Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11393)
- Veterinary Medicine (2802)
- Life Sciences (1997)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
-
- Social and Behavioral Sciences (1299)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1048)
- Medical Sciences (860)
- Engineering (776)
- Physical Sciences and Mathematics (680)
- Education (436)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (389)
- Arts and Humanities (378)
- Public Health (332)
- Environmental Sciences (323)
- Civil and Environmental Engineering (293)
- Sports Sciences (288)
- Sociology (267)
- Architecture (264)
- Business (248)
- Economics (226)
- Environmental Studies (208)
- Chemistry (191)
- Law (169)
- Psychology (163)
- Mental and Social Health (152)
- Health and Physical Education (145)
- Other Mental and Social Health (143)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (140)
- Keyword
-
- Thailand (141)
- Dog (123)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (39)
- Immunohistochemistry (35)
- Cat (29)
- Risk factors (28)
- Anxiety (27)
- COVID-19 (27)
- Quality of life (27)
- Stress (27)
- Elderly (25)
- Antioxidant (24)
- Children (24)
- Rat (23)
- Indonesia (22)
- Diagnosis (21)
- Oxidative stress (21)
- Escherichia coli (20)
- Histopathology (20)
- Knowledge (20)
- PCR (20)
- Attitude (19)
- Efficacy (19)
- Pigs (19)
- Reliability (19)
- Toxicity (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (6481)
- Chulalongkorn Medical Journal (4157)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2580)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1642)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
-
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- Journal of Health Research (220)
- Applied Environmental Research (208)
- Journal of Urban Culture Research (107)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (104)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (83)
- PASAA (41)
- Manusya, Journal of Humanities (32)
- Journal of Education Studies (30)
- Journal of Social Sciences (30)
- Journal of Demography (25)
- Thai Environment (23)
- Asian Review (17)
- Journal of Letters (15)
- Chulalongkorn University Law Journal (12)
- Halal Insight (6)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (5)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (1)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (1)
- Publication Type
Articles 1591 - 1620 of 17318
Full-Text Articles in Entire DC Network
จิตรกรรมร่วมสมัยชุดเมื่อฉันกำลังก้าวให้พ้น, วิภาวี ภมรพล
จิตรกรรมร่วมสมัยชุดเมื่อฉันกำลังก้าวให้พ้น, วิภาวี ภมรพล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในยุคปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะความเครียดและปัญหาทางจิตใจที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โรคทางจิตเวชกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมสมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม มีเพียงไม่กี่คนที่หันกลับมาทบทวนและเข้าใจสภาวะทางจิตใจของตนเองอย่างลึกซึ้ง ข้าพเจ้าตระหนักถึงความสำคัญของการรับรู้ตนเอง จึงนำกระบวนการทางศิลปะมาใช้เป็นเครื่องมือสำรวจภายในจิตใจ ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปแบบของ “ศิลปะบำบัด” วิทยานิพนธ์ชุดนี้มีชื่อว่า “จิตรกรรมร่วมสมัยชุด เมื่อฉันกำลังก้าวให้พ้น” มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลงานที่เกิดจากการกลั่นกรองความคิดและอารมณ์จากส่วนลึกของจิตใจผ่านการทำงานศิลปะ โดยกระบวนการสร้างสรรค์นี้เปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าได้เผชิญหน้าและทำความเข้าใจกับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึก อันมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและบุคลิกภาพของตนเอง อ้างอิงตามทฤษฎีของ ซิกมุนด์ ฟรอยด์ เกี่ยวกับโครงสร้างของจิตใจ ได้แก่ จิตสำนึก จิตก่อนสำนึก และจิตไร้สำนึก และแนวคิดของ คาร์ล จุง ที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างจิตใต้สำนึกกับบุคลิกภาพแบบเก็บตัว (Introvert) และแสดงออก (Extrovert) ซึ่งถูกหล่อหลอมโดยประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม ผลงานที่ได้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแสดงออกทางศิลปะในเชิงรูปธรรม แต่เป็นกระบวนการเยียวยา สำรวจตนเอง และเชื่อมโยงระหว่างโลกภายในกับโลกภายนอกของศิลปิน ผ่านแนวทางของศิลปะในลัทธิเซอร์เรียลลิสม์ (Surrealism) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้จิตใต้สำนึกได้เผยตัวตนออกมาอย่างอิสระ ด้วยภาษาทางทัศนศิลป์ที่สามารถสื่อสารสิ่งที่คำพูดไม่อาจอธิบายได้
การสร้างศิลปนิพนธ์นาฏยกรรมไทยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019, ธัญวุฒิ พยายาม
การสร้างศิลปนิพนธ์นาฏยกรรมไทยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019, ธัญวุฒิ พยายาม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการเรียนการสอนและการปรับการดำเนินการสร้างงานนาฏกรรมในรายวิชาศิลปนิพนธ์ของสถาบันอุดมศึกษาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 โดยกำหนดขอบเขตการศึกษาเฉพาะช่วงปีการศึกษา 2563–2565 และศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนวิชาศิลปนิพนธ์ด้านนาฏยกรรมไทยจำนวน 7 สถาบัน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร จากการศึกษาพบว่า รายวิชาศิลปนิพนธ์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ศิลปนิพนธ์เชิงอนุรักษ์ และศิลปนิพนธ์เชิงสร้างสรรค์ ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาด นิยมจัดแสดงผลงานบนเวทีต่อสาธารณชน แต่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 พบปัญหาในหลายด้าน ได้แก่ ปัญหาด้านสถานที่ ด้านอุปกรณ์ ด้านความเสถียรของสัญญาณอินเทอร์เน็ต ด้านสมาธิ และสภาพจิตใจของผู้เรียน ปัญหาเฉพาะของศิลปนิพนธ์เชิงอนุรักษ์ ได้แก่ ด้านการต่อท่ารำ ด้านการงบประมาณ ด้านสถานที่ และด้านคุณภาพผลงาน ส่วนศิลปนิพนธ์เชิงสร้างสรรค์พบปัญหาด้านสถานที่ ด้านการฝึกซ้อม การลงพื้นที่เก็บข้อมูล การจำกัดจำนวนผู้แสดง และด้านงบประมาณ การปรับรูปแบบการนำเสนอศิลปนิพนธ์ในช่วงวิกฤตนี้แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) ด๊านซ์ฟิล์ม (Dance Film) ซึ่งใช้เทคนิคภาพยนตร์มาสนับสนุนการแสดงท่านาฏยศิลป์ 2) การบันทึกวีดิทัศน์ เน้นการถ่ายทอดท่ารำ 3) การแสดงสดบนเวทีซึ่งกลับมาใช้เมื่อสถานการณ์คลี่คลายผลการศึกษาสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวของทั้งผู้เรียนและผู้สอนภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์ การใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารทางไกลมีบทบาทสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนศิลปนิพนธ์ในยุควิกฤต
การออกแบบอัตลักษณ์ตราสินค้าเพื่อสื่อสารภาพต้นแบบโดยใช้หลักปรัชญาอิคิไก, แสงเพชญ์ ศรีนิ่ม
การออกแบบอัตลักษณ์ตราสินค้าเพื่อสื่อสารภาพต้นแบบโดยใช้หลักปรัชญาอิคิไก, แสงเพชญ์ ศรีนิ่ม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการออกแบบอัตลักษณ์ตราสินค้าเพื่อสื่อสารภาพต้นแบบโดยใช้หลักปรัชญาอิคิไก ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับแก่นแท้ของอัตลักษณ์แบรนด์ โดยการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) 1) วิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth interviews) 2) สัมภาษณ์และสนทนากลุ่ม (Focus group) เพื่อวิเคราะห์คุณลักษณะของปรัชญาอิคิไก และใช้เกณฑ์แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) คัดชิ้นงานการออกแบบ (Population) กลุ่มตัวอย่าง (Sample) การคัดเลือกแบบการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive sampling) ตัวอย่างงานออกแบบอัตลักษณ์ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ (Brand Identity) ระหว่างปี พ.ศ. 2560 – 2566 จำนวน 310 ชิ้นงาน ผลการวิจัยพบว่า อัตลักษณ์ที่สื่อสารด้วยหลักปรัชญาอิคิไกสามารถถ่ายทอดผ่าน "เสาหลัก" 5 ประการ ได้แก่ 1) การเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ (Starting small) 2) การปลดปล่อยตัวเอง (Releasing yourself) 3) ความสอดคล้องและยั่งยืน (Harmony and sustainability) 4) ความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ (The joy of little things) และ 5) การอยู่กับปัจจุบัน (Being in the here and now) พร้อมกับภาพต้นแบบ (Ikigai Archetypes) ที่สะท้อนคุณลักษณะเฉพาะของบุคลิกภาพ ได้แก่ 1) ซามูไร (Samurai) ซึ่งองค์ประกอบทางการออกแบบ ได้แก่ การใช้แบบอักษรที่ปรับแต่งเฉพาะ (Custom type) และสีในกลุ่ม ความกลมกลืนอันสมบูรณ์ (Perfect Harmony) 2) เกอิชา (Geisha) เน้นการออกแบบในแนวยิ่งมากยิ่งดี (Maximalism) และ สีเขียวอ่อนแบบดิจิทัล (Butterfly) …
Stakeholder Information Interdependence Mapping For Area-Business Continuity Management: A Case Study Of Flood In Industrial Areas In Thailand, Penpitcha Arayachookiat
Stakeholder Information Interdependence Mapping For Area-Business Continuity Management: A Case Study Of Flood In Industrial Areas In Thailand, Penpitcha Arayachookiat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The great flood of 2011 in Thailand significantly disrupted supply chains and caused substantial economic damage. The concept of Area-Business Continuity Management (Area-BCM) was developed. This concept aims to enable vulnerable areas to maintain operations during crises. This research focuses on understanding the information interdependence among stakeholders involved in Area-BCM. Its objective is to develop an information interdependence map for Area-BCM, using a case study of flood events in three industrial areas in Phra Nakhon Si Ayutthaya Province. The study employed a qualitative research approach, collecting and analyzing data through in-depth interviews with various stakeholders. The data analyzed was then …
The Study In Beauty Image As Shown Through Contemporary Korean Webtoons: True Beauty, Manassawan Sermsamran
The Study In Beauty Image As Shown Through Contemporary Korean Webtoons: True Beauty, Manassawan Sermsamran
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objectives of this research were 1) To examine the beauty image portrayed in the webtoon ‘True Beauty’. 2) To study how beauty images presented through ’True Beauty’ shaped perceptions of beauty among viewers. This research was qualitative research by analyzing character dialogues and supporting media including viewer comments, YouTube makeup tutorials, and interviews with the author the study investigates how beauty image are constructed, internalized, and reinforced through digital storytelling. The result found that beauty image which presented in serves as a medium that reflects and reinforces societal beauty image. The characteristics in webtoon had created beauty standard in …
The Comprehensive Study Of The Reproductive Cycle With A Special Focus On The Vestibular Microbiome In Captive Asian Elephants (Elephas Maximus), Yuqing Yang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This dissertation aimed to advance the understanding of reproductive physiology and health in Asian elephants, providing critical insights and innovative methodologies for reproductive management. Chapter II established a foundational framework for normal reproductive cycling, detailing the luteal and follicular phases, and introduced a simplified, practical body condition score (BCS) method as a diagnostic tool for assessing general health and welfare. It highlighted unresolved reproductive issues, such as abnormal cycling, and revealed that progesterone peaks, with the majority (53.57%), and the onset of the follicular phase predominantly occurred during the rainy season. Monitoring ovulation and maintaining a standard BCS during the …
Effects Of Stat3 Variant On Stat1 And Stat5b In Fibroblasts From Mice With Stat3 Gain-Of-Function Variant, Natthakan Thareram
Effects Of Stat3 Variant On Stat1 And Stat5b In Fibroblasts From Mice With Stat3 Gain-Of-Function Variant, Natthakan Thareram
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
STAT mutations cause immune system dysfunction and many diseases, such as autoimmune cytopenias, lymphoproliferative disorders, susceptibility to infections, endocrinopathies, and growth defects. However, the molecular activity of these proteins remains unclear. Here, we investigated the phosphorylation, nuclear translocation, and gene expression levels of Stat1, Stat3, and Stat5b, as well as downstream target genes of these proteins, using mouse fibroblasts with Stat3 wild type and Stat3 L387R gain-of-function (GOF) variant edited by CRISPR-Cas9 technique as a model. In fibroblasts of Stat3 L387R GOF animals, the expression of downstream target genes of STAT1, Cxcl10 and Irf7 were significantly decreased compared with Stat3 …
นวัตกรรมวัดระดับทักษะดิจิทัล, รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ
นวัตกรรมวัดระดับทักษะดิจิทัล, รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมวัดระดับทักษะดิจิทัล (Digital Literacy Assessment Innovation) สำหรับผู้ประกอบการ โดยใช้กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีที่เชื่อมโยงระหว่าง ความสามารถเชิงพลวัต (Dynamic Capabilities), ความสามารถในการปรับตัว (Adaptive Capability), เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ การมุ่งเน้นดิจิทัล (Digital Orientation) เพื่อสร้างเครื่องมือที่สามารถช่วยผู้ประกอบการประเมินระดับทักษะดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ มีความน่าเชื่อถือ และนำไปใช้ได้จริงทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร รวมถึงสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ การวิจัยดำเนินการในรูปแบบผสมผสาน (Mixed Methodology) โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพในการสังเคราะห์กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีและสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการ และใช้การวิจัยเชิงปริมาณเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับทักษะดิจิทัลและผลการดำเนินงานทางธุรกิจ โดยใช้แบบสอบถามและวิเคราะห์ด้วยโมเดลสมการโครงสร้าง (SEM) ผลการวิจัยพบว่าระดับทักษะดิจิทัลสามารถวัดได้จาก 4 มิติ 10 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1) มิติเศรษฐกิจดิจิทัล (DE: Access, Manage) 2) มิติการมุ่งเน้นดิจิทัล (DO: Learning Agility, Customer Centric Mindset) 3) มิติความสามารถเชิงพลวัต (DC: Strategic Thinking and Planning Strategy, Create) 4) มิติความสามารถในการปรับตัว (AC: Analysis and Synthesis, Problem Solving and Critical Thinking, Communication, Cybersecurity Awareness) โดยทุกมิติส่งผลต่อระดับทักษะดิจิทัล (DL) โดยเฉพาะความสามารถในการปรับตัว (AC) ที่มีอิทธิพลสูงสุด รองลงมาคือ DC และ DE ซึ่งส่งผลโดยอ้อมต่อผลการดำเนินงานทั้งด้านการเงิน (FP) และการตลาด (MP) นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นอยู่ในรูปแบบ Web Application รองรับการใช้งานบน PC และ Smartphone ประกอบด้วยระบบลงทะเบียน การประเมินตามแบบสอบถามโครงสร้างมาตรฐาน การประมวลผลคะแนนตามค่าความสัมพันธ์จากโมเดลวิจัย และการวิเคราะห์ผลด้วย AI (Claude …
Improving Antimicrobial Susceptibility Testing Of Arcobacter Butzleri: Comparative Methods And Epidemiological Cut-Off Value (Ecoff) Determination, Myzatul Hanis Zahiyah Yusof
Improving Antimicrobial Susceptibility Testing Of Arcobacter Butzleri: Comparative Methods And Epidemiological Cut-Off Value (Ecoff) Determination, Myzatul Hanis Zahiyah Yusof
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Arcobacter butzleri is an emerging zoonotic pathogen associated with gastrointestinal illnesses in humans, yet standardized antimicrobial susceptibility testing (AST) methods and interpretive breakpoints for this microorganism remain unavailable. Broth microdilution, despite being endorsed by the CLSI-VAST subcommittee, is often impractical in several laboratories. Therefore, this study aimed to evaluate agar dilution as a more feasible alternative to broth microdilution. A total of 415 A. butzleri isolates from various meat sources in Bangkok, Thailand were confirmed by PCR and tested against ciprofloxacin, erythromycin, gentamicin, and tetracycline. AST was conducted using broth microdilution under aerobic conditions for 24 hours as the reference …
Ultrasonographic Renal Cortical Thickness To Abdominal Aorta Internal Diameterin Healthy Cats And Chronic Kidney Disease Cats, Run Sakulsirajit
Ultrasonographic Renal Cortical Thickness To Abdominal Aorta Internal Diameterin Healthy Cats And Chronic Kidney Disease Cats, Run Sakulsirajit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Chronic kidney disease (CKD) is a one of the most common disorder in cats, particularly in aging populations. Early detection and accurate monitoring are crucial for effective disease management. This study aims, first, to evaluate the ultrasonographic parameters, including renal cortical thickness (RCT), medullary thickness (MT), renal length (RL), abdominal aorta diameter (Ao) and ratios, including RCT/Ao, RCT/MT, RCT/RL, MT/Ao and RL/Ao compared between clinically healthy and CKD cats. Second, to evaluate the correlations of ultrasonographic parameters with blood renal functions including blood urea nitrogen (BUN), creatinine (Cr) and symmetric dimethylarginine (SDMA) and also correlation with age, body weight (BW) …
Complete Genome Analysis Of African Swine Fever Virus Strains In Thailand, Anwesha Prakash
Complete Genome Analysis Of African Swine Fever Virus Strains In Thailand, Anwesha Prakash
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
African Swine Fever Virus (ASFV) is a large double-stranded DNA virus responsible for the highly contagious and lethal African Swine Fever (ASF), affecting the global porcine industry. The virus has a genome length of 170-194 kb and is broadly categorized into the left variable region (LVR), the right variable region (RVR), and the central conserved region (CCR). In Thailand, ASF was officially confirmed in January 2022 and identified as genotype II, which is primarily responsible for the current Eurasian swine pandemic. To date, due to the absence of a globally accepted vaccine against ASFV, culling and quarantine remain the primary …
Canine Cricoid Cartilage And Tracheal Dimensions Observed On Computed Tomographic Image, Tanya Kasemsuwan
Canine Cricoid Cartilage And Tracheal Dimensions Observed On Computed Tomographic Image, Tanya Kasemsuwan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Inhalation anesthesia is commonly used for general anesthesia due to its effectiveness. During the procedure, an endotracheal tube (ET) is essential for maintaining anesthetic depth, delivering anesthetic agents, and providing sufficient oxygen to reduce the risks of morbidity and mortality. Mispositioning and inappropriate ET size can lead to complications like hypoxemia, hypercapnia, and airway trauma. Commercially available ET tubes are designed for general use and are not specifically optimized for different cephalic types, leading to the objective of this study, which was to investigate the differences in anatomical dimensions of the cricoid cartilage and trachea and ET location among brachycephalic, …
Effect Of Four Non-Slipping Floor Mat Types On The Stifle Joint Range Of Motion During Walking And Trotting In Small Breed Dogs With Medial Patellar Luxation Grade 2 And Normal Stifle Dogs, Panisara Wongsirichatchai
Effect Of Four Non-Slipping Floor Mat Types On The Stifle Joint Range Of Motion During Walking And Trotting In Small Breed Dogs With Medial Patellar Luxation Grade 2 And Normal Stifle Dogs, Panisara Wongsirichatchai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The two dimension kinematic motion analysis was an accessible tool for clinical approach for assist gait analysis and joint mobility in veterinary clinical field. Thermographic imaging also considered as an adjunctive non-invasive technique to detects changed superficial temperature from the physiological associated with inflammation or musculoskeletal conditions especially in joints, tendon, or muscle. A comparing controlled experiment investigated the effects of various ceramic flooring surfaces on gait, stifle joint mobility, and post-activity inflammatory response following activity in small breed dogs with and without grade 2 medial patellar luxation (MPL).Sixteen small breed dogs were enrolled, including normal stifle dogs (n=7) and …
Validation Of A Pseudotype-Based Serum Neutralization Test Forpeste Des Petits Ruminants Virus (Pprv) Specific Antibody In Goat Sera, Suphatcha Mahawattana
Validation Of A Pseudotype-Based Serum Neutralization Test Forpeste Des Petits Ruminants Virus (Pprv) Specific Antibody In Goat Sera, Suphatcha Mahawattana
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Peste des petits ruminants (PPR) is a transboundary viral disease in small ruminants, caused by a morbillivirus called peste des petits ruminants virus (PPRV). Recently, FAO and WOAH have set the goal to eradicate the disease in 2030. To maintain disease vigilance, the Department of Livestock Development conducts regular screenings for anti-PPRV antibodies using a commercially available competitive ELISA (cELISA). However, limitation from its window of uncertainty could lead to inconclusive result. In this study, a recently developed pseudotype-based neutralization test was validated against a large number of known positive and negative samples. In comparison with the cELISA, from 416 …
Proteomic Analysis Of Canine Reproductive Protein Profiles In Relation To Stage Of Oocyte Development, Larindhorn Udomthanaisit
Proteomic Analysis Of Canine Reproductive Protein Profiles In Relation To Stage Of Oocyte Development, Larindhorn Udomthanaisit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The domestic dog has a unique reproductive physiology in which oocytes are ovulated at an immature stage and complete nuclear maturation within the oviduct approximately 48–72 hours after ovulation. This thesis aimed to investigate proteomic changes in both serum and oviductal secretions associated with oocyte development, using a combination of natural and hormonally induced ovulation models. To evaluate dynamic changes in serum proteins across the estrous cycle, samples from healthy bitches in four stages—anestrus, proestrus, estrus, and diestrus—were analyzed, revealing 38 significantly altered proteins. Among these, eight exhibited stage-specific expression patterns, including HES2, ADGRA3, and SWI5 in anestrus; polycystin receptors …
Alternative Approaches To Replace Antibiotics Use In Boar Semen Extenders And Their Effects On Reproductive Performance, Congbang Ngo
Alternative Approaches To Replace Antibiotics Use In Boar Semen Extenders And Their Effects On Reproductive Performance, Congbang Ngo
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Artificial insemination (AI) with antibiotic-free alternatives in boar semen extenders is becoming essential for promoting environmentally sustainable practices in the global swine industry. Comprising 4 parts, this thesis aimed to investigate the boar fecal and seminal microbiomes in relation to semen quality and probiotic supplementation in an antibiotic-free feeding program. In addition, the characteristics of semen doses treated with alternative methods and their effects on the reproductive performance of sows inseminated with these semen doses are examined. (i) To investigate the fecal and seminal microbiomes of boars in relation to semen quality and the effects of transitioning from antibiotics to …
ผลของโปรแกรมฝึกความแข็งแรงกลุ่มกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวโดยใช้หลักการเพิ่มความหนักที่มีต่อความสามารถในการตีลูกซอฟท์บอลของนักเรียนมัธยมศึกษา, สิรภัทร กาษรสุวรรณ
ผลของโปรแกรมฝึกความแข็งแรงกลุ่มกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวโดยใช้หลักการเพิ่มความหนักที่มีต่อความสามารถในการตีลูกซอฟท์บอลของนักเรียนมัธยมศึกษา, สิรภัทร กาษรสุวรรณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการตีลูกซอฟท์บอลก่อนและหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลอง 2) เปรียบเทียบความสามารถในการตีลูกซอฟท์บอลของนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังการทดลอง โดยกลุ่มตัวอย่างการวิจัย คือ นักกีฬาซอฟท์บอลโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา นักกีฬาซอฟท์บอลจำนวน 32 คน ได้จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) จากนั้นให้นักเรียนทำแบบทดสอบเพื่อประเมินความสามารถในการตีลูกซอฟท์บอล แล้วจึงจับคู่ด้วยวิธีการจับคู่ (Matching Group)แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทดลอง จำนวน 16 คน และกลุ่มควบคุมจำนวน 16 คน ดำเนินการทดลองระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 60 นาที เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ โปรแกรมฝึกความแข็งแรงกลุ่มกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว โดยใช้หลักการเพิ่มความหนัก จำนวน 8 โปรแกรม มีค่า IOC อยู่ในช่วง 0.60 – 1.00 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบทดสอบการวัดความสามารถในการตีลูกซอฟท์บอล มีค่า IOC อยู่ในช่วง 0.60 – 0.80 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยคะแนนด้วยค่า “ที” ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวโดยใช้หลักการเพิ่มความหนักส่งผลให้มีความสามารถในการตีลูกซอฟท์บอลดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งในด้านความเร็วลูกหลังตี ระยะทางลูกหลังตี และท่าทางการตีเมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลอง นอกจากนี้ เมื่อนำผลหลังการทดลองมาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม พบว่ากลุ่มทดลองมีค่าความเร็วและระยะทางลูกหลังตีสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ขณะที่ท่าทางการตีไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ สรุปได้ว่าโปรแกรมฝึกความแข็งแรงกลุ่มกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวโดยใช้หลักการเพิ่มความหนักที่มีต่อความสามารถในการตีลูกซอฟท์บอลของนักเรียนมัธยมศึกษาทำให้นักเรียนมีความสามารถในการตีลูกซอฟท์บอลดีขึ้น
Molecular Investigation And Genetic Characterization Of Hemotropic Mycoplasma Spp. And Potential Role Of Flea Vectors In Goats In Thailand, Muhammad Shair Zaman Ghauri
Molecular Investigation And Genetic Characterization Of Hemotropic Mycoplasma Spp. And Potential Role Of Flea Vectors In Goats In Thailand, Muhammad Shair Zaman Ghauri
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aimed to investigate the identification of flea species infesting goats and to study the molecular prevalence and genetic characterization of hemotropic mycoplasmas in goats and fleas. A total of 500 blood and 79 flea samples were collected from goat farms across seven provinces in Thailand between January 2017 and October 2023. Among the 500 goats examined, 6.6% were infested with fleas, which were morphologically identified and molecularly characterized using mitochondrial (cox-I, cox-II) and nuclear (ITS1, EF-1α) markers as Ctenocephalides orientis. Additionally, 14,315 bp fragment of the C. orientis mitochondrial genome was analyzed, revealing a close evolutionary relationship with …
นวัตกรรมการประยุกต์ใช้เกมมิฟิเคชันในการแบ่งส่วนตลาดตามรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคสูงอายุ, กรุณา แย้มพราย
นวัตกรรมการประยุกต์ใช้เกมมิฟิเคชันในการแบ่งส่วนตลาดตามรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคสูงอายุ, กรุณา แย้มพราย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประชากรโลกส่งผลให้จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นนำไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจที่เติบโตในทุกปี อย่างไรก็ตามการเข้าใจต่อความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุยังคงมีอุปสรรค โดยเฉพาะในการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามมักพบกับปัญหาการตอบไม่ครบถ้วนและความเบื่อหน่าย ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องพัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุที่เหมาะสมต่อการแบ่งส่วนตลาด พัฒนาแบบจำลองเกมมิฟิเคชันเพื่อใช้ในการแบ่งส่วนตลาด และประเมินความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของนวัตกรรมดังกล่าว โดยแบ่งดำเนินการวิจัยออกเป็น 4 ระยะ (1) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการแบ่งกลุ่มตามรูปแบบการดำเนินชีวิตผ่านข้อมูลเชิงคุณภาพ (2) พัฒนาแบบสอบถามและแบบทดสอบการยอมรับนวัตกรรมเกม (3) ออกแบบและทดลองใช้นวัตกรรมเกมเพื่อเก็บข้อมูล และ (4) ประเมินความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการยอมรับเทคโนโลยี ผลการวิจัยพบว่า (1) ตัวแปรด้านรูปแบบการดำเนินชีวิตตามกรอบ AIOs (กิจกรรม ความสนใจ ความคิดเห็น) เหมาะสมที่สุดในการแบ่งกลุ่มตลาดผู้สูงอายุ โดยสามารถจำแนกได้เป็น 11 กลุ่ม (2) พฤติกรรมในเกม เช่น เวลาเล่นเกม จำนวนคำถามที่ตอบ การเลือกเล่นเกมถามตอบ การใช้ตัวช่วย และตราสัญลักษณ์ที่ได้รับ มีความสัมพันธ์กับผลการวิเคราะห์รูปแบบชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ “เวลาเล่นเกม” ที่ให้ค่าความแม่นยำสูงสุด และจากข้อมูลพฤติกรรมในเกม สามารถจำแนกรูปแบบชีวิตได้เป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ มุ่งมั่นในเป้าหมาย ยึดถือวัฒนธรรม ชื่นชมศิลปะ ใส่ใจสุขภาพ สนใจเทคโนโลยี สนใจด้านการเงิน และเชี่ยวชาญแฟชั่น (3) ด้านการยอมรับนวัตกรรม ผู้สูงอายุให้ความสำคัญกับประโยชน์ที่ได้รับ ส่วนกลุ่มนักการตลาดเน้นที่ความง่ายในการใช้งาน ทั้งสองกลุ่มมีระดับการยอมรับในระดับสูง แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมสามารถตอบโจทย์การเก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรมของผู้สูงอายุได้ และยังมีศักยภาพเชิงพาณิชย์
Selection Of Lactic Acid Bacteria Probiotics From Thai-Chick And Their Efficacy In Restoring Gut Microbiome And Salmonella Reduction In Broiler Challenged With Salmonella Typhimurium, Benjamas Khurajog
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Antimicrobial resistance (AMR), food safety, and sustainable poultry farming are critical global concerns driving the exploration of probiotics as alternatives to antibiotics. This study focused on the isolation, characterization, and evaluation of lactic acid bacteria (LAB) strains and the performance of two probiotics—ProCU (a blend of locally isolated LAB strains) and TOP GUT (a commercial Clostridium butyricum product)—in mitigating Salmonella infection, improving growth performance, and modulating the gut microbiota and resistome in broiler chickens. From 91 LAB isolates identified in chicken feces across Thailand, five strains (Ligilactobacillus salivarius BF12 and Pediococcus acidilactici BF9, BF14, BYF20, and BYF26) exhibited strong tolerance …
Comparative Study Of The Effects Of Dietary Supplements On Reproductive And Growth Performance In Sows And Nursery Pigs, Panumas Kongpanna
Comparative Study Of The Effects Of Dietary Supplements On Reproductive And Growth Performance In Sows And Nursery Pigs, Panumas Kongpanna
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study evaluated the effects of dietary supplementation with a multi-strain probiotic containing Bacillus subtilis (5 × 107 CFU/g) and Lactobacillus plantarum (1 × 109 CFU/g) on reproductive performance in multiparous sows and growth performance in weaned piglets. In Experiment 1, 300 sows were assigned to control or probiotic diets across five parity groups (2, 3, 4, 5 and 6 to 9) using a 2 × 5 factorial design. Experiment 2 involved 120 weaned piglets randomly allocated to four dietary treatments: control, antibiotic, enzyme, or probiotic. Measurements included reproductive and litter performance, colostrum IgG, milk composition, and piglet growth, digestibility, …
ผลของเกมกระดาน “ผจญภัยในดินแดนแห่งความเสี่ยง (Riskland)” ต่อการเสริมสร้างเจตคติในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติของเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ดารนา ทิมอรุณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาผลของเกมกระดานผจญภัยในดินแดนแห่งความเสี่ยง (Riskland) ที่มีต่อการสร้างเจตคติในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติของเยาวชน โดยเปรียบเทียบเจตคติก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ผ่านเกมกระดานดังกล่าว และ (2) เสนอแนวทางในการสร้างเจตคติในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติของเยาวชนโดยใช้เกมกระดาน Riskland งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) ด้วยวิธีการวัดคะแนนก่อนและหลังการเรียนรู้ (One Group Pretest–Posttest Design) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยเยาวชนในกรุงเทพมหานคร อายุระหว่าง 12–18 ปี จำนวน 30 คน ซึ่งได้รับการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) พร้อมทั้งเก็บเชิงคุณภาพจากการสังเกตพฤติกรรมระหว่างเล่นเกมกระดาน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยก่อนและหลังเล่นเกมกระดาน โดยใช้สถิติ Paired Samples t-test ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 ผลการวิจัยพบว่า ก่อนเล่นเกมกระดาน เยาวชนมีเจตคติในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวม 3.65 และหลังการเล่นเกม ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 4.09 แสดงให้เห็นว่าเกมกระดานมีส่วนช่วยส่งเสริมเจตคติของเยาวชนในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างกับกลุ่มตัวอย่าง พบว่า เยาวชนมีเจตคติเชิงบวกในทุกองค์ประกอบ มีความสนุกสนาน ตื่นเต้น และมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในกิจกรรม พร้อมทั้งสะท้อนความตั้งใจนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตจริง
Detection Of Brafv595e Gene Of Canine Urothelial Carcinoma Using Real-Time Pcr, Monticha Kitnitchee
Detection Of Brafv595e Gene Of Canine Urothelial Carcinoma Using Real-Time Pcr, Monticha Kitnitchee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Canine urothelial carcinoma (CaUC) is the most common malignant tumor of the urinary bladder in dogs. This cancer has aggressive behavior and it is challenge for diagnosis. Most CaUC cases are diagnosed from the obvious clinical signs as the late to advance stage. In addition, therapeutic strategies for this stage are almost non-responsive for the eradication and prevention of recurrent disease. Therefore, non-invasive early diagnosis is required for urothelial carcinomas in both human and animals including dogs, which have similar cancer biology to human. This study aimed to evaluate diagnostic accuracy by BRAFV595E detection using real-time PCR (qPCR) from various …
Monitoring And Characterization Of Colistin-Resistant And Extended-Spectrum Β-Lactamase-Producing Escherichia Coli And Salmonella Spp. In The Standard Slaughtering Processes., Imporn Saenkankam
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The rise of antimicrobial-resistant pathogens in the pig production chain poses significant threats to public health and food safety, particularly involving Salmonella and extended-spectrum β-lactamase-producing (ESBL-Ec), colistin-resistant ESBL-Ec. The slaughterhouse serves as a critical point for monitoring and preventing bacterial dissemination to humans. This study comprehensively examined the prevalence, antimicrobial resistance (AMR) profiles, and genomic characteristics of these pathogens across two pig slaughterhouses in Thailand—one operating under Hazard Analysis and Critical Control Points (HACCP) standards and the other certified only under Good Manufacturing Practices (GMP). A total of 570 samples from feces, carcasses, and environmental sources were analyzed. Salmonella prevalence …
ผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้รูปแบบซิปปาที่มีต่อสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีมของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, สุพัฒน์พงศ์ ตรังคประสิทธิ์
ผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้รูปแบบซิปปาที่มีต่อสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีมของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, สุพัฒน์พงศ์ ตรังคประสิทธิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาโดยใช้รูปแบบซิปปาที่มีต่อสมรรถนะการทำงานเป็นทีมของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โดย 1) เปรียบเทียบผลการทดสอบสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม ก่อนและหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลอง 2) เปรียบเทียบผลการทดสอบสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีมหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 60 คน ภาคปลาย ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนสาธิตสังกัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จังหวัดกรุงเทพมหานคร การวิจัยครั้งนี้การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัย กึ่งทดลอง (Quasi – Experimental Research) และเลือกโรงเรียนกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Selection) แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน โดยใช้การสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือวิจัย 1) แผนการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้ของรูปแบบซิปปา จำนวน 8 แผน โดยมีค่า IOC = 0.6 – 1.0 2) แบบประเมินสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีมก่อนเรียนและหลังเรียน โดยมีค่า IOC = 0.6 - 1.0 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนสมรรถนะการทำงานเป็นทีมของกลุ่มทดลองหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) คะแนนสมรรถนะของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้รูปแบบซิปปาสามารถพัฒนาสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีมของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นได้
ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดการรับรู้ความสามารถของตนเองที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, สาริศ คงสมจิตร
ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดการรับรู้ความสามารถของตนเองที่มีต่อการเห็นคุณค่าในตนเองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น, สาริศ คงสมจิตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนของการเห็นคุณค่าในตนเองก่อนและหลังการทดลองของกลุ่มทดลอง 2) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนของการเห็นคุณค่าในตนเองระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ชั้นปีที่ 1-3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 72 คน แบ่งเป็น นักเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดการรับรู้ความสามารถของตนเองจำนวน 36 คน และกลุ่มควบคุมที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาแบบปกติ 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย คือ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดการรับรู้ความสามารถของตนเองจำนวน 8 แผน(IOC = 0.88) และ 2) เครื่องมือเก็บรวมรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดการเห็นคุณค่าในตนเอง (IOC = 1.00) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หาค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการเห็นคุณค่าในตนเองโดยการทดสอบค่าที (t - test) ผลการวิจัยพบว่า 1. ค่าเฉลี่ยคะแนนของการเห็นคุณค่าในตนเองหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ค่าเฉลี่ยคะแนนของการเห็นคุณค่าในตนเองหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพสำหรับผู้เรียนยุคดิจิทัล โดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชัน, พงษ์ศักดิ์ บุญเกิด
ต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพสำหรับผู้เรียนยุคดิจิทัล โดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชัน, พงษ์ศักดิ์ บุญเกิด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และแนวทางที่ส่งผลต่อแรงบันดาลใจในอาชีพของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในยุคดิจิทัล 2) ออกแบบต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพโดยบูรณาการบทเรียน ไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชันสำหรับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และ 3) เปรียบเทียบแรงบันดาลใจในอาชีพก่อนและหลังการใช้ต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพโดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชัน ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยการคิดเชิงออกแบบ แบ่งขั้นตอนการดำเนินการวิจัยเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การทำความเข้าใจและระบุปัญหาแรงบันดาลใจในอาชีพ ผู้วิจัยดำเนินการคัดกรองแรงบันดาลใจในอาชีพของผู้เรียนโดยใช้แบบคัดกรองแรงบันดาลใจ ในอาชีพฉบับครูและฉบับนักเรียน จากนั้นสัมภาษณ์ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ผ่านการคัดกรอง จำนวน 10 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์ ระยะที่ 2 การออกแบบต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพของผู้เรียนยุคดิจิทัลโดยบูรณาการบทเรียน ไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชัน ผู้วิจัยสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยการทำความเข้าใจและระบุปัญหาแรงบันดาลใจในอาชีพจากระยะที่ 1 และใช้การสนทนากลุ่มกับผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน ระยะที่ 3 การทดสอบต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพของผู้เรียนยุคดิจิทัลโดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชัน ผู้วิจัยทำการทดสอบผลของการจัดกิจกรรมต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพโดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับ เกมมิฟิเคชันกับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในระยะนี้ คือ 1) ต้นแบบการพัฒนา แรงบันดาลใจในอาชีพสำหรับผู้เรียนยุคดิจิทัลโดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมิฟิเคชัน และ 2) แบบวัด แรงบันดาลใจในอาชีพผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบัน ปัญหาที่ส่งผลต่อแรงบันดาลใจในอาชีพ ประกอบด้วย 1) ด้านความสำเร็จ ได้แก่ ปัญหาการด้านขาดวินัย ปัญหาด้านสภาพแวดล้อม ปัญหาด้านตลาดแรงงาน ปัญหาด้านเศรษฐกิจ 2) ด้านความเป็นผู้นำ ได้แก่ ปัญหาการขาดความมั่นใจในตนเอง ปัญหาการขาดทักษะการสื่อสาร ปัญหาประสบการณ์และการฝึกฝนที่ยังไม่เพียงพอ การขาดการวางแผนระยะยาวเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำ และ 3) ด้านการศึกษา ได้แก่ ปัญหาการพัฒนาทักษะเพื่อประกอบอาชีพยังไม่เพียงพอ ปัญหาอุปสรรคด้านการเรียนและแรงกดดันในระบบการศึกษา ปัญหาหลักสูตรการศึกษาไม่สอดคล้องกับ ความต้องการในอนาคต ปัญหาความเหลื่อมล้ำและข้อจำกัดด้านการศึกษา สำหรับต้นแบบการพัฒนาแรงบันดาลใจในอาชีพสำหรับผู้เรียนยุคดิจิทัลโดยบูรณาการบทเรียนไมโครเลิร์นนิงร่วมกับเกมมิฟิเคชัน ประกอบด้วยทั้งหมด 12 กิจกรรม ตามโครงสร้างองค์ประกอบของแรงบันดาลใจในอาชีพทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านความสำเร็จ จำนวน 4 กิจกรรม 2) ด้านความ เป็นผู้นำ จำนวน 4 …
การเปรียบเทียบความสามารถและความวิตกกังวลในการว่ายน้ำระหว่างการจัดการเรียนรู้ว่ายน้ำท่ากรรเชียงกับท่าฟรอนต์ครอลสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนต้น, สุทัตตา เทพบุตร
การเปรียบเทียบความสามารถและความวิตกกังวลในการว่ายน้ำระหว่างการจัดการเรียนรู้ว่ายน้ำท่ากรรเชียงกับท่าฟรอนต์ครอลสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนต้น, สุทัตตา เทพบุตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถและความวิตกกังวลในการว่ายน้ำระหว่างการจัดการเรียนรู้ว่ายน้ำท่ากรรเชียงและท่าฟรอนต์ครอลสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนต้น กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 32 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 16 คน โดยใช้รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) โดยการทดลองใช้ระยะเวลา 10 สัปดาห์ ซึ่งกลุ่มทดลองได้รับการสอนท่ากรรเชียง ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการสอนท่าฟรอนต์ครอล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พลศึกษาท่ากรรเชียงและท่าฟรอนต์ครอล รวมถึงแบบวัดความสามารถในการว่ายน้ำและแบบวัดความวิตกกังวลในการว่ายน้ำ โดยใช้การทดสอบค่าที (t-test) ก่อนและหลังการทดลองในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า ก่อนการทดลองไม่มีความแตกต่างในคะแนนความสามารถในการว่ายน้ำและความวิตกกังวลในการว่ายน้ำระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม แต่หลังการทดลองกลุ่มทดลองที่ได้รับการสอนท่ากรรเชียงมีการพัฒนาความสามารถในการว่ายน้ำทั้งในทักษะการเตะขา การลอยตัว และการว่ายน้ำ รวมทั้งมีความวิตกกังวลในการว่ายน้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการทดลอง นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีคะแนนความสามารถในการว่ายน้ำและความวิตกกังวลไม่แตกต่างกันหลังการทดลอง
ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอว์ที่มีต่อความรับผิดชอบของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, มนัสนันท์ ผาสุขกุลโรจน์
ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอว์ที่มีต่อความรับผิดชอบของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, มนัสนันท์ ผาสุขกุลโรจน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรับผิดชอบ ก่อนและหลังการทดลองของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 2) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนน ความรับผิดชอบหลังการทดลองระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 80 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองจำนวน 40 คน และกลุ่มควบคุมจำนวน 40 คน ดำเนินการทดลองเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอว์จำนวน 8 แผน มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.96 – 1.00 และ 2) เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดความรับผิดชอบ ทั้งหมด 6 ด้าน จำนวน 20 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.60 – 1.00 ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.84 วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนน ความรับผิดชอบโดยการทดสอบค่าที (t - test) ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าเฉลี่ยคะแนนความรับผิดชอบหลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ค่าเฉลี่ยคะแนนความรับผิดชอบหลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคจิ๊กซอว์สามารถพัฒนาความรับผิดชอบของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายได้
ผลการประยุกต์การออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาในวิชาพลศึกษาที่มีต่อความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจและความสนุกสนานในนักเรียนเพศหญิงมัธยมศึกษาตอนต้น, นิศากร ขวัญเมือง
ผลการประยุกต์การออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาในวิชาพลศึกษาที่มีต่อความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจและความสนุกสนานในนักเรียนเพศหญิงมัธยมศึกษาตอนต้น, นิศากร ขวัญเมือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)ปรียบเทียบความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจและความสนุกสนาน ก่อนและหลังการทดลองของกลุ่มทดลอง 2) เปรียบเทียบความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจและความสนุกสนาน ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 80 คน โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร แบ่งออกเป็น กลุ่มทดลอง จำนวน 40 คน และกลุ่มควบคุม จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการเรียนรู้การประยุกต์การออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาในวิชาพลศึกษาที่มีต่อความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจและความสนุกสนานในนักเรียนเพศหญิงมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 8 แผน 2) เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล คือ 1) แบบทดสอบความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ 2) แบบประเมินความสนุกสนานในการมีกิจกรรมทางกาย การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยคำนวณค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation; SD) และใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทางแบบวัดซ้ำ (Two-way ANOVA with repeated measures) ในการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการทดลองกลุ่มที่ได้รับการประยุกต์การออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาในวิชาพลศึกษามีค่าเฉลี่ยความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจและความสนุกสนาน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 2) หลังการทดลองกลุ่มที่ได้รับการประยุกต์การออกกำลังกายแบบหนักสลับเบาในวิชาพลศึกษามีค่าเฉลี่ยความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจและความสนุกสนานสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการเรียนการสอนรายวิชาพลศึกษาแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001