Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 4711 - 4740 of 37684

Full-Text Articles in Entire DC Network

ปัจจัยทำนายความรู้สึกกลัวความก้าวหน้าของความเจ็บป่วยในบุคคลภายหลังเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน, ชาลินี ปุรินทะ Jan 2023

ปัจจัยทำนายความรู้สึกกลัวความก้าวหน้าของความเจ็บป่วยในบุคคลภายหลังเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน, ชาลินี ปุรินทะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาความสัมพันธ์เชิงทำนายเพื่อศึกษาปัจจัยทำนายความรู้สึกกลัวความก้าวหน้าของความเจ็บป่วยในบุคคลภายหลังเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคคลที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน จำนวน 214 คน ที่มารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอกอายุรกรรมโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามทั้งหมด 9 ส่วน คือ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ 3) แบบสอบถามการรับรู้อาการเจ็บหน้าอก 4) แบบสอบถามการรับรู้ความเจ็บป่วยฉบับย่อ 5) แบบสอบถามความรู้สึกกลัวความก้าวหน้าของโรคฉบับย่อ 6) แบบสอบถามความวิตกกังวลในผู้ป่วยโรคหัวใจ 7) แบบประเมินความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย 8) แบบสอบถามการรับรู้สมรรถนะแห่งตน และ 9) แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ .70, 1, .77, .83, .94, .91, .92 และ 1 ตามลำดับ และผ่านการตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องมือเท่ากับ .70, .71, .84, .80, .81, .84 และ .89 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยคำนวณสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า 1. บุคคลภายหลังเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันมีความรู้สึกกลัวความก้าวหน้าของความเจ็บป่วยในระดับน้อยคิดเป็นร้อยละ 23.8 มีความรู้สึกกลัวความก้าวหน้าของความเจ็บป่วยในระดับปานกลางคิดเป็นร้อยละ 57.9 มีความรู้สึกกลัวความก้าวหน้าของความเจ็บป่วยในระดับมากคิดเป็นร้อยละ 18.2 และบุคคลภายหลังเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันมีความรู้สึกกลัวความก้าวหน้าของความเจ็บป่วยโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 36.92, SD = 9.89) 2. ปัจจัยทำนายความรู้สึกกลัวความก้าวหน้าของความเจ็บป่วยในบุคคลภายหลังเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ประกอบด้วย 4 ตัวแปร ได้แก่ ความวิตกกังวล (Beta = .369) ความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย (Beta = .281) การรับรู้ความเจ็บป่วย (Beta = .119) และการรับรู้สมรรถนะแห่งตน (Beta = - .309) สามารถทำนายความรู้สึกกลัวความก้าวหน้าของความเจ็บป่วยในบุคคลภายหลังเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันคิดเป็นร้อยละ 69.6 (Adjusted R2 …


ผลของโปรแกรมการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าต่ออาการปวดหลังส่วนล่างในผู้ป่วยภายหลังได้รับการตรวจสวนหัวใจ, ธัญญลักษณ์ ตาทอง Jan 2023

ผลของโปรแกรมการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าต่ออาการปวดหลังส่วนล่างในผู้ป่วยภายหลังได้รับการตรวจสวนหัวใจ, ธัญญลักษณ์ ตาทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดแบบอนุกรมเวลามีการให้สิ่งทดลองซ้ำ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าต่ออาการปวดหลังส่วนล่างในผู้ป่วยภายหลังได้รับการตรวจสวนหัวใจ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจทั้งเพศชายและเพศหญิง อายุ 40 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการตรวจสวนหัวใจผ่านหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบ ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองกลุ่มละ 19 คน โดยจับคู่กลุ่มตัวอย่างให้มีคุณสมบัติคล้ายคลึงในด้านเพศ อายุ ชนิดและปริมาณยาลดปวดที่ได้รับ กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ และกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า พัฒนาขึ้นโดยใช้กรอบแนวคิดทางสรีระวิทยาการเกิดอาการปวดหลังส่วนล่างในผู้ป่วยภายหลังได้รับการตรวจสวนหัวใจร่วมกับการทบทวนวรรณกรรม เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล และแบบประเมินอาการปวดหลังส่วนล่างโดยใช้มาตรวัดความปวดด้วยสายตา (Visual analog scale) ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน และได้ค่าความเที่ยงด้วยวิธีการวัดซ้ำเท่ากับ 0.83 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ และสถิติทดสอบค่าที ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ผู้ป่วยภายหลังได้รับการตรวจสวนหัวใจในกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า หลังได้รับโปรแกรมในชั่วโมงที่ 2, 4 และ 6 มีคะแนนอาการปวดหลังส่วนล่างน้อยกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2. ผู้ป่วยภายหลังได้รับการตรวจสวนหัวใจในกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้ามีคะแนนอาการปวดหลังส่วนล่างน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ ในชั่วโมงที่ 2, 4 และ 6 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05


ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกินในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว, ปริญญา ยอดอาษา Jan 2023

ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกินในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว, ปริญญา ยอดอาษา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยแบบกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกินในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว เพศชายและหญิง อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด โดยจับคู่ให้มีลักษณะคล้ายคลึงกันในเรื่องเพศ อายุ ระดับการศึกษา แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 30 คน โดยกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติและกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพร่วมกับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกิน และแบบสอบถามประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับหัวใจล้มเหลวและภาวะน้ำเกิน ผ่านการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ .95 และ .80 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .91 และ .93 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและเปรียบเทียบความแตกต่างด้วยสถิติทดสอบที ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกินในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวในกลุ่มทดลองหลังได้รับโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกินในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวที่ได้รับโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


ประสบการณ์การจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน, ยุรดา สินสวัสดิ์ Jan 2023

ประสบการณ์การจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน, ยุรดา สินสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์การจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน ใช้ระเบียบวิธีวิจัยคุณภาพแนววิเคราะห์เชิงปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความ (Interpretative Phenomenological Analysis: IPA) เก็บข้อมูลด้วยวิธีสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง ผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์การทำงานเกิน 5 ปี จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย นักเขียนนวนิยาย นักเขียนบทโทรทัศน์ และนักเขียนการ์ตูน ประเภทละ 3 ราย ผลการวิจัยพบ 2 ประเด็นหลักคือ สาเหตุของความเครียดและการจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน ประเด็นสาเหตุของความเครียด พบ 4 ประเด็นรอง ได้แก่ 1) การผูกตัวตนเข้ากับงาน ประกอบด้วย การถูกวิจารณ์และการถูกเกลียด ความต้องการเขียนงานที่เป็นตัวเอง และความคิดว่า “ฉันห่วยแตก ฉันไร้ค่า” 2) ความรู้สึกควบคุมอะไรไม่ได้ ประกอบด้วย การเขียนไม่ออก การทำนายยอดขายไม่ได้ และความไม่แน่นอนของการจ้างงาน 3) การทำงานหนัก ประกอบด้วย ความยากในการจัดการเวลา การใช้อารมณ์ความรู้สึกในการทำงาน และปัญหาสุขภาพจากการทำงานหนัก 4) การขาดโอกาสในการเติบโตทางอาชีพ ประกอบด้วย รัฐบาลไม่สนับสนุน ค่าตอบแทนที่จำกัด และการถูกเอาเปรียบ ประเด็นการจัดการความเครียด พบ 4 ประเด็นรอง ประกอบด้วย 1) การบริหารการเงิน ประกอบด้วย การทำงานเสริม และการเตรียมเงินสำรอง 2) การบริหารจัดการเวลา 3) การจัดการอารมณ์ด้านลบ ประกอบด้วย การเบี่ยงเบนความสนใจ การระบายให้คนรอบข้างฟัง การให้กำลังใจตนเอง การเขียนเพื่อการเยียวยา และการศึกษาจิตวิทยา 4) ทัศนคติที่เปลี่ยนไป ประกอบด้วย การอยู่ร่วมกับความเกลียดชัง การปล่อยวางอุดมคติ และการลดความคาดหวังด้านยอดขาย ผู้วิจัยได้อภิปรายผลวิจัยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว การวิจัยนี้ช่วยให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับประสบการณ์การเผชิญความเครียดและการจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศาสตร์การให้บริการการปรึกษาเชิงจิตวิทยาต่อไป


Climate Adaptation Nexus Of Manjing’S Smallholder Tea Agroforestry And Livelihood Diversification Through Prospective Ecological Utilization On Highlands In The Greater Mekong Subregion In China, Yang Hongyan Jan 2023

Climate Adaptation Nexus Of Manjing’S Smallholder Tea Agroforestry And Livelihood Diversification Through Prospective Ecological Utilization On Highlands In The Greater Mekong Subregion In China, Yang Hongyan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

A holistic approach that integrates environmental and cultural aspects within the community livelihood framework is crucial for ensuring the sustainability of agroforestry to tackle climate variability. Engaging the livelihoods of smallholder ancient tea agroforestry in the Jingmai Mountain region in the Mekong River Sub-region of Yunnan Province of China, the study aimed to determine the nexus of smallholder ancient tea agroforestry and livelihood diversification through prospective utilization under the context of climate change. Desk studies, field observations, questionnaires, and in-depth interviews were employed for data collection. 239 smallholders and 10 key informants were interviewed. Descriptive statistics analysis, regression analysis, narrative …


The Development Of Novel Chimeric Antigen Receptor T Cell Targeting B7h3 For Common Solid Cancers, Thananya Inthanachai Jan 2023

The Development Of Novel Chimeric Antigen Receptor T Cell Targeting B7h3 For Common Solid Cancers, Thananya Inthanachai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Chimeric antigen receptor (CAR-T cells) have shown a prominent success in hematologic malignancies and are being widely investigated to overcome heterogeneity and immune suppressive environment in solid tumors. B7 homolog 3 (B7H3), an overexpressed antigen across multiple cancers with restricted expression on normal tissues, serves as a potential target for CAR T cells therapy. This study, Gene Expression Profiling Interactive Analysis 2 (GEPIA 2) was used to evaluate CD276 gene upregulation and using flow cytometric staining to investigate an expression of B7H3 across various solid tumors. As a potential antigen targeting cancers, novel B7H3 CAR-T cells were developed from new …


The More Severe Adverse Effect Of Alcohol In Fc Gamma Receptor Iib Deficient (Fcgrllb-/-) Lupus Mice Than In Wild-Type Due To The More Profound Responses Against Alcohol-Induced Leaky Gut, Phatcharapon Yiengwattananon Jan 2023

The More Severe Adverse Effect Of Alcohol In Fc Gamma Receptor Iib Deficient (Fcgrllb-/-) Lupus Mice Than In Wild-Type Due To The More Profound Responses Against Alcohol-Induced Leaky Gut, Phatcharapon Yiengwattananon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Consuming alcoholic beverages is well-known to have a part in causing inflammation and obstructing the function of the digestive system, and it may lead to leaky intestines. However, the relationship between alcohol consumption and Systemic Lupus Erythematosus (SLE) remains a subject of controversy continued. In general, alcohol can promote intestinal bacterial dysbiosis and also result in endotoxin release by Gram-negative bacteria. This stimulates many immune cells to produce inflammatory cytokines in the gut. This study focuses on the inflammatory response effect of FcgRIIb-/- mice upon loss of FcgRIIb receptors in which alcohol-induced leaky gut can occur. In 8-week-old mice lacking …


แนวทางการจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างยั่งยืนบนเกาะสีชัง, วรุต วรรณวัตร Jan 2023

แนวทางการจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างยั่งยืนบนเกาะสีชัง, วรุต วรรณวัตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่การจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งยังเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี งานวิจัยนี้จึงศึกษาหาแนวทางในการจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี โดยมีการศึกษาถึงชนิดและปริมาณของพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมโดยใช้การวิเคราะห์การไหลของวัสดุและการประเมินวัฏจักรชีวิตของขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งรวมไปถึงการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เชิงคุณภาพ สำหรับผลการศึกษาถึงชนิดและปริมาณพบว่า เกาะสีชังมีอัตราการเกิดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเฉลี่ย 395.51 กิโลกรัมต่อวันหรือ 0.395 ตันต่อวัน โดยพบ ถุงพลาสติกหูหิ้ว พลาสติกบรรจุภัณฑ์ฟิล์มชั้นเดียว และขวดพลาสติก มีสัดส่วนปริมาณมากที่สุดร้อยละ 31.59 25.39 และ 21.27 ตามลำดับ ซึ่งมีปริมาณไม่แตกต่างกันทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง และสำหรับผลการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์พบว่า แนวทางที่ 2 คือการนำขวดพลาสติกและฝาไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลร้อยละ 24.54 และพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอีก 5 ประเภทหรือร้อยละ 75.46 นำไปกำจัดด้วยการผลิตเชื้อเพลิงขยะ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกด้านและมีค่าดำเนินการต่อปีต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับแนวทางที่ 1 (S1) และแนวทางที่ดำเนินการอยู่ในปัจุบัน (S0) จากผลการศึกษาเทศบาลเกาะสีชัง ควรมีมาตรการหรือนโยบายการจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งตั้งแต่การบริโภค คือ นโยบายการลดการใช้พลาสติก ส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การปรับปรุงค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บขยะเพื่อเพิ่มแรงจูงใจ เพื่อให้การจัดการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งของเกาะสีชังเกิดความยั่งยืน


Perception-Based Actions On Sustainable Living: A Case Of Foreigners Of Chulalongkorn University, Thailand, Nelly Waithera Ndenya Jan 2023

Perception-Based Actions On Sustainable Living: A Case Of Foreigners Of Chulalongkorn University, Thailand, Nelly Waithera Ndenya

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Living is sustainable when it recognizes the effects of our lifestyle decisions on the environment and figures out how to make life better and lighter for everyone. A "people lens" approach to sustainability is novel, contemporary, and highly advantageous. Chulalongkorn University, Higher Education Institutions acting as the spearheads of sustainable living in local and international communities, are mandated to implement crucial policies, practices, and programmes supporting sustainable living of foreigners of Chulalongkorn University. This study aimed to identify factors influencing sustainable living of foreigners of Chulalongkorn University and to provide recommendations for boosting sustainable living in the university. By applying …


Influence Of Tidal Current On Heavy Metal Dynamics In The Chao Phraya River Estuary, Kansiri Silrat Jan 2023

Influence Of Tidal Current On Heavy Metal Dynamics In The Chao Phraya River Estuary, Kansiri Silrat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The Chao Phraya River estuary, a vital ecological and economic region in Thailand, faces significant contamination challenges due to anthropogenic activities. This study aims to investigate the influence of tidal currents on the dynamics of heavy metals (HMs) in the estuarine ecosystem, focusing on cadmium (Cd), arsenic (As), lead (Pb), copper (Cu), and zinc (Zn). A sampling was conducted over two tidal periods on April 29-30, 2021, including both surface and vertical water samples and surface sediment collected at multiple tidal currents. The results reveal notable variations in HMs concentrations influenced by tidal cycles. For water samples, cadmium concentrations ranged …


Effect Of Aprotic Solvents On The Microtensile Bond Strength Of Composite Core And Fiber-Reinforced Composite Posts, Wisarut Prawatvatchara Jan 2023

Effect Of Aprotic Solvents On The Microtensile Bond Strength Of Composite Core And Fiber-Reinforced Composite Posts, Wisarut Prawatvatchara

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Objective: The purpose of this study was to examine the effect of aprotic solvents, which were tetrahydrofuran, pyridine, and morpholine, compared to hydrogen peroxide on surface roughness of fiber-reinforced composite post and microtensile bond strength between fiber-reinforced composite post surfaces and the composite core. Material and methods: A total of 75 FRC posts plus, and 75 D.T. light posts were divided into 3 groups (non-thermocycling, 5,000-cycle and 10,000cycle thermocycling groups). Each group was divided into five subgroups according to the post-surface treatment: C: non-treatment group; H2O2: immersing with 35% hydrogen peroxide; THF: immersing with tetrahydrofuran; PY: immersing with pyridine; MP: …


ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็ก, นิภาภรณ์ ไทยสงเคราะห์ Jan 2023

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็ก, นิภาภรณ์ ไทยสงเคราะห์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การลงทุนทางด้านการศึกษามีความสำคัญและจำเป็นสำหรับทุนมนุษย์ ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทำให้เด็กไทยไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาตามที่ควรจะเป็น การวิจัยนี้จึงต้องการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาที่คาดหวังในอนาคตของเด็กไทยหลังจบการศึกษาภาคบังคับในช่วงอายุ 15 ปี โดยศึกษาปัจจัยทางด้านภูมิหลังของตนเองและครอบครัว ปัจจัยทางต้านต้นทุนทางสังคมของครอบครัวและโรงเรียน และปัจจัยทางด้านอาชีพที่เด็กคาดหวังในอนาคต ผู้วิจัยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากโปรแกรมการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล ในปีพ.ศ. 2558 และ 2561 โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมการทดสอบปีพ.ศ. 2558 จำนวน 8,249 คน จาก 273 โรงเรียน และปีพ.ศ. 2561จำนวน 8,633 คน จาก 290 โรงเรียนในทุกสังกัดการศึกษา รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 16,882 คน ผู้วิจัยใช้แบบจำลองการไบวาริเอทโพรบิท (Bivariate probit model ) ในการวิเคราะห์ความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็ก ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยทางด้านภูมิหลังของตนเองและครอบครัวมีความสัมพันธ์กับความคาดหวังต่อระดับการศึกษาของเด็กในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนั้นปัจจัยทางด้านของโรงเรียนและอาชีพที่เด็กคาดหวังในอนาคตก็มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็กอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นเดียวกัน


แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กอนุบาล : การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับ, ยุทธชัย ศิลาแลง Jan 2023

แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กอนุบาล : การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับ, ยุทธชัย ศิลาแลง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กอนุบาลที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน 2) เพื่อวิเคราะห์โมเดลสมการเชิงโครงสร้างพหุระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มของเด็กอนุบาลและตรวจสอบความสอดคล้องข้อมูลเชิงประจักษ์ 3) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของตัวแปรในระดับห้องเรียนที่มีผลต่อการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กอนุบาล 4) เพื่อเสนอแนะแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มของเด็กอนุบาลสำหรับผู้ปกครอง ครู ผู้บริหารและศึกษานิเทศก์ ตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 2864 คน และครูที่สอนนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 53 คน ซึ่งเก็บข้อมูลจากโรงเรียนจำนวน 35 แห่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร สุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบบันทึกข้อมูลนักเรียน แบบสอบถามสำหรับครู การวิเคราะห์สถิติบรรยายด้วยโปรแกรม SPSS และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับ ด้วยโปรแกรม Mplus ผลการวิจัยพบว่า 1) เด็กอนุบาลที่มาจากครอบครัวที่มีภูมิหลังด้านเศรษฐานะต่างกันส่งผลต่อการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มต่างกัน 2) โมเดลสมการเชิงโครงสร้างพหุระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มของเด็กอนุบาลที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (χ2 = 258.664, p = .00, χ2/df = 2.694, CFI = 0.847, TLI = 0.751, RMSEA = .024, SRMRw= 0.242, SRMRb= 0.062) โดยระดับนักเรียนพบว่า สภาพแวดล้อมทางด้านภาษาที่บ้านมีอิทธิพลทางตรงเชิงลบและพัฒนาการของเด็กมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มของเด็กอนุบาล 3) ตัวแปรในระดับห้องเรียนที่มีผลต่อการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กอนุบาล พบว่า การจัดสภาพแวดล้อมทางภาษาในห้องเรียน และสมรรถนะการสอนภาษาของครูมีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ตัวแปรทำนายทั้งหมดในระดับนักเรียนและระดับห้องเรียนสามารถอธิบายความแปรปรวนของการเรียนรู้ภาษาระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กอนุบาลได้ร้อยละ 24 และ 95 ตามลำดับ 4) ผลการวิเคราะห์จากโมเดลการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาในห้องเรียนอนุบาล นำไปสู่ข้อเสนอแนะ 3 แนวทาง ดังนี้ (1) ผู้ปกครองไม่ควรเคร่งครัดด้านวิชาการที่บ้านกับเด็กมากเกินไปแต่ควรตระหนักถึงพัฒนาการที่สมวัยของเด็ก (2) ครูควรตระหนักถึงการจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียนให้มีความน่าสนใจด้วยการเปิดโอกาสให้มีประสบการณ์ทางภาษาที่หลากหลาย การอ่านหนังสือกับเด็กและการมีแหล่งทรัพยากรทางภาษาในห้องเรียน สำหรับตัวครูผู้สอนควรจะมีพื้นฐานด้านการสอนภาษาสำหรับเด็กอนุบาลและครูควรมีความถนัดและรักในการสอนภาษา (3) ผู้บริหารและต้นสังกัดควรกำหนดนโยบายส่งเสริม สนับสนุน และสร้างความเข้าใจให้ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหารและศึกษานิเทศก์เข้าใจถึงการจัดการเรียนการสอนภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยให้ตรงกัน


นวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ, รุ่งทิพย์ มานะกิจ Jan 2023

นวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ, รุ่งทิพย์ มานะกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษากรอบแนวคิดของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน และสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ 2. ศึกษาระดับสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพของผู้บริหารโรงเรียน 3. ศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ และ 4. พัฒนานวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ แบ่งเป็น 4 ระยะ กลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 394 โรงเรียน จากประชากรทั้งหมดจำนวน 25,893 โรงเรียน โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ผู้ให้ข้อมูลในการตอบแบบประเมินและแบบสอบถาม คือ ผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 330 คน และ 320 คน ตามลำดับ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมิน แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และความต้องการจำเป็น ผลการวิจัย พบว่า 1. กรอบแนวคิดของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน ประกอบด้วย 2 รูปแบบการพัฒนาคือ 1) การพัฒนาระหว่างเวลาการปฏิบัติงาน ได้แก่ การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การมอบหมายงาน การหมุนเวียนงาน การทำงานร่วมกับองค์กรหรือชุมชนอื่น ๆ การสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง และ 2) การพัฒนานอกเวลาการปฏิบัติงาน ได้แก่ การเรียนในชั้นเรียนหรือคอร์สเรียนต่าง ๆ การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเข้าร่วมประชุม/ฝึกอบรม/สัมมนา สถานการณ์จำลอง/บทบาทสมมติ การทัศนศึกษา/การเยี่ยมชม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากชุมชนแห่งการปฏิบัติ กรอบแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ ประกอบด้วย 1) ความสามารถด้านการส่งเสริมการดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัย 2) ความสามารถด้านการพัฒนาหลักสูตรและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย 3) ความสามารถด้านการจัดการระบบการสังเกต คัดกรอง การวัดและประเมินผล และการจัดทำสารนิทัศน์สำหรับเด็กปฐมวัย 4) ความสามารถด้านการส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และโภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัย 5) ความสามารถด้านการเสริมสร้างความสัมพันธ์ ปฏิสัมพันธ์ และการแนะแนวเด็กปฐมวัยและครอบครัว 6) ความสามารถด้านการสร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการพัฒนาเด็กปฐมวัย 7) ความสามารถด้านการมีภาวะผู้นำทางการศึกษาปฐมวัย 8) ความสามารถด้านการพัฒนาทางวิชาชีพปฐมวัย 9) …


The Production Of Encapsulated Holy Basil Oil Powder Via Different Scales Of Spray Drying Process., Chanakarn Chungmarisakul Jan 2023

The Production Of Encapsulated Holy Basil Oil Powder Via Different Scales Of Spray Drying Process., Chanakarn Chungmarisakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The spray drying process is widely utilized in food manufacturing and pharmaceuticals for products like seasoning powder, milk powder, and medicine. This research investigates the scale-up of the spray drying process from laboratory to commercial scale with maintaining the product characteristic. A key aspect of the study is the encapsulation technique applied to prolong the release of essential oils from holy basil, encapsulating the essential substances (liquid, suspension, or emulsion) in nanoparticle form with hot air flow. The study utilizes the Aspen program, incorporating mass and energy balance calculations for simulation. The results, assuming similar particle size, water evaporation per …


Process Design And Evaluation Of Value-Added Chemical Production From Crude Glycerol Obtained From Biodiesel Industry, Piyawan Thanahiranya Jan 2023

Process Design And Evaluation Of Value-Added Chemical Production From Crude Glycerol Obtained From Biodiesel Industry, Piyawan Thanahiranya

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Excessive glycerol, a major by-product of biodiesel industry, has been increasingly utilized as a platform chemical feedstock for production of value-added chemicals. Accordingly, this study aims to simulate the productions of propionic acid (PA), succinic acid (SA), and dihydroxyacetone (DHA) from glycerol via fermentation. For PA production, diluents and extractants as well as techniques in the back-extraction are investigated, whereas the techniques of reactive extraction and direct crystallization, as well as the use of dimethyl sulfoxide (DMSO) as an electron acceptor for SA production are investigated. Meanwhile, the effects of carbon source types and glycerol types on the DHA productivity …


Depression Classification On Privacy Protected Facial Features Data, Yanisa Mahayossanunt Jan 2023

Depression Classification On Privacy Protected Facial Features Data, Yanisa Mahayossanunt

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis presents depression classification on privacy protected facial features data. Fast depression classification to help patients receive proper treatment is a method that can prevent the damage of depression. However, fast and effective depression classification is difficult because medical personnel are adequate and the time to analyze depression is long per patient. Applied artificial intelligence in the medical field can help reduce the workload of medical personnel. It is also difficult because of privacy protection. Therefore, we utilize extracted facial features from facial expressions in clinical interview videos to develop a machine learning model. The model utilizes LSTM, attention …


ตัวแบบการวางแผนจัดโปรโมชันลดราคาหลายช่วงเวลา สำหรับสินค้าร้านค้าปลีก, ชนิกานต์ ทั่งทอง Jan 2023

ตัวแบบการวางแผนจัดโปรโมชันลดราคาหลายช่วงเวลา สำหรับสินค้าร้านค้าปลีก, ชนิกานต์ ทั่งทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ สำหรับการวางแผนจัดโปรโมชันลดราคาหลายช่วงเวลาสำหรับสินค้าในร้านค้าปลีกกรณีศึกษา ซึ่งปัจจุบันวางแผนการจัดโปรโมชัน โดยใช้ผู้มีประสบการณ์ ทำให้การจัดโปรโมชันแต่ละครั้งใช้เวลานาน ดังนั้นผู้วิจัยจึงนำเสนอแบบจำลองโปรแกรมเชิงเส้นจํานวนเต็มไบนารี ในการแก้ปัญหาภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลกำไรรวมสูงที่สุด งานวิจัยนี้ใช้ตัวแบบการประมาณการยอดขายแบบลอการิทึม ในการประมาณการยอดขายรายเดือนและจำแนกกลุ่มสินค้าตามค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา ผลการวิจัยพบว่าการจัดโปรโมชันโดยพิจารณารวมทุกกลุ่มกำไรพร้อมกัน สามารถให้ผลกำไรรวมได้ดีที่สุด โดยพัฒนาผลกำไรรวมเพิ่มขึ้น 1,194,517.75 บาท หรือคิดเป็น 3.94 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการจัดโปรโมชันของร้านค้าปลีกกรณีศึกษาในปัจจุบัน และใช้เวลาประมวลผลได้เหมาะสม นอกจากนั้นผู้วิจัยได้ใช้วิธีจำลองสถานการณ์มอนติคาร์โล เพื่อจำลองสถานการณ์ค่าสัมประสิทธ์ของความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาเพื่อใช้ในการศึกษาผลกระทบของปัจจัยต่างๆ ผลจากการทดลองเชิงคำนวณพบว่าปัจจัยความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ต่อการเลือกประเภทความลึกของการลดราคาที่เหมาะสม นอกจากนั้นผู้วิจัยได้ทำการพัฒนาและสร้างแม่แบบในโปรแกรมเอ็กเซล เพื่อใช้ในการรับข้อมูลเพื่อส่งต่อไปยังโปรแกรม IBM ILOG CPLEX Optimization จากนั้นก็ทำการแปลงข้อมูลผลลัพธ์ของตัวแปรตัดสินใจกลับมาใน Excel ให้อยู่ในรูปแบบตารางที่ง่ายต่อการนำไปใช้งาน


การศึกษาการตรวจหาเชื้อวัณโรคจากภาพย้อมสีทนกรดโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกด้วยเทคนิคการจำแนกและการตรวจจับวัตถุ, ธีริศรา มิคาระเศรษฐ์ Jan 2023

การศึกษาการตรวจหาเชื้อวัณโรคจากภาพย้อมสีทนกรดโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกด้วยเทคนิคการจำแนกและการตรวจจับวัตถุ, ธีริศรา มิคาระเศรษฐ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้เป็นการวิเคราะห์ Deep Learning สำหรับตรวจหาเชื้อวัณโรคด้วยวิธีการ Modified Classification และ Object Detection โดยใช้ Pre-Trained Model คือ Enhanced ResNet50 และ AlexNet ในการวิเคราะห์ ซึ่งวิธี Modified Classification มีการนำ Image Processing มาประยุกต์ใช้กับการทดลอง เมื่อ Training ข้อมูล พบว่า ResNet50 เป็น Model ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ค่า Accuracy เท่ากับ 92.71% และ Precision เท่ากับ 92.7% เมื่อจัดกลุ่มใหม่สำหรับการวิเคราะห์ แบบ Suspected Positive Low Confidence และ Suspected Positive High Confidence ผลการทดลองพบว่า ResNet50 ยังคงมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด มีค่า Accuracy เท่ากับ 98.06% ค่า Precision เท่ากับ 98.59% ส่วน Suspected Positive High Confidence มีค่า Accuracy เท่ากับ 94.38% และค่า Precision เท่ากับ 91.41% และในการวิเคราะห์ Deep Learning วิธี Object Detection ได้ค่า Precision เท่ากับ 82.81% และ Mean AP เท่ากับ 36.79% จากการเปรียบเทียบการวิเคราะห์ทั้ง 2 Models พบว่า วิธีวิเคาระห์แบบ Modified Classification ได้ผลลัพทธ์ดีกว่า จึงนำไปตรวจร่วมกับวิธีการตรวจของแพทย์ (Doctor …


การศึกษาเชิงเปรียบเทียบต้นทุนตลอดอายุการใช้งานและปริมาณการปล่อยสารคาร์บอนของระบบหล่อในที่และระบบหล่อสำเร็จโดยวิธีมอนติคาร์โลและสัมประสิทธิ์, รัชชานนท์ เอี่ยมรอด Jan 2023

การศึกษาเชิงเปรียบเทียบต้นทุนตลอดอายุการใช้งานและปริมาณการปล่อยสารคาร์บอนของระบบหล่อในที่และระบบหล่อสำเร็จโดยวิธีมอนติคาร์โลและสัมประสิทธิ์, รัชชานนท์ เอี่ยมรอด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

อุตสาหกรรมการก่อสร้างสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ และยังมีแนวโน้มที่จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความต้องการวัสดุ แรงงาน และมลพิษที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อลดปัญหาด้านแรงงาน เจ้าของโครงการได้หันมาใช้วิธีการก่อสร้างใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น ระบบหล่อสำเร็จ เป็นต้น โดยมีการประเมินว่าระบบหล่อสำเร็จช่วยลดการใช้แรงงานได้ถึง 50% และลดเวลาก่อสร้างได้ 30% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนก่อสร้างเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ทำให้ผลการประเมินต้นทุนรวมในช่วงก่อสร้างและใช้งานอาจแตกต่างจากที่ได้ประเมินในช่วงก่อนการก่อสร้าง ดังนั้นการประเมินต้นทุนค่าใช้จ่ายตลอดอายุโครงการควรนำปัจจัยเสี่ยงมารวมในการวิเคราะห์ด้วย งานวิจัยนี้ศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนรวมตลอดอายุของระบบคอนกรีตหล่อในที่และระบบหล่อสำเร็จ โดยประเมินต้นทุนที่เกิดขึ้นในแต่ละกระบวนการทำงาน พร้อมทั้งวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงด้วยวิธีการวิเคราะห์ความอ่อนไหวรวมไปถึงการใช้แบบจำลองมอนติคาร์โลเพื่อจำลองหาช่วงค่าที่เป็นไปได้ของต้นทุนตลอดอายุการงานในโครงการก่อสร้างตัวอย่างทั้ง 6 โครงการ นอกจากนี้ยังศึกษาถึงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกิดขึ้นในกิจกรรมผลิตวัสดุก่อสร้างและการขนส่งเพื่อนำไปใช้เป็นค่าพารามิเตอร์ในการประเมินการปล่อยสารคาร์บอนโดยวิธี Coefficient method ในโครงการก่อสร้างตัวอย่างทั้ง 6 โครงการ โดยผลลัพธ์ของการศึกษาคือ สัดส่วนของต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ที่ประกอบไปด้วย (1) ต้นทุนในช่วงเตรียมการและช่วงก่อสร้าง และ (2) ต้นทุนรวมในช่วงการใช้งานทั้งในมุมมองของระบบหล่อในที่และระบบหล่อสำเร็จในโครงการก่อสร้างตัวอย่างทั้ง 6 โครงการ ซึ่งพบว่าทุกโครงการตัวอย่างของต้นทุนตลอดอายุการใช้งานทั้งระบบหล่อในที่และหล่อสำเร็จนั้น มีต้นทุนรวมใน 2 ช่วงแรกมีค่ามากกว่าต้นทุนรวมในช่วงการใช้งาน (O&M phase) และยังพบว่าอัตราส่วนของต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งานของระบบหล่อในที่ต่อต้นทุนตลอดอายุการใช้งานของระบบหล่อสำเร็จนั้นนในแต่ละโครงการตัวอย่าง อยู่ที่ 0.60 – 0.73 (โดยไม่คำนึงถึงมิติด้านเวลาที่แตกต่างกันในช่วงการก่อสร้าง) ในส่วนของปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการขนส่งในโครงการก่อสร้างตัวอย่างทั้ง 6 โครงการ ที่พบว่า ระบบหล่อในที่นั้นมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการขนส่งน้อยกว่าระบบหล่อสำเร็จ ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษานี้จะช่วยประกอบการตัดสินใจของเจ้าของโครงการในการเลือกวิธีการก่อสร้างที่เหมาะสมในบริบทของต้นทุนรวมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์และเครื่องมือการตลาดดิจิทัลที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทย, นพกฤษฏิ์ ธนพรพัฒนรักษ์ Jan 2023

องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์และเครื่องมือการตลาดดิจิทัลที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทย, นพกฤษฏิ์ ธนพรพัฒนรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลและเครื่องมือการตลาดดิจิทัลที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทยวิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคคลที่มีสัญชาติไทยผู้มีประสบการณ์ในการซื้อรองเท้าฟุตบอล อย่างน้อย 1 ครั้ง จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม Google Form ที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างค่าคำถามกับวัตถุประสงค์ พบว่าค่าที่ได้คือ 0.9 และค่าความเที่ยงของแบบสอบถามเท่ากับ 0.84 ผู้วิจัยเก็บแบบสอบถามออนไลน์จาก กลุ่มของเฟซบุ๊ค โดยคัดเลือกกลุ่มสำหรับแลกเปลี่ยนข่าวสารและซื้อขายรองเท้าฟุตบอล ได้แก่ 1) สตั๊ดของแท้ หายาก ราคาถูก 2) รองเท้าสตั๊ดหายาก - ของแท้ - ราคาถูก ซื้อ-ขาย 3) พวกบ้า Mizuno Nike Adidas Thailand 4) Adidas Football TH 5) Nike Football TH II วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐานได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนสถิติในการทดสอบสมติฐาน ใช้ค่าสถิติสมการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ โดยตั้งระดับนัยสำคัญทางสถิติไว้ที่ 0.05ผลการวิจัย เมื่อทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยด้านผลประโยชน์หลัก ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์พื้นฐาน ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่คาดหวัง ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนเพิ่มเติม ปัจจัยด้านศักยภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การตลาดผ่านช่องทางการเสิร์ช การตลาดผ่านการประชาสัมพันธ์ออนไลน์ การตลาดแบบพันธมิตร การตลาดโฆษณาด้วยรูปภาพ และการตลาดผ่านสื่อสังคม ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และการตลาดผ่านอีเมล ไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทยสรุปผลการวิจัย ปัจจัยด้านผลประโยชน์หลัก ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์พื้นฐาน ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่คาดหวัง ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนเพิ่มเติม ปัจจัยด้านศักยภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การตลาดผ่านช่องทางการเสิร์ช การตลาดผ่านการประชาสัมพันธ์ออนไลน์ การตลาดแบบพันธมิตร การตลาดโฆษณาด้วยรูปภาพ และการตลาดผ่านสื่อสังคม ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทย


Comparison Of Postural Control, Balance And Fall In Copd Patients With Breathing Pattern Disorder, Irfan Ahmad Jan 2023

Comparison Of Postural Control, Balance And Fall In Copd Patients With Breathing Pattern Disorder, Irfan Ahmad

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Objective Up to 50% of patients with chronic obstructive pulmonary disease (COPD) experience breathing pattern disorders (BPD). The diaphragmatic dysfunction associated with COPD has been associated with balance impairment, and improved diaphragmatic breathing has been preliminarily associated with improved static balance and marching in place. This study aimed to compare clinical gait and balance measures and the risk of falling between patients with COPD-induced BPD and older adult controls and correlate the severity of BPD to gait and balance measures. Methods Gait and balance of fifty-six patients with COPD and 56 older adult controls were measured using the timed up …


อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, ณัฐนรี กิตติมงคลชัย Jan 2023

อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, ณัฐนรี กิตติมงคลชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณา (ได้แก่ มิติด้านความเชี่ยวชาญ มิติด้านความน่าไว้วางใจ และมิติด้านความน่าดึงดูดใจ) และพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น (ได้แก่ ทัศนคติต่อโฆษณา ทัศนคติต่อตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค) และ 2) อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จาก 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24 - 44 ปี ที่เคยซื้อและใช้งานสินค้าเครื่องปรับอากาศ Daikin ภายในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา จำนวน 110 คน และ 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24 - 44 ปี ที่เคยซื้อและบริโภคสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin ภายในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 110 คน รวมทั้งหมด 220 คน ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุด คือ มิติด้านความน่าดึงดูดใจ ขณะที่คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นตัวการ์ตูนที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุด คือ มิติด้านความเชี่ยวชาญ นอกจากนั้น คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด คือ มิติด้านความน่าดึงดูดใจ และคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นตัวการ์ตูนที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด คือ มิติด้านความเชี่ยวชาญ


ผลของการประคบเย็นโดยใช้หมอนข้าวไรซ์เบอรี่ต่อความปวดหลังผ่าตัดเปิดช่องท้องในผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหาร, โชติกา ทองหล่อ, รัตน์ศิริ ทาโต, ปิ่นหทัย ศุภเมธาพร Jan 2023

ผลของการประคบเย็นโดยใช้หมอนข้าวไรซ์เบอรี่ต่อความปวดหลังผ่าตัดเปิดช่องท้องในผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหาร, โชติกา ทองหล่อ, รัตน์ศิริ ทาโต, ปิ่นหทัย ศุภเมธาพร

Journal of Nursing Research, Innovation, and Health

วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความปวดของผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหารหลังผ่าตัดเปิดช่องท้อง ระหว่างกลุ่มทดลองที่ได้รับการใช้หมอนข้าวไรซ์เบอรี่ประคบเย็นและกลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลปกติในวันที่ 1, 2 และ 3 หลังผ่าตัด

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงทดลองรูปแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมและมีการวัดซ้ำ

วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคระบบทางเดินอาหารเกี่ยวกับส่วนของกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ไส้ติ่ง ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และรอรับการผ่าตัดเปิดช่องท้อง ที่รับไว้เป็นผู้ป่วยในหอผู้ป่วยศัลยกรรม โรงพยาบาลระยอง จำนวน 40 คน จับฉลากเข้ากลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ โปรแกรมการประคบเย็นด้วยหมอนข้าวไรซ์เบอรี่ แบบประเมินความปวดมาตรวัดตัวเลข มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน r = .80 และแบบบันทึกการใช้นวัตกรรมหมอนข้าวไรซ์เบอรี่ประคบเย็น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Independent t-test และ Repeated Measured ANOVA

ผลการศึกษา:  ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปิดช่องท้องที่ได้รับการประคบเย็นด้วยหมอนข้าวไรซ์เบอรี่ ในวันที่ 1, 2 และ 3 หลังผ่าตัด มีคะแนนเฉลี่ยความปวดต่ำกว่าผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปิดช่องท้องที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (p <.05)


Self-Medication In Children Population: A Systematic Review And Meta-Analysis, Aye Chan Nyein Thinn Jan 2023

Self-Medication In Children Population: A Systematic Review And Meta-Analysis, Aye Chan Nyein Thinn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Self-medication is defined by the World Health Organization (WHO) as the use of medicines to treat self-recognized symptoms or ailments without consulting a physician. Self-medication practice was found among children either self-practice or with caregiver assistance. This study aimed to assess the prevalence and patterns of self-medication practice in children. This study utilized systematic review and meta-analysis by searching papers published during 2013 to 2022 in PubMed, ScienceDirect, Scopus, and Embase. The two sets of keywords “children” and “self-medication” or “non-prescription” were used. It was found that 4,333 articles were retrieved. After inclusion-exclusion screening, 83 articles were included in the …


การศึกษาวาทกรรมการต่อสู้เพื่ออำนาจในนวนิยายจีนเรื่อง “สามก๊ก”, พันธกานต์ อัศวโชค Jan 2023

การศึกษาวาทกรรมการต่อสู้เพื่ออำนาจในนวนิยายจีนเรื่อง “สามก๊ก”, พันธกานต์ อัศวโชค

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์มุ่งที่จะศึกษาและวิเคราะห์การต่อสู้เพื่ออำนาจที่ประกอบสร้างขึ้นจากวาทกรรมชนชาติและวาทกรรมชนชั้นตามที่ปรากฏในตัวบทภาษาจีนของนวนิยายเรื่องสามก๊ก โดยใช้แนวทางวาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ เพื่อศึกษา กลวิธีทางภาษาที่ใช้ในการประกอบสร้างวาทกรรมทั้งสองชุดนั้น รวมทั้งวิเคราะห์อุดมการณ์ที่สะท้อนผ่านวาทกรรมการต่อสู้เพื่อ อำนาจดังกล่าว ผลการวิจัยพบว่า 1) ในส่วนของวาทกรรมเกี่ยวกับชนชาติเพื่อรักษาอำนาจรัฐในที่ราบภาคกลางจีนโบราณ ตัวบท ในตอนที่ 87-91 ที่ขงเบ้งนำทัพไปพิชิตแดนใต้เพื่อปราบปรามเบ้งเฮ็กซึ่งแสดงพฤติกรรมกระด้างกระเดื่องต่อจ๊กก๊กได้ผลิตซ้าวาทกรรมที่เรียกว่า 华夷之辨 อันสะท้อนถึงอุดมการณ์ 天下 ที่จัดวางให้ 华夏 อยู่ในสถานะตำแหน่งที่เหนือกว่ากลุ่มชนชาติ อื่นๆ และถูกใช้เป็นเครื่องมือในธำรงรักษาไว้ซึ่งอิทธิพลของอำนาจรัฐในที่ราบภาคกลางจีนโบราณที่มีต่อกลุ่มชนชาติอื่นๆ ที่อยู่ โดยรอบ 2) ในส่วนของวาทกรรมเกี่ยวกับชนชั้นที่มีความแตกต่างทางลำดับชั้นสถานะระหว่างกษัตริย์กับขุนนางและระหว่างบิดา กับบุตรตามหลัก 三纲 นวนิยายสามก๊กได้ผลิตซ้ำการประกอบสร้างวาทกรรมเกี่ยวกับชนชั้นดังกล่าวในประเด็นการส่งมอบและ สืบต่ออำนาจของชนชั้นปกครองภายใต้ระบบ 宗法制 อันสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่มีลำดับชั้นภายในชนชั้นปกครองในสังคม ปิตาธิปไตยจีนโบราณที่มีลัทธิขงจื๊อเป็นอุดมการณ์แห่งรัฐ ซึ่งในที่นี้สามารถแยกออกเป็น 2 กรณีหลักๆ ได้แก่ 1. การสืบทอด ตำแหน่งที่มาจากการช่วงชิงราชบัลลังก์ และ 2. การสืบทอดวงศ์ตระกูลภายใต้ระบบ 宗法制 3) ในส่วนของวาทกรรมเกี่ยวกับ ชนชั้นที่มีความแตกต่างทางลำดับชั้นสถานะระหว่างสามีกับภรรยา (หรือระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงในภาพรวม) ตามหลัก 三纲 นวนิยายสามก๊กได้ผลิตซ้ำชุดความคิด 男尊女卑 ในการประกอบสร้างวาทกรรมเกี่ยวกับชนชั้นดังกล่าวในประเด็นภาพแทน ผู้หญิงในสังคมศักดินาของจีนที่มีลัทธิขงจื๊อเป็นอุดมการณ์แห่งรัฐที่สะท้อนผ่านตัวละครหญิงซึ่งปรากฏอยู่บ้างในบางตัวบท ของนวนิยาย และถูกใช้เป็นเครื่องมือในการรักษาลำดับชั้นสถานะของผู้ชายหรือสามีที่อยู่เหนือกว่าผู้หญิงหรือภรรยา ซึ่งในที่นี้ สามารถแยกออกเป็น 2 กรณีหลักๆ เช่นกัน ได้แก่ 1. การประกอบสร้างวาทกรรมเกี่ยวกับตัวละครหญิงที่เป็นภาพแทนผู้หญิงที่ไม่ ถูกผูกมัดด้วยหลักคำสอนของลัทธิขงจื๊อ และ 2. การประกอบสร้างวาทกรรมเกี่ยวกับตัวละครหญิงที่เป็นภาพแทนผู้หญิงตาม หลักคำสอนของลัทธิขงจื๊อ สำหรับกลวิธีทางภาษาที่ใช้ประกอบสร้างวาทกรรมการต่อสู้เพื่ออำนาจในประเด็นต่างๆ ดังกล่าว ข้างต้น พบว่ามีการใช้กลวิธีทางภาษาที่หลากหลาย เช่น การเลือกใช้คำศัพท์ การกล่าวอ้าง การเล่าเรื่อง การใช้ความเปรียบ อุปมา อุปลักษณ์ นามนัย โวหารเกินจริง เป็นต้น


Revisiting The Geography Of Globalisation In The Covid-19 Pandemic Using Risk Theory, Kunphatu Sakwit Jan 2023

Revisiting The Geography Of Globalisation In The Covid-19 Pandemic Using Risk Theory, Kunphatu Sakwit

Journal of Social Sciences

My review paper is part of Covid-IAS Project, funded by National Research Council of Thailand. The paper focuses on the geography of globalisation in the Covid -19 pandemic. I employ Ulrich Beck’s concept of risk society to critically examine geography. Although Beck is not a geography theorist, his theory can be used extensively and alternatively to study the geography of globalisation. By drawing upon Beck, I argue that the geography of globalisation in the context of Covid -19 displays forms of dependency upon the politics of knowledge about Covid -19 vaccines. With the production of knowledge, the vaccines have caused …


เศรษฐกิจพอเพียงกรอบคิดการพัฒนาชุมชนชาติพันธุ์ของรัฐไทย : ศึกษาความเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิต กิจกรรมทางเศรษฐกิจ บริบททางสังคมและชุมชนของชนเผ่าในบริเวณศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จังหวัดเชียงใหม่, วสันต์ ปวนปันวงศ์ Jan 2023

เศรษฐกิจพอเพียงกรอบคิดการพัฒนาชุมชนชาติพันธุ์ของรัฐไทย : ศึกษาความเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิต กิจกรรมทางเศรษฐกิจ บริบททางสังคมและชุมชนของชนเผ่าในบริเวณศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จังหวัดเชียงใหม่, วสันต์ ปวนปันวงศ์

Journal of Social Sciences

บทความวิจัยฉบับนี้สะท้อนให้เห็นความซับซ้อนด้านอุดมการณ์ของรัฐผ่านวาทกรรมการพัฒนาพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ชายขอบ และกลุ่มชาติพันธุ์ ว่าท้ายสุดแล้วประเด็นเรื่องการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางพัฒนานั้นมีความเป็นไปได้มากเพียงใดและความสัมพันธ์ระหว่างโครงการหลวงหนองหอยกับชุมชนชาติพันธุ์มีทิศทางการพัฒนาและการตอบสนองอย่างไร จึงนำไปสู่วัตุประสงค์กล่าวคือ เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิต กิจกรรมทางเศรษฐกิจ บริบททางสังคมและชุมชนของชนเผ่าในบริเวณศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จังหวัดเชียงใหม่บนกรอบคิดการพัฒนาชุมชนชาติพันธุ์ของรัฐไทยภายใต้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การศึกษาดังกล่าวเลือกนำเสนอข้อมูลที่ได้จากการวิจัยเชิงคุณภาพซึ่งมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลทั้งภาครัฐและภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง ข้อค้นพบในงานวิจัย คือ หน่วยงานภาครัฐและนโยบายรัฐส่วนกลางก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต และระบบเศรษฐกิจ อย่างมากต่อชาติพันธุ์ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นลักษณะของการคุกคามและบังคับแต่เป็น “การเกื้อหนุนกัน” ซึ่งกันและกันระหว่างโครงการหลวงในฐานะหน่วยงานของรัฐในการนำนโยบายจากรัฐเข้าสู่พื้นที่ชายขอบที่ห่างไกลอำนาจรัฐผ่านวาทกรรมการพัฒนา


การเปลี่ยนแปลงระเบียบราชการส่วนกลางที่มีผลต่อการใช้เงินสะสมของ อปท. ขนาดใหญ่ในการจัดบริการสาธารณะ, ชฎิล โรจนานนท์, นภา วรวรางกูร Jan 2023

การเปลี่ยนแปลงระเบียบราชการส่วนกลางที่มีผลต่อการใช้เงินสะสมของ อปท. ขนาดใหญ่ในการจัดบริการสาธารณะ, ชฎิล โรจนานนท์, นภา วรวรางกูร

Journal of Social Sciences

เงินสะสมของ อปท. ในปัจจุบันมีปริมาณอยู่ในระดับสูง ถือเป็นการสูญเสียโอกาสการพัฒนาของท้องถิ่น โดยเฉพาะ อปท. ขนาดใหญ่ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ ปี พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมก่อนปี พ.ศ. 2561 เป็นระเบียบส่วนกลางกำหนดโครงสร้างเงินสะสมที่ซ้ำซ้อน ขาดความยืดหยุ่น มีพื้นที่การคลัง (Fiscal Space) ที่จำกัด การออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ (ฉบับที่ 4) ปี พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นระเบียบส่วนกลางที่ปรับโครงสร้างสัดส่วนในการกันทุนสำรองเงินสะสมมาอยู่ที่ร้อยละ 15 นำไปสู่การเพิ่มพื้นที่การคลังในการจัดบริการสาธารณะ จากการทดสอบทางสถิติจากกลุ่ม อปท. ขนาดใหญ่ จำนวน 30 แห่ง พบว่าระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ พ.ศ. 2561 มีส่วนทำให้พื้นที่การคลังเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นดังกล่าวไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมให้ อปท. ได้ใช้เงินสะสมเพิ่มขึ้น การใช้เงินสะสมส่วนใหญ่เป็นการใช้เพื่อการบริหารองค์กรซึ่งเป็นการใช้เงินสะสมนอกโครงสร้างเงินสะสม นอกจากนี้ อาจมีปัจจัยอื่น ๆ นอกเหนือจากระเบียบส่วนกลางที่มีเป็นปัจจัยผลักดันให้ อปท. ได้นำเงินสะสมมาใช้จ่าย


พลวัตของปฏิบัติการไม่ใช้ความรุนแรงในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง : กรณีศึกษาการเคลื่อนไหวของเยาวชนในปี 2563-2564, บุญเลิศ วิเศษปรีชา, อุเชนทร์ เชียงเสน Jan 2023

พลวัตของปฏิบัติการไม่ใช้ความรุนแรงในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง : กรณีศึกษาการเคลื่อนไหวของเยาวชนในปี 2563-2564, บุญเลิศ วิเศษปรีชา, อุเชนทร์ เชียงเสน

Journal of Social Sciences

บทความวิจัยชิ้นนี้ นำเสนอสันติวิธีในทางปฏิบัติในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง กรณีการเคลื่อนไหวของขบวนการเยาวชนช่วงปี 2563-2564 เพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไขในทางปฏิบัติที่ทำให้ขบวนการเคลื่อนไหวที่เริ่มต้นจากความตั้งใจที่จะใช้สันติวิธี แต่ต่อมามีผู้ใช้ความรุนแรงเชิงตอบโต้แบบไม่มีอาวุธร่วมด้วย งานวิจัยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูล 60 คน จัดกิจกรรมสนทนากลุ่ม และใช้แนวคิดปฏิบัติการไม่ใช้ความรุนแรงที่ให้ความสำคัญกับความรู้จากประสบการณ์ของผู้เคลื่อนไหว และการรับมือของรัฐ

บทความนำเสนอสามประเด็น คือ หนึ่ง การยกระดับความรุนแรงเกิดจากปฏิสัมพันธ์โต้ตอบระหว่างฝ่ายรัฐกับผู้ชุมนุม ทั้งสองฝ่ายจึงมีส่วนต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น สอง ความรู้จากภาคปฏิบัติของนักกิจกรรมพบว่า ผู้ร่วมเคลื่อนไหวบางส่วนต้องการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ การห้ามปรามจึงไร้ผล ทางเลือกที่ทำได้คือ ช่วยให้ผู้ชุมนุมที่ไม่ต้องการปะทะได้ออกจากพื้นที่เสี่ยง สาม รัฐสามารถสลายการเคลื่อนไหวแล้วไม่เสียความชอบธรรม เพราะใช้วิธีการปราบปรามอย่างชาญฉลาด