Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 6901 - 6930 of 6951

Full-Text Articles in Entire DC Network

Development Of Dual-Bacterial Culture For Benzene Degradation And Biofilm Formation, Aiyarucht Techajindamanee Jan 2015

Development Of Dual-Bacterial Culture For Benzene Degradation And Biofilm Formation, Aiyarucht Techajindamanee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Dual bacterial culture is the technique using the different characteristic of two bacteria for support the bacterial culture ability. This study developed the dual culture of benzene-degrading bacteria and biofilm-forming bacteria, and optimized the culture conditions promoting their benzene degradation and biofilm formation for increasing benzene-removal efficiency and bacterial stability in benzene treatment systems. Acinetobacter sp. B36 was a benzene-degrading and biofilm-forming bacterium isolated from petroleum wastewater. The bacterial biofilm was promoted by dual-culturing with Pseudomonas sp. BF6 isolated from the same source. The optimum culture conditions were studied focused on co-carbon source, nitrogen source, oxygen and metal ion. The …


ประสิทธิภาพในการย่อยสลายน้ำมันดิบของกลุ่มแบคทีเรียที่คัดแยกจากดินตะกอนอ่าวไทย, ปิยะนุช อยู่คล้ำ Jan 2015

ประสิทธิภาพในการย่อยสลายน้ำมันดิบของกลุ่มแบคทีเรียที่คัดแยกจากดินตะกอนอ่าวไทย, ปิยะนุช อยู่คล้ำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

อ่าวไทยจัดเป็นศูนย์กลางทางด้านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมหลักที่สำคัญของประเทศ จึงมีแนวโน้มในการปนเปื้อนของปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนได้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดแยกกลุ่มแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายน้ำมันดิบจากตัวอย่างดินตะกอนบริเวณอ่าวไทย ทดสอบประสิทธิภาพของกลุ่มแบคทีเรียในการย่อยสลายน้ำมันในสภาวะแวดล้อมต่างๆ และศึกษาบทบาทของแบคทีเรียในกลุ่ม โดยจาก 45 สถานีตัวอย่าง ตรวจนับจำนวนแบคทีเรียย่อยสลายน้ำมันดิบได้มีค่าอยู่ในช่วง 2.3x105 - 1.10x107MPN /g น้ำหนักเปียก และแบ่งตัวอย่างตามลักษณะพื้นที่และลักษณะทางกายภาพได้เป็น 14 กลุ่มตัวอย่าง คือ G1-G14 ผลการทดลองพบว่าสามารถเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่ย่อยสลายน้ำมันดิบได้จากทั้ง 14 กลุ่มตัวอย่างด้วยเทคนิคเอนริชเมนท์ โดยกลุ่มแบคทีเรีย G11 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการย่อยสลายน้ำมันดิบได้สูงที่สุด สามารถย่อยสลายน้ำมันดิบ 0.5% (v/v) ได้ 80 % ภายในระยะเวลา 5 วัน นอกจากนี้พบว่า G11 มีเปอร์เซ็นต์ความไม่ชอบน้ำของเซลล์สูงที่สุดประมาณ 74% และยังตรวจพบยีนที่เกี่ยวข้องในการย่อยสลายน้ำมันดิบได้หลากหลาย และการทดสอบประสิทธิภาพของ G11 ที่สภาวะต่างๆ พบว่า G11 สามารถย่อยสลายน้ำมันประเภทต่างๆ ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ดีเซลกึ่งสังเคราะห์ น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์เบนซินสังเคราะห์ น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 91 (E91) น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 95 (E95) ที่ความเข้มข้น 4,000 มิลลิกรัม/ลิตรได้ดี สามารถย่อยสลายน้ำมันดิบในช่วงความเข้มข้น 4-32 กรัม/ลิตรได้เกือบ 100% ระยะเวลา 12 วัน โดยมีอัตราการกำจัดน้ำมันดิบได้สูงสุด 6.75 กรัม/ลิตร/กรัมเซลล์/วัน ที่ความเข้มข้นน้ำมันดิบ 24 กรัม/ลิตร สามารถย่อยสลายเตตระเดกเคน เฮกซะเดกเคน และ PAHs ผสม ซึ่งได้แก่ แอนทราซีน ฟีแนนทรีน ฟลูออแรนทีน และไพรีนได้ นอกจากนี้ยังพบว่า G11 ยังสามารถย่อยสลายน้ำมันดิบ 0.5 % (v/v) ได้ดีในสภาวะที่มีการแปรผันค่าความเค็มในช่วง 20 - >100 ppt ช่วงพีเอชตั้งแต่ 3-9 และอุณหภูมิ 30-37 oซ ซึ่งจากการวิเคราะห์ประชาคมแบคทีเรียโดยการเพาะเลี้ยงและการไม่เพาะเลี้ยงพบว่าในทุกช่วงการย่อยสลายในทุกสภาวะ มี …


การศึกษาสมบัติทางกายภาพ และสมบัติทางชีวภาพบางประการของโครงร่างแบบก้อนซับที่ทำจากอะซีแมนแนนและเคลือบด้วยโพลีแอลไลซีน, รวิสุต จรรยพงษ์ Jan 2015

การศึกษาสมบัติทางกายภาพ และสมบัติทางชีวภาพบางประการของโครงร่างแบบก้อนซับที่ทำจากอะซีแมนแนนและเคลือบด้วยโพลีแอลไลซีน, รวิสุต จรรยพงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

อะซีแมนแนนเป็นสารพอลิแซ็คคาไรด์ที่สกัดจากส่วนวุ้นว่านหางจระเข้ เมื่อนำอะซีแมนแนนมาเชื่อมขวางทางเคมีกับกรดอะดิปิกและคาร์บอนิลไดอิมิดาโซลให้มีลักษณะเป็นโครงร่างอะซีแมนแนนแบบก้อนซับ โดยใช้อัตราส่วนระหว่างอะซีแมนแนน:กรดอะดิปิก:คาร์บอนิลไดอิมิดาโซล ในปริมาณต่างๆ และใช้โซเดียมคลอไรด์เป็นสารก่อให้เกิดรูพรุน ผลจากอินฟราเรดสเปกโตรสโคปี แสดงให้เห็นว่าปริมาณสารคู่ควบมีผลต่อระดับการเชื่อมขวางของชิ้นงาน เมื่อทดสอบสมบัติทางกายภาพพบว่าระดับการเชื่อมขวางมีผลต่อการละลาย และค่าโมดูลัสแรงกดของชิ้นงาน เมื่อเพาะเลี้ยงเซลล์เอสทีทูบนโครงร่างอะซีแมนแนนแบบก้อนซับ พบว่าไม่มีความเป็นพิษเมื่อทดสอบด้วยเทคนิคเอ็มทีที และเมื่อเคลือบโครงร่างอะซีแมนแนนแบบก้อนซับด้วยพอลิแอลไลซีน พบว่าเมื่อนำมาเพาะเลี้ยงกับเซลล์เอสทีทูสามารถเพิ่มคุณสมบัติการยึดเกาะและการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนเมื่อเทียบกับการเพาะเลี้ยงเซลล์เอสทีทูบนโครงร่างอะซีแมนแนนแบบก้อนซับที่ไม่ได้เคลือบด้วยพอลิแอลไลซีน แสดงให้เห็นว่าโครงร่างอะซีแมนแนนแบบก้อนซับที่สังเคราะห์ขึ้นมีศักยภาพนำไปประยุกต์ใช้สำหรับงานด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อ


การผลิตอนุภาคไขมันแข็งด้วยสารสกัดของเมล็ดในมะม่วง, กรอุมา กู้เกียรตินันท์ Jan 2015

การผลิตอนุภาคไขมันแข็งด้วยสารสกัดของเมล็ดในมะม่วง, กรอุมา กู้เกียรตินันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

จุดมุ่งหมายของงานวิจัยนี้ เพื่อศึกษาอิทธิพลของสภาวะกระบวนการเตรียมที่ส่งผลต่อลักษณะอนุภาคนาโนไขมันแข็ง(SLNs) ซึ่งถูกนำมาใช้ประโยชน์สำหรับการนำส่งสารต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดเมล็ดอ่อนในมะม่วง (MSKE) อย่างมีประสิทธิภาพ สภาวะที่เหมาะสมของการสกัด คือ การใช้เวลาการสกัด 12 ชั่วโมง อุณหภูมิห้อง ขนาดอนุภาค 0.841-0.595 มิลลิเมตร อัตราส่วนตัวทำละลาย : ของแข็ง เป็น 3 : 1 และใช้เอทานอลเป็นตัวทำละลายฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดถูกวัดด้วยวิธีการวิเคราะห์ที่แตกต่างกัน โดยพบว่า ค่าเฉลี่ยของปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดเท่ากับ 5.747 มิลลิกรัมGAE ฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ สำหรับวิธี ABTs assay มีค่าเป็น 7.330 มิลลิโมลลาร์ ของสารมาตรฐานโทรล็อค ส่วนการวิเคราะห์ด้วยวิธี FRAP assay มีค่า FRAP value เป็น 4.096 มิลลิโมลลาร์ เมื่อคำนวณเทียบต่อน้ำหนักแห้งของสารสกัด ส่วนค่า IC50 ของสารสกัดมีค่าเท่ากับ 3.726 ± 0.12 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร สารละลายของอนุภาคนาโนไขมันแข็งเตรียมโดยการใช้โฮโมจิไนซ์ความเร็วสูง ที่ปัจจัยในกระบวนการที่ค่าต่างๆกัน โดยอนุภาคนาโนไขมันแข็งที่ห่อหุ้มสารสกัดเมล็ดอ่อนในมะม่วง มีขนาดอนุภาคเฉลี่ยอยู่ในช่วง 139.3 ถึง 1109.8 นาโนเมตร ค่าศักย์ซีต้าร์มีค่าระหว่าง -14.2 ถึง -36.3 มิลลิโวลต์ และค่า polydispersity index มีค่าตั้งแต่ 0.155 ถึง 1อนุภาคนาโนไขมันแข็งมีลักษณะเป็นทรงกลม มีค่าความสามารถการห่อหุ้มยาสูงสุดเป็น 99.92% ซึ่งมีปริมาณตัวยาที่ถูกห่อหุ้มเป็น 16.65% ส่วนการศึกษาความเสถียรทางกายภาพของอนุภาคนาโนไขมันแข็งที่ห่อหุ้มสารสกัดเมล็ดอ่อนในมะม่วงที่ศึกษาที่อุณหภูมิแตกต่างกันเป็นเวลา 1 เดือน พบว่า มีความเสถียรภาพที่ดี ส่วนการศึกษาการปลดปล่อยสารในสารละลายฟอสเฟตบัฟเฟอร์ซาลีน ที่ค่าความเป็นกรดด่าง 7.4 พบว่า สารสกัดเมล็ดอ่อนในมะม่วงที่ห่อหุ้มในอนุภาคนาโนไขมันแข็ง จะถูกปลดปล่อยอย่างช้าๆ เท่ากับ 36.71 % เมื่อเวลาผ่านไป 202 ชั่วโมง ซี่งแสดงให้เห็นถึงการปลดปล่อยสารที่นานขึ้น


การเตรียมฟองน้ำนาโนคอมโพสิตชีวภาพจากชานอ้อย, ชนกานต์ อินทร์แสง Jan 2015

การเตรียมฟองน้ำนาโนคอมโพสิตชีวภาพจากชานอ้อย, ชนกานต์ อินทร์แสง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาการเตรียม และศึกษาคุณสมบัติของเซลลูโลสจากชานอ้อยที่เหลือทิ้งทางการเกษตร เส้นใยเซลลูโลสจากชานอ้อยถูกสกัดด้วยสารละลายด่าง และถูกย่อยสลายกรดที่อุณหภูมิต่าง ๆ (35 และ 45 องศาเซลเซียส) และช่วงเวลา (30 45 60 90 และ 120 นาที) สภาวะที่เหมาะสมของการย่อยสลายให้ผลึกนาโนเซลลูโลสที่มีค่าความเป็นผลึกสูงถึง 73.36 เปอร์เซ็นต์ และค่าผลได้อยู่ในช่วง 20 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ จากการสกัดชานอ้อยด้วยสารละลายกรดซัลฟูริกที่ความเข้มข้น 63.5 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก ที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 90 นาที ผลึกนาโนเซลลูโลสที่ได้ถูกวิเคราะห์คุณลักษณะด้วยวิธี SEM, TEM, XRD และ FT-IR สเปกโทรสโคปี ผลึกนาโนเซลลูโลสจากชานอ้อยถูกคัดเลือกเพื่อนำมาปรับหมู่ฟังก์ชั่นของผิวด้วยปฎิกริยาคาร์บอกซี่เมทิลเลชั่น และปฏิกิริยาเปอร์ไอโอเดตออกซิเดชั่น ผลึกนาโนเซลลูโลส และไคโตซานถูกนำมาขึ้นรูปเพื่อผลิตฟองน้ำคอมโพสิตชีวภาพด้วยกระบวนการทำแห้งเยือกแข็งแบบสูญญากาศ ทำการศึกษาอิทธิพลของชนิดไคโตซาน และอัตราส่วนผลึกนาโนเซลลูโลสต่อไคโตซานที่ส่งผลต่อสมบัติทางกายภาพของฟองน้ำคอมโพสิต ฟองน้ำคอมโพสิตถูกเตรียมจากนาโนเซลลูโลสที่ไม่ได้ผ่านกระบวนปรับปรุงพื้นผิวอัตราส่วน 60 เปอร์เซ็นต์ และไคโตซานมวลโมเลกุลปานกลางอัตราส่วน 40 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนักของสารสะลายฟองน้ำ แสดงค่าการดูดซับน้ำมากที่สุด และมีความคงรูปดี ค่าต้านทานแรงกด, ค่าโมดูลัสความยืดหยุ่น และการดูดซับน้ำของฟองน้ำคอมโพสิตมีค่า 0.0553 เมกะปาสคาล, 0.3009 เมกะปาสคาล, และ 1071 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ อิทธิพลขององค์ประกอบต่อโครงสร้างทางเคมี และสัณฐานวิทยาของฟองน้ำคอมโพสิตถูกศึกษาโดย FTIR และ SEM สารสกัดเซริซินถูกนำมาใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในฟองน้ำคอมโพสิต นาโนฟองน้ำคอมโพสิตที่มีความเข้มข้นของสารสกัดเซริซิน 0.84 กรัมต่อกรัมฟองน้ำ มีค่าการปลดปล่อยสะสมของเซริซินเท่ากับ 64 เปอร์เซ็นต์


การพัฒนาโฟมพลาสติกชีวภาพจากพอลิแลคติกแอซิด/ผงไม้ สำหรับชิ้นส่วนภายในรถยนต์, ปกเกศ สุวรรณกาศ Jan 2015

การพัฒนาโฟมพลาสติกชีวภาพจากพอลิแลคติกแอซิด/ผงไม้ สำหรับชิ้นส่วนภายในรถยนต์, ปกเกศ สุวรรณกาศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ความต้องการยกระดับการใช้งานพลาสติกชีวภาพพอลิแลคติก แอซิด (Poly(lactic acid), PLA) เป็นแรงผลักดันให้งานวิจัยนี้พัฒนาสารประกอบแต่งโฟมพลาสติกชีวภาพ PLA/พอลิเอทิลีน ไกลคอล (Poly(ethylene glycol), PEG)/ผงไม้ (Wood flour, WF) ที่มีน้ำหนักเบาและเป็นโฟมแบบกึ่งอ่อนตัว ให้มีสมบัติเหมาะเป็นชิ้นส่วนภายในรถยนต์ โดยใช้เอโซไดคาโบนาไมด์ (Azodicarbonamide, ADC) ปริมาณ 2 phr เป็นสารก่อโฟมทางเคมี งานวิจัยนี้แบ่งเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกตรวจสอบอุณหภูมิการสลายตัวด้วยความร้อนของ PLA ADC และผงไม้ เพื่อหาอุณหภูมิที่เหมาะสมแก่การขึ้นรูปโฟมโดย PLA และผงไม้ไม่สลายตัว พบว่า PLA ADC และผงไม้เริ่มสลายตัว ณ อุณหภูมิ 318 165 และ 220 °C ตามลำดับ อุณหภูมิที่เหมาะสมแก่การขึ้นรูปไม้พลาสติกคือ 190-220 °C ส่วนที่สองศึกษาอิทธิพลของผงไม้ใน PLA และโฟม PLA สัดส่วนของผงไม้ที่ใช้คือร้อยละ 1-5 โดยน้ำหนัก การทำโฟมด้วย ADC ปริมาณ 2 phr ได้โฟม PLA และโฟม PLA/WF ที่มีความหนาแน่นลดลงถึงร้อยละ 49 โดยน้ำหนัก เมื่อเทียบกับ PLA และมีมอดูลัสภายใต้แรงกดจำเพาะลดลงจาก 0.69 เหลือ 0.24 GPa·cm3/g แสดงว่าการทำโฟมให้ชิ้นงาน PLA ที่มีน้ำหนักเบาและอ่อนตัวขึ้น การใส่ผงไม้เป็นสารเสริมแรง สามารถเพิ่มสมบัติเชิงกลภายใต้แรงดัดโค้งและแรงกระแทกให้สูงขึ้นได้ทั้งใน PLA/WF และ F-PLA/WF เนื่องจากมีการยึดเกาะที่ดีระหว่างผงไม้และเมทริกซ์ PLA ส่วนที่สามศึกษาอิทธิพลของสารเสริมสภาพพลาสติก PEG ที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่างกัน (น้ำหนักโมเลกุล 12K และ 20K) พบว่าน้ำหนักโมเลกุลและปริมาณของ PEG ส่งผลต่อความสามารถในการเสริมสภาพพลาสติก โดย PEG12K สามารถลดอุณหภูมิแปรสภาพแก้วของ PLA ได้ดีกว่า PEG20K …


การเคลือบผิวแบบเรียงตัวชั้นเดียวของสารทิโอเลตเพื่อป้องกันเส้นลายทองแดงนำไฟฟ้า, พัชรักษ์ ทองจรัส Jan 2015

การเคลือบผิวแบบเรียงตัวชั้นเดียวของสารทิโอเลตเพื่อป้องกันเส้นลายทองแดงนำไฟฟ้า, พัชรักษ์ ทองจรัส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ใช้การเคลือบผิวแบบเรียงตัวชั้นเดียวของสารทิโอเลตเพื่อป้องกันเส้นลายทองแดงนำไฟฟ้าที่เตรียมจาก 2 กระบวนการ คือ กระบวนการสเปรย์ไพโรไลซิส (spray pyrolysis) และกระบวนการอิเล็กโตรเลสเพลทติ้ง (electroless plating) โดยศึกษาการเคลือบผิวแบบเรียงตัวชั้นเดียวของสารเคลือบในกลุ่มทิโอเลตที่มีสูตรโมเลกุลเหมือนกันแต่โครงสร้างต่างกัน 3 ชนิด คือ ออคเทนทีออล (OTT) อีทิลเฮกเซนทีออล (2-EHT) และฟีนิลอีเทนทีออล (2-PET) พบว่า ทั้งสามชนิดที่ใช้จะยืดเกาะบริเวณผิวหน้าของเส้นลายทองแดงนำไฟฟ้าเท่านั้น ไม่มีผลต่อลักษณะของอนุภาคและขอบเกรนของทองแดง นอกจากนี้ การเคลือบผิวแบบเรียงตัวชั้นเดียวของสารเคลือบในกลุ่มทิโอเลตยังสามารถชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าความต้านทานไฟฟ้าได้ แต่ที่เวลา 0 วัน ค่าสภาพความต้านไฟฟ้าจะมีการเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเกิดคอปเปอร์ซัลไฟด์ (CuS) หรือคอปเปอร์(II)ซัลเฟต (CuSO4) บริเวณผิวหน้า โดยสารที่สามารถชะลอการเพิ่มขึ้นได้ดีที่สุด คือ ฟีนิลอีเทนทีออลซึ่งมีโครงสร้างเป็นอะโรมาติก รองลงมาคือ อีทิลเฮกเซนทีออลที่มีโครงสร้างเป็นโซ่กิ่ง และ ออคเทนทีออลที่มีโครงสร้างเป็นโซ่ตรง สามารถชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าความต้านทานไฟฟ้าได้น้อยที่สุด


การดัดแปรพื้นผิวของผ้าไหมไทยด้วยพลาสมาคลื่นความถี่วิทยุร่วมกับไคโตซานสำหรับการต้านแบคทีเรีย, ศรายุทธ เข็มเงิน Jan 2015

การดัดแปรพื้นผิวของผ้าไหมไทยด้วยพลาสมาคลื่นความถี่วิทยุร่วมกับไคโตซานสำหรับการต้านแบคทีเรีย, ศรายุทธ เข็มเงิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ไคโตซานถูกดัดแปรขนาดโมเลกุลโดยการนำไปฉายรังสีแกมมาที่ปริมาณรังสีต่าง ๆ หลังจากนั้นจึงนำไปทำเป็นสารละลาย แล้วนำไปกราฟท์ (graft) ลงบนผ้าไหมไทยที่ผ่านการดัดแปรผิวด้วยกระบวนการพลาสมาคลื่นความถี่วิทยุในสภาวะที่เหมาะสมมาแล้ว จากการศึกษาพบว่าอัตราการยึดเกาะของไคโตซานบนผ้าไหม (degree of grafting) จะแปรผันตรงกับมวลโมเลกุลของไคโตซาน ซึ่งกำลังพลาสมาที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 120 วัตต์ , ระยะเวลาในการดัดแปรผิวผ้าไหมด้วยพลาสมาที่เหมาะสมอยู่ที่ 4 นาที และจากการทดลองพบว่า ผ้าไหมที่ไม่ผ่านการดัดแปรผิวด้วยเทคนิคพลาสมาจะมีการกราฟต์ติดของไคโตซานบนผ้าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 18.78 % ซึ่งต่ำกว่าผ้าไหมที่ผ่านการดัดแปรผิวด้วยเทคนิคพลาสมาที่มีการกราฟต์ติดของไคโตซานบนผ้าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 19.18 % ทั้งนี้ยังพบว่าผ้าระบบที่ผ่านการดัดแปรผิวด้วยพลาสมาจะมีค่าร้อยละแห่งการหลุดออกของไคโตซานจากเส้นใยต่ำกว่าผ้าอีกระบบที่ไม่ผ่านการดัดแปรผิวด้วยพลาสมา และที่มากกว่านั้นคือ เราสามารถมั่นใจได้เกินกว่า 90% ว่าผ้าระบบที่ใช้พลาสมาในการดัดแปรผิวจะสามารถผ่านการซักไปได้ถึง 155 ครั้ง และ 93 ครั้ง สำหรับเชื้อ E.coli และ S.aureus ตามลำดับ จึงจะหมดประสิทธิภาพในการต้านแบคทีเรีย ในทำนองกลับกัน ผ้าระบบที่ไม่ได้ใช้พลาสมาในการดัดแปรผิว แค่ผ่านการซักไปเพียง 67 ครั้ง และ 48 ครั้ง สำหรับเชื้อ E.coli และ S.aureus ตามลำดับ ก็ทำให้หมดประสิทธิภาพในการต้านแบคทีเรียแล้ว จึงกล่าวได้ว่า การใช้กระบวนการทาง RF-Plasma ด้วยเงื่อนไขของสภาวะดังตามที่ทดลอง จะสามารถทำให้ไคโตซานกราฟท์ติดกับเส้นใยได้ดีขึ้นและยังทำให้ไคโตซานดำรงอยู่บนเส้นใยได้ยาวนานขึ้น ผ้าไหมจึงต้านแบคทีเรียได้ยาวนานกว่าเดิม นั่นคือสามารถใช้งานได้ในระยะยาว


Development Of Phthalocyanine-Based Electrocatalytic Systems For Reduction Of Carbon Dioxide, Kattarinya Jaisabuy Jan 2014

Development Of Phthalocyanine-Based Electrocatalytic Systems For Reduction Of Carbon Dioxide, Kattarinya Jaisabuy

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research focuses on method development for utilizing and evaluating metal phthalocyanine-based complexes as electrocatalysts for carbon dioxide reduction. Metal phthalocyanine-based complexes containing iron, cobalt, nickel, copper, and zinc ions as central metal ions were successfully synthesized, characterized, and applied as homogeneous electrocatalysts for the electro-reduction of carbon dioxide in non-aqueous media. The efficiency of phthalocyanine-based electrocatalysts as well as the effects of phthalocyanine structures and the central metal ion were discussed. Cobalt(II) phthalocyanine derivative showed the best electrocatalytic efficiency for the electro-reduction of carbon dioxide with the highest percentage of current enhancement (299.98%) Hence, the effect of light on …


Metathesis Reaction Of Ethylene And 2-Butene On Molybdenum-Based Catalysts, Benjamas Netiworaruksa Jan 2014

Metathesis Reaction Of Ethylene And 2-Butene On Molybdenum-Based Catalysts, Benjamas Netiworaruksa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This dissertation studies and develops the supported molybdenum catalyst for metathesis reaction of ethylene and 2-butene to produce propylene. It was found that the major factor affecting the catalytic performance for metathesis reaction is the catalyst support. From this study, it was firstly revealed that the suitable support for molybdenum-based catalyst is the mixed support of alumina and zeolite. The catalyst containing alumina support prepared from aluminium nitrate physically mixed with HBeta support could provide high selectivity of propylene. The optimum ratio of the composite support of alumina and zeolite was 3:1. However, the most optimum support obtaining propylene selectivity …


Effect Of Additives In Lubricant On Cobalt-Iron Alloy Lapping, Wiraya Anamnart Jan 2014

Effect Of Additives In Lubricant On Cobalt-Iron Alloy Lapping, Wiraya Anamnart

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

To maintain this flying height of read-write head (called slider) at 12 nm across the disk, read and writer elements will be lapped to meet designed surface roughness, surface topography, as well as magnetic property. The writer element was made from cobalt-iron alloy (CoFe). Final lapping process of sliders uses lubricant to control surface morphology and to avoid corrosion. The aim of this study was to determine the effect of additives on corrosion protection of CoFe. The corrosion was studied by potentiostat technique and atomic force microscopy (AFM). Water content was determined by Karl Fischer method. Thin film passivation was …


นวัตกรรมการวัดความพึงพอใจคุณภาพบริการโรงพยาบาล, พัชรินทร์ วงศ์รักมิตร Jan 2014

นวัตกรรมการวัดความพึงพอใจคุณภาพบริการโรงพยาบาล, พัชรินทร์ วงศ์รักมิตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บริการสุขภาพมีการปรับตัวตามกระแสโลกาภิวัฒน์ คุณภาพบริการได้กลายมาเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างความเปรียบในการแข่งขันขององค์กรที่ให้บริการสุขภาพในปัจจุบัน วัตถุประสงค์ของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้เพื่อศึกษา พัฒนาตัวแบบและระบบนวัตกรรมการวัดความพึงพอใจคุณภาพบริการโรงพยาบาล (HSQ-MS) เพื่อศึกษาว่าคุณภาพบริการโรงพยาบาลมีอิทธิพลต่อความพึงพอใจบริการ และส่งผลต่อพฤติกรรมการรับบริการ การวิจัยเริ่มจากการศึกษาแนวคิดคุณภาพบริการทางด้านการตลาดของ Groonroos (1984) และ Parazuraman et.al.(1988) และคุณภาพบริการทางการแพทย์ของ Donabedian (1988) ผนวกเข้ากับการรับรู้คุณภาพบริการในมุมมองผู้รับบริการและแนวคิดเรื่องความพึงพอใจผู้ป่วย ซึ่งเป็นการนำแนวคิดคุณภาพในมุมมองผู้ให้บริการและผู้รับบริการมาพัฒนาเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐาน และนำเสนอโครงสร้างการวัดความพึงพอใจคุณภาพบริการโรงพยาบาล โดยศึกษาองค์ประกอบย่อยภายใต้มิติคุณภาพของการวัดความพึงพอใจคุณภาพบริการ ด้วยตัวแบบคาโน เพื่อจัดแบ่งประเภทความสำคัญคุณลักษณะคุณภาพที่ทำให้เกิดความพึงพอใจในมุมมองของผู้รับบริการ และพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจผู้รับบริการในทุกคุณลักษณะคุณภาพอย่างมีนัยสำคัญคือความแตกต่างของเชื้อชาติ เมื่อได้คุณลักษณะคุณภาพภายใต้องค์ประกอบมิติคุณภาพแล้ว จึงนำแนวคิดตัวแบบการวัดความพึงพอใจคุณภาพบริการโรงพยาบาล ไปศึกษาในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญคุณภาพบริการโรงพยาบาลด้วย เดลไฟล์เทคนิค เพื่อจัดกลุ่มมิติคุณภาพของตัวแบบการวัดความพึงพอใจคุณภาพบริการโรงพยาบาล ได้องค์ประกอบมิติคุณภาพ 6 ด้านคือ มิติคุณภาพด้านสิ่งอำนวยความสะดวก มิติคุณภาพด้านบุคลากร มิติคุณภาพด้านการบริการในเชิงวิชาชีพ มิติคุณภาพด้านบริการหลักของโรงพยาบาล (ผลิตภัณฑ์) มิติคุณภาพด้านกระบวนการ และมิติคุณภาพด้านประสิทธิผลกระบวนการ ในขั้นตอนสุดท้าย ตัวแบบการวัดความพึงพอใจคุณภาพบริการโรงพยาบาล นี้ได้นำไปปรับปรุงและยืนยันตัวแบบในด้านโมเดลการวัด และโมเดลโครงสร้างโดยใช้ การวิเคราะห์สมการโครงสร้าง ตัวแบบการวัดความพึงพอใจคุณภาพบริการโรงพยาบาล สุดท้ายประกอบด้วย มิติคุณภาพ 6 มิติและคุณลักษณะคุณภาพ 28 ข้อ ได้รับการยืนยันว่าโมเดลการวัดมีความตรงเชิงภาวะสันนิษฐาน ความน่าเชื่อถือ และมีดัชนีความสอดคล้องซึ่งยืนยันตัวแบบที่นำเสนอซึ่งทำให้ได้ ตัวแบบการวัดคุณภาพบริการที่ต่างจากมุมมองด้านการตลาดของ Parazuraman ซึ่งมีความชัดเจนในมิติของบริการหลักซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของบริการนั้นโดยเฉพาะในเชิงวิชาชีพของบริการที่ต้องการความน่าเชื่อถือระดับสูง อีกทั้งการรับรู้คุณภาพบริการซึ่งอาจไม่มีความคาดหวังในบริการนั้นมาก่อนเนื่องจากคนทั่วไปอาจไม่มีความรู้ความเข้าใจในบริการที่มีความฉพาะเจาะจง ผลลัพธ์บริการมีการศึกษาเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบจากการศึกษาของ Parazuraman and Groonroos ซึ่งในทางการแพทย์ตามแนวคิดของ Donabedian ได้ปรับเอาแนวคิดการรับรู้คุณภาพบริการของผู้ป่วยจากการศึกษาทางด้านการตลาดกลายเป็นประสิทธิผลบริการที่ผู้ป่วยสามารถรับรู้และประเมินได้ นอกจากนั้นการศึกษายังพบว่า คุณภาพบริการส่งผลต่อความพึงพอใจผู้รับบริการอย่างมีนัยสำคัญ (β=0.99) และความพึงพอใจผู้รับบริการส่งผลต่อความตั้งใจพฤติกรรมการรับบริการ อย่างมีนัยสำคัญ (β =0.92) ตัวแบบนี้จึงได้นำมาใช้ในการพัฒนาระบบนวัตกรรมการวัดความพึงพอใจคุณภาพบริการโรงพยาบาล (HSQ-MS) เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลสามารถใช้ในการวัดคุณภาพบริการ การติดตามควบคุมประสิทธิภาพบริการ และการวางแผนปรับปรุงพัฒนาอย่างเหมาะสม


Coke Deposition On Wox/Sio2 Catalyst Physically Mixed With Magnesium Oxide For Metathesis Reaction Of Ethylene And 2-Butene, Thidaya Thitiapichart Jan 2014

Coke Deposition On Wox/Sio2 Catalyst Physically Mixed With Magnesium Oxide For Metathesis Reaction Of Ethylene And 2-Butene, Thidaya Thitiapichart

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The presence of MgO physically mixed with silica supported tungsten oxide catalysts was investigated in metathesis reaction using ethylene and trans-2-butene as feeds. Adding MgO could enhance the conversion of trans-2-butene and propylene yield, comparing with a catalyst mixed with SiO2 as a referenced one. However, the presence of MgO with silica supported tungsten oxide catalysts surprisingly elevated the coke deposition. The coke precursor was formed by MgO from isomerization of undesired products like C5+ and moved to deposit on the acid sites of silica supported tungsten oxide catalysts which is a coke site of the catalysts. Furthermore, the distance …


Modification Of W/Sio₂ Catalysts By Second Metal For Metathesis Of Ethylene And 2-Butene, Narongrat Poovarawan Jan 2014

Modification Of W/Sio₂ Catalysts By Second Metal For Metathesis Of Ethylene And 2-Butene, Narongrat Poovarawan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this thesis, the main goals were to study the effect of the dispersion of the tungsten active phase and the modification of WO3/SiO2 catalyst by a second metal for metathesis reaction of the mixture of cis/trans-2-butene and ethylene. The silica supported tungsten catalyst was used as the base catalyst and lanthanum, cerium, yttrium were used as the second metal in this study. It was found that the dispersion of the tungsten active phase would affect the catalytic performance of the WO3/SiO2 catalyst, when the mixture of cis/tran-2-butene was use as feed.The second metal was used to midify the dispersion …


การบริหารตราสินค้าและตัวชี้วัดคุณค่าตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับ, โสภาค พาณิชพาพิบูล Jan 2014

การบริหารตราสินค้าและตัวชี้วัดคุณค่าตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับ, โสภาค พาณิชพาพิบูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ มีจุดประสงค์ (1) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับในประเทศไทย (2) เพื่อศึกษาตัวชี้วัดคุณค่าตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับในประเทศไทย และ (3) เพื่อพัฒนาแบบจำลองตัวชี้วัดคุณค่าตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับในประเทศไทย ระเบียบวิธีวิจัยเพื่อตอบวัตถุประสงค์ข้อ (1) ได้แก่การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารจำนวน 16 ราย ระเบียบวิธีวิจัยเพื่อตอบวัตถุประสงค์ข้อ (2) และ (3) ได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหาในเว็บไซต์ tripadvisor.com การสนทนากลุ่มและการทำวรรณกรรมปริทัศน์ เพื่อพัฒนาแบบสอบถามสำหรับการทดสอบแบบจำลองตัวชี้วัดคุณค่าตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับ เมื่อพัฒนาแบบสอบถามสำเร็จ จึงใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจกับกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคที่เคยมีประสบการณ์การใช้บริการธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารจำนวน 800 ราย เพื่อนำข้อมูลไปทดสอบความสอดคล้องระหว่างแบบจำลองและข้อมูลเชิงประจักษ์ ด้วยการวิเคราะห์ผลทางสถิติผ่านสมการโมเดลเชิงโครงสร้าง (Structural Equation Model) และเทคนิคการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ในธุรกิจโรงแรม การบริหารตราสินค้าอย่างเป็นระบบและครบวงจร จะพบในโรงแรมเครือข่ายระหว่างประเทศและในประเทศ ในขณะที่โรงแรมอิสระ จะมีการบริหารตราสินค้าในระดับที่แตกต่างกันไป ในธุรกิจร้านอาหาร การบริหารตราสินค้าอย่างเป็นระบบและครบวงจร จะพบในร้านอาหารที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่และร้านอาหารเพียงบางแห่ง โดยปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โรงแรมและร้านอาหาร นำหลักการบริหารตราสินค้ามาใช้ ได้แก่ ภูมิหลังทางการศึกษาและประสบการณ์ของเจ้าของกิจการ ตัวชี้วัดคุณค่าตราสินค้าในอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับ ทั้งในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ได้แก่ การเชื่อมโยงตราสินค้า การรู้จักตราสินค้า ความภักดีต่อตราสินค้า คุณภาพของประสบการณ์ การรับรู้ถึงความคุ้มค่า และการสื่อสารการตลาด งานวิจัยชิ้นนี้ได้ขยายขอบเขตและพัฒนาทฤษฎีคุณค่าตราสินค้าของ David Aaker ให้มีความสอดคล้องกับอุตสาหกรรมการบริการต้อนรับ


การพัฒนาโปรแกรมพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณสำหรับการไหลภายในท่อขนส่งน้ำมันดิบ, วันวิสา รักทอง Jan 2014

การพัฒนาโปรแกรมพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณสำหรับการไหลภายในท่อขนส่งน้ำมันดิบ, วันวิสา รักทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การขนส่งน้ำมันดิบผ่านท่อเป็นกระบวนการที่พบเห็นได้ทั่วไปในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม น้ำมันดิบส่วนใหญ่มีความหนืดสูง อีกทั้งโดยปกติแล้วอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมภายนอกท่อนั้นมักจะต่ำกว่าอุณหภูมิของน้ำมันดิบภายในท่อ น้ำมันดิบจึงเกิดการสูญเสียความร้อน อุณหภูมิจะลดลงเรื่อยๆ ตามระยะทางและเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่ออุณหภูมิของน้ำมันดิบลดลงจนถึงจุดขุ่น (Cloud point) น้ำมันดิบบางส่วนจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นไข (Wax) และเมื่ออุณหภูมิลดลงต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดไหลเท (Pour point) ไขจะมีการสะสมตัวจนทำให้ท่ออุดตัน น้ำมันดิบจะไม่สามารถไหลได้ ดังนั้น การขนส่งน้ำมันดิบผ่านท่อจะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เพื่อป้องกันหรือลดความรุนแรงจากการสูญเสียประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นจากไขภายในท่อขนส่ง งานวิจัยนี้จึงทำการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการสร้างแบบจำลองการไหลภายในท่อขนส่งน้ำมันดิบเพื่อศึกษาพฤติกรรมการไหลที่มีความซับซ้อน และทำนายการเกิดไขในระบบท่อ ความรู้ทางพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (Computational fluid dynamics) ถูกนำมาใช้ในการแก้ปัญหาการไหลสำหรับงานวิจัยนี้ สำหรับการพัฒนาโปรแกรมพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ แบบจำลองที่นำมาใช้มีลักษณะเป็นท่อตรงยาว และทำการแบ่งกริดในรูปแบบของกริดแบบเยื้องกัน เกิดเป็นปริมาณควบคุม ซึ่งจะเป็นตัวเก็บตัวแปรที่ต้องการคำนวณหาคำตอบ ได้แก่ ความเร็ว ความดัน อุณหภูมิ เป็นต้น โดยใช้ระเบียบวิธี ไฟไนต์วอลุมแปลงสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยให้อยู่ในรูปสมการพีชคณิตเพื่อความสะดวกในการแก้ปัญหา ส่วนการหาคำตอบจากสมการพีชคณิตจะใช้ขั้นตอนวิธีเมทริกซ์สามแนวเฉียง ซึ่งวิธีการที่กล่าวมาข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนวิธี Semi-Implicit Method for Pressure-Linked Equation ที่เป็นวิธีคำนวณซ้ำเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบที่แม่นยำที่สุด ผลที่ได้พบว่า โปรแกรมจำลองมีความน่าเชื่อถือ โดยมีการเปรียบเทียบความถูกต้องกับการทดลองจริงและโปรแกรมสำเร็จรูป ANSYS FLUENT โปรแกรมที่ได้สามารถใช้ทำนายพฤติกรรมการไหลของน้ำมันดิบ รวมถึงการเกิดไขภายในระบบท่อได้อย่างแม่นยำ และสามารถประยุกต์ใช้กับระบบการไหลของของไหลประเภทอื่นได้อีกด้วย


การต้านจุลินทรีย์และการลดเอทิลีนของฟิล์มไคโตซานที่เติมไทเทเนียมไดออกไซด์, ปฏิญญา แก้วกลิ่น Jan 2014

การต้านจุลินทรีย์และการลดเอทิลีนของฟิล์มไคโตซานที่เติมไทเทเนียมไดออกไซด์, ปฏิญญา แก้วกลิ่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาผลของการเติมไทเทเนียมไดออกไซด์ (TiO2) ต่อสมบัติของฟิล์มไคโตซาน เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์เป็นบรรจุภัณฑ์อาหาร โดยเตรียมฟิล์มไคโตซานที่เติม TiO2 ความเข้มข้นแตกต่างกัน เป็น 0 0.25 0.5 1 และ 2%w/w ไคโตซาน โดยให้สัญลักษณ์เป็น C-T0 C-T0.25 C-T0.5 C-T1 และ C-T2 ตามลำดับ ศึกษาสมบัติทางกายภาพของฟิล์มที่เตรียมได้ ได้แก่ tensile strength (TS) elongation at break (EAB) สัมประสิทธิ์การซึมผ่านของไอน้ำ(WVP) และการส่องผ่านของแสง ศึกษาโครงสร้างของฟิล์มที่เตรียมได้โดยใช้เครื่อง X–Ray Diffractometer (XRD) พันธะทางเคมี โดยใช้เครื่อง Fourier Transform Infrared Spectrometer (FT-IR) และลักษณะพื้นผิวและภาคตัดขวางของฟิล์มไคโตซาน วิเคราะห์โดยใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (Scanning Electron Microscope, SEM) ศึกษาสมบัติการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย ได้แก่ Escherichia coli Pseudomonas aeruginosa Salmonella Typhimurium และ Staphylococcus aureus และเชื้อรา ได้แก่ Aspergillus oryzae และ Penicillium roqueforti รวมทั้งศึกษาการกำจัดก๊าซเอทิลีน จากผลการทดลองพบว่าค่า TS เพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มข้น TiO2 เพิ่มขึ้นจนถึง 1% แล้วจึงลดลง ในขณะที่ค่า EAB และ WVP ลดลงเมื่อเติม TiO2 แต่การเติม TiO2 ที่ความเข้มข้นแตกต่างกันไม่ส่งผลให้ค่าดังกล่าวมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) ส่วนค่าการส่องผ่านของแสงมีแนวโน้มลดลงเมื่อ TiO2 เพิ่มขึ้น จากการศึกษาโครงสร้างของฟิล์มไคโตซานที่เติม TiO2 ทุกความเข้มข้นพบว่า ปริมาณผลึกอะนาเทสของ TiO2 เพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มข้น TiO2 เพิ่มขึ้น และพบผลึกรูไทล์ในฟิล์ม C-T1เท่านั้น นอกจากนี้ยังพบไทเทเนียมออกไซด์(Ti3O5) และไฮโดรเจนไทเทเนียมออกไซด์ (H2Ti3O7) ที่ฟิล์ม C-T1และ C-T2 เมื่อศึกษาพันธะทางเคมีของฟิล์มไคโตซานที่เติม TiO2 พบว่าไทเทเนียมจะสร้างพันธะไฮโดรเจนกับไคโตซานที่หมู่ –OH และ –NH ของไคโตซาน โดยพีคที่แสดงถึงพันธะ C–N และ C–N–H ของไคโตซานเพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มข้นของ TiO2 เพิ่มขึ้นและพบว่าฟิล์ม C-T1 และ C-T2 มีพีคที่แสดงถึงพันธะ Ti-O-Ti สูงกว่าฟิล์มไคโตซานที่เติม TiO2 ที่ความเข้มข้นอื่นๆอย่างชัดเจน และเมื่อศึกษาลักษณะพื้นผิวและภาคตัดขวางด้วย SEM พบว่า ฟิล์มไคโตซานที่เติม TiO2 มีลักษณะพื้นผิวเรียบเนียน และมีอนุภาค TiO2 กระจายอยู่สม่ำเสมอทั่วฟิล์ม แต่เมื่อเพิ่มความเข้ม TiO2 เป็น 2% พบว่าเกิดการจับกันเองของ TiO2 จากผลการทดลองพบว่าฟิล์มที่ได้มีคุณสมบัติทางกายภาพดีที่สุดเมื่อเติม TiO2 1% จึงใช้ฟิล์ม C-T1 สำหรับการทดลองขั้นต่อไป เมื่อศึกษาผลการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ของฟิล์ม C-T1 ภายใต้แสง black-light เป็นเวลา 6 ชั่วโมงพบว่า จำนวนเซลล์มีชีวิตของ E. Coli ลดลง 4.01 log CFU/mL จากจำนวนเชื้อเริ่มต้น 7.77 log CFU/mL ในขณะที่ฟิล์ม C-T0 สามารถลดจำนวนเซลล์มีชีวิตได้ 2.53 log CFU/mL และฟิล์ม C-T1 ทำให้จำนวนเซลล์มีชีวิตของ S. Typhimurium ลดลง 1.48 log CFU/mL ในขณะที่ฟิล์ม C-T0 สามารถลดจำนวนเซลล์มีชีวิตได้ 1.07 log CFU/mL อย่างไรก็ตามพบว่าฟิล์ม C-T0 สามารถยับยั้งการเจริญของ P. aeruginosa และ S. aureus ได้ดีกว่าฟิล์ม C-T1 นอกจากนี้ยังพบว่าทั้งฟิล์ม C-T0 และ C-T1 สามารถลดจำนวนเชื้อราได้เพียงเล็กน้อยและไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ จากการศึกษาการกำจัดก๊าซเอทิลีนของ C-T1 เปรียบเทียบกับฟิล์ม C-T0 และผง TiO2 พบว่าที่สภาวะมีแสง UV ฟิล์ม C-T1 สามารถสลายเอทิลีนที่ความเข้มข้นเริ่มต้น 5 ppm ได้ร้อยละ 12.58 เมื่อเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง โดยค่าที่ได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) จากค่าร้อยละการสลายเอทิลีนของผง TiO2 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 14.13 ในขณะที่ฟิล์ม C-T0 แสดงการลดลงของเอทิลีนเพียงร้อยละ 3.58


วัสดุไททาเนียผสมซีเมนต์เคลือบบนเม็ดแก้วซิลิกาสำหรับใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงเพื่อแตกสลายสารประกอบฟีนอลในน้ำเสียที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้, กมลวรรณ ปินะโต Jan 2014

วัสดุไททาเนียผสมซีเมนต์เคลือบบนเม็ดแก้วซิลิกาสำหรับใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงเพื่อแตกสลายสารประกอบฟีนอลในน้ำเสียที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้, กมลวรรณ ปินะโต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

น้ำเสียจากโรงงานผลิตสารเคมีมักปนเปื้อนสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตสูงเกินกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม จึงจำเป็นต้องควบคุมให้อยู่ในมาตรฐานก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม น้ำเสียจากโรงงานผลิตฟีนอลปนเปื้อนสารอินทรีย์หลายชนิด เช่น คิวมีนไฮโดรเปอร์ออกไซด์ (CHP) ไดเมทิลฟีนิลคาร์บินอล (DMPC) และอะซิโตฟีโนน (ACP) ค่า pH มีค่า 12.7 งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์ในการนำไททาเนีย (TiO2) ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงที่มีศักยภาพสูงและมีอายุการใช้งานยาวนานมาแตกสลายสารอินทรีย์ที่ปนเปื้อนในน้ำเสีย เพื่อความสะดวกในการนำกลับใช้ซ้ำ ไททาเนีย P25 จึงถูกนำมาเคลือบบนวัสดุรองรับ (Ecolite® sphere, EC) ด้วยเทคนิคแกรนูเลตและใช้แคลเซียมอลูมินาซีเมนต์ (AC) เป็นวัสดุเชื่อมประสานเกิดเป็น EC+AC+15wt% TiO2 P25 และศึกษาผลของปัจจัยต่างๆ ที่มีต่อการแตกสลาย CHP ได้แก่ แสงยูวี ปฏิกิริยาเชิงแสงของไททาเนีย P25 ความเข้มข้นเริ่มต้นและอัตราเร็วของ CHP พบว่าปฏิกิริยาเชิงแสงของไททาเนีย P25 ความเข้มข้นเริ่มต้นของ CHP และอัตราเร็วของ CHP มีบทบาทอย่างมากต่อการแตกสลายของ CHP จากนั้นศึกษาความสามารถในการใช้ซ้ำของ EC+AC+15wt% TiO2 P25 พบว่าเมื่อผ่านการทดสอบการแตกสลาย CHP 2,000 พีพีเอ็ม และน้ำเสียจากโรงงานผลิตฟีนอลจำนวน 7 ครั้ง พบว่ามีประสิทธิภาพการแตกสลาย CHP อยู่ในช่วง 90-100% และค่าคงที่อัตราอยู่ในช่วง 0.0089 ถึง 0.0171 ต่อนาที ต่อมาศึกษาประสิทธิภาพของ EC+AC+15wt% TiO2 P25 ในการแตกสลายสารอินทรีย์ชนิดอื่นๆได้แก่ DMPC ACP และฟีนอล พบว่าอัตราการเกิดปฏิกิริยาการแตกสลายสารอินทรีย์ของ EC+AC+15wt% TiO2 P25 คือ CHP > DMPC > ACP > Phenol ตามลำดับ ข้อมูลดังกล่าวสามารถข้อบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพของวัสดุดังกล่าวในการนำไปใช้ในงานบำบัดน้ำเสียได้


Mechanical And Thermal Properties Of Polylactide/Polymeric Plasticizers, Wanlapha Apising Jan 2014

Mechanical And Thermal Properties Of Polylactide/Polymeric Plasticizers, Wanlapha Apising

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The current study focused on flexibility improvement of polylactide by using three new types of plasticizers: diethyl succinate, glycerol ethoxylate, poly(di(ethylene glycol)adipate). The plasticizer concentrations were varied depending on each type. Mechanical property of the plasticized polymers was investigated. It was found that elongation at break of the plasticized polymers was increased, whereas tensile strength and Young’s modulus were decreased. The plasticized polymer with diethyl succinate exhibited the highest elongation at break. Thermal property of the plasticized polymers containing glycerol ethoxylate yielded the lowest Tg and Tc. When the plasticizers were added, thermal property was reduced, in which the plasticized …


Characterization Of Bacteriophage Specific To Non-Agglutinable Vibrio Cholerae, Dulyapat Benyajirapatch Jan 2014

Characterization Of Bacteriophage Specific To Non-Agglutinable Vibrio Cholerae, Dulyapat Benyajirapatch

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Vibrio spp. the main bacteria found in marine shrimp can cause diseases either in shrimp or human. Using antibiotics is a first option to reduce this problem. Unfortunately, this treatment has no sufficient potential due to antibiotic resistance can occur after long term of use. Therefore, bacteriophage has become a better alternative to control Vibrio spp. in shrimp. In this study, 100 isolates of Vibrio spp. were screened and isolated from Pacific white shrimp Litopaeneus vannamei and cultured water from shrimp hatcheries and ponds. The suspected Vibrio spp. were determined and classified into 5 species including V. cholerae, V. parahaemolyticus, …


Production And Characterization Of Monoclonal Antibodies Against Listeria Monocytogenes, Korrakot Prommajan Jan 2014

Production And Characterization Of Monoclonal Antibodies Against Listeria Monocytogenes, Korrakot Prommajan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Listeria monocytogenes contaminated in foods is a bacteria that can cause Listeriosis in human and animals. Detection of this bacteria in food products is required in order to reduce the opportunity of infection and increases consumers’ trust on taking food safely. Diagnostic based on immunological method with monoclonal antibody (MAb) specific to pathogen is accurate and precise. The objective of this research was to produce MAbs against L. monocytogenes NCTC 11994 and EGD-e strains by immunization mice with heat-inactivated, sonicated- and SDS-mercaptoethanol treated forms. After cell fusion 21 of hybridoma were obtained. MAbs reacted crossly with some Listeria spp. and …


Dry Reforming Of Methane In Palladium-Silver-Copper Alloy Membrane Reactor, Sarocha Sumrunronnasak Jan 2014

Dry Reforming Of Methane In Palladium-Silver-Copper Alloy Membrane Reactor, Sarocha Sumrunronnasak

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

PdAgCu ternary alloy membranes were prepared by the sequential electroless plating of Pd following by electroplating of Ag and Cu onto stainless steel support. The metal composition of the membrane was varied by changing the metal deposition times. The fabricated membranes were then annealed at various temperatures from 500 °C to 600 °C under argon atmosphere in order to form the alloys for 20 to 120 hrs. The Energy Dispersive X-ray spectroscopy (EDX) and X-Ray Diffraction (XRD) were employed to investigate the element distribution in the membrane which provided the insight of the alloying formation. Complete formation of the alloy …


Preparation Of Polylactide/ Polycaprolactone/Hydroxyapatite Particles, Walaiporn Nguantanom Jan 2014

Preparation Of Polylactide/ Polycaprolactone/Hydroxyapatite Particles, Walaiporn Nguantanom

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research focused on preparation of polylactide/polycaprolactone/hydroxyapatite particles by using the solvent evaporation method. The effects of HA loadings varied in a range of 10-40 wt% and blending ratios between PLA and PCL on the size distribution, morphology, and thermal properties of the composite films were investigated. The results showed that the size distributions of the composite particles were composed of both small and large particles, depending on the HA concentration and blending ratio of PLA/PCL. The addition of HA at 10 wt% exhibited a strong influence on the size distribution of microspheres, while the PLA/PCL blend tended to produce …


Flame Retardant Property Improvement Of Polyester Fiber Using Inorganic Additives, Warunee Wattanatanom Jan 2014

Flame Retardant Property Improvement Of Polyester Fiber Using Inorganic Additives, Warunee Wattanatanom

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research focused on improving the flame retardancy of polyester and cotton/polyester blended fabrics using intumescent coating via layer-by-layer assembly technique with and without kaolin. The flammability, morphology, thermal stability and mechanical property of coated fabrics were investigated in comparison with uncoated fabrics. Branched polyethyleneimine and ammonium polyphosphate with and without kaolin were respectively used as polycationic and polyanionic to build up the multiple cationic/anionic pairs of layer by deposition technique. The SEM micrographs of coated fabrics compared with uncoated fabrics revealed as well as FT-IR analysis confirmed that layer-by-layer coatings were successfully applied onto the fabrics. The vertical burning …


Synthesis Of Poly(N-Isopropylacrylamide)-Based Nanogels Via Differential Microemulsion Polymerization For Drug Delivery Systems, Meshaya Pruettiphap Jan 2014

Synthesis Of Poly(N-Isopropylacrylamide)-Based Nanogels Via Differential Microemulsion Polymerization For Drug Delivery Systems, Meshaya Pruettiphap

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis is to study the synthesis of poly(N-isopropylacrylamide-co-protic acid) nanogels and their performance to be used as drug delivery carriers. The objective is to achieve thermal/pH-responsive nanogels with a lower critical solution temperature (LCST) close to human body temperature. Differential microemulsion polymerization (DMP) technique, which has been considered the best one to produce nanoparticles of a high solid content with a low surfactant amount, was applied. Specifically, one-step DMP was used for synthesizing poly(N-isopropylacrylamide) (PNIPAM) preparation while two-step DMP was adopted to synthesize poly[N-isopropylacrylamide-co-(acrylic acid)] (poly(NIPAM-co-AA)) and poly[N-isopropylacrylamide-co-(itaconic acid)] (poly(NIPAM-co-IA)) nanogels, in which sodium dodecyl sulphate (SDS) was used …


Comparison Of Role Of Nano-Sized Extra Supports On Pt-Based Catalyst For Propane Dehydrogenation And Wox-Based Catalyst For Propene Metathesis, Adisak Guntida Jan 2014

Comparison Of Role Of Nano-Sized Extra Supports On Pt-Based Catalyst For Propane Dehydrogenation And Wox-Based Catalyst For Propene Metathesis, Adisak Guntida

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this thesis, the role of nano-sized extra supports was studied. The different types of nano-sized supports (ZrO2, TiO2, Al2O3, and SiO2) were physically mixed with WOx-based catalysts for propene metathesis reaction and Pt-based catalysts for propane dehydrogenation reaction as extra support. The dispersions of active sites were improved in both metathesis and dehydrogenation catalysts by the addition of nano-sized extra supports. The migration of active sites from the main catalyst onto the nano-sized extra support during thermal treatment via thermal spreading is a key for this improvement. The surface energy of nano-sized extra support and concentration of metal active …


Suitable Catalyst Bed Arrangement Of Silica-Based Supported Tungstenand Hydrotalcite Catalysts For Propylene Production From 1-Butene, Sirada Sripinun Jan 2014

Suitable Catalyst Bed Arrangement Of Silica-Based Supported Tungstenand Hydrotalcite Catalysts For Propylene Production From 1-Butene, Sirada Sripinun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The research studied the design of suitable catalyst beds of hydrotalcite and the modified silica supported tungsten for propylene production from 1-butene. The study started with performing reactions at various values of gas hourly space velocity, feed composition and temperature. Then the reaction rate expressions for each catalyst were determined. It was found that the models could predict well the experimental results. The models were further used to simulate the reaction performance of reactors packed with different catalyst beds. The performance was shown in terms of molar flow rate of propylene and yield of propylene. The performance of the catalyst …


The Effects Of Additives In Ethylene Glycol Based Lubricant On Slider Lapping Process, Patara Paranusorn Jan 2014

The Effects Of Additives In Ethylene Glycol Based Lubricant On Slider Lapping Process, Patara Paranusorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Lapping process is a key technology in magnetic recording head manufacturing process. Thin film of metal alloys and metal oxides are fabricated on ceramic substrate called wafer to create the recording heads. In order to control surface properties of the recording head, the precise chemical mechanical nano grinding process is used. In this process the recording heads are treated to achieve the designed surface properties by using lubricants to control the selectivity of material removal. The aim of this study was to determine the effects of additives in ethylene glycol based lubricant on the selectivity of material removal of slider …


Polydopamine As Active Templates For Fabrication Of Conductive Of Copper Line Pattern, Raweewan Thongprachan Jan 2014

Polydopamine As Active Templates For Fabrication Of Conductive Of Copper Line Pattern, Raweewan Thongprachan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this research, copper conductive patterns were fabricated on polyethylene terephthalate (PET) substrate by combination of spray drying of polydopamine nanoparticles, and consequently electroless plating process. The polydopamine nanoparticle ink was synthesized by self-polymerization of dopamine hydrochloride at different initial pH 8, 8.5, 9 and 10. The patterns were deposited by site-selective Cu electroless plating process on top of the PDA pattern at the controlled temperature 30 C. The effects of plating time in electroless plating and storage time were studied. Moreover, the adhesion and aspect ratio were also investigated. The conductive lines fabricated were characterized by two-point probe measurement, …


Design Of Plantwide Control Structure Of A Small-Scale Concentrated Solar Power Process Cooperated With Organic Rankine Cycle And Thermal Storage Systems, Pathawut Bua-Ngam Jan 2014

Design Of Plantwide Control Structure Of A Small-Scale Concentrated Solar Power Process Cooperated With Organic Rankine Cycle And Thermal Storage Systems, Pathawut Bua-Ngam

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This work presents a study on control system design of a small-scale electricity generation process for household applications using plantwide control technique. The process are of three sections including parabolic trough solar collector, thermal energy storage, and organic Rankine cycle system. Synthetic oil Dowtherm©A and acetone were chosen as heat transfer fluid and working fluid, respectively. In terms of control objectives, the control structure can keep the process operation at maximum efficiency and response the required work load. Control performance of the control structure proposed is tested under various disturbance changes by using dynamic simulator (SIMSCI DYNSIM). The scenarios investigated …