Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 12481 - 12510 of 17328

Full-Text Articles in Entire DC Network

การใช้เทคนิค การปฏิสนธินอกร่างกายเพื่อตรวจสอบความสามาถในการปฏิสนธิของพ่อพันสุกรพันธุ์, มงคล เตชะกำพุ, วิชัย ทันตศุภารักษ์, วันเพ็ญ อดุลยานุภาพ Dec 1999

การใช้เทคนิค การปฏิสนธินอกร่างกายเพื่อตรวจสอบความสามาถในการปฏิสนธิของพ่อพันสุกรพันธุ์, มงคล เตชะกำพุ, วิชัย ทันตศุภารักษ์, วันเพ็ญ อดุลยานุภาพ

The Thai Journal of Veterinary Medicine

จุดประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อนำวิธีการปฏิสนธินอกร่างกายมาทดสอบความสมบูรณ์พันธุ์ของพ่อ สุกรนำน้ำเชื้อที่รีดจากพ่อสุกรพันธุ์ดูร็อค ลาร์จไวท์ และแลนด์เรซ ที่ใช้อยู่ในฟาร์มสุกรพ่อแม่พันธุ์ จำนวน สายพันธุ์ละ 3 ตัว มาปฏิสนธิกับโอโอไซต์ที่เก็บมาจากรังไข่ของสุกรสาวและนำมาเลี้ยงไว้เพื่อให้พร้อมปฏิสนธิ โดยเลี้ยงรวมกันนาน 18 ชม. ที่อุณหภูมิ 39 °C ในบรรยากาศ 5% คาร์บอนไดออกไซด์ แล้วนำตัวอ่อนที่ได้ไป เลี้ยงในน้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนชนิดที่ซีเอ็ม 199 ผสมกับ 20% ฟิตัล คาล์ฟ ซีรั่ม นาน 5 วัน เพื่อตรวจดูการแบ่ง ตัวของตัวอ่อน จากการศึกษาพบว่าพ่อพันธุ์สุกรแต่ละตัวในแต่ละพันธุ์ มีอัตราความสำเร็จในการปฏิสนธิ คือ อัตราการแบ่งตัวและอัตราการพัฒนาของตัวอ่อนเป็นระยะมอรูล่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.001 และ P<0.05 ตามลำดับ) ในกรณีที่ไม่พบความแตกต่างของอัตราการแบ่งตัวในระยะแรกระหว่างพ่อสุกรแต่ละตัว อัตราการพัฒนาเป็นตัวอ่อนระยะมอรูล่าใช้แยกความแตกต่างของคุณภาพน้ำเชื้อได้ ผลการทดลองนี้สรุปได้ว่าสามารถประยุกต์เทคนิคการปฏิสนธินอกร่างกายมาใช้เพื่อทดสอบความสามารถในการปฏิสนธิของพ่อสุกรพันธุ์ได้


Defence Mechanisms And The Modulation Of Immune Responses In The Bovine Udder, Chaidate Inchaisri Dec 1999

Defence Mechanisms And The Modulation Of Immune Responses In The Bovine Udder, Chaidate Inchaisri

The Thai Journal of Veterinary Medicine

เต้านมอักเสบในโคเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การตอบสนองของภูมิคุ้มกันเป็นขบวนการในการป้องกันตนเองที่สำคัญต่อการรุกรานของจุลินทรีย์ที่เข้ามา ในเต้านม โดยทั่วไปกลไกการป้องกันตนเองของเต้านม ประกอบด้วย ลักษณะทางกายวิภาคของเต้านม ระบบภูมิคุ้ม กันชนิดเซลล์ และระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่เกี่ยวข้องกับเซลล์โดยตรง ลักษณะรูหัวนม และการรีดนมออกเป็นขบวนการ ป้องกันที่สามารถลดการติดเชื้อที่เต้านม เซลล์แมคโครเฟจ และ นิวโทรฟิลล์สามารถเก็บกินเชื้อที่ก่อโรคในเต้านม นอกจากนั้น ในระบบภูมิคุ้มกันเซลล์แมคโครเฟจยังสามารถหลั่งสารสื่ออักเสบ และ ถ่ายทอดสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับ แอนติเจนให้กับเซลล์อื่นๆ ลิมโฟไซด์ ทั้ง บีเซลล์ และ ทีเซลล์ มีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันในเต้านมเช่นเดียว กัน ระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่เกี่ยวข้องกับเซลล์โดยตรง ได้แก่ แอนติบอดี แลคโตเฟอริน ไลโซไซม์ ระบบคอมพลิเมนท์ และระบบเอนไซม์แลคโตเปอร์ออกซิเดส/ไธโอไซยาเนท/ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นต้น ระบบป้องกันตนเองของเต้า นมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ในช่วงแรกหลังระยะพักนม และในช่วงคลอดที่มีการกดของระบบภูมิคุ้มกัน ในช่วงเหล่า นี้จึงเป็นช่วงที่มีความไวต่อการติดเชื้อเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันการป้องกันเต้านมอักเสบยังไม่มีวิธีใดที่สามารถลดปัญหา นี้ได้ การกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในเต้านม เช่น โดยการใช้วัคซีน ไซโตคีนส์ โสม หรือ กลูแคน อาจลดปัญหาเหล่านี้


ผลของความถี่ในการรีดเก็บน้ำเชื้อต่อคุณภาพน้ำเชื้อสุนัขไทยหลังอาน, เตือนตา ชาญศิลป์, สมชาย โอฬารกนก Dec 1999

ผลของความถี่ในการรีดเก็บน้ำเชื้อต่อคุณภาพน้ำเชื้อสุนัขไทยหลังอาน, เตือนตา ชาญศิลป์, สมชาย โอฬารกนก

The Thai Journal of Veterinary Medicine

สุนัขพ่อพันธุ์ไทยหลังอานอายุ 18- 24 เดือน จำนวน 5 ตัว ถูกรีดเก็บน้ำเชื้อด้วยการกระตุ้นด้วยนิ้วมือรวม 80 ครั้ง โดยการรีดเก็บน้ำเชื้อแบ่งเป็น 4 ช่วงเวลา ๆ ละ 20 ครั้ง คือ รีดเก็บน้ำเชื้อทุกวัน ทุก 2 วัน ทุก 3 วัน และทุก 4 วัน พบว่าช่วงเวลาของความถี่ในการรีดเก็บน้ำเชื้อมีอิทธิพลต่อคุณภาพน้ำเชื้อเกือบทุกลักษณะ (P<0.05) ยกเว้น ปริมาตร การรีดเก็บน้ำเชื้อทุก 2 วัน มีผลทำให้ความเข้มข้นของตัวอสุจิและจำนวนตัวอสุจิ / การหลั่งน้ำเชื้อมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย 0.153 ± 0.221 x 10 ตัว / มล. และ 1884.45 ± 1994.50 x 10 ตัว ตามลำดับ ส่วนความผิดปกติ ของตัวอสุจิและเปอร์เซ็นต์ตัวตายของตัวอสุจิพบน้อยที่สุดที่ช่วงเวลาการรีดเก็บน้ำเชื้อทุก 3 วัน โดยมีค่าเฉลี่ยความผิด ปกติของตัวอสุจิ และเปอร์เซ็นต์ตัวตายของตัวอสุจิเท่ากับ 6.18 ± 2.68 และ 5.20 ± 3.03% ตามลำดับ สำหรับอัตรา การเคลื่อนไหวเฉพาะตัวของตัวอสุจิ ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P<0.05) ระหว่างการรีดเก็บทุก 2 วัน และทุก 3 วัน โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 87.75 ± 4.72 และ 87.75 ± 4.13 % ตามลำดับ การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ช่วงเวลา ของความถี่ในการรีดเก็บน้ำเชื้อมีผลต่อคุณภาพน้ำเชื้อโดยช่วงเวลาที่เหมาะสมของความถี่ในการรีดเก็บน้ำเชื้อสุนัขไทยหลังอานคือ รีดเก็บน้ำเชื้อทุก 2-3 วัน


รายงานสัตว์ป่วย : ภาวะต่อมหมวกไตส่วนนอกทำงานเกินร่วมกับการเกิดเบาหวานและตัววายในสุนัข, ชลลดา บูรณกาล, อนุศักดิ์ กิจถาวรรัตน์, ไพวิภา กมลรัตน์, อัจฉริยา ไศละสูต Dec 1999

รายงานสัตว์ป่วย : ภาวะต่อมหมวกไตส่วนนอกทำงานเกินร่วมกับการเกิดเบาหวานและตัววายในสุนัข, ชลลดา บูรณกาล, อนุศักดิ์ กิจถาวรรัตน์, ไพวิภา กมลรัตน์, อัจฉริยา ไศละสูต

The Thai Journal of Veterinary Medicine

รายงานการเกิดภาวะ Cushing's syndrome ในสุนัขพันธุ์พุดเดิลขนาดเล็ก เพศเมีย อายุ 7 ปี ซึ่งมา รักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากการตรวจพบว่าสุนัขมีช่อง ท้องขยายใหญ่และมีขนร่วง 2 ข้างของลำตัว สุนัขแสดงอาการปัสสาวะและดื่มน้ำมาก จากการตรวจนับเม็ด เลือดพบว่า เม็ดเลือดขาวชนิด lymphocyte และ eosinophil ลดลง การตรวจทางชีวเคมีในเลือดพบเอนไซม์ alanine aminotransferase และ alkaline phosphatase เพิ่มขึ้นร่วมกับการเพิ่มขึ้นของกลูโคส คลอเรสเตอรอล และปริมาณโซเดียม จากการตรวจโดยการเอกซเรย์ช่องท้องพบมีการขยายใหญ่ของตับ การตรวจด้วยอัลตราซาวด์ พบมีการขยายใหญ่ของต่อมหมวกไตทั้ง 2 ข้าง สุนัขได้รับการทดสอบโดยการฉีด dexamethazone ขนาดต่ำและสูงตามลำดับ เพื่อเป็นการทดสอบและแยกภาวะ Cushing syndrome ว่ามีสาเหตุมาจากต่อมใต้ สมองหรือจากต่อมหมวกไตเอง จากผลการทดลองชี้แนะว่าสุนัขเป็น Cushing's syndrome ชนิดที่มีความผิด ปกติของต่อมใต้สมอง (pituitary dependent adrenocorticism) สุนัขเสียชีวิต 1 เดือน ภายหลังจากที่ได้รับการ รักษาที่โรงพยาบาล และได้ทําการชันสูตร ผลจากการตรวจทางจุลพยาธิวิทยา พบว่าต่อมหมวกไตทั้ง 2 ข้าง มีการเจริญขยายใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ยังพบพยาธิสภาพที่อวัยวะอื่น ๆ รวมทั้งตับและตับอ่อน ซึ่งพยาธิสภาพ ดังกล่าวพบในสุนัขที่เป็น canine Cushing's syndrome


Small Intestinal Adenocarcinoma In A Dog: A Case Report, Saroj Chanyapat, Saravuth Konboon, Anudep Rungsipipat, Roongroje Thanawongnuwech Dec 1999

Small Intestinal Adenocarcinoma In A Dog: A Case Report, Saroj Chanyapat, Saravuth Konboon, Anudep Rungsipipat, Roongroje Thanawongnuwech

The Thai Journal of Veterinary Medicine

A9-year-old female Shih Tzu dog was presented with a 3-day history of anorexia, depression, vomiting, and watery diarrhea. The clinical symptoms progressed continuously until the dog died, 3 days after admission. At necropsy numerous white nodules of various sizes were found in the small intestine, particularly the ileum. Microscopically, the mass revealed diffused, infiltrative growth of a well-differentiated adenocarcinoma invading the submucosa and muscular layers of the small intestinal wall. The mass was characterized by an acinar or tubular pattern with mucin in the lumen. The tumor cells were atypical cuboidal pleomorphic columnar epithelial cells with hyperchromatic round medium-sized nuclei …


What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich Dec 1999

What Is Your Diagnosis, Pranee Tuntivanich

The Thai Journal of Veterinary Medicine

No abstract provided.


Ecg Ouiz, Chollada Buranakarl, Kris Angkanaporn, Phiwipa Kamonrat Dec 1999

Ecg Ouiz, Chollada Buranakarl, Kris Angkanaporn, Phiwipa Kamonrat

The Thai Journal of Veterinary Medicine

No abstract provided.


Differentiation Between Acute Renal Allograftrejection And Acute Tubular Necrosis Byrenal Vascular Transit Time, T. Chaiwatanarat, Y. Avihingsanon, S. Sirisalipoch, S. Eiam-Ong, S. Boonvisut, S. Chusil, K. Tungsanga Dec 1999

Differentiation Between Acute Renal Allograftrejection And Acute Tubular Necrosis Byrenal Vascular Transit Time, T. Chaiwatanarat, Y. Avihingsanon, S. Sirisalipoch, S. Eiam-Ong, S. Boonvisut, S. Chusil, K. Tungsanga

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Acute Pneumonia Associated With Chlamydiapneumoniae Infection: A Case Report, S. Likitnukul, P. Nunthapisud, S. Tumwasorn Dec 1999

Acute Pneumonia Associated With Chlamydiapneumoniae Infection: A Case Report, S. Likitnukul, P. Nunthapisud, S. Tumwasorn

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Gentamicin In Pregnancy, S. Chaithongwongwatthana, W. Sripilak, S. Limpongsanulak Dec 1999

Gentamicin In Pregnancy, S. Chaithongwongwatthana, W. Sripilak, S. Limpongsanulak

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Effects Of Nicardipine And Nicardipine Combinedwith Cilazapril On Cardiovascular Complicationsof Diabetic Rats, W. Udayachalerm, K. Pukdeebumroong, S. Patumraj Nov 1999

Effects Of Nicardipine And Nicardipine Combinedwith Cilazapril On Cardiovascular Complicationsof Diabetic Rats, W. Udayachalerm, K. Pukdeebumroong, S. Patumraj

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Liver Disease Unique To Pregnancy, S. Luangjaru, P. Tangkijvanich Nov 1999

Liver Disease Unique To Pregnancy, S. Luangjaru, P. Tangkijvanich

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Gallstone Pancreatitis: An Update, S. Treeprasertsuk, P. Tangkijvanich Nov 1999

Gallstone Pancreatitis: An Update, S. Treeprasertsuk, P. Tangkijvanich

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Preliminary Report About Development Of Cadaver-Based Media For Venipuncture Training, S. Agthong, V. Wiwanitkit Nov 1999

Preliminary Report About Development Of Cadaver-Based Media For Venipuncture Training, S. Agthong, V. Wiwanitkit

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Ossification Of The Ligamentum Flavum:A Case Report, A. Sookkee, R. Siwanuwatn, C. Suwanwela Nov 1999

Ossification Of The Ligamentum Flavum:A Case Report, A. Sookkee, R. Siwanuwatn, C. Suwanwela

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


New Era Of National Higher Education, N. Kamolvarin Nov 1999

New Era Of National Higher Education, N. Kamolvarin

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Effectiveness Of Conventional Training Program Andmodel Training Program For Thai Medical Students, V. Wiwanitkit, S. Agthong Nov 1999

Effectiveness Of Conventional Training Program Andmodel Training Program For Thai Medical Students, V. Wiwanitkit, S. Agthong

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Development Of Pcr-Elisa For Rapid Detection Ofhaemophilus Influenzae Type B In Seededcerebrospinal Fluid Samples, U. Tansuphasiri, D. Phulsuksombati Nov 1999

Development Of Pcr-Elisa For Rapid Detection Ofhaemophilus Influenzae Type B In Seededcerebrospinal Fluid Samples, U. Tansuphasiri, D. Phulsuksombati

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


The Thai Nasality Test For Cleft Palate Patients, N. Pracharitpukdee, S. Manochiopining, S. Lertsarunyapong, P. Sutantawibon Oct 1999

The Thai Nasality Test For Cleft Palate Patients, N. Pracharitpukdee, S. Manochiopining, S. Lertsarunyapong, P. Sutantawibon

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Occupational Health Administration And Manager'sexpectation Towards Occupational Physician's Roleamong Corporate Enterprises In Thailand, B. Promdit, S. Ngamkiatphaisan, M. Prapansilp, P. Sithisarankul Oct 1999

Occupational Health Administration And Manager'sexpectation Towards Occupational Physician's Roleamong Corporate Enterprises In Thailand, B. Promdit, S. Ngamkiatphaisan, M. Prapansilp, P. Sithisarankul

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


The Reliability Of Reusing The Biopsy Urease Test Kit For Diagnosis Of Helicobacter Pylori From Gastric Biopsy Specimen, P. Navicharean Oct 1999

The Reliability Of Reusing The Biopsy Urease Test Kit For Diagnosis Of Helicobacter Pylori From Gastric Biopsy Specimen, P. Navicharean

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Drug Dependence Treatment By Therapeuticcommunity At Thanyarak Hospital (1986 -1997), V. Verachai, S. Dechongkit, J. Punjawatnun Oct 1999

Drug Dependence Treatment By Therapeuticcommunity At Thanyarak Hospital (1986 -1997), V. Verachai, S. Dechongkit, J. Punjawatnun

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Anesthesia For Cesarean Section In A Thyrotoxicosispatient Complicated With Severe Preeclampsia, P. Sriprachittichai, O. Rodanant, R. Migasena Oct 1999

Anesthesia For Cesarean Section In A Thyrotoxicosispatient Complicated With Severe Preeclampsia, P. Sriprachittichai, O. Rodanant, R. Migasena

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


Cytoprotective Agents In Cancer Chemotherapy, N. Voravud, A. Sookprasert Oct 1999

Cytoprotective Agents In Cancer Chemotherapy, N. Voravud, A. Sookprasert

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


New Developments In Management Of Menopause, N. Teachakraichana, K. Panyakhamlerd, S. Chaikittisilpa, K. Limpaphayom Oct 1999

New Developments In Management Of Menopause, N. Teachakraichana, K. Panyakhamlerd, S. Chaikittisilpa, K. Limpaphayom

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.


การเปรียบเทียบการติดแน่นของกลาสไอโอโนเมอร์สามชนิดต่อเนื้อฟันในห้องปฏิบัติการ, สรรพัชญ์ นามะโน, ปิยวัฒน์ พันธุ์โกศล Sep 1999

การเปรียบเทียบการติดแน่นของกลาสไอโอโนเมอร์สามชนิดต่อเนื้อฟันในห้องปฏิบัติการ, สรรพัชญ์ นามะโน, ปิยวัฒน์ พันธุ์โกศล

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการติดแน่นของกลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ 3 ชนิด (ไฮบอนด์ (โซฟู), ฟูจิ (จีซี) และ เมอรอน (โวโค)] ต่อเนื้อฟันในห้องปฏิบัติการ วัสดุและวิธีการ ทําชิ้นตัวอย่าง 30 ชิ้น โดยการผ่าฟันออกตามแนวยาวแล้วนํามาฝังลงบนก้อนอะคลีลิกเรซิน ชนิดแข็งตัวได้ในอุณหภูมิห้อง โดยให้หงายเนื้อฟันด้านที่ถูกตัดออก จากนั้นนํากลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์แต่ละชนิด มายึดห่วงโลหะให้ติดกับเนื้อฟันทดสอบหาแรงดึงที่จะแยกห่วงโลหะและซีเมนต์ออกจากเนื้อฟันโดยทํา 10 ชิ้นตัวอย่างต่อซีเมนต์ 1 ชนิด ผลการทดลอง กลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ชนิดเมอรอนให้ค่าแรงดึงสูงที่สุดในบรรดาซีเมนต์ที่ทดสอบในขณะที่ชนิดไฮบอนด์และฟูจิไม่ได้แสดงความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญ สรุป กลาสไอโอโนเมอร์ซีเมนต์ชนิดเมอรอนให้ค่าแรงดึงสูงที่สุดในบรรดาซีเมนต์ 3 ชนิดที่นํามาทดสอบ


ผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีต่อความแข็งแรง ดัดขวางของวัสดุฐานฟันปลอมอะคริลิกเรซินชนิดบ่มด้วยความร้อน, ชัยรัตน์ วิวัฒน์วรพันธ์, รุ่งนภา วานิชวัฒนสิทธิ, สรนันทร์ จันทรางศุ, สิวัลย์ เฉลิมพิสุทธิศักดิ์ Sep 1999

ผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีต่อความแข็งแรง ดัดขวางของวัสดุฐานฟันปลอมอะคริลิกเรซินชนิดบ่มด้วยความร้อน, ชัยรัตน์ วิวัฒน์วรพันธ์, รุ่งนภา วานิชวัฒนสิทธิ, สรนันทร์ จันทรางศุ, สิวัลย์ เฉลิมพิสุทธิศักดิ์

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อพิจารณาผลของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีต่อความแข็งแรงดัดขวางของวัสดุฐานฟันปลอมอะคริลิกชนิดบ่มด้วยความร้อน วัสดุและวิธีการ เตรียมชิ้นตัวอย่างวัสดุฐานฟันปลอม อะคริลิกชนิดบ่มด้วยความร้อนผลิตภัณฑ์โรเด็กซ์ (โรเดนท์, เอส.อาร์.แอล) รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 65x10x2.5 มม. จํานวน 60 ชิ้นแบ่งเป็น 6 กลุ่มๆ ละ 10 ชิ้น นําไปแช่ ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผลิตภัณฑ์แบล็กแคท (บริษัท ยูไนเต็ด ไวน์เนอรี่ แอนด์ ดิสทิลเลอรี่ จํากัด) เข้มข้น 40 ดีกรี ที่อุณหภูมิ 5±2 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 100 200 300 400 และ 500 ชั่วโมง ตามลําดับ จากนั้นทดสอบ ความแข็งแรงดัดขวางด้วยวิธีกด 3 จุด ด้วยเครื่องยูนิเวอร์ซัลเทสทิ้งแมชชีน (Lloyd, England) รุ่นแอลเค 10 ด้วย ความเร็วหัวกด 5 มิลลิเมตรต่อนาที ผล ค่าเฉลี่ย (หน่วยปาสคาล) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความแข็งแรงตัดขวางของกลุ่มต่างๆ ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ไม่ได้แช่ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 59.57 ±4.39 กลุ่มที่ 2 แช่ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครบ 100 ชั่วโมง 59.24± 5.00 กลุ่มที่ 3 แซ่ครบ 200 ชั่วโมง 60.74 ± 5.38 กลุ่มที่ 4 แซ่ครบ 300 ชั่วโมง 59.19± 4.67 กลุ่มที่ 5 แซ่ครบ 400 ชั่วโมง 58.75± 7.22 กลุ่มที่ 6 แซครบ 500 ชั่วโมง 56.6 ±5.38 …


ความเป็นพิษของปรอทต่อเซลล์เพาะเลี้ยงจากเนื้อเยื่อในโพรงฟันของคน, จีรศักดิ์ นพคุณ Sep 1999

ความเป็นพิษของปรอทต่อเซลล์เพาะเลี้ยงจากเนื้อเยื่อในโพรงฟันของคน, จีรศักดิ์ นพคุณ

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ ปรอทถูกนํามาใช้เป็นส่วนผสมในวัสดุอุดฟันมาเป็นเวลานาน ซึ่งถึงแม้จะมีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อ การบูรณะฟัน แต่ความเป็นพิษของปรอทต่อเซลล์ และเนื้อเยื่อยังคงเป็นปัญหาที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ดังนั้น การทดลองนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อทดสอบความเป็นพิษของปรอทที่มีความเข้มข้น ระหว่าง 10-6-10-3 โมลาร์ (mole/L) เปรียบเทียบกับแกลเลี่ยม ที่มีความเข้มข้นเดียวกัน วัสดุและวิธีการ โดยทําการทดสอบกับเซลล์เพาะเลี้ยง ซึ่งเป็นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ที่เพาะเลี้ยงจากเนื้อเยื่อในโพรงฟัน ของคน ทําการวิเคราะห์ความเป็นพิษของสารทดสอบด้วย MTT colorimetric assay ซึ่งเป็นวิธีการวิเคราะห์การ ทํางานของเอ็นไซม์ dehydrogenase ที่อยู่ในไมโทคอนเดรีย ผลการศึกษาและสรุป เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ปรากฏว่า สารปรอทที่ความเข้มข้นระหว่าง 10-3 ถึง 10-4 โมลาร์ จะแสดงความเป็นพิษต่อการทํางานของเอ็นไซม์ dehydrogenase โดยที่ความเข้มข้น 10-3 โมลาร์ จะทําให้การ ทํางานของเอ็นไซม์ยุติลงโดยสิ้นเชิง ในขณะที่แกลเลี่ยมในความเข้มข้นต่างๆ ที่ใช้ทดสอบไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายต่อ การทํางานของเอ็นไซม์ dehydrogenase ในไมโทคอนเดรีย นอกจากนี้ยังพบว่าปรอทที่ความเข้มข้น 0.3 มิลลิโมลาร์ จะทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของลักษณะทางกายภาพของเซลล์และผิวเยื่อของเซลล์ เมื่อทําการศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องกราด


อีริทีมาไมแกรนส์- ลักษณะทางคลินิกและพยาธิวิทยา, ปรเมศร์ พิทักษ์อรรณพ Sep 1999

อีริทีมาไมแกรนส์- ลักษณะทางคลินิกและพยาธิวิทยา, ปรเมศร์ พิทักษ์อรรณพ

Chulalongkorn University Dental Journal

อีริทีมาไมแกรนด์เป็นรอยโรคไม่ร้ายแรง พบบ่อยที่ลิ้น แต่อาจพบได้ที่เยื่อเมือกด้านแก้ม พื้นช่องปาก เพดานปาก เหงือกและริมฝีปากปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่เชื่อว่าสัมพันธ์กับโรคทางระบบอื่นหลายชนิด โดยเฉพาะโรคสะเก็ดเงิน กลุ่มอาการไรเทอร์ โรคภูมิแพ้ และความเครียดทางอารมณ์ ลักษณะทางคลินิกเป็นรอยเลี่ยนแดงขอบขรุขระ หลายตําแหน่ง ล้อมรอบด้วยเส้นหรือแถบหนานูนสีขาว ลักษณะเฉพาะของรอยโรคทั้งที่เกิด ที่ลิ้นและเยื่อเมือกช่องปากคือการย้ายที่ได้ เป็นๆ หายๆ ลักษณะทางจุลพยาธิวิทยาของเยื่อบุผิวตรงกลางรอยโรคมีการลดความหนาของชั้นเคราติน บวมน้ำ และการงอกเจริญร่วมกับการแทรกซึมของเม็ดเลือดขาวที่มีนิวเคลียสหลายพูในลักษณะฝีขนาดเล็ก ส่วนขอบของรอยโรคมีการสร้างเคราตินหรือพาราเคราตินมากเกิน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการจึงไม่ต้องการการรักษาเฉพาะ แต่ควรบอกผู้ป่วยให้ทราบว่าเป็นรอยโรคไม่ร้ายแรง และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเนื้อร้ายได้ ยกเว้นในรายที่มีอาการเจ็บปวด หรือปวดแสบปวดร้อน อาจพิจารณาใช้ยาชาเฉพาะที่ ยาต้านฮีสตามีนยาสเตียรอยด์ หรือยาละลายเคราตินช่วยบรรเทาอาการได้


Shear Bond Strength Of Metal Brackets To Temporary Crowns With Different Dental Adhesives And Bond Failure, Sirima Charoenpone Sep 1999

Shear Bond Strength Of Metal Brackets To Temporary Crowns With Different Dental Adhesives And Bond Failure, Sirima Charoenpone

Chulalongkorn University Dental Journal

Objectives The purposes of the current study were to compare the mean shear bond strengths of brackets to temporary crowns with and without sandblasting when used by chemical-cured (self-cured) and light-cured composite resin, to self-cured and light-cured glass ionomer, and to evaluate bond failure of all samples. Materials and methods Three hundred temporary crowns were divided into 10 groups with 30 samples in each group to bond metal brackets with sandblasting (SB) or non-sandblasting (NSB). Five kinds of adhesives: one-paste (O), two-paste self-cured (T), light-cured (LC) composite resin, glass ionomer (1) and light-cured glass ionomer (LI) were used. The surface …