Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 7171 - 7200 of 37685

Full-Text Articles in Entire DC Network

ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับคุณภาพการนอนหลับในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน, ยศพันธุ์ นามสงค์, สุนิดา ปรีชาวงษ์ Jan 2022

ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับคุณภาพการนอนหลับในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน, ยศพันธุ์ นามสงค์, สุนิดา ปรีชาวงษ์

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: 1.ศึกษาคุณภาพการนอนหลับในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน  2.ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรร ได้แก่ ระดับความรุนแรงของอาการเจ็บหน้าอก ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล สถานะการสูบบุหรี่ อาการเหนื่อยล้า กับคุณภาพการนอนหลับ

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงหาความสัมพันธ์

วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 152 คน ซึ่งคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จากโรงพยาบาลระดับตติยภูมิสองแห่งในกรุงเทพมหานคร ตามเกณฑ์การคัดเข้า เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินความรุนแรงของอาการเจ็บหน้าอก แบบสอบถามภาวะซึมเศร้า แบบประเมินความวิตกกังวล แบบประเมินอาการเหนื่อยล้า และแบบวัดคุณภาพการนอนหลับ  ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แอลฟาครอนบาค เท่ากับ 1.00, 0.76, 0.70, 0.92 และ 0.96  ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงบรรยาย และทดสอบความสัมพันธ์ด้วยสถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน

ผลการวิจัย: 1. กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 84.9 มีคุณภาพการนอนหลับดี 2.ความวิตกกังวล สถานะการสูบบุหรี่ มีความสัมพันธ์ทางลบกับคุณภาพการนอนหลับ (r= -.197, -.175; p< .05) อาการเหนื่อยล้า ภาวะซึมเศร้ามีความสัมพันธ์ทางลบกับคุณภาพการนอนหลับ (r= -.440, -.528,  ; p< .01) และระดับความรุนแรงของอาการเจ็บหน้าอกไม่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพการนอนหลับ

สรุป: การประเมินปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอนของผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เช่น ความวิตกกังวล สถานะการสูบบุหรี่ อาการเหนื่อยล้า ภาวะซึมเศร้า อย่างครอบคลุม จะช่วยให้พยาบาลสามารถวางแผนการดูแลและหาแนวทางการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้


ผลของการทบทวนความรู้เรื่องระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด ด้วยบอร์ดเกม “Cardiscape” ต่อความรู้และความพึงพอใจของนักเรียนพยาบาลอากาศชั้นปีที่ 2, กรรณิกา วิชัยเนตร, ละอองดาว วรรณฤทธิ์, กุลนิษฐ์ ชูคันหอม, จิรายุ โจทย์กิ่ง, บุณฑริกา ทีรวม, ภัทรมาส ตันติ, สิริกัญญา แก้วธิดา, สุดารัตน์ จันทวงค์ Jan 2022

ผลของการทบทวนความรู้เรื่องระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด ด้วยบอร์ดเกม “Cardiscape” ต่อความรู้และความพึงพอใจของนักเรียนพยาบาลอากาศชั้นปีที่ 2, กรรณิกา วิชัยเนตร, ละอองดาว วรรณฤทธิ์, กุลนิษฐ์ ชูคันหอม, จิรายุ โจทย์กิ่ง, บุณฑริกา ทีรวม, ภัทรมาส ตันติ, สิริกัญญา แก้วธิดา, สุดารัตน์ จันทวงค์

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบความรู้และความพึงพอใจต่อการทบทวนความรู้เรื่องระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด ด้วยบอร์ดเกม “Cardiscape” ของนักเรียนพยาบาลทหารอากาศ ชั้นปีที่ 2 ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม

รูปแบบการวิจัย: วิจัยฉบับนี้เป็นวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi – Experimental Research) แบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง

วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนพยาบาลทหารอากาศ ชั้นปีที่ 2 ปีการศึกษา 2564 เลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling)  จำนวน 52 คน แล้วสุ่มอย่างง่ายเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 26 คน กลุ่มทดลองได้รับการทบทวนความรู้ด้วยบอร์ดเกม “Cardiscape” กลุ่มควบคุมได้รับการทบทวนความรู้ตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ส่วน ดังนี้ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ บอร์ดเกม “Cardiscape” และ 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบความรู้ มีค่า IOC เท่ากับ 1.00 มีค่าความเที่ยง KR-20  เท่ากับ 0.71 และแบบประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการทบทวนความรู้ มีค่า IOC เท่ากับ 0.92 มีค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาค เท่ากับ 0.99 วิเคราะห์คะแนนความรู้และคะแนนความพึงพอใจ โดยใช้การทดสอบค่าที

ผลการวิจัย: กลุ่มทดลองภายหลังได้รับการทบทวนความรู้ด้วยบอร์ดเกม “Cardiscape” มีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ เรื่อง ระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือดมากกว่าก่อนการทบทวนความรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้และคะแนนความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มที่ได้รับการทบทวนความรู้ตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)

สรุป: บอร์ดเกมเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้และเกิดความพึงพอใจ นำไปสู่แนวทางการจัดการศึกษาที่ทำให้ผู้เรียนมีความรู้คู่ความสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพรูปแบบหนึ่ง


ผลของโปรแกรมการกำกับอารมณ์ต่อความสามารถทางอารมณ์ และสังคมของเด็กที่มาจากครอบครัวหย่าร้าง, พรพิมล พรมนัส, ชมชื่น สมประเสริฐ, จีราภรณ์ กรรมบุตร Jan 2022

ผลของโปรแกรมการกำกับอารมณ์ต่อความสามารถทางอารมณ์ และสังคมของเด็กที่มาจากครอบครัวหย่าร้าง, พรพิมล พรมนัส, ชมชื่น สมประเสริฐ, จีราภรณ์ กรรมบุตร

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการกำกับอารมณ์ต่อความสามารถทางอารมณ์และสังคมของเด็กที่มาจากครอบครัวหย่าร้าง

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง

วิธีการดำเนินการ: กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนที่มาจากครอบครัวหย่าร้างที่กำลังศึกษาในโรงเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามเกณฑ์คัดเข้าจำนวน 60 ราย จากจังหวัดปทุมธานี แล้วสุ่มอย่างง่ายเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 ราย กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการกำกับอารมณ์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) โปรแกรมการกำกับอารมณ์ที่ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา โดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน 2) แบบประเมินความสามารถทางอารมณ์และสังคมที่ผู้วิจัยประยุกต์ขึ้นจากการทบทวนวรรณกรรม ซึ่งตรวจสอบความเที่ยงของแบบสอบถามได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคได้เท่ากับ .89 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบค่าที (t-test)

ผลการวิจัย: 1) เด็กที่มาจากครอบครัวหย่าร้างกลุ่มทดลองมีคะแนนความสามารถทางอารมณ์และสังคมหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ 2) ผลต่างของค่าเฉลี่ยคะแนนความสามารถทางอารมณ์และสังคมระหว่างก่อนและหลังการทดลองของเด็กที่มาจากครอบครัวหย่าร้างกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการดูแลปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

สรุป: โปรแกรมการกำกับอารมณ์สามารถเพิ่มความสามารถทางอารมณ์และสังคมในเด็กที่มาจากครอบครัวหย่าร้างได้อย่างมีประสิทธิผล


ผลการให้ข้อมูลผ่านไลน์ต่อความวิตกกังวลหลังผ่าตัด ทำทวารเทียมในผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, ไพรัตน์ ศุกระศร, ศิริพันธุ์ สาสัตย์ Jan 2022

ผลการให้ข้อมูลผ่านไลน์ต่อความวิตกกังวลหลังผ่าตัด ทำทวารเทียมในผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, ไพรัตน์ ศุกระศร, ศิริพันธุ์ สาสัตย์

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: 1) เพื่อเปรียบเทียบความวิตกกังวลหลังผ่าตัดทำทวารเทียมในผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก ก่อนและหลังให้ข้อมูลผ่านไลน์ และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความวิตกกังวลหลังผ่าตัดทำทวารเทียมในผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ระหว่างกลุ่มทดลองที่ให้ข้อมูลผ่านไลน์และกลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดทำทวารเทียม ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวน 44 ราย แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 22 ราย โดยจับคู่ให้
กลุ่มตัวอย่างมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องชนิดของทวารเทียม (ชั่วคราวและถาวร) กลุ่มควบคุมได้รับ
การพยาบาลตามปกติ กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการให้ข้อมูลผ่านไลน์ ซึ่งโปรแกรมนี้ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการปรับตนเองของ Leventhal และ Johnson เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบประเมินความวิตกกังวลแบบเผชิญ มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค เท่ากับ .80
วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติทดสอบค่าทีและสถิติทดสอบค่าเอฟ
ผลการวิจัย: 1) ความวิตกกังวลหลังผ่าตัดทำทวารเทียมในผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก หลังให้ข้อมูลผ่านไลน์ต่ำกว่าก่อนให้ข้อมูล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) ความวิตกกังวล หลังผ่าตัดทำทวารเทียมในผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก กลุ่มทดลองที่ให้ข้อมูลผ่านไลน์ ต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุป: ผลการให้ข้อมูลผ่านไลน์ต่อความวิตกกังวลหลังผ่าตัดทำทวารเทียมในผู้สูงอายุโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก สามารถลดความวิตกกังวลของผู้ป่วยและดีกว่าการพยาบาลตามปกติ


ผลของการใช้รูปแบบการดูแลตามมาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยเด็กระบบทางเดินหายใจติดเชื้อเฉียบพลันร่วมกับการคัดกรองด้วย ระบบสัญญาณเตือนอาการเปลี่ยนแปลงต่อความพึงพอใจ ของพยาบาลวิชาชีพ, อรวิชชา ศรีขาวรส, กัญญดา ประจุศิลป Jan 2022

ผลของการใช้รูปแบบการดูแลตามมาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยเด็กระบบทางเดินหายใจติดเชื้อเฉียบพลันร่วมกับการคัดกรองด้วย ระบบสัญญาณเตือนอาการเปลี่ยนแปลงต่อความพึงพอใจ ของพยาบาลวิชาชีพ, อรวิชชา ศรีขาวรส, กัญญดา ประจุศิลป

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพต่อการใช้รูปแบบการดูแลตามมาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยเด็กระบบทางเดินหายใจติดเชื้อเฉียบพลันร่วมกับการคัดกรองด้วยระบบสัญญาณเตือน
อาการเปลี่ยนแปลง
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพ หอผู้ป่วยเด็กจำนวน 10 คน ซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ใช้รูปแบบกลุ่มเดียววัดภายหลังการทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองคือ 1) โครงการอบรม
2) แผนการสอน 3) คู่มือการคัดกรองด้วยระบบสัญญาณเตือนอาการเปลี่ยนแปลง 4) แบบประเมินความรู้ก่อนและหลังการอบรม เรื่องการพยาบาลผู้ป่วยเด็กระบบทางเดินหายใจติดเชื้อเฉียบพลัน ร่วมกับการ
คัดกรองด้วยระบบสัญญาณเตือนอาการเปลี่ยนแปลง 5) แบบบันทึกการใช้รูปแบบ และ 6) แบบสอบถามความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพต่อการใช้รูปแบบฯ เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา
จากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 1, 0.86, 1, 0.86 และ 1 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มัธยฐาน และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์
ผลการวิจัย: พบว่า ความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพต่อการใช้รูปแบบการดูแลตามมาตรฐานการพยาบาล ผู้ป่วยเด็กระบบทางเดินหายใจติดเชื้อเฉียบพลันร่วมกับการคัดกรองด้วยระบบสัญญาณเตือนอาการ
เปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับมาก
สรุป: พยาบาลวิชาชีพมีความพึงพอใจในการใช้รูปแบบการดูแลตามมาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยเด็กระบบทางเดินหายใจติดเชื้อเฉียบพลัน ร่วมกับการคัดกรองด้วยระบบสัญญาณเตือนอาการเปลี่ยนแปลง


ผลของโปรแกรมการฝึกควบคุมพฤติกรรมตนเองและการติดตามทางโทรศัพท์ต่อการเสพแอมเฟตามีนของผู้เสพแอมเฟตามีนซ้ำ กรมสุขภาพจิต, วิสุดา มูลมี, เพ็ญพักตร์ อุทิศ, สุนิศา สุขตระกูล Jan 2022

ผลของโปรแกรมการฝึกควบคุมพฤติกรรมตนเองและการติดตามทางโทรศัพท์ต่อการเสพแอมเฟตามีนของผู้เสพแอมเฟตามีนซ้ำ กรมสุขภาพจิต, วิสุดา มูลมี, เพ็ญพักตร์ อุทิศ, สุนิศา สุขตระกูล

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบการเสพแอมเฟตามีนของผู้ติดแอมเฟตามีนก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการฝึกควบคุมพฤติกรรมตนเองและการติดตามทางโทรศัพท์ และเปรียบเทียบการเสพแอมเฟตามีนของผู้ติดแอมเฟตามีนระหว่างกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการฝึกควบคุมพฤติกรรมตนเองและการติดตามทางโทรศัพท์กับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง

วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างคือ คือ ผู้ป่วยทั้งเพศชายและหญิงที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเสพติดสารแอมเฟตามีน ที่เข้ารับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยในโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ โดยได้รับการจับคู่ (Matched pair) และการสุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จำนวนกลุ่มละ 20 คู่ กลุ่มทดลองได้รับการเข้าร่วมโปรแกรมการฝึกควบคุมพฤติกรรมตนเองและการติดตามทางโทรศัพท์ เป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบประเมินความรุนแรงของการเสพแอมเฟตามีน  2) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 3) แบบประเมินการเสพแอมเฟตามีน  4) แบบวัดการรับรู้ความสามารถของตนเองในการควบคุมและหลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด  5) โปรแกรมการฝึกควบคุมพฤติกรรมตนเองและการติดตามทางโทรศัพท์ เครื่องมือทุกฉบับได้รับการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน พบค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สันของเครื่องมือชุดที่ 3 เท่ากับ .89 และพบค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์แอลฟาคอนบราคของเครื่องมือชุดที่ 4 เท่ากับ .82 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ (Repeated Measure ANOVA) และทดสอบค่าเฉลี่ยด้วยวิธี Planned Comparisons

ผลการวิจัยสรุปดังนี้ กลุ่มทดลองมีการเสพแอมเฟตามีนในระยะหลังการทดลอง 2 สัปดาห์ และหลังการทดลอง 4 สัปดาห์ ลดลงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และลดลงกว่ากลุ่มควบคุม ทั้งในระยะหลังการทดลอง 2 สัปดาห์ และหลังการทดลอง 4 สัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

สรุป: การใช้โปรแกรมการฝึกควบคุมพฤติกรรมตนเองและการติดตามทางโทรศัพท์สามารถทำให้การเสพแอมเฟตามีนของผู้ติดแอมเฟตามีนลดลงได้ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้


ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของผู้ต้องขัง ติดเมทแอมเฟตามีน, วราภรณ์ กันธิยะ, เพ็ญพักตร์ อุทิศ Jan 2022

ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของผู้ต้องขัง ติดเมทแอมเฟตามีน, วราภรณ์ กันธิยะ, เพ็ญพักตร์ อุทิศ

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาภาวะซึมเศร้าของผู้ต้องขังติดเมทแอมเฟตามีน และความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับภาวะซึมเศร้าของผู้ต้องขังติดเมทแอมเฟตามีน

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยแบบพรรณนาเชิงหาความสัมพันธ์

วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ต้องขังติดเมทแอมเฟตามีน อายุ 18-59 ปี ในเรือนจำ/ทัณฑสถานเขตภาคเหนือตอนบน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 165 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบคัดกรองและส่งต่อผู้ป่วยที่ใช้ยาและสารเสพติดเพื่อรับการบำบัดรักษา กระทรวงสาธารณสุข (บคก.กสธ.) V.2 2) แบบประเมินอาการทางจิต 3) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ต้องขังติดเมทแอมเฟตามีน 4) แบบสอบถามวัดการเผชิญความเครียด 5) แบบสอบถามวัดการเห็นคุณค่าในตนเอง 6) แบบสอบถามวัดการตีตราตนเอง 7) แบบสอบถามวัดการสนับสนุนทางสังคม และ 8) แบบประเมินภาวะซึมเศร้า เครื่องมือชุดที่ 2 และ 4-8 มีค่าความเที่ยง สัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค เท่ากับ .82, .87, .86, .82, .83 และ .91 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงบรรยาย และทดสอบความสัมพันธ์ด้วยสถิติไคสแควร์ สหสัมพันธ์พอยท์ไบซีเรียล และสหสัมพันธ์เพียร์สัน

ผลการวิจัย: 1) ผู้ต้องขังติดเมทแอมเฟตามีนส่วนใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 33.9 มีภาวะซึมเศร้าในระดับ    ปานกลาง 2) การเผชิญความเครียด แบบมุ่งจัดการกับปัญหาโดยใช้ความสามารถของตนเอง แบบมุ่งจัดการกับปัญหาโดยอาศัยแหล่งสนับสนุนอื่น ๆ และแบบหลีกเลี่ยงปัญหา มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของผู้ต้องขังติดเมทแอมเฟตามีน (c2= 94.23; p<.05) 3) ระยะเวลาการต้องโทษ และการตีตราตนเอง มีความสัมพันธ์ทางบวกกับภาวะซึมเศร้าของผู้ต้องขังติดเมทแอมเฟตามีน (r = .446 และ .340; p<.05) 4) อายุ การเห็นคุณค่าในตนเอง และการสนับสนุนทางสังคม มีความสัมพันธ์ทางลบกับภาวะซึมเศร้าของผู้ต้องขังติดเมทแอมเฟตามีน (r = -.292, -.404 และ -.396; p<.05)

สรุป: การพยาบาลที่เหมาะสมกับผู้ต้องขังติดเมทแอมเฟตามีนควรมีการคัดกรองโดยใช้แบบประเมิน
และติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดูแลที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่พบว่าสัมพันธ์กับอาการนี้


ภาวะผู้นำของหัวหน้าพยาบาลสู่ความเป็นเลิศระดับสากล ขององค์การพยาบาล โรงพยาบาลตติยภูมิ, อนัญญา ภาเจริญสิริ, ยุพิน อังสุโรจน์ Jan 2022

ภาวะผู้นำของหัวหน้าพยาบาลสู่ความเป็นเลิศระดับสากล ขององค์การพยาบาล โรงพยาบาลตติยภูมิ, อนัญญา ภาเจริญสิริ, ยุพิน อังสุโรจน์

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาภาวะผู้นำของหัวหน้าพยาบาล สู่ความเป็นเลิศระดับสากลขององค์การพยาบาล โรงพยาบาลตติยภูมิ
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงพรรณนา เทคนิคเดลฟาย
วิธีการดำเนินการวิจัย: ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้เชี่ยวชาญ 19 ท่าน จากผู้บริหารโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ
ที่ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานสากล 2 ท่าน ผู้ตรวจรับรองคุณภาพมาตรฐานโรงพยาบาล 5 ท่าน
ผู้บริหารการพยาบาล 8 ท่าน และอาจารย์ประจำสาขาวิชาการบริหารการพยาบาล 4 ท่าน วิธีดำเนิน
การวิจัย ประกอบด้วย 1) ศึกษาและวิเคราะห์เอกสาร นำสาระที่ได้มาบูรณาการกำหนดเป็นกรอบสร้างข้อคำถามและสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 2) นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ร่วมกับเนื้อหาจากการทบทวนวรรณกรรม สร้างแบบสอบถาม เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญแสดงความคิดเห็นความสำคัญของข้อรายการ และ 3) นำข้อมูลที่ได้ ให้ผู้เชี่ยวชาญยืนยันคำตอบ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่ามัธยฐานและค่าพิสัยระหว่างควอไทล์
ผลการวิจัย: ภาวะผู้นำของหัวหน้าพยาบาล ประกอบด้วย 11 ด้าน ได้แก่ 1) มีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์
2) การตระหนักรู้ 3) มีความรู้เชิงวิชาชีพพยาบาลและมาตรฐานสากล 4) ยอมรับและกล้าเปลี่ยนแปลง
5) คิดเชิงกลยุทธ์/เป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ 6) ความฉลาดทางอารมณ์ 7) สร้างแรงจูงใจ 8) การกระตุ้นทางปัญญา
9) คำนึงถึงปัจเจกบุคคล 10) สร้างวัฒนธรรมคุณภาพและความปลอดภัย และ 11) มุ่งเน้นผู้มีส่วนได้
ส่วนเสีย

สรุป: ภาวะผู้นำของหัวหน้าพยาบาลที่ทำให้องค์การพยาบาล โรงพยาบาลตติยภูมิสู่ความเป็นเลิศระดับสากล มี 11 ด้าน


Impacts Of The Thai Canal On Liner Shipping Container Network, Krittitee Yanpisitkul Jan 2022

Impacts Of The Thai Canal On Liner Shipping Container Network, Krittitee Yanpisitkul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis proposes a mathematical model that imitates the flow of containers in the container liner shipping network — particularly, in the Indo-Pacific region, where the Strait of Malacca is located — in order to assess the potential impact of the proposed Thai Canal on such a network. This model is constructed based on a combination of two network problems, namely (i) the Multi-commodity Minimum Cost Network Flow Problem (MCNFP) and (ii) the Liner Shipping Fleet Deployment Problem (LSFDP), which allows a more realistic representation of international trade, while taking to account congestion at container ports at the same time. …


Poverty And Elderly Labor Supply In Thailand, Ruoshan Zhao Jan 2022

Poverty And Elderly Labor Supply In Thailand, Ruoshan Zhao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The aim of this study was to estimate the impact of poverty on elderly labor force participation and investigate the relationship between poverty and the intensity of work (i.e., working days). Labor supply by the elderly is increasingly one of the most concerning issues in developing countries. Based on studies on the elderly, researchers have made significant findings regarding the labor participation rates of older adults. However, there is a lack of research on the relationship between the labor force participation rate and poverty among the elderly in Thailand. This study used the probit regression model and Tobit regression model …


ผลฉับพลันของการออกกำลังกายที่อุณหภูมิแตกต่างกันต่อการไหลเวียนของเลือดในโพรงจมูกและอาการในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้, กันต์ภัสสร เกิดแก้ว Jan 2022

ผลฉับพลันของการออกกำลังกายที่อุณหภูมิแตกต่างกันต่อการไหลเวียนของเลือดในโพรงจมูกและอาการในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้, กันต์ภัสสร เกิดแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลฉับพลันของการออกกำลังกายที่อุณหภูมิแตกต่างกันต่อการไหลเวียนของเลือดในโพรงจมูก และอาการในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ อายุ 18 - 35 ปี จำนวน 15 คน เพศชาย 10 คน เพศหญิง 5 คน ได้รับการสุ่มในรูปแบบไขว้ในการออกกำลังกายแบบแอโรบิกความหนักระดับปานกลาง 60 นาที ในอุณหภูมิที่ 25 องศาเซลเซียส และ 34 องศาเซลเซียส ทำการทดสอบตัวแปรด้านการไหลเวียนของเลือดในโพรงจมูก ตัวแปรด้านอาการ ตัวแปรด้านระบบหายใจและไหลเวียนโลหิต นำมาวิเคราะห์ผลทางสถิติ โดยหาค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเพื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังทดลองในแต่ละกลุ่ม ด้วยการทดสอบค่าความแปรปรวนสองทางเมื่อมีการวัดซ้ำ (Two-way repeated measures ANOVA) และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยตัวแปรก่อนการทดลองและหลังทดลองของแต่ละกลุ่มการทดลองโดยใช้วิธีของวิคอลซัน (Wilcoxon Sigh-Rank test) ที่ระดับความีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่โดยใช้วิธีของเฟรนต์แมน (Friedman Method) ที่ระดับความีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า ค่าเฉลี่ยการไหลเวียนของเลือดในโพรงจมูกและอาการของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มีค่าลดลง และมีค่าเฉลี่ยปริมาตรการไหลผ่านของอากาศสูงสุดในโพรงจมูก อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว และค่าแรงดันอากาศสูงสุดขณะหายใจออกเพิ่มขึ้นแตกต่างกับก่อนการออกกำลังกาย ทั้งในการออกกำลังกายที่อุณหภูมิที่ 25 และ 34 องศาเซลเซียส อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างอุณหภูมิพบว่า การออกกำลังกายที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส พบการลดลงของค่าเฉลี่ยการไหลของเลือดในโพรงจมูก อาการคัดจมูก และอาการจาม แตกต่างกับ 34 องศาเซลเซียส นอกจากนั้น การออกกำลังกายที่อุณหภูมิ 34 องศาเซลเซียส พบการเพิ่มขึ้นของอัตราการเต้นของหัวใจ และสมรรถภาพปอด แตกต่างกับ 25 องศาเซลเซียส อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สรุปได้ว่า การออกกำลังกายที่อุณหภูมิแตกต่างกัน มีผลต่อการลดลงของการไหลของเลือดในโพรงจมูกและอาการในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โดยทั้งในการออกกำลังกายที่ 25 และ 34 องศาเซลเซียสสามารถช่วยลดอาการของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนโลหิตและหายใจได้


การพัฒนาระบบทดสอบออนไลน์เพื่อวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนทางคณิตศาสตร์ด้วยแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับแบบใหม่, วีรวัฒน์ โอษฐงาม Jan 2022

การพัฒนาระบบทดสอบออนไลน์เพื่อวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนทางคณิตศาสตร์ด้วยแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับแบบใหม่, วีรวัฒน์ โอษฐงาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลการวินิจฉัยระหว่างแบบเลือกตอบสามระดับและแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับแบบใหม่สำหรับมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาคณิตศาสตร์ 2) วิเคราะห์ความสอดคล้องของผลการวินิจฉัยระหว่างแบบเลือกตอบสามระดับและแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับแบบใหม่สำหรับมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาคณิตศาสตร์กับข้อมูลเชิงประจักษ์ 3) พัฒนาระบบทดสอบออนไลน์เพื่อวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนทางคณิตศาสตร์ และ 4) ตรวจสอบคุณภาพระบบทดสอบออนไลน์เพื่อวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนทางคณิตศาสตร์โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การพัฒนาและตรวจสอบคุณสมบัติทางจิตมิติแบบเลือกตอบสามระดับและแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับแบบใหม่สำหรับมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนทางคณิตศาสตร์ ระยะที่ 2 การพัฒนาระบบการทดสอบออนไลน์ เพื่อวิเคราะห์มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนทางคณิตศาสตร์โดยใช้แบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับแบบใหม่ และระยะที่ 3 ประเมินคุณภาพระบบการทดสอบออนไลน์เพื่อวิเคราะห์มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนทางคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับแบบใหม่ ตัวอย่างที่ใช้ในวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 60 คน สำหรับใช้ในการทดลองแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับแบบใหม่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบวินิจฉัยสามระดับ แบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับแบบใหม่ แบบประเมินการใช้การอินเทอร์เฟซของระบบทดสอบออนไลน์ และแบบประเมินประสบการณ์ผู้ใช้งานระบบการทดสอบออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความยาก อำนาจจำแนก การวิเคราะห์ความเที่ยง สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและความตรงตามเกณฑ์สัมพัทธ์ โดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์วีของคราเมอร์ ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการวินิจฉัยระหว่างแบบเลือกตอบสามระดับและแบบสอบวินิจฉัย สี่ระดับแบบใหม่สำหรับมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาคณิตศาสตร์มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูงมาก (r=0.976) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ความสอดคล้องของผลการวินิจฉัยระหว่างแบบเลือกตอบสามระดับและแบบสอบวินิจฉัยสี่ระดับแบบใหม่สำหรับมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาคณิตศาสตร์กับข้อมูลเชิงประจักษ์จากการสัมภาษณ์ด้วยเทคนิคการคิดออกเสียงไม่แตกต่างกัน 3) ผลการพัฒนาระบบฯ พบว่า กระบวนการทำงานของระบบประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การลงทะเบียนเข้าสู่ระบบทดสอบ 2) การดำเนินการทดสอบ และ 3) การรายงานผลการทดสอบ 4) ผลประเมินการใช้งานอินเทอร์เฟซของระบบทดสอบออนไลน์ พบว่า ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าระบบมีความเหมาะสมทั้ง 4 ด้าน โดยด้านที่มีผลการประเมินสูงที่สุดคือ ด้านคู่มือการใช้ระบบมีบทนำที่อธิบายความเป็นมาอย่างชัดเจน สำหรับการประเมินประสบการณ์ผู้ใช้งานระบบการทดสอบออนไลน์ พบว่า รายการที่นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด คือ มีการออกแบบระบบให้มีความสวยงามและน่าสนใจ


การใช้คำยืมภาษาบาลีสันสกฤตในพระวรสารสมัยอยุธยา, ภัคจิรา ธรรมมานุธรรม Jan 2022

การใช้คำยืมภาษาบาลีสันสกฤตในพระวรสารสมัยอยุธยา, ภัคจิรา ธรรมมานุธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


พลวัตการประท้วง : ศึกษากรณีขบวนการต่อต้านโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, วรรธนพร ภัทรธรรมกุล Jan 2022

พลวัตการประท้วง : ศึกษากรณีขบวนการต่อต้านโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, วรรธนพร ภัทรธรรมกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา การเกิดขึ้นและพัฒนาการของขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และสถานการณ์และแนวโน้มของขบวนการต่อต้านโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ผ่านกรอบแนวคิดทฤษฎีการระดมทรัพยากร (Resources Mobilization Theory) ผลการศึกษาพบว่า โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เกิดขึ้นในปี 2559 ภายใต้รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยใช้อำนาจพิเศษมาตรา 44 ในการก่อกำเนิดและดำเนินโครงการ จึงนำมาสู่การกำเนิดขึ้นของ “ขบวนการต่อต้านโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” โดยมีข้อเรียกร้องคือให้ยุติหรือชะลอโครงการดังกล่าว ทั้งนี้การเคลื่อนไหวอยู่ภายบริบททางการเมืองที่แบ่งได้เป็น 2 ยุค คือ อำนาจนิยมเต็มรูปแบบ ในปี 2559 – 2561 และอำนาจนิยมที่มีการเลือกตั้ง ภายหลังการเลือกตั้งในปี 2562 ซึ่งปัจจัยโครงสร้างโอกาสทางการเมืองมีผลอย่างมากต่อการกำหนดยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวและทิศทางการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะในยุคอำนาจนิยมที่มีการจำกัดสิทธิในการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม แม้ภายหลังการเลือกตั้งทำให้มีพื้นที่ในการเคลื่อนไหวมากขึ้น แต่รัฐยังคงรวมศูนย์การตัดสินใจจนได้ดำเนินโครงการจนหวนกลับไม่ได้แล้ว ดังนั้น จึงนำมาสู่การลดทอนข้อเรียกร้องของขบวนการ จนในที่สุดขบวนการได้รับความสำเร็จจากการสร้างผลสะเทือนต่อรัฐ จนเกิดการเร่งทบทวนผังเมืองใหม่ 30 อำเภอ โดยเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมแสดงความเห็น อย่างไรก็ตาม หลังจากการเคลื่อนไหวในปี 2563 การเคลื่อนไหวก็คลายตัวลงแต่การเคลื่อนไหวยังไม่สิ้นสุดเพราะแต่ละพื้นที่ยังคงแยกกันเคลื่อนไหวตามผลกระทบที่ได้รับซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็ได้รับความสำเร็จ/ล้มเหลวแตกต่างกันไป


ความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ภายใต้ระบอบ คสช. : เครือข่ายใหม่ในรูปแบบที่เก่าแก่กว่า, เวียงรัฐ เนติโพธิ์ Jan 2022

ความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ภายใต้ระบอบ คสช. : เครือข่ายใหม่ในรูปแบบที่เก่าแก่กว่า, เวียงรัฐ เนติโพธิ์

Journal of Social Sciences

งานวิจัยชิ้นนี้ เป็นการสำรวจความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ (clientelism) ภายใต้ระบอบ คสช. (ปี พ.ศ. 2557-2562) เป็นการศึกษาเครือข่ายที่ไม่เป็นทางการ ระหว่างตัวแสดงต่าง ๆ ทางการเมือง โดยใช้กรอบความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์กับระบอบการเมือง คำถามหลักของงานวิจัยนี้วางไว้ในระดับรัฐกับประชาชน เพื่อดูว่าเครือข่ายระหว่างผู้มีอำนาจรัฐกับประชาชน และเครือข่ายระหว่างนักการเมืองกับประชาชนนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในระบอบ คสช. ความสัมพันธ์ในด้านนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองในการระดมคะแนนเสียงเท่านั้น แต่มันคือตัวกำหนดแบบแผนความสัมพันธ์ของตัวแสดงต่าง ๆ ทางการเมือง กำหนดความเป็นองค์กรของพรรคการเมือง และแบบแผนการปฏิบัติที่ส่งผลต่อพลวัตทางการเมือง ผู้วิจัยได้ใช้ข้อมูลจากเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตการณ์ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ พบว่าภายใต้ระบอบนี้ได้ใช้ความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อทำลายความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองกับประชาชน และพรรคการเมือง ซึ่งเป็นความสัมพันธ์เชิงสถาบันที่สำคัญอันหนึ่ง การเมืองเช่นนี้ส่งผลให้เกิดการกลับคืนสู่การเมืองแบบเก่าที่ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคลและการพึ่งพาระบบราชการ อันทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยเกิดขึ้นได้ยากยิ่งขึ้น


ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคมในมหาวิทยาลัยไทย, จิตรสุดา ลิมเกรียงไกร Jan 2022

ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคมในมหาวิทยาลัยไทย, จิตรสุดา ลิมเกรียงไกร

Journal of Social Sciences

การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาการพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคมในมหาวิทยาลัย ใช้รูปแบบของการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบนิเวศผู้ประกอบการสังคมทั้งในเชิงนโยบายและในเชิงปฏิบัติ และปัจจัยแวดล้อมเกื้อหนุน ผลการวิจัยพบว่าระบบนิเวศที่เอื้อต่อการส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคมในมหาวิทยาลัยไทย คือการเชื่อมโยงกันของห่วงโซ่ทางคุณค่าที่มีความสลับซับซ้อนเช่นเดียวกันกับระบบนิเวศทางธรรมชาติ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ ที่มีหน้าที่แตกต่างกันแต่มีการพึ่งพาอาศัยกันเป็นเรื่องสำคัญ โดยองค์ประกอบและปัจจัยเกื้อหนุนต่าง ๆ จำเป็นจะต้องมีควบคู่กันไปอย่างสมดุล ได้แก่ การบูรณาการประเด็นการประกอบการทางสังคมเข้าสู่การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย การสร้างงานวิจัยเพื่อส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคม การสร้างเครือข่ายวิจัยเป็นกลไกเชื่อมต่อการสร้างผลกระทบทางสังคมผ่านกลุ่มผู้ประกอบการสังคม การให้คำปรึกษาและระบบพี่เลี้ยง การเชื่อมต่อความช่วยเหลือจากภาครัฐและภาคเอกชน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสนับสนุน และการสร้างพื้นที่การทำงานร่วมกันสำหรับส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคม และองค์ประกอบหลักที่เป็นหัวใจของระบบนิเวศที่เอื้อต่อการส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคมในมหาวิทยาลัยไทย คือทรัพยากรบุคคลในฐานะผู้ขับเคลื่อน ผู้ให้กำเนิด และผลักดันส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคมในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ


การวิเคราะห์เชิงสถาบันของระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับอุทกภัยในประเทศไทย : กรณีศึกษา อุทกภัยจากอิทธิพลพายุโซนร้อนปาบึก พ.ศ. 2562 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช, ธวัฒชัย ปาละคะมาน Jan 2022

การวิเคราะห์เชิงสถาบันของระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับอุทกภัยในประเทศไทย : กรณีศึกษา อุทกภัยจากอิทธิพลพายุโซนร้อนปาบึก พ.ศ. 2562 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช, ธวัฒชัย ปาละคะมาน

Journal of Social Sciences

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ทบทวนบริบทและแนวคิดระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับอุทกภัยที่มีในประเทศไทยและต่างประเทศ 2) ศึกษาการบริหารจัดการของระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับอุทกภัยของประเทศไทยในเหตุการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุโซนร้อนปาบึกในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  3) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการเสริมสมรรถนะกลไกเชิงสถาบันของระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับอุทกภัยของประเทศไทยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน ซึ่งมีการใช้เครื่องมือการวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคมและการสัมภาษณ์เชิงลึก วิธีเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถาม ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า 1) ประเทศไทยมีหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อดำเนินการด้านการเตือนภัยจำนวนมาก แต่มีการดำเนินการเตือนภัยที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลโดยเฉพาะในหน่วยงานระดับส่วนกลาง 2) ภาพรวมของเครือข่ายการเตือนภัยล่วงหน้าอยู่ในลักษณะการผสมผสานระหว่างเครือข่ายตารางแบบบางส่วนกับเครือข่ายที่เข้าถึงได้หลายช่องทางที่ไม่สมบูรณ์ บ่งชี้ว่า 2.1) เครือข่ายขาดการกำหนดบทบาทหน้าที่และทิศทางอย่างเป็นทางการจึงทำให้สมาชิกในเครือข่ายมีปฏิสัมพันธ์กันในระดับต่ำ 2.2) สมาชิกในเครือข่ายไม่มีการดำเนินกิจกรรมด้านการเตือนภัยล่วงหน้าเป็นการเฉพาะพอที่จะก่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ส่งผลให้เครือข่ายขาดความเหนียวแน่น และ 2.3) เครือข่ายในระดับท้องถิ่นขาดการเชื่อมโยงกับกลไกการเตือนภัยล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ 3) เสนอให้มีการกำหนดให้มียุทธศาสตร์การเตือนภัยล่วงหน้าเป็นการเฉพาะที่กำหนดความสัมพันธ์เชิงอำนาจอย่างเป็นทางการของหน่วยงานต่าง ๆ ให้สอดคล้องกัน ตลอดจนกำหนดกลไกการติดตาม การประเมินผล และการพิจารณางบประมาณด้านการเตือนภัยที่มีเอกภาพทั้งประเทศ ตลอดจนกำหนดกลไกและการเตรียมพร้อมด้านการเตือนภัยในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมในแผนการจัดการภัยพิบัติท้องถิ่น และจัดให้มือคู่มือมาตรฐานปฏิบัติการด้านการเตือนภัย


Evaluation Of Static Recrystallization And Grain Growth Kinetics Of Hot-Rolled Az31 Alloy, Salaheddine Sadi, Abdelkader Hanna, Thierr Baudin, Anne-Laure Helbert, François Brisset, Djamel Bradai, Hiba Azzeddine Jan 2022

Evaluation Of Static Recrystallization And Grain Growth Kinetics Of Hot-Rolled Az31 Alloy, Salaheddine Sadi, Abdelkader Hanna, Thierr Baudin, Anne-Laure Helbert, François Brisset, Djamel Bradai, Hiba Azzeddine

Journal of Metals, Materials and Minerals

The static recrystallization/grain growth kinetics of the AZ31 (Mg-3Al-1Zn, wt%) alloy were investigated employing Vickers microhardness and electron backscatter diffraction (EBSD) measurements. The AZ31 alloy was subject to a hot-rolling for 70% of thickness reduction and then annealed at various temperatures (150°C, 250°C, and 350°C) from 5 min to 24 h. First, the static recrystallization kinetics were analysed by means of the Johnson-Mehl-Avrami-Kolmogorov (JMAK) model. The results showed that the recrystallization occurred under two regimes both involving their own Avrami exponent/ activation energy. In regime I, the Avrami exponent was found in the range of 1.5-0.35 depending on the annealing …


Effect Of Al Addition On Crystal Structure Of Algan/Gan On Gaas (001) Substrate Grown By Metalorganic Vapor Phase Epitaxy, Nattamon Suwannaharn, Sakuntam Sanorpim, Suphakan Kijamnajsuk, Visittapong Yordsri, Noppadon Nuntawong, Kentaro Onabe Jan 2022

Effect Of Al Addition On Crystal Structure Of Algan/Gan On Gaas (001) Substrate Grown By Metalorganic Vapor Phase Epitaxy, Nattamon Suwannaharn, Sakuntam Sanorpim, Suphakan Kijamnajsuk, Visittapong Yordsri, Noppadon Nuntawong, Kentaro Onabe

Journal of Metals, Materials and Minerals

Effects of Al addition on a structural phase modification in AlGaN/GaN films on GaAs  substrate grown by MOVPE have been investigated. To examine the effect of Al addition, AlGaN/GaN films were grown with varied a molar flow ratio of TMAl to the total group-III elements of 0, 0.15, and 0.30. Quantity of hexagonal phase incorporation was evaluated by the ratios of integrated XRD intensity of hexagonal  plane to cubic  plane from reciprocal space mappings. The diffraction geometry factor was considered in the calculation. The results suggest that GaN primarily contains a hexagonal phase with a small fraction of a cubic …


Facile Synthesis Of Heterostructured G-C3n4/Ag -Tio2 Photocatalysts With Enhanced Visible-Light Photocatalytic Performance, Chonnipha Tangwongputti, Prasert Reubroycharoen, Pornapa Sujaridworakun Jan 2022

Facile Synthesis Of Heterostructured G-C3n4/Ag -Tio2 Photocatalysts With Enhanced Visible-Light Photocatalytic Performance, Chonnipha Tangwongputti, Prasert Reubroycharoen, Pornapa Sujaridworakun

Journal of Metals, Materials and Minerals

In this study, the g-C3N4/Ag-TiO2 composite photocatalysts were prepared to enhance the efficient utilization of solar energy. The g-C3N4 was synthesized by facile heat treatment of urea at 600℃ for 4 h, and 0.05 wt% to 3 wt% Ag-TiO2 were obtained through the chemical reduction method. The composite photocatalysts were prepared by mixing the g-C3N4 and Ag-TiO2 with a weight ratio of 50:50 at room temperature. The photocatalytic efficiency was carried out by using 0.05 g of photocatalysts with 10 mg·L-1 of rhodamine B 120 mL under 60 min of visible light irradiation. The experimental results indicated that a sample …


Effect Of Pre-Carbonization Temperature On The Porous Structure And Electrochemical Properties Of Activated Carbon Fibers Derived From Kapok For Supercapacitor Applications, Nu Myat Thazin, Nattapat Chaiammart, Myo Myo Thu, Gasidit Panomsuwan Jan 2022

Effect Of Pre-Carbonization Temperature On The Porous Structure And Electrochemical Properties Of Activated Carbon Fibers Derived From Kapok For Supercapacitor Applications, Nu Myat Thazin, Nattapat Chaiammart, Myo Myo Thu, Gasidit Panomsuwan

Journal of Metals, Materials and Minerals

Activated carbon fibers (ACFs) were successfully synthesized from kapok via a two-step process: (i) pre-carbonization and (ii) chemical activation. The pre-carbonization temperature was varied at 300℃, 400℃, and 500℃. The mixing ratio of the pre-carbonized product and potassium hydroxide (KOH) was 3:1, while the activation temperature was 800℃. The effect of pre-carbonization temperature on the morphology, surface area and porosity, chemical functional group, and phase structure of ACFs was investigated and discussed. The characterization results showed that ACFs exhibited an amorphous carbon structure with a hollow fiber shape resembling the kapok. The specific surface area decreased from 487 m2×g-1 to …


Effects Of Milling Time On Sintering Properties And Formation Of Interface Al4c3 On Graphite Reinforced Al-4.5cu-1.5mg Nanocomposite, Angga Khairul Fahmi, Haris Rudianto, Agus Sukarto Wismogroho, Wahyu Bambang Widayatno, Didik Aryanto, Bambang Hermanto Jan 2022

Effects Of Milling Time On Sintering Properties And Formation Of Interface Al4c3 On Graphite Reinforced Al-4.5cu-1.5mg Nanocomposite, Angga Khairul Fahmi, Haris Rudianto, Agus Sukarto Wismogroho, Wahyu Bambang Widayatno, Didik Aryanto, Bambang Hermanto

Journal of Metals, Materials and Minerals

Aluminum-based metal matrix nanocomposites have been extensively researched and developed for aerospace and automotive applications. Al-4.5Cu-1.5Mg with 0.5 wt% graphite were milled for 2 h, 4 h, 6 h, and 8 h using shaker mill under argon gas. The phenomena of deformation, fracturing, and cold welding during shaker mill were investigated to observe how the shaker mill effects on their morphology and formation of intermetallic phases due to its very high speed. Sintering under ultra-high purity argon gas for 99.9999% was done to produce high density materials. Intermetallic phase Al4C3 was found as a result reaction between aluminum and graphite …


Influence Of Six-Step Heat Treatment On Microstructures And Mechanical Properties Of 5160 Alloy Steel, Pattama Apichai Jan 2022

Influence Of Six-Step Heat Treatment On Microstructures And Mechanical Properties Of 5160 Alloy Steel, Pattama Apichai

Journal of Metals, Materials and Minerals

AISI 5160 alloy steel grade with complete martensite structure to get the high-strength steel sheets quenched at 900 (Q1), 870 (Q2), 840 (Q3) and 810°C (Q4), respectively and temped at 780°C (Q5) and 680°C (Q6), respectively. The results show ferrite and pearlite microstructural appeared in as-sheet conditions. The strengthening rarely increased with increasing heat treatment steps, while the percentage elongation gradually decreased. The hardness change was secure with that of strengthening for the quenched martensite. In contrast, differences between the initial martensite hardness were no noticeable changes. The Q4 hardening involved the peak hardness and maximum ultimate tensile strength due …


Biodiesel Production From Waste Cooking Oil Using A New Heterogeneous Catalyst Sro Doped Cao Nanoparticles, Apisit Prokaewa, Siwaporn Meejoo Smith, Apanee Luengnaruemitchai, Mathi Kandiah, Supakorn Boonyuen Jan 2022

Biodiesel Production From Waste Cooking Oil Using A New Heterogeneous Catalyst Sro Doped Cao Nanoparticles, Apisit Prokaewa, Siwaporn Meejoo Smith, Apanee Luengnaruemitchai, Mathi Kandiah, Supakorn Boonyuen

Journal of Metals, Materials and Minerals

Biodiesel production from waste palm cooking oil (WPCO) was studied. Calcium oxide with a strontium ion additive (Sr-CaO) was employed as a catalyst in transesterification reaction of used palm oil with methanol. The Sr-CaO was synthesized by co-precipitation method between SrCl2 and Ca(NO3)2, then calcined at 900°C for 5 h. The catalyst was characterized by using thermo-gravimetric analysis (TGA), X-ray diffraction (XRD), Scanning electron microscope (SEM), and Fourier transform infrared spectrometer (FT-IR). The morphology and elements content of Sr and Ca in the catalyst were confirmed by SEM-EDX. The approximate catalyst diameter is 12.6±5.9 µm. The highest conversion was 99.33% …


Study Of The Effect Of Ph, Conditioning And Flotation Time On The Flotation Efficiency Of Phosphate Ores By A Soybean Oil Collector, Zohra Farid, Mohamed Abdennouri, Noureddine Barka, Youness Jannani, M'Hamed Sadiq Jan 2022

Study Of The Effect Of Ph, Conditioning And Flotation Time On The Flotation Efficiency Of Phosphate Ores By A Soybean Oil Collector, Zohra Farid, Mohamed Abdennouri, Noureddine Barka, Youness Jannani, M'Hamed Sadiq

Journal of Metals, Materials and Minerals

The mid-low grade of phosphate ore, rich by the silicate and carbonate gangue minerals needs a special treatment using the flotation process. Where the collectors play a pivotal role. This study was conducted to enrich an untreated phosphate ore (without washing, desliming, hydrocycling, etc.), with an eco-friendly and economic collector based on soybean oil. Different analytical techniques such as UV-Visible, ATR-FTIR spectrometric and XRD were used in order to analyse and characterize the flotation products. The effects of the parameters, pulp pH, conditioning time and flotation time on gangue removal efficiency by flotation, were investigated. Flotation tests were applied for …


The Finished Polyester Fabric With Hot Nh4oh Pretreatment And Mixed Zno-Zn(Oh)2 Nanoparticles For Hydrophobic Property, Samroeng Narakaew, Sittipong Au-Pree, Wipanoot Baison, Siwat Thungprasert, Itsariya Wattalo, Pranpreeya Jaipor, Theeraporn Promanan, Sukee Sukdee, Pakorn Santakij, Chainet Chanogkun, Kanjana Ruttanateerawichien, Aphiruk Chaisena, Pattama Apichai, Phiphop Narakaew Jan 2022

The Finished Polyester Fabric With Hot Nh4oh Pretreatment And Mixed Zno-Zn(Oh)2 Nanoparticles For Hydrophobic Property, Samroeng Narakaew, Sittipong Au-Pree, Wipanoot Baison, Siwat Thungprasert, Itsariya Wattalo, Pranpreeya Jaipor, Theeraporn Promanan, Sukee Sukdee, Pakorn Santakij, Chainet Chanogkun, Kanjana Ruttanateerawichien, Aphiruk Chaisena, Pattama Apichai, Phiphop Narakaew

Journal of Metals, Materials and Minerals

This work aims to modify the hydrophobic coated polyester fabrics using 2%w/v ammonium hydroxide (NH4OH) at 90℃ prior and subsequently dipped in two difference aqueous zinc solution batchs containing 0.6%w/v zinc precursors with/without starch and NH4OH, finally dehydration, and characterized by the attenuated total reflection - Fourier transform Infrared (ATR-FTIR) and Raman spectroscopy (Raman), X-ray diffraction (XRD), Field emission scanning electron microscope (FE-SEM), Energy dipersive spectrometry (EDX), and Water contact angle (WCA) of 10 mL dropping at 23℃ and humidity of 63%. Raman spectra and XRD patterns results showed e-zinc hydroxide (e-Zn(OH)2), zinc oxide nanoparticle (ZnO NP) and ZnO-starch nanocomposite …


Epoxidized Natural Rubber/Silane Modified Silica Nanocomposites Prepared In Latex Stage, Supat Moolsin, Duangkamon Sawangkan Jan 2022

Epoxidized Natural Rubber/Silane Modified Silica Nanocomposites Prepared In Latex Stage, Supat Moolsin, Duangkamon Sawangkan

Journal of Metals, Materials and Minerals

Epoxidized natural rubber (ENR) was synthesized from natural rubber (NR) latex via in situ epoxidation using HCOOH and H2O2. The prepared ENR with 22 mol% epoxidation (ENR-22) was reinforced with silane modified silica (SMS) nanoparticles with different SMS loading in latex stage. The tensile properties, thermal stability, oil resistance and morphology of the ENR-22/SMS nanocomposites were investigated. The tensile strength was improved significantly and gained the maximum point at 7.5 phr SMS content. The thermogravimetric analysis showed an increased initial degradation temperature with the addition of SMS, suggesting higher thermal stability of the nanocomposites. The oil resistance of ENR-22/SMS nanocomposites …


Use Of Oil Palm Frond Waste To Reinforce Poly(Lactic Acid) Based Composites With The Improvement Of Interfacial Adhesion By Alkali Treatment, Nattakarn Hongsriphan, Jidapa Subsanga, Pimpisa Suebsai, Sunisa Sitthipong, Pajaera Patanathabutr Jan 2022

Use Of Oil Palm Frond Waste To Reinforce Poly(Lactic Acid) Based Composites With The Improvement Of Interfacial Adhesion By Alkali Treatment, Nattakarn Hongsriphan, Jidapa Subsanga, Pimpisa Suebsai, Sunisa Sitthipong, Pajaera Patanathabutr

Journal of Metals, Materials and Minerals

Oil palm frond waste was used as reinforcing fibers for biodegradable poly(lactic acid) or PLA in order to produce green composites that increased the value of agricultural waste. The alkali-treated oil palm frond (OPF) fibers of 30 wt% or 40 wt% were compounded with PLA and moulded into specimens. The alkali treatment was 0 wt%, 1 wt%, 3 wt%, and 5 wt% of the fibers for compatibility improvement with PLA matrix. It was found that the alkali-treated PLA/OPF composites adding 30 wt% and 40 wt% had the flexural modulus to be about 55% and 75% higher than those without the …


Design, Development And Characterization Of A Mid-Frequency (35 Khz) Tonpilz Transducer Array From 0.675pmn-0.325pt Piezoceramics, Merve Nur Çiftçi, Berk Değirmenci, Irem Böbrek, Sedat Alkoy, Aykut Aykaç, Muhammet Boz, Ayşe Berksoy-Yavuz, Ezgi Yalcin, Namik K. Gozuacik, Ebru Menşur Jan 2022

Design, Development And Characterization Of A Mid-Frequency (35 Khz) Tonpilz Transducer Array From 0.675pmn-0.325pt Piezoceramics, Merve Nur Çiftçi, Berk Değirmenci, Irem Böbrek, Sedat Alkoy, Aykut Aykaç, Muhammet Boz, Ayşe Berksoy-Yavuz, Ezgi Yalcin, Namik K. Gozuacik, Ebru Menşur

Journal of Metals, Materials and Minerals

A mid-frequency tonpilz transducer array was designed and analyzed by finite element method using commercial ATILA code and constructed using piezoceramic rings with lead magnesium niobate (PMN)-lead titanate (PT) composition. The morphotropic phase boundary (MPB) 0.675Pb(Mg1/3Nb2/3)O3-0.325PbTiO3 composition was chosen to obtain higher performance from the transducer due to the superior dielectric and electromechanical properties of the MPB compositions. A pure perovskite phase was obtained from the ceramics. Piezoelectric charge coefficient (d33) was measured as 435 pC×N-1. Single tonpilz element and an array consisting of 7-unit array were constructed and later potted in polyurethane for underwater measurements. A second array was …


Amino-Containing Polymer-Coated Magnetite Nanoparticles As Nano-Adsorbents For Bisphenol A: Synthesis, Kinetic And Thermodynamic Study, Jakkrit Tummachote, Metha Rutnakornpituk, Duangdao Channei, Filip Kielar, Boonjira Rutnakornpituk Jan 2022

Amino-Containing Polymer-Coated Magnetite Nanoparticles As Nano-Adsorbents For Bisphenol A: Synthesis, Kinetic And Thermodynamic Study, Jakkrit Tummachote, Metha Rutnakornpituk, Duangdao Channei, Filip Kielar, Boonjira Rutnakornpituk

Journal of Metals, Materials and Minerals

Magnetite nanoparticles coated with poly(dimethyl aminoethyl methacrylate) (PDMAEMA@MNPs) and their quarternized form (PQDMAEMA@MNPs) were successfully synthesized and used as nano-adsorbents for bisphenol A (BPA). The particles were spherical with the average particle size between 10 and 20 nm in diameter with a moderate degree of nanoclustering (ca.150-200 particles/cluster). In terms of adsorption properties, the PDMAEMA@MNPs exhibited a higher BPA adsorption capacity (1.05 mg/g MNP at pH 9) than the quaternized form (0.50 mg/g MNP at pH 9). Equilibrium isotherm, kinetic, and thermodynamic characteristics of BPA adsorption on the PDMAEMA@MNPs were investigated. It was found that the BPA adsorption …