Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (911)
- Medicine and Health Sciences (729)
- Education (403)
- Psychology (255)
- Arts and Humanities (250)
-
- Communication (233)
- Communication Technology and New Media (233)
- Mass Communication (233)
- Nursing (197)
- Educational Assessment, Evaluation, and Research (183)
- Sociology (148)
- Public Health (145)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (108)
- Business (105)
- Physical Sciences and Mathematics (92)
- Mental and Social Health (90)
- Other Mental and Social Health (88)
- Economics (84)
- Medical Sciences (84)
- Sports Sciences (78)
- Architecture (77)
- Engineering (66)
- Dentistry (65)
- Criminology (61)
- Social Justice (61)
- Fine Arts (53)
- English Language and Literature (50)
- Urban, Community and Regional Planning (48)
- Geriatric Nursing (46)
- Computer Sciences (45)
Articles 931 - 960 of 2655
Full-Text Articles in Entire DC Network
ประสบการณ์การแสดงตัวตนของมารดาในหอผู้ป่วยกุมารเวชบำบัดวิกฤตระหว่างการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะการหายใจล้มเหลว, ปวันรัตน์ ชินบุตร์
ประสบการณ์การแสดงตัวตนของมารดาในหอผู้ป่วยกุมารเวชบำบัดวิกฤตระหว่างการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะการหายใจล้มเหลว, ปวันรัตน์ ชินบุตร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายการแสดงตัวตนของมารดาในหอผู้ป่วยกุมารเวชบำบัดวิกฤตระหว่างการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะการหายใจล้มเหลว โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพตามแนวคิดปรากฏการณ์วิทยาของ Husserl ผู้ให้ข้อมูลหลักคือมารดาที่ดูแลผู้ป่วยเด็กอย่างต่อเนื่องตามเกณฑ์การคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงจำนวน 6 ราย เก็บข้อมูลโดยวิธีการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีการของ Colaizzi ผลการศึกษาวิจัยทำให้สามารถอธิบายประสบการณ์การการแสดงตัวตนของมารดา ได้เป็น 2 ประเด็นหลัก คือ 1. “การดูแลด้วยหัวใจความเป็นมารดา” ประกอบไปด้วย 2 ประเด็นย่อยคือ 1) การดูแลอย่างใส่ใจเป็นพิเศษด้วยความรักจากหัวใจมารดา และ 2) การดูแลพร้อมความหวังและกำลังใจให้ลูกหายป่วย 2. “ความรู้สึกผลักดันและคงไว้ซึ่งการดูแลของมารดาที่ตั้งใจทำให้ลูก” ประกอบไปด้วย 2 ประเด็นย่อย คือ 1) หัวใจของการเป็นแม่กับอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อลูกในภาวะวิกฤต และ 2) พยายามอยู่ใกล้ลูกให้เหมือนเดิมเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นจากแม่ ผลการวิจัยสะท้อนถึงการแสดงตัวตนของมารดาที่มีความสัมพันธ์กันระหว่าง การดูแลด้วยหัวใจความเป็นมารดาที่เกิดจาก ความรัก ความใส่ใจในการดูแลอย่างเป็นพิเศษเพื่อบุตรของตนเองฟื้นหายจากความเจ็บป่วย ส่งผลให้เกิดความรู้สึกผลักดันที่ทำให้มารดาคงไว้ซึ่งการดูแลบุตรแม้อยู่ในภาวะวิกฤตเพื่อให้บุตรได้รับความรักความอบอุ่นจากมารดาเหมือนเดิมก่อนการเจ็บป่วย ข้อค้นพบเหล่านี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนการพยาบาลเพื่อส่งเสริมการแสดงตัวตนของมารดา รวมถึงการวิจัยในอนาคตต่อไป
การสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม : ชุด “ความฝันที่เติมเต็ม”, เอกชัย วรรณแก้ว
การสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม : ชุด “ความฝันที่เติมเต็ม”, เอกชัย วรรณแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยและสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ ผู้วิจัยเป็นผู้พิการทางด้านการเคลื่อนไหวตั้งแต่กำเนิด จึงได้รับแรงบันดาลใจจากความทรงจำในอดีตจนถึงปัจจุบันของผู้วิจัยที่แสนเจ็บปวด โดยได้รับผลกระทบจาก แรงกดดันในตัวเอง และจากสังคมรอบข้าง ทำให้มีความต้องการที่จะสะท้อนความเป็นจริงของสังคม สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำ สิทธิคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส อันเนื่องมาจากปัญหาสังคม เช่น ความยากจน การขาดโอกาสทางการศึกษา การเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เป็นต้น จากผลกระทบดังกล่าว ทำให้ผู้พิการบางคนไม่ได้รับสิทธิเท่าเทียมเหมือนคนปกติ ถึงแม้ว่าผู้พิการจะมีความรู้ความสามารถแต่เข้าไม่ถึงโอกาสขั้นพื้นฐานก็ไม่สามารถที่จะได้ทำงานเหมือนคนปกติได้ โดยถ่ายทอดผลงานวิจัยผ่านการสร้างสรรค์งานศิลปะเซอร์เรียลลิสม์ (Surrealism) ที่มีรูปแบบการนำเสนอสาระหรือเรื่องราวในอดีต ที่มีผลต่อจิตใจของศิลปิน มักจะนำเสนอผลงานในด้านลบ เพื่อเป็นการสั่งสอนหรือเสียดสีสังคม เป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดผ่านการรับรู้ด้วยจิตใจหรือความคิดฝัน มีมิติด้านกาลเวลาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน การศึกษาพบว่า ผลงานศิลปะที่ผู้วิจัยได้ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบเซอร์เรียลลิสม์ (Surrealism) ทำให้ผู้วิจัยมีการพัฒนาด้านความสามารถที่ใช้เพียงปาก คอ และเท้า ในการสร้างสรรค์งานศิลปะเพิ่มมากขึ้น และส่งเสริมให้มีการสร้างสรรค์ผลงานที่ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกอันเจ็บปวดจากอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงความจริงของผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากจิตใจมาตลอดชีวิต สามารถเป็นกระบอกเสียงผ่านงานสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เพื่อให้สังคมได้เห็นค่าของผู้พิการ จนสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติระหว่างคนปกติกับผู้พิการได้ไม่มากก็น้อย ให้ผู้พิการได้ยืนอยู่ในสังคมเดียวกันอย่างเท่าเทียม และเป็นการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อย่างยั่งยืน
English Absolute Clauses In Context Of Fiction: The Study Of Unaugmented And Augmented Absolute Clauses In Harry Potter And The Philosopher's Stone And Harry Potter And The Chamber Of Secrets, Chayapol Khaphaeng
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates the reasons for the different frequencies of unaugmented and the augmented absolutes. It also presents in-depth analyses on their syntactic, semantic, and pragmatic aspects in the context of fiction. The data were collected from Harry Potter and the Philosopher’s Stone and Harry Potter and the Chamber of Secrets, the first two books of the bestselling Harry Potter series. The findings of the study reveal that syntax, semantics, and pragmatics play an interrelated role in determining the way the absolute clauses appear in fiction. Syntactically, the structure of both unaugmented and augmented absolute clauses, with the majority of …
Job Satisfaction, Grit And Associated Factors Of Job Satisfaction Among Thai Working Adults Who Are Currently Undertaking Their Graduate Studies In Thailand, Somchat Visitchaichan
Job Satisfaction, Grit And Associated Factors Of Job Satisfaction Among Thai Working Adults Who Are Currently Undertaking Their Graduate Studies In Thailand, Somchat Visitchaichan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Whether in health care or business organizations, most individuals spend a large part of their lives at work attempting to be successful therefore an understanding of factors involved in job satisfaction is relevant to improving the well - being of a large number of individuals in an important aspect of their lives. The basic premises underlying the study of job satisfaction, grit, and associated factors of job satisfaction among Thai working adults who are currently undertaking their graduate studies in Thailand is the belief that increasing job satisfaction will improve well-being of individuals, increase productivity and thus the effectiveness of …
A Path Analysis Model Of Mobility Among Persons With Hip Fracture After Surgery, Chanipa Yoryuenyong
A Path Analysis Model Of Mobility Among Persons With Hip Fracture After Surgery, Chanipa Yoryuenyong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This correlational study aimed to 1) investigate mobility and 2) examine direct and indirect paths of relationships among comorbidity, cognitive function, social support, pain, fatigue, and sleep quality on mobility among persons with hip fracture after surgery. The hypothesized model was constructed based on the theory of unpleasant symptoms and the literature reviewed. A three-stage random sampling approach was utilized to recruit 260 persons with hip fracture after surgery aged 50 years old and older who visited four hospitals in three health regions of Thailand. Research measurements consisted of the demographic data form, Charlson Comorbidity Index, General Practitioner Assessment of …
Cross-Cultural Adaptation And Psychometric Properties Of The Thai Version Of The Pain Anxiety Symptoms Scale-20 (Pass-20) And The Patient-Reported Outcomes Measurement Information System Short Form-Anxiety 8a (Promis-Anx-8) In Individuals With Chronic Low Back Pain, Panithi Charoenthaweekaew
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Context: Anxiety plays an important role in the management of chronic pain. The Patient-Reported Outcomes Measurement Information System Short Form v1.0 – Anxiety 8a (PROMIS SF v1.0 - Anxiety 8a) and the Pain Anxiety Symptoms Scale-20 (PASS-20) have been developed for assessing general anxiety and pain-specific anxiety, respectively.Objective: To cross-culturally adapt the PROMIS SF v1.0 - Anxiety 8a and PASS-20 into Thai versions (T-PROMIS-Anx8a and T-PASS-20, respectively) and evaluate their psychometric properties in individuals with chronic low back pain (CLBP).Methods: The adaptations were performed using the Functional Assessment of Chronic Illness Therapy (FACIT) translation guidelines. Thai individuals with CLBP completed …
แนวทางการกำหนดโทษที่เหมาะสมสำหรับผู้กระทำความผิดที่ถูกทารุณกรรมในขณะเป็นเด็ก, ศาตพร ซอโสตถิกุล
แนวทางการกำหนดโทษที่เหมาะสมสำหรับผู้กระทำความผิดที่ถูกทารุณกรรมในขณะเป็นเด็ก, ศาตพร ซอโสตถิกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการกำหนดโทษที่เหมาะสมสำหรับผู้กระทำผิดที่ถูกทารุณกรรมในขณะเป็นเด็ก โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ผู้กระทำความผิดเป็นเหยื่อการทารุณกรรมมาก่อนในการกำหนดโทษ จากการศึกษาพบว่า ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศประสบปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวค่อนข้างมาก รวมทั้งการทารุณกรรมเด็กโดยบิดา มารดา หรือผู้อื่นที่ดูแลเด็กในทางความเป็นจริง เด็กที่ถูกทารุณกรรมในครอบครัวมักไม่ได้รับความช่วยเหลือและถูกทารุณกรรมเป็นระยะเวลานาน การที่เด็กถูกทารุณกรรมทำให้เด็กเกิดความเจ็บป่วยทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตในระยะยาว ซึ่งมีส่วนส่งผลให้เด็กตัดสินใจกระทำความผิดในอนาคตต่อผู้ที่ทารุณกรรมตน อย่างไรก็ตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมายอาญาของไทยยังไม่มีเหตุยกเว้นความผิด เหตุยกเว้นโทษ เหตุลดโทษ และเหตุบรรเทาโทษที่ผู้กระทำผิดที่ถูกทารุณกรรมในขณะเป็นเด็กจะสามารถอ้างได้ เมื่อผู้กระทำความผิดที่ถูกทารุณกรรมในขณะที่เป็นเด็กกระทำความผิดต่อผู้ที่เคยทารุณกรรมตน จึงต้องรับโทษเต็มตามที่กฎหมายกำหนดโดยไม่มีการคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ผู้กระทำความผิดเคยถูกทารุณกรรมมาก่อน ในต่างประเทศ ผู้กระทำผิดที่ถูกทารุณกรรมในขณะเป็นเด็กสามารถอ้างป้องกัน บันดาลโทสะ หรือไม่สามารถควบคุมตนเองได้ภายใต้หลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ซึ่งการอ้างเช่นว่าจะส่งผลให้ศาลสามารถยกข้อเท็จจริงที่ผู้กระทำความผิดเคยถูกทารุณกรรมมาก่อนมาประกอบการกำหนดโทษได้ หากประเทศไทยกำหนดให้เหตุที่ผู้กระทำความผิดเคยถูกทารุณกรรมมาก่อนเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ก็จะทำให้ศาลสามารถกำหนดโทษโดยพิจารณาถึงเหตุที่ผู้กระทำความผิดถูกทารุณกรรมมาก่อนได้ เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้กระทำความผิดที่ถูกทารุณกรรมในขณะที่เป็นเด็กและเพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมมากขึ้น
Chemical Constituents Of The Rhizomes Of Stemona Curtisii Hook F. And Their Biological Activities, Olusola Idowu
Chemical Constituents Of The Rhizomes Of Stemona Curtisii Hook F. And Their Biological Activities, Olusola Idowu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Eighteen compounds were obtained from hexane and dichloromethane extracts from the rhizomes of Stemona curtisii Hook f. Their chemical structures were determined by extensive spectroscopic studies including 1D and 2D NMR, MS, UV, IR, and comparison with data from the literature. Sixteen compounds were known compounds namely stemonal (SC1), erythrinasinate (SC2), a mixture of stigmasterol and b-sitosterol (SC3), 6-deoxyclitoriacetal (SC4), stemonacetal (SC5), 11-hydroxy-2,3,6,9-tetramethoxy[1]benzopyrano[3,4-b][1]benzopyran-12(6H)-one (SC6), a mixture of diastereomer of clitoriacetal (SC7), 1,7-dihydroxy-3-methoxyxanthone (SC8), pratensein (SC9), genistein (SC10), a mixture of clitoriacetal and 6-deoxyclitoriacetal (SC11), clitoriacetal (SC12), nervosin (SC13), caviunin (SC14), clitoriacetal 11-O-b-D-glucopyranoside (SC15) and daidzein (SC16). Two new rotenoid glycosides …
Music Therapy For Addressing Impulsivity Among Children And Adolescents : A Scoping Review Of The Literature, Peeraya Saion
Music Therapy For Addressing Impulsivity Among Children And Adolescents : A Scoping Review Of The Literature, Peeraya Saion
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Impulsivity is a major symptom of several emotional and behavioral disorders that affect children and adolescents. Uncontrolled impulsivity can hinder normal development in many different areas, making it important to find proper interventions to address impulsive behaviors. Music therapy has been considered an effective approach to managing impulsivity, and a comprehensive review of relevant articles can guide the profession and promote the expanded application of music therapy to address impulsive behavioral issues. Thus, this paper aims to identify the characteristics of studies that have investigated the use of music therapy for addressing impulsivity in children and adolescents. A scoping review …
The Impact Of Oppo's Brand Equity On Purchasing Intentions Of Thai Consumers, Xiaoyuhui Yang
The Impact Of Oppo's Brand Equity On Purchasing Intentions Of Thai Consumers, Xiaoyuhui Yang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Among the objective of this research are to study the brand equity and purchase intention of Oppo consumers and the relationship between brand equity and the purchase intention of Oppo consumers. The total number of participants in this study is two hundred and forty-two Thai consumers aged 18-45, who were required to complete the online questionnaire. The result portraited that, in general, Thai consumers’ perception toward the Oppo brand’s equity is positive with an average mean value (M = 3.25). There are four detentions under brand equity, esteem received the highest mean score (M = 3.4), and differentiation received the …
Sit-To-Stand Ability With Dual Task Among Older Adults With Mild Cognitive Impairment, Perayut Chimsuwan
Sit-To-Stand Ability With Dual Task Among Older Adults With Mild Cognitive Impairment, Perayut Chimsuwan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Sit to stand (STS) is the basic mobility related to the quality of life. Older adults with mild cognitive impairment (MCI) have a movement pattern change in motor function. Moreover, the dual task can interfere with cognitive ability, leading to reduced motor performance. However, there was a lack of evidence of movement time, kinematics, and kinetics while performing STS tasks. This study aims to evaluate the STS ability in older adults with and without MCI while performing in single and dual conditions. This study was cross-sectional. Seventy older adults (35 older adults with MCI and 35 controls) participated in this …
Effects Of Structural Priming And Lexical Residual Activation On The Acquisition Of The English “Noun + Relative Clause” By L1 Chinese Learners, Xueli Li
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigated L1 Chinese learners’ acquisition of the English “Noun + Relative Clause” based on Structural Priming (SP) (Bock, 1986; Bock, 1989; Bock & Griffin, 2000) and Lexical Residual Activation (LRA) (Cleland, 2003; Levelt et al., 1999). It was hypothesized that, based on SP, when L1 Chinese learners were primed by the English “Noun + Relative Clause”, when the priming and the target structures shared different head nouns, they would produce more “Noun + Relative Clause” than when they were primed by the English “Adj + Noun”, and the priming effect was significant. Also, based on SP and LRA, …
Fdi Spillover Channels On Chinese Provincial Economic Growth, Yiqing Wang
Fdi Spillover Channels On Chinese Provincial Economic Growth, Yiqing Wang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
China has been opened to the world over several years and make great success in economic growth. Most of the previous literatures have analyzed the determinants of economic growth and the effect of FDI on economic growth in China. However, seldom of them analyze the relationship of FDI and its spillover effect on economic growth through R&D and human capital channels using provincial data. The study employs provincial panel data during period 2006-2018 to estimate the relationship of FDI, FDI spillover from R&D and human capital, R&D, and human capital on economic growth under the consideration of Special economic Zone …
'Gangnam Beauty' Drama: The Representation Of Lookism In South Korea, Nindya Puteri Arum
'Gangnam Beauty' Drama: The Representation Of Lookism In South Korea, Nindya Puteri Arum
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Lookism is a new concept related to the discrimination. It is often described as a physical attractiveness discrimination, where as individual that is up to the beauty standard and considered as attractive are being treated differently than those who is considered ‘unattractive’. The purpose of this study is to analyze the lookism in the daily life in ‘Gangnam Beauty’ drama and how the beauty standard reflected in the daily life can be toxic to certain points using the representation theory of Stuart Hall and the critical discourse analysis to analyze the data through scenes, dialogues and characters. The result of …
The Inhibitory Effect Of Combined Human Cathelicidin With Antibiotics On Antibiotic-Resistant Cutibacterium Acnes, Rakwaree Sriharat
The Inhibitory Effect Of Combined Human Cathelicidin With Antibiotics On Antibiotic-Resistant Cutibacterium Acnes, Rakwaree Sriharat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Cutibacterium acnes is one of the major factors involved in the pathogenesis of acne vulgaris which sometimes develops antibiotic resistance particularly clindamycin- and doxycycline-resistant C. acnes. In this study, human cathelicidin (LL-37) which is a type of human antimicrobial peptide against a wide range of microorganisms was used. We investigated the antimicrobial activity of LL-37 on C. acnes isolated from patients with acne at the King Chulalongkorn Hospital using broth microdilution. Moreover, the synergistic effects of LL-37 with clindamycin and doxycycline were investigated using checkerboard microdilution, and time-killing assays. The cytotoxicity of LL-37 was also evaluated by MTT assay. The …
Effects Of Using Self-Directed Learning To Foster Lifelong Learning Attitudes Of Functional Literacy Facilitators, Leakhena Orn
Effects Of Using Self-Directed Learning To Foster Lifelong Learning Attitudes Of Functional Literacy Facilitators, Leakhena Orn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aimed to 1) investigate the effects of self-directed learning on lifelong learning attitudes of functional literacy facilitators; and to 2) propose recommendations for using self-directed learning to foster lifelong learning. The research used quantitative method by employing quasi-experimental design where pre-test and post-test are employed to explore whether self-directed learning activities would foster lifelong learning attitudes of functional literacy facilitators in the five aspects. With subject group consisted of 37 functional literacy facilitators who were working as teachers in functional literacy programs in Cambodia. Moreover, an in-depth interview with 5 adult educators has been employed to propose recommendations …
Effect Of Vernonia Cinerea Lozenges As A Smoking Cessation Aid In Patients With Non-Communicable Diseases, Krittin Bunditanukul
Effect Of Vernonia Cinerea Lozenges As A Smoking Cessation Aid In Patients With Non-Communicable Diseases, Krittin Bunditanukul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: This study aims to investigate the effect of Vernonia Cinerea (VC) lozenges on smoking cessation when compared with a placebo. Methods: This study is designed as a randomized, paralleled, double-blinded, controlled trial. Ninety-three patients who are the age 18 years or over at five hospitals and two community pharmacies were randomized to receive VC lozenges (n=45) or placebo (n=48) for 12 weeks. The primary outcome in this study is the continuous abstinence rate (CARs) at 4 and 12 weeks after the quit date. Results: There was no statistically significant difference in CARs rates at week 4 in the study …
มาตรการรอการกำหนดโทษและรอการลงโทษจำคุกเพื่อป้องกันสังคม, วิวรรธน์ ดำรงค์กุลนันท์
มาตรการรอการกำหนดโทษและรอการลงโทษจำคุกเพื่อป้องกันสังคม, วิวรรธน์ ดำรงค์กุลนันท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ทำการศึกษา “มาตรการรอการกำหนดโทษและรอการลงโทษจำคุกเพื่อป้องกันสังคม” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอรูปแบบมาตรการรอการกำหนดโทษและรอการลงโทษจำคุกที่ควรจะเป็นเพื่อป้องกันสังคม จากการศึกษาพบว่า มาตรการรอการกำหนดโทษและรอการลงโทษจำคุกในส่วนของมาตรา 56 และมาตรา 57 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกรณีอื่น ๆ ยังไม่มีความสมดุลระหว่างประโยชน์ของผู้เสียหายและความปลอดภัยของสังคมกับสิทธิ เสรีภาพ และโอกาสของผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังไม่มีความสมดุลระหว่างความปลอดภัยของสังคมตามหลักป้องกันสังคม (social protection principle) กับสิทธิ เสรีภาพ และโอกาสของผู้กระทำความผิด สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาความไม่สมดุลดังกล่าวข้างต้นขึ้นมาคือ ณ ปัจจุบันกระบวนทัศน์หลัก (major paradigm) เกี่ยวกับมาตรการนี้ยังคงอยู่ในยุครัฐสวัสดิการ (welfare state era) ที่สิทธิ เสรีภาพ และโอกาสของผู้กระทำความผิดในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาได้เฟื่องฟูเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นกรณีที่มาตรการนี้ได้คำนึงถึง “สิทธิ เสรีภาพ และโอกาสของผู้กระทำความผิด” เป็นสำคัญ ส่งผลให้มาตรการนี้ทั้งในด้านบทบัญญัติ (law) และการปรับใช้บทบัญญัติ (application of law) ตั้งอยู่บนฐานความคิดของสิทธิ เสรีภาพ และโอกาสของผู้กระทำความผิดเป็นหลัก สภาวะเช่นนี้จึงก่อให้เกิดผลกระทบที่สำคัญตามมาคือ “ความไม่ปลอดภัยแก่สังคม” วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ควรปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์หลักเกี่ยวกับมาตรการรอการกำหนดโทษและรอการลงโทษจำคุกจากยุครัฐสวัสดิการสู่ยุคสังคมแห่งความเสี่ยง (social era of risk) ที่วงการนิติศาสตร์ได้มีการตั้งข้อสังเกต ตระหนัก และให้ความสำคัญกับความเสี่ยงอันเป็นผลมาจากการมีอยู่และการปรับใช้มาตรการนี้อย่างจริงจังเนื่องจากนักนิติศาสตร์มีความวิตกกังวลว่าผลที่เป็นภยันตราย (การประกอบอาชญากรรม) จากการมีอยู่และการปรับใช้มาตรการนี้จะเกิดขึ้นกับตนเอง ประชาชน และ/หรือสังคม ซึ่งเป็นกรณีที่มาตรการนี้ได้คำนึงถึง “ความปลอดภัยของสังคม” เป็นสำคัญ ส่งผลให้มาตรการนี้ทั้งในด้านบทบัญญัติและการปรับใช้บทบัญญัติจะตั้งอยู่บนฐานความคิดของการป้องกันสังคมตามหลักป้องกันสังคมเป็นหลัก เพื่อจำกัด ควบคุม และป้องกันไม่ให้เกิดการประกอบอาชญากรรมขึ้นในอนาคต สภาวะเช่นนี้ย่อมก่อให้เกิดผลดีตามมาคือ “ความปลอดภัยแก่สังคม” นอกจากข้อเสนอแนะดังกล่าวข้างต้นแล้ว วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้นำเสนอรูปแบบมาตรการนี้ที่ควรจะเป็นเพื่อป้องกันสังคม ซึ่งหากมีการนำรูปแบบดังกล่าวข้างต้นไปปรับใช้ จะช่วยสร้างความปลอดภัยแก่สังคมมากยิ่งขึ้น
นวัตกรรมการบริหารวิชาการสู่การพัฒนากรอบความคิดผู้ประกอบการของนักเรียนมัธยมศึกษา, ปรเมศวร์ ชรอยนุช
นวัตกรรมการบริหารวิชาการสู่การพัฒนากรอบความคิดผู้ประกอบการของนักเรียนมัธยมศึกษา, ปรเมศวร์ ชรอยนุช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิดการบริหารวิชาการและวิเคราะห์องค์ประกอบกรอบความคิดผู้ประกอบการของนักเรียนมัธยมศึกษา 2) ศึกษาระดับกรอบความคิดผู้ประกอบการของนักเรียนมัธยมศึกษา 3) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารวิชาการสู่การพัฒนากรอบความคิดผู้ประกอบการของนักเรียนมัธยมศึกษา 4) พัฒนานวัตกรรมการบริหารวิชาการสู่การพัฒนากรอบความคิดผู้ประกอบการของนักเรียนมัธยมศึกษา โดยใช้การวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ แบ่งเป็น 4 ระยะ ประชากร คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวม 2,360 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมศึกษา จำนวน 400 โรงเรียน ได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้นและการสุ่มอย่างง่าย ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 973 คน ผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้างานหลักสูตร และครู จำนวน 1,031 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมิน แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความต้องการจำเป็น การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันและการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดการบริหารวิชาการ ประกอบด้วย (1) ด้านการพัฒนาหลักสูตร (2) ด้านการจัดการเรียนการสอนและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ และ (3) ด้านการวัดประเมินผล 2) องค์ประกอบกรอบความคิดผู้ประกอบการนักเรียนมัธยมศึกษา มี 8 องค์ประกอบหลัก ประกอบด้วย (1) มีความมุ่งมั่นตั้งใจ (2) มีแรงบันดาลใจสู่เป้าหมายที่พึงประสงค์และความสำเร็จ (3) มีความกล้าเสี่ยง (4) มีภาวะผู้นำตนเอง (5) มีความกระตือรือร้นในการแสวงหาโอกาส (6) มีความอดทนต่อความไม่ชัดเจน (7) มีความยืดหยุ่นและฟื้นคืนพลัง และ (8) มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรม 2) ระดับกรอบความคิดผู้ประกอบการของนักเรียนมัธยมศึกษา พบว่า มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด และมีความกล้าเสี่ยง มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด 3) ผลการจัดลำดับความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารวิชาการสู่การพัฒนากรอบความคิดผู้ประกอบการของนักเรียนมัธยมศึกษา พบว่า การจัดการเรียนการสอนและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ มีลำดับความต้องการจำเป็นสูงที่สุด รองลงมาคือ การวัดประเมินผล และการพัฒนาหลักสูตร 4) แนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารวิชาการประกอบด้วย 23 …
การพัฒนากระบวนการชี้แนะชีวิตเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคและความสามารถทางอารมณ์สำหรับผู้ใหญ่วัยทำงาน, ณัฐธิกา ศรีมกุฎพันธุ์
การพัฒนากระบวนการชี้แนะชีวิตเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคและความสามารถทางอารมณ์สำหรับผู้ใหญ่วัยทำงาน, ณัฐธิกา ศรีมกุฎพันธุ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์เชิงยืนยันองค์ประกอบของความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคของ Paul G. Stoltz และความสามารถทางอารมณ์ของ Daniel Goleman 2) เพื่อพัฒนากระบวนการชี้แนะชีวิตเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคและความสามารถทางอารมณ์สำหรับผู้ใหญ่วัยทำงาน 3) เพื่อจัดทำแนวทางสำหรับการนำกระบวนการชี้แนะชีวิตเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคและความสามารถทางอารมณ์สำหรับผู้ใหญ่วัยไปใช้ โดยกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ 1) ผู้ใหญ่วัยทำงาน จำนวน 300 คน 2) ผู้ใหญ่วัยทำงานที่เข้าร่วมกระบวนการชี้แนะชีวิตฯ จำนวน 30 คน 3) ผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนจากผู้ใหญ่วัยทำงานที่เข้าร่วมโปรแกรมจำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบประเมินความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคและความสามารถทางอารมณ์ของผู้ใหญ่วัยทำงาน แบบสังเกตพฤติดรรมผู้รับการชี้แนะระหว่างการเข้าร่วมกระบวนการ แบบบันทึกรายละเอียดกระบวนการชี้แนะชีวิต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยายและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ส่วนข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการวิเคราะห์เอกสารใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า 1) การวิเคราะห์เชิงยืนยันองค์ประกอบของความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคของ Paul G. Stoltz และความสามารถทางอารมณ์ของ Daniel Goleman พบว่าการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคและความสามารถทางอารมณ์ของผู้ใหญ่วัยทำงาน หลังจากปรับค่าความคลาดเคลื่อนระหว่างสองตัวแปรโดยใช้ค่าสถิติดัชนีการปรับโมเดลรวม จำนวน 17 คู่ ผลวิเคราะห์แบบจำลองของความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคและความสามารถทางอารมณ์มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์อยู่ในเกณฑ์ดี 2) กระบวนการชี้แนะชีวิตเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคและความสามารถทางอารมณ์สำหรับผู้ใหญ่วัยทำงาน มีทั้งหมด 3 ระยะ ประกอบด้วย (1) ระยะการเตรียมการก่อนการชี้แนะชีวิต (2) การชี้แนะชีวิตเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคและความสามารถทางอารมณ์ ซึ่งมีทั้งหมด 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ระบุความต้องการหรือปัญหาที่ต้องการแก้ไข ขั้นตอนที่ 2 สอบถามข้อมูลที่เป็นจริงในปัจจุบัน และค้นหาขอบเขตของสิ่งที่เกิดขึ้น ขั้นตอนที่ 3 ร่วมกันเลือกวิธีการที่จะทำให้บรรลุความต้องการ ขั้นตอนที่ 4 ร่วมกันออกแบบวิธีดำเนินการและวิธีการติดตามผล และ ขั้นตอนที่ 5 ร่วมกันติดตามผลและประเมินผลที่เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้รับการชี้แนะได้ประเมินตนเอง (3) ระยะที่ 3 หลังการชี้แนะ ประเมินผลการทดลองใช้กระบวนการ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีระดับคะแนนความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคและความสามารถทางอารมณ์หลังการเข้าร่วมโปรแกรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมทุกคน และ 3) แนวทางการนำกระบวนการชี้แนะชีวิตเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคและความสามารถทางอารมณ์สำหรับผู้ใหญ่วัยทำงานไปใช้มีประเด็นสำคัญ 3 ด้านได้แก่ (1) การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในกระบวนการ (2) การส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการใช้กระบวนการ (3) การส่งเสริมการติดตามและประเมินผลกระบวนการ
ผลของการฝึกเสริมด้วยเทคนิคแอบโดมินอลเบรซซิ่ง ที่มีต่อความมั่นคงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและสมรรถภาพการขว้างในนักกีฬาเทนนิสชาย, ภาวิต ศาสตรศิริภูมิ
ผลของการฝึกเสริมด้วยเทคนิคแอบโดมินอลเบรซซิ่ง ที่มีต่อความมั่นคงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและสมรรถภาพการขว้างในนักกีฬาเทนนิสชาย, ภาวิต ศาสตรศิริภูมิ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการฝึกเสริมด้วยเทคนิคแอบโดมินอลเบรซซิ่ง ที่มีต่อความมั่นคงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ความสมดุลในการทรงท่า และสมรรถภาพการขว้างในนักกีฬาเทนนิสชาย กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเทนนิสในช่วงอายุ 14 - 18 ปี ที่มีการทำงานแบบไม่สมดุลกันของกล้ามเนื้อ จำนวน 20 คน ปัจจุบันฝึกซ้อมอยู่ที่ Troops tennis academy และศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย จึงได้กลุ่มตัวอย่างจาก Troops tennis academy เป็นกลุ่มที่ 1 (กลุ่มทดลอง) และ กลุ่มตัวอย่างจาก ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี เป็นกลุ่มที่ 2 (กลุ่มควบคุม) กลุ่มที่ 1 ทำการฝึกเสริมด้วยเทคนิคแอบโดมินอลเบรซซิ่ง 3 ครั้ง/สัปดาห์ ร่วมกับการฝึกปกติ และกลุ่มที่ 2 ทำการฝึกปกติ ใช้ระยะเวลาในการฝึก 6 สัปดาห์ ทำการทดสอบสมรรถภาพในการขว้าง ความมั่นคงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว และความสมดุลในการทรงท่าก่อนการฝึก และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ผลทางสถิติ วิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของตัวแปรภายในกลุ่มโดยใช้สถิติ Paired t – test /Wilcoxon signed ranks test ผลการวิจัยพบว่า ในกลุ่มทดลองมีความมั่นคงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวในกลุ่ม Trunk flexor และ Trunk lateral flexor (Rt.) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ความสมดุลในการทรงท่าในมุม Dorsal view ในส่วนของสะโพกขวา สะโพกซ้าย และข้อเท้าขวาที่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ในกลุ่มควบคุมมีสมรรถภาพในการขว้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ความมั่นคงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวในกลุ่ม Trunk lateral flexor (Lt.) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ความสมดุลในการทรงท่าในมุม Dorsal view ในส่วนของ สะโพกขวา …
การออกแบบเรขศิลป์ในสิ่งแวดล้อมพื้นที่สำนักงานร่วมแบ่งปัน จากแนวคิดไบโอฟิลเลีย สำหรับเจเนอเรชั่นวาย, ศศิกาญจน์ นารถโคษา
การออกแบบเรขศิลป์ในสิ่งแวดล้อมพื้นที่สำนักงานร่วมแบ่งปัน จากแนวคิดไบโอฟิลเลีย สำหรับเจเนอเรชั่นวาย, ศศิกาญจน์ นารถโคษา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การออกแบบเรขศิลป์ในสิ่งแวดล้อมพื้นที่สำนักงานร่วมแบ่งปันจาก แนวคิดไบโอฟิลเลีย สำหรับเจเนอเรชั่นวาย มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาแนวคิดไบโอฟิลเลียและพฤติกรรมของเจเนอเรชั่นวาย พัฒนาสู่องค์ประกอบทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับพื้นที่สำนักงานร่วมแบ่งปัน ผู้วิจัยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน (Mix Methods Research) ระหว่างวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ มีการศึกษาแนวคิดไบโอฟิลเลีย ในเชิงการออกแบบเรียกว่า การออกแบบไบโอฟิลลิค เป็นการเอาธรรมชาติมาเป็นศูนย์กลางของการออกแบบ หลังจากนั้นผู้วิจัยได้ใช้เครื่องมือแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างเจเนอเรชั่นวาย จำนวน 411 ชุด และแบบสัมภาษณ์กลุ่มเจเนอเรชั่นวาย ที่เป็นสมาชิกของสำนักงานร่วมแบ่งปัน ในขอบเขตของโครงการจำนวน 10 คน เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่สำนักงานร่วมแบ่งปันในแต่ละโซน สรุปได้ว่า 1) ส่วนต้อนรับ ต้องการกระตือรือร้น จากบรรยากาศน้ำตกมากที่สุด ร้อยละ 56.84 2) สำนักงานร่วมแบ่งปัน ต้องการให้เป็นพื้นที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ จากบรรยากาศชายหาดมากที่สุด ร้อยละ 62.77 3) สำนักงานส่วนตัว ต้องการความเป็นส่วนตัว จากบรรยากาศภูเขามากที่สุด ร้อยละ 70.75 4) ห้องประชุม ต้องการให้เป็นพื้นที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ จากบรรยากาศชายหาดมากที่สุด ร้อยละ 64.57 5) พื้นที่ทานอาหาร ต้องการการกระตุ้นความอยากอาหาร จากบรรยากาศชายหาดมากที่สุด ร้อยละ 68.52 6) คาเฟ่ ต้องการความผ่อนคลาย จากบรรยากาศชายหาดมากที่สุด ร้อยละ 70.12 7) ส่วนพักผ่อน ต้องการความผ่อนคลาย จากบรรยากาศชายหาดมากที่สุด ร้อยละ 65.21 8) ห้องสมุด ต้องการความสงบ จากบรรยากาศภูเขามากที่สุด ร้อยละ 72.90 9) ห้องปริ้นเตอร์และห้องโทรศัพท์ ต้องการบรรยากาศสะดวกสบายจากภูเขามากที่สุด ร้อยละ 76.59 สรุปผลการวิจัยด้าน การพัฒนาแนวคิดไบฟิลเลียสู่องค์ประกอบทางเรขศิลป์ สำหรับสำนักงานร่วมแบ่งปัน โดยองค์ประกอบทางเรขศิลป์ ดังนี้ 1) ความกระตือรือร้น ใช้เส้นประแนวเฉียง รูปทรงธรรมชาติ และ พื้นผิวขรุขระไม่สม่ำเสมอ 2) ความกระฉับกระเฉง ใช้เส้นนำสายตา จุดหลายขนาด และรูปร่างอิสระ 3) ความสะดวกสบาย ใช้เส้นคลื่นรูปร่างโค้งวงกว้าง และจุดค่อยๆกระจายตัว 4) …
ความเครียดของนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่เรียนกวดวิชาเพื่อสอบเข้ามัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์, วิจิตราภรณ์ สมชัย
ความเครียดของนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่เรียนกวดวิชาเพื่อสอบเข้ามัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์, วิจิตราภรณ์ สมชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความเครียดมาจากหลายสาเหตุระหว่างที่เรียน ซึ่งหนึ่งในความเครียดหลักคือการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย โดยนักเรียนจะเตรียมตัวและพยายามอย่างมากเพื่อเข้าศึกษาในโรงเรียนมัธยมปลายที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากโรงเรียนดังกล่าวอาจช่วยให้พวกเขาได้เข้าสู่มหาวิทยาลัย คณะ และอาชีพในฝันดังที่ตั้งใจไว้ ทำให้ผู้วิจัยสนใจศึกษาระดับความเครียดและความสัมพันธ์ของปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนกวดวิชาเพื่อสอบเข้าชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โดยทำการวิจัยเชิงพรรณนา ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเพื่อเก็บข้อมูลจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 312 คน ซึ่งเรียนกวดวิชาภายในตึกมาบุญครองและตึกสยามสเคปเพื่อสอบเข้าสอบโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว ครอบครัว การเรียน การสอบแข่งขัน เพื่อนและสิ่งแวดล้อม และแบบวัดความเครียดสวนปรุงซึ่งเป็นแบบวัดที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในการวัดความเครียดของคนไทย ซึ่งในการศึกษานี้ผู้วิจัยเลือกใช้ฉบับปรับปรุงโดยชัยชนะ นิ่มนวล และภควัฒน์ วงษ์ไทย จำนวน 22 ข้อ ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างถูกวิเคราะห์ด้วยสถิติ Chi-square test, Logistic regression, และ Independent t-test ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความเครียดในระดับรุนแรงร้อยละ 62.82 รองลงมาคือระดับความเครียดสูง ระดับเล็กน้อยและระดับปานกลางเท่ากับร้อยละ 14.74, 12.50, และ 9.94 ตามลำดับ โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ เพศ อายุ หนี้สินในครอบครัว ความสัมพันธ์กับครอบครัว การเรียนที่ส่งผลต่อความเครียด เหตุผลที่เลือกโรงเรียนเนื่องมาจากครอบครัวแนะนำให้สอบเข้า รวมถึงมาลองข้อสอบหรือมาสอบตามเพื่อน และระดับความพึงพอใจในการเตรียมตัวของตนเอง สำหรับปัจจัยที่สามารถทำนายความเครียดสูงของนักเรียน ได้แก่ นักเรียนเพศหญิง ครอบครัวมีหนี้สิน การเรียนส่งผลต่อความเครียด ความพึงพอใจในการเตรียมตัวระดับปานกลาง และเหตุผลในการเลือกโรงเรียนคือการมาลองสอบหรือการมาสอบตามเพื่อน โดยสรุปแล้วนักเรียนกลุ่มนี้มีความเครียดระดับสูงถึงรุนแรงเนื่องจากการสอบแข่งขันเพื่อเข้าสู่โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีศักยภาพสูงมีความหมายต่ออนาคตของพวกเขา ดังนั้น ผู้เรียนเอง ครอบครัว เพื่อน ครู และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรให้การส่งเสริมดูสุขภาพจิตและคอยดูแลตรวจสอบเกี่ยวกับความเครียดของนักเรียนด้วย
ผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้กิจกรรมพิลาทิสร่วมกับการบริหารสมองที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดหลากหลายของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ธัญญารัตน์ สีน้ำคำ
ผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้กิจกรรมพิลาทิสร่วมกับการบริหารสมองที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดหลากหลายของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ธัญญารัตน์ สีน้ำคำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษา โดยใช้กิจกรรม พิลาทิสร่วมกับ การบริหารสมองที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และทักษะการคิดหลากหลายของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ระหว่างกลุ่มทดลองที่ได้รับการจัดกิจกรรมพิลาทิสร่วมกับการบริหารสมอง และกลุ่มควบคุมที่ได้รับ การจัดการเรียนรู้พลศึกษาแบบปกติ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 40 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มทดลอง 20 คน และกลุ่มควบคุม 20 คน โดยเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ดำเนินการทดลองระยะเวลา 8 สัปดาห์ ๆ 1 วัน วันละ 50 นาที เครื่องมือในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้กิจกรรม พิลาทิสร่วมกับการบริหารสมอง จำนวน 8 แผน แบบทดสอบก่อนและหลังการเรียนรู้ ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทางพลศึกษา และแบบทดสอบทักษะการคิดหลากหลาย ทำการทดสอบโดยวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้ คุณธรรม เจตคติ ทักษะกีฬา และสมรรถภาพทางกาย และแบบทดสอบทักษะการคิดหลากหลาย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบ ความแตกต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนด้วยค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดหลากหลายหลังการทดลองของกลุ่มทดลองที่ได้รับการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้กิจกรรมพิลาทิสร่วมกับการบริหารสมองที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดหลากหลายสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดหลากหลายหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมพิลาทิสร่วมกับการบริหารสมองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 สูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมที่ได้รับการจัดการเรียนรู้พลศึกษาแบบปกติหลังการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การพัฒนาหลักสูตรกรีฑาตามหลักการเสริมสร้างแรงจูงใจและเจตคติของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ณัฐสุชน บัวมีธูป
การพัฒนาหลักสูตรกรีฑาตามหลักการเสริมสร้างแรงจูงใจและเจตคติของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, ณัฐสุชน บัวมีธูป
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการจำเป็น ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหลักสูตรกรีฑาตามหลักการเสริมสร้างแรงจูงใจและเจตคติของนักเรียนมัธยมตอนต้น 2. เพื่อพัฒนาหลักสูตรกรีฑาตามหลักการเสริมสร้างแรงจูงใจและเจตคติของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น 3. เพื่อตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรกรีฑาตามหลักการเสริมสร้างแรงจูงใจและเจตคติของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มตัวอย่างจำนวน 484 คน คือ ผู้บริหาร ครูพลศึกษา และนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรกรีฑาตามหลักการเสริมสร้างแรงจูงใจและเจตคติของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น สำหรับผู้บริหารและครูพลศึกษา มีค่าความสอดคล้องอยู่ในช่วง 0.60 – 1.00 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ และสำหรับนักเรียน มีค่าความสอดคล้องอยู่ในช่วง 0.90 – 1.00 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ และแบบตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรพัฒนาหลักสูตรกรีฑาตามหลักการเสริมสร้างแรงจูงใจและเจตคติของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้บริหารประเมินให้มีระดับสภาพปัญหาอยู่ในระดับปานกลางและความต้องการจำเป็นอยู่ในระดับมากที่สุด ครูพลศึกษาประเมินให้มีสภาพปัญหาอยู่ระดับปานกลางและความต้องการจำเป็นอยู่ในระดับมาก และนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นประเมินให้มีสภาพปัญหาอยู่ระดับปานกลางและความต้องการจำเป็นอยู่ในระดับมาก 2. การนำเสนอร่างหลักสูตรกรีฑาตามหลักการเสริมสร้างแรงจูงใจและเจตคติของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ประกอบด้วย หลักการและจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ วิสัยทัศน์ของโรงเรียน การกำหนดโครงการสอน/คำอธิบายรายวิชา ตารางโครงสร้างรายวิชา และแผนการวัดและประเมินผล และตรวจสอบคุณภาพหลักสูตร พบว่า มีค่าความสอดคล้องระหว่างองค์ประกอบของหลักสูตรและเนื้อหาของหลักสูตรอยู่ในช่วง 0.70 – 1.00 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้
Interventions With Acute Psychiatric Patients In Short-Term Music Therapy : A Narrative Review Of The Literature, Napat Tangsujaritpun
Interventions With Acute Psychiatric Patients In Short-Term Music Therapy : A Narrative Review Of The Literature, Napat Tangsujaritpun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Numerous music therapy models have been formulated for implementation in the field of mental healthcare. However, few have specifically focused on the features and contexts of short-term therapy in acute psychiatric settings. The purpose of this narrative review was to identify music therapy interventions utilized in short-term music therapy with acute psychiatric patients. Studies that described interventions with acute psychiatric patients in short-term music therapy were selected based on the keyword searches of computerized databases, hand searches, and authoritative texts. Eleven papers met the inclusion criteria. They were published during 2004-2022. The majority of papers were conducted in the USA. …
Music Therapy Intervention To Support Ego Resilience In Adolescents : A Narrative Review Of The Literature, Pitchakorn Napapornpipat
Music Therapy Intervention To Support Ego Resilience In Adolescents : A Narrative Review Of The Literature, Pitchakorn Napapornpipat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research examines the significance of music therapy intervention on ego resilience in the emotional growth of teenagers, particularly in relation to anger management. Adolescents experience intense emotions, including anger, which can be challenging to manage. Effective emotion regulation is essential for healthy psychological functioning, and ego resilience plays a critical role in this process. This paper investigates the use of music therapy to support of ego resilience to the execution of personal development and use of adaptive anger management strategies in adolescence. Music therapy is proposed as a potential intervention to foster the growth of ego resilience and facilitate …
An Analysis Of Group Singing Intervention For Patients With Dementia : A Scoping Review Of The Literature, Pongthipok Sootthipong
An Analysis Of Group Singing Intervention For Patients With Dementia : A Scoping Review Of The Literature, Pongthipok Sootthipong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Music therapists frequently provide services to individuals with dementia. Music therapists employ various techniques such as instrumental playing, improvisation, music listening, and group singing to decelerate cognitive declines, promote social interaction, enhance the quality of life and provide emotional and physiological support to aid in managing symptoms related to dementia. Group singing is one of the most frequently employed music interventions with the elderly population, owing to its multifaceted benefits. In fact, a number of clinical studies have been conducted to examine the impact of group singing on patients with dementia. Given the broad range of approaches and strategies employed …
Chinese Cultural Symbols In Thailand : A Study Of Mazu Belief In The Chinese Community In Bangkok Chinatown, Tongtong Xu
Chinese Cultural Symbols In Thailand : A Study Of Mazu Belief In The Chinese Community In Bangkok Chinatown, Tongtong Xu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The overseas Chinese living around the world constitute a unique and far-reaching social group in the development of modern human history. While seeking survival and development in foreign lands, they also spread Chinese culture to the world, creatively integrating Chinese culture, territorial culture, and other cultures, forming a distinctive culture of overseas Chinese. Due to the historical environment, geographical conditions, and background factors of transportation, Southeast Asia now has the largest number of overseas Chinese in the world. Among them, overseas Chinese living in Thailand have long been integrated into the mainstream of their economy, politics, and culture. Many Chinese …
Thailand Generation Z Consumers’ Brand Perception Of Bonchon Restaurantin Thailand, Aditep Jirattikorn
Thailand Generation Z Consumers’ Brand Perception Of Bonchon Restaurantin Thailand, Aditep Jirattikorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The present study is dedicated to investigating the Thailand generation z consumer’s brand perception of the brand Bonchon. This study aims to learn how generation z in Thailand perceives all aspects of the brand Bonchon in addition, this study also aims to cover whether Korean pop culture has an effect on how the consumer perceives the brand. Generation z participants in Thailand (n=227) who is a customer of Bonchon were asked to complete the questionnaire. The questionnaire is designed to discover respondents' cognitive, emotional, language, and actions toward the brand Bonchon. The research adopted certain theories on branding and consumer …