Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Engineering (2554)
- Physical Sciences and Mathematics (865)
- Chemical Engineering (656)
- Civil and Environmental Engineering (478)
- Computer Sciences (463)
-
- Social and Behavioral Sciences (410)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (375)
- Industrial Engineering (372)
- Electrical and Computer Engineering (357)
- Medicine and Health Sciences (354)
- Operational Research (307)
- Civil Engineering (274)
- Construction Engineering and Management (274)
- Electrical and Electronics (264)
- Chemistry (251)
- Computer Engineering (242)
- Education (182)
- Business (169)
- Environmental Engineering (161)
- Life Sciences (143)
- Architecture (142)
- Materials Science and Engineering (118)
- Polymer Chemistry (117)
- Communication (105)
- Communication Technology and New Media (105)
- Mass Communication (105)
- Mechanical Engineering (102)
- Applied Mechanics (101)
- Economics (101)
- Engineering Mechanics (100)
Articles 781 - 810 of 4697
Full-Text Articles in Entire DC Network
Bureaucratic Reform Policy Formulation Of Thai Political Parties., ญาณิศา พัดเจริญ
Bureaucratic Reform Policy Formulation Of Thai Political Parties., ญาณิศา พัดเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาเรื่อง "กระบวนการในการกำหนดและจัดทำนโยบายด้านการปฏฺิรูประบบราชการของพรรคการเมือง" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาว่าอุดมการณ์ทางการเมืองมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายด้านการปฏิรูประบบราชการ เครื่องมือเชิงนโยบายที่พรรคการเมืองใช้ในการกำหนดนโยบายด้านการปฏิรูประบบราชการ ตลอดจนเพื่อศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการจัดทำและกำหนดนโยบายด้านการปฏิรูประบบราชการของพรรคการเมือง โดยนำกรอบแนวคิดวงจรนโยบายสาธารณะ (Policy Cycle) มาใช้ในการวิเคราะห์ ซึ่งการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ผ่านการเก็บข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กลุ่มประชากรตัวอย่างคือ พรรคการเมืองไทย และผู้วิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลจากการวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ครอบคลุมและละเอียด ต่อการศึกษาในครั้งนี้ จากการศึกษาในครั้งนี้ ผู้วิจัยขอสรุปผลการศึกษาได้ ดังนี้ 1) อุดมการณ์มีผลต่อการกำหนดและจัดทำนโยบายด้านการปฏิรูประบบราชการของพรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านการตัดสินใจของผู้บริหารพรรคการเมืองว่าจะเลือกกำหนดนโยบายในด้านใดนั้น มีผลต่อทิศทางในการกำหนดนโยบาย 2) กระบวนการในการกำหนดและจัดทำนโยบายด้านการปฏิรูประบบราชการของพรรคการเมือง เป็นไปตามกรอบแนวคิดของการวิจัย "วงจรนโยบายสาธารณะ" 3) พรรคการเมืองทุกพรรคมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบาย เป็นเครื่องมือที่เป็นกลไกสำคัญที่พรรคการเมืองใช้ในการกำหนดนโยบายด้านการปฏิรูประบบราชการ 4) ทัศนคติของข้าราชการ เป็นปัญหาและอุปสรรคสำคัญที่ทุกพรรคการเมืองเห็นตรงกัน ว่าทำให้นโยบายด้านการปฏิรูประบบราชการของแต่ละรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จ และไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้
Marketing Analysis : A Case Study Of Byd In The Chinese Automobile Market, Yilin Wang
Marketing Analysis : A Case Study Of Byd In The Chinese Automobile Market, Yilin Wang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
With the rapid development of the electric vehicle market, the Chinese Automobile industry has ushered in a huge development opportunity. BYD, as the leader of China's electric vehicles, has also achieved remarkable results. However, the fierce market competition and ever-changing consumer demand also brought challenges to BYD. Therefore, to maintain its advantages in the fiercely competitive market environment, BYD needs to formulate marketing strategies that suit its characteristics and further improve its core competitiveness. This study will focus on analyzing BYD's marketing strategy in the Chinese market and explore the reasons for BYD's rapid development in recent years. Firstly, SWOT …
Wage Premiums For Master's Degrees In Thai Private Firms, Shiyu Xiang
Wage Premiums For Master's Degrees In Thai Private Firms, Shiyu Xiang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to examine the wage premiums experienced by individuals with a master's degree employed in private firms in Thailand in comparison to those with a bachelor's degree. This study utilizes labor force survey microdata from the National Statistical Office of Thailand covering 2008 to 2018. The augmented Mincer wage regression method is used in the analysis. The study's findings indicate that individuals with a master's degree in private firms experienced an average earnings advantage of 55% compared to those with a bachelor's degree between 2008 and 2018. Within the scope of master's degrees, the wage differences between men …
The Production Of Encapsulated Holy Basil Oil Powder Via Different Scales Of Spray Drying Process., Chanakarn Chungmarisakul
The Production Of Encapsulated Holy Basil Oil Powder Via Different Scales Of Spray Drying Process., Chanakarn Chungmarisakul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The spray drying process is widely utilized in food manufacturing and pharmaceuticals for products like seasoning powder, milk powder, and medicine. This research investigates the scale-up of the spray drying process from laboratory to commercial scale with maintaining the product characteristic. A key aspect of the study is the encapsulation technique applied to prolong the release of essential oils from holy basil, encapsulating the essential substances (liquid, suspension, or emulsion) in nanoparticle form with hot air flow. The study utilizes the Aspen program, incorporating mass and energy balance calculations for simulation. The results, assuming similar particle size, water evaporation per …
Surrogate-Assisted Model Methods For Maximum Compression Capacity Predictions Of Concrete-Filled Stainless-Steel Tubular Columns, Ly Ith
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This work explores the prediction of axial strength of circular concrete-filled stainless-steel tubular (CFSST) columns, employing advanced machine learning techniques, including Gaussian Process Regression (GPR) and Extreme Gradient Boosting (XGBoost). The dataset comprises over 100 columns from experimental tests, with only a few of them being long or slender, limiting prediction accuracy. To address this, our study introduces a robust numerical modeling approach using Finite Element Method (FEM) to generate additional data points for long columns. The results are then benchmarked against established standards such as American Institute of Steel Construction (AISC) and the Eurocode 4, illustrating the potential of …
Determination Of Methanol Using Polymers And Mn-Doped Zns Quantum Dots, Sophanat Khenthaphak
Determination Of Methanol Using Polymers And Mn-Doped Zns Quantum Dots, Sophanat Khenthaphak
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aimed to develop a method for methanol detection using digital-image colorimetry (DIC). We synthesized and characterized nanomaterials, including gold nanoparticles (AuNPs) and Mn-doped ZnS quantum dots (Mn/ZnS-QDs), to determine their minimum detectable concentration using DIC. We investigated NMPPy-modified Mn/ZnS-QDs, focusing on optimal temperature for the synthesis, and the effects of NMPPy volume, pH, and buffer solution concentration on methanol detection. However, direct methanol detection was not achieved, this research highlights the potential of NMPPy-modified Mn/ZnS-QDs for methanol detection using DIC. Further development is needed to enhance direct methanol detection.
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารและบริการต้อนรับ, ศุภธัช อารยเมธาเลิศ
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารและบริการต้อนรับ, ศุภธัช อารยเมธาเลิศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าเข้ามามีบทบาทการตลาดขององค์กรและการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของประเทศด้วยการเป็นสถานที่การตลาดและการแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม นอกจากนี้การจัดแสดงสินค้ายังเป็นส่วนในการดึงชาวต่างชาติให้เข้ามาลงทุนและบริโภคสินค้าและบริการในประเทศ ธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าจึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารและบริการต้อนรับ” ประกอบด้วย 5 ระบบได้แก่ ระบบวิเคราะห์รายได้และผลกำไร ระบบวิเคราะห์การใช้พื้นที่จัดงาน ระบบวิเคราะห์ผู้เช่า ระบบวิเคราะห์ผู้เข้าชม ระบบวิเคราะห์คำติชม โดยระบบได้ถูกพัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2019 และใช้โปรแกรม Tableau Desktop 2022.2 ในการจัดทำแดชบอร์ดวิเคราะห์ ระบบที่พัฒนาขึ้นจะช่วยให้ผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายต่างๆ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมุมมองที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ได้อย่างชัดเจนในแง่ลึก และวางแผนการดำเนินงานธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
การเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการปรับปรุงคุณภาพของภาพด้วยวิธีระบบอนุมานฟัซซีและตัวกรองพื้นฐานในการจำแนกเนื้องอกสมองจากภาพเอ็มอาร์ไอ, กัทลี แก้วน่วม
การเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการปรับปรุงคุณภาพของภาพด้วยวิธีระบบอนุมานฟัซซีและตัวกรองพื้นฐานในการจำแนกเนื้องอกสมองจากภาพเอ็มอาร์ไอ, กัทลี แก้วน่วม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เนื้องอกสมองสามารถพบได้ทุกเพศทุกวัยและอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเนื้องอกสมองสามารถแบ่งได้ 3 ชนิดหลักๆ คือ เนื้องอกไกลโอมา เนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง และเนื้องอกต่อมใต้สมอง การวินิจฉัยเนื้องอกสมองที่มีประสิทธิภาพและแพร่หลายในปัจจุบันคือการวินิจฉัยจากภาพเอ็มอาร์ไอแต่ยังมีข้อเสียคือมีสัญญาณรบกวนภายในภาพทำให้ประสิทธิภาพในงานวินิจฉัยลดลง งานวิจัยนี้เปรียบเทียบวิธีการปรับปรุงคุณภาพภาพเอ็มอาร์ไอเนื้องอกสมองที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจำแนกชนิดเนื้องอกสมองเมื่อผ่านเรียนรู้ผ่านตัวแบบ Xception โดยวิธีที่นำมาเปรียบเทียบมี 4 วิธีได้แก่ ระบบอนุมานฟัซซี ตัวกรองมัธยฐาน ตัวกรองมัธยฐานแบบปรับตัวได้ และตัวกรองวีเนอร์ ชุดข้อมูลที่ใช้ในงานวิจัยนี้เป็นภาพเอ็มอาร์ไอจาก Nanfang Hospital and General Hospital, Tianjin Medical University ระหว่างปี 2005-2010 จำนวน 3,064 ภาพ พบว่าภาพเอ็มอาร์ไอเนื้องอกสมองที่ผ่านการปรับปรุงด้วยระบบอนุมานฟัซซีใช้ Mask ขนาด 3x3 มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากให้ค่าความถูกต้อง เท่ากับ 0.9612 ค่าความครบถ้วนเท่ากับ 0.9627 และค่า F1-Score เท่ากับ 0.9602 ซึ่งสูงกว่าภาพเอ็มอาร์ไอเนื้องอกสมองที่ผ่านการปรับปรุงด้วยวิธีการอื่นๆรวมทั้งสูงกว่าภาพเอ็มอาร์เนื้องอกสมองที่ไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ ดังนั้นการปรับปรุงคุณภาพของภาพเอ็มอาร์ไอก่อนนำภาพไปวินิจฉัยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจำแนกเนื้องอกสมองให้มีความถูกต้องเพิ่มขึ้น
Innovative Design Process For Iot-Enabled Home Use Medical Device, Apiwat Thongprasert
Innovative Design Process For Iot-Enabled Home Use Medical Device, Apiwat Thongprasert
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The transformative journey of healthcare is now shifting from hospital-based corrective care to the empowering realm of home-based preventive care. With the integration of Internet of Things (IoT) technology, the integration transforms medical devices into powerful tools with enhanced functionality, remote connectivity, and sensing capabilities. However, their true potential lies in their ability to adapt to users' lifestyles, highlighting the importance of emotional experience in daily routines. Thus, the success of these devices hinges on understanding factors related to users' perception and acceptance. However, startups and novice developers in the medical device sector face challenges in exploring these factors due …
กล่องคอมเมนต์แห่งความเกลียดชังในบริบทสังคมไทย: กรณีศึกษาแฮชแท็กข่าวอาชญากรรมบนเฟซบุ๊ก, รมิดา แสงสวัสดิ์
กล่องคอมเมนต์แห่งความเกลียดชังในบริบทสังคมไทย: กรณีศึกษาแฮชแท็กข่าวอาชญากรรมบนเฟซบุ๊ก, รมิดา แสงสวัสดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและลักษณะของข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังต่ออีกฝักฝ่ายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข่าวอาชญากรรมในประเทศไทยบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้ และการรับรู้ข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก และเพื่อศึกษามาตรการควบคุมการแสดงความคิดเห็นที่เป็นการแพร่กระจายความเกลียดชังบนสื่อสังคมออนไลน์ต่อบุคคลอื่น โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิจัยแบบเอกสาร การรวบรวมข้อมูลเอกสารที่เป็นข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังใต้โพสต์ข่าวอาชญากรรมในคดีฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ คดีอดีตผู้กำกับใช้ถุงคลุมหัวผู้ต้องหายาเสพติด และคดีฆาตกรรมเน็ตไอดอล และการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างต่อผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 15 คน ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบข้อความที่แสดงความเกลียดชังต่ออีกฝักฝ่ายที่พบเหมือนกันทั้งสามคดีคือ การแบ่งแยกแบบไม่ตั้งใจต่อกลุ่มเป้าหมาย ลักษณะของข้อความที่พบมักเป็นการบอกกล่าว การชี้นำ และการแสดงความรู้สึก ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ให้ข้อมูลสำคัญต่อข้อความที่แสดงความเกลียดชังใต้โพสต์ข่าวอาชญากรรม ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้นั้นพบว่ามีอยู่ 3 ปัจจัย คือ (1) ปัจจัยด้านจิต ได้แก่ แรงจูงใจส่วนตนและวัฒนธรรม (2) ปัจจัยด้านสังคม ได้แก่ การได้รับการยอมรับ การเลียนแบบหรือการคล้อยตามผู้ที่เคารพนับถือ ความต้องการในการปกป้องกลุ่มตน และการอบรมเลี้ยงดู และ (3) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ได้แก่ การเข้าถึงง่าย ความเป็นนิรนาม กฎหมายและการขาดผู้ตรวจตรา ขณะที่การรับรู้ข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังล้วนได้รับอิทธิพลมาจากปัจจัยการรับรู้ทั้งสามและการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวอันจะเป็นการกำหนดทิศทางให้การตอบสนองมีความแตกต่างหลากหลาย มาตรการควบคุมการแสดงความคิดเห็นที่เป็นการแพร่กระจายความเกลียดชังบนสื่อสังคมออนไลน์ นอกเหนือไปจากกฎหมายและนโยบายแพลตฟอร์มที่มีอยู่ ควรมีการจัดตั้งหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้ามาช่วยประสานการแก้ปัญหาและดำเนินคดีระหว่างภาครัฐและเจ้าของแพลตฟอร์ม เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับระบบโครงข่ายคอมพิวเตอร์เข้ามาร่วมติดตามและตรวจสอบ บรรจุวิชาความรู้เท่าทันสื่อเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมแนะแนว สร้างกลุ่มศิลปินดาราตัวอย่างประชาสัมพันธ์เรื่องสิทธิเสรีภาพ สร้างสื่อเรื่องสั้นที่เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย จัดตั้งพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในระดับชุมชน จัดตั้ง Online Community เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นต่างในระดับสังคมแบบไม่เปิดเผยตัวตน
การพัฒนารูปแบบห้องปฏิบัติการเสมือนบนคลาวด์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานเพื่อพัฒนาการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, ธันยพร เนียมจันทร์
การพัฒนารูปแบบห้องปฏิบัติการเสมือนบนคลาวด์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานเพื่อพัฒนาการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, ธันยพร เนียมจันทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบห้องปฏิบัติการเสมือนบนคลาวด์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานเพื่อพัฒนาการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียน ก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน ด้วยห้องปฏิบัติการเสมือนบนคลาวด์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน 3) เพื่อนำเสนอรูปแบบห้องปฏิบัติการเสมือนบนคลาวด์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานเพื่อพัฒนาการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนารูปแบบ ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ จำนวน 9 คน โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 40 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ แบบประเมินรูปแบบ รูปแบบการจัดการเรียนการสอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเพื่อศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติ One way repeated measure ANOVA ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น มี 4 องค์ประกอบ คือ ผู้สอน ผู้เรียน เป้าหมายการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผล และมีขั้นตอน คือ เลือกปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ วิเคราะห์คุณค่าของบทเรียนที่มีอยู่ วางลำดับกิจกรรม และวางแผนตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียน ผลการทดลองใช้รูปแบบห้องปฏิบัติการเสมือนบนคลาวด์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานเพื่อพัฒนาการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย พบว่า นักเรียนที่เรียนรู้โดยใช้รูปแบบห้องปฏิบัติการเสมือนบนคลาวด์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนและระหว่างเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
การกำจัดสารอินทรีย์และไนโตรเจนควบคู่กับการผลิตโพลีไฮดรอกซีแอลคาโนเอตด้วยจุลินทรีย์เชื้อผสมร่วมกับการเติม Thauera Mechernichensis Tl1, นวภัทร ช่อทอง
การกำจัดสารอินทรีย์และไนโตรเจนควบคู่กับการผลิตโพลีไฮดรอกซีแอลคาโนเอตด้วยจุลินทรีย์เชื้อผสมร่วมกับการเติม Thauera Mechernichensis Tl1, นวภัทร ช่อทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาการผลิตพลาสติกชีวภาพชนิดโพลีไฮดรอกซีแอลคาโนเอต (พีเอชเอ) ควบคู่กับการกำจัดสารอินทรีย์และไนโตรเจน ด้วยจุลินทรีย์สายพันธุ์ผสมร่วมกับการเติม Thauera mechernichensis TL1 ในอัตราส่วน 97.5 : 2.5 % g MLVSS ภายใต้สภาวะที่มีอาหารเกินพอสลับกับขาดแคลน (feast and famine conditions) ภายในถังปฏิกรณ์แบบกึ่งเท (sequencing batch reactor) จำนวน 2 ถัง โดยในถังปฏิกรณ์ที่ 1 มีการเติมอากาศตลอดเวลาทั้งช่วงที่มีอาหารเกินพอ และช่วงที่ขาดแคลนอาหาร (aerobic feast/famine) และในถังปฏิกรณ์ที่ 2 มีการเติมอากาศเฉพาะช่วงอาหารเกินพอ และปล่อยให้เกิดสภาวะแอน็อกซิกในช่วงขาดแคลนอาหาร (aerobic feast/anoxic famine) กำหนดค่าอายุสลัดจ์ (SRT) 10 วัน และรอบการเดินระบบ (cycle time) ระยะเวลา 2 วัน โดยใช้อะซิเตท 1,000 mgCOD/L เป็นแหล่งคาร์บอน โดยมีความเข้มข้นแอมโมเนียเริ่มต้น 70 mgN/L และศึกษาความสามารถในการสะสมพีเอชเอสูงสุดของตะกอนจุลินทรีย์ในระบบทีละเทแบบเติมแหล่งคาร์บอนต่อเนื่อง (fed-batch reactor) ผลการศึกษาพบว่า ถังปฎิกรณ์ที่ 1 ผลิต พีเอชเอได้สูงสุดที่ในรอบการเดินระบบที่ 28 โดยมีปริมาณ 10.04 % ของน้ำหนักเซลล์แห้ง และมีประสิทธิภาพในการกำจัดสารอินทรีย์ 88.1 ± 1.3% แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการกำจัดไนโตรเจน ส่วนถังปฎิกรณ์ที่ 2 ผลิตพีเอชเอได้สูงสุดที่ในรอบการเดินระบบที่ 35 โดยมีปริมาณ 8.37 % ของน้ำหนักเซลล์แห้ง มีประสิทธิภาพในการกำจัดสารอินทรีย์ 87.6 ± 1.7% และมีประสิทธิภาพในการกำจัดไนโตรเจน 78.0 ± 2.0% และได้ศึกษากลุ่มประชากรจุลินทรีย์ในระบบด้วยเทคนิค 16S rRNA gene amplicon sequencing (MiSeq) พบว่า จุลินทรีย์กลุ่ม Thauera …
Batch And Fixed-Bed Adsorption Of Ciprofloxacin Using Magnetic Biochar From Macadamia Nutshell, Sakonsupa Damdib
Batch And Fixed-Bed Adsorption Of Ciprofloxacin Using Magnetic Biochar From Macadamia Nutshell, Sakonsupa Damdib
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this research, the utilization of macadamia nutshell as a potential adsorbent for ciprofloxacin (CIP) removal was investigated. The distinctive features of macadamia nutshell, characterized by its lignocellulosic composition and hardness, make it suitable as a precursor for synthesizing magnetic biochar, aimed at CIP adsorption in both batch and fixed-bed column processes. The influence of temperature activation and carbonization temperature on the properties of the resulting biochar was examined. Macadamia nutshell impregnated with a 0.10 M iron nitrate solution and carbonized under a nitrogen atmosphere at 800°C (MB-BI-800) exhibited the highest micropore and mesopore volumes, with values of 0.14 and …
การจำลองกำหนดการเดินเรือโดยใช้ไทม์ออโตมาตาแบบที่มีความน่าจะเป็น, รัตชนก เธียรปุญญธนากุล
การจำลองกำหนดการเดินเรือโดยใช้ไทม์ออโตมาตาแบบที่มีความน่าจะเป็น, รัตชนก เธียรปุญญธนากุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในอุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเลที่มีการจัดการด้านความเสี่ยงในการเกิดความล่าช้าในการเดินเรือตามกำหนดเป็นปัญหาที่ซับซ้อน และเกิดความเสี่ยงและเกิดค่าเสียหายผลจากถึงกำหนดล่าช้าที่จะต้องประสบกับค่าใช้จ่ายของต้นทุนที่สูงขึ้นจากปัญหาความล่าช้า จึงให้ความสนใจที่ปัญหาเหล่านี้อยู่ที่การให้ความสำคัญกับความน่าจะเป็นจากความไม่แน่นอนและเวลาในการเดินเรือ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการวางแผนและจัดการตารางเดินเรือให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับเงื่อนไขและปัจจัยที่แปรผันในอุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเล งานวิจัยนี้ จึงเล็งเห็นความสำคัญของการนำไทม์ออโตมาตาแบบที่มีความน่าจะเป็น Probabilistic Timed Automata (PTA) มาใช้ในการจำลองกำหนดการตารางเดินเรือ (Vessel Scheduling) เพื่อช่วยให้สามารถจำลองและประเมินผลของปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการเดินเรือได้อย่างเป็นระบบ และการช่วยให้ผู้วางแผนสามารถทำการปรับปรุงและวิเคราะห์ตารางเดินเรือ โดยมีผลจากการปรับปรุงค่าความนาจะเป็นและทำการทวนสอบผลที่ได้จากสถิติข้อมูลที่ใช้จำลองไม่เกิน 10% ผ่านการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา PRISM โดยใช้ PRISM Model Checker โดยเครื่องมือสามารถจำลองพฤติกรรมการเดินเรือตามแบบจำลอง PTA ที่ออกแบบไว้ โดยคำนึงถึงปัจจัยของความน่าจะเป็นที่ส่งผลให้เกิดความล่าช้าและทำการทวนสอบด้วยสูตร PCTL ได้
Verification Of Oil Recovery Mechanism Through Alteration Of Relative Permeability Curve And Analytical Measurements, Tina Tharn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In the petroleum production industry, there are several methods that can be utilized to increase oil recovery. These methods are so-called Enhanced Oil Recovery (EOR). Nowadays, Low Salinity Water Flooding (LSWF) is one of the considerable of those techniques due to its cost and simplicity. However, understanding its main oil recovery mechanism is still limited. Therefore, the investigation of oil mechanism provided by LSWF would help refine its application to oilfields. In this study, the Johnson–Bossler–Naumann (JBN) approach is employed to examine relative permeability curves during LSWF in different rock formations including clean sandstone (SS), shaly-sandstone (SHS), and dolostone (DL). …
การพัฒนารูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เสมือนแบบ 3 มิติร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานตามแนวคิดสะเต็มศึกษาเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, นวพร แก้วเปี้ย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เสมือนแบบ 3 มิติร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานตามแนวคิดสะเต็มศึกษาเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2) ศึกษาผลของการใช้รูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เสมือนแบบ 3 มิติร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานตามแนวคิดสะเต็มศึกษาเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 3) นำเสนอรูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เสมือนแบบ 3 มิติร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานตามแนวคิดสะเต็มศึกษาเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนารูปแบบ ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนวิทยาศาสตร์ ด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา และด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ จำนวน 9 คน โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 40 คน โดยใช้วิธีเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ แบบประเมินรูปแบบ รูปแบบการจัดการเรียนการสอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ แบบประเมินชิ้นงาน โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเพื่อศึกษาพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเปรียบเทียบ Dependent Sample T-Test ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบฯที่พัฒนาขึ้นมีองค์ประกอบสำคัญ คือ 1) ผู้สอน 2) ผู้เรียน 3) เป้าหมายการเรียนรู้ 4) การวัดและประเมินผล และมีขั้นตอนทั้งหมด 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นกำหนดปัญหา ขั้นทำความเข้าใจกับปัญหา ขั้นดำเนินการศึกษาค้นคว้า ขั้นสังเคราะห์ความรู้ ขั้นสรุปและประเมินผล ขั้นนำเสนอและประเมินผลงาน ผลการทดลอง พบว่า รูปแบบฯที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสม และจากการใช้รูปแบบฯ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมีความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรมในการเลือกใช้ยานยนต์รับส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Autonomous Shuttle Pod) ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ยอดพล เพชราวุธ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรมในการเลือกใช้ยานยนต์รับส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Autonomous Shuttle Pod) ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ยอดพล เพชราวุธ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ยานยนต์รับส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Autonomous Shuttle Pod) ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการขนส่งรูปแบบใหม่ พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินทาง อย่างไรก็ตามความสำเร็จของเทคโนโลยีนี้ขึ้นอยู่กับการยอมรับของสาธารณชน การศึกษานี้มุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบทัศนคติและปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรมในการเลือกใช้ยานยนต์รับส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ โดยขยายแบบจำลองทฤษฎีรวมการยอมรับและการใช้เทคโนโลยี 2 (UTAUT2) ที่เพิ่มปัจจัยด้าน การรับรู้ด้านความเสี่ยง, การรับรู้ด้านความไว้วางใจ, ภาพลักษณ์ และการเปรียบเทียบกับรูปแบบการเดินทางอื่น โดยสร้างแบบจำลองสมการเชิงโครงสร้าง (SEM) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยและเจตนาเชิงพฤติกรรมภายใต้แบบจำลอง อย่างไรก็ตามการวิจัยนี้ได้วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (EFA) เพื่อค้นหาองค์ประกอบที่แท้จริงภายใต้ตัวบ่งชี้ที่พัฒนาขึ้น แบบสอบถามดำเนินกับกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน 409 คน ผลการศึกษาทัศนคติพบว่า คนชื่นชอบยานยนต์รับส่งผู้โดยสารอัตโนมัติในด้านของการบริการ ได้แก่ การเรียกใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอพพลิเคชั่น, บริการนอกเวลาปกติ และการปรับเปลี่ยนเส้นทาง อีกทั้งยังถูกมองว่ามีศักยภาพในการเข้ามาแทนที่รถ Pop Bus และ Muvmi สำหรับการวิเคราะห์แบบจำลองสมการเชิงโครงสร้าง (SEM) พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกใช้ยานยนต์รับส่งผู้โดยสารอัตโนมัติของผู้คน ได้แก่ ความคาดหวังด้านประสิทธิภาพ, ประโยชน์ในการใช้ในชีวิตประจำวัน, การรับรู้ด้านความไว้วางใจ, สิ่งอำนวยความสะดวก, ความพอใจในบริการเหนือราคา, ความไว้วางใจด้านบริการและราคา, การรับรู้ความเสี่ยง และการรับรู้ว่าใช้งานได้ง่าย ในขณะที่ความคาดหวังด้านความพยายาม และ อิทธิพลของสังคม ส่งผลในทางอ้อม
การพัฒนาชุดทดสอบความล้าดัดสำหรับตะไบทางทันตกรรม, ธีรเมธ เกศโร
การพัฒนาชุดทดสอบความล้าดัดสำหรับตะไบทางทันตกรรม, ธีรเมธ เกศโร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้มุ่งเน้นไปที่การออกแบบและสร้างชุดทดสอบความล้าดัดสำหรับตะไบทางทันตกรรม ที่สามารถวัดจำนวนรอบที่ทำให้เสียหายของตะไบได้โดยตรงผ่านการวิเคราะห์สัญญาณในระบบควบคุมวงปิดของมอเตอร์ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีดั้งเดิม ซึ่งเป็นการคำนวณหาจำนวนรอบที่ทำให้เสียหาย ภายใต้สมมติฐานที่ว่าอัตราเร็วในการหมุนของตะไบคงที่ ทั้งที่ในทางปฏิบัติ ตะไบอาจจะไม่ได้หมุนด้วยอัตราเร็วคงที่เสมอไป นอกจากนี้ ในวิทยานิพนธ์ ก็ได้มีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือหรือการใช้งานได้ของชุดทดสอบที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในแง่มุมต่าง ๆ ผ่านการนำไปทดสอบกับชิ้นงานจริง โดยตะไบรุ่น Zenflex จำนวน 100 ชิ้น ได้ถูกนำไปทดสอบในคลองรากฟันเทียมทั้งหมด 5 รูปร่างที่มีรัศมีความโค้งและมุมโค้งแตกต่างกัน ณ อุณหภูมิห้องและอุณหภูมิร่างกาย ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า ชุดทดสอบสามารถทำให้ตะไบเสียหายจากความล้าดัดได้ เนื่องจากบนพื้นผิวแตกหักและด้านข้างจุดแตกหักพบลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของกลไกการเสียหายล้า แต่ไม่พบร่องรอยจากการเสียหายบิด และชุดทดสอบก็สามารถควบคุมให้ตะไบแตกหักที่ตำแหน่งใกล้เคียงกันได้ ไม่ว่าตะไบเหล่านั้นจะถูกทดสอบภายใต้เงื่อนไขใด เนื่องจากตะไบส่วนที่หักมีความยาวใกล้เคียงกันทั้งหมดและใกล้เคียงกับค่าที่ออกแบบไว้ ส่วนแนวโน้มของจำนวนรอบที่ทำให้เสียหายเมื่อแปรค่าตัวแปรต่าง ๆ ในการทดสอบไป ก็มีความสอดคล้องกับแนวโน้มเดียวกันจากงานวิจัยที่ผ่านมา จึงอาจกล่าวได้ว่า ชุดทดสอบมีความน่าเชื่อถือเพียงพอ ในฐานะชุดทดสอบความล้าดัดสำหรับตะไบ นอกจากนี้ จำนวนรอบที่ทำให้เสียหายจากชุดทดสอบหลัก ก็ได้ถูกนำมาเปรียบเทียบกับจำนวนรอบที่ทำให้เสียหายที่คำนวณได้จากวิธีดั้งเดิม โดยข้อมูลที่นำมาคำนวณจะถูกเก็บควบคู่ไปกับการทดสอบหลัก ซึ่งผลปรากฏว่า จำนวนรอบที่ทำให้เสียหายจากวิธีดั้งเดิมมีค่าสูงกว่าจำนวนรอบที่ทำให้เสียหายจากชุดทดสอบหลักที่วัดรอบที่ตะไบหมุนได้โดยตรง
การประมาณความสูงอาคารจากข้อมูลดาวเทียมแบบเปิด พื้นที่ศึกษาเมืองกรุงเทพมหานคร, เทพชัย ศรีน้อย
การประมาณความสูงอาคารจากข้อมูลดาวเทียมแบบเปิด พื้นที่ศึกษาเมืองกรุงเทพมหานคร, เทพชัย ศรีน้อย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ข้อมูลความสูงอาคารมีความสำคัญในการศึกษาสภาพแวดล้อมของเมือง การคำนวณปริมาณทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับเมือง ตลอดจนการทำแผนที่สามมิติและการนำไปใช้วิเคราะห์เชิงพื้นที่ต่างๆ วิธีการหนึ่งในการประมาณความสูงอาคารจำนวนมากในพื้นที่เมืองคือการใช้ข้อมูลดาวเทียมทั้งแบบเรดาร์และเชิงทัศน์ ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดนำมาใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย งานวิจัยนี้ศึกษาแนวทางการประมาณความสูงอาคารในพื้นที่ศึกษาเมืองกรุงเทพมหานคร โดยสนใจประเด็นรูปแบบข้อมูลดาวเทียม และ อัลกอริทึมที่ใช้ในการทำแบบจำลอง ซึ่งงานวิจัยนี้ได้นำเสนอการใช้เทคนิคเกรเดียนต์บูสท์ติ้งแบบถดถอยในการทำแบบจำลอง โดยมีข้อมูลความสูงอาคารจากแบบจำลองระดับพื้นผิวจากผลผลิตของการทำแผนที่ด้วยอากาศยานไร้คนขับเป็นข้อมูลสร้างและทดสอบแบบจำลอง ผลการวิจัยพบว่าการใช้ข้อมูลผสมทั้งเรดาร์และเชิงทัศน์ ให้ความถูกต้องดีกว่าการใช้ข้อมูลเรดาร์หรือเชิงทัศน์อย่างเดียว และ การใช้เทคนิคเกรเดียนต์บูสท์ติ้งแบบถดถอยให้ผลลัผธ์ได้ใกล้เคียงกับเทคนิคป่าสุ่มแบบถดถอย และให้ผลลัผธ์ได้ดีกว่าเทคนิคซัพพอร์ตเวกเตอร์แมชชีนแบบถดถอย ผลการทดสอบแบบจำลองที่สร้างจากข้อมูลผสมด้วยเทคนิคเกรเดียนต์บูสท์ติ้ง มีค่ารากที่สองของกำลังสองเฉลี่ยที่ 11.726 เมตร ที่ความสูงอาคารไม่เกิน 100 เมตร กับมีค่า 7.915 เมตร ที่ความสูงอาคารไม่เกิน 50 เมตร การใช้ข้อมูลดาวเทียมความละเอียดจุดภาพสิบเมตร การเลือกและคำนวณดัชนีภาพถ่าย และแบบจำลองเรียนรู้ด้วยเครื่อง ทำให้ได้ผลลัผธ์ที่จำกัดช่วงความสูง และมีสัมประสิทธิ์การทำนายของคำตอบน้อย
ผลของแกรฟีนควอนตัมดอทต่อการเจริญเติบโตและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของต้นถั่วเขียวและต้นอ่อนทานตะวัน, วราวุธ คงแสงชัย
ผลของแกรฟีนควอนตัมดอทต่อการเจริญเติบโตและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของต้นถั่วเขียวและต้นอ่อนทานตะวัน, วราวุธ คงแสงชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แกรฟีนควอนตัมดอท (Graphene Quantum Dots) จัดเป็นวัสดุนาโนที่มีคุณสมบัติเชิงแสงที่เป็นเอกลักษณ์จากผลของการกักกันเชิงควอนตัม อีกทั้งยังมีความเข้ากันได้กับเซลล์ของสิ่งมีชีวิตค่อนข้างสูง รวมทั้งความเป็นพิษต่อเซลล์ของสิ่งมีชีวิตที่ต่ำ สำหรับงานวิจัยนี้เป็นการศึกษาผลของการเติม GQDs ที่มีต่อการเจริญเติบโตและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเมล็ดต้นกล้าที่ใช้ในการศึกษา คือ เมล็ดถั่วเขียวและเมล็ดต้นอ่อนทานตะวัน โดยจะติดตามการเจริญเติบโตในลักษณะเทคนิคต่างๆของการเติม GQDs 3 เทคนิควิธีการ ได้แก่ 1.) การแช่เมล็ดด้วย GQDs ที่ความเข้มข้นต่างๆ 2.) การเติม GQDs ให้กับต้นกล้าในลักษณะการใส่ปุ๋ยที่ความเข้มข้นต่างๆ และ 3.) การกระทำทั้งเทคนิควิธีการที่ 1 และ 2 ร่วมกันในช่วงความเข้มข้น 0 - 0.3 mg/mL ของ GQDs พบว่าต้นกล้าถั่วเขียวที่ความเข้มข้น 0.3 mg/mL ด้วยเทคนิควิธีการเติม GQDs ให้กับต้นกล้าในลักษณะการใส่ปุ๋ยมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดถึง 33.67% เมื่อเทียบกับต้นกล้า control แต่สำหรับต้นกล้าต้นอ่อนทานตะวันนั้นจะพบว่าที่ความเข้มข้น 0.3 mg/mL เทคนิควิธีร่วมกันทั้ง 2 วิธีการจะให้ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด 38.24% เมื่อเทียบกับต้นกล้า control
นโยบายความมั่นคงทางทะเลของอินเดียเพื่อหยั่งอิทธิพลต่อภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย, ธาราทิพย์ แสนบุญครอง
นโยบายความมั่นคงทางทะเลของอินเดียเพื่อหยั่งอิทธิพลต่อภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย, ธาราทิพย์ แสนบุญครอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
มหาสมุทรอินเดียเป็นมหาสมุทรที่มีเส้นทางการค้าทางทะเลมาอย่างยาวนาน จึงกลายเป็นมหาสมุทรที่มีทำเลยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการเมืองและเศรษฐกิจโลก เนื่องจากการค้าและการขนส่งทางทะเลส่วนมากจะต้องเดินเรือผ่านมหาสมุทรอินเดีย ส่งผลให้ปัจจุบันมีการเดินเรือผ่านมหาสมุทรดังกล่าวอย่างคับคั่ง ทั้งนี้มหาสมุทรอินเดียยังได้ยึดโยงหลายทวีปไว้ด้วยกัน เปรียบเสมือนเป็นเส้นทางการค้า เป็นหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของนานาประเทศในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย ในขณะเดียวกันประเทศอินเดียถือเป็นประเทศที่มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อันได้เปรียบจากการมีแนวชายฝั่งทางทะเลซึ่งติดกับมหาสมุทรอินเดียทั้งด้านตะวันตกและตะวันออก รัฐบาลอินเดียจึงเริ่มตระหนักถึงความสำคัญต่อมหาสมุทรอินเดียและผลประโยชน์ที่ตนจะได้รับจากการมีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์นี้ โดยมีการริเริ่มและพัฒนานโยบายความมั่นคงทางทะเลของตนเพื่อรักษาอธิปไตยทางทะเลและสร้างความมั่นคงทางการเมือง ทางทหาร รวมถึงเพื่อเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของตนในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากมหาสมุทรอินเดียเป็นมหาสมุทรซึ่งเป็นเส้นทางการค้าทางทะเลที่สำคัญ ส่งผลให้ประเทศที่มีอุตสาหกรรมการผลิตเป็นหลักและมีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ด้านทางออกทางทะเลอย่างจีนพยายามที่จะหาทางออกทางทะเลอีกด้านคือ มหาสมุทรอินเดีย แม้ว่าความพยายามขยายอิทธิพลของจีนสู่มหาสมุทรอินเดียจะก่อให้เกิดเป็นความกังวลต่ออินเดีย อย่างไรก็ตามนโยบายความมั่นคงทางทะเลของอินเดียที่ใช้ในการหยั่งอิทธิพลในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียที่ถูกริเริ่มขึ้นนั้น มิได้เป็นเพียงนโยบายเพื่อสร้างความมั่นคงทางทะเลของตนเพียงเท่านั้น แต่อินเดียต้องการพัฒนาประเทศของตนให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นเพื่อการทะยานขึ้นมามีบทบาทและเป็นผู้เล่นที่สำคัญในเวทีโลก
นโยบายนวัตกรรมอาหารสนามแห่งความร่วมมือ การต่อสู้ทางนโยบาย และการจัดการปกครองเครือข่าย, ศรัญญา ปานเจริญ
นโยบายนวัตกรรมอาหารสนามแห่งความร่วมมือ การต่อสู้ทางนโยบาย และการจัดการปกครองเครือข่าย, ศรัญญา ปานเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของนโยบายนวัตกรรมอาหารของไทย อธิบายการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบริบทเชิงโครงสร้าง เครือข่ายนโยบาย และผลลัพธ์นโยบายเมืองนวัตกรรมอาหาร รวมถึงเปรียบเทียบการจัดการปกครองเครือข่ายนวัตกรรมอาหารตามแนวทางการกำหนดพื้นที่ของเมืองนวัตกรรมอาหาร ผลการศึกษา พบว่า ในช่วงของการกำหนดนโยบาย บริบททางการเมืองและเศรษฐกิจเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อเครือข่ายนโยบายและผลลัพธ์ของนโยบายเมืองนวัตกรรมอาหารโดยตรง ในขณะที่บริบททางความคิด เช่น แนวคิดนวัตกรรมอาหาร แนวคิดความมั่นคงทางอาหาร เป็นจุดยืนทางนโยบายที่สนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมใหม่ เพื่อให้การพัฒนาข้อเสนอทางนโยบายมีความชอบธรรม โดยการกำหนดนโยบายนี้อาศัยระบบความเชื่อในการหลอมรวมจุดยืนทางความคิดและทรัพยากรของแนวร่วมพันธมิตรแต่ละกลุ่มให้มีความสอดคล้องกัน จนนำไปสู่การผลักดันนโยบายเมืองนวัตกรรมอาหารได้เป็นผลสำเร็จ ส่วนการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ พบว่า แต่ละพื้นที่มีการจัดการปกครองเครือข่ายที่แตกต่างกันทั้งในด้านพันธกิจและวัตถุประสงค์ของเครือข่าย กลยุทธ์ที่ใช้ในการสร้างเครือข่ายและการเลือกพันธมิตร รูปแบบโครงสร้างความร่วมมือ และการกำกับดูแลเครือข่าย อย่างไรก็ตาม ทุกเครือข่ายมีจุดร่วมที่เหมือนกัน คือ ความคาดหวังให้เมืองนวัตกรรมอาหารเป็นระบบนิเวศนวัตกรรมที่หลอมรวมโครงสร้างพื้นฐานและองค์ความรู้ท้องถิ่นที่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของประชาชนในพื้นที่
การจำลองซีเอฟดีสามมิติของไรเซอร์ดักจับคาร์บอนไดออกไซด์แบบอุณหภูมิไม่คงที่ที่มีท่อน้ำหล่อเย็น, อลีนา ดำเนินสวัสดิ์
การจำลองซีเอฟดีสามมิติของไรเซอร์ดักจับคาร์บอนไดออกไซด์แบบอุณหภูมิไม่คงที่ที่มีท่อน้ำหล่อเย็น, อลีนา ดำเนินสวัสดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แก๊สเรือนกระจกที่สำคัญและมีปริมาณมากที่สุดคือ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตไฟฟ้าถือเป็นแหล่งแก๊สเรือนกระจกที่สำคัญ เทคโนโลยีการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทำได้หลายวิธี เช่น การดักจับก่อนการเผาไหม้ การเผาไหม้ด้วยออกซิเจน และการดักจับหลังการเผาไหม้ การศึกษานี้มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์หลังการเผาไหม้โดยใช้เครื่องปฏิกรณ์ฟลูอิไดซ์เบดแบบหมุนเวียนดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากแก๊สเผาไหม้ แก๊สเผาไหม้ถูกป้อนเข้าไปยังหอดูดซับเพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ก่อนที่จะปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ โพแทสเซียมคาร์บอเนตบนตัวรองรับแกมมา-อะลูมินาถูกใช้เป็นตัวดูดซับ การวิจัยนี้เป็นการพัฒนาแบบจำลองพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณของเครื่องปฏิกรณ์ ฟลูอิไดซ์เบดแบบหมุนเวียนที่มีการติดตั้งท่อน้ำหล่อเย็นในไรเซอร์ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ อุณหภูมิในเครื่องปฏิกรณ์สามารถเปลี่ยนสมดุลของปฏิกิริยาเพื่อให้สามารถดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้น เครื่องปฏิกรณ์จำลองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 0.05 x 0.05 ม. และสูง 1.1 ม. แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่ใช้คือ แบบออยเลอเรียน-ออยเลอเรียน โดยได้เพิ่มสมการการเกิดปฏิกิริยาเคมีของโพแทสเซียมคาร์บอนเนต คาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำเข้าไปด้วย จากการทดสอบแบบจำลองพบว่า จำนวนเซลล์ที่เหมาะสมที่ใช้ในการจำลองคือ 500,000 เซลล์ และช่วงเวลาที่ใช้ในการจำลองจะอยู่ที่ 250 - 500 วินาที ตัวแปรที่ใช้ศึกษาประกอบด้วย ความเร็วของแก๊สขาเข้า ความเร็วของน้ำหล่อเย็น และลักษณะการจัดเรียงท่อน้ำหล่อเย็นภายในหอดูดซับ จากการจำลองกระบวนการพบว่า ตัวแปรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในหอดูดซับอย่างมีนัยสำคัญ คือ ความเร็วของแก๊สขาเข้า และ ลักษณะการจัดเรียงท่อน้ำหล่อเย็นภายในหอดูดซับ ส่วนความเร็วของน้ำหล่อเย็นไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมีนัยสำคัญ
การวิเคราะห์มลพิษทางอากาศและเสียงที่เกิดจากกิจกรรมย่อยของการก่อสร้างที่พักอาศัยโดยเครื่องมือวัดส่วนบุคคลร่วมกับบันทึกวีดีโอ, นพวิชญ์ ลีลานภากาศ
การวิเคราะห์มลพิษทางอากาศและเสียงที่เกิดจากกิจกรรมย่อยของการก่อสร้างที่พักอาศัยโดยเครื่องมือวัดส่วนบุคคลร่วมกับบันทึกวีดีโอ, นพวิชญ์ ลีลานภากาศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เนื่องมาจากการก่อสร้างที่พักอาศัยที่มีอยู่ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลซึ่งเป็นต้นเหตุของมลพิษทางอากาศและเสียง โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ แรงงานก่อสร้าง งานวิจัยนี้จึงต้องการวิเคราะห์มลพิษทางอากาศและเสียง (PM 2.5, PM 10, NO2, CO, dB(A)) ที่เกิดจากกิจกรรมย่อยของการก่อสร้างที่พักอาศัยโดยเครื่องมือวัดส่วนบุคคลร่วมกับบันทึกวีดีโอ ซึ่งนำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เซนเซอร์ตรวจวัดมลพิษทางอากาศและเสียง และกล้องบันทึกวีดีโอมาประยุกต์ใช้ ทำให้ทราบค่าความเข้มข้นของมลพิษที่แรงงานได้รับจากกิจกรรมย่อยของงานก่อสร้าง การตรวจวัดมลพิษทางอากาศและเสียงโดยทั่วไปวัดจากค่าเฉลี่ยของปริมาณมลพิษที่แรงงานได้รับตลอดช่วงเวลาทำงาน อีกทั้งเครื่องมือวัดมีขนาดใหญ่ มีราคาสูง และไม่สามารถทราบถึงกิจกรรมย่อยที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อแรงงาน ดังนั้นงานวิจัยนี้ได้ติดเครื่องมือวัดและกล้องบันทึกวีดีโอกับแรงงาน เพื่อให้ทราบถึงปริมาณมลพิษที่แรงงานได้รับจากกิจกรรมย่อยของการก่อสร้าง โดยเมื่อมีปริมาณมลพิษเกินค่ามาตรฐานจะมีการแจ้งเตือนไปยัง Line Notify เพื่อให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยโครงการได้ทราบถึงปริมาณมลพิษที่เกิดขึ้นในขณะนั้น หลังจากนั้นประยุกต์ใช้เครื่องมือตรวจวัดมลพิษทางอากาศและเสียงกับโครงการก่อสร้างกรณีศึกษา 4 โครงการ ผลการทดสอบพบว่า กิจกรรมย่อยที่เกิดมลพิษมากที่สุด คือ เชื่อมโลหะโดยใช้ลวดเชื่อม มีปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 และ PM 10 เกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และไนโตรเจนไดออกไซด์ เกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามเครื่องมือยังมีข้อจำกัดในเรื่องขีดจำกัดต่ำสุดและสูงสุดของเซนเซอร์ที่สามารถตรวจวัดมลพิษได้
Role Of Tele Physical Therapy In Quality Of Life And Satisfaction Among Patients Together With Work Productivity Of Physical Therapists, Munaza Arwa
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: Despite showing promising results in clinical trials, role of tele physical therapy in improving the quality of life and satisfaction of musculoskeletal disorder patients is ambiguous. Work productivity of therapists is still needed to be calculated to further evaluate efficacy of tele physical therapy sessions.Objective: The study aimed to determine the role of tele physical therapy in quality of life and satisfaction among patients together with work productivity of physical therapists. Method: An observational study comprising of pre-post and longitudinal design was conducted. 327 patients suffering from musculoskeletal disorders and 199 licensed physical therapists were recruited through MARHAM’s platform. …
ความสามารถในการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบด้านกายภาพ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของอาคารปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ กรณีศึกษา: อาคารสูงในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กวิน ธนโกเศศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ความปลอดภัย คือ หนึ่งในข้อพิจารณาสำคัญที่สุดของการออกแบบองค์ประกอบทางกายภาพของอาคารปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ แต่การวิจัยทดลองทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนั้นมักไม่มีรูปแบบที่ตายตัวและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่งผลให้การออกแบบฯ เพื่อควบคุมความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบนั้นกลายเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งการศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อพิจารณาการออกแบบองค์ประกอบทางกายภาพของอาคารปฏิบัติการฯ ที่จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการรองรับการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางกายภาพและเสริมสร้างความปลอดภัยของอาคารปฏิบัติการฯ งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงประจักษ์ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบกรณีศึกษา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์แบบก่อสร้างเริ่มแรกของอาคาร ร่วมกับข้อมูลจากรายงานตรวจประเมินด้านความปลอดภัย และข้อมูลจากการสำรวจสภาพปัจจุบันของอาคารกรณีศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 4 อาคาร ซึ่งเป็นอาคารปฏิบัติการฯ อาคารสูง ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผลการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนที่ 1 อธิบายสาเหตุและลักษณะปัญหาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทางกายภาพของอาคารปฏิบัติการฯ ส่วนที่ 2 อธิบายลักษณะการปรับเปลี่ยนขององค์ประกอบทางกายภาพฯ ที่เกิดขึ้นรวมถึงผลกระทบต่อด้านความปลอดภัยระหว่างช่วงการใช้อาคาร โดยแสดงให้เห็นบทบาทสำคัญและความเกี่ยวข้องกันระหว่างองค์ประกอบทางกายภาพ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ งานระบบอาคาร ที่ว่าง และเฟอร์นิเจอร์ และส่วนที่ 3 อธิบายคุณลักษณะสำคัญขององค์ประกอบทางกายภาพที่สนับสนุนให้อาคารปฏิบัติการฯ สามารถรองรับการปรับเปลี่ยนขององค์ประกอบทางกายภาพได้ข้อค้นพบของงานวิจัยนี้ นำเสนอกรอบแนวคิดในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางกายภาพ และความปลอดภัยของอาคารปฏิบัติการฯ ต่อยอดจากทฤษฎีการจำแนกลำดับชั้นขององค์ประกอบทางกายภาพของอาคาร นอกจากนี้ ข้อค้นพบของงานวิจัยยังนำเสนอข้อพิจารณาในการออกแบบองค์ประกอบทางกายภาพของอาคารปฏิบัติการฯ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ และบ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างกลไกในการกำกับควบคุมให้เกิดการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบทางกายภาพ ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และเกิดความปลอดภัยตลอดช่วงการใช้อาคารปฏิบัติการฯ
แนวทางการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า กรณีศึกษาโรงพยาบาลศรีธัญญา, ธมณชนก เกตุราทร
แนวทางการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า กรณีศึกษาโรงพยาบาลศรีธัญญา, ธมณชนก เกตุราทร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สุขภาพจิตเป็นพื้นฐานของความเป็นอยู่ที่ดีและเกี่ยวข้องกับสภาวะจิตใจของบุคคล โดยโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่มีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปีในระดับประเทศและระดับโลก เป็นภัยเงียบของสุขภาพที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการทำงาน การดำเนินชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศและทุกวัย โดยผู้ที่ป่วยระยะรุนแรงจะนำไปสู่การพยายามฆ่าตัวตาย โรคซึมเศร้าจำเป็นต้องมีการบำบัดรักษาจึงจะสามารถหายได้ ปัจจุบันการเข้ารับบริการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าถึงแม้ว่ายังมีการเข้ารับบริการยังไม่ทั่วถึง แต่จำนวนผู้ป่วยสะสมในช่วง พ.ศ. 2559-2565 มีอัตราการเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยในปีหนึ่งๆ คิดเป็นร้อยละ 10.17 ของจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสะสมทั้งหมด จากการศึกษาพบว่าสภาพแวดล้อมภายในสถานพยาบาลสามารถเพิ่มหรือลดความเจ็บปวดทางด้านจิตใจได้ จึงนำไปสู่การศึกษาแนวทางการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในโรงพยาบาลเฉพาะทางจิตเวช กรณีศึกษาโรงพยาบาลศรีธัญญา ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมและรูปแบบกิจกรรมของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มี ความรุนแรงระยะเล็กน้อยและปานกลางต่อสภาพแวดล้อมเชิงกายภาพ เพื่อวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาลศรีธัญญา และเพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาและการจัดการพื้นที่เชิงกายภาพของโรงพยาบาลศรีธัญญา เพื่อนำไปสู่สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โดยทำการเก็บข้อมูลจากการสำรวจและการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมในบริเวณพื้นที่บำบัด และพื้นที่กิจกรรมของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าส่วนผู้ป่วยนอก รวมถึงการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้าภายในโรงพยาบาลศรีธัญญา และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อหาข้อสรุปเชิงเสนอแนะผลการศึกษาพบว่าสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาภายในโรงพยาบาลจิตเวช พื้นที่บำบัดโรคซึมเศร้าส่วนผู้ป่วยนอก ประเด็นด้านความปลอดภัยมีความสำคัญมากที่สุด รองลงมาเป็นด้านแสงสว่าง พื้นที่ว่างและความปลอดโปร่ง โดยลักษณะทางกายภาพของพื้นที่บำบัดของโรงพยาบาลศรีธัญญามีข้อจำกัดต่อการบำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ในประเด็นตำแหน่งการใช้งาน แสงสว่างภายในพื้นที่ เสียงรบกวนและความเป็นส่วนตัวที่มีการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันกับจิตเวชเด็ก โดยสาเหตุมาจากการใช้พื้นที่อาคารเดิมที่ไม่ได้ออกแบบหรือจัดการให้เอื้อต่อการบำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้า จึงควรมีการแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนตามการใช้งาน และเพิ่มบรรยากาศให้ผ่อนคลายเพื่อสะดวกต่อการเข้ารับบริการของผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น
Trihalomethane Formation Potentials From Effluent Of Different Wastewater Treatment Sources And Health Risk Assessment, Kangsadal Phlaengsattra
Trihalomethane Formation Potentials From Effluent Of Different Wastewater Treatment Sources And Health Risk Assessment, Kangsadal Phlaengsattra
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aimed to investigate the levels of THMs and THM formation potentials (THMFP) in treated wastewater originating from different sources i.e., domestic, food-processing industry and hospital, and to evaluate the maximum potential carcinogenic risk through dermal exposure. The samples from each source were collected three times between June and August 2023. Dissolved organic carbon (DOC), ultraviolet absorbance at 254 nm (UV254), and specific ultraviolet absorbance (SUVA) were evaluated from the samples prior to and after disinfection with chlorine over 7 days. The results found that the concentration of DOC was highest in hospital effluent, with an average value of …
Enhancing The Performance Of Federated Learning With Diffusion Models: Leveraging Synthetic Data To Address Non-Iid Data Challenges, Karin Huangsuwan
Enhancing The Performance Of Federated Learning With Diffusion Models: Leveraging Synthetic Data To Address Non-Iid Data Challenges, Karin Huangsuwan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In the context of machine learning in healthcare, federated learning (FL) is frequently seen as an effective approach to tackling issues of data privacy and distribution. Nonetheless, many real-world datasets exhibit non-identical and independently distributed (non-IID) characteristics, meaning that data features vary across different institutions. This non-IID nature presents challenges for FL model convergence, such as client drifting, where model weights lean towards local optima rather than global optimum. To address these issues, we introduce a new framework called "FedDrip (Federated Learning with Diffusion Reinforcement at Pseudo-site)," which leverages diffusion-generated synthetic data to mitigate data-related problems in non-IID settings. Our …
Effects Of Sio2 Coating On Activity Of Ru/Tio2 Catalyst For Co2 Methanation, Fasai Chaisalee
Effects Of Sio2 Coating On Activity Of Ru/Tio2 Catalyst For Co2 Methanation, Fasai Chaisalee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Hydrogenation of carbondioxide to methane has the potential to effectively decrease the release of excessive CO2 emissions. The Ru/TiO2-rutile catalyst has been previously reported as the best catalytic activity for methane generation under mild operating conditions. However, no catalyst has been developed that approaches the efficiency of this Ru/rutile. This study aims to develop a catalyst that can overcome the performance of the Ru/rutile catalyst. This work investigates Ru catalysts supported on TiO2 and core-shell TiO2@SiO2 catalysts with various phase structures and SiO2 thicknesses were prepared using incipient wetness impregnation of Ru precursor on TiO2 and core-shell TiO2@SiO2 supports. The …