Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Physical Sciences and Mathematics (1876)
- Medicine and Health Sciences (1605)
- Engineering (1297)
- Social and Behavioral Sciences (859)
- Chemistry (670)
-
- Computer Sciences (618)
- Education (457)
- Chemical Engineering (429)
- Arts and Humanities (314)
- Architecture (295)
- Life Sciences (292)
- Medical Sciences (256)
- Computer Engineering (236)
- Public Health (222)
- Dentistry (214)
- Nursing (214)
- Communication (207)
- Communication Technology and New Media (207)
- Mass Communication (207)
- Polymer Chemistry (203)
- Environmental Sciences (200)
- Sports Sciences (199)
- Sociology (193)
- Civil and Environmental Engineering (184)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (181)
- Business (175)
- Economics (174)
- Urban, Community and Regional Planning (169)
- Mathematics (161)
- Health and Physical Education (145)
Articles 5971 - 6000 of 6951
Full-Text Articles in Entire DC Network
การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกศึกษาในหลักสูตรโครงการโรงเรียนสองภาษา (ไทย-อังกฤษ) ของนักเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร, ปิยะณัฐ จริงจิตร
การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกศึกษาในหลักสูตรโครงการโรงเรียนสองภาษา (ไทย-อังกฤษ) ของนักเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร, ปิยะณัฐ จริงจิตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกศึกษาในหลักสูตรโครงการโรงเรียนสองภาษา (ไทย-อังกฤษ) ของนักเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนและผู้ปกครองที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 297 คู่ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน และการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติก โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS
ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกศึกษาในหลักสูตรโรงเรียนสองภาษา (ไทย-อังกฤษ) ของนักเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร พบว่า ปัจจัยด้านรายได้ต่อเดือนของผู้ปกครองที่มากกว่า 15,000 บาท และ ปัจจัยด้านการประสัมพันธ์หลักสูตร (PR) มีความน่าจะเป็นที่ส่งผลให้เลือกศึกษาต่อในหลักสูตรโครงการสองภาษา (ไทย-อังกฤษ) ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ .01 ตามลำดับ
อิทธิพลของสีบรรจุภัณฑ์ ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อข้าวกล่องพร้อมรับประทาน, ฑิตยา ตันเจริญ
อิทธิพลของสีบรรจุภัณฑ์ ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อข้าวกล่องพร้อมรับประทาน, ฑิตยา ตันเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวางแผนสื่อสารในปัจจุบัน หัวใจสำคัญคือการสร้างความแตกต่างที่เหนือกว่าคู่แข่ง Kotler (1997) กล่าวว่า บรรยากาศถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้ร้านค้า โดยจะถูกกระตุ้นผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส (Rienuier, 2002, cited in Valenti & Riviere, 2008) สำหรับร้านอาหารทั่วไป กลิ่นสามารถดึงความสนใจของผู้บริโภคได้เป็นอันดับ 1 และการมองเห็น มีความสำคัญเป็นอันดับ 2 (Lindstrom, 2006) ในกรณีสินค้าที่เป็นอาหารพร้อมทาน ซึ่งอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทนั้น ลำดับความสนใจของลูกค้าจึงอยู่ที่ การมองเห็น (Silayoi & Speece,2007) กว่า 60-90% ของ การประเมินค่าหรือตีราคาสินค้า อยู่ที่การใช้เลือกใช้สี (Singh,2006) นอกจากนี้ ลูกค้ามีข้อจำกัดด้านเวลาในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละครั้ง ดังนั้นสีจึงเป็นส่วนช่วยให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น (PALOUIS, 2014) งานวิจัยชิ้นนี้จึงได้ทำการศึกษาสีของบรรจุภัณฑ์ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อข้าวกล่องพร้อมรับประทาน โดยสีที่เลือกมาใช้ในงานวิจัยชั้นนี้ได้แก่ สีใส สีขาว สีเหลืองทอง สีแดงสีส้ม และสีน้ำเงินเขียว ซึ่งผลการวิจัยระบุว่าสีที่แตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อ การรับรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อ ที่แตกต่างกัน โดยสีที่กระตุ้นการรับรู้ได้ดีที่สุดคือสีแดง สีที่ผู้บริโภคมีทัศนคติในเชิงบวกมากที่สุดคือสีขาว และสีที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อมากที่สุดคือสีขาว ซึ่งผลการวิจัยดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ ในการวางแผนกลยุทธ์ในด้านการออกแบบสีบรรจุภัณฑ์ ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคต่อไป
การจัดการและการสื่อสารในภาวะวิกฤตของผู้จัดการแสดงจากศิลปินเกาหลี, ณัฐศักดิ์ โสภาเจริญ
การจัดการและการสื่อสารในภาวะวิกฤตของผู้จัดการแสดงจากศิลปินเกาหลี, ณัฐศักดิ์ โสภาเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อ 1) วิเคราะห์และอธิบายกระบวนการจัดการและการสื่อสารในภาวะวิกฤตของผู้จัดการแสดงจากศิลปินเกาหลี 2) วิเคราะห์และอธิบายปัจจัยในการสร้างความสำเร็จในการจัดการและการสื่อสารในภาวะของผู้จัดการแสดงจากศิลปินเกาหลี โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) ที่เกี่ยวกับการจัดการและการสื่อสารในภาวะวิกฤตของผู้จัดการแสดงจากศิลปินเกาหลี ประกอบกับการใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ตัวบท (Textual Analysis) ศึกษาจากภาวะวิกฤตที่เคยเกิดขึ้นจริงกับผู้จัดการแสดงจากศิลปินเกาหลีในประเทศไทย และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ที่ทำการเลือกผู้ให้ข้อมูลด้วยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ซึ่งแบ่งผู้ให้สัมภาษณ์ออกเป็น 4 กลุ่ม จากการวิจัยพบว่า 1) กระบวนการจัดการและการสื่อสารในภาวะวิกฤตของผู้จัดการแสดงจากศิลปินเกาหลีจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 1.1 ช่วงก่อนการเกิดภาวะวิกฤต ผู้จัดจะเตรียมการป้องกันการเกิดภาวะวิกฤตจากการศึกษาภาวะวิกฤตที่เคยเกิดขึ้นแต่ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร โดยการสื่อสารระหว่างผู้จัดการแสดงจากศิลปินเกาหลีและกลุ่มเป้าหมายจะเกิดขึ้นบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เท่านั้น 1.2 ช่วงการเกิดภาวะวิกฤต ผู้จัดนิยมแก้ไขภาวะวิกฤตด้วย 2 กลยุทธ์ ได้แก่ กลยุทธ์นิ่งเฉย (Refuse) และกลยุทธ์ในการขอโทษ ชี้แจง รวมถึงดำเนินการแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น (Repentance) 1.3 ช่วงหลังการเกิดภาวะวิกฤต ผู้จัดส่วนใหญ่ไม่ได้บันทึกเหตุการณ์รวมถึงการแก้ไขภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและมีการทำกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายขององค์กร 2) ปัจจัยที่จะสร้างความสำเร็จ ได้แก่ การมีข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายขององค์กรที่มากพอ และ การสร้างความสัมพันธ์กับ Influencer
อิทธิพลของการรับรู้การออกแบบบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มน้ำผักและผลไม้พร้อมดื่มต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค, ปริญญาภรณ์ แสงสุข
อิทธิพลของการรับรู้การออกแบบบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มน้ำผักและผลไม้พร้อมดื่มต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค, ปริญญาภรณ์ แสงสุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาการรับรู้เกี่ยวกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์น้ำผักและผลไม้พร้อมดื่มของผู้บริโภค (2) เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้การออกแบบบรรจุภัณฑ์ต่อการตัดสินใจซื้อน้ำผักและผลไม้พร้อมดื่มของผู้บริโภค โดยทำการศึกษาการรับรู้ในด้านองค์ประกอบของบรรจุภัณฑ์ และประสิทธิภาพของการออกแบบบรรจุภัณฑ์เป็นหลัก ซึ่งใช้การวิจัยเชิงสำรวจด้วยวิธีการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม จำนวน 430 ชุด จากผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการรับรู้ที่มีต่อบรรจุภัณฑ์น้ำผักและผลไม้พร้อมดื่ม 100% ในระดับสูง เมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็นของการรับรู้ในด้านองค์ประกอบของบรรจุภัณฑ์ และด้านการรับรู้ประสิทธิภาพการออกแบบบรรจุภัณฑ์น้ำผักและผลไม้พร้อมดื่ม 100% พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ระดับสูงมากในด้านวัสดุของบรรจุภัณฑ์ที่เคยเห็นเป็นกล่องกระดาษแข็ง รองลงมาคือบรรจุภัณฑ์ที่เคยเห็นมีฉลากทางโภชนาการ (Nutrition Information) ในส่วนของอิทธิพลของการรับรู้ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากที่สุดคือ แรงจูงใจทางด้านอารมณ์ (ภาพหรือสัญลักษณ์ที่มีคุณค่าทางด้านจิตใจ) มากที่สุด รองลงมาคือวัสดุ (แก้ว) ซึ่งน้ำผักและผลไม้เป็นสินค้าที่มีความเกี่ยวพันต่ำ (Low Involvement) นั้น ผู้บริโภคจะมีการใช้อารมณ์ และความรู้สึกประกอบการตัดสินใจซื้อ โดยพิจารณาจากภาพหรือสัญลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์เป็นหลัก หมายความว่าเมื่อกลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ภาพหรือสัญลักษณ์ที่มีคุณค่าทางด้านจิตใจมากขึ้นจะมีการตัดสินใจซื้อที่มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งตัวแปรดังกล่าวมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากที่สุด
ปัญหาการคุ้มครองสิทธิในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของบุคคลผู้ล่วงลับ, กฤติน พลกรรณ์
ปัญหาการคุ้มครองสิทธิในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของบุคคลผู้ล่วงลับ, กฤติน พลกรรณ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันมีการใช้ภาพ ชื่อ เสียง และภาพลักษณ์อื่นๆ ของผู้ล่วงลับในการขายหรือโฆษณาสินค้าและบริการ ตลอดจนการแสวงหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ในรูปแบบต่างๆ เนื่องจากภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับเหล่านั้นสามารถช่วยให้สินค้าหรือบริการได้รับความสนใจจากผู้บริโภคได้ ซึ่งกฎหมายในหลายประเทศมีการคุ้มครองสิทธิในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ให้แก่บุคคลตั้งแต่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ขยายไปจนถึงเมื่อบุคคลนั้นได้ล่วงลับไปแล้ว โดยให้สิทธิแก่ทายาทของผู้ล่วงลับในการควบคุมการใช้ภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับ รวมทั้งมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนและส่วนแบ่งค่าตอบแทนจากผู้ที่นำภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับไปใช้แสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ อาทิเช่น มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาว่ากฎหมายของประเทศไทยที่บังคับใช้ในปัจจุบัน สามารถให้ความคุ้มครองสิทธิในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของบุคคลผู้ล่วงลับได้อย่างชัดเจนและเพียงพอหรือไม่ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ในกรณีการใช้ภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับในเชิงพาณิชย์นั้น ยังไม่มีกฎหมายรับรองและคุ้มครองสิทธิในการใช้ภาพลักษณ์และการได้รับค่าตอบแทนไว้ สิทธิเหล่านี้จึงไม่มีสถานะเป็นทรัพย์สินและไม่อาจตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาท โดยผู้เขียนได้เสนอให้มีการบัญญัติกฎหมายเพื่อรับรองและคุ้มครองสิทธิในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของบุคคลผู้ล่วงลับ สำหรับกรณีการนำภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับไปใช้แสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยรับรองให้สิทธินี้เป็นทรัพย์สินอันอาจตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทได้ และให้ทายาทเป็นผู้มีสิทธิควบคุมการใช้ภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับ ตลอดจนมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนและค่าตอบแทนจากผู้ที่นำภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับไปใช้ในเชิงพาณิชย์
มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศต่อนิสิต นักศึกษาในสถาบันการศึกษา, ชนะชัย อ๊อดทรัพย์
มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศต่อนิสิต นักศึกษาในสถาบันการศึกษา, ชนะชัย อ๊อดทรัพย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาถึงแนวทางในการกำหนดมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศต่อนิสิต นักศึกษาในสถาบันการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งกำลังประสบปัญหาอยู่ในหลายประการ ตลอดจนศึกษาถึงมาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว ได้แก่ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐจีน สาธารณรัฐอินเดีย เครือรัฐออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา เพื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบและนำเสนอถึงมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยต่อไป จากการศึกษาระบุให้เห็นอย่างเป็นที่ประจักษ์ว่า การคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นต่อนิสิต นักศึกษาในสถาบันการศึกษาเป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ และส่งผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ สังคม ตลอดจนการศึกษาเล่าเรียนของนิสิต นักศึกษาซึ่งถูกกระทำการดังกล่าวจากอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา นิสิต นักศึกษา และบุคคลภายนอกที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งแม้ในปัจจุบันประเทศไทยจะมีมาตรการทางกฎหมายที่อาจปรับใช้กับปัญหาดังกล่าวได้อยู่บ้างก็ตาม แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมถึงกรณีปัญหาต่างๆได้อย่างเพียงพอและมาตรการที่มีอยู่ก็ยังไม่เหมาะสมกับลักษณะของการกระทำอีกด้วย ฉะนั้น หากประเทศไทยได้มีการกำหนดบทนิยาม รูปแบบ พฤติกรรม คณะกรรมการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันและคุ้มครองเยียวยาปัญหาดังกล่าว รวมถึงสภาพบังคับทางกฎหมายสำหรับมาตรการต่างๆไว้เป็นการเฉพาะ ย่อมจะส่งผลให้ปัญหาการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นต่อนิสิต นักศึกษาในสถาบันการศึกษาได้รับการป้องกันและแก้ไขเยียวยาได้อย่างเป็นระบบ มีรูปธรรม และเกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น อนึ่ง จากศึกษาและพิจารณาถึงมาตรการทางกฎหมายของทั้งห้าประเทศข้างต้น พบว่า มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศได้มีการกำหนดให้ครอบคลุมถึงประเด็นปัญหาประการต่างๆของประเทศไทยไว้อย่างชัดแจ้งอีกด้วย ด้วยเหตุตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ผู้เขียนจึงขอเสนอแนะให้ประเทศไทยสมควรมีการกำหนดมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศต่อนิสิต นักศึกษาในสถาบันการศึกษาขึ้นไว้เป็นการเฉพาะ โดยการนำเอามาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของสังคมไทยได้อย่างเหมาะสม
ปัญหาในการดำเนินคดีอาญากรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นคนพิการทางสติปัญญา, ชัญญานุช กอบกุลธนชัย
ปัญหาในการดำเนินคดีอาญากรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นคนพิการทางสติปัญญา, ชัญญานุช กอบกุลธนชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
คนพิการทางสติปัญญาเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาจากการที่สมองหยุดพัฒนาหรือพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทำให้มีข้อจำกัดด้านทักษะทางความคิด ทักษะทางสังคม และทักษะทางการปฏิบัติ ด้วยภาวะความบกพร่องดังกล่าวทำให้คนพิการทางสติปัญญามีความอ่อนแอทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เมื่อคนพิการทางสติปัญญาตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา ต้องเผชิญกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน และสถานการณ์ที่มุ่งแสวงหาความจริงจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ด้วยข้อจำกัดดังกล่าว คนพิการทางสติปัญญาจึงไม่อาจเข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ และอาจมีความอ่อนไหวทางอารมณ์ ทำให้ไม่สามารถต่อสู้คดีได้อย่างเท่าเทียมกับบุคคลปกติทั่วไป หรือไม่อาจแสดงออกถึงความคิดและการตัดสินใจของตนเองได้อย่างเต็มที่ จากการศึกษาพบว่าประเทศไทยยังไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เป็นคนพิการทางสติปัญญาในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายในการดำเนินคดีอาญากรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เป็นคนพิการทางสติปัญญาเป็นการเฉพาะ ทำให้การดำเนินคดีอาญาทั้งในชั้นก่อนการพิจารณาคดี ชั้นพิจารณาคดี และชั้นหลังการพิจารณาคดีขาดความชัดเจนแน่นอน อีกทั้งผู้บังคับใช้กฎหมายยังคงขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับคนพิการทางสติปัญญา จึงไม่อาจให้การสนับสนุนแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลยในการขั้นตอนต่าง ๆ ได้ตามความต้องการเฉพาะ ในต่างประเทศ ซึ่งได้แก่ประเทศสหรัฐอเมริกา และ สหราชอาณาจักร มีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เป็นคนพิการทางสติปัญญาในการดำเนินคดีอาญา มีการฝึกอบรมและจัดทำคู่มือแนวทางในการปฏิบัติตนสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อคนพิการทางสติปัญญา ทั้งกำหนดให้มีการช่วยเหลือ สนับสนุนคนพิการทางสติปัญญาให้สามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย วิทยานิพนธ์เล่มนี้เสนอให้ประเทศไทยควรมีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เป็นคนพิการทางสติปัญญาเป็นการเฉพาะอย่างชัดเจน โดยกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการทางกฎหมาย เพื่อให้คนพิการทางสติปัญญาได้รับการคุ้มครองและช่วยเหลือสนับสนุนเมื่อต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทั้งในชั้นก่อนการพิจารณาคดี ชั้นพิจารณาคดี และชั้นหลังการพิจารณาคดี และให้มีการจัดทำคู่มือรวมถึงการฝึกอบรมผู้บังคับใช้กฎหมายในขั้นตอนต่าง ๆ ให้สามารถปฏิบัติต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เป็นคนพิการทางสติปัญญาได้อย่างเหมาะสม
แบบจำลองทำนายผลคำตัดสินและประเด็นในคดีอาญาที่เรียนรู้จากคำพิพากษาศาลฎีกาไทย โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก, กานกวิญจน์ โค้วสีหวัฒน์
แบบจำลองทำนายผลคำตัดสินและประเด็นในคดีอาญาที่เรียนรู้จากคำพิพากษาศาลฎีกาไทย โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก, กานกวิญจน์ โค้วสีหวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การทำนายผลคำตัดสินในคดีอาญาด้วยแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เทคนิคที่ใช้ในแบบจำลองดังกล่าวมักใช้ตัวแทนข้อความที่มีที่มาจากแบบจำลองถุงคำ ซึ่งไม่สนใจลำดับของข้อความทำให้สูญเสียบริบทของข้อความ และผลลัพธ์การทำนายมีความแม่นยำลดลง ดังนั้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงเสนอแบบจำลองทำนายผลคำตัดสินและประเด็นในคดีอาญาซึ่งเรียนรู้จากคำพิพากษาศาลฎีกาไทยโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึกผ่านชุดโครงข่ายประสาทเทียม แบบจำลองนี้สร้างตัวแทนข้อความด้วยโครงข่ายประตูวกกลับสองทิศทางร่วมด้วยกลไกจุดสนใจ ก่อนนำตัวแทนข้อความนั้นไปทำนายผลคำตัดสินและประเด็นในคดีอาญาด้วยโครงข่ายประสาทเทียมแบบโมดูลซึ่งจำลองโครงสร้างความรับผิดทางอาญาตามทฤษฎีกฎหมายอาญา ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าแบบจำลองให้ประสิทธิภาพสูงกว่าแบบจำลองที่ใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องเดิมอย่างเนอีฟเบยส์และเอสวีเอ็ม เมื่อพิจารณาจากค่า F1 นอกจากนี้ แบบจำลองยังให้ประสิทธิภาพสูงในการทำนายประเด็นในคดีอาญาบางประเด็นซึ่งมีผลต่อการทำนายผลคำตัดสินในคดีอาญาด้วย นอกจากนั้น ผลการทดลองสะท้อนให้เห็นว่า การใช้โครงข่ายประตูวกกลับสองทิศทางร่วมด้วยกลไกจุดสนใจสามารถสร้างตัวแทนข้อความที่ดีกว่าแบบจำลองดั้งเดิมที่มีลักษณะเดียวกันกับถุงคำ ตลอดจนโครงข่ายประสาทเทียมแบบโมดูลสามารถจำลองโครงสร้างความรับผิดทางอาญาได้
สมบัติทางกายภาพของพอลิแล็กทิกแอซิด/เทอร์โมพลาสติกพอลิยูรีเทนเสริมแรงด้วยนาโนซิลิกา/มอนต์มอริลโลไนต์ไฮบริดคอมพอสิต, ณัฐสุดา ปาลวัฒน์
สมบัติทางกายภาพของพอลิแล็กทิกแอซิด/เทอร์โมพลาสติกพอลิยูรีเทนเสริมแรงด้วยนาโนซิลิกา/มอนต์มอริลโลไนต์ไฮบริดคอมพอสิต, ณัฐสุดา ปาลวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จุดประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ การปรับปรุงสมบัติทางกายภาพของพอลิแล็กทิกแอซิด โดยการเติมเทอร์โมพลาสติกพอลิยูรีเทน ออร์กาโน-มอนต์มอริลโลไนต์และ/หรือนาโนซิลิกา โดยขั้นแรกพอลิเมอร์ผสมพอลิแล็กทิกแอซิด/เทอร์โมพลาสติกพอลิยูรีเทนที่อัตราส่วนต่าง ๆ (ร้อยละ 10 ถึง 50 โดยน้ำหนัก เทอร์โมพลาสติกพอลิยูรีเทน) ได้ถูกเตรียมเพื่อวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพ ซึ่งพบว่า ความทนแรงกระแทก การยืดตัว ณ จุดขาด การเกิดผลึกเย็น ความทนไฟ และการดูดซึมน้ำได้รับการปรับปรุง ขณะที่ความทนแรงดึง ยังส์มอดุลัส ความทนแรงดัดโค้ง เสถียรภาพทางความร้อน และการย่อยสลายทางชีวภาพมีค่าลดลงเมื่อเติมเทอร์โมพลาสติกพอลิยูรีเทนในพอลิเมอร์ผสมพอลิแล็กทิกแอซิด/เทอร์โมพลาสติกพอลิ-ยูรีเทน เนื่องด้วยพอลิเมอร์ผสมพอลิแล็กทิกแอซิด/เทอร์โมพลาสติกพอลิยูรีเทนที่อัตราส่วน 70/30 โดย-น้ำหนักมีสมบัติเชิงกลที่เหมาะสม จึงได้ถูกเลือกเพื่อนำไปเตรียมเป็นทั้งคอมพอสิตและไฮบริดคอมพอสิตด้วยออร์กาโน-มอนต์มอริลโลไนต์ที่ปริมาณ 1, 2, 3, 4 และ 5 ส่วนโดยน้ำหนักต่อเรซินผสมร้อยส่วน และด้วยการคงปริมาณสารตัวเติมทั้งหมดที่ 5 ส่วนโดยน้ำหนักต่อเรซินผสมร้อยส่วน (ออร์กาโน-มอนต์มอริล-โลไนต์/นาโนซิลิกาที่อัตราส่วน 5/0, 2/3, 2.5/2.5, 3/2 และ 0/5) ตามลำดับ จากการทดสอบ พบว่า การเติมออร์กาโน-มอนต์มอริลโลไนต์และ/หรือนาโนซิลิกาในพอลิเมอร์ผสม 70/30 พอลิแล็กทิกแอซิด/เทอร์โมพลาสติกพอลิยูรีเทน ปรับปรุงยังส์มอดุลัส ความทนแรงดัดโค้ง การเกิดผลึกเย็น เสถียรภาพทางความร้อน และความทนไฟ เมื่อเปรียบเทียบกับพอลิเมอร์ผสมนี้ ขณะที่ความทนแรงกระแทก ความทนแรงดึง และการยืดตัว ณ จุดขาดลดลง นอกจากนี้ บรรดาคอมพอสิตทั้งหมด ไฮบริดคอมพอสิตออร์กาโน-มอนต์มอริลโลไนต์/นาโนซิลิกาที่อัตราส่วน 2/3 มีสมบัติความทนแรงดึงสูงสุด ขณะที่การเติมนาโนซิลิกาเพียงชนิดเดียวที่ปริมาณ 5 ส่วนโดยน้ำหนักต่อเรซินผสมร้อยส่วน มีความทนแรงกระแทก ความทนแรงดัดโค้งและเสถียรภาพทางความร้อนสูงสุด
Identification Of Genes And Metabolites Involved In Durian Durio Zibethinus Fruit Ripening, Pinnapat Pinsorn
Identification Of Genes And Metabolites Involved In Durian Durio Zibethinus Fruit Ripening, Pinnapat Pinsorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Durian (Durio zibethinus M.), a major economic fruit, actively produces infamous sulfur-containing compounds during ripening. However, sulfur metabolism which is important in this fruit is rarely investigated. In this study, the integration of metabolomics using CE-TOF/MS and transcriptomics using de novo RNA-seq assembly was performed to reveal metabolic changes involved in sulfur metabolism and chemical composition related to fruit quality. During ripening, the expression level of genes involved in sulfur metabolism is concurred with the reduced sulfate ion content in placenta and the up-accumulation of sulfur metabolism-related metabolites in pulps. It is noteworthy that durian pulps highly accumulate γ-glutamylcysteine (γ-EC) …
Characterization Of Recombinant Glycogen Debranching Enzyme From Corynebacterium Glutamicum And Application For Resistant Starch Production, Chay Sirirattanachatchawan
Characterization Of Recombinant Glycogen Debranching Enzyme From Corynebacterium Glutamicum And Application For Resistant Starch Production, Chay Sirirattanachatchawan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Glycogen debranching enzyme (EC 2.4.1.25/EC 3.2.1.33) catalyzes a hydrolysis of α-1,6 glycosidic bond and a transfer α-1,4 glucan from donor molecules to acceptor molecules. The objectives of this research are to characterize a glycogen debranching enzyme from Corynebacterium glutamicum (CgGDE) and optimize resistant starch (RS) type 3 production using recombinant CgGDE. Recombinant CgGDE was expressed in Escherichia coli BL21 (DE3) and successfully purified by DEAE FFTM column. The calculated molecular weight of CgGDE was approximately 95 kDa and the protein existed as a trimer as analyzed by size exclusion chromatography. CgGDE showed the highest activity on amylopectin followed by glycogen, …
Determination Of Organic Acid Preservatives In Shrimp Paste By Headspace Solid-Phase Microextraction Combined With Gas Chromatography, Nuttanee Tungkijanansin
Determination Of Organic Acid Preservatives In Shrimp Paste By Headspace Solid-Phase Microextraction Combined With Gas Chromatography, Nuttanee Tungkijanansin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Organic acids, which are benzoic acid, sorbic acid and propionic acid, are the most common preservatives used in foods and have been regulated the usage. Shrimp paste, called Kapi in Thai, is a fermented food that used in many Thai dishes. Owing to a complex matrix in shrimp paste, sample preparation is required to determine the amount of organic acid preservatives in shrimp paste. In this work, headspace solid-phase microextraction (HS-SPME) was developed for extraction of organic acid preservatives in shrimp pastes and analyzed by gas chromatography with flame ionization detector (GC-FID). The 85 µm polyacrylate coated fiber was used …
Paper-Based Analytical Device For Determination Of Triglycerides, Yolthida Kantapa
Paper-Based Analytical Device For Determination Of Triglycerides, Yolthida Kantapa
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this work, a paper-based analytical device (PAD) together with enzymatic reactions was developed for determination of triglycerides using colorimetric detection. The method was based on the enzymatic reactions between triglycerides and enzymes (lipase, glycerol kinase and glycerol-3-phosphate oxidase). Hydrogen peroxide which was generated from the enzymatic reactions is reduced by chromogenic substrates which were 3-methyl-2-benzothiazolinone hydrazone (MBTH) and 3-(dimethylamino)benzoic acid (DMAB) in the presence of peroxidase to produce an indamine dye. The blue color intensity of indamine dye is directly proportional to triglycerides concentration. For quantitative analysis, the interfering effect of ascorbic acid in real samples was eliminated using …
Positively Charged Particles From Amphiphilic Chitosan For Plasmid Dna Delivery, Tinnakorn Phuangkaew
Positively Charged Particles From Amphiphilic Chitosan For Plasmid Dna Delivery, Tinnakorn Phuangkaew
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Amphiphilic chitosan derivatives have been well regarded as potential non-viral vectors for gene delivery. Their hydrophobic entities could promote cell permeability whereas their hydrophilic entities especially those carrying positive charges can interact with the negatively charged phosphate groups of DNA. Here in this research, a series of amphiphilic chitosan derivatives were synthesized. Linear hydrocarbon of two different chain length: hexyl (C6) and dodecyl (C12) were substituted at amino groups of chitosan via reductive alkylation with hexanal and dodecanal and yielded two hydrophobized chitosan derivatiives, hexyl chitosan (HCS) and dodecyl chitosan (DCS), respectively. Phthaloyl chitosan (PhCS) was also prepared as another …
Reduced Graphene Oxide-Modified Screen-Printed Carbon Electrode For Determination Of Homocysteine Using Catechol, Suchapa Naranaruemol
Reduced Graphene Oxide-Modified Screen-Printed Carbon Electrode For Determination Of Homocysteine Using Catechol, Suchapa Naranaruemol
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Homocysteine (Hcy), also known as 2-amino-4-mercaptobutyric acid, is a biomarker that is directly associated with an increased risk of cardiovascular diseases (CVDs). In this work, catechol (CA), which is redox active, had been used as an electron transfer mediator to facilitate the oxidation of Hcy. Typically, CA was first electrochemically immobilized onto the surface of screen-printed carbon electrode; however, the obtained CA-functionalized electrode did not show the electrocatalytic activity towards the detection of Hcy. Therefore, the deter– mination of Hcy was investigated in the solution containing CA using differential pulse voltammetry (DPV) at the reduced graphene oxide-modified screen-printed carbon electrode …
Synthesis And Biological Activities Of Halogenated Chalcone-Based Pyra, Dinh Phuoc Nguyen
Synthesis And Biological Activities Of Halogenated Chalcone-Based Pyra, Dinh Phuoc Nguyen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Twenty new 1,3,5-trisubstituted pyrazoline derivatives have been synthesized from chalcones and acylhydrazides in two steps. In the first step, chalcones were prepared by treatment of various acetophenones with different substituted benzaldehydes by Claisen-Schmidt condensation. In the second step, pyrazoline derivatives were synthesized by conducting the reaction of chalcones with acylhydrazides in acetonitrile at 67 °C in the presence of triazabicyclodecene as a catalyst. The synthesized compounds were identified by 1H, 13C NMR and HRMS spectral data and were evaluated for their antibacterial, anticancer and tyrosinase inhibitory activities. In antibacterial and tyrosinase inhibitory activities, most of pyrazoline derivatives showed inactive properties. …
Image Super-Resolution Technique Using Deep Inception Based Residual Networks, Wazir Muhammad
Image Super-Resolution Technique Using Deep Inception Based Residual Networks, Wazir Muhammad
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Recently, deep Convolutional Neural Networks (CNN) have achieved exceptional performance over the past few years, in the area of image processing and computer vision task, especially on single image super-resolution (SISR). It is an immensely challenging task and has multiple practical applications, such as medical image processing, satellite imaging, facial image enhancement, and compressed image improvement. However, the majority of the existing image super-resolution CNN-based methods have been developed by stacking an innumerable number of layers and blindly increasing the size of the network architecture. Conversely, this leads to an increase in the model sizes and higher computational complexities. Furthermore, …
Modification Of Screen-Printed Carbon Electrode With Mxene/Conductive Polymer Composites For Hydrogen Peroxide Detection, Supawat Neampet
Modification Of Screen-Printed Carbon Electrode With Mxene/Conductive Polymer Composites For Hydrogen Peroxide Detection, Supawat Neampet
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
MXene (Ti3C2), a two-dimensional material consisting of transition metal carbides, nitrides or carbonitrides was prepared by etching method for modification electrode of a novel nanocomposites consisting of platinum nanoparticles (PtNPs) and polyaniline (PANI) via electrodeposition and electropolymerization, respectively. The fabricated MXene/PANI/PtNPs nanocomposite modified on surface screen-printed carbon electrode (SPCE) were characterized by scanning electron microscopy SEM) with energy dispersive X-rays spectroscopy (EDX), X-ray powder diffraction (XRD), and transmission electron microscopy (TEM) to verify the presence of nanocomposite materials and indicate their morphologies. This electrode was applied for the detection of hydrogen peroxide (H2O2), which is a common electroactive product from …
ผลของสารลดแรงตึงผิวต่อการเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยา Ptco/C สําหรับปฏิกิริยารีดักชันของออกซิเจน ในเซลล์เชื้อเพลิงพีอีเอ็ม, ปาณิศา ปราบ ณ ศักดิ์
ผลของสารลดแรงตึงผิวต่อการเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยา Ptco/C สําหรับปฏิกิริยารีดักชันของออกซิเจน ในเซลล์เชื้อเพลิงพีอีเอ็ม, ปาณิศา ปราบ ณ ศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาผลของสารลดแรงตึงผิวที่มีต่อตัวเร่งปฏิกิริยา PtCo/C สำหรับปฏิกิริยารีดักชันของออกซิเจนในเซลล์เชื้อเพลิงพีอีเอ็ม ซึ่งสารลดแรงตึงผิวที่ใช้ในการทดลองประกอบด้วย สารลดแรงตึงผิวชนิดประจุบวก (CTAB), ชนิดประจุลบ (SDS), และชนิดไม่มีประจุ (Triton X-100) โดยทำการเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยา PtCo/C ร้อยละ 20 โดยน้ำหนัก ผลการทดลองพบว่าตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้ CTAB ความเข้มข้น 0.004 โมลต่อลิตร ให้พื้นที่ผิวในการเกิดปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าสูงที่สุด นอกจากนี้การปรับปรุงตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 600 องศาเซลเซียส สามารถเพิ่มพื้นที่ผิวในการเกิดปฏิกิริยาและช่วยลดขนาดอนุภาคของตัวเร่งปฏิกิริยาลงได้ เนื่องจากการปรับปรุงด้วยความร้อนจะกำจัดสารลดแรงตึงผิวที่บดบังบริเวณการเกิดปฏิกิริยา การศึกษาเสถียรภาพของตัวเร่งปฏิกิริยาในสารละลายกรดซัลฟิวริกที่อิ่มตัวด้วยไนโตรเจน ความเข้มข้น 0.5 โมลต่อลิตร พบว่า CTAB ความเข้มข้น 0.004 โมลต่อลิตร มีเสถียรภาพสูงที่สุด รองลงมาเป็น Triton X-100 และ SDS ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณพื้นที่ผิวในการเกิดปฏิกิริยาของตัวเร่งปฏิกิริยา ส่วนของการทดสอบกัมมันตภาพสำหรับปฏิกิริยารีดักชันของออกซิเจนในสารละลายกรดที่อิ่มตัวด้วยออกซิเจนและเซลล์เชื้อเพลิงพีอีเอ็มแบบเซลล์เดี่ยวภายใต้ภาวะไฮโดรเจน/ออกซิเจน ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ความดันบรรยากาศ พบว่า Triton X-100 ความเข้มข้น 0.001 โมลต่อลิตร ให้กัมมันตภาพในสารละลายกรดและเซลล์เชื้อเพลิงพีอีเอ็มแบบเซลล์เดี่ยวสูงที่สุด
Covers For Unit Arcs, Sutara Patlertsin
Covers For Unit Arcs, Sutara Patlertsin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In 1966, Leo Moser posed a famous problem asking “ What is the region of smallest area which will accommodate every planar arc of length one? ". In 2003, Norwood and Poole showed that the cover whose upper boundary is the circular arc and the lower boundary is composed of 2 symmetric parabolic arcs between 2 symmetric circular arcs is the smallest cover known which are not convex. In this work, we study the region obtained by modifying the cover of Norwood and Poole and its area is 0.2596605. We investigate the Λ-property and relating properties which are very useful …
Mechanistic Study Of Potential Herbal Extracts For Development Into Hair Growth-Promoting Product, Woraanong Prugsakij
Mechanistic Study Of Potential Herbal Extracts For Development Into Hair Growth-Promoting Product, Woraanong Prugsakij
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Androgenic alopecia (AGA) is a major type of hair loss found in both males and females, caused by the overproduction of 5 alpha-dihydrotestosterone (DHT) which is formed from testosterone (T) by the enzymes 5 alpha-reductase (5α-R). In this study, the main focus was on cytokine factors evaluation of Avicennia marina (AM extract) in primary dermal papilla cells (DPCs) from AGA patients and the efficacy in vivo. The present study has revealed that AM extract and its active constituent, avicequinone C (AC) significantly inhibit the enzyme activity of 5α-R on cell-based assay combined with a non-radioactive thin layer chromatography (TLC) using …
สภาพการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ หลังจากการย้ายที่อยู่อาศัยแบบแฟลตสู่อาคารสูง กรณีศึกษา อาคารพักอาศัยแปลง G โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร, ศศิธร บัวประดิษฐ์
สภาพการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ หลังจากการย้ายที่อยู่อาศัยแบบแฟลตสู่อาคารสูง กรณีศึกษา อาคารพักอาศัยแปลง G โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร, ศศิธร บัวประดิษฐ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาสภาพการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุหลังจากการย้ายที่อยู่อาศัยจากแฟลตดินแดงเดิม ความสูง 5 ชั้น สู่อาคารพักอาศัยแปลง G ซึ่งมีรูปแบบอาคารเป็นประเภทอาคารสูง 28 ชั้น รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุในอาคารสูง วิเคราะห์สภาพการอยู่อาศัย พฤติกรรม ปัญหาและข้อจำกัดของผู้สูงอายุหลังจากการย้ายที่อยู่อาศัยสู่อาคารสูงแปลง G เพื่อเสนอแนะแนวทางการออกแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในอาคารสูง โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามจำนวน 86 ชุด การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง 31 คน การสัมภาษณ์เชิงลึกและสำรวจห้องพักอาศัยของผู้สูงอายุจำนวน 9 ห้องการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ผู้สูงอายุในโครงการส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุในช่วง 60-69 ปี สถานภาพสมรส ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง มีจำนวนสมาชิกอยู่อาศัยในห้องพักส่วนใหญ่จำนวน 2 คน ในด้านสภาพการอยู่อาศัยพบว่า สัดส่วนของเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมาะสมต่อสภาพร่างกายของผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่มีการต่อเติมธรณีประตูเพิ่มเองในระดับความสูง 2-5 ซม.เนื่องจากกลัวน้ำไหลออกจากห้องน้ำ รวมทั้งผู้สูงอายุมักไม่ใช้พื้นที่สวนชั้น 7 ภายในอาคาร เนื่องจากมีแสงแดดและอากาศร้อน อีกทั้งไม่มีผู้ดูแลในพื้นที่นี้จึงกลัวว่าหากเกิดอุบัติเหตุลำพังจะไม่มีผู้ช่วยเหลือ นอกจากนี้พบว่าชั้นที่ลงชื่อสมัครใจย้ายเข้ามาด้วยกันอยู่ยกชั้น ทำให้เปิดประตูอยู่อาศัยในชั้นคล้ายคลึงกับตอนอยู่แฟลตเดิม ส่งผลให้มีการระบายอากาศดี และภายในชั้นไม่เงียบเหงา ต่างกับชั้นที่จับฉลากคละกันมาที่ปิดประตูอยู่ภายในห้องอย่างส่วนตัวการเสนอแนะแนวทางการออกแบบสภาพการอยู่อาศัยที่เหมาะสมต่อผู้สูงอายุในอาคารสูง ได้แก่ การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในห้องพักของผู้สูงอายุควรมีการออกแบบเฉพาะบุคคล เนื่องจากร่างกายของแต่ละท่านมีสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน พื้นห้องไม่ควรมีระดับธรณีประตู ควรแก้ไขโดยวิธีติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นแมลงสำเร็จรูปด้านใต้ประตู สำหรับห้องน้ำควรมีพื้นลาดเอียงสู่ท่อน้ำทิ้ง รวมถึงควรจัดเตรียมพื้นที่ให้ร่มเงาในสวนชั้น 7 เช่นศาลานั่งเล่น เพื่อดึงดูดให้ผู้สูงอายุได้ออกมาใช้ในพื้นที่สวนมากขึ้น อีกทั้งอาคารในระยะถัดไป การใช้วิธีให้ชาวบ้านจับมือกันเข้ามาอยู่ตามความสมัครใจ จะทำให้ผู้สูงอายุใช้เวลาการปรับตัวในอาคารสูงน้อยลง ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสภาพจิตใจที่ดีอีกด้วย
อำนาจของครูในการลงโทษนักเรียนและการใช้กำลังทางกายภาพในสถานศึกษา, พชรพร พงษ์อาภา
อำนาจของครูในการลงโทษนักเรียนและการใช้กำลังทางกายภาพในสถานศึกษา, พชรพร พงษ์อาภา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาเกี่ยวกับอำนาจของครูในการลงโทษนักเรียนและการใช้กำลังทางกายภาพต่อนักเรียนในสถานศึกษาในปัจจุบันของประเทศไทย รวมทั้งศึกษาแนวคิด รูปแบบและเนื้อหาอำนาจของครูในการลงโทษนักเรียนและการใช้กำลังทางกายภาพต่อนักเรียนในสถานศึกษาตามกฎหมายต่างประเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์และเสนอแนวทางในการกำหนดความรับผิดทางอาญาของครูที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า ในอดีตศาลฎีกายอมรับจารีตประเพณีการลงโทษทางร่างกายของนักเรียนโดยถือเป็นเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจกระทำได้ โดยไม่มีความรับผิดทางอาญา แต่หลังจากที่มีการออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 ที่ไม่ให้อำนาจครูในการลงโทษทางร่างกายของนักเรียนอีกต่อไป ก็ยังไม่ปรากฏคำพิพากษาศาลฎีกาว่ายอมรับอำนาจในการลงโทษของครูมากน้อยเพียงใด ทั้งยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างเกี่ยวกับความรับผิดทางอาญาของครูในการลงโทษทางร่างกายและจิตใจของนักเรียน ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้กฎหมายของประเทศไทยยังขาดแนวทางความรับผิดทางอาญาที่ชัดเจน เมื่อศึกษากฎหมายของต่างประเทศพบว่า สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐอินเดีย ราชอาณาจักรสวีเดน และราชอาณาจักรเดนมาร์ก มีการบัญญัติความรับผิดของครูในการลงโทษนักเรียนในไว้ในกฎหมายอย่างชัดแจ้ง รวมทั้งยังกำหนดข้อยกเว้นความรับผิดทางอาญาของครูในการลงโทษนักเรียนไว้อย่างจำกัด ตลอดจนการให้อำนาจแก่ครูในการใช้กำลังทางกายภาพต่อนักเรียน ผู้เขียนวิทยานิพนธ์จึงเสนอให้ประเทศไทยมีการกำหนดความรับผิดของครูในการลงโทษนักเรียนไว้โดยเฉพาะ และกำหนดอำนาจแก่ครูในการใช้กำลังทางกายภาพต่อนักเรียนให้ครอบคลุมและชัดเจนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการแก้ไขปัญหาการลงโทษนักเรียนที่รุนแรงในประเทศไทย
แนวทางกำหนดมาตรการทางอาญาเพื่อควบคุมสื่อทางเพศที่ใช้ความรุนแรง, นิธิศ ติระรัตนกุล
แนวทางกำหนดมาตรการทางอาญาเพื่อควบคุมสื่อทางเพศที่ใช้ความรุนแรง, นิธิศ ติระรัตนกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและแสวงหามาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุมสื่อทางเพศที่ใช้ความรุนแรง รวมทั้งศึกษาถึงแนวคิด รูปแบบ และมาตรการทางอาญาเกี่ยวกับสื่อทางเพศที่ใช้ความรุนแรงทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ อีกทั้งยังวิเคราะห์หลักเกณฑ์การกำหนดความผิดทางอาญาเพื่อนำมาปรับใช้กับมาตรการทางอาญาเกี่ยวกับสื่อทางเพศที่ใช้ความรุนแรงให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่าประเทศที่เปิดเสรีสื่อทางเพศมองว่าสื่อที่แสดงการกระตุ้นความต้องการทางเพศจะต้องได้รับการคุ้มครองในฐานะเสรีภาพในการแสดงออกรูปแบบหนึ่ง จึงมีการแบ่งแยกสื่อลามกออกจากสื่อทางเพศ โดยสื่อทางเพศใดที่พิจารณาแล้วว่ามีลักษณะเกินเลยไปจากขอบเขตมาตรฐานการยอมรับของสังคม เช่น มีการใช้ความรุนแรง ย่อมถือว่าเป็นสื่อลามกและเป็นข้อยกเว้นให้รัฐเข้ามาควบคุมการกระทำในทางส่วนตัวได้ เนื่องจากสื่อทางเพศที่ใช้ความรุนแรงสร้างผลร้ายแก่สังคมอย่างร้ายแรง สำหรับประเทศไทยกลับมองว่าสื่อทางเพศและสื่อลามกเป็นสิ่งเดียวกันเนื่องมาจากขอบเขตการตีความสื่อลามกกำหนดไว้ว่าสื่อที่แสดงการกระตุ้นความต้องการทางเพศแก่ผู้รับชมถือว่าเป็นสื่อลามกทั้งสิ้น ทำให้ประเทศไทยไม่มีการแบ่งแยกเนื้อหาของสื่อลามกแต่อย่างใด ผลที่ตามมาคือสื่อลามกทั่วไป (ยกเว้นสื่อลามกอนาจารเด็ก) และสื่อทางเพศที่ใช้ความรุนแรงถูกควบคุมในระดับเดียวกันภายใต้หลักห้ามการกระทำในลักษณะเปิดเผยแก่สาธารณะเท่านั้น การควบคุมสื่อทางเพศที่ใช้ความรุนแรงของประเทศไทยจึงยังไม่ครอบคลุมถึงการกระทำในทางส่วนตัวเหมือนกับประเทศที่เปิดเสรีสื่อทางเพศ ด้วยเหตุดังกล่าวผู้วิจัยเสนอแนะให้บัญญัติความผิดเกี่ยวกับสื่อทางเพศที่ใช้ความรุนแรงแยกออกจากบทบัญญัติเกี่ยวกับสื่อลามกทั่วไป โดยกำหนดความผิดเกี่ยวกับสื่อทางเพศที่ใช้ความรุนแรงครอบคลุมทั้งการกระทำในทางส่วนตัวและการกระทำในลักษณะเปิดเผยแก่สาธารณะ เพื่อเป็นการป้องกันและจัดการกับปัญหาสื่อทางเพศที่ใช้ความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองลูกจ้างจากการคุกคามทางจิตใจในการทำงาน, พิชญา ลิมป์หวังอยู่
มาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองลูกจ้างจากการคุกคามทางจิตใจในการทำงาน, พิชญา ลิมป์หวังอยู่
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาเกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองลูกจ้างจากการคุกคามทางจิตใจในการทำงานของประเทศไทยในปัจจุบัน รวมทั้งศึกษาแนวคิด รูปแบบ และเนื้อหาของมาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองลูกจ้างจากการกระทำดังกล่าวของต่างประเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบและเสนอแนวทางในการกำหนดมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมของประเทศไทยผลการศึกษาพบว่า ปัจจุบันลูกจ้างในประเทศไทยก็ประสบปัญหาการคุกคามทางจิตใจในการทำงานเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วโลก ก่อให้เกิดความเสียหายต่อลูกจ้างผู้ถูกกระทำได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจิต สุขภาพทางกาย การพัฒนาบุคลิกภาพ ความเสี่ยงต่อพฤติกรรมเบี่ยงเบน การพัฒนาความเชี่ยวชาญในสายงาน รวมถึงภาวะตกงาน อันเป็นการละเมิดต่อเสรีภาพในการประกอบอาชีพด้านคุณภาพชีวิตการทำงาน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของลูกจ้าง ในขณะเดียวกันหน่วยงานก็ได้รับผลกระทบต่อผลประกอบการ การสิ้นเปลืองทรัพยากร และธรรมาภิบาลองค์กร ตลอดจนเป็นการส่งต่อความรุนแรงในสังคมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงเป็นปัญหาที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยในสังคม อย่างไรก็ตาม มาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยที่มีอยู่ยังไม่สามารถนำมาปรับใช้กับกรณีการคุกคามทางจิตใจในการทำงานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพเพียงพอ เนื่องจากมีเฉพาะบทบัญญัติเกี่ยวกับมาตรการทางอาญาเพียงอย่างเดียว เมื่อได้พิจารณามาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศพบว่า ประเทศฝรั่งเศส ประเทศเบลเยียม และประเทศญี่ปุ่น มีมาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองลูกจ้างจากการคุกคามทางจิตใจในการทำงานโดยเฉพาะ ซึ่งบทบัญญัติของกฎหมายครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การกำหนดฐานความผิด บทลงโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดซึ่งมีทั้งบทลงโทษทางอาญาและบทลงโทษทางปกครอง หลักเกณฑ์การดำเนินกระบวนพิจารณา อันได้แก่ ภาระการพิสูจน์ แนวทางการตีความองค์ประกอบภายในของกฎหมาย และบุคคลที่มีอำนาจในการดำเนินกระบวนพิจารณา รวมถึงมาตรการอื่นทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองลูกจ้างจากการคุกคามทางจิตใจในการทำงาน ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงเสนอให้ประเทศไทยกำหนดมาตราการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองลูกจ้างจากการคุกคามทางจิตใจในการทำงานให้ครอบคลุม โดยนำประเด็นต่าง ๆ ที่ปรากฏในกฎหมายต่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการอื่นที่ใช้เสริมประสิทธิภาพของมาตรการทางอาญามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทการจ้างงานของไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการคุ้มครองลูกจ้างจากการคุกคามทางจิตใจในการทำงานในประเทศไทยต่อไป
มาตรการทางอาญาในการบำบัดฟื้นฟูและป้องกันการติดเกมในเด็ก, ลลิต์ภัทร ช่วยคุ้ม
มาตรการทางอาญาในการบำบัดฟื้นฟูและป้องกันการติดเกมในเด็ก, ลลิต์ภัทร ช่วยคุ้ม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามาตรการทางอาญาในการบำบัดฟื้นฟูและป้องกันการติดเกมในเด็ก โดยศึกษาเปรียบเทียบกรณีการนำบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิตของไทยและต่างประเทศประกอบกับข้อมูลทางด้านการแพทย์ในปัจจุบัน การเล่นเกมของเด็กติดต่อกันเป็นเวลานานส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และก่อให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงจนอาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ และเมื่อองค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคติดเกมเป็นโรคทางจิตเวช แต่การบำบัดฟื้นฟูการติดเกมในเด็กยังไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรง มีเพียงพระราชบัญญัติสุขภาพจิตที่อาจนำมาปรับใช้กับบุคคลที่มีอาการทางจิตในระดับรุนแรงได้ ทว่าก็ยังไม่มีความเหมาะสมพอหากนำมาตรการตามกฎหมายดังกล่าวมาปรับใช้กับการบำบัดฟื้นฟูการติดเกมในเด็ก นอกจากนี้ในเรื่องการป้องกันที่เป็นปัจจัยแวดล้อมนั้น ก็ยังคงพบปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายในการควบคุมการติดเกมในเด็กที่ยังใช้ไม่ได้จริง แตกต่างจากสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลีที่ต่างก็มีมาตรการป้องกันการติดเกมในเด็กทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น จึงเสนอให้ประเทศไทยมีการกำหนดมาตรการทางอาญาในการบำบัดฟื้นฟูการติดเกมในเด็ก โดยกำหนดนิยามโรคติดเกมให้ชัดเจน กำหนดขั้นตอนการเข้ารับการบำบัด และการติดตามผลที่เหมาะสมกับเด็ก รวมถึงมาตรการทางอาญาในการป้องกันการติดเกมในเด็ก อันได้แก่ กำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบ นำเสนอขั้นตอนการตรวจพิจารณา สนับสนุนการจัดระดับความเหมาะสมของเกม และควบคุมผู้ประกอบการร้านเกม เพื่อแก้ไขปัญหาการติดเกมในเด็กซึ่งถือเป็นปัญหาที่สำคัญในสังคมปัจจุบัน
แนวทางการบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้ากับการขายพ่วงทางเทคนิค, วทันยา โสภาจิตต์วัฒนะ
แนวทางการบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้ากับการขายพ่วงทางเทคนิค, วทันยา โสภาจิตต์วัฒนะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การขายพ่วงนั้นอาจเกิดในรูปแบบของสัญญาหรือทางเทคนิค ซึ่งการขายพ่วงทางเทคนิค (Technical tying) เป็นการขายพ่วงโดยใช้วิธีการเชื่อมสินค้าที่มีการพ่วงและสินค้าที่ถูกนำไปพ่วงด้วยวิธีการทางเทคนิคซึ่งทำให้สินค้าทั้งสองอาจแยกออกจากกันทางกายภาพได้หรือไม่ก็ได้ เมื่อสินค้าทั้งสองนั้นสามารถแยกออกจากกันได้ทางกายภาพก็จะเป็นที่ชัดเจนว่ามีสินค้าที่มีการพ่วงและสินค้าที่ถูกพ่วงเกิดขึ้น และมักสามารถนำการขายพ่วงตามข้อสัญญามาปรับใช้กับกรณีดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามในกรณีการขายพ่วงทางเทคนิคที่สินค้ามีลักษณะของการรวมกันทางกายภาพนั้นยากที่จะแยกมีสินค้าที่มีการขายพ่วงและสินค้าที่ถูกนำไปพ่วงหรือไม่ อีกทั้งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 50(2) และแนวปฏิบัติตามมาตรา 50 ไม่ได้มีการระบุถึงการขายพ่วงทางเทคนิคและแนวปฏิบัติในการพิจารณาสินค้า 2 ชนิดแยกออกจากกันไว้เลย จากการศึกษากฎหมายแข่งขันทางการค้าของต่างประเทศพบว่า ถึงแม้ว่ายังไม่ได้มีการวางแนววินิจฉัยเกี่ยวกับการขายพ่วงทางเทคนิคที่แน่นอนนักและคดีที่เกี่ยวข้องยังมีไม่มาก แต่ได้มีการพบว่ากฎหมายแข่งขันทางการค้าของสหภาพยุโรปได้มีการกล่าวถึงการขายพ่วงทางเทคนิคไว้ในแนวปฏิบัติในเรื่องของการขายพ่วง ถึงแม้ว่าในการพิพากษาคดีจะไม่ได้ปรากฏการขายพ่วงทางเทคนิคไว้โดยตรงก็ตามแต่ก็ได้การวางหลักกฎหมายที่สามารถนำมาช่วยในการวิเคราะห์เรื่องการขายพ่วงทางเทคนิคได้ ส่วนกฎหมายป้องกันการผูกขาดของสหรัฐอเมริกาได้มีแนวทางในการวินิจฉัยการขายพ่วงและแนวทางในการแยกสินค้าออกจากกันที่น่าสนใจ ดังนั้นผู้เขียนจึงขอเสนอแนวทางในการปรับใช้พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 กับการขายพ่วงทางเทคนิคไว้ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้
การบริหารทรัพยากรกายภาพโรงละคร: กรณีศึกษา 6 โรงละครในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, นิรดา ดำรงทวีศักดิ์
การบริหารทรัพยากรกายภาพโรงละคร: กรณีศึกษา 6 โรงละครในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, นิรดา ดำรงทวีศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โรงละครถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการแสดงสด มีอัตลักษณ์ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการดำเนินงาน ผสมผสานไปด้วยความละเอียดอ่อนของศิลปะและความแข็งแกร่งทางวิศวกรรม เพื่อที่จะรักษาโรงละครให้ยั่งยืน โรงละครจำเป็นจะต้องมีการบริหารทรัพยากรกายภาพที่ดี การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงลักษณะของการบริหารทรัพยากรกายภาพของโรงละครและปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารทรัพยากรกายภาพของโรงละคร โดยการสำรวจโรงละครที่ดำเนินงานโดยผลิตทั้งผลงานของโรงละครเองและผลงานของผู้เช่า 6 โรงละคร ได้แก่ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ หอนาฏลักษณ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แบล็คบ็อกซ์เธียเตอร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทองหล่ออาร์ตสเปซ และเดโมเครซี่เธียเตอร์สตูดิโอ เพื่อทำการวิเคราะห์ สรุป และอภิปรายผล จากการศึกษาพบว่า โรงละครบริหารทรัพยากรกายภาพตามช่วงการใช้งานซึ่งสัมพันธ์กับกิจกรรมการ ซึ่งในแต่ละช่วงการใช้งานโรงละครจะต้องรองรับการใช้งานที่แตกต่างกันทั้งผู้ใช้งาน พื้นที่ที่มีการใช้งาน และกิจกรรมการใช้งาน จากการวิเคราะห์พบว่า การบริหารทรัพยากรกายภาพของโรงละคร เป็นการบริหารความรับผิดชอบต่อทรัพยากรกายภาพที่โรงละครมี โดยคำนึงถึง สถานที่ ผู้ใช้งาน และการใช้งานโรงละคร มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากการบริหารทรัพยากรกายภาพของอาคารทั่วไป เนื่องจากมีส่วนงานและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการแสดงโดยเฉพาะ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินงานหลักของโรง และปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารทรัพยากรกายภาพของโรงละครที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือที่ตั้ง ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงลักษณะการบริหารทรัพยากรกายภาพของโรงละครรวมถึงคุณประโยชน์ของการบริหารทรัพยากรกายภาพที่มีต่อโรงละคร และปัจจัยที่ต้องคำนึงในการบริหารทรัพยากรกายภาพของโรงละคร ซึ่งนักศึกษาวิชาการละคร หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรงละคร สามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษา ไปประยุกต์ใช้กับโรงละครที่ดำเนินอยู่หรือที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการดำเนินการ
พัฒนาการสถาปัตยกรรมสนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ ช่วงพุทธศักราช 2477-2509, ปัณฑารีย์ วิรยศิร
พัฒนาการสถาปัตยกรรมสนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ ช่วงพุทธศักราช 2477-2509, ปัณฑารีย์ วิรยศิร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาพัฒนาการสถาปัตยกรรมสนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ มุ่งวิเคราะห์และอธิบายพัฒนาการสถาปัตยกรรมและปัจจัยที่ก่อให้เกิดพัฒนาการสถาปัตยกรรมของสนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ ผ่านการศึกษาลักษณะขององค์ประกอบทางกายภาพ โดยการรวบรวมหลักฐานชั้นต้นจากหลายแหล่งข้อมูล ทั้งแบบสถาปัตยกรรม ภาพถ่าย และเอกสารลายลักษณ์ จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จากนั้นจึงวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงและลำดับพัฒนาการการออกแบบและก่อสร้าง ในช่วงพ.ศ. 2477 – 2509 โดยศึกษาในบริบททางประวัติศาสตร์ ทั้งในระดับเมือง ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ จากการศึกษาพัฒนาการสถาปัตยกรรมสนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติช่วงพุทธศักราช 2477-2509 ทำให้สามารถระบุได้ว่า ตลอดระยะเวลา 32 ปี สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ มีพัฒนาการทั้งในด้านการออกแบบและพัฒนาการทางกายภาพ ซึ่งสามารถจำแนกช่วงเวลาของพัฒนาการสถาปัตยกรรมแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วงคือ (1) ช่วงริเริ่มโครงการระหว่างปี พ.ศ.2477-2479 (2) ช่วงก่อสร้างอาคาร ระหว่างปีพ.ศ. 2480-2484 และ (3) ช่วงใช้งานและปรับปรุงต่อเติมอาคาร ระหว่างปีพ.ศ.2485-2509 โดยปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพในแต่ละช่วงเวลา ได้แก่ การสถาปนากิจการพลศึกษาของไทย บทบาทของการจัดการแข่งขันกีฬาต่อการสร้างชาติ และการจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อเพิ่มบทบาทของชาติไทยในระดับนานาชาติ ผลการศึกษายังสามารถจำแนกองค์ประกอบสถาปัตยกรรมตามช่วงเวลาในการออกแบบออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นตามแบบของพระสาโรชรัตนนิมมานก์ (2) องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในตำแหน่งที่พระสาโรชรัตนนิมมานก์กำหนด แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบไป (3) องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ไม่สอดคล้องกับแบบของพระสาโรชรัตนนิมมานก์ โดยผลการศึกษาดังกล่าวจะเป็นฐานข้อมูลเชิงวิเคราะห์รูปแบบและแนวคิดทางสถาปัตยกรรมของสนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ และเป็นประโยชน์ในการกำหนดนโยบายในการอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมสนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ และองค์ประกอบทางกายภาพที่เกี่ยวข้องในอนาคต
ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ให้บริการตรวจรักษาและส่วนเกี่ยวเนื่องแผนกผู้ป่วยนอก : กรณีศึกษาแผนกสูตินรีเวชและแผนกกุมารเวช, พาขวัญ รูปแก้ว
ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ให้บริการตรวจรักษาและส่วนเกี่ยวเนื่องแผนกผู้ป่วยนอก : กรณีศึกษาแผนกสูตินรีเวชและแผนกกุมารเวช, พาขวัญ รูปแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แผนกสูตินรีเวชและแผนกกุมารเวชเป็นแผนกที่มีความเกี่ยวเนื่องกันของผู้มารับบริการ เนื่องจากแผนกสูตินรีเวชเป็นแผนกที่ให้บริการทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคของระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงรวมไปถึงการดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในระยะตั้งครรภ์และระยะหลังคลอดบุตร จึงมีความซับซ้อนในด้านขั้นตอนการให้บริการ อีกทั้งต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ป่วย ในส่วนของแผนกกุมารเวชเป็นแผนกที่ให้บริการทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคในทารก เด็ก และวัยรุ่น มีบางพื้นที่แตกต่างจากแผนกผู้ป่วยนอกทั่วไป นอกจากนี้ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่พบวิจัยที่เกี่ยวกับการวิจัยด้านกายภาพของแผนกผู้ป่วยนอกแผนกสูตินรีเวชและกุมารเวช จึงดำเนินการวิจัยโดยเข้าศึกษาในพื้นที่ของโรงพยาบาลที่มีลักษณะการให้บริการที่แตกต่างกัน 3 ประเภท ได้แก่ โรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลเอกชน เพื่อศึกษาลักษณะทางกายภาพ การวางผัง ลักษณะการใช้พื้นที่และปัญหาของพื้นที่ให้บริการตรวจโรคและส่วนเกี่ยวเนื่องแผนกสูตินรีเวชและแผนกกุมารเวช และหาปัจจัยที่ส่งผลต่อลักษณะทางกายภาพและการวางผังของแผนกสูตินรีเวชและแผนกกุมารเวช ผลการศึกษาพบว่า โรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์มีการแบ่งแผนกสูติกรรมและนรีเวชกรรมออกจากกัน เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้งานมาก แตกต่างจากโรงพยาบาลประเภทอื่น ในแผนกกุมารเวชของโรงพยาบาลกรณีศึกษาเกือบทุกแห่งมีการแบ่งพื้นที่พักคอยของผู้ป่วยเด็กสุขภาพดี และเด็กป่วยออกจากกัน ปัจจัยที่ส่งผลต่อการออกแบบแผนกสูตินรีเวชและแผนกกุมารเวชของประเภทโรงพยาบาลที่แตกต่างกัน คือจำนวนผู้ใช้งานของโรงพยาบาลแต่ละประเภทซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ในแผนกสูตินรีเวชและกุมารเวชมีขนาดแตกต่างกันเพื่อมารองรับจำนวนผู้ใช้งานตามประเภทโรงพยาบาลนั้นๆ อีกหนึ่งปัจจัยคือขั้นตอนการให้บริการ เนื่องจากโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลรัฐมีจำนวนผู้มารับบริการจำนวนมาก ขั้นตอนการให้บริการจำเป็นต้องกระจายผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว แตกต่างจากโรงพยาบาลเอกชนที่มีจำนวนผู้มารับบริการน้อยกว่าโรงพยาบาลทั้ง 2 ประเภทดังกล่าว ปัญหาที่พบจากการสัมภาษณ์ผู้ใช้งานได้แก่ พื้นที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งานและพื้นที่ที่ออกแบบมาไม่ตรงกับการใช้งาน ดังนั้นในอนาคตหากการออกแบบได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จะทำให้แผนกที่ถูกออกแบบมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น