Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 301 - 330 of 4697

Full-Text Articles in Entire DC Network

การปรับปรุงประสิทธิภาพและยกระดับระบบบริการทางการเงินผ่านการบูรณาการ Olap และ Oltp, ชนม์ชนก วงศ์อภัย Jan 2024

การปรับปรุงประสิทธิภาพและยกระดับระบบบริการทางการเงินผ่านการบูรณาการ Olap และ Oltp, ชนม์ชนก วงศ์อภัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ระบบการเงินในปัจจุบันต้องเผชิญกับการจัดการข้อมูลจำนวนมากในแต่ละวัน เช่น การสั่งซื้อสินค้า การชำระเงิน และการเติมเงินเข้าสู่ระบบ ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็วและความถูกต้องแม่นยำ ระบบดั้งเดิมที่ใช้ฐานข้อมูลประเภท OLTP ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลธุรกรรมแบบเรียลไทม์ แต่เมื่อปริมาณข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ระบบเริ่มประสบกับข้อจำกัดในด้านประสิทธิภาพ การใช้ทรัพยากรสูง และความซับซ้อนในการตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรองรับการทำงานพร้อมกันของหลายบริการ ทำให้ระบบต้องรับภาระที่มากขึ้นและส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการเรียกดูข้อมูล โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนาระบบใหม่ที่ผสานความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเข้ากับการประมวลผลธุรกรรมแบบเรียลไทม์ เพื่อลดข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและปรับปรุงการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบที่ออกแบบใหม่นี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน ช่วยให้การจัดทำรายงานและการตรวจสอบธุรกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยระบบสามารถดึงข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ แนวทางการบูรณาการระหว่างการประมวลผลแบบ OLTP และการจัดการข้อมูลแบบ OLAP ที่นำเสนอในโครงการนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระการทำงานของฐานข้อมูล แต่ยังทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความซับซ้อนสูงสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ โครงการยังได้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการเรียกดูข้อมูลโดยอิงจากแบบจำลองข้อมูล (Data Model) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลได้เองผ่านส่วนต่อประสานที่ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านฐานข้อมูล แอปพลิเคชันนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นภาพรวมของข้อมูล เลือกวิเคราะห์ในเชิงลึก และสร้างรายงานได้อย่างคล่องตัว จากการศึกษาและทดลองพบว่าการใช้งานฐานข้อมูลประเภท OLAP ร่วมกับ OLTP ช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียกดูข้อมูลที่มีปริมาณมากและซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของฐานข้อมูลดังเดิมที่เป็นประเภท OLTP ดังนั้นโครงการนี้จึงสามารถแก้ไขปัญหาที่พบในระบบเดิม ด้วยระบบที่สามารถดึงข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง พร้อมแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ด้วยตนเอง เพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำและคล่องตัว


การบริหารจัดการอาคารคาร์บอนต่ำ: ยุทธศาสตร์เพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร, จิรายุ รัตตประดิษฐ์ Jan 2024

การบริหารจัดการอาคารคาร์บอนต่ำ: ยุทธศาสตร์เพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร, จิรายุ รัตตประดิษฐ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้พลังงานในอาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ก่อให้เกิดความท้าทายสำคัญต่อความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ระบุว่า อาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ใช้พลังงานเฉลี่ย 225 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตรต่อปี ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ส่งผลให้การจัดการพลังงานในอาคารเป็นปัจจัยสำคัญต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การศึกษานี้ใช้แนวทางเชิงบูรณาการในการรวบรวมข้อมูลจากการวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอาคาร และการสำรวจพื้นที่จริงในกรุงเทพมหานคร โดยเน้นอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีการใช้พลังงานสูง กระบวนการศึกษารวมถึงการวิเคราะห์ระบบจัดการพลังงาน ระบบน้ำ ระบบแสงสว่าง และการจัดการขยะ พร้อมทั้งการเสนอแนะแนวทางปรับปรุงที่สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืน เช่น LEED และ TREES ผลการศึกษาพบว่าการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น IoT ระบบเซ็นเซอร์ และระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การจัดการน้ำ การใช้วัสดุรีไซเคิล และการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอาคาร ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร รวมถึงสร้างความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว และผลการศึกษานี้สามารถเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ เพื่อความยั่งยืนในมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในอนาคต


การพัฒนาระบบสำหรับการวิเคราะห์ความต้องการด้านความสามารถของผู้จัดการโครงการซอฟต์แวร์ในประเทศไทยตามกรอบงานพัฒนาความสามารถด้านการจัดการโครงการ, ธัญญา ธารากุล Jan 2024

การพัฒนาระบบสำหรับการวิเคราะห์ความต้องการด้านความสามารถของผู้จัดการโครงการซอฟต์แวร์ในประเทศไทยตามกรอบงานพัฒนาความสามารถด้านการจัดการโครงการ, ธัญญา ธารากุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

อาชีพการบริหารโครงการในประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีบุคคลจำนวนมากที่ประกอบอาชีพนี้อยู่ในปัจจุบันและอีกหลายคนที่ต้องการเข้ามาทำงานในสายอาชีพนี้ ความท้าทายหลักที่บุคลากรเหล่านี้พบคือการขาดแหล่งข้อมูลที่สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับเส้นทางการเติบโตในอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านทักษะและความสามารถที่จำเป็นต่อความสำเร็จในการทำงาน งานวิจัยนี้มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยใช้กรอบการพัฒนาความสามารถของผู้จัดการโครงการ หรือ เฟรมเวิร์กพีเอ็มซีดี (Project Manager Competency Development Framework หรือ PMCD Framework) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการจัดการโครงการ หรือ PMI ที่แบ่งความสามารถออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ความสามารถเชิงความรู้ (Knowledge Competence) ความสามารถเชิงปฏิบัติการ (Performance Competence) และความสามารถทางบุคลากร (Personal Competence) โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ที่สนใจในสายอาชีพผู้จัดการโครงการสามารถค้นคืนความสามารถที่เป็นที่ต้องการในตลาดงานของประเทศไทยในเอกสารรับสมัครงานได้ โดยใช้คำค้นสารสนเทศที่อ้างอิงมาจากพีเอ็มซีดีและพจนานุกรมของกูเกิล และนำผลลัพธ์ที่ได้มาทำการวิเคราะห์ว่าความสามารถใดเป็นที่ต้องการของผู้จ้างงาน ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลนี้จะทำให้ทราบถึงความต้องการด้านความสามารถของผู้จัดการโครงการซอฟต์แวร์ในประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถที่สำคัญและจำเป็นต่อสายอาชีพผู้จัดการโครงการ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่ประกอบอาชีพการจัดการโครงการและผู้ที่มีความสนใจจะเข้ามาประกอบอาชีพในสายงานนี้ได้มีแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาตนเองต่อไปอย่างถูกต้องและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: กรณีศึกษากรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, เจษฎาพร รอดพิพัฒน์ Jan 2024

การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: กรณีศึกษากรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, เจษฎาพร รอดพิพัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวางในระดับโลกและเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกประเทศต้องเผชิญ การบริหารจัดการและการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและต้องการการบริหารจัดการที่สร้างสรรค์และปรับตัวให้สถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและตรวจสอบโมเดลการวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรในกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จำนวน 173 คน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis: CFA) และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้แทนภาครัฐ ผู้แทนภาคประชาชน และผู้แทนภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการยืนยันตัวบ่งชี้องค์ประกอบสำคัญของภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ ผลการศึกษาพบว่าภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) จินตนาการ (2) วิสัยทัศน์ (3) ยืดหยุ่น (4) การกระจายอำนาจ และ (5) การสร้างผู้นำ จากผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า “วิสัยทัศน์” มีความสำคัญสูงสุดในการเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


Green Urbanisam And Human Well-Being In Developing Countries, Phenphit Boonhor Jan 2024

Green Urbanisam And Human Well-Being In Developing Countries, Phenphit Boonhor

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the relationship between green urbanism and human well-being in developing countries, focusing on the influence of individual and cultural values on the utilization of urban green spaces (UGS). As rapid urbanization transforms cities, there is a pressing need to address the environmental and health challenges that arise, particularly in regions with limited infrastructure and resources. The research highlights significant disparities between developed and developing nations regarding sustainability efforts, with developing countries facing increasing urban population growth alongside declining environmental conditions. Through a comprehensive literature review and empirical analysis, this study aims to elucidate how cultural perspectives on …


การพัฒนาแนวทางในการจัดทำกรอบการปล่อยสินเชื่อสีเขียวเพื่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, ศราวุธ โชคโสม Jan 2024

การพัฒนาแนวทางในการจัดทำกรอบการปล่อยสินเชื่อสีเขียวเพื่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, ศราวุธ โชคโสม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวทางการจัดทำกรอบการปล่อยสินเชื่อสีเขียว และข้อกำหนดในการเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว (Green loans) เพื่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และ 2) สร้างความรู้ความเข้าใจและสนับสนุนให้ SMEs เข้าถึงการเงินสีเขียวเพื่อความยั่งยืน โดยการทบทวน ศึกษาข้อมูลทุติยภูมิทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเส่วนเสีย (Stakeholder) อย่างน้อย 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และกลุ่มนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า แนวทางเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว และข้อกำหนดในการพิจารณาสินเชื่อสีเขียว (Green loans) ผู้ประกอบการ SMEs ต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นตามเกณฑ์ธนาคารพาณิชย์ กำหนด ได้แก่ ผลประกอบการมีกำไร ไม่มีประวัติเสียหายทางการเงิน จากนั้นจะใช้หลักการเชื่อสีเขียว (Green loan principle : GLP) และมาตรฐานการแบ่งประเภทกิจกรรมตามสี Thailand taxonomy มาเป็นเกณฑ์การคัดเลือกโครงการการ อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ จะมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ได้ เช่น กิจกรรมจากอุตสาหกรรม Brown เป็น Less Brown เป็นต้น


การศึกษาการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์กรณีศึกษา ระบบหาดสะกอม จังหวัดสงขลา, รัชดาภรณ์ พัฒนโภครัตนา Jan 2024

การศึกษาการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์กรณีศึกษา ระบบหาดสะกอม จังหวัดสงขลา, รัชดาภรณ์ พัฒนโภครัตนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันของระบบหาดสะกอม จังหวัดสงขลา และ 2) ศึกษาประสิทธิผลของโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง ต่อการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ของระบบหาดสะกอม จังหวัดสงขลา โดยมีพื้นที่ศึกษาครอบคลุมชายฝั่ง 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลเขารูปช้าง ตำบลเกาะแต้ว ตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอม มีระยะทางตามแนวชายฝั่งประมาณ 38.51 กม. ในการศึกษาครั้งนี้ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยใช้โปรแกรม Digital Shoreline Analysis System และวิธี End Point Rate วิเคราะห์หาอัตราการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ร่วมกับการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายออร์โธสี และภาพถ่ายจากดาวเทียม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538-2566 รวมระยะเวลา 28 ปี ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า พื้นที่ชายฝั่งทะเลส่วนใหญ่ของระบบหาดสะกอม จังหวัดสงขลา ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่คงสภาพ มีอัตราการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งเฉลี่ย 0.82 เมตรต่อปี มีอัตราการทับถมสูงสุด 18.9 เมตรต่อปี และมีอัตราการกัดเซาะสูงสุด 3.93 เมตรต่อปี โดยโครงสร้างป้องกันชายฝั่งซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งที่สำคัญได้แก่ เขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำนาทับ และเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำสะกอม ทำให้เกิดการทับถมของตะกอนด้านทิศใต้ และการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงด้านทิศเหนือ คือ 0.879 กม. และ 3.991 กม. ตามลำดับ


Exploring Sustainable Initiatives, Innovations, And Challenges In Sports Sustainability : A Case Study Of The Olympic Games, Suwanna Silpaarcha Jan 2024

Exploring Sustainable Initiatives, Innovations, And Challenges In Sports Sustainability : A Case Study Of The Olympic Games, Suwanna Silpaarcha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The progress of sustainability in sports mega-events have been more prominent than ever due to its substantial impact on society, the economy, and the environment. The Olympic Games’ immense magnitude has sparked apprehensions regarding their ecological and societal ramifications—increased energy usage and waste, transportation demands, new infrastructural constructions—which all have significant impacts on the environment and carbon emissions. Because of this, the IOC, host cities, and related sports authorities are constantly evolving and seeking innovative solutions towards sustainability while overcoming challenges faced. Given the importance of sustainable development in sports, this study examines sustainable approaches and solutions adopted by the …


การพัฒนาแผ่นปิดแผลที่มีโปรตีนกาวไหมและสารสกัดจากอบเชยสำหรับแผลติดเชื้อ, สิริพร ปิยะพันธ์ Jan 2024

การพัฒนาแผ่นปิดแผลที่มีโปรตีนกาวไหมและสารสกัดจากอบเชยสำหรับแผลติดเชื้อ, สิริพร ปิยะพันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โปรตีนกาวไหม (Silk sericin) เป็นโปรตีนจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากการสกัดรังไหมเอาเส้นใยไหม (Silk fibroin) ไปใช้ โปรตีนกาวไหมถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายในงานทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการนำส่งยา สเต็มเซลล์ การสร้างเนื่อเยื่อใหม่ แผ่นปิดแผล ในรูปแบบของ แผ่นฟิล์ม (film) ไฮโดรเจล (hydrogel) โครงเลี้ยงเซลล์ (scaffold) หรืออนุภาคระดับไมโคร/นาโน เป็นต้น ในงานวิจัยชิ้นนี้ผู้วิจัยมีความสนใจที่นำโปรตีนกาวไหมมาขึ้นรูปเป็นแผ่นปิดแผล ร่วมกับการใช้พอลิไวนิลแอลกอฮอล์และกลีเซอรีน ด้วยการเชื่อมขวาง 2 รูปแบบ คือ การเชื่อมขวางทางกายภาพโดยกระบวนการ freeze-thaw และการเชื่อมขวางทางเคมีด้วยสารเชื่อมขวางกลูตาราลดีไฮด์ (glutaraldehyde) และทำการศึกษาคุณสมบัติต่างๆ จากการศึกษา พบว่า แผ่นปิดแผลที่ขึ้นรูปได้ทั้ง 2 แบบ มีรูพรุนกระจายอยู่ทั่วทั้งแผ่น โครงสร้างภายในจับกันเป็นโครงข่ายได้เป็นอย่างดี ผลการวิเคราะห์หมู่ฟังก์ชัน ปรากฎว่า พบหมู่ amide I ที่ 1618-1640 cm-1 (C=O stretching) หมู่ amide II ที่ 1518-1638 cm-1 (N-H bending and C-N stretching) และ หมู่ amide III ที่ 1238 cm-1 (C-N and C=O stretching) จากแผ่นปิดแผลทุกชนิด โดยในแผ่นปิดแผลที่ใช้สารเชื่อมขวางกลูตาราลดีไฮด์จะพบ peak ที่2830 -3000 cm-1 ซึ่งแสดงถึงพันธะ C-H ของหมู่อัลดีไฮด์กับหมู่แอลคิล การทดสอบสมบัติเชิงกล (mechanical property) แสดงให้เห็นว่า การเชื่อมขวางทั้ง 2 วิธี ทำให้ค่ามอดูลัสของยัง (Young’s modulus) เพิ่มขึ้น แผ่นปิดแผลสามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้มากขึ้น และการเชื่อมขวางทางกายภาพยังทำให้ระยะยืดที่จุดขาด (elongation at break) ของแผ่นปิดแผลสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวระยะยืดที่จุดขาด (elongation …


การพัฒนาเท้าเทียมที่สามารถปรับ Roll-Over Shape สำหรับผู้พิการที่มีกิจวัตรประจำวันระดับต่ำถึงปานกลาง, ณิชนันทน์ ปิดทอง Jan 2024

การพัฒนาเท้าเทียมที่สามารถปรับ Roll-Over Shape สำหรับผู้พิการที่มีกิจวัตรประจำวันระดับต่ำถึงปานกลาง, ณิชนันทน์ ปิดทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เสนอการออกแบบเท้าเทียมแบบใหม่ที่สามารถปรับ Roll-over shape ได้สำหรับผู้พิการที่มีระดับกิจกรรมต่ำถึงปานกลาง เนื่องจากเท้าเทียมสำหรับผู้พิการที่ได้รับสิทธิเบิกจ่ายจากรัฐบาลจะเป็นเท้าเทียม SACH ซึ่งมีข้อจำกัดคือลักษณะฝ่าเท้าที่มีความแข็งและไม่สามารถงอข้อเท้าได้ จึงเป็นเหตุให้ผู้พิการมีลักษณะการเดินที่ไม่สมมาตร โดยเท้าเทียมวิจัยนี้จะสามารถปรับ Roll-over shape ตามความสูงของแต่ละบุคคล เพื่อพัฒนาความสมมาตรในการเดินให้ดีขึ้น การออกแบบเท้าเทียมจะคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ความยาวเท้า น้ำหนัก และส่วนสูง ซึ่งส่วนสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ Roll-over shape ดังนั้นเท้าเทียมจึงได้รับการพัฒนาให้สามารถปรับ Roll-over shape ได้เพื่อรองรับผู้พิการที่มีส่วนสูงที่แตกต่างกัน การทดสอบความแข็งแรงและ Roll-over radius ทำโดยวิธีการวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์ด้วยโปรแกรม ANSYS 2021R2 และมีการทดสอบการเดินกับผู้พิการจริงแบบ Single Pilot Study เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเท้าเทียมวิจัยกับความสมมาตรของการเดิน เท้าเทียมวิจัยนี้ถูกออกแบบให้สามารถปรับ Roll-over radius ได้ 289 297 และ 323 มม. ตามลำดับ และจากการทดสอบการเดินกับผู้พิการพบว่าดัชนีสมมาตรจะเพิ่มขึ้นเมื่อปรับเท้าเทียมให้มี Roll-over radius ที่มากขึ้น โดยมีค่าดัชนีความสมมาตรของ Roll-over radius 289 297 323 มม. และเท้า SACH คือ 0.03%, -0.77%, -7.12% และ -11.62% ตามลำดับ และค่าดัชนีความสมมาตรของ Step time สำหรับเท้าเทียมที่มี Roll-over radius 289 297 และ 323 มม. และเท้า SACH คือ -4.14%, -11.07%, -18.19% และ -21.30% ตามลำดับ และจากการทดสอบกับผู้พิการจริงพบว่าดัชนีความสมมาตรของเท้าเทียมที่มี Roll-over radius 289 มม. ดีกว่าเท้า SACH ในแง่ของ Roll-over radius และ Step time 99.7% …


Zero-Shot Adaptation Of Molecular Generative Adversarial Network For Specific Protein Targets, Ravipas Aphikulvanich Jan 2024

Zero-Shot Adaptation Of Molecular Generative Adversarial Network For Specific Protein Targets, Ravipas Aphikulvanich

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Drug discovery, crucial for identifying new potential drug candidates to treat diseases and improve health, is increasingly enhanced by deep learning approaches such as molecular generation models. However, creating drug candidates with desired properties, such as the quantitative estimate of drug-likeness (QED), synthetic accessibility (SA), and binding affinity (BA), remains a significant challenge, especially when training generative models for specific protein targets with limited pharmaceutical data. Addressing these challenges, this thesis presents Mol-Zero-GAN, a novel framework designed to generate drug candidates tailored to specific protein targets without additional data by employing zero-shot adaptation techniques and Bayesian optimization (BO). By fine-tuning …


Machine Learning Model For Skill Level Prediction Inmultiplayer Online Battle Arena, Vachirawit Pepatang Jan 2024

Machine Learning Model For Skill Level Prediction Inmultiplayer Online Battle Arena, Vachirawit Pepatang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The ranked matchmaking system in MOBA games like DotA 2 matches players with similar skill levels, enhancing enjoyment, fairness, and competitiveness. However, current MOBA ranking systems calculate a player's ranking based on match outcomes rather than the player's individual performance, resulting in unfairness for players who perform better or worse than the rest of the team. Therefore, it is necessary to use multiple match data to correctly rate players' skills. Additionally, boosting leads to players using accounts that do not match their actual skill level. This causes negative experiences for other players and ultimately makes the game less enjoyable. This …


การตรวจหารอยร้าวของสะพานจากการเสียรูปเนื่องจากน้ำหนักตัวเอง, ศุภณัฐ หวัง Jan 2024

การตรวจหารอยร้าวของสะพานจากการเสียรูปเนื่องจากน้ำหนักตัวเอง, ศุภณัฐ หวัง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สะพานเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญและเป็นส่วนหลักในการคมนาคมของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเป็นระยะเวลายาวนานจึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสียหายหรือชำรุดทรุดโทรม ระบบติดตามคุณภาพสะพานจึงถูกคิดค้นและนำมาใช้งานเพื่อตรวจสอบความผิดปกติของโครงสร้าง หนึ่งในระบบติดตามคุณภาพสะพานที่น่าสนใจคือการติดตั้งอุปกรณ์วัดมุมเอียงที่ใช้หลักการวัดมุมเอียงของโครงสร้างสะพาน โดยผู้วิจัยในอดีตได้มีการเสนอระเบียบวิธีที่ใช้ตรวจสอบและติดตามรอยร้าวที่เกิดบนโครงสร้างสะพานโดยใช้การทดสอบน้ำหนักบรรทุก ซึ่งแม้ว่าระเบียบวิธีดังกล่าวจะถูกพิสูจน์ว่าสามารถใช้งานได้ผ่านการใช้แบบจำลองไฟไนต์เอลิเมนต์ การทดสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อประเมินและติดตั้งเพื่อประเมินสะพานจริง ๆ พบว่าเมื่อเกิดรอยร้าวขนาดเล็กระเบียบวิธีดังกล่าวจะไม่สามารถระบุตำแหน่งของรอยร้าวนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญการทดสอบโดยใช้น้ำหนักบรรทุกจำเป็นต้องปิดการใช้งานสะพานชั่วคราวซึ่งใช้ทรัพยากรทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อเสนอระเบียบวิธีใหม่สำหรับติดตามรอยร้าวบนโครงสร้างสะพานโดยวิเคราะห์จากผลตอบสนองเนื่องจากน้ำหนักของโครงสร้างสะพานเองเพื่อคำนวณค่าดัชนีรอยร้าวซึ่งถูกเสนอขึ้นในการศึกษานี้ ทั้งนี้ค่าดัชนีรอยร้าวจะคำนวณจากมุมเอียงของโครงสร้างสะพานในสภาวะตั้งต้นเทียบกับสภาวะที่สะพานเกิดการแตกร้าวโดยมีการพิจารณาความละเอียดของอุปกรณ์วัดมุมเอียงที่ใช้ติดตั้งที่แตกต่างกันที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาศัยการจำลองรอยร้าวด้วยแบบจำลองไฟไนต์เอลิเมนต์ในงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าระเบียบวิธีดังกล่าวเมื่อใช้ร่วมกับดัชนีรอยร้าวสามารถพัฒนาระบบติดตามสภาพสะพานให้สามารถตรวจสอบรอยร้าวที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งานได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพโดยอาศัยเพียงน้ำหนักของตัวสะพานเอง


Multiple Face Detection And Recognition For System-On-Chip Fpgas, Siraphop Santiwiwat Jan 2024

Multiple Face Detection And Recognition For System-On-Chip Fpgas, Siraphop Santiwiwat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Recognizing multiple faces within a single frame or image presents a significant challenge in facial recognition tasks. This challenge demands robust algorithms capable of handling variations in facial position, unstable brightness, and the presence of accessories such as glasses or hats. However, in current surveillance applications, multiple face recognition is vital for maintaining various security measures. In such applications, there is a need for processors that are compact and deployable in diverse environments. FPGA is popular due to its compact size, cost-effectiveness, and high performance. In this thesis, we proposed the implementation of multiple face detection and recognition on an …


Mixed-Reality Learning Environment In Studio-Based Learning To Enhance Creative Problem-Solving For Architecture, Thadharphut Limapornvanitr Jan 2024

Mixed-Reality Learning Environment In Studio-Based Learning To Enhance Creative Problem-Solving For Architecture, Thadharphut Limapornvanitr

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research and development aim to 1) address the factor structure of creative problem-solving skills for undergraduate architecture students in Thailand. 2) identify what technology-fostered, mixed-reality learning environment for studio-based design learning could enhance the creative problem-solving of undergraduate architecture students in Thailand. 3) design and develop a mixed-reality learning environment in studio-based learning to enhance creative problem-solving for architecture. 4) define mixed-reality learning environments in studio-based learning to enhance creative problem-solving for architecture. Samples are a multistage random sampling of 655 undergraduate architecture students in Thailand. Three experts in the first phase validated the self-evaluation form. Nineteen undergraduate students …


การพัฒนารูปแบบโมไบล์เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกันร่วมกับเกมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมการรู้สารสนเทศดิจิทัลและการยึดมั่นผูกพันในการเรียนของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต, ชณทัต บุญชูวงศ์ Jan 2024

การพัฒนารูปแบบโมไบล์เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกันร่วมกับเกมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมการรู้สารสนเทศดิจิทัลและการยึดมั่นผูกพันในการเรียนของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต, ชณทัต บุญชูวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการรู้สารสนเทศดิจิทัลและการยึดมั่นผูกพันในการเรียน 2) เพื่อพัฒนารูปแบบโมไบล์เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกันร่วมกับเกมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมการรู้สารสนเทศดิจิทัลและการยึดมั่นผูกพันในการเรียนของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต 3) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบโมไบล์เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกันร่วมกับเกมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมการรู้สารสนเทศดิจิทัลและการยึดมั่นผูกพันในการเรียนของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต และ 4) เพื่อนำเสนอรูปแบบโมไบล์เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกันร่วมกับเกมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมการรู้สารสนเทศดิจิทัลและการยึดมั่นผูกพันในการเรียนของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการ คือนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตจำรวน 426 คน และผู้เชี่ยวชาญจำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้คือ 1) แบบสอบถามสภาพปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการรู้สารสนเทศดิจิทัลและการยึดมั่นผูกพันในการเรียนของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต 2) แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรูปแบบโมไบล์เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกันร่วมกับเกมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมการรู้สารสนเทศดิจิทัลและการยึดมั่นผูกพันในการเรียนของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนารูปแบบฯ คือ นักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต จำนวน 35 คน และผู้เชี่ยวชาญจำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) เว็บรูปแบบโมไบล์เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกันร่วมกับเกมิฟิเคชันฯ 2) แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบโมไบล์เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกันร่วมกับเกมิฟิเคชันฯ 3) แบบวัดการรู้สารสนเทศดิจิทัล 4) เกณฑ์ประเมินแบบรูบริคส์การรู้สารสนเทศดิจิทัล 5) แบบประเมินตนเองการยึดมั่นผูกพันในการเรียน 6) เกณฑ์ประเมินแบบรูบริคส์การยึดมั่นผูกพันในการเรียน 7) แบบสอบถามความคิดเห็นต่อการใช้รูปแบบโมไบล์เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกันร่วมกับเกมิฟิเคชันฯ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ (One-Way Repeated Measure ANOVA) ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1. รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมี 4 องค์ประกอบได้ แก่ 1) องค์ประกอบด้านกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบสอบร่วมกัน 2) องค์ประกอบด้านโมไบล์เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้ร่วมกัน 3) องค์ประกอบด้านเกมิฟิเคชัน และ 4) องค์ประกอบด้านการวัดและประเมินผล โดยมี 4 ขั้นตอนการเรียนรู้ได้แก่ 1) ขั้นที่ 1 การวางแผน 2) ขั้นที่ 2 การสืบสอบส่วนบุคคล 3) ขั้นที่ 3 การสืบสอบร่วมกัน และ 4) ขั้นที่ 4 ผลของกลุ่ม 2. ผลการทดลองการใช้รูปแบบฯ พบว่า 1) คะแนนเฉลี่ยการรู้สารสนเทศดิจิทัลหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำแสดงให้เห็นว่าคะแนนเฉลี่ยการรู้สารสนเทศดิจิทัลในแต่ละครั้งมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ …


การ์ดเกมในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงด้วยการเรียนรู้แบบค้นพบเพื่อส่งเสริมการรู้สิ่งแวดล้อม, จุติกรานต์ อังคพนมไพร Jan 2024

การ์ดเกมในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงด้วยการเรียนรู้แบบค้นพบเพื่อส่งเสริมการรู้สิ่งแวดล้อม, จุติกรานต์ อังคพนมไพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาและพัฒนาการ์ดเกมในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงด้วยการเรียนรู้แบบค้นพบเพื่อส่งเสริมการรู้สิ่งแวดล้อม 2) เพื่อศึกษาผลการใช้งานการ์ดเกมในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงด้วยการเรียนรู้แบบค้นพบเพื่อส่งเสริมการรู้สิ่งแวดล้อม กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 30 คนโดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purpose sampling) เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยได้แก่ การ์ดเกมในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง, แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ แบบประเมินคุณภาพการ์ดเกมฯ และแบบวัดการรู้สิ่งแวดล้อม สถิติที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test Dependent) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้ 1) การ์ดเกมที่พัฒนาขึ้นมีองค์ประกอบ ได้แก่ เนื้อหา การจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริง การ์ดเกม และการเรียนรู้แบบค้นพบ การพัฒนาการ์ดเกมในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงฯ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนได้แก่ การศึกษาเอกสาร การรวบรวมข้อมูล การสังเคราะห์ การพัฒนา การประเมิน และการปรับปรุงแก้ไข โดยผลการประเมินรับรองคุณภาพการ์ดเกมในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงด้วยการเรียนรู้แบบค้นพบ พบว่าภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับคุณภาพดีมาก (Mean=4.68, S.D.=0.51) 2) ผลการใช้การ์ดเกมในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงฯ พบว่าคะแนนเฉลี่ยความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยเจตคติด้านสิ่งแวดล้อม หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) ผลการศึกษาพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อม พบว่า หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


Valorization Of Spent Coffee Grounds As Feedstock For Biodiesel Production Using Supercritical Fluid Technology, Wirasinee Supang Jan 2024

Valorization Of Spent Coffee Grounds As Feedstock For Biodiesel Production Using Supercritical Fluid Technology, Wirasinee Supang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Spent coffee grounds (SCGs) is the solid residue generated during coffee brewing. The amount of SCGs tends to increase annually due to the growth of the coffee industry. The valorization of SCGs can reduce this huge waste by using SCGs as the feedstock for biodiesel production. This study used green technology for biodiesel production. To evaluate the potential of SCGs, the characterization of SCGs and the optimization of biodiesel production from SCGs using supercritical fluid technology were investigated. Moreover, to understand the possibility of biodiesel production from the SCGs process on an industrial scale, techno-economic analysis (TEA) was applied to …


การสังเคราะห์จีโอพอลิเมอร์พรุนฐานเถ้าลอยด้วยไมโครเวฟสำหรับดักจับคาร์บอนไดออกไซด์, คมชาญ มี้เจริญ Jan 2024

การสังเคราะห์จีโอพอลิเมอร์พรุนฐานเถ้าลอยด้วยไมโครเวฟสำหรับดักจับคาร์บอนไดออกไซด์, คมชาญ มี้เจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาการพัฒนาวัสดุจีโอพอลิเมอร์พรุนฐานเถ้าลอยด้วยไมโครเวฟ เพื่อประยุกต์ที่ใช้ในการดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยศึกษาผลของอัตราส่วนเถ้าลอยต่อสารกระตุ้นแอลคาไล (ร้อยละ 40:60, 50:50 และ 60:40 โดยน้ำหนัก) และกำลังไมโครเวฟ (200,400,600 และ 800 W) ที่ส่งผลต่อสมบัติทางกายภาพ เคมี และประสิทธิภาพการดูดแก๊สซับคาร์บอนไดออกไซด์ ผลการศึกษาพบว่าการเพิ่มกำลังไมโครเวฟทำให้วัสดุแข็งตัวเร็วขึ้น โดยสูตร FA60 แข็งตัวเร็วที่สุดที่ทุกระดับกำลังไมโครเวฟ การวิเคราะห์โครงสร้างของรูพรุนด้วยเทคนิค Micro CT-scan พบว่าความพรุนเพิ่มขึ้นตามกำลังไมโครเวฟ การวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพพบว่า FA40 มีความพรุนสูงสุด (36.88-71.34%) แต่มีกำลังอัดต่ำสุด (2.20-4.06 MPa) ในขณะที่ FA60 มีความพรุนต่ำสุด (24.59-46.64%) แต่มีกำลังอัดสูงสุด (10.75-29.02 MPa) สูตร FA50 มีพื้นที่ผิวจำเพาะสูงสุด (38.34-88.22 m²/g) และสามารถดูดซับ CO2 ได้สูงสุดที่ 50.15 mg CO2/g ของตัวดูดซับ ที่ 45°C การศึกษาพบว่าปริมาณเถ้าลอยที่สูงขึ้นส่งผลให้วัสดุมีความแข็งแรงสูงแต่มีความพรุนต่ำ ในขณะที่การเพิ่มกำลังไมโครเวฟทำให้เกิดความพรุนมากขึ้นแต่ความแข็งแรงลดลง โดยการสังเคราะห์ที่กำลังไมโครเวฟ 200-400 W ให้สมบัติเชิงกลที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการวิเคราะห์ขนาดรูพรุนเฉลี่ยพบว่า FA60 มีขนาดรูพรุนใหญ่ที่สุด (4.69-6.90 nm) ซึ่งอยู่ในช่วงวัสดุพรุนขนาดกลาง งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างองค์ประกอบและสภาวะการสังเคราะห์ที่ส่งผลต่อสมบัติของจีโอพอลิเมอร์พรุน และแสดงให้เห็นศักยภาพของการใช้ไมโครเวฟในการสังเคราะห์จีโอพอลิเมอร์พรุนสำหรับการประยุกต์ใช้ในการการดูดซับ CO2


การสังเคราะห์คาร์บอนดอตจากกรดแอสคอร์บิกที่เจือด้วยเฮเทอโรอะตอมด้วยไมโครเวฟเพื่อเป็นฟลูออเรสเซนต์เซ็นเซอร์สำหรับการตรวจวัดไอออนโลหะ, อัญธิกา บุญเรืองอนันต์ Jan 2024

การสังเคราะห์คาร์บอนดอตจากกรดแอสคอร์บิกที่เจือด้วยเฮเทอโรอะตอมด้วยไมโครเวฟเพื่อเป็นฟลูออเรสเซนต์เซ็นเซอร์สำหรับการตรวจวัดไอออนโลหะ, อัญธิกา บุญเรืองอนันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

คาร์บอนดอตถูกสังเคราะห์ได้จากการใช้กรดแอสคอร์บิกเป็นสารตั้งต้นด้วยวิธีการให้ความร้อนด้วยไมโครเวฟ (700 วัตต์ เป็นเวลา 3 นาที) โดยคาร์บอนดอตที่สังเคราะห์ได้ถูกเจือด้วยเฮเทอโรอะตอมของไนโตรเจน ซัลเฟอร์ ฟอสฟอรัส และโบรอน และผ่านการพิสูจน์ลักษณะเฉพาะโดยใช้เทคนิคฟูเรียร์ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรสโคปี กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน ยูวี-วิสิเบิลสเปกโทรโฟโตเมทรี ฟลูออเรสเซนต์สเปกโทรสโคปี รามานสเปกโทรสโคปี และเอ็กซ์เรย์โฟโตอิเล็กตรอนสเปกโทรสโคปี จากผลการวิเคราะห์พบว่าการเจือเฮเทอโรอะตอมมีอิทธิพลต่อสมบัติ และลักษณะเฉพาะเชิงแสงของคาร์บอนดอตผ่านการปรับโครงสร้างแกนกลางคาร์บอน และหมู่ฟังก์ชันที่พื้นผิว ทั้งนี้การเจือเฮเทอโรอะตอมเพิ่มความสามารถในการเรืองแสงสูงขึ้นโดยเฉพาะคาร์บอนดอตที่เจือด้วยไนโตรเจนแสดงประสิทธิภาพการเรืองแสงดีที่สุด อย่างไรก็ตามการเจืออะตอมมากกว่าสองชนิดกลับทำให้การเรืองแสงลดลง และไม่ช่วยเพิ่มโอกาสในการจับกับชนิดไอออนโลหะที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบคาร์บอนดอตที่เตรียมได้ทั้งหมด คาร์บอนดอตที่เจือด้วยไนโตรเจนเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการใช้งานตรวจวัดสารโดยอาศัยการเรืองแสง ซึ่งแสดงความสามารถในการตรวจจับไอออนโลหะชนิด โครเมียม(VI) และ เหล็ก(III) โดยสามารถระงับการเรืองแสงได้อย่างสมบูรณ์ และมีค่าต่ำสุดสำหรับการตรวจวัดอยู่ที่ 0.135 นาโนโมลาร์ และ 0.195 นาโนโมลาร์ ตามลำดับ โดยขนาดอนุภาคโดยเฉลี่ยของคาร์บอนดอตที่เจือด้วยไนโตรเจนมีเท่ากับ 13.27 นาโนเมตร มีค่าประสิทธิภาพควอนตัมการเรืองแสงที่ 4.56% ทั้งนี้ ค่าประสิทธิภาพควอนตัมการเรืองแสงสามารถเพิ่มสูงขึ้นถึง 7.43% เมื่อเพิ่มปริมาณความเข้มข้นของยูเรียในการสังเคราะห์


Winner Prediction Model For Basketball Matches Based On Statistical Data Of Teams, Players, And Line-Ups, Chanin Witheesawas Jan 2024

Winner Prediction Model For Basketball Matches Based On Statistical Data Of Teams, Players, And Line-Ups, Chanin Witheesawas

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

NBA league in the United States for professional basketball league is considered the world-famous basketball league with the highest money circulation. Basketball players around the world would rather join the league. Also, many entrepreneurs would like to become a sponsor of a basketball team in the NBA league to increase the business opportunities leading to higher revenue especially a sponsor of a team that wins the NBA championship more than other teams. Therefore, every NBA team must develop a proper strategic plan to win the NBA championship. Hence, it is the beginning of this thesis to use seven popular machine …


Streaming Image Classification Using Class-Wise Incremental Learning And Pre-Trained Convolution Neural Network, Kongkan Kalakan Jan 2024

Streaming Image Classification Using Class-Wise Incremental Learning And Pre-Trained Convolution Neural Network, Kongkan Kalakan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Learning in deep learning architectures for computer vision is a resource-intensive process. Although the accuracy of state-of-the-art models has improved over time, these methods still require significant time and memory to process large datasets, particularly in the context of streaming image data. The necessity to store and reprocess old data each time new data is introduced leads to inefficient resource usage. A more efficient approach is to learn from data in chunks and discard the previously processed data. However, this strategy often results in catastrophic forgetting. In this study, we propose a novel algorithm called CNN-SCIL, which enhances the Streaming …


3d-Printed Flexible Polyacrylamide/Alginate Gel Polymer Electrolyte For Zinc Ion Baterry, Napassorn Wongduangpa Jan 2024

3d-Printed Flexible Polyacrylamide/Alginate Gel Polymer Electrolyte For Zinc Ion Baterry, Napassorn Wongduangpa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Flexible and wearable electronic devices are gaining widespread popularity due to their portability and user-friendly design. These devices include electrical sensors, flexible displays, smart clothing, and on-body health monitoring devices. The demand for these devices depends on their ability to maintain flexibility, light weight, bending ability, twisting ability, and ease of portability, such as being foldable under intense usage conditions. These flexible and wearable electronics require a suitable power source, typically batteries. Zinc-ion batteries (ZIBs) are widely used due to their safety, cost-effectiveness, and environmental friendliness. However, ZIBs still face limitations in terms of flexible and durable electrolytes, which pose …


การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยานจากเมทิลเอสเทอร์ของกรดไขมันบนตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะคู่ฐานนิกเกิลบนซีโอไลต์ชนิดเบตาที่ผ่านการดัดแปรในเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดคงที่, นรธัช ฤทัยสิริโรจน์ Jan 2024

การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยานจากเมทิลเอสเทอร์ของกรดไขมันบนตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะคู่ฐานนิกเกิลบนซีโอไลต์ชนิดเบตาที่ผ่านการดัดแปรในเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดคงที่, นรธัช ฤทัยสิริโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบัน การบริโภคเชื้อเพลิงฟอสซิลสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายในมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากการเข้ามาแทนที่ของยานพาหนะไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดอุปทานส่วนเกินของไบโอดีเซลในอนาคต เพื่อรักษาสมดุลของตลาดน้ำมันปาล์ม ไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มจึงถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยาน ตามนโยบายขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศที่สนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน ในงานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นไปที่กระบวนการไฮโดรคอนเวอร์ชันของเมทิลเอสเทอร์ของกรดไขมันที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มไปเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยานสำหรับเครื่องบินโดยใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบเบดคงที่ เนื่องจากข้อจำกัดของตัวเร่งปฏิกิริยานิกเกิล ซึ่งมีแนวโน้มเกิดการเกาะกลุ่ม การเกิดไฮโดรจิโนไลซิสอย่างรุนแรง และการสะสมโค้กระหว่างกระบวนการ งานวิจัยนี้จึงได้ศึกษาการเติมแกลเลียม ในตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะคู่ บนตัวรองรับซีโอไลต์ชนิดเบตาที่ผ่านการปรับปรุงด้วยการชะด้วยกรด (beta-HF) โดยใช้สารละลายกรดไฮโดรฟลูออริก/แอมโมเนียมฟลูออไรด์ นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาผลของการเติมซีเรียม เพื่อใช้เป็นตัวสนับสนุนลงในตัวเร่งปฏิกิริยา NiGa/beta-HF เพื่อเพิ่มสมรรถนะของตัวเร่งปฏิกิริยา โดยทำการศึกษาที่อุณหภูมิ 360 องศาเซลเซียส ภายใต้ความดันแก๊สไฮโดรเจน 30 บาร์ ค่า WHSV 2.45 ชั่วโมง-1 และใช้อัตราการไหลของไฮโดรเจน 60 มิลลิลิตร/นาที จากการศึกษาพบว่าตัวเร่งปฏิกิริยา 5Ni5Ga-5Ce/beta-HF ให้สมรรถนะการเร่งปฏิกิริยาดีที่สุด โดยให้การเลือกเกิดเชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยานสูงถึง 41.6% มีอัตราส่วนไอโซ-/นอมัล-อัลเคนที่ 0.90 และปริมาณสารประกอบออกซิเจนต่ำสุดที่ 14.3% ส่งผลให้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ได้มีค่าความร้อนสูงสุดที่ 37.4 เมกะจูล/กิโลกรัม ซึ่งสามารถนำไปผสมกับน้ำมันอากาศยานเจ็ท A-1 ในสัดส่วน 10/90% โดยปริมาตรได้ โดยไม่ทำให้คุณภาพของน้ำมันอากาศยานเจ็ท A-1 ลดลง งานวิจัยนี้จึงถือเป็นแนวคิดที่มีศักยภาพสำคัญในการผลิตเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืนเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันอากาศยานเจ็ท A-1


การเตรียมและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุเชิงประกอบอะลูมินา-เรซินที่ขึ้นรูปด้วยการพิมพ์สามมิติแบบดิจิทัลไลท์โปรเซสซิงสำหรับงานด้านทันตกรรม, หัสวรรษ กันแก้ว Jan 2024

การเตรียมและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุเชิงประกอบอะลูมินา-เรซินที่ขึ้นรูปด้วยการพิมพ์สามมิติแบบดิจิทัลไลท์โปรเซสซิงสำหรับงานด้านทันตกรรม, หัสวรรษ กันแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัสดุเรซินได้รับความนิยมในงานทันตกรรม เนื่องจากการขึ้นรูปที่สะดวกและมีสมบัติคล้ายฟันธรรมชาติ การวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของการใช้ผงอะลูมินาที่มีขนาดอนุภาคต่างกันเพื่อปรับปรุงสมบัติของวัสดุเรซินสำหรับโฟโตพอลิเมอร์ โดยพัฒนาวัสดุเชิงประกอบอะลูมินา-เรซินด้วยกระบวนการพิมพ์สามมิติแบบดิจิทัลไลท์โปรเซสซิง โฟโตพอลิเมอร์เรซินมีสัดส่วน 100, 90, 85 และ 80 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร โดยเติมอนุภาคอะลูมินาขนาด 0.4, 0.7 และ 2 ไมครอน ผลการทดสอบความหนืดพบว่าวัสดุเชิงประกอบที่เหมาะสมคือโฟโตพอลิเมอร์เรซิน 85 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร และอะลูมินา 15 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร โดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติแบบดิจิทัลไลท์โปรเซสซิง การวิเคราะห์สมบัติต่างๆ แสดงให้เห็นว่าชิ้นงานตัวอย่างที่มีอนุภาคอะลูมินาขนาด 0.7 ไมครอน มีความโปร่งแสงสูงที่สุดและการเปลี่ยนแปลงสีบนผิวชิ้นงาน (วัดจากพื้นหลังสีดำ-ขาวได้ค่าต่ำที่สุด 3.91) ในขณะที่อนุภาคขนาด 0.4 ไมครอนมีความโปร่งแสงต่ำสุด (0.90) สำหรับความต้านแรงดัดวัสดุที่มีอนุภาค 0.7 ไมครอนแสดงค่าความต้านแรงดัดสูงสุดที่ 80.86 MPa ขณะที่อนุภาคขนาด 2 ไมครอนแสดงความต้านแรงดัดต่ำสุดที่ 55.04 MPa ขนาดของอนุภาคอะลูมินามีผลสำคัญต่อสมบัติของวัสดุเชิงประกอบอะลูมินา-เรซินในงานทันตกรรม นอกจากนี้ การทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์แสดงให้เห็นว่าวัสดุนี้มีความใกล้เคียงกับวัสดุเรซินทันตกรรมทางการค้า ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพในการพัฒนาและใช้งานในอนาคต


การศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดในกระบวนการอบยาง, สิรวิชญ์ โพธิ์ระหง Jan 2024

การศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดในกระบวนการอบยาง, สิรวิชญ์ โพธิ์ระหง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บริษัท สยามมิชลิน จำกัด (โรงงานพระประแดง) จังหวัดสมุทรปราการ มุ่งมั่นในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในกระบวนการผลิตยางรถยนต์ การผลิตยางรถยนต์และยางรถจักรยานยนต์มีการใช้น้ำจำนวนมากในกระบวนการผลิต จึงเป็นเหตุให้เกิดน้ำเสียจำนวนมากตามมาเช่นกัน น้ำเสียเหล่านี้จะถูกส่งเข้าระบบบำบัดน้ำเสียแบบเลี้ยงตะกอนเร่งเพื่อบำบัดและมีสมบัติได้ตามมาตรฐานน้ำทิ้ง แนวทางในการลดการปล่อยน้ำเสียหลังการบำบัดแล้วสู่สาธารณะ คือ การนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดเหล่านี้กลับมาใช้เพื่อสามารถหมุนเวียนทรัพยากรให้กลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และยังสอดคล้องกับแผนการบริหารด้านความยั่งยืนในการจัดการสิ่งแวดล้อมของบริษัทอีกทางหนึ่งด้วย ในงานวิจัยนี้จึงศึกษาความเป็นไปได้ในการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการอบยาง โดยศึกษาและปรับปรุงประสิทธิภาพอัตราการไฟล (%Recovery) ของระบบรีไซเคิลรีเวอร์สออสโมซิสแบบขั้นตอนเดียวด้วยสารกรองแก้ว (AFM®ng) พบว่ามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากเป็นร้อยละ 64 จากนั้นศึกษาเปรียบเทียบความเป็นไปได้ของโครงการระหว่างระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอน (Double-pass RO) มีร้อยละผลตอบแทนของโครงการ (%ROI) และระยะเวลาคืนทุน (Payback period) เท่ากับ ร้อยละ 242, 1.22 ปีและระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอนร่วมกับระบบการกรองระดับอัลตร้า (UF-RO/RO) เท่ากับร้อยละ 189, 1.97 ปีตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอน (Double-pass RO) มีผลตอบแทนด้านการลงทุน (ROI) ที่ดีที่สุด และระยเวลาการคืนทุนที่เร็วกว่า แม้ว่าระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอนร่วมกับระบบการกรองระดับอัลตร้า (UF-RO/RO) จะมีคุณภาพน้ำดีกว่า แต่เมื่อพิจารณาต้นทุนแล้ว พบว่าไม่แตกต่างกันมากนัก เนื่องจากระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอน (Double-pass RO)มีร้อยละผลตอบแทนการลงทุนที่ดีที่สุด และระยะเวลาคืนทุนเร็วกว่า บริษัทฯ จึงเลือกใช้ระบบนี้ในการผลิตน้ำป้อนเข้าสู่หม้อต้มไอน้ำ ส่งผลให้สัดส่วนการใช้น้ำประปาในการอบยางลดลงร้อยละ 26 สัดส่วนการใช้น้ำรีไซเคิลเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 42 และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดดอกไซด์ได้ 111.63 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี


การพัฒนาเครื่องมือวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน, จินต์สิรี ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา Jan 2024

การพัฒนาเครื่องมือวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน, จินต์สิรี ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาเครื่องมือวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน (Customer experience in virtual event marketing communication หรือ CEVEM) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างกรอบแนวคิด (Conceptualization) ประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน 2) พัฒนาเครื่องมือวัด (Measurement) ประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน ที่มีความเที่ยง (Reliability) และความตรง (Validity) และ 3) ทดสอบความไม่แปรเปลี่ยน (Invariance) ของเครื่องมือวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนที่พัฒนาขึ้น ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ที่สื่อสาร โดยงานวิจัยได้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (Mixed methods) เริ่มต้นจากการวิเคราะห์เอกสาร (Documentary analysis) และสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interviews) กับนักวิชาการ 6 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม 6 ท่าน จากนั้นจึงได้เก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey research) กับกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับชมการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนจำนวน 453 คน ผลการวิจัยจากการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory factor analysis) พบว่า มาตรวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนประกอบไปด้วย 6 มิติ อันได้แก่ 1) ประสบการณ์ความใหม่ 2) ประสบการณ์ความสัมพันธ์ 3) ประสบการณ์ความลื่นไหล 4) ประสบการณ์ปัญญา 5) ประสบการณ์อารมณ์ และ 6) ประสบการณ์กายภาพ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาคอยู่ที่ .97 จึงถือได้ว่า มาตรวัดนี้มีความเที่ยง และจากการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory factor analysis) พบว่า โมเดลที่พัฒนาขึ้นมีความตรงเชิงโครงสร้าง นอกจากนั้น ผลการทดสอบความไม่แปรเปลี่ยนยังแสดงให้เห็นว่า มาตรวัดที่สร้างขึ้นนั้น ไม่มีความแปรเปลี่ยนตามประเภทผลิตภัณฑ์ โดยสามารถใช้ได้ในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนทั้งประเภทผลิตภัณฑ์และการบริการ (Generalizability) และสุดท้าย การทดสอบอิทธิพลชี้ให้เห็นว่า ประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนนั้น ส่งอิทธิพลเชิงบวกต่อทั้งทัศนคติต่อตราสินค้า (Brand attitude) และความพึงพอใจต่องานอีเวนต์ (Event satisfaction) ตามลำดับ


Chinese Consumers’ Perception Of Thailand As A Tourism Destination Via Xiaohongshu Platform, Zihuan Xu Jan 2024

Chinese Consumers’ Perception Of Thailand As A Tourism Destination Via Xiaohongshu Platform, Zihuan Xu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines how prior travel experience, demographic factors, and user-generated content (UGC) on Xiaohongshu collectively influence Chinese consumers’ perceptions of Thailand as a tourist destination, with a focus on shopping. Consumer perception is analyzed across four dimensions: cognition, emotion, language, and behavior. The findings reveal that prior travel experience has the most significant impact, with those who have visited Thailand showing more positive perceptions across all dimensions compared to those who have not. Demographic factors, such as age and occupation, also play a role, particularly in influencing language. Exposure to Xiaohongshu UGC primarily affects the behavioral dimension, enhancing purchase …


Effect Of Pgi And Edd Gene Deletion In Escherichia Coli K12 On Production Of Poly(3-Hydroxybutyrate) And Copolymer Poly(3-Hydroxybutyrate-Co-3-Hydroxyvalerate), Jittakan Pachimsawat Jan 2024

Effect Of Pgi And Edd Gene Deletion In Escherichia Coli K12 On Production Of Poly(3-Hydroxybutyrate) And Copolymer Poly(3-Hydroxybutyrate-Co-3-Hydroxyvalerate), Jittakan Pachimsawat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The biomaterial poly(3-hydroxybutyrate) (PHB) is a promising alternative renewable and green polymer. In this research, we incorporated deletion of phosphogluconate dehydratase (edd) and phosphoglucose isomerase (pgi) in E. coli for PHB production for the first time. As a result, the edd mutant harboring pBSKCABA-04 reached the highest PHB production of 93.0%wt with 7.55 g/L PHB concentration at 30 hours of cultivation. A specific production rate of 0.21 h-1 and maximum productivity of 0.25 g/L.h were obtained using glucose as a sole carbon source. On the other hand, deletion of pgi gene only recovered the cell growth but did not promote …


กองทัพอากาศและการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย, ธนรัตน์ ไพจิตร Jan 2024

กองทัพอากาศและการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย, ธนรัตน์ ไพจิตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์ศึกษาภาพรวมความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในภาพรวม รวมถึงการศึกษาเชิงเปรียบเทียบกับ 4 ประเทศ ที่มีรายได้ปานกลางตามคำนิยามของธนาคารโลก ได้แก่ สาธารณรัฐตุรกี สาธารณรัฐบราซิล สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีผลงานในการผลิตอากาศยานที่ใช้ในทางทหาร โดยอาศัยเนื้อหาจากการค้นคว้าวิจัยทางเอกสารที่สามารถสืบค้นได้ทางอิเล็กทรอนิกส์ และการวิจัยภาคสนามผ่านบทสัมภาษณ์เชิงลึกจากข้าราชการทหารอากาศและหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ จากการวิจัย พบว่ากองทัพอากาศมีแนวทางและโครงการที่สอดคล้องกับการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในหลายประเด็น ทั้งโครงการในอดีตที่ผ่านมาแล้ว และแนวทางการดำเนินโครงการต่อไปในอนาคต ล้วนเป็นความตั้งใจให้เกิดการพึ่งพาตนเองมากยิ่งขึ้น แต่ในอดีตอาจพบปัญหาอยู่บ้าง เช่น การพัฒนาโครงการที่ไม่ต่อเนื่อง ทำให้หลายโครงการไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร แต่ในเมื่อมีสมุดปกขาวฉบับใหม่ที่ระบุรายละเอียดโครงการต่าง ๆ อย่างชัดเจนขึ้นแล้ว จึงต้องรอดูในอนาคตว่าสามารถปฏิบัติได้ตามแผนหรือไม่ และจะมีการปรับเปลี่ยนตามผู้บริหารหน่วยงานหรื่อไม่เช่นกัน