Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11393)
- Social and Behavioral Sciences (7224)
- Education (4053)
- Engineering (3655)
- Arts and Humanities (3617)
-
- Physical Sciences and Mathematics (3121)
- Veterinary Medicine (2802)
- Life Sciences (2357)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
- Environmental Sciences (1444)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1048)
- Law (945)
- Materials Science and Engineering (906)
- Architecture (872)
- Medical Sciences (860)
- Business (841)
- Sociology (809)
- Civil and Environmental Engineering (788)
- Environmental Studies (777)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Computer Sciences (618)
- Reading and Language (564)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (551)
- Environmental Design (518)
- Engineering Science and Materials (502)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Keyword
-
- Thailand (164)
- Dog (124)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (40)
- Immunohistochemistry (35)
- Cat (29)
- COVID-19 (28)
- Risk factors (28)
- Stress (28)
- Anxiety (27)
- Elderly (27)
- Indonesia (27)
- Quality of life (27)
- Children (25)
- Antioxidant (24)
- Rat (23)
- Oxidative stress (22)
- Attitude (21)
- Diagnosis (21)
- Escherichia coli (21)
- Knowledge (21)
- Bangkok (20)
- Histopathology (20)
- PCR (20)
- Reliability (20)
- Breast cancer (19)
- Efficacy (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (15281)
- Chulalongkorn Medical Journal (4158)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2588)
- Journal of Education Studies (2472)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1665)
-
- Journal of Social Sciences (1290)
- Thai Environment (1027)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
- PASAA (897)
- Journal of Letters (864)
- Jamjuree Journal (816)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (789)
- Applied Environmental Research (777)
- Manusya, Journal of Humanities (598)
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- Journal of Urban Culture Research (445)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (441)
- Asian Review (360)
- Journal of Demography (353)
- Halal Insight (292)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (290)
- Journal of Health Research (220)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (220)
- วารสารวิทยบริการ Academic Resources Journal (203)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (94)
- Chulalongkorn University Law Journal (47)
- Publication Type
Articles 29731 - 29760 of 37685
Full-Text Articles in Entire DC Network
คุณประโยชน์ของเครื่องเฟซโบว์ในงานทางด้านทันตกรรมประดิษฐ์, สิทธิเดช นิลเจริญ, ศุภบูรณ์ บุรณเวช
คุณประโยชน์ของเครื่องเฟซโบว์ในงานทางด้านทันตกรรมประดิษฐ์, สิทธิเดช นิลเจริญ, ศุภบูรณ์ บุรณเวช
Chulalongkorn University Dental Journal
ทันตแพทย์ส่วนใหญ่เมื่อสําเร็จการศึกษาไปแล้วมักจะไม่ค่อยได้ใช้เครื่องเฟซโบว์ในการทํางานด้านทันตกรรมประดิษฐ์ เพราะไม่ได้เข้าใจและเห็นถึงคุณประโยชน์ที่แท้จริงของเครื่องมือนี้ วัตถุประสงค์ของบทความฟื้นวิชานี้เพื่อจะอธิบายถึงเหตุผลและความจําเป็นในการใช้เครื่องเฟซโบว์อย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้ชิ้นงานทันตกรรมประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นมามีความถูกต้องใกล้เคียงกับสภาพการใช้งานของผู้ป่วย ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการแก้ไขชิ้นงานทันตกรรมประดิษฐ์ในช่องปากให้น้อยลง เนื้อหาของบทความฟื้นวิชานี้จะกล่าวถึงประวัติและความเป็นมาของการใช้เครื่องมือนี้ในการทํางานทางด้านทันตกรรมประดิษฐ์ ชนิดของเครื่องเฟซโบว์ การใช้ตําแหน่งของจุดและระนาบอ้างอิงต่าง ๆ ในการบันทึก รวมไปถึงการชี้ให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของการใช้เครื่องมือนี้ในการทํางานทันตกรรมประดิษฐ์ เมื่อได้อ่านบทความชื้นวิชานี้แล้วทันตแพทย์ทั่วไปสามารถเข้าใจถึงเหตุผลและความจําเป็นในการใช้เครื่องเฟซโบว์ในการทํางานทางด้านทันตกรรมประดิษฐ์ และสามารถนําไปปฏิบัติหรือดัดแปลงได้อย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายได้ต่อไป
การตรวจหาไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ชนิดเดี่ยว ๆ ที่มีอยู่ในช่องปากจํานวน 33 ชนิด โดยวิธีเฮชทูเอสบรอท เฮชซีเอ็ม, จินตกร คูวัฒนสุชาติ
การตรวจหาไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ชนิดเดี่ยว ๆ ที่มีอยู่ในช่องปากจํานวน 33 ชนิด โดยวิธีเฮชทูเอสบรอท เฮชซีเอ็ม, จินตกร คูวัฒนสุชาติ
Chulalongkorn University Dental Journal
วิธี H2S-broth-HCM เป็นวิธีที่ใช้สําหรับตรวจหาไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ในช่องปากพวกที่ไม่ต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโตได้ดีวิธีหนึ่ง เป็นวิธีที่ง่ายและไม่สิ้นเปลือง เหมาะสําหรับการทดสอบที่ไม่รีบด่วน ต้องการทราบผลทันทีว่าเชื้อผลิตไฮโดรเจนซัลไฟด์ออกมาได้หรือไม่ เพราะการตรวจหาไฮโดรเจนซัลไฟด์โดยวิธีนี้ จะทราบผลการผลิตไฮโดรเจนซัลไฟด์ของเชื้อได้ภายหลังจากได้ถ่ายเชื้อที่ต้องการทดสอบลงไปใน H2S- broth-HCM ผ่านไปแล้ว 10 วัน ซึ่งเชื้อที่ผลิตไฮโดรเจนซัลไฟด์ออกมาได้น้อยจะทําให้หลอด H2S-broth-HCM เปลี่ยนเป็นสีน้ําตาลอ่อน ๆ ส่วนเชื้อที่ผลิตไฮโดรเจนซัลไฟด์ออกมาจํานวนมาก หลอด H2S-broth-HCM จะเปลี่ยนเป็นสีดําทั่วทั้งหลอด)
Shock-Absorbing Concepts For Osseointegrated Prostheses, Sompop Bencharit, Root Chumdermpadetsuk, Piyawat Phankoso
Shock-Absorbing Concepts For Osseointegrated Prostheses, Sompop Bencharit, Root Chumdermpadetsuk, Piyawat Phankoso
Chulalongkorn University Dental Journal
Natural teeth and root form implants are compared from anatomical, physiological and materialmechanical aspects. PDL provides the natural dentition the stress distribution mechanism that is lacking in implants. Functions of the PDL include hydrodynamic vascular system, suspensory mechanism of the collagen fiber, and proprioceptive response. Physiologic mobility in the natural tooth is an adaptive response, while in implant excessive mobility is considered pathological. Material properties and designs of implants are largely different from natural teeth and their surrounding tissue. These factors are contributing to the crestal stress concentration found in implant. Two methods to overcome the problem associated with the …
กลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์และเรซินซีเมนต์ ในงานทันตกรรมประดิษฐ์, ประพิณ เปี่ยมพริ้ง, รำไพ โรจนกิจ, แมนสรวง อักษรนุกิจ
กลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์และเรซินซีเมนต์ ในงานทันตกรรมประดิษฐ์, ประพิณ เปี่ยมพริ้ง, รำไพ โรจนกิจ, แมนสรวง อักษรนุกิจ
Chulalongkorn University Dental Journal
บทความนี้จะได้กล่าวถึงลูกทิ่งเอเจนต์ สองชนิดที่ใช้ในงานทันตกรรมประดิษฐ์ ได้แก่ กลาสไอโอโนเมอร์ ซีเมนต์ และเรซินซีเมนต์ ที่มีการนํามาใช้สําหรับวัตถุประสงค์ทั่วไปคือ ใช้ยึดครอบและสะพานฟันแบบเดิม แทนซิงค์ฟอสเฟตซีเมนต์ และสําหรับเฉพาะงานได้แก่ การใช้ยึดพอร์ซเลนและคอมโพสิตเรซินที่บ่มตัวนอกปากในการบูรณะฟัน การทําฟันปลอมติดแน่นที่ใช้เรซินยึดโดยพิจารณาถึงคุณสมบัติในด้านต่าง ๆ ของซีเมนต์ทั้งสองชนิดนี้ ได้แก่ คุณสมบัติทางชีวภาพความแข็งแรงของซีเมนต์ ความหนาของชั้นซีเมนต์ การยึดอยู่กับโครงสร้างของฟัน โลหะที่ใช้ในทางทันตกรรม คอมโพสิทเรซิน และพอร์ซเลน คําแนะนําและข้อควรระวังในการใช้การพิจารณาเลือกใช้ ซึ่งโดยมากมักอ้างอิงถึงซิงค์ฟอสเฟตซีเมนต์
การเปรียบเทียบคุณภาพในการอุดคลองรากฟันแบบเทอร์มาฟิลเทคนิคกับ แลทเทอรัลคอนเดนเซชัน, ปิยาณี พาณิชย์วิสัย, อภิรดี ศรีประไหม, รติมา คล้ายมุข
การเปรียบเทียบคุณภาพในการอุดคลองรากฟันแบบเทอร์มาฟิลเทคนิคกับ แลทเทอรัลคอนเดนเซชัน, ปิยาณี พาณิชย์วิสัย, อภิรดี ศรีประไหม, รติมา คล้ายมุข
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ มีจุดประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพในการอุดคลองรากฟันแบบเทอร์มาฟิลเทคนิคกับแลทเทอรัลคอนเดนเซซัน วัสดุและวิธีการ โดยนําฟันกรามน้อยที่มีรากตรงรากเดียวจํานวน 24 ซี่ มาขยายคลองรากฟันโดยวิธีสเต็ปแบค ด้วยไฟล์ชนิดเค ฟันที่เลือกใช้ในการทดลองจะมีความยาวในการทํางานและความกว้างของรูเปิดปลายรากฟันที่ ใกล้เคียงกัน (เส้นผ่าศูนย์กลาง ≤ 0.02 มม.) ฟันจะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกอุดด้วยวิธีแลทเทอรัลคอนเดนเซชั่น กลุ่มที่สองอุดด้วยเทอร์มาฟิลเทคนิค โดยมีกลุ่มควบคุมบวกและกลุ่มควบคุมลบ กลุ่มละ 2 ซี่ ผลการทดลองและสรุป จากผลการทดลองใช้ x2 ทดสอบการไหลเกินรูเปิดปลายรากฟันของซีลเลอร์และกัตตา เปอร์ชา พบว่าการอุดด้วยวิธีแลทเทอรัลคอนเดนเซชันกับเทอร์มาฟิลเทคนิคมีการไหลเกินรูเปิดปลายรากฟันไม่แตกต่าง กันอย่างมีนัยสําคัญ (p < 0.05) และเมื่อใช้ t-test ทดสอบคุณภาพของภาพถ่ายรังสีในแนวด้านใกล้กลาง-ไกลกลาง และด้านใกล้แก้ม ด้านใกล้ลิ้น ระดับการซึมผ่านของสีที่รูเปิดปลายรากฟันโดยดูผ่านกล้องสเตอริโอไมโครสโคปและ เวลาที่ใช้ในการอุด พบว่าคุณภาพของภาพถ่ายรังสีและระดับการซึมผ่านของสีไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญ (p < 0.05) ระหว่างการอุดด้วยวิธีแลทเทอรัลคอนเดนเซชันกับเทอร์มาฟิลเทคนิค แต่เวลาที่ใช้ในการอุดด้วยเทอร์มาฟิล เทคนิค (2.72 min) น้อยกว่าแลทเทอรัลคอนเดนเซชัน (9.97 min) อย่างมีนัยสําคัญ (P < 0.05) จากผลการทดลองและการคํานวณค่าทางสถิติจึงสรุปได้ว่า เทอร์มาฟิลเทคนิคเป็นวิธีการอุดคลองรากฟันที่ใช้เวลาน้อยกว่าและมีคุณภาพของการขุดคลองรากฟันไม่แตกต่างจากวิธีแลทเทอรัลคอนเดนเซชันในคลองรากตรงรากเดียว
อุบัติการณ์ของมะเร็งในช่องปากจากแปดสถาบันในกรุงเทพมหานครระหว่างปี พ.ศ. 2527-2536), สุรศักดิ์ ชี้รัตน์, ชญาน์ทิพ ศรีรัฐ, นิรมล เฉลิมชัยรัตนกุล
อุบัติการณ์ของมะเร็งในช่องปากจากแปดสถาบันในกรุงเทพมหานครระหว่างปี พ.ศ. 2527-2536), สุรศักดิ์ ชี้รัตน์, ชญาน์ทิพ ศรีรัฐ, นิรมล เฉลิมชัยรัตนกุล
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ในการศึกษา ความมุ่งหมายการศึกษานี้เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลของมะเร็งในช่องปากแปดสถาบันของ กรุงเทพมหานครในรอบ 10 ปี ที่สัมพันธ์ ความชุก เพศ ช่วงอายุ ตําแหน่ง และชนิดของมะเร็ง ในช่องปากเพื่อ เปรียบเทียบกับการศึกษาวิจัยต่าง ๆ ที่ผ่านมา วัสดุและวิธีการ ใช้ข้อมูลจากแปดสถาบันของกรุงเทพมหานคร โดยรวบรวมจากเวชระเบียนของผู้ป่วยที่ได้รับการ วินิจฉัยทางพยาธิวิทยาว่าเป็นมะเร็งในช่องปาก ระหว่างปี พ.ศ. 2527-2536 นําข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ทางสถิติ เพื่อหาความสัมพันธ์ของมะเร็งในช่องปากกับความชุก เพศ ช่วงอายุ ตําแหน่ง และชนิดของมะเร็งในช่องปาก ผลการวิจัย พบมะเร็งในช่องปากทั้งหมด 3,446 ราย จากประชากร 24,511,885 คน หรือเท่ากับอัตราการเกิด มะเร็งในช่องปาก 14 รายต่อประชากร 100,000 คน เกิดในเพศชาย 1,734 ราย ในเพศหญิง 1,712 ราย ไม่พบ ความแตกต่างในการเกิดมะเร็งในช่องปากระหว่างเพศทั้งสอง (p > 0.01) พบอุบัติการณ์มะเร็งในช่องปากสัมพันธ์ และชนิดของมะเร็งในช่องปากอย่างมีนัยสําคัญ (p < 0.01) โดยพบมะเร็งในช่องปากเกิดสูงสุดในช่วงอายุ ปี และลิ้นเป็นตําแหน่งที่พบมะเร็งเกิดมากที่สุดในช่องปาก โดยพบ 831 ราย (ร้อยละ 23.92) มะเร็ง ในช่องปากส่วนมากเป็นคาร์ซิโนมา (ร้อยละ 97.2) สความส เซลล์ คาร์ซิโนมา เป็นมะเร็งในช่องปากที่พบมาก ที่สุด โดยพบ 3,011 ราย (ร้อยละ 86.4) ช่วงอายุ 61-70 สรุป อุบัติการณ์ของมะเร็งในช่องปากจากการศึกษานี้มีอัตราการเกิด 14 ราย ต่อประชากร 100,000 คน เกิดได้ เท่ากันทั้งสองเพศ ช่วงอายุ ตําแหน่ง สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งในช่องปากอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ และลิ้นเป็น ตําแหน่งที่พบมะเร็งเกิดขึ้นมากที่สุด สความัสเซลล์คาร์ซิโนมาเป็นมะเร็งในช่องปากที่เกิดขึ้นมากที่สุด
ปริมาณฟลูออไรด์ที่หลุดออกจากกลาสไอโอโนเมอร์ซิเมนต์ชนิดดัดแปรด้วยเรซิน และคอมโพสิตเรซินชนิดดัดแปรด้วยกรดพอลิ, ชัยรัตน์ วิวัฒน์วรพันธ์, โบว์ พุกกะเวส, ปาริชาต ชินพงสานนท์, มะลิ พลานุเวช
ปริมาณฟลูออไรด์ที่หลุดออกจากกลาสไอโอโนเมอร์ซิเมนต์ชนิดดัดแปรด้วยเรซิน และคอมโพสิตเรซินชนิดดัดแปรด้วยกรดพอลิ, ชัยรัตน์ วิวัฒน์วรพันธ์, โบว์ พุกกะเวส, ปาริชาต ชินพงสานนท์, มะลิ พลานุเวช
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ : การวิจัยนี้มุ่งศึกษาเปรียบเทียบปริมาณฟลูออไรด์ที่หลุดออกจากกลาสไอโอโมเมอร์ซิเมนต์ชนิด ดัดแปรด้วยเรซิน (Fuji II LC, GC. International Corp., Japan) และคอมโพสิตเรซินชนิดดัดแปรด้วยกรด พอล (Dyract, De Trey Dentsply, Germany) ในเวลาต่าง ๆ กัน วัสดุและวิธีการ : ใช้แผ่นตัวอย่างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ม.ม. ความสูง 2 ม.ม. แช่ในน้ำปราศจากไอออน ปริมาตร 5 ม.ล. เป็นเวลา 1 3 7 14 2 และ 30 วัน หลังจากนั้นนําน้ำที่ได้มาวัดปริมาณฟลูออไรด์โดยใช้เครื่อง pH/ISE meter ปรากฏว่าค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของปริมาณฟลูออไรต์ที่ปลดปล่อยออกจากวัสดุอุด Fuji II LC มีค่า 4.34 ±1.15 7.01±0.44 9.29±1.72 15.57±3.04 22.16±1.95 และ 26.31±1.78 ส่วนใน ล้านส่วน ตามลําดับ ส่วนค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของปริมาณฟลูออไรต์ที่ปลดปล่อยออกจากวัสดุอุด Dyract มีค่า 2.61±0.81 3.91±1.18 4.08±1.14 5.91±1.65 8.21±3.00 และ 8.94±3.21 ส่วนในล้านส่วนตาม ลําดับ นําผลที่ได้มาวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของปริมาณฟลูออไรด์ที่ปลดปล่อยออกจาก วัสดุอุด Fuji II LC และ Dyract ในระยะเวลาต่าง ๆ ภายใน 30 วัน ด้วยสถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนทาง เดียว (ANOVA) ทวี (Tukey) และค่าที (t-test) ที่ระดับนัยสําคัญ p < 0.05 ผล : ปริมาณฟลูออไรด์ที่ปลดปล่อยออกจากวัสดุ Fuji II LC ในแต่ละช่วงที่วัดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัย สําคัญทางสถิติ (p < 0.05) และปริมาณฟลูออไรด์ที่ปลดปล่อยออกจากวัสดุ Fuji II LC มีค่ามากกว่าปริมาณ ฟลูออไรด์ที่ปลดปล่อยออกจากวัสดุ Dyract ในช่วงเวลาที่เดียวกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p < 0.05) นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราการหลุดออกของฟลูออไรด์จากวัสดุทั้ง 2 ชนิดจะลดลงอย่างรวดเร็วใน 3 วันแรก หลังจากนั้นอัตราการปล่อยฟลูออไรด์จะช้าลงอย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น สรุป : กลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ชนิดดัดแปรด้วยเรซินปลดปล่อยฟลูออไรด์ปริมาณมากกว่าคอมโพสิตเรซิน ชนิดติดแปรด้วยกรดโพลิอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p < 0.05)
โรคพิษสารตะกั่วเรื้อรัง, อรนุช บุญรังสิมันตุ์
โรคพิษสารตะกั่วเรื้อรัง, อรนุช บุญรังสิมันตุ์
Chulalongkorn University Dental Journal
การวินิจฉัยโรคพิษสารตะกั่วเรื้อรัง ในคนงานหญิงที่ทํางานในโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยเส้นตะกั่วโดยพบที่เหงือก ผู้ป่วยมิได้มีลักษณะอาการที่แสดงให้เห็นว่าอยู่ในภาวะที่เป็นพิษ สารตะกั่วเป็นพิษได้ถูกทบทวนขึ้นมาจากจุดหนึ่งของระบาดวิทยา สรีระพยาธิวิทยา ลักษณะอาการในช่องปาก อาการทางคลินิก และ วิธีการวินิจฉัย ทันตแพทย์ ควรได้ตระหนักถึง การเพิ่มอุบัติการที่จะเกิดจากสารตะกั่วเป็นพิษในผู้ป่วยเหล่านี้ การวินิจฉัยต้องแยกออกจากโรคเหงือกอักเสบ เม็ดสี และ การเปลี่ยนสีเนื่องจากอมัลกัม การวินิจฉัยที่แน่นอนได้จากการซักประวัติการใช้ยา และการวิเคราะห์
การเปรียบเทียบแรงยึดเกาะของฐานฟันปลอมอะคริลิก ที่ระดับความคอดต่าง ๆ กันของฟันและแรงยึดเกาะของตะขอลวดดัด, นิยม ธำรงค์อนันต์สกุล, ปิยะวัฒน์ พันธุ์โกศล, รพีพรรณ คงพิทักษ์สกุล, สุธาสินี เปรมอิสระกูล
การเปรียบเทียบแรงยึดเกาะของฐานฟันปลอมอะคริลิก ที่ระดับความคอดต่าง ๆ กันของฟันและแรงยึดเกาะของตะขอลวดดัด, นิยม ธำรงค์อนันต์สกุล, ปิยะวัฒน์ พันธุ์โกศล, รพีพรรณ คงพิทักษ์สกุล, สุธาสินี เปรมอิสระกูล
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแรงยึดเกาะของฐานฟันปลอมอะคริลิกที่ระดับความคอดต่าง ๆ กันของฟัน และแรงยึดเกาะของตะขอลวดดัด วัสดุและวิธีการ โดยนําฟันกรามน้อยบนที่ 2 และฟันกรามใหญ่บนที่ 1 ฝังลงในแบบจําลองปลาสเตอร์สโตน ทําการพิมพ์ซ้ํา โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ หาแรงยึดเกาะที่ระดับความคอด 0.03 นิ้ว 0.02 นิ้ว 0.01 นิ้วและ ระดับเส้นสํารวจ ส่วนกลุ่มที่ 4 หาแรงยึดเกาะของตะขอลวดดัด ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 มิลลิเมตร ที่ระดับความ คอด 0.02 นิ้ว ของฟันกรามใหญ่ชี้ที่ 1 ทดสอบหาค่าแรงยึดเกาะโดยใช้ เครื่องลอยด์ยูนิเวอร์ซัลเทสติ้ง รุ่น แอลอาร์ 10 เค (Lloyd Universal Testing Machine Model LR 10 K) ผลการทดลองและสรุป เมื่อวิเคราะห์ค่าแรงยึดเกาะทางสถิติโดยวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวที่ระดับความ เชื่อมั่น 0.05 และวิธีดันแคนนิวมัลติเพิลเรนจ์ ที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 พบว่าในฟันซี่เดียวกันแรงยึดเกาะที่ระดับความคอดต่าง ๆ กันจะมีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญ โดยที่ระดับความคอด 0.03 นิ้ว ให้แรงยึดเกาะสูงสุดรองลง มาคือที่ระดับส่วนคอด 0.02 นิ้ว 0.01 นิ้วและที่เส้นสํารวจตามลําดับ และที่ระดับความคอดเดียวกันในฟันต่าง ๆ กัน แรงยึดเกาะมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญ โดยฐานฟันปลอมที่ครอบคลุมทั้งฟันกรามน้อยซี่ที่ 2 และฟันกรามใหญ่ ที่ 1 ให้แรงยึดเกาะสูงสุด รองลงมาคือฐานฟันปลอมที่ครอบคลุมฟันกรามใหญ่ที่ 1 และฐานฟันปลอมที่ครอบคลุม ฟันกรามน้อยที่ 2 ตามลําดับ ส่วนที่ระดับเส้นสํารวจไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญในฟันกรามน้อยที่ 2 และ ฟันกรามใหญ่ที่ 1 แต่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญในกลุ่มที่ครอบคลุมฟันทั้ง 2 ซี่ ส่วนกลุ่มตะขอลวดดัด ให้แรงยึดเกาะของฐานฟันปลอมน้อยกว่าแรงยึดเกาะของฐานฟันปลอมที่ได้จากระดับความคอด 0.03 นิ้ว 0.02 นิ้ว และ …
คุณภาพชีวิตของนิสิตทันตแพทย์จุฬาฯ, สุนทร ระพิสุวรรณ, ศุลีพร ธีระเจตกูล, ภฑิตา ภูริเดช
คุณภาพชีวิตของนิสิตทันตแพทย์จุฬาฯ, สุนทร ระพิสุวรรณ, ศุลีพร ธีระเจตกูล, ภฑิตา ภูริเดช
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ การศึกษานี้ต้องการศึกษาถึงคุณภาพชีวิตของนิสิตทันตแพทย์จุฬาฯ และปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อความวิตกกังวลและเครียดระหว่างที่ศึกษาเล่าเรียน วัสดุและวิธีการ ใช้แบบสอบถามซึ่งประกอบด้วยคําถามยี่สิบข้อที่สร้างขึ้นและนําไปทดสอบแล้วส่งให้นิสิตทันตแพทย์ จุฬาฯ จํานวน 497 คน ตอบ สาระของคําถามจะประกอบด้วยคําถามทางด้านประชากรศาสตร์ คําถามเกี่ยวกับ ระดับอารมณ์ความเครียดและกังวลใจและสภาวะของสุขภาพ สาเหตุที่ทําให้นิสิตมีอารมณ์เครียดวิตกกังวล ผลการศึกษา คุณภาพชีวิตของนิสิตทันตแพทย์อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ค่อยมีความสุข 62.9 เปอร์เซ็นต์มีอารมณ์ที่ เบื่อหน่ายการเรียนและการฝึกปฏิบัติงานในคลินิกและแลบ 64.2 เปอร์เซ็นต์มีความวิตกกังวล ยิ่งศึกษาในชั้นปีที่สูง ขึ้นความวิตกกังวลมีมากขึ้น สาเหตุของความวิตกกังวลและเครียดของนิสิตมาจาก 1) การเรียนที่หนักและขาดเวลา พักผ่อน 2) บรรยากาศการเข้าหาอาจารย์และท่าทีที่แสดงออกของอาจารย์ 3) ปริมาณงานที่ได้รับและต้องทําให้ ครบเกณฑ์ 4) การสอบและเกรด นิสิตที่เรียนและเล่นกีฬาจะมีอารมณ์เครียดน้อยกว่านิสิตที่เรียนอย่างเดียวโดยไม่เล่นกีฬา (P=0.000)สรุป นิสิตทันตแพทย์มีความเครียดและวิตกกังวลค่อนข้างมาก กว่าครึ่งหนึ่งของนิสิตมีความรู้สึกที่เบื่อหน่ายการเรียน ฉะนั้นการจัดการเรียนการสอนควรจะต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการให้ดี ควรมีการจัดการเรื่องการให้คําปรึกษา ช่วยเหลือนิสิตในยามที่มีปัญหาด้านการเรียนทฤษฎีและปฏิบัติ
The Effectiveness Of The Subdermal Contraception Trainingprogramme For Nurses At Chulalongkorn Hospital:Preliminary Report, S. Bunyavejchevin, D. Reinprayoon, W. Wisawasukmongchol, U. Jaisamran
The Effectiveness Of The Subdermal Contraception Trainingprogramme For Nurses At Chulalongkorn Hospital:Preliminary Report, S. Bunyavejchevin, D. Reinprayoon, W. Wisawasukmongchol, U. Jaisamran
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Detection Of The Erythrogenic Toxin A, Band C Genes Ingroup A Streptococci Isolated From Clinical Specimensand Throat Of School Children, P. Nunthapisud, S. Sirilertpanrana, S. Reinprayoon, A. Tanna
Detection Of The Erythrogenic Toxin A, Band C Genes Ingroup A Streptococci Isolated From Clinical Specimensand Throat Of School Children, P. Nunthapisud, S. Sirilertpanrana, S. Reinprayoon, A. Tanna
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Automated Reticulocyte Analysis, N. Charuruks
Automated Reticulocyte Analysis, N. Charuruks
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Pdate On Prostaglandin E2 Vaginal Tablet For Induction Of Labor, Y. Tannirandorn
Pdate On Prostaglandin E2 Vaginal Tablet For Induction Of Labor, Y. Tannirandorn
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
โรงเรียนการแพทย์ทหารบก ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, Surang Triratanachat
โรงเรียนการแพทย์ทหารบก ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, Surang Triratanachat
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Factors Associated With Ards In Childhood Pneumonia, S. Sritippayawan, J. Deerojanawong, N. Prapphal
Factors Associated With Ards In Childhood Pneumonia, S. Sritippayawan, J. Deerojanawong, N. Prapphal
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Want To Do Research…Who Can Help??, S. Triratanachat
Want To Do Research…Who Can Help??, S. Triratanachat
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
A Difficult Case Of Foreign Body In The Tracheobronchial Trees:Combined Rigid & Flexible Bronchoscopy Technique, P. Hirunwiwatkul
A Difficult Case Of Foreign Body In The Tracheobronchial Trees:Combined Rigid & Flexible Bronchoscopy Technique, P. Hirunwiwatkul
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
วิวัฒนาการของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: บทวิเคราะห์ในช่วงรุ่นที่ 28-40, Mai Rattanavararak
วิวัฒนาการของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: บทวิเคราะห์ในช่วงรุ่นที่ 28-40, Mai Rattanavararak
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Evaluation Of Quality Of Aric Standard Case Managementprovided By Health Care Workers, T. Rattanadilok Na Bhuket, P. Sunakorn, S. Pongparit, Y. Kasetchareon, T. Walaisathein, R. Prasarnthong
Evaluation Of Quality Of Aric Standard Case Managementprovided By Health Care Workers, T. Rattanadilok Na Bhuket, P. Sunakorn, S. Pongparit, Y. Kasetchareon, T. Walaisathein, R. Prasarnthong
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Large Bilateral Medial Rectus Recessionsin Large Angle Congenital Esotropia, S. Yaisawang
Large Bilateral Medial Rectus Recessionsin Large Angle Congenital Esotropia, S. Yaisawang
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Primary Hepatocellular Carcinoma, A. Pawarode, N. Voravud
Primary Hepatocellular Carcinoma, A. Pawarode, N. Voravud
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Immunity: Complexity With Endless Lists Of Molecules, V. Rumsaeng
Immunity: Complexity With Endless Lists Of Molecules, V. Rumsaeng
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
An Isolated Factor V Deficiency (Parahemophilia): A Case Report, A. Kittikalayawong, C. Impand, P. Seksarn
An Isolated Factor V Deficiency (Parahemophilia): A Case Report, A. Kittikalayawong, C. Impand, P. Seksarn
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Motorcycle Accident Autopsy Report And Analysis During 10 Years At Chulalongkorn Hospital, S. Chamsuwan
Motorcycle Accident Autopsy Report And Analysis During 10 Years At Chulalongkorn Hospital, S. Chamsuwan
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Patterns Of Cardiovascular Drug Prescribing In General Practiceat Chulalongkorn Hospital, Thailand, S. Thamaree, S. Wittayalertpunya, O. Tungphao
Patterns Of Cardiovascular Drug Prescribing In General Practiceat Chulalongkorn Hospital, Thailand, S. Thamaree, S. Wittayalertpunya, O. Tungphao
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
ช่วยเด็กวันนี้ สังคมดีวันนี้, วัลลภ ตังคณานุรักษ์
ช่วยเด็กวันนี้ สังคมดีวันนี้, วัลลภ ตังคณานุรักษ์
Jamjuree Journal
No abstract provided.