Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11405)
- Veterinary Medicine (2805)
- Life Sciences (2000)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
-
- Social and Behavioral Sciences (1351)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1048)
- Medical Sciences (861)
- Engineering (776)
- Physical Sciences and Mathematics (680)
- Education (436)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (389)
- Arts and Humanities (378)
- Public Health (333)
- Environmental Sciences (323)
- Business (301)
- Civil and Environmental Engineering (293)
- Sports Sciences (288)
- Sociology (267)
- Architecture (264)
- Economics (226)
- Environmental Studies (208)
- Chemistry (191)
- Law (169)
- Psychology (163)
- Mental and Social Health (152)
- Health and Physical Education (145)
- Other Mental and Social Health (143)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (140)
- Keyword
-
- Thailand (142)
- Dog (123)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (39)
- Immunohistochemistry (35)
- Cat (29)
- Risk factors (28)
- Anxiety (27)
- COVID-19 (27)
- Quality of life (27)
- Stress (27)
- Elderly (25)
- Antioxidant (24)
- Children (24)
- Rat (23)
- Indonesia (22)
- Diagnosis (21)
- Oxidative stress (21)
- Escherichia coli (20)
- Histopathology (20)
- Knowledge (20)
- PCR (20)
- Attitude (19)
- Breast cancer (19)
- Efficacy (19)
- Pigs (19)
- Reliability (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (6481)
- Chulalongkorn Medical Journal (4166)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2584)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1642)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
-
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- Journal of Health Research (222)
- Applied Environmental Research (208)
- Journal of Urban Culture Research (107)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (104)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (83)
- Halal Insight (58)
- PASAA (41)
- Manusya, Journal of Humanities (32)
- Journal of Education Studies (30)
- Journal of Social Sciences (30)
- Journal of Demography (25)
- Thai Environment (23)
- Asian Review (17)
- Journal of Letters (15)
- Chulalongkorn University Law Journal (12)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (5)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (1)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (1)
- Publication Type
Articles 5851 - 5880 of 17385
Full-Text Articles in Entire DC Network
การใช้งานตัวแบบ Agile-Stage-Gate ในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สำหรับบริษัทสตาร์ทอัพที่มุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตัวแบบปรับสมดุลของความกดดัน 2 ด้าน, เตชวิทย์ หิริสัจจะ
การใช้งานตัวแบบ Agile-Stage-Gate ในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สำหรับบริษัทสตาร์ทอัพที่มุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตัวแบบปรับสมดุลของความกดดัน 2 ด้าน, เตชวิทย์ หิริสัจจะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่หนึ่งที่ได้รับการพิสูจน์ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงประสิทธิผลของการใช้งาน คือ ตัวแบบ Agile-stage-gate เนื่องด้วยความคล่องตัวในการดำเนินการและการรับมือกับอุปสรรคของโครงการ งานวิจัยก่อนหน้าจำนวนหนึ่งนำเสนอผลเชิงบวกในการใช้งานตัวแบบ Agile-stage-gate ในบริษัทขนาดใหญ่ที่ได้รับการยอมรับในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างไรก็ตามในบริบทของบริษัทสตาร์ทอัพที่มุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีที่ต้องเผชิญกับความกดดันที่ขัดแย้งกันของความยืดหยุ่นและความสามารถในการคาดการณ์ได้ รวมถึงข้อจำกัดด้านทรัพยากรและระดับความไม่แน่นอนที่สูงกว่าบริษัทที่ได้รับการยอมรับ ดังนั้นการใช้งานตัวแบบ Agile-stage-gate ในบริบทของบริษัทสตาร์ทอัพจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพการใช้งานตัวแบบ งานวิจัยนี้อาศัยการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพตามยาวในบริษัทสตาร์ทอัพกรณีศึกษาในประเทศไทยเพื่อทำความเข้าใจการใช้งานตัวแบบ Agile-stage-gate ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีโครงการที่ใช้งานตัวแบบนี้ในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งที่ดำเนินการได้สำเร็จและไม่สำเร็จ ผู้วิจัยอาศัยการวิจัยเปรียบเทียบในหลายโครงการของบริษัทกรณีศึกษาเพื่อทำความเข้าใจกิจกรรมพื้นฐานที่สามารถทำให้การดำเนินโครงการสำเร็จ รวมถึงการสร้างตัวแบบเชิงกระบวนการเพื่อส่งเสริมการใช้งานตัวแบบ Agile-stage-gate ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในบริบทของบริษัทสตาร์ทอัพด้วยโครงสร้างข้อมูลจากการวิจัย ผลลัพธ์จากงานวิจัยนี้นำเสนอตัวแบบปรับสมดุลของความกดดัน 2 ด้านซึ่งแสดงทั้งความใหม่และความเหมือนในการจัดการโครงการในปัจจุบันเพื่อสนับสนุนการใช้งานตัวแบบ Agile-stage-gate รวมถึงการนำเสนอเครื่องมือและแนวทางเพิ่มเติมในการดำเนินการจากตัวแบบดังกล่าวเพื่อประยุกต์ใช้งานตัวแบบ Agile-stage-gate ในบริบทของบริษัทสตาร์ทอัพที่มุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีให้ประสบความสำเร็จ และในส่วนของการนำออกสู่เชิงพาณิชย์ ผู้วิจัยนำเสนอรายงานเส้นทางการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยของต้นแบบเครื่องมือแพทย์จากโครงการกรณีศึกษารวมถึงรายการทดสอบที่จำเป็นเพื่อแสดงความสอดคล้องของการพิสูจน์ความปลอดภัยและสมรรถนะการใช้งานของต้นแบบเครื่องมือแพทย์ดังกล่าว
การศึกษาอุบัติการณ์การหายของภาวะเลือดออกในสมองจากการตรวจพบโดยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดระยะเฉียบพลันที่ได้รับการรักษาด้วยการฉีดยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, พาทิศ หาญไชยพิบูลย์กุล
การศึกษาอุบัติการณ์การหายของภาวะเลือดออกในสมองจากการตรวจพบโดยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดระยะเฉียบพลันที่ได้รับการรักษาด้วยการฉีดยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, พาทิศ หาญไชยพิบูลย์กุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ : ภาวะเลือดออกในสมองของผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดระยะเฉียบพลันเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของการรักษาด้วยการฉีดยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำทำให้ผู้ป่วยมีอาการทางระบบประสาทที่แย่ลงและอาจสัมพันธ์กับการเสียชีวิต การศึกษานี้จึงมีจุดประสงค์ที่จะศึกษาการหายของเลือดในสมองจาการตรวจพบโดยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง วิธีการวิจัย : ทำการศึกษาย้อนหลังผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดระยะเฉียบพลันที่มีภาวะเลือดออกในสมองในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังการรักษาด้วยการฉีดย่าละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำและเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2552 ถึง เดือนมิถุนายน พ.ศ.2561 ผลการศึกษา : มีผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดเฉียบพลันทั้งหมด 710 ราย มีผู้ป่วยที่มีเลือดออกในสมองทั้งหมดที่เข้าการศึกษา 80 ราย พบว่าค่าเฉลี่ยของเวลาที่เลือดออกในสมองหายหมดในผู้ป่วยทั้งหมดเท่ากับ 22.37 วัน (SD = 17.18) สรุปผลการศึกษา : ผลการศึกษานี้อาจจะนำไปประยุกต์ใช้ในการเลือกเวลาที่จะตรวจติดตามเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ตามเวลาที่เป็นค่าเฉลี่ยผู้ป่วยแต่ละกลุ่ม โดยในผู้ป่วยที่มีเลือดออกประเภท HI1 อาจจะพิจารณาตรวจที่วันที่ 10 ผู้ป่วยที่มีเลือดออกประเภท HI2 และ PH1 อาจจะพิจารณาตรวจในวันที่ 20 หลังพบเลือดออกในสมอง และผู้ป่วยในกลุ่ม PH2 พิจารณาตรวจเอกซเรย์สมองในวันที่ 35
เภสัชจลนศาสตร์ประชากรของยาเมอโรพีเนมในผู้ป่วยทารกขั้นวิกฤต, วัลย์ลิกา ยนต์วิเศษ
เภสัชจลนศาสตร์ประชากรของยาเมอโรพีเนมในผู้ป่วยทารกขั้นวิกฤต, วัลย์ลิกา ยนต์วิเศษ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์: เพื่อวิเคราะห์หาค่าพารามิเตอร์และปัจจัยที่มีผลต่อค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์ของยาเมอโรพีเนมในผู้ป่วยเด็กทารกขั้นวิกฤต วิธีดำเนินการศึกษา: การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบเก็บข้อมูลไปข้างหน้า ในผู้ป่วยเด็กทารกขั้นวิกฤตอายุ 1 เดือน ถึง 2 ปี ที่ได้รับยาเมอโรพีเนมในการรักษา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ถึง 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 จำนวน 35 ราย ข้อมูลระดับยาในรูปอิสระของเมอโรพีเนมในเลือด จำนวน 160 ตัวอย่าง ถูกวิเคราะห์ด้วยเครื่อง high-performance liquid chromatography with ultraviolet (HPLC-UV) และนำมาสร้างแบบจำลองทางเภสัชจลนศาสตร์ประชากรโดยใช้โปรแกรม nonlinear mixed-effects modeling (NONMEM) ทดสอบความถูกต้องของแบบจำลองโดยการทดสอบภายในด้วยวิธี bootstrap analysis และวิเคราะห์กราฟ prediction-corrected visual predictive check (pcVPC) เพื่อประเมินความถูกต้อง แม่นยำในการทำนายของแบบจำลองสุดท้าย ผลการศึกษา: แบบจำลองทางเภสัชจลนศาสตร์แบบ one-compartment model with first-order elimination มีความเหมาะสมกับการศึกษานี้ อัตราการกำจัดยาและปริมาตรการกระจายยาของประชากรมีค่าเท่ากับ 1.33 ลิตรต่อชั่วโมง และ 2.27 ลิตร ตามลำดับ ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการกำจัดของยาเมอโรพีเนม คือ น้ำหนัก และอัตราการกำจัดของครีเอตินิน ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อปริมาตรการกระจายของยาเมอโรพีเนม คือ น้ำหนัก ค่าความผันแปรระหว่างบุคคลของอัตรากำจัดยาและปริมาตรการกระจายยาเปรียบเทียบระหว่างแบบจำลองพื้นฐานและแบบจำลองสุดท้าย พบว่า มีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการประเมินแบบจำลอง พบว่า แบบจำลองสุดท้ายมีความถูกต้อง แม่นยำ และสามารถนำมาทำนายได้ดี สรุปผลการศึกษา: การศึกษานี้ได้พัฒนาและทดสอบความถูกต้องของแบบจำลองทางเภสัชจลนศาสตร์ประชากรของยาเมอโรพีเนมในผู้ป่วยเด็กทารกขั้นวิกฤต โดยพบว่า น้ำหนัก และอัตราการกำจัดของครีเอตินิน เป็นปัจจัยร่วมที่มีผลต่อค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาตร์ของยาเมอโรพีเนมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แบบจำลองทางเภสัชจลนศาสตร์ประชากรที่ได้จากการศึกษานี้สามารถนำมาเป็นแนวทางในการปรับขนาดยาเมอโรพีเนมให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายในกลุ่มประชากรผู้ป่วยเด็กทารกขั้นวิกฤตที่มีลักษณะประชากรใกล้เคียงกับการศึกษานี้
Preparation Of Corn Starch-Alginate Beads Encapsulated Anthocyanins And Cinnamon Oil, Duangkamon Sriwichai
Preparation Of Corn Starch-Alginate Beads Encapsulated Anthocyanins And Cinnamon Oil, Duangkamon Sriwichai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Corn starch-alginate beads loaded with anthocyanins or cinnamon oil were prepared using different components by the ionotropic gelation method. The matrix of anthocyanin-loaded corn starch-alginate beads (or anthocyanin beads) was alginate, native corn starch and soy protein isolated (SPI). The anthocyanins were extracted from butterfly pea flowers. SPI was used due to the good anthocyanin adsorption without leaking of anthocyanin during freeze-dried process. In addition, cinnamon oil-loaded corn starch-alginate beads (or oil beads) composed of alginate, porous corn starch and cinnamon oil. Porous corn starch was obtained from enzyme hydrolysis. Both types of beads were characterized their chemical and physical …
Detection Of Hydrogen Peroxide And Persulfate Ion By Gold Nanorod Sensor, Petrada Chunnuan
Detection Of Hydrogen Peroxide And Persulfate Ion By Gold Nanorod Sensor, Petrada Chunnuan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Gold nanorods (GNRs) multicolor sensor were developed to determine hydrogen peroxide (H2O2) and persulfate (S2O82-) based on the etching of GNRs which was detected from either naked-eye or UV-visible spectroscopic method. The changed size of GNRs was directly related to the concentration of H2O2 and S2O82-. To obtain the optimum conditions for H2O2 and S2O82- determination, CTAB concentration, FeSO4 concentration and detection time were investigated. For H2O2, the working range was 0.20 to 3.0 mM where the good linear working range was in the range of 0.20 to 0.80 mM. LOD was 0.08 mM. Moreover, the GNRs conjugated hydrogel was …
ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า: บทบาทพยาบาลในการดูแลเพื่อส่งเสริมการดูแลตนเองของผู้ป่วย, นันทภัค ชนะพันธ์
ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า: บทบาทพยาบาลในการดูแลเพื่อส่งเสริมการดูแลตนเองของผู้ป่วย, นันทภัค ชนะพันธ์
Journal of Nursing Research, Innovation, and Health
โรคซึมเศร้า (Major depressive disorder) เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและการไร้ความสามารถที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งพบได้ในประชากรทุกเพศ ทุกวัย โดยอายุที่เริ่มมีภาวะบกพร่องทางสุขภาพอยู่ในช่วงวัยผู้ใหญ่ และนับวันยิ่งจะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อตัวผู้ป่วยเองไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย อารมณ์ ความคิด พฤติกรรม และยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว สังคม เนื่องจากผู้ป่วยมีความบกพร่องในการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในครอบครัว เกิดความไม่เข้าใจกัน การทะเลาะเบาะแว้ง การหย่าร้าง รวมทั้งการทำหน้าต่าง ๆ ในสังคมบกพร่อง ไม่สามารถทำงานได้ ทำให้รัฐบาลต้องรับภาระในการดูแล พยาบาลจิตเวชมีบทบาทสำคัญในการพยาบาลแก่ผู้ป่วยจิตเวช ให้ความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา ให้คำปรึกษากับผู้ป่วยและญาติ เป็นผู้ประสานงานกับทีมสหวิชาชีพทางสุขภาพจิต และเป็นสื่อกลางระหว่างทีมผู้รักษาและญาติผู้ป่วย เตรียมความพร้อมให้กับผู้ป่วยในการดูแลตนเองเมื่อกลับบ้าน และใช้ชิวิตอยู่ในสังคมได้ ตลอดจนให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยและญาติ ส่งเสริมความเข้าใจของครอบครัว โดยให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลประคับประคองผู้ป่วย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยหายได้เร็วขึ้น และลดอัตราการกลับมาเป็นซ้ำของผู้ป่วยได้
วาทกรรมชุมชนต่อความเป็นแม่และการเลี้ยงดูเด็ก ในพื้นที่ชุมชนแห่งหนึ่งในภาคเหนือของไทย, นิตยา พันธ์งาม, ขนิษฐา นันทบุตร
วาทกรรมชุมชนต่อความเป็นแม่และการเลี้ยงดูเด็ก ในพื้นที่ชุมชนแห่งหนึ่งในภาคเหนือของไทย, นิตยา พันธ์งาม, ขนิษฐา นันทบุตร
Journal of Nursing Research, Innovation, and Health
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษากระบวนการสร้างวาทกรรมความเป็นแม่และการเลี้ยงดูเด็กในชุมชน และผลกระทบของวาทกรรมต่อความเป็นแม่และการเลี้ยงดูเด็กในชุมชน
แบบแผนการวิจัย: การศึกษานี้ดำเนินการวิจัยโดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพแบบวาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์
วิธีดำเนินการวิจัย: ผู้ให้ข้อมูล จำนวน 90 คน ประกอบด้วย 1) ผู้ให้ข้อมูลหลัก เป็นผู้ที่มีความรอบรู้ข้อมูลอย่างลึกซึ้ง จำนวน 84 คน ได้แก่ ปราชญ์ ผู้นำชุมชน บุคลากรสุขภาพ แกนนำกลุ่มองค์กร ครูในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและในโรงเรียน ผู้นำศาสนา หญิงตั้งครรภ์ แม่หลังคลอด สมาชิกในครอบครัวแม่และเด็ก อาสาสมัคร ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แกนนำศูนย์พัฒนาครอบครัว และ 2) ผู้ให้ข้อมูลทั่วไป 6 คน ได้แก่ สมาชิกในชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในการดูแลแม่และเด็ก คัดเลือกแบบเจาะจงและแบบสโนว์บอลล์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่วม สนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการวิเคราะห์วาทกรรมเชิงวิพากษ์และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย: ผลการศึกษาแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1) ความหมายของความเป็นแม่และการเลี้ยงดูเด็ก เป็นกระบวนที่สะท้อนถึงการตีความและสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นแม่และการเลี้ยงดูเด็กผ่านมุมมองเชิงวัฒนธรรมของทั้งแม่ ครอบครัว และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลแม่และเด็กในชุมชน โดยถูกถ่ายทอดในรูปแบบของภาษาและใช้สื่อสารในชุมชนพบว่ามีความหมายเชื่อมโยงกัน 2) วาทกรรมความเป็นแม่และการเลี้ยงดูเด็กเป็นกระบวนการสะท้อนถึงการแสดงออกทางความคิดความเชื่อผ่านคำพูด ภาษาหรือวาทกรรม มี 2 อัตลักษณ์ คือ วาทกรรมเสริมพลังอำนาจและวาทกรรมพึ่งพา และ 3) ผลกระทบของวาทกรรมความเป็นแม่และการเลี้ยงดูเด็กเป็นภาคปฏิบัติทางสังคมวัฒนธรรมของวาทกรรมที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความเป็นแม่และการเลี้ยงดูเด็กที่เหมาะสม รวมทั้งการเกิดแนวทางใหม่ในการดูแลแม่และเด็กในชุมชน
สรุป: ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นองค์ความรู้ใหม่ที่ว่าความหมายของความเป็นแม่และการเลี้ยงดูเด็กมีความเชื่อมโยงกันเมื่อถูกสะท้อนผ่านมุมมองเชิงวัฒนธรรม และกระบวนการตีความหมายของแม่และการเลี้ยงดูเด็กที่ถูกถ่ายทอดในรูปแบบภาษานั้นสะท้อนให้เห็นถึงการผลิตสร้างวาทกรรมใหม่ที่เป็นวาทกรรมเสริมพลังอำนาจอันนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของแม่ที่ดีและแนวทางในการดูแลแม่และเด็กในชุมชน ซึ่งพยาบาลและผดุงครรภ์ผู้ที่มีบทบาสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการดูแลแม่และเด็กสามารถนำใช้เป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการพัฒนาระบบการดูแลแม่และเด็กและส่งเสริมความเป็นแม่และการเลี้ยงดูเด็กอย่างเป็นระบบได้
การพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการประเมินภาวะหลอดเลือดดำอักเสบในผู้ป่วยเด็กที่ใส่สายสวนทางหลอดเลือดดำ ส่วนปลาย ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, ณัฐธภา เดชเกษม, กัลยา แก้วธนะสิน, สุกัญญา แสงตุ่น, นิภาพร หลีกุล, ผุสณี วินยพงศ์พันธ์, ปิยะนารถ พรหมมาสกุล
การพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการประเมินภาวะหลอดเลือดดำอักเสบในผู้ป่วยเด็กที่ใส่สายสวนทางหลอดเลือดดำ ส่วนปลาย ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, ณัฐธภา เดชเกษม, กัลยา แก้วธนะสิน, สุกัญญา แสงตุ่น, นิภาพร หลีกุล, ผุสณี วินยพงศ์พันธ์, ปิยะนารถ พรหมมาสกุล
Journal of Nursing Research, Innovation, and Health
วัตถุประสงค์การวิจัย: เพื่อพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการประเมินภาวะหลอดเลือดดำส่วนปลายอักเสบ และผลต่อความรู้ ทักษะเกี่ยวกับการประเมินภาวะหลอดเลือดดำส่วนปลายอักเสบ ความพึงพอใจและความมั่นใจในตนเองในการใช้แบบประเมินของพยาบาลวิชาชีพ
รูปแบบการวิจัย: เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เลือกแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการประเมินภาวะหลอดเลือดดำส่วนปลายอักเสบในผู้ป่วยเด็ก เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือ ดังนี้ 1) แบบวัดความรู้ 2) แบบวัดทักษะการประเมิน และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจและความมั่นใจในตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบที
ผลการวิจัย: 1) ได้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการประเมินฯ 2) ผลการใช้รูปแบบฯ พบว่า หลังการใช้แนวทาง 3 เดือน กลุ่มตัวอย่างมีความรู้และทักษะการประเมินสูงกว่าก่อนการอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p < .01 ความพึงพอใจหลังการใช้แนวทาง 3 เดือน สูงกว่าหลังการอบรมอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ p=.266 ส่วนความมั่นใจในตนเอง หลังการใช้แนวทาง 3 เดือน ต่ำกว่าหลังการอบรมอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ p = .592
สรุป: รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะมีประสิทธิภาพในการช่วยให้พยาบาลวิชาชีพมีความรู้เกี่ยวกับภาวะหลอดเลือดดำอักเสบและทักษะในการประเมินภาวะหลอดเลือดดำอักเสบส่วนปลายในผู้ป่วยเด็ก
การศึกษาบทบาทพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยศูนย์ส่องกล้อง ระบบทางเดินอาหาร, เชิดฉวี สุทธิรักษ์, กัญญดา ประจุศิลป
การศึกษาบทบาทพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยศูนย์ส่องกล้อง ระบบทางเดินอาหาร, เชิดฉวี สุทธิรักษ์, กัญญดา ประจุศิลป
Journal of Nursing Research, Innovation, and Health
No abstract provided.
ประสบการณ์ชีวิตของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีอาการสงบ, ภัทรานิษฐ์ ยิ่งธนฐานนันท์, เพ็ญพักตร์ อุทิศ, รัชนีกร อุปเสน
ประสบการณ์ชีวิตของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีอาการสงบ, ภัทรานิษฐ์ ยิ่งธนฐานนันท์, เพ็ญพักตร์ อุทิศ, รัชนีกร อุปเสน
Journal of Nursing Research, Innovation, and Health
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสบการณ์ชีวิตของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีอาการสงบ
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฎการณ์วิทยาของ Husserl
วิธีการดำเนินการวิจัย: ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ที่เข้ารับการรักษาตัวแบบผู้ป่วยนอก สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา โดยใช้เกณฑ์การคัดเลือกผู้ให้ข้อมูล แบบเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 10 ราย ทั้งเพศชายและหญิง ซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การคัดเลือก และมีคะแนนภาวะซึมเศร้า (HRSD-17) ฉบับภาษาไทยอยู่ในระดับปกติ (0-7 คะแนน) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.738 ซึ่งนำมาเพื่อคัดกรองผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์เท่านั้น และเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth interview) แบบมีแนวทางการสัมภาษณ์ ร่วมกับการบันทึกเทป วิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีของ Colaizzi
ผลการวิจัย: การศึกษาประสบการณ์ชีวิตของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีอาการสงบ ประกอบด้วย 4 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1) การรับรู้อาการเปลี่ยนแปลง 2) การจัดการและการดูแลตนเอง 3) เรียนรู้ที่จะปล่อยวาง ไม่คาดหวัง และ 4) มองโลกในแง่ดี
สรุป: ผลการศึกษาครั้งนี้ นำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานให้บุคลากรทางด้านสุขภาพ ปรับปรุง พัฒนาแนวทางการให้การดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่อยู่ในระยะอาการสงบให้ดียิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถผ่านเข้าสู่ระยะการฟื้นหายต่อไปได้
ผลของโปรแกรมการเสริมพลังครอบครัวต่อความรู้และทักษะ ในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ, ณรงค์กร ชัยวงศ์, ณิชาภัทร มณีพันธ์
ผลของโปรแกรมการเสริมพลังครอบครัวต่อความรู้และทักษะ ในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ, ณรงค์กร ชัยวงศ์, ณิชาภัทร มณีพันธ์
Journal of Nursing Research, Innovation, and Health
วัตถุประสงค์: 1) เพื่อเปรียบเทียบความรู้และการรับรู้ความสามารถของตนเองในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจระหว่างผู้ดูแลกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการเสริมพลังครอบครัวและกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ และ 2) เพื่อประเมินผลทักษะการประเมินระบบหัวใจและหลอดเลือดและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานของกลุ่มทดลองภายหลังได้รับโปรแกรมการเสริมพลังครอบครัว
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ดูแลบุคคลในครอบครัวที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจในอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การคัดเข้า โดยได้รับการจับคู่ (Matched pair) ตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา และใช้วิธีการสุ่มในการจัดกลุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จำนวนกลุ่มละ 21 คน ผู้ดูแลในกลุ่มทดลองได้รับกิจกรรมจากการเข้าร่วมโปรแกรมการเสริมพลังครอบครัวเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ประกอบด้วย โปรแกรมการเสริมพลังครอบครัวที่พัฒนามาจากแนวคิดการเสริมพลังครอบครัวของ Hulme เก็บข้อมูลโดยใช้แบบประเมินความรู้การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นของคูเดอร์-ริชาร์ดสัน (KR-20) ได้เท่ากับ .79 แบบประเมินการรับรู้ความสามารถของตนเอง มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค เท่ากับ .96 แบบสังเกตและประเมินผลทักษะการประเมินระบบหัวใจและหลอดเลือด และแบบประเมินการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน มีค่าดัชนีความสอดคล้อง เท่ากับ 1 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบที
ผลการวิจัย: 1) ผู้ดูแลในกลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้และมีการรับรู้ความสามารถของตนเองในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .001 และ 2) กลุ่มทดลองสามารถผ่านการทดสอบทักษะการประเมินระบบหัวใจและหลอดเลือด และการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานอยู่ในระดับดี ร้อยละ 100
สรุป: โปรแกรมการเสริมพลังครอบครัวนี้ ช่วยเสริมสร้างทักษะและเพิ่มการรับรู้ความสามารถของผู้ดูแลให้สามารถดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพได้
Production And Properties Of Resistant Maltodextrin From Cassava Starch, Kamonrat Trithavisup
Production And Properties Of Resistant Maltodextrin From Cassava Starch, Kamonrat Trithavisup
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aimed to determine the effects of processing conditions on molecular structure and selected properties of cassava-derived resistant dextrins (RDs) and resistant maltodextrins (RMDs). Cassava starch was mixed with hydrochloric acid solution to obtain the final acid concentration of 0.04-0.10% dry starch basis, dried at 50oC until having <5% moisture, and dextrinized at 100-120oC for 60-180 min. As acid concentration, heating temperature and time increased, water solubility, reducing sugar content, total dietary fiber (TDF) content and proportion of high molecular weight fiber fraction of RDs increased while their whiteness decreased. For the solution containing RDs produced under mild conditions (0.04-0.08% HCl, 100°C, 60 min), an endothermic peak at 45-70oC, having enthalpy of 1.66-2.14 J/g was detected. However, no endotherm was detected from the solution of RDs processed under extreme conditions. Harsher dextrinization conditions resulted in the RDs with slightly higher molecular weight but containing shorter branched chains. Dextrinization resulted in the formation of α-1,2, α-1,6, β-1,2, β-1,4 and β-1,6 in RDs. Lower proportion of α-1,4 linkage and α-/β-reducing ends with higher proportion of β-1,2, β-1,4, α-/β-1,6 linkages and degree of branching (DB) were found in RDs prepared under stronger dextrinization conditions. Although indigestible portion was enhanced by dextrinization, TDF of the RDs were only 7-47%. To increase the TDF content, RDs prepared from 5 different conditions (0.04% and 0.06% HCl, 120oC, 60-180 min), having >30% TDF, were selected for RMD production. The 30% RD solutions were treated with commercial α-amylase enzyme at 70oC, pH 6, for 90 and 120 min, to obtain the final dextrose equivalent of 8 and 12, respectively. The samples were then purified and spray dried. Alpha-amylase treatment produced RMD with shorter …5%>
Factors Affecting Sports Sponsorship Alliance Formation, Supalux Suvathi
Factors Affecting Sports Sponsorship Alliance Formation, Supalux Suvathi
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The purposes of this study were four substances. First, to examine the effect of five variables, namely; value maximization, level of business network, risk of potential negative outcomes from scandal, congruence, and process manageability on sponsors' intention to end sports sponsorship alliance formation. Second, to examine the effect of five variables on properties' intention. Third, to compare the degree of the factors' effect on intention between sponsor and property. Fourth, to compare the degree of the factors' effect on intention between sponsor and property with direct experience in sporting industry and those without direct experience in sporting industry. This research …
Clinical Diagnosis, Ultrastructural Study And Antigenic Characterization Of Platynosomum Fastosum In Cats, Babi Kyi Soe
Clinical Diagnosis, Ultrastructural Study And Antigenic Characterization Of Platynosomum Fastosum In Cats, Babi Kyi Soe
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Platynosomum fastosum is a cat liver fluke causing hepatobiliary diseases in cats. To evaluate the criterior to support the suspicion index for early disease detection during subclinical infection, the biochemical parameters composed of liver, pancreatic enzymes, tumor markers were evaluated in 14 P. fastosum naturally-infected cats. As a result, alanine transaminase (ALT) and gamma glutamyl transferase (GGT) were found elevated in 57.8% (8/14) of infected cats. For the diagnostic imaging, bile sediments were present in 85.7% (12/14) of infected cats in their gallbladders. Since the number of bile-derived P. fastosum eggs were significantly higher than that from fecal samples (p=0.001), …
Fabrication Of Three-Dimensional (3-D) Corneal Transplantable Model From Silk Fibroin/Gelatin-Based Biomaterial, Chutirat Torsahakul
Fabrication Of Three-Dimensional (3-D) Corneal Transplantable Model From Silk Fibroin/Gelatin-Based Biomaterial, Chutirat Torsahakul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Canine corneal blindness is a common cause of vision loss and visual impairment worldwide. While the demand of canine corneal graft is continuously elevated, the clinical useable grafts are limited to acellular biomaterials and allograft. This study aimed to generate the tissue-engineered canine cornea in the part of corneal epithelium and underlying stroma based on cLESCs (canine limbal epithelial stem cells) seeded silk fibroin and gelatin (SF/G) film and cCSSCs (canine corneal stromal stem cells) seeded SF/G scaffold respectively. Both cell types were successfully isolated by collagenase I. SF/G films and scaffolds served as the prospective substrates for cLESCs and …
Comparison Of Canine Urinary Bacterial Population In Calcium Oxalate Urolithiasis And Healthy Conditions, Nichamon Rakprakobkij
Comparison Of Canine Urinary Bacterial Population In Calcium Oxalate Urolithiasis And Healthy Conditions, Nichamon Rakprakobkij
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Urolithiasis is one of the most common lower urinary tract diseases in dogs. Struvite is the most canine uroliths reported, and the second reported is calcium oxalate (CaOx). However, the proportion of CaOx urolithiasis tends to be increased. CaOx urolithiasis has high incidence of recurrence after the treatment and the pathogenesis of the stone formation is uncleared. Recent studies revealed that oxalate degrader bacteria in the gastrointestinal tract has important roles in CaOx stone formation but no research has been done to study the composition and the role of microbiome in the urinary tract of dogs with CaOx urolithiasis. This …
Development Of Nanostructured Lipid Carrier Clove Oil As Anesthetic Agent In White Shrimp (Litopenaeus Vannamei), Somrudee Kaewmalun
Development Of Nanostructured Lipid Carrier Clove Oil As Anesthetic Agent In White Shrimp (Litopenaeus Vannamei), Somrudee Kaewmalun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Clove oil is an essential oil extracted from the dried buds and leaves of the clove plant (Syzygium aromaticum). Clove oil contains eugenol as the main active ingredient. Clove oil used as an anesthesia functions as calming effect, loss of equilibrium, non-reactivity and consciousness in lead to reduce activity, physiological stress, mortality rate, and preventing cannibalism method during handling and transportation. However, the component of clove oil is insoluble in water and must be dissolved in ethanol. So, clove oil ethanolic solution leading to toxic and irritation in animal and user. In this study, to avoid this side effect, the …
Antimicrobial Resistance In Salmonella Enterica Isolated From Dogs And Cats In Northern And Northeastern Thailand, Thanich Chantharothaiphaichit
Antimicrobial Resistance In Salmonella Enterica Isolated From Dogs And Cats In Northern And Northeastern Thailand, Thanich Chantharothaiphaichit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Antimicrobial resistance (AMR) is One Health issue involved in humans, animals and environment and a unified One Health approach is required to contain this problematic issue. However, data on AMR in companion animals is limited. Dogs and cats are popular pet animals and are known to carry many bacterial pathogens that are of public health importance, including Salmonella. This study aimed to identify serovars of Salmonella and phenotypically and genetically characterize AMR in Salmonella isolated from dogs and cats in Northern and Northeastern Thailand. A total of 178 S. enterica isolates from dogs (n= 159) and cats (n= 19) collected …
Logistics And Supply Chain For Mice Cities, Chanmatha Sriraksa
Logistics And Supply Chain For Mice Cities, Chanmatha Sriraksa
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The aim of this study was threefold; 1) to examine success factors of logistics and supply chain for MICE cities, 2) to investigate influences of socio-demographic factors on stakeholders perception of logistics and supply chain for MICE cities, and 3) to identify significant competitive advantage determinants of logistics and supply chain for a city to be selected as MICE city. Based on some common characteristics and differences by nature of location, Phitsanulok, Khon Kaen and Krabi were purposively selected. Research tool is a set of questionnaire consisting of four main parts that were demographic information, logistics and supply chain success …
The Influence Of Polycyclic Aromatic Hydrocarbons In Fcgriib -/- Lupus Mice, Kanyarat Udompornpitak
The Influence Of Polycyclic Aromatic Hydrocarbons In Fcgriib -/- Lupus Mice, Kanyarat Udompornpitak
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The activation of aryl hydrocarbon receptor (Ahr) through polycyclic aromatic hydrocarbons (PAHs), the major components of particulate matter at 2.5 micron (PM2.5) in the polluted air, might aggravate inflammation and lupus activity. Hence, 1,4-chrysenequinone (1,4-CQ), a substance in the PAHs group, was tested in a lupus model from FcgRIIb deficiency (FcgRIIb-/-) using macrophages and mice. Although the activation by 1,4-CQ alone was unable to induce inflammation, the pre-conditioning by lipopolysaccharide (LPS), a representative inflammatory-activator, before 1,4-CQ (LPS/1,4-CQ) induced more predominant inflammation in macrophages when compared with LPS or 1,4-CQ activation alone as determined by supernatant cytokines (TNF-α, IL-6 and IL-10). …
Willingness To Pay For Flood Insurance: A Case Study Of Phang Khon, Sakon Nakhon Province, Soonthorn Paopid
Willingness To Pay For Flood Insurance: A Case Study Of Phang Khon, Sakon Nakhon Province, Soonthorn Paopid
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Prolonged droughts and floods can reduce agricultural productivity and negatively impact businesses in the agriculture and food industries. The prevention and response to floods require both public and private efforts (e.g., "Pay for Flood" insurance) for utmost effectiveness. This study aims to determine the potential factors that influence willingness to pay for flood insurance for the people of Phang Khon District, near the Nam oon Dam, Sakhon Nakorn Province, Thailand, in paying flood insurance. The regression results showed that the height and duration of flooding, house price, and flood damage were crucial factors that triggered the willingness to pay flood …
Molecular Detection Of Viable Mycobacterium Tuberculosis Complex In Clinical Specimens, Suthidee Petsong
Molecular Detection Of Viable Mycobacterium Tuberculosis Complex In Clinical Specimens, Suthidee Petsong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Tuberculosis (TB) is the global health concern because of the rising incidence and mortality. TB is caused by Mycobacterium tuberculosis complex (MTBC) and transmitted via inhalation of infectious droplet nuclei circulating in the air. The World Health Organization (WHO) recommends the use of Acid-fast (AFB) smear microscopy, MTBC culture, and molecular detection of MTBC DNA for diagnosis of TB. The response to treatment should be acquired as soon as possible to reduce disease transmission and drug resistance. Although MTBC culture is a gold standard, it is laborious, expensive, and may take up to 8 weeks. The AFB staining and molecular …
Modeling Of Zinc-Air Batteries Using Theoretical And Empirical Approach, Woranunt Lao-Atiman
Modeling Of Zinc-Air Batteries Using Theoretical And Empirical Approach, Woranunt Lao-Atiman
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Nowadays, an energy storage system (ESS) is attracting widespread research interest. Zinc-air battery (ZAB) is a promising candidate for ESS owing to its high energy density at low cost. Although ZAB has been researched in various aspects, the modeling aspect is still insufficient. Therefore, this work aims to study the modeling of ZAB using both theoretical and empirical approaches. At first, the ZAB system was analyzed using a theoretical approach. The studied system was an integrated system of zinc-air flow battery (ZAFB) and zinc electrolyzer. The zero-dimensional mathematical model was developed in MATLAB and validated against experimental data. The model …
Predictive Factors For Identifying Macrolide Responder In Treating Chronic Rhinosinusitis, Kachorn Seresirikachorn
Predictive Factors For Identifying Macrolide Responder In Treating Chronic Rhinosinusitis, Kachorn Seresirikachorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Background: A low-dose macrolide (LDM) has antineutrophilic activity, so they should not work for eosinophilic inflammation. Clinical predictors are required to select favorable patients for LDM therapy appropriately. This study aims to assess individual predictive factors and propose suitable multiple predictive factors for identifying a macrolide responder in treating CRS. Methodology: Prospective cohort study was done in adult CRS patients. Clinical data collection, Lund-Mackay CT score, visual analog scale (VAS), and sino-nasal outcome test 22 (SNOT-22) were assessed. Patients received 150 mg of roxithromycin once daily plus saline irrigation for 12 weeks. VAS was evaluated at every visit. If the …
Antioxidant And Antimicrobial Activities Of Crude Extracts Of Actinomycetes From Soils, Khaing Zar Wai
Antioxidant And Antimicrobial Activities Of Crude Extracts Of Actinomycetes From Soils, Khaing Zar Wai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
A total of 17 actinomycetes isolated from soil collected from Nong Khai, Nakhon Ratchasima, Khon Kaen, Phichit, Chachoengsao and Udonthani Province, were evaluated on antimicrobial and antioxidant activities. They were identified as Streptomyces (16 strains) and Micromonospora (1 strain) based on their phenotypic and chemotaxonomic characteristics including 16S rRNA gene sequences analysis. Strain JA03 showed 98.95% similarity of 16S rRNA gene sequence to S. puniciscabiei DSM 41929T. Strain JA03 was found to be the novel species of genus Streptomyces based on whole genome average nucleotide identity (ANI). All these strains were evaluated on antimicrobial and antioxidant activities. Based on agar …
Effect Of Jorunnamycin A On Cancer Stem Cells Of Human Lung Cancer H460 Cells, Somruethai Sumkhemthong
Effect Of Jorunnamycin A On Cancer Stem Cells Of Human Lung Cancer H460 Cells, Somruethai Sumkhemthong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
It has been recognized that cancer stem-like cells (CSCs) in tumor tissue crucially contribute to therapeutic failure, resulting in a high mortality rate in lung cancer patients. Due to their stem-like features of self-renewal and tumor formation, CSCs can lead to drug resistance and tumor recurrence. Herein, the suppressive effect of jorunnamycin A, a bistetrahydroisoquinolinequinone isolated from Thai blue sponge Xestospongia sp., on cancer spheroid initiation and self-renewal in the CSCs of human lung cancer cells is revealed. The depletion of stemness transcription factors, including Nanog, Oct-4, and Sox2 in the lung CSC-enriched population treated with jorunnamycin A (0.5 µM), …
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความกังวลการถูกตรวจสอบภาษีในมุมมองของผู้ขายรายย่อย, ญาณิศา เชื้อไทย
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความกังวลการถูกตรวจสอบภาษีในมุมมองของผู้ขายรายย่อย, ญาณิศา เชื้อไทย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความกังวลการถูกตรวจสอบภาษี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้ประกอบอาชีพค้าขายรายย่อยที่เป็นบุคคลธรรมดา จำนวน 385 คน โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และใช้วิธีการศึกษาด้วยแบบจำลองถดถอยเชิงพหุ และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความกังวลการถูกตรวจสอบภาษี ได้แก่ รายรับเฉลี่ยจากการขาย ลักษณะช่องทางการขาย และทัศนคติเกี่ยวกับระบบการตรวจสอบภาษี โดยรายรับเฉลี่ยจากการขายส่งผลเชิงบวกต่อความกังวลการถูกตรวจสอบภาษีเนื่องจากประเทศไทยจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบอัตราก้าวหน้า รายรับเพิ่มขึ้นจะต้องจ่ายภาษีมากขึ้น และการเป็นผู้ขายที่มีช่องทางการขายเป็นออนไลน์อย่างเดียวส่งผลให้มีความกังวลการถูกตรวจสอบภาษีมากกว่าผู้ขายที่มีช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพราะมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกาศใช้กฎหมายภาษีอีเพย์เมนต์ นอกจากนี้ยังพบอีกว่าความกังวลใจเกี่ยวกับระบบการตรวจสอบภาษีของภาครัฐเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลเชิงบวกต่อความกังวลการถูกตรวจสอบภาษีของผู้ขายรายย่อย
การพัฒนาสวนสัตว์ตามมาตรฐานสมาคมสวนสัตว์และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำโลก : บทเรียนเพื่อสวนสัตว์แห่งชาติของประเทศไทย, ภัทรศิต ทั่งทอง
การพัฒนาสวนสัตว์ตามมาตรฐานสมาคมสวนสัตว์และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำโลก : บทเรียนเพื่อสวนสัตว์แห่งชาติของประเทศไทย, ภัทรศิต ทั่งทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ประเทศไทยกำลังมีการพัฒนาโครงการสวนสัตว์แห่งใหม่เพื่อเป็นสวนสัตว์แห่งชาติ โดยปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการกำหนดแผนยุทธศาสตร์และวางผังแม่บทโครงการ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาถอดบทเรียนสวนสัตว์ที่ได้รับมาตรฐานสมาคมสวนสัตว์และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำโลก โดยมีจุดประสงค์เพื่อถอดบทเรียนในการพัฒนาโครงการ การวางผังแม่บท รายได้ ค่าใช้จ่าย และผลตอบแทนที่ได้จากการบริหารงาน โดยใช้วิธีการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากการสื่ออิเล็กทรอนิกส์ชนิดออนไลน์เป็นหลัก เพื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบและสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจากกรณีศึกษาจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ สวนสัตว์Dallas สวนสัตว์Woodland Park สวนสัตว์Saint Louis และสวนสัตว์Denver ผลการศึกษาพบว่าสวนสัตว์มีลักษณะที่ตั้งคือเป็นโครงการเดี่ยวหรืออยู่ร่วมกับแหล่งการเรียนรู้และนันทนาการมีวิสัยทัศน์ที่ต้องการเป็นแหล่งอนุรักษ์สัตว์ป่าเพื่อการเรียนรู้ดำเนินการโดยองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรทางการเงินและมีแนวคิดการหาแหล่งที่มาของรายได้เพิ่มเพื่อแก้ไขความไม่แน่นอนของรายได้จากการสนับสนุนจากรัฐและเอกชน สวนสัตว์ทั้ง 4 โครงการมีการวางผัง 2 รูปแบบได้แก่ Main loop and themed loop และ Classic Island structure สวนสัตว์ 3 จาก 4 โครงการมีสัดส่วนการใช้ที่ดินมากที่สุดคือส่วนจัดแสดงและนิทรรศการนอกอาคาร เฉลี่ยร้อยละ 28 ของพื้นที่ทั้งหมด สวนสัตว์Saint Louis มีจำนวนสัตว์มากที่สุดจำนวน 13,500 ตัว 555 สปีชีส์ และสวนสัตว์Woodland parkมีจำนวนสัตว์น้อยที่สุดจำนวน 1,098 ตัว 300 สปีชีส์ สวนสัตว์Saint Louis มีผู้เข้าชมเฉลี่ยในปี ค.ศ. 2013 ถึง ค.ศ. 2017 มากที่สุดจำนวน 3,162,667 คน และน้อยที่สุดคือสวนสัตว์Dallasจำนวน 1,032,959 คน ทั้ง 4 สวนสัตว์มีที่มาของรายได้ที่มากที่สุดคือเงินสมทบจากรัฐบาลเฉลี่ย 12,454,533 ดอลลาร์สหรัฐ และมีที่มาของค่าใช้จ่ายด้านพนักงานมากที่สุดเฉลี่ย 17,154,756 ดอลลาร์สหรัฐ สวนสัตว์Saint Louis มีผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์ต่อรายได้รวมจากการบริหารที่สูงที่สุด 10.54 เท่า สามารถถอดบทเรียนได้ว่า 1. ระยะห่างจากใจกลางเมืองไม่มีผลต่อจำนวนผู้เข้าชมแต่การสัญจรที่หลากหลายมีความสำคัญ จำนวนสัตว์และจำนวนสปีชีส์ที่มากกว่าสามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้มากกว่า 2. สวนสัตว์ที่อยู่ร่วมกับแหล่งเรียนรู้และนันทนาการสามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้มากกว่า 3. สวนสัตว์จำเป็นมีการปรับกลยุทธ์ในการหารายได้เพื่อการพึ่งพาตนเอง 4. ค่าใช้จ่ายส่วนของพนักงานเป็นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของสวนสัตว์ 5. ผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายโครงการที่ไม่แสวงหาผลกำไรทางการเงิน จึงนำมาสู่ข้อเสนอแนะต่อสวนสัตว์แห่งชาติ คือ 1. สวนสัตว์แห่งใหม่ควรมีการเข้าถึงด้วยรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ควรมีการจัดแสดงสัตว์จำนวนมากและมีสปีชีส์ที่หลากหลาย 2. …
พฤติกรรมการเข้าพักโรงแรมที่มีการนำกิจกรรมเชิงสุขภาพมาปรับใช้ กรณีศึกษานักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าพักโรงแรมขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่, มนไท เหรัญญะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ข้อมูลผลกระทบจาก Covid-19 ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรกและต่อเนื่องถึงทุกภาคส่วนธุรกิจของไทยรวมถึงธุรกิจโรงแรมขณะเดียวกันเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพ (Wellness Economy) กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากกระแสการรักสุขภาพซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของสวนดุสิตโพล และ IPG MEDIABAND ว่าคนไทยหันมาให้ความสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้นในปี 2563 จากสถานการณ์ดังกล่าวจึงเห็นโอกาสในการศึกษาการท่องเที่ยวและกิจกรรมเชิงสุขภาพสำหรับสร้างช่องทางในการปรับตัวสร้างรายได้ให้กับโรงแรมที่เจอกับวิกฤตไวรัส Covid-19 วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของนักท่องเที่ยวที่สนใจท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมเชิงสุขภาพกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่สนใจท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ และ เสนอแนะการปรับโรงแรมขนาดเล็กเพื่อสอดรับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยแบบสอบถามเป็นเครื่องมือหลักในการวิจัยโดยใช้สูตรการหาประชากรของ Taro Yamane ระดับความเชื่อมั่นอยู่ที่ 95% ได้แบบสอบถามจำนวน 400 ชุด จากนั้นนำข้อมูลจากแบบสอบถามมาหาค่าความสัมพันธ์และนัยทางสถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษาอุปสงค์และพฤติกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของผู้ที่สนใจท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมีอายุระหว่าง 20-29 ปี มีรายได้ต่อเดือนเฉลี่ย 24,088 บาท และ อายุ 30-39 ปี มีรายได้ต่อเดือนเฉลี่ย 45,517 บาท พฤติกรรมในการท่องเที่ยวจะเดินทางอย่างมีคุณภาพ และ แสวงหาสิ่งใหม่ ๆ เดินทางร่วมกับเพื่อน และ ครอบครัว มีจำนวนคนร่วมเดินทาง 3-4 คน มีจำนวนวันเข้าพักที่ 3-5 วัน สำหรับค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวต่อทริปอยู่ที่ 4,001 – 6,000 บาท จะเดินทางโดยเครื่องบิน และ รถยนต์ส่วนตัว พาหนะที่ใช้ท่องเที่ยวภายในจังหวัดเป็นการเช่ารถยนต์ เช่ารถจักรยานยนต์ และ ใช้บริการรถสาธารณะเป็นหลัก ประเภทกิจกรรมที่ทำระหว่างทริปท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากที่สุด ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ยินดีจ่าย หากโรงแรมมีบริการด้านสุขภาพ ร้อยละ 93.7 และ สนใจเข้าพักโรงแรมที่มีบริการด้านสุขภาพ จำนวน 3-5 วัน จากการวิเคราะห์ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างความสนใจกิจกรรมเชิงสุขภาพกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวเชิงของนักท่องเที่ยวพบว่าตัวแปร อายุ รายได้ และ จำนวนวันเข้าพักมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 วิจัยสามารถสรุปได้ว่านักท่องเที่ยวที่มีอายุระหว่าง 20-39 ปีมีแนวโน้มสนใจทำกิจกรรมเชิงสุขภาพภายนอกโรงแรมที่เป็นลักษณะการผจญภัย เดินป่าชมธรรมชาติ ปั่นจักรยาน และ ถนนคนเดิน นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ที่จะกลับมาใช้บริการกิจกรรมการกดจุด นวด สปา Aroma ขันโตกรับประทานอาหารพื้นเมือง ฟังดนตรีชมการแสดงฟ้อนรำล้านนา และ สอนทำอาหารพื้นถิ่น ภายในโรงแรม …
สภาพการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุในโครงการหมู่บ้านจัดสรร : กรณีศึกษา โครงการหมู่บ้านนันทวัน, ทศพร มงคลนิมิตร
สภาพการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุในโครงการหมู่บ้านจัดสรร : กรณีศึกษา โครงการหมู่บ้านนันทวัน, ทศพร มงคลนิมิตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เนื่องด้วยโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และงานวิจัยในผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุในชุมชน หรือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพประชากร สังคม เศรษฐกิจและพฤติกรรมการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุในโครงการหมู่บ้านจัดสรรราคาสูง โดยเลือกกรณีศึกษาเป็นโครงการหมู่บ้านนันทวันจำนวน 3 โครงการ รวมถึงวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน ปัญหา และความต้องการด้านที่อยู่อาศัย กิจกรรม และพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ เพื่อเสนอแนะแนวทางการออกแบบและแนวทางปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว ให้มีความเหมาะสมสําหรับผู้สูงอายุ โดยวิจัยข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสํารวจพื้นที่ด้านที่อยู่อาศัย อาคารสโมสรและพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งพบว่า ด้านพฤติกรรมคือ ผู้สูงอายุใช้เวลาภายในบ้านกับกิจกรรมดูทีวีมากเกินไป ขาดกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจให้สดใสแข็งแรง ด้านที่อยู่อาศัย มีพื้นที่บางส่วนที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ ห้องนํ้ามีขนาดเล็กเกินไป ลานซักล้างมีระดับต่างจากพื้นที่ภายในบ้าน ด้านอาคารสโมสรและพื้นที่ส่วนกลางในโครงการมีอุปสรรคต่อการใช้งานของผู้สูงอายุ ได้แก่ ตำแหน่งอาคารสโมสรที่อยู่ไกล ขาดทางลาดเพื่อใช้ในการเข้าถึงพื้นที่กิจกรรม จุดนั่งพักในสวนหรือริมทางเดินมีจำนวนน้อยเกินไป จึงเสนอแนะแนวทางการออกแบบและปรับปรุง ได้แก่ การเพิ่มกิจกรรมตามหลักทฤษฎีกิจกรรม เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีกลุ่มสังคมแลกเปลี่ยนความสนใจกับผู้อื่น กระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นด้วยการเคลื่อนไหวจากกิจกรรมต่างๆ และจัดเตรียมที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมต่อสภาพการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน เช่น ขยายห้องน้ำให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ราวจับ ทำทางลาดเข้าสู่ที่พักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลางที่ผู้สูงอายุใช้งานเป็นประจำ หรือการวางเเนวทางการจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมแก่ผู้สูงอายุกรณีออกแบบโครงการใหม่ เช่น การกำหนดแนวทางการวางตำแหน่งอาคารสโมสรให้อยู่กลางพื้นที่เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ในระยะที่สะดวก