Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 301 - 330 of 2655

Full-Text Articles in Entire DC Network

The Study In Beauty Image As Shown Through Contemporary Korean Webtoons: True Beauty, Manassawan Sermsamran Jan 2024

The Study In Beauty Image As Shown Through Contemporary Korean Webtoons: True Beauty, Manassawan Sermsamran

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of this research were 1) To examine the beauty image portrayed in the webtoon ‘True Beauty’. 2) To study how beauty images presented through ’True Beauty’ shaped perceptions of beauty among viewers. This research was qualitative research by analyzing character dialogues and supporting media including viewer comments, YouTube makeup tutorials, and interviews with the author the study investigates how beauty image are constructed, internalized, and reinforced through digital storytelling. The result found that beauty image which presented in serves as a medium that reflects and reinforces societal beauty image. The characteristics in webtoon had created beauty standard in …


นวัตกรรมการประยุกต์ใช้เกมมิฟิเคชันในการแบ่งส่วนตลาดตามรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคสูงอายุ, กรุณา แย้มพราย Jan 2024

นวัตกรรมการประยุกต์ใช้เกมมิฟิเคชันในการแบ่งส่วนตลาดตามรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคสูงอายุ, กรุณา แย้มพราย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประชากรโลกส่งผลให้จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นนำไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจที่เติบโตในทุกปี อย่างไรก็ตามการเข้าใจต่อความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุยังคงมีอุปสรรค โดยเฉพาะในการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามมักพบกับปัญหาการตอบไม่ครบถ้วนและความเบื่อหน่าย ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องพัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุที่เหมาะสมต่อการแบ่งส่วนตลาด พัฒนาแบบจำลองเกมมิฟิเคชันเพื่อใช้ในการแบ่งส่วนตลาด และประเมินความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของนวัตกรรมดังกล่าว โดยแบ่งดำเนินการวิจัยออกเป็น 4 ระยะ (1) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการแบ่งกลุ่มตามรูปแบบการดำเนินชีวิตผ่านข้อมูลเชิงคุณภาพ (2) พัฒนาแบบสอบถามและแบบทดสอบการยอมรับนวัตกรรมเกม (3) ออกแบบและทดลองใช้นวัตกรรมเกมเพื่อเก็บข้อมูล และ (4) ประเมินความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการยอมรับเทคโนโลยี ผลการวิจัยพบว่า (1) ตัวแปรด้านรูปแบบการดำเนินชีวิตตามกรอบ AIOs (กิจกรรม ความสนใจ ความคิดเห็น) เหมาะสมที่สุดในการแบ่งกลุ่มตลาดผู้สูงอายุ โดยสามารถจำแนกได้เป็น 11 กลุ่ม (2) พฤติกรรมในเกม เช่น เวลาเล่นเกม จำนวนคำถามที่ตอบ การเลือกเล่นเกมถามตอบ การใช้ตัวช่วย และตราสัญลักษณ์ที่ได้รับ มีความสัมพันธ์กับผลการวิเคราะห์รูปแบบชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ “เวลาเล่นเกม” ที่ให้ค่าความแม่นยำสูงสุด และจากข้อมูลพฤติกรรมในเกม สามารถจำแนกรูปแบบชีวิตได้เป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ มุ่งมั่นในเป้าหมาย ยึดถือวัฒนธรรม ชื่นชมศิลปะ ใส่ใจสุขภาพ สนใจเทคโนโลยี สนใจด้านการเงิน และเชี่ยวชาญแฟชั่น (3) ด้านการยอมรับนวัตกรรม ผู้สูงอายุให้ความสำคัญกับประโยชน์ที่ได้รับ ส่วนกลุ่มนักการตลาดเน้นที่ความง่ายในการใช้งาน ทั้งสองกลุ่มมีระดับการยอมรับในระดับสูง แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมสามารถตอบโจทย์การเก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรมของผู้สูงอายุได้ และยังมีศักยภาพเชิงพาณิชย์


เสียงสะท้อนจากชั้นเรียน: การจัดการชั้นเรียนรวมของครูผู้สอนเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, สรายุทธ ไกรวัฒนพงศ์ Jan 2024

เสียงสะท้อนจากชั้นเรียน: การจัดการชั้นเรียนรวมของครูผู้สอนเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, สรายุทธ ไกรวัฒนพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลายประการ ประกอบไปด้วย 1) เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบประสบการณ์ของนักเรียนที่มีต่อการจัดการชั้นเรียนของครูผู้สอน ตามระดับการได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในโรงเรียน และลักษณะบริบทของโรงเรียน 2) เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบประสบการณ์การจัดการชั้นเรียนของครูผู้สอนที่ตอบสนองความหลากหลายของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในชั้นเรียนรวม ตามลักษณะบริบทของโรงเรียน 3) เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบประสบการณ์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีต่อการจัดการชั้นเรียนรวมของครูผู้สอนกับประสบการณ์จัดการชั้นเรียนรวมของครูผู้สอน โดยผู้เข้าร่วมการวิจัยในครั้งนี้คือ ครูผู้สอนจำนวน 6 คน และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2 และ 3 จำนวน 24 คน ในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา พ.ศ.2567 ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แห่ง ซึ่งการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive research) โดยการเก็บข้อมูลจาก 3 แหล่ง ได้แก่ การสังเกตชั้นเรียน การสัมภาษณ์ประสบการณ์ของครูผู้สอน และการสัมภาษณ์ประสบการณ์ของนักเรียนที่มีความแตกต่างหลากหลายและนำมาวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic analysis) ผลการวิจัยพบว่าทั้งครูผู้สอนและนักเรียนต่างรับรู้ถึงความหลากหลายและปัญหาพฤติกรรมในชั้นเรียนในหลายประการ อย่างไรก็ตาม พบความแตกต่างในมุมมองต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น ด้านความสัมพันธ์ ด้านการจัดการชั้นเรียน โดยผลการวิชัยชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างการรับรู้ของนักเรียนและครูผู้สอนเกี่ยวกับการจัดการชั้นเรียนรวม ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญในการนำไปสู่การพัฒนาแนวปฏิบัติและนโนบายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต


ต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพสำหรับผู้เรียนยุคดิจิทัล โดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชัน, พงษ์ศักดิ์ บุญเกิด Jan 2024

ต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพสำหรับผู้เรียนยุคดิจิทัล โดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชัน, พงษ์ศักดิ์ บุญเกิด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และแนวทางที่ส่งผลต่อแรงบันดาลใจในอาชีพของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในยุคดิจิทัล 2) ออกแบบต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพโดยบูรณาการบทเรียน ไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชันสำหรับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และ 3) เปรียบเทียบแรงบันดาลใจในอาชีพก่อนและหลังการใช้ต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพโดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชัน ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยการคิดเชิงออกแบบ แบ่งขั้นตอนการดำเนินการวิจัยเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การทำความเข้าใจและระบุปัญหาแรงบันดาลใจในอาชีพ ผู้วิจัยดำเนินการคัดกรองแรงบันดาลใจในอาชีพของผู้เรียนโดยใช้แบบคัดกรองแรงบันดาลใจ ในอาชีพฉบับครูและฉบับนักเรียน จากนั้นสัมภาษณ์ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ผ่านการคัดกรอง จำนวน 10 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์ ระยะที่ 2 การออกแบบต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพของผู้เรียนยุคดิจิทัลโดยบูรณาการบทเรียน ไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชัน ผู้วิจัยสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยการทำความเข้าใจและระบุปัญหาแรงบันดาลใจในอาชีพจากระยะที่ 1 และใช้การสนทนากลุ่มกับผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน ระยะที่ 3 การทดสอบต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพของผู้เรียนยุคดิจิทัลโดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชัน ผู้วิจัยทำการทดสอบผลของการจัดกิจกรรมต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพโดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับ เกมมิฟิเคชันกับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในระยะนี้ คือ 1) ต้นแบบการพัฒนา แรงบันดาลใจในอาชีพสำหรับผู้เรียนยุคดิจิทัลโดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมิฟิเคชัน และ 2) แบบวัด แรงบันดาลใจในอาชีพผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบัน ปัญหาที่ส่งผลต่อแรงบันดาลใจในอาชีพ ประกอบด้วย 1) ด้านความสำเร็จ ได้แก่ ปัญหาการด้านขาดวินัย ปัญหาด้านสภาพแวดล้อม ปัญหาด้านตลาดแรงงาน ปัญหาด้านเศรษฐกิจ 2) ด้านความเป็นผู้นำ ได้แก่ ปัญหาการขาดความมั่นใจในตนเอง ปัญหาการขาดทักษะการสื่อสาร ปัญหาประสบการณ์และการฝึกฝนที่ยังไม่เพียงพอ การขาดการวางแผนระยะยาวเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำ และ 3) ด้านการศึกษา ได้แก่ ปัญหาการพัฒนาทักษะเพื่อประกอบอาชีพยังไม่เพียงพอ ปัญหาอุปสรรคด้านการเรียนและแรงกดดันในระบบการศึกษา ปัญหาหลักสูตรการศึกษาไม่สอดคล้องกับ ความต้องการในอนาคต ปัญหาความเหลื่อมล้ำและข้อจำกัดด้านการศึกษา สำหรับต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพสำหรับผู้เรียนยุคดิจิทัลโดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชัน ประกอบด้วยทั้งหมด 12 กิจกรรม ตามโครงสร้างองค์ประกอบของแรงบันดาลใจในอาชีพทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านความสำเร็จ จำนวน 4 กิจกรรม 2) ด้านความ เป็นผู้นำ จำนวน 4 …


การพัฒนาแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์สำหรับประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, วรรณิดา ทองไทย Jan 2024

การพัฒนาแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์สำหรับประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย, วรรณิดา ทองไทย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของภาระงานและเกณฑ์การประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษโดยใช้แฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ 2) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษ และ 3) เพื่อวิเคราะห์พัฒนาการด้านสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตัวอย่างวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวังทองพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 60 คน ที่ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือวิจัย ได้แก่ 1) ภาระงานการประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษด้านทักษะการอ่าน ทักษะการฟัง ทักษะการเขียน และทักษะการพูด 2) เกณฑ์การให้คะแนนภาระงานด้านทักษะการอ่าน ด้านทักษะการฟัง ด้านทักษะการเขียน และด้านทักษะการพูด 3) เกณฑ์การประเมินแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อ การประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษโดยใช้แฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนี CVI ดัชนี ICC การวิเคราะห์ repeated measures MANOVA และทฤษฎีการสรุปอ้างอิงความน่าเชื่อถือในการวัด ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาระงานการประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษมีคุณภาพในด้านความตรงเชิงเนื้อหา (CVI=0.80-1.00) และมีความเป็นคู่ขนานกัน (CVI = 0.80) ส่วนเกณฑ์การประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษมีคุณภาพในด้านความตรงเชิงเนื้อหา (CVI=0.60-1.00) และความเที่ยงระหว่างผู้ประเมิน (ICC=0.81-0.96) โดยภาระงานและเกณฑ์การประเมินมีลักษณะครอบคลุม 4 ทักษะทางภาษา ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน และสามารถสะท้อนสมรรถนะการสื่อสารทั้งในด้านไวยากรณ์ การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ภาษาศาสตร์เชิงสังคม และกลวิธีการใช้ได้อย่างชัดเจน2. แฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์มีองค์ประกอบ 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนนำ ส่วนเนื้อหา ส่วนการประเมินผลงาน และส่วนการนำเสนอผลงาน โดยแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการประเมินสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษมีคุณภาพอยู่ในระดับดี (M = 8.02, SD = 1.40) และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (M = 4.48, SD = 0.51)3. นักเรียนมีพัฒนาการด้านสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษด้านไวยากรณ์หรือโครงสร้าง ด้านการใช้ภาษาเพื่อ การสื่อสาร และด้านภาษาศาสตร์เชิงสังคม ส่วนด้านกลวิธีการใช้ ยังมีพัฒนาการไม่ชัดเจน …


การพัฒนาบอร์ดเกมเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษา ที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด Deeper และการเสริมต่อการเรียนรู้, ปาณัสม์ ชินเมธีพิทักษ์ Jan 2024

การพัฒนาบอร์ดเกมเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษา ที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด Deeper และการเสริมต่อการเรียนรู้, ปาณัสม์ ชินเมธีพิทักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ลักษณะการใช้และการพัฒนาบอร์ดเกมเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษาที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด DEEPER และ Scaffolding 2) เพื่อวิเคราะห์ผลการเปลี่ยนแปลงหลังจากใช้บอร์ดเกมในการส่งเสริมทักษะแก้ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษาที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างได้แก่นักเรียนชายระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 คน ที่ได้รับการประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อปัญหาการเรียนรู้ต้นแบบบอร์ดเกมได้รับการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 4 คน ผลการประเมินพบว่าต้นแบบบอร์ดเกมมีความเหมาะสมในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.81) และแบบสังเกตพฤติกรรมการแก้ปัญหาและแบบวัดทักษะแก้ปัญหามีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับวัตถุประสงค์ (Index of Congruence : IOC) อยู่ที่ช่วงระหว่าง 0.60 – 1.00 ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้ปรับปรุงต้นแบบตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเหมาะสมต่อการใช้งาน การเก็บข้อมูลดำเนินการผ่านการสังเกตพฤติกรรมการแก้ปัญหา เพื่อวิเคราะห์ผลการทดลองและนำไปปรับปรุงพัฒนาต่อไปผลการศึกษาพบว่า การใช้บอร์ดเกมสามารถส่งเสริมการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในขั้นตอนการระบุปัญหาและการนำเสนอแนวทางแก้ไข ผู้เรียนมีพัฒนาการในด้านการคิดวิเคราะห์ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการเชื่อมโยงกับประสบการณ์จริง ทั้งนี้การเสริมต่อการเรียนรู้ที่มีโครงสร้างสนับสนุนที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนแต่ละราย มีบทบาทสำคัญในการสร้าง “วงจรการเรียนรู้” ที่เชื่อมโยงการสนับสนุนจากภายนอกสู่การคิดภายในของผู้เรียนอย่างเป็นลำดับ แม้ว่าจะยังพบข้อจำกัดด้านการใช้ภาษา การอธิบายเหตุผล และการสะท้อนผลอย่างลึกซึ้ง แต่การจัดกิจกรรมที่กระตุ้นการตั้งคำถาม การวิเคราะห์ปัญหา และการแสดงออกอย่างมีเหตุผล ส่งผลให้ผู้เรียนมีแนวโน้มพัฒนาแนวคิดและความเข้าใจภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนให้เห็นว่าการใช้บอร์ดเกมร่วมกับแนวทางการเสริมต่อการเรียนรู้ ที่เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิผลในการสนับสนุนทักษะการคิดอย่างเป็นระบบสำหรับผู้เรียนที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาการเรียนรู้


การเปรียบเทียบความสามารถและความวิตกกังวลในการว่ายน้ำระหว่างการจัดการเรียนรู้ว่ายน้ำท่ากรรเชียงกับท่าฟรอนต์ครอลสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนต้น, สุทัตตา เทพบุตร Jan 2024

การเปรียบเทียบความสามารถและความวิตกกังวลในการว่ายน้ำระหว่างการจัดการเรียนรู้ว่ายน้ำท่ากรรเชียงกับท่าฟรอนต์ครอลสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนต้น, สุทัตตา เทพบุตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถและความวิตกกังวลในการว่ายน้ำระหว่างการจัดการเรียนรู้ว่ายน้ำท่ากรรเชียงและท่าฟรอนต์ครอลสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนต้น กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 32 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 16 คน โดยใช้รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) โดยการทดลองใช้ระยะเวลา 10 สัปดาห์ ซึ่งกลุ่มทดลองได้รับการสอนท่ากรรเชียง ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการสอนท่าฟรอนต์ครอล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พลศึกษาท่ากรรเชียงและท่าฟรอนต์ครอล รวมถึงแบบวัดความสามารถในการว่ายน้ำและแบบวัดความวิตกกังวลในการว่ายน้ำ โดยใช้การทดสอบค่าที (t-test) ก่อนและหลังการทดลองในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า ก่อนการทดลองไม่มีความแตกต่างในคะแนนความสามารถในการว่ายน้ำและความวิตกกังวลในการว่ายน้ำระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม แต่หลังการทดลองกลุ่มทดลองที่ได้รับการสอนท่ากรรเชียงมีการพัฒนาความสามารถในการว่ายน้ำทั้งในทักษะการเตะขา การลอยตัว และการว่ายน้ำ รวมทั้งมีความวิตกกังวลในการว่ายน้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการทดลอง นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีคะแนนความสามารถในการว่ายน้ำและความวิตกกังวลไม่แตกต่างกันหลังการทดลอง


การพัฒนาแบบทดสอบการตรวจหาข้อผิดพลาดทางการใช้ภาษาอังกฤษ ในการวัดความรู้ด้านไวยากรณ์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย : การประยุกต์ใช้การประเมินแบบพลวัตด้วยคอมพิวเตอร์, เมธา เฉิดฉาย Jan 2024

การพัฒนาแบบทดสอบการตรวจหาข้อผิดพลาดทางการใช้ภาษาอังกฤษ ในการวัดความรู้ด้านไวยากรณ์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย : การประยุกต์ใช้การประเมินแบบพลวัตด้วยคอมพิวเตอร์, เมธา เฉิดฉาย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ (1) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบการตรวจหาข้อผิดพลาด ทางการใช้ภาษาอังกฤษในการวัดความรู้ด้านไวยากรณ์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยการประยุกต์ใช้การประเมิน แบบพลวัตด้วยคอมพิวเตอร์ และ (2) เพื่อเปรียบเทียบความรู้ด้านไวยากรณ์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่แตกต่างกัน จากการทดสอบด้วยแบบทดสอบการตรวจหาข้อผิดพลาดทางการใช้ภาษาอังกฤษ โดยการประยุกต์ใช้การประเมินแบบพลวัตด้วยคอมพิวเตอร์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตัวอย่างวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2567 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี จำนวน 300 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบการตรวจหาข้อผิดพลาดทางการใช้ภาษาอังกฤษที่สร้างขึ้นโดยซอฟต์แวร์ iSpring Suite MAX มีลักษณะ เป็นแบบทดสอบประเภทเลือกตอบ 2 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติบรรยาย วิเคราะห์คุณภาพแบบทดสอบฯ จากค่าความตรงเชิงเนื้อหา ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก ค่าความเที่ยง และผลการประเมินความพึงพอใจผู้ใช้งานของอินเตอร์เฟสระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้1. แบบทดสอบการตรวจหาข้อผิดพลาดทางการใช้ภาษาอังกฤษครอบคลุมโครงสร้างเนื้อหาทั้งหมด 8 ด้าน ได้แก่ (1) Part of speech (2) Tense (3) Article (4) Word order (5) Comparison (6) If-clause (7) Parallelism และ (8) Subject-verb agreement รวมทั้งหมด 20 ข้อ ผลการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาของคำถามระดับ 1 มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.80 – 1.00 คำถามระดับที่ 2 มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.60 – 1.00 และสื่อกลางมีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.60 – 1.00 ค่าความยากอยู่ระหว่าง 0.41 – 0.65 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.53 – 0.85 ความเที่ยงของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.91 และผลการประเมินความพึงพอใจผู้ใช้งานของอินเตอร์เฟสระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ พบว่านักเรียน …


Inclusive Leadership Development Innovation For University Faculty Members In Chongqing, China, Changjiang Tang Jan 2024

Inclusive Leadership Development Innovation For University Faculty Members In Chongqing, China, Changjiang Tang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to 1) study the conceptual framework of inclusive leadership and professional development of university faculty members, 2) study the level of inclusive leadership of university faculty members in Chongqing, China, 3) analyses the priority needs in professional development to enhance the inclusive leadership of university faculty members in Chongqing, China, and 4) develop the professional development innovation to enhance the inclusive leadership of university faculty members in Chongqing, China. This study employed a multi-phase mixed-method design, combining quantitative and qualitative data collection. The sample consisted of 17 universities, 366 university faculty members in Chongqing, China. Informants included …


ศิลปะดิจิทัล: ก่อร่างสร้างร่างกายของฉัน, สกลพัฒน์ โชติปัทมนนท์ Jan 2024

ศิลปะดิจิทัล: ก่อร่างสร้างร่างกายของฉัน, สกลพัฒน์ โชติปัทมนนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยสร้างสรรค์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะเชิงหลังมนุษยนิยมผ่านร่างกายมนุษย์ โดยอิงจากประสบการณ์ตรงของผู้วิจัยในการเปลี่ยนแปลงร่างกายในแบบฉบับของผู้วิจัยเอง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสื่อร่วมสมัย เช่น โฆษณา ภาพยนตร์ และโซเชียลมีเดีย ที่มักนำเสนอภาพร่างกายที่แข็งแรง มีกล้ามเนื้อชัดเจน และสื่อถึงความสมบูรณ์แบบตามจินตนาการทางวัฒนธรรม ผู้วิจัยนำแนวคิดและทฤษฎีจากหลากหลายสาขา ทั้งด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ อาทิ การกลายเป็น (Becoming) อภิมนุษย์ (Übermensch) แฟนตามาสโกรเรีย (Phantasmagoria) และแนวคิดไซบอร์ก (Cyborg) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงร่างกายเป็น A Work of Art ไปสู่ร่างหลังมนุษยนิยมที่ถูกควบคุมและจัดการผ่านการกระทำทางกายภาพและเครื่องจักรดิจิทัลโดยการประมวลผลที่ทำให้ร่างกายถูกทำให้กลายเป็นดิจิไทเซชั่น (Digitization) ในการสร้างสรรค์ผลงาน ผู้วิจัยใช้เทคนิคศิลปะดิจิทัล (Digital Art) ร่วมกับเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ถ่ายทอดกระบวนการ “ก่อร่างสร้างร่างกาย” ที่สะท้อนทั้งมิติทางกายภาพ อารมณ์ และจิตใจจากฝึกฝนร่างกายของผู้วิจัย ภายใต้บริบทของโลกหลังมนุษย์ (Posthuman World) ที่เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนในการเปลี่ยนแปลง ควบคุม จัดการ และกำหนดความเป็นไปทั้งในโลกกายภาพและดิจิทัล ผลงานศิลปะนี้จึงไม่เพียงแสดงภาพของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นข้อมูลทางดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังตั้งคำถามถึงอัตลักษณ์ ตัวตน ร่างกายและพรมแดนระหว่างความเป็นมนุษย์กับเครื่องจักรในโลกยุคใหม่


Knowledge, Attitude, Utilization Frequency, And Reutilization Of Telehealth Centers For Maternal Care Services Among Pregnant Women And Mothers In Pakistan: A Cross-Sectional Study, Yamna Ghaffar Jan 2024

Knowledge, Attitude, Utilization Frequency, And Reutilization Of Telehealth Centers For Maternal Care Services Among Pregnant Women And Mothers In Pakistan: A Cross-Sectional Study, Yamna Ghaffar

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Maternal health in rural Pakistan, especially in Balochistan, faces challenges due to limited access to skilled care and health inequalities. Telehealth offers a promising solution by providing remote antenatal, delivery, and postnatal services. Global and local evidence, including the BRDF Telehealth Center, shows its potential to improve outcomes and bridge service gaps, despite ongoing digital access challenges. The study objective was to evaluate the knowledge, attitudes, and reutilization of the BRDF Telehealth Center in Gandawah among pregnant women and mothers. Methods: A cross-sectional study was conducted at the Balochistan Research and Development Foundation (BRDF) Telehealth Center in Gandawa, Balochistan, …


แนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์จากทุนทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษา อีสาน คิวบิสม์, ภาณุพงศ์ จันทน์ผลิน Jan 2024

แนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์จากทุนทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษา อีสาน คิวบิสม์, ภาณุพงศ์ จันทน์ผลิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างเกณฑ์และประเมินกรณีศึกษาอีสาน คิวบิสม์ โดยอ้างอิงแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการพัฒนาตราสินค้าจากทุนทางวัฒนธรรม 2) ค้นหาภาพลักษณ์ของจุดหมายปลายทางตามแนวคิดคิวบิสม์ 3) วิเคราะห์กลยุทธ์ตราสินค้าไลฟ์สไตล์ เส้นทางประสบการณ์ของผู้บริโภค และจุดสัมผัสของตราสินค้า 4) วิเคราะห์จิตวิทยาของกลุ่มไลฟ์สไตล์ และ 5) กำหนดแนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีรากฐานจากทุนทางวัฒนธรรม โดยใช้กรณีศึกษา “อีสาน คิวบิสม์” ซึ่งเป็นตราสินค้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เซรามิกบนพื้นฐานทุนวัฒนธรรมของภาคอีสาน กระบวนการวิจัยอาศัยแนวทางการตรวจสอบสามเส้าทางทฤษฎี เพื่อสังเคราะห์แก่นแนวคิดร่วมจาก 3 มุมมอง ได้แก่ ภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางตามแนวคิดคิวบิสม์ กลยุทธ์ตราสินค้า ไลฟ์สไตล์ และจิตวิทยาของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่งผลให้ได้ชุดข้อมูลที่สอดคล้องกันในเชิงภาพลักษณ์ ไลฟ์สไตล์ และทัศนคติของผู้บริโภคเป้าหมาย ผลจากการสังเคราะห์ดังกล่าวนำไปสู่การกำหนดแนวทางการออกแบบอัตลักษณ์ทางตัวอักษรสำหรับตราสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีรากฐานจากทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งถูกรวบรวมและนำเสนอผ่านกระดานบันดาลใจจำนวน 3 แนวทาง ที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะพื้นถิ่นอีสาน ได้แก่ ลวดลายผ้าขิด จิตรกรรมฮูปแต้ม และพระพุทธรูปไม้โบราณ ผู้วิจัยได้นำแก่นแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในกระบวนการออกแบบต้นแบบตัวอักษร ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอน 1) การกำหนดตัวแปรการออกแบบ เช่น สไตล์ ความกว้าง น้ำหนัก คอนทราสต์ และพื้นที่ว่างในอักษร 2) การสร้างภาษาภาพของตัวอักษร เพื่อกำหนดส่วนประกอบพื้นฐาน และ 3) การวางโครงสร้างอักษร อย่างมีระบบในด้านสัดส่วน ความสมมาตร และระบบหน่วยประกอบ จากนั้นจึงประยุกต์แบบอักษรดังกล่าวสู่การออกแบบตราสัญลักษณ์และจุดสัมผัสของตราสินค้า ก่อนให้กลุ่มเป้าหมายประเมินความพึงพอใจ เพื่อทดสอบศักยภาพของแนวทางในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ


The Association Between Mental Health, Fear Of Missing Out, And Sleep Quality Among University Students In The Sichuan Chongqing Region, China: A Cross Sectional Study, Yuncheng Jia Jan 2024

The Association Between Mental Health, Fear Of Missing Out, And Sleep Quality Among University Students In The Sichuan Chongqing Region, China: A Cross Sectional Study, Yuncheng Jia

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Sleep quality is a critical determinant of health, with poor sleep linked to adverse physical and mental outcomes. Among university students, excessive screen time, social media engagement, and psychological factors like Fear of Missing Out (FoMO) exacerbate sleep disturbances. Despite growing recognition of FoMO’s role in mental health challenges, its direct relationship with sleep quality remains understudied. This study aim to investigates the associations between mental health, FoMO, and sleep quality among university students in China’s Sichuan-Chongqing region, a population highly immersed in digital culture. And provide insight on how sleep quality is shifting in digital era.Methods: A cross-sectional …


Abortion Knowledge And Attitudes Among Undergraduate Students In Bangkok, Thailand Post-Legislative Reform, Thanapond Sukonthachart Jan 2024

Abortion Knowledge And Attitudes Among Undergraduate Students In Bangkok, Thailand Post-Legislative Reform, Thanapond Sukonthachart

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Following Thailand's 2021 legislative reforms to expand legal abortion access, informational barriers remain a challenge. Teachers, a key source of reproductive health information, influence youth abortion decisions. However, safe abortion is not formally included in the training of future educators. Method(s): A quantitative, cross-sectional study was conducted in Bangkok among undergraduate students enrolled in degree programs leading to a teaching qualification at 19 tertiary institutions. Data were collected using a self-administered online questionnaire and analyzed using descriptive statistics, Chi-square tests of association, and multiple linear regression. Result(s): Among 401 respondents, the distribution of knowledge among participants varied: 36.7% exhibited …


Experience Of Gender-Based Violence (Gbv) And Gbv Prevention During Disaster Among Women And Gender Diverse People In Japan: A Mixed Methods Study, Iino Sae Jan 2024

Experience Of Gender-Based Violence (Gbv) And Gbv Prevention During Disaster Among Women And Gender Diverse People In Japan: A Mixed Methods Study, Iino Sae

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Gender-based violence (GBV) remains a critical concern during disasters, yet preventive engagement is limited. This mixed-methods study examined GBV prevention among disaster-affected women and gender-diverse individuals in Ishikawa Prefecture, Japan, using a survey (n=424) and in-depth interviews (n=5). Despite high GBV knowledge (63.9%) and positive attitudes (51.7%), only 23.6% engaged in preventive practices. Key quantitative findings show that evacuation experience (OR=1.793, p=0.016) increased engagement, while prior IPV/GBV experience (OR=0.145, p=0.003) and suburban residence (OR=0.631, p=0.044) were associated with lower engagement. Knowledge (OR=1.383, p=0.184) and attitude (OR=1.336, p=0.213) did not significantly predict preventive actions. Qualitative findings revealed that participants had limited …


Effect Of Web-Based Tools On Knowledge And Performance Among Community Nurses On Diabetes Control At Primary Health Care Level In Myanmar: A Cost-Effective Analysis And Quasi Experimental Study, Kyi Thar Jan 2024

Effect Of Web-Based Tools On Knowledge And Performance Among Community Nurses On Diabetes Control At Primary Health Care Level In Myanmar: A Cost-Effective Analysis And Quasi Experimental Study, Kyi Thar

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Along with rising prevalence, diabetes has emerged as a global public health problem which triggers economic burden, especially among developing countries. Optimizing knowledge and performance of health care workers at primary health care (PHC) level is pivotal for the success of diabetes control programs. Web-based diabetes tools are one of the innovative solutions to improve knowledge and performance among health care providers. However, evidence-based intervention study indicating the effect of web-based tools on diabetes among community nurses has not been conducted in Myanmar before. Objective: This study aimed to demonstrate the integrated effects of web-based diabetes knowledge and diabetes …


Reproductive Health Problems And Factors Associated With Services Used Among Japanese Female Expatriates In Bangkok, Ayaka Nakashima Jan 2024

Reproductive Health Problems And Factors Associated With Services Used Among Japanese Female Expatriates In Bangkok, Ayaka Nakashima

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Reproductive health (RH) refers to a state of complete physical, mental, and social well-being in all aspects of reproductive system. Strengthening health system’s capacity, particularly through improving health service utilization (HSU), is key to enhancing RH outcomes. Despite services availability, access RH care remains limited. Evidence on RH service utilization (RHSU) among Japanese female expatriates is scarce, especially through the lens of Andersen’s Behavioral Model of Health Service Use (BMSU). This study is aimed to find factors associated with RHSU for dysmenorrhea, premenstrual syndrome (PMS), menopausal symptoms, and contraceptive use among Japanese female expatriates in Bangkok, using BMSU framework. A …


Factors Associated With Adolescent Pregnancy In Mpigi District, Uganda: A Community-Based Cross-Sectional Study, Kyoko Hoshino Jan 2024

Factors Associated With Adolescent Pregnancy In Mpigi District, Uganda: A Community-Based Cross-Sectional Study, Kyoko Hoshino

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Adolescent pregnancy is a significant public health and social challenge, with around 90% of these pregnancies occurring in low-and middle-income countries. This study aims to determine the prevalence of adolescent pregnancy and its associated factors among older adolescents in Mpigi district, Uganda. A community-based cross-sectional study was conducted from September to October 2024 among adolescent girls aged 15 to 19 years in Mpigi district, Uganda. Participants were selected using a multistage sampling approach from 12 villages within the district. The data was collected using an interviewer-administered structured questionnaire, assisted by four data collectors. Descriptive statistics were employed to determine the …


Webtoon-Based Transmedia Storytelling And Fan Engagement In The K-Pop Industry: A Case Study Of Enhypen And The Webtoon ‘Dark Moon’, Kay Khine Khin Latt Jan 2024

Webtoon-Based Transmedia Storytelling And Fan Engagement In The K-Pop Industry: A Case Study Of Enhypen And The Webtoon ‘Dark Moon’, Kay Khine Khin Latt

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines the role of webtoons as a transmedia storytelling tool in enhancing fan engagement within the K-pop industry, with a focus on the collaboration between the K-pop boy band ENHYPEN and the webtoon 'Dark Moon'. By applying Henry Jenkins’ transmedia storytelling principles, the Uses and Gratifications (U&G) theory, and Parasocial Interaction (PSI) theory, this study examines how narrative integration across platforms influences emotional attachment, consumption behavior, and motivational factors in fan engagement. Using the webtoon Dark Moon as a case study, the research employs in-depth interviews with 15 key informants from ENHYPEN’s global fan base, alongside contextualization of …


Influence Of K-Pop On The Behavior Of Indonesian Fans Towards The Korean Basketball League, Abharina Hizwaty Jan 2024

Influence Of K-Pop On The Behavior Of Indonesian Fans Towards The Korean Basketball League, Abharina Hizwaty

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the influence of K-pop fan culture on the behavior and engagement of Indonesian fans of the Korean Basketball League (KBL). As K-pop expands globally with its emotionally driven and participatory fandom, similar fan practices are increasingly seen in sports fandom. Based on in-depth interviews with 15 Indonesian KBL fans aged 20 to 32, the study investigates how behaviors such as organizing fan projects, creating fan art, fan videos, fanfiction, and collecting merchandise like photocards are applied to the KBL fandom. Many Indonesian KBL fans discover KBL not through traditional sports media but through entertainment-based content such as …


The Influence Of Korean Reality Shows On Tourism Trends In Southeast Asia: Focusing On Vietnam And Thailand, Hoang Doan Trang Nguyen Jan 2024

The Influence Of Korean Reality Shows On Tourism Trends In Southeast Asia: Focusing On Vietnam And Thailand, Hoang Doan Trang Nguyen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the immediate influence of Korean reality shows, which impact has not been thoroughly studied, on tourism trends in Southeast Asia, specifically in Vietnam and Thailand. The research fills the gap in existing literature by investigating the correlation between media studies and tourism, highlighting the role of screening culture in shaping travel behavior, and proposing strategies for Vietnam and Thailand to take advantage of this phenomenon. Employing a nowcasting methodology, the research analyzes online search interest data from Naver Trends for a period of 30 days before and after the broadcast of selected Korean reality show episodes filmed …


Navigating Culture In School-Based Suicide Prevention: A Study Of Collectivist Values, National Policy, And Help-Seeking Among Seoul’S High School Students, Maria Nikolova Goranova Jan 2024

Navigating Culture In School-Based Suicide Prevention: A Study Of Collectivist Values, National Policy, And Help-Seeking Among Seoul’S High School Students, Maria Nikolova Goranova

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

South Korea’s persistently high youth suicide rate presents an urgent public health challenge, particularly among high school students facing extreme academic pressure and deeply rooted cultural expectations. While the South Korean government has introduced various national mental health policies and school-based initiatives, many adolescents remain reluctant to seek help due to stigma, shame, and fears of burdening others—barriers that are intensified by collectivist cultural values. This study examines how suicide prevention programs in Seoul’s high schools align with national policy goals and address cultural factors influencing adolescent help-seeking behaviour. Using a qualitative, document-based approach, the research analyzes government policies, program …


Low-Density Neutrophils (Ldns) In Childhood-Onset Systemic Lupus Erythematosus With Lupus Nephritis, The Possible Impact Of Type I Interferon And Dsdna, Wilasinee Saisorn Jan 2024

Low-Density Neutrophils (Ldns) In Childhood-Onset Systemic Lupus Erythematosus With Lupus Nephritis, The Possible Impact Of Type I Interferon And Dsdna, Wilasinee Saisorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Childhood-onset systemic lupus erythematosus (cSLE) is an autoimmune disease caused by immune system dysfunction, leading to the formation and accumulation of immune complexes and proinflammatory cytokines and affecting to tissue damage and abnormalities in multiple organ systems, respectively. In pediatrics, the disease progresses with higher severity and complications, particularly lupus nephritis (LN), which is one of the major causes of morbidity and long-term kidney dysfunction. Nowadays, low-density neutrophils (LDNs), an inflammatory neutrophil subset, have been increasingly recognized as key contributors to autoimmune pathogenesis. The increase of LDNs may be associated with the levels of type I interferon and anti-dsDNA antibodies, …


Effects Of Hyflex Instruction Using The Ecrif Method On The Enhancement Of English Speaking Ability Of Thai Upper Secondary School Students, Kittibodee Rubporn Jan 2024

Effects Of Hyflex Instruction Using The Ecrif Method On The Enhancement Of English Speaking Ability Of Thai Upper Secondary School Students, Kittibodee Rubporn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This quasi-experimental mixed-methods study 1) explored the effects of HyFlex (Hybrid-Flexible) instruction using the ECRIF (Encounter, Clarify, Remember, Internalize, Fluently Use) method on the enhancement of English speaking ability of Thai upper secondary students. The study assessed five components of speaking ability: pronunciation, grammar, vocabulary, fluency, and comprehension, and 2) investigated students’ perceptions towards the HyFlex instruction and 3) its modes of instruction: onsite, synchronous online, and asynchronous online. Thirty students participated, completing a B1-level speaking test before and after instruction. Quantitative data from a 4-point Likert-scale questionnaire and qualitative insights from open-ended responses and semi-structured interviews were analyzed. Results …


กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดวัฒนธรรมศึกษาเพื่อส่งเสริมความตระหนักในความแตกต่างหลากหลายทางศาสนาของนักเรียนมัธยมศึกษา, ภัทรวิทย์ ตันนิลกุล Jan 2024

กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดวัฒนธรรมศึกษาเพื่อส่งเสริมความตระหนักในความแตกต่างหลากหลายทางศาสนาของนักเรียนมัธยมศึกษา, ภัทรวิทย์ ตันนิลกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อเปรียบเทียบความตระหนักในความแตกต่างหลากหลายทางศาสนาก่อนและหลังการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดวัฒนธรรมศึกษา และ (2) ศึกษาพัฒนาการความตระหนักในความแตกต่างหลากหลายทางศาสนาของนักเรียนที่เรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดวัฒนธรรมศึกษา ซึ่งการวิจัยครั้งนี้มีลักษณะเป็นการวิจัยเชิงทดลองตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 24 คน ได้มาจากการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดวัฒนธรรมศึกษา จำนวน 25 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที (2) แบบบันทึกเชิงสะท้อนคิดแบบมีโครงสร้าง และ (3) แบบวัดเชิงสถานการณ์เพื่อวัดความตระหนักในความแตกต่างหลากหลายทางศาสนา สถิติที่ใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงบรรยาย คะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ และสถิติเชิงอนุมาน คือ Dependent Sample t-test และใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ดังกล่าวมีคะแนนความตระหนักในความแตกต่างหลากหลายทางศาสนาหลังเรียน (M = 13.42, S.D. = 0.881) สูงกว่าก่อนเรียน (M = 4.5, S.D.=2.554) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 15.2; p < .001) นักเรียนทุกคนมีพัฒนาการของคะแนนความตระหนักในความแตกต่างหลากหลายทางศาสนา โดยนักเรียนมีพัฒนาการระดับปานกลาง จำนวน 1 คน มีพัฒนาการระดับสูง จำนวน 4 คน มีพัฒนาการระดับสูงมาก 19 คน และเมื่อวิเคราะห์พัฒนาการของนักเรียนจากบันทึกเชิงสะท้อนคิดสามารถจำแนกได้ 3 แก่นสาระ ได้แก่ (1) นานาสาระศาสนปฏิบัติ คือ การเรียนรู้ประเด็นที่หลากหลายเกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อ (2) อัตวิสัยในมิติศาสนา คือ การนำความรู้เกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อต่าง ๆ ไปสู่การปฏิบัติตนในฐานะผู้ที่นับถือและศรัทธาในศาสนาและความเชื่อนั้น ๆ และ (3) ปรับตัวเป็น เห็นคุณค่าศาสนาในพหุสังคม คือ การเรียนรู้ศาสนาเพื่อทำความเข้าใจความแตกต่างหลากหลายทางศาสนาเพื่อการปรับตัวและสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้


แนวทางการส่งเสริมคุณภาพครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล, นวพร อัจฉริยะเกียรติ Jan 2024

แนวทางการส่งเสริมคุณภาพครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล, นวพร อัจฉริยะเกียรติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

คุณภาพของครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัลซึ่งเป็นยุคที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการปฏิบัติงานให้เกิดคุณภาพและประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้ของครูประถมศึกษา งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับคุณภาพครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล และ 2) นำเสนอแนวทางส่งเสริมคุณภาพครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธีโดยการวิจัยนี้ดำเนินการใน 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การสำรวจความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับคุณภาพครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล ตัวอย่างวิจัยเป็นครูผู้สอนระดับประถมศึกษาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น (stratified random sampling) ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 486 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น และระยะที่ 2 การสังเคราะห์แนวทางการพัฒนาครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล ใช้การสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญจำนวน 6 คน วิเคราะห์เนื้อหาและสร้างแนวทางฯ ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล ทั้ง 7 องค์ประกอบและ 2. ผลการนำเสนอแนวทางส่งเสริมคุณภาพครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล พบว่า ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน สร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งผู้ปกครองและหน่วยงานอื่น ๆ มุ่งเน้นการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลก่อนออกแบบการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมการใช้สื่อเทคโนโลยีและการเฝ้าระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยี นำกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในรูปแบบดิจิทัลมาใช้เพื่อส่งเสริมให้ครูมีกรอบคิดแบบเติบโตโดยผู้บริหารและหน่วยงานต้นสังกัดควรมีการประกาศเกียรติคุณ ยกย่องและให้รางวัลแก่ครูที่มีผลงานปฏิบัติที่เป็นเลิศและเป็นที่ประจักษ์


การพัฒนาระบบประเมินทักษะการยิงประตูบาสเกตบอลของนักศึกษาครูพลศึกษาโดยใช้การประมาณท่าทางของมนุษย์ด้วยการเรียนรู้เชิงลึก, ชลัมภ์ สงวนศักดิ์ Jan 2024

การพัฒนาระบบประเมินทักษะการยิงประตูบาสเกตบอลของนักศึกษาครูพลศึกษาโดยใช้การประมาณท่าทางของมนุษย์ด้วยการเรียนรู้เชิงลึก, ชลัมภ์ สงวนศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การประเมินทักษะการยิงประตูบาสเกตบอลในห้องเรียนอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อมีจำนวนนักเรียนมาก วิธีการแบบดั้งเดิมมักอาศัยการสังเกตด้วยตาเปล่า ซึ่งใช้เวลานานและอาจเกิดความไม่สม่ำเสมอในการประเมินได้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติสำหรับการประเมินทักษะการยิงประตูบาสเกตบอลของนักศึกษาระดั บปริญญาตรีสาขาพลศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อระบุท่าทางการยิงประตูที่ถูกต้อง พัฒนาระบบประเมิน และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของระบบประเมินกับเครื่องมือเดิมที่มีอยู่ การศึกษานี้ดำเนินการกับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 จำนวน 29 คน จากสาขาวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยใช้แบบประเมินแบบดั้งเดิมที่เป็นแบบตรวจสอบรายการ 5 ระดับสำหรับประเมินท่าทางขณะปฏิบัติทักษะ และระบบประเมินทักษะการยิงประตูบาสเกตบอลที่พัฒนาขึ้นใหม่ ผลการวิจัยพบว่า ในจังหวะที่หนึ่งของการยิงประตู ข้อมือขวามีความคงที่ของการงอมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 165.03, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 15.40) ในขณะที่ข้อศอกซ้ายมีความคงที่ของการงอน้อยที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 100.62, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 30.99) สำหรับจังหวะที่สอง สะโพกซ้ายมีความคงที่สูงที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 165.35, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 11.56) ในขณะที่ข้อศอกซ้ายยังคงมีค่าความคงที่ต่ำที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 103.87, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 33.53) ส่วนในจังหวะที่สาม สะโพกขวามีความคงที่สูงที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 174.65, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 4.00) ขณะที่ข้อเท้าซ้ายมีความคงที่ต่ำที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 146.68, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 17.98) ระบบประเมินที่พัฒนาขึ้นแสดงระดับความแม่นยำที่แตกต่างกันในแต่ละจังหวะของการยิงประตู โดยจังหวะที่หนึ่งมีความแม่นยำสูงที่สุด ซึ่งมีค่า precision ที่ร้อยละ 89.09 recall ที่ร้อยละ 92.45 และ F1 score อยู่ในจังหวะร้อยละ 51 ถึง 90.74 ในขณะที่จังหวะที่สามมีความแม่นยำต่ำที่สุด โดยมี precision ที่ร้อยละ 65.85 recall ที่ร้อยละ 71.05 และ F1 score ที่ร้อยละ 68.35 โดยรวมแล้ว ระบบสามารถประเมินได้ด้วย precision ที่ร้อยละ …


ชุดกิจกรรมแนะแนวสำหรับครูตามรูปแบบการเรียนรู้ระดับจุลภาคเพื่อพัฒนาทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกให้กับนักเรียน, มัณฑนา วิเศษสัตย์ Jan 2024

ชุดกิจกรรมแนะแนวสำหรับครูตามรูปแบบการเรียนรู้ระดับจุลภาคเพื่อพัฒนาทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกให้กับนักเรียน, มัณฑนา วิเศษสัตย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. วิเคราะห์กระบวนการจัดกิจกรรมแนะแนวของครูในการพัฒนาทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกให้กับนักเรียน รวมทั้งปัญหา อุปสรรค และปัจจัยความสำเร็จที่เกิดขึ้น 2. วิเคราะห์ทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกของนักเรียน และกระบวนการพัฒนาทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกที่ได้รับจากครู 3. ออกแบบชุดกิจกรรมแนะแนวสำหรับครูตามรูปแบบการเรียนรู้ระดับจุลภาคในการพัฒนาทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกให้กับนักเรียน และ 4. วิเคราะห์ผลของการใช้ชุดกิจกรรมแนะแนวสำหรับครูตามรูปแบบการเรียนรู้ระดับจุลภาคในการพัฒนาทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกให้กับนักเรียน โดยแบ่งขั้นตอนการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ การวิจัยระยะที่ 1 ขั้นการทำความเข้าใจและการกำหนดปัญหา โดยสัมภาษณ์และสังเกตครูแนะแนวจากโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนสาธิต จำนวน 2 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง โดยใช้แบบสัมภาษณ์ครู และแบบสังเกตการจัดกิจกรรมแนะแนวของครู รวมถึงทำการสัมภาษณ์นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โดยใช้แบบสัมภาษณ์นักเรียน และให้นักเรียนทำแบบประเมินทุนทางจิตวิทยาเชิงบวก ระยะที่ 2 ขั้นออกแบบต้นแบบชุดกิจกรรมแนะแนวสำหรับครูตามรูปแบบการเรียนรู้ระดับจุลภาคเพื่อพัฒนาทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกให้กับนักเรียน จากข้อมูลลักษณะของครูที่ได้ในระยะที่ 1 ผ่านการสนทนากลุ่มร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ตลอดจนสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ทำให้ได้ต้นแบบชุดกิจกรรมแนะแนวจำนวน 1 ชุด ระยะที่ 3 ขั้นทดสอบ ผู้วิจัยทำการทดสอบการใช้ชุดกิจกรรม ตัวอย่างการวิจัยในระยะนี้เป็นตัวอย่างเดียวกับการวิจัยในระยะที่ 1 โดยเครื่องมือที่ใช้ในระยะนี้ คือ 1) แบบสัมภาษณ์การใช้ชุดกิจกรรมสำหรับครู 2) แบบสัมภาษณ์นักเรียนเกี่ยวกับกิจกรรม 3) แบบประเมินทุนทางจิตวิทยาเชิงบวก และ 4) ชุดกิจกรรมแนะแนวสำหรับครูตามรูปแบบการเรียนรู้ระดับจุลภาคเพื่อพัฒนาทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกให้กับนักเรียน ผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยทุนทางจิตวิทยาเชิงบวกโดยรวมของนักเรียนโรงเรียนรัฐบาลหลังการทดลอง (M=4.93, SD=.63) สูงกว่าก่อนทดลอง (M=4.63, SD=.80) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t=-2.682, Sig=.006) ส่วนของนักเรียนโรงเรียนสาธิตหลังการทดลอง (M=4.47, SD=.76) สูงกว่าก่อนการทดลอง (M=4.32, SD=.51) อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t=-1.093, Sig=.143) จากการสัมภาษณ์นักเรียนพบว่า นักเรียนชอบกิจกรรมการฟื้นพลังมากที่สุด รองลงมาคือกิจกรรมความหวัง และการมองโลกในแง่ดีตามลำดับ แต่ยังไม่มีการพูดถึงกิจกรรมการรับรู้ความสามารถในตนเอง จากการสัมภาษณ์ครู แนะแนวพบว่า ชุดกิจกรรมมีความเหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียน แต่ยังไม่สอดคล้องกับลักษณะของครูมากนัก โดยให้ข้อเสนอแนะว่า ชุดกิจกรรมมีความเหมาะสมกับคาบกิจกรรมโฮมรูมมากกว่า เนื่องจากกิจกรรมเป็นเนื้อหาจุลภาคซึ่งใช้เวลา 15 – …


Ethical Leadership Development Strategies Of University Faculty Members In Jiangsu, The People's Republic Of China, Wenhao Wu Jan 2024

Ethical Leadership Development Strategies Of University Faculty Members In Jiangsu, The People's Republic Of China, Wenhao Wu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aimed to 1) To study the conceptual frameworks of ethical leadership development and ethical leadership of university faculty members. 2) To study the ethical leadership levels of university faculty members in Jiangsu Province, China. 3) To analyze the strengths, weaknesses, opportunities, and threats of ethical leadership development of university faculty members in Jiangsu Province, China and 4) To develop ethical leadership development strategies of university faculty members in Jiangsu, the People's Republic of China. This study employed a multi-phase mixed methods research design,integrating both quantitative and qualitative approaches. The study involved 562 faculty members and 206 administrators from …


Robot-Assisted Language Learning (Rall) Of Community Of Inquiry Based On Cognitive Flexibility Approach To Enhance Undergraduate Students’ Critical Thinking Skills Andacademic Writing Skills, Vorapon Mahakaew Jan 2024

Robot-Assisted Language Learning (Rall) Of Community Of Inquiry Based On Cognitive Flexibility Approach To Enhance Undergraduate Students’ Critical Thinking Skills Andacademic Writing Skills, Vorapon Mahakaew

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to (1) examine the causal relationships among Community of Inquiry (CoI), Robot-Assisted Language Learning (RALL), and Cognitive Flexibility (CF) on Academic Writing Skills (AWS) and Critical Thinking Skills (CTS); (2) develop a web-based instructional prototype integrating these variables; and (3) evaluate its effectiveness through an empirical intervention. The research was conducted in four phases. Phase 1 employed Structural Equation Modeling (SEM) with 1,134 undergraduate students, confirming significant direct and indirect effects among the variables, with CTS acting as a key mediator. Phase 2 involved the development of a web-based instructional prototype. Phase 3 implemented an 8-week instructional …