Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11408)
- Social and Behavioral Sciences (7365)
- Education (4053)
- Engineering (3655)
- Arts and Humanities (3617)
-
- Physical Sciences and Mathematics (3121)
- Veterinary Medicine (2807)
- Life Sciences (2360)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
- Environmental Sciences (1444)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1048)
- Business (983)
- Law (945)
- Materials Science and Engineering (906)
- Architecture (872)
- Medical Sciences (861)
- Sociology (809)
- Civil and Environmental Engineering (788)
- Environmental Studies (777)
- Chemistry (670)
- Chemical Engineering (656)
- Computer Sciences (618)
- Reading and Language (564)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (551)
- Environmental Design (518)
- Engineering Science and Materials (502)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Keyword
-
- Thailand (165)
- Dog (125)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (40)
- Immunohistochemistry (35)
- Cat (29)
- COVID-19 (28)
- Risk factors (28)
- Stress (28)
- Anxiety (27)
- Elderly (27)
- Indonesia (27)
- Quality of life (27)
- Children (25)
- Antioxidant (24)
- Rat (23)
- Oxidative stress (22)
- Attitude (21)
- Diagnosis (21)
- Escherichia coli (21)
- Knowledge (21)
- Bangkok (20)
- Breast cancer (20)
- Histopathology (20)
- PCR (20)
- Reliability (20)
- Efficacy (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (15281)
- Chulalongkorn Medical Journal (4167)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2595)
- Journal of Education Studies (2472)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1665)
-
- Journal of Social Sciences (1290)
- Thai Environment (1027)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
- PASAA (897)
- Journal of Letters (864)
- Jamjuree Journal (816)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (789)
- Applied Environmental Research (777)
- Manusya, Journal of Humanities (598)
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- Journal of Urban Culture Research (445)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (441)
- Halal Insight (433)
- Asian Review (360)
- Journal of Demography (353)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (290)
- Journal of Health Research (222)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (220)
- วารสารวิทยบริการ Academic Resources Journal (203)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (94)
- Chulalongkorn University Law Journal (47)
- Publication Type
Articles 10501 - 10530 of 37844
Full-Text Articles in Entire DC Network
การดำเนินนโยบายความมั่นคงของฟิลิปปินส์ต่อจีนในกรณีพิพาททะเลจีนใต้ ค.ศ.2010-2016, ณัฐเชษฐ์ เสงี่ยมพงษ์
การดำเนินนโยบายความมั่นคงของฟิลิปปินส์ต่อจีนในกรณีพิพาททะเลจีนใต้ ค.ศ.2010-2016, ณัฐเชษฐ์ เสงี่ยมพงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการศึกษาการดำเนินนโยบายของประเทศจีนในการขยายอาณาเขตทางทะเลบริเวณทะเลจีนใต้ และศึกษาการดำเนินการของประเทศฟิลิปปินส์หลังจากการดำเนินการของจีนที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติทางทะเล เพื่อนำมาสู่งการวิเคราะห์การกระทำของฟิลิปปินส์หลังถูกกระทบด้านความมั่นคงจากการขยายอิทธิพลของจีนในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ ผลวิจัยพบว่าจากการที่จีนยังคงยืนยันการอ้างสิทธิ์ในกรณีพิพาททะเลจีนใต้ เป็นความพยายามที่ต้องการครอบครองทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ทะเลจีนใต้ อีกทั้งต้องการขยายเศรษฐกิจประเทศของตนเพื่อตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ Chinese Dream ซึ่งมีความต้องการครอบครองเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ เพื่อเป็นประตูทางทะเลของประเทศออกสู่มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลกระทบด้านความมั่นคงต่อประเทศพิพาทอย่างประเทศฟิลิปปินส์ ทำให้การดำรงชีวิตของประชาชนฟิลิปปินส์มีความไม่ปลอดภัยจากการดำรงชีพตามวิถีเดิมของตน อีกทั้งประเด็นทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อน ฟิลิปปินส์จึงต้องมียุทธศาสตร์ขึ้นมาเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในการขยายอิทธิพลทางทะเลของประเทศจีน เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันตน อีกทั้งได้พยายามสร้างพันธมิตรเพื่อสร้างความสมดุลขึ้นในระบบระหว่างประเทศ โดยได้ใช้ความสัมพันธ์ที่มีมายาวนานกับมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งงานวิจัยนี้จะทำให้เห็นความพยายามของฟิลิปปินส์ที่ดำเนินนโยบายในการป้องกันประเทศในการถูกผลกระทบจากประเทศมหาอำนาจที่พยายามขยายอิทธิพล จนกระทบต่อความมั่นคงของประเทศตนเองแล้วกำหนดออกมาเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวอย่างในการดำเนินการที่ดีในการป้องกันประเทศ
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาเครื่องมือการวิเคราะห์พัฒนาทักษะรายบุคคลผ่าน E-Learning ด้วยเทคโนโลยี Ai Learning Detection, ชณุตพร ศรีชัย
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาเครื่องมือการวิเคราะห์พัฒนาทักษะรายบุคคลผ่าน E-Learning ด้วยเทคโนโลยี Ai Learning Detection, ชณุตพร ศรีชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องมือการวิเคราะห์ทักษะรายบุคคลด้วยเทคโนโลยี AI Learning Detection ในการตรวจจับความเข้าใจ ความสนใจ และวิเคราะห์ความถนัดของผู้เรียนผ่านระบบ E-Learning และการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยผู้วิจัยสำรวจความต้องการและความสนใจต่อการใช้เทคโนโลยี AI Learning Detection ด้วยแบบสอบถามไปยังกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานทางด้านการพัฒนาบุคลากรหรือบริหารทรัพยากรมุนษย์ในองค์กร ผู้วิจัยสำรวจข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 117 คนที่ทำงานอยู่ในองค์กรที่มีการใช้ระบบ E-Learning ในการพัฒนาทักษะบุคลากรและมีหน้าที่รับผิดชอบทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ค่าอัตราส่วนร้อยละ และค่าเฉลี่ยสำหรับอธิบายข้อมูลทั่วไป จากนั้นวิเคราะห์ความสัมพันธ์ข้อมูลระหว่างตัวแปรโดยใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ตารางไขว้ (Crosstab) และทดสอบ Chi-square ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 62 รู้จักเทคโนโลยี AI Learning Detection โดยความเห็นส่วนใหญ่เห็นว่า เทคโนโลยีนี้มีความน่าสนใจเมื่อนำมาประยุกต์ในการเรียนรู้ผ่านระบบ E-Learning ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าเทคโนโลยีนี้จะทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเห็นด้วยว่าจะทำให้กระบวนการพัฒนาทักษะบุคลากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลจากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรพบว่า เพศและประสบการณ์ทำงานมีผลต่อระดับความสนใจในการใช้เทคโนโลยีนี้
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เนื้อเลียนแบบจากโปรตีนทางเลือกจากพืชที่มีสมบัติเชิงหน้าที่, พรชนก ฉายฉันท์
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เนื้อเลียนแบบจากโปรตีนทางเลือกจากพืชที่มีสมบัติเชิงหน้าที่, พรชนก ฉายฉันท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เนื้อเลียนแบบจากโปรตีนทางเลือกจากพืชที่มีสมบัติเชิงหน้าที่ ซึ่งปัจจุบัน Plant-based Foods เป็นอาหารในกลุ่มโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) เป็นนวัตกรรมอาหารที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเทรนด์รักสุขภาพ และกระแสรักษ์โลกที่ให้ความสนใจในสวัสดิภาพสัตว์ด้วยความตระหนักถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษารูปแบบผลิตภัณฑ์เนื้อเลียนแบบจากโปรตีนทางเลือกที่ผู้บริโภคเป้าหมายต้องการ ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่มีความสนใจในเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จำนวน 12 ราย และนำผลการศึกษาดังกล่าวมาออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อเลียนแบบจากโปรตีนทางเลือกเพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบร่วม (Conjoint analysis) ในการวิเคราะห์ส่วนประสมทางการตลาด (Marketing mix) ได้แก่ แนวคิดผลิตภัณฑ์ (Product) ราคา (Price) ช่องทางกาารจัดจำหน่าย (Place) และกิจกรรมส่งเสริมการขาย (Promotion) จากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 ราย ผลการสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่า กลุ่มผู้ปริโภคเป้าหมายคาดหวังให้ผลิตภัณฑ์เนื้อเลียนแบบจากโปรตีนทางเลือกมีรสชาติ กลิ่นรสและเนื้อสัมผัสใกล้เคียงเนื้อสัตว์เสมือนจริง รับประทานหรือจัดเตรียมง่าย มีช่องทางการจำหน่ายหลากหลาย ราคาเทียบเท่าเนื้อสัตว์ปกติหรือแพงกว่าไม่เกิน 10-15% เมื่อพิจารณาการให้คะแนนอรรถประโยชน์รวม (Total utility) พบว่า กลยุทธ์การตลาดที่ได้รับค่าอรรถประโยชน์รวมมากที่สุด คือ ผลิตภัณฑ์ไส้กรอกไก่จากพืชพร้อมทาน มีแหล่งโปรตีนจากพืชตระกูลถั่วและมีแหล่งใยอาหารจากขนุนอ่อนเหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพ (Healthy Food) และผู้ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ จำหน่ายในราคาเท่ากับไส้กรอกไก่ปกติ ทางช่องทางออนไลน์ ผลศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินจากการจ้างผลิต (OEM) แทนการจัดตั้งโรงงานผลิต ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินในกรณีปกติ (Base case) โดยการคาดคะเนส่วนแบ่งตลาดที่ร้อยละ 7 พบว่า คุ้มค่าในการเลือกลงทุน เนื่องจากธุรกิจสามารถสร้างกำไร มีค่าอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) เป็นบวก และมีระยะเวลาในการคืนทุน (Payback Period) ในปีที่สอง
นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายเอาเทอร์แวร์สำหรับกลุ่มกรีน ฮิปสเตอร์ ด้วยแนวคิดโมดูลาร์ อินโนเวชั่น, อรปรียา ฤทธิโชติ
นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายเอาเทอร์แวร์สำหรับกลุ่มกรีน ฮิปสเตอร์ ด้วยแนวคิดโมดูลาร์ อินโนเวชั่น, อรปรียา ฤทธิโชติ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
นวัตกรรมการสร้างสรรค์ตราสินค้าเครื่องแต่งกายเอาเทอร์แวร์ สำหรับกลุ่มกรีน ฮิปสเตอร์ (Green Hipster) ด้วยแนวคิดโมดูลาร์ อินโนเวชั่น (Modular Innovation) เป็นการวิจัยเพื่อหาแนวทางการออกแบบเครื่องแต่งกายสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ให้ความสนใจในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน พัฒนาควบคู่กับการเพิ่มประโยชน์ด้านการใช้สอยของเครื่องแต่งกาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางในการสร้างตราสินค้าเครื่องแต่งกายเอาเทอร์แวร์ สำหรับกลุ่มกรีน ฮิปสเตอร์ (Green Hipster) จากสิ่งทอรีไซเคิล ด้วยแนวคิดโมดูลาร์อินโนเวชั่น (Modular Innovation) โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณควบคู่กับกระบวนการออกแบบสร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย เริ่มตั้งแต่การศึกษากลุ่มเป้าหมาย กลุ่มกรีน ฮิปสเตอร์ (Green Hipster) ถึงข้อมูลทั่วไป (เพศ อายุ การศึกษา รายได้) และพฤติกรรมการบริโภคสินค้า เพื่อให้เข้าใจถึงรูปแบบและหลักเกณฑ์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกบริโภคสินค้า ตลอดจนการศึกษาถึงลักษณะแบรนด์สินค้าในปัจจุบันทั้งต่างประเทศและในประเทศ เพื่อหาช่องว่างทางการตลาดที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ ผู้วิจัยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามกลุ่มผู้บริโภคทั้งผู้หญิงและผู้ชายในเจเนอเรชั่นวาย มีอายุระหว่าง 23-35 ปี จำนวน 56 คน ผลจากการวิจัยพบว่า การสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายเพื่อกลุ่มกรีน ฮิปสเตอร์ที่มีความสนใจในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับแนวคิดโมดูลาร์อินโนเวชั่น สามารถมีแนวทางในการออกแบบร่วมกันได้ โดยการออกแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนหรือถอดประกอบชิ้นส่วนได้ (Modular Design) และโอกาสการใช้สอยในรูปแบบลำลองกึ่งกิจกรรมกลางแจ้ง (Casual Outdoor) สามารถประยุกต์ใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค ช่องว่างการตลาดสู่การสร้างสรรค์ตราสินค้าแฟชั่นได้ในอนาคต
การออกแบบเรขศิลป์เพื่อให้ความรู้โฮมีโอพาธีย์, มณิภา วัฒกีกุล
การออกแบบเรขศิลป์เพื่อให้ความรู้โฮมีโอพาธีย์, มณิภา วัฒกีกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาแนวทางในการออกแบบเรขศิลป์ที่เหมาะสมเพื่อให้คนกลุ่มเจนเนอเรชั่น วาย เกิดความรู้และความเข้าใจได้ง่ายเกี่ยวกับการแพทย์ทางเลือกโฮมีโอพาธีย์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้คือ กลุ่มคนเจนเนอเรชั่น วาย ช่วงอายุระหว่าง 20 - 39 ปี เก็บรวบรวมข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ เอกสารงานวิจัย หนังสือ บทความทางวิชาการ และสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย นำมารวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในการออกแบบ ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า กลุ่มคนเจนเนอเรชั้น วาย นั้น มีสุขภาพทรุดโทรมจากการทำงานหนัก จึงเริ่มมีการหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นแต่ไม่มีเวลา อีกทั้งพฤติกรรมของกลุ่มกลุ่มคนเจนเนอเรชั่น วาย ใช้สมาร์ทโฟนและเล่นโซเชียลมีเดียเป็นหลัก ชอบสื่อสารและแสดง ออกผ่านสื่อใหม่และสื่อออนไลน์ต่างๆ ชอบเสพสื่อบันเทิงและชอบอ่านการ์ตูนดิจิตอลที่เป็นสื่อออนไลน์ กลุ่มเป้าหมายนั้นให้ความสนใจและพึงพอใจในการ์ตูนดิจิตอล จึงได้ผลสรุปว่าการ์ตูนดิจิตอลเป็นสื่อที่สามารถถ่ายองค์ความรู้โฮมีโอพาธีย์ที่เหมาะสมต่อกลุ่มคนเจนเนอเรชั่น วาย โดยการ์ตูนมีโครงสร้างในการเล่าเรื่องที่ละเอียดซับซ้อน สามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆได้อย่างละเอียดและมีความน่าสนใจ รวมถึงสารที่ต้องการจะสื่อสำหรับการออกแบบเรขศิลป์เพื่อให้ความรู้โฮมีโอพาธีย์คือ ชีวิตที่ดีคือการเปลี่ยนแปลง และกลุ่มบุคลิกภาพที่เหมาะคือ สบายๆไม่มีกฎเกณฑ์ (Casual), เป็นธรรมชาติ (Natural), ทันสมัย (Modern)
การใช้ทฤษฎีสะกิดในการวิเคราะห์รูปแบบและเนื้อหาเกี่ยวกับโควิด 19 ในแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์และทัศนคติของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นัทธี สุวรรณจินดา
การใช้ทฤษฎีสะกิดในการวิเคราะห์รูปแบบและเนื้อหาเกี่ยวกับโควิด 19 ในแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์และทัศนคติของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นัทธี สุวรรณจินดา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1.) รูปแบบและเนื้อหาเพื่อการสื่อสารเกี่ยวกับวัคซีนโควิด 19 ของแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์ในกรอบของทฤษฎีสะกิด 2.) ทัศนคติของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต่อแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์ ในฐานะเครื่องมือสื่อสารในการสื่อสารเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจฉีดวัคซีนโควิด 19 โดยเครื่องมือในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึก กับบุคคล 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้พัฒนาและออกแบบแอปพลิเคชัน และ กลุ่มผู้ใช้งานแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์ ซึ่งใช้งานแอปพลิเคชันยูเน็กซ์และเข้าถึงประกาศและข่าวสารประชาสัมพันธ์ผ่านแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์ ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบและเนื้อหาเพื่อการสื่อสารของแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ 1) รูปแบบในการสื่อสารที่ปรากฎ ประกอบด้วย 1.1) ข่าวสารและประชาสัมพันธ์ คือ Icon และ Banner ที่ภาพประกอบกับเนื้อหาข้อความ 1.2) การแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์ 2) เนื้อหา ประกอบด้วย 2.1) ข้อมูลที่เป็นเนื้อหาส่งโดยตรงจากส่วนกลางทั้งหมดจากกิจการนิสิตแต่ละคณะ 2.2) เนื้อหาที่ส่งผ่าน CU NEX Club 2.3) เนื้อหาที่มีการย่อยทำให้เข้าใจง่ายและเป็นกันเองกับผู้ใช้งาน พบว่าการสะกิดกระตุ้นให้นิสิตจุฬาลงกรณ์เข้ารับบริการฉีดวัคซีนผ่านแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์เป็นในทางที่คาดหวังได้โดยไม่มีการบังคับ 2. ทัศนคติต่อแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์ ในฐานะเครื่องมือสื่อสารในการสื่อสารเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจฉีดวัคซีนโควิด 19 พบว่า 1) ก่อนการเข้ารับบริการฉีดวัคซีนผ่านแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์มีความกังวลใจเกี่ยวกับข้อมูลของการฉีดวัคซีน และส่วนใหญ่ไม่กังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายวัคซีนที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากมองว่าเป็นสิทธิ์พื้นฐานที่ควรได้รับ แต่จะมีความกังวลเกี่ยวกับปฏิกิริยาอาการหลังฉีดวัคซีนเข้าสู่ร่างกาย 2) ด้านทัศนคติต่อแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์ 2.1) ความคิดเห็นเกี่ยวกับความง่ายและสะดวกต่อการจองวัคซีนในแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์ส่วนใหญ่พบว่า แอปพลิเคชันซียูเน็กซ์สามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีความสะดวก รวดเร็ว มีข่าวสารและรายละเอียดการลงทะเบียนและการรับวัคซีนครบถ้วน และง่ายต่อการใช้งาน 2.2) ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานที่ที่จัดให้บริการรับวัคซีนจากการโดยเลือกในแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์ ส่วนใหญ่เห็นว่า เป็นสถานที่ที่มีความสะดวก และคุ้นเคยกับตัวนิสิต ไม่ต้องเดินทางไปสถานที่อื่น 2.3) ความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้บริการของแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์ ส่วนใหญ่เห็นว่า เป็นบริการที่ดีที่สามารถเป็นตัวกลางระหว่างมหาวิทยาลัยกับนิสิต รวมไปถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีความรวดเร็วในการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์เรื่องราวต่างๆ ที่จำเป็น 2.4) ความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้คำแนะนำในแอปพลิเคชันซียูเน็กซ์ ส่วนใหญ่เห็นว่า มีความน่าเชื่อถือ และเป็นตัวกลางในการนำเสนอข้อมูล อย่างไรก็ตามควรมีการเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนของ เพิ่มลิงก์ การเข้าถึงช่องทางต่างๆ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน รวมถึงแจ้งเตือนถึงวันที่เริ่มฉีด-นับถอยหลังก่อนหมดเขตการฉีดวัคซีน
พฤติกรรมและความผูกพันของผู้ใช้งานต่อแอปพลิเคชัน Tiktok, จิตวัฒน์ สารตันติพงศ์
พฤติกรรมและความผูกพันของผู้ใช้งานต่อแอปพลิเคชัน Tiktok, จิตวัฒน์ สารตันติพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) พฤติกรรมและความผูกพันของผู้ใช้งานต่อแอปพลิเคชัน TikTok และ 2) ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมและความผูกพันของผู้ใช้งานต่อแอปพลิเคชัน TikTok โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 219 คน อายุระหว่าง 18 – 37 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้งานในช่วงวัย Generation Y และ Z ที่เคยใช้งานแอปพลิเคชัน TikTok ไม่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ผลการวิจัยวิจัยพบว่า ผู้ใช้งานมีพฤติกรรมการใช้งานแอปพลิเคชัน TikTok ทั้งด้านการรับรู้ ทัศนคติ ความตั้งใจใช้งาน และความพึงพอใจค่อนข้างมาก นอกจากนั้น พฤติกรรมการใช้งานยังมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความผูกพันต่อแอปพลิเคชัน TikTok อันประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ในด้านความคิด ความรู้สึก และการกระทำ กล่าวคือ ผู้ใช้งานมีพฤติกรรมต่อแอปพลิเคชัน TikTok มากเพียงใด ก็จะยิ่งส่งผลต่อความผูกพันของผู้ใช้งานต่อแอปพลิเคชัน TikTok สูงเช่นเดียวกัน ขณะที่ช่วงวัย Generation Z มีพฤติกรรมการใช้งานในด้านความตั้งใจใช้งานมากกว่าช่วงวัย Generation Y อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
อิทธิพลของการเปิดรับการสื่อสารแบบบอกต่อออนไลน์ การรับรู้ความเสี่ยงและการตระหนักต่อ ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค, วรวุฒิ ชูมณี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับอิทธิพลของการเปิดรับการสื่อสารแบบบอกต่อออนไลน์ การรับรู้ความเสี่ยงในด้านการเงิน ด้านประสิทธิภาพ ด้านจิตวิทยา และการตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่มีต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ของผู้บริโภค โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่มีเปิดรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า และอยู่ในช่วงอายุที่มีกำลังซื้อ ระหว่าง 35-60 ปี จำนวนทั้งสิ้น 200 ตัวอย่าง ผลการวิจัยที่ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการทางสถิติด้วยการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Linear Regression) แบบ Stepwise สรุปได้ว่า การรับรู้ความเสี่ยงด้านการเงิน การรับรู้ความเสี่ยงด้านจิตวิทยา การเปิดรับการสื่อสารแบบบอกต่อออนไลน์ และ การตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม คือ 4 ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ของผู้บริโภคมากที่สุดตามลำดับ คิดเป็นร้อยละ 26.1 ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 โดยจากผลการศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยได้นำเสนอแบบจำลองเส้นทางการหาข้อมูลในการซื้อรถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้าของผู้บริโภคเพื่อเป็นแนวทางในการการออกแบบการสื่อสารของรถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า โดยในด้านของผู้ส่งสาร ควรสื่อสารผ่านกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางความคิดในวงการรถยนต์ ในขณะที่ผู้บริโภคจะเข้าถึงข้อมูลจากเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลอย่างกูเกิ้ล และยูทูบ โดยมีจุดดึงดูดสารอยู่ที่ข้อมูลที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจและไม่กังวลว่าจะมีความเสี่ยงในการซื้อเกิดขึ้น เช่น ความคุ้มค่าทางการเงิน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การเปิดรับข่าวสาร และรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคกลุ่ม "ยังก์โอลด์" (Young Old), วรารัตน์ วัฒนเลิศพงศ์
การเปิดรับข่าวสาร และรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคกลุ่ม "ยังก์โอลด์" (Young Old), วรารัตน์ วัฒนเลิศพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจการเปิดรับข่าวสาร และเพื่ออธิบายรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคกลุ่ม “ยังก์โอลด์” (Young Old) ซึ่งเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2496 - 2505 ยังใช้ชีวิตด้วยความคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม รู้สึกว่าตนเองไม่แก่ อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 60 - 69 ปี จำนวน 450 คน วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยวิธีการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive analysis) และการวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor analysis) ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริโภคกลุ่ม “ยังก์โอลด์” (Young Old) มีการเปิดรับข่าวสารผ่านสื่อบุคคลอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ลูกหลาน ญาติ และเพื่อน ขณะที่มีการเปิดรับข่าวสารผ่านสื่อใหม่ในระดับปานกลาง โดย 3 อันดับแรก ได้แก่ ไลน์ เฟซบุ๊ก และยูทูบ และมีการเปิดรับข่าวสารผ่านสื่อดั้งเดิมในระดับปานกลาง โดย 3 อันดับแรก ได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ รูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคกลุ่ม “ยังก์โอลด์” (Young Old) สามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม ดังนี้ 1. กลุ่มหัวสมัยใหม่ ใส่ใจคุณภาพชีวิตที่ดี 2. กลุ่มไม่สนใจใคร ใส่ใจเพียงตนเอง 3. กลุ่มตามกระแสและแคร์ภาพลักษณ์ 4. กลุ่มใช้ชีวิตให้สุด ไม่หยุดอยู่ที่บ้าน 5. กลุ่มสังคมมิตรภาพและธรรมชาติกลมเกลียว
แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการลักลอบหนีศุลกากรทางทะเล ภายใต้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล, ภัคพล รัชตหิรัญ
แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการลักลอบหนีศุลกากรทางทะเล ภายใต้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล, ภัคพล รัชตหิรัญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ประกอบด้วย 1) เพื่อศึกษาบทบาทและโครงสร้างองค์การของกรมศุลกากรและศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล 2) เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคการปฏิบัติงานของกรมศุลกากรด้านการป้องกันและปราบปรามการลักลอบหนีศุลกากรทางทะเล ภายใต้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล 3) เพื่อหาข้อเสนอแนะในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการลักลอบหนีศุลกากรทางทะเลของกรมศุลกากร ภายใต้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ทำการเก็บข้อมูลจากการค้นคว้าเอกสารและสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก 8 คน ซึ่งครอบคลุมข้าราชการกรมศุลกากรและเจ้าหน้าที่จากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ผลการศึกษา พบว่า กรมศุลกากรมีบทบาทในฐานะหน่วยงานหลักภายใต้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยมีกองสืบสวนและปราบปรามที่ทำหน้าที่ในด้านการป้องกันและปราบปรามการลักลอบหนีศุลกากรทางทะเล โดยปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเป็นหลัก ในด้านโครงสร้างองค์การนั้นกรมศุลกากรมีบทบาทในฐานะสำนักปฏิบัติการ 4 ที่มุ่งเน้นภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการลักลอบหนีศุลกากรทางทะเลในรูปแบบของการบูรณาการ และได้มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุ กรณีการลักลอบขนส่งอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงทางทะเล เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการบูรณาการร่วมกันระหว่างทั้งหน่วยงานภายในศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับภาวะปกติจนถึงภาวะที่ไม่ปกติที่อาจส่งผลต่อความเสียหายของประเทศอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ในด้านการปฏิบัติงานนั้น พบข้อจำกัดและอุปสรรคที่สำคัญคือ การขาดแคลนเรือตรวจการณ์ สถานที่จอดเรือ และระบบเทคโนโลยีในการติดตามเรือ ที่มีความเหมาะสมในการปฏิบัติงานในบางพื้นที่ รวมทั้งจำนวนบุคลากรที่ไม่สอดคล้องกับปริมาณงาน และวัฒนธรรมในการบูรณาการร่วมกันที่ควรมีการพัฒนาในรูปแบบการยึดผลงานและบทบาทการมีส่วนร่วมของผู้นำองค์การอันจะนำมาสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานแบบบูรณาการมากยิ่งขึ้น
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนในสหวิทยาเขตสามัคคีมุขมาตย์ ตามแนวคิดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการจำเป็นที่แตกต่างกัน, วชิราภรณ์ สุวรรณวรางกูร
แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนในสหวิทยาเขตสามัคคีมุขมาตย์ ตามแนวคิดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการจำเป็นที่แตกต่างกัน, วชิราภรณ์ สุวรรณวรางกูร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนในสหวิทยาเขตสามัคคีมุขมาตย์ ตามแนวคิดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการจำเป็นที่แตกต่างกัน 2) นำเสนอแนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนในสหวิทยาเขตสามัคคีมุขมาตย์ ตามแนวคิดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการจำเป็นที่แตกต่างกัน ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ โรงเรียนมัธยมศึกษาในสหวิทยาเขตสามัคคีมุขมาตย์ จังหวัดนครปฐม จำนวน 7 โรงเรียน โดยมีผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้และครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในสหวิทยาเขตสามัคคีมุขมาตย์ จังหวัดนครปฐม จำนวน 191 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามและแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ และทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติบรรยาย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฐานนิยม และใช้เทคนิคดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI [modified]) ในการจัดลำดับความต้องการจำเป็น ผลการวิจัยสรุปได้ว่า 1) การบริหารวิชาการโรงเรียนในสหวิทยาเขตสามัคคีมุขมาตย์ตามแนวคิดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการจำเป็นที่แตกต่างกันที่มีความต้องการจำเป็นสูงที่สุดในการพัฒนา คือ การวัดและประเมินผล (PNI [modified] = 0.437) รองลงมา คือ การพัฒนาหลักสูตร (PNI [modified] = 0.436) และ การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ (PNI [modified] = 0.407) ตามลำดับ ซึ่งองค์ประกอบของแนวคิดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการจำเป็นที่แตกต่างกันที่มีค่าความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ ด้านผลลัพธ์ 2) แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนในสหวิทยาเขตสามัคคีมุขมาตย์ ตามแนวคิดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการจำเป็นที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย 3 แนวทาง โดยนำเสนอตามลำดับความต้องการจำเป็น 3 อันดับ ได้แก่ (1) พัฒนาการวัดและประเมินผลที่มุ่งเน้นการกำหนดแนวปฏิบัติในการวัดประเมินผลด้านผลลัพธ์ (2) พัฒนาหลักสูตรที่เน้นการวิเคราะห์ความจำเป็นของหลักสูตรสถานศึกษาด้านเนื้อหา (3) พัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านผลลัพธ์
แนวทางพัฒนาการบริหารกิจการนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลตำบลปลายบาง จังหวัดนนทบุรี ตามแนวคิดการสร้างวินัยเชิงบวก, ธวาทิตย์ ทองทับ
แนวทางพัฒนาการบริหารกิจการนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลตำบลปลายบาง จังหวัดนนทบุรี ตามแนวคิดการสร้างวินัยเชิงบวก, ธวาทิตย์ ทองทับ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาสภาพปัจจุบันสภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารกิจการนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลตำบลปลายบาง จังหวัดนนทบุรี ตามแนวคิดการสร้างวิชัยเชิงบวก 2) นำเสนอแนวทางการบริหารกิจการนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลตำบลปลายบาง จังหวัดนนทบุรี ตามแนวคิดการสร้างวินัยเชิงบวก ผู้ให้ข้อมูลในการวิจัย ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูผู้สอน โรงเรียนสังกัดเทศบาลตำบลปลายทาง จังหวัดนนทบุรี รวมทั้งสิ้น 115 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม โดยสถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ค่าเฉลี่ยเลขคณิตส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น ผลการศึกษาพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารกิจการนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาล ตำบลปลายบาง จังหวัดนนทบุรี ตามแนวคิดการสร้างวินัยเชิงบวก โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x = 3.640) และมากที่สุด (x = 4.570) ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ งานกิจกรรมแนะแนว (PNI [Modified] = 0.267) รองลงมาคือ งานวินัยและความประพฤติ (PNI [Modified] = 0.261) และด้านที่มีความต้องการจำเป็นต่ำที่สุด คือ ด้านงานกิจกรรมชุมนุม (PNI [Modified] = 0.246) 2) แนวทางพัฒนาการบริหารกิจการนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลปลายบาง จังหวัดนนทบุรี ตามแนวคิดการสร้างวินัยเชิงบวก ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก 9 แนวทางย่อย และ 18 วิธีดำเนินการประกอบด้วย แนวทางที่1 พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อส่งเสริมการสร้างวินัยเชิงบวกด้านการแก้ปัญหาประกอบด้วย 3 แนวทางย่อย 6 วิธีดำนเนินการ แนวทางที่ 2 ยกระดับคุณภาพกิจกรรมแนะแนว เพื่อส่งเสริมการสร้างวินัยเชิงบวก ด้านความร่วมมือ ประกอบด้วย 3 แนวทาง ย่อย 6 วิธีดำเนินการ และ แนวทางที่ 3 พัฒนากิจกรรมชุมนุม เพื่อส่งเสริมการสร้างวินัยเชิงบวกด้านการคำนึ่งถึงผู้อื่น ประกอบด้วย 3 แนวทาง ย่อย 6 …
You Understand I Na Ka?: A Study Of Comprehensibility Of Thai English To Foreign Tourists, Kukiet Phuengpitipornchai, Adisa Teo
You Understand I Na Ka?: A Study Of Comprehensibility Of Thai English To Foreign Tourists, Kukiet Phuengpitipornchai, Adisa Teo
PASAA
The objectives of this study were to explore foreign tourists’ responses to Thai English, a variety of English emerging in Thailand, in terms of comprehensibility, and to identify the linguistic features that made Thai English incomprehensible. One hundred international tourists in Bangkok from four regions including East Asia, Southeast Asia, Europe, and North America were surveyed after they listened to a set of five authentic speech samples from four speakers in Thai tourism industry. The data were collected and analysed quantitatively and qualitatively to yield multidimensional results. The results show that Thai English was comprehensible to most of the tourists …
Word Frequency Level And Lexical Coverage In The Reading Comprehension Texts Of The Malaysian University English Test, Melisa Charles Benedict, Ahmad Affendi Shabdin
Word Frequency Level And Lexical Coverage In The Reading Comprehension Texts Of The Malaysian University English Test, Melisa Charles Benedict, Ahmad Affendi Shabdin
PASAA
The central foundation of knowledge is through grasping what is being read. Therefore, it is significant to recognise the difficulty level of a reading text for better and comprehensive understanding. The present study is an attempt to identify the word frequency level and lexical coverage of the Malaysian University English Test (MUET) reading texts which is deemed to be intricate for students. The anticipation of the Education Ministry of Malaysia is that students are capable and competent in comprehending academic texts which is required of them at the university. Nonetheless, the problem lies in students’ lack of vocabulary size and …
Diversity Of Cultural Sources In Elt Activity Books: A Case Study Of A Multicultural Primary School In Thailand, Kulthida Saemee, Singhanat Nomnian
Diversity Of Cultural Sources In Elt Activity Books: A Case Study Of A Multicultural Primary School In Thailand, Kulthida Saemee, Singhanat Nomnian
PASAA
Thai government schools have become multicultural due to an increasing number of migrant students whose parents are from neighboring ASEAN countries. Although published English language teaching (ELT) materials have been researched extensively, supplementary materials that are integrated as additional resources for teachers and students such as workbooks or activity books used in Thai government schools are under-researched. This study investigated the cultural diversity content represented in six ELT activity books used in a primary school located in Samut Sakhon province in Thailand. Cortazzi and Jin’s (1999) cultural concept was employed as a framework to analyze layers of cultural diversity represented …
Thai Tertiary Learners’ Attitudes Towards Their Thai English Accent, Eric A. Ambele, Yusop Boonsuk
Thai Tertiary Learners’ Attitudes Towards Their Thai English Accent, Eric A. Ambele, Yusop Boonsuk
PASAA
The global spread of English nowadays has led to a shifted role in the use of English as an international lingua franca in expanding-circle contexts like Thailand. The purpose of this study was therefore to examine Thai university students’ attitudes towards their own Thai-English accent, in addition to how the notion of standard language ideology in Thailand plays an influential role in their English accent attitudes. The research further explores the perspectives of the students regarding their acceptability of Thai-English accent by adopting a mixed-method approach using both questionnaire and interview as research instruments. The findings reveal a controversial perspective …
The Relationship Between Culture And The Learning And Teaching Of English: A North-Eastern Thailand Perspective Under A Socio-Cultural Lens, Steven Graham
PASAA
This qualitative study focuses on the adoption of learner-centeredness in the English language classroom, and whether it is mediated by culture. With the use of observations, and interviews, and using a socio-cultural framework, this investigation examines primary school teachers’ perceptions of learner-centered teaching, how they implement that teaching in the classroom and how this is negotiated by culture. Students’ perceptions of their learning are also reflected upon. The research findings reveal that most teachers were able to demonstrate aspects of learnercentered teaching; however, they were not proficient in explaining theory. They emphasised that their effectiveness was impacted by a lack …
Using Ted Talks For Extensive Listening, Euodia Inge Gavenila, Mega Wulandari, Willy A. Renandya
Using Ted Talks For Extensive Listening, Euodia Inge Gavenila, Mega Wulandari, Willy A. Renandya
PASAA
Extensive listening (EL) is an approach to teaching listening which can help students develop their listening fluency in a more enjoyable way. However, unlike extensive reading which has now enjoyed widespread recognition, EL has received relatively little attention, partly because of the limited availability of suitable listening materials. Given the popularity of TED Talks which are freely available online, we were interested in exploring this online resource as a source of EL materials for our college EFL students. Two questions guided our research: (1) what factors are considered important by EFL students when choosing TED Talks as their extensive listening …
Efl Teachers' Job Satisfaction And Burnout In Iran, Maryam Soleimani, Amin Bolourchi
Efl Teachers' Job Satisfaction And Burnout In Iran, Maryam Soleimani, Amin Bolourchi
PASAA
This study was an attempt to examine the relationship between EFL (English as a Foreign Language) teachers' job satisfaction and burnout in public schools and private institutes in Iran. Participants in this study were 120 EFL teachers (60 from public schools and 60 from private institutes) in Urmia, Iran. The researchers administered Ho and Au's (2006) job satisfaction questionnaire and Maslach, Jackson, and Leiter's (1996) burnout questionnaire, containing 22 items each, to measure the teachers' job satisfaction and burnout levels, respectively. Having collected the quantitative data, the researchers interviewed 10 participants to find out the sources of teachers' job dissatisfaction …
“She Taught Me Words”: The Availability Of Vocabulary Help In Efl Classrooms During Cooperative Learning’S Peer Interaction, Puji Astuti, Leslie Barratt
“She Taught Me Words”: The Availability Of Vocabulary Help In Efl Classrooms During Cooperative Learning’S Peer Interaction, Puji Astuti, Leslie Barratt
PASAA
While literature suggests the significance of peer interaction for language learners, little is known about how the interaction specifically works to benefit them. Additionally, while putting students in groups has become a widespread practice in language classrooms, most teachers appear not to have a clear idea of how to structure classroom interaction and cooperation so that learning goes in the direction of helping learners to attain communicative competence. To address the gap in the literature and lessen the theory-practice contrast, this qualitative case study was conducted by looking at how cooperative learning (CL) processed in EFL classrooms, with specific attention …
The Use Of Corpus Consultation To Enhance The Acquisition Of L2 English Infinitive And Gerund Complements Among Low English Proficiency L1 Thai Learners, Passaraporn Suriyapee
The Use Of Corpus Consultation To Enhance The Acquisition Of L2 English Infinitive And Gerund Complements Among Low English Proficiency L1 Thai Learners, Passaraporn Suriyapee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aimed to investigate how the corpus-based teaching approach could enhance L2 acquisition of English infinitive and gerund complements among low English proficiency L1 Thai young learners. Sixty-four secondary students were equally divided into an experimental group and a control group. The experimental group learned English verbal complements through the corpus approach, while the control group did through the traditional teaching approach. Data were collected through a pretest, a posttest, and an interview. The results from the pretest revealed quite low scores on English infinitive and gerund complements in both participant groups and, based on the statistical data from …
Renewable Energy Transition Towards Krabi’S Sustainable Energy, Chariya Senpong
Renewable Energy Transition Towards Krabi’S Sustainable Energy, Chariya Senpong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The present study was conducted with an aim to investigate Krabi's electricity outlook, renewable energy transition timeline, and potential of renewable energy resources, key drivers, barriers, and challenges towards Krabi's sustainable energy. Guideline as well as policy recommendation for successful renewable energy transition was also developed. The study found that Krabi's electricity demand has continuously increasing and tends to increase up to 320 MW by the year 2037. Meanwhile, electricity supply has still relied on national grid since 1995. Meanwhile, Krabi Goes Green which is a provincial roadmap has set a target to be self-reliance and all electricity supply would …
Developing Tanjung Kelayang As A New Bali: An Analysis Of Sustainable Tourism Policy And Implementation, Herdi Andrariladchi
Developing Tanjung Kelayang As A New Bali: An Analysis Of Sustainable Tourism Policy And Implementation, Herdi Andrariladchi
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Indonesia has seen the success of Bali as the most prominent tourism destination in the country. Therefore, the initiative to deploy the benefits of tourism development throughout several regions of Indonesia is known as the “10 New Bali’s”. Nevertheless, it is still questionable whether Bali is an example of sustainable tourism or not. In developing the “10 New Bali’s”, the Indonesian government is aiming at increasing the number of tourists rather than at achieving the goal of sustainable tourism destination development. One of the destinations designated under this initiative is Tanjung Kelayang in Belitung Island, and therefore it is selected …
A Learner Corpus-Based Study On The Use Of Spoken Discourse Markers By Thai Efl Learners, Zhaoyi Pan
A Learner Corpus-Based Study On The Use Of Spoken Discourse Markers By Thai Efl Learners, Zhaoyi Pan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research investigated and compared the use of English spoken discourse markers by Thai EFL learners and by native English speakers. Six English spoken discourse markers, namely like, so, well, you know, I think and I mean, are compared in two aspects: frequency and pragmatic function. A total of 60 learners were involved in the research: 30 Thai B1-level learners and 30 Thai C1-level EFL learners according to the CEFR standard. Spoken data in the genre of English daily conversation was collected and transcribed into written form to build a learner corpus for the analysis. The research examined the significant …
Investigating Sustainable Consumption Practices: A Case Of Single-Use Plastics In Online Food Delivery Market, Thailand, Boonchanit Wongprapinkul
Investigating Sustainable Consumption Practices: A Case Of Single-Use Plastics In Online Food Delivery Market, Thailand, Boonchanit Wongprapinkul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Online food delivery platforms have demonstrated their financial success in the Thai market during the past few years. As a result, 560 - 2,856 million pieces of Single-use Plastics (SUPs) are expected each year. Furthermore, the Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) caused a dilemma in sustainable consumption and intensified the plastic waste situation. The social dilemma poses difficult short-term choices between health and the environment. The concern is that while Thais have started to adopt new sustainable lifestyles with the no-plastic-bag policy, environmentalists worry that this COVID disruption will have a long-term behavioural impact on SUPs consumption habits. Consuming single-use packaging …
Lexical Bundles In Mainstream Movie'and Noah Baumbach's Selected Film Scripts: A Corpus-Based Study Of Telecinematic Discourse, Runze Xu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The present study aims to investigate and compare language use in film scripts of American mainstream movies and in Noah Baumbach's, focusing on lexical bundles and their functional contributions to meanings and aesthetic values of the given texts. Two corpora were compiled as the datasets: Mainstream Film Corpus (MFC), which consists of 100 screenplays of top Hollywood blockbusters during 2005-2019, and Noah Baumbach Corpus (NBC), which contains five film scripts written by Noah Baumbach alone. Frequent four-word lexical bundles were extracted and approached qualitatively in terms of their functions, following Biber et al. (2004) and Biber (2006) as analytical frameworks. …
A Study Of Chinese Young Learners' Beliefs In Eil Project-Based Language Learning In Rural Schools, Xiaoli Zheng
A Study Of Chinese Young Learners' Beliefs In Eil Project-Based Language Learning In Rural Schools, Xiaoli Zheng
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study explored learners' beliefs about English as an international language through project-based language learning in a Chinese rural school. Three English teachers and 102 Grade 6 Chinese EFL learners participated over two separate phases. Phase I explored how teachers implemented the project-based language learning via classroom observation and semi-structured interviews. The findings from this phase were used to construct the six aspects of the EIL project-based language learning questionnaire in Phase 2. The questionnaire was developed to explore learners beliefs about EIL and project-based language learning in a Chinese rural school. The questionnaire revealed that the learners strongly believed …
Consumers' Intention In Avoiding Plastic Packaging From Online Food Take-Out : A Case Study Of Beijing And Shanghai, China, Kaiyan Yang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
China's plastic pollution has gotten worse, especially during the COVID pandemic when the city's lockdowns boosted the food takeout business. Although the government has made efforts in curbing the use of conventional single-use plastic packaging, the problem is still looming up in the critical time of building ecological civilization. The key to resolve the overwhelming usage of disposable plastic packaging lies in reduction, along with using green alternatives: biodegradable packaging and returnable containers. The study investigated consumers' willingness to adopt new alternatives by applying the theory of planned behavior (TPB). The measurement scale, developed upon previous literature, gains validated reliability …
Challenges Of Urban Forest Park Restoration On Post-Closure Landfill : Perception And Future Engagement From The Local Communities, Intan Pransischa Fitri
Challenges Of Urban Forest Park Restoration On Post-Closure Landfill : Perception And Future Engagement From The Local Communities, Intan Pransischa Fitri
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Urban forest park development is considered a promising planning tool in tackling some of the problems associated with urbanisation, such as pollution and urban heat island effects. Individual perceptions are pivotal in the urban forest park development. Their significant factors were aimed to address the community's needs and increase the recognition through the disruptive change of land function and urban living toward urban forest park development. The framework of local community engagement in urban forest park development was proposed. Field observation and questionnaires survey of 168 respondents were selected from five villages located 50 meters-1000 meters radius from the site. …
Preventing Occupational Respiratory Disease From Exposures In Office Building : Case Study Covid-19, Panupant Phapant
Preventing Occupational Respiratory Disease From Exposures In Office Building : Case Study Covid-19, Panupant Phapant
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The COVID‐19 pandemic has affected human life in every possible way, and, alongside this, the need has been felt that office buildings and workplaces must have protective and preventive layers against COVID‐19 transmission so that a smooth transition from ‘work from home’ to work from office’ is possible. The present study reviews international agency regulations, country regulations, updated journal articles, etc., to critically understand lessons learned from COVID‐19 and evaluate the expected changes in sustainability requirements of office buildings and workplaces. The built environment, control environment, and regulatory environment around office buildings and workplaces have been put under test on …