Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11393)
- Veterinary Medicine (2802)
- Life Sciences (1997)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
-
- Social and Behavioral Sciences (1299)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1048)
- Medical Sciences (860)
- Engineering (776)
- Physical Sciences and Mathematics (680)
- Education (436)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (389)
- Arts and Humanities (378)
- Public Health (332)
- Environmental Sciences (323)
- Civil and Environmental Engineering (293)
- Sports Sciences (288)
- Sociology (267)
- Architecture (264)
- Business (248)
- Economics (226)
- Environmental Studies (208)
- Chemistry (191)
- Law (169)
- Psychology (163)
- Mental and Social Health (152)
- Health and Physical Education (145)
- Other Mental and Social Health (143)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (140)
- Keyword
-
- Thailand (141)
- Dog (123)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (39)
- Immunohistochemistry (35)
- Cat (29)
- Risk factors (28)
- Anxiety (27)
- COVID-19 (27)
- Quality of life (27)
- Stress (27)
- Elderly (25)
- Antioxidant (24)
- Children (24)
- Rat (23)
- Indonesia (22)
- Diagnosis (21)
- Oxidative stress (21)
- Escherichia coli (20)
- Histopathology (20)
- Knowledge (20)
- PCR (20)
- Attitude (19)
- Efficacy (19)
- Pigs (19)
- Reliability (19)
- Toxicity (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (6481)
- Chulalongkorn Medical Journal (4157)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2580)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1642)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
-
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- Journal of Health Research (220)
- Applied Environmental Research (208)
- Journal of Urban Culture Research (107)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (104)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (83)
- PASAA (41)
- Manusya, Journal of Humanities (32)
- Journal of Education Studies (30)
- Journal of Social Sciences (30)
- Journal of Demography (25)
- Thai Environment (23)
- Asian Review (17)
- Journal of Letters (15)
- Chulalongkorn University Law Journal (12)
- Halal Insight (6)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (5)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (1)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (1)
- Publication Type
Articles 12751 - 12780 of 17318
Full-Text Articles in Entire DC Network
Coronavirus-Like Particles In Porcine Kupffer Cell Culture, Roongroje Thanawongnuwech, Jacqueline K. Kinyamu, Jean A. Olsen
Coronavirus-Like Particles In Porcine Kupffer Cell Culture, Roongroje Thanawongnuwech, Jacqueline K. Kinyamu, Jean A. Olsen
The Thai Journal of Veterinary Medicine
Coronavirus-like particles were observed by transmission electron microscopy in smooth-walled vesicles of Golgi, or endoplasmic reticulum (ER) in a primary Kupffer cell culture. The culture came from a clinically normal 10-day-old pig, from a swine herd that was known to be infected with porcine respiratory coronavirus (PRCV) and porcine reproductive and respiratory syndrome virus (PRRSV). Budding profiles of virions were observed in the smooth-walled vesicles and later, apparently free viruses accumulated in the collecting vesicles. The virions were enveloped and pleomorphic, with a diameter of 50-100 nm. The virus particles contained an external envelope and an inner membrane and a …
การปฏิสนธินอกร่างกายของโอโอไซต์เก็บจากลูกโคก่อนวัยเจริญพันธุ์, รังสี อดุลยานุภาพ, มงคล เตชะกำพุ, วันเพ็ญ อดุยานุภาพ
การปฏิสนธินอกร่างกายของโอโอไซต์เก็บจากลูกโคก่อนวัยเจริญพันธุ์, รังสี อดุลยานุภาพ, มงคล เตชะกำพุ, วันเพ็ญ อดุยานุภาพ
The Thai Journal of Veterinary Medicine
เก็บโอโอไซต์จากรังไข่ของลูกโคพื้นเมืองอายุ 4-6 เดือน ที่กระตุ้นด้วยฟอลลิเคิล สติมูเรตติ้ง ฮอร์โมน (เอฟ เอส เอช) แบ่งโอโอไซต์ออกได้เป็น 2 ชนิด คือโอโอไซต์ที่เจริญพร้อมปฏิสนธิ (mature oocyte) และ โอโอไซต์ที่เจริญไม่พร้อมปฏิสนธิ (immature oocyte) นำไปเพาะเลี้ยงเพื่อให้เกิดสภาวะพร้อมปฏิสนธิใน น้ำยาเพาะเลี้ยงชนิด TCM-199 ที่ประกอบด้วย FSH/LH (10 ug/ml), Estradiol-17 (1 ug/ml) และ 10% FCS โดยเลี้ยงร่วมกับเซลล์กรานูโลซานาน 4 ชม. สำหรับโอโอไซต์ชนิด mature และ 24 ชม. สำหรับโอโอไซต์ชนิด immature จากการสุ่มตัวอย่างโอโอไซต์ทั้ง 2 ชนิดมาตรวจดูสภาวะพร้อมปฏิสนธิ พบว่ามีอัตราการเกิดระยะ เมตาเฟส II เฉลี่ยเท่ากับ 73.6% (67/91) ซึ่งโอโอไซต์ทั้ง 2 ชนิด มีอัตราการเกิดสภาวะพร้อมปฏิสนธิ ไม่แตกต่างกัน (73.6% และ 73.5%) ตามลำดับ นำโอโอไซต์ส่วนที่เหลือไปปฏิสนธินอกร่างกายกับตัวอสุจิที่ ผ่านกระบวนการคาร์ปาซิเตชั่น จากนั้นเลี้ยงตัวอ่อนที่ได้ในน้ำยาเพาะเลี้ยงชนิด B ที่เติม 10% FCS ที่อุณหภูมิ 39° ซ และ 5% คาร์บอนไดออกไซด์ ในบรรยากาศ โดยเลี้ยงร่วมกับเซลล์ท่อนำไข่โค พบว่าได้อัตราการแบ่ง ตัวเฉลี่ยเท่ากับ 32.9%(114/346) ที่ 48 ชม. โดยไม่มีความแตกต่างระหว่างโอโอไซต์ชนิด mature และ โอโอไซต์ชนิด immature เฉลี่ยเท่ากับ 35.4% และ 32.2% ตามลำดับ จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า โอโอไซต์ที่ได้จากลูกโคสามารถเกิดการปฏิสนธินอกร่างกายและเจริญเป็นตัวอ่อนได้หลังการผสม 48 ชม.
พยาธิสภาพของสุกรปวยในฝูงที่ตรวจพบ Fumonisin ปนเปื้อนในอาหาร, ตวงทอง ปัจฉิมะศิริ, อัจฉริยา ไศละสูต, คัมภีร์ กอธีระกุล
พยาธิสภาพของสุกรปวยในฝูงที่ตรวจพบ Fumonisin ปนเปื้อนในอาหาร, ตวงทอง ปัจฉิมะศิริ, อัจฉริยา ไศละสูต, คัมภีร์ กอธีระกุล
The Thai Journal of Veterinary Medicine
จากการชันสูตรซากสุกรขุน 12 ตัว อายุ 3-4 เดือน น้ำหนัก 30-50 กิโลกรัม อัตราป่วย 30 % อัตราตาย 5-12 % จากฝูง 3,000 ตัว มีอาการหายใจกระแทกแรงและถี่ นอนหมอบ บางตัวดีซ่าน ไม่ตอบสนองต่อการ รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ มีพยาธิสภาพคือ เยื่อเมือกซีดเหลือง ปอดอักเสบบวมน้ำ เยื่อหุ้มปอดและเยื่อหุ้ม หัวใจอักเสบมีไฟบรินปกคลุมหนา ตับซีด และมีน้ำในช่องอก ผลการตรวจทางจุลพยาธิวิทยา พบการ เปลี่ยนแปลงของตับ ประกอบด้วย single cell necrosis (4/12 ตัว) angular degenerating hepatocytes (12/12 ตัว) mild vacuolation (8/12 ตัว) binucleated hepatocytes (12/12 ตัว) multinucleated hepatocytes (5/12 ตัว) hepatomegalocytosis (11/12 ตัว) centrilobular depletion (4/12 ตัว) perilobular fibrosis (5/12 ตัว) และ disorganized hepatic cord (9/12 ตัว) ที่ตับอ่อน พบ pancreatic acinar cell degeneration (7/12 ตัว) และที่ปอด พบ pulmonary edema ลักษณะต่าง ๆ ได้แก่ interlobular edema (8/12 ตัว) alveolar edema (11/12 ตัว) interstitial edema (5/12 ตัว) …
โรคปลาสวยงาม, จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์, นันทริกา ชันซื่อ, สันติ วงศ์อำนวยกุล, สิทธิคุณ วิสตานนท์, ศุภวิวัธน์ พงษ์เลาหพันธุ์, เทพมนัส บุปผาอินทร์
โรคปลาสวยงาม, จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์, นันทริกา ชันซื่อ, สันติ วงศ์อำนวยกุล, สิทธิคุณ วิสตานนท์, ศุภวิวัธน์ พงษ์เลาหพันธุ์, เทพมนัส บุปผาอินทร์
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.
การเปรียบเทียบวิธีการสอน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กับการใช้ ภาพนิ่ง แผ่นใส และเอกสาร ประกอบการสอน, มรกต ตันติประวรรณ
การเปรียบเทียบวิธีการสอน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กับการใช้ ภาพนิ่ง แผ่นใส และเอกสาร ประกอบการสอน, มรกต ตันติประวรรณ
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนของนิสิตชั้นปีที่ 2 เรื่องชนิดและส่วนประกอบของฟันปลอม โดยการสอน 3 วิธีคือ 1. การสอนโดยใช้ภาพนิ่ง แผ่นใส และเอกสาร เป็นสื่อประกอบการสอน 2. การสอนโดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์เป็นสื่อประกอบการสอน 3. การเรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยตนเอง วัสดุและวิธีการ แบ่งนิสิตอาสาสมัคร ชั้นปีที่ 2 ปีการศึกษา 2539 จํานวน 69 คน ตามแต้มเฉลี่ยสะสม ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 23 คน กลุ่มที่ 1 เรียนโดยใช้แผ่นใส ภาพนิ่ง และเอกสาร เป็นสื่อประกอบการสอน กลุ่มที่ 2 เรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นสื่อประกอบการสอน กลุ่มที่ 3 นิสิตเรียนด้วยตนเองโดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ทั้ง 3 กลุ่มใช้เวลาในการเรียน 30 นาที จากนั้นทําแบบทดสอบ 20 นาที ใช้ค่าสถิติการ วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (ANOVA) วิเคราะห์คะแนนสอบที่ระดับนัยสําคัญ p<0.05 กลุ่มที่ 2 และ 3 ทําแบบทดสอบเพื่อประเมินบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และทัศนคติที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนผล ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนสอบในกลุ่มที่ 1 2 และ 3 คือ 20.39 + 3.27 21.17 : 2.57 และ 20.91 + 3.42 ตามลําดับ ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติของคะแนนสอบระหว่างกลุ่ม (p = 0.6871) นิสิตร้อยละ 95 ของกลุ่มที่ 2 และ 3 พอใจการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และต้องการ ให้มีบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มขึ้น สรุป การเรียนการสอนในหัวข้อเรื่อง ชนิดและส่วนประกอบของฟันปลอม พบว่านิสิตชั้นปีที่ 2 ที่เรียนโดยมีบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นสื่อประกอบการสอน ให้ผลคะแนนสอบไม่แตกต่างจากการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรียนด้วยตนเอง กับการใช้แผ่นใส ภาพนิ่ง และเอกสารเป็นสื่อประกอบการสอน นิสิตส่วนใหญ่สนใจและพอใจกับ วิธีการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การเปรียบเทียบความพึงพอใจของการรับรสระหว่างคนสูงอายุและคนหนุ่มสาว, ยุทธนา ปัญญางาม, พรศรี ปฏิมานุเกษม
การเปรียบเทียบความพึงพอใจของการรับรสระหว่างคนสูงอายุและคนหนุ่มสาว, ยุทธนา ปัญญางาม, พรศรี ปฏิมานุเกษม
Chulalongkorn University Dental Journal
การเปลี่ยนแปลงรูปร่าง และลดจํานวนเซลล์ของต่อมรับรสจะเกิดขึ้นเมื่อคนมีอายุมากขึ้นซึ่งมีผลเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของการรับรสอาหาร วัตถุประสงค์ และคนหนุ่มสาว การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความแตกต่างของความพึงพอใจในการรับรสระหว่างคนสูงอายุ วิธีการศึกษา การศึกษากระทําในกลุ่มตัวอย่างที่มีสุขภาพสมบูรณ์ 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่ม คนสูงอายุ จํานวน 41 คน และกลุ่มคนหนุ่มสาว จํานวน 40 คน เข้ารับการทดลองชิมสารละลายที่มีรสหวาน เค็ม และเปรี้ยว ที่ความเข้มข้น ต่าง ๆ กัน 5 ระดับ ด้วยวิธีจิบและบ้วน แล้วนําข้อมูลมาวิเคราะห์หาความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจรส ระหว่างกลุ่มคนสูงอายุและกลุ่มคนหนุ่มสาวด้วยการทดสอบ ที (t-test)ผลการทดลองและสรุป ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนสูงอายุ และกลุ่มคนหนุ่มสาวรู้สึกพึงพอใจรสหวาน เค็ม และเปรี้ยว เมื่อความเข้มข้นของสารละลายซูโครส โซเดียมคลอไรด์ และกรดซิตริก เป็น 10.0 0.16 และ 0.32 กรัม% และ 5.0 0.16 และ 0.008 กรัม% ตามลําดับ อย่างไรก็ตามความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจ ระหว่างกลุ่มตัวอย่างทั้งสองเป็นไปอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.05) เฉพาะรสหวานและรสเปรี้ยวเท่านั้น นอกจาก นี้ยังพบว่าความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจในรสต่าง ๆ ระหว่างชายและหญิงเป็นไปอย่างไม่มีนัยสําคัญ ทางสถิติเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสรุปได้ว่าการรับรสจะเปลี่ยนไปเมื่ออายุมากขึ้น แต่เพศไม่มีอิทธิพลต่อการรับรส
ความชุกของโรคฟันผุของเด็กอายุ 2-12 ปี ที่มารับการรักษาที่คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2536 เปรียบเทียบกับปี 2513 - 2531, วัชราภรณ์ ทัศจันทร์, พรรณิภา ศรีวณิชย์, สุภัทรา ชมรูปสวย
ความชุกของโรคฟันผุของเด็กอายุ 2-12 ปี ที่มารับการรักษาที่คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2536 เปรียบเทียบกับปี 2513 - 2531, วัชราภรณ์ ทัศจันทร์, พรรณิภา ศรีวณิชย์, สุภัทรา ชมรูปสวย
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด และความสัมพันธ์ระหว่างค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด ของฟันน้ํานม และฟันถาวร กับอายุและเพศของเด็กที่มารับการรักษาที่ภาควิชาทันตกรรมสําหรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2536 เปรียบเทียบกับการศึกษาใน ปี พ.ศ. 2513, 2518, 2523, 2528 และ 2531 วิธีการ บันทึกค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด ของเด็กอายุ 2-6 ปี และอายุ 7-12 ปี จํานวน 274 คนที่เข้ามารับการตรวจ ทางคลินิก และได้รับการถ่ายภาพรังสีชนิดไบท์วิ่ง ที่ภาควิชาทันตกรรมสําหรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2536 เป็นการศึกษาต่อเนื่องทุก 5 ปี ผลการศึกษาและสรุปผล ค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุดในปี พ.ศ. 2536 ของฟันน้ํานมมีค่า 6.44 ซี่ คน และ 14.53 ด้าน/คน ฟันถาวรมีค่า 2.69 คน และ 4.09 ด้าน/คน ความแตกต่างระหว่างเพศกับค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด ของ ฟันน้ํานมและฟันถาวร เมื่อทดสอบ ค่าสถิติด้วย t-test พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p>0.05) ค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด เป็นซี่/คน ด้าน/คน ของฟันน้ํานม เด็กอายุ 2-6 ปี และฟันถาวรเด็กอายุ 7-12 ปี จะมีค่า ลดลงจากการทําวิจัยผู้ป่วยเด็กที่มารับการรักษาในปีพ.ศ. 2513, 2518 และ 2523 แต่มีค่าสูงกว่าในปี พ.ศ. 2528 …
การเพิ่มขึ้นของแคลเซียมไอออนในอาหารเลี้ยงเซลล์กระตุ้นการสร้างไฟโบรเนกทินในเซลล์เพาะเลี้ยงจากเนื้อเยื่อเอ็นยึดปริทันต์ของมนุษย์, ทัศนีย์ ดรงค์สุวรรณ, ประสิทธิ์ ภวสันต์
การเพิ่มขึ้นของแคลเซียมไอออนในอาหารเลี้ยงเซลล์กระตุ้นการสร้างไฟโบรเนกทินในเซลล์เพาะเลี้ยงจากเนื้อเยื่อเอ็นยึดปริทันต์ของมนุษย์, ทัศนีย์ ดรงค์สุวรรณ, ประสิทธิ์ ภวสันต์
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ การวิจัยนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน โดยในส่วนแรกทําขึ้นเพื่อศึกษาว่าการเพิ่มขึ้นของการสร้างไฟโบรเนกทิน โดยเซลล์เพาะเลี้ยงจากเอ็นยึดปริทันต์ของมนุษย์ในสภาวะที่มีเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์ จําเป็นต้องมีการสัมผัสโดยตรงระหว่างเซลล์กับไฮดรอกซีอาปาไทต์หรือไม่ และในส่วนที่สอง เราทําการศึกษาถึงผลของการเพิ่มของแคลเซียมไอออน ในอาหารเลี้ยงเซลล์ที่มีต่อการสร้างไฟโบรเนกทิน วัสดุและวิธีการ เราได้ทําการเลี้ยงเซลล์ในสภาวะต่าง ๆ คือ 1 สภาวะที่มีเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์ 2 เลี้ยงในอาหาร เลี้ยงเซลล์ที่แช่ไฮดรอกซีอาปาไทต์ และ 3 เติมสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ 5 มิลลิโมลาร์ หรือ อีจี ทีเอ 1 มิลลิโมลาร์ หรือ ไอโอโนฟอร์ 500 นาโนโมลาร์ เป็นเวลา 48 ชั่วโมง แล้วทําการวิเคราะห์ปริมาณไฟโบรเนกบินโดยเทคนิก เวสเทอร์นอนาไลซิส ผลการศึกษา เซลล์ที่เลี้ยงในสภาวะที่มีเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์ หรือในอาหารเลี้ยงเซลล์ที่แช่ไฮดรอกซีอาปาไทต์ จะสร้างไฟโบรเนกทินเพิ่มขึ้น 1.5 และ 1.9 เท่าตามลําดับ เซลล์ที่เลี้ยงในอาหารเลี้ยงเซลล์ที่เติมสารละลายแคลเซียม คลอไรด์ จะสร้างไฟโบรเนกทินเพิ่มมากขึ้นประมาณ 1.5 เท่า เช่นเดียวกับเซลล์ที่เลี้ยงในแคลเซียมไอโอโนฟอร์ ใน ขณะที่สารละลายอีจีทีเอจะทําให้การสร้างไฟโบรเนกทินลดลง สรุป การตอบสนองของเซลล์เอ็นยึดปริทันต์ต่อเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์โดยการเพิ่มการสร้างไฟโบรเนกบินไม่จําเป็นต้องมีการสัมผัสโดยตรงระหว่างเซลล์กับเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์ แต่เกิดจากสารที่ละลายออกจากไฮดรอกซีอาปาไทต์ นอกจากนี้ การสร้างไฟโบรเนกทินยังเพิ่มขึ้นในสภาวะที่มีแคลเซียมไอออนในอาหารเลี้ยงเซลล์มากขึ้น ดังนั้นผล ของการกระตุ้นการสร้างไฟโบรเนกทินของไฮดรอกซีอาปาไทต์น่าจะเกิดจากการละลายของแคลเซียมไอออนจากไฮดรอกซีอาปาไทต์และทําให้ระดับของแคลเซียมไอออนในอาหารเลี้ยงเซลล์เพิ่มสูงขึ้น
พื้นผิวของวัสดุรากเทียมและอิทธิพลของลักษณะพื้นผิวต่อการเหนี่ยวนําการเกาะติดของเซลล์กระดูก, มงคล แตปรเมศามัย, วิเชฏฐ์ จินดาวณิค
พื้นผิวของวัสดุรากเทียมและอิทธิพลของลักษณะพื้นผิวต่อการเหนี่ยวนําการเกาะติดของเซลล์กระดูก, มงคล แตปรเมศามัย, วิเชฏฐ์ จินดาวณิค
Chulalongkorn University Dental Journal
วัสดุพื้นผิวของชิ้นรากเทียมมีได้หลายชนิด แต่ในรายงานนี้จะกล่าวถึงชิ้นรากเทียมที่ทําด้วยโลหะไททาเนียมบริสุทธิ์ ซึ่งโดยธรรมชาติจะมีชั้นออกไซด์ของโลหะไททาเนียมเคลือบที่ผิวชิ้นรากเทียม ความสําเร็จของงานทันตกรรมรากเทียมส่วนหนึ่งขึ้นกับการเกาะติดของเซลล์กระดูกกับผิวชิ้นรากเทียม ปัจจัยหนึ่งในหลาย ๆ ปัจจัยที่มีผลต่อการเกาะติดของเซลล์กระดูกกับผิวชิ้นรากเทียม ได้แก่สมบัติจําเพาะที่พื้นผิวของชิ้นรากเทียมซึ่งหมายความถึง ความสะอาดและปราศจากเชื้อ และพลังงานพื้นผิวของชิ้นรากเทียม การตรวจสอบพลังงานที่พื้นผิวของวัตถุอาจทําได้โดยวิธีการหรือเทคนิคต่าง ๆ เช่น การใช้แท่งผลึก เจอมาเนียม การหาค่ามุมสัมผัสของหยดของเหลวบนผิวชิ้นรากเทียม เพื่อเปรียบเทียบพลังงานพื้นผิวของชิ้นรากเทียม เมื่อผ่านกระบวนการปรับสภาพพื้นผิวในแบบต่าง ๆ การใช้วิธี เอลิปโซเมตรีในการวิเคราะห์ความหนาของแผ่นฟิล์มที่เคลือบบนวัตถุ การใช้กล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนชนิดส่องกราด ร่วมกับการวิเคราะห์ส่วนประกอบของธาตุต่าง ๆ บนพื้นผิวส่วนบนสุดของวัตถุ โดยใช้วิธีดูการกระจายพลังงานของรังสีเอ็กซ์ เพื่อตรวจสอบสารต่าง ๆ ที่มีเลขอะตอมตั้งแต่ 11 ขึ้นไป วิธีนี้นํามาใช้ศึกษาแผ่นฟิล์มบาง ๆ ที่ปรากฏบนพื้นผิวโลหะซึ่งจะให้ข้อมูลมากกว่าการวิเคราะห์ด้วย กล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนชนิดส่องกราดเพียงอย่างเดียว เป็นต้น ด้วยเหตุที่โลหะมีคุณสมบัติที่มีการเกิดชั้นออกไซด์ที่พื้นผิวเป็นธรรมชาติที่สําคัญ ดังนั้นเมื่อพิจารณาการเกาะประสานของกระดูกกับชิ้นรากเทียมจะเป็นการเกาะประสานของกระดูกกับชั้นออกไซด์ของโลหะที่พื้นผิวไม่ใช่เนื้อโลหะบริสุทธิ์โดยตรงโลหะที่นิยมใช้ทําชิ้นรากเทียมในปัจจุบันได้แก่ ไททาเนียม ซึ่งจะให้คุณสมบัติหลายอย่างตามที่ต้องการ จากข้อมูล ที่รวบรวมมาพบว่า การทําความสะอาดและการทําให้ปราศจากเชื้อแบบเดิมด้วยวิธีอบไอน้ําภายใต้ความดันพบการปนเปื้อนบนผิววัตถุและพลังงานที่พื้นผิวยังอยู่ในระดับต่ำคือมีค่าประมาณ 20 ดายน์/ซม. แต่วิธีการใช้คลื่นความถี่วิทยุจะทําให้พื้นผิวสะอาดมากขึ้นและเพิ่มพลังงานที่พื้นผิวได้ถึง 50-70 ดายน์/ซม. ซึ่งผลของการเพิ่มพลังงานที่พื้นผิวให้มีค่าสูงขึ้นนั้นจะมีผลในการเหนี่ยวนําให้เซลล์กระดูกมาเกาะติดกับผิวชิ้นรากเทียมได้เร็วขึ้น
ผลการเรียนของนิสิตทันตแพทย์ เมื่อใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์เป็นสื่อประกอบการสอนในวิชาครอบและสะพานฟัน, มรกต ตันติประวรรณ
ผลการเรียนของนิสิตทันตแพทย์ เมื่อใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์เป็นสื่อประกอบการสอนในวิชาครอบและสะพานฟัน, มรกต ตันติประวรรณ
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อวัดผลคะแนนทดสอบของนิสิตชั้นปีที่ 4 ภายหลังการเรียนการสอน โดยใช้สื่อประกอบการสอน บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เปรียบเทียบกับการใช้แผ่นใสและภาพนิ่ง ในวิชาครอบและสะพานฟัน หัวข้อเรื่อง ฟันปลอมชนิดติดแน่นที่รองรับด้วยรากเทียม วัสดุและวิธีการ กลุ่มที่ 1 นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2539 จํานวน 101 คน เข้ารับการเรียน การสอน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นสื่อประกอบการสอน ตามตารางการสอนของวิชาครอบและสะพาน ฟัน ประจําปีการศึกษา 2539 กลุ่มที่ 2 นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2540 เข้ารับการเรียนการสอน โดยใช้แผ่นใสและภาพนิ่งเป็นสื่อประกอบการสอน ตามตารางการสอนของวิชาครอบและสะพานฟัน ประจําปีการศึกษา 2540 จํานวน 100 คน นิสิตทั้ง 2 กลุ่ม ทําแบบทดสอบก่อนการเรียนใช้เวลา 10 นาที จากนั้นอาจารย์ผู้สอน บรรยายประกอบสื่อการสอน และตอบข้อซักถามเป็นเวลา 40 นาที นิสิตทําแบบทดสอบหลังการเรียนการสอน (เนื้อหา เหมือนกับแบบทดสอบก่อนการเรียนการสอน) ใช้เวลา 10 นาที บันทึกคะแนนสอบและแต้มเฉลี่ยสะสมของนิสิต ทั้ง 2 กลุ่ม นําผลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้ค่าสถิติที (t-test) ในโปรแกรม SPSS for windows ที่ระดับนัยสําคัญทาง สถิติ p < 0.01 ประเมินบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และทัศนคติต่อการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ในกลุ่มที่ 1 โดยใช้แบบสอบถามผล ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแต้มเฉลี่ยสะสม และของคะแนนทดสอบก่อนการเรียนการสอนของนิสิต กลุ่มที่ 1 และ 2 มีค่า 2.79 + 0.40, 2.83 + 0.47 และ 11.66 + 2.20, 12.43 + 2.27 ตามลําดับ ไม่พบความ แตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติของแต้มเฉลี่ยสะสม และผลคะแนนสอบก่อนการเรียนการสอน ระหว่างกลุ่มที่ 1 และ 2 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนทดสอบภายหลังการเรียนการสอนของนิสิตกลุ่มที่ 1 และ 2 มีค่า 24.09 + 2.68 และ 22.26 + 2.29 ตามลําดับ พบความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.01) ของ คะแนนสอบภายหลังการเรียนการสอน ระหว่างกลุ่มที่ 1 และ 2 นิสิตร้อยละ 95 พอใจกับวิธีการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ สรุป การเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ทําให้นิสิตมีความตั้งใจ สนใจ และเข้าใจ ในบทเรียน มากกว่าการเรียนการสอนโดยใช้แผ่นใสและภาพนิ่งเป็นสื่อประกอบการสอน
Peroxidase Activity In Unstimulated Whole Saliva In Periodontitis Patients, Em-On Benjavongkulchai, Janpen Bunmongkolruksa, Wipavee Kosalathip
Peroxidase Activity In Unstimulated Whole Saliva In Periodontitis Patients, Em-On Benjavongkulchai, Janpen Bunmongkolruksa, Wipavee Kosalathip
Chulalongkorn University Dental Journal
Objective To compare total peroxidase activity in whole saliva between periodontitis patients and perio- dontal healthy control by using more reliable and specific assay of 5-thio-2-nitrobenzoic acid (Nbs). Materials and methods Unstimulated whole saliva samples from periodontitis patients and periodontal healthy subjects (n = 15) were collected by expectoration. Flow rate was determined and pH was measured by pH paper. Total protein concentration and peroxidase activity were determined by Coomassie Brilliant Blue G250 and Nbs, respectively.Results and conclusions Mean values of flow rate, pH and total protein concentration in both groups were similar to each other. However, total peroxidase activity …
โรคฮิสติโอไซโตซิส เอ็กซ์ : รายงานผู้ป่วยและบทความปริทัศน์, กิตตพงษ์ ดนุไทย, วิจิตร ธรานนท์
โรคฮิสติโอไซโตซิส เอ็กซ์ : รายงานผู้ป่วยและบทความปริทัศน์, กิตตพงษ์ ดนุไทย, วิจิตร ธรานนท์
Chulalongkorn University Dental Journal
โรคในกลุ่มของฮิสติโอไซโตซิส เอ็กซ์ ประกอบด้วย 3 โรคคือ อีโอซิโนฟิลิค แกรนูโลม่า โรคแฮนด์ ซูลเลอร์ คริสเตียน และ โรคเลทเทอเรอร์ ไซวี โรคในกลุ่มนี้มักพบในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยและมีลักษณะทางจุลพยาธิวิทยาคือ มีการเพิ่มจํานวนของแลงเกอฮานเซลล์รวมถึงการรวมตัวของพวกอีโอซิโนฟิล ลักษณะของภาพถ่ายทางรังสีจะพบเงาดําวงเดียวหรือหลายวงที่มีขอบเขตชัดเจนหรือลักษณะของฟันลอยอยู่ในอากาศในกรณีที่มีความรุนแรงมาก เนื่องจากลักษณะอาการแสดงในช่องปากที่หลากหลายซึ่งอาจนําไปสู่ปัญหาในการวินิจฉัยโรค บทความนี้จึงเน้นเกี่ยวกับบทบาทของการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางจุลพยาธิวิทยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพบแลงเกอฮานเซลล์ การผ่าตัดเป็นการรักษาที่นิยมทํากันโดยเฉพาะรอยโรคในกระดูกขากรรไกรในขณะที่การใช้รังสีรักษาและเคมีบําบัดควรจะสงวนไว้ใช้ ในกรณีที่รอยโรคมีเป็นจํานวนมากหรือไม่สามารถเข้าไปทําการผ่าตัดได้ บทความนี้เป็นการรายงานถึงผู้ป่วยชายอายุ 22 ปีซึ่งมีปัญหาเหงือกบวมและฟันโยก นอกจากนี้ยังพบต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้ขากรรไกรล่างมีขนาดใหญ่ขึ้น ภาพถ่ายทางรังสีพบรอยโรคในกระดูกหลายชิ้น ชิ้นเนื้อที่ตัดไปตรวจทางจุลพยาธิวิทยาแสดงให้เห็นถึงกลุ่มของแลงเกอฮานเซลล์ที่อยู่ปะปนกับอีโอซิโนฟิล แลงเกอฮานเซลล์ย้อมติดสีเมื่อใช้เทคนิคอิมมูโนฮิสโตเคมีสําหรับเอส-หนึ่งร้อยการรักษาในผู้ป่วยรายนี้กระทําโดยใช้การผ่าตัดร่วมกับรังสีรักษา
การตรวจไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในร่องลึกปริทันต์จํานวน 33 ชนิดโดยวิธีแรพปิดเทสท์, จินตกร คูวัฒนสุชาติ
การตรวจไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในร่องลึกปริทันต์จํานวน 33 ชนิดโดยวิธีแรพปิดเทสท์, จินตกร คูวัฒนสุชาติ
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ : ต้องการหาวิธีตรวจหา H2S ที่ทําได้ง่ายและสะดวก และบอกผลได้รวดเร็ว วัสดุและวิธีการ : ใช้สารอาหารพวกซัลเฟอร์ที่ใช้ในการผลิต H2S ของเชื้อจุลินทรีย์ เช่นพวก L-cysteine ผสมกับ L-methionine และ glutathione ใส่รวมกับ inactivated horse serum โดยมี Lead acetate paper strips เป็น indicator สรุปผล : Rapid test เป็นวิธีที่ใช้ในการตรวจหา H2S ที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์พวกที่อาศัยอยู่ในร่องลึกปริทันต์ได้ดี ที่สุด เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก สามารถบอกผลได้เร็ว เพียงแค่ใช้เวลา 4 ชั่วโมง ก็สามารถบอกได้อย่างคร่าว ๆ ว่าเชื้อจุลินทรีย์ตัวนั้นผลิต H2S ออกมาได้หรือไม่ และสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าเชื้อจุลินทรีย์ตัวนั้นผลิต H2S ออกมาได้มากหรือน้อยเพียงใช้เวลาแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น
การรักษารอยโรคปริทันต์โดยการเหนี่ยวนําเนื้อเยื่อ ด้วยแผ่นยางกันน้ำลายร่วมกับวัสดุปลูกกระดูก : รายงานผู้ป่วย 2 ราย, อภิชาติ ศิลปอาชา, นวลฉวี หงษ์ประสงค์
การรักษารอยโรคปริทันต์โดยการเหนี่ยวนําเนื้อเยื่อ ด้วยแผ่นยางกันน้ำลายร่วมกับวัสดุปลูกกระดูก : รายงานผู้ป่วย 2 ราย, อภิชาติ ศิลปอาชา, นวลฉวี หงษ์ประสงค์
Chulalongkorn University Dental Journal
การรักษาโรคปริทันต์ด้วยการผ่าตัดโดยการใช้กระบวนการเหนี่ยวนําเนื้อเยื่อให้สร้างอวัยวะปริทันต์ขึ้นใหม่ในบริเวณรอยโรค (จีทีอาร์) จําเป็นต้องใช้แผ่นกั้นเพื่อป้องกันเซลล์ที่ไม่ต้องการให้เข้าไปบริเวณผิวฟัน และเปิดโอกาสให้เซลล์ที่ต้องการได้แก่เซลล์ของเอ็นยึดปริทันต์และเซลล์ของกระดูกเบ้าฟันที่เป็นตัวอ่อนได้เข้าในยังบริเวณผิวรากฟัน สร้างเนื้อเยื่อปริทันต์ในบริเวณที่สูญเสียไป แผ่นกั้นที่ใช้แบ่งเป็นแผ่นกั้นชนิดที่ไม่สลายและสามารถละลายได้เองทั้งสองชนิดได้ผลิตขายในท้องตลาดมีลักษณะตามรอยโรคที่ต้องการใช้ ใช้ได้ผลดี และเมื่อใช้ร่วมกับวัสดุปลูกกระดูกจะให้ผลดียิ่งขึ้น แต่เนื่องจากมีราคาสูงมาก โดยเฉพาะในรอยโรคที่อยู่ติดกันหลาย ๆ รอยโรคจะต้องใช้แผ่นกั้นหลายชิ้นเย็บต่อเนื่อง นอกจากราคาแพงแล้วยังยุ่งยากและอาจให้ผลดีไม่เท่าที่ควร ดังนั้นแผ่นยางกันน้ำลายจึงถูกนํามาใช้แทนแผ่นกั้นในท้องตลาด ซึ่งพบว่าสามารถใช้เป็นแผ่นกั้นได้ดี ทําให้เกิดกระบวนการเหนี่ยวนําเนื้อเยื่อให้สร้างอวัยวะปริทันต์ขึ้นใหม่ได้เหมือนกับการใช้แผ่นกั้นในท้องตลาด ในรายงานนี้เป็นรายงานการผ่าตัดแบบจีทีอาร์ ใน ผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งมีรอยโรคหลาย ๆ รอยโรคในบริเวณเดียวกัน 2 ราย โดยใช้แผ่นยางกันน้ำลายเป็นแผ่นกั้นและได้ตามผลการรักษามาแล้วเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งพบว่าการหายของรอยโรคดีและคงสภาพได้ เช่นเดียวกับผู้ป่วยซึ่งใช้แผ่นกั้นในท้องตลาดในการผ่าตัดแบบเดียวกัน
Decision Making In Oncology, N. Voravud
Decision Making In Oncology, N. Voravud
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Mycotic Aneurysm Of The Abdominal Aorta:Value Of Helical Ct, S. Sasiwannapong, L. Pantongrag-Brown
Mycotic Aneurysm Of The Abdominal Aorta:Value Of Helical Ct, S. Sasiwannapong, L. Pantongrag-Brown
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Effect Of Supplemented And Nonsupplementedvancomycin In The Intraocular Irrigating Solutions Onthe Incidence Of Endophthalmitis Afterphcoemulsification : A Pilot Study, P. Tayanithi
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Determination Of Abbreviated Pharmacokineticprofiles Of Cyclosporin (Neoral®) By Simple Linear Trapezoidal Rule, Y. Avihingsanon, T. Kungsamrith, S. Eiam-Ong, S. Chusil, K. Tungsanga, D. Panomvana Na Ayudhya
Determination Of Abbreviated Pharmacokineticprofiles Of Cyclosporin (Neoral®) By Simple Linear Trapezoidal Rule, Y. Avihingsanon, T. Kungsamrith, S. Eiam-Ong, S. Chusil, K. Tungsanga, D. Panomvana Na Ayudhya
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
The Biopsychosocial Aspects Of Peptic Ulcers, S. Sinthamrongkul
The Biopsychosocial Aspects Of Peptic Ulcers, S. Sinthamrongkul
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
The General Knowledge About The Internet, N. Nuraruk
The General Knowledge About The Internet, N. Nuraruk
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Violence Againt Women: Characteristic And Associated Factors, P. Shuaytong, P. Phijaisanit, S. Isaranurug, N. Weerawatthanodom
Violence Againt Women: Characteristic And Associated Factors, P. Shuaytong, P. Phijaisanit, S. Isaranurug, N. Weerawatthanodom
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Wuchereria Bancrofti -Specific Circulating Antigen Fordiagnosis Of Bancroftian Filariasis, S. Triteeraprapab, B. Thumpanyawat, S. Dangprakarn
Wuchereria Bancrofti -Specific Circulating Antigen Fordiagnosis Of Bancroftian Filariasis, S. Triteeraprapab, B. Thumpanyawat, S. Dangprakarn
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
3d Conformal Rachytherapy, C. Khorprasert, C. Jampangern, V. Tosaporntrongchai
3d Conformal Rachytherapy, C. Khorprasert, C. Jampangern, V. Tosaporntrongchai
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
In Vitro Susceptibility Of Plasmodium Jalciparum Field Isolatesto Artemisinin, Mefloquine And Quinine In Trat Province,Southeastern Thailand, K. Congpuong, P. Yamokgul, K. Thimasarn, W. Rooney, S. Vijaykadga
In Vitro Susceptibility Of Plasmodium Jalciparum Field Isolatesto Artemisinin, Mefloquine And Quinine In Trat Province,Southeastern Thailand, K. Congpuong, P. Yamokgul, K. Thimasarn, W. Rooney, S. Vijaykadga
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Thberculous Abscess Of The Thyroid Gland In Anhiv-Infected Patient, P. Techopitayakul, N. Hiransuthikul
Thberculous Abscess Of The Thyroid Gland In Anhiv-Infected Patient, P. Techopitayakul, N. Hiransuthikul
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Biofeedback, B. Kanchanatawan
Roles Of Ace - Inhibitors In Kidney Diseases, Y. Avihingsanon, S. Eiam-Ong
Roles Of Ace - Inhibitors In Kidney Diseases, Y. Avihingsanon, S. Eiam-Ong
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Microcontroller Based-Photic Stimulator Controller, T. Desudchit, W. Pongpunlert, S. Puncharoen, G. Mokkaew
Microcontroller Based-Photic Stimulator Controller, T. Desudchit, W. Pongpunlert, S. Puncharoen, G. Mokkaew
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Mri Of Pyogenic Spondylitis: Cases Reports, D. Boonyeunwetwat, L. Phunchana
Mri Of Pyogenic Spondylitis: Cases Reports, D. Boonyeunwetwat, L. Phunchana
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Imaging Of Cirrhosis And Portal Hypertension, L. Pantongrag-Brown, K. Vajarapongse
Imaging Of Cirrhosis And Portal Hypertension, L. Pantongrag-Brown, K. Vajarapongse
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.