Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (11404)
- Veterinary Medicine (2804)
- Life Sciences (1999)
- Pharmacology, Toxicology and Environmental Health (1538)
- Pharmacology (1531)
-
- Social and Behavioral Sciences (1351)
- Dentistry (1270)
- Nursing (1048)
- Medical Sciences (861)
- Engineering (776)
- Physical Sciences and Mathematics (680)
- Education (436)
- Pharmacy and Pharmaceutical Sciences (389)
- Arts and Humanities (378)
- Public Health (333)
- Environmental Sciences (323)
- Business (301)
- Civil and Environmental Engineering (293)
- Sports Sciences (288)
- Sociology (267)
- Architecture (264)
- Economics (226)
- Environmental Studies (208)
- Chemistry (191)
- Law (169)
- Psychology (163)
- Mental and Social Health (152)
- Health and Physical Education (145)
- Other Mental and Social Health (143)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (140)
- Keyword
-
- Thailand (142)
- Dog (123)
- Dogs (60)
- Canine (54)
- Pig (45)
-
- Prevalence (45)
- Depression (39)
- Immunohistochemistry (35)
- Cat (29)
- Risk factors (28)
- Anxiety (27)
- COVID-19 (27)
- Quality of life (27)
- Stress (27)
- Elderly (25)
- Antioxidant (24)
- Children (24)
- Rat (23)
- Indonesia (22)
- Diagnosis (21)
- Oxidative stress (21)
- Escherichia coli (20)
- Histopathology (20)
- Knowledge (20)
- PCR (20)
- Attitude (19)
- Breast cancer (19)
- Efficacy (19)
- Pigs (19)
- Reliability (19)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (6481)
- Chulalongkorn Medical Journal (4166)
- The Thai Journal of Veterinary Medicine (2583)
- The Thai Journal of Pharmaceutical Sciences (1642)
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
-
- Journal of Nursing Research, Innovation, and Health (591)
- Journal of Health Research (222)
- Applied Environmental Research (208)
- Journal of Urban Culture Research (107)
- Journal of Metals, Materials and Minerals (104)
- NAKHARA (Journal of Environmental Design and Planning) (83)
- Halal Insight (58)
- PASAA (41)
- Manusya, Journal of Humanities (32)
- Journal of Education Studies (30)
- Journal of Social Sciences (30)
- Journal of Demography (25)
- Thai Environment (23)
- Asian Review (17)
- Journal of Letters (15)
- Chulalongkorn University Law Journal (12)
- วารสารบรรณารักษศาสตร์ (Library Science Journal) (5)
- Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG) (1)
- UNISEARCH (Unisearch Journal) (1)
- Publication Type
Articles 11251 - 11280 of 17384
Full-Text Articles in Entire DC Network
Ophthalmology Snapshot, Nalinee Tuntivanich
Ophthalmology Snapshot, Nalinee Tuntivanich
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.
Ultrasound Diagnosis, Phiwipha Kamonrat
Ultrasound Diagnosis, Phiwipha Kamonrat
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.
What Is Your Diagnosis?, Pranee Tuntivanich, Suwicha Chuthatep
What Is Your Diagnosis?, Pranee Tuntivanich, Suwicha Chuthatep
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.
Editor’S Note, Roongroje Thanawongnuwech
Editor’S Note, Roongroje Thanawongnuwech
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.
Prevention And Control Of Respiratory Diseases Excluding Mycoplasma Hyopneumoniae, Stanley Done, David Burch
Prevention And Control Of Respiratory Diseases Excluding Mycoplasma Hyopneumoniae, Stanley Done, David Burch
The Thai Journal of Veterinary Medicine
Significant changes in respiratory disease have occurred over the last 20 years. There are two primary reasons for this. In the first instance, there has been the occurrence of two major worldwide plagues-PRRS and PCV2-associated diseases. The second reason has been the considerable advances in vaccination, which have become available for some of the respiratory diseases, in particular Mycoplasma hyopneumoniae. Vaccines have also become available for porcine reproductive and respiratory syndrome virus (PRRS), influenza viruses (outside UK) and probably in the near future against porcine circovirus type 2 (PCV2).
Ecg Quiz, Chollada Buranakarl, Kris Angkanaporn
Ecg Quiz, Chollada Buranakarl, Kris Angkanaporn
The Thai Journal of Veterinary Medicine
No abstract provided.
ความแข็งแรงดัดขวางสองแกนของวัสดุออลเซรามิกสองชนิดที่ความหนาของโครงสร้างชั้นต่าง ๆ กัน, ปวริศา ธรรมวานิช, ปรารมภ์ ชาลินี
ความแข็งแรงดัดขวางสองแกนของวัสดุออลเซรามิกสองชนิดที่ความหนาของโครงสร้างชั้นต่าง ๆ กัน, ปวริศา ธรรมวานิช, ปรารมภ์ ชาลินี
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อทดสอบความแข็งแรงตัดขวางสองแกนของวัสดุอินซีแรมและวัสดุไอพีเอสเอมเพรส 2 ที่มีอัตราส่วนความหนาของชั้นคอร์ต่อวีเนียร์แตกต่างกัน โดยวิธีทดสอบหาความแข็งแรงดัดขวางสองแกน วัสดุและวิธีการ ทําการขึ้นรูปชิ้นทดสอบเซรามิกอินซีแรมและไอพีเอสเอมเพรส 2 เป็นแผ่นกลมขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลาง 15 มิลลิเมตร หนา 1.2 มิลลิเมตร ตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตชนิดละ 50 ชิ้น แต่ละชนิดแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 10 ชิ้น ตามอัตราความหนาของส่วนคอร์ต่อวีเนียร์ 1:0 2:1 1:1 1:2 และ 0:1 ตามลําดับ นําชิ้น ตัวอย่างทั้งหมดมาทดสอบหาความแข็งแรงดัดขวางสองแกนตามมาตรฐาน ISO 6872 ปี ค.ศ. 1995 โดยใช้เครื่อง ทดสอบสากลด้วยความเร็วหัวกด 1 มิลลิเมตร/นาที ผลการศึกษา ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของอินซีแรมตามอัตราส่วนคอร์ต่อวีเนียร์จากมากไปน้อยของ อินซีแรม กลุ่มที่ 1 - 5 มีค่า 433.1 + 68.4, 338.9 + 22.6, 294.4 + 15.2, 259.9 + 14.5 และ 56.6 + 10.5 เมกะปาสกาล ตามลําดับ สําหรับกลุ่มของวัสดุไอพีเอสเอมเพรส 2 กลุ่มที่ 6-10 มีค่า 288.3 + 44.6, 246.3 + 28.2, 266.73 + 23.22, 226.6 + 26.4 และ 68.6 + 5.5 เมกะปาสกาล ตามลําดับ จากการวิเคราะห์ข้อมูลทาง สถิติโดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนและการทดสอบแบบแทมเฮน พบว่าอินซีแรมทั้งชิ้นมีค่าความแข็งแรง ดัดขวางสองแกนสูงกว่าแบบที่เคลือบวีเนียร์ โดยเมื่อความหนาของชั้นคอร์ลดลง ค่าความแข็งแรงดัดขวางสองแกน จะลดลงตามลําดับอย่างมีนัยสําคัญ (p …
โพรไบโอติกส์คืออะไร?, จินตกร คูวัฒนสุชาติ
โพรไบโอติกส์คืออะไร?, จินตกร คูวัฒนสุชาติ
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์เพื่อทบทวนคําจํากัดความของโพรไบโอติกส์ และคําจํากัดความของจุลินทรีย์ที่จัดว่าเป็นโพรไบโอติกส์ ที่มาของข้อมูล ค้นหาจากการทดลองทางคลินิก และงานวิเคราะห์ผลงานย้อนหลังที่เกี่ยวกับโรคเด็กที่ใช้ โพรไบโอติกส์ รวมทั้งบทความปริทัศน์ที่เกี่ยวกับโรคเด็กที่ใช้โพรไบโอติกส์ สรุปงานที่ค้นคว้า วารสารทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องโพรไบโอติกส์เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา มีการค้นหากลไกการทํางานของมันจากการศึกษาชี้ให้เห็นว่าโพรไบโอติกส์สามารถแข่งกันเพื่อความอยู่รอด กับจุลินทรีย์ที่ทําให้เกิดโรคได้ สามารถทําให้สภาพแวดล้อมในลําไส้มีความเป็นกรดที่เกิดจากผลิตผลที่มันผลิตออกมา สามารถเผชิญและปรับการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันและการอักเสบทั้งที่เป็นตําแหน่งเฉพาะที่กับที่เป็น ทั้งระบบได้ จากการศึกษาทางคลินิก และการศึกษาผลงานวิจัยย้อนหลัง แสดงให้เห็นว่า โพรไบโอติกส์ช่วยป้องกัน โรคท้องร่วงอย่างรุนแรง และโรคท้องร่วงที่เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะได้ และยังลดอุบัติการณ์ของการเกิดผิวหนัง อักเสบเหตุภูมิแพ้ได้ สรุป คําว่าโพรไบโอติกส์มีการนํามาใช้กับเชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 โดยจัดให้เป็นจุลินทรีย์มีชีวิต ที่ให้เสริมเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยการไปทําให้ความสมดุลของจุลินทรีย์ในลําไส้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม มันมีความ จําเป็นที่ว่า คําจํากัดความของโพรไบโอติกส์ในปัจจุบัน อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนต่อไป เพื่อจะได้ช่วยให้สามารถ เลือกโพรไบโอติกส์ในแต่ละสถานะการณ์ในการป้องกันและรักษาโรคในทางคลินิกได้อย่างถูกต้อง สําหรับการศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของโพรไบโอติกส์ทางด้านสุขอนามัยช่องปาก มีน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับโพรไบโอติกส์ ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร ดังเช่นเรื่องโพรไบโอติกส์ที่เกี่ยวกับกลิ่นปาก และที่เกี่ยวกับเรื่องฟันผุเป็นต้นบทความนี้อาจจุดประกายให้มีการศึกษาเกี่ยวกับแง่มุมทางด้านนี้มากขึ้นในอนาคต (ว ทันต จุฬาฯ 2550;30:205-18)
ผลของผงขัดที่ผสมในยาสีฟันต่อการสึกของซี่ฟันเทียมอะคริลิก, อรพินท์ แก้วปลั่ง, ปราณปรียา ใจธีรภาพกุล, ณัฐกาญจน์ ภาคยวงศ์, รจน์สุพรรณ แจ้งเจนกิจ, สาวิตร ทองสุข
ผลของผงขัดที่ผสมในยาสีฟันต่อการสึกของซี่ฟันเทียมอะคริลิก, อรพินท์ แก้วปลั่ง, ปราณปรียา ใจธีรภาพกุล, ณัฐกาญจน์ ภาคยวงศ์, รจน์สุพรรณ แจ้งเจนกิจ, สาวิตร ทองสุข
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของการสึกของฟันเทียมอะคริลิกภายหลังการแปรงร่วมกับ ยาสีฟันประเภทต่างๆ และเป็นแนวทางแนะนําผู้ป่วยในการยืดอายุการใช้งานฟันเทียมจากการทําความสะอาด ซี่ฟันเทียมนั้น วัสดุและวิธีการ นําฟันหน้าเทียมอะคริลิก จํานวน 30 แผง มาแบ่งเป็น 5 กลุ่มตามชนิดของยาสีฟันที่ใช้ขัด กลุ่มละ 6 แผงคือ กลุ่มที่ 1 ยาสีฟันควบคุมการเกิดคราบหินน้ําลาย กลุ่มที่ 2 ยาสีฟันลดคราบจุลินทรีย์ กลุ่มที่ 3 ยาสีฟันป้องกันฟันผุ กลุ่มที่ 4 ยาสีฟันทําให้ฟันขาว กลุ่มที่ 5 ยาสีฟันลดอาการเสียวฟัน นําแต่ละซี่ฟันเทียมไป ชั่งน้ําหนักก่อนแปรงด้วยเครื่องชั่งดิจิทัล จากนั้นยึดแต่ละซี่ฟันด้วยพลาสเตอร์หิน วัดความหยาบพื้นผิวก่อนแปรง ด้วยเครื่องโปรไฟโลมิเตอร์ แล้วจึงนําไปแปรงร่วมกับยาสีฟันในแต่ละกลุ่มด้วยเครื่องแปรงฟัน จํานวน 20,000 รอบ โดยแปรงครั้งละ 8 จนครบทุกซี่ จากนั้นนําฟันมาชั่งน้ําหนักและวัดความหยาบพื้นผิวหลังแปรง นําค่าเฉลี่ย ของผลต่างในแต่ละกลุ่มที่ได้มาวิเคราะห์ผลทางสถิติด้วย ครูสคัล-วาลิส ผลการศึกษา การสึกของฟันเทียมอะคริลิกหลังจากแปรงร่วมกับยาสีฟันที่มีคุณสมบัติต่างกัน มีความแตกต่าง อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (P < 0.05) และพบว่าซี่ฟันเทียมที่แปรงร่วมกับยาสีฟันที่ทําให้ฟันขาวมีการสึกของฟัน มากที่สุด (∆Wwh= 4.10 ± 0.27 mg, ∆Rawh = 0.261 ± 0.064 ไมโครเมตร) สรุป ซี่ฟันเทียมอะคริลิกเมื่อแปรงร่วมกับยาสีฟันที่มีผงขัดมากหรือผงขัดหยาบ เช่น ยาสีฟันทําให้ฟันขาวนั้นจะ ทําให้มีการสึกของฟันมากที่สุด ดังนั้นเพื่อลดการหายไปของน้ําหนักเฉลี่ยของซี่ฟันเทียมและความหยาบพื้นผิว ฟันควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาสีฟันดังกล่าวข้างต้นกับฟันอะคริลิกมากที่สุด (ว ทันต จุฬาฯ 2550;30:157-68)
การกระจายตัวเชิงพื้นที่และความคิดเห็นต่อการเลือกพื้นที่ปฏิบัติงานของบัณฑิตทันตแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้นโยบายทันตแพทย์ใช้ทุนและนโยบายหลักประกัน, ชาญชัย ให้สงวน
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินสถานการณ์การกระจายตัวเชิงพื้นที่ของบัณฑิตทันตแพทย์ แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยภายใต้นโยบายทันตแพทย์ใช้ทุนและนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และเพื่อประเมินปัจจัยที่มีส่วนสัมพันธ์กับการตัดสินใจเลือกพื้นที่ปฏิบัติงาน วัสดุและวิธีการ ใช้แบบแผนการวิจัยเชิงสํารวจภาคตัดขวาง สุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบจากบัณฑิตทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่สําเร็จการศึกษาระหว่างปี พ.ศ. 2518-2547 ใช้แบบสอบถามทางไปรษณีย์รวม 2 รอบ เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ปฏิบัติงานและปัจจัยที่มีส่วนในการตัดสินใจเลือกพื้นที่ปฏิบัติงาน มีทันตแพทย์ ส่งแบบสอบถามกลับคืน 375 คน เปรียบเทียบการกระจายตัวระหว่างทันตแพทย์ 3 กลุ่ม ซึ่งแบ่งกลุ่มตามปีที่ สําเร็จการศึกษาให้สอดคล้องกับระยะเวลาดําเนินการตามนโยบายทั้งสอง ดังนี้ กลุ่มที่ 1: พ.ศ. 2518-2531 กลุ่มที่ 2: พ.ศ. 2532-2543 และกลุ่มที่ 3: พ.ศ. 2544-2547 ผลการศึกษา โดยรวมแล้ว บัณฑิตทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมากกว่าครึ่งปฏิบัติงานในกรุงเทพมหานคร ทันตแพทย์กลุ่มที่ 2 ซึ่งสําเร็จการศึกษาหลังมีนโยบายทันตแพทย์ใช้ทุนและได้ผ่านพ้นระยะเวลาผูกพันไปแล้ว มี สัดส่วนที่กระจายตัวออกต่างจังหวัดมากขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ 1 ซึ่งสําเร็จการศึกษาก่อนมีนโยบายดังกล่าว แบบแผน การกระจายตัวตามภูมิภาคต่าง ๆ มีความผันแปรค่อนข้างสูง ทันตแพทย์กลุ่มที่ 3 มีสัดส่วนที่ตั้งใจจะโยกย้ายงาน ออกนอกพื้นที่ปฏิบัติงานเดิมค่อนข้างสูง ปัจจัยที่มีน้ําหนักความสําคัญสูงสุด 3 ลําดับแรกต่อการตัดสินใจเลือกพื้นที่ ปฏิบัติงานเป็นปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ การมีการคมนาคมเดินทางได้สะดวก เป็นภูมิลําเนาเดิม และมีโอกาสทํารายได้ดี สรุป การศึกษานี้สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของนโยบายแห่งรัฐและปัจจัยส่วนบุคคลที่ส่งผลกระทบต่อการกระจายตัวเชิงพื้นที่ของบัณฑิตทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ว ทันต จุฬาฯ 2550;30:85-102)
ฟันเทียมติดแน่นชนิดเรซินบอนด์, พรรณอุษา ตั้งงามสกุล, ปรารมภ์ ซาลิมี
ฟันเทียมติดแน่นชนิดเรซินบอนด์, พรรณอุษา ตั้งงามสกุล, ปรารมภ์ ซาลิมี
Chulalongkorn University Dental Journal
ฟันเทียมติดแน่นชนิดเรซินบอนด์เป็นการใส่ฟันเชิงอนุรักษ์วิธีหนึ่ง ซึ่งมีข้อดีหลายประการเมื่อเทียบ กับฟันเทียมติดแน่นแบบสัญนิยม อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่มักพบได้มากสําหรับฟันเทียมชนิดนี้คือการหลุด ของชิ้นงาน จึงมีการพัฒนาเทคนิคต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการยึดติด ได้แก่ การออกแบบโครงโลหะ การกรอแต่ง ฟัน องค์ประกอบของการยึดด้วยเรซินซีเมนต์ ซึ่งได้แก่การเลือกชนิดของโลหะผสม การปรับสภาพผิวโลหะ รวมทั้งวิธีการดัดแปลงการใช้ฟันเทียมชนิดนี้เพื่อให้ประสบผลสําเร็จทางคลินิกที่มากขึ้นในแบบต่าง ๆ เช่นการใช้หลักยึดข้างเดียวหรือการใช้วัสดุเรซินเสริมเส้นใยหรือใช้เซรามิกแทนโลหะผสมเพื่อความสวยงาม เพิ่มขึ้น จุดประสงค์ของบทความนี้เพื่อรวบรวมปัจจัยสําคัญที่มีอิทธิพลต่ออายุการใช้งานทางคลินิกของ ฟันเทียมติดแน่นชนิดเรซินบอนด์ การดัดแปลงการออกแบบหรือวัสดุ รวมทั้งข้อดีข้อด้อยของแต่ละวิธีการเพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ทันตแพทย์ในการตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วย (ว ทันต จุฬาฯ 2550:30:189-204)
สมบัติทางกายภาพของวัสดุเคลือบหลุม ร่องฟันทีเสริมเส้นใยวีสเกอร์, อสมา ปาลเดชพงศ์, สุชิต พูลทอง
สมบัติทางกายภาพของวัสดุเคลือบหลุม ร่องฟันทีเสริมเส้นใยวีสเกอร์, อสมา ปาลเดชพงศ์, สุชิต พูลทอง
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสมบัติทางกายภาพของวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันที่เสริมเส้นใยอีสเตอร์ของสารไคโตซาน วัสดุและวิธีการ ทําการทดสอบความแข็งและค่ามอดูลัสของสภาพยืดหยุ่นของวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันพรีโวแคร์ (คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ไทย) และวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันพรีโวแคร์ที่เสริมเส้นใย วีสเกอร์ไคโตซานในปริมาณร้อยละ 3.3 5.0 และ 6.5 โดยน้ําหนัก โดยเครื่องทดสอบความแข็งในระดับนาโน (UMIS, ออสเตรเลีย) หลังจากนั้นนําวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันพรีโวแคร์และวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันพรีโวแคร์ที่มี สารไคโตซานในปริมาณร้อยละ 3.3 โดยน้ําหนัก มาทดสอบมาตรฐานไอเอสโอ 6874:1988 ของวัสดุเคลือบ หลุมร่องฟันชนิดเรซินในเรื่องความลึกของการแข็งตัวและความหนาของชั้นผิวที่ไม่แข็งตัว ทําการวิเคราะห์ ความแตกต่างของความแข็งและค่ามอดูลัสของสภาพยืดหยุ่นของวัสดุที่ทดสอบ โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างกลุ่มของวัสดุที่นํามาทดสอบมาตรฐานไอเอสโอโดยการใช้สถิติอินดิเพนท์เดนท์ แซมเปิล ที- เทส ผลการศึกษา วัสดุพรีโวแคร์ที่มีสารไคโตซานในปริมาณร้อยละ 3.3 5.0 และ 6.5 โดยน้ําหนัก มีค่าความแข็ง ที่ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญกับกลุ่มควบคุม จึงเลือกวัสดุพรีโวแคร์ที่มีสารไคโตซานร้อยละ 3.3 มาทดสอบตามมาตรฐานไอเอสโอ ซึ่งพบว่าไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องค่าความลึกของการแข็งตัวและความหนา ของชั้นผิวที่ไม่แข็งตัวของวัสดุพรีโวแคร์และวัสดุพรีโวแคร์ที่มีสารไคโตซานร้อยละ 3.3 โดยน้ําหนัก สรุป วัสดุเคลือบหลุมร่องฟันที่เสริมเส้นใยอีสเตอร์ของสารไคโตซานไม่ทําให้ความแข็งของวัสดุลดลง และมีคุณสมบัติผ่านมาตรฐานไอเอสโอ 6874:1988 (ว ทันต จุฬาฯ 2550;30:129-40)
ผลของฟลูออไรด์เฉพาะที่ต่อการคืนกลับแร่ ธาตุของรอยโรคจุดขาวจําลองในฟันน้ํานม, ศิวพร สุขสว่าง, วัชราภรณ์ ทัศจันทร์, ชัยวัฒน์ มณีนุษย์
ผลของฟลูออไรด์เฉพาะที่ต่อการคืนกลับแร่ ธาตุของรอยโรคจุดขาวจําลองในฟันน้ํานม, ศิวพร สุขสว่าง, วัชราภรณ์ ทัศจันทร์, ชัยวัฒน์ มณีนุษย์
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ การวิจัยนี้เป็นการศึกษาในห้องปฏิบัติการถึงประสิทธิภาพของฟลูออไรด์เฉพาะที่ 3 ชนิด ได้แก่ แอซิดเลตเทดฟอสเฟตฟลูออไรด์เจลความเข้มข้นร้อยละ 1.23 ฟลูออไรด์วานิชความเข้มข้นร้อยละ 0.1 และ ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ความเข้มข้นร้อยละ 0.11 ในการส่งเสริมการคืนกลับของแร่ธาตุบนรอยโรคจุดขาวจําลอง ที่ผิวเคลือบฟันด้านเรียบในฟันน้ํานม วัสดุและวิธีการ ทําการศึกษาในฟันกรามน้ํานมจํานวน 30 ซี่ ตัดแบ่งครึ่งในแนวแก้ม-ลิ้นเป็น 30 คู่ เพื่อเป็น ชิ้นควบคุมและชิ้นทดลอง นําไปทําให้เกิดรอยโรคจุดขาวจําลอง แล้วแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คู่ คือ กลุ่มที่ 1 ชิ้นทดลองทาแอซิดูเลตเทดฟอสเฟตฟลูออไรด์เจล 4 นาที กลุ่มที่ 2 ชิ้นทดลองทาฟลูออไรด์วานิช 1 นาที และกลุ่มที่ 3 ชิ้นทดลองแช่ในฟองยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ วันละ 2 ครั้ง นําฟันทุกกลุ่มไปผ่านกระบวนการจําลอง การเปลี่ยนแปลงสภาวะความเป็นกรดด่างในช่องปาก เป็นเวลา 14 วัน จากนั้นนํามาคํานวณพื้นที่รอยโรคจุดขาว จําลองด้วยกล้องจุลทรรศน์แสงโพลาไรส์ ผลการศึกษา พบว่าพื้นที่รอยโรคจุดขาวจําลองในชิ้นทดลองและชิ้นควบคุมของทั้งสามกลุ่มทดลองมีความ แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p < 0.01) โดยพื้นที่รอยโรคจุดขาวจําลองในชิ้นทดลองของทั้งสาม กลุ่มลดลงในขณะที่ชิ้นควบคุมมีพื้นที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญ ทางสถิติในการลดพื้นที่รอยโรคจุดขาวจําลองของฟลูออไรด์เฉพาะที่แต่ละชนิด (p > 0.22) โดยที่พื้นที่รอยโรคจุด ขาวจําลองเริ่มต้นของฟลูออไรด์เฉพาะที่ทั้งสามกลุ่มไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p > 0.17) สรุป ฟลูออไรด์เฉพาะที่ทั้งสามชนิดมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการคืนกลับแร่ธาตุของรอยโรคจุดขาว ในฟันน้ํานม (ว ทันต จุฬาฯ 2550;30:169-80)
Root Canal Treatment Of The Three-Canalled Maxillary Second Premolar: A Case Report, Parichart Tangkrisanakajorn
Root Canal Treatment Of The Three-Canalled Maxillary Second Premolar: A Case Report, Parichart Tangkrisanakajorn
Chulalongkorn University Dental Journal
This article is a case report of conventional endodontic therapy for a left maxillary second premolar with three root canals. The incidence of three canals at the apex of the maxillary second premolar has been reported to be 0.3-1.0%. This anatomical variation of root canal system can be challenging in endodontic treatment. The patient was 44 year-old female that needed the root canal treatment on tooth # 25 with three canals. Therefore, thorough knowledge of the root canal anatomy and its variation, careful interpretation of the preoperative radiographs and access cavity modification are essential for enhancing intracanal preparation, disinfection and …
การติดตามผลการรักษาผู้ป่วยเท็มโพโรแมนดิบิวลาร์ดิสออเดอร์ที่ยุติการรักษา, วันทนี มุทิรางกูร, ประภาพร หอมจันทร์จีรัง, สัจจพร พรรคอนันต์
การติดตามผลการรักษาผู้ป่วยเท็มโพโรแมนดิบิวลาร์ดิสออเดอร์ที่ยุติการรักษา, วันทนี มุทิรางกูร, ประภาพร หอมจันทร์จีรัง, สัจจพร พรรคอนันต์
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ เพื่อติดตามผลการรักษาและหาสาเหตุที่ผู้ป่วยเท็มโพโรแมนดิบิวลาร์ดิสออเดอร์ (ทีเอ็มดี) ยุติการรักษา วัสดุและวิธีการ ใช้แบบสอบถามทางไปรษณีย์ส่งไปยังผู้ป่วยที่เอ็มดีที่มารับการรักษาที่คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ยุติการรักษาไป 316 คน ผลการศึกษา มีผู้ตอบแบบสอบถามกลับมาจํานวน 77 คน (อัตราการตอบกลับร้อยละ 24.3) เป็นชาย 17 คน (ร้อยละ 22.1) หญิง 60 คน (ร้อยละ 77.9) โดยกลุ่มนี้มี 58 คน (ร้อยละ 75.3) เป็นผู้มารับการรักษาด้วย อาการมากกว่าหนึ่งอย่าง และมีเสียงข้อต่อขากรรไกรขณะอ้า-หุบปากเป็นอาการสําคัญอันดับแรกที่ต้องการ รักษา (ร้อยละ 31.1) ผู้ป่วยทุกคนได้รับการรักษาเชิงอนุรักษ์โดยใช้เฝือกสบฟันเป็นหลัก พบว่า 1. หลังจากยุติการ รักษา ผู้ป่วยยังมีอาการอยู่ 55 คน (ร้อยละ 71.4) โดยอาการที่ยังคงมีไม่แตกต่างอย่างมีนัยสําคัญจากก่อน รักษา ยกเว้นอาการอ้าปากจํากัด (p = 0.013) มีผู้ที่ต้องการรักษาต่อ 43 คน (ร้อยละ 78.2) และผู้ที่ไม่ต้องการ รักษาต่อ 12 คน (ร้อยละ 21.8) 2. เหตุผลที่ทําให้ผู้ป่วยยุติการรักษาไปมีดังนี้ รู้สึกทนอาการที่มีอยู่ได้ (ร้อยละ 37.7) คิดว่าอาการนั้นรักษาไม่หาย (ร้อยละ 32.5) ไม่สะดวกมารับการรักษาในเวลาราชการ (ร้อยละ 31.2) ไม่สะดวกในการเดินทาง (ร้อยละ 26.0) ไม่ได้รับการติดต่อ (ร้อยละ 20.8) และอื่น ๆ สรุป การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยที่เอ็มดีอาจยังมีอาการอยู่ภายหลังยุติการรักษาไป และมีเหตุผลหลายประการ ที่เป็นสาเหตุของการยุติการรักษา (ว ทันต จุฬาฯ 2550;30:117-28)
ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิลําเนาและพื้นที่ ปฏิบัติงานของบัณฑิตทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ชาญชัย ให้สงวน
ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิลําเนาและพื้นที่ ปฏิบัติงานของบัณฑิตทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ชาญชัย ให้สงวน
Chulalongkorn University Dental Journal
วัตถุประสงค์ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินอิทธิพลของภูมิลําเนาที่มีต่อพื้นที่ปฏิบัติงานของบัณฑิตทันตแพทย์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วัสดุและวิธีการ ดําเนินการสํารวจกลุ่มตัวอย่างบัณฑิตทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่สําเร็จการศึกษา ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา จํานวน 1,289 คน ซึ่งถูกคัดเลือกด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบ เก็บข้อมูลเกี่ยวกับ ภูมิลําเนาและพื้นที่ปฏิบัติงานด้วยแบบสอบถามทางไปรษณีย์ มีทันตแพทย์ส่งแบบสอบถามกลับคืนซึ่งเป็น ทันตแพทย์ที่ยังปฏิบัติงานอยู่ 375 คน วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิลําเนากับพื้นที่ปฏิบัติงานโดยควบคุม ตัวแปรอื่นที่เกี่ยวข้องด้วยสถิติแมนเทล-แฮนเซลไคสแควร์ ผลการศึกษา บัณฑิตทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ร้อยละ 60.5 มีภูมิลําเนาในกรุงเทพมหานคร พบว่าภูมิลําเนามีความสัมพันธ์กับพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างมีนัยสําคัญ ทันตแพทย์จากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนใหญ่ปฏิบัติงานตรงตามภูมิลําเนาของตน ส่วนทันตแพทย์จากภูมิภาคอื่นมีการกระจายตัวแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ กลุ่มหนึ่งเลือกกลับไปปฏิบัติงานในภูมิลําเนาเดิม แต่อีกกลุ่มหนึ่งมุ่งเข้ากรุงเทพมหานคร หลังจากที่ได้ควบคุม อิทธิพลของตัวแปรอื่นที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าทันตแพทย์จากต่างจังหวัดมีความน่าจะเป็นสูงกว่า 2.79 เท่าตัวที่จะ ปฏิบัติงานนอกพื้นที่จังหวัดภูมิลําเนา เมื่อเทียบกับผู้ที่มีภูมิลําเนาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สรุป การศึกษานี้บ่งชี้ว่าภูมิลําเนาเป็นปัจจัยกําหนดที่สําคัญประการหนึ่งในการเลือกพื้นที่ปฏิบัติงานของบัณฑิต ทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่การพัฒนานโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาการกระจายโดยอิงเกณฑ์ภูมิลําเนา ควรคํานึงถึงปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย (ว ทันต จุฬาฯ 2550;30:103-16)
Comparison Of Computer-Assisted Instruction Andconventional Method In Visual Field Testing, T. Supattanawong, V. Tantisevi
Comparison Of Computer-Assisted Instruction Andconventional Method In Visual Field Testing, T. Supattanawong, V. Tantisevi
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
A Study Of Knowledge, Attitudes And Practices About Dengue Infection Of People In Moo 5, Na Wang Hin Sub-District, Panusanikom District, Chonburi Province, P. Muangpaisarn, P. Chanyavanich, M. Chayanupatkul, P. Panarat, P. Wanchaijiraboon, P. Bespinyowong, P. Parkpibul, P. Swangsak, Y. Pornmeechai, T. Vimolket
A Study Of Knowledge, Attitudes And Practices About Dengue Infection Of People In Moo 5, Na Wang Hin Sub-District, Panusanikom District, Chonburi Province, P. Muangpaisarn, P. Chanyavanich, M. Chayanupatkul, P. Panarat, P. Wanchaijiraboon, P. Bespinyowong, P. Parkpibul, P. Swangsak, Y. Pornmeechai, T. Vimolket
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Comparative Study Between The Efficacy Of Local-Made And Original Fexofenadine In Persistent Allergic Rhinitis, K. Snidvongd, S. Saengpanich, S. Aeumjaturapat, C. Phannaso
Comparative Study Between The Efficacy Of Local-Made And Original Fexofenadine In Persistent Allergic Rhinitis, K. Snidvongd, S. Saengpanich, S. Aeumjaturapat, C. Phannaso
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Color Vision Deficiency, S. Yaisawang
Color Vision Deficiency, S. Yaisawang
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Transscleral Sutured Posterior Chamber Intraocular Lens Implantation Technique: Double Suture Without Scleral Flap At King Chulalongkorn Memorial Hospital, 1995-2003, P. Laksanaphuk, P. Jiaraksuwan, S. Pasadhika
Transscleral Sutured Posterior Chamber Intraocular Lens Implantation Technique: Double Suture Without Scleral Flap At King Chulalongkorn Memorial Hospital, 1995-2003, P. Laksanaphuk, P. Jiaraksuwan, S. Pasadhika
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Is Interval Appendectomy Necessary For Appendiceal Mass ?, S. Prasertsuntarasai, S. Prichayudh
Is Interval Appendectomy Necessary For Appendiceal Mass ?, S. Prasertsuntarasai, S. Prichayudh
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Prevalence Of Depression In Gynecologic Outpatients At King Chulalongkorn Memorial Hospital, C. Roomruangwong, S. Hemrungrojn, S. Tangwongchai
Prevalence Of Depression In Gynecologic Outpatients At King Chulalongkorn Memorial Hospital, C. Roomruangwong, S. Hemrungrojn, S. Tangwongchai
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Expression Of Cyclooxygenase-2 In Epithelial Ovarian Cancers: A Study Of 101 Cases With High Proportionof Non-Serous Carcinoma, P. Tanbirojn, C. Chantranuwat, S. Triratanachat, P. Trivijitsilp, S. Niruthisard
Expression Of Cyclooxygenase-2 In Epithelial Ovarian Cancers: A Study Of 101 Cases With High Proportionof Non-Serous Carcinoma, P. Tanbirojn, C. Chantranuwat, S. Triratanachat, P. Trivijitsilp, S. Niruthisard
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Prevalence Of Viral Infections In Clinical Specimensat Virology Laboratory Unit Duringthe Year 1998 To 2004, R. Thammaborvorn, V. Mungmee, L. Thammachoteruja, E. Kowitdamrong, P. Bhattarakosol
Prevalence Of Viral Infections In Clinical Specimensat Virology Laboratory Unit Duringthe Year 1998 To 2004, R. Thammaborvorn, V. Mungmee, L. Thammachoteruja, E. Kowitdamrong, P. Bhattarakosol
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Favorable Referral System For Severely Ill Epilepsy Patients, C. Locharemkul
Favorable Referral System For Severely Ill Epilepsy Patients, C. Locharemkul
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Negative Appendectomy Rate In King Chulalongkorn Memorial Hospital, P. Watanapairojrat, S. Prichayudh
Negative Appendectomy Rate In King Chulalongkorn Memorial Hospital, P. Watanapairojrat, S. Prichayudh
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Effects Of Creatine Supplementation On Body Weight And Anaerobic Performance In Thai National Wheelchair Racing Athletes, J. Khaothin, P. Moungmee, W. Anomasiri, S. Sanguanrungsirikul
Effects Of Creatine Supplementation On Body Weight And Anaerobic Performance In Thai National Wheelchair Racing Athletes, J. Khaothin, P. Moungmee, W. Anomasiri, S. Sanguanrungsirikul
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Pharmacokinetic Studies Of Buccal Versus Rectalroute Of Diazepam In Children With Epilepsy, D. Panomvana, D. Patanasethanont, S. Ruangsuwan
Pharmacokinetic Studies Of Buccal Versus Rectalroute Of Diazepam In Children With Epilepsy, D. Panomvana, D. Patanasethanont, S. Ruangsuwan
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.
Postmortem Prothrombin Time, C. Suwantip, N. Tansrisawad
Postmortem Prothrombin Time, C. Suwantip, N. Tansrisawad
Chulalongkorn Medical Journal
No abstract provided.