Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Institution
-
- Northwestern Pritzker School of Law (6421)
- Western Kentucky University (5266)
- Brigham Young University (3056)
- University of Nebraska - Lincoln (3005)
- Nova Southeastern University (2951)
-
- Population Council (2405)
- SIT Graduate Institute/SIT Study Abroad (2231)
- University of Nebraska at Omaha (2170)
- University of Massachusetts Boston (2096)
- Virginia Commonwealth University (2015)
- City University of New York (CUNY) (1921)
- University of Nevada, Las Vegas (1834)
- Western Michigan University (1831)
- St. Mary's University (1505)
- Portland State University (1145)
- Singapore Management University (1118)
- Wilfrid Laurier University (1074)
- Cal Poly Humboldt (1040)
- University of North Alabama (1007)
- University of Kentucky (927)
- Lingnan University (924)
- Old Dominion University (879)
- University of North Florida (855)
- Walden University (815)
- Chulalongkorn University (809)
- Utah State University (771)
- Technological University Dublin (762)
- University of New Hampshire (759)
- Ateneo de Manila University (725)
- Brigham Young University - Hawaii (719)
- Keyword
-
- Western Kentucky University (4437)
- English (2120)
- African Americans (2033)
- Blacks (1839)
- Athletics (1764)
-
- Alumni (1558)
- Faculty (1493)
- Events (1481)
- Athletics (WKU) (1421)
- Gender (1378)
- Staff (1307)
- Service learning (1165)
- Education (1146)
- Fraternities & Sororities (1063)
- Student Government Association (WKU) (1040)
- Newspaper (975)
- Florence (970)
- Flor-Ala (969)
- Florala (969)
- UNA (969)
- Women (947)
- Race (885)
- Book review (852)
- Students (824)
- Dr. Edna Louise Saffy Collection (688)
- Personal Papers (687)
- Sociology (669)
- Higher education (600)
- Reproductive Health (583)
- COVID-19 (571)
- Publication Year
- Publication
-
- Journal of Criminal Law and Criminology (6409)
- WKU Administration Documents (4372)
- The Qualitative Report (2678)
- Independent Study Project (ISP) Collection (1973)
- The Rattler (Previous issues) (1404)
-
- Theses and Dissertations (1331)
- Reproductive Health (1109)
- The Bridge (1072)
- The Journal of Sociology & Social Welfare (1018)
- Electronic Theses and Dissertations (968)
- Poverty, Gender, and Youth (946)
- Department of Sociology: Faculty Publications (822)
- Dissertations (796)
- Explorations in Sights and Sounds (765)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (731)
- Pacific Studies (719)
- Saffy Collection - All Textual Materials (688)
- Publications and Research (680)
- Dissertations, Theses, and Capstone Projects (616)
- Publications (613)
- CouRaGeouS Cuentos: A Journal of Counternarratives (608)
- Research Collection School of Social Sciences (608)
- Philippine Studies: Historical and Ethnographic Viewpoints (595)
- Masters Theses (562)
- Dissertations and Theses (526)
- Explorations in Ethnic Studies (524)
- Theses Digitization Project (502)
- Journal of International and Global Studies (497)
- Journal of Rural Social Sciences (469)
- Comparative Civilizations Review (459)
- Publication Type
Articles 5101 - 5130 of 87037
Full-Text Articles in Entire DC Network
การสังเคราะห์ภาวะความเป็นเจ้าบ้านบนพื้นฐานของการวิจัยสังคมเชิงประจักษ์ : กรณีศึกษามุมมองเกี่ยวกับผู้อพยพเข้ามาในพื้นที่ปลายทางยอดนิยมของทวีปยุโรป, ศิริพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
การสังเคราะห์ภาวะความเป็นเจ้าบ้านบนพื้นฐานของการวิจัยสังคมเชิงประจักษ์ : กรณีศึกษามุมมองเกี่ยวกับผู้อพยพเข้ามาในพื้นที่ปลายทางยอดนิยมของทวีปยุโรป, ศิริพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
Journal of Social Sciences
จุดมุ่งหมายหลักของงานวิจัยนี้คือการสังเคราะห์นิยามและองค์ประกอบของแนวคิด “ภาวะความเป็นเจ้าบ้าน” ซึ่งมีรากฐานจากผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงพหุระหว่างทัศนคติต่อผู้อพยพเข้ามาในประเทศของตนกับภูมิหลังทางประชากร การเมือง และสังคม ของเจ้าบ้านในพื้นที่ปลายทางยอดนิยมของทวีปยุโรป โดยใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลการสำรวจทางสังคมชาวยุโรป ผลการสังเคราะห์แสดงให้เห็นว่าภาวะความเป็นเจ้าบ้านคือภาวะทางจิตสังคมอย่างหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นทั้งสำนึกร่วมทางสังคมและความพึงพอใจส่วนบุคคลในฐานะเจ้าบ้าน เกี่ยวกับการยึดถือและปฏิบัติตามเป้าหมายและแนวปฏิบัติว่าด้วยการอาศัยอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอย่างสันติ เพื่อนำไปสู่การเปิดใจยอมรับและให้การต้อนรับผู้อพยพอย่างมีไมตรีจิต นอกจากนี้ บุคคลที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อผู้อพยพหรือมีภาวะความเป็นเจ้าบ้านอย่างเด่นชัด ประกอบด้วยคุณสมบัติสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 1) การมีส่วนร่วมทางการเมือง 2) การได้รับการตอบสนองความต้องการพื้นฐานอย่างเพียงพอ 3) การมีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์อย่างรอบด้าน ตลอดจนรู้เท่าทันอารมณ์และความรู้สึก 4) การคำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะและผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างสมดุล 5) การไม่ยึดติดกับอัตลักษณ์ของตน/พวกพ้องมากเกินไป และ 6) การมีความเห็นอกเห็นใจ/เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น รวมถึงมีมนุษยธรรมและให้ความสนใจแก่สิ่งรอบตัว
วัฏจักรแห่งอำนาจกับวิถีทางการเมืองของชาวสิงคโปร์เชื้อสายอินเดีย ภายใต้นโยบายพหุวัฒนธรรม, อภิรัฐ คำวัง
วัฏจักรแห่งอำนาจกับวิถีทางการเมืองของชาวสิงคโปร์เชื้อสายอินเดีย ภายใต้นโยบายพหุวัฒนธรรม, อภิรัฐ คำวัง
Journal of Social Sciences
บทความวิชาการนี้เป็นการศึกษาอิสระ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ชาวสิงคโปร์เชื้อสายอินเดียในฐานะชุมชนลำดับที่ 3 ภายใต้บริบทนโยบายพหุวัฒนธรรม โดยศึกษาบูรณาการด้านประวัติศาสตร์ สังคมวัฒนธรรม และรัฐศาสตร์ มุ่งพิจารณาถึงการเลือกตั้งทั่วไปกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี ผลการศึกษาในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ก) สิงคโปร์เปิดพื้นที่เชิงอำนาจทางการเมืองการปกครอง เชื้อสายอินเดียได้เข้าถึงอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติผ่านการเลือกตั้งทั่วไป ระบบกำหนดให้มีเขตเลือกตั้งแบบรายกลุ่มที่มีเชื้อสายอินเดียเป็นสมาชิก (ตั้งแต่ ค.ศ. 1988) ในปัจจุบันสังกัดอยู่ในทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่การสร้างกลุ่มที่มีเชื้อสายตามอุดมการณ์และดำเนินตามนโยบายก็เป็นเรื่องยาก ข) ชุมชนเชื้อสายอินเดียมีประวัติศาสตร์ที่ได้เข้าถึงตำแหน่งระดับสูงในฝ่ายรัฐบาล และการได้เข้าถึงตำแหน่งที่มีอำนาจสูงสุดห้าในหกตำแหน่ง นั่นคือ ประธานาธิบดี รัฐมนตรีอาวุโส รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าผู้พิพากษาสูงสุด และประธานรัฐสภา อย่างไรก็ดี ชาวสิงคโปร์เชื้อสายอินเดียยังไม่ได้เข้าถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื้อสายจีนมีจารีตสืบทอดในตำแหน่งนี้มาโดยตลอด
การจัดสวัสดิการเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและสร้างความเป็นธรรมทางดิจิทัลแก่ผู้สูงอายุ, เบญจรัตน์ สัจกุล, สุธีรา แสนมนตรีกุล, เพ็ญจันทร์ ประดับมุข เชอร์เรอร์, โกสิน เทศวงษ์, เบญจพร พุดซา
การจัดสวัสดิการเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและสร้างความเป็นธรรมทางดิจิทัลแก่ผู้สูงอายุ, เบญจรัตน์ สัจกุล, สุธีรา แสนมนตรีกุล, เพ็ญจันทร์ ประดับมุข เชอร์เรอร์, โกสิน เทศวงษ์, เบญจพร พุดซา
Journal of Social Sciences
ความเป็นธรรมทางดิจิทัล เป็นประเด็นที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงมากนักในประเทศไทย ถึงแม้ว่าเป็นปัจจัยหนึ่งในการเกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร บริการ และสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐานของรัฐที่ประชาชนควรได้รับ ส่วนใหญ่เมื่อนึกถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคม ผู้คนมักกล่าวถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำทางสังคมในภาพกว้าง ในขณะที่ความเหลื่อมล้ำทางสังคมถูกซ่อนไว้ในทุกมิติของชีวิต ดังนั้น การกล่าวถึงประเด็นชี้เฉพาะเรื่อง “ความเป็นธรรมทางดิจิทัลด้านสื่อและเทคโนโลยี” จึงมีไม่มากนัก นับว่าเป็นช่องว่างขององค์ความรู้ทางวิชาการที่ควรศึกษาทำความเข้าใจเพิ่มเติม พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อจัดสวัสดิการที่เป็นธรรมให้แก่สมาชิกในสังคมอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะประชากรกลุ่มหลักที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ นั่นคือ กลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการเปิดมุมมองทัศนคติที่หลากหลายและกว้างขวางขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดวยาคติ (ageism) ของผู้คนในสังคมที่มีความเชื่อว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มวัยที่ล้าหลัง และตีตรา (stigma) ว่าเป็นกลุ่มประชากรที่ใช้งานสื่อเทคโนโลยีไม่เป็น ในขณะที่สถานการณ์สังคมปัจจุบันมิได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป ซึ่งจากข้อมูลที่ผู้เขียนได้ร่วมกันศึกษาวิจัยในประเด็นนี้ ทำให้ค้นพบองค์ความรู้ชุดใหม่ที่แสดงให้เห็นว่ามีผู้สูงอายุเป็นจำนวนมากที่สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว ชำนาญ และหมั่นพัฒนาทักษะตนเอง ศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ เพื่อให้รู้เท่าทันสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ในทางตรงข้าม มีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ยังขาดความรู้และทักษะใช้งานสื่อเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ทำให้พวกเขาถูกตัดขาดจากสังคมบางกลุ่มไปโดยปริยาย รวมทั้งไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและสวัสดิการของภาครัฐได้
การเปลี่ยนแปลงสังคมภาคเกษตรกับเส้นทางสู่ความยากจนข้ามรุ่น: กรณีศึกษาครัวเรือนเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ, ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ
การเปลี่ยนแปลงสังคมภาคเกษตรกับเส้นทางสู่ความยากจนข้ามรุ่น: กรณีศึกษาครัวเรือนเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ, ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ
Journal of Social Sciences
เกษตรกรถูกระบุว่าเป็นกลุ่มอาชีพที่ประสบปัญหาความยากจนมากที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะครัวเรือนในชนบทซึ่งมีรายได้น้อย บทความนี้วิเคราะห์การเลื่อนชั้นของเกษตรกรในสังคมชนบทผ่านกรณีศึกษาครัวเรือนเกษตรกร โดยการถกเถียงกับแนวคิดการเปลี่ยนแปลงสังคมภาคเกษตรที่ส่งผลต่อการเลื่อนชั้นทางสังคมและความยากจนข้ามรุ่น พบว่าครัวเรือนยากจนมีความพยายามในการยกระดับฐานะทางสังคมให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทว่าแต่ละครัวเรือนก็มีข้อจำกัดและเงื่อนไขในการเลื่อนชั้นทางสังคมที่แตกต่างกันท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสังคมภาคเกษตรที่โอกาส ทรัพยากร และเงินทุน รวมถึงช่องทางการศึกษาของบุตรหลานเป็นเงื่อนไขในการตัดสินใจด้านการพัฒนาครัวเรือน นอกจากปัจจัยส่วนบุคคลแล้ว ปัจจัยเชิงโครงสร้างมีความสำคัญต่อการวิเคราะห์ผลกระทบต่อความยากจนของเกษตรกร และปัญหาด้านการผลิตซ้ำนโยบายที่ส่งผลให้เกิดความยากจนมักจะไม่ได้รับความสนใจในการเป็นข้อถกเถียงในเชิงนโยบาย
การเมืองและยุทธศาสตร์ของการรวมกลุ่มชาวนา : จาก “นาแปลงใหญ่” สู่ความยืดหยุ่นด้วย “กลุ่มขนาดย่อม, วีระ หวังสัจจะโชค
การเมืองและยุทธศาสตร์ของการรวมกลุ่มชาวนา : จาก “นาแปลงใหญ่” สู่ความยืดหยุ่นด้วย “กลุ่มขนาดย่อม, วีระ หวังสัจจะโชค
Journal of Social Sciences
บทความวิจัยนี้ศึกษาความยืดหยุ่นปรับตัวของชาวนาต่อบทบาทของรัฐในการส่งเสริมการรวมกลุ่ม ผ่านนโยบายนาแปลงใหญ่และการตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ว่า การรวมกลุ่มของชาวนาผ่านนโยบายนาแปลงใหญ่มีการเมืองและยุทธศาสตร์ตอบสนองต่อนโยบายรัฐในมิติของตัวเอง ผ่านการแย่งชิงทรัพยากรและงบประมาณของรัฐ โดยดำเนินการวิจัยด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ อย่างการสำรวจเอกสาร การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ และการจัดเสวนากลุ่ม โดยใช้กรณีศึกษา 5 พื้นที่ในจังหวัดพิษณุโลก ผลการศึกษาพบว่า ชาวนามีความยืดหยุ่นปรับตัวต่อนโยบายรวมกลุ่มของรัฐ ทำให้เกิดการรวมกลุ่มในมิติที่หลากหลายและไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐ จนอาจกล่าวได้ว่า การรวมกลุ่มของนโยบาย “นาแปลงใหญ่” เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ตั้งใจ กลับทำให้เกิดการรวมกลุ่ม “ขนาดย่อม” ของชาวนา เพราะสอดคล้องกับการปรับตัวและผลประโยชน์ของกลุ่มขนาดย่อมที่เห็นชัดเจนมากกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ ด้วยการรวมกลุ่มขยาดย่อมสามแนวทาง ประกอบด้วย (1) การรวมกลุ่มขนาดย่อมด้วย “ความจำเป็น” ทางวิถีการผลิต การตลาด และสังคม (2) การรวมกลุ่มด้วยยุทธศาสตร์ในการช่วงชิงทรัพยากรและผลประโยชน์จากภาครัฐ และ (3) การปรับตัวสู่การรวมกลุ่ม เพื่อสร้างฐานทางการเมืองท้องถิ่นและการเคลื่อนไหวทางสังคม
เปรียบเทียบการสร้างรัฐสวัสดิการในกลุ่มประเทศตะวันตกและตะวันออก : แนวทางในการทำความเข้าใจการพัฒนารัฐสวัสดิการ, วรรณภา ลีระศิริ, ภาคภูมิ แสงกนกกุล
เปรียบเทียบการสร้างรัฐสวัสดิการในกลุ่มประเทศตะวันตกและตะวันออก : แนวทางในการทำความเข้าใจการพัฒนารัฐสวัสดิการ, วรรณภา ลีระศิริ, ภาคภูมิ แสงกนกกุล
Journal of Social Sciences
บทความวิจัยฉบับนี้ศึกษาพัฒนาการของรัฐสวัสดิการในกลุ่มประเทศตะวันตกและตะวันออกเพื่อตอบคำถามว่าการนำเอาความสำเร็จของรัฐสวัสดิการตะวันตกมาเป็นต้นแบบเพียงพอและเหมาะสมต่อการสร้างรัฐสวัสดิการของไทยหรือไม่ผ่านการศึกษาพัฒนาการของรัฐสวัสดิการในยุโรปตะวันตก ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และกลุ่มสแกนดิเนเวีย และประเทศที่พัฒนาแล้วในเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงความเหมือนและความต่างของทั้งสองกลุ่ม การวิจัยนี้ใช้แนวทางการวิจัยประวัติศาสตร์เชิงสถาบัน (Historical Institutional Approach) เน้นไปที่ปัจจัยทางด้านอุดมการณ์และปัจจัยโครงสร้างเชิงสถาบันเป็นสำคัญ ผลการศึกษาพบว่ารัฐสวัสดิการมีหลากหลายรูปแบบและประวัติศาสตร์เชิงสถาบันมีอิทธิพลต่อการกำหนดเส้นทางการพัฒนารัฐสวัสดิการ การก่อร่างสร้างรัฐสวัสดิการไทยจึงมิอาจลอกเลียนแบบรัฐอื่นได้ทั้งหมดแต่ต้องเข้าใจบริบทและประวัติศาสตร์ของตนเอง ประยุกต์ปรับปรุงให้เหมาะสมกับปัญหาสังคมที่ประสบอยู่ และจำเป็นต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันซึ่งต้องใช้เวลาหลายทศวรรษหรือศตวรรษในการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านอุดมการณ์รัฐสวัสดิการ โครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม
การเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมในฐานะการปฏิบัติการทางสังคมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างคนท้องถิ่นกับผู้อพยพภายใต้ยุคสมัยแห่งการเคลื่อนย้าย : ข้อค้นพบจากการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเข้ามาของผู้อพยพในเอเชียตะวันออก, ศิริพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
การเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมในฐานะการปฏิบัติการทางสังคมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างคนท้องถิ่นกับผู้อพยพภายใต้ยุคสมัยแห่งการเคลื่อนย้าย : ข้อค้นพบจากการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเข้ามาของผู้อพยพในเอเชียตะวันออก, ศิริพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
Journal of Social Sciences
จุดมุ่งหมายหลักของการวิจัยเชิงปริมาณครั้งนี้ คือ การศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างพฤติกรรมการเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมกับระดับการยินยอมให้ผู้อพยพเข้ามาในเอเชียตะวันออกของ พลเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ผู้วิจัยเลือกใช้แหล่งข้อมูลทุติยภูมิจากฐานข้อมูลด้านวัฒนธรรมของคลังข้อมูลการสำรวจทางสังคมในเอเชียตะวันออก (EASSDA) ฐานข้อมูลดังกล่าวเกิดจากการเก็บรวบรวมข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างในภูมิภาคดังกล่าวจำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ซึ่งมีจำนวนตัวอย่างรวมทั้งหมด 9,029 ราย เมื่อพิจารณาถึงผลการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา กลุ่มตัวอย่างโดยส่วนใหญ่ยังไม่เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมเท่าที่ควร และยินยอมระดับน้อยที่จะให้มีผู้อพยพเข้ามาในภูมิภาคของตน ในส่วนของผลการวิเคราะห์ สถิติเชิงอนุมานด้วยเทคนิคการวิเคราะห์การถดถอยพหุด้วยแบบจำลองโพรบิต ผู้วิจัยพบว่า พฤติกรรมการเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมเกือบทุกรูปแบบ (ยกเว้นการเปิดรับสื่อต่างประเทศ) ได้แก่ การพูดคุยเกี่ยวกับ ประเด็น/ปัญหาระหว่างประเทศกับผู้อื่น การเดินทางไปต่างประเทศ และการมีคนรู้จักเป็นชาวต่างชาติ ต่างเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อการยินยอมระดับมากที่จะให้มีผู้อพยพเข้ามาในภูมิภาคดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า ระดับการศึกษาที่เพิ่มสูงขึ้นมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการยินยอมระดับมากที่จะให้มีผู้อพยพในพื้นที่ของตน แต่ในทางตรงกันข้าม การยึดมั่นในความเป็นชาตินิยมเป็นอย่างมากเข้าข่ายเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งต่อการยินยอมระดับมากที่จะให้มีผู้อพยพเข้ามาในภูมิภาคดังกล่าวอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจัยเชิงกลยุทธ์และบทบาทของของภาครัฐในการขับเคลื่อนความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ : กรณีศึกษาองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย, แววไพลิน พันธุ์ภักดี
ปัจจัยเชิงกลยุทธ์และบทบาทของของภาครัฐในการขับเคลื่อนความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ : กรณีศึกษาองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย, แววไพลิน พันธุ์ภักดี
Journal of Social Sciences
งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาปัจจัยเชิงกลยุทธ์และบทบาทของภาครัฐที่ส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจในประเทศไทย โดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ภาวะผู้นำ นโยบายองค์กร บุคลากร และการทำงานเป็นทีม และนวัตกรรมและเทคโนโลยี จากการเก็บข้อมูลจากพนักงาน 680 คน ในองค์กรขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การบูรณาการปัจจัยเชิงกลยุทธ์และการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะภาวะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งสามารถกระตุ้นแรงจูงใจของพนักงาน ส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ นโยบายองค์กรที่มีแผนกลยุทธ์ชัดเจนและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้องค์กรปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม การลงทุนในนวัตกรรมและการวิจัยและพัฒนา (R&D) ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างองค์กรให้ยั่งยืน ขณะที่ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายสนับสนุนภาวะผู้นำ การให้สิทธิ ประโยชน์ทางภาษี และการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา อีกทั้งการพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ยังช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านขององค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นระบบ
การเมืองในนโยบายกัญชาของประเทศไทย, พิษณุ เสงี่ยมพงษ์
การเมืองในนโยบายกัญชาของประเทศไทย, พิษณุ เสงี่ยมพงษ์
Journal of Social Sciences
บทความวิจัยนี้ศึกษานโยบายกัญชาของประเทศไทยภายในทิศทางเป็นเสรีนิยมมาก มีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้กัญชาในประเทศไทย และมีความสับสนในความพยายามย้อนกลับไปเป็นอนุรักษนิยมอีกครั้งด้วย จุดประสงค์ศึกษากระบวนการนโยบายกัญชาของประเทศไทยในรายละเอียด มีคำถามวิจัยว่า นโยบายกัญชาของไทยมีลักษณะอย่างไร มีสมมติฐานว่า มีข้อห่วงใยอย่างมากในนโยบายลักษณะเสรีนิยมนี้มีความสับสนที่นโยบาย อาจย้อนกลับเป็นอนุรักษนิยมอีกครั้ง และมีการเมืองอยู่ภายในกระบวนการนโยบายกัญชา งานวิจัยใช้แนวคิดด้านความไม่แน่นอนทางวิทยาศาสตร์และความชาญฉลาดของประชาธิปไตยเป็นกรอบการศึกษา ประกอบการวิเคราะห์ตอบคำถามวิจัย ขอบเขตด้านเวลาในการศึกษาอยู่ระหว่าง พ.ศ. 2561-2567 งานวิจัยใช้ข้อมูลทุติยภูมิในการศึกษาประกอบด้วย หลักฐานการรายงานของสื่อมวลชนถึงกระบวนการนโยบายกัญชาไทย และเอกสารนโยบายสาธารณะด้านกัญชา เช่น ประกาศกระทรวง สำหรับข้อค้นพบและการวิเคราะห์ บทความวิจัยถกแถลงถึงความกำกวมในการเป็นสารเสพติดเป็นลักษณะของพืชกัญชา ที่อธิบายด้วยแนวคิดความไม่แน่นอนทางวิทยาศาสตร์ กัญชาได้รับการตีความว่าสามารถใช้ได้ทั้งในทางการแพทย์และในทางสันทนาการด้วย เกิดข้อห่วงใย และจำเป็นต้องติดตามดูแลการแพร่หลายของผลิตภัณฑ์กัญชาในอาหาร งานวิจัยวิเคราะห์อภิปรายการเมืองภายในนโยบายกัญชาของประเทศไทย เช่น ความพยายามผลักดันให้นโยบายกลับไปเป็นอนุรักษนิยมอีกครั้ง เป็นอีกส่วนหนึ่งของความสับสนของนโยบาย และงานวิจัยถกแถลงว่าความชาญฉลาดของประชาธิปไตยมีความสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการนโยบายกัญชา
แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี, อัญชนา สายสร้อย, ดารัณ พราหมณ์แก้ว
แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี, อัญชนา สายสร้อย, ดารัณ พราหมณ์แก้ว
Journal of Social Sciences
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการจัดสวัสดิการสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี 2) ศึกษาการจัดสวัสดิการสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี 3) เสนอแนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานวิธี ในเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี จำนวน 374 คน ด้วยตัวอย่างแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ส่วนวิธีวิจัยเชิงคุณภาพใช้แบบ สัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 20 คน โดยเลือกแบบเจาะจงจากปลัดเทศบาลเมืองเพชรบุรี เจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคมเทศบาลเมืองเพชรบุรี และตัวแทนผู้สูงอายุในชุมชน ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุและผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ปัจจัยทางการจัดสวัสดิการสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี มีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอย (R) = 0.728 ซึ่งส่งทางบวกทุกตัว มีประสิทธิภาพในการทำนาย ร้อยละ 53.10 นำมาเขียนเป็นสมการถดถอยได้ดังนี้ tot = 0.271 (X4) + 0.241 (X3) + 0.143 (X2) และ 3) แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คือ 1) ควรส่งเสริมกิจกรรมการสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัว 2) ควรจัดตั้งศูนย์บริการผู้สูงอายุเพื่อแก้ปัญหาผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง 3) ควรจัดตั้งศูนย์เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และ 4) ควรจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละช่วงอายุ
การเล่นพนันออนไลน์บนแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผู้สูงอายุ, ประชาธิป กะทา
การเล่นพนันออนไลน์บนแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผู้สูงอายุ, ประชาธิป กะทา
Journal of Social Sciences
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาลักษณะพฤติกรรมการเล่นพนันออนไลน์บนแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผู้สูงอายุ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่ทำให้ผู้สูงอายุเกิดแรงจูงใจในการเล่นพนันออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ และผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่นิยมเล่นพนันออนไลน์ งานวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยวิธีการชาติพันธุ์วรรณนาในกลุ่มผู้สูงอายุหลากหลายกลุ่มที่เล่นพนันออนไลน์ งานวิจัยมีข้อค้นพบสำคัญ คือ ผู้สูงอายุที่เล่นพนันออนไลน์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1) กลุ่มผู้สูงอายุที่นิยมเล่นการพนันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว 2) กลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่เคยเล่นการพนันอย่างจริงจังมาก่อน แต่เล่นพนันออนไลน์ด้วยเหตุผลว่ามีเวลาว่างและคาดหวังรายได้เพิ่ม ปัจจัยที่สร้างแรงจูงใจมีอยู่ 4 ปัจจัยหลัก คือ 1) ความชื่นชอบเล่นพนันเป็นทุนเดิม 2) วิถีชีวิตของผู้สูงอายุ 3) รายได้ที่ลดลงหลังเกษียณ 4) กลยุทธ์การตลาด ส่วนผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่นิยมเล่นพนันออนไลน์ ผู้สูงอายุประเมินตนเองว่าไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่ชัดเจน มีผู้สูงอายุจำนวนน้อยได้รับผลกระทบด้านจิตใจและความสัมพันธ์ในครอบครัว
Asean Centrality In The Era Of Great Power Competition: Hedging For Survival And Prosperity, William J. Jones, Chanya Supakul
Asean Centrality In The Era Of Great Power Competition: Hedging For Survival And Prosperity, William J. Jones, Chanya Supakul
Journal of Social Sciences
The Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) was formed in 1967 with the Bangkok Conference as a bulwark against the spread of Communism in Southeast Asia. In its 57 years of existence, ASEAN has proven to be a durable organization capable of organizational change. Furthermore, as the oldest and only standing regional organization with full membership of its region, or sub-region, ASEAN has a large degree of credibility in international affairs. With the end of the Unipolar moment where the ‘West’ led by the United States exercised hegemony and the beginning of a multipolar world, ASEAN and its member states …
Gen Z Voter Turnout: An Analysis Of Barriers To Participation In State And Local Elections, Avery Allen
Gen Z Voter Turnout: An Analysis Of Barriers To Participation In State And Local Elections, Avery Allen
SPARK Symposium Presentations
This study examines the factors contributing to the generational gap in civic participation, with a focus on smaller-scale elections. Using both quantitative and qualitative data, the research identifies barriers to local and state electoral participation among Generation Z and provides recommendations for civic organizations seeking to increase youth voter turnout.
“Single Girl, Married Girl:” Female Perspectives On Marriage, Maidenhood, And Motherhood In English-Language Folk Music, Avery Schanbacher
“Single Girl, Married Girl:” Female Perspectives On Marriage, Maidenhood, And Motherhood In English-Language Folk Music, Avery Schanbacher
Libraries Award for Undergraduate Scholarship
In 1928, the Carter Family released “Single Girl, Married Girl.” The recording featured only Sara and Maybelle Carter, and in three short stanzas, highlighted the vastly differing lives of the single girl, who dressed fine and went where she pleased, and the married girl, with a baby on her knee, who rocked the cradle and cried. Sara and Maybelle Carter weren’t the only people who knew this song – before they recorded it for Ralph Peer at the famous Bristol sessions, it was alive as a part of musical traditions not just in their home in Scott County, Virginia, but …
The Predictors Of Self-Censorship On College Campuses, Henry I. Long
The Predictors Of Self-Censorship On College Campuses, Henry I. Long
CMC Senior Theses
Across U.S. colleges, speech climates are poor. Self-censorship and discomfort expressing views are common. At the same time, we find wide variation in speech climates across different institutions. This study is the first to identify factors that predict variation in speech climates. Drawing on data from multiple sources, including a survey of 58,807 undergraduates across 257 colleges and universities from the Foundation from Individual Rights and Expression (FIRE), this study constructs a first-of-its-kind dataset to test three core theories of self-censorship found in the literature—student-centric theories, faculty-centric theories, and administrator-centric theories. We find moderate evidence to support each theory. Overall, …
Faltered States: The Rise, Fall, And Containment Of Psychedelic Science In The United States, Baxter Brew
Faltered States: The Rise, Fall, And Containment Of Psychedelic Science In The United States, Baxter Brew
CMC Senior Theses
This thesis traces the history of psychedelic science in the United States and its implications for policymaking. In the postwar period, psychedelic researchers were enabled by a unique convergence of optimism in medical science and structural flexibility. But their hope blinded them to the deeper tensions of their field. As institutions grew increasingly rigid and risk-averse, the space for psychedelics began to close. Some scientists responded by fortifying the walls around them, developing socially and professionally acceptable research methods. Others tried to escape these walls entirely. But neither approach could prevent psychedelics from being squeezed out of formal inquiry. Yet …
Preserving Roots: Assessing The Assyrian Community In Iraq Through The Eyes Of Aid Workers, Tara E. Dawood
Preserving Roots: Assessing The Assyrian Community In Iraq Through The Eyes Of Aid Workers, Tara E. Dawood
CMC Senior Theses
This study aims to assess the unique challenges and experiences of Assyrians from Iraq from the perspective of humanitarian aid workers. The research questions are as follows: what factors contribute to Christians choosing to leave Iraq, especially in the last 25 years?; what actions by the Iraqi government would deter them from leaving or support them in returning? This study is significant because it focuses attention on the excessive numbers of Assyrians leaving Iraq. Although they are a minority, their translocation produced a massive resettlement of migrants—more than any other group in Iraq. By analyzing the role of the Iraqi …
Scaling Social Impact Bonds In The United States: Barriers, Incentives, And Policy Solutions, Angelique M. Rivanis
Scaling Social Impact Bonds In The United States: Barriers, Incentives, And Policy Solutions, Angelique M. Rivanis
CMC Senior Theses
Social Impact Bonds (SIBs) are a form of outcomes-based financing that fund social programs by shifting financial risk from the government to private investors. While SIBs have gained international traction, their long-term viability in the United States depends on structural reforms. This thesis examines two completed U.S. SIB projects, Rikers Island in New York and the Just-in-Reach project in Los Angeles, through an analysis of their design, implementation, and outcomes. While both projects focus on criminal justice, they provide context about the scalability of SIBs across multiple social policy areas.The three primary constraints are high transaction costs, limited investor interest, …
Equity In Education: How High School Attributes Determine An Admission Into Elite Colleges, Alexia Y. Ortiz
Equity In Education: How High School Attributes Determine An Admission Into Elite Colleges, Alexia Y. Ortiz
CMC Senior Theses
This thesis seeks to answer the question “Does the type of high school and location affect one’s admission to the three elite colleges: Claremont McKenna College (CMC), Pomona College (Pomona), and University of California, Los Angeles (UCLA)?” I used a dataset of high schools from five counties in Southern California, San Diego, Imperial, San Bernardino, Riverside, Orange, and Los Angeles, to create a regression model that determines whether students from charter, magnet, private, or public schools, and where one’s high school is located neighborhood’s income levels have different rates of admission.
This study found that attending public high school negatively …
Transnational Legal Violence: Undocumented Women V. U.S. Immigration Law, Luis A. Mendoza
Transnational Legal Violence: Undocumented Women V. U.S. Immigration Law, Luis A. Mendoza
CMC Senior Theses
This thesis examines how undocumented women, particularly Latinas, experience "transnational legal violence" within the U.S. immigration system. Transnational legal violence extends the framework of legal violence by identifying how immigration policies weaponize absence and distance across national boundaries, forcing women to choose between physical safety and legal recognition. The thesis is guided by a central question: What immigration system are migrant women, specifically Latinas, responding to?
The analysis rooted in the intersections of gender and citizenship reveals how immigration law remains rooted in coverture traditions that historically rendered immigrant women dependent on male U.S. citizens. For these women, deportation presents …
Assessing Equity, Environmental Social Justice And Intersectionality In U.S. Federal Policies: A Comparative And Temporal Analysis Of The Department Of Transportation, Department Of Energy, And Environmental Protection Agency, Sneha Basu
Dissertations and Theses @ UNI
As the climate crisis intensifies, U.S. federal policies play a critical role in addressing the disproportionate environmental burdens borne by marginalized communities. This thesis assesses how equity, environmental social justice, and intersectionality have been integrated into the policy documents of three key federal agencies: Department of Transportation (DOT), Department of Energy (DOE), and Environmental Protection Agency (EPA), over a 20-year period (2004–2024). Using a quantitative content analysis of 46 policy documents, the study evaluates five core dimensions: depth of discussion, clarity of language, inclusiveness of marginalized groups, action-oriented language, and environmental justice considerations. The research reveals significant interagency disparities, with …
The Work And Lives Of Agricultural Workers, Cynthia Caron
The Work And Lives Of Agricultural Workers, Cynthia Caron
Sustainability and Social Justice
In 2022, the World Bank estimated that roughly 27% of Sri Lankans worked in the agriculture sector. This chapter focuses on the lives of agricultural workers who cultivate their own farms or work as temporary labourers. It provides an overview of the factors that influence their agricultural livelihoods including but not limited to the structure of the country's agricultural economy and wages. The chapter discusses the risks and uncertainties that climate change, government policies, and agrochemical use present to workers and how they adapt. The chapter's final focus is the incorporation of workers including women into commercial agriculture and export-oriented …
Delinking Development: Material And Epistemic Justice And Caribbean Reparations, Tavis D. Jules, Nigel Brissett
Delinking Development: Material And Epistemic Justice And Caribbean Reparations, Tavis D. Jules, Nigel Brissett
Sustainability and Social Justice
In this conceptual paper, we consider novel avenues for development in the Anglophone Caribbean by addressing the historical heritage of chattel slavery, Indigenous dispossession, and extractive capitalism and their pivotal roles in shaping capitalist modernity. Our analysis encompasses the historical configurations of the development paradigm, elucidating the impact of colonial violence, extractive and racial capitalism, and the resulting material and epistemic repercussions. Positioned within the conceptual framework of reparations, we propose restructuring the aid system and asserting the right to epistemic autonomy as two strategic avenues for reshaping the current developmental trajectories of Caribbean societies.
Legislatures And Localized Resentencing, Ronald F. Wright, Kay L. Levine
Legislatures And Localized Resentencing, Ronald F. Wright, Kay L. Levine
Faculty Articles
Recent legislation, exemplified in statutes from California and Washington, creates new methods for resentencing defendants in old cases. These laws place controlling authority for resentencing in the hands of local officials, especially local prosecutors, and invite variation at the county level.
While some new procedural channels for reducing the sentences of people convicted of past crimes are mandatory, in that they entitle certain defendants to resentencing if they were convicted of certain crimes or were subject to certain penalty enhancements that are no longer valid, other statutes create discretionary resentencing channels. In the discretionary channels, the chief local prosecutor has …
Customary Corruption, Ani B. Satz, Liza Vertinsky
Customary Corruption, Ani B. Satz, Liza Vertinsky
Faculty Articles
For over a hundred years, it has been well-accepted among tort scholars that physicians—as one of the legally recognized professions— determine their own customary practices. Within tort law, and medical malpractice more specifically, customary practice establishes whether physicians breach or uphold the required standard of care toward their patients. The results of our hand-coded examination of decided cases and statutes show a more complex picture. While some states have endeavored to shift the standard away from professional custom, it continues to play a critical, and in many cases a determinative, role in establishing physician liability in most states.
Using illustrative …
Vice Capital, Andrew K. Jennings, Kimberly D. Krawiec
Vice Capital, Andrew K. Jennings, Kimberly D. Krawiec
Faculty Articles
Academic and market interest in environmental, social, and governance (ESG) investing has grown markedly in recent years. Although less prominent, a substantial literature also explores whether “sin pays” in the public capital markets. This literature’s underlying theory is that social norms discourage the funding of businesses that promote vice. According to this theory, some investors—particularly institutions sensitive to social norms, such as pension funds and foundations—will shun vice investments. A consequence of this aversion is a “vice premium” for those investors who will invest in such companies. Largely unexplored, however, is what industries or business models qualify as “vice,” how …
Extramural Absolutism, Deepa Das Acevedo
Extramural Absolutism, Deepa Das Acevedo
Faculty Articles
As battles over academia escalate, an area of intensifying concern is the speech faculty engage in outside their professional functions—what is often called “extramural” speech. Professors have been criticized, disciplined, pressured to resign, and even terminated for extramural speech that is deemed offensive by individuals inside and outside university communities. And yet, academics generally remain committed to a principle that this Article identifies as extramural absolutism.
The Article explains extramural absolutism’s unpopularity outside academia as a reasonable consequence of the way supporters have presented and justified it. Contrary to widespread scholarly portrayal, extramural absolutism is not a moderate concession justified …
Searching For A Big Score: Analyzing Drug Yield From Search Warrant Executions, Elizabeth Griffiths, Walter Campbell, Kay L. Levine, Joshua C. Hinkle
Searching For A Big Score: Analyzing Drug Yield From Search Warrant Executions, Elizabeth Griffiths, Walter Campbell, Kay L. Levine, Joshua C. Hinkle
Faculty Articles
In this study, we investigated the extent to which law enforcement efforts predicted drug and other kinds of illicit yield in search warrant executions. The data are drawn from one major metropolitan police department during 2005, 2009, and 2012. Using multilevel random intercept logistic regression models and multilevel random intercept multinomial logistic regression models, we regress high yields of various kinds of drugs and other illicit items seized during searches on the investigative activities that led to search warrant applications and the enlistment of teams of officers or other agencies in executing the search. Investments in high-effort search warrant work …
รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความรอบรู้ทางด้านสุขภาพ และความรอบรู้อิเล็กทรอนิกส์ทางด้านสุขภาพ ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมสุขภาพ ของประชากรวัยแรงงานที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานของประเทศไทย, เชาวรินทร์ คำหา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวางครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์ปัจจัยทางประชากรศาสตร์ สังคมและเศรษฐกิจ ที่มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ความรอบรู้อิเล็กทรอนิกส์ทางด้านสุขภาพ การเข้าร่วมกิจกรรมทางด้านสุขภาพ และการใช้อิเล็กทรอนิกส์ทางด้านสุขภาพ ในประชากรวัยแรงงานไทยที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และ (2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างปัจจัยทางประชากรศาสตร์ สังคมและเศรษฐกิจ การเข้าร่วมกิจกรรมทางด้านสุขภาพ การใช้อิเล็กทรอนิกส์ทางด้านสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และความรอบรู้อิเล็กทรอนิกส์ทางด้านสุขภาพ กับพฤติกรรมสุขภาพของประชากรวัยแรงงานไทยที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชากรไทยอายุ 35 - 59 ปี ที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน 3,766 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนครอบคลุม 12 เขตสุขภาพ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่พัฒนาขึ้น ในเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2568 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ถดถอยเชิงอันดับพหุคูณ และการวิเคราะห์โมเดลสมการเชิงโครงสร้างผลการศึกษาพบว่า ตัวอย่างส่วนใหญ่มีพฤติกรรมสุขภาพอยู่ในระดับปานกลางอยู่ในระดับเดียวกับความรอบรู้อิเล็กทรอนิกส์ทางด้านสุขภาพ การเข้าร่วมกิจกรรมทางด้านสุขภาพ และการใช้อิเล็กทรอนิกส์ทางด้านสุขภาพ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45.61, ร้อยละ 45.67, ร้อยละ 48.70, ร้อยละ 43.84 และร้อยละ 46.60 ตามลำดับ และปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส การประกอบอาชีพ รายได้ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ความรอบรู้อิเล็กทรอนิกส์ด้านสุขภาพ การเข้าร่วมกิจกรรมทางด้านสุขภาพ การใช้อิเล็กทรอนิกส์ทางด้านสุขภาพ ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างปัจจัยทางประชากร เศรษฐกิจและสังคม การเข้าร่วมกิจกรรมทางด้านสุขภาพ การใช้อิเล็กทรอนิกส์ทางด้านสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และความรอบรู้อิเล็กทรอนิกส์ทางด้านสุขภาพ กับพฤติกรรมสุขภาพ พบว่า โมเดลที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกลมกลืนของข้อมูลเชิงประจักษ์ (χ²= 9743.41, p-value = 0.07, RMSEA = 0.02, CFI = 0.98, TLI = 0.96, SRMR = 0.04, R2= 0.96) ข้อค้นพบครั้งนี้ จะนำไปสู่การออกแบบกิจกรรมแทรกแซงทางสุขภาพที่เหมาะสมต่อไป
ความหวาดกลัวของประชาชนต่อเหตุการณ์กราดยิงในเขตกรุงเทพมหานคร, จุฑามาศ ประทีปพรศักดิ์
ความหวาดกลัวของประชาชนต่อเหตุการณ์กราดยิงในเขตกรุงเทพมหานคร, จุฑามาศ ประทีปพรศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยเรื่อง “ความหวาดกลัวของประชาชนต่อเหตุการณ์กราดยิงในเขตกรุงเทพมหานคร” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล การรับรู้ข่าวสาร และทัศนคติต่อประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจที่มีอิทธิพลต่อระดับความหวาดกลัวของประชาชนต่อเหตุการณ์กราดยิงในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อเสนอแนวทางเชิงนโยบายในการป้องกันและลดความวิตกกังวลของประชาชนต่อภัยอาชญากรรมรุนแรงในพื้นที่สาธารณะ การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณโดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 396 คน ในเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ครอบคลุมกลุ่มนิสิตนักศึกษา ผู้ใช้บริการห้างสรรพสินค้า และผู้ใช้พื้นที่สาธารณะทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงหรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว โดยใช้แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นทางสถิติเป็นเครื่องมือในการวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่า t การวิเคราะห์ความแปรปรวน เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของระดับความหวาดกลัวระหว่างกลุ่ม รวมถึงวิเคราะห์การถดถอยอย่างง่ายเพื่อทดสอบอิทธิพลของตัวแปรอิสระผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลด้านเพศ มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับระดับความหวาดกลัว โดยกลุ่มเพศหญิงมีระดับความหวาดกลัวมากกว่า ขณะที่ปัจจัยด้านช่วงอายุไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ พบว่าการรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์กราดยิงจากสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์ส่งผลให้ระดับความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และพบว่าทัศนคติต่อประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจมีความสัมพันธ์ในทางลบกับความหวาดกลัว กล่าวคือ ผู้ที่เชื่อมั่นในความสามารถของตำรวจจะมีความกลัวน้อยกว่า ผลการศึกษาโดยรวมชี้ให้เห็นว่าความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์กราดยิงไม่เพียงเป็นปฏิกิริยาทางจิตวิทยาต่ออาชญากรรมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความรู้สึกไม่มั่นคงในสังคมเมืองสมัยใหม่ งานวิจัยนี้เสนอแนวทางการวางแผนการป้องกันและรับมือกับเหตุการณ์กราดยิง โดยให้รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการมาตรการทั้งสามระดับอย่างเป็นระบบ ได้แก่ มาตรการด้านพื้นที่และโครงสร้างกายภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง มาตรการด้านสถาบันและการปฏิบัติการเพื่อจัดกำลังตามความเสี่ยงและยกระดับความพร้อมในการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน และมาตรการด้านการสื่อสารความเสี่ยงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความตื่นตระหนกของประชาชน ซึ่งการประสานกลไกทั้งสามระดับจะช่วยลดทั้งความเสี่ยงเชิงจริงและความหวาดกลัวเชิงรับรู้ พร้อมเสริมสร้างสภาพแวดล้อมเมืองที่ปลอดภัยและยั่งยืนยิ่งขึ้น