Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11393)
- Veterinary Medicine (2802)
- Life Sciences (1997)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
-
- Social and Behavioral Sciences (1299)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1048)
- Medical Sciences (860)
- Engineering (776)
- Physical Sciences and Mathematics (680)
- Education (436)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (389)
- Arts and Humanities (378)
- Public Health (332)
- Environmental Sciences (323)
- Civil and Environmental Engineering (293)
- Sports Sciences (288)
- Sociology (267)
- Architecture (264)
- Business (248)
- Economics (226)
- Environmental Studies (208)
- Chemistry (191)
- Law (169)
- Psychology (163)
- Mental and Social Health (152)
- Health and Physical Education (145)
- Other Mental and Social Health (143)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (140)
- Keyword
-
- Thailand (141)
- Dog (123)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (39)
- Immunohistochemistry (35)
- Cat (29)
- Risk factors (28)
- Anxiety (27)
- COVID-19 (27)
- Quality of life (27)
- Stress (27)
- Elderly (25)
- Antioxidant (24)
- Children (24)
- Rat (23)
- Indonesia (22)
- Diagnosis (21)
- Oxidative stress (21)
- Escherichia coli (20)
- Histopathology (20)
- Knowledge (20)
- PCR (20)
- Attitude (19)
- Efficacy (19)
- Pigs (19)
- Reliability (19)
- Toxicity (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (6481)
- Chulalongkorn Medical Journal (4157)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2580)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1642)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
-
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- Journal of Health Research (220)
- Applied Environmental Research (208)
- Journal of Urban Culture Research (107)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (104)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (83)
- PASAA (41)
- Manusya, Journal of Humanities (32)
- Journal of Education Studies (30)
- Journal of Social Sciences (30)
- Journal of Demography (25)
- Thai Environment (23)
- Asian Review (17)
- Journal of Letters (15)
- Chulalongkorn University Law Journal (12)
- Halal Insight (6)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (5)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (1)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (1)
- Publication Type
Articles 12871 - 12900 of 17318
Full-Text Articles in Entire DC Network
Gastrointestinal Disease In Aids, S. Sunpaweravong
Gastrointestinal Disease In Aids, S. Sunpaweravong
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Accidental Exposures And Kap Surveys Concerning Theuniversal Precaution Among The Clinical-Year Medicalstudents Of Faculty Of Medicine, Chulalongkorn University, Narin Hiransuthikul, Mayuri Chiravisit, Chokchai Plianpairoj
Accidental Exposures And Kap Surveys Concerning Theuniversal Precaution Among The Clinical-Year Medicalstudents Of Faculty Of Medicine, Chulalongkorn University, Narin Hiransuthikul, Mayuri Chiravisit, Chokchai Plianpairoj
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Rhinocerebral Mucormycosis: A 10-Year Reviewat Chulalongkorn University Hospital, Virachai Kerekhanjanarong, Pakpoom Supiyaphun
Rhinocerebral Mucormycosis: A 10-Year Reviewat Chulalongkorn University Hospital, Virachai Kerekhanjanarong, Pakpoom Supiyaphun
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Radiographic Findings In Urinary Tract Schistosomiasis:A Case Report, Linda Pantongrag-Brown, Kriangsak: Prasopsanti, Sumitr Kojalern
Radiographic Findings In Urinary Tract Schistosomiasis:A Case Report, Linda Pantongrag-Brown, Kriangsak: Prasopsanti, Sumitr Kojalern
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
The Empirical Antimicrobial Therapy In Febrile Neutropenic Patient, T. Tantawichien
The Empirical Antimicrobial Therapy In Febrile Neutropenic Patient, T. Tantawichien
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Relationaship Between Health Beliefs, Demographic Factors, Occupation And Practices On Aids Prevention Among Commercial Sex Women Workers, P. Shuaytong, A. Laimsombat, W. Silpasuwan, S. Singhaniyom, C. Trinmuitip
Relationaship Between Health Beliefs, Demographic Factors, Occupation And Practices On Aids Prevention Among Commercial Sex Women Workers, P. Shuaytong, A. Laimsombat, W. Silpasuwan, S. Singhaniyom, C. Trinmuitip
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
ผลของเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์ต่อเซลล์สร้าง เส้นใยจากเหงือกและเอ็นยึดปริทันต์, ทัศนีย์ ดรงค์สุวรรณ, ประสิทธิ์ ภวสันต์
ผลของเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์ต่อเซลล์สร้าง เส้นใยจากเหงือกและเอ็นยึดปริทันต์, ทัศนีย์ ดรงค์สุวรรณ, ประสิทธิ์ ภวสันต์
Chulalongkorn University Dental Journal
เราได้ศึกษาถึงผลของเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์ที่มีต่อเซลล์เพาะเลี้ยงจากเหงือกและจากเอ็นยึดปริทันต์ ผลจากการทดลองพบว่าเซลล์ทั้งสองชนิดสามารถตอบสนองต่อเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์โดยเปลี่ยนแปลงรูปแบบของโปรตีนที่เซลล์สร้างขึ้น เมื่อวิเคราะห์ด้วยเทคนิคอิเล็กโตรโฟเรซิส เซลล์ที่สัมผัสกับเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์จะสร้างโปรตีนใหม่ที่มีน้ําหนักโมเลกุลราว 52 - 55 กิโลดาลตัน ซึ่งไม่พบในกลุ่มควบคุม และยังพบการสร้างโปรตีนที่มีน้ำหนักโมเลกุลมากกว่า 200 กิโลดาลตันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนด้วย เมื่อทําการศึกษาเพิ่มเติมด้วยเทคนิคเวสเทอร์นอนาไลซิสพบว่า หนึ่งในโปรตีนที่เซลล์สร้างเพิ่มขึ้นคือ ไฟโบรเนกทิน การเพิ่มขึ้นของโปรตีนทั้งสองชนิดนี้สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ที่ได้จากการศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่านซึ่งแสดงว่าเซลล์ที่เลี้ยงบนเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์จะมีการสะสมของเมทริกซ์นอกเซลล์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าเซลล์เพาะเลี้ยงสามารถตอบรับต่อ สัญญาณจากไฮดรอกซีอาปาไทต์ และตอบสนองโดยการเพิ่มการสร้างไฟโบรเนกทินเพื่อช่วยในการยึดเกาะของเซลล์กับเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์
การกระตุ้นการสร้างเอนไซม์อัลคาไลน์ฟอสฟาเทสในเซลล์สร้างเส้นใยจากโพรงฟันของมนุษย์ โดย 1,25 ไดไฮดรอกซีไวตามินดี 3 และทรานส์ฟอร์มมิงโกร๊ทแฟกเตอร์เบตา, ประสิทธิ์ ภวสันต์, ปิยมาศ สำเร็จกาญจนกิจ
การกระตุ้นการสร้างเอนไซม์อัลคาไลน์ฟอสฟาเทสในเซลล์สร้างเส้นใยจากโพรงฟันของมนุษย์ โดย 1,25 ไดไฮดรอกซีไวตามินดี 3 และทรานส์ฟอร์มมิงโกร๊ทแฟกเตอร์เบตา, ประสิทธิ์ ภวสันต์, ปิยมาศ สำเร็จกาญจนกิจ
Chulalongkorn University Dental Journal
ในการศึกษาครั้งนี้ เราพบว่าเซลล์สร้างเส้นใยที่เพาะเลี้ยงจากเนื้อเยื่อของโพรงฟันสามารถสร้างเอนไซม์อัลคาไลน์ฟอสฟาเทส ซึ่งแสดงถึงความสามารถของเซลล์เหล่านี้ในการเปลี่ยนสภาพไปเป็นเซลล์คล้ายเซลล์สร้างเนื้อฟันได้หากได้รับการกระตุ้นที่เหมาะสม นอกจากนี้ เรายังพบว่าเซลล์สร้างเส้นใยจากโพรงฟัน สามารถตอบสนองต่อการกระตุ้นด้วย 1,25 ไดไฮดรอกซีไวตามินดี 3 โดยการเพิ่มค่าการทํางานของเอนไซม์อัลคาไลน์ฟอสฟาเทศถึง 2 เท่าภายในเวลา 2 วัน แสดงให้เห็นว่า สารตัวนี้น่าที่จะมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนสภาพไปทําหน้าที่เฉพาะอย่างของเซลล์จากโพรงฟัน และเมื่อเราทําการกระตุ้นเซลล์ชนิดนี้ด้วย 1,25 ไดไฮดรอกซีไวตามินดี 3 และทรานส์ฟอร์มมิ่งโกรทแฟกเตอร์เบตาพร้อม ๆ กัน ผลปรากฏว่าค่าการทํางานของเอนไซม์นี้ยิ่งเพิ่มสูงมากขึ้นถึง 10 เท่าในเวลา 3 วัน โดยที่การกระตุ้นเซลล์ด้วยทรานส์ฟอร์มมิงโกรทแฟกเตอร์เบตาเพียงอย่างเดียวไม่ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของปริมาณเอนไซม์อัลคาไลน์ฟอสฟาเทสแต่อย่างไร ซึ่งจากผลการทดลองทั้งหมดนี้ ได้บ่งชี้ถึงคความเป็นไปได้ในการที่สารทั้งสองตัวนี้จะมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการสร้างเนื้อฟันโดยการควบคุมการเปลี่ยนสภาพไปทําหน้าที่เฉพาะอย่างของเซลล์สร้างเส้นใยในโพรงฟัน
ลักษณะทางกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนของเหงือกบวมโต เนื่องจากยาไดแลนติน, นพดล ศุภพิพัฒน์, นวลฉวี หงษ์ประสงค์, สมพร สวัสดิสรรพ์
ลักษณะทางกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนของเหงือกบวมโต เนื่องจากยาไดแลนติน, นพดล ศุภพิพัฒน์, นวลฉวี หงษ์ประสงค์, สมพร สวัสดิสรรพ์
Chulalongkorn University Dental Journal
ไดแลนตินเป็นยาที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการป้องกันและรักษาอาการชักในผู้ป่วยด้วยโรคลมชัก ผลข้างเคียงที่สําคัญอันหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่ใช้ยานี้คือ ทําให้เกิดการบวมโตของเหงือก งานวิจัยนี้เป็นการศึกษา ลักษณะโดยละเอียดของเหงือกบวมโตในผู้ป่วยที่ใช้ยาไดแลนตินเปรียบเทียบกับเนื้อเยื่อเหงือกปกติโดยใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดทรานสมิชชั่น ผลการศึกษาพบว่าเนื้อเยื่อทั้งสองชนิดประกอบไปด้วยเซลล์ไฟโบรบลาสท์และเส้นใย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเส้นใยคอลลาเจนจํานวนมาก องค์ประกอบทั้งสองนี้ในเหงือกบวมโตมีลักษณะคล้ายกับที่พบในเหงือก ปกติ แต่พบว่าปริมาณและความหนาแน่นของเส้นใยคอลลาเจนในเหงือกบวมโตมีมากกว่าในเหงือกปกติ
Current Thinking On Post And Core System And Other Options For Restoration Of The Endodontically Treated Tooth, Leevairoj Chalermpol
Current Thinking On Post And Core System And Other Options For Restoration Of The Endodontically Treated Tooth, Leevairoj Chalermpol
Chulalongkorn University Dental Journal
In the past few decades, there are the controversies in the proper treatment of the teeth after receiving endodontic treatment. The solutions seem to be concluded. This review of literature summarized the current thinking on post and core system, also the options for restoration of the endodontically treated teeth. Many concepts have been collected from the articles published by 1997. Many ideas have been given and may be useful for the reader to choose the proper techniques and materials when restoring the endodontically treated teeth.
ความรู้สึกกลัวและกังวลใจต่อการใช้บริการ ทันตกรรมของคนกรุงเทพฯ เฉพาะกลุ่ม, สุนทร ระพิสุวรรณ, ภฑิตา ภูริเดช, ศุลีพร ธีรเจตกูล
ความรู้สึกกลัวและกังวลใจต่อการใช้บริการ ทันตกรรมของคนกรุงเทพฯ เฉพาะกลุ่ม, สุนทร ระพิสุวรรณ, ภฑิตา ภูริเดช, ศุลีพร ธีรเจตกูล
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1. ต้องการศึกษาระดับความกลัวและกังวลใจต่อการใช้บริการทันตกรรมของคนไทย กลุ่มที่มารับบริการทันตกรรมที่คลินิกนอกเวลาของคณะทันแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2. ศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกกลัวและกังวลใจ วัสดุและวิธีการ ประชากรศึกษาที่นํามาวิเคราะห์มีจํานวน 650 คน มีอายุตั้งแต่ 15 ปี จนถึง 76 ปี ซึ่งได้มาใช้ บริการทันตกรรมที่คลินิกนอกเวลาและถูกสุ่มอย่างเป็นระบบ ได้รับการแจกแบบสอบถามที่ประกอบด้วยคําถามด้านประชากรศาสตร์และคําถามของ The Corah's Dental Anxiety Scale ผลการศึกษา พบว่า 10.6 เปอร์เซ็นต์ของประชากรศึกษาไม่แสดงความกลัวและกังวลใจต่อการมาใช้บริการทันตกรรม, 30.7 เปอร์เซ็นต์ กลัวปานกลาง และ 8.8 เปอร์เซ็นต์ กลัวมากจนถึงมากที่สุด ค่าเฉลี่ยของคะแนนความกลัว และ กังวลใจต่อการใช้บริการทันตกรรม (DAS) เท่ากับ 8.30 13.24 เพศหญิงมีความกลัวและกังวลใจมากกว่าเพศ ชาย คนหนุ่มสาวและวัยรุ่นมีความกลัวมากกว่าผู้สูงอายุ ความเจ็บปวดจากการได้เคยใช้บริการทันตกรรมครั้งแรก จะมีผลต่อความรู้สึกกลัวและกังวลใจ (p<0.001) สรุป 1. ระดับความกลัวและกังวลใจของประชากรศึกษากลุ่มนี้เท่ากับ 8.3043.24 2. อายุ, เพศ,ประสบการณ์ความเจ็บปวดจากการรับบริการทันตกรรมครั้งแรกมีผลต่อความกลัวและกังวลใจ อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ
ผลของการฉีดยาชาเฉพาะที่สกัดเส้นประสาทอินฟีเรียอัลวีโอลาต่อตําแหน่งในศูนย์ของขากรรไกรล่าง, วันทนี มุทิรางกูร, ฮาญารี ดาราฉาย, วรรณฤดี ลิ้มศรีเจริญ
ผลของการฉีดยาชาเฉพาะที่สกัดเส้นประสาทอินฟีเรียอัลวีโอลาต่อตําแหน่งในศูนย์ของขากรรไกรล่าง, วันทนี มุทิรางกูร, ฮาญารี ดาราฉาย, วรรณฤดี ลิ้มศรีเจริญ
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการฉีดยาชาเฉพาะที่สกัดเส้นประสาทอินฟีเรียอัลวีโอลา ข้างหนึ่งต่อตําแหน่งในศูนย์ของขากรรไกรล่าง วัสดุและวิธีการ ศึกษาในหนุ่มสาวที่มีสุขภาพดี 10 คน โดยการสังเกตจุดสบฟันในศูนย์บนเครื่องมือระนาบการ สบฟันที่มีการกรอปรับแต่งให้มีความเข้มของจุดสบฟันที่เท่ากันตลอดขากรรไกร ก่อนและขณะตัวอย่างมีความรู้สึกขา ผลการทดลอง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ สําหรับจุดสบตําแหน่งสบถอยหลังของตัวอย่างทั้งหมด แต่มีการเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นสําหรับจุดสบฟันเร็วในศูนย์ขณะรู้สึกชา ตัวอย่าง 6 คนมีจุดสบฟันเร็วในศูนย์เข้าใกล้จุดสบตําแหน่งสบถอยหลัง และตัวอย่างอีก 4 คนมีจุดสบฟันในศูนย์ที่ไม่คงที่ สรุป การฉีดยาชาเฉพาะที่สกัดเส้นประสาทอินฟีเรียอัลวีโอลาข้างหนึ่งมีผลต่อการสบฟันเร็วในศูนย์ แต่ไม่มีผลต่อการสบฟันในตําแหน่งถอยหลัง
ขนาดของฟันหลัง ความกว้าง และความลึกของ เพดานปาก/ขากรรไกรล่าง ในคนไทสี่กลุ่ม : การศึกษาเบื้องต้น, สุนทร ระพิสุวรรณ, ชัยวัฒน์ ปิ่นน้อย
ขนาดของฟันหลัง ความกว้าง และความลึกของ เพดานปาก/ขากรรไกรล่าง ในคนไทสี่กลุ่ม : การศึกษาเบื้องต้น, สุนทร ระพิสุวรรณ, ชัยวัฒน์ ปิ่นน้อย
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ ของการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบ (1) ขนาดของฟันหลัง (2) ความกว้างและความลึกของเพดาน ปากและขากรรไกรล่าง ของคนไทสี่เชื้อสาย ได้แก่ ผู้ไท มลายู เขมร และจีน วัสดุและวิธีการ ประชากรศึกษาได้แก่ คนไท 90 คน จากสี่เชื้อสาย ได้แก่ มลายู 19 คน เขมร 25 คน ผู้ไท 25 คน และ จีน 21 คน มีการสบฟันปกติและได้รับการสุ่มตัวอย่างมาแล้วดําเนินการพิมพ์ปากด้วยผงพิมพ์ปากและเทปูน ชนิดแข็งและวัดแบบฟันด้วยดีไวเดอร์ชนิดวัดได้ละเอียด 0.1 มม. บริเวณความกว้างและความหนาของฟัน รวมทั้งความ กว้างและความลึกของขากรรไกรบนและล่าง ผลการศึกษา ค่าเฉลี่ยขนาดของฟันหลังคนไทเชื้อสายผู้ไทจะมีความกว้างและความหนาน้อยกว่าของกลุ่มคนไท เชื้อสายเขมรและมลายูอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติแต่เมื่อเทียบกับกลุ่มจีนแล้วแม้จะมีขนาดเล็กกว่าแต่ไม่แตกต่างกัน ทางสถิติ ขณะเดียวกันความลึกของเพดานปากของคนไทจะสั้นกว่าของคนเขมรและมลายูอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ และความกว้างของเพดานปากและขากรรไกรล่างตรงตําแหน่งฟันซี่ที่ห้าและหกในคนผู้ไทจะขยายมากกว่ากลุ่มอื่น อย่างเห็นได้ชัด สรุป ขนาดของฟันหลังคนไทเชื้อสายผู้ไทจะมีขนาดเล็กกว่าฟันของคนไทเชื้อสายเขมร มลายู และจีน ทํานองเดียวกัน ความลึกของเพดานปากก็จะสั้นกว่าด้วย แต่ความกว้างของเพดานปากและขากรรไกรบริเวณฟันกรามน้อยซี่ที่สอง และฟันกรามซี่แรกจะมีเปอร์เซ็นต์การขยายมากกว่า ทําให้รูปเพดานปากของผู้ไทจะเป็นรูปเกือกม้าค่อนข้างชัดเจน
การรักษาคลองรากฟันของฟันกรามล่างซี่ที่สองซึ่งมีคลองราก และรูเปิดคลองรากรูปอักษร C, วนิดา เรืองไพโรจน์
การรักษาคลองรากฟันของฟันกรามล่างซี่ที่สองซึ่งมีคลองราก และรูเปิดคลองรากรูปอักษร C, วนิดา เรืองไพโรจน์
Chulalongkorn University Dental Journal
คลองราก และรูเปิดคลองรากรูปอักษร C ในฟันกรามล่างเป็นหนึ่งในความแปรปรวนจากลักษณะกายวิภาคปกติของคลองรากฟัน ซึ่งทําให้ขั้นตอนในการรักษาคลองรากฟันมีความยากลําบากในการทําความสะอาดคลองรากขยายคลองราก และอุดคลองรากฟัน บทความนี้เป็นการนําเสนอรูปแบบและขั้นตอนการรักษาคลองรากฟันกรามล่างซี่ที่สองซึ่งมีคลองรากและรูเปิดคลองรากรูปอักษร C ในผู้ป่วย 2 ราย โดยใช้แคลเซียมไฮดรอกไซด์ เป็นยาใส่ในคลองรากฟัน และอุดคลองรากฟันด้วยกัตตาเปอร์ชา โดยวิธีแลเทอรัลคอนเดนเซชั่น ติดตามผลการรักษาในเวลา 2 ปี
การเลือกสีฟันโดยใช้แหล่งกําเนิดแสงชนิดต่าง ๆ, สุภิดา อนุสสรนิติสาร, กสิน ลิมปิสุต, สมผล วชิรยนเสถียร
การเลือกสีฟันโดยใช้แหล่งกําเนิดแสงชนิดต่าง ๆ, สุภิดา อนุสสรนิติสาร, กสิน ลิมปิสุต, สมผล วชิรยนเสถียร
Chulalongkorn University Dental Journal
การใช้แสงที่ได้มาจากแหล่งกําเนิดแสงชนิดต่าง ๆ กันอาจทําให้ได้ผลการเลือกสีฟันที่แตกต่างกัน การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแสงจากแหล่งกําเนิดแสงชนิดต่าง ๆ วัตถุประสงค์ ได้แก่ แสงธรรมชาติเวลากลางวัน แสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ และแสงจากหลอดไฟเทียบสีฟัน เพื่อดูว่าแหล่ง กําเนิดแสงชนิดใดเหมาะที่จะใช้เลือกสีฟันสําหรับคลินิกทันตกรรม นอกจากนี้ยังศึกษาถึงการรับรู้เกี่ยวกับสีฟันของ นิสิตทันตแพทย์ชั้นปีที่ 3 ซึ่งเป็นชายหญิงอยู่ในช่วงอายุ 19-21 ปี วิธีการศึกษา การทดสอบทําโดยเลือกนิสิตจํานวน 50 คน จัดเป็นคู่ และให้ในแต่ละคู่สลับกันทําการเทียบสีฟัน โดยใช้แผงเทียบสีฟันจํานวน 2 ชุด คือชุดที่ใช้ทดสอบและชุดที่ใช้เป็นตัวเทียบ ทําการเทียบสีฟันภายใต้แสงจากแหล่ง กําเนิดแสงชนิดต่าง ๆ ได้แก่ แสงธรรมชาติเวลากลางวัน แสงฟลูออเรสเซนต์ และแสงจากหลอดไฟเทียบสีฟันบันทึกผล การเทียบสีฟันของนิสิตแต่ละคน จากนั้นนํามาให้คะแนนและรวบรวมคะแนนเพื่อนํามาวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีสถิติชนิด แพร์ที่เทสต์ ผลการทดลองและสรุป ผลการทดสอบปรากฏว่าที่ระดับนัยสําคัญ 0.05 แสงฟลูออเรสเซนต์ให้ผลการเทียบสีฟัน ไม่แตกต่างกับแสงธรรมชาติ แต่แสงจากหลอดไฟเทียบสีฟันให้ผลในการเทียบสีฟันแตกต่างกับแสงธรรมชาติ และแสงฟลูออเรสเซนต์ให้ผลในการเทียบสีฟันแตกต่างกับแสงจากหลอดไฟเทียบสีฟัน ส่วนประสิทธิภาพการรับรู้สีฟันของ นิสิต ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง (ร้อยละ 50-70) ไม่ว่าจะทําการเทียบสีฟันภายใต้แหล่งกําเนิดแสงชนิดใด แต่ถ้าใช้แสงไฟประดิษฐ์แทนแสงธรรมชาติแล้วพบว่า นิสิตกลุ่มที่มีการรับรู้สีฟันต่ําจะมีการรับรู้สีฟันดีขึ้น ส่วนนิสิต กลุ่มที่มีการรับรู้สีฟันอยู่ในขั้นที่จะมีการรับรู้สีฟันต่ําลงเมื่อใช้แสงไฟประดิษฐ์แทนแสงธรรมชาติ ในการเลือกสีฟัน
Vaginal Administration Of Oral Contraceptive Pill Affects Onvaginal Cytology - A Pilot Study, Prasert Trivijitsilp, Sumana Chompootaweep, Kitpramuk Tantayaporn, Dhassanee Bunyathiti
Vaginal Administration Of Oral Contraceptive Pill Affects Onvaginal Cytology - A Pilot Study, Prasert Trivijitsilp, Sumana Chompootaweep, Kitpramuk Tantayaporn, Dhassanee Bunyathiti
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Anatomical Measurement For Localization Of Thetrue Vocal Cord In Thais, Prakobkiat Hirunwiwatkul, Patravoot Vatanasapt, Tanvaa Tansatit
Anatomical Measurement For Localization Of Thetrue Vocal Cord In Thais, Prakobkiat Hirunwiwatkul, Patravoot Vatanasapt, Tanvaa Tansatit
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
กุมารเวชศาสตร์ จากอดีต-ปัจจุบัน, Pakitti Tayanithi
กุมารเวชศาสตร์ จากอดีต-ปัจจุบัน, Pakitti Tayanithi
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Ophthalmology Today, P. Tayanithi
Laser Myopic Refractive Surgery, P. Tayanithi
Laser Myopic Refractive Surgery, P. Tayanithi
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
The Prevalence Rates Of Human Intestinal Parasites Inmae-Ia- Moong, Umphang District, Tak Province,A Rural Area Of Thailand, Surang Triteeraprapab, Somchai Jongwutiwes, Nataros Chanthachum
The Prevalence Rates Of Human Intestinal Parasites Inmae-Ia- Moong, Umphang District, Tak Province,A Rural Area Of Thailand, Surang Triteeraprapab, Somchai Jongwutiwes, Nataros Chanthachum
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Superficial Pleomorphic Liposarcoma: A Case Report, Pilaiwan Kleebkaow, Shanop Shuangshoti, Voranuch Punyavoravut, Vannee Lutigaviboon
Superficial Pleomorphic Liposarcoma: A Case Report, Pilaiwan Kleebkaow, Shanop Shuangshoti, Voranuch Punyavoravut, Vannee Lutigaviboon
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Mri Of Hepatobiliary System, D. Boonjunwetawat
Mri Of Hepatobiliary System, D. Boonjunwetawat
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
รายงานสัตว์ป่วย : ผลของการใช้ยาซัลฟาไดเมธิลไพริมิดีน-ไตรเมโธพริมต่อการเกิดโรคกระจกตาแห้งในสุนัข, ปราณี ตันติวนิช, นลินี ตันติวนิช, กัมปนาท สุนทรวิภาต, ทัศริน ศิวเวชช
รายงานสัตว์ป่วย : ผลของการใช้ยาซัลฟาไดเมธิลไพริมิดีน-ไตรเมโธพริมต่อการเกิดโรคกระจกตาแห้งในสุนัข, ปราณี ตันติวนิช, นลินี ตันติวนิช, กัมปนาท สุนทรวิภาต, ทัศริน ศิวเวชช
The Thai Journal of Veterinary Medicine
สุนัขพันธุ์พูเดิ้ล อายุ 2 ปี ได้รับการรักษาอาการท้องเสียด้วยยาซัลฟาไดเมธิลไพริมิดีน ไตรเมโธพริม โดยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ สุนัขแสดงอาการกลัวแสง เยื่อตาขาวอักเสบ กระจกตาอักเสบ และมีแผลหลุมลึกที่กระจกตาทั้งสองข้าง วัดปริมาณการหลั่งของน้ำตาได้ เท่ากับศูนย์ ให้การรักษาโดยหยุดให้ยาดังกล่าว ป้ายตาด้วยคลอแรมเฟนิคอลชนิดน้ำมัน หยอดตาด้วยไซโคลสโปริน เอ พิโลคาร์ปืนและน้ำตาเทียม ให้กินคลอแรมเฟนิคอล แอสไพริน และวิตามินเอ อาการต่าง ๆ หายไปภายใน 4 สัปดาห์ และสามารถมองเห็นได้ตามปกติ
A Servey Of Dental Calculi And Dietary Factors In Dogs, Cholawat Pacharinsak, Damri Darawiroj, Jiranunt Jirasangthong
A Servey Of Dental Calculi And Dietary Factors In Dogs, Cholawat Pacharinsak, Damri Darawiroj, Jiranunt Jirasangthong
The Thai Journal of Veterinary Medicine
119 mongrel dogs, brought to Chulalongkorn Veterinary Teaching Hospital, were investigated over a 150-day period. Divided into 4 groups (less than 0.5 yrs, 0.5 to 1.49 yrs, 1.5 to 4.99 yrs, and more than 4.99 yrs) the age of the animals was related to the severity of the accumulated calculi (P<0.05), particularly in the area of the buccal surface. The group, fed on a soft diet, had more calculi deposits than those fed a hard one.
สถานภาพภูมิคุ้มโรคไวรัส Bvd, Ibr, Pi3 และ Brs ของฟาร์มโคนมในประเทศไทย, ปราจีน วีรกุล, ศิริวัฒน์ ทรวดทรง, จันทร์เพ็ญ สุวิมลธีระบุตร, จินดา สิงห์ลอ
สถานภาพภูมิคุ้มโรคไวรัส Bvd, Ibr, Pi3 และ Brs ของฟาร์มโคนมในประเทศไทย, ปราจีน วีรกุล, ศิริวัฒน์ ทรวดทรง, จันทร์เพ็ญ สุวิมลธีระบุตร, จินดา สิงห์ลอ
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ทำการศึกษาสถานภาพการติดเชื้อโรคไวรัส Bovine viral diarrhea (BVD), Infectious Bovine Rhinotracheitis (IBR), Parainfluenza-3 (PI3) และ Bovine Respiratory Syncytial (BRS) ซึ่งเป็นสาเหตุเบื้องต้นที่ก่อให้เกิดโรคทางระบบหายใจและ เป็นสาเหตุของความไม่สมบูรณ์พันธุ์ในโคนม สุ่มตัวอย่างน้ำนมดิบรวมถัง จำนวน 2,070 ฟาร์ม จากศูนย์รับน้ำนมดิบ 53 แห่งใน 31 จังหวัดที่มีการเลี้ยงโคนมในปี พ.ศ. 2538 และ ทดสอบภูมิคุ้มต่อโรคไวรัสดังกล่าวด้วยชุดทดสอบเฉพาะต่อไวรัสแต่ละชนิด ด้วยวิธี ELISA ผลการสำรวจ พบการแพร่โรคไวรัส BVD, IBR, PI3 และ BRS กระจายทั่วประเทศ ฟาร์มโคนมเพียง 7.3% ที่ไม่พบภูมิคุ้มโรคไวรัส 4 ชนิดที่ศึกษา อัตราฟาร์มที่มีภูมิคุ้มกัน ต่อไวรัส BVD, IBR, PI3 และ BRS เท่ากับ 37.3, 23.3, 86.3 และ 71.6% ตามลำดับ นอกจากนี้พบว่า 73% ของฟาร์มที่สำรวจพบภูมิคุ้มโรคต่อไวรัสพร้อมกันมากกว่า 2 ชนิด ขึ้นไป ปัจจุบันประเทศไทยไม่มี นโยบายการควบคุมโรคไวรัสดังกล่าวเนื่องจากขาดข้อมูลทาง ระบาดวิทยาของโรค BVD, IBR, PI3 และ BRS จึงควรทําการศึกษาหาความคุ้มค่าทาง เศรษฐกิจ โดยนำวิธีป้องกันโรคไวรัสดังกล่าวไม่ให้มีการแพร่กระจาย และลดความสูญเสียจาก ไวรัสดังกล่าวด้วยการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มต่อไวรัสแก่โคนม และจะเป็นต้นแบบในการสร้างโปรแกรมการจัดการสุขภาพของโคทั้งประเทศ
การวิเคราะห์ปัญหา การจัดการควบคุมและการป้องกัน การสูญสียจากโรค พี อาร์ อาร์ เอส, คณิศักดิ์ อรวีระกุล
การวิเคราะห์ปัญหา การจัดการควบคุมและการป้องกัน การสูญสียจากโรค พี อาร์ อาร์ เอส, คณิศักดิ์ อรวีระกุล
The Thai Journal of Veterinary Medicine
การปรากฏของปัญหาโรค พี อาร์ อาร์ เอส ของสุกร ต้องอาศัยการวิเคราะห์และพิสูจน์ สาเหตุ ทําการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง โดยที่ปัจจัยหรือสาเหตุการสูญเสีย อาจไม่ได้เกิดจากไวรัส พี อาร์ อาร์ เอส หรืออาจเกิดร่วมกันกับสาเหตุอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นแบบเรื้อรัง แนวทางการวิเคราะห์ปัญหาประกอบด้วย การสำรวจการ สูญเสียภายในฝูง การสำรวจสถานภาพการติดเชื้อไวรัส พี อาร์ อาร์ เอส ภายในฝูง การแปลผล การตรวจทางซีรั่มวิทยา ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการกำหนดแนวทางแก้ไขและป้องกัน การสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการพิจารณาวัคซีนที่มีอยู่ในการควบคุมโรคดังกล่าวในประเทศไทย
The Effects Of Proboctic Preparation On The Performance Of Layers During A Period Of Declining Egg Production, Vanni Muangcharoen, Boonrit Thongsong, Pensuda Hoongpoo
The Effects Of Proboctic Preparation On The Performance Of Layers During A Period Of Declining Egg Production, Vanni Muangcharoen, Boonrit Thongsong, Pensuda Hoongpoo
The Thai Journal of Veterinary Medicine
Three hundreds and thirty six ISA Brown layers, 51 weeks of ages, were used to study the effect of adding probiotics (Lactobacillus acidophilus, Streptococcus faecium, electrolytes, acidifier and enzymes), to the feed, on egg production performance. Birds were randomly divided into three groups and received 3 levels, 0, 0.1 and 0.3% of probiotic additive over a period of 12 weeks. Layers fed 0.3% probiotic showed significantly (P<0.05) better FCR per kg of eggs, compared with the other two groups. Adding probiotics did not improve other production traits such as egg quality.
หลักฐานการติดเชื้อพาร์โวไวรัสตามธรรมชาติในลูกสุนัข ช่วงอายุ 4-8 สัปดาห์, นิภัทรา เทพวัลย์, ธงชัย จันทร์ลอยเมฆ, คณิศักดิ์ อรวีระกุล, สุวิทย์ กัมทรทิพย์
หลักฐานการติดเชื้อพาร์โวไวรัสตามธรรมชาติในลูกสุนัข ช่วงอายุ 4-8 สัปดาห์, นิภัทรา เทพวัลย์, ธงชัย จันทร์ลอยเมฆ, คณิศักดิ์ อรวีระกุล, สุวิทย์ กัมทรทิพย์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
ศึกษาหาหลักฐานการติดเชื้อพาร์โวไวรัสตามธรรมชาติในลูกสุนัขช่วงอายุ 4-8 สัปดาห์ จากแม่สุนัขซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อพาร์โวไวรัสที่ศูนย์การสุนัขทหาร โดยตรวจหาแอนติเจน ในอุจจาระด้วยวิธี Hemagglutination Test และระดับแอนติบอดี้ต่อเชื้อพาร์โวไวรัสในซีรั่ม ด้วยวิธี Hemagglutination Inhibition Test จากตัวอย่างอุจจาระและซีรั่มจากลูกสุนัขจำนวน 19 ตัวที่อายุ 4, 6 และ 8 สัปดาห์ รวม 57 ตัวอย่าง ผลการศึกษาพบหลักฐานแอนติเจนที่ ตกตะกอนเม็ดเลือดแดงสุกรในอุจจาระลูกสุนัขได้อย่างน้อยตั้งแต่ที่ 4 สัปดาห์ขึ้นไปในลูกสุนัขทั้งสิ้น 89.47% (17/19) และพบการเพิ่มขึ้นของระดับแอนติบอดี้ต่อพาร์โวไวรัส ทั้งที่อายุ 6 และ 8 สัปดาห์เมื่อเทียบกับที่ 4 และ/หรือ 6 สัปดาห์เป็น 26.32% (5/19) และ 47.37% (9/19) ตามลำดับ ตลอดการศึกษาไม่พบอาการใด ๆ ที่เป็นผลจากการติดเชื้อ พาร์โวไวรัส ผลดังกล่าวแสดงถึงหลักฐานการติดเชื้อพาร์โวไวรัสตามธรรมชาติซึ่งเกิดขึ้นในลูกสุนัขที่แม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคพาร์โวไวรัส
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.