Opioid Receptor Selective Antagonists Bearing Pyrazole And Imidazole Side Chains, Pornprom Klongkumnuankarn

Theses and Dissertations

Opioid Use Disorder (OUD) is one of the major national threats to human health and economic system. Since the opiate substances produce their pharmacological effects mainly at the Mu Opioid Receptor (MOR), the development of potent MOR selective antagonists is imperative. By application of the message-address concept, the novel selective MOR antagonist, NAP was synthesized in our group. The molecular modeling studies of NAP revealed that its MOR selectivity was determined by interactions between the C(6) side chain and the non-conserved residues of the receptor. To enrich our understanding of Structure-Activity Relationship (SAR) of the opioid ligands as well as …


Education Support For Foster Care Youth: The Impact Of Federal Spending On Employment Outcomes, Carlisle C. Bates Jan 2020

Education Support For Foster Care Youth: The Impact Of Federal Spending On Employment Outcomes, Carlisle C. Bates

Theses and Dissertations

This study examined the extent to which supportive services funded through the federal John H. Chafee Foster Care Independence Program (CFCP) are associated with academic success and employment in foster care youth. Studies suggest that this group experiences poorer employment outcomes (Gypen, Vanderfaeillie, De Maeyer, Belenger, & Van Holen, 2017; Okpych & Courtney, 2014) and earn less money annually (Gypen et al., 2017; Okpych & Courtney, 2014; Pecora, 2012). Despite a 29.4-billion-dollar annual budget for foster care services, individuals with a foster care history struggle after they transition out of care.

The CFCP is intended to help states improve education …


Measuring The Impact Of Perceptions Towards Performance-Based Cash Rewards On Performance In Federal Agencies: Testing The Role Of Public Service Motivation As A Causal Chain, Layla F. Alanazi Jan 2020

Measuring The Impact Of Perceptions Towards Performance-Based Cash Rewards On Performance In Federal Agencies: Testing The Role Of Public Service Motivation As A Causal Chain, Layla F. Alanazi

Theses and Dissertations

Significant research has demonstrated how public service motivation (PSM) predicts individual outcomes, such as job satisfaction, organizational commitment, and choice of employment sector. Other research has demonstrated how PSM serves as an outcome variable. Between these two strands of PSM research, there is a knowledge gap concerning how PSM acts as a mediator. This study contributes to the growing literature on PSM by proposing and testing a causal model that estimates the direct effect of perceptions towards performance-based cash rewards on performance as well as their indirect effect through their influence on PSM, which then influences individual and organizational performance. …


Characterizing Patterns Of Cannabis Use And Related Health Effects Among Young Adults Using Ecological Momentary Assessment, Alyssa Rudy Jan 2020

Characterizing Patterns Of Cannabis Use And Related Health Effects Among Young Adults Using Ecological Momentary Assessment, Alyssa Rudy

Theses and Dissertations

Introduction: Rapid changes in cannabis use policy and prevalence, particularly among young adults, and the lack of information regarding cannabis harms warrant investigation regarding the daily use patterns of cannabis users. Little is known regarding how variability in cannabis use frequency and administration method use patterns may be associated with differential acute cannabis-related health effects (i.e., subjective intoxication and respiratory symptoms). The purpose of the study was to characterize daily and weekly cannabis use patterns and associated cannabis-related intoxication and respiratory symptoms and test the interactions of cannabis use frequency and cannabis administration method use on cannabis-related intoxication and respiratory …


Diploma Privilege And The Constitution, Claudia Angelos, Sara Berman, Mary Lu Bilek, Carol L. Chomsky, Andrea Anne Curcio, Marsha Griggs, Joan W. Howarth, Eileen R. Kaufman, Deborah Jones Merritt, Patricia Salkin, Judith W. Wegner Jan 2020

Diploma Privilege And The Constitution, Claudia Angelos, Sara Berman, Mary Lu Bilek, Carol L. Chomsky, Andrea Anne Curcio, Marsha Griggs, Joan W. Howarth, Eileen R. Kaufman, Deborah Jones Merritt, Patricia Salkin, Judith W. Wegner

All Faculty Scholarship

The COVID-19 pandemic and resulting shutdowns are affecting every aspect of society. The legal profession and the justice system have been profoundly disrupted at precisely the time when there is an unprecedented need for legal services to deal with a host of legal issues generated by the pandemic, including disaster relief, health law, insurance, labor law, criminal justice, domestic violence, and civil rights. The need for lawyers to address these issues is great but the prospect of licensing new lawyers is challenging due to the serious health consequences of administering the bar examination during the pandemic.

State Supreme Courts are …


The Bar Exam And The Covid-19 Pandemic: The Need For Immediate Action, Claudia Angelos, Sara Berman, Mary Lu Bilek, Carol L. Chomsky, Andrea Anne Curcio, Marsha Griggs, Joan W. Howarth, Eileen R. Kaufman, Deborah Jones Merritt, Patricia Salkin, Judith W. Wegner Jan 2020

The Bar Exam And The Covid-19 Pandemic: The Need For Immediate Action, Claudia Angelos, Sara Berman, Mary Lu Bilek, Carol L. Chomsky, Andrea Anne Curcio, Marsha Griggs, Joan W. Howarth, Eileen R. Kaufman, Deborah Jones Merritt, Patricia Salkin, Judith W. Wegner

All Faculty Scholarship

The novel coronavirus COVID-19 has profoundly disrupted life in the United States. Among other challenges, jurisdictions are unlikely to be able to administer the July 2020 bar exam in the usual manner. It is essential, however, to continue licensing new lawyers. Those lawyers are necessary to meet current needs in the legal system. Equally important, the demand for legal services will skyrocket during and after this pandemic. We cannot close doors to the profession at a time when client demand will reach an all-time high.

In this brief policy paper, we outline six licensing options for jurisdictions to consider for …


2019-20 Annual Report, Tennessee. Board Of Paroles Jan 2020

2019-20 Annual Report, Tennessee. Board Of Paroles

Annual Reports

This document is the annual report for the Tennessee Board of Parole during the fiscal year.


Front Matter Jan 2020

Front Matter

Journal of Air Law and Commerce

No abstract provided.


Felony Disenfranchisement & The Nineteenth Amendment, Michael Gentithes Jan 2020

Felony Disenfranchisement & The Nineteenth Amendment, Michael Gentithes

Con Law Center Articles and Publications

The Nineteenth Amendment and the history of the women’s suffrage movement can offer a compelling argument against felony disenfranchisement laws. These laws leave approximately six million citizens unable to vote, often for crimes wholly unrelated to the political process. They also increasingly threaten gains in female enfranchisement.

Today’s arguments in support of felony disenfranchisement laws bear striking similarities to the arguments of anti-suffragists more than a century earlier. Both suggest that a traditionally subordinated class of citizens is inherently incapable of bearing the responsibility that the right to vote entails, and that their votes are somehow less worthy than others. …


Janus-Faced Judging: How The Supreme Court Is Radically Weakening Stare Decisis, Michael Gentithes Jan 2020

Janus-Faced Judging: How The Supreme Court Is Radically Weakening Stare Decisis, Michael Gentithes

Con Law Center Articles and Publications

Drastic changes in Supreme Court doctrine require citizens to reorder their affairs rapidly, undermining their trust in the judiciary. Stare decisis has traditionally limited the pace of such change on the Court. It is a bulwark against wholesale jurisprudential reversals. But, in recent years, the stare decisis doctrine has come under threat.

With little public or scholarly notice, the Supreme Court has radically weakened stare decisis in two ways. First, the Court has reversed its long-standing view that a precedent, regardless of the quality of its reasoning, should stand unless there is some special, practical justification to overrule it. Recent …


University Of Richmond Magazine, Winter 2020 Jan 2020

University Of Richmond Magazine, Winter 2020

University of Richmond Magazine

The University of Richmond's Alumni Magazine was first published as The Alumni Bulletin in 1936 and continues to this day as the University of Richmond Magazine.


Gvsu Undergraduate And Graduate Catalog, 2020-2021, Grand Valley State University Jan 2020

Gvsu Undergraduate And Graduate Catalog, 2020-2021, Grand Valley State University

Course Catalogs, 1963 - Current

Grand Valley State University 2020-2021 undergraduate and graduate course catalog. Course catalogs are published annually to provide students with information and guidance for enrollment.


Faulty Forensics: Bolstering Judicial Gatekeeping In Georgia Courts, Miranda S. Bidinger Jan 2020

Faulty Forensics: Bolstering Judicial Gatekeeping In Georgia Courts, Miranda S. Bidinger

Georgia Law Review

Forensic evidence is widely used in criminal cases
across the country and is accorded great weight by
juries. But critics have begun to question its reliability.
Its use has contributed to numerous wrongful
convictions, and though some individuals have been
exonerated, many remain incarcerated for crimes they
did not commit.
This Note explores a variety of forensic science
disciplines and their associated problems, the recent
push for forensic reform, and the current standards
governing the admissibility of forensic evidence at the
federal level and in Georgia courts, highlighting the
lenient standard embodied in the Georgia Code and
elaborated upon in …


Richmond Law Magazine: Winter 2020, University Of Richmond Jan 2020

Richmond Law Magazine: Winter 2020, University Of Richmond

Richmond Law Magazine

To Right A Wrong

A Whistleblower and A Wiretap

A Homegrown Panel


Sexual Contact Between A Suspect And Police Officers: How Far Should Police Go To Prove Prostitution?, Paula Del Valle Torres Jan 2020

Sexual Contact Between A Suspect And Police Officers: How Far Should Police Go To Prove Prostitution?, Paula Del Valle Torres

American University Journal of Gender, Social Policy & the Law

No abstract provided.


Mphaea & Marble Cake: Parity & The Forgotten Frame Of Federalism, Taleed El-Sabawi Jan 2020

Mphaea & Marble Cake: Parity & The Forgotten Frame Of Federalism, Taleed El-Sabawi

Faculty Publications

Federal parity laws, and their state equivalents, have been shown to increase access to substance use disorder (SUD) treatment, by decreasing the cost of SUD treatment borne by the insured, and has resulted in little increase in health plan costs. Despite these improvements, the effects of parity on access to SUD treatment have been lower than expected. Recent reports suggest that states have varied in their enforcement parity, failures which may explain why persons surveyed still report having inadequate insurance coverage for SUD treatment despite the parity legislation. While other articles have offered suggestions for improving parity, most have lumped …


A Pedagogy Of Hope: Levers Of Change In Transformative Place-Based Learning Systems, Michelle G. Heaton Jan 2020

A Pedagogy Of Hope: Levers Of Change In Transformative Place-Based Learning Systems, Michelle G. Heaton

Antioch University Dissertations & Theses

In response to mounting wicked environmental problems and an outdated U.S. educational system, this dissertation investigates transformative place-based education as an adaptive boundary system that connects individual learning to positive social-ecological change. The research approaches learning through a systems lens through a novel framework of Social-ecological Systems, Place-based Education, and Transformative Learning Theories. A three-part mixed methods approach, including content analysis of the literature, phenomenological interviews with experts in place-based education, and fuzzy-logic cognitive mapping with educators at three schools practicing the principles of place-based education, is used to examine transformative place-based education from the perspectives of current U.S. place-based …


The Wandering Officer, Ben Grunwald, John Rappaport Jan 2020

The Wandering Officer, Ben Grunwald, John Rappaport

Coase-Sandor Institute for Law & Economics Research Paper Series

“Wandering officers” are law-enforcement officers fired by one department, sometimes for serious misconduct, who then find work at another agency. Policing experts hold disparate views about the extent and character of the wandering-officer phenomenon. Some insist that wandering officers are everywhere—possibly increasingly so—and that they’re dangerous. Others, however, maintain that critics cherry-pick rare and egregious anecdotes that distort broader realities. In the absence of systematic data, we simply do not know how common wandering officers are or how much of a threat they pose, nor can we know whether and how to address the issue through policy reform.

In this …