Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (11760)
- Medicine and Health Sciences (8672)
- Education (6702)
- Arts and Humanities (6462)
- Physical Sciences and Mathematics (5652)
-
- Life Sciences (5464)
- Law (5162)
- Engineering (3927)
- Business (2972)
- Psychology (2061)
- Library and Information Science (1941)
- Sociology (1934)
- Medical Specialties (1903)
- Communication (1873)
- Higher Education (1634)
- Computer Sciences (1581)
- History (1484)
- Nursing (1400)
- Public Health (1368)
- Religion (1237)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (1155)
- Teacher Education and Professional Development (997)
- Curriculum and Instruction (990)
- Biology (957)
- Economics (925)
- Electrical and Computer Engineering (788)
- Chemistry (785)
- Medical Sciences (776)
- Environmental Sciences (766)
- Political Science (763)
- Institution
-
- University of Nebraska - Lincoln (1736)
- TÜBİTAK (1334)
- University of Mississippi (1224)
- Brigham Young University (1186)
- Purdue University (1167)
-
- University of South Florida (1159)
- Walden University (1099)
- Utah State University (1035)
- University of Plymouth (927)
- City University of New York (CUNY) (901)
- Sigma Theta Tau International Honor Society of Nursing (882)
- San Jose State University (864)
- University of Kentucky (852)
- Singapore Management University (850)
- Louisiana State University (777)
- University of Rhode Island (690)
- Portland State University (631)
- Washington University School of Medicine (617)
- West Virginia University (605)
- Universitas Indonesia (579)
- University of Montana (563)
- Technological University Dublin (549)
- Missouri University of Science and Technology (537)
- U.S. Naval War College (530)
- Edith Cowan University (526)
- University of South Carolina (526)
- Georgia Southern University (522)
- Nova Southeastern University (483)
- Aga Khan University (480)
- University of Arkansas, Fayetteville (475)
- Keyword
-
- Education (532)
- News Releases (388)
- Humans (302)
- Gender (280)
- Leadership (239)
-
- College of Liberal Arts (236)
- Female (233)
- Higher education (233)
- Communication (221)
- The U.S. Naval War College (218)
- History (212)
- Physics (212)
- Technology (207)
- Male (206)
- United States (203)
- Climate change (195)
- Newspaper (195)
- Women (191)
- Social media (182)
- Depression (180)
- Psychology (179)
- Children (177)
- Culture (175)
- Library science (173)
- China (168)
- Race (167)
- Syllabus, syllabi, journalism, communication, media, strategic media (167)
- Public health (165)
- Mental health (153)
- Newsletter (152)
- Publication
-
- Faculty Publications (1316)
- Theses and Dissertations (1148)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (1025)
- Open Access Publications (583)
- International Nursing Research Congress (INRC) (530)
-
- Naval War College Review (515)
- Electronic Theses and Dissertations (497)
- Library Philosophy and Practice (e-journal) (472)
- Faculty and Student Publications (Open Access) (445)
- Publications and Research (439)
- University of Mississippi News (433)
- Honors Theses (426)
- Faculty Scholarship (405)
- Articles (402)
- Food and Machinery (365)
- Research outputs 2014 to 2021 (352)
- Research Collection School Of Computing and Information Systems (329)
- University of Montana Course Syllabi (324)
- Dissertations (322)
- Nursing Education Research Conference (NERC) (301)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (297)
- Turkish Journal of Electrical Engineering and Computer Sciences (272)
- Turkish Journal of Mathematics (258)
- Journal Articles (251)
- ISBS Proceedings Archive (245)
- Saudi Medical Journal (242)
- Publications (241)
- Faculty & Staff Scholarship (228)
- Open Access Dissertations (227)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (218)
- Publication Type
Articles 64921 - 64950 of 65728
Full-Text Articles in Entire DC Network
การพัฒนาระบบปรับเหมาะการเรียนแบบจำลองขั้นตอน ตามหลักการออกแบบการเรียนการสอนสี่องค์ประกอบเพื่อพัฒนาความตระหนักด้านความปลอดภัยสำหรับนักศึกษาสาขาวิชาอัญมณีและเครื่องประดับ, ชาญเกียรติ มหันตคุณ
การพัฒนาระบบปรับเหมาะการเรียนแบบจำลองขั้นตอน ตามหลักการออกแบบการเรียนการสอนสี่องค์ประกอบเพื่อพัฒนาความตระหนักด้านความปลอดภัยสำหรับนักศึกษาสาขาวิชาอัญมณีและเครื่องประดับ, ชาญเกียรติ มหันตคุณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษา สภาพ ปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบฯ 2) พัฒนาระบบฯ 3) ศึกษาผลการใช้ระบบฯ 4) นำเสนอระบบฯ ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาสภาพและความต้องการ คือ นิสิตนักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาอัญมณีและเครื่องประดับ จำนวน 335 คน ตัวอย่างที่ใช้ในการสัมภาษณ์ความคิดเห็นและรับรองรูปแบบ คือ ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 27 คน ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา 8 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องประดับอัญมณี 16 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการศึกษา 3 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง คือ นักศึกษาวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชา เครื่องโลหะและรูปพรรณอัญมณี2 จำนวน 26 คน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็น แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ แบบประเมินรับรองร่างระบบการเรียน แบบประเมินความเหมาะสมของตัวชี้วัด แบบประเมินความเหมาะสมของสื่อ บทเรียนคอมพิวเตอร์ปรับเหมาะแบบจำลองขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดความตระหนักด้านความปลอดภัยในกาทำงาน แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อระบบการเรียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และ one-way ANOVA ผลการวิจัยพบว่า ระบบการเรียนฯ ที่พัฒนาขึ้น มี 5 องค์ประกอบ คือ 1) การเรียนการสอนแบบปรับเหมาะ 2) การเรียนการสอนสี่องค์ประกอบ 3) เครื่องมือทางเทคโนโลยีการศึกษา 4) การวัดและการประเมินผล 5) บทบาทผู้เกี่ยวข้อง กระบวนการเรียนการสอนในระบบ มี 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) นำเข้าสู่บทเรียน 2) ทดสอบก่อนเรียนด้วยการปฏิบัติการจำลองขั้นตอน 3) ปฏิบัติการจำลองขั้นตอนแบบปรับเหมาะตามการชี้นำ 4) บันทึกการเรียนรู้ 5) ทดสอบหลังเรียนด้วยการปฏิบัติการจำลองขั้นตอน 6) นำเสนอผลประเมินและสรุปบทเรียน ผลการทดลองใช้ระบบการเรียนฯ พบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความตระหนักด้านความปลอดภัยในการทำงานหลังทดลองสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ผลการใช้กลุ่มสืบสอบร่วมกับเครื่องมือการเรียนรู้ร่วมกันออนไลน์ด้วยกระบวนการออกแบบวิศวกรรมที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ณัฐวุฒิ อรุณรัตน์
ผลการใช้กลุ่มสืบสอบร่วมกับเครื่องมือการเรียนรู้ร่วมกันออนไลน์ด้วยกระบวนการออกแบบวิศวกรรมที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ณัฐวุฒิ อรุณรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสืบสอบร่วมกับเครื่องมือเรียนรู้ร่วมกันออนไลน์ด้วยกระบวนการออกแบบวิศวกรรมกับกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้เครื่องมือแสดงผลงานออนไลน์ด้วยกระบวนการออกแบบวิศวกรรม 2) ศึกษาคะแนนความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนที่มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ระดับต่ำที่เรียนด้วยกระบวนการกลุ่มและเครื่องมือที่แตกต่างกัน 3) ศึกษาความคิดเห็นที่มีต่อการใช้เครื่องมือการทำงานร่วมกันของนักเรียนที่เรียนด้วยกิจกรรมกลุ่มสืบสอบร่วมกับเครื่องมือเรียนรู้ร่วมกันออนไลน์ด้วยกระบวนการออกแบบวิศวกรรม ตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัย คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ชลบุรี กลุ่มทดลองที่ 1 เรียนด้วยกิจกรรมการใช้กลุ่มสืบสอบร่วมกับเครื่องมือเรียนรู้ร่วมกันออนไลน์ด้วยกระบวนการออกแบบวิศวกรรม จำนวน 41 คน และกลุ่มทดลองที่ 2 เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้เครื่องมือแสดงผลงานออนไลน์และใช้กระบวนการออกแบบวิศวกรรม จำนวน 44 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การออกแบบผลิตภัณฑ์ 2) แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบวิศวกรรม และ 3) แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เรียนต่อเครื่องมือการทำงานร่วมกัน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลคือ ความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าสถิติ t-test สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ 1. นักเรียนที่เรียนด้วยกิจกรรมการใช้กลุ่มสืบสอบร่วมกับเครื่องมือเรียนรู้ร่วมกันออนไลน์ด้วยกระบวนการออกแบบวิศวกรรมกับนักเรียนที่เรียนด้วยเครื่องมือแสดงผลงานออนไลน์ด้วยกระบวนการออกแบบวิศวกรรม มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. นักเรียนที่มีคะแนนความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ในระดับต่ำที่เรียนด้วยกระบวนการออกแบบวิศวกรรมที่มีกระบวนการกลุ่มและเครื่องมือแตกต่างกัน มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. นักเรียนที่เรียนด้วยกิจกรรมการใช้กลุ่มสืบสอบร่วมกับเครื่องมือเรียนรู้ร่วมกันออนไลน์ด้วยกระบวนการออกแบบวิศวกรรม มีความคิดเห็นต่อการใช้งานเครื่องมือการทำงานร่วมกันภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเครื่องมือที่ใช้มากที่สุดได้แก่ เครื่องมือสนทนาออนไลน์ เครื่องมือแสดงความคิดเห็น และเครื่องมือการโหวต ตามลำดับ
Reforming Regulation Of Multi-Level Marketing In Myanmar, Zeyar Nyunt Oo
Reforming Regulation Of Multi-Level Marketing In Myanmar, Zeyar Nyunt Oo
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The business of multi-level marketing is prohibited in Myanmar under the Notification no 46/2018. There are not only three paragraphs but also lack of the definition of MLM in this Notification. If distributors sell any product through MLM in Myanmar, they will be punished with imprisonment for a term exceeding three years under section 5 of the Myanmar Essential Goods and Services Law 2012. The study of the provisions on the business of MLM in selected ASEAN countries, Indonesia, Malaysia, Thailand, and Singapore indicates that the definition of multi-level marketing and pyramid scheme is not the same. Moreover, businessman and …
การผลิตน้ำมันชีวภาพจากไฮโดรเทอร์มัลโคลิควิแฟกชันของชานอ้อยและน้ำมันพืชใช้แล้ว, กัสราศ์ รอดทอง
การผลิตน้ำมันชีวภาพจากไฮโดรเทอร์มัลโคลิควิแฟกชันของชานอ้อยและน้ำมันพืชใช้แล้ว, กัสราศ์ รอดทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การไฮโดรเทอร์มัลโคลิควิแฟกชันเป็นกระบวนการแปรรูปชีวมวลเป็นน้ำมันดิบชีวภาพ จุดเด่นของกระบวนการนี้ คือ ชีวมวลไม่จำเป็นต้องผ่านการทำแห้งก่อน แต่ร้อยละผลได้ของเชื้อเพลิงเหลวยังมีค่าไม่สูงนัก งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาการเพิ่มร้อยละผลได้ของน้ำมันชีวภาพที่ผลิตจากไฮโดรเทอร์มัลโคลิควิแฟกชันโดยใช้สารป้อนร่วมของชานอ้อยและน้ำมันพืชใช้แล้วในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ และประเมินผลกระทบของปัจจัยดำเนินงานต่างๆ ต่อร้อยละผลได้ของน้ำมันชีวภาพ ได้แก่ อุณหภูมิ 300 และ 350 องศาเซลเซียส อัตราส่วนโดยน้ำหนักของชานอ้อยต่อน้ำมันพืชใช้แล้วในสารป้อนร่วมเท่ากับ 1:0 3:1 1:1 1:3 และ 0:1 อัตราส่วนโดยน้ำหนักของสารป้อนต่อตัวทำละลายน้ำเท่ากับ 1:10 และ 1:20 ในการทดลองกำหนดความดันไนโตรเจนเริ่มต้นที่ 2 เมกะพาสคัล และระยะเวลาดำเนินปฏิกิริยา 1 ชั่วโมง จากการทดลองพบว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำได้ผลิตภัณฑ์น้ำมันดิบชีวภาพลดลง ที่ภาวะอุณหภูมิปฏิกิริยา 350 องศาเซลเซียส อัตราส่วนโดยน้ำหนักของชานอ้อยต่อน้ำมันพืชใช้แล้วเท่ากับ 1:3 แสดงผลเสริมกันของสารป้อนร่วมมากที่สุด องค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำมันพืชใช้แล้วส่งผลให้ระบบมีความเป็นกรดมากขึ้น จึงทำให้เกิดการไฮโดรไลซิสของสารชีวมวลได้มากขึ้น นอกจากนี้การเพิ่มอัตราส่วนของตัวทำละลายในกระบวนการไฮโดรเทอร์มัลลิควิแฟกชันของชานอ้อย จะทำให้เกิดการแตกสลายของเซลลูโลส เฮมิเซลลูโลส และลิกนินได้มากขึ้น
การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย: เสียงสะท้อนจากพยาบาลวิชาชีพและผู้เกี่ยวข้อง, ทิพวรรณ เทียนศรี
การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย: เสียงสะท้อนจากพยาบาลวิชาชีพและผู้เกี่ยวข้อง, ทิพวรรณ เทียนศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อบรรยายการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของพยาบาลวิชาชีพและผู้เกี่ยวข้อง โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบปรากฏการณ์วิทยาการตีความตามแนวคิดของ Heidegger ผู้ให้ข้อมูล คือ พยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์การทำ Routine to Research (R2R) จำนวน 12 คน และผู้เกี่ยวข้องกับการทำ R2R ได้แก่ หัวหน้ากลุ่มงานมาตรฐาน และพัฒนาคุณภาพการพยาบาล จำนวน 1 คน หัวหน้าหอผู้ป่วย จำนวน 3 คน และที่ปรึกษาการทำวิจัยและที่ปรึกษาด้านสถิติ จำนวน 3 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก การบันทึกเทป การสังเกต และการบันทึกภาคสนาม นำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์เนื้อหาตามวิธีการของ van Manen (1990) ผลการศึกษาการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย : เสียงสะท้อนจากพยาบาลวิชาชีพและผู้เกี่ยวข้อง พบ 6 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1. จากนโยบาย R2R นำมาสู่การปฏิบัติจริง ประกอบด้วย 2 ประเด็นย่อย ได้แก่ 1.1) หัวหน้าหอผู้ป่วย ให้รับผิดชอบงาน R2R และ 1.2) พยาบาลสนใจรับอาสาทำ R2R ให้หน่วยงาน 2. เริ่มต้นค้นหาปัญหาในหน่วยงาน ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อย ได้แก่ 2.1) ความบกพร่องในการดูแล นำมาแก้ไขให้บริการดีขึ้น 2.2) กิจกรรมบางอย่างทำไม่ทัน จึงคิดนวัตกรรมเข้ามาช่วย และ 2.3) เอกสารบันทึก ไม่ครบถ้วน จึงต้องการรื้อทำระบบใหม่ 3. หาสมาชิกทีมร่วมทำวิจัย ประกอบด้วย 2 ประเด็นย่อย ได้แก่ 3.1) ใช้วิธีมอบหมายให้ร่วมทีม และ 3.2) ได้สมาชิกทีมด้วยความสมัครใจ 4. ดำเนินการพัฒนาการวิจัย ประกอบด้วย 9 ประเด็นย่อย ได้แก่ 4.1) เขียนโครงการงานวิจัย 4.2) ส่งโครงการให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบ …
ความสัมพันธ์ของแบบทดสอบกระโดดลงพื้นด้วยขาข้างเดียวกันกับการบาดเจ็บที่หัวเข่าในนักกีฬาฟุตบอลหญิงไทย, กรกฎ ชรากร
ความสัมพันธ์ของแบบทดสอบกระโดดลงพื้นด้วยขาข้างเดียวกันกับการบาดเจ็บที่หัวเข่าในนักกีฬาฟุตบอลหญิงไทย, กรกฎ ชรากร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาค่าตัวแปรทางกลศาสตร์การเคลื่อนไหวของการทำแบบทดสอบกระโดดลงพื้นด้วยขาข้างเดียวกันรวมถึงปัจจัยต่าง ๆ กับความสัมพันธ์กับโอกาสเกิดการบาดเจ็บของนักกีฬาฟุตบอลหญิงไทย ผู้เข้าร่วมงานวิจัยคือ กลุ่มนักกีฬาฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยที่ได้รับเลือกเข้าค่ายฝึกซ้อมของทีมชาติ ในช่วงปี 2561 - 2562 ที่มีอายุระหว่าง 18 - 35 ปี โดยทำการเก็บข้อมูลทั่วไปและข้อมูลทางชีวกลศาสตร์จากการทดสอบกระโดดลงพื้นด้วยขาข้างเดียวกัน จากนั้นนำข้อมูลไปวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อหาความสัมพันธ์กับประวัติที่เคยบาดเจ็บของตัวนักกีฬาเอง ผลการวิจัยพบว่าค่ามุมงอหัวเข่าบิดเข้าด้านในที่ได้จากการทดสอบกระโดดลงพื้นด้วยขาข้างเดียวกัน ส่งผลต่อการบาดเจ็บอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.037) ในขณะที่ค่าตัวแปรอื่นไม่ส่งผลต่อการบาดเจ็บอย่างมีนัยสำคัญ สรุปผลการวิจัย แบบทดสอบกระโดดลงพื้นด้วยขาข้างเดียวกันสามารถใช้ประเมินความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของนักกีฬาฟุตบอลหญิงได้ และในคนที่เคยบาดเจ็บจะมีการใช้งานทดแทนจากขาอีกข้างที่ไม่บาดเจ็บ ทำให้สามารถใช้งานหรือใช้ทักษะในการเล่นกีฬาได้
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจในการเลือกใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลในเขตกรุงเทพมหานคร, ประณัฐธร นินปาละ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจในการเลือกใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลในเขตกรุงเทพมหานคร, ประณัฐธร นินปาละ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจในการเลือกใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล จากสมาชิกฟิตเนสเซ็นเตอร์ ในเขตกรุงเทพมหานคร วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างคือ สมาชิกฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่ใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลจำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐานได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนสถิติในการทดสอบสมมติฐานใช้ค่าสถิติสมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression) ผลการวิจัย งานวิจัยนี้ต้องการจะศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกใช้ผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล โดยเฉพาะเจาะจงไปที่ตัวผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลเป็นสำคัญ โดยแบ่งปัจจัยเป็น 3 ด้านคือ ปัจจัยด้านความรู้ความสามารถ ปัจจัยด้านบุคลิกภาพ และปัจจัยด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ผลการทดสอบทางสถิติพบว่า ปัจจัยด้านความรู้ความสามารถ และปัจจัยด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลของผู้ฝึกสอนส่วนบุคค มีผลต่อความตั้งใจในการเลือกใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล ส่วนด้านบุคลิกภาพของผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลนั้นไม่ส่งผลต่อความตั้งใจในการเลือกใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล สรุปผลการวิจัย ปัจจัยด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และด้านความรู้ความสามารถ ส่งผลต่อความตั้งใจในการเลือกใช้บริการผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล ส่วนด้านบุคลิกภาพของผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลนั้นไม่ส่งผลต่อความตั้งใจในการเลือกใช้บริการ ดังนั้นผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลควรให้ความสำคัญในเรื่องของการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายอยู่ตลอดเวลา และบริการลูกค้าด้วยความเต็มใจ
การสร้างอัตลักษณ์ตราสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์มัลติแบรนด์ โดยใช้แนวคิดดีเอ็นเอทางวัฒนธรรมของไทย สำหรับผู้บริโภคเจนเนอเรชั่นเอ็ม, ธโนทัย มงคลสินธุ์
การสร้างอัตลักษณ์ตราสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์มัลติแบรนด์ โดยใช้แนวคิดดีเอ็นเอทางวัฒนธรรมของไทย สำหรับผู้บริโภคเจนเนอเรชั่นเอ็ม, ธโนทัย มงคลสินธุ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ธุรกิจแฟชั่นไลฟ์สไตล์มัลติแบรนด์ กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากกลุ่มผู้บริโภคเจนเนอเรชั่นเอ็ม หรือมิลเลนเนียลเจอเนอเรชั่น หรือเจนเนอเรชั่นวาย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอำนาจในการซื้อมากที่สุดในขณะนี้ และเป็นเจนเนอเรชั่นแรกที่ได้รับการอบรมจากชั้นเรียนเกี่ยวกับแนวคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เจนเนอเรชั่นนี้ให้ความสำคัญและนิยมเลือกใช้สินค้าภายใต้แนวคิดดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งปัจจุบันการตลาดกำลังจะก้าวเข้ามาสู่ยุค 4.0 เป็นยุคที่การให้คุณค่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าการให้มูลค่า ซึ่งสัมพันธ์กับนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับประเทศไทย 4.0 ซึ่งเป็นโมเดลการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ประกอบด้วย 3 เสาหลักที่สําคัญ หนึ่งในนั้นคือ เสาหลักด้านวัฒนธรรม ที่มีกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งจะใช้องค์ประกอบของ 5 ดีเอ็นเอทางวัฒนธรรมของคนไทย เพื่อนําไปสู่ 5 เอฟโมเดล ที่หนึ่งในนั้นคือ อุตสาหกรรมแฟชั่น งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อเป็นแนวทางการสร้างอัตลักษณ์ตราสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์มัลติแบรนด์ โดยใช้แนวคิดดีเอ็นเอทางวัฒนธรรมของไทย สำหรับกลุ่มผู้บริโภคเจนเนอเรชั่นเอ็ม โดยมีระเบียบวิธีวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสม ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีดำเนินการวิจัยเชิงปริมาณในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริโภคเจนเนอเรชั่นเอ็ม เพื่อให้ทราบแนวทางรูปแบบการดำเนินชีวิต ประเด็นความสนใจ พฤติกรรม บุคลิกภาพ และรูปแบบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ และใช้วิธีการดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดดีเอ็นเอทางวัฒนธรรมของไทย สไตล์แฟชั่นและองค์ประกอบหลักทางแฟชั่น โดยมีค่าดัชนีความเที่ยงตรงของแบบสอบถาม (IOC) เท่ากับ 0.921 และ 0.941 มีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นหรือครอนบาคอัลฟ่า (Cronbach's Alpha) อยู่ที่ 0.72 ผลของงานวิจัยนี้ พบว่าแนวทางการสร้างอัตลักษณ์ตราสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์มัลติแบรนด์ โดยใช้แนวคิด 5 ดีเอ็นเอทางวัฒนธรรมของไทย สำหรับกลุ่มผู้บริโภคเจนเนอเรชั่นเอ็ม สามารถสร้างอัตลักษณ์ตราสินค้าได้ 5 แบรนด์ ตามสไตล์แฟชั่น 5 สไตล์ และได้นำแนวทางดังกล่าวไปเป็นแนวทางในการออกแบบสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ต่อไป
ปัจจัยพยากรณ์พฤติกรรมในการรับชมโฆษณาวิดีโอทางยูทูบ, กนกภา กรีประเสริฐกุล
ปัจจัยพยากรณ์พฤติกรรมในการรับชมโฆษณาวิดีโอทางยูทูบ, กนกภา กรีประเสริฐกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยพยากรณ์พฤติกรรมในการรับชมโฆษณาวิดีโอทางยูทูบ โดยทำการศึกษาจาก 6 ปัจจัยได้แก่ ปัจจัยด้านความเกี่ยวข้อง ปัจจัยด้านความบันเทิง ปัจจัยด้านความคิดสร้างสรรค์ ปัจจัยด้านการให้ข้อมูล ปัจจัยด้านความมีประโยชน์ ปัจจัยด้านความน่าเชื่อถือ ที่พบว่ามีความสัมพันธ์ในเชิงบวกต่อทัศนคติและพฤติกรรมการรับชมโฆษณาวิดีโอทางยูทูบ ใช้การวิจัยเชิงสำรวจด้วยวิธีการเก็บข้อมูลแบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 400 ชุด กับกลุ่มตัวอย่างที่เกิดในปีพ.ศ.2524 - พ.ศ.2543 มีอายุระหว่าง 19 - 38 ปี วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการถดถอยเชิงพหุคูณ (multiple regression analysis) แบบการเลือกตัวแปรโดยวิธีเพิ่มตัวแปรอิสระแบบขั้นตอน (stepwise regression) ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีทัศนคติในเชิงลบต่อการรับชมโฆษณาวิดีโอทางยูทูบ โดยมักจะหลีกเลี่ยงการรับชมโฆษณา จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการถดถอยเชิงพหุคูณแบบขั้นตอน พบว่าสมการพยากรณ์พฤติกรรมการรับชมโฆษณาวิดีโอทางยูทูบที่ดีที่สุดคือ "พฤติกรรมการรับชมโฆษณาวิดีโอทางยูทูบ = 1.316+(.353)ปัจจัยด้านการให้ข้อมูล" โดยสามารถพยากรณ์พฤติกรรมการรับชมโฆษณาวิดีโอทางยูทูบได้ร้อยละ 18.8 ทั้งนี้ปัจจัยด้านการให้ข้อมูล สามารถพยากรณ์พฤติกรรมการรับชมโฆษณาวิดีโอทางยูทูบได้ อาจเป็นเพราะผู้ชมที่ชอบการรับข้อมูลจากโฆษณาจะยอมเปิดรับโฆษณาที่มีการให้ข้อมูล ขณะที่ผู้ชมที่ไม่ชอบการรับข้อมูลจากโฆษณาหรือผู้ชมที่ชอบแสวงหาข้อมูลจากแหล่งอื่นจะมีแนวโน้มหลีกเลี่ยงโฆษณา
การจับยึดคาร์บอนไดออกไซด์บนถ่านกัมมันต์ดัดแปรด้วยเอมีนจากไม้ไผ่, ภานุพงศ์ ประเสริฐสุข
การจับยึดคาร์บอนไดออกไซด์บนถ่านกัมมันต์ดัดแปรด้วยเอมีนจากไม้ไผ่, ภานุพงศ์ ประเสริฐสุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ทำการศึกษาการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์บนตัวดูดซับถ่านกัมมันต์ที่ได้จากไม้ไผ่ และตัวดูดซับถ่านกัมมันต์ที่ถูกกระตุ้นและดัดแปรด้วยเตตระเอทิลีนเพนทามีนหรือพอลิเอทิลีนอิมไมด์ ตัวแปรที่ศึกษามีดังนี้ อุณหภูมิที่ใช้ในการกระตุ้นด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ อัตราส่วนน้ำหนักตัวดูดซับต่อน้ำหนักกรดฟอสฟอริก ชนิดของเอมีน ปริมาณเอมีนที่ใช้ และความชื้นในก๊าซขาเข้า ช่วงอุณหภูมิในการดูดซับตั้งแต่ 30 ถึง 110 องศาเซสเซียส ตัวดูดซับจะถูกวิเคราะห์ลักษณะพื้นที่ผิวจำเพาะด้วยเทคนิคดูดซับ/คายซับไนโตรเจนพบว่าการกระตุ้นด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ที่อุณหภูมิ 600 ถึง 800 องศาเซสเซียสจะทำให้ตัวดูดซับมีพื้นที่ผิวจำเพาะและปริมาตรรูพรุนมีค่าสูงขึ้นโดยจะมีค่าเท่ากับ 432.92 ตารางเมตรต่อกรัม 0.23 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อกรัม ตามลำดับ เมื่อใช้อัตราส่วนน้ำหนักตัวดูดซับต่อน้ำหนักกรดฟอสฟอริกสูงขึ้นจะทำให้มีปริมาตรูพรุนขนาดเมโสและมาโครมากขึ้น จากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิควิเคราะห์องค์ประกอบขั้นสูงพบว่าเมื่อเพิ่มน้ำหนักกรดฟอสฟอริก ทำให้มีปริมาณธาตุออกซิเจนสูง เมื่อวิเคราะห์หมู่ฟังก์ชันด้วยเทคนิคฟูเรียร์ทรานฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรสโคปี พบว่าเมื่อกระตุ้นด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ที่อุณหภูมิสูงทำให้ตัวดูดซับเกิดการสลายตัว ส่วนการกระตุ้นด้วยกรดฟอสฟอริกจะพบหมู่ฟอสเฟสหลงเหลือที่พื้นผิวตัวดูดซับ จากการวิเคราะห์ความเป็นผลึกด้วยการเลี้ยวเบนของรังสีเอ๊กซ์ การกระตุ้นด้วยกรดฟอสฟอริกที่สัดส่วนสูงทำให้ระนาบ (001) (110) และ (002) เกิดจุดบกพร่อง จากผลการทดลอง พบว่าตัวดูดซับที่ถูกกระตุ้นด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ที่อุณหภูมิ 700 องศาเซสเซียสจะให้ความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับ 0.97 มิลลิโมลต่อกรัม เมื่อนำมากระตุ้นด้วยกรดฟอสฟอริกแล้วดัดแปรด้วยเตตระเอทิลีนเพนทามีนพบว่า ความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้นเป็น 1.14 มิลลิโมลต่อกรัม เมื่อไม่มีความชื้นในกระแสก๊าซขาเข้าและมีค่าเป็น 1.31 มิลลิโมลต่อกรัม เมื่อมีความชื้นในกระแสก๊าซขาเข้า ในส่วนของการศึกษาการฟื้นฟูสภาพตัวดูดซับพบว่า ความสามารถในการดูดซับลดลงประมาณร้อยละ 1.82 ในรอบที่ 10 ของวัฏจักรการดูดซับ ในส่วนของการศึกษาจลหพลศาสตร์พบว่าแบบจำลองปฏิกิริยาอันดับหนึ่งเทียมสามารถอธิบายกลไลการเกิดการดูดซับได้เหมาะสมที่สุด จากสมการของอาร์เรเนียสพบว่าเมื่อดัดแปรด้วยเอมีนทำให้มีค่าพลังงานกระตุ้นลดลงเนื่องจากหมู่เอมีนมีความว่องไวต่อคาร์บอนไดออกไซด์
อุบัติการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องของการบาดเจ็บจากการกระโดดร่มด้วยสายดึงประจำที่ในพลร่มที่เข้าฝึกหลักสูตรส่งทางอากาศ, วัชรภัสร์ มณีฉาย
อุบัติการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องของการบาดเจ็บจากการกระโดดร่มด้วยสายดึงประจำที่ในพลร่มที่เข้าฝึกหลักสูตรส่งทางอากาศ, วัชรภัสร์ มณีฉาย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ความเป็นมา ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บจากการกระโดดร่มที่จำเพาะต่อบริบทของประเทศไทย วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาอุบัติการณ์การบาดเจ็บและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บจากการกระโดดร่มด้วยสายดึงประจำที่ของพลร่มในการฝึกหลักสูตรส่งทางอากาศ วิธีการศึกษา เป็นการศึกษาแบบไปข้างหน้า กลุ่มตัวอย่าง คือ กำลังพลที่เข้ารับการฝึกหลักสูตรส่งทางอากาศของโรงเรียนสงครามพิเศษช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง กรกฎาคม 2561 จำนวน 992 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบบันทึกข้อมูล ซึ่งเก็บข้อมูล 3 ด้าน คือ (ก) ด้านข้อมูลทั่วไป (ข) ด้านสภาวะแวดล้อมในการกระโดดร่ม และ (ค) ด้านการบาดเจ็บจากการกระโดดร่ม วิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บจากการกระโดดร่มด้วยสถิติ Multi-level Poisson Regression โดยใช้ Incidence Rate Ratio (IRR) และช่วงความเชื่อมั่นที่ 95 % (95%CI) เป็นตัวชี้วัดความสัมพันธ์ ผลการศึกษา กลุ่มตัวอย่างมีการบาดเจ็บจากการกระโดดร่มทั้งสิ้น 166 ครั้ง จากการกระโดดร่มทั้งหมด 4,677 ครั้ง อุบัติการณ์การบาดเจ็บจากการกระโดดร่มคิดเป็น 35.50 ครั้ง/การกระโดดร่ม 1,000 ครั้ง (ช่วงความเชื่อมั่นที่ 95% ตั้งแต่ 30.04 ถึง 41.21) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บจากการกระโดดร่มคือ การกระโดดร่มพร้อมสัมภาระเมื่อเทียบกับการกระโดดร่มโดยไม่มีสัมภาระ [Adjusted IRR (95%CI) = 1.28 (0.88 - 1.87)] การเพิ่มขึ้นของความเร็วลมทุก 1 น็อต [1.54 (1.27 - 1.87)] การกระโดดร่มจากเครื่องบินเมื่อเทียบกับเฮลิคอปเตอร์ [1.75 (0.68 - 4.55)] การออกจากอากาศยานทางด้านข้างเมื่อเทียบกับทางด้านหลัง [2.13 (1.43 - 3.23)] การกระโดดร่มในตอนกลางคืนเมื่อเทียบกับตอนกลางวัน [2.19 (0.81 - 5.90)] และการมีอาการเมาอากาศยาน [3.43 (1.93 - 6.92)] สรุป การป้องกันการบาดเจ็บจากการกระโดดร่มด้วยสายดึงประจำที่สามารถทำได้โดยการควบคุมปัจจัยในด้าน ชนิดของอากาศยาน ทางออกของอากาศยาน …
Mutual Fund Performance And Persistence Evaluationevidence From Thai Local And Foreign Luxembourg Ucits, Bruno Fourquin
Mutual Fund Performance And Persistence Evaluationevidence From Thai Local And Foreign Luxembourg Ucits, Bruno Fourquin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper aims to compare the performance and persistence of equity Mutual Funds between Luxembourg equity UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) and Thai equity Funds that are investing a minimum of 90% of their total portfolio in Thai equity market during a 5 years period (May 2013- April 2018). The tests are conducted via (i) static or unconditional measures including the Sharpe, Treynor, Jensen ratios; (ii) dynamic or conditional measures using Treynor-Mazuy, K. Shukla and Gregory B. van Inwegen indicators; (iii) control - robustness measures with Brown and Goetzmann, Murthi et al. performance persistence indices. The paper …
Women Political Participation In MyanmarS House Of Representatives, Thu Thu Swe
Women Political Participation In MyanmarS House Of Representatives, Thu Thu Swe
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The thesis mainly discusses about main obstacles and challenges for women to participate in political activities in Myanmar including economic factor, social factor, political factor, and the ways how women are empowered to participate in political activities in Myanmar by using both primary and secondary data. The primary concept for this study is based on women empowerment processes which are included four different pathways in which women are changed –material (economy), perceptual (knowledge and skill), cognitive (self-confident and self-esteemed) and relational (bargaining power). Moreover, the thesis analyses actor's roles in these four pathways. The thesis found out external factors namely …
Ulaanbaatar's Ger District Residents: An Analysis Of Development Challenges And Structural Violence, Timothy Shaun Jenkins
Ulaanbaatar's Ger District Residents: An Analysis Of Development Challenges And Structural Violence, Timothy Shaun Jenkins
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates and researches the impact of the Government's policy of putting the 'economy first' by analyzing the situation through the lens of Johan Galtung's concept of Structural Violence. The research answers the question: How does structural violence occur in the ger districts of Ulaanbaatar under the current development challenges? In the 1990's, after the fall of communism, the IMF and the World Bank, along with some leading political figures within the Government of Mongolia, pushed forward with their plans to bring the free market to Mongolia. The World Bank and the IMF introduced the shock-therapy approach with the …
Chemical Composition And In Vitro Anticancer Activity Of Okra (Albelmoschus Esculentus) Seed Extract To Develop Into Polymeric Micelles, Watcharaphong Chaemsawang
Chemical Composition And In Vitro Anticancer Activity Of Okra (Albelmoschus Esculentus) Seed Extract To Develop Into Polymeric Micelles, Watcharaphong Chaemsawang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of this research was to study the phytochemical composition of the Okra seed extract and its in vitro anticancer activity for future pharmaceutical use. We detected active flavonoids compounds such as isoquercitrin, at an amount of 2.89 ± 1.64 % w/w. Furthermore, antioxidation testing by DPPH assay and ABTS assay, showed values of IC50 = 55.80 ug/ml and 49.04 ug/ml, respectively. The Okra seed extract’s anti-cancer activity was evaluated on cancer cell lines, indicating anticancer properties for certain forms of cancer such as cervical cancer (HeLa), liver cancer (HepG2), and most significantly for breast cancer (MCF-7). The mechanisms …
Comparison Of The Efficacy Of Chemical Cleaning Methods In Removing Candida Albicans From Polymethyl Methacrylate, Thanaporn Thanamee
Comparison Of The Efficacy Of Chemical Cleaning Methods In Removing Candida Albicans From Polymethyl Methacrylate, Thanaporn Thanamee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The proper denture hygiene is important to reduce the risk of denture stomatitis. Mechanical cleaning is not sufficient to remove the dental plaque from acrylic denture base, accordingly chemical cleaning is needed. The purpose of this study was to compare the efficacy of chemical cleaning methods in removing Candida albicans from polymethyl methacrylate (PMMA) by comparing the remaining viable cells after cleaning. The total of 120 specimens were prepared. Candida albicans was cultured in broth to log phase. All specimens were randomly placed in 24-well tissue culture plate with 1 ml of Candida albicans cultured for biofilm formation at 37 …
ความรับผิดทางอาญากรณีบุคคลที่มิใช่แพทย์ทำให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายตายอย่างสงบ, นิชกานต์ วิริยะพิพัฒน์
ความรับผิดทางอาญากรณีบุคคลที่มิใช่แพทย์ทำให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายตายอย่างสงบ, นิชกานต์ วิริยะพิพัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรับผิดทางอาญาที่เหมาะสมในกรณีบุคคลที่มิใช่แพทย์ทำให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายตายอย่างสงบในประเทศไทย ทั้งในลักษณะของการเร่งให้ตายอย่างสงบและการยับยั้งหรือเพิกถอนเครื่องมือช่วยชีวิต โดยศึกษาตั้งแต่แนวคิด บทบัญญัติความผิด และมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์และเสนอแนวทางแก้ไขกฎหมายให้เหมาะสมกับประเทศไทยต่อไป จากการศึกษาพบว่า การเร่งให้ตายอย่างสงบในประเทศไทยถือเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติอัตราโทษไว้ค่อนข้างสูง และการกระทำดังกล่าวยังไม่สามารถอ้างเหตุยกเว้นความผิด เหตุยกเว้นโทษ หรือเหตุบรรเทาโทษใด ๆ ได้โดยตรง ผู้กระทำจึงต้องรับผิดในระดับเดียวกับการฆ่าโดยทั่วไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วนและหลักการลงโทษต้องเหมาะสมกับผู้กระทำผิดแต่ละคน เมื่อศึกษากฎหมายต่างประเทศ ได้แก่ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐจีน สาธารณรัฐสิงคโปร์ และญี่ปุ่น พบว่า มีบทบัญญัติเฉพาะซึ่งกำหนดโทษสถานเบาแก่ผู้กระทำผิด ส่วนประเทศอังกฤษและเวลส์และสหรัฐอเมริกานั้นไม่มีบทบัญญัติเฉพาะ แต่มีมาตรการอื่น ๆ ช่วยให้ลดอัตราโทษให้เหมาะสมกับผู้กระทำผิดได้ ส่วนการยับยั้งหรือเพิกถอนเครื่องมือช่วยชีวิตนั้น ในประเทศไทยมีกฎหมายอนุญาตให้แพทย์สามารถกระทำได้ตามหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้าของผู้ป่วย แต่หากบุคคลอื่น ๆ ยังมีความเสี่ยงที่จะต้องรับผิดทางอาญาได้ เมื่อศึกษากฎหมายต่างประเทศ พบว่า ในบางประเทศมีกฎหมายหรือคำพิพากษายกเว้นความรับผิดให้แก่บุคคลอื่น ๆ ที่มิใช่แพทย์เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุที่กล่าวมาข้างต้นจึงมีข้อเสนอแนะว่า สำหรับการเร่งให้ตายอย่างสงบ ประเทศไทยควรเพิ่มเติมบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา เพื่อให้ศาลสามารถลงโทษสถานเบาแก่ผู้กระทำผิดได้ ส่วนการยับยั้งหรือเพิกถอนเครื่องมือช่วยชีวิต ควรแก้ไขมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ให้ขยายข้อยกเว้นความรับผิดไปถึงบุคคลอื่นที่มิใช่แพทย์ด้วย เพื่อคุ้มครองและอำนวยความยุติธรรมให้บุคคลดังกล่าวมากยิ่งขึ้น
President Donald Trump And Federal Bench Diversity, Carl W. Tobias
President Donald Trump And Federal Bench Diversity, Carl W. Tobias
Law Faculty Publications
President Donald Trump constantly reminds United States citizens about the myriad circuit and district court appointments that his White House is making to the federal judiciary. Last September, Trump proposed the seventh “wave,” which included three people of color among sixteen judicial nominees. This wave permitted the administration to triple the number of ethnic minority picks whom it had selected, which means that the Executive Branch has proffered ten persons of color in appeals court and district court submissions, yet none is a lesbian, gay, bisexual, or transgender (LGBT) individual. Nevertheless, a problematic pattern, which implicates a stunning lack of …
Who Benefits From Repealing Tampon Taxes? Empirical Evidence From New Jersey, Christopher A. Cotropia
Who Benefits From Repealing Tampon Taxes? Empirical Evidence From New Jersey, Christopher A. Cotropia
Law Faculty Publications
Many state and local governments exclude some medical products from the sales tax base, including some that are primarily used by men such as hair growth products. However, tampons and other menstrual hygiene products are subject to sales taxes in most states. A recent social movement advocates for the repeal of these “tampon taxes” and several class action lawsuits have been filed against states citing equal protection violations. In this article, we use the 2005 elimination of menstrual hygiene products from the sales tax base in New Jersey as a natural experiment to study who benefits from the repeal of …
The "Irish Born" One American Citizenship Amendment, Kevin C. Walsh
The "Irish Born" One American Citizenship Amendment, Kevin C. Walsh
Law Faculty Publications
Our Constitution has a deferred maintenance problem because we have fallen out of the habit of tending to its upkeep ourselves. The silver lining is a double benefit from any constitutional maintenance projects that we undertake now. These projects are good not only for what they do to our Constitution, but also for making us exercise self-government muscles that have atrophied from civic sloth.
Fortunately, the time has never been better to repeal one of our Constitution’s most pointlessly exclusionary provisions. The President of the United States is married to a naturalized citizen. And nobody can legitimately question the patriotism …
Heterogeneity Among Patent Plaintiffs: An Empirical Analysis Of Patent Case Progression, Settlement, And Adjudication, Christopher A. Cotropia
Heterogeneity Among Patent Plaintiffs: An Empirical Analysis Of Patent Case Progression, Settlement, And Adjudication, Christopher A. Cotropia
Law Faculty Publications
This article empirically studies current claims that patent trolls, also known as patent assertion entities (PAEs) or non-practicing entities (NPEs), behave badly in litigation by bringing frivolous patent infringement suits and seeking nuisance fee settlements. The study explores these claims by examining the relationship between the type of patenteeplaintiffs and litigation outcomes (e.g., settlement, grant of summary judgment, trial, and procedural dispositions), while taking into account, among other factors, the technology of the patents being asserted and the identity of the lawyers and judges. The study finds significant heterogeneity among different patent holder entity types. Individual inventors, failed operating companies, …
Taxonomy And Secondary Metabolites Of Selected Endophytic Actinomycete Strains, Nattakorn Kuncharoen
Taxonomy And Secondary Metabolites Of Selected Endophytic Actinomycete Strains, Nattakorn Kuncharoen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
A total of 50 endophytic actinomycetes isolated from fourteen plant species collected from six provinces of Thailand including Bangkok, Chachoengsao, Chiang Mai, Nakhon Pathom, Prachinburi and Suphan Buri were taxonomically studied relied on their phenotypic and chemotaxonomic characteristics, and the 16S rRNA gene sequence analysis. The isolates were identified as members of the family Streptomycetaceae involving Streptomyces (22 isolates), and the family Micromonosporaceae including Micromonospora (25 isolates), Plantactinospora (1 isolate) and Polymorphospora (1 isolate). Based on phenotypic characteristics, whole genome sequence analysis and DNA-DNA hybridization, 5 novel actinomycete species were proposed consisting of Micromonospora globbae (strain WPS1-2T), Micromonospora azadirachtae (strain …
Detection And Quantification Of Multi-Analyte Mixtures Using A Single Sensor And Multi-Stage Data-Weighted Rlse, Karthick Sothivelr, Florian Bender, Fabien Josse, Edwin E. Yaz, Antonio J. Ricco
Detection And Quantification Of Multi-Analyte Mixtures Using A Single Sensor And Multi-Stage Data-Weighted Rlse, Karthick Sothivelr, Florian Bender, Fabien Josse, Edwin E. Yaz, Antonio J. Ricco
Electrical and Computer Engineering Faculty Research and Publications
This work reports the development and experimental verification of a sensor signal processing technique for online identification and quantification of aqueous mixtures of benzene, toluene, ethylbenzene, xylenes (BTEX) and 1, 2, 4-trimethylbenzene (TMB) at ppb concentrations using time-dependent frequency responses from a single polymer-coated shear-horizontal surface acoustic wave sensor. Signal processing based on multi-stage exponentially weighted recursive leastsquares estimation (EW-RLSE) is utilized for estimating the concentrations of the analytes in the mixture that are most likely to have produced a given sensor response. The initial stages of EW-RLSE are used to eliminate analyte(s) that are erroneously identified as present in …
Sustainable Eating: Opportunities For Nutrition Professionals, C. Pettinger
Sustainable Eating: Opportunities For Nutrition Professionals, C. Pettinger
School of Health Professions
No abstract provided.
Extraversion And Person-Environment Fit: Towards Consideration Of Jungian Theory In Organizational Psychology, Nicholas Rosemarino
Extraversion And Person-Environment Fit: Towards Consideration Of Jungian Theory In Organizational Psychology, Nicholas Rosemarino
Theses and Dissertations
Historically, the field of Industrial/Organizational (I/O) Psychology has relied on the Big 5 taxonomy of personality. The purpose of this study was to examine the value of a Jungian conception of extraversion in the context of the relationship between the physical work environment and person-environment (PE) fit. The MBTI and the NEO-IPIP, representing a Jungian and a taxonomic conception of personality, respectively, were hypothesized to predict the within-person relationship between extraverted environment and PE fit. PE fit was hypothesized to predict perceived satisfaction and perceived performance. To examine these hypotheses, 110 participants were recruited from Mturk and responded to 18 …
Trevo Stent-Retriever Mechanical Thrombectomy For Acute Ischemic Stroke Secondary To Large Vessel Occlusion Registry, Guilherme Dabus, Italo Linfante
Trevo Stent-Retriever Mechanical Thrombectomy For Acute Ischemic Stroke Secondary To Large Vessel Occlusion Registry, Guilherme Dabus, Italo Linfante
All Publications
No abstract provided.
รูปแบบการรับประทานโพแทสเซียมในอาหารของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตทางช่องท้องในประเทศไทย, มธุรส วิโรจนวัธน์
รูปแบบการรับประทานโพแทสเซียมในอาหารของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตทางช่องท้องในประเทศไทย, มธุรส วิโรจนวัธน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ที่มา: ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องชาวไทยพบปัญหาโพแทสเซียมในเลือดต่ำร้อยละ 46 และภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น มีความเชื่อว่าปริมาณโพแทสเซียมในอาหารน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญ ข้อสงสัยนี้ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด เนื่องด้วยยังไม่มีงานวิจัยที่ศึกษารูปแบบการรับประทานโพแทสเซียมในอาหารของผู้ป่วยกลุ่มนี้ในประเทศไทย วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษารูปแบบการรับประทานโพแทสเซียมในอาหารของผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องในประเทศไทย วิธีการศึกษา: การศึกษาวิจัยเชิงพรรณนา ศึกษารูปแบบการรับประทานโพแทสเซียมในอาหารของผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาล 4 แห่ง โดยแนะนำวิธีการถ่ายภาพอาหารที่รับประทาน ส่งภาพอาหารทางสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชันไลน์ให้นักกำหนดอาหาร เป็นเวลา 3 วัน (วันธรรมดา 2 วัน และ วันหยุด 1 วัน) ข้อมูลปริมาณอาหารจะถูกนำมาบันทึกในโปรแกรมอินมูแคลโดยนักกำหนดอาหาร 1 คน ตรวจระดับโพแทสเซียมในเลือด นิยามโพแทสเซียมในเลือดต่ำ คือ ระดับโพแทสเซียมในเลือด
การวิเคราะห์วอเตอร์ฟุตพรินต์ในกระบวนการผลิตเบนซีนและพาราไซลีน, เรืองรัตน์ เรืองเดช
การวิเคราะห์วอเตอร์ฟุตพรินต์ในกระบวนการผลิตเบนซีนและพาราไซลีน, เรืองรัตน์ เรืองเดช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้เป็นการวิเคราะห์ผลกระทบจากการใช้น้ำ ของกระบวนการผลิตเบนซีนและพาราไซลีน ทั้งการใช้น้ำทางตรงและทางอ้อม การใช้น้ำทางตรงประกอบไปด้วยการใช้น้ำในกระบวนการผลิตซึ่งสามารถวัดได้โดยตรงจากข้อมูลของโรงงาน และการใช้น้ำทางอ้อมประกอบไปด้วยการใช้น้ำในส่วนของการได้มาซึ่งวัตถุดิบ การใช้ไฟฟ้า การผลิตไอน้ำ การผลิตไนโตรเจน รวมถึงการใช้น้ำในกระบวนการขนส่ง ซึ่งโรงงานไม่สามารถวัดโดยตรงได้ต้องมีการเก็บข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงอื่นๆที่เชื่อถือได้ วิธีการประเมินผลกระทบการใช้น้ำที่ใช้ในงานวิจัยฉบับนี้ใช้วิธีวอเตอร์ฟุตพรินต์ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ทราบผลกระทบจากการใช้น้ำที่แท้จริงตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ โดยอ้างอิงวิธีการประเมินตามข้อกำหนดและแนวทางของ ISO 14046 ผลลัพธ์จากการประเมินพบว่าผลิตภัณฑ์เบนซีนและพาราไซลีน มีค่าวอเตอร์ฟุตพรินต์ซึ่งวัดผลกระทบในแง่ของการขาดแคลนน้ำ(Water Scarcity Footprint,WSF) ต่อ 1 กิโลกรัมเท่ากับ 0.613 LiterH2Oeq และ 1.432 LiterH2Oeq ตามลำดับ โดยทั้งเบนซีนและพาราไซลีนมีค่า WSF สูงสุดจากการใช้น้ำทางอ้อม ซึ่งมีค่าสูงในการใช้ไฟฟ้าและการได้มาซึ่งคอนเดนเสท และรองลงมาคือ WSF จากการใช้น้ำทางตรงซึ่งมีค่า WSF สูงในส่วนของการระเหยของน้ำในระบบหล่อเย็น แต่เนื่องการลดผลกระทบจากการใช้น้ำจะมีความเป็นไปได้ในการลดจากใช้น้ำทางตรงมากกว่าทางอ้อม เพราะสามารถควบคุมได้โดยตรงจากโรงงานถึงแม้ว่าอาจจะทำให้ผลกระทบลดลงได้ไม่มากก็ตาม จึงเสนอการนำมาตรการในการลดการใช้น้ำทางตรงร่วมด้วย โดยแบ่งมาตรการเป็น 2 ส่วนคือการลดผลกระทบที่เกิดจากการใช้น้ำทางตรง และการลดผลกระทบจากการใช้น้ำทางอ้อม เพื่อให้กระบวนการผลิตเบนซีนและพาราไซลีนเกิดการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ฤทธิ์ของน้ำคะน้าจีนในการยับยั้งการเจริญของเซลล์ และเหนี่ยวนำการตายแบบอะพอพโทซิสในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวเพาะเลี้ยงผ่านการเพิ่มการแสดงออกโปรตีนแคสเปส 3, ศิริพร พึ่งพวก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ผักคะน้าจีนถูกนิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเอเชียตะวันออก ผักชนิดนี้จัดอยู่ในตระกูลกะหล่ำ ซึ่งผักในตระกูลนี้มีองค์ประกอบของสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารกลุ่มกลูโคซิโนเลตและไอโซไธโอซัยยาเนตซึ่งเป็นสารที่พบเฉพาะในผักตระกูลกะหล่ำ การศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากพืชตระกูลกะหล่ำมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง อย่างไรก็ตามผู้คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานผักคะน้าจีนด้วยการปรุงสุก โดยในงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินฤทธิ์ของน้ำผักคะน้าจีนต่ออัตราการมีชีวิตรอดและการเพิ่มจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดขาว เซลล์ U937 ถูกเลี้ยงด้วยน้ำผักคะน้าแบบจีนแบบสดและที่ผ่านความร้อน ซึ่งถูกเตรียมโดยวิธีการนึ่ง (0.625, 1.25, 2.5 และ 5 %v/v) เพื่อเปรียบเทียบฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง อัตราการมีชีวิตรอดมีชีวิตและการเพิ่มจำนวนของเซลล์ถูกทดสอบด้วยการใช้สีย้อมและวิธี XTT ที่ 24, 48 และ 72 ชั่วโมง ผลการวิจัยพบว่าที่ 72 ชม. การบ่มด้วยน้ำผักคะน้าจีนสด 5 %v/v ลดอัตราการมีชีวิตรอดของเซลล์ถึง 13 ± 11.9 % ในขณะที่การรักษาด้วยน้ำผักคะน้าจีนที่ผ่านความร้อน 5 %v/v ลดอัตราการมีชีวิตรอดของเซลล์ได้ 49 ± 8.3 % จำนวนเซลล์และการทดสอบ XTT แสดงให้เห็นว่าน้ำผักคะน้าจีนทั้งแบบสดและที่ผ่านความร้อนสามารถลดการเพิ่มจำนวนเซลล์ได้ตามระดับความเข้มข้นและเวลา วัฏจักรของเซลล์และการตายของเซลล์ที่เลี้ยงร่วมกับน้ำผักคะน้าจีนถูกวิเคราะห์โดยโฟลซัยโตมิตรี พบว่ามีประชากรของเซลล์เพิ่มขึ้นที่ระยะ sub G1 และเซลล์มีการตายแบบ apoptosis เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ความเข้มข้นสูงและระยะเวลาที่มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับตัวควบคุม นอกจากนี้การวิเคราะห์ด้วยวิธี Western blot แสดงให้เห็นว่าการเกิดอะพอพโตซิสที่ถูกเหนี่ยวนำโดยน้ำผักคะน้าจีนนั้นเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของโปรตีน caspase 3 โดยรวมแล้วผลการวิจัยพบว่าน้ำผักคะน้าจีนสดมีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำผักคะน้าจีนที่ผ่านความร้อนในการต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว อย่างไรก็ตามผักคะน้าจีนทั้งสองรูปแบบถูกใช้เป็นอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
Block Copolymer Elastomer With Graphite Filler: Effect Of Processing Conditions And Silane Coupling Agent On The Composite Properties, Denis M. Panaitescu, Raluca Augusta Gabor, Cristian Andi Nicolae, Anca Constantina Parau, Catalin Vitelaru, Valentin Raditoiu, Mircea Chipara
Block Copolymer Elastomer With Graphite Filler: Effect Of Processing Conditions And Silane Coupling Agent On The Composite Properties, Denis M. Panaitescu, Raluca Augusta Gabor, Cristian Andi Nicolae, Anca Constantina Parau, Catalin Vitelaru, Valentin Raditoiu, Mircea Chipara
Physics & Astronomy Faculty Publications
The control of morphology and interface in poly(styrene-ethylene/butylene-styrene) (SEBS) composites with graphitic fillers is extremely important for the design of piezoresistive sensors for body motion or flexible temperature sensors. The effects of a high amount of graphite (G) and silane coupling agent on the morphology and properties of SEBS composites with anisotropic mechanical properties are reported. The physical and chemical bonding of silane to both G and SEBS surface was proved by EDX and TGA results; this improved interface influenced both the thermal and mechanical properties of the composite. The vinyltriethoxysilane (VS) promoted the formation of char residue and, being …