Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2020

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 27721 - 27750 of 30716

Full-Text Articles in Entire DC Network

ปัจจัยในการพิจารณาตัดสินใจพัฒนาท่าเรือสำราญไทย, รณกฤต เศรษฐดาลี Jan 2020

ปัจจัยในการพิจารณาตัดสินใจพัฒนาท่าเรือสำราญไทย, รณกฤต เศรษฐดาลี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเดินทางท่องเที่ยวเป็นการข้ามพรมแดน เรือสำราญเป็นช่องทางสำคัญที่นำนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าสู่ประเทศ ท่าเรือมีสำคัญใช้ต่อการเปิดรับนักท่องเที่ยว วัตถุประสงค์การศึกษาเพื่อสำรวจสภาพของท่าเรือสำราญไทยปัจจุบันและปัจจัยที่จำเป็นต่อการปรับปรุงพัฒนาท่าเรือสำราญไทย โดยใช้แบบสอบถามและมีตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา ความสอดคล้อง IOC > 0.67 ( ผลการทดสอบความน่าเชื่อถือ ได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา > 0.87 และสอบถามกลุ่มกิจการต่อเนื่อง ประกอบด้วยสมาชิก 40 ตัวอย่างจากสมาคมไทยธรุกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และกลุ่มผู้มีความชำนาญด้านเรือสำราญ ประกอบด้วยผู้ประกอบการเรือสำราญ 10 ตัวอย่างและสมาชิกสมาคมวิชาชีพเรือสำราญ 7 ตัวอย่าง. ผลวิเคราะห์จากข้อมูลการตอบแบบสอบถาม พบว่าค่าเฉลี่ยระดับความสามารถและสมรรถนะท่าเรือสำราญ กลุ่มกิจการต่อเนื่อง ระดับค่าเฉลี่ยสูง 3.72 กลุ่มผู้มีความชำนาญด้านเรือสำราญ ระดับค่าเฉลี่ยกลาง 2.95 ทั้งสองส่วนมีระดับค่าเฉลี่ยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้ ด้านโครงสร้างท่าเรือ (ปัจจัย 18/45) ด้านการท่องเที่ยว (ปัจจัย 10/19) ด้านลักษณะเรือ (ปัจจัย 1/5) โดยผลการศึกษาเสนอเพื่อนำเสนอต่อการวางแผนกลยุทธ์ส่งเสริมการพัฒนาท่าเรือสำราญไทย ดังนี้ โครงสร้างท่าเรือ ต้องปรับปรุงความกว้าง ความลึก ท่าเทียบ โดยรัฐต้องสนับสนุนการลงทุน ด้านการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวควรได้รับการฟื้นฟู ท่าเรือสำราญไทยมีศักยภาพระดับหนึ่ง แต่ยังต้องการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐมากขึ้นเพื่อยกระดับความสามรถและสมรรถนะท่าเรือสำราญไทย


การเมืองในสถาปัตยกรรมรัฐสภาไทย, อรณัฐ ปิยะจารุวัฒน์ Jan 2020

การเมืองในสถาปัตยกรรมรัฐสภาไทย, อรณัฐ ปิยะจารุวัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษานัยทางการเมืองที่ปรากฏและแฝงตัวอยู่ภายในสถาปัตยกรรมของอาคารรัฐสภาไทย โดยมุ่งศึกษาไปที่อาคารรัฐสภาสัปปายะสภาสถานซึ่งเป็นอาคารรัฐสภาแห่งที่สามของประเทศ เพื่อตอบคำถามงานวิจัยว่า อาคารรัฐสภาไทยมีแนวคิดในการออกแบบ ความเป็นมาในการจัดตั้ง และความหมายทางการเมืองไทยอย่างไร โดยอาศัยการตีความผ่านหนังสือ เอกสารงานวิจัย และข่าวที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ทั้งในแง่ของแนวคิด การเลือกพื้นที่ และการเลือกแบบในการก่อสร้างของอาคารรัฐสภาไทย ผลการวิจัยประการแรกพบว่า สถาปัตยกรรมของอาคารราชการ โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมอาคารรัฐสภาไทยมีนัยยะสำคัญที่สื่อถึงความไม่เท่ากันของอำนาจทางการเมืองระหว่างรัฐและประชาชนผ่านการออกแบบและสถาปัตยกรรม ประการที่สอง พระที่นั่งอนันตสมาคมซึ่งเป็นอาคารที่เดิมถูกออกแบบไว้สำหรับการจัดพระราชพิธีและรับรองพระราชอาคันตุกะ ตกแต่งด้วยภาพวีรกรรมของบูรพกษัตริย์ ก็กลายเป็นสถานที่ซึ่งจัดพระราชทานรัฐธรรมนูญ อันเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ขณะที่อาคารรัฐสภาแห่งที่สองถูกก่อสร้างในช่วงที่ประเทศถูกปกครองด้วยรัฐบาลทหารอย่างยาวนาน สถาปัตยกรรมแบบทันสมัยของอาคารเป็นการสื่อถึงการเป็นประเทศที่ทันสมัยไปพร้อมกับการเบ่งบานของประชาธิปไตย ประการสุดท้าย อาคารรัฐสภา ‘สัปปายะสภาสถาน’ เป็นอาคารรัฐสภาที่ถูกทีมสถาปนิกออกแบบภายใต้แนวคิดเรื่องคุณค่าทางศีลธรรมจากการเกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ผ่านการออกแบบด้วยคติพุทธ-พราหมณ์ และเรื่องไตรภูมิ อันเป็นรูปแบบจักรวาลวิทยาที่มีพระอาทิตย์และพระจันทร์โคจร บนยอดของอาคารมีเจดีย์พระจุฬามณีเป็นที่ประดิษฐานพระสยามเทวาธิราช แนวความคิดและการออกแบบเหล่านี้เป็นการออกแบบที่มุ่งสร้างศีลธรรมและการอุปถัมภ์จากเทพผู้คุ้มครองรัฐสยาม เพราะทีมสถาปนิกมองว่าปัญหาทางการเมืองเกิดจากนักการเมืองและประชาชนขาดศีลธรรม การเลือกเขาพระสุเมรุมาสร้างเป็นอาคารจะเป็นการทำให้เหล่าผู้ทำงานภายในอาคารระลึกถึงการทำหน้าที่ของตนเพื่อคนในชาติภายใต้การอุปถัมภ์จากเทพผู้คุ้มครองรัฐสยาม แต่ในอีกด้านหนึ่งพระสยามเทวาธิราชก็แสดงถึงการที่จัดให้สถาบันกษัตริย์เป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงที่สุดในจักรวาลวิทยาแบบไทยเหนือคุณค่าของประชาธิปไตยแบบตะวันตก


ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนผู้กระทำผิดในกฎหมายไทย, เสาวรส มนต์วิเศษ Jan 2020

ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับภาพตัวแทนผู้กระทำผิดในกฎหมายไทย, เสาวรส มนต์วิเศษ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับการสร้างภาพตัวแทนผู้กระทำผิดในกฎหมายไทยและเปรียบเทียบภาพตัวแทนผู้กระทำผิดในกฎหมายไทย 3 ยุค ได้แก่ ยุคกฎหมายจารีตประเพณี ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ระบบประมวลกฎหมาย และยุคประมวลกฎหมาย โดยเก็บข้อมูลจากตัวบทกฎหมายจำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ ศิลาจารึกกฎหมายลักษณโจร กฎหมายตราสามดวง กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 และประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 รวมจำนวนบทบัญญัติกฎหมายทั้งสิ้น 2,571 มาตรา ผลการศึกษาพบว่าวาทกรรมกฎหมายไทยใช้กลวิธีทางภาษาเพื่อนำเสนอภาพตัวแทนผู้กระทำผิด 2 กลวิธีหลัก ได้แก่ การเลือกใช้ศัพท์และการใช้ประโยคเพื่อสื่อความหมาย เมื่อวิเคราะห์ “กลวิธีทางภาษา” ทำให้เห็นการสร้างภาพตัวแทนผู้กระทำผิดในกฎหมายไทยแต่ละยุคทั้งที่เหมือนและแตกต่างกัน ภาพตัวแทนผู้กระทำผิดที่ปรากฏเหมือนกันในกฎหมายทุกยุค ได้แก่ “ผู้กระทำผิดเป็นบุคคลอันตราย” ส่วนภาพตัวแทนผู้กระทำผิดที่แตกต่างกันในกฎหมายแต่ละยุคสรุปได้ดังนี้ ยุคแรก (สมัยสุโขทัย อยุธยา ถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น) เป็นยุคที่พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะผู้ปกครองสูงสุด ทรงเป็นผู้มีอำนาจเต็มในการบริหารและปกครองประเทศ ตลอดจนอำนาจในการตรากฎหมายภายใต้หลักการแห่งพระธรรมศาสตร์ พระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์เปรียบเหมือนเทวโองการอันศักดิ์สิทธิ์ การกระทำผิดกฎหมายในยุคนี้คือการละเมิดทั้งศีลธรรมและพระมหากษัตริย์ ภาพตัวแทนผู้กระทำผิดที่ถูกประกอบสร้างผ่านตัวบทกฎหมายในยุคนี้จึงเป็น “ผู้กระทำผิดคือคนบาป” เป็น “คนที่ไม่เคารพยำเกรงพระมหากษัตริย์” และเป็น “คนที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย” ซึ่งกฎหมายต้องกำจัดทิ้ง ยุคที่สอง (สมัยรัชกาลที่ 4 – 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) โลกกำลังเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ซึ่งสังคมไทยจำเป็นต้องปรับตัวตามด้วยการปฏิรูปสังคม ปฏิรูปประเทศ และปฏิรูปกฎหมายโดยการรับแนวคิดกฎหมายตะวันตกมาปรับใช้กับกฎหมายไทย ยุคนี้เป็นยุคที่พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะผู้ปกครองสูงสุดเช่นในยุคแรกแต่แตกต่างกันตรงที่ในยุคนี้มีแนวคิดว่ากฎหมายเป็นสิ่งที่บัญญัติขึ้นโดยมนุษย์ ส่งผลให้กฎหมายที่ถูกตราขึ้นในยุคที่สองนี้เป็นกฎที่มาจากพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยตรง บทบัญญัติกฎหมายในยุคนี้จึงสร้างภาพตัวแทนผู้กระทำผิดประการหนึ่งซึ่งแตกต่างกับกฎหมายยุคอื่นคือ “ผู้กระทำผิดคือคนที่พระมหากษัตริย์ระบุว่ากระทำความผิดหรือมีความผิด” ส่วนภาพตัวแทนผู้กระทำผิดที่ปรากฏชัดเจนในกฎหมายอาญาไทยยุคนี้คือ “ผู้กระทำผิดเป็นคนที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย” และผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติกฎหมายถือเป็น “คนที่(สมควร)ต้องถูกลงโทษ” ยุคที่สาม ภายหลังประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาในสมัยรัชกาลที่ 7 ด้วยระบบคิดแบบประชาธิปไตยทำให้พระมหากษัตริย์ในยุคนี้มิใช่ผู้มีอำนาจในการตรากฎหมายเช่นเดิม บทบัญญัติกฎหมายอาญาไทยในยุคนี้จึงไม่มีการกล่าวถึงการกระทำความผิดว่าเป็นการละเมิดพระราชอาชญาของพระมหากษัตริย์เช่นกฎหมายในยุคก่อน หากแต่นำเสนออย่างชัดเจนว่า “ผู้กระทำผิดคือคนที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย” และถือเป็น “คนที่(สมควร)ต้องถูกลงโทษ”


พื้นที่ในนวนิยายของโยะฌิโมะโตะ บะนะนะ, ศิริวรรณ ปรีชานฤตย์ Jan 2020

พื้นที่ในนวนิยายของโยะฌิโมะโตะ บะนะนะ, ศิริวรรณ ปรีชานฤตย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของพื้นที่ที่มีต่อแก่นเรื่องและพฤติกรรมของตัวละครในนวนิยายของโยะฌิโมะโตะ บะนะนะ จากหนังสือ ผลงานรวมเล่มของโยะฌิโมะโตะบะนะนะ: เรื่องคัดสรรโดยผู้เขียน 『吉本ばなな自選全集 Collected Works of Yoshimoto Banana: an Author’s Selection』ผู้วิจัยเน้นศึกษานวนิยายที่มีแก่นเรื่องเกี่ยวกับชีวิต ความตาย ความรักและเรื่องลึกลับ โดยมีสมมติฐานการวิจัย คือ พื้นที่ในนวนิยายของโยะฌิโมะโตะ บะนะนะมีบทบาทในการสะท้อนแก่นเรื่อง เช่น ความรัก ความตาย การเยียวยาและมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความคิดจิตใจของตัวละคร ทำให้ตัวละครค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตนเองและตระหนักถึงคุณค่าของการมีชีวิต จากการศึกษาพบว่านวนิยายของโยะฌิโมะโตะ บะนะนะมักเริ่มต้นเรื่องด้วยการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รักของตัวละครเอกและนำเสนอภาพครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ผ่านพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 1. พื้นที่แห่งการสูญเสียและพื้นที่แห่งความเจ็บปวดซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตัวละครเอกสูญเสียตัวตนและมีปมในใจ เป็นการเน้นย้ำให้เห็นว่าชีวิตและความตายมีความเกี่ยวข้องกัน 2. พื้นที่แห่งการเยียวยาและพื้นที่แห่งความหวังเป็นพื้นที่ที่ทำให้ตัวละครเอกตระหนักว่าความตายเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิต โดยพื้นที่แห่งการเยียวยาช่วยสร้างพฤติกรรมให้ตัวละครเอกกลับมามีชีวิตใหม่และตระหนักถึงคุณค่าของการมีชีวิต 3. พื้นที่ลี้ลับและพื้นที่ต้องคำสาปจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องเหนือธรรมชาติ และ 4. พื้นที่ของความรักต้องห้ามสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการประพฤติตัวไม่เหมาะสม ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ถ่ายทอดผ่านพื้นที่หลัก ได้แก่ บ้าน ชนบท ต่างประเทศ และในพื้นที่อื่น ได้แก่ โรงพยาบาล สะพาน ชายหาด เป็นต้น พื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกันและมีบทบาทสำคัญในการสะท้อนแก่นเรื่องอันสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของตัวละครในเรื่อง ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าโยะฌิโมะโตะ บะนะนะมุ่งเน้นความสำคัญของการเยียวยาจิตใจเพื่อมนุษย์จะได้ตระหนักถึงคุณค่าของการมีชิวิตอยู่


ปัญหาเยาวชนร่วมสมัยในวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้ว ปี พ.ศ. 2558 – 2561, วรัชยา เลี่ยวเทียนไชย Jan 2020

ปัญหาเยาวชนร่วมสมัยในวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้ว ปี พ.ศ. 2558 – 2561, วรัชยา เลี่ยวเทียนไชย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีจุดมุ่งหมายในการศึกษาวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้ว ระหว่างปี พ.ศ. 2558 – 2561 ทั้งหมด 12 เรื่อง ได้แก่ ช้างบิน ริมคลองนั้นมีผมกับเป็ด เอกอีเอ้กเอย เด็กชายผู้ระบายสีฟ้าไม่เป็น จิ๋วกับน้อย ม้าน้าสีทอง Color Land ดินแดนสีสัน กล่องตุ๊กตาสีใสกับจดหมายของพ่อ วันเกิดของเค้าโมง น้าตาแม่มด เด็กชายต้นไม้ และ กระรอกแดงแห่งสวนกว้าง โดยศึกษาเกี่ยวกับปัญหาเยาวชนที่ได้รับการนำเสนอ และวิเคราะห์กลวิธีการนำเสนอปัญหาดังกล่าว ผลการศึกษาพบว่าวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้วกลุ่มตัวบทนำเสนอ 3 ปัญหาสำคัญที่เยาวชนต้องเผชิญในปัจจุบัน คือปัญหาภายในจิตใจของเยาวชน ได้แก่ การสูญเสียบุคคลที่รัก การขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง ปัญหาในครอบครัว ได้แก่ การใช้ความรุนแรง และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ปัญหาความเหลื่อมล้าและความยากจน ปัญหาการคุกคามธรรมชาติ และปัญหาการถูกกดทับจากรัฐและค่านิยมในสังคม ซึ่งไม่เคยได้รับการนำเสนอมาก่อนในวรรณกรรมกลุ่มนี้ จึงนับว่าวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558-2561 นำเสนอปัญหาเยาวชนที่ร่วมสมัยกับช่วงปีที่ได้รับการแต่งขึ้น ปัญหาเยาวชนเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านกลวิธีที่สำคัญคือการใช้กลวิธีแบบแฟนตาซีผสมผสาน และการสร้างอารมณ์กระทบใจ กล่าวได้ว่าวรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้ว ระหว่างปี พ.ศ. 2558 -2561 มีคุณค่าในฐานะวรรณกรรมเยาวชน ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการชี้แนะเยาวชนเกี่ยวกับชีวิต และในฐานะวรรณกรรม เพราะมีกลวิธีการแต่งที่สร้างสรรค์ โดยการใช้ลักษณะแฟนตาซีผสมผสานไม่เพียงทำให้เรื่องน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้การนำเสนอปัญหาเยาวชนชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วย ในขณะที่การสร้างอารมณ์กระทบใจก็ทำได้อย่างลุ่มลึกและสมจริง ทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ร่วมและคล้อยตาม อันจะช่วยเสริมความสามารถในการเรียนรู้จากเรื่องได้ดียิ่งขึ้นด้วย


การประเมินคุณภาพเชิงทัศน์ของภูมิทัศน์วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี, โยษิตา อุบลวัตร Jan 2020

การประเมินคุณภาพเชิงทัศน์ของภูมิทัศน์วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี, โยษิตา อุบลวัตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เมืองลพบุรีเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 แต่ละยุคสมัยได้สะท้อนถึงวัฒนธรรม เอกลักษณ์ ศิลปะ ซึ่งออกมาในรูปแบบสถาปัตยกรรมและโบราณวัตถุต่างๆที่ทรงคุณค่าและยังคงหลงเหลือในปัจจุบัน ด้วยทรัพยากรเหล่านี้ทำให้ปัจจุบันลพบุรีเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ แต่ด้วยในปัจจุบันเมืองลพบุรีมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับภูมิทัศน์เมืองและความสวยงามด้านทัศนียภาพ ทำให้การคำนึงถึงความงามของเมืองเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดการรับรู้ทัศนียภาพของเมืองแห่งประวัติศาสตร์ได้อย่างสวยงามอีกทั้งยังทำให้ซาบซึ้งในคุณค่าและประวัติความเป็นมาของเมือง การประเมินคุณภาพเชิงทัศน์มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาปัจจุบัน ซึ่งทำให้เข้าใจองค์ประกอบของเมืองที่ส่งผลต่อสุนทรียภาพที่เพิ่มมากขึ้นหรือลดน้อยลงอันก่อให้เกิดความขัดแย้งในทัศนียภาพ การประเมินคุณภาพเชิงทัศน์เริ่มจากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับกับแนวความคิด ทฤษฎีการประเมินสุนทรียภาพร่วมกับการจัดทำแบบสอบถามโดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ประเมิน ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 200 คน แบ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างชาวลพบุรีจำนวน 100 คนและกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยว 100 คน เพื่อหาสุนทรียภาพของเมืองในปัจจุบันและวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดสุนทรียภาพ ผลการศึกษาพบว่า ชาวลพบุรีมีการรับรู้สุนทรียภาพของเมืองในปัจจุบันน้อยกว่านักท่องเที่ยว และต้องการเปลี่ยนแปลงทัศนียภาพเมืองเนื่องจากปัญหามลทัศน์ที่เกิดขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวมีการรับรู้ถึงสุนทรียภาพของเมืองในปัจจุบันมากโดยมีความคิดเห็นว่าเมืองเก่าและเมืองใหม่อยู่ร่วมกันทำให้เกิดความงามที่ผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อความงามของทัศนียภาพขึ้นอยู่กับองค์ประกอบการจัดวางตำแหน่งของสถาปัตยกรรม มุมมอง ระยะ สัดส่วนทรัพยากรทางสายตา สีของบริบทและรูปร่างหน้าตาอาคาร


การออกแบบภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ โครงการบ้านเดี่ยวในเขตกรุงเทพฯ: กรณีศึกษา โครงการเพอร์เฟค เพลส, กชมน แก้วพรหม Jan 2020

การออกแบบภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ โครงการบ้านเดี่ยวในเขตกรุงเทพฯ: กรณีศึกษา โครงการเพอร์เฟค เพลส, กชมน แก้วพรหม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการออกแบบภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางมากขึ้นเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการขายและการตัดสินใจซื้อโครงการบ้านเดี่ยวในเขตกรุงเทพฯ เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี น่าสนใจต่อการอยู่อาศัย ตรงความต้องการของผู้ตัดสินใจซื้อบ้าน และเป็นแนวทางสำหรับการวางแผนพัฒนาการออกแบบภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด ขอบเขตการวิจัยคือโครงการเพอร์เฟค เพลส เนื่องจากเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับราคา 5 - 10 ล้านบาท ที่มีหลายโครงการกระจายตัวทั่วไปในกรุงเทพฯ และมีจำนวนผู้ซื้อมากพอที่จะได้ผลสำรวจที่เชื่อถือได้ โดยงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุลักษณะความต้องการส่วนบุคคลที่สัมพันธ์ต่อการออกแบบภูมิทัศน์ พื้นที่ส่วนกลางโครงการบ้านเดี่ยวระดับราคา 5 - 10 ล้านบาท ตลอดจนเพื่อเสนอแนะข้อพิจารณาการออกแบบภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลางโครงการบ้านเดี่ยวระดับราคา 5 - 10 ล้านบาท การวิจัยเริ่มต้นด้วยการทบทวนวรรณกรรมและแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง สัมภาษณ์ผู้ประกอบการ ซึ่งมีตำแหน่งภูมิสถาปนิก สถาปนิกหรือผู้ออกแบบ ฝ่ายวางแผนโครงการและการตลาด และสำรวจความต้องการส่วนบุคคลโดยใช้แบบสอบถามกับผู้ที่ซื้อและกำลังจะซื้อโครงการ ผลจากแบบสัมภาษณ์พบว่าองค์ประกอบหลักของพื้นที่ส่วนกลางได้แก่ ทางเข้าโครงการ ถนนและทางเท้าภายในโครงการ สวนส่วนกลาง และสโมสร และปัจจัยการออกแบบภูมิทัศน์ได้แก่ การวางตำแหน่งที่ตั้ง ลักษณะทางกายภาพของงานออกแบบ ขนาด และรูปแบบกิจกรรมและประโยชน์ใช้สอย ผลจากแบบสอบถามพบว่าองค์ประกอบของพื้นที่ส่วนกลางที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ความปลอดภัยของพื้นที่ทางเข้าโครงการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเป็นลำดับแรก โดยที่รูปแบบกิจกรรมและประโยชน์ใช้สอยของสวนส่วนกลางติดกับซุ้มทางเข้าโครงการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเป็นลำดับสุดท้าย ข้อพิจารณาในการออกแบบทางเข้าโครงการ ถนนและทางเท้าภายในโครงการ สวนส่วนกลาง และสโมสร ควรพัฒนาให้เป็นไปตามพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้ซื้อ โดยพบว่าผู้ซื้อให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในโครงการพักอาศัยในด้านความปลอดภัยและความสะดวกในชีวิตประจำวันมากกว่าเรื่องขนาดและตำแหน่งของภูมิทัศน์พื้นที่ส่วนกลาง


การพัฒนารูปแบบกิจกรรมนันทนาการระหว่างวัยที่มีผลต่อสุขภาพองค์รวมและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ, อุไรวรรณ ขมวัฒนา Jan 2020

การพัฒนารูปแบบกิจกรรมนันทนาการระหว่างวัยที่มีผลต่อสุขภาพองค์รวมและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ, อุไรวรรณ ขมวัฒนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรแกรมนันทนาการระหว่างวัยและหาประสิทธิผลของโปรแกรมที่มีต่อสุขภาพองค์รวมและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและเพื่อพัฒนารูปแบบนันทนาการระหว่างวัย วิธีการดำเนินงานวิจัย มี 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 พัฒนาโปรแกรมนันทนาการระหว่างวัยและวัดประสิทธิผลของโปรแกรมที่มีต่อสุขภาพองค์รวมและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาความต้องการกิจกรรมนันทนาการของผู้สูงอายุในประเทศไทย จำนวน 470 คน จาก16 จังหวัด ตอบแบบสอบถามทัศนคติและความต้องการกิจกรรมนันทนาการของผู้สูงอายุ ระยที่ 2 ศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การใช้เวลาว่างและความต้องการกิจกรรมนันทนาการระหว่างวัยของผู้สูงอายุ (อายุ 60-75ปี) และเด็ก(อายุ 5-12 ปี) ด้วยวิธีสนทนากลุ่ม(Focus Group) ผู้สูงอายุและสัมภาษณ์เชิงลึก (Indepth Interview) กับเด็ก ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้มาสร้างโปรแกรมนันทนาการระหว่างวัยที่ส่งผลต่อสุขภาพองค์รวมและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ระยะที่ 3 การหาประสิทธิผลของโปรแกรมโดยใช้วิธีการดำเนินการวิจัยตามแบบศึกษากลุ่มเดียววัดสองครั้ง (One Group Pretest - Posttest Design) เป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนหมู่บ้านแหลมทองนิเวศน์จำนวน 20 คนเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการระหว่างวัยร่วมกับเด็กวัย 5-12 ปีเป็นเวลา 5สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที ทำการวัดสมรรถภาพทางกาย สุขภาพจิต สุขภาพทางสังคม สุขภาพทางจิตวิญญาณและคุณภาพชีวิต ก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรม นำข้อมูลที่ได้มาหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบค่าทีแบบรายคู่ (Paired t-test) ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบนันทนาการระหว่างวัย ผลการวิจัย การวิจัยในขั้นตอนที่ 1 พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีสุขภาพองค์รวม คือ สุขภาวะทางกายด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อแขน ความคล่องแคล่วและความสามารถในการทรงตัวแบบเคลื่อนที่ สุขภาวะทางจิต สุขภาวะทางจิตวิญญาณด้านความเป็นมิตร สุขภาวะทางสังคม และคุณภาพชีวิตโดยรวมก่อนและหลังการทดลองมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และการพัฒนารูปแบบกิจกรรมนันทนาการระหว่างวัยโดยใช้รูปแบบเชิงระบบ (Systematic Model) มีองค์ประกอบ 4 ส่วนคือ ปัจจัยนำเข้า (In Put) ประกอบด้วยชุมชนที่เข้มแข็ง ผู้นำกิจกรรมที่มีประสบการณ์ กระบวนการ …


ความสัมพันธ์ระหว่างการไร้ตัวตนกับอาชญากรรมไซเบอร์, ปรเมศวร์ กุมารบุญ Jan 2020

ความสัมพันธ์ระหว่างการไร้ตัวตนกับอาชญากรรมไซเบอร์, ปรเมศวร์ กุมารบุญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการไร้ตัวตนกับอาชญากรรมไซเบอร์ด้วยทฤษฎีเกม โดยการไร้ตัวตนในดุษฎีนิพนธ์นี้หมายถึง การหลบพ้นการสืบสวนจับกุมทางดิจิทัลและการไม่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานดิจิทัลเพื่อดำเนินคดีเอาผิดได้ เพราะอาชญากรไซเบอร์เป็นอาชญากรที่คอยมองหาโอกาสอยู่เสมอและเมื่อได้พบไซเบอร์เทคโนโลยีใดที่มีปัจจัยการไร้ตัวตนจะตัดสินใจเลือกก่ออาชญากรรมทันทีและเมื่อไซเบอร์เทคโนโลยีนั้นการไร้ตัวตนหมดสิ้นไป อาชญากรรมไซเบอร์ประเภทนั้นจะหมดไปเป็นวัฏจักร ดุษฎีนิพนธ์นี้ เป็นการวิจัยแบบผสมผสานมีทั้งการวิจัยเชิงปริมาณจากสถิติคดีอาชญากรรมไซเบอร์กับการสำรวจความเห็นออนไลน์จำนวน 35 ราย และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีการวิจัยเอกสาร รวบรวมเนื้อหาอาชญากรรมไซเบอร์ คำสารภาพของอาชญากรไซเบอร์ คดีที่มีคำพิพากษาอาชญากรรมไซเบอร์ที่เคยเกิดขึ้นจากอดีตจนถึงปัจจุบันและการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก 1 กรณีศึกษา จากนั้นเลือกกรณีศึกษาที่น่าสนใจขึ้นมา 17 กรณีศึกษาและใช้ทฤษฎีเกมกับทฤษฎีการเลือกอย่างเป็นเหตุเป็นผลเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างอาชญากรรมไซเบอร์กับการไร้ตัวตน โดยอธิบายรูปแบบความสัมพันธ์เป็น ต้นไม้การตัดสินใจ ตารางผลตอบแทน และสมการผลตอบแทน ผลการวิจัยพบว่า ทฤษฎีเกมอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการไร้ตัวตนและการเกิดอาชญากรรมไซเบอร์ให้ได้เข้าใจง่ายและได้มีข้อเสนอแนะให้รัฐแก้กฎหมายที่ยังมีช่องว่างและเสนอให้มีศาลชำนัญพิเศษพิจารณาอาชญากรรมไซเบอร์โดยเฉพาะต่อไป


การซ้อนทับจับวางของวาทกรรมทัณฑวิทยา: วงศาวิทยาของการใช้โทษประหาร และความรุนแรงเพื่อการลงทัณฑ์ในประวัติศาสตร์ไทย, ภูวดล ไชยอินทร์ Jan 2020

การซ้อนทับจับวางของวาทกรรมทัณฑวิทยา: วงศาวิทยาของการใช้โทษประหาร และความรุนแรงเพื่อการลงทัณฑ์ในประวัติศาสตร์ไทย, ภูวดล ไชยอินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการลงทัณฑ์ในประวัติศาสตร์ไทยเป็นการใช้ความรุนแรงของรัฐกระทำต่อมนุษย์ผู้อยู่ในสังคม โดยสังคมย่อมยินยอมให้รัฐลงโทษมนุษย์ที่กระทำความผิด อย่างไรก็ตามการลงโทษทัณฑ์ของรัฐต้องอาศัยความสมเหตุสมผลซึ่งเป็นอำนาจของความรู้อย่างหนึ่งในการสร้างความชอบธรรมในการปกครอง วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของโทษทัณฑ์ในฐานะวาทกรรมอย่างหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงตามรูปแบบของรัฐไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงการให้เหตุผลในการลงโทษในแต่ละสมัย โดยพิจารณาจากการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการให้ความสมเหตุสมผลของภาครัฐ และความเห็นจากภาคสังคม ผ่านกรณีศึกษาการลงโทษประหารชีวิต และรูปแบบของเรือนจำ ด้วยวิธีวงศาวิทยาเชิงประวัติศาสตร์ จากปัจจุบันร่วมสมัยจนถึงรัฐสมัยโบราณ ซึ่งทำให้เห็นว่าในมิติทางประวัติศาสตร์การลงโทษเป็นเพียงวาทกรรมที่ปรากฏเด่นชัดในแต่ละยุคสมัย โดยเป็นอิทธิพลของการรับเอาวิธีคิดจากภายนอกเข้ามาปะทะกับความคิดภายในสังคมแบบเดิม และทำให้ความคิดที่เป็นวาทกรรมเกิดการซ้อนทับกันเป็นชั้น โดยต่างเป็นการจับวางในวาทกรรมทัณฑวิทยาทั้งรูปแบบดังต่อไปนี้ (1) การแก้แค้นทดแทนให้สาสม (2) การลงโทษเพื่อการยับยั้งป้องกัน และ (3) การลงโทษเพื่อการบำบัดฟื้นฟู ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งของรัฐไทยในการผดุงความชอบธรรมของความสมเหตุสมผลของการลงโทษในสังคมไว้แบบเดิม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นับเป็นคุณูปการในการพยามนำเสนอการใช้วิธีวงศาวิทยาในการศึกษาการลงทัณฑ์ในประวัติศาสตร์ไทย ตลอดจนเปิดมุมมองที่หลากหลายต่อความสมเหตุสมผลของกรอบคิดของการลงโทษแบบอื่นๆต่อไป


เนื้อหาละครโทรทัศน์เกาหลีกับการเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับความรุนแรงในทางย้อนแย้งของคู่รักวัยรุ่นไทย: กรณีศึกษาละครโทรทัศน์เรื่อง Princess Hour, You Who Came From The Stars And Crash Landing On You, วริศรา กรีธาพล Jan 2020

เนื้อหาละครโทรทัศน์เกาหลีกับการเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับความรุนแรงในทางย้อนแย้งของคู่รักวัยรุ่นไทย: กรณีศึกษาละครโทรทัศน์เรื่อง Princess Hour, You Who Came From The Stars And Crash Landing On You, วริศรา กรีธาพล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ตีความเนื้อหาละครโทรทัศน์เกาหลีที่สามารถเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับความรุนแรงในทางย้อนแย้งของคู่รักวัยรุ่นไทย โดยศึกษาจากละครโทรทัศน์เกาหลี 3 เรื่อง ได้แก่ Princess Hours, You Who Came from the Stars และ Crash Landing on You และ (2) ศึกษาทัศนคติเกี่ยวกับความรุนแรงของคู่รักวัยรุ่นไทยหลังจากการดูละครโทรทัศน์เกาหลี โดยศึกษาจากการสัมภาษณ์เชิงลึกคู่รักวัยรุ่นชาวไทยเพศชายและเพศหญิงอายุ 18-25 ปีที่รับชมและชื่นชอบละครโทรทัศน์เกาหลี ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ละครโทรทัศน์เกาหลีสามารถเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับความรุนแรงในทางย้อนแย้งของคู่รักวัยรุ่นไทยในด้านความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรม ด้วยการนำเสนอภาพตัวละครนำชายที่มีลักษณะของความเป็นชายแบบใหม่และความเป็นสุภาพบุรุษ รวมถึงการไม่ใช้ความรุนแรงกับคนรัก ซึ่งย้อนแย้งกับความเป็นจริงของสังคมเกาหลีที่เป็นสังคมปิตาธิปไตยและเพศชายมีการใช้ความรุนแรงต่อคู่รักของตน ซึ่งงานวิจัยนี้อาจเป็นแนวทางและความรู้สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างเนื้อหาละครโทรทัศน์ให้สามารถเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับความรุนแรงของคู่รักวัยรุ่นไทย เพื่อลดการเรียนรู้และลอกเลียนแบบความรุนแรงจากสื่อ


โมเดลเชิงสาเหตุแหล่งความเครียดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรมและสุขภาวะของนิสิตนักศึกษาปริญญาตรีชาวต่างประเทศที่ศึกษาในหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย, ทศพิธ รุจิระศักดิ์ Jan 2020

โมเดลเชิงสาเหตุแหล่งความเครียดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรมและสุขภาวะของนิสิตนักศึกษาปริญญาตรีชาวต่างประเทศที่ศึกษาในหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย, ทศพิธ รุจิระศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาและตรวจสอบโมเดลเชิงสาเหตุของแหล่งความเครียดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรมและกลยุทธ์การผสมผสานทางวัฒนธรรมต่อสุขภาวะของนิสิตนักศึกษาปริญญาตรีที่ศึกษาในหลักสูตรนานาชาติ (2) ศึกษาบทบาทของการสนับสนุนทางสังคมในโมเดลเชิงสาเหตุดังกล่าว กลุ่มตัวอย่าง คือ นิสิตนักศึกษาปริญญาตรี 207 คน (หญิง 127 คน ชาย 80 คน) อายุเฉลี่ย 21.68 + 2.11 ปี ระยะเวลาที่อาศัยในประเทศไทยเฉลี่ย 1.47+1.44 ปี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ มาตรวัดแหล่งความเครียดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรม มาตรวัดกลยุทธ์การผสมผสานทางวัฒนธรรม มาตรวัดการสนับสนุนทางสังคม และมาตรวัดสุขภาวะ เก็บข้อมูลทั้งแบบกระดาษและแบบออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการสร้างสมการโครงสร้าง (Structural Equation Modeling) และการทดสอบโมเดลแข่งขัน ผลการวิจัยพบว่าโมเดลเชิงสาเหตุของแหล่งความเครียดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรมและสุขภาวะของนิสิตนักศึกษาปริญญาตรีที่ศึกษาในหลักสูตรนานาชาติ ที่มีกลยุทธ์การผสมผสานทางวัฒนธรรมเป็นตัวแปรส่งผ่าน มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Chi-square = 44.167, df = 34, p = .114, SRMR = 0.059, RMSEA = 0.038, CFI = 0.989) และในการวิเคราะห์โมเดลแข่งขัน พบว่าโมเดลเชิงสาเหตุของแหล่งความเครียดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรมและสุขภาวะของนิสิตนักศึกษาปริญญาตรีที่ศึกษาในหลักสูตรนานาชาติ ที่มีกลยุทธ์การผสมผสานทางวัฒนธรรมเป็นตัวแปรส่งผ่าน โดยที่การสนับสนุนทางสังคมส่งผลต่อสุขภาวะผ่านกลยุทธ์การผสมผสานทางวัฒนธรรม เป็นโมเดลที่ดีที่สุด (Chi-square = 66.675, df = 50, p = .057, SRMR = 0.071, RMSEA = 0.040, CFI = 0.986) นอกจากนี้ผลการวิจัยยังบ่งชี้ว่า เมื่อนักศึกษาชาวต่างชาติเผชิญกับแหล่งความเครียดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่มากขึ้น กลยุทธ์การผสมผสานทางวัฒนธรรมที่มีแนวโน้มจะถูกนำมาใช้ คือ กลยุทธ์การแยกตัว และเมื่อได้รับการสนับสนุนทางสังคมมากขึ้น กลยุทธ์การผสมผสานทางวัฒนธรรมที่นักศึกษาชาวต่างชาติมีแนวโน้มจะถูกนำมาใช้ คือ กลยุทธ์การบูรณาการ นอกจากนี้การสนับสนุนทางสังคมส่งผลทางอ้อมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อสุขภาวะผ่านกลยุทธ์การผสมผสานทางวัฒนธรรมเฉพาะด้านการยึดมั่นต่อวัฒนธรรมสังคมถิ่นฐาน


Artificial Intelligence And Copyright Law In Singapore A Study On The Protection Of Compilations And Databases Arranged By Ai-Systems, Sella Say Jan 2020

Artificial Intelligence And Copyright Law In Singapore A Study On The Protection Of Compilations And Databases Arranged By Ai-Systems, Sella Say

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

While the capability of artificial intelligence ("AI") gains remarkable momentum in creating copyrightable materials – the questions regarding the eligibility of these new creations, at the moment, are broadly discussed and posed challenges to the regime. The problem of how we fit the conventional notion of authorship and the condition of originality for AI-generated works remains a controversial topic. Some might suggest that subject matter created by AI should not be granted copyright protection on the presumption that AI is not a human who could treat as authors of works. At the same time, other supportive claims that the first …


Improve Customer Experience By Introducing Coach Knowledge Assessment (Cka) Preparation Class: Case Study Thailand Coaching Institute, Thipsupang Sanjariyapipu Jan 2020

Improve Customer Experience By Introducing Coach Knowledge Assessment (Cka) Preparation Class: Case Study Thailand Coaching Institute, Thipsupang Sanjariyapipu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

From problem identification process in participants' perspective, the study found two major pain points: poor exam time management based on skill and speed; and concern of language, in coach knowledge assessment (CKA) experience. Therefore, the focus of this study would be improving ICF coach mentoring program for ACC to improve experience of participants who will take coach knowledge assessment (CKA). The key objective of this research is to improve customer experience by introducing coach knowledge assessment (CKA) preparation class: case study Thailand coaching institute. From the problem identification process, the proposed solution from literature review and expert's suggestion is coach …


Factors Related To Health-Related Quality Of Life In Patients With Acute Coronary Syndrome In West Java, Indonesia, Haerul Imam Jan 2020

Factors Related To Health-Related Quality Of Life In Patients With Acute Coronary Syndrome In West Java, Indonesia, Haerul Imam

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This descriptive study aimed to examine the relationship between age, self-efficacy, functional status, pain, dyspnea, social support, and health-related quality of life in patients with acute coronary syndrome in west java, Indonesia. The participants were 186 patients who has acute coronary syndrome or history of acute coronary syndrome visited cardiovascular outpatient clinic in the main national public hospital type A in west java province, Indonesia. The instruments used for data collection were Demographic Questionnaire, General Self-efficacy Scale, Seattle Angina Questionnaire, Rose Questionnaire for Angina, Rose Dyspnea Questionnaire, ENRICH Social Support, and MacNew Health Related Quality of life. These instruments were …


A Causal Model Of Functional Status Among Persons With Liver Cirrhosis, Surachai Maninet Jan 2020

A Causal Model Of Functional Status Among Persons With Liver Cirrhosis, Surachai Maninet

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This cross-sectional correlation study aimed to develop and test a causal relationship among alcohol consumption, illness perception, social support, fatigue, and functional status among persons with liver cirrhosis. The hypothesized model was constructed based on the theory of unpleasant symptoms and the review of the literature. A stratified three-stage random sampling approach was utilized to recruit 400 persons with liver cirrhosis aged 40 years old and older who visited four hospitals from three regions of Thailand. Research instruments consisted of the demographic data form, Alcohol Use Disorders Identification Test Consumption, Brief Illness Perception Questionnaire, Multidimensional Scale of Perceived Social Support, …


A Comparative Study Of Financial Literacy Between The Eu And Thailand. What Can Thailand Learn From The Eu?, Nutchapat Siripattananuntakul Jan 2020

A Comparative Study Of Financial Literacy Between The Eu And Thailand. What Can Thailand Learn From The Eu?, Nutchapat Siripattananuntakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Financial literacy is a key factor in promoting economic stability. In a situation where the world is changing rapidly, financial literacy is essential in various contexts. Nowadays, many Thai retired individuals face an increase in debt burden, and they do not have enough money for living after retirement. As the researcher is a Thai nationality, the researcher aspires to contribute to Thailand's financial literacy. Pursuing Master of Arts in European Studies have led the researcher to develop an interest in comparing the financial skills of Thais and Europeans. The objective of this study is to compare the financial literacy between …


From Aiding To Equal Partnership Between The Eu And African Countries: The Case Of Ethiopia's Tigray Conflict, Yue Zhao Jan 2020

From Aiding To Equal Partnership Between The Eu And African Countries: The Case Of Ethiopia's Tigray Conflict, Yue Zhao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This article mainly introduces the current situation of the Tigray conflict in Ethiopia and the EU's assistance to Ethiopia as well as the dialectical thinking on the EU's approach. In the first part, the author gives a brief history of Ethiopia to explain the relationship between the Tigray People's Liberation Front(TPLF)and the federal government. In this part, the article also narrates the general situation of Tigray War. At the same time, in order to further explain the reasons for the outbreak of the conflict in Tigray, the second part introduces the economic and ethnic issues behind the outbreak of the …


Communist "Normal" Life: The Criticism Of Daily Life Under A Totalitarian Regime, Rawee Archewa Jan 2020

Communist "Normal" Life: The Criticism Of Daily Life Under A Totalitarian Regime, Rawee Archewa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The communist regime in Eastern Europe came after the end of Second World War by promoting the equality of people. The difference between West and East with two regimes obviously classified the living of people; the Western bloc emphasized on rights and freedom fostering the expansion of consumerist ideology. Consequently, the economic in the West developed, followed by the prosperity and well-being of people. In contrast to the Eastern bloc, it was controlled by the state and the evidences showed that the communist leaders could not serve the people's wants and needs. While the communist state created their enormous and …


Factors Predicting Nutritional Scores In Hiv-Infected Elder Receiving Antiretroviral Therapy In Thailand, Daylia Thet Jan 2020

Factors Predicting Nutritional Scores In Hiv-Infected Elder Receiving Antiretroviral Therapy In Thailand, Daylia Thet

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Objectives: (1) To compare means of nutritional scores and means of depression scores from 2016 and 2020 (2) To investigate relationship between nutritional scores and depression scores (3) To establish nutritional score prediction model. Methodology: A longitudinal retrospective survey study was performed. Population were human immunodeficiency virus (HIV)-infected Thai elderly patients aged 50 years and above who were receiving HIV care and had previously participated in the aging cohort study conducted from March 2016 to April 2017 at the HIV-NAT Center, Bangkok, Thailand. Sample size for multiple regression analysis is calculated as 15 cases per 1 independent variable. This study …


Effects Of Prenatal Methamphetamine Exposure On Learning And Memory And Synaptogenesis In Mouse Hippocampus, Hattaya Benya-Aphikul Jan 2020

Effects Of Prenatal Methamphetamine Exposure On Learning And Memory And Synaptogenesis In Mouse Hippocampus, Hattaya Benya-Aphikul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The dynamic processes of brain development during perinatal period are vulnerable to neurotoxic insults leading to changes in brain structure and functions. Hippocampus plays an important role in learning and memory. Hippocampal formation can be influenced by substance used during brain developmental processes including neuron differentiation and synaptogenesis. Brain-derived neurotrophic factor (BDNF) regulates neuron development and neuroplasticity via its receptor TrkB. Methamphetamine (MA) abused and the risk of MA exposed during pregnancy have increased recently. The present study aimed to elucidate the effects of prenatal MA exposure on learning and memory. Prenatal effects of MA on neuronal morphology and synaptogenesis, …


Investigation Of Cytotoxic Activity Of Full-Length And Truncated Colicin N On Human Cancer Cells, Methawee Duangkaew Jan 2020

Investigation Of Cytotoxic Activity Of Full-Length And Truncated Colicin N On Human Cancer Cells, Methawee Duangkaew

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Bacteria, exposed to stress from the environment or competition, release toxins called bacteriocins. Bacteriocins are classified by their mode of cytotoxicity such as pore former, endonuclease, etc. Colicins are the member of bacteriocins produced by Escherichia coli (E.coli). Among several types of colicins cytotoxicity, Pore-forming colicins has been reported in both bacteria and various type of cancer cells. Colicin N is also a pore-forming colicin and the anticancer activity of colicin N has not been extensively reported. Here we examined the cytotoxic effects of colicin N and its domain on cancer cells. The expression and purification of recombinant full-length and …


Factors Contributing To Pharmacists' Turnover Intention: A Systematic Review, Su Myat Thin Jan 2020

Factors Contributing To Pharmacists' Turnover Intention: A Systematic Review, Su Myat Thin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Pharmacist turnover could negatively impact not only work efficiency, organizational performance, work productivity, and customer satisfaction but also the quality of pharmaceutical services and patient safety. The turnover intention was a core antecedent of turnover, therefore, this study aimed to systematically review the extent of pharmacists' actual turnover and their intention to leave their jobs or the pharmacy profession, and to elaborate on the factors affecting the pharmacists' turnover intention and their associations. Studies related to any factors affecting pharmacists' turnover intention in all pharmacy settings were included. The QualSyst assessment tool was used for assessing the quality of the …


Prevalence Of Eating Problems And Related Factors In Professional Female Models Above 18 Years Old In Bangkok, Worada Elstow Jan 2020

Prevalence Of Eating Problems And Related Factors In Professional Female Models Above 18 Years Old In Bangkok, Worada Elstow

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purpose of this cross-sectional descriptive study was to study the prevalence of eating problems in professional models and to study the related factors that contribute to eating problems in professional models above 18 years old in bangkok. The data was collected in 109 female models in Bangkok. Self-report questionnaires include general background questionnaire created by the researcher to ascertain personal and occupational information along with the use of the Thai Eating Attitude Test 40 (EAT-40), The Thai Body Image Dissatisfaction Scale, and The Thai Hospital Anxiety and Depression Scale (HADS). Statistical analysis of Chi-square and Fisher's Exact tests were …


Cosmic: Us-Based Conversion Master's Degree In Computing, Gary S. Krenz, Thomas Kaczmarek Jan 2020

Cosmic: Us-Based Conversion Master's Degree In Computing, Gary S. Krenz, Thomas Kaczmarek

Mathematical and Statistical Science Faculty Research and Publications

COSMIC is an NSF S-STEM graduate curriculum initiative/conversion program that strives to provide an accelerated pathway to a Master of Science (MS) degree for individuals who do not have an undergraduate degree in computing, but who wish to cross over into the computing field. The structure of our conversion program, the context that motivated it, and insights from conversion students' instructors are presented. Program successes with students from under-represented populations and the limitations that are also experienced are discussed. Our conversion program is based on a highly focused summer bridge course, combined with a customized curriculum pathway that enables people …


Prospective K-8 Teachers' Problem Posing: Interpretations Of Tasks That Promote Mathematical Argumentation, Marta T. Magiera Jan 2020

Prospective K-8 Teachers' Problem Posing: Interpretations Of Tasks That Promote Mathematical Argumentation, Marta T. Magiera

Mathematical and Statistical Science Faculty Research and Publications

This study examines pre-service teachers’ (PSTs’) views of tasks that engage students in mathematical argumentation. Data were collected in two different mathematics courses for elementary school education majors (n = 51 total PSTs). Analyzed were (a) written journals in which PSTs defined tasks that promote student engagement in argumentation, (b) tasks PSTs posed to engage students in mathematical argumentation, and (c) accompanying explanations in which PSTs motivated tasks they posed. The analysis revealed that PSTs interpret tasks that foster argumentation in terms of activities of argumentation that a task elicits and space for argumentation that the task provides. Several features …


Construction Of Classroom Community In A Full-Inclusion District: Comparative Case Studies With Elementary School Teachers, Tri Nguyen Jan 2020

Construction Of Classroom Community In A Full-Inclusion District: Comparative Case Studies With Elementary School Teachers, Tri Nguyen

Dissertations

This research documented how elementary school teachers build, structure, and maintain classroom community in a full-inclusion district. Specifically, this study applied Invitational Theory to investigate the relationship between a full-inclusion school model and the construction of classroom community. The study focused on the teachers’ behaviors to structure and maintain an environment of inclusion, care, and belonging. This qualitative comparative case study documented teachers’ behaviors over a series of 10 weeks at the start of the school year. Documentation evidence of classroom community- building were collected in two formats: classroom observations and teacher interviews. By the end of the observational period, …


Release: A Protocol For A Systematic Review Based, Individual Participant Data, Meta- And Network Meta-Analysis, Of Complex Speech-Language Therapy Interventions For Stroke-Related Aphasia, Marian C. Brady, Myzoon Ali, Kathryn Vandenberg, Linda J. Williams, Louise R. Williams, Masahiro Abo, Frank Becker, Audrey Bowen, Caitlin Brandenburg, Caterina Breitenstein, Stefanie Bruehl, David A. Copeland, Tamara B. Cranfill, Marie Di Pietro-Bachmann, Pamela Enderby, Joanne Fillingham, Federica Lucia Galli, Marialuisa Gandolfi, Bertrand Glize, Erin Godecke, Neil Hawkins, Katerina Hilari, Jackie Hinckley, Simon Horton, David Howard, Petra Jaecks, Elizabeth Jefferies, Luis M. T. Jesus, Maria Kambanaros, Eun Kyoung Kang, Eman M. Khedr, Anthony Pak Hin Kong, Tarja Kukkonen, Marina Laganaro, Matthew A. Lambon Ralph, Ann Charlotte Laska, Beatrice Leemann, Alexander P. Leff, Roxele R. Lima, Antje Lorenz, Brian Macwhinney, Rebecca Shisler Marshall, Flavia Mattioli, Ilknur Mavis, Marcus Meinzer, Reza Nilipour, Enrique Noe, Nam-Jong Paik, Rebecca Palmer, Ilias Papathanasiou, Brigida F. Patricio, Isabel Pavão Martins, Cathy Price, Tatjana Prizl Jakovac, Elizabeth Rochon, Miranda L. Rose, Charlotte Rosso, Ilona Rubi-Fessen, Marina B. Ruiter, Claerwen Snell, Benjamin Stahl, Jerzy P. Szaflarski, Shirley A. Thomas, Mieke Van De Sandt-Koenderman, Ineke Van Der Meulen, Evy Visch-Brink, Linda Worrall, Heather Harris Wright Jan 2020

Release: A Protocol For A Systematic Review Based, Individual Participant Data, Meta- And Network Meta-Analysis, Of Complex Speech-Language Therapy Interventions For Stroke-Related Aphasia, Marian C. Brady, Myzoon Ali, Kathryn Vandenberg, Linda J. Williams, Louise R. Williams, Masahiro Abo, Frank Becker, Audrey Bowen, Caitlin Brandenburg, Caterina Breitenstein, Stefanie Bruehl, David A. Copeland, Tamara B. Cranfill, Marie Di Pietro-Bachmann, Pamela Enderby, Joanne Fillingham, Federica Lucia Galli, Marialuisa Gandolfi, Bertrand Glize, Erin Godecke, Neil Hawkins, Katerina Hilari, Jackie Hinckley, Simon Horton, David Howard, Petra Jaecks, Elizabeth Jefferies, Luis M. T. Jesus, Maria Kambanaros, Eun Kyoung Kang, Eman M. Khedr, Anthony Pak Hin Kong, Tarja Kukkonen, Marina Laganaro, Matthew A. Lambon Ralph, Ann Charlotte Laska, Beatrice Leemann, Alexander P. Leff, Roxele R. Lima, Antje Lorenz, Brian Macwhinney, Rebecca Shisler Marshall, Flavia Mattioli, Ilknur Mavis, Marcus Meinzer, Reza Nilipour, Enrique Noe, Nam-Jong Paik, Rebecca Palmer, Ilias Papathanasiou, Brigida F. Patricio, Isabel Pavão Martins, Cathy Price, Tatjana Prizl Jakovac, Elizabeth Rochon, Miranda L. Rose, Charlotte Rosso, Ilona Rubi-Fessen, Marina B. Ruiter, Claerwen Snell, Benjamin Stahl, Jerzy P. Szaflarski, Shirley A. Thomas, Mieke Van De Sandt-Koenderman, Ineke Van Der Meulen, Evy Visch-Brink, Linda Worrall, Heather Harris Wright

HPD Articles

Background: Speech and language therapy (SLT) benefits people with aphasia following stroke. Group level summary statistics from randomised controlled trials hinder exploration of highly complex SLT interventions and a clinically relevant heterogeneous population. Creating a database of individual participant data (IPD) for people with aphasia aims to allow exploration of individual and therapy-related predictors of recovery and prognosis.

Aim: To explore the contribution that individual participant characteristics (including stroke and aphasia profiles) and SLT intervention components make to language recovery following stroke.

Methods and procedures: We will identify eligible IPD datasets (including randomised controlled trials, non-randomised comparison …


Disarming Domestic Abusers, Natalie Nanasi Jan 2020

Disarming Domestic Abusers, Natalie Nanasi

Faculty Journal Articles and Book Chapters

Guns and domestic violence are a deadly combination. Every sixteen hours, a woman is fatally shot by her intimate partner in the United States; the mere presence of a gun in a domestic violence situation increases the risk of homicide for women by 500 percent.

Recognizing these risks, federal law and some states prohibit domestic abusers from possessing firearms. But these laws are not being enforced. Perpetrators of domestic violence are rarely ordered to surrender firearms, and even when they are, there are often no mechanisms to ensure that weapons are safely relinquished.

This Article proposes strategies to disarm domestic …


Law, Race, And The Epistemology Of Ignorance, George A. Martinez Jan 2020

Law, Race, And The Epistemology Of Ignorance, George A. Martinez

Faculty Journal Articles and Book Chapters

Philosophers and other theorists have developed the field of epistemology which is the study of human knowledge. Critical race theorists have begun to explore how epistemological theory and insights may illuminate the study of race, including the analysis of race and the law. Such use of epistemology is appropriate because theoretical work on knowledge can be used to advance one of the key goals of critical race theory which is to understand how a regime of white supremacy and its subordination of people of color have been created and maintained in America. In this regard, philosophers and other theorists have …