Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (3086)
- Social and Behavioral Sciences (981)
- Medical Sciences (830)
- Engineering (502)
- Physical Sciences and Mathematics (489)
-
- Nursing (445)
- Education (401)
- Dentistry (357)
- Life Sciences (355)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (342)
- Sports Sciences (286)
- Veterinary Medicine (284)
- Public Health (272)
- Business (246)
- Economics (220)
- Sociology (220)
- Chemistry (191)
- Arts and Humanities (183)
- Architecture (181)
- Psychology (161)
- Law (156)
- Health and Physical Education (145)
- Mental and Social Health (145)
- Other Mental and Social Health (143)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (136)
- Environmental Sciences (133)
- Civil and Environmental Engineering (126)
- Communication (120)
- Communication Technology and New Media (120)
- Mass Communication (120)
- Keyword
Articles 961 - 990 of 6481
Full-Text Articles in Entire DC Network
Valorization Of Spent Coffee Grounds As Feedstock For Biodiesel Production Using Supercritical Fluid Technology, Wirasinee Supang
Valorization Of Spent Coffee Grounds As Feedstock For Biodiesel Production Using Supercritical Fluid Technology, Wirasinee Supang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Spent coffee grounds (SCGs) is the solid residue generated during coffee brewing. The amount of SCGs tends to increase annually due to the growth of the coffee industry. The valorization of SCGs can reduce this huge waste by using SCGs as the feedstock for biodiesel production. This study used green technology for biodiesel production. To evaluate the potential of SCGs, the characterization of SCGs and the optimization of biodiesel production from SCGs using supercritical fluid technology were investigated. Moreover, to understand the possibility of biodiesel production from the SCGs process on an industrial scale, techno-economic analysis (TEA) was applied to …
การสังเคราะห์จีโอพอลิเมอร์พรุนฐานเถ้าลอยด้วยไมโครเวฟสำหรับดักจับคาร์บอนไดออกไซด์, คมชาญ มี้เจริญ
การสังเคราะห์จีโอพอลิเมอร์พรุนฐานเถ้าลอยด้วยไมโครเวฟสำหรับดักจับคาร์บอนไดออกไซด์, คมชาญ มี้เจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาการพัฒนาวัสดุจีโอพอลิเมอร์พรุนฐานเถ้าลอยด้วยไมโครเวฟ เพื่อประยุกต์ที่ใช้ในการดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยศึกษาผลของอัตราส่วนเถ้าลอยต่อสารกระตุ้นแอลคาไล (ร้อยละ 40:60, 50:50 และ 60:40 โดยน้ำหนัก) และกำลังไมโครเวฟ (200,400,600 และ 800 W) ที่ส่งผลต่อสมบัติทางกายภาพ เคมี และประสิทธิภาพการดูดแก๊สซับคาร์บอนไดออกไซด์ ผลการศึกษาพบว่าการเพิ่มกำลังไมโครเวฟทำให้วัสดุแข็งตัวเร็วขึ้น โดยสูตร FA60 แข็งตัวเร็วที่สุดที่ทุกระดับกำลังไมโครเวฟ การวิเคราะห์โครงสร้างของรูพรุนด้วยเทคนิค Micro CT-scan พบว่าความพรุนเพิ่มขึ้นตามกำลังไมโครเวฟ การวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพพบว่า FA40 มีความพรุนสูงสุด (36.88-71.34%) แต่มีกำลังอัดต่ำสุด (2.20-4.06 MPa) ในขณะที่ FA60 มีความพรุนต่ำสุด (24.59-46.64%) แต่มีกำลังอัดสูงสุด (10.75-29.02 MPa) สูตร FA50 มีพื้นที่ผิวจำเพาะสูงสุด (38.34-88.22 m²/g) และสามารถดูดซับ CO2 ได้สูงสุดที่ 50.15 mg CO2/g ของตัวดูดซับ ที่ 45°C การศึกษาพบว่าปริมาณเถ้าลอยที่สูงขึ้นส่งผลให้วัสดุมีความแข็งแรงสูงแต่มีความพรุนต่ำ ในขณะที่การเพิ่มกำลังไมโครเวฟทำให้เกิดความพรุนมากขึ้นแต่ความแข็งแรงลดลง โดยการสังเคราะห์ที่กำลังไมโครเวฟ 200-400 W ให้สมบัติเชิงกลที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการวิเคราะห์ขนาดรูพรุนเฉลี่ยพบว่า FA60 มีขนาดรูพรุนใหญ่ที่สุด (4.69-6.90 nm) ซึ่งอยู่ในช่วงวัสดุพรุนขนาดกลาง งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างองค์ประกอบและสภาวะการสังเคราะห์ที่ส่งผลต่อสมบัติของจีโอพอลิเมอร์พรุน และแสดงให้เห็นศักยภาพของการใช้ไมโครเวฟในการสังเคราะห์จีโอพอลิเมอร์พรุนสำหรับการประยุกต์ใช้ในการการดูดซับ CO2
การสังเคราะห์คาร์บอนดอตจากกรดแอสคอร์บิกที่เจือด้วยเฮเทอโรอะตอมด้วยไมโครเวฟเพื่อเป็นฟลูออเรสเซนต์เซ็นเซอร์สำหรับการตรวจวัดไอออนโลหะ, อัญธิกา บุญเรืองอนันต์
การสังเคราะห์คาร์บอนดอตจากกรดแอสคอร์บิกที่เจือด้วยเฮเทอโรอะตอมด้วยไมโครเวฟเพื่อเป็นฟลูออเรสเซนต์เซ็นเซอร์สำหรับการตรวจวัดไอออนโลหะ, อัญธิกา บุญเรืองอนันต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
คาร์บอนดอตถูกสังเคราะห์ได้จากการใช้กรดแอสคอร์บิกเป็นสารตั้งต้นด้วยวิธีการให้ความร้อนด้วยไมโครเวฟ (700 วัตต์ เป็นเวลา 3 นาที) โดยคาร์บอนดอตที่สังเคราะห์ได้ถูกเจือด้วยเฮเทอโรอะตอมของไนโตรเจน ซัลเฟอร์ ฟอสฟอรัส และโบรอน และผ่านการพิสูจน์ลักษณะเฉพาะโดยใช้เทคนิคฟูเรียร์ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรสโคปี กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน ยูวี-วิสิเบิลสเปกโทรโฟโตเมทรี ฟลูออเรสเซนต์สเปกโทรสโคปี รามานสเปกโทรสโคปี และเอ็กซ์เรย์โฟโตอิเล็กตรอนสเปกโทรสโคปี จากผลการวิเคราะห์พบว่าการเจือเฮเทอโรอะตอมมีอิทธิพลต่อสมบัติ และลักษณะเฉพาะเชิงแสงของคาร์บอนดอตผ่านการปรับโครงสร้างแกนกลางคาร์บอน และหมู่ฟังก์ชันที่พื้นผิว ทั้งนี้การเจือเฮเทอโรอะตอมเพิ่มความสามารถในการเรืองแสงสูงขึ้นโดยเฉพาะคาร์บอนดอตที่เจือด้วยไนโตรเจนแสดงประสิทธิภาพการเรืองแสงดีที่สุด อย่างไรก็ตามการเจืออะตอมมากกว่าสองชนิดกลับทำให้การเรืองแสงลดลง และไม่ช่วยเพิ่มโอกาสในการจับกับชนิดไอออนโลหะที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบคาร์บอนดอตที่เตรียมได้ทั้งหมด คาร์บอนดอตที่เจือด้วยไนโตรเจนเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการใช้งานตรวจวัดสารโดยอาศัยการเรืองแสง ซึ่งแสดงความสามารถในการตรวจจับไอออนโลหะชนิด โครเมียม(VI) และ เหล็ก(III) โดยสามารถระงับการเรืองแสงได้อย่างสมบูรณ์ และมีค่าต่ำสุดสำหรับการตรวจวัดอยู่ที่ 0.135 นาโนโมลาร์ และ 0.195 นาโนโมลาร์ ตามลำดับ โดยขนาดอนุภาคโดยเฉลี่ยของคาร์บอนดอตที่เจือด้วยไนโตรเจนมีเท่ากับ 13.27 นาโนเมตร มีค่าประสิทธิภาพควอนตัมการเรืองแสงที่ 4.56% ทั้งนี้ ค่าประสิทธิภาพควอนตัมการเรืองแสงสามารถเพิ่มสูงขึ้นถึง 7.43% เมื่อเพิ่มปริมาณความเข้มข้นของยูเรียในการสังเคราะห์
Winner Prediction Model For Basketball Matches Based On Statistical Data Of Teams, Players, And Line-Ups, Chanin Witheesawas
Winner Prediction Model For Basketball Matches Based On Statistical Data Of Teams, Players, And Line-Ups, Chanin Witheesawas
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
NBA league in the United States for professional basketball league is considered the world-famous basketball league with the highest money circulation. Basketball players around the world would rather join the league. Also, many entrepreneurs would like to become a sponsor of a basketball team in the NBA league to increase the business opportunities leading to higher revenue especially a sponsor of a team that wins the NBA championship more than other teams. Therefore, every NBA team must develop a proper strategic plan to win the NBA championship. Hence, it is the beginning of this thesis to use seven popular machine …
Machine Learning For Increasing Productivity In Shrimp Hatchery, Boonyapron Kaowleg
Machine Learning For Increasing Productivity In Shrimp Hatchery, Boonyapron Kaowleg
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The quality of shrimp hatcheries directly impacts the survival and growth of shrimp during the grow-out stage, with poor hatchery conditions increasing the risk of infections and reducing overall productivity. This study explores the potential of machine learning to enhance productivity in shrimp hatcheries in Thailand, focusing on improving the accuracy of hatchery success predictions. Four machine learning models were developed and compared to predict shrimp hatchery outcomes based on historical data. Data were collected from multiple sources, which presented challenges in terms of variability, missing values, and the need for extensive pre-processing. The results showed that the random forest …
Identifying Unsafety Gesture Of Drivers Using Deep Learning, Yibei Bai
Identifying Unsafety Gesture Of Drivers Using Deep Learning, Yibei Bai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This thesis presents the use of deep learning to identify two unsafe gestures of drivers: (1) holding the wheel with one hand and performing an action with the other hand, and (2) talking on the phone while driving. These gestures can distract the driver, potentially leading to accidents. Four models were compared and evaluated. Additionally, the study introduces the Driver Action Expression (DAE) dataset, collected through a road driving experiment focusing on driver behavior. The issue of imbalanced data was considered. The Xception model shows the best performance compared to other models, leading to its selection as the primary model …
3d-Printed Flexible Polyacrylamide/Alginate Gel Polymer Electrolyte For Zinc Ion Baterry, Napassorn Wongduangpa
3d-Printed Flexible Polyacrylamide/Alginate Gel Polymer Electrolyte For Zinc Ion Baterry, Napassorn Wongduangpa
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Flexible and wearable electronic devices are gaining widespread popularity due to their portability and user-friendly design. These devices include electrical sensors, flexible displays, smart clothing, and on-body health monitoring devices. The demand for these devices depends on their ability to maintain flexibility, light weight, bending ability, twisting ability, and ease of portability, such as being foldable under intense usage conditions. These flexible and wearable electronics require a suitable power source, typically batteries. Zinc-ion batteries (ZIBs) are widely used due to their safety, cost-effectiveness, and environmental friendliness. However, ZIBs still face limitations in terms of flexible and durable electrolytes, which pose …
การศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดในกระบวนการอบยาง, สิรวิชญ์ โพธิ์ระหง
การศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดในกระบวนการอบยาง, สิรวิชญ์ โพธิ์ระหง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บริษัท สยามมิชลิน จำกัด (โรงงานพระประแดง) จังหวัดสมุทรปราการ มุ่งมั่นในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในกระบวนการผลิตยางรถยนต์ การผลิตยางรถยนต์และยางรถจักรยานยนต์มีการใช้น้ำจำนวนมากในกระบวนการผลิต จึงเป็นเหตุให้เกิดน้ำเสียจำนวนมากตามมาเช่นกัน น้ำเสียเหล่านี้จะถูกส่งเข้าระบบบำบัดน้ำเสียแบบเลี้ยงตะกอนเร่งเพื่อบำบัดและมีสมบัติได้ตามมาตรฐานน้ำทิ้ง แนวทางในการลดการปล่อยน้ำเสียหลังการบำบัดแล้วสู่สาธารณะ คือ การนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดเหล่านี้กลับมาใช้เพื่อสามารถหมุนเวียนทรัพยากรให้กลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และยังสอดคล้องกับแผนการบริหารด้านความยั่งยืนในการจัดการสิ่งแวดล้อมของบริษัทอีกทางหนึ่งด้วย ในงานวิจัยนี้จึงศึกษาความเป็นไปได้ในการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการอบยาง โดยศึกษาและปรับปรุงประสิทธิภาพอัตราการไฟล (%Recovery) ของระบบรีไซเคิลรีเวอร์สออสโมซิสแบบขั้นตอนเดียวด้วยสารกรองแก้ว (AFM®ng) พบว่ามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากเป็นร้อยละ 64 จากนั้นศึกษาเปรียบเทียบความเป็นไปได้ของโครงการระหว่างระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอน (Double-pass RO) มีร้อยละผลตอบแทนของโครงการ (%ROI) และระยะเวลาคืนทุน (Payback period) เท่ากับ ร้อยละ 242, 1.22 ปีและระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอนร่วมกับระบบการกรองระดับอัลตร้า (UF-RO/RO) เท่ากับร้อยละ 189, 1.97 ปีตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอน (Double-pass RO) มีผลตอบแทนด้านการลงทุน (ROI) ที่ดีที่สุด และระยเวลาการคืนทุนที่เร็วกว่า แม้ว่าระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอนร่วมกับระบบการกรองระดับอัลตร้า (UF-RO/RO) จะมีคุณภาพน้ำดีกว่า แต่เมื่อพิจารณาต้นทุนแล้ว พบว่าไม่แตกต่างกันมากนัก เนื่องจากระบบรีไซเคิลแบบสองขั้นตอน (Double-pass RO)มีร้อยละผลตอบแทนการลงทุนที่ดีที่สุด และระยะเวลาคืนทุนเร็วกว่า บริษัทฯ จึงเลือกใช้ระบบนี้ในการผลิตน้ำป้อนเข้าสู่หม้อต้มไอน้ำ ส่งผลให้สัดส่วนการใช้น้ำประปาในการอบยางลดลงร้อยละ 26 สัดส่วนการใช้น้ำรีไซเคิลเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 42 และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดดอกไซด์ได้ 111.63 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
Prediction The Dose Distributions Of Prostate Cancer Patients Using Deep Learning, Pumipat Chaikamthorn
Prediction The Dose Distributions Of Prostate Cancer Patients Using Deep Learning, Pumipat Chaikamthorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Volumetric Modulated Arc Therapy (VMAT) is one of the advanced modalities in recent radiotherapy. It uses the inverse treatment planning system for optimization and dose calculation. However, this approach is a trial-and-error process, which takes a long time. An accurate deep-learning model that can predict the dose would solve this issue. This approach can save more treatment planning time, by guiding the planners to the optimum dose while maintaining the plan quality. The 40 previously treated prostate cancer plans were collected the volumetric information of PTV and OARs, overlapping volume, and the dosimetric information. The regression deep learning model, which …
Seroprevalence And Epidemiology Of Human Respiratory Syncytial Virus (Rsv) Among Young Children In Thailand, Siripat Pasittungkul
Seroprevalence And Epidemiology Of Human Respiratory Syncytial Virus (Rsv) Among Young Children In Thailand, Siripat Pasittungkul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Respiratory Syncytial Virus (RSV) is a significant cause of both upper and lower respiratory tract infections, capable of affecting both children and adults, with the potential for reinfection throughout life. Despite the current availability of an RSV vaccine for pregnant women and the elderly, RSV remains a leading cause of severe lower respiratory tract infections in infants and young children globally. Reinfections by the same or different RSV subgroups in children residing in the tropics are currently under-studied. Therefore, This study investigated the seroprevalence and epidemiology of RSV infections in Thai children. Our seroprevalence study (2015-2020) involved 302 mothers and …
Optimal Dual-Time-Point Dynamic 68ga-Psma-11 Pet/Ct Protocols For Parametric Imaging Generation In Prostate Cancer Patients, Paphawarin Burasothikul
Optimal Dual-Time-Point Dynamic 68ga-Psma-11 Pet/Ct Protocols For Parametric Imaging Generation In Prostate Cancer Patients, Paphawarin Burasothikul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Globally, prostate cancer is the second most common cancer for men. Prostate cancer patients presenting metastasis exhibit a poor prognosis, consequently leading to diminished survival rates. Thus, 68Ga-PSMA-11 PET/CT examination plays a critical role in prostate cancer diagnosis. Parametric imaging techniques offer the potential to improve the accuracy of quantification analysis in PET/CT diagnosis, but their effectiveness is constrained by lengthy acquisition protocols. This study developed optimal dual-time-point (DTP) parametric imaging using shortened dynamic 68Ga-PSMA-11 PET/CT scans in prostate cancer patients and investigated the feasibility of parametric images in terms of image quality by comparing them with a routine standardized …
การบริหารจัดการอาคารคาร์บอนต่ำ: ยุทธศาสตร์เพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร, จิรายุ รัตตประดิษฐ์
การบริหารจัดการอาคารคาร์บอนต่ำ: ยุทธศาสตร์เพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร, จิรายุ รัตตประดิษฐ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้พลังงานในอาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ก่อให้เกิดความท้าทายสำคัญต่อความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ระบุว่า อาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ใช้พลังงานเฉลี่ย 225 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตรต่อปี ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ส่งผลให้การจัดการพลังงานในอาคารเป็นปัจจัยสำคัญต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การศึกษานี้ใช้แนวทางเชิงบูรณาการในการรวบรวมข้อมูลจากการวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอาคาร และการสำรวจพื้นที่จริงในกรุงเทพมหานคร โดยเน้นอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีการใช้พลังงานสูง กระบวนการศึกษารวมถึงการวิเคราะห์ระบบจัดการพลังงาน ระบบน้ำ ระบบแสงสว่าง และการจัดการขยะ พร้อมทั้งการเสนอแนะแนวทางปรับปรุงที่สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืน เช่น LEED และ TREES ผลการศึกษาพบว่าการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น IoT ระบบเซ็นเซอร์ และระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การจัดการน้ำ การใช้วัสดุรีไซเคิล และการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอาคาร ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร รวมถึงสร้างความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว และผลการศึกษานี้สามารถเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ เพื่อความยั่งยืนในมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในอนาคต
Green Urbanisam And Human Well-Being In Developing Countries, Phenphit Boonhor
Green Urbanisam And Human Well-Being In Developing Countries, Phenphit Boonhor
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates the relationship between green urbanism and human well-being in developing countries, focusing on the influence of individual and cultural values on the utilization of urban green spaces (UGS). As rapid urbanization transforms cities, there is a pressing need to address the environmental and health challenges that arise, particularly in regions with limited infrastructure and resources. The research highlights significant disparities between developed and developing nations regarding sustainability efforts, with developing countries facing increasing urban population growth alongside declining environmental conditions. Through a comprehensive literature review and empirical analysis, this study aims to elucidate how cultural perspectives on …
Exploring Sustainable Initiatives, Innovations, And Challenges In Sports Sustainability : A Case Study Of The Olympic Games, Suwanna Silpaarcha
Exploring Sustainable Initiatives, Innovations, And Challenges In Sports Sustainability : A Case Study Of The Olympic Games, Suwanna Silpaarcha
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The progress of sustainability in sports mega-events have been more prominent than ever due to its substantial impact on society, the economy, and the environment. The Olympic Games’ immense magnitude has sparked apprehensions regarding their ecological and societal ramifications—increased energy usage and waste, transportation demands, new infrastructural constructions—which all have significant impacts on the environment and carbon emissions. Because of this, the IOC, host cities, and related sports authorities are constantly evolving and seeking innovative solutions towards sustainability while overcoming challenges faced. Given the importance of sustainable development in sports, this study examines sustainable approaches and solutions adopted by the …
การวิจัยแนวทางนำนโยบายระบบให้คำปรึกษาทางไกลด้านโรคผิวหนังผ่านแอปพลิเคชันไลน์ สำหรับแพทย์ทั่วไปในเขตพื้นที่สุขภาพ ของประเทศไทย ไปสู่การปฏิบัติ, ศุภกฤษ บุญละคร
การวิจัยแนวทางนำนโยบายระบบให้คำปรึกษาทางไกลด้านโรคผิวหนังผ่านแอปพลิเคชันไลน์ สำหรับแพทย์ทั่วไปในเขตพื้นที่สุขภาพ ของประเทศไทย ไปสู่การปฏิบัติ, ศุภกฤษ บุญละคร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ภูมิหลัง: สถาบันโรคผิวหนังได้จัดตั้งระบบให้คำปรึกษาทางไกลด้านโรคผิวหนังแก่แพทย์ทั่วไปผ่านแอปพลิเคชันไลน์ตั้งแต่ปี 2560 โดยมีการขอคำปรึกษามากกว่า 3,000 ครั้ง แต่แนวโน้มการส่งเคส กลับลดลงทุกปี วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการใช้งานระบบให้คำปรึกษาทางไกลด้านโรคผิวหนังภายใต้มุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นำมาสู่การพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ วิธีการ: การวิจัยเพื่อการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยศึกษาสถิติการให้คำปรึกษาย้อนหลังการสำรวจความคิดเห็นของแพทย์ทั่วไปที่ขอรับคำปรึกษา จำนวน 215 คน การสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวน 45 คน และการระดมสมองในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 7 คน เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการดำเนินงานของระบบให้คำปรึกษาทางไกลด้านโรคผิวหนัง จากนั้นส่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้ผู้บริหารพิจารณา และวัดผลการยอมรับต่อข้อเสนอแนะ ผล: แพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนมีการใช้ระบบมากที่สุด ร้อยละ 57.34 โดยแพทย์ผิวหนังสามารถให้คำแนะนำได้ถึง ร้อยละ 98.85 อย่างไรก็ตามยังพบว่า แพทย์มีความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล และความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลที่ส่งปรึกษา ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะที่ได้จากการระดมสมองพบว่า ควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ขอรับคำปรึกษา ควรใช้ Platform ที่ปลอดภัยสำหรับการส่งข้อมูล ควรสร้าง Checklist สำหรับการส่งข้อมูล ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร รวมถึงการพิจารณาการเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้กับแพทย์ เพื่อรองรับการขยายการดำเนินงานในอนาคต สรุป: การมีระบบที่เป็นมาตรฐาน ปลอดภัย และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้แพทย์ทั่วไปในเขตสุขภาพสามารถเข้าถึงบริการด้านโรคผิวหนัง เพิ่มความมั่นใจในการรักษา และลดการส่งต่อผู้ป่วยได้
การประเมินช่วงค่าอ้างอิงมาตรฐานใหม่ของการนับจำนวนเรติคูโลไซต์สำหรับประชากรไทยผู้ใหญ่สุขภาพดี: การเปรียบเทียบกับวิธีโฟลไซโตเมตรี และการนับด้วยกล้องจุลทรรศน์, หทัยพร อภัยวิวัฒน์
การประเมินช่วงค่าอ้างอิงมาตรฐานใหม่ของการนับจำนวนเรติคูโลไซต์สำหรับประชากรไทยผู้ใหญ่สุขภาพดี: การเปรียบเทียบกับวิธีโฟลไซโตเมตรี และการนับด้วยกล้องจุลทรรศน์, หทัยพร อภัยวิวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บทนำ: การศึกษานี้ประเมินประสิทธิภาพการตรวจวิเคราะห์ของเครื่องตรวจนับเม็ดเลือดอัตโนมัติ Mindray BC-6200 สำหรับการนับจำนวนเรติคูโลไซต์ โดยมุ่งเน้นไปที่การประเมินความไม่แม่นยํา, การทดสอบการปนเปื้อนระหว่างตัวอย่าง และการทดสอบระยะเวลาคงสภาพของเรติคูโลไซต์ในหลอดทดสอบ ความถูกต้องของการนับจำนวนเรติคูโลไซต์ถูกเปรียบเทียบกับวิธีการนับด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบแมนนวลและโฟลไซโตเมตรีซึ่งเป็นวิธีอ้างอิงมาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีการหาค่าช่วงอ้างอิงมาตรฐานของจำนวนเรติคูโลไซต์ และพารามิเตอร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับประชากรไทย วิธีการ: ประชากรไทย ผู้ใหญ่สุขภาพดีทั้งเพศชายและเพศหญิง จำนวนอย่างละ 60 ราย และตัวอย่างเลือดที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์ 182 ตัวอย่างจากผู้ป่วยที่มีภาวะทางพยาธิสภาพต่าง ๆ ถูกนำมาใช้ตรวจนับจำนวนเรติคูโลไซต์ด้วยเครื่องตรวจนับเม็ดเลือดอัตโนมัติ Mindray BC-6200, วิธีการนับด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบแมนนวล และโฟลไซโตเมตรี เพื่อหาค่าช่วงอ้างอิงมาตรฐานของจำนวนเรติคูโลไซต์ และประเมินความสัมพันธ์ของค่าเรติคูโลไซต์ระหว่างวิธีการตรวจวิเคราะห์ ผลการทดลอง: การประเมินความไม่แม่นยําในการนับจำนวนเรติคูโลไซต์ในทุกระดับของสารควบคุมคุณภาพ (ค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปรวน, %CV) ต่ำกว่า %CV ที่อ้างอิงโดยผู้ผลิต, การทดสอบการปนเปื้อนระหว่างตัวอย่างมีค่าน้อยกว่า 0.01% และการทดสอบระยะเวลาคงสภาพของค่าเรติคูโลไซต์ในหลอดทดสอบนั้นสามารถคงสภาพได้ถึง 24 ชั่วโมง ช่วงค่าอ้างอิงมาตรฐานมีดังนี้: จำนวนเรติคูโลไซต์สัมบูรณ์ (x109/L): 34.88-118.50, อัตราส่วนของเรติคูโลไซต์ตัวอ่อนต่อจำนวนเรติคูโลไซต์ทั้งหมด (IRF, %): 2.71-15.28, ปริมาณฮีโมโกลบินของเซลล์เรติคูโลไซต์ (RHE, pg): 22.84-29.70, การประเมินความสัมพันธ์ระหว่างวิธีการตรวจวิเคราะห์พบว่าการนับจำนวนเรติคูโลไซต์ด้วยเครื่องตรวจนับเม็ดเลือดอัตโนมัติ, วิธีการนับด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบแมนนวลและโฟลไซโตเมตรี มีความสัมพันธ์ที่ดีมาก (r > 0.9785, p-value
The Association Of Mirnas As Biomarkers For Severe Liver Dysfunction In Severe Dengue Infection, Napat Pas-Arj
The Association Of Mirnas As Biomarkers For Severe Liver Dysfunction In Severe Dengue Infection, Napat Pas-Arj
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Identification early biomarkers for severe liver dysfunction in severe dengue patients is essential. Currently, there is no any data on circulating miRNAs to predict this important complication, Therefore, this study aimed to explore the role of circulating miRNAs in severe liver dysfunction in dengue infection. On the initial day of admission, serum samples were gathered from patients with dengue infection. These patients were monitored for 14 days post-admission to ascertain their final diagnosis. Following the WHO 2009 criteria, participants were categorized into severe liver dysfunction and non-severe liver dysfunction group. To conduct a transcriptomic analysis of circulating miRNAs used the …
Gene Expression By Nanostring Rna Profiling Of Monocytic Myeloid-Derived Suppressor Cells In Knee Osteoarthritis, Varote Shotelersuk
Gene Expression By Nanostring Rna Profiling Of Monocytic Myeloid-Derived Suppressor Cells In Knee Osteoarthritis, Varote Shotelersuk
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Osteoarthritis (OA) is a widespread degenerative joint disease marked by cartilage destruction. This study investigates the role of monocytic myeloid-derived suppressor cells (M-MDSCs) in OA, focusing on their gene expression profiles and their relationship with body mass index (BMI) in knee OA patients. Previous research has shown a positive correlation between M-MDSCs and BMI in OA. We explored the role of M-MDSCs derived from the infrapatellar fat pad (IPFP) in OA patients.Using NanoString technology, we examined the transcriptional profile of M-MDSCs from the IPFP of knee OA patients undergoing total knee replacement surgery, categorized into different BMI groups. Flow cytometry …
Association Between Volunteering, Wellbeing, And Homo-Negativity: An Analysis Of World Values Survey, Amirhossein Khanehpaza
Association Between Volunteering, Wellbeing, And Homo-Negativity: An Analysis Of World Values Survey, Amirhossein Khanehpaza
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Objectives: Homonegativity adversely affects the health and well-being of homosexuals in society, making it vital to identify factors associated with it. This study investigates whether active membership in voluntary organizations correlates with homonegativity, examining how this varies by gender and age.Methods: Using the World Values Survey data (2017-2022) from 87,777 participants in 63 countries, we performed binary logistic regression to assess relationships between homonegativity and factors including socioeconomic status, demographics, and voluntary activity participation.Results: Our findings suggest that active membership in certain voluntary organizations correlates with homonegativity levels among both men and women across various age groups. Specifically, active participation …
ความชุกของความเครียดจากงาน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องในพนักงานของโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในประเทศไทย, จักรินทร์ อภิสุทธิศิลป์
ความชุกของความเครียดจากงาน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องในพนักงานของโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในประเทศไทย, จักรินทร์ อภิสุทธิศิลป์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยพรรณนาเชิงภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกความเครียดจากงาน และศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดจากงานในพนักงานของโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบจำเพาะเจาะจง คือ พนักงานฝ่ายปฏิบัติการของโรงเรียนแพทย์ ที่มีสำนักงานในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเก็บตัวอย่างพนักงานโรงเรียนแพทย์ทั้งหมดโดยไม่สุ่ม จำนวน 401 คน ทำการศึกษาระหว่าง เดือน พฤษภาคม ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2567 แบบสอบถามประกอบด้วย ข้อมูลปัจจัยทั่วไปส่วนบุคคล ข้อมูลปัจจัยด้านการทำงาน ข้อมูลความเครียดจากงาน ประเมิน โดยแบบสอบถามที่เป็นฉบับภาษาไทย Thai Job Content Questionnaire วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ประกอบด้วยการวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างตัวแปรสองตัว และวิเคราะห์การถดถอยลอจิสติกเชิงพหุ โดยกลุ่มตัวอย่างมีอัตราตอบกลับร้อยละ 55.61 ความชุกความเครียดจากงาน เท่ากับ ร้อยละ 18.45 เมื่อควบคุมตัวกวนแล้วพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดจากงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ได้แก่ ดัชนีมวลกายต่ำกว่าเกณฑ์ (aOR=2.61, 95% CI: 1.19 - 5.76) การมีหนี้สิน (aOR=2.00,95% CI: 1.08 - 3.73) ตำแหน่งอาชีพพนักงานสำนักงาน (aOR = 4.38, 95% CI: 1.10 - 17.44), การทำงานแบ่งกะ (aOR=2.37,95% CI: 1.01 - 5.54) การเรียกร้องจากงานทางกาย (aOR=2.71,95% CI: 1.18 - 6.20) อันตรายภายในงาน (aOR=3.89,95% CI: 2.05 - 7.41) ดังนั้น จึงควรจัดการแก้ไข และส่งเสริมในการป้องกันความเครียดจากงานไปสู่การป้องกันในเชิงนโยบายต่อไป
อาการวัยหมดระดูและความสัมพันธ์กับการสูญเสียผลิตภาพในการทำงานของพยาบาล ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร, ภคณาพร จงจิตรไพศาล
อาการวัยหมดระดูและความสัมพันธ์กับการสูญเสียผลิตภาพในการทำงานของพยาบาล ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร, ภคณาพร จงจิตรไพศาล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเข้าสู่วัยหมดระดูเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในชีวิตของเพศหญิง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความสัมพันธ์ของอาการวัยหมดระดูและการสูญเสียผลิตภาพในการทำงาน ความชุกของการประสบอาการวัยหมดระดูในพยาบาลในกรุงเทพมหานครและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษานี้เป็นการศึกษาภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์ ศึกษาในพยาบาลอายุ 45 ถึง 60 ปีทั้งหมด ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ข้อมูลทั่วไป ข้อมูลสูตินรีเวช ข้อมูลด้านการทำงาน ข้อมูลอาการวัยหมดระดู และข้อมูลการสูญเสียผลิตภาพในการทำงานถูกเก็บในรูปแบบของแบบสอบถาม การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกและการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกเชิงพหุถูกใช้เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการวัยหมดระดู การวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณถูกใช้เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของอาการวัยหมดระดูกับการสูญเสียผลิตภาพในการทำงาน การศึกษานี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 182 คน ความชุกของอาการวัยหมดระดูอยู่ที่ 74.2% จำนวนและร้อยละของอาการวัยหมดระดูโดยแบ่งกลุ่มตามความรุนแรง ได้แก่ กลุ่มไม่มีอาการ 47 คน (25.8%) กลุ่มรุนแรงเล็กน้อย 38 คน (20.9%) กลุ่มรุนแรงปานกลาง 65 คน (35.7%) และกลุ่มรุนแรงมาก 32 คน (17.6%) จากการศึกษาพบว่าการมีอาการวัยหมดระดูในระดับรุนแรงมากมีความสัมพันธ์กับร้อยละการมาทำงานแต่ไม่ได้งานและการสูญเสียผลิตภาพในงานโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีผลต่างค่าเฉลี่ยและช่วงค่าความเชื่อมั่น 95% อยู่ที่ 20.84 (11.10-30.59) และ 20.49 (10.39-30.58) ตามลำดับ พยาบาลที่มีอาการวัยหมดระดูในระดับรุนแรงควรได้รับการวินิจฉัย รักษา หรือช่วยเหลือในด้านต่างๆ จากทั้งแพทย์เฉพาะทาง หัวหน้าแผนก และเพื่อนร่วมงาน เพื่อป้องกันการสูญเสียผลิตภาพในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดการเกษียณอายุงานก่อนเวลา และรักษามาตรฐานการให้บริการของโรงพยาบาลต่อไปในอนาคต
เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันการคลังอิสระ, เกียรติกร อัตรสาร
เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันการคลังอิสระ, เกียรติกร อัตรสาร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเมืองและการคลังไทยส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการงบประมาณให้ควรมีการจัดตั้งสถาบันการคลังอิสระเพื่อสนับสนุนการพิจารณาอนุมัติและติดตามการบริหารงบประมาณ รวมถึงการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ งานชิ้นนี้จึงมุ่งศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศ และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการจัดตั้งด้วยแนวคิดเศรษฐศาสตร์การเมืองที่วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ ระบบสถาบัน ประโยชน์หรือผลกระทบ อุปสรรคหรือความอ่อนไหว รวมถึงวิธีการและรูปแบบในการจัดตั้งขึ้นใหม่หรือพัฒนาสู่สถาบันการคลังอิสระ โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพจากข้อมูลปฐมภูมิที่สัมภาษณ์แบบเจาะลึกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมาธิการวิสามัญพิจารณา/ศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี นักวิชาการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 11 คน ร่วมกับข้อมูลทุติยภูมิจากการรวบรวมเอกสาร ผลการศึกษาพบว่า สถาบันการคลังอิสระจะส่งผลดีต่อกระบวนการงบประมาณ โดยเฉพาะการตัดสินใจพิจารณาอนุมัติงบประมาณบนพื้นฐานข้อมูลสารสนเทศจากสถาบันที่มีความเป็นอิสระ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์ด้านการเงิน การคลัง และการงบประมาณ วิเคราะห์ การบริหารงบประมาณ ความคุ้มค่า และผลกระทบ รวมถึงวิเคราะห์ระดับมหภาคและร่างกฎหมายด้านการเงินการคลัง ทั้งนี้ ภายใต้ความเหมาะสมกับบริบททางการเมือง การคลัง เศรษฐกิจและสังคมของไทย ซึ่งมีอิทธิพลต่อการจัดตั้งขึ้นใหม่หรือพัฒนาสำนักงบประมาณของรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สู่สถาบันการคลังอิสระ
Structural Analysis Of Thailand's Economy During The “Developmental Era” From 1957 To 1997 Using The Social Structure Of Accumulation Theory, Paworn Kiatyutthachart
Structural Analysis Of Thailand's Economy During The “Developmental Era” From 1957 To 1997 Using The Social Structure Of Accumulation Theory, Paworn Kiatyutthachart
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This thesis tried to describe the progress of growth and recession of the Thai economy during the “developmental era” of the 1950s to 2000s. The main objective of this thesis is to find Thailand’s Social Structure of Accumulation, using it to trace back to the “critical junctures” and then describe the trajectory of Thailand’s economic development. The Social Structure of Accumulation is obtained by calculating the rate of profit to identify “long waves” of changes in the rate of profit, and also through documentary research of both primary and secondary sources to find a “set of structures” related to the …
กระบวนการกำหนดนโยบายจัดการ ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สำหรับกลุ่มแรงงานข้ามชาติ, อิษยา อนิวรรตน์
กระบวนการกำหนดนโยบายจัดการ ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สำหรับกลุ่มแรงงานข้ามชาติ, อิษยา อนิวรรตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานศึกษาชิ้นนี้ใช้กรอบแนวคิดเศรษฐศาสตร์สถาบันใหม่เป็นกรอบการวิเคราะห์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายถึงแนวคิดของรัฐต่อการกำหนดนโยบายด้านการให้ความคุ้มครองทางสังคมด้านสุขภาพ รวมถึงศึกษากระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านการจัดการ ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 สำหรับกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ผ่านการอธิบายถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนร่วมในตลาดการเมืองของการกำหนดนโยบาย ได้แก่ อุปสงค์ (กลุ่มผลักดันเรียกร้องนโยบาย) และอุปทาน (กลุ่มมีอำนาจที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจ) งานชิ้นนี้ใช้การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ร่วมการสัมภาษณ์เชิงลึกกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า ภายใต้กระบวนการกำหนดนโยบาย ตัวแสดงในฝั่งอุปทานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางตั้งแต่การก่อตัว การตัดสินใจแบบรวมศูนย์ และนำนโยบายไปบังคับใช้ เนื่องจาก รัฐให้อำนาจและได้ใช้องค์ความรู้เฉพาะทางเป็นตัวชี้นำ ในขณะที่ตัวแสดงฝั่งอุปสงค์ยังต้องอยู่ภายใต้สภาวะพึ่งพิงจากรัฐ ทำให้ไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายในตอนต้น แต่กลุ่มดังกล่าวจะเริ่มมีบทบาทนำและพลังการต่อรองกับรัฐเพิ่มขึ้นในช่วงการสะท้อนกลับของนโยบาย จึงส่งผลลบต่อการกระจายทรัพยากร ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ และการเลือกปฏิบัติกับกลุ่มแรงงานข้ามชาติ รวมถึงต้นทุนธุรกรรม ทั้งนี้ การตัดสินใจเลือกนโยบายของกลุ่มอุปทานนโยบายเป็นผลโดยตรงจากโครงสร้างการให้คุณค่าของสถาบันไม่ทางการ (วัฒนธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี) ที่ฝังลึกมีกรอบคิดและการให้คุณค่าที่ไม่สนับสนุนความเท่าเทียมเชิงสุขภาพของสถาบันทางการ ส่งผลให้แม้จะมีกฎ กติกา (สถาบันทางการ) ระบุถึงประเด็นด้านความเท่าเทียม แต่ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประสิทธิภาพของสถาบันในการจัดสรรทรัพยากรและการให้บริการด้านสาธารณสุขจึงสามารถไม่เป็นธรรมและมีความแตกต่างระหว่างแรงงานไทยกับแรงงานข้ามชาติตามการเลือกให้ความสำคัญกับกลุ่มคนซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับได้ ข้อเสนอแนะสำหรับงานคือ เสนอให้ปรับเปลี่ยนกลไกทางสถาบันเพื่อให้เกิดความเสมอหน้าและปรับโครงสร้างให้สามารถรองรับกับวิกฤตทางสุขภาพในอนาคต
The Impact Of U.S. Monetary Policy Expectations On Emerging Market Sovereign Bonds, Qiaofang Chen
The Impact Of U.S. Monetary Policy Expectations On Emerging Market Sovereign Bonds, Qiaofang Chen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study examines the spillover effects of U.S. monetary policy on sovereign bonds in emerging market economies (EMEs). It evaluates the influence of various phases of U.S. monetary policy, including quantitative easing (QE) and quantitative tightening (QT), on EME sovereign bond prices and yields. The analysis pays special attention to differences in the impacts on bonds denominated in local currencies versus U.S. dollars. The results indicate that U.S. monetary policy significantly affects the prices of both USD- and local currency-denominated bonds in EMEs, except during the pre-unconventional monetary policy period. The adverse effects of U.S. monetary policy adjustments, particularly during …
Evaluating The Binding Modes Of Hepatitis B E-Antigen Inhibitor By In Silico Method, Wigrom Yogboworn
Evaluating The Binding Modes Of Hepatitis B E-Antigen Inhibitor By In Silico Method, Wigrom Yogboworn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Hepatitis B, caused by the hepatitis B virus (HBV), is a significant global health concern, primarily affecting the liver and leading to severe complications, including drug resistance and chronic infection. Numerous studies have linked these conditions to the presence of hepatitis B core antigen (HBcAg) and hepatitis B e antigen (HBeAg). HBeAg, in particular, is known to have the innate immune response, resulting in diminished immunity and delayed disease diagnosis and treatment. Despite this, the molecular structure and interactions between inhibitors and HBeAg remain poorly understood, posing a significant challenge to the development of effective treatments. This work employs molecular …
การรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทยที่เป็นที่นิยมในช่วงปีพ.ศ.2560-2564, ณัฏฐา รังกระโทก
การรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทยที่เป็นที่นิยมในช่วงปีพ.ศ.2560-2564, ณัฏฐา รังกระโทก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทย และปัจจัยที่มีผลต่อการรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทย โดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสานด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาจากรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล 3ช่องที่มีเรตติ้งสูงที่สุด 10 อันดับแรกในช่วงปี 2560-2564 จำนวน 95 คลิป และการสัมภาษณ์เชิงลึกนักวิชาชีพสื่อและผู้เชี่ยวชาญ 9 คนเกี่ยวกับแนวทางการรายงานข่าว ปัญหาการรายงานข่าว และปัจจัยที่มีผลต่อการรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทย รวมถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการรายงานข่าวการฆ่าตัวตายที่เหมาะสม ผลการวิจัยพบว่าการรายงานข่าวส่วนใหญ่เป็นกรณีการฆ่าตัวตายที่สำเร็จและมักระบุว่าปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการฆ่าตัวตายเป็นปัจจัยด้านสุขภาพจิต โดยเกือบทุกข่าวยังนำเสนอรายละเอียดของการฆ่าตัวตาย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิตและผู้ใกล้ชิด และใช้ภาษาที่เร้าอารมณ์ ซึ่งเป็นการรายงานข่าวที่ไม่สอดคล้องกับจริยธรรมวิชาชีพและแนวปฏิบัติในการป้องกันการฆ่าตัวตาย ปัจจัยที่ส่งผลให้การรายงานข่าวมีปัญหา ได้แก่ 1) ความนิยมของผู้รับสารไทยต่อข่าวอาชญากรรม 2) การแข่งขันของสื่อเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้รับสาร 3) สื่อมวลชนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันการฆ่าตัวตาย ในส่วนข้อเสนอแนะเพื่อให้การรายงานข่าวการฆ่าตัวตายเป็นไปอย่างเหมาะสม คือ การนำเสนอเฉพาะกรณีที่เป็นประโยชน์สาธารณะ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตและปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อพฤติกรรมการฆ่าตัวตายให้กับสังคม และการระบุช่องทางป้องกันการฆ่าตัวตายเพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้เข้าถึงความช่วยเหลือ โดยควรจัดการอบรมสื่อมวลชนเกี่ยวกับการรายงานข่าวการฆ่าตัวตาย อีกทั้งยังมีข้อเสนอแนะให้สถานีโทรทัศน์ องค์กรวิชาชีพ และองค์กรกำกับดูแลกระตุ้นให้การกำกับดูแลตนเองของสื่อมวลชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสังคมต้องตระหนักเรื่องการป้องกันการฆ่าตัวตาย เพื่อกำกับดูแลให้สื่อมวลชนรายงานข่าวการฆ่าตัวตายอย่างเหมาะสม
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เครื่องดื่มที่ใช้ข้าวกล้องงอกและดอกไม้ของสายพันธุ์ท้องถิ่นเชียงรายเพื่อเสริมสร้างความจำและภาวะอารมณ์ที่มีความสุข”, อัญมณี กาวิชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้เป็นการศึกษาการพัฒนาเครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอกพันธุ์หอมแม่จันและดอกพุดซ้อนเพื่อลดความเครียดเป็นหลักและเพิ่มความจำในกลุ่มคนอายุน้อย โดยพัฒนาเครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอกที่เพิ่มสารสกัดกลิ่นจากดอกพุดซ้อนที่ปลูกแบบอินทรีย์ ซึ่งนิยมปลูกในเชียงรายในวัฒนธรรมล้านนา นำมาผ่านกระบวนการ High Pressure Processing (HPP) ผลการวิเคราะห์สารพบว่าสามารถคงสารกาบาไว้ได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสารกาบาช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยลดความเครียด และสารในดอกพุดซ้อนมีสารหอมระเหยที่ช่วยให้ผ่อนคลายอารมณ์ ลดความวิตกกังวล สารที่มีประโยชน์และกลิ่นจึงเป็นสองกลไกที่เสริมกันในเครื่องดื่มต้นแบบนี้ ผลการสำรวจการตลาดด้านความต้องการผู้บริโภคและการยอมรับผลิตภัณฑ์ด้วยแบบสอบถามกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 312 ราย พบว่าร้อยละ 69.23 มีแนวโน้มซื้อผลิตภัณฑ์ และยินดีจ่ายในราคาสูงกว่าเครื่องดื่มธัญพืชทั่วไปไม่ต่ำกว่า 20% ส่วนการศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์มีการประมาณเงินลงทุน 1 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนภายใน 239% มูลค่าปัจจุบันสุทธิ 3,637,220 บาท และระยะเวลาคืนทุนภายใน 1 ปี 6 เดือน
การศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจของการวางแผนเส้นทางสําหรับการท่องเที่ยวตามความต้องการด้วยเทคโนโลยี Gpt, ศุภนิดา แย้มกระจ่าง
การศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจของการวางแผนเส้นทางสําหรับการท่องเที่ยวตามความต้องการด้วยเทคโนโลยี Gpt, ศุภนิดา แย้มกระจ่าง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในโลกปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวและการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการวางแผนการเดินทาง ทำให้เกิดความต้องการใหม่ ๆ ที่ตอบสนองต่อความสะดวกสบายและความเฉพาะเจาะจงของผู้ใช้ ความสามารถในการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวตามความต้องการผ่านแชทบอทที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี GPT ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากสามารถปรับแต่งการเดินทางให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้แชทบอทในการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของธุรกิจการท่องเที่ยว การนำเทคโนโลยี GPT มาใช้ในการพัฒนาแชทบอททำให้สามารถประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และตอบสนองต่อคำถามของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การนิพนธ์นี้มุ่งเน้นการศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจในการใช้แชทบอทสำหรับการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวตามความต้องการ โดยการวิเคราะห์ความต้องการและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว การประเมินความสามารถทางเทคโนโลยี การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ และการเสนอแนะเพื่อการบูรณาการเทคโนโลยีนี้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การศึกษานี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญในการนำเทคโนโลยีแชทบอทมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างโอกาสในการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย
Overview Of Music Interventions For Addressing Emotional Distress Among Stroke Patients: A Scoping Review, Xiuqi Shao
Overview Of Music Interventions For Addressing Emotional Distress Among Stroke Patients: A Scoping Review, Xiuqi Shao
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Stroke rehabilitation focuses more on restoring function and physical ability and often overlooks the prevalence of psychological symptoms. The prevalence of depression after stroke has been reported to be between 25 and 79 percent. In addition to depression, anxiety, fatigue and apathy are common symptoms after stroke, with a significant overlap in prevalence and symptoms. Music interventions have been reported to evoke and support emotional processes and facilitate engagement in physical movement, making them valuable for stroke rehabilitation. Many studies have investigated the effects of music interventions on negative emotions in stroke patients, but there is still a need for …