Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Physical Sciences and Mathematics (1876)
- Chemistry (670)
- Computer Sciences (618)
- Engineering (617)
- Education (261)
-
- Computer Engineering (237)
- Polymer Chemistry (203)
- Environmental Sciences (200)
- Mathematics (161)
- Medicine and Health Sciences (99)
- Statistics and Probability (99)
- Chemical Engineering (97)
- Civil and Environmental Engineering (84)
- Science and Mathematics Education (82)
- Earth Sciences (80)
- Electrical and Computer Engineering (78)
- Electrical and Electronics (74)
- Life Sciences (72)
- Physics (72)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (71)
- Social and Behavioral Sciences (70)
- Industrial Engineering (69)
- Business (59)
- Operational Research (55)
- Construction Engineering and Management (53)
- Civil Engineering (52)
- Educational Assessment, Evaluation, and Research (44)
- Biotechnology (41)
- Geology (40)
- Educational Administration and Supervision (27)
Articles 391 - 420 of 2807
Full-Text Articles in Entire DC Network
Prediction Of Optimal Binding Constraints Of Linear Programming Problem Using Deep Learning, Natdanai Kafakthong
Prediction Of Optimal Binding Constraints Of Linear Programming Problem Using Deep Learning, Natdanai Kafakthong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This thesis presents innovative deep learning models designed to enhance the efficiency of solving linear programming, transportation, and traveling salesman problems. The first model, LP-Net, predicts the binding optimal constraints in linear programming problems, achieving faster solution times compared to traditional solvers like CPLEX. The second model, Transport-Net, predicts optimal basic feasible arcs for transportation problems, demonstrating significant speedups and superior scalability over both CPLEX and Gurobi in large-scale instances. The third model, TSP-Net, addresses the traveling salesman problem by predicting an initial near-optimal tour, outperforming Gurobi and genetic algorithms in computational efficiency. Collectively, these deep learning approaches offer transformative …
Efficiency And Functions Of Keystone Landfill Bacteria In Biodegradation Of Mixed Phthalate Esters, Adisan Rungsihiranrut
Efficiency And Functions Of Keystone Landfill Bacteria In Biodegradation Of Mixed Phthalate Esters, Adisan Rungsihiranrut
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Dibutyl phthalate (DBP) and di-(2-ethylhexyl) phthalate (DEHP), commonly used phthalate esters (PAEs), are persistent pollutants found in landfills due to the increasing accumulation of plastic waste. To develop an effective bioremediation tool, in this study, we explored the responses of indigenous bacterial communities in landfill waste covers to PAE contamination and identified and isolated the keystone species that play roles in PAE degradation to form PAE-degrading consortium. Microcosm experiments at room temperature (27-30°C) and 37°C showed rapid removal of 300 mg/kg DBP, with 95% removal in 14 days individually and 90% in 21 days as a mixture. DEHP at 300 …
A Bim-Based Digital Platform For Assessing The Whole Building Circularity Indicators Of Modular Steel Projects, Yin Min Maung
A Bim-Based Digital Platform For Assessing The Whole Building Circularity Indicators Of Modular Steel Projects, Yin Min Maung
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The construction industry is undergoing a paradigm shift towards sustainable practices, one of which is circular economy (CE). Adopting the CE concept is a complex undertaking, which is characterized by a set of indicators capturing its key aspects. Various tools and techniques are employed to implement this novel concept. An essential step of CE implementation is evaluating the circularity of buildings. This research develops a BIM-based digital platform for assessing the whole building circularity indicators (WBCI) of modular steel projects. The platform is designed to assist in computing these indicators, which requires diverse data inputs and complex interrelated equations. The …
Application Of Machine Learning In Assessing Spatial Distribution Patterns Of Soil Microplastics: A Case Study Of The Bang Pakong Watershed, Thailand, Ugochukwu Ihezukwu
Application Of Machine Learning In Assessing Spatial Distribution Patterns Of Soil Microplastics: A Case Study Of The Bang Pakong Watershed, Thailand, Ugochukwu Ihezukwu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Microplastics (MPs) are persistent environmental pollutants introduced through various factors. Understanding the spatial distribution characteristics of MPs is crucial for developing effective mitigation strategies. However, the relationship between MPs and their covariables remains largely unexplored. In this study, we investigated the abundance of MPs in 40 soil samples from different land-use types in the Bang Pakong Watershed and assessed the applicability of machine learning models for predicting the spatial distribution patterns of soil MPs. The samples were divided into three categories: 1.2 µm-500 µm, 500 µm-1 mm, and 1-2 mm. They were analyzed using ZnCl2 density separation, H2O2 digestion process, …
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารและบริการต้อนรับ, ศุภธัช อารยเมธาเลิศ
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารและบริการต้อนรับ, ศุภธัช อารยเมธาเลิศ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าเข้ามามีบทบาทการตลาดขององค์กรและการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของประเทศด้วยการเป็นสถานที่การตลาดและการแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม นอกจากนี้การจัดแสดงสินค้ายังเป็นส่วนในการดึงชาวต่างชาติให้เข้ามาลงทุนและบริโภคสินค้าและบริการในประเทศ ธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าจึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารและบริการต้อนรับ” ประกอบด้วย 5 ระบบได้แก่ ระบบวิเคราะห์รายได้และผลกำไร ระบบวิเคราะห์การใช้พื้นที่จัดงาน ระบบวิเคราะห์ผู้เช่า ระบบวิเคราะห์ผู้เข้าชม ระบบวิเคราะห์คำติชม โดยระบบได้ถูกพัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2019 และใช้โปรแกรม Tableau Desktop 2022.2 ในการจัดทำแดชบอร์ดวิเคราะห์ ระบบที่พัฒนาขึ้นจะช่วยให้ผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายต่างๆ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมุมมองที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ได้อย่างชัดเจนในแง่ลึก และวางแผนการดำเนินงานธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
การเปรียบเทียบอัลกอริทึมวิเคราะห์หาสาเหตุการตายโดยการสัมภาษณ์เมื่อมีข้อมูลไม่สมบูรณ์, ณัชชา สุวันทารัตน์
การเปรียบเทียบอัลกอริทึมวิเคราะห์หาสาเหตุการตายโดยการสัมภาษณ์เมื่อมีข้อมูลไม่สมบูรณ์, ณัชชา สุวันทารัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของอัลกอริทึมในการวิเคราะห์หาสาเหตุการตายจากการสัมภาษณ์ (Verbal Autopsy) เมื่อมีระดับความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลที่ต่างกัน ทำโดยเปรียบเทียบ 5 อัลกอริทึมในการแปลผลหาสาเหตุการตาย คือ InSilicoVA InterVA-5 Tariff Naïve Bayes Classifiers (NBC) และ Random Forest (RF) ในการจำแนกหาสาเหตุการตายเมื่อไม่มีการหายของข้อมูล มีการหายของข้อมูล 5% มีการหายของข้อมูล 10% และ มีการหายของข้อมูล 20% โดยเกณฑ์วัดในการประเมินประสิทธิภาพของอัลกอริทึมคือ ระยะเวลาในการทำงาน ค่าความถูกต้อง ค่า Chance-Concordance Corrected (CCC) ค่า Cause Specific Mortality Fraction (CMSF) accuracy ค่า Sensitivity และ ค่า Specificity ซึ่งข้อมูลที่นำการวิเคราะห์ในงานวิจัยนี้คือข้อมูล PHMRC Gold Standard ที่เป็นข้อมูลของผู้ใหญ่จำนวน 7,841 ตัวอย่าง จากการศึกษาพบว่าข้อมูลสมบูรณ์ทำให้มีประสิทธิภาพดีกว่าข้อมูลที่มีการทำให้หาย มีค่าตัวชี้วัดดีกว่าในทุกระดับการหายของข้อมูลและตัวชี้วัดข้างต้นที่กล่าวมาจะค่อยๆ ลดลงตามระดับการหายที่เพิ่มขึ้น VA อัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพในการแปลผลดีที่สุดคือ RF ในทุกระดับการหายของข้อมูลจากทุกดัชนีชี้วัดยกเว้นระยะเวลาในการทำงานและกลุ่มที่ใช้วิธีคิดแบบ data-driven อัลกอริทึมเช่น RF, Tariff และ NBC จะมีประสิทธิภาพในการแปลผลดีกว่า InSilicoVA และ InterVA 5 อาจเป็นเพราะเมื่อข้อมูลที่ใช้ในชุดเรียนรู้ในมีความครบถ้วนและสะท้อนกับข้อมูลชุดทดสอบแตกต่างกับวิธีที่ใช้หลักทางสถิติที่จะใช้ข้อมูลในการแปลผลข้อมูลมาจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญมากกว่าให้อัลกอริทึมการแปลผลเรียนรู้จากชุดเรียนรู้
อิทธิพลของแนวดนตรีพื้นหลังของเว็บไซต์ต่อการรับรู้ความสนุกสนาน ความสอดคล้องกับธุรกิจ และความตั้งใจเชิงพฤติกรรมของผู้ใช้งาน, ญาณิศา ซุ่นใช้
อิทธิพลของแนวดนตรีพื้นหลังของเว็บไซต์ต่อการรับรู้ความสนุกสนาน ความสอดคล้องกับธุรกิจ และความตั้งใจเชิงพฤติกรรมของผู้ใช้งาน, ญาณิศา ซุ่นใช้
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาอิทธิพลของแนวดนตรีพื้นหลังของเว็บไซต์ต่อ (1) การรับรู้ความสนุกสนาน (2) ความสอดคล้องกับธุรกิจ และ (3) ความตั้งใจเชิงพฤติกรรมของผู้เข้าชมเว็บไซต์สปา ประเภทเดย์สปาหรือซิตี้สปา ที่มีการใช้แนวดนตรีพื้นหลัง 3 รูปแบบ ได้แก่ (1) เว็บไซต์ที่ไม่มีดนตรีพื้นหลัง (2) เว็บไซต์ที่มีแนวดนตรีแอมเบียนต์เป็นดนตรีพื้นหลังซึ่งแสดงถึงความสอดคล้องกับธุรกิจสปา และ (3) เว็บไซต์ที่มีแนวดนตรีคันทรีเป็นดนตรีพื้นหลังซึ่งแสดงถึงความไม่สอดคล้องกับธุรกิจสปา งานวิจัยนี้ศึกษาชาวไทยเพศหญิง ที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2524 ถึง 2543 หรือเจเนอเรชันวาย ที่ทำงาน หรืออาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 264 คน และใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์ สำหรับการรับรู้ความสนุกสนาน การทดสอบของครัสคาลและวัลลิส พบว่าเว็บไซต์ที่มีแนวดนตรีแอมเบียนต์เป็นดนตรีพื้นหลังมีการรับรู้ความสนุกสนานของผู้ใช้ที่สูงกว่าเว็บไซต์ที่ไม่มีดนตรีพื้นหลัง และเว็บไซต์ที่มีแนวดนตรีคันทรีเป็นดนตรีพื้นหลังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เช่นเดียวกับการรับรู้ความสอดคล้องของดนตรีกับธุรกิจ พบว่าเว็บไซต์ที่มีแนวดนตรีแอมเบียนต์เป็นดนตรีพื้นหลังมีการรับรู้ความสอดคล้องของผู้ใช้ที่สูงกว่าเว็บไซต์ที่ไม่มีดนตรีพื้นหลัง และเว็บไซต์ที่มีแนวดนตรีคันทรีเป็นดนตรีพื้นหลังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน พบว่าในภาพรวม การรับรู้ความสนุกสนานส่งผลเชิงบวกกับความตั้งใจเชิงพฤติกรรมในระดับปานกลาง แต่เมื่อมีแนวดนตรีแอมเบียนต์เป็นดนตรีพื้นหลังของเว็บไซต์ การรับรู้ความสนุกสนานส่งผลเชิงบวกกับความตั้งใจเชิงพฤติกรรมในระดับสูง และในภาพรวมพบว่าการรับรู้ความสอดคล้องของดนตรีกับธุรกิจส่งผลเชิงบวกในระดับต่ำต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรม แต่เมื่อมีแนวดนตรีแอมเบียนต์เป็นดนตรีพื้นหลังของเว็บไซต์ พบว่าการรับรู้ความสอดคล้องของดนตรีกับธุรกิจส่งผลเชิงบวกในระดับสูงต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรม แต่ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสอดคล้องของดนตรีกับธุรกิจกับความตั้งใจเชิงพฤติกรรมบนเว็บไซต์ที่ไม่มีดนตรีพื้นหลัง และเว็บไซต์ที่มีแนวดนตรีคันทรีเป็นดนตรีพื้นหลัง ผู้วิจัยหวังว่าผลการวิเคราะห์จากงานวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยสามารถนำผลลัพธ์ที่ได้จากงานวิจัยไปใช้พัฒนา รวมถึงออกแบบเว็บไซต์เพื่อเป็นกลยุทธ์ให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ดีในการเข้าชมเว็บไซต์
Model Criteria Selection For Predictive Purpose In Logistic Regression, Pattharapon Yuttharsaknukul
Model Criteria Selection For Predictive Purpose In Logistic Regression, Pattharapon Yuttharsaknukul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates the performance of various model selection criteria for binary logistic regression models in diverse data settings. The research compares traditional criteria (AIC, AICc, BIC, FIC) and proposes criteria (pAIC, pAICc, pBIC) designed to improve predictive ability and prevent overfitting. A simulation study systematically manipulates factors like imbalanced ratios, collinearity, number of observations, and number of variables to evaluate the effectiveness of these criteria across various scenarios. The performance is assessed using four key metrics: F1-score, false positive rate, false negative rate, and Area Under the Curve (AUC). The findings reveal a complex interplay between data characteristics and …
ผลของความเชื่อก่อนหน้าและจำนวนค่าผิดปกติที่มีต่อการประมาณค่าสหสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงความเชื่อของบุคคล, สุทัตตา เหรียญทอง
ผลของความเชื่อก่อนหน้าและจำนวนค่าผิดปกติที่มีต่อการประมาณค่าสหสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงความเชื่อของบุคคล, สุทัตตา เหรียญทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยในอดีตพบว่าบุคคลตีความสหสัมพันธ์จากแผนภาพการกระจายอย่างมีอคติตามความเชื่อของตน หากแผนภาพการกระจายมีลักษณะทางภาพที่สนับสนุนความเชื่อเดิมของบุคคลอยู่ด้วยจะส่งผลให้บุคคลนั้นเปลี่ยนแปลงความเชื่อน้อยลงแม้ว่าแผนภาพนั้นจะแสดงความสัมพันธ์ที่ไม่สอดคล้องกับความเชื่อของบุคคล อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่ผ่านมายังไม่มีการนำค่าผิดปกติมาศึกษาร่วมกับความเชื่อ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของความเชื่อก่อนหน้าและจำนวนค่าผิดปกติต่อการประมาณค่าสหสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงความเชื่อ โดยผู้วิจัยคาดว่าการมีค่าผิดปกติจะยิ่งทำให้แผนภาพดูมีความสัมพันธ์ต่ำลงและจะทำให้บุคคลเปลี่ยนแปลงความเชื่อน้อยลงในกรณีที่บุคคลนั้นเชื่อว่าคู่ตัวแปรไม่มีความสัมพันธ์กัน การศึกษานี้ทำการทดลองผ่านแบบสอบถามออนไลน์โดยให้ผู้เข้าร่วมวิจัยแต่ละคนตอบแบบสอบถามความเชื่อเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรและประมาณค่าสหสัมพันธ์จากแผนภาพการกระจายทั้ง 12 แผนภาพ ซึ่งมาจากการผสมกันระหว่างเงื่อนไขการทดลอง ได้แก่ ความเชื่อก่อนหน้า (ไม่สอดคล้อง/สอดคล้อง), จำนวนค่าผิดปกติ (0/2/4 จุด) และระดับสหสัมพันธ์ (0.4/0.6) ผลพบว่าความเชื่อก่อนหน้าและจำนวนค่าผิดปกติมีอิทธิพลทำนายต่อการประมาณค่าสหสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงความเชื่อ โดยกรณีความเชื่อก่อนหน้าไม่สอดคล้องกับข้อมูลจะประมาณค่าสหสัมพันธ์ต่ำกว่าความเป็นจริงและจะประมาณต่ำกว่ากรณีความเชื่อก่อนหน้าสอดคล้องกับข้อมูล และเมื่อจำนวนค่าผิดปกติเพิ่มขึ้นบุคคลกลับประมาณค่าสหสัมพันธ์สูงขึ้นซึ่งไม่ตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ และไม่ว่าสหสัมพันธ์จะเป็นระดับกลาง (0.4) หรือสูง (0.6) บุคคลต่างก็ประมาณค่าสหสัมพันธ์ผิดพลาดไปตามความเชื่อของตน ส่วนประเด็นการเปลี่ยนแปลงความเชื่อผลพบว่า กรณีความเชื่อก่อนหน้าไม่สอดคล้องกับข้อมูลจะเปลี่ยนแปลงความเชื่อเพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่ากรณีความเชื่อก่อนหน้าสอดคล้องกับข้อมูล และจะเปลี่ยนแปลงความเชื่อมากขึ้นเมื่อสหสัมพันธ์สูงขึ้น (0.6) โดยจำนวนค่าผิดปกติมีอิทธิพลเล็กน้อยต่อการเปลี่ยนแปลงความเชื่อที่เพิ่มขึ้นของกรณีความเชื่อก่อนหน้าไม่สอดคล้องกับข้อมูลซึ่งไม่ตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าจำนวนค่าผิดปกติมีอิทธิพลทางอ้อมต่อการเปลี่ยนแปลงความเชื่อโดยมีการประมาณค่าสหสัมพันธ์เป็นตัวแปรส่งผ่านซึ่งอิทธิพลทางอ้อมนี้ถูกกำกับโดยความเชื่อก่อนหน้าและระดับสหสัมพันธ์ โดยที่กรณีความเชื่อก่อนหน้าไม่สอดคล้องกับข้อมูลจะมีขนาดอิทธิพลทางอ้อมสูงกว่ากรณีความเชื่อก่อนหน้าสอดคล้องกับข้อมูล
Determination Of Kinetic Parameters For Bone Turnover In Chronic Kidney Disease With Hemodialysis Patients Using Dynamics 18f-Naf Pet/Ct Imaging, Viyada Sanoesan
Determination Of Kinetic Parameters For Bone Turnover In Chronic Kidney Disease With Hemodialysis Patients Using Dynamics 18f-Naf Pet/Ct Imaging, Viyada Sanoesan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Bone turnover measurement using 18F-NaF PET/CT serves as a valuable imaging biomarker for studying bone metabolism at various sites of skeleton. This study aimed to determine the kinetic parameters (Ki–Patlak) for bone turnover prediction as a non-invasive biomarker from dynamic 18F-NaF PET/CT in chronic kidney disease (CKD) patients with hemodialysis. Moreover, we aimed to investigate whether Ki–Patlak derived from shortened scan time can provide a prediction equivalent to that obtained from routine dynamic scan. Twenty-seven Thai CKD patients on hemodialysis (48 scans) from December 2021 to December 2023 were recruited. After intravenous injection of 18F-NaF of 133±39.3 MBq, dynamic PET/CT …
Efficient Text Bounding Box Identification Using Mask R-Cnn: Case Of Thai Documents, Phanthakan Kiatphaisansophon
Efficient Text Bounding Box Identification Using Mask R-Cnn: Case Of Thai Documents, Phanthakan Kiatphaisansophon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Text detection is a fundamental task in computer vision, particularly for Optical Character Recognition (OCR) application. This research focuses on text detection part of the OCR. Our previous text detection model, CRAFT (Character-Region Awareness For Text detection) has shown promising outcomes in bounding box identification. Nevertheless, it encounters issues associated with post-processing and multiline text. The post-processing related to the necessity to reconfigure the model when new documents are introduced, resulting in inefficiencies and complexities. Also the CRAFT model tends to blend bounding boxes from consecutive lines, introducing errors and impacting the accuracy in the text recognition part of the …
Laser-Induced Biochar For The Solid-Phase Extraction Of Organophosphorus Pesticides, Sherwin Hugo Tan Lu
Laser-Induced Biochar For The Solid-Phase Extraction Of Organophosphorus Pesticides, Sherwin Hugo Tan Lu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Biochar is a carbon-rich material made from the combustion of biomass. It is a potential sustainable material for preconcentration sorbents, however conventional research uses energy-intensive pyrolysis methods to produce biochar sorbents. In this study, a more energy-efficient approach, using a laser irradiation process under ambient conditions, was studied to produce a biochar sorbent for the solid-phase extraction (SPE) of organophosphorous pesticides (OPPs) and analyzed by gas chromatography-mass spectrometry (GC-MS). Various biomass materials rich in lignin were tested to produce a biochar by a laser irradiation method. Cork sheet had the most consistent production of a laser-induced biochar and was selected …
A Study On Peer-To-Peer Energy Trading Market In Low-Voltage Distribution Systems By Considering System Operation Criteria, Pikkanate Angaphiwatchawal
A Study On Peer-To-Peer Energy Trading Market In Low-Voltage Distribution Systems By Considering System Operation Criteria, Pikkanate Angaphiwatchawal
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This dissertation investigates the challenges and proposes solutions for enhancing the efficiency and resilience of power systems through peer-to-peer (P2P) energy trading markets, focusing on the context of Thailand. It emphasizes assessing P2P energy transactions to prevent overloading of distribution lines and voltage fluctuations. The study proposes a method to determine the allowable maximum trading power (MTP) for sellers and buyers, considering the operating conditions of the distribution system and forecast error data of photovoltaic (PV) generation and load consumption and leveraging real-time data and algorithms to adjust trading power based on network constraints, ensuring power exchange does not affect …
Small Objects Detection In Aerial Imagery For System-On-Chip Fpgas, Wimonthip Saenprasert
Small Objects Detection In Aerial Imagery For System-On-Chip Fpgas, Wimonthip Saenprasert
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Unmanned aerial vehicles (UAVs) offer significant advantages in accessing remote or high-risk locations. Yet, they also present challenges concerning privacy and safety. Effective air traffic management is crucial for ensuring compliance with security regulations. The primary objective is to monitor the flight trajectories of target objects in the airspace, necessitating efficient object detection, especially for distant objects, to facilitate surveillance and preparedness for addressing potential threats. However, the current performance of existing models in detecting small objects is inadequate for real-time surveillance applications. This study advocates prioritizing object detection over precise prediction of object bounding box sizes. We propose a …
Utility Optimization Via Multi-Section Heat Integration Approach For Multi-Period Operations, Ariyachai Silprasert
Utility Optimization Via Multi-Section Heat Integration Approach For Multi-Period Operations, Ariyachai Silprasert
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Heat Exchanger Network (HEN) optimization is essential for achieving utility conservation and minimizing the Total Annual Cost (TAC) by maximizing heat recovery between process streams. This study investigates on single and multi-section heat integration within a caprolactam (CPL) plant, conducted in collaboration with a petrochemical company. The investigation comprehensively addresses multi-period operations, considering production rate variability at 60%, 80%, and 100% loads. This variability is due to fluctuating operating conditions influenced by economic factors, as well as start-up and shut-down schedules. This work utilizes process simulation namely Aspen Plus and establishes HEN solutions using Aspen Energy Analyzer (AEA) and conventional …
การพัฒนาระบบการจดบันทึกดิจิทัลแบบมีปฏิสัมพันธ์ตามแนวคิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลร่วมกับ กระบวนการการตัดสินใจเพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ธาดาพนิตสดี ศุกลวิริยะกุล
การพัฒนาระบบการจดบันทึกดิจิทัลแบบมีปฏิสัมพันธ์ตามแนวคิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลร่วมกับ กระบวนการการตัดสินใจเพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ธาดาพนิตสดี ศุกลวิริยะกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยและพัฒนาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อประเมินความต้องการจำเป็นและองค์ประกอบเชิงยืนยันของทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนเพื่อศึกษาองค์ประกอบเชิงยืนยันและความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2. – 4. เพื่อพัฒนา - ทดลอง และ รับรองระบบการจดบันทึกดิจิทัลแบบมีปฏิสัมพันธ์ตามแนวคิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลร่วมกับกระบวนการการตัดสินใจเพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยงานวิจัยนี้แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 การประเมินความต้องการจำเป็นของทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 861 คน ระยะที่ 2 การพัฒนาระบบการจดบันทึกดิจิทัลแบบมีปฏิสัมพันธ์ตามแนวคิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลร่วมกับกระบวนการการตัดสินใจเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มตัวอย่างผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ได้แก่ 1) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนการแก้ปัญหา 2) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ระยะที่ 3 การศึกษาผลการทดลองใช้ระบบการจดบันทึกดิจิทัลแบบมีปฏิสัมพันธ์ตามแนวคิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลร่วมกับกระบวนการการตัดสินใจเพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 28 คน ระยะที่ 4 การนำเสนอระบบการจดบันทึกดิจิทัลแบบมีปฏิสัมพันธ์ตามแนวคิดการเรียนรู้ส่วนบุคคลร่วมกับกระบวนการการตัดสินใจเพื่อเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย กล่มตัวอย่างเหมือนกับระยะที่ 2 ผลการวิจัยพบว่า จากการศึกษาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นและองค์ประกอบเชิงยืนยันจึงได้องค์ประกอบและขั้นตอนของระบบฯ ดังนี้ องค์ประกอบที่สำคัญของทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ความสามารถในการประเมินความซับซ้อนของเหตุการณ์ (2) ความสามารถในการระบุปัญหา (3) ความสามารถในการวิเคราะห์ความผิดปกติ (4) ความสามารถในการมองเห็นความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงของแต่ละปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหา และ (5) ความสามารถในการสร้างสรรค์แนวทางจัดการปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหาและผลกระทบ องค์ประกอบของระบบฯ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือ (2) ด้านการปฏิสัมพันธ์ (3) ด้านการตัดสินใจ และ (4) ด้านการเรียนรู้ส่วนบุคคล ผลการทดลองใช้ระบบฯ พบว่า จากการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของทักษะการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ได้แก่ ก่อนเรียน ระหว่างเรียนครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 และ หลังเรียน พบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .05
แบบจำลองการเรียนรู้โดยคำกระตุ้นสำหรับการจำแนกข้อความแบบน้อยนัด, ธนกร ทำอิ่นแก้ว
แบบจำลองการเรียนรู้โดยคำกระตุ้นสำหรับการจำแนกข้อความแบบน้อยนัด, ธนกร ทำอิ่นแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเรียนรู้โดยคำกระตุ้น (Prompt-based learning) ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจำแนกประเภทข้อความในสถานการณ์ที่มีข้อมูลแบบน้อยนัด (Few-shot settings) ซึ่งเหนือกว่าวิธีการการปรับใช้แบบจำลองอย่างเต็มรูปแบบ (Full fine-tune) วิธีการนี้แปลงข้อมูลข้อความด้วยแม่แบบที่กำหนดขึ้น เพื่อให้แบบจำลองพยากรณ์คำที่ถูกปิดบัง (Masked language modeling) จากนั้นใช้ตัวแปลงคำ (Verbalizer) เพื่อจับคู่ผลลัพธ์ของแบบจำลองกับป้ายกำกับที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม วิธีการจำแนกประเภทข้อความด้วยการเรียนรู้โดยคำกระตุ้นถูกพัฒนาสำหรับชุดข้อมูลภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการใช้งานในภาษาทรัพยากรต่ำ เช่น ภาษาไทย เพื่อแก้ไขปัญหานี้ งานวิจัยนี้ได้แนะนำวิธีการสองแบบ ได้แก่ LAAV สำหรับการจำแนกประเภทข้อความที่มีป้ายกำกับเดียว และ PLAML สำหรับการจำแนกประเภทข้อความที่มีหลายป้ายกำกับ โดยทั้งสองวิธีมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้โดยคำกระตุ้น สำหรับการจำแนกประเภทข้อความด้วยข้อมูลแบบน้อยนัด LAAV เสริมประสิทธิภาพด้วยการรวมคำ "และ" เข้าไป ทำให้สามารถสร้างคำที่เหมาะสมกว่าสำหรับตัวแปลงคำ และปรับให้ป้ายกำกับเข้ากับผลลัพธ์ของโมเดลภาษาได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน PLAML ก็ได้รับการพัฒนาเพื่อรับมือกับข้อจำกัดของการจำแนกประเภทข้อความที่มีหลายป้ายกำกับ ซึ่งแต่ละป้ายกำกับมักมีความสัมพันธ์กัน โดยเสนอเทคนิคสามอย่าง ได้แก่ ค่าน้ำหนักของคำตัวแทนที่รับรู้ป้ายกำกับ แม่แบบที่รับรู้ป้ายกำกับ และกลไกการกำหนดเกณฑ์แบบเปลี่ยนแปลงได้ จากการทดลองพบว่า เทคนิค LAAV และ PLAML ได้เพิ่มความแม่นยำในการจำแนกประเภททั้งในชุดข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
Techno-Economic Analysis Of Pre-Treatment Methods For Monoethanolamine (Mea)Co2 Capture Process, Nida Isarapreeda
Techno-Economic Analysis Of Pre-Treatment Methods For Monoethanolamine (Mea)Co2 Capture Process, Nida Isarapreeda
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Global warming is the increase in the earth's overall temperature due to human activities, primarily the burning of fossil fuels, leading to the greenhouse effect. Greenhouse gases cause temperatures to rise, lead to climate change, which encompasses alterations in weather patterns. In Thailand, the industries with significant greenhouse gas emissions include electricity generation, cement production, and steel production. To remove CO2 emissions, the carbon capture process is focused on this research. The Monoethanolamide (MEA) process stands out for its lowest capital investment cost due to its simplicity and minimal equipment requirements. SO2 and NOX can react with amine-based solvents used …
บุคลิกภาพ Lone Wolf สามารถเป็นสมาชิกทีมที่ดี ได้หรือไม่? การวิเคราะห์อิทธิพลส่งผ่าน และอิทธิพลกำกับ, พัชรวุฒิ สุภาคง
บุคลิกภาพ Lone Wolf สามารถเป็นสมาชิกทีมที่ดี ได้หรือไม่? การวิเคราะห์อิทธิพลส่งผ่าน และอิทธิพลกำกับ, พัชรวุฒิ สุภาคง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ผู้ที่มีบุคลิกภาพ Lone wolf หมายถึง ผู้ที่มีศักยภาพในการทำงานที่สูงมาก แต่ชอบทำงานคนเดียว และไม่ชอบการทำงานเป็นทีม งานวิจัยในอดีตได้สรุปผลเอาไว้ว่า Lone wolf เป็นผู้ไม่มีพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม และส่งผลกระทบทางลบต่อการทำงานในรูปแบบทีม อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยมีใครสำรวจมาก่อนว่าในฐานะนักวิจัยเราสามารถทำอย่างไรได้บ้างที่จะช่วยให้ Lone wolf สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และเป็นสมาชิกทีมที่ดีได้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะ (1) สำรวจอิทธิพลส่งผ่านของพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม ในความสัมพันธ์ทางอ้อมระหว่าง Lone wolf กับ ประสิทธิภาพของทีม, (2) ทดสอบอิทธิพลกำกับของการรับรู้ความสามารถตนเองที่มีต่องาน และ ความชัดเจนของบทบาท ในการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับ Lone wolf ทำนายพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม, และ (3) ศึกษาผลของการจัดกระทำความชัดเจนของบทบาท เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม และประสิทธิภาพของทีม ของกลุ่มตัวอย่าง Lone wolf สูง/ต่ำ ที่เข้าร่วมวิจัยในเงื่อนไข ทดลอง/ควบคุม โดยแบ่งออกเป็น 2 การศึกษา ดังนี้ การศึกษาที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ศึกษาผ่านกลุ่มตัวอย่างพนักงานองค์การชาวไทย ที่ทำงานในอุตสาหกรรมบริการ จำนวน 443 คน เพื่อศึกษาโมเดลความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพ Lone wolf กับการรับรู้ประสิทธิภาพของทีม โดยมีพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมเป็นตัวแปรส่งผ่าน และมีความชัดเจนของบทบาท และการรับรู้ความสามารถของตนเองที่มีต่องานเป็นตัวแปรกำกับ ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า Lone wolf มีอิทธิพลทางลบต่อทั้งพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม และต่อประสิทธิภาพของทีม และพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมทำหน้าที่เป็นตัวแปรส่งผ่านความสัมพันธ์ทางลบระหว่าง Lone wolf ไปสู่ประสิทธิภาพของทีม นอกจากนี้ยังพบว่า ความชัดเจนของบทบาทมีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางร่วมกับ Lone wolf ในการลดระดับความสัมพันธ์ทางลบของ Lone wolf ที่มีต่อพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมได้ ในทางกลับกัน การรับรู้ความสามารถตนเองที่มีต่องาน ถูกพบว่ามีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางร่วมกับ Lone wolf ในการไปเร่งกระตุ้นความสัมพันธ์ทางลบของ Lone wolf ที่มีต่อพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม การศึกษาที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงการทดลอง ศึกษาผ่านกลุ่มตัวอย่างนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 76 คน ผ่านการจัดกระทำความชัดเจนของบทบาท เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการทำงานเป็นทีม …
A Survey Of Cybersecurity Awareness Among Undergraduate Students At Yunnan University Of Finance And Economics In China, Xiaoyu Du
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Telecommunications and cyber fraud are prevalent online risks that have caused trouble for college students. Undergraduate students are particularly vulnerable to fraud due to a lack of experience and cybersecurity awareness. It is essential for educators to provide cybersecurity-related training to raise the students’ level of cybersecurity awareness. The aim of this study was to see how Chinese undergraduate students learned about cybersecurity and examine a relationship between training and cybersecurity awareness. A questionnaire was administered to survey cybersecurity learning approaches and a degree of cybersecurity awareness of undergraduates at Yunnan University of Finance and Economics in China. Four aspects …
A Psychometric Study Of Thai Farmer's Risk Perception On Agricultural Risks, Cato Lacroix
A Psychometric Study Of Thai Farmer's Risk Perception On Agricultural Risks, Cato Lacroix
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Agricultural risks, such as pests and disease, crop price, debt, and floods and/or droughts, pose a threat to farmers as their livelihood relies on their crop yields. The purpose of this research is to evaluate cash crop and high-value crop farmers’ risk perception towards agricultural risks, as well as their ability to cope and deal with these risks in Ayutthaya and Chanthaburi Province, Thailand. To determine the perceptions on agricultural risk, the psychometric paradigm was used which is among the first study in Thailand to do so. This study hypothesized that different crop types, farming regions, and socio-economic factors, may …
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจการจัดงานอบรมและสัมมนา, กุลปริยา จุลกัณห์
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจการจัดงานอบรมและสัมมนา, กุลปริยา จุลกัณห์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเพราะเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปในการดำเนินการทางธุรกิจ ทำให้องค์กรต่าง ๆ ทุกองค์กรต้องปรับตัว เพื่อให้การทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ต้องพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้มีความรู้ ทักษะ ให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป การฝึกอบรมและสัมมนาจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้บุคลากรพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอและช่วยให้องค์กรมีโอกาสที่จะเติบโตได้ดีขึ้น โครงการนี้จึงนำหลักการคิดเชิงออกแบบ หรือ Design Thinking มาประยุกต์ใช้ในการทำความเข้าใจและหาความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้งานอย่างลึกซึ้ง เพื่อออกแบบระบบต้นแบบของเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจการจัดงานอบรมและสัมมนาเพื่อที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและพนักงานให้ได้มากที่สุด ระบบต้นแบบของเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจการจัดงานอบรมและสัมมนานี้ จึงเป็นแนวทางในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันของธุรกิจการจัดงานอบรมและสัมมนาต่อไป เพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิจ เพื่อเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น และเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันของธุรกิจการดำน้ำเพื่อการสันทนาการ, พลาธิป จัตุนวรัตน์
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันของธุรกิจการดำน้ำเพื่อการสันทนาการ, พลาธิป จัตุนวรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การท่องเที่ยวเชิงดำน้ำในประเทศไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจดำน้ำเติบโตตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ธุรกิจดำน้ำในประเทศไทยยังขาดระบบหรือแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้จองและผู้จัดทริปดำน้ำ ส่งผลให้กระบวนการค้นหา การจองและติดตามสถานะการจองทริปดำน้ำทำได้ยากและล่าช้า ในทางกลับกันผู้ให้บริการดำน้ำก็ไม่สามารถบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้พัฒนาต้นแบบแอปพลิเคชันการจองทริปดำน้ำที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั้งสองฝ่าย โดยช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาทริปดำน้ำที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย จองทริปได้อย่างสะดวกและติดตามสถานะการจองได้สะดวก นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ให้บริการดำน้ำสามารถบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้นแบบแอปพลิเคชันนี้ได้รับการพัฒนาโดยใช้หลักการการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) โดยศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้งานทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียด คาดว่าต้นแบบแอปพลิเคชันนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในธุรกิจดำน้ำในประเทศไทยได้ ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชิงดำน้ำในประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันของธุรกิจพิพิธภัณฑ์, ณัฐธิดา มหาสิทธิวัฒน์
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันของธุรกิจพิพิธภัณฑ์, ณัฐธิดา มหาสิทธิวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
พิพิธภัณฑสถาน หรือ พิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่ หรือสถาบันที่ไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งขึ้นเพื่อการศึกษาในลักษณะการจัดแสดง ร่วมกับการอนุรักษ์จัดเก็บฟื้นฟูสภาพ โดยจัดแสดงในรูปแบบที่มนุษย์ทำขึ้น เช่น โบราณวัตถุ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และ วัตถุที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น วัตถุทางธรณีวิทยา ชีววิทยา เป็นต้น พิพิธภัณฑ์ ไม่เพียงแค่เก็บรักษา และจัดแสดง แต่ยังให้ประสบการณ์ และมีการโต้ตอบแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านต่าง ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หรือ พิพิธภัณฑ์สิ่งมีชีวิต ในปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตเติบโต ได้มีพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงเกิดขึ้นมากมายในลักษณะของเว็บไซต์ที่มีการจัดแสดงภาพ และ เสียง ให้ผู้เข้าชมสามารถรับฟังได้ พิพิธภัณฑ์จำนวนมาก จึงนำอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยสนับสนุนการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เยี่ยมชมในพิพิธภัณฑ์ เพื่อดึงดูดให้ผู้คนเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มากขึ้น โครงการพิเศษนี้นำหลักการการคิดเชิงออกแบบ และ หลักการเกมิฟิเคชัน มาใช้ในการวิเคราะห์ และออกแบบระบบ รวมถึงจัดทำระบบต้นแบบ เพื่อนำไปพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชัน สำหรับลูกค้า และผู้ดูแลระบบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการเยี่ยมชม และเพิ่มความสะดวกสบายในการจัดการข้อมูลพิพิธภัณฑ์ ระบบต้นแบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิรกิจพิพิธภัณฑ์ และ ทำให้องค์กรมีการดำเนินงานที่เป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้น
ระบบสารสนเทศของธุรกิจเฝ้าระวังการหกล้มผ่านกล้องวงจรปิด, ทรนงชัย นนทภา
ระบบสารสนเทศของธุรกิจเฝ้าระวังการหกล้มผ่านกล้องวงจรปิด, ทรนงชัย นนทภา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ณ ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ที่ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอาจต้องเผชิญ คือ การที่ผู้สูงอายุต้องพักอาศัยอยู่เพียงลำพังโดยไม่มีผู้ดูแลในบางช่วงเวลา ในเวลาที่ผ่านมา การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคนิคที่สำคัญของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ในการวิเคราะห์รูปภาพ เนื่องจากสามารถฝึกให้เรียนรู้จำลักษณะของวัตถุได้ดี ทำให้ปัญญาประดิษฐ์มีความสามารถเป็นเสมือน"ตา" ให้กับระบบที่ต้องการวิเคราะห์วัตถุจากรูปภาพ โครงการ “ระบบสารสนเทศของธุรกิจเฝ้าระวังการหกล้มผ่านกล้องวงจรปิด” ได้นำเสนอระบบตรวจจับการหกล้มของผู้สูงอายุ โดยประยุกต์การเรียนรู้เชิงลึกในการสร้างเครื่องมือเฝ้าระวังการหกล้มของผู้สูงอายุผ่านภาพจากกล้องวงจรปิด ระบบดังกล่าวประกอบด้วย 5 ระบบย่อย ได้แก่ (1) ระบบตรวจจับการหกล้มผ่านกล้องวงจรปิดด้วยการเรียนรู้เชิงลึก (2) ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านไลน์ (3) ระบบดูภาพวิดีโอแบบเรียลไทม์และดูภาพวิดีโอที่บันทึกย้อนหลัง (4) ระบบบันทึกและเก็บข้อมูลรายงานสถิติ และ (5) ระบบการจัดการผู้ใช้โครงการนี้พัฒนาโดยใช้ Google Cloud SQL เป็นระบบจัดการฐานข้อมูล และ Django framework เป็นเครื่องมือออกแบบการแสดงผลบนเว็บไซด์
Expression Of Predicted Salt Tolerant Gene In Rice Oryza Sativa L. And Characterization Of Osbtbz1 Gene, Triono Bagus Saputro
Expression Of Predicted Salt Tolerant Gene In Rice Oryza Sativa L. And Characterization Of Osbtbz1 Gene, Triono Bagus Saputro
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Rice (Oryza sativa L.) holds significant importance as a primary food source globally. In Asia, the production of rice plays a crucial role in enhancing food security. Salinity poses a substantial constraint on plants like rice, leading to a reduction in their growth and overall productivity. The advancement of transcriptomics in agriculture has provided a powerful tool for understanding the molecular processes in crops, contributing to the development of more resilient, productive, and sustainable agricultural systems. The transcriptomic approach in rice using two rice lines with close genetic relationships, but different salt tolerance ability, CSSL16 and KDML105 combined with single …
การเตรียมและลักษณะเฉพาะของแวกซ์เอสเทอร์จากกรดปาลมิติก, ณัฐกมล ดีมูลมั่ง
การเตรียมและลักษณะเฉพาะของแวกซ์เอสเทอร์จากกรดปาลมิติก, ณัฐกมล ดีมูลมั่ง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการสังเคราะห์แวกซ์ปาลมิติกผ่านปฏิกิริยารีดักชันและปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยารีดักชันเป็นการเปลี่ยนกรดปาลมิติกเป็นปาลมิติกแอลกอฮอล์ ตัวแปรของการศึกษานี้คือปริมาณของตัวเร่งปฏิกิริยาและเวลา ภาวะที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยาคือ ปริมาณของตัวเร่งปฏิกิริยา 2.66%w/w และเวลา 24 ชั่วโมง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ได้เป็นของผสมระหว่างผลิตภัณฑ์ปาลมิติกแอลกอฮอล์และกรดปาลมิติกส่วนเกิน จึงมีการสกัดแยกด้วยตัวทำละลาย เช่น เมทานอล เอทานอล ไอโซ-โพรพานอล เมทิลเอทิลคีโตน และไดเมทิลฟอร์มาไมด์ เพื่อแยกกรดปาลมิติกและผลิตภัณฑ์ปาลมิติกแอลกอฮอล์ จากนั้นทำปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันเพื่อสังเคราะห์แวกซ์เอสเทอร์ที่ได้จากกรดปาลมิติกและปาลมิติกแอลกอฮอล์ พบว่าแวกซ์ปาลมิติกสังเคราะห์จากปาลมิติกแอลกอฮอล์ได้สำเร็จ (อัตราส่วนระหว่าง CA/ตัวทำละลายเป็น 1:2) คือ W-CA-MeOH2, W-CA-EtOH2 และ W-CA-MEK2 ให้ร้อยละผลได้ของแวกซ์ปาลมิติกเอสเทอร์สูงที่ 48.1, 71.0 และ 56.7% ตามลำดับ สมบัติทางกายภาพและทางเคมีของแวกซ์ปาลมิติกศึกษาด้วยการวิเคราะห์ FTIR, XRD, NMR, DSC และ TGA แวกซ์ปาลมิติก W-CA-EtOH2 ซึ่งเป็นสารเคลือบกระดาษมีค่าความไม่ชอบน้ำยิ่งยวดสูงด้วยค่ามุมสัมผัส 161.4 องศา นอกจากนี้การเคลือบ W-CA-EtOH2 มีความต้านทานน้ำสูงโดยมีการดูดซึมน้ำต่ำที่ 0.43 ผลของการศึกษานี้บ่งบอกกระดาษที่เคลือบด้วยแวกซ์ปาลมิติกมีประสิทธิภาพความทนน้ำเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกระดาษที่ไม่คลือบ
การประเมินผลผลิตกาแฟด้วยเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ, สาวิตรี จันทร์สิงห์
การประเมินผลผลิตกาแฟด้วยเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ, สาวิตรี จันทร์สิงห์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการให้ผลผลิตกาแฟและเพื่อพัฒนาแบบจำลอง การประเมินผลผลิตกาแฟพันธุ์อาราบิกาจากข้อมูลที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับ ในพื้นที่บ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยใช้แปลงตัวอย่าง 4 แปลง และมีช่วงระยะเวลาการเก็บเกี่ยวผลผลิตระหว่างปี 2021-2022 ผู้วิจัยใช้ปัจจัย ค่าความสูง ขนาดทรงพุ่ม เส้นรอบวงลำต้น และปัจจัยดัชนีความพืชพรรณความเขียวของพืชในช่วงคลื่นที่ตามองเห็น (VARI) ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์แบบจำลองสมการทางคณิตศาสตร์และการประเมินความน่าเชื่อถือทางสถิติด้วยค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ (R2) และค่ารากที่สองของค่าความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ย (RMSE) ผลการวิจัย พบว่า สมการการประมาณค่าผลผลิตกาแฟของทั้ง 4 แปลง จากความสูง ขนาดทรงพุ่ม เส้นรอบวงลำต้น และ VARI สามารถอธิบายความผันแปรของผลผลิตได้ร้อยละ 74-88 และทุกตัวแปรมีผลต่อการคาดการณ์ผลผลิตกาแฟเฉลี่ยรายต้น อย่างมีนัยสำคัญที่ 95% ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตมากที่สุดคือเส้นรอบวงลำต้น (0.582) รองลงมาคือดัชนีพืชพรรณ VARI (0.411) ขนาดทรงพุ่ม (0.406) และความสูง (-0.401) เมื่อวิเคราะห์การประเมินจำนวนผลผลิตเฉลี่ยรายต้นของทุกแปลงจะมีค่า RMSE เท่ากับ 2.12 กิโลกรัมต่อต้น นอกจากนี้ผู้วิจัยได้นำสมการการคาดการณ์ผลผลิตเฉลี่ยรายต้นที่ได้ไปทดสอบกับแปลงตรวจสอบ พบว่ามีค่า RMSE เท่ากับ 2.37 กิโลกรัมเฉลี่ยต่อต้น การวิจัยนี้สามารถนำไปเป็นตัวอย่างของการใช้ข้อมูลจากอากาศยานไร้คนขับไปวางแผนผลผลิตเกษตรกรรมต่อไป
Climate Adaptation Nexus Of Manjing’S Smallholder Tea Agroforestry And Livelihood Diversification Through Prospective Ecological Utilization On Highlands In The Greater Mekong Subregion In China, Yang Hongyan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
A holistic approach that integrates environmental and cultural aspects within the community livelihood framework is crucial for ensuring the sustainability of agroforestry to tackle climate variability. Engaging the livelihoods of smallholder ancient tea agroforestry in the Jingmai Mountain region in the Mekong River Sub-region of Yunnan Province of China, the study aimed to determine the nexus of smallholder ancient tea agroforestry and livelihood diversification through prospective utilization under the context of climate change. Desk studies, field observations, questionnaires, and in-depth interviews were employed for data collection. 239 smallholders and 10 key informants were interviewed. Descriptive statistics analysis, regression analysis, narrative …
แนวทางการจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างยั่งยืนบนเกาะสีชัง, วรุต วรรณวัตร
แนวทางการจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างยั่งยืนบนเกาะสีชัง, วรุต วรรณวัตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่การจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งยังเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี งานวิจัยนี้จึงศึกษาหาแนวทางในการจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี โดยมีการศึกษาถึงชนิดและปริมาณของพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมโดยใช้การวิเคราะห์การไหลของวัสดุและการประเมินวัฏจักรชีวิตของขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งรวมไปถึงการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เชิงคุณภาพ สำหรับผลการศึกษาถึงชนิดและปริมาณพบว่า เกาะสีชังมีอัตราการเกิดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเฉลี่ย 395.51 กิโลกรัมต่อวันหรือ 0.395 ตันต่อวัน โดยพบ ถุงพลาสติกหูหิ้ว พลาสติกบรรจุภัณฑ์ฟิล์มชั้นเดียว และขวดพลาสติก มีสัดส่วนปริมาณมากที่สุดร้อยละ 31.59 25.39 และ 21.27 ตามลำดับ ซึ่งมีปริมาณไม่แตกต่างกันทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง และสำหรับผลการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์พบว่า แนวทางที่ 2 คือการนำขวดพลาสติกและฝาไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลร้อยละ 24.54 และพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอีก 5 ประเภทหรือร้อยละ 75.46 นำไปกำจัดด้วยการผลิตเชื้อเพลิงขยะ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกด้านและมีค่าดำเนินการต่อปีต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับแนวทางที่ 1 (S1) และแนวทางที่ดำเนินการอยู่ในปัจุบัน (S0) จากผลการศึกษาเทศบาลเกาะสีชัง ควรมีมาตรการหรือนโยบายการจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งตั้งแต่การบริโภค คือ นโยบายการลดการใช้พลาสติก ส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การปรับปรุงค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บขยะเพื่อเพิ่มแรงจูงใจ เพื่อให้การจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งของเกาะสีชังเกิดความยั่งยืน