Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 5581 - 5610 of 37685

Full-Text Articles in Entire DC Network

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้ที่มีอายุน้อยที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง, สาธิตา วัชรดิลก Jan 2023

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้ที่มีอายุน้อยที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง, สาธิตา วัชรดิลก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงบรรยายครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีอายุน้อย และความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ดัชนีมวลกาย ระดับความรุนแรงของโรค อาการเหนื่อยล้า ภาวะซึมเศร้า และความทุพพลภาพทางร่างกายกับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ กลุ่มตัวอย่างผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-45 ปีที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 150 คน จากโรงพยาบาลขนาดตติยภูมิในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งสุ่มเลือกจาก 3 โรงพยาบาล เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินระดับความรุนแรงของโรคหลอดเลือด แบบประเมินความเหนื่อยล้า แบบประเมินอาการซึมเศร้า แบบประเมินระดับทุพพลภาพทางร่างกาย และแบบประเมินคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งมีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาอยู่ระหว่าง .93-1.00 และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของ‍‍คร‍อ‍นบาคได้อยู่ระหว่าง .842-.976 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Pearson‘s Correlation ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอายุน้อยมีคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี และพบว่า ระดับความรุนแรงของโรค ความทุพพลภาพทางร่างกาย ภาวะซึมเศร้า อาการเหนื่อยล้า และดัชนีมวลกาย มีความสัมพันธ์ด้านลบกับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอายุน้อยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 (r = -.753, -.736, -.708, -.658 และ -.561 ตามลำดับ)


ปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการนอนไม่หลับในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2, อุมาพร โกปิยนันท์ Jan 2023

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการนอนไม่หลับในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2, อุมาพร โกปิยนันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยแบบบรรยายเชิงความสัมพันธ์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอาการนอนไม่หลับในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ภาวะซึมเศร้า ดัชนีมวลกาย ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด ความเชื่อและทัศนคติที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการนอนหลับ และสุขวิทยาการนอนหลับกับอาการนอนไม่หลับ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 141 คน ที่มารับบริการคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลระดับทุติยภูมิและตติยภูมิ 4 แห่งซึ่งสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ ในจังหวัดจันทบุรี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลและการเจ็บป่วย แบบประเมินภาวะซึมเศร้า แบบประเมินความเชื่อและทัศนคติที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการนอนหลับ แบบประเมินสุขวิทยาการนอนหลับ และแบบประเมินอาการนอนไม่หลับ ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิห้าคน และมีค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคเท่ากับ 0.80, 0.73, 0.81 และ 0.88 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยอาการนอนไม่หลับของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระยะเริ่มแรกของการมีอาการนอนไม่หลับ (M = 9.83, SD = 4.73) และภาวะซึมเศร้า ดัชนีมวลกาย ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด ความเชื่อและทัศนคติที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการนอนหลับ และสุขวิทยาการนอนหลับ มีความสัมพันธ์กับอาการนอนไม่หลับในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r เท่ากับ .451, .289, .273, .471 และ .568 ตามลำดับ)


ผลของโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการบริหารกาย-จิตแบบชี่กงต่ออาการเหนื่อยล้านอนไม่หลับ และวิตกกังวลในผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัดแบบเสริม, อรุณศรี สารธิมา Jan 2023

ผลของโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการบริหารกาย-จิตแบบชี่กงต่ออาการเหนื่อยล้านอนไม่หลับ และวิตกกังวลในผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัดแบบเสริม, อรุณศรี สารธิมา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการบริหารกาย-จิต แบบชี่กงต่อความเหนื่อยล้า นอนไม่หลับและอาการวิตกกังวล ในผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัดแบบเสริม กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมเพศหญิงที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นมะเร็งเต้านมในระยะที่ 1-3 อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ได้รับยาเคมีบำบัดเสริม จำนวน 42 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 21 คน โดยจับคู่ให้มีความคล้ายคลึงกันของ อายุ ระยะของโรคมะเร็ง ยาเคมีบำบัดสูตรเดียวกัน และจำนวนรอบของการได้รับเคมีบำบัด โดยกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ ในขณะที่กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการบริหารกาย-จิตแบบชี่กง ซึ่งพัฒนาขึ้นจากแบบจำลองการจัดการอาการของ Dodd และคณะ (2001) และแนวคิดการบริหารกาย-จิตแบบชี่กง ของ นพ. เทอดศักดิ์ เดชคง (2545) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบประเมินอาการเหนื่อยล้า แบบประเมินอาการนอนไม่หลับ แบบประเมินอาการวิตกกังวล วิเคราะห์หาค่าความเที่ยงของเครื่องมือโดยหาค่าสัมประสิทธิ์ครอนบาค ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ .96, .81, และ .80 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ Wilcoxon signed ranks test และ Independent t-test ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. คะแนนเฉลี่ยอาการเหนื่อยล้า อาการนอนไม่หลับ และอาการวิตกกังวลของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัดแบบเสริมหลังได้รับโปรแกรมการจัดการกับอาการร่วมกับการบริหารกาย-จิต แบบชี่กงต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรมการจัดการกับอาการร่วมกับการบริหารกาย-จิต แบบชี่กง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. คะแนนเฉลี่ยอาการเหนื่อยล้า อาการนอนไม่หลับ และอาการวิตกกังวลของกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการจัดการกับอาการร่วมกับการบริหารกาย-จิต แบบชี่กงต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


ผลของโปรแกรมการสื่อสารในครอบครัวต่อการเสพเฮโรอีนด้วยวิธีฉีดของวัยรุ่นผู้ติดเฮโรอีน, ธารทิพย์ สุภาทิต Jan 2023

ผลของโปรแกรมการสื่อสารในครอบครัวต่อการเสพเฮโรอีนด้วยวิธีฉีดของวัยรุ่นผู้ติดเฮโรอีน, ธารทิพย์ สุภาทิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง ศึกษาสองกลุ่มแบบวัดซ้ำ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบ 1) การเสพเฮโรอีนของวัยรุ่นผู้เสพติดเฮโรอีนด้วยวิธีฉีดที่ได้รับโปรแกรมการสื่อสารในครอบครัว ในระยะก่อนการทดลอง ระหว่างการทดลอง และหลังการทดลอง 2) การเสพเฮโรอีนของวัยรุ่นผู้เสพติดเฮโรอีนด้วยวิธีฉีดที่ได้รับโปรแกรมการสื่อสารในครอบครัว กับกลุ่มที่ได้รับการดูแลปกติ ในระยะก่อนการทดลอง ระหว่างการทดลอง และหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างคือ วัยรุ่นชายผู้เสพติดเฮโรอีนด้วยวิธีฉีด อายุ 18-24 ปี และพ่อหรือแม่ จำนวน 50 ครอบครัว ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด และเข้ารับการบำบัดที่ศูนย์ลดอันตรายจากการใช้ยา สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนี โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) จับคู่กลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน (matched pair) ด้วยปริมาณการเสพเฮโรอีนด้วยวิธีฉีดที่ใกล้เคียงกัน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 25 ครอบครัว กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการสื่อสารในครอบครัว ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นโดยประยุกต์จากแนวคิดการสื่อสารในครอบครัวของ Koerner and Fitzpatrick (2002) ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยได้แก่ 1) โปรแกรมการสื่อสารในครอบครัว 2) แบบประเมินปริมาณการเสพเฮโรอีน (Time Line follow back, TLFB) 3) แบบประเมินการสื่อสารในครอบครัว (Family Communication Pattern) เครื่องมือทุกชุดผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน เครื่องมือชุดที่ 3 ผ่านการแปลย้อนกลับจากสถาบันภาษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปรับปรุงให้เหมาะสม มีค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค เท่ากับ .85 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติการทดสอบที่ไม่ใช้พารามิเตอร์ ได้แก่ Friedman test, Wilcoxon signed-rank test,และ Mann-Whitney U Test กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .025, .0167, .05 ตามลำดับ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1.วัยรุ่นผู้เสพติดเฮโรอีนด้วยวิธีฉีดที่ได้รับโปรแกรมการสื่อสารในครอบครัว มีการเสพเฮโรอีนในระยะระหว่างการทดลอง และหลังการทดลอง ลดลงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. วัยรุ่นผู้เสพติดเฮโรอีนด้วยวิธีฉีดที่ได้รับโปรแกรมการสื่อสารในครอบครัว มีการเสพเฮโรอีนลดลงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการดูแลตามปกติ ในระยะระหว่างการทดลอง และหลังการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


ผลของโปรแกรมการดูแลตนเองที่เน้นการฝึกหายใจโดยการเป่าลูกโป่งต่อความรุนแรง ของการหยุดหายใจและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจในเด็กวัยเรียน ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น, อดิศา พานิช Jan 2023

ผลของโปรแกรมการดูแลตนเองที่เน้นการฝึกหายใจโดยการเป่าลูกโป่งต่อความรุนแรง ของการหยุดหายใจและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจในเด็กวัยเรียน ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น, อดิศา พานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการดูแลตนเองที่เน้นการฝึกหายใจด้วยการเป่าลูกโป่งต่อความรุนแรงของการหยุดหายใจและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจของเด็กวัยเรียนที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ในระดับน้อยถึงปานกลาง ที่มารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยนอก หู คอ จมูก โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 30 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการดูแลตนเองที่เน้นการฝึกหายใจด้วยการเป่าลูกโป่ง ระยะเวลา 5 สัปดาห์ตามแนวคิดการพัฒนาความสามารถในการดูแลตนเองของโอเร็ม (2001) จำนวน 15 คน และ กลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบประเมินวัดความรุนแรงของการหยุดหายใจ แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเองของเด็กที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น โดยเครื่องมือทั้งหมดมีค่าความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 0.95 และ 0.80 และค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.83 และ 0.76 ตามลำดับ ประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจด้วยเครื่องวัดกำลังกล้ามเนื้อหายใจด้วยเครื่อง Respiratory Pressure Meter วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการวิเคราะห์สถิติที ผลการวิจัยพบว่า ความรุนแรงของการหยุดหายใจของเด็กวัยเรียนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นหลังได้รับโปรแกรมการดูแลตนเองที่เน้นการฝึกหายใจด้วยการเป่าลูกโป่งลดลงเมื่อเทียบกับก่อนได้รับโปรแกรมฯ และน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ยังพบว่าความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจของเด็กวัยเรียนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นหลังได้รับโปรแกรมฯ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนได้รับโปรแกรมฯ และดีกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ค่าแรงดันการหายใจเข้าสูงสุด(MIP) ของกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมฯ กับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ ไม่แตกต่างกัน


การศึกษาตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาลผู้ป่วยกระดูกเชิงกรานและเบ้าสะโพกหัก, จารุนนท์ ศรียศพงศ์ Jan 2023

การศึกษาตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาลผู้ป่วยกระดูกเชิงกรานและเบ้าสะโพกหัก, จารุนนท์ ศรียศพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาลผู้ป่วยกระดูกเชิงกรานและเบ้าสะโพกหักโดยใช้เทคนิคการวิจัยแบบเดลฟาย ผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 20 คน ประกอบด้วย 1) กลุ่มพยาบาลเฉพาะทางออร์โธปิดิกส์ จำนวน 7 คน 2) กลุ่มพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ/อาจารย์/นักวิชาการ จำนวน 5 คน 3) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการพยาบาล จำนวน 5 คน และ 4) กลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยกระดูกเชิงกรานและเบ้าสะโพกหัก จำนวน 3 คน วิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 สัมภาษณ์เกี่ยวกับตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาลผู้ป่วยกระดูกเชิงกรานและเบ้าสะโพกหัก ขั้นตอนที่ 2 นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เนื้อหาแล้วนำมาสร้างแบบสอบถามให้ผู้เชี่ยวชาญแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับความสำคัญของข้อคำถามในแต่ละข้อ และขั้นตอนที่ 3 นำข้อมูลที่ได้มาคำนวณค่ามัธยฐานและค่าพิสัยระหว่างควอไทล์เพื่อสรุปผลการวิจัย ผลการศึกษาพบว่าตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาลผู้ป่วยกระดูกเชิงกรานและเบ้าสะโพกหัก ผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นสอดคล้องกัน 7 ด้าน ตัวชี้วัด 47 ข้อ ประกอบด้วย 1) ด้านความปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด จำนวน 12 ข้อ 2) ด้านความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกายหลังผ่าตัด จำนวน 3 ข้อ 3) ด้านการตอบสนองด้านจิตใจ จิตสังคม และจิตวิญญาณ จำนวน 3 ข้อ 4) ด้านความพึงพอใจของผู้ป่วยและ/หรือญาติในการเข้ารับบริการ จำนวน 5 ข้อ 5) ด้านความสามารถในการปฏิบัติตัวเมื่อจำหน่าย จำนวน 6 ข้อ 6) ด้านความปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนขณะใส่โลหะยึดตรึงกระดูกภายนอกและการดึงถ่วงน้ำหนัก ก่อนผ่าตัด จำนวน 7 ข้อ และ 7) ด้านความปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากพยาธิสภาพการบาดเจ็บ และการเคลื่อนไหวร่างกายได้น้อย ก่อนผ่าตัด จำนวน 11 ข้อ ผลการศึกษาครั้งนี้ สามารถนำไปเป็นเครื่องมือในการประเมินผลลัพธ์การพยาบาลผู้ป่วยกระดูกเชิงกรานและเบ้าสะโพกหักต่อไป


ประสบการณ์การเป็นพยาบาลผู้ประกอบการคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น, นครินทร์ เชื่อนิจ Jan 2023

ประสบการณ์การเป็นพยาบาลผู้ประกอบการคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น, นครินทร์ เชื่อนิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายประสบการณ์การเป็นพยาบาลผู้ประกอบการคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น ผู้ให้ข้อมูล คือ พยาบาลวิชาชีพผู้ประกอบการคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการและให้บริการคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่นอย่างน้อย 2 ปี และมีความยินดีในการเข้าร่วมเป็นผู้ให้ข้อมูลในการวิจัย จำนวน 12 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การบันทึกเสียง บันทึกภาคสนาม ร่วมกับการสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีการ van Manen และ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลตามเกณฑ์ของ Guba and Lincoln ผลการวิเคราะห์ข้อมูลประสบการณ์การเป็นพยาบาลผู้ประกอบการคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น ประกอบด้วย 5 ประเด็นหลัก และ 19 ประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 1.เริ่มต้นสนใจคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อย ได้แก่ 1.1) ทำความรู้จักคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น 1.2) เห็นช่องทางการให้บริการในชุมชน และ 1.3) สมัครเป็นหน่วยบริการเครือข่าย 2. การจัดบริการสุขภาพ ประกอบด้วย 2 ประเด็นย่อย ได้แก่ 2.1) การให้บริการสุขภาพในคลินิก และ 2.2) การให้บริการดูแลสุขภาพที่บ้าน 3. การบริหารจัดการคลินิก ประกอบด้วย 7 ประเด็นย่อย ได้แก่ 3.1) ประชาสัมพันธ์คลินิก 3.2) จัดบุคลากรในการให้บริการ 3.3) จัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ 3.4) ติดต่อประสานงาน 3.5) เบิกจ่ายค่าบริการพยาบาล 3.6) จัดการต้นทุนและงบดุลของคลินิก และ 3.7) จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย 4. อุปสรรคการดำเนินงานคลินิก ประกอบด้วย 4 ประเด็นย่อย ได้แก่ 4.1) ข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ 4.2) ความยากลำบากในการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.3) ความยุ่งยากในการเบิกจ่ายค่าบริการ และ 4.4) การคิดอัตราค่าบริการที่ต่ำกว่าต้นทุน 5. ผลลัพธ์การให้บริการของคลินิก ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อย ได้แก่ 5.1) ผลลัพธ์รับต่อผู้รับบริการ 5.2) …


การพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น โรงพยาบาล เมดพาร์ค, พรรษ์พนิตา อินทชิต Jan 2023

การพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น โรงพยาบาล เมดพาร์ค, พรรษ์พนิตา อินทชิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงพรรณนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้นโรงพยาบาลเมดพาร์ค พัฒนาเครื่องมือและตรวจสอบคุณภาพประเมินสมรรถนะสำหรับหัวหน้าพยาบาลระดับต้น โดยผู้วิจัยประยุกต์ขั้นตอนการสร้างแบบประเมินแบบประเมินสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้นจากแนวคิดการพัฒนาเครื่องมือของ Grove, Burns & Gray (2013 การพัฒนาเครื่องมือประเมินสมรรถนะประกอบด้วยการทบทวนวรรณกรรม ศึกษาวิสัยทัศน์และพันธกิจของโรงพยาบาลเมดพาร์ค และการจัดกลุ่มสนทนากับผู้เชี่ยวชาญ 10 คน ได้กำหนดสมรรถนะหลัก สมรรถนะย่อย และพฤติกรรมสำหรับการประเมินใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบการวัดแบบมาตรประมาณค่า (Rating Scale) ผลการวิจัยพบว่า สมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น โรงพยาบาลเมดพาร์ค ประกอบด้วยสมรรถนะ 5 ด้าน รายการสมรรถนะย่อย 20 ข้อ ดังนี้ 1) สมรรถนะด้านภาวะผู้นำ (Leadership) มีรายการสมรรถนะย่อยจำนวน 5 ข้อ 2) สมรรถนะด้านความเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Professionalism) มีรายการสมรรถนะย่อยจำนวน 4 ข้อ 3) สมรรถนะด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health communications and technology) มีรายการสมรรถนะย่อยจำนวน 3 ข้อ 4) สมรรถนะด้านการจัดการทรัพยากร (Resource Management) มีรายการสมรรถนะย่อยจำนวน 4 ข้อ 5) สมรรถนะด้านการจัดการเชิงธุรกิจ (Business skill & Principles) มีรายการสมรรถนะย่อยจำนวน 4 ข้อ การประเมินคุณภาพของเครื่องมือประเมินความตรงตามเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์หาค่าความตรงตามเนื้อหา (Content Validity Index : CVI) ที่ระดับ 0.94 การตรวจสอบความตรงของเนื้อหาด้านความสอดคล้องของข้อคำถามกับกับวัตถุประสงค์ (Index of Item-Objective Congruence: IOC) ที่ระดับ 0.76 การวิเคราะห์ความเที่ยงของความสอดคล้องของการประเมินระหว่างผู้ประเมิน 4 กลุ่มคือ ผู้บังคับบัญชาของหัวหน้าพยาบาลระดับต้น หัวหน้าพยาบาลระดับต้นที่ประเมินตนเอง เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งสิ้น 126 คนเข้าร่วมการประเมินอยู่ที่ระดับ 0.88


การพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น โรงพยาบาลเลิดสิน, พิพัฒนานนท์ ทารี Jan 2023

การพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น โรงพยาบาลเลิดสิน, พิพัฒนานนท์ ทารี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น 2) พัฒนา และ 3) ตรวจสอบคุณภาพของแบบประเมินสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น โรงพยาบาลเลิดสิน โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 การศึกษาสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น โดยวิธีการสนทนากลุ่มของผู้บริหารระดับกลางและผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้นจำนวน 25 คน นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อกำหนดสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น ตอนที่ 2 พัฒนาแบบประเมินสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น และกำหนดพฤติกรรมบ่งชี้ในการประเมินสมรรถนะด้วยเกณฑ์มาตรประมาณค่า และตอนที่ 3 การตรวจสอบคุณภาพแบบประเมินสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้นโรงพยาบาลเลิดสิน โดยการวิเคราะห์ความตรงตามเนื้อหาด้วยค่าดัชนีความสอดคล้อง ค่าความเที่ยงของความสอดคล้องของการประเมินระหว่างผู้ประเมิน 4 กลุ่มได้แก่ ผู้บังคับบัญชาผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น ผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น ผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้นที่เป็นเพื่อนร่วมงาน พยาบาลผู้ใต้บังคับบัญชา จำนวน 235 คนผลการวิจัยมีดังนี้1. สมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้น ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านภาวะผู้นำ เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความสามารถ ในการนำทีมไปสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ 2) ด้านการบริหารจัดการคุณภาพบริการพยาบาล เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความสามารถในการบริหารจัดการระบบบริการให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ 3) ด้านการจัดการทรัพยากร เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการ 4) ด้านจรรยาบรรณวิชาชีพ จริยธรรม และกฎหมาย เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความซื่อสัตย์ ยุติธรรม เป็นธรรม และให้เกียรติผู้อื่น 5) ด้านวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงความสามารถในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการหน่วยงาน 2. แบบประเมินสมรรถนะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับต้นประกอบด้วยสมรรถนะ 5 ด้าน มีรายการสมรรถนะย่อย 22 ข้อ ได้แก่ 1) ด้านภาวะผู้นำ มีรายการสมรรถนะย่อย 5 ข้อ 2) ด้านการบริหารจัดการคุณภาพบริการพยาบาล มีรายการสมรรถนะย่อย 6 ข้อ 3) ด้านการจัดการทรัพยากร มีรายการสมรรถนะย่อย 5 ข้อ 4) ด้านจรรยาบรรณวิชาชีพ จริยธรรม และกฎหมายมีรายการสมรรถนะย่อย 3 ข้อ 5) ด้านวิชาการ วิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศ …


ผลของการใช้ผ้ารัดหน้าท้องเจลสมุนไพรประคบเย็นต่อความปวดของผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปิดช่องท้อง, ณัฐพงศ์ จันมาลา Jan 2023

ผลของการใช้ผ้ารัดหน้าท้องเจลสมุนไพรประคบเย็นต่อความปวดของผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปิดช่องท้อง, ณัฐพงศ์ จันมาลา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความปวดของผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปิดช่องท้อง ระหว่างกลุ่มทดลองที่ใช้ผ้ารัดหน้าท้องเจลสมุนไพรประคบเย็น และกลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลตามปกติในวันที่ 1, 2 และ 3 หลังการผ่าตัด กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยอายุ 18 ปีขึ้นไปโรคระบบทางเดินอาหารที่รับไว้ในหอผู้ป่วยศัลยกรรมโรงพยาบาลสมุทรปราการ เพื่อทำการผ่าตัดแบบเปิดช่องท้อง จำนวน 60 ราย แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 30 ราย กลุ่มทดลอง 30 ราย จับคู่ (Matched pairs) ให้กลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มมีลักษณะใกล้เคียงกัน แล้วจัดกลุ่มตัวอย่างเข้ากลุ่มด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่ายด้วยการจับฉลาก กลุ่มทดลองได้รับผ้ารัดหน้าท้องเจลสมุนไพรประคบเย็น โดยทำการรัดหน้าท้องประคบเย็นในวันที่ 1,2 และ 3 หลังการผ่าตัดเปิดช่องท้อง ประคบวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย นวัตกรรมผ้ารัดหน้าท้องเจลสมุนไพรประคบเย็นที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบประเมินความปวดแบบมาตรวัดตัวเลข ที่ได้ทำการทดสอบค่าความเที่ยงด้วยการวัดซ้ำได้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน r= .897 แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกการใช้นวัตกรรมผ้ารัดหน้าท้องเจลสมุนไพรประคบเย็น วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Repeated-measures ANOVA และ Post-hoc Pairwise comparisons ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยผลต่างคะแนนความปวดของผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปิดช่องท้องโรคในระบบทางเดินอาหารที่ได้รับผ้ารัดหน้าท้องเจลสมุนไพรประคบเย็น ในวันที่ 1, 2 และ 3 ลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01


ปัจจัยครอบครัวและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดแรงงานของวัยแรงงานตอนต้นในประเทศไทย, ภัทรพิมพ์ ทองวั่น Jan 2023

ปัจจัยครอบครัวและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดแรงงานของวัยแรงงานตอนต้นในประเทศไทย, ภัทรพิมพ์ ทองวั่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดแรงงานของวัยแรงงานตอนต้นและอิทธิพลของปัจจัยครอบครัวในประเทศไทยต่อการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยศึกษาจากกลุ่มประชากรวัยแรงงานที่มีอายุ 15 – 35 ปี ทั้งผู้ที่มีงานทำและผู้ว่างงาน ผู้วิจัยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการศึกษาวิเคราะห์การเข้าสู่ตลาดแรงงานและการทำงานของวัยแรงงานตอนต้นในประเทศไทยแบบมุ่งอนาคตของกระทรวงแรงงาน ในปี พ.ศ. 2562 โดยใช้การวิเคราะห์ด้วย Probit Model และ Cox Proportional Hazard Modelผลการวิจัยที่สำคัญด้วย Probit Model พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานของวัยแรงงานตอนต้น โดยพิจารณาทั้งสถานะของการเปลี่ยนผ่าน ลักษณะงานที่เปลี่ยนผ่าน และระยะเวลาของการเปลี่ยนผ่านสู่งานที่มั่นคง ได้แก่ อายุ สถานภาพสมรส ภูมิภาคที่อยู่อาศัย อาชีพของมารดา การถ่ายทอดระหว่างรุ่นด้านการศึกษา รายได้ครัวเรือน และจำนวนสมาชิกในครัวเรือน นอกจากนี้ สำหรับผลการศึกษาระยะการเปลี่ยนผ่านสู่งานที่มั่นคงโดยใช้ Cox analysis พบว่า การถ่ายทอดระหว่างรุ่นด้านการศึกษามีความสัมพันธ์แบบแปรผันตาม ในขณะที่อายุ สถานภาพสมรส การย้ายถิ่น และภูมิภาคที่อยู่อาศัยมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับเวลาเฉลี่ยในการเปลี่ยนผ่านสู่งานที่มั่นคงผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของปัจจัยทางประชากรและครอบครัว โดยเฉพาะการถ่ายทอดระหว่างรุ่นที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานของวัยแรงงานตอนต้น ข้อมูลนี้สามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายเพื่อผลักดันการเข้าสู่ตลาดแรงงาน รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการศึกษาอย่างทั่วถึงในทุกระดับและทุกภูมิภาค รวมถึงเพิ่มการกระจายแหล่งงานและพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค นอกจากนี้ อาจพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือเงินอุดหนุนแก่บริษัทที่จ้างงานวัยแรงงานตอนต้น


ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบครัวเรือน กับความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย, พิกุล กันทะวัง Jan 2023

ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบครัวเรือน กับความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย, พิกุล กันทะวัง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาความสัมพันธ์ขององค์ประกอบครัวเรือน กับความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบครัวเรือน ความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบครัวเรือน กับ ความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในประเทศไทย และ 3) จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ให้มีสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นทรัพยากรที่จะพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2559 กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้คือ เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 10,787 คน ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี มารดา/ผู้ดูแลเด็กจะเป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์สมการถดถอย โดยการศึกษาความสูง น้ำหนัก และภาวะทุพโภชนาการของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มี 4 ตัวแปร ได้แก่ น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ น้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง และความอ้วน ผลการศึกษาพบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ส่วนใหญ่มีน้ำหนักตามเกณฑ์อายุอยู่ในกลุ่มน้ำหนักตามเกณฑ์ ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุอยู่ในกลุ่มสูงตามเกณฑ์ ในส่วนของน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง ส่วนใหญ่สมส่วน เมื่อพิจารณาความอ้วนของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยใช้การคำนวณดัชนีมวลกาย (bmi) พบว่า เด็กส่วนใหญ่ปกติ ในส่วนของปัจจัยด้านองค์ประกอบครัวเรือน พบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในประเภทครัวเรือนที่เป็นครัวเรือนขยาย (ครัวเรือน 3 รุ่น ขึ้นไป) มีพ่อและแม่อยู่ในครัวเรือน ส่วนใหญ่อยู่ในครัวเรือนขนาด 4 คน จากผลการวิเคราะห์สมการถดถอยด้วย logistic regression (ตัวแปรส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ) และ multinomial logistic regression …


การมีบุตรกับการทำงานของสตรีไทยที่สมรส, วริษา กังสวัสดิ์ Jan 2023

การมีบุตรกับการทำงานของสตรีไทยที่สมรส, วริษา กังสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสถานการณ์การทำงานของสตรีไทยที่สมรสแล้ว (2) วิเคราะห์ว่าปัจจัยด้านการมีบุตรส่งผลต่อการทำงานของสตรีที่สมรสแล้วหรือไม่อย่างไร และ (3) วิเคราะห์ปัจจัยด้านคุณลักษณะของสตรีและปัจจัยด้านครัวเรือนที่มีความสัมพันธ์กับการทำงานของสตรีที่สมรสแล้วในประเทศไทย การศึกษานี้ใช้กลุ่มตัวอย่างสตรีที่สมรสแล้ว อายุ 25-49 ปี จำนวน 5,124 ตัวอย่าง (แบบถ่วงน้ำหนัก) ใช้วิธีการวิเคราะห์แบบจำลองโพรบิตและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณเพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม โดยแบบจำลองมีการใช้ตัวแปรเครื่องมือ คือตัวแปรภาวะการมีบุตรยากเพื่อแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ของตัวแปร ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยสตรีที่สมรสแล้วทำงานทั้งหมด 4,230 ตัวอย่าง (ร้อยละ 82.56) และสตรีที่สมรสแล้วไม่ทำงานทั้งหมด 894 ตัวอย่าง (ร้อยละ 17.44) สำหรับสตรีที่ทำงานมีการทำงานโดยเฉลี่ยวันละ 8.18 ชั่วโมง ทำงานเฉลี่ย 6 วันต่อสัปดาห์ และทำงานเฉลี่ยคิดเป็น 48.64 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยสตรีมีการทำงานเต็มเวลาที่ร้อยละ 77.64 ของผู้ที่ทำงาน และการทำงานไม่เต็มเวลาที่ร้อยละ 22.36 ของผู้ที่ทำงาน ด้านสถานภาพการทำงานของสตรี สัดส่วนที่มากที่สุดคือธุรกิจของตนเอง รองลงมาคือลูกจ้างเอกชน และช่วยธุรกิจของครัวเรือน ทั้งนี้ สตรีที่มองว่าตนเองมีการทำงานเท่ากับจำนวนชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ยที่ต้องการมีสัดส่วนสูงที่สุด และรองลงมาคือมีการทำงานมากกว่าจำนวนชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ยที่ต้องการสาเหตุหลักมาจากรูปแบบลักษณะงานที่ทำ ต้องการรายได้เพิ่มขึ้น และข้อกำหนดของบริษัทนอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์พบว่า จากการศึกษาในกลุ่มสตรีที่ทำงานพบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านจำนวนบุตรกับชั่วโมงการทำงานของสตรี โดยสตรีที่มีบุตรเพิ่มขึ้น 1 คน ส่งผลให้มีชั่วโมงการทำงานลดลง 3.2873 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และกรณีในพื้นที่ชนบท สตรีที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชนบทเมื่อมีบุตรเพิ่มขึ้น 1 คน จะส่งผลให้ชั่วโมงการทำงานลดลง 3.9037 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 รวมถึงในแต่ละแบบจำลองปัจจัยด้านอายุของสตรี สถานภาพสมรส อายุแรกสมรสของสตรี รายได้ของคู่สมรส ผู้ดูแลหลักที่เลี้ยงดูคนในครัวเรือน ภาคที่อยู่อาศัย และเขตที่อยู่อาศัยมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีนโยบาย หรือมาตรการต่างๆ ให้แก่สตรีที่มีบุตรให้สามารถทำงานและเลี้ยงดูบุตรได้ เช่น สวัสดิการการลาคลอด ศูนย์รับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียนที่มีคุณภาพ อยู่ใกล้บ้าน และมีในทุกพื้นที่ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และมีการสนับสนุนเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อช่วยเหลือในการทำงานของมารดาพร้อมกับการเลี้ยงดูบุตร ตลอดจนความเท่าเทียมในการทำงานที่ส่งเสริมให้สตรีหลังลาคลอดบุตร เมื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน สามารถเติบโตในหน้าที่การงานได้ นอกจากนี้ ยังควรมีการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่สตรี และพัฒนาทักษะต่างๆ ให้แก่สตรีที่มีบุตรที่ออกจากระบบแรงงานและกลับเข้ามาทำงานหลังจากบุตรมีอายุมากขึ้น สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานและพร้อมทำงานในตลาดแรงงานได้เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป


ความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทย : ก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, วรชาติ โชครัศมีดาว Jan 2023

ความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทย : ก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, วรชาติ โชครัศมีดาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านมาเป็นประเทศสังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2550 อย่างไรก็ตามกลับพบว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยยังคงต้องทำงานเพื่อหารายได้มาใช้ดำรงชีวิตประจำวันเนื่องจากความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุส่วนใหญ่นั้นมาจากรายได้จากการทำงาน สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) ได้ส่งผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพอนามัยต่อกลุ่มผู้สูงอายุในประเทศไทยเป็นอย่างมาก การวิจัยเรื่องความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทยในช่วงเวลาก่อนและระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านสังคมและประชากร ปัจจัยด้านสุขภาพ และปัจจัยด้านเศรษฐกิจของผู้สูงอายุที่มีต่อความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุ โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2560 และปี พ.ศ. 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ มาวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านต่าง ๆ ด้วยแบบจําลองการถดถอยโลจิสติคทวิ ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยด้านสังคมและประชากร ปัจจัยด้านสุขภาพ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ และปัจจัยด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีผลต่อความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทย จากข้อค้นพบที่ได้จากการวิจัยจึงมีการเสนอแนะให้ภาครัฐ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรมีการดำเนินนโยบายเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินให้แก่ผู้สูงอายุ เช่นการสนับสนุนด้านบริการสาธารณสุขแก่ผู้สูงอายุ ตลอดจนควรมีการดำเนินนโยบาย เพื่อให้ความรู้และส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ ในการเก็บสะสมความมั่งคั่งทางทรัพย์สินสำหรับไว้ใช้จ่ายหลังจากเกษียณ


อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตต่อสุขภาวะของแรงงานนอกระบบในกรุงเทพมหานคร, สุดารัตน์ กันทะเนตร Jan 2023

อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตต่อสุขภาวะของแรงงานนอกระบบในกรุงเทพมหานคร, สุดารัตน์ กันทะเนตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางประชากร เศรษฐกิจ สังคม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้อินเทอร์เน็ตของแรงงานนอกระบบต่อสุขภาวะด้านร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และการทำงาน การศึกษานี้ใช้ข้อมูลข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการนวัตกรรมเพื่อยกระดับความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ให้กับแรงงานนอกระบบที่เป็นผู้สูงอายุสำรองและผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์ผ่านแฟลตฟอร์มดิจิทัล กลุ่มตัวอย่างในการศึกษานี้คัดเลือกเฉพาะแรงงานนอกระบบที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ต จำนวน 705 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้สูงอายุสำรอง (อายุ 45-59 ปี) จำนวน 526 คน และกลุ่มผู้สูงอายุวัยต้น (อายุ 60-69 ปี) จำนวน 179 คน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์การถดถอยแบบ โลจิสติกทวิภาค ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสุขภาวะของแรงงานนอกระบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากร ได้แก่ อายุ ปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคม ได้แก่ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส รายได้ ปัจจัยด้านพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต ได้แก่ ความถี่ ระยะเวลา และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน และปัจจัยด้านความสามารถในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ได้แก่ ความสามารถในการเรียนรู้การใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ด้วยตนเอง ความสามารถในการสืบค้นข้อมูล ความสามารถในการเข้าใจเนื้อหาหรือข้อมูลต่าง ๆ และความสามารถในการแก้ไขปัญหาในการใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ดังนั้น ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของแรงงานนอกระบบให้มีความเหมาะสม ทั้งความถี่ ระยะเวลา และรูปแบบการใช้งาน อีกทั้งควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบมีความสามารถในการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยตนเอง เพื่อให้แรงงานนอกระบบเกิดสุขภาวะที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และการทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงานนอกระบบของประเทศไทยต่อไป


รูปแบบการอยู่อาศัยและการออมของผู้สูงอายุไทย, พิฤดา พยัคฆ์ Jan 2023

รูปแบบการอยู่อาศัยและการออมของผู้สูงอายุไทย, พิฤดา พยัคฆ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงรูปแบบการอยู่อาศัยที่มีผลต่อการออมของผู้สูงอายุไทย โดยมีตัวแปรควบคุม ประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากร ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และปัจจัยทางสังคม โดยใช้ข้อมูล การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564 ของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ มาทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบสองทางเลือกด้วยวิธี Probit model ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนแหว่งกลางจะมีโอกาสออมน้อยกว่า เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง และมีโอกาสออมน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับรูปแบบการอยู่อาศัยแบบอื่น ซึ่งมีผลมาจากภาวะหนี้สินของตนเอง หรือ หนี้สินของครัวเรือน โดยจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลแบบไขว้ ชี้ให้เห็นว่า เกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนแหว่งกลางมีหนี้สินของครัวเรือนอยู่ ในขณะที่จำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพังและมีหนี้สิน มีจำนวนไม่ถึง ร้อยละ 20 นอกจากนี้การมีเงินออมของผูู้สูงอายุมีความสัมพันธ์กับเพศของผู้สูงอายุ ซึ่งพบว่า ผู้สูงอายุหญิงส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่ไม่มีหนี้สิน และมีสัดส่วนของการได้รับการเกื้อหนุนจากบุตรสูง จึงมีโอกาสในการออมมากกว่า เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุชาย ทั้งนี้ผู้สูงอายุช่วงตอนปลายส่วนใหญ่อยู่ในครัวเรือนปลอดหนี้ ทำให้มีโอกาสในการออมมากกว่า เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุช่วงอื่น สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในทุกระดับการศึกษา จะทำให้มีโอกาสออมมากกว่า ผู้สูงอายุที่ไม่มีการศึกษา โดยสะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการอยู่อาศัย มีผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุ รวมถึงการเกื้อหนุนจากบุตรในครัวเรือนและนอกครัวเรือน ที่เป็นอีกหนึ่งทางในการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมี ออมมากขึ้น เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับการเกื้อหนุนจากบุตร หรือ ไม่มีบุตร อีกทั้งภาวะหนี้สินของผู้สูงอายุ เช่น หนี้สินของตนเอง และหนี้สินของครัวเรือน เป็นประเด็นท้าทายที่ผู้สูงอายุต้องเผชิญ อันส่งผลต่อการออมโดยตรง


Women’S Educational Attainment And Sexual Coercion By Intimate Partners In Vietnam: Ethnic Differences In 2020-2021, Hang Thi Thuy Do Jan 2023

Women’S Educational Attainment And Sexual Coercion By Intimate Partners In Vietnam: Ethnic Differences In 2020-2021, Hang Thi Thuy Do

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Vietnam, a lower-middle-income nation in Southeast Asia, has recorded an increase in sexual assault in intimate relationships in recent years. Research about the ethnic differences associated with this issue is rarely explored. This quantitative study aims to investigate the relationship between women’s level of education and intimate partner sexual coercion in Vietnam through the lens of ethnic differences. The nationally representative dataset from the Vietnam Multiple Indicator Cluster Survey (MICS) 2020-2021 and multivariate logistic regression model for the sample of 6,187 women of reproductive age are employed. Findings illustrate that women acquiring education from the upper secondary level and above …


Effectiveness Of Telemedicine For Hypertension Patients In Primary Healthcare On Improving Healthcare Access And Blood Pressure In Muang District, Phetchabun Province, Thailand: A Mixed Methods Study, Tassana Thammaros Jan 2023

Effectiveness Of Telemedicine For Hypertension Patients In Primary Healthcare On Improving Healthcare Access And Blood Pressure In Muang District, Phetchabun Province, Thailand: A Mixed Methods Study, Tassana Thammaros

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Hypertension services were disrupted by the COVID-19 pandemic, prompting heavy utilization of telemedicine to overcome these challenges. This study aimed to develop and evaluate the effectiveness of telemedicine for hypertension patients in primary healthcare settings, focusing on healthcare access and blood pressure outcomes among hypertension patients in Muang District, Phetchabun Province, Thailand.Methods: This mixed-methods study began with in-depth interviews with healthcare staff until data saturation was reached in April 2023, using analytic induction for analysis. Subsequently, a quasi-experimental study was conducted in primary care facilities in Muang District, Phetchabun Province, Thailand, from May 1st to October 31st, 2023. Hypertensive …


The Effectiveness Of "Teach To Say-No" Intervention On Teacher's Knowledge, Attitude, Feasibility, And Acceptability Towards Child Sexual Abuse Prevention Program In Phnom Penh City, Cambodia: A Mixed Methods Study, Swarnamala Kantipudi Jan 2023

The Effectiveness Of "Teach To Say-No" Intervention On Teacher's Knowledge, Attitude, Feasibility, And Acceptability Towards Child Sexual Abuse Prevention Program In Phnom Penh City, Cambodia: A Mixed Methods Study, Swarnamala Kantipudi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Child sexual abuse is a highly debated issue worldwide. Protecting children from sexual abuse and implementing primary prevention approaches is a crucial task for LMICs. The objective of this research is to evaluate the effectiveness of a CSA prevention program “teach to say-NO". The evaluation includes measuring knowledge and attitudes, as well as analyzing the feasibility and acceptability of the intervention among primary school teachers in a school environment.A total of 146 primary school teachers from 22 public schools in Phnom Penh, Cambodia were involved in the study. Additionally, 29 teachers participated in a qualitative study. The research design consisted …


Effect Of "Habibi Intervention" On Hiv Prevention Knowledge And Condom Usageamong Libyan Males Internally Displaced (Id) In Libya: A Quasi-Experimental Study, Fauzi M A Elamouri Jan 2023

Effect Of "Habibi Intervention" On Hiv Prevention Knowledge And Condom Usageamong Libyan Males Internally Displaced (Id) In Libya: A Quasi-Experimental Study, Fauzi M A Elamouri

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Libya has been affected by the civil war since 2011. HIV and other sexually transmitted infections in areas of armed conflict should be considered a public health concern.This study aimed to investigate the effect of HABIBI intervention on HIV and its prevention knowledge, attitude, and condom usage amongst Libyan male Internally Displaced Persons (ID). The study was comprising two phases, the aim of the first phase (preparation phase) was to explore the magnitude of baseline in HIV knowledge, attitude, and condom use of the representative male IDPs through the cross-sectional study which male IDPs had being sampling from 5 camps …


Formulation Of Polyphenol-Loaded Microemulsions Against Human Breast Cancer Cells, Ghea Putri Cristy Jan 2023

Formulation Of Polyphenol-Loaded Microemulsions Against Human Breast Cancer Cells, Ghea Putri Cristy

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Breast cancer is one of the deadliest cancers and is categorized into the hormone-dependent and hormone-independent phenotypes. Plant-derived polyphenols have been deemed as one of possible solutions to combat breast cancer. This study explored inhibition of selected plant polyphenols on human 5-lipoxygenase (5-LOX), and further focused on how microemulsion encapsulation was used to enhance the deliverability of the polyphenols, namely quercetin, kaempferol, and rosmarinic acid, and to understand the nature of these compounds in terms of cytotoxicity and antioxidant properties by performing assays, including DPPH and nitric oxide assays. The results showed that kaempferol has the highest inhibition on 5-LOX …


Determinants Of Adverse Events Related To Topical Whitening Products Among Female Students Of Iqraa College For Sciences And Technology, Medicine And Pharmacy Program In Sudan: A Cross-Sectional Study., Suha Gafar Mohamedkhair Ibrahim Jan 2023

Determinants Of Adverse Events Related To Topical Whitening Products Among Female Students Of Iqraa College For Sciences And Technology, Medicine And Pharmacy Program In Sudan: A Cross-Sectional Study., Suha Gafar Mohamedkhair Ibrahim

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: This study aimed to explore the factors associated with adverse events related to topical whitening products among female students in Sudan.Methods: A cross-sectional study was conducted from September to October 2023 among 208 participants in Sudan. The questionnaire by researcher and researcher’s assistants, was constructed with a total of seventeen questions. For data analysis, we performed descriptive statistics analysis, bivariate analysis with simple logistic regression, and multivariable analysis with binary logistic regression.Results: The results imply that students with middle household income were 93% less likely to get adverse events compared to those students with low household income with p-value …


Factors Influencing On Frozen Embryo Transfer(Fet) Outcome After Preimplantation Genetic Testing(Pgt) Among Chinese Women Receiving Services In Thailand: A Cross Sectional Study, Liuxu Chen Jan 2023

Factors Influencing On Frozen Embryo Transfer(Fet) Outcome After Preimplantation Genetic Testing(Pgt) Among Chinese Women Receiving Services In Thailand: A Cross Sectional Study, Liuxu Chen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The currently widely used technology to solve the problem of infertility is in vitro fertilization (IVF). In the embryo transfer step, frozen embryo transfer (FET) is currently popular, combined with preimplantation genetic testing (PGT) to ensure the quality of the embryo. However, pregnancy outcomes are still affected by multiple factors. The main purpose of this cross-sectional study is to determine the impact of these factors.Purposive sampling and snowball sampling were used to collect data from 385 Chinese women who received FET services in Thailand between 2019 and 2024 through an online questionnaire. The associations between demographic characteristics, lifestyle, and fertility-related …


Knowledge, Attitudes, And Practices (Kap) Towards Indoor Air Pollution Among Residents In Yangon And Mandalay, Myanmar: A Cross-Sectional Study, Min Thant Thaw Jan 2023

Knowledge, Attitudes, And Practices (Kap) Towards Indoor Air Pollution Among Residents In Yangon And Mandalay, Myanmar: A Cross-Sectional Study, Min Thant Thaw

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Indoor air pollution (IAP) is a growing public health threat, but little is known about knowledge, attitudes, and practices among urban residents in Myanmar. Rapid development in cities like Yangon and Mandalay might exacerbate pollution while increasing time spent indoors. This study aims to assess the knowledge, attitudes, and practices (KAP) related to Indoor Air Pollution (IAP) among residents of Yangon and Mandalay.Methods: A cross-sectional survey involving 579 participants (100% response rate) was conducted using six-sections questionnaire; socio-economic data, knowledge, attitudes, information accessibility, health perception, and practices. Knowledge and attitudes were evaluated using modified Bloom's cut-off points and Likert …


Health Risk Assessment Of Heavy Metal Contamination In Potato (Solanum Tuberosum) In Jining, Shandong, China, Siyuan Ma Jan 2023

Health Risk Assessment Of Heavy Metal Contamination In Potato (Solanum Tuberosum) In Jining, Shandong, China, Siyuan Ma

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Introduction: Heavy metals contamination in soil is a worldwide problem according to contamination also in plants and crops. Heavy metals in crops can cause human health risks such as cancer through oral exposure by crops consumption. Potato is one of underground growing crops that commonly found heavy metals. In China, potato is one of the most popular staple foods, especially in northern regions like Shandong. Therefore, they may have adverse health risk from contaminated potato consumption. Objectives: To find the concentration of heavy metals in potato and assess the non-cancer and cancer risk related to potato consumption among residents in …


Knowledge, Attitude, And Practice (Kap) Towards Atopic Dermatitis (Eczema)Associated With Indoor Environmental Factors In Young Adults Of Yangon, Myanmar, Htoo Tint Tae Jan 2023

Knowledge, Attitude, And Practice (Kap) Towards Atopic Dermatitis (Eczema)Associated With Indoor Environmental Factors In Young Adults Of Yangon, Myanmar, Htoo Tint Tae

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Atopic dermatitis,most common type of eczema, a relapsing and pruritic inflammatory skin condition caused by both outdoor and indoor environmental factors. Indoor air quality and indoor environmental factors become hazardous issues for public health consequences, but little is known about knowledge, attitudes, and practices concerning its pollutants are associated with eczema among urban residents in Myanmar within young adults. Therefore, this study aimed to assess the level of (KAP) and identify the association between knowledge, attitude, and practices levels toward atopic dermatitis (eczema) associated with indoor environmental factors in young adults. This cross-sectional study was conducted on 480 participants , …


Knowledge, Attitudes And Practices Of Solid Waste Management In Londhe-Krishnapuri Rural Community Of Jalgaon District, India, Priyanka Chavan Jan 2023

Knowledge, Attitudes And Practices Of Solid Waste Management In Londhe-Krishnapuri Rural Community Of Jalgaon District, India, Priyanka Chavan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Abstract: Improper solid waste management is a critical issue in developing nations but lacks proper infrastructure in rural areas. This study investigates the Knowledge, Attitude, and Practice (KAP) of solid waste management in Londhe-Krishnapuri, a rural community in Jalgaon district, India. Currently, no formal waste management system, so this study explores residents' understanding, views, and methods on waste disposal which will help identify gaps in waste disposal awareness and practices. Information will target interventions, educational programs within the community, insights for policymakers to address disposal challenges. To identify association between knowledge, attitudes, and practices of solid waste management in Londhe-Krishnapuri …


The Role Of Social Media On Utilization Of Hiv Prevention Services Among Men Who Have Sex With Men In Yangon, Myanmar: A Qualitative Study, Thet Zaw Naung Jan 2023

The Role Of Social Media On Utilization Of Hiv Prevention Services Among Men Who Have Sex With Men In Yangon, Myanmar: A Qualitative Study, Thet Zaw Naung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: HIV remains a significant global health challenge, disproportionately affecting populations such as men who have sex with men (MSM). In Myanmar, MSM faces high HIV prevalence and numerous barriers to accessing prevention services. Social media has emerged as a powerful tool in health communication, potentially enhancing HIV prevention efforts.Objective: This study explores the role of social media in the utilization of HIV prevention services among MSM in Yangon, Myanmar.Methodology: A qualitative research design was employed, involving in-depth interviews with 40 MSM recruited from two Key Population Service Centers in Yangon. Participants were selected using voluntary sampling, and data were …


The Relationship Between Self-Esteem And Suicidal Risk Among Adolescents In Nakhon Ratchasima, Thailand, Sirakrit Rungrojchaiporn Jan 2023

The Relationship Between Self-Esteem And Suicidal Risk Among Adolescents In Nakhon Ratchasima, Thailand, Sirakrit Rungrojchaiporn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Introduction: Suicide is an important global threat to adolescents worldwide, including Thailand. Adolescence is a crucial phase marked by significant changes in thought patterns, decision-making, behavior, and emotions. These changes can potentially increase risk of suicide. Self-esteem, a crucial factor in mental well-being, also takes shape during this period. Understanding the factors associated with suicide risk and the relationship between self-esteem and suicide risk is essential for developing effective intervention.Objective: The main objective is to find the relationship between self-esteem and suicide risk and to investigate the associated factors of suicide risk among adolescents in Muang District, Nakhon Ratchasima, Thailand.Method: …


Factors Associated With Knowledge, Attitude, And Practice (Kap) Towards The Prevention Of Hypertension Among People Aged 30-64 Years In Tonglu County, China: A Cross-Sectional Study, Yuanyuan Wu Jan 2023

Factors Associated With Knowledge, Attitude, And Practice (Kap) Towards The Prevention Of Hypertension Among People Aged 30-64 Years In Tonglu County, China: A Cross-Sectional Study, Yuanyuan Wu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Introduction: The Global Burden of Disease study shows that poor blood pressure control remains one of the leading risk factors for global burden and death. Most of the general population had a good understanding of hypertension and satisfactory attitudes, but the participant's level of practice was not high. In China, about 270 million people have hypertension, and in Zhejiang, the prevalence of hypertension is higher than the national average. Therefore, knowledge, attitude, and practice toward hypertension play a crucial role in hypertension prevention. Objective: This study aims to assess the level of knowledge, attitude, and practice towards the prevention of …