Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 3301 - 3330 of 37638

Full-Text Articles in Entire DC Network

การพัฒนาเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงด้านทักษะการฟังเพื่อจับใจความและสื่อความหมายของผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น, อริศราภรณ์ เอเวอลีณ หนูจรเพชร Jan 2024

การพัฒนาเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงด้านทักษะการฟังเพื่อจับใจความและสื่อความหมายของผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น, อริศราภรณ์ เอเวอลีณ หนูจรเพชร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์องค์ประกอบด้านเนื้อหาและด้านรูปแบบของเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงด้านการฟังเพื่อจับใจความและสื่อความหมายที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพของผู้เรียนในชั้นประถมศึกษาตอนต้น (2) พัฒนาเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงด้านการฟังเพื่อจับใจความและสื่อความหมาย ฯ และ (3) ตรวจคุณภาพเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงด้านทักษะการฟังเพื่อจับใจความและสื่อความหมาย ฯ ใช้การวิจัยเชิงผสมผสานวิธี (Exploratory Sequential Mixed Methods Design) แบ่งเป็น 2 ระยะการวิจัย ได้แก่ ระยะพัฒนาเครื่องมือ ประกอบด้วย (1) แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับทักษะการฟังเพื่อจับใจความในผู้เรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น (สำหรับครูผู้สอน) (2) แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับทักษะการฟังเพื่อจับใจความในผู้เรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น (สำหรับผู้เชี่ยวชาญ) (3) เครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงด้านทักษะการฟังเพื่อจับใจความและสื่อความหมาย ฯ และ (4) แบบทดสอบการฟังเพื่อจับใจความและสื่อความหมายฯ ที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา ระยะทดลองใช้เครื่องมือ ประกอบด้วย (1) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นเกี่ยวกับเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงด้านทักษะการฟังเพื่อจับใจความและสื่อความหมาย ฯ และ (2) เครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงด้านทักษะการฟังเพื่อจับใจความและสื่อความหมาย ฯ ผลการวิจัยพบว่า (1) เครื่องมือพัฒนาในรูปแบบรายการตรวจสอบ (Checklist) จำนวน 20 ข้อ ครอบคลุมพฤติกรรมการฟัง 7 ด้าน ได้แก่ การตอบคำถาม การปฏิบัติตามคำสั่ง การถ่ายทอดสาร ความสนใจ สมาธิ การสรุปใจความ และการตั้งคำถามตรงประเด็น พร้อมระบบให้คะแนน 3 ระดับ ได้แก่ ไม่เคย บางครั้ง และบ่อยครั้ง (2) เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ มีค่าดัชนีความตรง (IOC) อยู่ในช่วง 0.60–1.00 และ (3) ผลการวิเคราะห์คุณภาพพบว่าค่าความยากเฉลี่ย 0.68 อำนาจจำแนก 0.67 ค่า CITC ระหว่าง .86–.97 และค่าความเที่ยง Cronbach’s alpha เท่ากับ .99 แสดงถึงคุณภาพของเครื่องมือในระดับสูง อีกทั้งมีความตรงตามสภาพในระดับปานกลาง (r = .471, p < .05) สามารถจำแนกผู้เรียนกลุ่มเสี่ยงได้แม่นยำ และได้รับความเห็นจากครูผู้ใช้จริงว่าเหมาะสม ใช้งานสะดวก และช่วยให้สามารถคัดกรองพฤติกรรมการฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้านเวลา


การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาเพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อตนเองของนักเรียนเตรียมทหาร, ศรัญยู คงขาว Jan 2024

การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาเพื่อเสริมสร้างการอ่านเพื่อความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อตนเองของนักเรียนเตรียมทหาร, ศรัญยู คงขาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษา และ 2) ศึกษาผลการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษา ตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 1 จำนวน 33 นาย โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบวัดการรู้เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อตนเองและการอ่านเพื่อความเข้าใจ 2) แบบวัดความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อตนเอง 3) แบบประเมินพฤติกรรมความรับผิดชอบต่อตนเอง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ แผนการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาที่พัฒนาขึ้น มี 4 องค์ประกอบ คือ (1) วัตถุประสงค์การจัดการเรียนรู้ (2) เนื้อหาสาระและสื่อ (3) ขั้นการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ ขั้นเตรียม : การเลือกวรรณกรรมที่เสริมสร้างความรับผิดชอบ ขั้นสร้างความตระหนักรู้เรื่องความรับผิดชอบ และขั้นสร้างความเข้าใจในการอ่านวรรณกรรมเพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบ และ (4) การวัดและประเมินผล และ 2) ผลการจัดการเรียนรู้วรรณกรรมไทยตามแนวคิดคุณลักษณศึกษาโดยใช้การจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นพบว่า หลังการจัดการเรียนรู้ความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อตนเองของนักเรียนเตรียมทหารสูงกว่าก่อนจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


การศึกษาแนวปฏิบัติการสอนนักเรียนด้อยเปรียบของครูที่มีกรอบความคิดเติบโตในรายวิชาวิทยาศาสตร์, ศุภลักษณ์ พันเจริญ Jan 2024

การศึกษาแนวปฏิบัติการสอนนักเรียนด้อยเปรียบของครูที่มีกรอบความคิดเติบโตในรายวิชาวิทยาศาสตร์, ศุภลักษณ์ พันเจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจกรอบความคิดเติบโตของครูที่สอนวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนด้อยเปรียบ กลุ่มที่ศึกษาคือ ครูที่สอนวิทยาศาสตร์ ในโรงเรียนขนาดเล็กและเป็นโรงเรียนในชนบท สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราชเขต 2 จำนวน 40 คน จาก 40 โรงเรียนขนาดเล็กในชนบท อ้างอิงข้อมูลจากฐานข้อมูลโรงเรียนของเขตพื้นที่การศึกษา โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยระยะนี้ ได้แก่ แบบวัดกรอบความคิดเติบโตและแบบสัมภาษณ์กรอบความคิดเติบโต วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหา ร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เนื้อหา และนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาการเลือกกลุ่มที่ศึกษาในเชิงลึกในระยะที่ 2 ส่วนในระยะที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสอดคล้องของการปฏิบัติการสอนวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนด้อยเปรียบของครูที่มีกรอบความคิดเติบโตกับแนวปฏิบัติการสอนแบบกรอบความคิดเติบโตและเพื่อสังเคราะห์แนวปฏิบัติการสอนในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์แบบกรอบความคิดเติบโต กลุ่มที่ศึกษาในเชิงลึก คือกลุ่มครูที่สอนวิทยาศาสตร์ ที่ได้จากการคัดเลือกในระยะที่ 1 จำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยระยะนี้ ได้แก่ แบบสังเกตการสอนในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ แบบสัมภาษณ์ครูที่สอนวิทยาศาสตร์หลังสังเกตการสอน และแบบสัมภาษณ์นักเรียนที่เรียนวิทยาศาสตร์หลังสังเกตการสอน จำนวน 3 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยระยะที่ 1 พบว่า ครูที่สอนวิทยาศาสตร์มีกรอบความคิดเติบโตในภาพรวมอยู่ในระดับสูง และเมื่อพิจารณาข้อมูลจากการให้สัมภาษณ์ของครูที่สอนวิทยาศาสตร์ที่มีคะแนนกรอบความคิดเติบโตสูง ใน 10 อันดับแรก เพื่อให้เห็นถึงลักษณะการมีกรอบความคิดเติบโตที่ชัดขึ้นในมิติของความเชื่อในการพัฒนาความสามารถและความพยายามเมื่อเจอปัญหาหรืออุปสรรค พบว่า ถึงแม้จะมีกรอบความคิดเติบโตอยู่ในระดับสูงขึ้นไปทุกคน แต่จากการสัมภาษณ์นั้นพบประเด็นที่แสดงออกถึงความแตกต่างในลักษณะของการมีกรอบความคิดเติบโต โดยผู้วิจัยจัดกลุ่มครูที่ให้สัมภาษณ์ตามลักษณะบทสัมภาษณ์ออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่สื่อสารให้เห็นลักษณะของการมีกรอบความคิดเติบโตได้อย่างเด่นชัดมาก, ปานกลาง, ไม่เด่นชัด และกำลังลดน้อยลง ระยะที่ 2 พบว่า การปฏิบัติการสอนวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนด้อยเปรียบของครูที่มีกรอบความคิดเติบโตส่วนใหญ่นั้น มีความสอดคล้องกับแนวปฏิบัติการสอนแบบกรอบความคิดเติบโต โดยครูกลุ่มนี้สามารถถ่ายทอดลักษณะการมีกรอบความคิดเติบโตผ่านการสอนในชั้นเรียนได้ มีความพยายามเข้าใจอุปสรรคและพยายามเรียนรู้ที่จะพัฒนาการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง อีกทั้งยังส่งผลให้นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อตัวครูและต่อการเรียนวิทยาศาสตร์


การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษา, รัฐศาสตร์ คำผุย Jan 2024

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษา, รัฐศาสตร์ คำผุย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษา 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยที่มีต่อความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียน โดยเปรียบเทียบความสามารถด้านศัพท์ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และศึกษาความสามารถด้านศัพท์ของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และ 3) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้จากความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จำนวน 1 ห้องเรียน ทั้งหมด 35 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 4 ชนิด คือ 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนประถมศึกษา 2) แบบวัดความสามารถด้านศัพท์ 3) แบบบันทึกการเรียนรู้ศัพท์ และ 4) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย (M) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) การทดสอบค่าที (Dependent t-test) การลงรหัสเชิงอนุมาน (Deductive coding) และการวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นเพื่อบูรณาการคำศัพท์ภาษาอังกฤษกับการละเล่นพื้นบ้านไทย ประกอบด้วย 5 ชุดกิจกรรม ซึ่งครอบคลุมคำศัพท์ในชีวิตประจำวัน ดำเนินการสอนตามแผน 6 ขั้นตอน โดยมีเพลงภาษาอังกฤษที่แต่งขึ้นใหม่เพื่อใช้ประกอบการละเล่น พร้อมด้วยคู่มือครู สื่อการเรียนรู้ และแบบประเมินผล 2. คะแนนความสามารถด้านศัพท์หลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. นักเรียนมีความสามารถด้านศัพท์ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยสามารถก้าวข้ามความท้าทายในระยะแรก ทั้งการสะกดคำ ระบุประเภทของศัพท์ที่ผิด และการไม่มั่นใจที่จะพูด ไปสู่ความแม่นยำและความคล่องแคล่วในการใช้ศัพท์ทั้งด้านการฟังและการพูดในระยะหลัง 4. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้เชิงบวก ที่กระตุ้น การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ ซึ่งส่งเสริมความมั่นใจในการสื่อสารและทัศนคติที่ดีของนักเรียน นอกจากนี้ กิจกรรมที่เน้นการเล่นเป็นกลุ่มยังเอื้อต่อการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน และทำให้การจดจำคำศัพท์ยั่งยืน ผ่านการทบทวนซ้ำในรูปแบบที่สนุกสนานและมีประสิทธิภาพ


Border Brides From Southeast Asia To China : Is The Hidden Trafficking Crime Being Rationalized, Xi Chen Jan 2024

Border Brides From Southeast Asia To China : Is The Hidden Trafficking Crime Being Rationalized, Xi Chen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Along the border between China and the Peninsula of Southeast Asia, Myanmar, Laos and Vietnam are the three countries most closely linked to China, not only for geopolitical relations, but also for the similarities between different economies, societies and ethnic cultures. With the wave of globalization comes a huge number of economic opportunities and the mobility of people from other countries and ethnicities to pursue economic benefits first and foremost. There are limited opportunities for legitimate and recognized jobs through official procedures, especially in a country where the demographic dividend is a major advantage, and where human capital is not …


หลับใหลเพื่อหล่อหลอมตัวตน : การนอนหลับกับการสร้างความเป็นอื่นและความเหลื่อมล้ำทางด้านเชื้อชาติ ชนชั้น และเพศสภาพ ในนวนิยายเรื่อง My Year Of Rest And Relaxation ของ Ottessa Moshfegh, เปมิกา อนุรักษ์เลขา Jan 2024

หลับใหลเพื่อหล่อหลอมตัวตน : การนอนหลับกับการสร้างความเป็นอื่นและความเหลื่อมล้ำทางด้านเชื้อชาติ ชนชั้น และเพศสภาพ ในนวนิยายเรื่อง My Year Of Rest And Relaxation ของ Ottessa Moshfegh, เปมิกา อนุรักษ์เลขา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาบทบาทของ “การนอนหลับ” ในนวนิยายเรื่อง My Year of Rest and Relaxation (2018) ของ Ottessa Moshfegh โดยวิเคราะห์ว่าการนอนหลับในเรื่องดังกล่าวมิได้เป็นเพียงกลไกในการหลีกหนีจากสังคมและเยียวยาบาดแผลทางจิตใจเพื่อนำไปสู่การหล่อหลอมตัวตนแบบใหม่ที่พึงปรารถนาเท่านั้น หากยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการยืนยันสถานะความเป็นอภิสิทธิ์ชน และในการสร้างความเป็นอื่นและความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติ ชนชั้น และเพศสภาพ ซึ่งนำไปสู่การต่อรองทางอัตลักษณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นได้จากการวิเคราะห์ภูมิหลังทางครอบครัว ตลอดจนแนวคิดและการกระทำของตัวละครเอกซึ่งเป็นหญิงผิวขาวชนชั้นสูงในสังคมอเมริกัน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเอกกับตัวละครอื่น ๆ ที่แวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับของตัวละครเอก ผลการวิเคราะห์ยังแสดงให้เห็นว่าฉากหลังของเรื่อง—ซึ่งเกิดขึ้นในเขตแมนแฮตตันในมหานครนิวยอร์กและครอบคลุมช่วงเวลาก่อนและระหว่างเหตุการณ์ 9/11—อาจสะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างความเหลื่อมล้ำที่ปรากฏในระดับความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครกับความเหลื่อมล้ำในสังคมวงกว้าง


Strategies For Implementing Improvisational Music Therapy For Adults With Depression : A Scoping Review, Renjie Wu Jan 2024

Strategies For Implementing Improvisational Music Therapy For Adults With Depression : A Scoping Review, Renjie Wu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Depression affects over 280 million people worldwide, and some individuals are resistant to verbal-based therapies, prompting interest in non-pharmacological approaches such as improvisational music therapy (IMT). This scoping review aimed to map and synthesize existing strategies used by music therapists when implementing IMT for adults with depressive symptoms. Following Arksey and O’Malley’s framework, we searched five electronic databases (Scopus, PubMed, APA PsycArticles, ERIC, EBSCOhost) and hand‑searched eight music therapy journals for English‑language studies published between 2000 and 2025. Fourteen studies (2008–2024)—including eight randomized controlled trials, five mixed‑methods investigations, and one qualitative process evaluation—met inclusion criteria. These studies, conducted primarily in …


การใช้และการเลี่ยงใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกในภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ: การวิเคราะห์ผ่านคลังข้อมูลคู่ขนานจากเรื่อง Harry Potter, เตชินี นาคจำรัสศรี Jan 2024

การใช้และการเลี่ยงใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกในภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ: การวิเคราะห์ผ่านคลังข้อมูลคู่ขนานจากเรื่อง Harry Potter, เตชินี นาคจำรัสศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะการใช้และการเลี่ยงใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกในภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ประเด็นเกี่ยวกับสัดส่วนการใช้ จุดร่วมการใช้ ลักษณะการใช้ที่พบเฉพาะในแต่ละภาษา และลักษณะการเลี่ยงใช้ในแต่ละภาษา งานวิจัยนี้วิเคราะห์ผ่านคลังข้อมูลคู่ขนานที่ทำการเก็บข้อมูลจากเรื่อง “แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน” ผลการวิจัยพบว่า ภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษมีการใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกในสัดส่วนที่มากและใกล้เคียงกัน ในขณะที่ภาษาไทยพบสัดส่วนการใช้ที่น้อยกว่าอีกสองภาษา ส่วนจุดร่วมในการใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกของทั้งสามภาษาคือคำกริยาที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประธานของประโยคและมีความเป็นสกรรมสูง โดยมีแนวโน้มเป็นคำกริยาความหมายเชิงลบ และประธานที่ใช้มักเป็นคำนามที่มีชีวิต ส่วนลักษณะการใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกที่พบเฉพาะในแต่ละภาษา กรณีภาษาไทยพบลักษณะการบรรยายผลลัพธ์จากการถูกกระทำร่วมกับหน่วยสร้างกรรมวาจกโดยใช้โครงสร้าง “ถูก+กริยา(กระทำ)+ผลลัพธ์” กรณีภาษาญี่ปุ่นใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกเพื่อรักษาความเป็นประธานต่อเนื่องของประโยค (subject continuity) และกรณีภาษาอังกฤษใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกร่วมกับคำนามที่ไม่มีชีวิต ส่วนลักษณะการเลี่ยงใช้หน่วยสร้างกรรมวาจก กรณีภาษาญี่ปุ่นเลี่ยงใช้หน่วยสร้างกรรมวาจกโดยใช้คำนามมากที่สุด ส่วนภาษาอังกฤษจะเลี่ยงใช้โดยใช้บุรุษสรรพนามร่วมกับหน่วยสร้างกรรตุวาจก ในขณะที่ภาษาไทยพบประเภทของหน่วยสร้างที่นำมาใช้ทดแทนหน่วยสร้างกรรมวาจกได้มากที่สุด เช่น หน่วยสร้าง “มี”, หน่วยสร้างกรรตุวาจก, หน่วยสร้าง “ให้” เป็นต้น โดยหน่วยสร้าง “มี” เป็นหน่วยสร้างที่สามารถใช้ทดแทนหน่วยสร้างกรรมวาจก “ถูก” ได้ในระดับหนึ่ง


Curatorial Practice Project Of Traditional Chinese Opera Exhibition: Modern Shandong Bangzi Opera In Qufu, Jing Yang Jan 2024

Curatorial Practice Project Of Traditional Chinese Opera Exhibition: Modern Shandong Bangzi Opera In Qufu, Jing Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Shandong Bangzi Opera, a traditional Chinese opera originating from the Shandong region, has received significant attention for its preservation and development in Qufu, the birthplace of Confucian culture. This art form is characterized by its passionate singing, bold performance style, and authentic Southwest Lu dialect. It reflects the character and social life of the Southwest Lu people, and demonstrates the profound influence of Confucian culture on local society and interpersonal relationships. Despite challenges such as an aging audience and limited transmission methods, Shandong Bangzi Opera is being revitalized through innovative practices, including multimedia technology and modern stage techniques. This study …


Semiotic Resources And Ideological Construction In Southeast Asian Femvertising, Qian Zhang Jan 2024

Semiotic Resources And Ideological Construction In Southeast Asian Femvertising, Qian Zhang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Femvertising, the practice of integrating feminist messaging into advertising, has emerged as a powerful strategy for challenging gender stereotypes and promoting women's empowerment. However, its adaptation in Southeast Asia poses unique challenges due to the region's diverse cultural and religious norms. This research investigates how semiotic resources in Femvertising campaigns from Thailand, Malaysia, and Singapore construct empowerment narratives while addressing local cultural contexts. Combining a systematic literature review with social semiotic analysis, this study explores the visual and linguistic elements in Femvertising campaigns, highlighting their dual role in challenging stereotypes and reinforcing consumerist ideologies. Findings reveal that while these campaigns …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Chinese Intangible Cultural Heritage Of Shaanxi Paper-Cut, "Blossom", Xiaonan Zhou Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Chinese Intangible Cultural Heritage Of Shaanxi Paper-Cut, "Blossom", Xiaonan Zhou

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This indepentdent study explores the protection, inheritance, and innovation of traditional skills through curatorial practice, using the "Blossom" exhibition of Shaanxi paper-cutting art, an intangible cultural heritage of Shaanxi Province, China, as its research object. Through literature analysis and case comparison, the study systematically organizes the historical origins, regional characteristics, and inheritance status of Chinese paper-cutting art, with a specific focus on the bold artistic style and cultural connotations of Shaanxi paper-cutting. Drawing on examples like the "Blooming on Paper" European Paper-cutting Exhibition and the Sixth Yunnan Paper-cutting Art Exhibition, the study proposes that curatorial practice should balance historical inheritance …


การศึกษาขนบการตั้งชื่อท่าไม้ตายในมังงะฉบับภาษาญี่ปุ่นและฉบับแปลภาษาไทย, ศุภิสรา สิทธิเวช Jan 2024

การศึกษาขนบการตั้งชื่อท่าไม้ตายในมังงะฉบับภาษาญี่ปุ่นและฉบับแปลภาษาไทย, ศุภิสรา สิทธิเวช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาการตั้งชื่อท่าไม้ตายที่พบในหนังสือการ์ตูนหรือมังงะทั้งในฉบับภาษาญี่ปุ่นและฉบับแปลภาษาไทยว่ามีขนบการตั้งชื่ออย่างไร และเมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้วจะมีการใช้ขนบหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ผู้วิจัยรวบรวมกับศึกษาท่าไม้ตายในมังงะภาษาญี่ปุ่นจำนวน 16 เรื่อง และศึกษาฉบับแปลภาษาไทยจำนวน 10 เรื่อง รวมทั้งหมด 1,435 ท่าในฉบับภาษาญี่ปุ่น และ 636 ท่าในฉบับภาษาไทย และได้ทำการวิเคราะห์ประเด็นหลักทั้งสองภาษาโดยรวมจำนวน 8 ประเด็นได้แก่ 1) จำนวนคำ 2) วลีชื่อเฉพาะ 3) หน่วยเสียงพยางค์ 4) รูปเขียนตัวอักษร 5) ตัวอักษรรูบิ (ルビ) 6) ภาพพื้นหลังกับเครื่องหมาย 7) การใช้ภาษาบาลี - สันสกฤตในชื่อภาษาไทย 8) กลวิธีการแปลชื่อท่าไม้ตาย นอกจากนี้ผู้วิจัยศึกษาว่าขนบการตั้งชื่อท่าไม้ตายมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาหรือไม่ด้วย ผลการวิจัยพบว่า 1) จำนวนคำในท่าไม้ตายภาษาญี่ปุ่นจะนิยมการใช้ 2 คำ เพื่อความกระชับ ในขณะที่ชื่อภาษาไทยจะมีการใช้จำนวนคำที่ยาวกว่า 2) วลีชื่อเฉพาะในท่าไม้ตายภาษาญี่ปุ่นนิยมใช้คำนามกับคำนาม ในขณะที่ภาษาไทยนิยมใช้คำกริยากับคำนามมากกว่าเพื่อขายความให้คนไทยเข้าใจ 3) หน่วยเสียงพยางค์ของทั้งสองภาษานิยมการใช้ 10 พยางค์ขึ้นไป แต่ฉบับภาษาไทยจะนิยมการใช้ 5-6 พยางค์ในแต่ละเรื่องมากกว่า 4) ชื่อท่าไม้ตายภาษาญี่ปุ่นนิยมตัวอักษรคันจิมากที่สุด รองลงมาคือคาตากานะและฮิรางานะกับคันจิ 5) ตัวอักษรรูบินิยมการใช้ตัวอักษรฮิรางานะเพื่อบอกวิธีอ่านทั่วไปมากกว่า 6) ภาพพื้นหลังกับเครื่องหมายมีความสัมพันธ์กับชื่อท่าไม้ตาย และการใช้เครื่องหมายก็มีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาด้วย 7) ภาษาบาลี-สันสกฤตพบการนิยมใช้ในชื่อของท่าไม้ตายฉบับแปล และการเลือกใช้จะขึ้นกับรูปแบบการแปลของผู้แปลแต่ละคนหรือสำนักพิมพ์นั้นๆ 8) กลวิธีการแปลนิยมการแปลแบบตรงตัวมากที่สุด นอกจากนี้ยังพบการแปลที่สร้างคำศัพท์ใหม่โดยอิงจากภาพพื้นหลังหรือบริบทของเนื้อเรื่องด้วย 9) ท่าไม้ตายในช่วงยุคค.ศ. 1980 จะเน้นรูปภาพที่แสดงถึงการตะโกนเสียงดังมากกว่า และท่าไม้ตายที่มีขนาดสั้น อย่างไรก็ตามท่าไม้ตายในยุคค.ศ. 2000 นั้นนิยมการใช้คำบรรยายมากกว่า และชื่อท่าไม้ตายมีความยาวมากขึ้นด้วย


การศึกษากลวิธีการแปลอติพจน์ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan หรือ เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์, สุตาภัทร อรุณนวล Jan 2024

การศึกษากลวิธีการแปลอติพจน์ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan หรือ เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์, สุตาภัทร อรุณนวล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาศึกษากลวิธีการแปลประโยคอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan (2513) และฉบับแปลภาษาไทย เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์ (2559) รวมถึงปัจจัยทางวัฒนธรรมบางประการที่ส่งผลต่อการแปลอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ผู้วิจัยได้คัดเลือกประโยคที่ปรากฏการใช้อติพจน์จำนวน 60 ประโยค ตามแนวทางการจำแนกประเภทอติพจน์ของ Claudia Claridge (2011) และใช้กรอบการวิเคราะห์แนวทางการแปลความเปรียบและสำนวนภาษา (Trope Change) ของ Andrew Chesterman (2001) จากการจำแนกประเภทอติพจน์ที่ปรากฏในประโยคต้นฉบับภาษาอังกฤษ จำนวน 60 ประโยค พบอติพจน์ในตัวบทต้นฉบับ 6 ประเภท ได้แก่ อติพจน์แบบคำเดียว อติพจน์ระดับวลี อติพจน์ระดับอนุประโยค อติพจน์ที่แสดงจำนวน การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด และการใช้การเปรียบเทียบ โดยแบ่งเป็นอติพจน์ประเภทเดียวประโยคจำนวน 53 ประโยค และใช้อติพจน์มากกว่าหนึ่งประเภทร่วมกัน จำนวน 7 ประโยค จากการวิเคราะห์พบว่ากลวิธีที่ผู้แปลเลือกใช้ในการแปลประโยคอติพจน์ที่คัดสรรจำนวน 67 แห่ง มีทั้งหมด 3 กลวิธี ได้แก่ การรักษาอติพจน์หรือใช้สำนวนภาษาประเภทเดิม (55 แห่ง) เปลี่ยนไปใช้อติพจน์หรือสำนวนภาษาประเภทอื่น (3 ครั้ง) และแปลโดยไม่เก็บอติพจน์หรือสำนวนภาษา (9 แห่ง) โดยกลวิธีที่พบมากที่สุดคือ คงความเปรียบหรือสำนวนภาษาประเภทเดิม นอกจากนี้ยังพบว่าประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ เป็นปัจจัยทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการแปลอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งผู้แปลเลือกใช้กลวิธีการกรองทางวัฒนธรรม (cultural filtering) ควบคู่กับการคงความเปรียบหรือสำนวนภาษาประเภทเดิม โดยใช้คำที่มีความหมายต่างกัน หากแต่ยังมีความเชื่อมโยงกันในแง่ของการสื่อความ จึงทำให้เห็นภาพการเปรียบเทียบไปในทำนองเดียวกันกับต้นฉบับโดยหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่สื่อความทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทวัฒนธรรมไทย


แนวทางการแปลข้อความแสดงอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในบทความสารคดีของนิตยสาร National Geographic จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, สริตา บูรณะสัมฤทธิ Jan 2024

แนวทางการแปลข้อความแสดงอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในบทความสารคดีของนิตยสาร National Geographic จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, สริตา บูรณะสัมฤทธิ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในตัวบทสารคดีวิทยาศาสตร์จากนิตยสาร National Geographic และกลวิธีการถ่ายทอดอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์จากต้นฉบับอังกฤษไปยังฉบับแปลภาษาไทย ผู้วิจัยศึกษาแนวคิดอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ของ Lakoff และ Johnson (2003) แนวทางการระบุรูปภาษาที่แสดงอุปลักษณ์ของกลุ่ม Pragglejaz Group แนวทางการแปลอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์จากงานวิจัยตัวบทประเภทต่าง ๆ ตลอดจนประเภทอุปลักษณ์ที่พบในตัวบทวิทยาศาสตร์และสารคดี และประยุกต์ใช้กรอบการวิเคราะห์กลวิธีการแปลของ Papadoudi (2010) Schäffner (2004) Deignan et al. (1997) และ Toury (1995) ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า จากข้อมูลอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ที่เก็บจำนวน 126 ตัวอย่าง มีจำนวนรูปภาษาแสดงอุปลักษณ์ทั้งหมด 114 รูป สามารถจำแนกอุปลักษณ์ที่พบได้ 19 ประเภท เรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด ได้แก่ อุปลักษณ์สงคราม อุปลักษณ์มนุษย์ อุปลักษณ์การเดินทาง อุปลักษณ์เชิงกายภาพ อุปลักษณ์สิ่งมีชีวิต อุปลักษณ์คอมพิวเตอร์ อุปลักษณ์ศิลปะ อุปลักษณ์ธุรกิจ อุปลักษณ์เครื่องนุ่งห่ม อุปลักษณ์สุขภาพ อุปลักษณ์เกม กีฬา และการแข่งขัน อุปลักษณ์ก่อสร้าง อุปลักษณ์เครื่องจักร อุปลักษณ์พืชและการเพาะปลูก อุปลักษณ์เชิงทิศทาง อุปลักษณ์อาหาร อุปลักษณ์สัตว์ อุปลักษณ์ศาสนา และอุปลักษณ์ภัยธรรมชาติ จากการวิเคราะห์ พบว่าอุปลักษณ์ที่พบในภาษาอังกฤษปรากฏในภาษาไทยทุกประเภท ยกเว้นอุปลักษณ์ภัยธรรมชาติ ผลการวิเคราะห์บทแปลแตกต่างไปจากสมมติฐานเดิมที่ตั้งไว้ว่ากลวิธีการแปลที่พบมากสุดคือการแปลอุปลักษณ์โดยรักษามโนทัศน์เดิม การแปลอุปลักษณ์โดยใช้มโนทัศน์ที่แตกต่างกัน และการแปลโดยไม่รักษาอุปลักษณ์ ตามลำดับ แต่ผลการวิจัยพบว่ากลวิธีการแปลที่พบมากสุด ได้แก่ 1) การแปลโดยรักษามโนทัศน์เดิมและใช้รูปภาษาเหมือนเดิม พบร้อยละ 52.34 2) การแปลโดยไม่รักษาอุปลักษณ์ พบร้อยละ 21.09 3) การแปลโดยรักษามโนทัศน์เดิมแต่ใช้รูปภาษาที่ต่างไปจากเดิม พบร้อยละ 10.94 4) การแปลโดยใช้มโนทัศน์ที่ต่างกัน พบร้อยละ 10.16 5) การตัดอุปลักษณ์ในภาษาต้นทางทิ้ง พบร้อยละ 3.91 และ 6) การแปลสิ่งที่ไม่ใช่อุปลักษณ์เป็นอุปลักษณ์ พบร้อยละ 1.56 ทั้งนี้ ไม่พบการเพิ่มอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ลงไปในบทแปล โดยสรุป อุปลักษณ์ในตัวบทสารคดีวิทยาศาสตร์จากภาษาอังกฤษสามารถถ่ายทอดเป็นภาษาไทยได้เป็นส่วนใหญ่โดยไม่มีอุปสรรค โดยอุปลักษณ์แต่ละประเภทสามารถถ่ายทอดได้ผ่านกลวิธีที่แตกต่างกัน …


Exploring The Efficacy Of Expressive Arts Therapy For Promoting Emotional Expression In Adolescents With Psychosomatic Symptoms: A Scoping Review, Lalida Therakomen Jan 2024

Exploring The Efficacy Of Expressive Arts Therapy For Promoting Emotional Expression In Adolescents With Psychosomatic Symptoms: A Scoping Review, Lalida Therakomen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Adolescents often experience emotional challenges that can manifest as psychosomatic symptoms, a condition linked to emotional suppression and alexithymia. While evidence supports the use of art therapy, the specific application of expressive arts therapy (EAT) for psychosomatic symptoms in this population remains under-researched, particularly in Eastern cultural contexts. This scoping review was conducted to explore the efficacy of EAT in promoting emotional expression in adolescents with psychosomatic symptoms. A systematic search of four databases, guided by PRISMA guidelines, identified 15 studies for synthesis, including five Randomized Controlled Trials (RCTs). Findings consistently reported that interventions improved emotional expression, reduced psychosomatic symptoms …


การแปลภาษาภาพพจน์เปรียบเทียบในหนังสือด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์เชิงปรัชญาการออกแบบ เรื่อง The Eyes Of The Skin: Architecture And The Senses ของ Juhani Pallasmaa, มานิตา บวรกีรติขจร Jan 2024

การแปลภาษาภาพพจน์เปรียบเทียบในหนังสือด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์เชิงปรัชญาการออกแบบ เรื่อง The Eyes Of The Skin: Architecture And The Senses ของ Juhani Pallasmaa, มานิตา บวรกีรติขจร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการแปลภาษาภาพพจน์เชิงเปรียบเทียบที่มี มโนอุปลักษณ์แฝงอยู่ในงานเขียนด้านปรัชญาการออกแบบสถาปัตยกรรม ซึ่งมักปรากฏการใช้คำศัพท์เชิงนามธรรมและภาษาภาพพจน์ (Figurative language) ที่โดดเด่นเพื่อสื่อถึงมโนทัศน์ทางปรัชญา (Philosophical concept) ผู้วิจัยเลือกศึกษาหนังสือ เรื่อง The Eyes of the Skin: Architecture and the Senses ของ จูฮานิ พาลาสมา (Juhani Pallasmaa) งานเขียนสำคัญในแวดวงสถาปัตยกรรมเชิงทฤษฎีที่มีรากฐานแนวคิดจากปรากฏการณ์วิทยา (Phenomenology) และการตั้งคำถามต่อแนวคิดดวงตาเป็นศูนย์กลางของการรับรู้ (Ocularcentrism) โดยเนื้อหานี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรม แต่ยังไม่เคยมีการศึกษากลวิธีการแปลหนังสือประเภทนี้อย่างเป็นระบบในบริบทภาษาไทย ในการวิเคราะห์ตัวบท เลือกพิจารณาส่วนที่ 2 (Part 2) จำนวน 34 หน้า พบว่ามีลักษณะของการใช้ภาษาภาพพจน์เปรียบเทียบที่มีมิติของมโนทัศน์ทางปรัชญาแฝงอยู่ โดยเฉพาะมโนทัศน์ที่เป็นมโนอุปลักษณ์ (Conceptual metaphor) เชิงภววิทยา (Ontological metaphor) ซึ่งสะท้อนกรอบความคิดของผู้เขียนที่ได้รับอิทธิพลมาจากปรากฏการณ์วิทยา การแปลเนื้อหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจความหมายแฝงและความหมายเชิงมโนทัศน์ (Connotative and conceptual meaning) เพื่อถ่ายทอดเจตนารมณ์และความลึกซึ้งของต้นฉบับได้อย่างแม่นยำในขั้นตอนการแปล ได้ประยุกต์ใช้แนวทางการแปลแบบตีความ (Interpretive approach) ของ ฌอง เดอลิลส์ (Jean Delisle) ร่วมกับทฤษฎีการตรงประเด็น (Relevance theory) ของ แอ็นสท์ ออกุสท์ กัทท์ (Ernst August Gutt) โดยมุ่งเน้นการแปลด้วยการตีความและการสร้างความหมายที่เทียบเคียงต้นฉบับ (Interpretive resemblance) เพื่อรักษาความหมายเชิงมโนทัศน์ คุณลักษณะของภาษาภาพพจน์ และถ่ายทอดแนวคิดของผู้เขียนให้สอดคล้องกับบริบทภาษาไทย


Curatorial Practice Project For Education Program: Analog Expression – Emotional Language Through Camera-Less Photography, Swita Uancharoenkul Jan 2024

Curatorial Practice Project For Education Program: Analog Expression – Emotional Language Through Camera-Less Photography, Swita Uancharoenkul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This independent study examines curatorial practice in developing educational programs that utilize camera-less photography as a medium for emotional expression. Building upon the theoretical framework of light as both physical phenomenon and metaphorical concept, this research investigates how photograms and cyanotypes function as accessible tools for translating emotional states into visual language through hands-on workshops.The study focuses on analog photographic processes that emphasize direct physical engagement with light-sensitive materials. Unlike digital photography's emphasis on precision and control, analog processes embrace materiality, unpredictability, and temporal engagement, creating opportunities for contemplative practice and authentic emotional expression while requiring minimal technical expertise.Through collaborative …


Curatorial Practice Research: Multi-Sensory Art Exhibitions For Children With Special Needs With New Perspectives In Inclusive Curatorial Practices, Zixin Huang Jan 2024

Curatorial Practice Research: Multi-Sensory Art Exhibitions For Children With Special Needs With New Perspectives In Inclusive Curatorial Practices, Zixin Huang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores how multisensory exhibition design can promote inclusion and participation for neurodiverse children, particularly those on the autism spectrum, within art spaces. It focuses on two representative case studies from Australia, namely the Children's Program of the Asia Pacific Triennial and the curatorial practices of Erica Tandori. The research analyzes how sensory elements such as touch, sound, smell, and spatial arrangement can enhance accessibility and interaction in exhibition environments. Building on this analysis, the study proposes a conceptual exhibition layout model that emphasizes participatory interaction, emotional support, and sensory exploration. Informed by literature review and public survey findings, …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Using Curatorial Spatial Narrative In The Fifth Changchun International Snow And Ice Sculpture Exhibition, Ruimiao Yu Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: Using Curatorial Spatial Narrative In The Fifth Changchun International Snow And Ice Sculpture Exhibition, Ruimiao Yu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the application of curatorial spatial narrative in the 5th Changchun International Ice Sculpture Exhibition. The exhibition is not merely an artistic presentation but a curatorial practice that deepens audience immersion and environmental awareness through spatial narrative. It uniquely combines ephemeral ice sculptures with permanent sculptures in the Changchun World Sculpture Park, enhancing the dialogue between time and material.Through literature reviews, case comparisons, and spatial analyses, the study contrasts international and Chinese domestic cases such as Harbin Ice and Snow World and the World Ice Sculpture Championship, highlighting the uniqueness of curatorial spatial narratives. This research positions curators …


Curatorial Practice Project For Fashion Design Exhibition: A Comparative Study Of Visual Communication And Audience Experience Of Mo&Co. And Vinn Patararin, Dongliang Liao Jan 2024

Curatorial Practice Project For Fashion Design Exhibition: A Comparative Study Of Visual Communication And Audience Experience Of Mo&Co. And Vinn Patararin, Dongliang Liao

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates how visual communication strategies in fashion exhibitions construct brand identity and mediate audience experience across cultural and digital contexts. Drawing on an integrated theoretical framework, including Hall's encoding/decoding model, Bhabha's theory of cultural translation, and Falk and Dierking's contextual model of learning, the research conceptualizes curators as cultural translators who shape meaning through spatial design, visual symbolism, and platform-sensitive narratives.A comparative case study of MO&Co. Guangzhou-based and VINN PATARARIN Bangkok-based was selected to represent divergent curatorial approaches and cultural positions: MO&Co. leverages Guochao aesthetics, feminist symbolism, and theatrical scenography to appeal to urban Chinese youth on platforms …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: “Where Are We Landing”, Phiraya Ardwichai Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: “Where Are We Landing”, Phiraya Ardwichai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Over the past several decades, exhibitions concerning Southeast Asia have tended to operate within a geopolitical framework that emphasizes historical narratives shaped by colonial processes. Within this curatorial paradigm, the human subject is often positioned at the center of meaning-making and perception, reinforcing the dominance of the nation-state as the primary unit of power. At the same time, such frameworks tend to marginalize ecological concerns, particularly the complex interrelations between humans and more-than-human entities. This research critically examines prevailing curatorial practices within this context, investigates the impact of green imperialism in the region, and proposes an alternative curatorial approach through …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition "Check In Planet Colonization Plan”, Jiajing Ji Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition "Check In Planet Colonization Plan”, Jiajing Ji

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

As digital life increasingly shapes how we engage with culture, Check-in Culture has emerged as a powerful lens through which identity, space, and symbolic value are negotiated. Far from mere location tags, Check-ins on platforms like Instagram and Xiaohongshu are performative acts—blending personal branding, viral humor, and algorithmic visibility. This study examines how ordinary places, such as the now-iconic “Chengdu Disney,” are transformed into cultural landmarks through participatory remixing and meme-driven attention.To explore these dynamics, the “CHECK IN Planet Colonization Plan” online exhibition serves as both a case study and a curatorial experiment, merging artistic interpretation, social media interaction, and …


การออกแบบเรขศิลป์สำหรับวีดีโอเกม โฮปา ที่ได้แรงบันดาลใจจากวิกฤตหนึ่งในสี่, พลอย เลวรรณ์ Jan 2024

การออกแบบเรขศิลป์สำหรับวีดีโอเกม โฮปา ที่ได้แรงบันดาลใจจากวิกฤตหนึ่งในสี่, พลอย เลวรรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อหากลยุทธ์และแนวทางการออกแบบเรขศิลป์สำหรับวิดีโอเกม โฮปา ที่ได้แรงบันดาลใจจากวิกฤตหนึ่งในสี่ ที่จะตอบสนองพฤติกรรมของกลุ่มประชากร Zillenial โดยนอกจากการสืบค้นเอกสารทางวิชาการ และ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ กลุ่มประชากร Zillenial ซึ่งคือกลุ่มประชากรที่ เกิดในช่วงปี ค.ศ.1997 – 2012 เพศ หญิง เชื้อชาติ ไทย ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 3 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) โครงสร้างในการเขียนเรื่องราวในเกมของ E.M. Welsh 2) แบบสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย เกี่ยวกับพฤติกรรมการเล่นวีดีโอเกม และ วิฤตหนึ่งในสี่ 3) คอมพิวเตอร์ 4) โปรแกรมที่ใช้สำหรับการออกแบบเรขศิลป์ เช่น Adobe illustrator และ Procreate ผลวิจัยพบว่า เรขศิลป์สำหรับวิดีโอเกมโฮปา ที่ได้แรงบันดาลใจจากวิกฤตหนึ่งในสี่ ที่จะตอบสนองพฤติกรรมของกลุ่มประชากร Zillenial นั้น มีสารที่ต้องการจะสื่อและคำสำคัญในการออกแบบ คือ สบายๆ (Casual) ว่างเปล่า (Empty) และ สบายใจ (Comfortable) ควรมีลักษณะสำคัญใน ภาพประกอบและกราฟิกบนเกม คือมีลักษณะเป็นการใช้เส้นวาดมือที่ มุมมองและขนาดของวัตถุไม่ได้คำนึงถึงความสมจริงมากนัก เป็นภาพวาดลายเส้น (Line Art) สองมิติ (2D) ที่มี พื้นที่ว่าง (Negative Space) ที่ให้ความรู้สึกว่างเปล่า โดยสีที่ควรใช้ในการออกแบบคือ สีโทนเย็น เช่น ฟ้า น้ำเงิน ตัดกับสีสดใส โดยข้อเสนอแนะพบว่า จากรูปแบบภาพประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของ วีดีโอเกม โฮปา คือ ภาพประกอบแบบ Wimmelbook นั้น ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างโครงสร้างที่ต้องการความวุ่นวายในภาพกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการพื้นที่ว่างในภาพประกอบ เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกเครียดจนเกินไป


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: From Patronage To Empowerment - Konfir Kabo's Non-Utilitarian Collecting And The Empowerment Of Indonesian Women Artists, Qiming Zheng Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: From Patronage To Empowerment - Konfir Kabo's Non-Utilitarian Collecting And The Empowerment Of Indonesian Women Artists, Qiming Zheng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the social impact of non-utilitarian art collecting practices on the empowerment of Indonesian women artists. By examining the collection of Indonesian non-utilitarian collector Konfir Kabo and curating the exhibition Bodies in Balance, it analyzes how non-putilitarian art collecting can serve as a mechanism for feminist empowerment. The research argues that collection practices oriented toward non-commercial values offer effective means to address the structural imbalances faced by Indonesian women artists within both art history and the art market. By foregrounding works by Indonesian women artists—whose voices have long been marginalized in contemporary Southeast Asian art discourse—the curatorial practice …


โครงการออกแบบแบรนด์สินค้าเครื่องสำอาง โดย แนวคิด โมโน โนะ อาวาเระ, ธีรัจฉรา จัดหงษา Jan 2024

โครงการออกแบบแบรนด์สินค้าเครื่องสำอาง โดย แนวคิด โมโน โนะ อาวาเระ, ธีรัจฉรา จัดหงษา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาแนวทางการออกแบบแบรนด์สินค้าเครื่องสำอาง โดยแนวคิด โมโน โนะ อาวาเระ โดยการทำแบบสอบถามและการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดโมโน โนะ อาวาเระ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย แบรนด์เครื่องสำอาง เทรนด์ความงามต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ในการออกแบบต่อไป หลังจากเสร็จสิ้นขบวนการวิจัยทั้งหมด ผลสรุปได้ว่า แนวคิดโมโน โนะ อาวาเระนั้น เป็นแนวคิดที่เน้นการยอมรับและเข้าใจในความสวยงามของธรรมชาติและสิ่งรอบตัวที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา โดยผู้วิจัยได้นำแนวคิดนี้มาส่งเสริมกับเทรนด์ความงามแบบ Aging Gracefully หรือเทรนด์ความงามที่ปฏิเสธการชะลอวัย ของกลุ่มเป้าหมายเจน Y หรือ Millennials ที่ส่งเสริมให้ทุกคนยอมรับการเปลี่ยนแปลงและภูมิใจในความสวยของตนเองไม่ว่าจะในช่วงอายุเท่าไหร่ก็ตาม โดยการเอาแนวคิดทั้งสองแบบนี้มาสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง ที่ส่งเสริมความมั่นใจ และความสบายใจในการออกไปใช้ชีวิตให้กับผู้ใช้สินค้าทุกคน โดยผลวิจัยทั้งหมดสรุปได้ว่า การออกแบบแบรนด์เครื่องสำอางนี้ ได้สารที่ต้องการจะสื่อคือ ความงดงามอันไร้กาลเวลา และบุคลิกภาพที่เหมาะสมของงานคือ DREAMY (งดงามเหมือนฝัน) , CHARMING (มีเสน่ห์ ดูน่าหลงใหล) และ FREE (อิสระ) ชื่อแบรนด์ คือYugure (夕暮れ) หรือยูกุเระ ที่แปลว่าช่วงเวลายามเย็น โดยตัวสินค้าจะแบ่งเป็นเซตเครื่องสำอางแบบกลางวันและกลางคือเพื่อให้สอดคล้องกับสารที่ต้องการจะสื่อและชื่อของแบรนด์ โดยจะใช้การออกแบบภาพประกอบที่เน้นไปที่ลายของปีกผีเสื้อและพืชพรรณต่าง ๆ ใช้โทนสีทั้งโทนสีร้อนและเย็น ที่มีทั้งความหรูหรา โดดเด่น ช่วยส่งเสริมแบรนด์เครื่องสำอางให้มีความสวยงามและสร้างความประทับใจให้กลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น


การออกแบบเรขศิลป์ด้วยข้อมูลเชิงภาพจากการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์กราฟิก, นิศาชล ศรีวรรณญา Jan 2024

การออกแบบเรขศิลป์ด้วยข้อมูลเชิงภาพจากการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์กราฟิก, นิศาชล ศรีวรรณญา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบข้อมูลเชิงภาพ (Data Visualization) สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์กราฟิกให้เหมาะสมกับกลุ่มนักออกแบบกราฟิก Generation Z โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงความรู้จากอดีตสู่อนาคต ผ่านการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและรูปแบบการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย โดยเนื้อหาถูกสังเคราะห์จากข้อมูลของ Graphic Movements จำนวน 20 ยุค วิเคราะห์ครอบคลุมทั้งลักษณะเด่น แนวคิดหลัก และตัวอย่างงานออกแบบ เพื่อนำไปพัฒนาการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบภาพข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ วิธีดำเนินการวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรม เอกสารทางวิชาการ และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างนักออกแบบกราฟิก Generation Z จำนวน 9 คน ร่วมกับการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มความคิด พฤติกรรมการเรียนรู้ และมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารข้อมูลด้วยภาพ ผลการวิจัยพบว่า การออกแบบข้อมูลเชิงภาพที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายควรสะท้อนบุคลิกภาพของงานที่มีลักษณะ NEAT (เนี้ยบ เรียบร้อยไร้ที่ติ), PRECISE (พิถีพิถัน เฉียบขาด) และ LIVELY (มีชีวิตชีวา) ควบคู่กับแนวคิด “เรียนรู้จากอดีตเพื่ออนาคต” โดยการผสานความงามทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยีและความร่วมสมัย ผ่านกระบวนการออกแบบที่ใช้ Customer Journey เป็นแนวทางในการกำหนดการนำเสนอ เพื่อให้เกิดการรับรู้ มีส่วนร่วม และสามารถจดจำและประยุกต์ใช้ความรู้ในเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน


การออกแบบแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับกลุ่มมินิมอล อินทิเกรเตอร์ผ่านการออกเเบบคาเเรคเตอร์โดยใช้แนวคิดอุปนิสัยแห่งความโชคดี, ยอดชีวัน งามสมบัติ Jan 2024

การออกแบบแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับกลุ่มมินิมอล อินทิเกรเตอร์ผ่านการออกเเบบคาเเรคเตอร์โดยใช้แนวคิดอุปนิสัยแห่งความโชคดี, ยอดชีวัน งามสมบัติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเรื่องการออกเเบบเรขศิลป์สำหรับการออกแบบแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับกลุ่มมินิมอล อินทิเกรเตอร์ ผ่านการออกเเบบคาเเรคเตอร์โดยใช้แนวคิดอุปนิสัยแห่งความโชคดี เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยมีดังนี้ 1).ข้อมูลการออกเเบบคาเเรคเตอร์ดีไซน์เเละสอบถามเรื่องความเชื่อมูเตลู 2).ข้อมูลบุคลิกภาพเเละอารมณ์ที่ต้องการจะสื่อ 3).ข้อมูลเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์เเบรนด์ทั่วไปเเละข้อมูลการใช้สื่อ 4). ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเเบบคาเเรคเตอร์ดีไซน์ 5). สัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างเรื่องความสนใจเรื่องมูเตลู 6). สัมภาษณ์ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเเบบคาเเรคเตอร์ดีไซน์ สรุปผลวิจัยพบว่าสารที่ต้องการสื่อ คือ เทศกาลความโชคดีไม่มีที่สิ้นสุด เเละมีบุคลิกภาพเเละอารมณ์ของงานออกเเบบในลักษณะ Vigorous (ดูมีพลัง กระฉับกระเฉง), Cozy (สบายอบอุ่น พลังบวก), และ Colorful (สีสัน น่าตื่นเต้น)


การพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ที่อธิบายได้โดยใช้ Shap และ การเรียนรู้ของเครื่องผ่านกรณีตัวอย่างการทำนายโรคทางเดินอาหารจากข้อมูลไมโครไบโอมในลำไส้, พงศกร พงศ์สุทธิยากร Jan 2024

การพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ที่อธิบายได้โดยใช้ Shap และ การเรียนรู้ของเครื่องผ่านกรณีตัวอย่างการทำนายโรคทางเดินอาหารจากข้อมูลไมโครไบโอมในลำไส้, พงศกร พงศ์สุทธิยากร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทสำคัญในด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และ การแพทย์ โดยเฉพาะการวิเคราะห์ข้อมูลไมโครไบโอมในลำไส้ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคโครห์น และ มะเร็งลำไส้ใหญ่ แม้ว่าแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องสามารถทำนายโรคได้อย่างแม่นยำจากข้อมูลเหล่านี้ แต่ข้อจำกัดด้านการตีความผลลัพธ์ โดยเฉพาะในแบบจำลองที่ซับซ้อน เช่น Random Forest และ Neural Networks ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการใช้งานจริงในทางการแพทย์ งานวิจัยนี้เสนอการพัฒนาแพลตฟอร์มต้นแบบที่ผสานการทำงานของแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องร่วมกับเทคนิค SHAP (SHapley Additive exPlanations) เพื่อแสดงเหตุผลประกอบการทำนายในระดับรายบุคคล ระบบถูกออกแบบให้รองรับการจัดการวงจรชีวิตของแบบจำลองอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การนำเข้า การเรียกใช้งาน ไปจนถึงการอัปเดตเวอร์ชัน โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกแบบจำลองที่ผ่านการประเมินประสิทธิภาพ พร้อมแสดงค่าความน่าจะเป็น และ แผนภาพ SHAP ที่อธิบายฟีเจอร์สำคัญในการตัดสินใจของแบบจำลอง ระบบทั้งหมดพัฒนาภายใต้แนวคิดสถาปัตยกรรมไมโครเซอร์วิส และ รองรับการติดตั้งบน Kubernetes เพื่อความยืดหยุ่นในการดูแล และ ขยายในอนาคต แพลตฟอร์มนี้จึงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการประยุกต์ใช้ AI อย่างโปร่งใสในงานด้านสุขภาพ และ สามารถต่อยอดไปยังโรคในกลุ่มอื่นได้ในระยะยาว


โครงการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิดเอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้งเพื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น, ศุภกร กันยานุชรัตน์ Jan 2024

โครงการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิดเอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้งเพื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น, ศุภกร กันยานุชรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิด เอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้ง เพื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อหากลยุทธ์และแนวทางการออกแบบเรขศิลป์จากแนวคิด เอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้ง เพื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ขั้นตอนและวิธีดำเนินการวิจัย โดยการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับ ต้นไม้มงคล เครื่องรางมงคลและแนวคิด เอ็มเบลลิช มูเก็ตติ้ง ศึกษาธุรกิจผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ในประเทศไทยและคุณสมบัติของต้นไม้มงคลและเครื่องรางมงคลที่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยนำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาสร้างแบบสอบถาม เพื่อสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านต้นไม้มงคลและหินมงคล ทำให้ได้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการออกแบบต่อไป สรุปผลวิจัยพบว่า 1.) สารที่ต้องการจะสื่อ คือ เพื่อนนำโชคร่วมสุข และบุคลิกภาพของงานที่เหมาะสม คือ มีชีวิตชีวา น่ารักและดูสมเหตุสมผล 2.) แนวทางการออกแบบเรขศิลป์ที่เหมาะสม ใช้การออกแบบคาแรคเตอร์รูปแบบ Modern Style, ลักษณะของคาแรคเตอร์ตามหลักการ Shape Language และใช้โทนสีของงานโดยอิงจากลักษณะสีของต้นไม้มงคลและหินมงคล


โครงการการออกแบบสื่อการรณรงค์และให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินของกลุ่มเกย์ชายสถานะโสด, ชยุตม์ คชโกศัย Jan 2024

โครงการการออกแบบสื่อการรณรงค์และให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินของกลุ่มเกย์ชายสถานะโสด, ชยุตม์ คชโกศัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบสื่อการรณรงค์และให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินแก่กลุ่มเกย์ชายไทยที่มีสถานะโสดวัยทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรย่อยที่มีพฤติกรรมทางการเงินเฉพาะและยังไม่ได้รับความสนใจอย่างเพียงพอในเชิงนโยบายและการสื่อสารสาธารณะ แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าในด้านการยอมรับความหลากหลายทางเพศ แต่สิทธิทางการเงินโดยเฉพาะในบริบทของการสมรสยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้กลุ่มเกย์ชายโสดต้องวางแผนการเงินด้วยตนเองโดยขาดโครงสร้างสนับสนุน เช่น สิทธิกู้ร่วม หรือสวัสดิการคู่ชีวิตงานวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารวิชาการ แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างเกย์ชายโสดจำนวน 30 คน และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเพศวิถี ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มเกย์ชายโสดวัยทำงาน (25–45 ปี) ใช้จ่ายเพื่อภาพลักษณ์และคุณภาพชีวิต ขาดการออมและแผนเกษียณ จำแนกออกเป็น 4 ไลฟ์สไตล์หลัก ได้แก่ Urban Luxe, Asset Architects, Smart Budgeters และ Experience Explorers ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และนิทรรศการแบบมีส่วนร่วม โดยใช้เครื่องมือ Infographic และ Calculator ด้วยการ ด้ายการออกแบบด้วยสไตล์ Queer Aesthetics ใช้สีรุ้งและภาพประกอบที่ไม่เหมารวม สื่อถึงอารมณ์ "มั่นใจ – อบอุ่น – เข้าถึงง่าย" พร้อมจัดวางข้อมูลตาม Customer Journey เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้และการวางแผนการเงินอย่างยั่งยืน