Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Physical Sciences and Mathematics (1876)
- Chemistry (670)
- Computer Sciences (618)
- Engineering (617)
- Education (261)
-
- Computer Engineering (237)
- Polymer Chemistry (203)
- Environmental Sciences (200)
- Mathematics (161)
- Medicine and Health Sciences (99)
- Statistics and Probability (99)
- Chemical Engineering (97)
- Civil and Environmental Engineering (84)
- Science and Mathematics Education (82)
- Earth Sciences (80)
- Electrical and Computer Engineering (78)
- Electrical and Electronics (74)
- Life Sciences (72)
- Physics (72)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (71)
- Social and Behavioral Sciences (70)
- Industrial Engineering (69)
- Business (59)
- Operational Research (55)
- Construction Engineering and Management (53)
- Civil Engineering (52)
- Educational Assessment, Evaluation, and Research (44)
- Biotechnology (41)
- Geology (40)
- Educational Administration and Supervision (27)
Articles 2191 - 2220 of 2807
Full-Text Articles in Entire DC Network
Preceding-Jump Simplex Method, Natdanai Kafakthong
Preceding-Jump Simplex Method, Natdanai Kafakthong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
A practical linear programming solver uses the simplex method to identify the optimal solution by iteratively searching among adjacent feasible vertices. It may visit numerous vertices before finding the optimal one for a large linear programming problem taking a long time to succeed. This research proposes a heuristic method to alleviate this issue by jumping to a new vertex close to the optimal one before performing the simplex method. The new vertex is identified by first jumping from the initial vertex along the gradient vector of the objective function or alternative direction if the objective direction points out of the …
Closed-Form Formula For Pricing Discretely-Sampled Moment Swaps On One-Dimensional Ito Process, Kittisak Chumpong
Closed-Form Formula For Pricing Discretely-Sampled Moment Swaps On One-Dimensional Ito Process, Kittisak Chumpong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Moment swaps are essentially forward contracts on realized higher moments of log-returns of a specified underlying asset, which play an important role in protection against different kinds of market shocks. Variance, skewness, and kurtosis swaps are examples of moment swaps currently traded in markets. To facilitate market practitioners, this work provides a simple and easy-to-use pricing formula of moment swaps on discrete sampling under the Ito process, extended Black-Scholes model for stock prices and Schwartz model for commodity prices. Furthermore, the interesting topics of the fair prices are also investigated. Finally, Monte Carlo simulations are performed to support the accuracy …
Covering Of Objects Related To Rupert Property, Pongbunthit Tonpho
Covering Of Objects Related To Rupert Property, Pongbunthit Tonpho
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
One problem related to covering problem is whether one object has Rupert property. An object K in R³ has the Rupert property if a hole could be cut through one copy of K with the same size to permit another copy to pass through it. There are objects in R³ which have Rupert property, such as a cube. But not all of objects in R³ has Rupert property, such as a sphere. It is interesting to check that a given object has Rupert property. In this work, we construct useful lemmas for studying this problem. Furthermore, we apply these lemmas …
การลดสัญญาณรบกวนภาพชนิดเกาส์เซียนด้วยวิธีการเรียนรู้เชิงลึกและเส้นแบ่งระหว่างวัตถุกับพื้นหลัง, ศุภกร ชูประภาวรรณ
การลดสัญญาณรบกวนภาพชนิดเกาส์เซียนด้วยวิธีการเรียนรู้เชิงลึกและเส้นแบ่งระหว่างวัตถุกับพื้นหลัง, ศุภกร ชูประภาวรรณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การลดสัญญาณรบกวนภาพเป็นปัญหาพื้นฐานในงานด้านคอมพิวเตอร์วิชันและได้รับความสนใจในด้านงานวิจัยเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพื่อที่จะหาวิธีในการลดสัญญาณรบกวนภาพแบบต่าง ๆ โดยในงานวิทยานิพนธ์นี้มุ่งเน้นไปที่งานด้านการลดสัญญาณรบกวนภาพสำหรับสัญญาณรบกวนแบบเกาส์เซียน โดยในปัจจุบันการเรียนรู้เชิงลึกได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับงานด้านการลดสัญญาณรบกวนภาพแต่ทว่ายังมีข้อจำกัดอยู่คือการเรียนรู้เชิงลึกจะสร้างสิ่งแปลกปลอมขึ้นมาบนภาพ วิทยานิพนธ์นี้เสนอวิธีการใช้การเรียนรู้เชิงลึกร่วมกับเส้นแบ่งระหว่างวัตถุกับพื้นหลัง โดยเส้นแบ่งระหว่างวัตถุกับพื้นหลังนั้นจะได้รับจากอัลกอริทึมแคนนี เอ็จ ดีเท็กชัน (Canny edge detection) เพื่อทำให้โมเดลสามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมได้ สำหรับชุดข้อมูลที่ใช้งานวิจัยคือชุดข้อมูลภาพเบิร์กลีย์ 400 ภาพ (BSD400) สำหรับฝึกสอนโมเดลของผู้วิจัย และชุดข้อมูลทดสอบสำหรับทดสอบคือชุดข้อมูลภาพเบิร์กลีย์ 68 ภาพ (BSD68) และชุดข้อมูลภาพ 12 ภาพ (Set12) โดยจากการทดลองของผู้วิจัยบนชุดข้อมูลทดสอบที่มีระดับความเข้มข้นของสัญญาณรบกวนเกาส์เซียนที่ระดับ 15 25 และ 50 พบว่าโมเดลของผู้วิจัยสามารถทำประสิทธิผลได้ดีบนระดับความเข้มข้นที่ 15 และระดับความเข้มข้นที่ 25 แต่ทว่าบนระดับความเข้มข้นที่ 50 นั้นโมเดลของผู้วิจัยทำประสิทธิผลได้เทียบเท่ากับอัลกอริทึมอื่น และการลดสัญญาณรบกวนภาพจริงนั้นโมเดลของผู้วิจัยสามารถลดสัญญาณรบกวนภาพจริงได้ดีกว่าอัลกอริทึมอื่น
การวิเคราะห์หลักสูตรคณิตศาสตร์สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษระดับมัธยมศึกษาของประเทศไทยและสาธารณรัฐสิงคโปร์, อำพล นิลสระคู
การวิเคราะห์หลักสูตรคณิตศาสตร์สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษระดับมัธยมศึกษาของประเทศไทยและสาธารณรัฐสิงคโปร์, อำพล นิลสระคู
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาหลักสูตรคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ และการนำหลักสูตรไปใช้ของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทย และสาธารณรัฐสิงคโปร์ และ 2) เพื่อนำเสนอแนวทางปรับปรุงหลักสูตรคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทย กลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) หลักสูตรคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทย และสิงคโปร์ และ 2)ผู้ที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ครูผู้สอนเด็กที่มีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรคณิตศาสตร์สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1) ลักษณะของหลักสูตรคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ มีลักษณะดังนี้ 1.1) ด้านวิสัยทัศน์ พันธกิจ เเละจุดมุ่งหมาย ประเทศไทยเน้นพัฒนาองค์ความรู้ ให้ประเทศพึ่งตนเองด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม สาธารณรัฐสิงคโปร์เน้นสร้างแรงบันดาลใจ พัฒนาความรู้เชิงลึก ปัญญาระดับสูง และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโลกอนาคต 1.2) ด้านเนื้อหาสาระประเทศไทยจัดให้สอดคล้องการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ สาธารณรัฐสิงคโปร์อาศัยแนวคิดทางคณิตศาสตร์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ 1.3) ด้านการจัดการเรียนการสอนทั้งสองประเทศมีการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท ให้เข้าใจและจดจำในได้รวดเร็วและนาน 1.4) ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ประเทศไทยมีการวัดและประเมิน 3 ด้าน ได้แก่ พุทธิพิสัย ทักษะพิสัย และเจตพิสัย สาธารณรัฐสิงคโปร์จะวัดและประเมินผล 5 ด้าน ได้แก่ เนื้อหา ทักษะ กระบวนการ ทัศนคติ และอภิปัญญา 2) การนำหลักสูตรไปใช้ ระยะก่อนการนำหลักสูตรไปใช้ พบว่าทั้งสองประเทศ กำหนดให้ครูต้องวิเคราะห์หลักสูตร ตัวชี้วัด และทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรและเอกสารประกอบหลักสูตร ก่อนการนำหลักสูตรไปใช้เสมอทุกครั้ง แต่ในสาธารณรัฐสิงคโปร์มีการประชุมร่วมกัน(Professional Learning Community) ระยะระหว่างใช้หลักสูตร ประเทศไทยครูยังคงมีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบเดิมคือบรรยาย แต่ได้นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดึงดูดความสนใจ แต่สาธารณรัฐสิงคโปร์ครูจะนำเทคโนโลยีมาเพิ่มขอบเขตของสถานการณ์ปัญหาที่นักเรียนสามารถเข้าถึงได้ มีรูปแบบการสอนต่างๆที่หลากหลาย สลับซับซ้อน ลึกซึ้ง เน้นการปฏิบัติ ระยะหลังการนำหลักสูตรไปใช้ พบว่า ทั้งสองประเทศมีการประเมิลผลหลักสูตรและปรับปรุงหลักสูตรที่ใช้อยู่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหาปัจจุบัน เเละ 3) แนวทางการปรับปรุงหลักสูตรคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษระดับมัธยมศึกษา ประกอบด้วย 3.1) ด้านการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และจุดมุ่งหมาย …
การกำจัดแอมโมเนียมไนโตรเจนในนากุ้งโดยใช้ซีโอไลต์ที่สังเคราะห์จากเถ้าลอยถ่านหินและปรับสภาพด้วยไคโตซาน, ปธานิน แสงอรุณ
การกำจัดแอมโมเนียมไนโตรเจนในนากุ้งโดยใช้ซีโอไลต์ที่สังเคราะห์จากเถ้าลอยถ่านหินและปรับสภาพด้วยไคโตซาน, ปธานิน แสงอรุณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้ ใช้การออกแบบการทดลองแบบบ๊อกซ์-เบห์นเคน ที่ 3 ปัจจัย 3 ระดับ ในการหาสภาวะที่เหมาะสมต่อการสังเคราะห์ซีโอไลต์จากเถ้าลอยถ่านหิน การปรับสภาพซีโอไลต์ที่สังเคราะห์ได้จากเถ้าลอยถ่านหินด้วยการใช้ไคโตซาน และประสิทธิภาพในการกำจัดแอมโมเนียมไนโตรเจนในน้ำเสียสังเคราะห์ที่ความเข้มข้นของแอมโมเนียมไนโตรเจนเท่ากับ 100 มิลลิกรัมต่อลิตร ด้วยซีโอไลต์ที่สังเคราะห์ได้จากเถ้าลอยถ่านหินและซีโอไลต์ที่สังเคราะห์ได้จากเถ้าลอยถ่านหินที่ปรับสภาพด้วยไคโตซาน ผลการทดสอบทางสถิติพบว่าสภาวะที่ดีที่สุดที่ความเข้มข้น NaOH ที่ 4 โมลต่อลิตร ระยะเวลา 34 ชั่วโมง และ อุณหภูมิที่ 80 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ซีโอไลต์สังเคราะห์จากเถ้าลอยถ่านหินมีค่าความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวกสูงที่สุด ที่ 272.12 มิลลิอิควิวาเลนท์ต่อ100 กรัม ในกรณีของซีโอไลต์สังเคราะห์จากเถ้าลอยถ่านหินปรับสภาพด้วยไคโตซาน พบว่ามีค่าความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวกสูงสุด ที่ 301.39 มิลลิอิควิวาเลนท์ต่อ100 กรัม โดยสภาวะที่ดีที่สุด คือความเข้มข้นของไคโตซาน 11 กรัมต่อลิตร ระยะเวลา 26 ชั่วโมง และ อุณหภูมิที่ 48 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการศึกษาประสิทธิภาพในการกำจัดแอมโมเนียมไนโตรเจนในน้ำเสียสังเคราะห์โดยใช้ซีโอไลต์สังเคราะห์จากเถ้าลอยถ่านหินและซีโอไลต์สังเคราะห์จากเถ้าลอยถ่านหินปรับสภาพด้วยด้วยไคโตซาน ผลการศึกษาจากการออกแบบการทดลองแบบบ๊อกซ์-เบห์นเคน แสดงให้เห็นว่า ประสิทธิภาพในการกำจัดแอมโมเนียมไนโตรเจนด้วยซีโอไลต์สังเคราะห์ได้จากเถ้าลอยถ่านหินด้วยไคโตซาน (ร้อยละ 83.57) เกิดได้ดีกว่าซีโอไลต์สังเคราะห์จากเถ้าลอยถ่านหิน (ร้อยละ66.68) โดยค่าพีเอชที่ 7.5 และค่าปริมาณตัวดูดซับที่ 4.0 กรัมต่อลิตร เป็นระดับปัจจัยที่ดีที่สุดต่อค่าการกำจัดแอมโมเนียมไนโตรเจนด้วยตัวดูดซับทั้ง 2 ชนิด ในขณะที่ เวลาในการดูดซับที่ 90 และ 80 นาที เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดต่อการดูดซับด้วยซีโอไลต์สังเคราะห์จากเถ้าลอยถ่านหินปรับสภาพด้วยไคโตซานและซีโอไลต์สังเคราะห์จากเถ้าลอยถ่านหิน ตามลำดับ และจากการศึกษาจลนพลศาสตร์ของการดูดซับพบว่ามีความสอดคล้องกับสมการอัตราเร็วปฏิกริยาอันดับสองเทียมและสมการแลงเมียร์
ผลของการขยายตัวของเมืองที่มีต่ออุณหภูมิพื้นผิวของเมืองนครราชสีมา, ภควรรนต์ โชติชัยวงศ์
ผลของการขยายตัวของเมืองที่มีต่ออุณหภูมิพื้นผิวของเมืองนครราชสีมา, ภควรรนต์ โชติชัยวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เมืองนครราชสีมา เป็นเมืองศูนย์กลางหลัก (central places) ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยความได้เปรียบทางด้านสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ศักยภาพและความสำคัญของเมืองมาตั้งแต่อดีต ประกอบกับนโยบายของภาครัฐที่กำหนดให้เมืองนครราชสีมาเป็นเมืองหลักของภูมิภาค จึงส่งผลให้เกิดการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว อันเป็นสาเหตุสำคัญของการลดลงของพื้นที่สีเขียว รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิพื้นผิวที่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดภาวะโลกร้อน งานวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาการขยายตัวของเมืองนครราชสีมาด้วยเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล ศึกษาการขยายตัวของเมืองด้วยภาพถ่ายดาวเทียมใน 3 ช่วงเวลา ได้แก่ Landsat-5 พ.ศ. 2535 Landsat-7 พ.ศ. 2545 และ THEOS พ.ศ. 2559 และศึกษาอุณหภูมิพื้นผิวของเมืองด้วยวิธีการ Split window โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม Landsat-5 พ.ศ. 2535 Landsat-7 พ.ศ. 2545 และ Landsat-8 พ.ศ. 2559 พร้อมทั้งคาดการณ์การใช้ประโยชน์ที่ดินใน พ.ศ. 2569 ด้วยแบบจำลอง CA-Markov และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการใช้ประโยชน์ที่ดินกับอุณหภูมิพื้นผิว ผลการศึกษา พบว่า การขยายตัวของเมืองนครราชสีมาส่งผลให้พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ พื้นที่สีเขียวมีขนาดลดลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่อดีต โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมบริเวณทางเหนือของเมือง ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาอุณหภูมิพื้นผิว ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณอาคารสูง และห้างสรรพสินค้า โดยผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ประโยชน์ที่ดินและอุณหภูมิพื้นผิว ชี้ให้เห็นว่า พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้างมีความสัมพันธ์แบบแปรผันตรงกับอุณหภูมิพื้นผิว ตรงข้ามกับพื้นที่สีเขียวที่แปรผกผันกัน ผลการคาดการณ์การใช้ประโยชน์ที่ดินในปี พ.ศ. 2569 ทั้ง 2 สถานการณ์ ชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์ที่ 1 ตามเงื่อนไขแนวโน้มที่เป็นมาในอดีต เมืองนครราชสีมามีการขยายตัวของพื้นที่เมืองสูง พื้นที่สีเขียวลดลง ส่วนสถานการณ์ที่ 2 ตามเงื่อนไขนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจ มีการขยายตัวของพื้นที่เมืองน้อยกว่า และมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า ดังนั้น จำเป็นต้องมีมาตรการเชิงนโยบายในการวางแผนการขยายตัวของเมืองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการจำกัดพื้นที่การขยายตัวของเมือง และส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียว
ผลของรูปแบบการจัดการน้ำระหว่างการเพาะปลูกข้าวต่อการสะสมแคดเมียมและสารหนูในเมล็ดข้าว, มนตรี ผลสินธ์
ผลของรูปแบบการจัดการน้ำระหว่างการเพาะปลูกข้าวต่อการสะสมแคดเมียมและสารหนูในเมล็ดข้าว, มนตรี ผลสินธ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลของรูปแบบการจัดการน้ำระหว่างการเพาะปลูกข้าวต่อการเจริญเติบโตทางลำต้นของข้าว ปริมาณผลผลิตข้าว การสะสมแคดเมียมและสารหนูทั้งหมดในเมล็ดข้าว และการเปลี่ยนแปลงปัจจัยแวดล้อมระหว่างการเพาะปลูกข้าว รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางเคมีบางประการของดินก่อนและหลังการเพาะปลูกข้าว ผลการศึกษาพบความเข้มข้นของแคดเมียม และสารหนูในดินนาข้าว ในช่วง 1.10 ถึง 71.1 และ 23.3 ถึง 45.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ รูปแบบการจัดการน้ำที่ต่างกันไม่ทำให้การเจริญเติบโตทางลำต้นและปริมาณผลผลิตข้าวที่ปลูกมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ปริมาณอินทรียวัตถุในดินมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับผลผลิตข้าว โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (R2) เท่ากับ 0.833 และ 0.832 สำหรับการเพาะปลูกแบบ Conventional และ Treatment ตามลำดับ เมล็ดข้าวที่เพาะปลูกแบบเปียกสลับแห้งมีการสะสมแคดเมียมสูงกว่าการเพาะปลูกแบบดั้งเดิม ประมาณ 1.6 ถึง 1.9 เท่า และเมล็ดข้าวที่เพาะปลูกแบบ Conventional มีการสะสมสารหนูมากกว่าการเพาะปลูกแบบ Treatment ประมาณ 1 ถึง 1.1 เท่า การสะสมแคดเมียมและสารหนูในเมล็ดข้าวนั้นพบว่าขึ้นอยู่กับความเข้มข้นทั้งหมดของแคดเมียมและสารหนูในดิน (R2=0.883 สำหรับแคดเมียม และ R2=0.952 สำหรับสารหนู) และความเข้มข้นของแคดเมียมและสารหนูที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้ในดิน (R2=0.884 สำหรับแคดเมียม และ R2=0.874 สำหรับสารหนู) เป็นหลัก
การใช้เศษแก้วในการทำอิฐคอนกรีตเพื่อใช้เป็นทางเลือกในการจัดการเศษแก้วในเกาะสีชัง, หทัยชนก วันเพ็ญ
การใช้เศษแก้วในการทำอิฐคอนกรีตเพื่อใช้เป็นทางเลือกในการจัดการเศษแก้วในเกาะสีชัง, หทัยชนก วันเพ็ญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมในการใช้เศษแก้วแทนที่มวลรวม และระยะเวลาบ่มในการผลิตอิฐคอนกรีต รวมทั้งประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ และประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเศษแก้วบนเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี การใช้เศษแก้วแทนที่มวลรวมที่ทำการศึกษา คือ ร้อยละ 0 10 20 30 และ 100 ระยะเวลาบ่มที่ 7 14 และ 28 วัน และมีขนาดอนุภาคอยู่ในช่วง 0.150 ถึง 4.75 มิลลิเมตร จากการศึกษาคุณสมบัติของอิฐคอนกรีตพบว่า การใช้เศษแก้วแทนที่ทรายหยาบร้อยละ 20 บ่มที่ 28 วัน ให้กำลังรับแรงอัดสูงที่สุด (48.49 เมกะปาสคาล) และให้การดูดซึมน้ำต่ำที่สุด (5.35%) ซึ่งมีกำลังรับแรงอัดสูงกว่าอิฐคอนกรีตที่ไม่มีการแทนที่ด้วยเศษแก้ว (ร้อยละ 0) และบ่มที่ 28 วัน ซึ่งมีกำลังรับแรงอัดเท่ากับ 45.06 เมกะปาสคาล (สูงกว่าร้อยละ 7.61) จากการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์โดยโปรแกรมสำเร็จรูป SimaPro 8.3 ใช้วิธี Eco-indicator 99 พิจารณาตั้งแต่การได้มาของวัตถุดิบ การขนส่ง และการผลิต พบว่าอิฐคอนกรีตที่ใช้เศษแก้วแทนที่ทรายหยาบร้อยละ 20 (1.33 Pt) มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าอิฐคอนกรีตทั่วไป (1.56 Pt) และสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ร้อยละ 17.3 (ต่อการใช้งาน 1 ตารางเมตร) และจากการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ พบว่าจุดคุ้มทุนของการนำเศษแก้วมาใช้ในการผลิตอิฐคอนกรีตเท่ากับ 233,333 ก้อน และระยะเวลาในการคืนทุนเท่ากับ 17 เดือน ดังนั้น เศษแก้วสามารถใช้แทนที่มวลรวมบางส่วนในการผลิตอิฐคอนกรีต และสามารถใช้เป็นวัสดุทางเลือกสำหรับการจัดการเศษแก้วได้
การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ปภาดา เย็นสุขโข
การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ปภาดา เย็นสุขโข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้น บรรยากาศ สาเหตุสำคัญของปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ภาคส่วนเมืองจึงมีบทบาทสำคัญในการดำเนินการลดปริมาณ ก๊าซเรือนกระจก การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศึกษารูปแบบและแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนเสนอแนะแนวทางเลือกสำหรับลดปริมาณ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับเมืองของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ผลการศึกษาพบว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน เขตพื้นที่เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2561 รวมจากทุกกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 99,137.49 tCO₂-eq หรือพิจารณา เทียบต่อหัวประชากรเท่ากับ 1.93 tCO₂-eq/capita ภาคส่วนพลังงานเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด (48,216.45 tCO₂- eq หรือร้อยละ 49) เมื่อเทียบกับภาคส่วนการจัดการของเสีย (35,659.45 tCO₂-eq หรือร้อยละ 36) ภาคขนส่ง (11,191.75 tCO₂- eq tCO₂-eq หรือร้อยละ 11) และภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน(4,069.75 tCO₂-eq หรือร้อยละ 4) ตามลำดับ โดย กิจกรรมการใช้พลังงานในที่พักอาศัยปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกิจกรรมอื่น ๆ (37,672.89 tCO₂-eq) จากผลการคาดการณ์แนวโน้มปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาในกรณีฐานที่ยังไม่มีการ ดำเนินการใด (Business as usual, BAU) ระหว่างปี พ.ศ. 2561 - 2573 พบว่าในปี พ.ศ. 2573 เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยามี แนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 161,123.67 tCO₂-eq (กรณีคาดการณ์จากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจพิจารณา จากทุกกิจกรรมของจังหวัดซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.13) และ 113,316.63 tCO₂-eq (กรณีคาดการณ์จากอัตราการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจพิจารณาเฉพาะกิจกรรมที่ปรากฏในเทศบาลนครซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.12) ตามลำดับ ผลการจำลองสถานการณ์เพื่อ คาดการณ์ปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานในที่พักอาศัยของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาพิจารณาจากมาตรการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ระบุไว้ในแผนที่นาทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ปี พ.ศ.2564 - พ.ศ.2573 พบว่าหาก เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยานามาตรการต่าง ๆ ได้แก่ การใช้หลอดไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง การใช้เครื่องทำความเย็นประสิทธิภาพ สูง การใช้เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง การใช้เตาหุงต้มประสิทธิภาพสูงและการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึง ประยุกต์ใช้พลังงานทดแทนในครัวเรือน ได้แก่ …
การจําแนกรอยโรควัณโรคปอดด้วยโครงข่ายแคปซูล, ตะวันส่องแสง การย์กวินพงศ์
การจําแนกรอยโรควัณโรคปอดด้วยโครงข่ายแคปซูล, ตะวันส่องแสง การย์กวินพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การประยุกต์ใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึกสำหรับการจำแนกภาพทางการแพทย์ได้มีการขยายตัวเติบโตเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โครงข่ายประสาทคอนโวลูชันหรือซีเอ็นเอ็นเป็นหนึ่งในหลายแบบจำลองสมรรถนะสูงที่รู้จักกันดีสำหรับการจำแนกและการแบ่งส่วนภาพ งานวิจัยนี้เสนอแนวคิดการใช้คอมพิวเตอร์ที่สามารถช่วยวินิจฉัยในเบื้องต้นการติดเชื้อวัณโรค ผู้วิจัยได้ปรับแต่งสถาปัตยกรรมซีเอ็นเอ็นสามโครงสร้างประกอบด้วย อเล็กซ์เน็ต วีจีจี-16 และ แคปส์เน็ต เพื่อจำแนกรอยโรควัณโรคบนภาพเอกซเรย์ทรวงอกหรือซีเอกซ์อาร์ที่ได้มาจากไลบรารีทางการแพทย์แห่งชาติและชุดข้อมูลไทยส่วนตัว ตัววัดที่ใช้ประเมินสมรรถนะตัวจำแนกประเภททั้งสาม ได้แก่ ความแม่นยำ ความไว และความจำเพาะ การทดสอบแบบจำลองทั้งสามบนชุดข้อมูลที่เพิ่มจำนวนด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบสับเปลี่ยนให้ผลลัพธ์ค่าความแม่นยำที่เพิ่มขึ้นทุกแบบจำลอง นอกจากนี้ ยังได้มีการประเมินสมรรถนะแบบจำลองบนชุดข้อมูลที่เพิ่มจำนวนตัวอย่างด้วยการหมุนภาพ เนื่องจากในความเป็นจริงภาพซีเอกซ์อาร์อาจไม่ได้ตั้งตรงในแนวดิ่ง ผลการประเมินพบว่า แคปส์เน็ตให้ค่าตัววัดที่ดีกว่าแบบจำลองอเล็กซ์เน็ต และวีจีจี-16 เมื่อทำนายภาพแอฟฟีน
แบบจำลองทำนายผลคำตัดสินและประเด็นในคดีอาญาที่เรียนรู้จากคำพิพากษาศาลฎีกาไทย โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก, กานกวิญจน์ โค้วสีหวัฒน์
แบบจำลองทำนายผลคำตัดสินและประเด็นในคดีอาญาที่เรียนรู้จากคำพิพากษาศาลฎีกาไทย โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก, กานกวิญจน์ โค้วสีหวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การทำนายผลคำตัดสินในคดีอาญาด้วยแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เทคนิคที่ใช้ในแบบจำลองดังกล่าวมักใช้ตัวแทนข้อความที่มีที่มาจากแบบจำลองถุงคำ ซึ่งไม่สนใจลำดับของข้อความทำให้สูญเสียบริบทของข้อความ และผลลัพธ์การทำนายมีความแม่นยำลดลง ดังนั้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงเสนอแบบจำลองทำนายผลคำตัดสินและประเด็นในคดีอาญาซึ่งเรียนรู้จากคำพิพากษาศาลฎีกาไทยโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึกผ่านชุดโครงข่ายประสาทเทียม แบบจำลองนี้สร้างตัวแทนข้อความด้วยโครงข่ายประตูวกกลับสองทิศทางร่วมด้วยกลไกจุดสนใจ ก่อนนำตัวแทนข้อความนั้นไปทำนายผลคำตัดสินและประเด็นในคดีอาญาด้วยโครงข่ายประสาทเทียมแบบโมดูลซึ่งจำลองโครงสร้างความรับผิดทางอาญาตามทฤษฎีกฎหมายอาญา ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าแบบจำลองให้ประสิทธิภาพสูงกว่าแบบจำลองที่ใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องเดิมอย่างเนอีฟเบยส์และเอสวีเอ็ม เมื่อพิจารณาจากค่า F1 นอกจากนี้ แบบจำลองยังให้ประสิทธิภาพสูงในการทำนายประเด็นในคดีอาญาบางประเด็นซึ่งมีผลต่อการทำนายผลคำตัดสินในคดีอาญาด้วย นอกจากนั้น ผลการทดลองสะท้อนให้เห็นว่า การใช้โครงข่ายประตูวกกลับสองทิศทางร่วมด้วยกลไกจุดสนใจสามารถสร้างตัวแทนข้อความที่ดีกว่าแบบจำลองดั้งเดิมที่มีลักษณะเดียวกันกับถุงคำ ตลอดจนโครงข่ายประสาทเทียมแบบโมดูลสามารถจำลองโครงสร้างความรับผิดทางอาญาได้
Determination Of Organic Acid Preservatives In Shrimp Paste By Headspace Solid-Phase Microextraction Combined With Gas Chromatography, Nuttanee Tungkijanansin
Determination Of Organic Acid Preservatives In Shrimp Paste By Headspace Solid-Phase Microextraction Combined With Gas Chromatography, Nuttanee Tungkijanansin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Organic acids, which are benzoic acid, sorbic acid and propionic acid, are the most common preservatives used in foods and have been regulated the usage. Shrimp paste, called Kapi in Thai, is a fermented food that used in many Thai dishes. Owing to a complex matrix in shrimp paste, sample preparation is required to determine the amount of organic acid preservatives in shrimp paste. In this work, headspace solid-phase microextraction (HS-SPME) was developed for extraction of organic acid preservatives in shrimp pastes and analyzed by gas chromatography with flame ionization detector (GC-FID). The 85 µm polyacrylate coated fiber was used …
Paper-Based Analytical Device For Determination Of Triglycerides, Yolthida Kantapa
Paper-Based Analytical Device For Determination Of Triglycerides, Yolthida Kantapa
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this work, a paper-based analytical device (PAD) together with enzymatic reactions was developed for determination of triglycerides using colorimetric detection. The method was based on the enzymatic reactions between triglycerides and enzymes (lipase, glycerol kinase and glycerol-3-phosphate oxidase). Hydrogen peroxide which was generated from the enzymatic reactions is reduced by chromogenic substrates which were 3-methyl-2-benzothiazolinone hydrazone (MBTH) and 3-(dimethylamino)benzoic acid (DMAB) in the presence of peroxidase to produce an indamine dye. The blue color intensity of indamine dye is directly proportional to triglycerides concentration. For quantitative analysis, the interfering effect of ascorbic acid in real samples was eliminated using …
Positively Charged Particles From Amphiphilic Chitosan For Plasmid Dna Delivery, Tinnakorn Phuangkaew
Positively Charged Particles From Amphiphilic Chitosan For Plasmid Dna Delivery, Tinnakorn Phuangkaew
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Amphiphilic chitosan derivatives have been well regarded as potential non-viral vectors for gene delivery. Their hydrophobic entities could promote cell permeability whereas their hydrophilic entities especially those carrying positive charges can interact with the negatively charged phosphate groups of DNA. Here in this research, a series of amphiphilic chitosan derivatives were synthesized. Linear hydrocarbon of two different chain length: hexyl (C6) and dodecyl (C12) were substituted at amino groups of chitosan via reductive alkylation with hexanal and dodecanal and yielded two hydrophobized chitosan derivatiives, hexyl chitosan (HCS) and dodecyl chitosan (DCS), respectively. Phthaloyl chitosan (PhCS) was also prepared as another …
Reduced Graphene Oxide-Modified Screen-Printed Carbon Electrode For Determination Of Homocysteine Using Catechol, Suchapa Naranaruemol
Reduced Graphene Oxide-Modified Screen-Printed Carbon Electrode For Determination Of Homocysteine Using Catechol, Suchapa Naranaruemol
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Homocysteine (Hcy), also known as 2-amino-4-mercaptobutyric acid, is a biomarker that is directly associated with an increased risk of cardiovascular diseases (CVDs). In this work, catechol (CA), which is redox active, had been used as an electron transfer mediator to facilitate the oxidation of Hcy. Typically, CA was first electrochemically immobilized onto the surface of screen-printed carbon electrode; however, the obtained CA-functionalized electrode did not show the electrocatalytic activity towards the detection of Hcy. Therefore, the deter– mination of Hcy was investigated in the solution containing CA using differential pulse voltammetry (DPV) at the reduced graphene oxide-modified screen-printed carbon electrode …
Covers For Unit Arcs, Sutara Patlertsin
Covers For Unit Arcs, Sutara Patlertsin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In 1966, Leo Moser posed a famous problem asking “ What is the region of smallest area which will accommodate every planar arc of length one? ". In 2003, Norwood and Poole showed that the cover whose upper boundary is the circular arc and the lower boundary is composed of 2 symmetric parabolic arcs between 2 symmetric circular arcs is the smallest cover known which are not convex. In this work, we study the region obtained by modifying the cover of Norwood and Poole and its area is 0.2596605. We investigate the Λ-property and relating properties which are very useful …
Image Super-Resolution Technique Using Deep Inception Based Residual Networks, Wazir Muhammad
Image Super-Resolution Technique Using Deep Inception Based Residual Networks, Wazir Muhammad
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Recently, deep Convolutional Neural Networks (CNN) have achieved exceptional performance over the past few years, in the area of image processing and computer vision task, especially on single image super-resolution (SISR). It is an immensely challenging task and has multiple practical applications, such as medical image processing, satellite imaging, facial image enhancement, and compressed image improvement. However, the majority of the existing image super-resolution CNN-based methods have been developed by stacking an innumerable number of layers and blindly increasing the size of the network architecture. Conversely, this leads to an increase in the model sizes and higher computational complexities. Furthermore, …
Modification Of Screen-Printed Carbon Electrode With Mxene/Conductive Polymer Composites For Hydrogen Peroxide Detection, Supawat Neampet
Modification Of Screen-Printed Carbon Electrode With Mxene/Conductive Polymer Composites For Hydrogen Peroxide Detection, Supawat Neampet
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
MXene (Ti3C2), a two-dimensional material consisting of transition metal carbides, nitrides or carbonitrides was prepared by etching method for modification electrode of a novel nanocomposites consisting of platinum nanoparticles (PtNPs) and polyaniline (PANI) via electrodeposition and electropolymerization, respectively. The fabricated MXene/PANI/PtNPs nanocomposite modified on surface screen-printed carbon electrode (SPCE) were characterized by scanning electron microscopy SEM) with energy dispersive X-rays spectroscopy (EDX), X-ray powder diffraction (XRD), and transmission electron microscopy (TEM) to verify the presence of nanocomposite materials and indicate their morphologies. This electrode was applied for the detection of hydrogen peroxide (H2O2), which is a common electroactive product from …
Synthesis And Biological Activities Of Halogenated Chalcone-Based Pyra, Dinh Phuoc Nguyen
Synthesis And Biological Activities Of Halogenated Chalcone-Based Pyra, Dinh Phuoc Nguyen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Twenty new 1,3,5-trisubstituted pyrazoline derivatives have been synthesized from chalcones and acylhydrazides in two steps. In the first step, chalcones were prepared by treatment of various acetophenones with different substituted benzaldehydes by Claisen-Schmidt condensation. In the second step, pyrazoline derivatives were synthesized by conducting the reaction of chalcones with acylhydrazides in acetonitrile at 67 °C in the presence of triazabicyclodecene as a catalyst. The synthesized compounds were identified by 1H, 13C NMR and HRMS spectral data and were evaluated for their antibacterial, anticancer and tyrosinase inhibitory activities. In antibacterial and tyrosinase inhibitory activities, most of pyrazoline derivatives showed inactive properties. …
ผลของสารลดแรงตึงผิวต่อการเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยา Ptco/C สําหรับปฏิกิริยารีดักชันของออกซิเจน ในเซลล์เชื้อเพลิงพีอีเอ็ม, ปาณิศา ปราบ ณ ศักดิ์
ผลของสารลดแรงตึงผิวต่อการเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยา Ptco/C สําหรับปฏิกิริยารีดักชันของออกซิเจน ในเซลล์เชื้อเพลิงพีอีเอ็ม, ปาณิศา ปราบ ณ ศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาผลของสารลดแรงตึงผิวที่มีต่อตัวเร่งปฏิกิริยา PtCo/C สำหรับปฏิกิริยารีดักชันของออกซิเจนในเซลล์เชื้อเพลิงพีอีเอ็ม ซึ่งสารลดแรงตึงผิวที่ใช้ในการทดลองประกอบด้วย สารลดแรงตึงผิวชนิดประจุบวก (CTAB), ชนิดประจุลบ (SDS), และชนิดไม่มีประจุ (Triton X-100) โดยทำการเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยา PtCo/C ร้อยละ 20 โดยน้ำหนัก ผลการทดลองพบว่าตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้ CTAB ความเข้มข้น 0.004 โมลต่อลิตร ให้พื้นที่ผิวในการเกิดปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าสูงที่สุด นอกจากนี้การปรับปรุงตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 600 องศาเซลเซียส สามารถเพิ่มพื้นที่ผิวในการเกิดปฏิกิริยาและช่วยลดขนาดอนุภาคของตัวเร่งปฏิกิริยาลงได้ เนื่องจากการปรับปรุงด้วยความร้อนจะกำจัดสารลดแรงตึงผิวที่บดบังบริเวณการเกิดปฏิกิริยา การศึกษาเสถียรภาพของตัวเร่งปฏิกิริยาในสารละลายกรดซัลฟิวริกที่อิ่มตัวด้วยไนโตรเจน ความเข้มข้น 0.5 โมลต่อลิตร พบว่า CTAB ความเข้มข้น 0.004 โมลต่อลิตร มีเสถียรภาพสูงที่สุด รองลงมาเป็น Triton X-100 และ SDS ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณพื้นที่ผิวในการเกิดปฏิกิริยาของตัวเร่งปฏิกิริยา ส่วนของการทดสอบกัมมันตภาพสำหรับปฏิกิริยารีดักชันของออกซิเจนในสารละลายกรดที่อิ่มตัวด้วยออกซิเจนและเซลล์เชื้อเพลิงพีอีเอ็มแบบเซลล์เดี่ยวภายใต้ภาวะไฮโดรเจน/ออกซิเจน ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ความดันบรรยากาศ พบว่า Triton X-100 ความเข้มข้น 0.001 โมลต่อลิตร ให้กัมมันตภาพในสารละลายกรดและเซลล์เชื้อเพลิงพีอีเอ็มแบบเซลล์เดี่ยวสูงที่สุด
การพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์สำหรับพลเมืองของเยาวชนไทย, กรรณิการณ์ เฉิน
การพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์สำหรับพลเมืองของเยาวชนไทย, กรรณิการณ์ เฉิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)สร้างภาพอนาคตของการจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนไทย 2) เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์ของเยาวชนไทย ในช่วงระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า คือระหว่างปี พศ. 2565-2574 โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือเยาวชนอายุระหว่าง 15-24 ปี ทั้งที่อยู่ในการศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบ โดยมีขั้นตอนวิจัย 4 ขั้นตอนคือ 1) การศึกษาแนวคิดและรูปแบบการจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์ของประเทศต่างๆ 2) การศึกษาสภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านวิทยาศาสตร์ และการรู้วิทยาศาสตร์ (Science Literacy) ของเยาวชนในสังคมไทย 3) การจัดทำภาพอนาคตการพัฒนาการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์ (scenario) ด้วยเทคนิควงล้ออนาคต (future wheel) 4)การจัดทำยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์เพื่อใช้เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อใช้ประโยชน์ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ผลการวิจัยพบว่า ได้ภาพอนาคตที่เป็นไปได้สองภาพประกอบด้วย ภาพที่ 1 “สังคมแสนรู้" วิสัยทัศน์ของยุทธศาสตร์ได้แก่ : สังคมที่การจัดการศึกษาและการสร้างองค์ความรู้ใหม่อยู่ในมือของภาคประชาชน หรือชุมชน ซึ่งแรงจูงใจในการเรียนรู้เป็นไปเพื่อการสร้างงาน สร้างอาชีพและเพื่อสรรค์สร้างชุมชนให้เข้มแข็งและเติบโต และมีความสามารถในการเท่าทันสังคมโลก มียุทธศาสตร์ 4 ด้านคือ 1.ส่งเสริมกิจกรรมแบ่งปันความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวตกรรมผ่านพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างทักษะและทัศนคติในการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ 2.ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่ฝึกกระบวนการแก้ปัญหาและหาคำตอบด้วยการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3.พัฒนาระบบฐานข้อมูล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้รายบุคคลให้เกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ในทุกสาระความรู้ 4.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านนโยบายและจริยธรรมวิทยาศาสตร์แก่เยาวชนเพื่อให้เกิดการใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในชีวิตและสังคม ภาพอนาคตที่ 2 คือ “สังคมสูงวัย อุ่นใจไปด้วยกัน" วิสัยทัศน์ของยุทธศาสตร์คือ : สังคมที่ผู้สูงวัยและเยาวชนอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ มีความสุข สามารถดูแลซึ่งกันและกันตามศักยภาพของตน รวมทั้งช่วยกันดูแลตนเองและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเท่าทันและยั่งยืน มียุทธศาสตร์ 4 ด้านได้แก่ 1.การจัดการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยและสังคมยั่งยืน 2.ส่งเสริมบุคลากรสูงวัยให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และภูมิปัญญาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสุขภาพ สู่ชุมชนและเยาวชน 3.ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและอาชีพใหม่โดยเยาวชนและผู้สูงวัย เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและสังคมยั่งยืน 4.ขยายพื้นที่กิจกรรมวิทยาศาสตร์ 3 วัย เพื่อสร้างโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมอง สร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชน วัยทำงานและผู้สูงวัย
การทำนายผลการรีวิวโค้ดในโครงการโอเพนซอร์สบนกิตฮับ, ปานทิพย์ พู่พุฒ
การทำนายผลการรีวิวโค้ดในโครงการโอเพนซอร์สบนกิตฮับ, ปานทิพย์ พู่พุฒ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กระบวนการรีวิวโค้ดบนกิตฮับ เป็นกระบวนการที่สำคัญกระบวนการหนึ่งในการทำงานบนกิตฮับ โดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะทำการร้องขอการนำเข้าซอร์สโค้ดหลังจากทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงซอร์สโค้ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ดูแลระบบจะเป็นผู้รีวิวซอร์สโค้ด โดยพิจารณาถึงคุณภาพ และรายละเอียดทั้งหมดของรายการร้องขอการนำเข้าซอร์สโค้ดนั้น ๆ จากการวิเคราะห์ผลการรีวิว พบว่ามีรายการร้องขอการนำเข้าซอร์สโค้ดจำนวนมาก ที่ไม่ผ่านการรีวิว เนื่องด้วยปัจจัยหลายประการ เช่น ความซับซ้อนของซอร์สโค้ด คุณภาพของซอร์สโค้ด รวมไปถึงจำนวนการเปลี่ยนแปลงไฟล์ เป็นต้น กระบวนการแก้ไขรายการร้องขอการนำเข้าซอร์สโค้ดที่ไม่ผ่านการรีวิวต้องใช้ความพยายาม และเวลาอย่างมากในการแก้ไข ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับค่าใช้จ่ายของโครงการ หรือกำหนดการของโครงการได้ งานวิทยานิพนธ์นี้จึงออกแบบ แบบจำลองการทำนายผลการรีวิวโค้ดบนกิตฮับ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลบนกิตฮับ กำหนดตัวแปรที่คาดว่าจะมีผลกระทบกับการรีวิวโค้ด รวมถึงการหาความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นบ่อยจากกฎความสัมพันธ์ จากนั้นทำการสร้างแบบจำลองการทำนายการรีวิวโค้ดบนกิตฮับด้วยวิธีการทางสถิติโลจิสติก และหลักการเรียนรู้ด้วยเครื่อง การวิเคราะห์โครงข่ายประสาทเทียมเพอร์เซปตรอนหลายชั้น ผลการทดลองแสดงสิบรายการร้องขอการนำเข้าซอร์สโค้ดที่พบบ่อยที่สุดในชุดข้อมูล และแบบจำลองการทำนายผลการรีวิวโค้ด โดยแบบจำลองที่ใช้ในการทำนายผลการรีวิวโค้ดที่ใช้การวิเคราะห์โลจิสติกในการวิเคราะห์ข้อมูลมีเปอร์เซ็นต์ความแม่นยำ 89.2307% และแบบจำลองที่ใช้การวิเคราะห์โครงข่ายประสาทเทียมเพอร์เซปตรอนหลายชั้น มีเปอร์เซ็นต์ความแม่นยำ 90.7692%
การสร้างแบบจำลองเครือข่ายทางรถไฟด้วยไทมด์คัลเลอร์เพทริเน็ต, นิติพัฒน์ ทรงวิโรจน์
การสร้างแบบจำลองเครือข่ายทางรถไฟด้วยไทมด์คัลเลอร์เพทริเน็ต, นิติพัฒน์ ทรงวิโรจน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การทวนสอบเชิงรูปนัยสามารถนำไปใช้เป็นทางเลือกในการทวนสอบแบบจำลองต้นแบบที่ออกแบบให้ทราบถึงข้อผิดพลาดหรือคุณลักษณะด้านความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม การออกแบบแบบจำลองเครือข่ายทางรถไฟขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนค่อนข้างมากอาจเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ง่าย วิทยานิพนธ์นี้จึงได้นำเสนอทางเลือกในการสร้างแบบจำลองเครือข่ายทางรถไฟโดยใช้มอดูลที่ถูกสร้างขึ้นจากแบบจำลองไทมด์คัลเลอร์เพทริเน็ตซึ่งเป็นแบบจำลองเชิงรูปนัยแทนการสร้างแบบจำลองไทมด์คัลเลอร์เพทริเน็ตแบบทั่วไป โดยวิทยานิพนธ์ได้นำเสนอมอดูลมาตรฐานที่แทนส่วนประกอบในเครือข่ายทางรถไฟ คือ สถานีรถไฟ และ รางรถไฟ รองรับประเภทรถไฟโดยสาร 3 ประเภทและการควบคุมการเดินรถไฟโดยใช้ตารางเวลารถไฟที่สามารถกำหนดได้ พร้อมทั้งนำเสนอกฎและเงื่อนไขในการต่อประสานมอดูลเหล่านั้นเพื่อประกอบกันเป็นเครือข่ายทางรถไฟขนาดใหญ่ได้ โดยมีเครื่องมือที่ถูกพัฒนาในวิทยานิพนธ์ช่วยเหลือผู้ใช้ในการสร้างและแปลงเครือข่ายทางรถไฟที่ถูกออกแบบไปเป็นไทมด์คัลเลอร์เพทริเน็ต ผลลัพธ์การจำลองแสดงผลผ่านโปรแกรมเครื่องมือ ซีพีเอ็น เพื่อตรวจหาความถูกต้อง และความปลอดภัยของแบบจำลองเครือข่ายทางรถไฟและตารางรถไฟที่นำเข้ามาตรวจสอบ โดยยกตัวอย่างกรณีศึกษาสำหรับเครือข่ายทางรถไฟจำนวน 8 สถานี พร้อมทำการจำลองเหตุการณ์ความล่าช้าที่เกิดขึ้นที่เครือข่ายทางรถไฟ เพื่อตรวจสอบผลกระทบที่เกิดขึ้น
Thin Cloud Removal Using Local Minimization And Image Transformation In Hsi Color Space, Thanet Markchom
Thin Cloud Removal Using Local Minimization And Image Transformation In Hsi Color Space, Thanet Markchom
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In the use of satellite images, clouds can be an obstacle due to their opacity property that can block the visibility of ground objects in case of thick clouds and can also be blended with the underlying details in case of thin clouds. In this research, we propose a novel method to remove thin clouds and retrieve the actual information by taking the advantage of HSI color space instead of RGB color space. The proposed method aims to estimate the cloud appearance called the scattering light, remove thin clouds from intensity channel to avoid an effect to the original color, …
Effects Of Mutations Of Levansucrase From Bacillus Licheniformis Rn-01 On Levan Oligosaccharides Binding, Thassanai Sitthiyotha
Effects Of Mutations Of Levansucrase From Bacillus Licheniformis Rn-01 On Levan Oligosaccharides Binding, Thassanai Sitthiyotha
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Produced by levansucrase that uses sucrose as a substrate, levan and levan oligosaccharides (GFn) have potential applications in food and pharmaceutical industries such as prebiotics, anti-obesity and anti-tumor agents. Previous study reported that N251A and N251Y mutants of levansucrase from Bacillus licheniformis RN-01 could effectively produce short-chain oligosaccharides upto GF3, instead of long-chain levan synthesis. This study hypothesized that these mutations probably reduced GF3 binding affinity in the active site of levansucrase that contains fructosyl-Asp93 intermediate and caused GF3 to be in an unfavorable orientation for transfructosylation; therefore, levansucrase could not effectively extend GF3 to GF4. However, these mutations probably …
Optimization Of Protein Hydrolysate Preparation From Split Gill Mushroom Schizophyllum Commune, Aunchalee Wongaem
Optimization Of Protein Hydrolysate Preparation From Split Gill Mushroom Schizophyllum Commune, Aunchalee Wongaem
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The optimum conditions for hydrolysate production from split gill mushroom protein using the microbial protease, Alcalase were investigated. The study was conducted using central composite design and response surface methodology. Three independent factors: hydrolysis temperature (45, 50, and 55 °C); hydrolysis time (60, 120, and 180 min); and enzyme to substrate ratio (2%, 4%, and 6% w/v) were varied, while the pH was fixed at pH 8. These three factors had a significant effect on the DH and ABTS radical-scavenging activity (p < 0.05). The optimum conditions obtained from experiments were: enzyme to substrate ratio 2%; hydrolysis time 161.4 min; and temperature 55 °C. The coefficient of determination (R2) of total protein and the IC50 value for ABTS radical-scavenging activity were 0.972 and 0.205 µg/mL, respectively, and the DH value was 50.882%. The hydrolysate was fractionated by molecular weight (MW) cut-off membranes (10, 5, 3, and 0.65 kDa). The < 0.65 kDa fraction had the highest radical scavenging ability (IC50 = 0.026 ± 0.004 µg/mL). The MW < 0.65 kDa fraction was separated by reversed-phase HPLC to yield four subfractions (F1–5). The F4 subfraction showed the highest maximum ABTS radical-scavenging activity and was selected for further analysis by quadrupole-time-of-flight-electron spin induction–mass spectrometry-based. Five antioxidant peptides were identified. In addition, the MW< 0.65 kDa fraction protected against oxidation-induced DNA damage in pBR322, pKS, and pUC19 plasmids. Furthermore, the MW < 0.65 kDa fraction, exhibited cellular antioxidant activity in a human intestinal cancer cell line (HT-29), which was dependent on the peptide concentration. These results suggested that split gill mushroom protein hydrolysate is a good source of bioactive peptides and has potential as a natural antioxidant in food production and cosmetic products.
Reaction Mechanisms Of Substrate And Inhibitor With Ns2b/Ns3 Serine Protease Of Zika Virus By Mm And Qm/Mm Simulations, Bodee Nutho
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Zika virus (ZIKV) infection has become a public health concern worldwide. The recent epidemiological data have revealed a possible association of ZIKV infection with neurological manifestations in both newborn children and adults. Currently, there is no anti-ZIKV drug or vaccine available for preventing or controlling ZIKV infection. An attractive drug target for ZIKV treatment is NS2B/NS3 serine protease that plays a crucial role to cleave the peptide bond during the viral replication process. Initially, the ZIKV NS2B/NS3 serine protease in complex with four peptide substrates were studied to investigate the binding recognition and protein-substrate interactions using conventional molecular dynamics (MD) …
Development And Screening Of Chalcones Against Cancer Protein Targets Using In Silico And In Vitro Techniques, Kanyani Sangpheak
Development And Screening Of Chalcones Against Cancer Protein Targets Using In Silico And In Vitro Techniques, Kanyani Sangpheak
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Targeted cancer therapy has become one of high potential cancer treatments. Human topoisomerase IIα (hTopoIIα) and Epidermal growth factor receptor tyrosine kinase (EGFR-TK) are proteins that play important roles on cell cycle. The hTopoIIα catalyzes the cleavage and rejoining of double-stranded DNA while EGFR function on cell signaling. Thus, the two proteins have been suggested as molecular target for the development of novel cancer therapeutics. A series of 47 chalcone derivatives was screened against hTopoIIα and EGFR-TK by in silico and in vitro techniques. Chalcone 3d showed a high cytotoxicity with IC50 values of 10.8, 3.2 and 21.1 µM against …
Optimization Of Protein Hydrolysate Preparation And Their Angiotensin I-Converting Enzyme Inhibitory Activity From Shiitake Mushrooms Lentinula Sp., Supawee Paisansak
Optimization Of Protein Hydrolysate Preparation And Their Angiotensin I-Converting Enzyme Inhibitory Activity From Shiitake Mushrooms Lentinula Sp., Supawee Paisansak
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Angiotensin-I converting enzyme (ACE) is a key enzyme involved in regulating blood pressure. ACE converts angiotensin-I into angiotensin-II, which results in raised blood pressure. Inhibition of ACE leads to a decreased concentration of angiotensin-II and lowering of blood pressure. Food protein-derived ACE inhibitory peptides are considered to be a safer alternative to antihypertensive drugs. Shiitake mushrooms, one of the most consumed mushrooms in Thailand, are recognized as a nutritive food with health-stimulating properties. The aim of this study was to optimize the preparation of a shiitake-protein hydrolysate and investigate the ACE inhibitory activity of the hydrosylate. Shiitake mushrooms were hydrolyzed …