Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11402)
- Veterinary Medicine (2802)
- Life Sciences (1999)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
-
- Social and Behavioral Sciences (1299)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1048)
- Medical Sciences (861)
- Engineering (776)
- Physical Sciences and Mathematics (680)
- Education (436)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (389)
- Arts and Humanities (378)
- Public Health (333)
- Environmental Sciences (323)
- Civil and Environmental Engineering (293)
- Sports Sciences (288)
- Sociology (267)
- Architecture (264)
- Business (249)
- Economics (226)
- Environmental Studies (208)
- Chemistry (191)
- Law (169)
- Psychology (163)
- Mental and Social Health (152)
- Health and Physical Education (145)
- Other Mental and Social Health (143)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (140)
- Keyword
-
- Thailand (141)
- Dog (123)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (39)
- Immunohistochemistry (35)
- Cat (29)
- Risk factors (28)
- Anxiety (27)
- COVID-19 (27)
- Quality of life (27)
- Stress (27)
- Elderly (25)
- Antioxidant (24)
- Children (24)
- Rat (23)
- Indonesia (22)
- Diagnosis (21)
- Oxidative stress (21)
- Escherichia coli (20)
- Histopathology (20)
- Knowledge (20)
- PCR (20)
- Attitude (19)
- Breast cancer (19)
- Efficacy (19)
- Pigs (19)
- Reliability (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (6481)
- Chulalongkorn Medical Journal (4166)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2581)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1642)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
-
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- Journal of Health Research (221)
- Applied Environmental Research (208)
- Journal of Urban Culture Research (107)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (104)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (83)
- PASAA (41)
- Manusya, Journal of Humanities (32)
- Journal of Education Studies (30)
- Journal of Social Sciences (30)
- Journal of Demography (25)
- Thai Environment (23)
- Asian Review (17)
- Journal of Letters (15)
- Chulalongkorn University Law Journal (12)
- Halal Insight (6)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (5)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (1)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (1)
- Publication Type
Articles 12091 - 12120 of 17329
Full-Text Articles in Entire DC Network
Cancer Screening, C. Tantimongkolsuk, N. Voravud
Cancer Screening, C. Tantimongkolsuk, N. Voravud
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Multiple Endocrine Neoplasias, J. Jatupanrisuthi, N. Voravud
Multiple Endocrine Neoplasias, J. Jatupanrisuthi, N. Voravud
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Leukorrhea In Childhood: A Case Report, V. Wiwanitkit
Leukorrhea In Childhood: A Case Report, V. Wiwanitkit
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Interesting Lactate Dehydrogenase Isoenzymes, V. Wiwanitkit, S. Theerasaksilp
Interesting Lactate Dehydrogenase Isoenzymes, V. Wiwanitkit, S. Theerasaksilp
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Cost - Effectiveness Analysis Of Screening Testsfor Acute Pancreatitis In Thai Patients, A Studyat King Chulalongkorn Memorial Hospital, N. Paritpokee, V. Wiwanitkit
Cost - Effectiveness Analysis Of Screening Testsfor Acute Pancreatitis In Thai Patients, A Studyat King Chulalongkorn Memorial Hospital, N. Paritpokee, V. Wiwanitkit
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Laparoscopic Colon And Rectal Surgery, C. Sahakitrungruang, A. Rojanasakul
Laparoscopic Colon And Rectal Surgery, C. Sahakitrungruang, A. Rojanasakul
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Reference Values For Erythrocyte Sedimentationrate In King Chulalongkorn Memorial Hospitalusing Modified Westergren Method, Y. Vanavanitkun, N. Bhokaisawan, A. Kalayanachati, N. Charuruks
Reference Values For Erythrocyte Sedimentationrate In King Chulalongkorn Memorial Hospitalusing Modified Westergren Method, Y. Vanavanitkun, N. Bhokaisawan, A. Kalayanachati, N. Charuruks
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
The Application Of Urinary Flow Cytometryin Renal Diseases, C. Boonchalarmvichian, K. Wiwanitkit, N. Paritpokee, N. Charuruks
The Application Of Urinary Flow Cytometryin Renal Diseases, C. Boonchalarmvichian, K. Wiwanitkit, N. Paritpokee, N. Charuruks
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Medicine Laboratory In The New Millennium, N. Chururuks
Medicine Laboratory In The New Millennium, N. Chururuks
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Incidence Of Positive Urine Amphetamine From The Poorsocioeconomic Status First Period Secondaryschool Students (Grade 7-9) In A Bangkokmetropolitan Temples School, J. Suwansaksri, V. Wiwanitkit, N. Pathompatama, P. Praneesrisawat
Incidence Of Positive Urine Amphetamine From The Poorsocioeconomic Status First Period Secondaryschool Students (Grade 7-9) In A Bangkokmetropolitan Temples School, J. Suwansaksri, V. Wiwanitkit, N. Pathompatama, P. Praneesrisawat
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Serum Salicylate In Thai Healthy Geriatric Subjects, W. Waenlor, V. Wiwanitkit, J. Suwansaksri, S. Sangsuthum
Serum Salicylate In Thai Healthy Geriatric Subjects, W. Waenlor, V. Wiwanitkit, J. Suwansaksri, S. Sangsuthum
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
วัสดุฉาบฐานชนิดนุ่ม และวัสดุปรับสภาพผิวเนื้อเยื่อ, อรพินท์ แก้วปลั่ง
วัสดุฉาบฐานชนิดนุ่ม และวัสดุปรับสภาพผิวเนื้อเยื่อ, อรพินท์ แก้วปลั่ง
Chulalongkorn University Dental Journal
ทันตแพทย์ได้มีการใช้วัสดุฉาบฐานชนิดนุ่มและวัสดุปรับสภาพผิวเนื้อเยื่อในงานทันตกรรมมาเป็นเวลานาน หลายทศวรรษ อาจกล่าวได้ว่าวัสดุเหล่านี้มีคุณสมบัติอ่อนนุ่ม คืนตัว และมีสภาพยืดหยุ่นที่ดี โดยจะก่อตัวเป็นชั้น กันกระแทกระหว่างฐานฟันปลอมอะคริลิกกับเนื้อเยื่อที่รองรับข้างใต้ โดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งวัสดุนี้ออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกเป็นวัสดุฉาบฐานชนิดนุ่มแบบชั่วคราวซึ่งรวมถึงวัสดุปรับสภาพผิวเนื้อเยื่อซึ่งโดยพื้นฐาน แล้วมักจะประกอบไปด้วยพอลิเอทิลเมทาคริเลต เอสเทอร์หอมและเอทิลแอลกอฮอล์ ในกลุ่มที่สองเป็นพวกวัสดุฉาบ ฐานชนิดนุ่มแบบกึ่งถาวรอันมีองค์ประกอบโดยพื้นฐานจําพวกซิลิโคนหรืออะคริลิกเรซิน ได้มีการศึกษาและพัฒนาถึงคุณสมบัติที่มีประโยชน์ของวัสดุนี้ในงานวิจัยหลายด้าน ในบทความนี้ประสงค์ที่จะกล่าวทบทวนถึงประวัติความ เป็นมา คุณสมบัติที่สําคัญ ข้อบ่งชี้ในการใช้ตลอดจนงานวิจัยในระยะนี้ที่เกี่ยวข้องกับวัสดุกลุ่มนี้โดยเฉพาะเกี่ยวกับ ด้านการดูดซับและกระจายแรงสู่เนื้อเยื่อที่รองรับข้างใต้
ความยาวส่วนโค้งแนวฟันที่ต้องการสําหรับการปรับระดับโค้งสปี, พรทิพย์ ชิวชรัตน์, กรพินท์ มหาทุมะรัตน์, กัญญา หิรัญภาณุพงศ์, ทศพร ปิยะกุลวรวัฒน์, รุ่งอรุณ อภินันทน์
ความยาวส่วนโค้งแนวฟันที่ต้องการสําหรับการปรับระดับโค้งสปี, พรทิพย์ ชิวชรัตน์, กรพินท์ มหาทุมะรัตน์, กัญญา หิรัญภาณุพงศ์, ทศพร ปิยะกุลวรวัฒน์, รุ่งอรุณ อภินันทน์
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างความยาวส่วนโค้งแนวฟันที่ต้องการกับความลึกของโค้งสปี ในการปรับ ลดระดับโค้งสปี วัสดุและวิธีการ กระทําโดยการปรับฟันล่างในเตนโตฟอร์มให้มีความลึกของโค้งสปีเพิ่มขึ้นจากระดับปกติทั้งหมด 11 ระดับ ตั้งแต่ 1.55 ถึง 6.95 มิลลิเมตร วัดความยาวส่วนโค้งแนวฟันที่ปรากฏจริงจากแบบจําลองศึกษาที่พิมพ์ จากเดนโตฟอร์มที่ปรับระดับความลึกของโค้งสปีแต่ละระดับ นํามาลบออกจากผลรวมของค่าความกว้างในแนว ใกล้กลางไกลกลางของฟันทุกซี่ในขากรรไกรล่าง ได้เป็นค่าความยาวส่วนโค้งแนวฟันที่ต้องการสําหรับความลึกของโค้งสปีแต่ละระดับ ผลการศึกษา พบความสัมพันธ์ระหว่างความยาวส่วนโค้งแนวฟันที่ต้องการกับความลึกของโค้งสปีเป็นสมการเส้น ตรง Y = 0.820 X -1.376 สรุป ผลการศึกษานี้สามารถนําไปประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์แบบจําลองศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวินิจฉัยและ การวางแผนการรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน
ผลของการปรับสภาพผิวต่อความแข็งแรงพันธะเฉือนของพอร์ซเลนที่มีลูไซท์ปริมาณสูงกับอะลูมินัสพอร์ซเลน, กาญจนา กาญจนทวีวัฒน์, บุญเลิศ กู้เกียรติตระกูล
ผลของการปรับสภาพผิวต่อความแข็งแรงพันธะเฉือนของพอร์ซเลนที่มีลูไซท์ปริมาณสูงกับอะลูมินัสพอร์ซเลน, กาญจนา กาญจนทวีวัฒน์, บุญเลิศ กู้เกียรติตระกูล
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาค่าความแข็งแรงพันธะเฉือนของพอร์ซเลนที่มีลูไซท์ปริมาณสูง ยึดติดกับอะลูมินัสพอร์ซเลนด้วยเรซินซีเมนต์ ภายใต้การปรับสภาพผิวต่างกัน วัสดุและวิธีการ เตรียมแผ่นกลมพอร์ซเลนที่มีลูไซท์ปริมาณสูง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.5 มม. หนา 1 มม. จํานวน 300 ชิ้น แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ๆ ละ 60 ชิ้น มีการปรับสภาพดังนี้ คือ แบบ A) ไม่ปรับสภาพผิว เป็นกลุ่มควบคุม แบบ B) ขัดเรียบด้วยกระดาษซิลิกอนคาร์ไบด์ แบบ C) กรอด้วยเข็มกรอกากเพชรชนิดหยาบ แบบ D) กัดด้วย กรดไฮโดรฟลูออริก เป็นเวลา 5 นาที และแบบ E) กัดด้วยเจลเอพีเอฟ เป็นเวลา 10 นาที จากนั้นเตรียมแผ่นกลม อะลูมินัสพอร์ซเลน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 มม. หนา 1.5 มม. อย่างละ 300 ชิ้น แล้วแบ่งเป็น 6 กลุ่ม ๆ ละ 50 ชิ้น มีการปรับสภาพผิว ดังนี้ คือกลุ่ม 1) แบบ A กลุ่ม 2) แบบ B กลุ่ม 3) แบบ C กลุ่ม 4) เป่าทรายด้วยผง อะลูมิเนียมออกไซด์ เป็นเวลา 20 วินาที กลุ่ม 5) แบบ D และกลุ่ม 6) แบบ E จากนั้นนําแผ่นกลมอะลูมินัส พอร์ชเลนฝังในอะครีลิกเรซินใสเพื่อเป็นที่ยึดจับ แล้วยึดกับแผ่นกลมพอร์ชเลนที่มีลูไซท์ปริมาณสูงด้วยเรซินซีเมนต์ ภายใต้แรงกด 200 กรัม …
การศึกษาความสัมพันธ์ของจุดอ้างอิงต่าง ๆบริเวณแนวกลางของแบบฟันบน กับแนวกลางฟันหน้าบน, พรทิพย์ ชิวชรัตน์, นิรมล ชำนาญนิธิอรรถ, ชัยศรี ธัญพิทยากุล, ธีรา ธรรมวาสี, ปิยะรัตน์ เฉลิมสุขสันต์
การศึกษาความสัมพันธ์ของจุดอ้างอิงต่าง ๆบริเวณแนวกลางของแบบฟันบน กับแนวกลางฟันหน้าบน, พรทิพย์ ชิวชรัตน์, นิรมล ชำนาญนิธิอรรถ, ชัยศรี ธัญพิทยากุล, ธีรา ธรรมวาสี, ปิยะรัตน์ เฉลิมสุขสันต์
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของจุดอ้างอิงต่าง ๆ บริเวณแนวกลางของแบบฟันบน กับแนวกลางฟัน หน้าบนในผู้ป่วยที่มีการเบี่ยงเบนของแนวกลางฟันหน้าบนไปจากแนวกลางใบหน้า วัสดุและวิธีการ ศึกษาในแบบฟันของผู้ป่วยที่มารับการตรวจที่ภาควิชาทันตกรรมจัดฟัน คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จํานวน 60 ราย ที่มีแนวกลางของฟันหน้าบนไม่ตรงกับแนวกลางของใบหน้า โดยวัด ระยะตั้งฉากจากจุดอ้างอิง 3 จุดที่อยู่บริเวณแนวกลางของแบบฟันบน ได้แก่ เนื้อยึดริมฝีปากบน จุดกึ่งกลางของ อินไซซีฟ แพพิลล่า และจุดกึ่งกลางของรูที่คู่ที่ 2 มายังเส้นสมมติแนวกลางของขากรรไกรบนที่ได้จากเส้นที่ลากผ่าน จุดกึ่งกลางของไฟเวียพาสาติใน กับจุดหน้าสุดบนมีเตียน พาลาดิน ราเฟ ก่อนที่จะเอียงขึ้นไปเป็นระนาบเอียงบน สันกระดูกเบ้าฟัน เปรียบเทียบกับระยะตั้งฉากจากแนวกลางฟันหน้าบน มายังแนวกลางของขากรรไกรบน ผลการศึกษา จากการวิเคราะห์ทางสถิติ โดยใช้ค่าสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ที่ระดับนัยสําคัญ 0.01 พบว่าแนว กลางฟันหน้าบน มีความสัมพันธ์กับตําแหน่งของเนื้อยึดริมฝีปากบน และอินไซซีฟ แพพิลล่า แต่ไม่สัมพันธ์กับ ตําแหน่งของจุดกึ่งกลางของรูที่คู่ที่ 2 สรุป ในบรรดาจุดอ้างอิงบริเวณแนวกลางขากรรไกรบน ได้แก่ เนื้อยึดริมฝีปากบน จุดกึ่งกลางของอินไชซีฟ แพพิลล่า และจุดกึ่งกลางของรูที่คู่ที่ 2 ตําแหน่งจุดกึ่งกลางของรูที่คู่ที่ 2 เป็นตําแหน่งที่มีการเบี่ยงเบนตามแนวกลาง ฟันหน้าบนน้อยที่สุด จึงน่าจะเป็นจุดอ้างอิงที่สามารถนํามาใช้กําหนดแนวกลางขากรรไกรบนในการวิเคราะห์แบบฟันได้
ความต้องการของประชาชนที่มารับการรักษาของโรงพยาบาล คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สุชาดา วัฒนบุรานนท์, ผ่องผุด หาญนรเศรษฐี
ความต้องการของประชาชนที่มารับการรักษาของโรงพยาบาล คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สุชาดา วัฒนบุรานนท์, ผ่องผุด หาญนรเศรษฐี
Chulalongkorn University Dental Journal
ศึกษาความต้องการของประชาชนที่มารับการรักษาทางทันตกรรมของโรงพยาบาลคณะทันตแพทย ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนําผลที่ได้ไปใช้ในการวางแผนและพัฒนางานด้านบริการทางทันตกรรมของ คลินิกทันตกรรมบริการ โรงพยาบาลคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้มีประสิทธิภาพต่อไป วัสดุและวิธีการ ศึกษาจากแฟ้มประวัติผู้ป่วย และจากใบคําบอกกล่าวสําคัญของประชาชนที่มารับการตรวจและ รักษาที่คลินิกทันตกรรมบริการ โรงพยาบาลคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ. 2542 จํานวน 11,533 ราย ซึ่งเป็นประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 13-60 ปีขึ้นไป ผลการศึกษา พบว่ากลุ่มอายุช่วง 21-30 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มารับการรักษาทางทันตกรรมมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 28.2 และจํานวนประชาชนที่มารับการรักษาจะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยประชาชนเพศหญิงจะมารับการรักษา มากกว่าเพศชาย เป็นอัตราส่วน 2:1 และอาชีพของประชาชนส่วนใหญ่ที่มารับการรักษา คือ อาชีพอิสระหรือเอกชน คิดเป็นร้อยละ 37.9 สําหรับความต้องการในการรักษาส่วนใหญ่คือ การอุดฟันคิดเป็นร้อยละ 26.0 การขูดหิน น้ําลายหรือรักษาโรคปริทันต์ คิดเป็นร้อยละ 24.7 ตามลําดับ สรุป ความต้องการในการรักษาทางทันตกรรมของประชาชนยังมีอยู่ ดังนั้นจึงควรให้การบริการรักษาทางทันตกรรม เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการบูรณะฟัน และการรักษาโรคเหงือก
การให้ความสวยงามในฟันที่รักษาคลองรากฟัน, พรรณอุษา ตั้งงามสกุล, ปรารมภ์ ซาลิมี
การให้ความสวยงามในฟันที่รักษาคลองรากฟัน, พรรณอุษา ตั้งงามสกุล, ปรารมภ์ ซาลิมี
Chulalongkorn University Dental Journal
การเปลี่ยนสีของฟันที่ได้รับการรักษาคลองรากฟันแล้วเป็นปัญหาด้านความสวยงามปัญหาหนึ่งโดย เฉพาะในฟันหน้า การเปลี่ยนสีนี้อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการด้วยกัน แต่ปัญหานี้สามารถป้องกันและแก้ไขได้ บทความนี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อรวบรวมวิธีการและวัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการบูรณะฟันที่รักษาคลองรากฟันเพื่อความ สวยงาม โดยพิจารณาจากหลักการและเหตุผลในการใช้ของแต่ละวิธี ได้แก่ การฟอกสีฟัน การบูรณะฟันเดือย รวม ทั้งวิธีการบูรณะครอบฟันเซรามิกร่วมกับการใช้เดือยและแกนฟันเซรามิก
การจัดการมูลฝอยติดเชื้อของ ผู้ช่วยทันตแพทย์และคนงานคลินิกทันตกรรม กองทันตสาธารณสุข สํานักอนามัยกรุงเทพมหานคร, กรกมล หลักศิลา
การจัดการมูลฝอยติดเชื้อของ ผู้ช่วยทันตแพทย์และคนงานคลินิกทันตกรรม กองทันตสาธารณสุข สํานักอนามัยกรุงเทพมหานคร, กรกมล หลักศิลา
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในคลินิกทันตกรรมของผู้ช่วยทันตแพทย์และคนงาน การจัดการ นี้ได้แก่ การแยกทิ้ง การเก็บรวบรวม การเคลื่อนย้าย การรับรู้ความเสี่ยงอันตรายที่สัมพันธ์กับการปฏิบัติของผู้ช่วย และความมีเพียงพอของวัสดุอุปกรณ์ที่จําเป็นต้องใช้ วัสดุและวิธีการ ใช้การสัมภาษณ์และการสังเกต ผู้ช่วยทันตแพทย์และคนงานคลินิกทันตกรรม 65 แห่ง กอง ทันตสาธารณสุข สํานักอนามัย กรุงเทพมหานคร จํานวน 130 คน เป็นผู้ช่วยทันตแพทย์และคนงานเท่ากันอย่างละ 65 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์ที่สร้างขึ้น คําถามทางด้านประชากรศาสตร์ ประเภทของมูลฝอยติดเชื้อ และการ ปฏิบัติในการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ ผลการศึกษา ผู้ช่วยทันตแพทย์และคนงานมีคะแนนเฉลี่ยความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของมูลฝอยติดเชื้อร้อยละ 91.28 และ 88.08 คะแนนไม่มีความแตกต่างที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 กลุ่มศึกษาส่วนใหญ่แยกทิ้งมูลฝอยติดเชื้อ ชนิดไม่มีคมได้ถูกต้อง กลุ่มศึกษาส่วนน้อยแยกทิ้งมูลฝอยติดเชื้อมีคม การรวบรวมและการเคลื่อนย้ายมูลฝอยติด เชื้อไม่เหมาะสม สรุป แม้ว่าคะแนนความเข้าใจประเภทของมูลฝอยติดเชื้อของกลุ่มศึกษาค่อนข้างสูง แต่การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ ยังไม่เหมาะสม ซึ่งจะทําให้เป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติและสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาได้เสนอแนะแนวทางการจัดการ มูลฝอยติดเชื้อของคลินิกทันตกรรม 3 ด้าน คือ การอบรมให้ความรู้ผู้ปฏิบัติ การมีอุปกรณ์ที่เพียงพอและเหมาะสม มีการปรับปรุงแก้ไขและการนิเทศงานเพื่อให้สามารถดําเนินการจัดการมูลฝอยติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การยับยั้งขบวนการผลิตกรดแลกติกและ โพลีแซคคาไรด์ของเชื้อสเตร็พโตคอคคัสมิวแทนส์ โดยสารสกัดจากใบชา, เกรียงไกร คุ้มไพโรจน์, มาลี แซ่ก๊วย, วิธวรรณ แผ้วชนะ, อโนชา ชื่อสุวรรณ, อมรรัตน์ อิงคเศรษฐ์
การยับยั้งขบวนการผลิตกรดแลกติกและ โพลีแซคคาไรด์ของเชื้อสเตร็พโตคอคคัสมิวแทนส์ โดยสารสกัดจากใบชา, เกรียงไกร คุ้มไพโรจน์, มาลี แซ่ก๊วย, วิธวรรณ แผ้วชนะ, อโนชา ชื่อสุวรรณ, อมรรัตน์ อิงคเศรษฐ์
Chulalongkorn University Dental Journal
วัถตุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของสารสกัดจากใบชาที่ความเข้มข้นต่างๆ ต่อการยับยั้งการสร้างโพลีแซคคาไรด์และกรด แลกติกของเชื้อสเตร็พโตคอคคัส มิวแทนส์ สายพันธุ์ KPSK-2 ในหลอดทดลองเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม เพื่อนํา ข้อมูลนี้ไปเป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกันโรคฟันผุ วัสดุและวิธีการ การทดลองแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มทดสอบเลี้ยงเชื้อในอาหารเลี้ยงเชื้อทอด ซีเวต (Todd Hewitt) ที่เดิม 4% กลูโคส และมีสารสกัดจากใบชา (4.5 กรัม ในน้ํา 100 มิลลิลิตร) ความเข้มข้น 50.0, 33.3, 25.0, 20.0, 16.7 และ 14.2% โดยปริมาตร กลุ่มควบคุมเลี้ยงเชื้อในอาหารเลี้ยงเชื้อทอด อีเวต ที่เติมน้ํากลั่นแทน สารสกัดจากใบชา นําไปบ่มที่ 37 องศาเซลเซียสใน 5% คาร์บอนไดออกไซด์เป็นเวลา 48 ชั่วโมง เก็บเชื้อโดยนํา ไปปั่นที่ 3,000 รอบต่อนาที นําส่วนใสมาตรวจหาปริมาณโพลีแซคคาไรด์และปริมาณกรดแลกติก ผลการศึกษา โดยการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยอะโนวา (ANOVA) ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% พบว่าสารสกัดจากใบชา ที่ความเข้มข้นต่างๆ สามารถยับยั้งการสร้างโพลีแซคคาไรด์และกรดแลกติกของแบคทีเรียได้อย่างมีนัยสําคัญ (p<0.05) ยกเว้นสารสกัดจากใบชาที่ความเข้มข้น 14.2% ที่ไม่สามารถยับยั้งการสร้างกรดแลกติกได้ แต่สารสกัดจากใบชาทุก ความเข้มข้นที่ได้ทําในการทดลองนี้ ยับยั้งการสร้างโพลีแซคคาไรด์ของแบคทีเรียได้อย่างไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ ส่วนผลต่อการสร้างกรดแลกติกพบว่ามีความแตกต่างกันในทุกความเข้มข้นโดยเมื่อความเข้มข้นของสารสกัด เพิ่มขึ้น การสร้างกรดแลกติกจะค่อย ๆ ลดลง สรุป สารสกัดจากใบชาทีความเข้มข้นที่เหมาะสมสามารถยับยั้งการสร้างโพลีแซคคาไรด์และกรดแลกติกของแบคทีเรีย จากเชื้อสเตร็พโตคอคคัส มิวแทนส์ ในหลอดทดลองได้
A 11-Year Experience Of Radiation Therapy Formedulloblastoma At King Chulalongkornmemorial Hospital, K. Shotelersuk, P. Rojpornpradit, C. Khorprasert, P. Lertsanguansinchai, N. Asavametha
A 11-Year Experience Of Radiation Therapy Formedulloblastoma At King Chulalongkornmemorial Hospital, K. Shotelersuk, P. Rojpornpradit, C. Khorprasert, P. Lertsanguansinchai, N. Asavametha
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Pancreatic Ascites And Pancreatic Pleuraleffusion: Pathogenesis And Computedtomographic Demonstration, T. Bussaragul, L. Pantongrag Brown
Pancreatic Ascites And Pancreatic Pleuraleffusion: Pathogenesis And Computedtomographic Demonstration, T. Bussaragul, L. Pantongrag Brown
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Chemotherapy And Rediation Therapy For Cervical Cancer, T. Chettletanaprasith, Lertsanguansinchai
Chemotherapy And Rediation Therapy For Cervical Cancer, T. Chettletanaprasith, Lertsanguansinchai
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Endocrine Tumor Imaging, S. Wangsuphachart, K. Kingppetch
Endocrine Tumor Imaging, S. Wangsuphachart, K. Kingppetch
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Sensitivity Of Auditory Brainstem Response Inpatients With Acoustic Neuroma, P. Luangpitakchumpon, K. Vaewvichit, P. Supiyaphun, P. Isipradit
Sensitivity Of Auditory Brainstem Response Inpatients With Acoustic Neuroma, P. Luangpitakchumpon, K. Vaewvichit, P. Supiyaphun, P. Isipradit
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Ct Findings Of Primary Gallbladder Carcinoma, L. Vajragupta, W. Chingchit
Ct Findings Of Primary Gallbladder Carcinoma, L. Vajragupta, W. Chingchit
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
What Is Your Diagnosis?, Pranee Tuntivanich
What Is Your Diagnosis?, Pranee Tuntivanich
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.
The Grading, Diagnosis And Prognosis Of Canine Mast Cell Tumors, Saroj Chanyapat, Apichart Srifawattana, Sahaphon Rattanatan, Anudep Rungsipipat, Somporn Techangamsuwan, Roongroje Thanawongnuwech
The Grading, Diagnosis And Prognosis Of Canine Mast Cell Tumors, Saroj Chanyapat, Apichart Srifawattana, Sahaphon Rattanatan, Anudep Rungsipipat, Somporn Techangamsuwan, Roongroje Thanawongnuwech
The Thai Journal of Veterinary Medicine
Forty-seven cutaneous mast cell tumors from dogs were pathologically classified into three grades numbered grade 1 to 3. Age, sex, breed, tumor location, and their histologic grading were tabulated. Luna’s method, Unna’s method, Giemsa, toluidine blue, and alcian blue/safranine stainings were applied in order to compare the diagnosis and prognosis of the tumors. The staining was positive for mast cell tumors by the different methods 64% (30/47), 68% (32/47), 70% (33/47), 72% (34/47), and 81% (38/47), respectively. The accuracy of the staining decreased when the mast cells became poorly differentiated. The alcian blue/safranine stain yielded the greatest number of positives: …
Opportunistic Vibrios In Cultured Taiwanese Soft-Shelled Turtles (Pelodiscus Sinensis), Channarong Rodkhum, Jaennuj Wongtavatchai, Win Surachetpong, Olarn Tonweerapongsiri, Suparp Kumlungpeat, Jirasak Tangtrongpiros
Opportunistic Vibrios In Cultured Taiwanese Soft-Shelled Turtles (Pelodiscus Sinensis), Channarong Rodkhum, Jaennuj Wongtavatchai, Win Surachetpong, Olarn Tonweerapongsiri, Suparp Kumlungpeat, Jirasak Tangtrongpiros
The Thai Journal of Veterinary Medicine
One hundred clinically healthy Taiwanease soft-shelled turtles (Pelodiscus sinensis) were sampled by blood sampling and cloacal swabing. Samples were first cultured in a pre-enrichment media and then selective isolation was performed for vibrios on Thiosulfate-Citrate-Bile salts-Sucrose agar (TCBS). Species of the isolated vibrios were identified by standard biochemical procedures. A total of 146 vibrio isolates were found in 83 out of 100 cloacal swabs (83%), whereas none were found in the 50 blood samples. Isolates were identified as Vibrio fluvialis (26.04%), V. anguillarum (21.23%), V. furnissii (18.49%), V. parahaemolyticus (18.49%), Vibrio spp. (6.85%), V. damsela (5.48%) and V. metschnikovii (3.42%). …
Comparative Studies Of Direct And Indirect Arterial Blood Pressure Measurements, By The Oscillometric Method, In Anesthetized Tigers, Soontorn Kiartmanakul, Atichat Brahmasa, Marissak Kalpravidh
Comparative Studies Of Direct And Indirect Arterial Blood Pressure Measurements, By The Oscillometric Method, In Anesthetized Tigers, Soontorn Kiartmanakul, Atichat Brahmasa, Marissak Kalpravidh
The Thai Journal of Veterinary Medicine
Direct and indirect arterial blood pressure measurements, by the oscillometric method, were carried out on twelve anesthetized healthy tigers during claw amputation. There were seven males and five females aged (mean ± SD) 4 ± 1 months and weighing (mean ± SD) 18 ± 11 kg. Anesthesia was induced using intramuscular ketamine, in conjunction with xylazine and atropine sulphate, and maintained by halothane inhalation. Heart rates, direct and indirect systolic, diastolic and mean arterial blood pressures were measured at 5 min intervals using 3 oscillometric monitors. The measurem ent of direct arterial blood pressure was made at the dorsal metatarsal …
The Measurement Of Swamp Buffalo (Bubalus Bubalis) Arterial Blood Pressure By The Steven Hales Method, Ayus Pichaicharnarong, Prapa Loypetjra, Narongsak Chaiyabutr, Atichart Brahmasa, Chollada Buranakarl, Kalaya Youngsukying, Trakan Tasungka
The Measurement Of Swamp Buffalo (Bubalus Bubalis) Arterial Blood Pressure By The Steven Hales Method, Ayus Pichaicharnarong, Prapa Loypetjra, Narongsak Chaiyabutr, Atichart Brahmasa, Chollada Buranakarl, Kalaya Youngsukying, Trakan Tasungka
The Thai Journal of Veterinary Medicine
Two yearling swamp buffalo (Bubalus bubalis) calves, one male and one female, were used for measuring their carotid blood pressure by the classic Stephen Hales method. The animals were premedicated with xylazine hydrochloride followed by intravenous guaifenesin-thiopental. The systolic blood pressure in the male calf was 145.7 mmHg, while the Statham transducer showed 150 mmHg. The pressure in the female calf was 136.2 mmHg and 140 mmHg by the Stephen Hales and electronic methods, respectively.