Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 9301 - 9330 of 37755

Full-Text Articles in Entire DC Network

การศึกษาและวิจัยสลักเหล็กทดแทนสลักอะลูมิเนียมที่ชำรุดของสะพานทหาร เอ็ม จี บี, ธัญญลักษณ์ เอี๊ยสกุล Jan 2022

การศึกษาและวิจัยสลักเหล็กทดแทนสลักอะลูมิเนียมที่ชำรุดของสะพานทหาร เอ็ม จี บี, ธัญญลักษณ์ เอี๊ยสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในทางทหารสะพานเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีความสำคัญสำหรับการส่งกำลังทหารเข้าไปในพื้นที่สู้รบในยามสงคราม อีกทั้งยังมีประโยชน์ในการใช้งานด้านงานเร่งด่วนฉุกเฉิน รวมทั้งงานบุกเบิกในการสร้างถนนหรือการใช้ในยามเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้แก่ น้ำท่วม ซึ่งเป็นเหตุทำให้ทางถูกตัดขาด ทหารช่างจึงใช้สะพานทหารในการเข้าไปแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัย ในปัจจุบันสะพานทหาร เอ็ม จี บี เกิดการชำรุดในบริเวณข้อต่อของสลักสะพานจึงทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ รวมทั้งวัสดุที่ใช้ทำสลักสะพานนั้นเป็นวัสดุที่ไม่มีการผลิตเนื่องจากเป็นความลับทางการทหารของประเทศที่ผลิต การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการรับแรงเฉือนและโมเมนต์ดัดของสะพานทหาร เอ็ม จี บี และสร้างแบบจำลองไฟไนต์เอลิเมนต์ นำผลที่ได้เปรียบเทียบและวิเคราะห์กับแรงเฉือนโมเมนต์ที่ได้ศึกษาเพื่อหาวัสดุเหล็กทดแทนวัสดุอะลูมิเนียมที่ชำรุด โดยจากการทดสอบความแข็งแรงของวัสดุเหล็ก S45C พบว่ามีความแข็งแรงและสามารถใช้ทดแทนวัสดุอะลูมิเนียมที่ชำรุดในปัจจุบันได้


ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ธีรนันท์ สุวรรณชวลิต Jan 2022

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ธีรนันท์ สุวรรณชวลิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicles) เป็นเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเทคโนโลยีนี้จะส่งเสริมการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งในเมืองที่สามารถเข้าถึงได้ทุกคน (Inclusive transport network) ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่ไม่สามารถขับขี่รถยนต์ด้วยตนเองมีอิสระในการเดินทางมากยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่จะส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีนี้ในประเทศไทย โดยศึกษาจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างจำนวน 450 คนจากประชากรที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล งานวิจัยนี้ได้มุ่งเน้นไปที่ยานยนต์ไร้คนขับในระดับ 5 และทำการวิเคราะห์ผลโดยใช้กรอบแนวคิดแบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance Model) ผลการศึกษาพบว่าว่าปัจจัยที่จะส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับหรือความตั้งใจที่จะใช้เทคโนโลยีอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบไปด้วยการรับรู้ถึงประโยชน์ , การรับรู้ถึงความง่ายในการใช้งาน, การรับรู้ความปลอดภัยและความเชื่อถือ โดยตัวแปรที่ส่งผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีสูงสุดคือ ความเชื่อถือและการรับรู้ถึงความปลอดภัย ตามลำดับ


ปัจจัยที่ส่งผลต่อเจตนาในการเลือกใช้บริการ Mobility As A Service (Maas) ในกรุงเทพมหานคร, รัชกร ภัคพิสุทธิ์กุล Jan 2022

ปัจจัยที่ส่งผลต่อเจตนาในการเลือกใช้บริการ Mobility As A Service (Maas) ในกรุงเทพมหานคร, รัชกร ภัคพิสุทธิ์กุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบัน มีการนำแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางที่ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกขึ้น จึงทำให้เกิดแนวคิดบูรณาการบริการเดินทางซึ่งเรียกแนวความคิดนี้ว่า บริการเดินทางรวมครบวงจร (Mobility as a Service หรือ MaaS) ที่มีการบูรณาการการวางแผน การจอง และการชำระค่าบริการการเดินทางทั้งหมดในแพลตฟอร์มเดียว แนวคิดนี้ยังไม่มีการนำมาใช้ในประเทศไทย การวิจัยนี้จึงศึกษาทัศนคติในการเดินทางและเจตนาหรือความตั้งใจของผู้เดินทางในกรุงเทพมหานครว่าปัจจัยใดส่งผลต่อเจตนาที่จะใช้ MaaS และ แต่ละปัจจัยมีอิทธิพลมากน้อยเพียงใด งานวิจัยนี้ได้ใช้แบบจำลองทั้งหมด 4 แบบจำลอง ได้แก่ แบบจำลองจากทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (Theory of Planned Behavior; TPB) แบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี (Technology Acceptance Model; TAM) ทฤษฎีการยอมรับและการใช้เทคโนโลยี (Unified Theory of Acceptance of Technology; UTAUT) และ ทฤษฎีการยอมรับและการใช้เทคโนโลยี 2 ฉบับปรับปรุง (Modified UTAUT2) เครื่องมือที่สำคัญที่ใช้ในงานนี้คือแบบสอบถามเพื่อเก็บข้อมูลทัศนคติที่เกี่ยวข้องกับการใช้แอปพลิเคชันที่มีอยู่ในปัจจุบันของผู้เดินทาง รวมไปถึงความตั้งใจใช้ MaaS การวิเคราะห์ทำโดยใช้แบบจำลองสมการโครงสร้าง (Structural Equation Modeling; SEM) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยและเจตนาเชิงพฤติกรรมภายในแบบจำลอง ตัวอย่างที่ใช้ในการวิเคราะห์ทั้งสิ้น 402 ตัวอย่าง ผลการวิเคราะห์พบว่า ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี มีความถี่ในการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่สูงกว่าผู้ที่มีอายุมากกว่า ยกเว้นแอปพลิเคชันการเงิน และจากการวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้ MaaS คือ ทัศนคติต่อพฤติกรรม, ความคาดหวังด้านประสิทธิภาพ, อิทธิพลทางสังคม, มูลค่าราคา, และความยืดหยุ่นในการเดินทาง ในขณะที่ความคาดหวังด้านความพยายามและคุณภาพของสารสนเทศ มีผลต่อเจตนาในทางอ้อม โดยผ่านความคาดหวังด้านประสิทธิภาพ


การศึกษาจลนศาสตร์ไฟฟ้าของหยดน้ำในฉนวนเหลวภายใต้สนามไฟฟ้า, วิกานดา นันทนาวุฒิ Jan 2022

การศึกษาจลนศาสตร์ไฟฟ้าของหยดน้ำในฉนวนเหลวภายใต้สนามไฟฟ้า, วิกานดา นันทนาวุฒิ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาจลนศาสตร์ไฟฟ้าของหยดน้ำที่อยู่ในฉนวนเหลว ได้แก่ การเสียรูปร่าง การเคลื่อนที่ การรวมตัว และการแยกตัว ด้วยการทดลองและการจำลองเชิงตัวเลขเพื่อพิจารณาปัจจัยที่ส่งผลต่อจลนศาสตร์ไฟฟ้าของหยดน้ำ. รูปแบบแรกที่ศึกษา คือ หยดน้ำอยู่บนอิเล็กโทรดโดยมีตัวกลางเป็นน้ำมันแร่และน้ำมันทานตะวัน. ผลการทดลองพบว่าการเสียรูปของหยดน้ำเพิ่มขึ้นตามสนามไฟฟ้า. การเสียรูปของหยดน้ำในน้ำมันทานตะวันมีค่าสูงกว่าเนื่องจากคุณสมบัติสภาพยอมสัมพัทธ์ที่สูงและความตึงผิวที่ต่ำของน้ำมัน. เมื่อสนามไฟฟ้าสูงถึงค่าวิกฤต การแยกตัวเกิดขึ้นที่บริเวณปลายแหลมของหยด. การจำลองสามารถแสดงการเสียรูปของหยดน้ำได้แม่นยำและทำนายค่าสนามไฟฟ้าวิกฤตได้. รูปแบบที่สอง คือ การรวมตัวของหยดในน้ำมันแร่และน้ำมันซิลิโคนกับผิวน้ำด้านล่าง. ผลการทดลองพบว่าประจุเพิ่มแรงไฟฟ้าที่กระทำกับหยดน้ำ ช่วยให้ประสิทธิภาพของกระบวนการเชื่อมรวมเพิ่มขึ้นในแง่ของเวลา. อย่างไรก็ตาม หยดน้ำที่มีประจุรวมตัวเพียงบางส่วนที่สนามไฟฟ้าต่ำกว่ากรณีที่ไม่มีประจุ. เมื่อสนามไฟฟ้าสูง หยดน้ำที่มีประจุในน้ำมันแร่ไม่รวมตัวกับผิวน้ำ หรือแตกตัวในระหว่างการเคลื่อนที่. พฤติกรรมดังกล่าวไม่เกิดขึ้นในน้ำมันซิลิโคน เนื่องจากความตึงผิวของน้ำมันมีค่าสูง ช่วยให้หยดน้ำรวมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ. การจำลองสามารถแสดงการเสียรูปของหยดน้ำที่มีและไม่มีประจุก่อนการรวมตัวได้ใกล้เคียงกับผลการทดลอง รวมทั้งแสดงการรวมตัวรูปแบบสมบูรณ์ของหยดน้ำได้. แม้ว่าการจำลองไม่สามารถแสดงพฤติกรรมอื่นเมื่อสนามไฟฟ้ามีค่าสูง เช่น การแยกตัวของหยดน้ำทุติยภูมิ การไม่รวมตัว หรือ การแตกตัว แต่ผลการจำลองแสดงให้เห็นว่าหยดน้ำในน้ำมันซิลิโคนมีเสถียรภาพดีกว่า ซึ่งเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับการทดลอง.


กระบวนการและแบบจำลองสำหรับการคัดกรองเพื่อการจัดการคุณภาพข้อมูลในคราวด์ซอร์สซิงแพลตฟอร์ม, กฤตย์ กังวาลพงศ์พันธุ์ Jan 2022

กระบวนการและแบบจำลองสำหรับการคัดกรองเพื่อการจัดการคุณภาพข้อมูลในคราวด์ซอร์สซิงแพลตฟอร์ม, กฤตย์ กังวาลพงศ์พันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยคราวด์ซอร์สซิงเป็นวิธีที่โดยทั่วไปมีความเร็วมากกว่า มีต้นทุนต่ำกว่า และมีความหลากหลายมากกว่าวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม คราวด์ซอร์สซิงอาจเผชิญกับปัญหาคุณภาพ เช่น การติดป้ายกำกับผิดหรือการนำมาใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น กระบวนการควบคุมคุณภาพเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับแพลตฟอร์มคราวด์ซอร์สซิง วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาค้นคว้าอุปสรรคและวิธีการแก้ไขที่เป็นไปได้ในการจัดการคุณภาพของผู้ใช้งานแพลตฟอร์มคราวด์ซอร์สซิง ส่วนแรกเน้นวิธีการเพิ่มกระบวนการในคราวด์ซอร์สซิง โดยศึกษา 3 วิธี ได้แก่ 1. งานที่จำเป็นต้องทำก่อน 2. คำถามมาตรฐานแบบทองคำ และ 3. การทำซ้ำของข้อมูล พบว่างานที่จำเป็นต้องทำก่อนเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อคัดกรองให้ได้ผู้ปฏิบัติงานที่มีคุณภาพสูง โดยควรเน้นไปที่ลักษณะเฉพาะและรายละเอียดของงาน คำถามที่ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างงานดีกว่าคำถามแบบชัดเจนในการตรวจสอบด้วยคำถามมาตรฐานทองคำ ผู้ตรวจสอบข้อมูลคนเดียวอาจนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพข้อมูลได้มากที่สุด ส่วนที่สองคือ การใช้แบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้ข้อมูลพฤติกรรมในการทำนายคุณภาพของข้อมูล ซึ่งวิธีนี้ยังช่วยคัดกรองข้อมูลคุณภาพต่ำออกไปได้โดยไม่เสียทรัพยากรเพิ่มเติม


การประยุกต์ใช้คิวซีเอ็มเซนเซอร์ในการวิเคราะห์อันตรกิริยาเพื่อการตรวจวัด Aggregatibacter Actinomycetemcomitans, สาธิต รอดภักดีกุล Jan 2022

การประยุกต์ใช้คิวซีเอ็มเซนเซอร์ในการวิเคราะห์อันตรกิริยาเพื่อการตรวจวัด Aggregatibacter Actinomycetemcomitans, สาธิต รอดภักดีกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้ไบโอเซนเซอร์ชนิดควอตซ์คริสตัลไมโครบาลานซ์ (quartz crystal microbalance, QCM) ในการวิเคราะห์อันตรกิริยาระหว่างแบคทีเรียก่อโรคปริทันต์ชนิด Aggregatibacter actinomycetemcomitans กับโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่จำเพาะเพื่อการตรวจวัดแบคทีเรียก่อโรคปริทันต์ ไบโอเซนเซอร์สำหรับการตรวจวัดถูกสร้างขึ้นโดยใช้คิวซีเอ็มเซนเซอร์ ชนิด 30 เมกะเฮิรตซ์ ที่ผ่านการปรับสภาพพื้นผิวอิเล็กโทรดทองด้วย 11-mercaptoundecanoic acid (11-MUA) และได้ประเมินความหนาแน่นการเรียงตัวของชั้น 11-MUA ด้วยเทคนิคไซคลิกโวลแทมเมตรี จากนั้นทำการตรึงโมโนโคลนอลแอนติบอดีชนิด Anti-A. actinomycetemcomitans กับ 11-MUA โดยใช้ 1-ethyl-3-(3-dimethylaminopropyl) carbodiimide/N-hydroxysuccinimide (EDC/NHS) เพื่อใช้แอนติบอดีทำหน้าที่เป็นสารรู้จำทางชีวภาพ (biorecognition element) สำหรับการตรวจวัด A. actinomycetemcomitans การวิเคราะห์อันตรกิริยาระหว่างแบคทีเรียกับแอนติบอดีชนิด anti-A. actinomycetemcomitans ทำด้วยกัน 4 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบที่ 1 ใช้ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงความถี่ (∆F) ซึ่งผลการศึกษาบ่งชี้ว่าสามารถใช้ข้อมูล ∆F ในการจำแนกความสามารถในการจับกันระหว่างแอนติบอดีและเซลล์แบคทีเรียชนิดต่าง ๆ ได้ โดยคู่แอนติบอดีและเซลล์แบคทีเรียที่มีความจำเพาะต่อกันมีรูปแบบ ∆F ที่แสดงให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของ ∆F ที่ขึ้นกับความเข้มข้น รูปแบบที่ 2 ใช้ค่าอนุพันธ์อันดับหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงความถี่ (dF/dT) ซึ่งผลการศึกษาบ่งชี้ว่าสามารถใช้วิธีนี้จำแนกความจำเพาะของแอนติบอดีชนิด Anti-A. actinomycetemcomitans กับแบคทีเรียต่างชนิดได้ โดยเมื่อเกิดการจับกันระหว่างแอนติบอดีและเซลล์ที่มีความจำเพาะกัน ค่า dF/dT จะเปลี่ยนแปลงเป็นลบ และค่า dF/dT แสดงให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบที่ขึ้นกับความเข้มข้นเช่นเดียวกับข้อมูล ∆F รูปแบบที่ 3 ใช้ข้อมูลเวลาการตอบสนอง (τ) ซึ่งผลการศึกษาบ่งชี้ว่าการจับกันระหว่างแอนติบอดีกับเซลล์ A. actinomycetemcomitans ที่ความเข้มข้นสูงสุด (1.16 × 108 เซลล์/มิลลิลิตร) ให้ค่า τ เฉลี่ยเพียง 143 วินาที ทำให้ทราบผลลัพธ์ของการจับกันระหว่างแอนติบอดีกับเซลล์ A. actinomycetemcomitans รวดเร็วกว่าการติดตามจากข้อมูล ∆F ถึง 3 เท่า รูปแบบที่ 4 ใช้ข้อมูลความชันของการตอบสนอง …


แบบจำลองคุณภาพซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซเพื่อการวัดคุณภาพอย่างอัตโนมัติ, อัรกอม มะแดเฮาะ Jan 2022

แบบจำลองคุณภาพซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซเพื่อการวัดคุณภาพอย่างอัตโนมัติ, อัรกอม มะแดเฮาะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันได้มีการนำเสนอแบบจำลองคุณภาพซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซหลายแบบจำลองเพื่อใช้ในการประเมินคุณภาพของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซ แต่แบบจำลองเหล่านั้นมีข้อจำกัดเนื่องจากเป็นการประเมินตามความคิดส่วนตัวซึ่งต้องอาศัยผู้ใช้ในการประเมิน และแบบจำลองดังกล่าวต้องการข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง เพื่อเสริมการประเมินคุณภาพซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซที่เป็นอยู่ให้ทำได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น วิทยานิพนธ์นี้จึงได้นำเสนอแบบจำลองคุณภาพซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซใหม่ที่ชื่อว่าโอเอสเอส-เอคิวเอ็ม โดยมีเป้าหมายเพื่อการวัดคุณภาพซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซอย่างอัตโนมัติ แบบจำลองโอเอสเอส-เอคิวเอ็มได้นำเสนอตัววัดคุณภาพและเครื่องมืออัตโนมัติที่สามารถดึงข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซจากกิตฮับ ซอร์ซโค้ด โซนาร์คิวบ์ และสแต็กเอกซ์เชนจ์ ทำให้สามารถกำหนดคะแนนคุณภาพของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซได้ โอเอสเอส-เอคิวเอ็มได้รับการตรวจสอบจากวิศวกรซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์ในการเลือกใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซ นอกจากนี้การจัดลำดับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซโดยเครื่องมือโอเอสเอส-เอคิวเอ็มยังถูกนำไปเปรียบเทียบกับการจัดลำดับด้วยวิธีอื่น และพบว่าการจัดลำดับของโอเอสเอส-เอคิวเอ็มมีสหสัมพันธ์ระดับต่ำมากถึงปานกลางในทิศทางตรงกันข้ามกับวิธีจัดลำดับอื่น ๆ ตามความคิดเห็นและความนิยมของผู้ใช้ และมีสหสัมพันธ์ระดับปานกลางในทิศทางเดียวกันกับวิธีการจัดลำดับอื่นที่เน้นการตรวจสอบความมั่นคงที่ซอฟต์แวร์โดยตรง ทั้งนี้เนื่องจากโอเอสเอส-เอคิวเอ็มครอบคลุมปัจจัยคุณภาพหลายอย่างที่ไม่ได้ถูกพิจารณาโดยวิธีการจัดลำดับอื่น ๆ ดังกล่าว โอเอสเอส-เอคิวเอ็มจึงให้ข้อมูลด้านคุณภาพของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซในเชิงลึกที่ดีกว่า


การติดตามการทรุดตัวของแผ่นดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วงปี ค.ศ. 2018 – 2022 ด้วยเทคนิคอินซาร์แบบอนุกรมเวลา โดยใช้ซอฟต์แวร์ Mintpy, ณัฏฐริณีย์ เอี้ยวรัตนวดี Jan 2022

การติดตามการทรุดตัวของแผ่นดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วงปี ค.ศ. 2018 – 2022 ด้วยเทคนิคอินซาร์แบบอนุกรมเวลา โดยใช้ซอฟต์แวร์ Mintpy, ณัฏฐริณีย์ เอี้ยวรัตนวดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการตรวจวัดและติดตามการทรุดตัวของแผ่นดินด้วยการประมวลผลเทคนิคอินซาร์แบบอนุกรมเวลา วิธี Small Baseline บริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์ MintPy โดยใช้ชุดข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-1 ซึ่งเป็นข้อมูลในวงโคจรขาขึ้น ช่วงปี ค.ศ. 2017 – 2022 และชุดข้อมูลในวงโคจรขาลง ช่วงปี ค.ศ. 2018 – 2022 ผลการวิจัยตรวจพบค่าอัตราการเคลื่อนตัวอยู่ในช่วงน้อยกว่า -30 ถึงมากกว่า 10 มม./ปี โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีค่าอัตราการทรุดตัวค่อนข้างคงที่ ส่วนปริมณฑลตรวจพบในบางพื้นที่ที่มีค่าอัตราการทรุดตัวสูงในช่วง 35 ถึง 40 มม./ปี เช่น บริเวณอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอบางพลีและอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นต้น ในงานวิจัยได้มีการคัดเลือกพื้นที่ที่มีแนวโน้มการทรุดตัวสูงและหาระดับความสัมพันธ์ของผลลัพธ์ทั้งสองชุดด้วยค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ โดยมีค่าอยู่ในช่วง 0.6 – 0.9 หมายถึงข้อมูลมีความสอดคล้องกันอย่างมีนัยยะสำคัญและมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้สามารถสนับสนุนได้ว่ามีการทรุดตัวเกิดขึ้นจริงและควรมีการติดตามการทรุดตัวของแผ่นดินต่อไป นอกเหนือจากนี้ผลลัพธ์การทดสอบทางสถิติ t-test ร่วมกับข้อมูลจากสถานีอ้างอิงค่าพิกัดแบบต่อเนื่องทั้งหมด 7 สถานี พบสถานีที่มีค่าอัตราการทรุดตัวของแผ่นดินสอดคล้องกัน ในชุดวงโคจรขาขึ้น 4 สถานี ในชุดข้อมูลวงโคจรขาลง 2 สถานี และตรวจพบสถานีที่ข้อมูลไม่สอดคล้องกันแบ่งได้ 2 รูปแบบคือ ข้อมูลจากภาคสนามเร็วกว่าข้อมูลอินซาร์และข้อมูลจากภาคสนามช้ากว่าข้อมูลอินซาร์ อาจมีสาเหตุมาจากข้อมูลอินซาร์มีการบันทึกบนชั้นดินในขณะที่ข้อมูลภาคสนามมีการเก็บบนอาคารที่มีการวางโครงสร้างแข็งแรง ข้อมูลภาคสนามมีน้อยเกินไปรวมไปถึงข้อมูลอินซาร์มีการเฉลี่ยจุดผลลัพธ์การทรุดตัวบริเวณรอบมาด้วย


การกักเก็บคาร์บอนด้วยเถ้าลอยเพื่อเป็นวัสดุแทนที่ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์บางส่วน, สวิท วิเศษคุณธรรม Jan 2022

การกักเก็บคาร์บอนด้วยเถ้าลอยเพื่อเป็นวัสดุแทนที่ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์บางส่วน, สวิท วิเศษคุณธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของประสิทธิภาพการกักเก็บคาร์บอนด้วยเถ้าลอยถ่านหินจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (FA) ที่สัดส่วนเถ้าลอยต่อน้ำ 50 100 และ 200 g/L และศึกษาความต้องการน้ำและกำลังรับแรงอัดของมอร์ตาร์ของการใช้เถ้าลอยคาร์บอเนตเพื่อใช้เป็นวัสดุทดแทนปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ในอัตราส่วนร้อยละ 10 20 และ 30 โดยน้ำหนัก จากการศึกษาพบว่า ปริมาณและประสิทธิภาพการกักเก็บคาร์บอนสูงสุด 66.69 mgCO2/gFA และ 26.5% ตามลำดับ ที่สัดส่วนเถ้าลอยต่อน้ำ 50 g/L ระยะเวลาเก็บนานที่สุด ที่สัดส่วนน้ำต่อเถ้าลอย 200 g/L เมื่อเปรียบเทียบกับ 50 และ 100 g/L นอกจากนี้ เมื่อนำเถ้าลอยคาร์บอเนต (CFA) ที่สัดส่วนเถ้าลอยต่อน้ำ 50 g/L ไปทดแทนปูนซีเมนต์ ที่อัตราส่วนร้อยละ 10 20 และ 30 โดยน้ำหนัก วิเคราะห์ความต้องการน้ำของเถ้าลอยคาร์บอเนต (CFA) มอร์ตาร์เทียบกับ ซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (OPC) มอร์ตาร์ พบว่าเมื่อมีการทดแทนปูนซีเมนต์ด้วยเถ้าลอยคาร์บอเนต (CFA-OPC) ที่สัดส่วนเพิ่มขึ้นส่งผลให้ความต้องการน้ำลดลง และเมื่อวิเคราะห์กำลังรับแรงอัดของเถ้าลอยคาร์บอเนต (CFA) มอร์ตาร์และซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (OPC) มอร์ตาร์ ที่อายุบ่ม 1 3 7 28 และ 56 วัน พบว่ามอร์ตาร์ทุกการทดลองมีกำลังรับแรงอัดที่ต่ำกว่า ซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (OPC) มอร์ตาร์ แต่อย่างก็ตาม การใช้เถ้าลอยคาร์บอเนตที่ทุกอัตราส่วนการทดแทนปูนซีเมนต์ มีค่าเป็นไปตามมาตรฐาน ASTM C618 สำหรับการนำวัสดุปอซโซลานไปใช้งานในการทดแทนปูนซีเมนต์


การศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อค่าสีแก้วโซดาไลม์, ทศพล สุเริงฤทธิ์ Jan 2022

การศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อค่าสีแก้วโซดาไลม์, ทศพล สุเริงฤทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการผลิตแก้วโซดาไลม์ ค่าสีของผลิตภัณฑ์ถือว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ต้องควบคุม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างค่าสีและปัจจัยในกระบวนการผลิตแก้วโซดาไลม์ ดังนั้นจุดประสงค์ของงานวิจัย คือ การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่าสี a (สีเขียว-สีแดง) และค่าสี b (สีน้ำเงิน-สีเหลือง) กับปัจจัยที่มาจากวัตถุดิบและเตาหลอมทั้งหมด 10 ปัจจัย ได้แก่ ปริมาณเหล็กออกไซด์รวม ปริมาณโซเดียมซัลเฟต ปริมาณโคบอลต์ อัตราการดึงน้ำแก้ว อุณหภูมิหลังคาเตาหลอมจุดที่สอง อุณหภูมิหลังคาเตาหลอมจุดที่สาม อุณหภูมิใต้เตาหลอมจุดที่สอง อุณหภูมิใต้เตาหลอมจุดที่สาม ค่าสัดส่วนก๊าซเชื้อเพลิงต่อก๊าซออกซิเจน และค่าพลังงานความร้อนของก๊าซเชื้อเพลิง ด้วยการวิเคราะห์การถดถอยแบบขั้นตอน จากข้อมูลสายการผลิตจำนวน 770 ค่า จึงได้แบบจำลองถดถอยของค่าสี a ที่สามารถนำไปใช้งานได้ โดยมีเทอมปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อค่าสี a ทั้งหมด 3 ปัจจัย ได้แก่ ปริมาณเหล็กออกไซด์รวม (X1), ปริมาณโคบอลต์ (X3) และค่าสัดส่วนก๊าซเชื้อเพลิงต่อก๊าซออกซิเจน (X9) ซึ่งมีรูปแบบสมการ คือ a = - 21.07 - 5.202X1 + 5187X3 + 2.151X9 + 117185X32 - 601X3X9 และมีความสัมพันธ์ดังนี้ เมื่อปริมาณเหล็กออกไซด์รวมเพิ่มขึ้น ค่าสี a จะลดลง ทำให้แก้วมีสีเขียวเข้มขึ้น แต่ถ้าปริมาณโคบอลต์และค่าสัดส่วนก๊าซเชื้อเพลิงต่อก๊าซออกซิเจนเพิ่มขึ้น ค่าสี a จะเพิ่มขึ้น ทำให้แก้วมีสีเขียวอ่อนลง เนื่องจากโรงงานกรณีศึกษามีความต้องการให้ผลิตภัณฑ์แก้วโซดาไลม์สีเขียวอมฟ้าเล็กน้อย จึงกำหนดค่าเป้าหมายให้ค่าสี a เท่ากับ -1.22 และค่าต้นทุนรวมของวัตถุดิบ 3 ชนิดมีค่าต่ำที่สุด จากการหาค่าที่เหมาะสมของปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดค่าความพึงพอใจโดยรวมของผลตอบของตัวแปรตอบสนองทั้งสองมีค่าสูงที่สุด เป็น 0.82 ด้วยการปรับตั้งค่าปัจจัย ดังนี้ ปริมาณเหล็กออกไซด์รวมเป็น ร้อยละ 0.0618 ปริมาณโซเดียมซัลเฟตเป็น 10.8 กิโลกรัม ปริมาณโคบอลต์ 0.003911 กิโลกรัม และค่าสัดส่วนก๊าซเชื้อเพลิงต่อก๊าซออกซิเจนเป็น 9.60202 ทำให้ได้ค่าสี a เท่ากับ -1.22346 และค่าต้นทุนรวมของวัตถุดิบ …


การพยากรณ์สินค้าคงค้างด้วยการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับข้อมูลไม่สมดุล, ธิรดา ธาดาจิรสกุล Jan 2022

การพยากรณ์สินค้าคงค้างด้วยการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับข้อมูลไม่สมดุล, ธิรดา ธาดาจิรสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การใช้การเรียนรู้ของเครื่องในการพยากรณ์สินค้าคงค้างกับข้อมูลที่มีรายการสินค้าเป็นจำนวนมากจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ซึ่งในความเป็นจริงข้อมูลที่เจอมักมีความไม่สมดุลทำให้ประสิทธิภาพในการพยากรณ์ด้วยการเรียนรู้ของเครื่องลดลง การพยากรณ์สินค้าคงค้างที่ไม่ถูกต้องนั้นส่งผลต่อความไว้วางใจของผู้ซื้อและทำให้เสียค่าใช้จ่ายถึงร้อยละ 10 ของรายได้ งานวิจัยฉบับนี้จึงได้ศึกษาการปรับสมดุลข้อมูลด้วยวิธี Threshold Moving และการปรับระดับข้อมูลด้วยวิธีสุ่มเพื่อสร้างตัวแบบที่มีประสิทธิภาพและมีความสามารถในการพยากรณ์ข้อมูลกลุ่มน้อยสูง โดยวิธีการปรับระดับข้อมูลมี 4 วิธีได้แก่ การปรับลดข้อมูลด้วยวิธี NearMiss-3, การปรับลดข้อมูลด้วยวิธี OSS, การปรับเพิ่มข้อมูลด้วยวิธี SMOTE และการปรับลดผสมกับเพิ่มข้อมูลด้วยวิธี OSS ผสม SMOTE โดยอัลกอริทึมที่ใช้ได้แก่ LOGIST, FOREST และ XGBoost นอกจากนี้มีการใช้การตรวจสอบแบบไขว้แบบ 5 กลุ่มกับตัวแบบเพื่อป้องกันการเกิด Overfitting ในวิจัยฉบับนี้มีการวัดประสิทธิภาพของตัวแบบด้วย AUROC, F1 score และ G-Mean ซึ่งผลที่ได้จากงานวิจัยฉบับนี้คือการจัดการข้อมูลด้วย Threshold Moving ด้วยการวัดประสิทธิภาพ G-Mean นั้นให้น้ำหนักกับข้อมูลกลุ่มน้อยมากกว่า F1 score และให้ผลลัพธ์ดีกว่า AUROC โดยวิธีการที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดคือการจัดการข้อมูลด้วย Threshold Moving ด้วยการวัดประสิทธิภาพ G-Mean สำหรับอัลกอริทึม Forest ซึ่งได้ค่าประมาณ 0.8737


การออกแบบระบบการวางแผนการผลิตโรงงานผลิตยา, ปวีณ์ธิดา เนียมชื่น Jan 2022

การออกแบบระบบการวางแผนการผลิตโรงงานผลิตยา, ปวีณ์ธิดา เนียมชื่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การแข่งขันในอุตสาหกรรมยามีแนวโน้มสูงขึ้นจากคู่แข่งทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้นและจากการแข่งขันทางด้านราคา ระบบการวางแผนการผลิตที่ดีจะช่วยสนับสนุนให้โรงงานผู้ผลิตยามีระดับการให้บริการที่สามารถตอบสนองความต้องการภายใต้สภาพตลาดที่มีการแข่งขันสูงและความต้องการที่มีความผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม โรงงานกรณีศึกษามีระบบการวางแผนการผลิตที่ยังไม่ดีมากนัก ใช้การวางแผนการผลิตด้วยมือและพึ่งพาการตัดสินใจของผู้วางแผนเป็นหลัก จึงทำให้เกิดสินค้าขาดคงคลังอยู่บ่อยครั้งและไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด งานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นการออกแบบระบบการวางแผนการผลิตของโรงงานผลิตยาและสร้างเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผนการผลิตและการตัดสินใจเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอและทันต่อความต้องการของลูกค้า โดยเริ่มจากการกำหนดนโยบายการผลิตโดยใช้นโยบายพัสดุคงคลัง สร้างแบบแผนการคำนวณรายการและปริมาณที่ต้องผลิตและแบบแผนกระบวนการคิดและเกณฑ์การตัดสินใจในการจัดลำดับการผลิต โดยใช้วิธีทำงานที่ถึงวันส่งมอบเร็วที่สุดก่อน (Earliest due date) และสร้างออกมาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวางแผนการผลิตในรูปแบบแผ่นตารางการทำงาน (Spread sheet) ที่มีความง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน การสร้างหรือการพัฒนาเครื่องมือ และไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติม เมื่อทดสอบประสิทธิผลของระบบการวางแผนการผลิตที่สร้างขึ้นโดยใช้ข้อมูลปริมาณการขายที่เกิดขึ้นจริง พบว่า ค่าเฉลี่ยของระดับการให้บริการสูงขึ้นถึง 99% (ค่าเฉลี่ยของอัตราการเติมเต็มสินค้า 100%) โดยที่คำสั่งการผลิตรวมลดลง 6% และมูลค่าสินค้าคงคลังเฉลี่ยลดลง 4% เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้จากการวางแผนการผลิตเดิม ซึ่งการผลิตดังกล่าวสามารถดำเนินการผลิตได้จริงตามกำลังการผลิตที่มีในปัจจุบัน ทั้งในแง่มุมเครื่องจักร พนักงาน และพื้นที่การจัดเก็บสินค้า ในด้านประสิทธิภาพของระบบการวางแผนการผลิตที่สร้างขึ้นสามารถปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานบางขั้นตอนจากการทำงานด้วยมือเป็นระบบอัตโนมัติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบการวางแผนการผลิตที่สร้างขึ้นเป็น 1 ในวิธีที่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการวางแผนการผลิตของโรงงานผลิตยาแห่งนี้ได้


รูปแบบการไหลเวียนของกระแสน้ำในทะเลอันดามันโดยใช้แบบจำลองอุทกพลศาสตร์แบบ 3 มิติ, ศิริพัชริ์ ยิ่งอริยกุล Jan 2022

รูปแบบการไหลเวียนของกระแสน้ำในทะเลอันดามันโดยใช้แบบจำลองอุทกพลศาสตร์แบบ 3 มิติ, ศิริพัชริ์ ยิ่งอริยกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ทะเลอันดามันเป็นบริเวณที่มูลค่าทางเศรษฐกิจสูงเนื่องจากเป็นแหล่งอาหาร และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย ทว่าเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่เติบโต นำมาซึ่งปัญหาที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น ของเสียจากครัวเรือนและการท่องเที่ยว หรือปัญหาจากอุบัติเหตุทางทะเลและน้ำมันรั่วไหล ดังนั้นหากสามารถทำนายรูปแบบของกระแสน้ำจะสามารถนําไปใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนในการบริหารจัดการทรัพยากรหรือการท่องเที่ยวทางทะเลได้ ซึ่งเป็นที่มาของการศึกษารูปแบบกระแสน้ำแบบ 3 มิติโดยใช้แบบจำลองอุทกพลศาสตร์ DELFT3D-FLOW ในครั้งนี้ โดยคำนึงถึงอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลง ลม ความหนาแน่น และแบบจำลองความร้อนของมหาสมุทร (Ocean heat flux model) ผลการศึกษาพบว่าแรงจากน้ำขึ้นน้ำลงส่งผลต่อกระแสน้ำที่พบบริเวณชายฝั่ง ในขณะที่อิทธิพลของลมส่งผลต่อทิศทางของกระแสน้ำบริเวณทะเลเปิด โดยลมทำให้กระแสน้ำมีทิศทางการไหลไปทางทิศตะวันตกในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และไหลไปทางทิศตะวันออกในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นอกจากนี้ลมยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิด vertical mixing ของมวลน้ำอีกด้วย แต่เมื่อพิจารณาอิทธิพลของอุณหภูมิและความเค็มร่วมด้วย พบว่ารูปแบบของกระแสน้ำมีการเปลี่ยนแปลงตามความลึก โดยกระแสน้ำที่พบตอนบนจะไหลจากมหาสมุทรอินเดียเข้าสู่ตอนใต้ของทะเลอันดามันผ่านทาง Great Channel และไหลออกจากทะเลอันดามันสู่อ่าวเบงกอลผ่าน Perparis Channel ทางตอนเหนือ แต่เมื่อความลึกเพิ่มขึ้นการแลกเปลี่ยนฟลักซ์จะถูกจำกัดด้วยลักษณะของพื้นทะเล และที่ความลึกมากกว่า 300 เมตร จะพบกระแสหมุนวนทวนเข็มนาฬิกาบริเวณกลางทะเลอันดามันโดยจะ ไหลออกจากทะเลอันดามันสู่มหาสมุทรอินเดียผ่านทาง Ten Degree Channel และ Great Channel


ข้อสังเกตทางกฎหมายว่าด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ปิดกั้นโฆษณา, ณัฐปคัลภ์ จวติช Jan 2022

ข้อสังเกตทางกฎหมายว่าด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ปิดกั้นโฆษณา, ณัฐปคัลภ์ จวติช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษานี้มุ่งศึกษาประเด็นทางกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ซอฟต์แวร์ปิดกั้นโฆษณาผ่านมุมมองของผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ ในระบบกฎหมายต่างประเทศ ได้แก่ 1. ประเด็นสิทธิทางรัฐธรรมนูญ 2. ประเด็นกฎหมายการแข่งทางการค้าและการกระทำอันไม่เป็นธรรมทางการค้า 3. ประเด็นด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ และ 4. ประเด็นด้านกฎหมายละเมิด เพื่อที่จะนำมาศึกษาเปรียบเทียบการปรับใช้กับระบบกฎหมายไทย จากกรณีศึกษาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบกฎหมายต่างประเทศได้แก่ กฎหมายสารบัญญัติและคำพิพากษาของศาลสามารถจำแนกการคุ้มครองผู้มีส่วนได้เสียเป็นสองฝ่ายคือ ฝ่ายที่หนึ่ง มุ่งคุ้มครองผู้บริโภค ได้แก่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีรัฐบัญญัติ Communications Decency Act (47 U.S.C. § 230) กำหนดความคุ้มกันความรับผิดทางแพ่งให้แก่ผู้พัฒนาหรือผู้ใช้งานซึ่งใช้เครื่องมือทางเทคนิคในการปิดกั้นสิ่งที่เห็นว่าไม่พึงประสงค์ ในขณะที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี แม้ไม่ได้มีกฎหมายสารบัญญัติที่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ก็ปรากฏว่าศาลสูงสุดแห่งสหพันธ์ฯ ได้ปรับใช้สิทธิทางรัฐธรรมนูญมามีผลกระทบต่อกฎหมายเอกชนโดยอ้อมและชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ของมหาชนและประโยชน์ของเอกชน ดังนั้น แม้ศาลจะยอมรับว่ารูปแบบการทำธุรกิจของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ปิดกั้นโฆษณาจะส่งผลกระทบในทางลบต่อรายได้ของผู้ประกอบธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์ก็ตาม แต่เสรีภาพในเสพสื่อของผู้บริโภคย่อมมีน้ำหนักมากกว่าประกอบกับเป็นการส่งเสริมการแข่งขันในตลาดโฆษณาออนไลน์และลักษณะการทำงานของซอฟต์แวร์ฯ ไม่ได้เป็นการเข้าไปทำซ้ำหรือดัดแปลงชุดคำสั่งบนเว็บไซต์จึงไม่เป็นการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ ในขณะที่ฝ่ายที่สอง มุ่งคุ้มครองผู้ประกอบธุรกิจ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งแม้ไม่ได้มีกฎหมายสารบัญญัติที่เกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน แต่ศาลได้วินิจฉัยแตกต่างออกไปว่าลักษณะการทำงานของซอฟต์แวร์ปิดกั้นโฆษณาเป็นการขัดต่อจริยธรรมทางธุรกิจและส่งผลกระทบต่อโครงสร้างตลาดของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งต้องพึ่งพารายได้จากการโฆษณา เพื่อที่จะให้เกิดความชัดเจนกับความชอบด้วยกฎหมายของการใช้ซอฟต์แวร์ปิดกั้นโฆษณาในระบบกฎหมายไทย ผู้เขียนจึงเสนอแนะว่า 1. ควรที่จะเลือกใช้แนวทางของฝ่ายที่หนึ่ง โดยสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าอาจเลือกที่จะออกประกาศโดยการกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ แก่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ปิดกั้นโฆษณา 2. บัญญัติให้การทำซ้ำหรือดัดแปลงแก้ไขชุดคำสั่งซึ่งเกิดขึ้นในหน่วยความจำชั่วคราวของคอมพิวเตอร์ไม่ถือว่าเป็นการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ในงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์


An Analysis Of The Thai Translations Of Symbolic And Iconic Hybridity In Beloved And Things Falls Apart, Narongdej Phanthaphoommee Dec 2021

An Analysis Of The Thai Translations Of Symbolic And Iconic Hybridity In Beloved And Things Falls Apart, Narongdej Phanthaphoommee

Journal of Letters

The objective of this study is to investigate Thai translations of postcolonial and African-American literature that contain linguistic hybridity as one of their main characteristics. The study applies Klinger’s (2015) concepts of symbolic and iconic hybridity in narration to explanations of the writers’ and translators’ intention to abrogate English writing norms by using non-standard language. The findings reveal that the Thai translators were unable to maintain the linguistic hybridity found in the source texts due to their use of additional cushioning and grammatically correct Thai language. Hence, the intention of the source texts to abrogate standard English disappears from the …


Some Notes On Language In The Chinese Versions Of The Saddharma Puṇḍdarīka Sūtra, Apiwat Kumpai Dec 2021

Some Notes On Language In The Chinese Versions Of The Saddharma Puṇḍdarīka Sūtra, Apiwat Kumpai

Journal of Letters

The purpose of this article is to compare versions of the Saddharma Puṇḍdarīka Sūtra in Chinese. The study found that the Saddharma Puṇḍdarīka Sūtra has been translated into many Chinese versions, three of which exist in the present: Dharmarakṣa’s,  Kumārajīva’s, and Jnanagupta & Dharmagupta’s version: this last being a supplemented version of Kumārajīva’s and therefore not a new translation. Among the Chinese versions mentioned above, Kumārajīva’s is the most popular. A comparison between Dharmarakṣa’s and Kumārajīva’s version reveals many differences, particularly in numeral usage, transliteration of proper names, use of religious terms, four-character phrases, continuous reduplication, precise description, use of …


Assessing Scholarly Debates On The Significance Of The Deity Xiwangmu In Han Dynasty Tomb Art, Pattira Thaithosaeng, Suradej Intagorn Dec 2021

Assessing Scholarly Debates On The Significance Of The Deity Xiwangmu In Han Dynasty Tomb Art, Pattira Thaithosaeng, Suradej Intagorn

Journal of Letters

This paper discusses differing representations of Xiwangmu in Han art and texts. While these representations share some characteristics that indicate the same deity, Han artists’ created a wide variety pictures of Xiwangmu in tomb murals. Many leading scholars have produced excellent pieces of scholarship regarding Xiwangmu as depicted in Han art. The Han period was a significant time for the transformation of Xiwangmu. Various descriptions of her were recorded in pre-Han texts, and she gradually became a deity representing yin during the Han dynasty. However, Han texts do not provide a clear explanation for this change. We believe that Han …


Documenting Events: Thai Archival Foundations And Their Evolution In Contemporary Society, Naya Sucha-Xaya Dec 2021

Documenting Events: Thai Archival Foundations And Their Evolution In Contemporary Society, Naya Sucha-Xaya

Journal of Letters

Before Thai archival management was influenced by Western concepts, the Thai word for archives, jotmaihet, referred to the documentation of events. This definition differs from that of modern archives, which emphasizes the keeping of records with ongoing value. This article studies the roots of Thai archival practice, investigating the evolution of documentation in Thai society as well as its underlying principles. The research employs content analysis of various Thai archives and interviews with Thai national archivists and experts in documentation. The findings confirm that documentation is foundational to Thai archival practice, typically having been performed by scribes or archivists …


The Use Of First- And Second-Person Pronouns In German, Wilita Sriuranpong Dec 2021

The Use Of First- And Second-Person Pronouns In German, Wilita Sriuranpong

Journal of Letters

First- and second-person pronouns are important for effective communication in many languages including German. Thus, learners and users of German as a foreign language have to be capable of using these address pronouns appropriately in various contexts and situations. This paper explores the usage of these pronouns in various contexts and with various meanings, arguing that there are many factors determining the use of these pronouns, especially du and Sie in contemporary German, such as age, social status, relationship between interlocutors and context of use. Therefore, in order to select appropriate address pronouns, learners and users of German need to …


The Impact Of Bts Skytrain On Communities In Bangna District, Warunya Bamrongpong, Pannee Cheewinsiriwat, Petchpilai Lattanan Dec 2021

The Impact Of Bts Skytrain On Communities In Bangna District, Warunya Bamrongpong, Pannee Cheewinsiriwat, Petchpilai Lattanan

Journal of Letters

Bangkok’s is growing rapidly, and developing both economically and socially, Therefore, there is increased demand for economic activity spaces. The city’s constant expansion puts strain on its public transportation system, including roads. As a result, Bangkok has a heavy traffic problem. To solve the problem, the first mass transportation system, the BTS Skytrain, was constructed and opened in 1999. The BTS Skytrain gives improved accessibility to the areas around its stations, which in turn affects the surrounding communities. This research explores the effects of the BTS Skytrain service on communities in the Bangna district. In–depth interviews were conducted with members …


When The Dark Shadow Of Virtual Reality Intrudes Into The Real World : A Study Of Ursula Poznanski’S Young Adult Novel, Erebos, Siriporn Sriwarakan Dec 2021

When The Dark Shadow Of Virtual Reality Intrudes Into The Real World : A Study Of Ursula Poznanski’S Young Adult Novel, Erebos, Siriporn Sriwarakan

Journal of Letters

This paper studies Ursula Poznanski’s Erebos (2010), a German young adult novel, in terms of the concerns it raises about the dangers of and solutions to computer game addiction among young adults. The novel shows   the dominance of the computer game “Erebos,” which uses artificial intelligence (AI) to process the interests and desires of its players. These players are shown attaching themselves to their virtual selves so much that they deny their real-world selves, and are then manipulated by the Erebos AI to commit acts of violence. On the other hand, the novel reveals that such obsession can be solved …


Female Characters And Suffering From Sexual Violence In Saowari’S Literary Works, Supalak Homchuen, Nandawan Sunthornparasathit Dec 2021

Female Characters And Suffering From Sexual Violence In Saowari’S Literary Works, Supalak Homchuen, Nandawan Sunthornparasathit

Journal of Letters

This article aims to study the sexual violence inflicted on female characters in Saowari’s works, both in terms of the impact on the characters and criticizing social myths. The result shows that the significant effect on female characters is suffering haunting of the past. Moreover, such psychological effects resulted in the female characters losing their sense of mother. In addition, society is traumatizing the female characters who are sexually abused, by using the value of a good woman, a pure woman, to judge and evaluate them. While justice from men’s view treats victim's body as tangible evidence without any emotional …


Front Matter, Kanya Wattanagun Dec 2021

Front Matter, Kanya Wattanagun

Journal of Letters

No abstract provided.


Whasib 2009 In Conjunction With Imt-Gt Phuket Halal Expo(Whasib 2009) Dec 2021

Whasib 2009 In Conjunction With Imt-Gt Phuket Halal Expo(Whasib 2009)

Halal Insight

No abstract provided.


Halal Science, Industry And Business International Conference 2012 (Hasib 2012) & Imt-Gt Halal Expo 2012 Dec 2021

Halal Science, Industry And Business International Conference 2012 (Hasib 2012) & Imt-Gt Halal Expo 2012

Halal Insight

No abstract provided.


Halal Science, Industry & Business International Conference 2013 (Hasib 2013) & Imt-Gt Halal Expo 2013 Dec 2021

Halal Science, Industry & Business International Conference 2013 (Hasib 2013) & Imt-Gt Halal Expo 2013

Halal Insight

No abstract provided.


Thailand Halal Assembly 2015 Dec 2021

Thailand Halal Assembly 2015

Halal Insight

No abstract provided.


Editor's Talk, Najwa Yanya Santiworakun Dec 2021

Editor's Talk, Najwa Yanya Santiworakun

Halal Insight

No abstract provided.


World Of Halal Science, Industry & Business International Conference 2008(Whasib 2008) Dec 2021

World Of Halal Science, Industry & Business International Conference 2008(Whasib 2008)

Halal Insight

No abstract provided.


World Of Halal Science, Industry And Business-Anuga International Conference 2009 (Whasib-Anuga 2009) Dec 2021

World Of Halal Science, Industry And Business-Anuga International Conference 2009 (Whasib-Anuga 2009)

Halal Insight

No abstract provided.